ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม



    ชีวิตสะพายแขวนอยู่บนเส้นด้าย พรรคพวกของเขานั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัดภายในฐานลับบราโว่

    อย่างกระวนกระวายใจ อยู่ๆธนุสก็ลุกขึ้นพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

    “ยังมีงานที่เราต้องทำต่อให้จบ ผมจะกลับไปที่โรงพยาบาล ส่วนปราบช่วยไปสืบหาว่าระมาดเอาตัวราโพไปไว้ที่ไหน ได้เรื่องยังไง รีบแจ้งทันที”

    ทั้งคู่จากไปไม่นานนัก ประตูห้องผ่าตัดเปิดและหมอเดินออกมา

    “ปลอดภัยแล้วครับ ตอนนี้ที่คนเจ็บต้องการก็คือกำลังใจเพื่อจะได้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว”

    ทั้งอนงค์รัตน์และถมทองต่างมีสีหน้าดีใจ สะพายนอนนิ่งอยู่บนเตียง ถมทองเดินเข้ามานั่งลงข้างๆกุมมือเขาไว้ อนงค์รัตน์ยืนมองอยู่ที่ประตูห้องอย่างเข้าใจความรู้สึก

    เวลาเดียวกันที่ด้านนอกของโรงพยาบาลประจำเมืองวัฒนานิมิต ศพมังกรกับลูกน้องยังอยู่บนพื้น ผู้กองเที่ยงและตำรวจคนอื่นๆกำลังตรวจเก็บหลักฐานการยิงต่อสู้อันดุเดือดระหว่างกลุ่มนายทรงยศกับอีกฝ่ายหนึ่งที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นใคร ผู้กองเที่ยงรู้สึกสังหรณ์ใจว่าเรื่องยังคงไม่จบแค่นี้แน่ จึงสั่งการให้ลูกน้องรีบเคลียร์พื้นที่แล้วจัดตำรวจนอกเครื่องแบบมาคอยสังเกตการณ์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

    ฟากทรงยศก็ไม่ใช่ย่อย เขาใช้ช่วงที่ยังชุลมุนนี้เป็นโอกาสเหมาะในการนัดพบกับพวกบอร์ด เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วที่ห้องห้าศูนย์หนึ่ง ทรงยศก็เปิดฉากการเจรจาพร้อมกับมีนักฆ่ามือพระกาฬทั้งสี่คอยคุมเชิงอยู่ทางด้านหลัง

    “ผมเชิญพวกท่านมาก็เพื่อที่จะชี้แจงผลการ ดำเนินงาน ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีมาตลอด จนผมต้องขอบคุณในความกรุณาของทุกท่าน แต่ตอนนี้...ถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะเป็นอิสระไม่ขึ้นอยู่กับพวกท่านอีกต่อไป นับจากนี้”

    บอร์ดทุกคนยืนนิ่ง ยกเว้นบอร์ดเอดที่ชักปืนเล็งไปยังทรงยศด้วยความโมโหจัด ถึงตอนนี้พวกนักฆ่าต่างชักอาวุธของแต่ละคนออกมาบ้าง เช่นเดียวกันกับบอร์ดทุกคนต่างชักปืนของตัวเองออกมาทันที ทั้งหมดเล็งปากกระบอกไปที่เหล่านักฆ่า ทรงยศมองแล้วพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า เขาควรจะได้โอกาสเติบโตและขอให้ทุกคนเก็บปืน แต่บอร์ดคิงกลับพูดว่า

    “เรื่องอะไรฉันต้องปล่อยให้แกกินอิ่มอยู่คนเดียวด้วย”

    “เพื่อแลกกับเวลาที่เหลือในชีวิต ตอนนี้ผมไม่เพียงมีรายชื่อของพวกท่านเท่านั้น ยังมีภาพจากกล้องในที่นี่ด้วย มันคงเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าพวกท่านมาตกลงธุรกิจกับอาชญากรอย่างผม คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้าภาพพวกนี้หลุดออกไป”

    บอร์ดทั้งสี่ต่างนิ่งอึ้งแต่ทั้งหมดยังคงเล็งอาวุธใส่กัน ไม่มีใครยอมวางมือ

    ที่ด้านหน้าโรงพยาบาล ธนุสมาถึงแล้วและปลอมตัวเป็นบุรุษพยาบาลทำทีเข็นรถอาหารผู้ป่วยตรงไปยังห้องห้าศูนย์หนึ่ง ทว่าเมื่อเปิดเข้าไปกลับไม่เห็นใครอยู่ในนั้น ทันใดนั้นเองก็มีอุ้งมืออันแข็งแรงมากระชากคอเขาเข้าไป

    ธนุสลอยคว้างไปกระแทกเก้าอี้ที่วางอยู่จนทั้งหมดล้มระเนระนาด บิ๊กฮีโร่ตามมายิ้มอย่างสะใจเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ แล้วสองมือของมันก็ล็อกคอเขาไว้ ธนุสเริ่มหน้ามืดเพราะขาดอากาศหายใจแต่ก่อนที่จะสิ้นสติ เขาก็รวบรวมพลังถีบใส่จนหลุด บิ๊กฮีโร่ก้าวเข้ามาหวังจะเด็ดชีวิตของธนุสด้วยหมัดมหากาฬของเขา

    จังหวะนั้นเองประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง ผู้กองเที่ยงและพวกเข้ามา ปืนในมือทุกคนเล็งไปที่บิ๊กฮีโร่ แต่ยังไม่ทันทำอะไรก็มีบางอย่างถูกขว้างเข้ามากลางวงพร้อมกับ ควันกระจายตลบอบอวลทันที ทั้งหมดกระโดดหลบ เมื่อควันจางไอ้ยักษ์ใหญ่กับผู้มาช่วยเหลือก็หายตัวไป ทุกคนต่างมองไปทั่วห้องอย่างรู้ว่าเสียท่าผู้ร้ายแล้ว

    “ดูเหมือนไอ้ยักษ์นั่นมันจะรอต้อนรับคุณโดยเฉพาะ” ผู้กองเที่ยงพูด

    “ก็คงงั้นแหละ นายทรงยศมาที่นี่จริงๆแต่ไม่ได้มารักษาตัวตามที่อ้าง แต่มาเพื่อประชุมลับกับพวกบอร์ด”

    ผู้กองเที่ยงบอกว่าถ้ามีงานอะไรให้ช่วยขอให้บอก ธนุสตอบกลับว่ามีแน่และจะติดต่อกลับมา ก่อนจะเดินออกไป

    ooooooo

    ภายในห้องลับใต้ดินของโรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ ราโพค่อยๆได้สติลืมตาตื่นขึ้นมา และพบว่ามือทั้งสองข้างมีกุญแจมือล็อกไว้กับผนัง เธอพยายามกระชากมันออกแต่ไม่ได้ผล เพียงครู่เดียวเสียงหัวเราะในลำคอของระมาดก็ดังขึ้น

    “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณต้องการอะไร”

    “อย่างเดียวที่ผมต้องการคือความจริงจากคุณ ความจริงที่ว่าคุณเคยรักผมมั่งไหม หรือทั้งหมดเป็นเพียงละครที่สายลับอย่างคุณจัดแสดงเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ”

    ราโพนิ่งอึ้งกับคำถามนั้น ในขณะที่ระมาดจ้องหน้าเธอด้วยอารมณ์เดือดดาลและพยายามกดดันให้เธอพูด ที่สุดราโพทนไม่ไหวต้องระเบิดออกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน

    “รักสิ! ทำไมจะไม่รักล่ะ! แต่เมื่อต้องเลือกระหว่างความรักกับหน้าที่ ฉันก็จำเป็นต้องเลือก...หน้าที่”

    คราวนี้กลายเป็นระมาดที่อึ้งไปกับคำตอบของราโพ ก่อนที่เขาจะถามว่าตอนนี้ยังรักอยู่หรือเปล่า ราโพมองหน้าเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่ารักเสมอมา คำตอบนี้ทำให้ระมาดพูดอะไรไม่ออกอีก เขาเหมือนหนูที่ติดอยู่ในกับดักที่ตัวเองวางไว้

    ระมาดเดินไปเดินมาอย่างงุ่นง่าน ก่อนที่จะหยุดอย่างตัดสินใจบางอย่างได้ เขาหยิบกุญแจออกมาพร้อมกับพูดว่า

    “ที่จริงผมควรฆ่าคุณ ให้สมกับความแค้น แต่ไม่! ผมจะให้โอกาสคุณอีกครั้ง เลิกเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หนีไปให้ไกลที่สุดอย่าให้ผมตามตัวคุณเจอ ถ้าเราเจอกันอีกเมื่อไร คุณจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป”

    ระมาดไขกุญแจข้อมือปล่อยราโพที่ลุกขึ้นอย่างงงๆแล้วเดินประคองร่างตัวเองออกไป

    ที่ด้านหน้าโรงงาน รถของปราบจอดนิ่งอยู่ข้างกำแพง เขาใช้เครื่องมือดักฟังคลื่นเสียงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดย่อม และเป็นเวลาพอดีกับธนุสขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเลียบข้างและชักปืนออกมากระชับไว้ในมือ

    เพื่อจะบุกเข้าไปช่วยราโพ แต่ทันใดนั้น ปราบรีบห้ามเพราะเขาได้ยินเสียงระมาดพูดปล่อยตัวเธอแล้ว ธนุสฟังความนั้นอย่างแปลกใจ ปราบจึงอธิบายว่ามันเป็นอานุภาพแห่งความรัก

    หลังจากปล่อยตัวหญิงสาวคนรักไป ระมาดยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จนกระทั่งธนสารเดินปรบมือเข้ามาในห้องลับใต้ดิน เขาชื่นชมที่ระมาดเล่นละครตีบทแตก

    ในขณะที่ระมาดยิ้มออกมาอย่างมีแผนในใจและต่อสายสั่งการให้กุยช่ายตามพวกมันไปให้ถึงรัง ก่อนจะบอกกับธนสารว่า “รู้ไหม หนูตัวเล็กมักพาเราไปจับหนูทั้งฝูงเสมอ”

    ขณะนั้นราโพเดินโซเซออกมาเพราะฤทธิ์จากยาสลบที่ยังไม่หมดดี ธนุสรีบเข้าไปประคองและพาเธอไปส่งที่รถของปราบ เขามองไปรอบๆอย่างระแวดระวังเพราะมั่นใจว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ เมื่อปราบขับรถผ่านจุดที่กุยช่ายแอบซ่อนตัว การติดตามก็เริ่มขึ้นแต่เพียงไม่นานธนุสก็ตามมาจัดการจนมอเตอร์ไซค์ของกุยช่ายไม่อยู่ในสถานะติดตามได้อีก มันรีบโทร.รายงานลูกพี่ทันที

    “ช่วยด้วยพี่ระมาด ผมโดนมันเล่นงาน ขอโทษด้วยพี่ ขนาดทิ้งระยะห่างแล้วนะไม่รู้มันรู้ตัวได้ไง”

    ระมาดเต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ลูกน้องทำงานไม่สำเร็จอีกครั้ง แถมยังถูกธนสารพูดจาถากถางให้เจ็บใจหนักขึ้นไปอีก เขาเลยท้าให้ธนสารแสดงผลงานให้ดูอย่าดีแต่ปาก คำสวนกลับของธนสารคือ “แล้วคุณจะได้เห็น”

    ฟากบอร์ดทั้งสี่กลับมานั่งประชุมด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะลงมติกำจัดทรงยศให้เร็วที่สุด โดยบอร์ดคิงรับอาสาไปจัดการเรื่องนักฆ่าทั้งหมดที่ทรงยศจ้างมาคุ้มกัน

    ooooooo

    ด้วยสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้ท่านรองมาปรากฏตัวที่ฐานปฏิบัติการบราโว่ เขามีท่าทีเครียดจัดเนื่องจากภารกิจที่ได้รับมอบหมายยังไม่บรรลุผลสำเร็จ

    “เรื่องที่จะขอกำลังเสริมน่ะ ตอนนี้อย่าเพิ่งหวังเลย ยิ่งกว่านั้นนะถ้าเรายังเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ทีมบราโว่ 01 อาจต้องออกจากภารกิจนี้และมีทีมใหม่มาแทน”

    ทั้งปราบและราโพรู้สึกเสียดายหากต้องละทิ้งภารกิจนี้ พวกเขาจึงขอโอกาสจากนายอีกครั้งซึ่งก็ได้การรับปากแต่มันจะเป็นหนสุดท้าย ท่านรองมองธนุสอย่างเชื่อมั่นในตัวเขาเช่นเดียวกันกับอนงค์รัตน์ เธอพูดให้กำลังใจชายคนรักว่าทุกคนยังคงสู้เคียงข้างเขาจนกว่าจะถึงที่สุด ห่างออกไปไม่ไกลนัก สะพายเริ่มรู้สึกตัว ถมทองมองด้วยความดีใจ ทั้งหมดเข้ามามองดูอย่างโล่งอกที่เขาพ้นขีดอันตรายแล้ว

    จากนั้นธนุสนำทีมเข้าประชุมเพื่อวางแผนใหม่ เขาวิเคราะห์ว่า

    “ถึงแม้นายทรงยศมันจะหักหลังเราด้วยวิธีนี้ แต่ที่เรามั่นใจได้ก็คือนายทรงยศรู้แน่ชัดแล้วว่ามีใครเป็นบอร์ดบ้าง”

    ปราบพูดอย่างกังวล “ตอนนี้นายทรงยศหลบเข้ากลีบเมฆไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมเขายังลงทุนจ้างนักฆ่าสี่มหากาฬมาคอยคุ้มกัน ไม่มีทางที่เราจะเข้าถึงตัวเขาได้หรอก”

    แต่ราโพไม่คิดเช่นนั้น เธอพูดอย่างมั่นใจว่า “จะยากอะไรล่ะ เข้าถึงตัวไม่ได้ ก็ให้เขาออกมาหาเราเองสิ”

    ขณะนั้นเองถมทองประคองสะพายเข้ามาร่วมฟังแผนด้วย

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้นยังคงมีการขนถ่ายยาเสพติดอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายโดยมีนักรบและลูกน้อง

    มือพระกาฬหลายคนยืนถือปืนคอยคุมเชิงดูแลความเรียบร้อย ไม่นานนักรถบรรทุกก็เคลื่อนออกจากพื้นที่ สะพายโทร.แจ้งให้ทุกคนเตรียมพร้อม

    เมื่อรถวิ่งเข้าสู่ถนนใหญ่ คนขับประหลาดใจที่เห็นมีการตั้งด่านตรวจค้นอยู่ตรงหน้า เขาเปิดกระจกถามนายตำรวจแบบนิ่งๆ

    “มีอะไรเหรอครับคุณตำรวจ”

    “ขออนุญาตตรวจค้นหน่อยครับ”

    กลุ่มบราโว่ 01 ที่ปลอมตัวเป็นตำรวจชายหญิงกระจายตัวเข้าล้อมรถทั้งสี่คัน แล้วทั้งหมดก็ชักปืนออกมาอย่างไว ธนุสสั่งการให้คนขับทุกคนลงมาจากรถและมัดรวมกันไว้ที่ข้างทาง เขาต่อสายหาผู้กองเที่ยง พูดเสียงเรียบว่า

    “ผมมีของขวัญจะเอาไปส่งให้ ช่วยมารับด้วย ของจะไปรออยู่ที่สี่แยกวันนิมิต”

    ฟากคนขับรถมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ ต่างช่วยกันหาทางติดต่อกับลูกพี่จนสำเร็จ นักรบรับทราบเรื่องด้วยอารมณ์เดือดเมื่อโดนลูบคมแบบนี้ เขาสั่งการให้ลูกน้องที่เหลืออยู่เตรียมอาวุธเพื่อไปชิงรถกลับคืน

    ที่แยกวันนิมิต รถบรรทุกทั้งสี่คันแล่นมาจอด กลุ่มของธนุสลงจากรถ ปราบเอาแผนผังที่ซ่อนสินค้าไปติดไว้ท้ายรถในขณะที่คนอื่นๆเดินมารวมกัน ถมทองพูดอย่างมั่นใจว่า

    “เจอไม้นี้ไป นายทรงยศต้องอยู่ไม่สุขแน่”

    “ใช่ คราวนี้ไม่ว่าเขาจะหลบอยู่ที่ไหน อีกไม่นานก็ต้องออกมา” อนงค์รัตน์กล่าวเสริม

    แต่ธนุสแย้งว่าอย่าเพิ่งมั่นใจเร็วไป สถานการณ์อาจพลิกผันได้ตลอดเวลา สิ่งเดียวที่ควรทำตอนนี้คือรอจนกว่าตำรวจตัวจริงจะมารับสินค้าชุดนี้ไป ในเวลาเดียวกันผู้กองเที่ยงและลูกน้องก็รีบเร่งเดินทางมายังสถานที่นัดหมายอย่างเร่งด่วน เขาสั่งการให้ลูกน้องทุกคนระมัดระวังเพราะอาจมีการปะทะกันกับพวกผู้ร้าย

    อีกด้านหนึ่งบนเส้นทางสายเดียวกัน รถของพวกนักรบพุ่งทะยานมาด้วยความเร็วสูง นักรบมองตรงไปข้างหน้าอย่างโกรธแค้นร้อนรน พริบตาเดียวเขาก็มาถึงที่สี่แยกวันนิมิตและเห็นพวกผู้กองเที่ยงกำลังจะเข้าถึงรถบรรทุก เขาเปิดประตูออกมากราดยิงใส่พวกตำรวจทันที ผู้กองเที่ยงและลูกน้องต่างวิ่งหาที่หลบและยิงตอบโต้กับผู้ร้าย

    ส่วนนักรบกับพวกก็หลบอยู่ข้างรถเพื่อใช้เป็นที่กำบังในการยิงสู้กับตำรวจ ทั้งสองฝ่ายยิงถล่มใส่กันอย่างดุเดือด ในขณะที่พวกธนุสซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ข้างทางอย่างตื่นเต้น จังหวะนั้นเอง ธนุสยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่พวกของนักรบ แล้วยิง ปัง! ลูกกระสุนเจาะเข้าที่ขมับลูกน้องนักรบล้มลงไปทันที นักรบหันขวับไปมองอย่างตกใจ

    “กระสุนมาจากทางนู้น มีพวกอื่นอยู่ด้วย”

    เช่นเดียวกันกับผู้กองเที่ยงและตำรวจคนอื่นๆ

    มองกลุ่มของธนุสที่ใส่ชุดตำรวจด้วยความมึนงง

    ก่อนผู้กองเที่ยงจะจำได้ว่าเป็นพวกของสารวัตรเถื่อน ทั้งหมดกระชับปืนในมือเดินดาหน้ายิงกระหน่ำใส่พวกนักรบจนล้มตายกันไปหลายคน นักรบกับลูกน้องที่เหลือชักเริ่มกังวลก่อนจะรีบถอยทัพขึ้นรถหนีไปอย่างสิ้นสภาพ

    ธนุสกับพวกมองตามจนรถคันนั้นลับตา ในขณะที่ผู้กองเที่ยงกับตำรวจคนอื่นๆออกมาจากที่หลบและมองตรงมายังกลุ่มตำรวจปลอม ต่างจับจ้องกันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตนเอง

    ooooooo

    หลังจากพ่ายแพ้มาอย่างสะบักสะบอม นักรบโทร.หาทรงยศรายงานการถูกชิงรถอย่างคั่งแค้น ฝ่ายทรงยศก็เดือดดาลไม่แพ้กัน เขาคำรามอย่างเจ็บใจที่ถูกเฉือนคมอีกแล้วแต่ต้องข่มอารมณ์สั่งการว่า

    “ใจเย็นๆไว้ก่อน ยังไงพวกมันก็ได้แค่คว้าน้ำเหลวเท่านั้นแหละ อย่าลืมว่าเราออกแบบที่ซ่อนของไว้แนบเนียนขนาดไหน แม้กระทั่งเครื่องเอกซเรย์ก็ยังเจาะทะลุทะลวงเข้าไปเห็นไม่ได้เลย...แค่นี้ก่อนนะ มีอะไรแล้วฉันจะติดต่อไปอีกที”

    ธนสารมองเห็นโอกาสที่จะแสดงฝีมือจึงรับอาสาเป็นตัวแทนไปตามเอารถกับของคืนมาให้ ทรงยศ พยักหน้าให้ดำเนินการ ระมาดมองด้วยสายตามีคำถามจนลูกพี่ต้องอธิบายว่าคนแบบนี้เงินซื้อได้ ตราบใด

    ที่มีเงินให้มันจะยังคงซื่อสัตย์กับเราเสมอ ระมาดผงกหัวยิ้มอย่างเข้าใจในที่สุด

    ที่สถานีตำรวจ ในระหว่างที่ผู้กองเที่ยงกับลูกน้องกำลังตรวจค้นรถบรรทุกสี่คันอย่างละเอียดเพื่อค้นหาของกลาง จังหวะนั้นเอง ธนสารเดินเข้ามาพร้อมกับชายสี่คนและพูดว่า

    “ผมว่าพวกคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ ในรถนี้มีแต่สินค้าของทรงวัฒนากรุ๊ฟ ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายใดๆทั้งนั้น”

    ผู้กองเที่ยงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมากางให้ธนสารดู พร้อมกับอธิบายว่า

    “รถสี่คันนี้ถูกจอดทิ้งไว้โดยมีผังภายในรถติดอยู่ที่ท้ายรถเพื่อบอกให้รู้ว่าของซ่อนอยู่ตรงจุดไหนบ้าง อันที่จริงคุณอยู่ตรงนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้เห็นกันจะจะไปเลย เดี๋ยวจะหาว่าตำรวจยัดของ”

    ธนสารหน้าเสียก่อนจะได้ยินเสียงพลบอกว่าเจอของแล้ว เพียงเท่านี้เขาก็หันหลังวิ่งหนีไปทันที ผู้กองเที่ยงชักปืนออกมาวิ่งไล่ตาม ในขณะเดียวกัน พลและตำรวจคนอื่นๆก็เข้าจับชายสี่คนที่มากับธนสารไว้โดยไม่มีการขัดขืน

    ระหว่างที่ผู้กองเที่ยงกำลังวิ่งไล่กวดธนสารเข้าไปในตลาดวัฒนานิมิต จู่ๆมีรถคันหนึ่งเข้ามาจอดขวาง กระจกรถเลื่อนเปิดออก ระมาดนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ เขาสั่งให้ธนสารรีบขึ้นรถ เมื่อผู้กองเที่ยงวิ่งมาถึงก็เห็นเพียงท้ายรถที่แล่นหายไป เขามองไปรอบๆอย่างหงุดหงิดและหอบตัวโยนด้วยความเหนื่อย ฝ่ายธนสารรายงานระมาดว่า

    “พวกมันรู้ที่ซ่อนของของเรา”

    ระมาดขับรถต่อโดยไม่แสดงท่าทีใดๆ แต่มีเพียงใบหน้าที่เกร็งขึ้นมาอย่างสะกดอารมณ์โกรธไว้

    ooooooo

    ณ ฐานปฏิบัติการบราโว่ ปราบนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพ์กำลังค้นหาที่ซ่อนของนายทรงยศ เขาดูเซ็งๆ ที่ไม่เจอร่องรอยใดๆ ทันใดนั้นราโพก็เหมือนนึกอะไรออก “เดี๋ยวก่อนนะ ฉันเพิ่งนึกได้ ยังมีอีกที่หนึ่ง เป็นที่ที่นายทรงยศอาจจะใช้ซ่อนตัวได้”

    คนอื่นๆต่างหันมามองราโพอย่างอยากรู้ แต่ก่อนที่เธอจะตอบก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ธนุสยกโทรศัพท์ขึ้นกดรับ

    “ว่าไงครับคุณทรงยศ”

    “บอกมาว่าแกจะเอายังไงกับฉัน ถ้าฉันยอมมอบรายชื่อบอร์ดทั้งหมดให้แก สัญญาได้ไหมว่าต่อจากนี้ไปจะเลิกรังควานพวกฉันซะที”

    “ผมไม่ให้สัญญาใดๆทั้งนั้น คุณต่างหากที่ต้องเข้ามอบตัวกับตำรวจพร้อมด้วยรายชื่อบอร์ด แล้วความผิดของคุณจะลดลงในฐานะที่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ”

    ทรงยศโกรธจัดกระแทกหูโทรศัพท์ลง เขาพึมพำว่าต้องการประกาศสงครามกับตนใช่ไหม แล้วจะได้เห็นดีกัน

    หลังวางสาย ธนุสบอกทุกคนให้เตรียมตัวไว้ศึกใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว แต่ปราบไม่สนใจกลับถามราโพว่าที่ซ่อนตัวของนายทรงยศน่าจะมีที่ไหนได้อีก ราโพบอกว่า

    “เขามีที่ดินส่วนตัวอีกแห่งหนึ่งใกล้สนามบิน ที่นั่นมีทุกอย่างให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”

    ขณะนั้นเองสะพายเดินเข้ามาอาสาที่จะสืบให้ว่านายทรงยศอยู่ที่นั่นจริงหรือไม่ ทั้งหมดมองเขาอย่างกังวลเพราะรู้ว่ายังไม่หายดีจากการถูกยิง แต่สะพายยืนยันว่าเขาแค่ไปสังเกตการณ์ไม่ได้สู้กับใคร ถมทองได้ยินเช่นนั้นก็ตัดสินใจไปเป็นเพื่อน ธนุสมองคนทั้งคู่อย่างชั่งใจก่อนที่จะพยักหน้าตอบ

    “ตกลง คุณสองคนไปทำงานนี้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องคอยรายงานมาเป็นระยะและถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา ห้ามปะทะ ให้รีบออกจากพื้นที่ทันที” ทั้งคู่รับคำอย่างแข็งขัน

    ooooooo

    วันเดียวกันนั้น มีการแถลงข่าวที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิตเกี่ยวกับคดีจับรถขนยาเสพติดและค้นพบของกลางจำนวนมาก ท่านรองแถลงการณ์ว่า

    “ผู้กระทำความผิดได้ดัดแปลงรถขนสินค้าเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อกระจายของออกไปยังประเทศ ใกล้เคียงและส่งต่อไปอีกหลายประเทศทั่วโลก เครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ที่มีอิทธิพลสูง แต่ทางตำรวจขอยืนยันว่าเราไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆและจะนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้”

    ทรงยศมองภาพในจอโทรทัศน์อย่างโกรธจัดก่อนจะปาแก้วออกไปอย่างสะกดอารมณ์ไม่อยู่ และตะโกนว่าตนจะฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก ห่างออกไปไม่ไกลนัก สะพายกับถมทองซุ่มมองดูอยู่ เขาส่งกล้องส่องทางไกลให้เธอดูทรงยศที่ออกมายืนตรงระเบียงบ้าน ถมทองดูแล้วพูดอย่างกังวลว่าจะเข้าถึงได้อย่างไรในเมื่อมีนักฆ่าคอยคุ้มกันอยู่อย่างนี้

    สะพายไม่มีทีท่ากังวลใจ เขาโทร.รายงานธนุสและยืนยันว่าทรงยศอยู่ที่นี่ตรงตามคำบอกของราโพจริงๆ ธนุสสั่งการให้เขารีบกลับมาเพื่อจะได้วางแผนกันต่อ แต่สะพายปฏิเสธ เขาต้องการจะไปเก็บข้อมูลภายในพื้นที่นั้นโดยอ้างว่าเขามีสิทธิ์เพราะเขาไม่ใช่ลูกน้องของธนุส จึงไม่ต้องทำตามคำสั่ง พูดเสร็จก็กดวางสายทันที ธนุสฟังคำตอบนั้นด้วยความเครียด

    ฟากถมทองเมื่อได้ยินสิ่งที่สะพายพูดกับธนุส เธอยิ่งกังวลใจมากขึ้นและพยายามยื้อแขนเขาแน่นไม่ให้ไปเสี่ยงอันตรายเช่นนั้น แต่สะพายก็แกะมือเธอจนได้ เขาสั่งให้เธอรออยู่ที่นี่โดยเขาจะหาทางลอบเข้าไปในนั้น ถมทองได้แต่มองด้วยความระอาใจ เช่นเดียวกันกับอนงค์รัตน์ที่ชวนธนุสออกมาช่วยเหลือทันทีเมื่อทราบเรื่อง

    ขณะนั้นภายในบ้าน ทรงยศเปิดตู้เซฟหยิบรายชื่อบอร์ดที่ประเสริฐเขียนไว้ขึ้นมาดู เขาจุดไฟแช็กเผากระดาษแผ่นนั้น แล้วมองดูไฟที่ไหม้ลามเลีย ก่อนทิ้งมันลงในที่เขี่ยบุหรี่แล้วพูดกับกระดาษนั้นว่า

    “ไม่มีแก ก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่กุมความลับว่าใครเป็นบอร์ด ถ้ามันฆ่าฉันก็เท่ากับว่ามันทำลายข้อมูลที่อยู่ในหัวฉันไปด้วย แต่ฉันว่ามันคงไม่โง่พอที่จะทำแบบนั้นหรอก แกว่าไหมล่ะ”

    ด้านหลังบ้าน สะพายเล็ดลอดเข้ามาได้แล้วพร้อมกับมองซ้ายมองขวา แต่แล้วทันใดนั้นก็มีลูกดอกซัดเข้าใส่ ทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้นระหว่างแท็ททูด็อก เจ้าแห่งสารพัดอาวุธกับสะพาย จังหวะนั้นเอง ถมทองที่แอบตามมายกปืนขึ้นหวังจะช่วยเขาแต่เกิดพลาดท่าถูกแท็ททูด็อกกระโจนเข้าหาจนปืนกระเด็นหลุดจากมือพร้อมกับเงื้อมีดจะแทง ทว่าสะพายเข้ามาพร้อมโซ่รัดเข้าที่แขนและคอจนมันแทบสิ้นลมหายใจ พลันทรงยศและมือสังหารวิ่งถลันเข้ามาทำให้สะพายกับถมทองต้องรีบวิ่งหนี

    ระหว่างที่หาทางเอาตัวรอด ทั้งคู่เจอเข้ากับยูริ มิยาโมโตมือสังหารอีกคน ถมทองพยายามจะใช้ปืนยิงป้องกันตัวแต่ยูริก็ใช้ดาบปัดกระสุนออกไปได้หมดแถมยังฟันปืนจนขาดเป็นสองท่อน ถมทองยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้นเหมือนโชคยังเข้าข้างคนทั้งสองอยู่บ้างเพราะธนุสกับอนงค์รัตน์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาช้อนตัวทั้งคู่ออกจากพื้นที่ได้ทันแบบหวุดหวิด

    เมื่อกลับถึงฐานลับบราโว่ ธนุสจ้องหน้าสะพายอย่างเอาเรื่อง

    “รู้หรือเปล่า คุณทำให้พวกนั้นรู้ตัว จากนี้เราจะยิ่งเข้าถึงตัวนายทรงยศได้ยากขึ้นไปอีก”

    สะพายได้แต่นิ่งไม่แก้ตัวใดๆ ราโพมองทั้งสองอย่างพยายามไกล่เกลี่ย ก่อนที่ธนุสจะอธิบายว่า “การที่เราจะผ่านพวกนั้นเข้าไปได้ คงต้องใช้วิธีที่แยบยลสุดๆไม่อย่างนั้นไม่มีทางเลยที่เราจะเข้าถึงตัวนายทรงยศ”

    “คุณมีวิธีอะไรก็ว่ามา” สะพายถาม แต่คำตอบของธนุสทำให้เขาต้องละอายใจที่เคยปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกัน สะพายกล่าวคำขอโทษและสัญญาว่าต่อแต่นี้จะรับฟังคำสั่งจากหัวหน้าทีมเสมอ จากนั้นทุกคนจดจ่อตั้งใจฟังแผนของธนุส

    ooooooo

    คืนเดียวกันหลังจากถูกกลุ่มของธนุสบุกเข้ามา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากต้องรับศึกหลายทางไม่ว่าจะเป็นตำรวจ บอร์ด หรือแม้แต่พวกสารวัตรเถื่อน

    ทรงยศบ่นกับลูกน้องอย่างหงุดหงิดว่าหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆไม่แคล้วต้องจนมุมในสักวันหนึ่ง พลันระมาดเกิดมีความคิดที่จะแก้เกมได้ เขาแนะทรงยศสร้างสถานการณ์ปั่นหัวเพื่อให้พวกมันฆ่ากันเองโดยเริ่มจากศัตรูที่อ่อนแอที่สุด นั่นก็คือจ่าเที่ยง งานนี้ธนสารขันอาสาอีกครั้งและรับปากกับทุกคนว่าจะไม่ให้พลาดซ้ำสองแน่นอน

    ที่บ้านสารวัตรเชษฐ์ พิไรกำลังระบายสีกระถางอย่างเพลิดเพลิน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบรับสาย

    “พี่เที่ยง! คิดยังไงถึงได้โทร.มาเนี่ย”

    “ตั้งใจโทร.มาน่ะสิ นี่กำลังจะเข้าไปหานะ คุณพิไรกินอะไรหรือยัง ผมซื้อของกินมาเพียบเลยถือว่าฉลองตำแหน่งใหม่ให้ผมก็แล้วกัน”

    พิไรยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะวางสาย เพียงไม่กี่วินาที เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้น เธอแปลกใจที่เขามาเร็วแต่ไม่ได้สงสัยอะไรมากเดินออกไปเปิดประตูรับ แต่เมื่อเห็นคนที่อยู่หน้าบ้านพร้อมด้วยรถที่จอดรออยู่ สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นไม่ไว้ใจ

    “ธนสาร คุณมาทำไม กลับไปซะ”

    “ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องขอให้คุณช่วย ขอร้องล่ะพิไร ขอเข้าไปแค่ห้านาทีเท่านั้น”

    พิไรปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยทำให้ธนสารต้องใช้ไม้แข็งโดยใช้กำลังผลักประตูเปิดและก้าวเข้าไปในบ้าน เขาโผเข้าปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้ร้อง พิไรมองจ้อง ตาเบิกกว้างด้วยความกลัว ขณะนั้นเองผู้กองเที่ยงเดินมาถึงบ้านพอดี เขากดออดแต่ไม่มีเสียงตอบรับทั้งๆที่ไฟในบ้านเปิดอยู่ เขารู้สึกสังหรณ์ใจจึงดันประตูเปิดพร้อมกับหยิบปืนออกมา แล้วค่อยๆก้าวเข้าไป

    เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ผู้กองเที่ยงมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อโทรทัศน์เปิดขึ้นเอง และมีภาพพิไรถูกมัดมือมัดปากอยู่หลังรถ จากกล้องถ่ายวีดิโอ ธนสารยื่นหน้าเข้ามาในเฟรม

    “สวัสดีผู้กอง คงไม่คิดล่ะสิว่าเราจะเจอกันเร็วแบบนี้”

    “ธนสาร แกต้องการอะไร”

    “สิ่งแลกเปลี่ยน หนึ่งชีวิตกับหนึ่งชีวิต ฉันอยากให้แกฆ่าไอ้สารวัตรเถื่อนภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าแกทำไม่ได้ ฉันก็คงต้องทำใจฆ่าผู้หญิงที่ฉันเคยรักซะ แกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามที่สั่ง ฉันมีคนคอยติดตามแกตลอด ถ้าแกทำสำเร็จ มันจะโทร.แจ้ง แล้วพิไรจะเป็นอิสระ แต่ถ้าไม่ แกคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะ”

    ผู้กองเที่ยงหันมองไปทางหน้าบ้านก็เห็นกุ่ยช่ายยืนยิ้มร่าพร้อมกับโบกมือทักทาย เขากัดกรามแน่นและทรุดตัวนั่งลงอย่างรู้สึกสับสนมึนงงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่นานนักผู้กองเที่ยงก็ทำท่าเหมือนตัดสินใจอะไรได้ ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์กลับไป

    ooooooo

    เมื่อมาถึงที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต ผู้กองเที่ยงเดินมาที่โต๊ะตัวเองแล้วนั่งลงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนข้อความลงไป...สารวัตรยมช่วยติดต่อมาด้วย ผมต้องการความช่วยเหลือ...

    เวลาเดียวกันนั้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในฐานลับบราโว่ ปราบนั่งอยู่หน้าจอกดดูภาพจากกล้องที่ติดไว้ตามที่ต่างๆ จนมาสะดุดที่ภาพผู้กองเที่ยง เขาเพ่งมองแล้วกดขยายภาพนั้นขึ้นมาเต็มจอ ก่อนตะโกนเรียกธนุสกับราโพมาดู

    “ดูเอาเองเหอะ ผมว่างานนี้มีอะไรแปลกๆ”

    ราโพอ่านข้อความบนกระดาษแล้วหันไปมองหน้าธนุส เขายืนนิ่งคิดเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นกดโทร.ออกไป ผู้กองเที่ยงขอร้องให้เขามาพบแบบตัวต่อตัวเพราะไม่อยากเสี่ยงให้มีใครดักฟังโทรศัพท์ที่บ้านลูกพี่เก่าคืนนี้ ธนุสตอบรับคำขอร้องนั้นอย่างครุ่นคิดว่ามันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

    คืนนั้นธนุสไปหาผู้กองเที่ยงตามที่นัดหมายและได้ทราบว่าพิไรถูกธนสารจับตัวไป และมีเงื่อนไขว่าเธอจะถูกปล่อยตัวถ้าหากเขาฆ่าธนุสตายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ธนุสเข้าใจเรื่องทันทีและรู้ว่าตอนนี้ต้องมีคนของธนสารคอยจับตาดูอยู่ด้วย กุ่ยช่ายที่แอบซุ่มอยู่นอกบ้านทนไม่ไหวพยายามจะใช้ปืนกดดันให้ผู้กองเที่ยงยิงธนุส แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร ปืนในมือของผู้กองเที่ยงก็ลั่นเปรี้ยง! ลูกกระสุนเข้าที่กุ่ยช่ายอย่างจัง ร่างเขาทรุดฮวบสิ้นใจตายทันที

    ทั้งคู่รีบวิ่งออกไปขึ้นรถนอกบ้านที่จอดรออยู่ ในนั้นมีอนงค์รัตน์เป็นผู้ขับและปราบที่ยังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และบอกว่ารู้แล้วว่าพิไรถูกจับไว้ที่ไหน สิ้นเสียงปราบ รถก็พุ่งพรวดออกไปทันที

    เพียงไม่นานนัก คนทั้งหมดก็มาปรากฏตัวภายในอาคารที่โรงงานทรงวัฒนากรุ๊ฟ

    “แปลกจัง ในนี้ไม่มีใครอยู่เลย” อนงค์รัตน์พูดอย่างประหลาดใจ แต่ธนุสกระซิบตอบว่า “อย่าเพิ่งไว้ใจสิ่งที่เห็น พวกภูตผีปิศาจน่ะ อาจซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

    แทบไม่ทันขาดคำ ชายล่ำสันหลายคนโผล่ออกมาจากมุมต่างๆพร้อมด้วยปืนกลในมือ ธนุสและคนอื่นๆ กระโจนหาที่หลบอย่างทันควัน ปืนกลในมือพวกนั้นยิงรัวไม่ขาดสาย สักพักนักรบก็ก้าวออกมามองอย่างสะใจและสั่งการให้ลูกน้องฆ่าศัตรูให้หมด เสียงปืนดังรัวกระหน่ำขึ้นอีกครั้ง จนเมื่อเห็นธนุสกับพวกไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ นักรบจึงยกมือสั่งให้ทุกคนหยุดยิงเพราะคิดว่าตายหมดแล้ว แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน ปราบลุกพรวดขึ้นมาพร้อมด้วยระเบิดในมือ

    ปราบดึงลูกระเบิดในมือเข้ามาจูบแล้วก็ปาออกไป ระเบิดลงที่กลางกลุ่ม นักรบกับลูกน้องกระเด็นไปคนละทาง พอสิ้นควันระเบิด ทั้งหมดรวมทั้งนักรบก็นอนหมดสภาพ บ้างหมดสติ บ้างร้องโอดโอย ผู้กองเที่ยงกับธนุสออกมาจากที่ซ่อนแล้ววิ่งมุ่งหน้าลงไปทางห้องใต้ดิน แต่ทันใดนั้นทุกคนต้องชะงัก เมื่อธนสารลากพิไรออกมาพร้อมกับปืนจ่อเข้าที่ร่างของเธอ

    “เกมยังไม่จบ เวลาที่ฉันให้ยังเหลือมากพอที่แกจะฆ่าไอ้สารวัตรเถื่อนแลกกับชีวิตของพิไร แต่ในเมื่อเราอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ก็ขอแก้กติกาใหม่ ฉันจะนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าแกไม่ยิงมัน ฉันก็จะยิงพิไร ฉันจะเริ่มนับแล้วนะ”

    ทั้งหมดในที่นั้นต่างนิ่งอึ้ง เสียงธนสารเริ่มนับจากหนึ่งไปเรื่อยๆ ผู้กองเที่ยงกัดฟันกรอดก่อนที่จะส่ายปืนไปหาธนุส ธนสารมองจ้องผู้กองเที่ยงแล้วเตือนว่าสามวินาทีสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาต้องตัดสินใจเลือกว่าจะให้ใครอยู่ใครตาย

    ผู้กองเที่ยงยังคงเล็งปืนไปที่ธนุส เขากัดกรามแน่น ไม่มีครั้งไหนในชีวิตที่เขาจะกดดันเท่านี้อีกแล้ว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:51 น.