ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สารวัตรเถื่อน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "เคลลี่-เกรซ" ควงบู๊คู่ "สารวัตรเถื่อน" ปราบอธรรม



    ในระหว่างที่ทุกคนยังสับสนกับการตัดสินใจเข้ามอบตัวของธนุส เขากลับมาปรากฏตัวที่ล็อบบี้ของถาวรพาราไดซ์อีกครั้ง ทุกคนที่นั่นต่างหันมามองอย่างแปลกใจโดยเฉพาะถมทองและน้อยหน่า ทั้งคู่ปรี่เข้าไปหาธนุสอย่างวิตกกังวล

    “นี่คุณคิดจะทำอะไรเนี่ย ประกาศจับสารวัตรเถื่อน ติดทั่วเมืองขนาดนี้ ยังจะกล้ามานี่อีกเหรอ” ถมทองถาม

    ท่าทีของธนุสเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เขาบอกเธอว่ามีของบางอย่างที่ลืมไว้ต้องกลับมาเอา ถมทองส่ายหัวกับความดื้อแต่ก็ยินยอมให้เขาไปเอาของได้ ไม่ไกลกันนักถาวรแอบมองดูอยู่หลังเสา เขายิ้มด้วยความดีใจก่อนโทร.หาทรงยศเพราะหาข้อแลกเปลี่ยนในเรื่องการซื้อขายถาวรพาราไดซ์ได้แล้ว

    “คุณทรงยศเหรอครับ ผมมีข่าวสำคัญที่รับรองว่าคุณได้รู้แล้วจะต้องนั่งไม่ติดแน่”

    “ต้องการอะไรก็ว่ามา ถ้ามันคุ้มค่ากับข่าวของคุณ ผมจะยอมตกลง”

    “ผมเจอตัวไอ้สารวัตรเถื่อนแล้ว อยากรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหนแลกกับการที่คุณต้องเลิกตอแย เลิกคิดจะฮุบกิจการโรงแรมผมเป็นของคุณ ตกลงไหม”

    ทรงยศเนื้อเต้นเมื่อได้ยินข่าวที่ถาวรบอก แต่ข้อแลกเปลี่ยนของถาวรกลับทำให้เขาต้องคิดหนักก่อนจะตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้ ถาวรยิ้มดีใจที่เป็นต่อ กล่าวขอบคุณและหวังว่าเขาจะรักษาคำพูด

    “ตอนนี้มันอยู่ที่ถาวรพาราไดซ์จะทำอะไรก็รีบ หน่อย ผมไม่แน่ใจว่าคนของผมจะหยุดมันได้นานแค่ไหน”

    หลังวางสายทรงยศสั่งการให้ระมาดส่งลูกน้องไปจัดการลากคอธนุสที่ถาวรพาราไดซ์มาที่บ้านบนเขาด่วนพร้อมกำชับว่าอย่าให้พลาดเหมือนที่แล้วๆมาอีก ระมาดรับคำสั่งนายด้วยความมั่นใจ

    เช่นเดียวกับถาวรก็สั่งการให้กลุ่ม รปภ.กระจายกำลังล้อมโรงแรมไว้เพื่อล็อกตัวธนุสให้ได้จนกว่าคนของทรงยศจะตามมา พวก รปภ.รีบกรูกันออกไป ส่วนน้อยหน่าถามอย่างร้อนใจว่าจะให้โทร.ตามตำรวจมาจัดการหรือไม่ แต่ถาวรกลับสั่งว่าเรื่องนี้ต้องไม่ถึงตำรวจโดยเด็ดขาด
    ภายในห้องพักชั้นบนของโรงแรม ธนุสกำลังหาของบางอย่างอยู่ ในขณะที่ถมทองยืนมองอย่างร้อนรน เธอบอกเขาให้รีบหาของก่อนที่ใครๆจะแห่กันมาจับตัว สักพักหนึ่งธนุสก็เจอของที่ต้องการ แต่ถมทองเห็นแล้วถึงกับตะลึงอย่างคาดไม่ถึง

    “หา! ฮาโมนิก้าเนี่ยนะ เนี่ยเหรอของที่คุณเสี่ยงชีวิตมาเอาน่ะ”

    แล้วธนุสก็ยกฮาโมนิก้าขึ้นเป่าเป็นเพลงจังหวะสนุกสนาน ถมทองมองเขาอย่างอ่อนใจและไม่เชื่อว่า

    นี่คือสิ่งที่เขาต้องการจะทำจริงๆ

    “พอๆพอได้แล้ว บอกมาตรงๆว่าคุณมาที่นี่ทำไม”

    “ผมแค่ต้องการส่งข้อความถึงใครบางคนเท่านั้น”

    ขณะนั้นเองที่นอกห้องพัก พวก รปภ.ต่างยืนออหน้าห้อง ไม่มีใครกล้าทำอะไรแม้แต่จะพังประตูเพราะกลัวการชดใช้จนกระทั่งถาวรโมโหสั่งให้ทุกคนหลีกไปแล้วถอยหลังวิ่งพุ่งใส่ประตูเต็มแรง ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก ถาวรถลาเข้าไปเหมือนรถไม่มีเบรกก่อนจะสะดุดขาตัวเองล้มลงกองอยู่ที่พื้น เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังลั่น

    ถมทองและธนุสยืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจ ส่วนน้อยหน่ารีบเข้ามาประคองนายด้วยความสงสารก่อนจะสารภาพว่าเธอมีกุญแจสำรองสำหรับไขห้องได้ ส่วนพวก รปภ.กรูกันเข้ามาล้อม ทุกคนถือไม้กระบองขึ้นมาเตรียมไว้แต่ไม่มีใครเข้ามา ธนุสมองด้วยความเห็นใจ

    “พวกคุณไม่ใช่เป้าหมายของผม รออีกสักพัก คนที่ผมรออยู่คงมาถึงและไม่มีใครอยากเจ็บตัวหรอก จริงไหมล่ะ”

    ถาวรมองลูกน้องอย่างหงุดหงิดตะโกนสั่งให้รีบจัดการ ทันใดนั้นหัวหน้า รปภ.ก็ตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาธนุสเป็นคนแรก เพียงไม่ถึงอึดใจเขาก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ เท่านี้ก็เพียงพอให้ รปภ.ที่เหลืออยู่หลีกทางให้ธนุสเดินออกไป ทว่าถาวรไม่อยากสูญเสียข้อแลกเปลี่ยน เขาก้าวออกมาขวางไม่ให้ธนุสไปไหนและบอกลูกสาวให้ช่วยกันจับไว้เพราะธนุสเป็นคนไม่ดีถึงได้ปลอมตัวเป็นตำรวจ

    ถมทองรีบวิ่งเข้ามาห้ามพ่อและบอกว่าเขาเข้าใจผิด ธนุสเป็นคนดี เหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะต้องการกำจัดคนชั่วให้ออกไปจากเมือง แถมสารวัตรเถื่อนคนนี้ยังดีกว่าตำรวจจริงๆอีกมากมาย ถาวรฟังคำของลูกสาวแล้วเห็นคล้อยตาม พูดเสียงอ่อนลงว่าให้รีบไปจากที่นี่ พวกนั้นกำลังมาแล้ว แต่จังหวะนั้นเองกุ่ยช่ายกับพวกลูกน้องก็ก้าวเข้ามาพร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือ ธนุสบอกให้ทุกคนออกไปจากห้อง เขาขอเคลียร์กับพวกมันเอง

    เมื่อประตูปิดลงเพียงครู่เดียว เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นหลายนัด ทุกคนที่อยู่ข้างนอกรีบก้มหลบด้วยความตกใจ ก่อนจะแยกย้ายหนีหายไปอย่างไว ยกเว้นถมทองที่ยังไม่ไปไหนจนน้อยหน่าเข้ามาดึงมือเธอลากออกไป

    ooooooo

    ที่บ้านบนเขา ทรงยศเดินกลับไปกลับมาอย่างเคร่งเครียดเพราะเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีโทรศัพท์รายงานผลกลับมาแต่อย่างใด จนกระทั่งทนรอไม่ไหว เขาสั่งการให้ระมาดโทร.เช็ก

    แต่เพียงเสี้ยววินาทีมีเสียงบางอย่างดังขึ้นนอกบ้าน ด้วยความอยากรู้ ทั้งคู่เดินตามเสียงนั้นออกไปก็พบกุ่ยช่ายและลูกน้องคนอื่นๆถูกมัดมือมัดปากนอนบนพื้นระเบียง เมื่อคลายผ้าที่มัดออก กุ่ยช่ายรีบรายงานว่า

    “เราเสียท่ามัน มันตั้งใจล่อเราไปที่นั่นเพื่อฝากข้อความบางอย่างมาให้คุณทรงยศ”

    กุ่ยช่ายหยิบจดหมายในกระเป๋าส่งให้ ทรงยศเปิดอ่านแล้วขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด

    “มันต้องการให้ฉันไปพบตอนเที่ยงตรงวันพรุ่งนี้ ส่วนสถานที่นัด ฉันจะรู้เองเมื่อมันไปถึงและรออยู่ที่นั่น”

    ระมาดเตือนว่านี่อาจเป็นกับดักที่วางไว้ แต่ทรงยศไม่สนใจเพราะเบื่อกับการเล่นเกมและอยากรู้ว่าพวกนั้นวางแผนจะทำอะไรอีก เขาจะไปตามที่มันนัดไว้

    ห่างออกไปนอกเมืองที่กองบัญชาการบ้านสวน อนงค์รัตน์ยืนคุยกับธนุสด้วยความเป็นห่วง เธอไม่คิดว่าแผนที่วางไว้จะได้ผลและมันยังเสี่ยงเกินไป ตรงกันข้ามกับเขาที่มั่นใจว่า

    “นายทรงยศจะต้องไปตามที่นัดไว้แน่ ถึงต้องเสี่ยงผมก็เชื่อว่าคุ้ม ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เราก็ใกล้จุดหมายเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว”

    อนงค์รัตน์มองหน้าธนุสอย่างเชื่อมั่น ไม่ไกลกันนัก สะพายบ่นกับปราบว่า

    “ปกติธนุสเขาเป็นแบบนี้เหรอ ประเภทมีอะไรแล้วไม่บอกทีม ให้ทุกคนนั่งงง เดากันไปเรื่อยน่ะ”

    ยังไม่ทันที่ปราบจะตอบ ราโพกลับชิงตอบเองว่า

    “นี่แหละธนุสของจริงล่ะ เขารู้ว่าเรื่องไหนควรเปิด และเรื่องไหนควรปิดเอาไว้จนกว่าจะถึงเวลา แต่เชื่อเถอะ คนคนนี้ไว้ใจได้ เขาไม่เคยพลาด”

    ooooooo

    วันเดียวกันที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต ในขณะที่แพรวดาวกำลังยุ่งวุ่นวายกับการพิมพ์เอกสารส่งฟ้อง จ่าแหลมเข้ามาตอแยกับเธอไม่เลิก แถมยังชวนไปทานข้าวจนเธอรำคาญ ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ประจำสถานีก็ดังขึ้น

    แพรวดาวรับสายก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้จ่าเที่ยงที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี

    “ผมจ่าเที่ยง มีธุระอะไรหรือครับ...อ๋อได้เลย แล้วผมจะรอ”

    เมื่อเขาวางสายลง ทุกคนมองอย่างสนใจ แม้กระทั่งธนสารยังเดินออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครจะมาที่นี่

    “คนที่คุณเรียกว่าสารวัตรเถื่อน เขาตัดสินใจเข้ามามอบตัวในเวลาเที่ยงตรงวันนี้”

    ดวงตาของธนสารและจ่าแหลมเป็นประกายด้วยความดีใจเพราะอยู่ดีๆหมูก็เดินเข้าชนปังตอ ก่อนจะผละตัวเข้าไปในห้องตนเองทันที ธนสารต่อสายหาทรงยศด้วยสีหน้ายิ้มย่องเพราะมีข่าวเด็ดจะรายงาน แต่น้ำเสียงของทรงยศที่ตอบกลับมาไม่มีทีท่าประหลาดใจ เขาถามย้ำแต่เพียงว่าแน่ใจว่ามันจะมา ธนสารยืนยันว่ามาแน่นอนตอนเที่ยงตรงวันนี้

    พอทรงยศได้ยินคำว่าเที่ยงตรงก็เข้าใจทันที เขาขบกรามอย่างเคียดแค้นและหันไปบอกระมาดให้เตรียมเอารถออกเพราะรู้ที่นัดหมายของมันแล้ว

    แพรวดาวเงยหน้าขึ้นมองเข็มนาฬิกาบนฝาผนัง อีกไม่กี่นาทีจะถึงเวลาเที่ยงตรงแล้ว เธอนึกถึงคำพูดของจ่าเที่ยงที่ว่าการมอบตัวของธนุสต้องเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่วางไว้ แต่มันจะไม่เปิดเผยจนกว่าจะถึงเวลา ใกล้กันนั้นธนสารกำลังซักซ้อมความเข้าใจกับจ่าแหลมและตำรวจคนอื่นๆว่าเมื่อสารวัตรเถื่อนปรากฏตัวขึ้นให้ทุกคนช่วยกันจับล็อกตัวไว้ทันที

    เป๋ง! เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงวัน ธนุสเดินเข้ามาในสถานีตำรวจอย่างองอาจและไม่มีทีท่าหวาดกลัวแต่อย่างใด จ่าแหลมและพวกตำรวจกรูเข้าไปจะจับ

    แต่แล้วทั้งหมดก็ต้องชะงัก เมื่อธนุสยกมือขึ้นบอก

    “ไม่จำเป็นหรอก เห็นๆอยู่ว่าผมตั้งใจมามอบตัว”

    ธนสารสั่งการเสียงเข้มให้เอาตัวธนุสเข้าห้องขัง จ่าเที่ยงมองตามอย่างนึกสงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไร

    กันแน่ เวลานั้นธนุสดูผ่อนคลายและกะพริบตาหลายครั้งเหมือนพยายามปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟในโรงพัก แต่ความจริงแล้วเขากำลังใช้กล้องคอนแทกเลนส์ถ่ายทอดภาพไปยังหน้าจอคอมพ์ที่กองบัญชาการบ้านกลางสวน

    จ่าเที่ยงเดินมาหยุดหน้าห้องขัง มองธนุสที่อยู่ข้างใน

    “ช่วยบอกหน่อยเถอะ ว่าคุณคิดจะทำอะไร”

    “ผมนัดใครบางคนไว้ คงใกล้จะมาถึงแล้วล่ะ”

    ธนุสพูดยังไม่ทันขาดคำ ทรงยศก็ก้าวเข้ามาในโรงพักพร้อมกับลูกน้อง ธนสารกับจ่าแหลมรีบกุลีกุจอต้อนรับ

    “คุณทรงยศ มาด้วยตัวเองเลยเหรอครับ นี่ไงครับ สารวัตรเถื่อนตัวแสบอยู่ๆมันก็เดินมาให้เราจับเข้าตะรางเองเลย คืนนี้ให้มันนอนเล่นอยู่ที่นี่สักคืน แล้วพรุ่งนี้ผมก็ส่งตัวมันเข้ากรุงเทพฯตามคำสั่งเบื้องบน”

    “ฉันมีเรื่องที่จะต้องคุยกับมัน แบบตัวต่อตัวตามลำพัง”

    ทั้งธนสารและจ่าแหลมต่างยืนอึ้งและมีสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจ่าแหลมจะรู้สึกตัวรีบเปิดประตูห้องขังให้ทรงยศเข้าไปพบกับธนุส

    “สวัสดี เจอกันอีกแล้วนะ นัดกันที่นี่ไม่คิดว่าแปลกไปหน่อยหรือไง”

    “ไม่หรอก พร้อมจะคุยกันหรือยังล่ะ”

    ooooooo

    ระหว่างที่คนทั้งสองกำลังจะเริ่มสนทนา ปราบและสะพายอยู่ที่หน้าจอคอมพ์ในบ้านกลางสวน มองดูอย่างลุ้นๆ

    “มาแล้วๆคมชัด ใสแจ๋วทั้งภาพและเสียง” เสียงของปราบดังขึ้นอย่างปลาบปลื้มในผลงานการประดิษฐ์ของตัวเอง ทำให้อนงค์รัตน์กับราโพเดินเข้ามามองอย่างสนใจ ภาพในจอคอมพ์แสดงให้เห็นการประจันหน้าระหว่างธนุสกับทรงยศที่ดูเหมือนการชิงไหวชิงพริบในการเจรจาธุรกิจ สักพักทรงยศเปิดเวทีด้วยการพูดว่า

    “รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่”

    “คุณกำลังคิดว่าเกมนี้ใครจะเดินแต้มต่อระหว่างคุณกับผม”

    “เปล่า ฉันกำลังสงสัยว่าอาจมีคนกำลังเล่นตลก ดูนั่นสิ คนของฉันอยู่ข้างนอกนั่นไม่ได้ยินว่าเราพูดอะไรกันทั้งนั้น ส่วนคนของคุณกำลังฟังเราอยู่อย่างเพลิดเพลิน”

    เพียงคำพูดเท่านี้ของทรงยศ ธนุสก็เข้าใจความหมายทันที เขาดึงไมค์ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมาโดยกระชากสายให้ขาดจากกันในขณะที่ปราบมองอย่างตกใจและเซ็งจัด ราโพเหล่สะพายอย่างหยั่งเชิง ก่อนจะพูดท้าทายว่า

    “ได้ยินว่าคุณอ่านปากเก่งไม่ใช่เหรอสะพาย หรือว่าแค่ราคาคุย”

    ราโพยิ้มขำ เมื่อเห็นสะพายเพ่งไปที่หน้าจอคอมพ์ทันที เขาทำท่าแบบลูกผู้ชายฆ่าได้แต่หยามไม่ได้

    หลังจากกำจัดเครื่องดักฟังไปเรียบร้อยแล้ว ทรงยศหรี่ตามองธนุสอย่างชั่งใจ ก่อนถามว่ามีอะไรจะพูดก็ให้บอกมา เขามีเวลาไม่มากนัก ธนุสยิ้มใจเย็น

    “ผมมีเรื่องที่อยากตกลงกับคุณ เป็นอะไรที่น่าจะร่วมมือกันได้ นั่นก็คือเรื่องบอร์ด”

    ที่ด้านนอกห้อง ทั้งพวกทรงยศและตำรวจต่างยืนมองคนทั้งสองในห้องอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนอยากรู้ว่าผลจะออกมาในรูปใด แม้แต่แพรวดาวยังอดไม่ได้ที่จะถามจ่าเที่ยงและได้รับคำตอบจากเขาว่าน่าจะเป็นแผนการปิดบัญชีเครือข่ายยาเสพติดที่อีกไม่นานพวกเราคงทราบว่ามันจะลงเอยยังไง

    ฟากสะพายที่พยายามจะอ่านปากของธนุสและทรงยศให้ได้ เขาออกอาการเซ็งที่ไม่เข้าใจเลยแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งราโพเข้ามายืนจ้องหน้าทรงยศจากจอคอมพ์ ก่อนที่เธอจะบอกว่าสายตาของนายทรงยศมีแววพอใจกับข้อเสนอจากธนุส อีกไม่นานปลาตัวนี้คงจะฮุบเหยื่ออย่างแน่นอน

    ไม่นานนักการเจรจาก็สิ้นสุดลง นายทรงยศก้าวออกมาจากห้องขังและเดินทางกลับทันทีโดยบอกกับระมาดเพียงว่าให้ไปคุยกันทีหลัง ส่วนธนสารปราดเข้าไปหาธนุสและบังคับให้บอกว่าคุยเรื่องอะไรกัน แต่ไม่ได้รับ คำตอบใดๆจากเขาทำให้ธนสารโมโหตรงเข้ามากระชากคอเสื้อธนุส จ่าเที่ยงเห็นเข้าก็เตือนว่าอย่าทำอะไรรุนแรง ระวังจะเจอคดีทำร้ายผู้ต้องหา ธนสารได้แต่ทำท่าฮึดฮัดและเดินจากไป จ่าแหลมรีบเข้ามาล็อกห้องขังตามเดิม

    หลังจากส่งนายกลับบ้านบนเขาเรียบร้อย ระมาดแอบดอดมาพบกับประเสริฐที่ร้านตัดสูทในเมืองตามนัด เขาถามประเสริฐว่าคงรู้แล้วใช่ไหมเรื่องธนุสนัดพบทรงยศในห้องขัง ประเสริฐไม่มีท่าทีแปลกใจ

    “รู้แล้ว แต่ที่ฉันอยากรู้ก็คือเขาคุยอะไรกัน”

    “ไม่มีใครรู้ว่าเขาตกลงอะไรกัน แต่ที่แน่ๆ ผมเชื่อว่าเขาคงกำลังจะร่วมกันทำอะไรบางอย่างเพราะเป้าหมายของทั้งคู่คือบอร์ด คงไม่แปลกถ้าพวกเขาจะจับมือกัน”

    “ไม่ว่าพวกมันคิดจะทำอะไร ให้พวกมันรู้เถอะว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตพวกมัน”

    “คุณอยากให้ผมทำอะไร”

    “ฆ่ามันทั้งคู่ให้เร็วที่สุด คิดว่าทำได้ไหม”

    ระมาดไม่ได้ตอบใดๆ แววตาของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นทันที ก่อนจะเดินออกจากร้านแล้วต่อสายหานักรบสั่งการว่ามีงานสำคัญให้ทำ

    ooooooo

    ตกค่ำวันเดียวกันที่สถานีตำรวจ จ่าเที่ยงกำลังขะมักเขม้นตรวจเอกสารที่แพรวดาวทำให้ ในขณะที่ตำรวจคนอื่นๆเริ่มทยอยกลับบ้าน จังหวะนั้นเอง เสียงฮาโมนิก้าจากการเป่าของธนุสก็ดังขึ้น

    จ่าแหลมพึมพำว่ามีความสุขจริงนะ ก่อนจะเห็นเด็กส่งพิซซ่าที่เดินเข้ามาถามว่า

    “ขอโทษครับ ไม่ทราบใครสั่งพิซซ่าครับ”

    ทั่วทั้งโรงพักเงียบกริบ จนกระทั่งธนสารเดินอารมณ์ดีเข้ามาบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะเลี้ยงเอง ถือว่าฉลองที่จับตัวสารวัตรเถื่อนมาได้พร้อมกับสั่งให้จ่าแหลมเอาพิซซ่าไปแจกให้ทั่วๆ แพรวดาวยื่นมือมาหยิบสองชิ้นตัดรำคาญแล้วนำมาวางทิ้งไว้ที่โต๊ะของจ่าเที่ยง ทุกคนในสถานีตำรวจทานกันอย่างเอร็ดอร่อยยกเว้นธนุสที่เอาแต่เป่าฮาโมนิก้าไม่สนใจอะไร

    แพรวดาวบอกลาจ่าเที่ยงกลับบ้าน เธอเดินอมยิ้มออกมาอย่างสุขใจ แล้วทันใดนั้นเธอชะงักหยุดเมื่อได้ยินเสียงเด็กส่งพิซซ่ากำลังคุยโทรศัพท์

    “เรียบร้อยแล้วพี่ อีกแป๊บเดียวก็คงได้เรื่อง”

    สีหน้าแพรวดาวเปลี่ยนเป็นตกใจ ก่อนวิ่งกระหืด– กระหอบกลับมาในโรงพักอีกครั้ง แล้วตะโกนลั่นไม่ให้ใครกินพิซซ่า ทุกคนหันมามองเธออย่างประหลาดใจ มันสายไปเสียแล้วเพราะยาสลบเริ่มออกฤทธิ์ จ่าแหลมเดินเซแล้วล้มวูบลงไปกองกับพื้น แพรวดาวตกใจ แต่เมื่อหันไปมองรอบๆทุกคนในโรงพักฟุบสลบไปหมดแล้ว

    ระหว่างที่เธอยืนเคว้งคว้าง ทันใดนั้นเองเด็กส่งพิซซ่าก็กลับเข้ามาพร้อมด้วยนักรบและลูกน้อง ทุกคนมีปืนอาก้าอยู่ในมือ ส่วนนักรบเองก็มีถึงสองกระบอก แพรวดาวรีบหลบไปซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะทันที

    “ถึงเวลาถล่มไอ้สารวัตรเถื่อนแล้ว อยากสนุกด้วยกันไหมน้อง”

    เด็กส่งพิซซ่าพยักหน้าอย่างตื่นเต้นก่อนจะรับปืนที่นักรบโยนมาให้ แล้วทั้งหมดก็เดินดาหน้าตรงไปยังห้องขัง แต่แล้วต้องแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่ในนั้น นักรบหันไปมองรอบๆเพื่อค้นหา ขณะนั้นเองที่มุมหนึ่งของโรงพัก ธนุสยืนหลบอยู่กับจ่าเที่ยง เขาแปลกใจที่จ่าไม่โดนฤทธิ์ยาสลบ แต่เหมือนจ่าเที่ยงจะรู้แกวรีบตอบว่า

    “ลืมไปแล้วเหรอว่ามุกแบบนี้ผมเคยเจอมาแล้ว คนเราเจ็บแล้วต้องจำจริงไหม”

    “ก็จริงนะ คราวนี้พวกมันเล่นขนอาวุธกันมาเต็มพิกัด สงสัยคงกะจะซัดผมให้เละเป็นโจ๊กไปเลย”

    ในขณะที่นักรบกับลูกน้องกระจายกันเดินหาธนุสเพราะมั่นใจว่ายังอยู่ในโรงพัก แต่เขากับจ่าเที่ยงยังคงหลบอยู่ที่เดิม ธนุสพยายามกะพริบตาหลายครั้งเพื่อส่งสัญญาณผ่านกล้องคอนแทกเลนส์ไปหาพรรคพวก เมื่อปราบมองเห็นก็ตกใจสุดขีดแล้วเรียกให้ทุกคนมาดู อนงค์รัตน์บอกให้รีบไปช่วยเขา แต่ราโพกลับแย้งว่าแค่นี้ธนุสจัดการได้

    อนงค์รัตน์จ้องหน้าราโพอย่างไม่พอใจ ราโพบอกว่าทำงานด้วยกันมานาน มั่นใจว่าธนุสจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองอีกครั้งที่เธอมองราโพด้วยความคลางแคลงใจว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นแน่ๆ

    ooooooo

    ขณะที่พวกนักรบกำลังเดินตามหาธนุส แพรวดาวซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะพยายามยื่นมือไปหยิบกระเป๋าที่มีปืนของเธอ แต่มันไกลเกินเอื้อม สุดท้ายเธอตัดสินใจพุ่งตัวออกไปล้วงปืนออกมาได้แล้วยิงเข้าใส่เด็กพิซซ่า เสียงดังปัง!

    ด้วยความแรงของลูกกระสุน เด็กส่งพิซซ่าล้มลงพร้อมกับปืนในมือหลุดกระเด็นไป นักรบกับพวกลูกน้องหันขวับมาตามเสียง จังหวะนั้นเองจ่าเที่ยงก็พุ่งออกมาคว้าตัวแพรวดาวให้หมอบหลบวิถีกระสุนทันแบบฉิวเฉียด ส่วนธนุสเข้าไปแย่งปืนมาจากเด็กส่งพิซซ่าสำเร็จแต่ด้วยความใจอ่อนที่ปล่อยตัวมันไป ทำให้เขาต้องกระโดดหลบกระสุนนับไม่ถ้วนที่สาดมาจากพวกนักรบเพราะไอ้เด็กนั่นสนองคุณด้วยการร้องเรียกบอกนักรบว่าเขาอยู่ที่ไหน

    ภาพปรากฏบนจอคอมพ์ก่อให้เกิดความกดดันกับอนงค์รัตน์ เพียงครู่เดียวที่เธอได้ยินเสียงสาดกระสุน อนงค์รัตน์คว้าปืนแล้วรีบกระโดดขึ้นขับออกไปอย่างรวดเร็ว สะพายกับราโพตามออกมามองดู ก่อนที่ราโพจะพูดว่า

    “หวังว่าเขาคงไม่ทำให้เสียงานนะ เพราะฉันมั่นใจว่าทั้งหมดเนี่ยยังอยู่ในแผนของธนุส”

    เมื่อเห็นว่าธนุสเงียบไปแล้ว นักรบก็ทำสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดก่อน เดินนำลูกน้องเข้าไปดูผลงาน ทว่าธนุสไม่โดนกระสุนแม้แต่นัดเดียว เขาส่งสัญญาณให้จ่าเที่ยงกับแพรวดาวเตรียมยิง เมื่อนับครบสาม ทั้งหมดลุกขึ้นยืนสาดกระสุนใส่จนลูกน้องของนักรบเสียชีวิตทั้งหมด นักรบหมดหนทางสู้จึงยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไรต่ออีก

    ธนุสตะคอกให้นักรบทิ้งปืน มันทำตามก่อนจะท้าให้ยิงแต่ธนุสกลับบอกว่าหน้าที่ของตนคือจับคนเลวมาลงโทษไม่ใช่ฆ่าคน จ่าเที่ยงหยิบกุญแจมือเดินเข้ามาหานักรบที่ยกสองแขนขึ้นมาอย่างจำยอม แต่แล้วทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนใจพุ่งตัวเข้าชนจ่าเที่ยงจนกระเด็น ก่อนวิ่งออกไปทางด้านหน้าโรงพัก แพรวดาวยิงสกัดแต่พลาด นักรบหนีออกไปได้ จ่าเที่ยงลุกขึ้นมองอย่างหงุดหงิด

    ที่หน้าสถานีตำรวจ อนงค์รัตน์ขับรถเข้ามาจอดรับธนุส จ่าเที่ยงกับแพรวดาวได้แต่มองดูรถแล่นออกไปโดยไม่สกัด ฟากธนสารเริ่มได้สติรู้สึกตัว พอลืมตามองเห็นสภาพโรงพักก็ลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจ มองไปรอบๆ

    เห็นพวกลูกน้องของนักรบนอนตายเกลื่อนพื้น ส่วนตำรวจทั้งหลายฟุบอยู่ตามโต๊ะ เขารีบวิ่งไปที่ห้องขังก็พบว่าในนั้นไม่มีธนุสอยู่แล้ว ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือหายนะกำลังจะตามมาเร็วๆนี้

    ระหว่างทางกลับบ้านกลางสวน ภายในรถที่แล่นไปมีแต่ความเงียบ แต่แล้วจู่ๆอนงค์รัตน์ก็หักรถเข้าจอดข้างทางกะทันหัน ธนุสมองอย่างงงๆถามว่าทำไมถึงจอดรถ เธอหันขวับมาจ้องหน้า

    “สนุกมากใช่ไหมที่ทำให้ห่วงน่ะ ที่จริงฉันไม่น่าจะสนใจอะไรเลย ใครจะเป็นจะตายยังไง ทำไมฉันต้องสนด้วย”

    “แต่คุณก็ทำไม่ได้ใช่ไหม เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าคุณรักผม”

    อนงค์รัตน์อึ้งกับคำพูดของเขา แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ธนุสจู่โจมด้วยการจูบเธอในขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัว อนงค์รัตน์ตกใจปนเขินอายและบังคับให้เขาบอกรักเบาๆ ที่ข้างหูเธอว่า

    “ครับ คุณรัตน์ ผมรักคุณ”

    ทันใดนั้นอนงค์รัตน์ผงะออกอย่างตกใจ ธนุสบอกเธอนิ่งๆว่าไม่ต้องห่วง เขาถอดกล้องคอนแทกเลนส์ออกไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะจูบอีกครั้งอย่างเนิ่นนาน
    ในเวลาที่คนอื่นๆกำลังมีความสุข ระมาดกลับนั่งอยู่ในรถภายนอกบ้านบนเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสนและครุ่นคิด เสียงของประเสริฐที่บอกว่าฆ่ามันทั้งคู่ให้เร็วที่สุด ดังสะท้อนกลับไปกลับมาอยู่ในหัวของเขา

    จากนั้นไม่นานนัก ระมาดตัดสินใจเปิดประตูออกมาพร้อมกับปืนในมือ สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นและแน่วแน่เดินตรงเข้าไปในบ้าน ขณะนั้นทรงยศกำลังพูดโทรศัพท์กับธนสารเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงพัก เขาตัดบทวางสายก่อนจะหันมาถามระมาดว่ามีธุระอะไรหรือไม่

    “ผมมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย เรื่องนายประเสริฐน่ะ”

    “นายประเสริฐทำไม”

    “เขาสั่งให้ผมมาเก็บคุณ”

    ระมาดยกปืนขึ้นมาอย่างไวแต่ก็ช้ากว่าทรงยศที่ยกปืนขึ้นมาเหมือนกัน เสียงปืนดังสนั่นขึ้นหลายครั้งพร้อมด้วยประกายไฟจากในบ้าน

    ooooooo

    เช้าวันต่อมาที่สถานีตำรวจวัฒนานิมิต แสงไฟจากแฟลชของกล้องถ่ายรูปสว่างขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ ตำรวจหลายคนกำลังถ่ายภาพศพไว้เพื่อใช้ประกอบรูปคดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยห่อศพแล้วยกออกไป

    ธนสารยืนมองดูอย่างหงุดหงิดที่เหตุการณ์พลิกผันทำให้เขาต้องคิดหาทางเอาตัวรอดให้เร็วที่สุด จ่าแหลมเดินหน้าเซียวเข้ามาถามว่า

    “มีคนมายิงถล่มกันกลางโรงพักแบบนี้ เราไม่เดือดร้อนกันหมดเหรอผู้พัน”

    “ไม่หรอก ฉันจะทำหนังสือราชการขึ้นไปว่าทั้งหมดเป็นความผิดของจ่าเที่ยงที่สะเพร่าจนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

    ทว่าทันทีที่ธนสารพูดจบก็มีร่างนายตำรวจเดินเข้ามายืนมองพร้อมกับกล่าวทักทายเขา ธนสารหันไปมองด้วยความตกใจก่อนจะพูดด้วยใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “ท่านรอง ไม่รู้เลยว่าท่านจะมา”

    “ขอคุยด้วยหน่อยสิ แล้วก็ช่วยตามจ่าเที่ยงมาพบฉันด้วย”

    ระหว่างที่รอจ่าเที่ยงมา ธนสารรีบรายงานสรุปให้เจ้านายฟังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของจ่าเที่ยงที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาและยังหายตัวไปพร้อมกันด้วย ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น จ่าเที่ยงยืนรออยู่ตรงหน้าประตู ท่านรองเชิญให้เขาเข้ามาก่อนจะเปิดฉากถามว่า “มีคนรายงานว่าจ่าปล่อยตัวผู้ต้องหาไป”

    จ่าเที่ยงรับว่าตนเป็นคนกระทำเนื่องจากมีความจำเป็น ไม่เช่นนั้นจะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีก พวกที่บุกเข้ามาพร้อมอาวุธสงครามต้องการจะฆ่าผู้ต้องหาโดยเฉพาะ หากว่าสิ่งที่ตนทำเป็นความผิด ตนก็ยินดีรับโทษ ธนสารยิ้มสะใจและรู้สึกว่าแผนของเขาสำเร็จแล้ว ตรงกันข้ามกับท่านรองที่มองจ่าเที่ยงด้วยความชื่นชม
    เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านกลางสวน สะพายกับธนุสกำลังฝึกซ้อมยิงปืน ก่อนที่สะพายจะหันมาถาม

    “ถึงตอนนี้จะบอกได้หรือยังว่าแผนการของคุณคืออะไร”

    “ผมมีข้อเสนอให้กับนายทรงยศ แลกเปลี่ยนระหว่างตัวเขากับบอร์ด ถ้าเขายอมร่วมมือกับเรา เขาก็รอดพ้นคดีและถูกกันเป็นพยานเพื่อเอาผิดพวกที่บงการอยู่เบื้องหลัง ตอนนี้เขามีเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงที่จะตัดสินใจ”

    “คุณจะบ้าเหรอ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนี้นายทรงยศก็ลอยนวลไม่ต้องรับโทษอะไรเลยเช่นนั้นเหรอ แต่คอยดู เถอะ ผมจะไม่ยอมให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้หรอก”

    สะพายขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ขับพุ่งออกไปด้วยอารมณ์โกรธ ธนุสมองตามโดยไม่พยายามอธิบายใดๆอีก ราโพกับปราบยืนมองดูอย่างแปลกใจเช่นกัน

    “ดูท่าเขาคงไม่กลับมาแล้วเพราะทางของเขากับของเรา มันคนละทางกัน เป้าหมายของเขาคือใช้ความตายเป็นเครื่องยุติปัญหา เขามาที่วัฒนานิมิตเพื่อสังหารนาย ทรงยศ ดังนั้นตราบใดที่ภารกิจนี้ยังไม่สำเร็จ เขาจะไม่มีวันยอมหยุดง่ายๆแน่”

    ด้วยความผิดหวังที่ลูกน้องคนสนิทบังอาจคิดฆ่าเขา ทรงยศต้องกลับมาคิดทบทวนในข้อเสนอของธนุสอีกครั้ง ฐานะของเขาในตอนนี้สั่นคลอนยิ่งนัก ไม่มีใครให้ไว้ใจและพึ่งพิงอีกแล้วนอกจากยืนด้วยตัวเอง

    เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้นที่ต้องตัดสินใจ ทรงยศนั่งนิ่งด้วยอาการของคนที่ยังคิดไม่ตก พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขายกขึ้นรับ เสียงธนุสอยู่ปลายสายเร่งรัดว่าถึงเวลาต้องให้คำตอบแล้ว

    “จำเป็นต้องตอบด้วยเหรอ” ทรงยศย้อนถาม

    “จะตอบหรือไม่ตอบก็แล้วแต่คุณ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าตอนนี้เวลาของคุณเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าระหว่างนี้คุณยังไม่พูดออกมา ผมจะถือว่าคุณรับข้อเสนอของผม...หนึ่ง สอง สาม”

    แล้วธนุสก็ก้าวเข้ามาในห้อง ทรงยศมองด้วยความคาดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถบุกเข้ามาถึงตัวได้ ทั้งคู่นั่งลงและต่างมองกันอย่างหยั่งเชิง

    ooooooo

    เช่นเดียวกันกับสะพาย เขาเองก็ผิดหวังที่รู้ว่าหากทรงยศยอมรับข้อเสนอของธนุส เขาจะถูกกันให้เป็นพยานแถมไม่ต้องรับโทษทัณฑ์อะไรอีก นั่นเป็นสิ่งที่สะพายรับไม่ได้จนต้องหนีมาหาถมทองที่ถาวรพาราไดซ์

    เมื่อมาถึงสะพายเอาแต่นั่งหน้าบูดไม่พูดจาอะไร ถมทองมองด้วยความหมั่นไส้และถามว่า

    “เซ็งแล้วไม่พูด แล้วจะรู้ไหมว่าเซ็งเรื่องอะไร”

    “ก็เรื่องสารวัตรเถื่อนคนเก่งน่ะสิ อยู่ๆเขาก็หันมาจับมือจูบปากกับนายทรงยศหน้าตาเฉยเลย เขาวางแผนจะใช้ยุทธวิธีโจรจับโจร แต่ผมกลัวว่าสุดท้ายเขาจะพลอยกลายเป็นโจรไปซะเองมากกว่า”

    จังหวะนั้นเองถาวรเดินเข้ามาถามว่าคุยเรื่องอะไร ได้ยินแต่ใครจับมือจูบปากกัน ถมทองต้องกลบเกลื่อนโดยบอกพ่อว่าสะพายแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งเลยจะอบขนมเอาไปให้แทนความรู้สึกจากใจ ถาวรหันไปมองเขาก่อนจะสอนอย่างผู้มีประสบการณ์ในเรื่องรัก

    “เรื่องรักเรื่องชอบใครเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้ารู้สึกอะไรกับใคร อย่าเก็บไว้นานจนสายเกินไปนะ”

    สะพายมองหน้าถมทองนิ่ง ท่าทีขี้เล่นหายไปด้วย ถมทองเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ เพียงครู่เดียว สะพายก็ตัดสินใจเรียกชื่อเธอ สีหน้าของถมทองเปลี่ยนไปเป็นไม่ยิ้มขำอีกแล้ว ก่อนจะถามเขาว่าเรียกทำไม

    “ผมชอบคุณนะ ชอบมากๆด้วย” สะพายบอกด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยม

    แต่ไม่มีเสียงอื่นใดตอบกลับมาจากถมทองเพราะเธออึ้งกับคำพูดตรงๆของเขา จนสะพายพอจะเข้าใจในสิ่งที่ถมทองแสดงออกมา เขาหน้าเศร้า นิ่ง พูดไม่ออก ทันใดนั้นเสียงเครื่องอบดังเตือนครบเวลาที่ตั้งไว้ ถมทองจึงหันไปมองแล้วพยายามทำตัวร่าเริงแต่เมื่อเธอหันกลับมาก็พบว่าสะพายหายไปแล้ว สีหน้ายิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเจื่อนทันที

    ถมทองรีบวิ่งตามออกไปแต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอได้แต่พูดกับตัวเองว่าถมก็ชอบคุณเหมือนกัน ห่างออกไปด้านหลัง ถาวรมองดูพฤติกรรมของคนทั้งคู่ด้วยความเศร้าใจ สำหรับสะพายแล้ว วินาทีนั้นมันทำให้เขาเกิดความสับสนกับภารกิจที่ต้องแบกรับ เขาโทรศัพท์หานายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ผมไม่สามารถทำงานนี้ต่อได้แล้วครับ ผมขออนุญาตลาออก...ครับ ผมทราบแล้วว่าผมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินหน้าต่อ อย่างงั้นถ้าจำเป็น ผมอาจต้องฆ่าใครเพิ่มขึ้นอีก”

    หลังจากสะพายหุนหันขี่รถออกจากบ้านกลางสวนไป ราโพก็เต็มไปด้วยความสงสัยจนต้องมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา ในไม่ช้าเธอก็พบว่าสะพายเคยเป็นตำรวจมือปราบนอกเครื่องแบบโดยมีฉายาว่าเพชฌฆาตหน้าหยก ทุกคดีที่เขาได้รับมอบหมายจะจบลงด้วยความตายเท่านั้น

    เมื่อธนุสรู้ประวัติเบื้องหลังของสะพาย เขามีท่าทีวิตกกังวลว่าแผนที่วางไว้อาจถูกขัดขวางไม่สำเร็จลงง่ายๆ นั่นเป็นการคาดคะเนที่ไม่ผิดนักเพราะไม่ไกลจากบ้านกลางสวน สะพายกำลังใช้เครื่องดักฟังเรื่องทุกอย่างที่กลุ่มธนุสคุยกัน เช่นเดียวกับถมทองที่รู้สึกสังหรณ์ใจว่าในไม่ช้าจะต้องมีศึกใหญ่ระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง

    ooooooo

    โชคชะตาของประเสริฐก็เช่นกัน หลังจากทำตัวเป็นบ่างช่างยุให้เจ้านายกับลูกน้องต้องห้ำหั่นกันเองตามคำสั่งของบอร์ดแล้ว วันนี้ชะตากรรมกำลังเล่นตลกกับเขา เสียงประตูร้านสูทเปิด ใครบางคนก้าวเข้ามา

    “โทษที ระมาดคงไม่ว่างมาลองเสื้อแล้วล่ะ ไม่มีมันอีกต่อไปแล้ว ผิดหวังไหมล่ะคุณประเสริฐ”

    “คุณต้องการอะไร”

    “ผมต้องการจะพูดกับบอร์ด ต่อสายให้ผมพูดกับเขาเดี๋ยวนี้!”

    ประเสริฐยกโทรศัพท์ขึ้นมามือไม้สั่นแล้วกดโทร.ออก เมื่อมีเสียงจากปลายสายตอบรับ ทรงยศก็คว้าไปพูด

    “ท่านครับ ผมต้องการนัดพบกับบอร์ดทั้งหมด ถ้าปฏิเสธ รายชื่อของพวกท่านจะถึงมือตำรวจภายในวันพรุ่งนี้ แล้วผมจะติดต่อมาใหม่อีกทีเพื่อฟังคำตอบ”

    จากนั้นทรงยศก็กดวางสาย ประเสริฐจ้องเขาด้วยความอัศจรรย์ใจก่อนถามว่าจะเอารายชื่อบอร์ดมาจากไหน ทรงยศยิ้มเหี้ยมบอกว่าหาได้ไม่ยาก แล้วลากไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างนอก ห่างออกไปไม่ไกลนัก สะพายยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆและขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป

    ณ บ้านบนเขา ทรงยศบังคับให้ประเสริฐเขียนรายชื่อบอร์ดโดยการปักปากกาและยิงขา ความทรมานทำให้เขาจำใจกระทำตามจนเสร็จ แต่มันยังไม่จบแค่นั้นเพราะมังกรส่งโทรศัพท์ให้ต่อสายกลับไปหาบอร์ดอีกครั้ง คราวนี้เสียงของทรงยศเต็มไปด้วยความสะใจ

    “ท่านครับ ผมมีข่าวดี ตอนนี้คุณประเสริฐได้เขียนรายชื่อของพวกท่านไว้ให้กับผมแล้ว ดังนั้นคงไม่มีเหตุผลที่ท่านจะปฏิเสธนัดหมายของเรา ส่วนคุณประเสริฐ ผมจะให้คนของผมขับรถไปส่งให้ รับมาจากตรงไหนก็จะพาไปส่งตรงนั้นแหละ”

    กลางคืนวันนั้น รถของทรงยศนำตัวประเสริฐมาทิ้งไว้ที่หน้าร้านสูท เวลาของเขาเริ่มนับถอยหลังกลับอย่างช้าๆ เพียงไม่ถึงอึดใจ รถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอด ประเสริฐหันไปมองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ชายคนหนึ่งก้าวลงมาและพูดเรียบๆ

    “ขอบใจนะที่ช่วยงานมาตลอด แต่ถึงยังไงสำหรับคนทรยศที่เก็บความลับไม่อยู่ ฉันจำเป็นต้องลงโทษตามกฎ”

    ผู้ติดตามยกปืนขึ้นมายิง สิ้นเสียงปัง! ประเสริฐก็เงียบนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆอีกต่อไป ระหว่างนั้นสะพายยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์เก็บภาพอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    หลังจากป้ายความผิดให้จ่าเที่ยงไม่สำเร็จ ความซวยก็เริ่มถาโถมเข้าใส่ธนสารอีกครั้งเมื่อเขาได้รับคำสั่งด่วนให้ออกจากราชการทันที คนเดียวที่เขานึกถึงในตอนนี้คือนายทรงยศ เสียงโทรศัพท์ดังรัวหลายครั้งที่บ้านบนเขา ทรงยศกดรับ

    “มีอะไรอีกธนสาร”

    “คุณทรงยศ ผมกำลังเดือดร้อน คุณต้องช่วยผมนะ ผมถูกให้ออกจากราชการเพราะหลักฐานที่ธนุสกับจ่าเที่ยงรวบรวมและยื่นเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจ ทั้งหมดชี้ความผิดมาที่ผมกับลูกน้องทำให้ทุกคนโดนไล่ออกพร้อมกัน”

    “ฉันนึกว่าเรื่องนี้มันจบไปแล้วซะอีก แต่คราวนี้ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้”

    “อะไรนะ ช่วยไม่ได้เหรอ แล้วคนที่คุณเลี้ยงไว้ พวกผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ล่ะ”

    “ไม่มีคนพวกนั้นอีกแล้ว ต่อจากนี้ไปฉันจะยืนด้วยตัวฉันเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับคนพวกนั้นอีก”

    ธนสารอึ้งกับคำตอบที่ได้รับก่อนสายจะถูกตัดไป เมื่อกลายเป็นหมาจนตรอกที่หมดหนทางช่วยเหลือจากนาย เขาจำเป็นต้องหาทางดิ้นรนเอาตัวรอด สิ่งเดียวที่คิดได้คือตาต่อตาฟันต่อฟันและต้องชิงลงมือก่อนที่คู่ปรับจะทันตั้งตัว

    ที่ร้านอาหารไม่ไกลจากสถานีตำรวจ แพรวดาวพาจ่าเที่ยงมาเลี้ยงฉลองที่ได้เลื่อนยศ

    “โหย แพรวดาว ทำไมสั่งอาหารมาซะเต็มโต๊ะขนาดนี้”

    “อ้าว ก็จ่าได้เลื่อนยศทั้งทีก็ต้องฉลองกันให้เต็มที่หน่อยสิ ขอบอกงานนี้แพรวสะใจสุดๆจับยาเสพติดลอตใหญ่ได้ แล้วจ่ายังได้เลื่อนยศเป็นผู้กอง ส่วนตำรวจเลวๆบางคนต้องออกไปเดินเตะฝุ่นให้สาสมกับความชั่วที่มันทำมา”

    จ่าเที่ยงปรามไม่ให้แพรวดาวพูดมากไปและชักชวนให้เริ่มทานอาหารได้แล้ว จังหวะนั้นเองธนสารเดินเข้ามาพร้อมปืนในมือและพูดอย่างคับแค้น

    “มีความสุขกันจริงๆนะ วันนี้เป็นวันตายของมึงแล้ว ไอ้เที่ยง”

    เมื่อพูดจบแล้วธนสารก็ลั่นไกปืนทันที ทว่ากระสุนกลับไปโดนป้ายในร้านเพราะธนุสพุ่งตัวเข้ามาปัดปืนได้ทัน เวลาพอดี และใช้ความชำนาญแย่งปืนมาจากธนสารสำเร็จ

    “ไปจากวัฒนานิมิตซะ แล้วห้ามกลับมาที่นี่อีก”

    ธนสารมองจ้องอย่างผู้พ่ายแพ้ ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปเงียบๆแต่ว่าใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นรอวันที่จะแก้คืน ธนุสส่งปืนให้จ่าเที่ยงและเตือนว่า

    “จำไว้ ตราบใดที่นายทรงยศกับพวกยังมีอิทธิพลอยู่ในวัฒนานิมิต ทุกนาทีอาจหมายถึงความตายได้เสมอ เพราะฉะนั้นต้องระวังทุกฝีก้าว”

    คำเตือนนี้คงต้องหมายรวมถึงตัวเขาด้วย เพราะเวลานี้ที่ตึกฝั่งตรงข้ามร้านอาหาร สะพายกำลังตั้งปืนสไนเปอร์ที่มีภาพธนุสอยู่ในศูนย์เล็งโดยนิ้วของเขาพร้อมแล้วที่จะลั่นไกสังหาร!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:55 น.