นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เรือนซ่อนรัก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    กรุงเทพฯ พ.ศ.2489

    ยามค่ำ ณ บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมอันโอ่อ่า ม.ร.ว. เอกชยา ราชศักดิ์มนตรีธรรม หรือคุณชายเอกชยา ยืนจิบบรั่นดีเคล้าเสียงเพลงอย่างสบายอารมณ์ ก่อนวางแก้วลง ทำท่าจะเดินออกไป สดศรีผู้เป็นภรรยาหน้าสลดถามว่าคุณชายจะออกไปอีกแล้วหรือ เอก
    ชยาปรายตามอง ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    "แล้วเธอยุ่งอะไร"

    สดศรีมาขวางหน้าไว้ น้ำตาคลอ ต่อว่าที่เขาลดตัวลงไปยุ่งกับบ่าวรับใช้ ถ้าดารารุ่งหรือคุณรุ่ง ลูกสาวคนโตของเรารู้เรื่องนี้ จะต้องไม่พอใจอย่างมาก เอกชยาไม่สนใจเพราะดารารุ่งไม่ใช่แม่ของตน และอีกอย่างลูกอยู่ถึงอังกฤษคงไม่รู้เรื่องนี้ นอกจากสดศรี
    จะถ่อไปฟ้องถึงที่โน่น

    "ฉันไม่มีปัญญาถึงปานนั้นดอกค่ะ...แต่วันนี้ คุณรุ่ง..."

    สดศรีพูดยังไม่ทันจบประโยค เอกชยาชิงพูดขึ้นก่อนว่าเขาเป็นใหญ่ในบ้านนี้ มีสิทธิ์ทำอะไรตามความพอใจ แล้วเดินลงจากเรือนใหญ่ สดศรีร้องไห้โฮ เจ็บปวดใจ...

    ขณะเดียวกัน คุณรุ่ง หรือ ม.ล.ดารารุ่ง ราชศักดิ์มนตรีธรรม ในชุดเดินทาง นั่งอยู่บนรถ มองสองข้างทางด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่กลับต้องหุบยิ้มเมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นชายขี้เมาคนหนึ่งกำลังทุบตีผู้หญิงอย่างโหดร้าย เธอหวนคิดถึงอดีตที่แม่ถูกพ่อตบตี
    ตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆวิ่งเข้าไปปกป้องแม่ เลยถูกพ่อตบหน้า ความเกลียดชังถาโถมเข้าใส่จนดารารุ่งทนไม่ได้ สั่งตาจุก
    คนขับรถจอดรถทันที

    เธอตรงเข้าไปห้าม โชคดีที่ผู้หญิงที่โดนซ้อมซึ่งเป็นเมียของชายขี้เมาดึงเขาออกไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ดารารุ่งอาจจะถูกเล่นงานแทน ครู่ต่อมา รถที่ดารารุ่งนั่งมา แล่นมาถึงหน้าบ้าน เธอสั่งตาจุกให้จอดรถกะจะเดินเข้าบ้านเองเพื่อทำให้พ่อประหลาดใจ แต่
    เธอกลับต้องประหลาดใจเสียเอง

    ระหว่างที่เธอกำลังจะเดินขึ้นเรือนใหญ่ ได้ยินเสียงคุ้นหูของชายหญิงคู่หนึ่งหยอกล้อต่อกระซิกกันดังมาจากเรือนคนรับใช้ ดารารุ่งค่อยๆย่องเข้าไปดูด้วยใจระทึก ภาวนาขออย่าให้ชายในห้องเป็นคนที่เธอคิด แต่ต้องตกใจหน้าซีด เมื่อได้ยินชัดเจนว่าเป็น
    เสียงเอกชยากำลังพลอดรักกับใครบางคนอยู่

    ดารารุ่งเปิดประตูห้องผลัวะ ทั้งคู่ผละออกจากกันด้วยความตกใจ เธอคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่อยู่กับพ่อจะเป็นจำนง สาวใช้ที่เธอชุบเลี้ยงมากับมือ เจ็บใจมาก หันหลังกลับ วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว เอกชยาหน้าเสีย คว้าเสื้อผ้ามาใส่รีบวิ่งตาม ไม่สนใจเสียงร้อง
    เรียกของจำนงที่บอกให้รอด้วย

    จำนงร้องกรี๊ดๆก่อนวิ่งตาม อารามรีบร้อน ขาแข้งพันกัน สะดุดหัวทิ่มขอบประตูถึงกับร้องลั่น แต่กัดฟันวิ่งตามไปจนได้ ส่วนสลวย สาวใช้เมียเก็บอีกคนของเอกชยาได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาเห็นพอดี

    "ตายแล้วจำนง...คุณรุ่ง" สลวยเห็นหลังคุณรุ่งไวๆรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    ดารารุ่งร้องไห้วิ่งเข้ามาในเรือนใหญ่ เห็นแม่กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงโผเข้าไปกอด เอกชยาวิ่งตามเข้ามาปัดข้าวของในบ้านตกแตกด้วยความโมโห ต่อว่าสดศรีที่ไม่บอกว่าลูกจะกลับมาวันนี้

    "ฉันตั้งใจว่าจะเรียนคุณชายอยู่แล้วค่ะ...แต่คุณชายไม่ฟัง"

    ดารารุ่งหันมามองพ่อด้วยสายตาเจ็บปวดและผิดหวัง ถามเสียงเครือว่าถ้ารู้ว่าเธอจะกลับมา เขาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับบ่าวไพร่ในบ้านหรือเปล่า สดศรีพยายามห้ามลูกแต่เธอไม่ฟัง เข้าไปเผชิญหน้ากับพ่อ

    "ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี คุณพ่อก็ยังทำตัวเหมือนเดิม มักมาก ไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับบ่าวในบ้านอย่างหน้าไม่อาย"

    เอกชยาโกรธตัวสั่น จำนงเดินมาเกาะแขนเขาแกล้งบีบน้ำตา แก้ตัวว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายจิตใจดารารุ่งกับสดศรี ที่ทำไปก็แค่อยากทดแทนพระคุณเอกชยาเท่านั้น ดารารุ่งชี้หน้าด่าจำนงว่าเนรคุณ สลวยรีบเข้ามาดึงจำนงให้กลับไปห้องของตัว แต่จำนง
    ผลักสลวยอย่างแรงจนล้ม เตือนว่าธุระไม่ใช่อย่ายุ่ง

    ดารารุ่งไม่รอช้าปราดเข้ามาจิกผมจำนง เงื้อมือจะตบ  เอกชยาคว้ามือเธอไว้  แก้ตัวแทนจำนงว่าเขาต่างหากที่ต้องการให้จำนงมาปรนนิบัติ ดารารุ่งตำหนิพ่ออย่างรุนแรงจนเขาทนไม่ไหว ตบหน้าเธอถึงกับเซถลา สดศรีตกใจกรีดร้องลั่น รีบเข้ามาประคองลูก
    ขอร้องเอกชยาอย่าทำร้ายลูกอีก

    เอกชยาไม่ฟัง ตรงเข้าทุบตีลูกอุตลุด โทษฐานกำเริบเสิบสานกล้าด่าพ่อตัวเอง ดารารุ่งจ้องหน้าเอกชยาอย่างไม่เกรงกลัว เอกชยาปราดเข้าไปจะทำร้ายเธออีก จำนงเข้ามาจับมือเขาไว้ขอร้องให้หยุดแล้วหันไปสั่งสอนดารารุ่งว่าไม่ควรพูดจาลามปามพ่อ

    "ลืมไปแล้วหรือคะว่าเมื่อก่อนคุณท่านก็เป็นบ่าวในบ้านเหมือนกัน ถ้าคุณรุ่งด่านง ก็เหมือนคุณรุ่งด่าคุณท่านด้วยนะคะ" จำนงปากเสีย แอบเหน็บสดศรี

    ดารารุ่งโกรธมากผลักจำนงเต็มแรงจนล้มทั้งยืนแล้วชี้หน้า เตือนว่าอย่าเอาตัวเองมาเทียบกับแม่ของเธอ จำนงเถียงว่าตนเองก็เป็นเมียเอกชยาเหมือนกัน และที่สำคัญเขารับปากว่าจะให้เธอขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่ ดารารุ่งเลือดขึ้นหน้าตรงเข้าจิกผมจำนงตบไม่
    ยั้ง ไม่สนใจคำสั่งให้หยุดของพ่อ

    เสียงเอะอะดังขึ้นไปถึงห้องนอนของดารารัตน์ หรือคุณรัตน์ กับดาราน้อยหรือคุณน้อย และดารานิจหรือคุณนิจวัยเจ็ดขวบ ซึ่งทั้งหมดเป็นน้องสาวของดารารุ่ง รีบลงมาดู เห็นดารารุ่งถูกพ่อเล่นงานล้มลงไปกองกับพื้น คุณนิจปราดเข้ามากอดพี่สาวร้องไห้
    ด้วยความเป็นห่วง ดารารุ่งสั่งคุณน้อยพาคุณนิจกลับห้อง คุณนิจไม่ยอมจะขออยู่กับดารารุ่ง แต่คุณน้อยดึงเธอออกไปจนได้

    "คุณพ่อจะทำอะไรรุ่ง รุ่งไม่ว่า แต่อย่าทำให้คุณแม่กับน้องเสียใจ"

    "จำคำแกไว้นะ...แล้วต่อไปห้ามให้ใครหน้าไหนมายุ่งเรื่องของฉันอีก โดยเฉพาะแก...ดารารุ่ง...จำเอาไว้ ในบ้านนี้ฉันเป็นใหญ่ที่สุด ฉันจะทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่ฉันพอใจ...ไปจำนง" เอกชยาเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป จำนงเดินเข้ามาหาดารารุ่ง กระซิบ
    เบาๆ

    "คนอย่างจำนงไม่อยู่เฉยๆให้คุณรุ่งรังแกได้ง่ายๆเหมือนป้าสลวยแน่ค่ะ"

    จำนงมองเย้ยดารารุ่งแล้วเดินตามเอกชยา ดารารุ่งเจ็บแค้นมาก สลวยรับปากว่าจะปรามจำนงให้ ดารารุ่งหันมาเล่นงานสลวยว่าไม่ต้องทำตัวเป็นคนดี อย่าคิดว่าเธอจะลืมสิ่งที่สลวยเคยทำกับแม่ของเธอ แล้วออกปากไล่ไปพ้นๆหน้า สลวยคอตก เดินนํ้าตา
    คลอออกไป...

    ครู่ต่อมา ดารารุ่งกับคุณรัตน์ต่างช่วยกันปลอบใจแม่ที่ยังร้องไห้เสียใจเรื่องเอกชยากับจำนง จังหวะนั้น คุณน้อยและคุณนิจซึ่งอุ้มสีสวาทแมวตัวโปรดตามมาสมทบ ต่างปลอบใจซึ่งกันและกัน ก่อนให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ดูแลและไม่ทอดทิ้งกัน...

    ฝ่ายฤกษ์ หนุ่มน้อยวัยสิบห้าปีลูกชายของสลวยที่เกิดกับเอกชยาสีหน้าเป็นกังวล เมื่อรู้จากแม่ว่าคุณรุ่งเพิ่งกลับจากอังกฤษ และรู้เรื่องระหว่างเอกชยากับจำนงแล้ว สลวยขอร้องฤกษ์ให้ช่วยเธอคอยกันไม่ให้จำนงไปยุ่งเกี่ยวกับเอกชยาอีก เพราะเธอเกรงว่าจะเกิด
    เรื่องใหญ่

    "ฤกษ์ก็รู้ว่าคุณรุ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์ เด็ดขาดจนบางครั้งดูน่ากลัว  ถ้าจำนงอวดดีกับคุณรุ่งบ่อยๆ คงไม่แคล้วเกิดเรื่องขึ้นสักวัน และมันคงเป็นเรื่องใหญ่" สลวยไม่สบายใจมาก

    ooooooo

    เรไรสาวรับใช้และเป็นเมียลับๆของไกร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกรุณ คหบดีผู้มั่งคั่ง แอบได้ ยินกรุณคุยกับไกรว่าอยากได้ดารารุ่งลูกสาวของ ม.ร.ว. เอกชยา ราชศักดิ์มนตรีธรรมมาเป็นสะใภ้ เรไรไม่พอใจมาก รอจนไกรอยู่เพียงลำพัง รีบวิ่งเข้ามาหา

    "เรไรไม่ยอมให้คุณไกรไปยุ่งกับคุณดารารุ่งนะเจ้าคะ"

    ไกรปรามว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาห้ามเขา เรไรเถียงว่าตนเองมีสิทธิ์เพราะเป็นเมียของเขา ไกรไม่สนใจเดินหนี เรไรตามตื๊อไม่เลิก แถมขู่ว่าถ้าเขาไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น เธอจะตามไปแหกอกเขา ไกรไม่พอใจมาก ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา ก่อนเรื่องราวจะไปกันใหญ่
    อรอนงค์ถือถาดผลไม้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

    ไกรได้ทีเลยไล่เรไรเข้าบ้าน เรไรมองอรอนงค์ ตาขวาง เดินสะบัดสะบิ้งออกไป อรอนงค์มองตามเรไรอย่างไม่พอใจ ไกรรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าอรอนงค์มาที่นี่มีธุระอะไร พ่อของอรอนงค์ให้เอาผลไม้จากสวนที่บ้านมาฝากกรุณ ไกรสบโอกาส จำได้ว่าอร
    อนงค์เป็นเพื่อนดารารุ่งจึงอยากให้เธอแนะนำเขาให้รู้จัก

    "เคยเรียนด้วยกันน่ะค่ะนานแล้ว...ก่อนที่คุณรุ่งจะได้ทุนไปเรียนต่อ"

    อรอนงค์อํ้าๆอึ้งๆ ไกรไม่ยอมแพ้ ตื๊อจนอรอนงค์ ต้องยอมรับปากอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะเธอหลงรักไกรโดยที่เขาไม่รู้ตัว...

    ผ่านไปหลายวัน กว่าอรอนงค์จะมาขอพบดารารุ่ง ดารารุ่งอดแปลกใจไม่ได้ที่อยู่ๆอรอนงค์ซึ่งไม่ได้สนิทสนมอะไรกันโผล่มาหา พร้อมกับชายแต่งตัวภูมิฐานคนหนึ่ง อรอนงค์เห็นหน้าดารารุ่ง รีบทักทาย

    "ไม่เจอกันหลายปี คงสบายดีนะจ๊ะ...เธอ"

    "เธอกับใคร...ฉัน ม.ล.ดารารุ่ง ปกติใครๆเรียกฉันว่าคุณรุ่ง" ดารารุ่งมองด้วยสายตาเย็นชา

    อรอนงค์หน้าเสีย รีบเปลี่ยนคำทักทายใหม่ เรียกดารารุ่งว่า "คุณรุ่ง" แล้วแนะนำให้รู้จักไกรว่าเป็นลูกชายของกรุณ เจ้าของโรงเรียนชื่อดังและเจ้าของกิจการอีกหลายอย่าง แต่ดารารุ่งไม่สนใจรีบตัดบทถามว่ามีธุระอะไรกับเธอ อรอนงค์อ้างว่าไปเดินเล่นกับ
    ไกร พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะมาหา

    "มีผลไม้นอกมาฝากคุณรุ่งด้วยนะครับ"

    ไกรยื่นกระเช้าผลไม้ให้ ดารารุ่งขอบคุณตามมารยาท ท่าทางไม่ยินดียินร้ายอะไรจนอรอนงค์เริ่มอึดอัด เลยแต่งเรื่องว่าเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระสำคัญต้องรีบไปทำ แล้วขอตัวกลับ  ไกรเสียดายมาก  บอกดารารุ่งว่าวันหลังเขาขอมาหาเธออีกหวังว่าคงไม่รังเกียจ
    ดารารุ่งไม่ทันตอบ อรอนงค์ชิงพูดก่อน

    "กลับกันเถอะค่ะพี่ไกร"

    อรอนงค์เดินนำไกรออกไป เอกชยายืนมองอยู่ รอจนแขกทั้งสองกลับไปแล้ว เดินเข้ามาถามดารารุ่งว่าลูกของกรุณมาหาทำไม ดารารุ่งปฏิเสธว่าเขาไม่ได้มาหาเธอ ไกรมากับอรอนงค์ต่างหาก เอกชยาถามโน่นถามนี่อีก แต่ดารารุ่งไม่อยากพูดด้วยเดินหนีขึ้น
    เรือนใหญ่ จำนงเห็นสองพ่อลูกมีปัญหากัน ยิ้มพอใจ

    ดารารุ่งเดินหนีเข้ามาในห้องโถง  เห็นสดศรีกับคุณรัตน์กำลังนั่งเย็บปักถักร้อย ส่วนคุณน้อยนั่งจัดดอกไม้ ขณะที่คุณนิจนั่งกอดสีสวาทมองคนอื่นอยู่เงียบๆ เอกชยาตามเข้ามาตวาดเรียกดารารุ่งให้หยุด สดศรีตกใจ ปราดเข้ามายืนข้างลูกสาวคนโต ถามว่ามี
    เรื่องอะไรอีก

    "ก็ลูกสาวตัวดีของเธอน่ะสิ กำเริบเสิบสานกับฉัน ถามอะไรก็ไม่ตอบ" เอกชยาว่าแล้วหันไปพูดกับดารารุ่ง "ฉันจะไม่เสวนากับแกเลย ถ้าผู้ชายที่มาหาแกวันนี้ ไม่ใช่ลูกชายของตระกูลการุณพินิจ"

    ดารารุ่งไม่อยากยุ่งกับพวกเศรษฐีที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น เอกชยาบังคับลูกให้รีบทำความรู้จักกับไกร อ้างว่าครอบครัวของเขาร่ำรวย มีหน้ามีตาทัดเทียมกับเรา

    "แล้วคุณพ่อแน่ใจหรือคะว่า เขาจะเป็นคนดี ในเมื่อคนที่เกิดในชาติตระกูลที่ดีสูงส่งบางคนยังทำตัวตกตํ่าน่าละอาย เพราะตัณหาราคะเพียงตัวเดียว" ดารารุ่งว่ากระทบพ่อตัวเอง

    เอกชยาโกรธควันแทบออกหู ตบดารารุ่งสุดแรงจนหน้าหัน แต่เธอไม่ยอมแพ้ ด่าเขาฉอดๆ เอกชยาโมโหถอดเข็มขัดคาดเอวออกมาฟาดดารารุ่งไม่ยั้ง สดศรีปราดเข้ามาขวาง เขาผลักเธอพ้นทาง สั่งว่าอย่ายุ่ง สดศรีไม่ยอมหลีก เอกชยาเลยหันมาเล่นงานสด
    ศรีแทน ลูกๆทั้งสี่คนกรีดร้องลั่น

    "คุณพ่อใจร้าย การกระทำของคุณพ่อมันไม่ใช่คน" ดารารุ่งเหลืออด

    "แล้วแกจะทำไม ในเมื่อบ้านนี้ฉันเป็นใหญ่ที่สุด ฉันจะทำอะไรกับใครก็ได้รวมทั้งแก นังลูกเนรคุณ"

    เอกชยาเหวี่ยงสายเข็มขัดเฉียดหน้าดารารุ่งไปนิดเดียว ก่อนเดินกระแทกเท้าออกไป ห้าคนแม่ลูกกอดคอกันร้องไห้ คุณรัตน์กลัวพ่อตัวสั่น คุณน้อยกับคุณนิจถึงกับออกปากว่าเกลียดพ่อมาก ดารารุ่งตอกยํ้ากับน้องๆว่าผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคน ชอบทำร้ายผู้หญิง
    เธอถึงเกลียดผู้ชายมาก

    คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้นของดารารุ่ง เป็นเสมือนยาพิษที่ค่อยๆซึมเข้าไปในจิตใจของคุณนิจ ส่วนสลวยกับฤกษ์แอบมองสดศรีกับลูกๆด้วยความสงสาร เห็นใจ เดินตามดารารุ่งออกมาเพื่อจะปลอบใจ แต่กลับถูกเธอด่าสาดเสียเทเสียว่าสลวยเองก็มี
    ส่วนทำให้แม่ของเธอต้องเสียใจ ไม่ว่าสลวยจะแก้ตัวว่าไม่เคยคิดทำร้ายใคร ดารารุ่งก็ไม่ฟัง หาว่าสองคนแม่ลูกอยากได้
    สมบัติของเอกชยา

    "ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่ สตางค์แดงเดียวพวกเธอก็ไม่มีทางได้ และฉันไม่มีวันยอมรับนายฤกษ์เป็นคนร่วมตระกูลเด็ดขาด อย่างแกเป็นได้แค่ลูกคนใช้ในบ้าน จำเอาไว้ นายฤกษ์" ดารารุ่งเชิดหน้าเดินหนี...

    ระหว่างทางที่ไกรขับรถกลับจากพบกับดารารุ่ง เขากล่าวชมเธอไม่ขาดปาก จนอรอนงค์ชักเคือง สงสัยว่าเขาจะสนใจดารารุ่งทำไม หน้าหงิกหน้างออย่างกับม้าหมากรุก ถือตัวคิดว่าตัวเองเลิศหรูปานนั้น ไกรกลับชมชอบผู้หญิงแบบนี้ จะทำทุกวิถีทางเอา
    ชนะใจเธอให้ได้

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ดารารุ่งหมดความอดทน เมื่อเห็นจำนงต่อปากต่อคำกับแม่ของเธออย่างไม่ให้เกียรติ เธอรอจังหวะที่จำนงจะเดินลงบันไดไปที่ลานหน้าบ้าน จึงยื่นเท้าออกมาขัดขา จำนงร้องเสียงหลง ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง หัวกระแทกกับเสาบันไดอย่าง
    แรง เลือดไหลนอง นอนแน่นิ่ง

    ส่วนอีกมุมหนึ่ง คุณนิจเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง กอดสีสวาทแน่นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เอามือปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้อง ดารารุ่งยิ้มเลือดเย็นเดินลงมา ดูผลงาน บอกจำนงให้รอเอกชยามาช่วย จำนงตาเหลือกลาน อ้าปากจะพูดแต่ไม่มีเสียง ดารารุ่ง
    เดินข้ามจำนงขึ้นบ้านอย่างสะใจ ขณะที่คุณนิจรีบพาสีสวาทวิ่งหลบไปอย่างรวดเร็วขึ้นไปยังห้องนอน รีบปิดประตูลงกลอน
    ด้วยมือสั่นเทา

    ไม่นานนัก ดารารุ่งมาเคาะประตูห้องเรียกคุณนิจ แต่เธอกลัวมากไม่กล้าขานรับ ดารารุ่งเรียกอยู่หลายครั้ง คุณนิจเหงื่อแตกพลั่ก จำใจค่อยๆเดินมาเปิดประตู ดารารุ่งเห็นน้องหน้าซีดเหงื่อท่วมตัวคิดว่าไม่สบายเอามืออังหน้าผาก เด็กน้อยพยายามฝืนไม่ให้ตัว
    สั่นจนผิดสังเกต

    "ตัวก็ไม่ร้อนนี่...แล้วเป็นอะไร ทำไมท่าทางแปลกๆ"

    คุณนิจละล่ำละลักบอกว่าไม่เป็นอะไร ดารารุ่งไม่ติดใจสงสัยอะไร กวาดตามองในห้องไม่เห็นคุณรัตน์กับน้อยถามว่าหายไปไหน พอรู้ว่าทั้งคู่ไปตลาดกับป้าพริ้งและวิไล ดารารุ่งยิ้มอารมณ์ดี

    "อย่างกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมีข่าวดี ถึงได้ไปซื้อข้าวของมาฉลองกันเชียว...บ้านเรากำลังจะมีข่าวดี คุณนิจรู้รึเปล่า" ดารารุ่งดึงน้องสาวเข้ามากอด คุณนิจยืนตัวเกร็ง...

    ขณะเดียวกัน คุณรัตน์กับคุณน้อยเดินหาของขวัญต้อนรับการกลับมาของดารารุ่งยังไม่เจอ ป้าพริ้งเป็นห่วงเห็นว่าเดินนานแล้ว แนะให้สองพี่น้องนั่งพักก่อน เดี๋ยวเธอกับวิไลจะไปซื้อกับข้าวด้านโน้น

    "ก็ดี...งั้นเราสองคนนั่งรอที่ร้านค้านะป้าพริ้ง" คุณรัตน์จูงมือคุณน้อยเดินแยกไป

    ครู่ต่อมา สองสาวมานั่งดื่มน้ำหวานอยู่ในร้านค้า มีผู้ชายสองคนเมียงมองด้วยสายตาเจ้าชู้ก่อนเดินเข้ามาหา คุณรัตน์เห็นท่าไม่ดี คว้ามือคุณน้อยเดินหนี แต่ชายสองคนเดินมาขวางผลักคุณน้อยพ้นทาง แล้วจะลากตัวคุณรัตน์ไป คุณน้อยเข้ามาช่วยพี่สาว แต่
    ถูกคนร้ายผลักจนกระเด็นหงายหลัง

    จังหวะนั้น ปกรณ์ถีบสามล้อผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดีรีบเข้ามาช่วย แต่พลาดท่าเสียทีให้สองคนร้าย โดนชกหน้าตาบวมปูด สองสาวส่งเสียงร้องโวยวายให้คนช่วย ชาวบ้านรีบเข้ามาช่วย คนร้ายจวนตัวรีบเผ่นหนี ป้าพริ้งกับวิไลหน้าตาตื่นวิ่งเข้ามาถาม
    สองสาวว่าเกิดอะไรขึ้น

    "มีคนทำร้ายเราค่ะ แต่คุณคนนี้มาช่วยเอาไว้" คุณรัตน์เห็นปกรณ์หน้าตาสะบักสะบอม เลยอาสาจะพาไปหาหมอ ฝากป้าพริ้งพาคุณน้อยกลับบ้าน คุณน้อยไม่อยากทิ้งพี่สาวจะขออยู่ด้วย คุณรัตน์ไม่อยากให้ที่บ้านสงสัย ขอร้องให้คุณน้อยกลับไปกับป้าพริ้ง
    ก่อน หาหมอเสร็จแล้ว เธอจะตามไป...

    หลังจากทำแผลเรียบร้อย ปกรณ์อาสามาส่งคุณรัตน์ที่บ้าน ทีแรกคุณรัตน์ไม่อยากรบกวน แต่ปกรณ์อ้างว่าถ้าเกิดเธอเจอคนร้ายกลางทางแล้วถูกข่มเหง เขาคงไม่ให้อภัยตัวเอง คุณรัตน์พยักหน้ารับคำ ชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษของชายหนุ่ม...

    กว่าสลวยจะมาเจอ จำนงก็อาการเพียบหนัก เอกชยารีบพาร่างโชกเลือดของจำนงไปส่งโรงหมอ ดารารุ่งมองตามด้วยความสะใจ ก่อนชวนสดศรีกับคุณนิจกลับเข้าบ้าน โดยไม่สนใจจะช่วยเอกชยาแม้แต่น้อย จากนั้นไม่นาน คุณน้อย ป้าพริ้งกับวิไล ถือข้าว
    ของพะรุงพะรังเข้ามา ดารารุ่งหันไปเห็น

    "คุณน้อย...ป้าพริ้ง กลับมาพอดี...รุ่งมีข่าวดีจะบอก"

    ดารารุ่งเล่าเรื่องจำนงให้คุณน้อยกับป้าพริ้งฟังด้วยความสะใจ ป้าพริ้งตกใจ ถามว่าคุณชายว่าอย่างไรบ้าง ดารารุ่งเล่าไปหัวเราะไปว่า คุณพ่อก็พาคนโปรดไปส่งโรงหมอ คุณน้อยเสียดายที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่อย่างนั้น จะวิ่งไปสั่งตาจุกให้บอกคุณพ่อว่ารถ
    เสีย แล้วถามพี่สาวว่าจำนงเดินท่าไหนถึงได้ตกบันได ดารารุ่งแต่งเรื่องว่าจำนงวางท่ามากไปหน่อย เลยไม่ทันระวัง

    "แต่นิจเห็น..."

    คุณนิจพูดไม่ทันจบประโยค ดารารุ่งพูดสวนขึ้นเสียงดังว่าเห็นอะไร คุณนิจอึกๆอักๆตอบว่าเห็นตอนจำนงตกบันได ดารารุ่งคว้าแขนน้องคนเล็กบีบไว้แน่น บอกเสียงเยือกเย็นว่า เห็นจำนงพลัดตกบันไดเองใช่ไหม แล้วบีบแขนคุณนิจแน่นขึ้นอีก คุณนิจกลัวมาก
    รับคำว่าใช่ รีบคว้าสีสวาทขึ้นมาอุ้มเดินหนี

    ดารารุ่งวิ่งตามมาถามคาดคั้นว่าตกลงคุณนิจเห็นอะไรกันแน่ คุณนิจไม่กล้าพูด ดารารุ่งกระชากแขนสั่งให้ตอบ คุณนิจบอกว่าเห็นดารารุ่งขัดขาจำนงจนตกบันได สงสัยว่าทำไมต้องทำกับจำนงขนาดนั้น

    "เพราะจำนงแย่งคุณพ่อไปจากเรา จำนงทำร้ายคุณแม่ แล้วทำร้ายพวกเราทุกคน หรือคุณนิจมีความสุขที่เห็นคุณแม่ ต้องร้องไห้ทุกวัน ในขณะที่จำนงเดินหน้าเชิดคอตั้งอยู่ในบ้าน"

    "ไม่...นิจเกลียดจำนง"

    "มันเป็นสิ่งที่ถูกแล้วที่คุณนิจคิดอย่างนั้น...เพราะจำนงเป็นคนน่ารังเกียจ...สาบานกับพี่นะคะว่าคุณนิจจะไม่บอกใครเรื่องที่พี่ทำร้ายจำนง...พี่ทำเพื่อพวกเราทุกคน คุณนิจรับปากพี่สิคะ"

    ดารารุ่งเสียงเข้ม เอื้อมมือไปลูบหัวแมวตัวโปรดของคุณนิจเบาๆด้วยท่าทางน่ากลัว คุณนิจตัวสั่นกอดสีสวาทแน่น รับปากอย่างไม่เต็มคำ ดารารุ่งดึงน้องเข้ามากอด ขณะที่เด็กน้อยใจสั่น หวาดกลัว...

    ในเวลาเดียวกัน ปกรณ์กับคุณรัตน์มาถึงบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรม คุณรัตน์เชิญเขาเข้าบ้านก่อน แต่ปกรณ์ปฏิเสธอย่างเจียมตัวว่าตัวเองต้อยต่ำ แค่เห็นว่าเธอปลอดภัยเขาก็สบายใจแล้ว หญิงสาวไม่เคยได้ยินคำหวานจากชายใดมาก่อน ยิ้มเขินอาย ระหว่างนั้น
    เสียงดารารุ่งเดินออกมาถามวิไลเสียงดังลั่นว่า ทำไมคุณรัตน์ยังไม่กลับ คุณรัตน์ได้ยินเสียงพี่สาวถึงกับหน้าเสีย รีบขอตัวเข้าบ้าน

    ปกรณ์หวังว่าคงจะได้มีโอกาสเจอเธออีก คุณรัตน์ยิ้มเขิน ไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มสีหน้าพอใจ มองตามคุณรัตน์เดินไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปมองป้ายติดอยู่หน้าบ้าน "ตระกูลราชศักดิ์มนตรีธรรม"

    ooooooo

    บ้านเช่าปกรณ์ที่มีสภาพทรุดโทรมต่างจากบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมราวฟ้ากับดิน มาลีแม่ของปกรณ์ กำลังนั่งซักผ้าอยู่หน้าบ้าน สังข์พ่อของปกรณ์เมาแอ่นเข้ามาหา สั่งเสียงลั่นให้เธอไปซื้อยาดองมาให้กิน มาลีบ่นอุบว่ากินตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่พออีก สังข์เสียง
    แข็งจะกินยาดองให้ได้

    "ไม่ได้พี่...ฉันไม่มีเงิน...ฉันเอาไปซื้อกับข้าวหมดแล้ว"

    "หมด...หมดได้ไง ข้าจะกินยาดอง แต่เอ็งเอาไปซื้อข้าวหมด วอนจริงๆเลยแก...นังตัวดี"

    สังข์ยกกะละมังซักผ้าตรงหน้าเทราดลงบนหัวมาลี แล้วตบซ้ำ กำชับว่าทีหลังหาเงินมาได้ต้องกันส่วนหนึ่งไว้ ให้ตนซื้อยาดอง มาลีปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้ ต้องเก็บเงินไว้ซื้อข้าวกิน สังข์รู้ทันทีว่ามาลีต้องซ่อนเงินไว้ ตรงเข้ารื้อค้นตามตัว เจอถุงเงินเล็กๆซ่อนอยู่ที่
    ชายพก ด่ามาลีว่าโกหกแถมตบตีอุตลุด

    มาลีฮึดสู้แย่งถุงเงินคืนมาได้ จังหวะนั้น ปกรณ์ขี่รถสามล้อกลับถึงบ้านพอดี รีบเข้ามาห้าม แต่แทนที่เขาจะช่วยแม่ กลับกระชากถุงเงินไปจากมือแม่ ด้วยท่าทางกักขฬะต่างจากที่อยู่กับคุณรัตน์ แล้วส่งให้พ่อ ก่อนที่สองพ่อลูกจะเดินตามกันออกไปอย่าง
    อารมณ์ดี ไม่สนใจมาลีที่ร้องขอเงินคืน...

    ขณะเดียวกัน ดารารุ่ง คุณรัตน์กับคุณน้อยกลับมาจากซื้อของ รถยังไม่ทันจอดสนิท ป้าพริ้งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานดารารุ่งว่าทางโรงพยาบาลโทรศัพท์มาตามคุณชาย  เนื่องจากจำนงอาการไม่ดี

    "งั้น...รุ่งคงต้องไปดูใจมันหน่อยล่ะ"   ดารารุ่งยิ้มมีเลศนัย...

    ด้านเอกชยากับสดศรีตกใจ เมื่อรู้จากหมอว่าจำนงจะต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต เอกชยามองจำนงซึ่งนอนนิ่ง มีเพียงดวงตาที่กลอกไปมาด้วยสีหน้ารังเกียจ บ่นอย่างหัวเสียว่าจะทำอย่างไรดี สดศรีไม่มีความเห็นแล้วแต่เขา เอกชยาไม่อยากยุ่งกับคนพิการจึงปัดความรับผิดชอบไปให้สดศรีจัดการ แล้วผละจากไปอย่างไม่ไยดี จำนงเสียใจน้ำตาคลอ จะร้องเรียกเขาก็ทำ
    ไม่ได้ สดศรีว้าวุ่นใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร

    ดารารุ่งซึ่งยืนฟังเงียบๆอยู่กับป้าพริ้ง อาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง สดศรีสบายใจขึ้น ฝากลูกช่วยดูแลจำนงแทน แล้วขอตัวกลับ ดารารุ่งเดินเข้าไปใกล้เตียงลูบมือจำนงข้างที่มีปานแดง

    "คงได้ยินแล้วสินะแม่เมียคนโปรด ว่าคุณชายสุดที่รักของแก ท่านพูดไว้อย่างไร...จำนงเอ๊ย...แกคงเห็นแล้วสินะ พวกผู้ชายน่ะเวลาหมดความต้องการ พวกเขาก็พร้อมจะถีบหัวส่ง ฉันอยากจะหัวเราะเยาะนัก...แต่ฉันยังเวทนาแกอยู่...เอาเป็นว่า แกมาจาก
    ไหนฉันก็จะส่งแกไปอยู่ที่เดิมแล้วกัน นังจำนง"

    ในเวลาต่อมา ดารารุ่งกับป้าพริ้งช่วยกันเอาตัวจำนงใส่รถ พามายังป่าลึกห่างไกลผู้คน ดึงจำนงลงจากรถ ลาก

    ถูลู่ถูกังมาตามทางในป่า จำนงอยากจะร้องขอความช่วยเหลือก็ร้องไม่ได้ ดารารุ่งสั่งป้าพริ้งทิ้งมันไว้ที่นี่ ปล่อยให้เป็นเหยื่อแร้งเหยื่อกา จำนงตื่นตระหนกหวาดกลัวสุดขีด

    "ถ้าแกกระเสือกกระสนหนีไปจากตรงนี้ได้ แกก็รอด แต่ถ้าไม่...แกก็จะต้องตายทั้งเป็นเหมือนกับที่แกทำให้แม่ของฉันต้องตายทั้งเป็น" ดารารุ่งยิ้มเหี้ยม ชวนป้าพริ้งกลับ นกแร้งหลายตัวบินโฉบไปมา  จำนงพยายามอ้าปากจะร้องแต่ทำไม่ได้...

    ค่ำวันเดียวกัน สังข์เห็นปกรณ์นั่งเคลิ้มมองพระจันทร์ อยู่หน้าบ้านเช่า กระเซ้าว่าอาการแบบนี้เหมือนกำลังตกหลุมรักใครบางคน  ปกรณ์เล่าว่าคนที่เขาตกหลุมรักเป็นถึงลูกผู้ดีมีเงิน ชื่อ ม.ล.ดารารัตน์ ราชศักดิ์มนตรีธรรม แต่เธอคงไม่สนใจคนอย่างเขา สังข์
    ถึงกับตาโต ยุส่งลูกสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ อ้างว่าปกรณ์อาจจะเป็นเนื้อคู่กระดูกคู่ของเธอก็ได้ ปกรณ์ขอร้องพ่ออย่าพูดให้
    เขาฝันลมๆแล้งๆ

    "ลมๆแล้งๆที่ไหน...ของอย่างนี้มันอยู่ที่พรหมลิขิต...พูดก็พูดเถอะ แค่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครพ่อก็อยากได้เป็นสะใภ้เต็มแก่ มันคงโก้ไม่หยอกนะปกรณ์ ถ้าเราได้ดองกับคนรวยพ่อก็จะได้เป็นพ่อผัวคนรวยส่วนแกก็จะได้เป็นผัวผู้ดี" สังข์กอดคอลูกหัวเราะ
    ชอบใจ มาลีแอบฟังอยู่ สีหน้าไม่สบายใจ

    ooooooo

    รุ่งเช้า มาลีตัดสินใจเตือนปกรณ์ถึงเรื่องที่เธอได้ยินเขากับสังข์คุยกันเมื่อคืนว่าไม่ควรฝันเฟื่อง คนสูงส่งอย่างนั้นไม่มีทางลดตัวลงมามองกุลีอย่างพวกเรา ปกรณ์เถียงว่าไม่จริง มองตาคุณรัตน์แล้วรู้ทันทีว่าเธอก็มีใจให้เขา และยืนยันว่าจะทำทุกทางให้คุณ
    รัตน์ชอบตน

    "ถ้ามันเป็นอย่างที่แกว่า ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลก" มาลีถอนใจ...

    หลังจากคุยกับแม่ ปกรณ์ไม่รอช้าตรงไปที่บ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมทันที รออยู่หน้าบ้านจนเห็นคุณรัตน์ออกมาเดินเล่นที่สนาม  จึงเดินถือดอกไม้สีขาวช่อใหญ่ไปเรียกที่ริมรั้ว คุณรัตน์หันมองตามเสียงเห็นปกรณ์ยืนอยู่   ทั้งดีใจทั้งตกใจกลัว มองซ้ายมอง
    ขวาเห็นปลอดคนวิ่งตรงมาเปิดประตูรั้ว

    "ดีใจจังที่ได้เจอคุณรัตน์อีก ผมเก็บดอกมหาหงส์มาให้ คุณรัตน์ครับ...กลิ่นมันหอม สดชื่น คุณรัตน์จะได้สบายใจ" ปกรณ์ยื่นช่อดอกไม้ให้ คุณรัตน์รับมาดม ชมว่าหอมมาก สงสัยว่าทำไมชื่อแปลกนัก

    "ก็รูปทรงมันเหมือนหงส์เหิน โดยเฉพาะยามบานเต็มที่มองคล้ายล่องลอยอยู่ในอากาศ งามสง่าเพราะถูกชูช่อขึ้นตรงปลายยอด...อีกความหมายหนึ่งก็เป็นนกในวรรณคดีตระกูลสูง เสียงไพเราะ เป็นพาหนะของพระพรหม เปรียบได้กับลีลางดงามอ่อนช้อย
    สวยงาม สีขาวบริสุทธิ์เหมือนคุณรัตน์"

    คุณรัตน์ยิ้มเขินที่ถูกชม ก่อนนึกขึ้นได้ว่าออกมานานแล้วเลยขอตัวเข้าบ้านขยับจะปิดประตู ปกรณ์ขออนุญาตมาหาเธออีก คุณรัตน์อมยิ้ม ไม่ปฏิเสธ เดินเข้าเรือนใหญ่อย่างอารมณ์ดี ตรงไปหยิบแผ่นเสียงเพลงรักขึ้นมาเปิด มองช่อดอกมหาหงส์ ยิ้มมีความสุข ทันใดนั้น ดารารุ่งเดินหน้าดุเข้ามาต่อว่า

    "เปิดทำไมคุณรัตน์ ไม่รู้รึว่าเพลงนี้แสลงหัวใจคุณแม่... เพลงนี้เป็นเพลงโปรดของคุณแม่ตอนแรกรักกับคุณพ่อ ซึ่งตอนนี้ มันไม่ใช่...และพี่ก็ไม่อยากให้คุณแม่คิดมาก"

    ดารารุ่งหยิบแผ่นเสียงออกหน้าตาเฉย ทำท่าจะเดินออกไป แต่กลับชะงักทำจมูกฟุดฟิด หันมาเห็นช่อดอกมหาหงส์ วางอยู่ ถามว่าใครเอาดอกสเลเตมาไว้ที่นี่ คุณรัตน์ค้านว่าชื่อดอกมหาหงส์ต่างหาก

    "ใช่...แต่ชาวบ้านเรียกกันว่าสเลเต...เรียกมหาหงส์ฟังดูสูงส่งเชียว ทั้งๆที่มันเป็นดอกไม้ธรรมดาๆ เอาไปทิ้งเถอะ...พี่ไม่ชอบดอกไม้ป่าแบบนี้ กลิ่นมันพิกล"

    ดารารุ่งคว้าช่อสเลเตจะเอาไปทิ้ง คุณรัตน์ร้องห้ามลั่นคว้าคืน ดารารุ่งชักสงสัยว่าทำไมต้องทำท่าแปลกๆ หรือว่ามีใครให้ช่อดอกไม้นี้ คุณรัตน์อึกอักไม่กล้าพูด ดารารุ่งคว้าดอกไม้ โยนทิ้งถังขยะ แล้วเดินออกไป คุณรัตน์รีบเก็บคืน ก่อนจะหยิบแผ่นเสียงขึ้น
    มาเปิดฟังใหม่ ยิ้มมีความสุข คิดถึงปกรณ์...

    ตกดึก ขณะดารารุ่งเดินเล่นอยู่ที่สวน ความผิดในใจทำให้เห็นผีจำนงปรากฏตัวขึ้น ตกใจกรีดร้องลั่น สดศรี เอกชยาและป้าพริ้ง พร้อมกับทุกคนในบ้านรีบวิ่งออกมาดู เห็นดารารุ่งเอามือปิดหน้าร้องลั่นว่าเห็นผีจำนง  ป้าพริ้งใจหายวูบ  เอกชยาด่าลั่นว่าเพ้อเจ้อ
    จำนงยังไม่ตายจะเป็นผีได้อย่างไร  ก่อน

    นึกขึ้นได้หันไปถามป้าพริ้งว่าเอาจำนงไปไว้ที่ไหน  ป้าพริ้งหัวไวรีบบอกว่าไปไว้บ้านญาติ แล้วก็ยังไม่ตาย

    "ไม่ตาย แล้วจะเป็นผีได้ยังไง...หุบปากเดี๋ยวนี้ดารารุ่ง ก่อนที่ชาวบ้านแถวนี้จะแตกตื่นแล้วแห่กันมาดูความบ้าของแก" เอกชยาเอ็ดตะโรลูก ก่อนกลับเข้าบ้าน สดศรีกอดปลอบใจลูกสาวซึ่งยังกลัวตัวสั่น แล้วหันไปสั่งป้าพริ้งเตรียมของให้คุณรุ่งใส่บาตรพรุ่ง
    นี้ด้วย จะได้สบายใจ ป้าพริ้งรับคำ

    ooooooo

    สายของวันใหม่ สลวยกับฤกษ์ขี่จักรยานมาซื้อของที่เพิงข้างถนนลูกรัง ซึ่งขายของสดๆจากไร่ ขณะสลวยกำลังเลือกซื้อของอยู่ มองด้วยหางตา เห็นเหมือนรถของดารารุ่งแล่นผ่านด้านหลังไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่แน่ใจ รีบหันไปบอกลูก ฤกษ์หาว่าแม่ตาฝาด คุณรุ่งจะมาทำอะไรแถวนี้

    "นั่นน่ะสิ...สงสัยแม่คงตาฝาด รีบซื้อเถอะ จะได้กลับ ท่าทางฝนกำลังจะตก" สลวยไม่ติดใจอะไร...

    ไม่นานนัก ดารารุ่งกับป้าพริ้งขับรถมาถึงชายป่า มาดูให้เห็นกับตาว่าจำนงเป็นอย่างไร  ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในป่า เห็นร่างจำนงนอนหายใจรวยริน  ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการกระเสือกกระสน

    "มันยังไม่ตาย...แต่ป้าว่าสภาพอย่างนี้มันก็คงไม่รอด"

    ดารารุ่งพอใจจึงชวนกันกลับ ในที่สุดลมหายใจของจำนงก็หลุดออกจากร่าง...หลังจากฝนหยุดตกดารารุ่งกับป้าพริ้งขับรถเข้ามาจอดหน้าเรือนใหญ่ สลวยกับฤกษ์เดินเข้ามาพอดี ดารารุ่งบอกสลวยให้สั่งคนมาล้างรถให้เธอด้วย สลวยอยากเอาใจ เลยให้ฤกษ์ล้างให้ ฤกษ์ลากสายยางมาที่ตัวรถ ถึงกับชะงักเมื่อเห็นล้อรถมีแต่ดินลูกรังติดอยู่ สองแม่ลูกต่างมองหน้ากัน...

    ด้านไกรเห็นว่าดารารุ่งเข้าถึงได้ยาก  จึงขอร้องกรุณให้ช่วยพาเขาเข้าทางเอกชยาแทน...ผ่านไปหลายวันกว่ากรุณ จะหาช่องทางพาไกรไปพบเอกชยาที่บ้าน  โดยไม่ลืมกระเช้าของฝากติดมือไปด้วย เอกชยาเองก็พอใจสองพ่อลูกคู่นี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยคิดจะจัดงานเลี้ยงเพื่อให้ไกรกับดารารุ่งทำความรู้จักกัน  โดยอ้างว่าจะเลี้ยงฉลองให้ดารารุ่งที่เรียนสำเร็จกลับมาจากอังกฤษ...

    พอดารารุ่งรู้เรื่องนี้  ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ต้องการงานเลี้ยง เอกชยาไม่สนใจ เพราะเธอมีหน้าที่ต้องทำตามที่เขาสั่งเท่านั้น ดารารุ่งโมโหลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะอาหาร รู้ทันว่าพ่อต้องการจับคู่เธอกับไกร เถียงหัวชนฝาว่าเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องการผู้ชายหน้าไหนมาดูแล ทำไมเขาต้องบังคับจิตใจเธอด้วย

    "เพราะฉันเป็นพ่อแก ฉันเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านนี้"

    ดารารุ่งสวนทันทีว่าเผด็จการ เอกชยาสั่งให้หุบปากและทำตามที่สั่งถ้าไม่อยากเจ็บตัว แล้วเดินกระแทกเท้าออกไป ดารารุ่งตะโกนก้องว่าผู้ชายทั้งโลกดีแต่ใช้กำลัง ไม่มีวันที่เธอจะทำความรู้จักกับผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น คุณรัตน์ปลอบว่าผู้ชายคนอื่นๆอาจจะไม่น่ากลัวเหมือนคุณพ่อก็ได้

    "คุณรัตน์จะรู้ดีอะไร ในเมื่อตัวไม่เคยรู้จักผู้ชาย พี่จะบอกอะไรให้ ผู้ชายหน้าไหนมันก็เห็นแก่ตัว น่ากลัวด้วยกันทั้งนั้น...ดี...ในเมื่อคุณพ่อเป็นเผด็จการ อยากให้คนสนใจพี่ พี่ก็จะทำตามใจท่าน ทุกคนจะไม่ลืมงานนี้อย่างเด็ดขาด... โดยเฉพาะคุณพ่อ" ดารารุ่งเสียงเข้ม แววตาขมขื่นแต่แฝงความถือดี...

    หลายวันผ่านไป เอกชยาถึงส่งบัตรเชิญมาให้กรุณกับไกร อรอนงค์เห็นอาการดีใจจนออกนอกหน้าของไกรแล้วหมั่นไส้มาก คิดแผนการเตรียมไว้รับมือกับดารารุ่ง ซึ่งเธอถือว่าเป็นศัตรูหัวใจ...

    เช้าวันงานฉลอง บ่าวรับใช้ของบ้านราชศักดิ์มนตรีธรรมเตรียมจัดข้าวของสำหรับงานคืนนี้กันหัวหมุน ดารารุ่งเดินมาบ่นกับป้าพริ้งว่าเสียดายเงินค่าจัดงาน จังหวะนั้น อรอนงค์เสนอหน้ามาหาดารารุ่งแต่เช้า ดารารุ่งแปลกใจ ถามว่ามีอะไร อรอนงค์ทำเป็นอ้ำๆอึ้งๆโกหกว่าที่จริงคืนนี้ไกรไม่ว่าง แต่อาจจะมาเพราะไม่อยากให้เสียน้ำใจที่คุณชายอุตส่าห์ส่งบัตรเชิญไปให้ เลยส่งเธอมาถามไถ่ ดารารุ่งคงไม่ว่าอะไร

    "จะว่าอะไรได้ ในเมื่อเธอชิงพูดหมดแล้ว...ฝากเรียนคุณไกรด้วยแล้วกันว่าตามสะดวก จริงๆงานคืนนี้จัดเป็นการภายในแค่นั้น" ดารารุ่งยิ้มอย่างรู้ทัน อรอนงค์พยักหน้ารับคำ ทำท่าจะกลับออกไป

    ตาจุกกับวิไลหอบข้าวของพะรุงพะรังเดินสวนเข้ามาพอดี ป้าพริ้งตำหนิวิไลที่ไปซื้อของนาน วิไลขอโทษที่ช้า มัวแต่ยืนฟังคนที่ตลาดคุยกันว่ามีคนนอนตายอยู่ในป่า แถมมีปานแดงเหมือนจำนง อรอนงค์ได้ยินหันมามอง ฤกษ์และสลวยก็เช่นกัน ดารารุ่งถึงกับหน้าถอดสี ป้าพริ้งดุวิไลว่าเหลวไหล จำนงยังไม่ตาย ตอนนี้อยู่บ้านนอก แล้วรีบพาดารารุ่งเลี่ยงไป อรอนงค์หมั่นไส้ คิดว่าดารารุ่งดัดจริตฟังไม่ได้

    ฤกษ์กับสลวยรีบถามวิไลว่าเจอศพในป่าแถวไหน พอได้ยินว่าเป็นป่าแถวเพิงขายของสดจากไร่ที่เราชอบไปซื้อกัน ฤกษ์ใจหายวูบ ชวนแม่ไปดูศพที่วิไลว่า สักพัก ฤกษ์กับสลวยมาทันเห็นชาวบ้านกำลังแบกศพหน้าตาเละเทะวางในหลุม สลวยเห็นข้อมือขวาของศพมีปานแดงชัดเจนถึงกับหน้าซีดเผือด

    "มือนั่น...มันเป็นมือของจำนง หลายวันก่อนคุณรุ่งก็เห็นผีจำนง แล้ววันนั้น แม่ก็เห็นคุณรุ่งมาแถวนี้ แล้วฤกษ์...ก็เห็นล้อรถคุณรุ่งมีแต่ดินลูกรัง" สลวยผวากอดฤกษ์แน่น หวาดกลัวดารารุ่งมาก...

    ฝ่ายป้าพริ้งพาดารารุ่งมานั่งตรงมุมสงบ บีบมือเธอแน่นปลอบว่าใจเย็นๆไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าเรายืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจำนงกลับบ้านนอกไปแล้ว ใครจะทำอะไรเราได้ และอีกอย่างคนมีปานแดงออกถมเถไป ดีเสียอีกที่มีคนพบศพ เราจะได้มั่นใจว่าจำนงตายจริง ดารารุ่งสบายใจขึ้น ทั้งสองคุยกันโดยไม่รู้ว่า คุณนิจวิ่งตามสีสวาทมา แอบได้ยินทุกอย่าง ถึงกับขนลุกซู่ คุณรุ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์