ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม


    ช่วงเวลานี้เป็นช่วงลำบากใจที่สุดในชีวิตการเป็นตำรวจของผู้กองเที่ยง สถานการณ์บีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างพิไร ภรรยาของลูกพี่เก่ากับธนุส คนที่เคยช่วยชีวิตเขาให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาหลายครั้ง

    บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงธนสารนับจนครบสิบ พร้อมๆกับร่างของผู้กองเที่ยงก็พุ่งกระโจนเข้าหาธนสารและพิไรจนล้มลงไปด้วยกัน เสียงปืนดังปัง! ทุกคนพากันตกตะลึง จังหวะนั้นเอง ธนุส อนงค์รัตน์ และปราบพร้อมใจกันตวัดปากกระบอกปืนไปที่ระมาด และธนุสพยายามพูดเกลี้ยกล่อมระมาดว่า

    “มอบตัวซะ ถ้าคุณยอมเป็นพยานเอาผิดกับนายทรงยศ ผมสัญญาว่าโทษของคุณจะลดน้อยลง”

    “ไม่ พวกแกต่างหากที่สุดท้ายจะต้องร้องขอชีวิตจากฉัน”

    ระหว่างนั้นเอง ผู้กองเที่ยงสามารถจัดการกับธนสารได้จนสลบ เขารีบตะโกนให้พิไรหนีไปก่อน เวลานั้นระมาดเริ่มเห็นว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงต่อรองให้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปดีกว่าและถือว่าการกระทำครั้งนี้เจ๊ากัน พลันนักรบที่ฟื้นคืนสติก็คว้าปืนขึ้นมายิงกระหน่ำอีกครั้ง ทั้งหมดต่างกระโดดหลบกันไปคนละทิศทาง

    เมื่อสถานการณ์พลิกผัน ระมาดสั่งการให้นักรบฆ่าทุกคนให้หมด ธนุสจึงใช้ร่างของลูกน้องนักรบเป็นกำบังล่อ เพื่อเปิดทางให้พรรคพวกวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะหนีไปได้ในที่สุด โดยทิ้งให้ระมาดกับนักรบมองตามอย่างโกรธแค้น หลังจากนั้น ระมาดต้องจำใจรายงานความล้มเหลวในการปฏิบัติการต่อนายอีกครั้งด้วยใบหน้านิ่งเครียด แต่เหมือนกับทรงยศรู้ล่วงหน้าว่าแผนการนั้นจะไม่สำเร็จ เขาไม่มีทีท่าโกรธเคือง เพียงแต่พูดว่า

    “ไม่เป็นไร แผนแรกไม่ได้ผล เราก็ยังมีแผนสอง ฉันอยากเชิญใครคนหนึ่งมาที่นี่ ช่วยไปจัดการให้หน่อย”

    เช้าวันต่อมาที่บ้านของสารวัตรเชษฐ์ พิไรยืนอยู่หน้ารูปสามีและพูดกับรูปนั้นเหมือนดั่งเขายังมีชีวิตว่ามันถึงเวลาต้องจากบ้านไปชั่วคราว แต่อย่าห่วง ตนจะดูแลตัวเองและไม่ยอมแพ้ จนกว่าจะเห็นคนที่ฆ่าเชษฐ์ได้รับกรรมที่เขาก่อขึ้น

    ผู้กองเที่ยงมองภาพนั้นอย่างสะท้อนใจพร้อมพูดให้อีกฝ่ายคลายใจว่าเมื่อใดที่ตนจัดการพวกทรงยศเรียบร้อยแล้วเธอค่อยกลับมา ส่วนบ้านนี่ตนจะคอยดูแลให้เป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงและห้ามติดต่อใครทั้งนั้น มีปัญหาอะไรให้โทร.หาตนคนเดียว แม้รถเคลื่อนออกไปแล้ว พิไรยังอดไม่ได้ที่จะหันมองบ้านนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์

    และในวันเดียวกัน บอร์ดคิงก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ทันทีที่ประตูห้องประชุมเปิดออก ชายร่างใหญ่หน้าเหี้ยมในชุดทหารสีดำไม่ติดยศจำนวน 6 คนก็ลุกขึ้นทำความเคารพเขาอย่างพร้อมเพรียง พวกมันคือกลุ่มทหารรับจ้างที่นำทีมโดยพยัคฆ์ดำ บอร์ดมองไปที่ทหารรับจ้างลูกน้องพยัคฆ์ดำ ทั้งหมดดูนิ่งโหดเหี้ยม

    “รู้ใช่ไหมว่าทางนั้นเขาจ้างนักฆ่าต่างชาติไว้คอยคุ้มครองน่ะ แต่ละคนมือฉมังระดับพระกาฬทั้งนั้น”

    “ทราบครับ ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าไอ้พวกนั้นมันจะแน่สักแค่ไหน พวกผมรบมาแล้วทุกรูปแบบ ฆ่ามาแล้วนับไม่ถ้วน ถ้าไม่แน่จริงคงไม่อยู่รอดกันมาถึงป่านนี้”

    “ดีมาก รีบทำก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว เอาหัวนายทรงยศมาให้ฉันเร็วที่สุด”

    เช่นเดียวกันกับพวกธนุสที่มีการประชุมอย่างเคร่งเครียดภายในฐานปฏิบัติการบราโว่ สะพายพูดว่าทางเดียวที่จะเข้าถึงตัวทรงยศได้คือต้องจัดการพวก

    นักฆ่าให้ได้ก่อน คงต้องเปลี่ยนจากจับเป็นมาจับตายแทน แต่ธนุสไม่อยากทำเช่นนั้นเพราะทรงยศเป็นคนเดียวที่กุมความลับเรื่องตัวตนของพวกบอร์ดเวลานี้

    ทันใดนั้นเอง ถมทองรีบร้อนเข้ามาและยกแท็บเล็ตให้ทุกคนดู ในนั้นเป็นภาพรถคันหนึ่งจอดอยู่หน้าตลาดวัฒนานิมิตโดยบนกระจกรถเขียนข้อความเอาไว้ว่า... สำหรับท่านสารวัตรเถื่อน...ทั้งหมดมองอย่างสงสัยและประหลาดใจ

    “เหมือนพวกนั้นพยายามจะส่งบางอย่างมาถึงคุณ” ราโพพูดกับธนุส

    ส่วนถมทองขยายภาพนั้นทันทีจนเห็นว่ามีซองการ์ดเชิญติดอยู่ที่รถ แต่ไม่รู้ว่าข้างในมีข้อความอะไร สะพายรีบอาสาไปเอาให้ เขาไม่รอคำอนุญาตจากใครก้าวออกจากห้องนั้นไป ไม่นานนักเขาก็มาถึงตลาดและทำหน้าที่ตามการรับอาสา ก่อนจะเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์กลับออกไปอย่างเร็ว ไม่ไกลกันนั้น ระมาดรอดูเหตุการณ์อยู่ เขาต่อสายรายงานนายว่าปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว ทรงยศรับฟังด้วยสีหน้าพอใจและตอบกลับว่า

    “เยี่ยม หวังว่ามันคงตอบรับคำเชิญของฉันนะ”

    ธนุสมองดูการ์ดด้วยสีหน้าครุ่นคิด ในขณะที่ทุกคนรอการตัดสินใจของเขาอย่างใจจดใจจ่อ เสียงราโพดังขึ้นว่า

    “ตกลงคุณจะเอายังไง แต่มันอาจเป็นกลลวงเหมือนกับครั้งที่แล้วก็ได้นะ”

    “ผมยอมเสี่ยงไปตามคำเชิญของนายทรงยศ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่เราจะไขความลับเรื่องบอร์ดได้”

    จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ธนุสก็มาปรากฏกายที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของนายทรงยศ ระมาดกล่าวต้อนรับและชื่นชมในความกล้าหาญของเขา ก่อนนักรบจะสำรวจร่างกายของธนุสเพื่อหาอาวุธและอุปกรณ์สื่อสาร เมื่อไม่พบก็นำตัวเข้าพบกับทรงยศทันที ระหว่างทางเขามองไปรอบๆ ก็เห็นสี่นักฆ่ายืนอยู่ตามมุมต่างๆของพื้นที่ พวกมันมองตรงมาอย่างระวังภัย ทรงยศเดินยิ้มและนำธนุสเข้าห้องแต่เพียงคนเดียว ในขณะที่คนอื่นๆรออยู่ด้านนอก แล้วการเจรจาจึงเริ่มขึ้น

    “ผมมีข้อเสนอที่คุณจะมีแต่ได้กับได้เท่านั้น ในนี้มีภาพของบอร์ดทั้งหมดตอนวันที่ผมพบกับพวกเขาที่โรงพยาบาล ผมจะมอบให้คุณแลกเปลี่ยนกับการรายงานกับหัวหน้าของคุณว่าผมตายไปจากโลกนี้แล้ว และทันทีที่คุณตอบตกลง เราจะกลายเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกัน ทุกเดือนจะมีเงินหลักแสนเข้าสู่บัญชีของคุณ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น”

    “โลกนี้ไม่มีความลับหรอก แล้วถึงผมกล้าแค่ไหน ผมก็ไม่กล้าพอที่จะทำแบบนี้ ไม่มีวันร่วมทางสายเดียวกันได้”

    ทรงยศกำทรัมป์ไดรฟ์ที่มีข้อมูลลับในมือแน่นพยายามไม่แสดงอารมณ์โกรธ ทันใดนั้นระมาดวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่ามีพวกทหารรับจ้างบุกเข้ามาในพื้นที่และน่าจะถูกส่งมาจากพวกบอร์ด การเจรจาต้องหยุดชะงักลงก่อนที่ทรงยศจะทำทีเป็นทิ้งทรัมป์ไดรฟ์ไว้บนโต๊ะแล้วหันไปสนใจรินไวน์ดื่ม พอหันกลับมาอีกครั้งทั้งธนุสและทรัมป์ไดรฟ์ก็หายไปแล้ว เขายิ้มอย่างถูกใจที่ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน

    ที่ข้างนอก แท็ททูด็อกหนึ่งในนักฆ่ากำลังต่อสู้กับกลุ่มทหารรับจ้างอย่างถึงพริกถึงขิง เขาใช้ความเชี่ยวชาญที่มีกำจัดคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงไม่นานนักทั้งหมดก็โดนจัดการจนราบคาบเหลือเพียงพยัคฆ์ดำคนเดียวเท่านั้น เมื่อรู้ว่าเพลี่ยงพล้ำแล้ว เขาหันหลังวิ่งหนีเอาตัวรอดจนไปชนกับนักรบ

    “แกโง่มากนะพยัคฆ์ดำที่พาลูกน้องบุกมาแบบนี้” นักรบพูดเตือน ก่อนที่เพื่อนเก่าจะสวนกลับว่า “นักรบ แกคงยังไม่ลืมนะ ครั้งก่อนที่ฉันเคยช่วยชีวิตแกไว้น่ะ แกยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะฉัน” แต่นักรบกลับไม่สนใจ เขาพูดว่าเวลานี้คงต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน พูดเสร็จแล้วเขายกปืนขึ้นยิง แต่พยัคฆ์ดำไหวตัวทันรีบกระโจนหนีออกไป

    ไม่กี่นาทีต่อมา ระมาดรีบร้อนเข้ามารายงานสถานการณ์ให้ทรงยศฟังว่า

    “พวกนั้นโดนฆ่าเกือบหมด มีเพียงพยัคฆ์ดำ หัวหน้าพวกมันคนเดียวที่หนีรอดไปได้ แล้วไอ้สารวัตรเถื่อนนั่นล่ะ”

    “มันไปแล้ว เอาข้อมูลของเราไปด้วย ฉันตั้งใจปล่อยมันไปเองพร้อมด้วยภาพบอร์ดทั้งหมด”

    ระมาดฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ เขาชื่นชมที่มีนายเป็นคนฉลาดยิ่งนัก ทรงยศยิ้มรับและหัวเราะอย่างลำพองใจ

    “แน่นอนอยู่แล้ว ต่อจากนี้เราก็แค่ปล่อยให้พวกมันฟัดกันเอง โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยยากอะไรเลย”

    ooooooo

    ณ ฐานปฏิบัติการบราโว่ ธนุสยกทัมบ์ไดรฟ์ขึ้นมาพิจารณา ในขณะที่คนอื่นๆมองและพูดอย่างไม่มั่นใจเพราะที่แล้วมาเจอแต่การถูกหลอกจากทรงยศ ธนุสฟังความเห็นของลูกทีมเงียบๆก่อนที่จะบอกความคิดของตน

    “แต่ผมว่าคราวนี้ของจริง ดูจากเหตุการณ์วันนี้แสดงว่านายทรงยศกับบอร์ดแตกกันแล้ว เพราะฉะนั้นเขาอาจต้องการยืมมือพวกเราให้จัดการกับบอร์ดก็ได้”

    “งั้นรีบเปิดดูกันเถอะ จะได้รู้กันซะทีว่าใครที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจค้ายาของนายทรงยศมาโดยตลอด” ราโพพูดอย่างตื่นเต้น ธนุสเสียบทัมบ์ไดรฟ์เข้าที่เครื่องคอมพ์แล้วคลิปภาพบอร์ดทั้งสี่คนที่อยู่ในระดับบิ๊กของประเทศก็ปรากฏขึ้น มันเป็นเหตุการณ์จากห้องในโรงพยาบาลตอนที่ทรงยศเจรจาขอแยกตัวเป็นอิสระจากพวกเขา ขณะนั้นเองใบหน้าของอนงค์รัตน์ก็เปลี่ยนเป็นซีด เธอตกใจในสิ่งที่เห็นอย่างมาก ธนุสสังเกตอาการนั้นด้วยความสนใจแล้วซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “หนึ่งในนั้นเป็นคุณลุงของรัตน์ ท่านเคยบอกจะช่วยจัดการกับคนที่ทำให้น้องชายของรัตน์ต้องตาย มิน่าเวลาที่รัตน์ติดต่อกับเขา พวกนั้นถึงได้รู้ทุกครั้ง
    รัตน์ไม่คิดเลยว่าคนที่เราเชื่อมั่นศรัทธามาโดยตลอดจะเป็นคนชั่วร้ายยิ่งกว่าใครๆ”

    “ปิศาจมาได้ทุกแบบ หน้าที่เราคือทำให้พวกมันเผยโฉมหน้าที่แท้จริง แล้วทำลายอำนาจอันชั่วร้ายของพวกมัน”

    ไม่ไกลกันนัก บอร์ดคิงยืนอึ้งกับข่าวที่ได้รับจากพยัคฆ์ดำ นอกจากปฏิบัติการไม่สำเร็จแล้วยังทำให้พวกทรงยศรู้ตัวว่าจุดแตกหักระหว่างกันได้มาถึงในที่สุด และเพื่อให้ฝ่ายของตนยังคงอยู่ในอำนาจ เขารีบสั่งการให้พยัคฆ์ดำเพิ่มกองกำลังให้เป็นกองทัพและไปจัดการพวกทรงยศให้ราบคาบทันที

    ooooooo

    เช้าตรู่วันต่อมาที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต ผู้กองเที่ยงนั่งเหม่อ แพรวดาวเดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะแล้วถามอย่างสงสัยว่าเป็นอะไร หรือคิดถึงคุณพิไร เขาตอบว่า

    “เปล่าหรอก แค่กำลังคิดเรื่องโรงงานลับของนายทรงยศน่ะ คิดดูสิขนาดรถขนสินค้าของพวกมันเที่ยวเดียว ยังมียาเสพติดมากขนาดนี้ แล้วแต่ละเดือนแต่ละปี พวกมันจะส่งยาเสพติดไปฆ่าคนได้มากขนาดไหน เราต้องหาที่ซ่อนโรงงานของพวกมันให้ได้แล้วขอกำลังมาสนับสนุนเพื่อปิดโรงงานนรกนี่”

    โชคของผู้กองเที่ยงยังคงดีเสมอ เพียงแค่เปรยว่าอยากหาที่ซ่อนโรงงานให้เจอ คนที่รู้เรื่องนี้ดีเช่นนางประหลาดก็ปรากฏตัวขึ้น เธอมาแจ้งข่าวว่าที่ตั้งโรงงานใหม่อยู่ในที่ดินของตนเอง ขอให้ตำรวจรีบไปจัดการโดยเร็วเพราะเธอทนไม่ไหวแล้วกับการต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆเช่นนี้ พลมองหน้านางประหลาดสลับกับแผนที่อย่างไม่มั่นใจนัก เขาชี้แจงว่า

    “แต่จากภาพดาวเทียม ตรงนี้ไม่มีโรงงานอะไรตั้งอยู่ทั้งนั้น”

    “คิดเหรอว่าพวกมันจะยอมให้จับได้ง่ายๆ โรงงานนั่นมุดซ่อนอยู่ใต้ดินแถมยังมีเครื่องดักจับสัญญาณทุกชนิดด้วย”

    เวลาเดียวกันนั้น ทรงยศเองก็รู้สึกเคร่งเครียดกับข่าวการปรากฏตัวของนางประหลาด เขาสั่งให้ระมาดจัดการเก็บเธออย่างเร่งด่วนก่อนที่ตำรวจจะรู้ที่ซ่อนของโรงงาน ธนสารขันอาสาอีกครั้งเพราะเขายังคงมีเส้นสายที่ยังซื้อตัวกันได้อยู่ ทรงยศยิ้มอย่างพอใจ แต่คนที่กังวลที่สุดในเรื่องนี้คือธนุส เขาไม่ชอบใจที่นางประหลาดปรากฏตัวเพราะมันจะทำให้พวกทรงยศไหวตัวทันแล้วจะกระทบถึงแผนการต่างๆที่วางไว้

    หลังฟังเรื่องราวจากปากนางประหลาดเรียบร้อยแล้ว ผู้กองเที่ยงรีบพานางประหลาดขึ้นรถเพื่อไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัย แต่ระหว่างทางเกิดการชิงตัวกันขึ้น ธนสารกับพวกนักรบใช้รถขวางทางสกัดไม่ให้พวกผู้กองเที่ยงทำการสำเร็จ พวกมันใช้อาวุธข่มขู่ให้ส่งตัวนางประหลาดออกมา

    ในรถตำรวจ นางประหลาดมองเหตุการณ์ข้างหน้าด้วยความกลัวก่อนจะตัดสินใจสู้ตาย เธอเปิดประตูรถก้าวออกมายืนพร้อมกับประกาศกร้าว

    “ในเมื่อนายทรงยศมันอยากได้ตัวฉันนัก ฉันก็จะไปเจอมันให้รู้แล้วรู้รอด ฉันเบื่อเหลือเกินที่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆหวาดกลัวอยู่ตลอดว่าพวกมันจะรู้
    ที่ซ่อนแล้วส่งคนมาฆ่าฉัน”

    นางประหลาดเดินช้าๆเข้าไปหาธนสารที่ยิ้มอย่างพอใจ แต่ในจังหวะนั้นเองมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ ธนุสตะโกนสั่งให้เธอรีบขึ้นซ้อน ท่ามกลางสายตาที่คาดไม่ถึงของทุกคน มอเตอร์ไซค์แล่นฝ่าด่านนักรบกับพวกซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ปากกระบอกปืนทั้งหมดลั่นกระสุนออกมา

    ทว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นได้ลับหายไปอย่างรวดเร็วแล้ว เช่นเดียวกันกับผู้กองเที่ยงอาศัยจังหวะนั้นพาพรรคพวกที่เหลือหนีกลับออกไปด้วย ทำให้พวกธนสารมองตามอย่างสุดแค้น

    ธนุสพานางประหลาดมาที่ฐานลับบราโว่ เขานั่งจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง ในขณะที่เธอพยายามแขวะว่ารอมานานแล้วไม่เห็นมีใครจะทำอะไร ปล่อยให้เธอกังวลใจอยู่ฝ่ายเดียว

    ธนุสชี้แจงว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนต้องใช้เวลาในการจัดการและตอนนี้เรื่องคืบหน้าไปจนรู้แล้วว่าบอร์ดคือใคร ขอให้อดใจรอก่อน นางประหลาดไม่เถียงต่อแต่ย้ำว่าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนจะจัดการตามวิธีของตน

    ห่างออกไป สะพายหยิบปืนสไนเปอร์มาเช็ดทำความสะอาด ถมทองมองอย่างเดาใจสะพายได้ เธอตัดพ้อเขาว่าหากภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว เขาเคยคิดถึงเรื่องระหว่างเขากับตนจะเป็นเช่นไร

    สะพายนิ่งอึ้งกับคำถามของหญิงสาว เพียงครู่เดียวถมทองก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด เธอลุกขึ้นพร้อมกับบอกเขาว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อสมควรกลับบ้าน สะพายตรงเข้าจับแขนเธอไว้และห้ามเพราะรู้ดีว่าข้างนอกอันตรายมากแค่ไหน

    ด้วยความน้อยใจผสมกับความใจร้อนดื้อรั้น ถมทองรีบมาเก็บของไม่ฟังเสียงห้ามของใครๆ จังหวะนั้นเอง ธนุสก้าวเข้ามามองอย่างเป็นห่วง

    “ปล่อยคุณถมไปเถอะ ในเมื่อใจเขาไม่อยู่กับเราก็ไม่มีประโยชน์ที่รั้งกันไว้ ผมขอแค่อย่างเดียวให้พกเข็มกลัดบราโว่ติดตัวไว้ตลอดเวลา แล้วขอให้เข้าใจไว้ด้วยว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งในทีมบราโว่ 01 เสมอ”

    ถมทองรับเข็มกลัดจากมือธนุส แล้วเดินออกไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของสะพายที่จอดรออยู่เพื่อไปส่งเธอยังถาวรพาราไดซ์

    ทันใดนั้นเองปราบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่านางประหลาดหายตัวไปแล้ว ราโพได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจที่มีแต่เรื่องวุ่นวาย

    ooooooo

    ฟ้าเปลี่ยนเป็นมืดสนิท เมื่อมอเตอร์ไซค์ของสะพายมาถึงด้านหน้าถาวรพาราไดซ์ ถมทองก้าวลงจากรถมองสะพายและกล่าวคำอำลาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย เธอเดินตรงเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่หันกลับมามองเขาอีก ทั้งที่ตัวเองก็เสียใจ

    สะพายมองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่สุดท้ายเขาก็ข่มใจตัวเองหันหลังกลับเดินออกไป ถมทองเดินช้าๆเข้ามาในล็อบบี้ ถาวรหันมามองลูกสาวสุดที่รักแล้วเธอก็โผเข้ากอดผู้เป็นพ่อร้องไห้ด้วยความอัดอั้น

    จากนั้นถมทองมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำ เธอหยิบเข็มกลัดบราโว่ออกมาพินิจพิจารณา น้อยหน่าเอาแก้วน้ำหวานมาส่งให้ ก่อนจะมองไปที่เข็มกลัดด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    “เข็มกลัดอะไรน่ะ สวยดีนะ”

    น้อยหน่าพูดแล้วทำท่าจะหยิบไปดู แต่ถมทองดึงไว้เสียก่อนพร้อมกับบอกว่ามันเป็นแค่ของที่ระลึกและหย่อนใส่กระเป๋าทันที น้อยหน่ามองอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ซักมากมายให้เพื่อนรำคาญ

    ไม่นานนักแสงไฟสีแดงก็กะพริบขึ้นที่เข็มกลัด ในเวลาเดียวที่จอคอมพ์ในฐานลับบราโว่ ธนุสกับทีมงานยืนมองจุดกราฟฟิกสีแดงบนจอ

    “แน่ใจนะว่าจะใช้ได้ผลน่ะ” ราโพถามอย่างแคลงใจ

    “ถ้าคุณถมทำตามที่ผมบอก เอาเข็มกลัดติดตัวไว้ตลอด รับรองเรารู้ความเคลื่อนไหวของถมทุกฝีก้าวแน่”

    สะพายเดินเข้ามาเศร้าๆ ทั้งหมดหันไปมองเขาด้วยความเห็นใจ แล้วเขาก็เดินผ่านไปยังห้องพัก ราโพเข้ามาปลอบใจ

    “ทำใจซะเถอะ สะพาย วิถีอย่างพวกเราผูกพันกับใครได้มากสุดก็แค่นี้แหละ เมื่อถึงเวลาก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องยอมปล่อยเขาไป”

    “ผมกำลังตัดสินใจ บางทีภารกิจนี้อาจเป็นภารกิจสุดท้าย ผมอยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติอีกครั้ง มีคนรักมีครอบครัวไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆอยู่ในเงามืดอีกต่อไป ผมคงต้องรีบจบมันโดยเร็วที่สุด”

    ราโพเห็นใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ สะพายกล่าวขอบคุณและนิ่งเงียบเหมือนได้คำตอบ

    ในใจแล้ว ส่วนคู่ของธนุสก็เศร้าไม่แพ้กัน อนงค์รัตน์ยืนมองเหม่อก่อนจะบอกกับธนุสว่าอีกไม่นาน พวกเราคงต้องกลับไปสู่โลกของตัวเอง เป็นโลกที่เราทั้งคู่เคยใช้ชีวิตมา ตนกลัวที่วันนั้นจะมาถึง ธนุสยื่นมือมาจับมือเธอไว้

    “ไม่หรอกครับ จะไม่มีอะไรย้อนกลับไปสู่จุดเดิม ผมรักคุณ และนี่เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น สะพายมาแอบซุ่มแถวหน้าเซฟเฮ้าส์หลังใหม่ของทรงยศเพื่อรอคอยจังหวะ เขามีโอกาสยิงได้ครั้งเดียว และมันจะต้องไม่พลาดเด็ดขาด ฉับพลันมีรถกระบะเก่าๆคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด

    สะพายมองอย่างแปลกใจก่อนจะถอนสายตาออกจากกล้องแล้วมองตรงไปที่รถคันนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นนางประหลาด สะพายก็ตกใจรีบต่อสายแจ้งกับพวกธนุสทันที

    “รู้แล้วว่านางประหลาดอยู่ที่ไหน เธอมาหานายทรงยศคนเดียวที่เซฟเฮ้าส์แห่งใหม่”

    “ไม่ได้นะ จะให้เข้าไปไม่ได้เด็ดขาด รีบหยุดเขาไว้เดี๋ยวนี้ ผมจะรีบตามไปสมทบ”

    หลังวางสายจากสะพาย ธนุสสั่งการให้ทุกคนเตรียมพร้อมสู้ศึกเพราะนายทรงยศคงไม่ปล่อยนางประหลาดไว้แน่และเวลาก็เหลือน้อยแล้ว ช่วงเวลานั้น นางประหลาดเดินเข้าใกล้หน้าเซฟเฮ้าส์เข้าไปทุกที จังหวะนั้นเอง ระมาดเดินยิ้มออกมา

    “ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ๆแขกคนพิเศษของเราจะมาเยือนถึงที่ คุณทรงยศคงตื่นเต้นมากเลย ถ้ารู้ว่าใครมาหา”

    “ฉันต้องการพบเขาเดี๋ยวนี้!”

    ระมาดเดินนำนางประหลาดเข้าไปในพื้นที่ ทรงยศลุกขึ้นต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม

    “ฉันมานี่เพราะต้องการคำขอโทษจากแก เพราะแกฆ่าญาติพี่น้องของฉัน ถึงเวลาแล้วที่แกจะต้องสำนึกผิด”

    “พูดเป็นตลกไปได้ สำนึกผิดอะไร แกต่างหากที่จะต้องตามไปอยู่กับญาติพี่น้องของแก”

    ทรงยศหยิบปืนบนโต๊ะขึ้นมา แต่ก็ต้องตกใจอย่างยิ่งยวดเมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง นางประหลาดเปิดเสื้อคลุมยาวออกทำให้เห็นว่ารอบตัวเธอมีระเบิดติดอยู่

    ทรงยศกับระมาดถึงกับหน้าถอดสีผงะถอยหนี ในมือนางประหลาดมีรีโมตพร้อมใช้งาน เธอพูดย้ำให้ทรงยศขอโทษและสำนึกผิดในสิ่งที่เขาเคยกระทำ พริบตาเดียวเสียงระเบิดก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวพร้อมๆกับเปลวไฟที่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า

    มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่พวกธนุสมาถึงพอดี สะพายตกใจอย่างมากกำลังจะบุกเข้าไปข้างในพื้นที่ ธนุสและพวกวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น สะพายรีบบอกว่านางประหลาดใช้ระเบิดพลีชีพในบ้านนั่น ธนุส มองไปยังบ้านที่ถูกไฟไหม้ ปราบเอ่ยปากอย่างเสียดายว่า

    “แย่แล้ว...เป็นแบบนี้เราก็เสียพยานปากเอกน่ะสิเฮีย”

    สะพายไม่รออะไรอีกแล้ว เขารีบสวมหมวกกันน็อกแล้วบอกว่า

    “ถ้าจะบุกก็ตอนนี้แหละเหมาะที่สุดเผื่อนายทรงยศมันยังไม่ตาย”

    ธนุสรีบตะโกนขอให้เขาจับเป็นอย่าจับตาย เขารับปากอย่างเสียไม่ได้ ส่วนพวกที่เหลือรีบวิ่งขึ้นรถขับตามเข้าไปในพื้นที่ทันที ฟากนายทรงยศกับระมาด หลังรอดตายจากระเบิด ทั้งคู่ก็รีบขึ้นรถโดยมีระมาดขับมาอย่างเร็วมุ่งไปทางด้านหน้าเซฟเฮ้าส์ เมื่อมาถึงทางออกรถธนุสและมอเตอร์ไซค์สะพายก็มาถึงจุดนั้นพอดี ธนุสรีบลงจากรถแล้วชักปืนออกมา

    “คุณทรงยศ ยอมมอบตัวซะเถอะ ระมาด...คุณเองก็วางอาวุธลงด้วย”

    ระมาดลงจากรถแล้วมองหน้านายก่อนจะวางอาวุธลงเมื่อเห็นนายพยักหน้าให้ทำ เสียงทรงยศพูดอย่างไม่ยอมแพ้

    “แกคิดว่าคนอย่างแกจะจับฉันได้รึไง กฎหมายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

    “คุณคิดว่าคุณมีอำนาจอยู่เหนือกฎหมายรึไง ผมจะบอกให้นะ มีแค่ผมคนเดียวที่ไม่พยายามฆ่าแม้แต่สะพายเองก็อยากฆ่าคุณใจจะขาด มีแค่ผมที่สามารถห้ามเขาไว้ได้” พูดแล้วธนุสวางปืนลงกับพื้น

    ทุกคนในทีมบราโว่ต่างตกใจเมื่อเห็นการกระทำนั้น ทรงยศกับระมาดทำทีเป็นยอมโอนอ่อนตามคำขอร้องของธนุส แต่ราโพรู้สึกผิดสังเกตในท่าทีนั้น ยิ่งเมื่อมองตาระมาดที่เหมือนมองไปข้างหลังของเธอ ทำให้เธอฉุกใจคิดได้ทันควัน

    “หัวหน้า!! หลบเร็ว”

    ทันใดนั้นระเบิดลอยข้ามรถทรงยศมาตกตรงกลางระหว่างฝั่งธนุสกับทรงยศ แล้วแท็ททูด็อกพุ่งตัวเข้าไปนั่งตรงที่คนขับพร้อมปืนในมือ ฝ่ายทรงยศเห็นเช่นนั้นรีบกระโจนเข้ารถตาม รถแล่นออกไปราวกับเหาะทิ้งฝุ่นตลบ เมื่อฝุ่นจางรถทรงยศก็แล่นไปไกลแล้ว เวลานั้นสะพายผลักธนุสออกไปให้พ้นทางแล้วรีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปทันที

    ooooooo

    ที่สนามบินเล็กใกล้ๆกัน ทรงยศสั่งการให้บิ๊กฮีโร่และยูริ สองนักฆ่ามือพระกาฬมาเตรียมเครื่องบินรอและคอยคุ้มกัน เพียงไม่กี่นาทีหลังหนีตายออกมาจากเซฟเฮ้าส์ แท็ททูด็อกขับรถนำทรงยศและระมาดมาถึง เสียงทรงยศตะโกนสั่ง

    “จัดการมันให้หมด อย่าให้ใครเหลือรอดออกไป”

    ก่อนเขาจะวิ่งขึ้นเครื่องบินไปพร้อมสมุนมือขวา เหล่านักฆ่าเตรียมอาวุธพร้อมสู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

    เมื่อธนุสกับสะพายมาถึงสนามบิน ต่างคนก็พยายามจะสกัดไม่ให้เครื่องบินสามารถทะยานขึ้นฟ้าได้ ในขณะที่สามนักฆ่าเองก็ดับเครื่องชนเช่นกัน ทั้งหมดเข้าต่อกรกันอย่างไม่มีใครยอมใครพร้อมกับงัดความเชี่ยวชาญการต่อสู้ที่มีมาใช้จนหมด

    ในที่สุดเครื่องบินของนายทรงยศสามารถหาจังหวะทะยานขึ้นฟ้าไปจนได้ แม้ว่าสะพายจะขี่มอเตอร์ไซค์โดยหวังจะเกาะตามให้ทันแต่ถูกบิ๊กฮีโร่โผล่มาดักหน้ากระชากลงจากรถเสียก่อน

    ทั้งสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกันอยู่พักใหญ่จนกระทั่งพวกธนุสใช้การผนึกกำลังเป็นทีมหนีรอดออกมาได้

    ในเวลาเดียวกันที่อีกฟากหนึ่งของเมือง ผู้กองเที่ยงและลูกน้องใช้แผนที่ตามคำบอกเล่าของนางประหลาดตามมาจนเจอโรงงานผลิตยาเสพติดแห่งใหม่ เมื่อมาถึงก็แอบซุ่มดูลูกน้องนักรบที่กำลังช่วยกันขนย้ายเครื่องจักรขึ้นวางบนรถบรรทุกก่อนจะบุกเข้าจับกุม ผู้กองเที่ยงพูดผ่านโทรโข่งให้พวกนักรบหยุดและยอมให้จับเสียดีๆ

    “ตอนนี้ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว ขอให้ทุกคนวางอาวุธแล้วมอบตัวซะ”

    ธนสาร นักรบและลูกน้องหันไปมองรอบๆแล้วทำทีเหมือนยินยอม ทันใดนั้น นักรบกลับตะโกนลั่นให้ฆ่าแทน แต่ทางฝ่ายตำรวจเตรียมพร้อมอยู่แล้ว กระสุนจึงพุ่งเข้าใส่เหล่าอาชญากรล้มลงไปตามๆกัน

    ด้านธนสารกับนักรบอาศัยช่วงเวลาชุลมุนกระโดดขึ้นรถหนีรอดไปได้ ผู้กองเที่ยงรีบสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารให้หน่วยอื่นช่วยสกัดจับทันที ในขณะที่พลกับตำรวจคนอื่นๆเข้าตรวจของกลางและพบว่าทุกอย่างอยู่ครบ ทุกคนดีใจที่มีหลักฐานใช้มัดตัวนายทรงยศได้เสียที

    แต่ในทางตรงกันข้ามกับนายทรงยศ เมื่อเขารู้ว่าไม่สามารถขนเครื่องจักรอะไรออกมาได้แม้แต่อย่างเดียว อารมณ์เดือดดาลก็พุ่งถึงขีดสุด เขาตวาดไล่นักรบกับธนสารอย่างหัวเสียให้ออกไป ขณะนั้นเองระมาดเดินเข้ามารายงานว่า

    “คุณทรงยศ ผมติดต่อสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่แล้วครับ อีกหนึ่งอาทิตย์ของจะส่งมาถึงเราเพราะต้องระวังตำรวจ”

    “ถ้างั้นแจ้งลูกค้าด้วยว่าเกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย ทันทีที่ผลิตสินค้าได้อีกครั้งจะเร่งส่งของให้ครบจำนวนโดยเร็ว”

    ooooooo

    ภาพข่าวโทรทัศน์เกี่ยวกับการทลายโรงงานยาเสพติดดังกระฉ่อนไปทั่ว พวกบอร์ดทุกคนเริ่มมีอาการหายใจไม่ทั่วท้องเพราะกลัวติดร่างแหมีชื่อเข้าพัวพัน นักข่าวตามติดสัมภาษณ์ผู้กองเที่ยงแต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก

    เสียงโทรศัพท์ดังรัวไม่ขาดสายที่บ้านของบอร์ดคิง สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดก่อนจะต่อสายกลับไปหาพยัคฆ์ดำอีกครั้งเพื่อให้รีบระดมกำลังเข้าจัดการกับทรงยศก่อนที่จะสายเกินแก้

    และตกดึกคืนเดียวกันที่ค่ายทหารนอกเมือง พยัคฆ์ดำเร่งรวบรวมกำลังตามคำสั่งแล้วเคลื่อนพลออกจากค่ายไปอย่างลับๆ

    แต่ข้อมูลนี้ยังคงเล็ดลอดไปถึงฝั่งบราโว่จนได้ ท่านรองเรียกประชุมด่วนแจ้งให้ลูกน้องทุกฝ่ายทราบ ธนุสวิเคราะห์ว่าบอร์ดเริ่มร้อนตัวจึงต้องรีบฆ่าตัดตอนทรงยศเพราะถ้าไม่มีพยานชี้ตัว พวกบอร์ดทั้งหมดยังคงเสวยสุขได้ต่อไป ท่านรองย้ำให้รีบชิงตัวทรงยศตัดหน้ามาให้ได้โดยเร็ว ธนุสรับคำด้วยความหนักใจ

    ฟากสะพายยังคงตามมาเฝ้าดูถมทองอยู่เรื่อยๆที่ถาวรพาราไดซ์แต่ไม่เปิดเผยตัว พฤติกรรมนี้ไม่รอดพ้นสายตาของระมาดไปได้ เขาใช้โอกาสนี้พลิกสถานการณ์โดยการจับถมทองไปเป็นตัวประกันร่วมกับธนสาร แต่โชคยังเข้าข้างเธอเมื่อปราบเผอิญสังเกตเห็นไฟกะพริบที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาเรียกให้ทุกคนมาดูก่อนจะเปรยว่า

    “ดูเหมือนว่าถมทองกำลังเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง”

    แต่เมื่อเปิดเสียงฟัง ทุกคนก็มองหน้าอย่างกังวลเพราะแน่ใจแล้วว่าถมทองถูกระมาดจับตัวไป ราโพมั่นใจว่าจะต้องเป็นที่ไหนสักแห่งแถวบ้านบนเขาอันเป็นแหล่งกบดานสุดท้ายของพวกนายทรงยศ ในจังหวะนั้นเองสะพายก็เดินเข้ามา ราโพบอกว่าถมทองกำลังตกอยู่ในอันตรายให้รีบไปช่วยด่วน

    ราโพคะเนเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง ระมาดกับธนสารนำตัวถมทองมาส่งให้กับนายตรงที่ร้างแถวบ้านบนเขาเพื่อเค้นสอบหาที่อยู่ของพวกธนุส แต่เธอปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไร จนกระทั่งทรงยศต้องใช้กำลังเข้าตบตีอย่างรุนแรง ระมาดยิ้มอย่างเลือดเย็น ส่วนธนสารมองถมทองเหมือนลูกไก่ที่อยู่ในกำมือ ถมทองมองหน้าคนทั้งสามอย่างไม่พอใจและโกรธ

    “เอาสิ อยากทำอะไรทำเลย ถ้าพวกของฉันมาถึงเมื่อไร แกจะไม่มีโอกาสอีก”

    คำพูดนี้สะดุดหูทรงยศทันที เขาสั่งให้ระมาดยกตัวถมทองมาใกล้ๆก่อนจะพูดว่า

    “ธนุส แกคงคิดว่าแกฉลาดมากสินะ ที่แอบติดเครื่องดักฟังเอาไว้น่ะ แต่ขอบอกว่ากว่าแกจะมาถึง อะไรๆก็คงสายเกินไปแล้วล่ะ ระมาด ธนสารช่วยกันถอดเสื้อผ้านังนี่ออกให้หมด ดูสิว่ามันซ่อนเครื่องดักฟังเอาไว้ที่ไหน”

    เสียงถมทองกรีดร้องลั่นเมื่อระมาดจับเธอขึงไว้กับโต๊ะ ทั้งคู่กำลังแกะเสื้อผ้าออกทีละชิ้น แต่ทันใดนั้นที่ข้างหลังของทุกคนก็มีแสงของพลุลอยขึ้นบนฟ้าอย่างสว่างไสว

    ไม่ไกลกันนักพวกของพยัคฆ์ดำได้บุกเข้ามาจนใกล้จะถึงแล้ว เสียงของเขาสั่งการกับลูกน้องว่า

    “พวกเรา เตรียมตัว ไปเอาหัวนายทรงยศมาให้ได้”

    สิ้นเสียงของพยัคฆ์ดำ ระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้น พวกทหารรับจ้างลอยกระจัดกระจายทันที พร้อมๆกับพวกของนักรบเดินดาหน้าเข้ามาโดยมีปืนบาซูก้าถือไว้ในมือ

    “พยัคฆ์ดำ ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าเจอแกอีกครั้ง ฉันต้องฆ่าแกให้ได้”

    “นักรบ น่าเสียดายนะที่เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ยังไงวันนี้ไม่ฉันก็แกคงมีใครต้องตายกันไปข้าง แต่ฉันว่าคนคนนั้นคงไม่ใช่ตัวเองแน่ รู้ไหมข้างนอก พวกของฉันยังมีอยู่อีกแค่ไหน ยอมแพ้ซะเถอะ แกไม่มีทางสู้ได้หรอก”

    ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมจะเข้าห้ำหั่นกัน ระมาดกลับปล่อยมือจากถมทองแล้วเดินมาหาทรงยศ

    “ผมว่าเราไปกันเถอะครับ ก่อนที่นี่จะลุกเป็นไฟ มาทางนี้ครับคุณทรงยศ ธนสารไปที่รถเร็ว!”

    ระมาดกระชากถมทองลงมาจากโต๊ะแล้วลากเธอไปอย่างไม่ปรานี ถมทองได้แต่คิดว่าพรรคพวกของเธอหายไปไหนกันหมด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:42 น.