สมาชิก

สะใภ้จ้าว

ตอนที่ 2

สองหนุ่มต่างฐานันดรจะวางมวยกลางไนต์คลับดัง วิรงรองกลัวเป็นเรื่อง เลยขอร้องให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยกลับไปกับคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเสียก่อน อัศนีย์ได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ อยากไปตะบันหน้าราชนิกุลหนุ่มให้หายแค้น แต่ก็ถูกจิตริณีขวางไว้

“ไปจีบแฟนคนอื่นน่ะ ไม่รู้สึกว่าทำผิดเลยหรือ”

“ใครว่าจีบ แค่ขอจูบเท่านั้นเอง เธอรู้จักมันไหม”

“คุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์...เธอไม่ควรไปมีเรื่องกับเขาเลยนะ”

“โธ่...ไอ้เจ้าหางแถว ฉันไม่สนสักนิด”

“ควรจะสนไว้บ้าง ถึงเธอจะเป็นลูกอภิมหาเศรษฐี แต่ก็แค่ลูกพ่อค้า จะไปเทียบอะไรกับลูกเจ้าลูกนาย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งอัศนีย์ยืนฮึดฮัดคนเดียว หมายมั่นปั้นมือ ต้องแย่งคุณหญิงก้อยมาครองให้ได้!

เวลาต่อมาที่หน้าวังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยรีบลงจากรถ ไม่อยากคุยหรือฟังอะไรจากชายคนรัก แต่คุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ไม่ยอมง่ายๆ ถลาตามไปรั้งตัวไว้

“จะหนีไปไหน เราต้องคุยกับให้รู้เรื่อง ที่หญิงไปเฟลิตกับเจ้านั่น หญิงคิดอะไรอยู่”

“หญิงไม่คุยถ้าคุณชายยังเต็มไปด้วยอคติแบบนี้”

“อคติหรือ...ที่ผมเห็นหญิงแทบจะจูบเจ้านั่น นี่เรียกว่าอคติหรือครับ”

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณรองคิด คุณอัศนีย์เป็นเพื่อน เราแค่เต้นรำด้วยกัน แล้วเขาก็กระซิบข้างหูหญิงเท่านั้น แต่ความหึงหวงหน้ามืดตามัวของคุณรองต่างหากที่ตีความผิดเพี้ยนไปได้ถึงขนาดนั้น”

“ตาผมไม่ได้เพี้ยน ผมเห็นหญิงเฟลิตกับมัน”

“อย่าลืมสิคะว่าตรงนั้นเป็นที่มืด แล้วคุณชายก็เมาเสียขนาดนี้...คุณชายคิดว่าหญิงง่าย จูบกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักในคืนเดียวได้เหรอคะ คุณชายคิดว่าหญิงทำตัวต่ำ เหมือนหญิงข้างถนนแบบนั้นเลยงั้นเหรอ”

คุณชายรองเถียงไม่ออก น้ำเสียงแดกดันและน้ำตาของเธอทำให้ใจอ่อนยวบ ก่อนจะร้าวรานไปทั้งอก เมื่อเธอบอกเลิก และคุณหญิงก้อยก็รู้ถึงความได้เปรียบนี้ดี จึงแกล้งตีหน้าเศร้า ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“ถ้าคุณชายรักหญิง...ก็อย่าทำร้ายหญิงแบบนี้สิคะ”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ สัญญาครับ...จะไม่ทำร้ายจิตใจหญิงแบบนี้อีกแล้ว”

“ไม่รู้เหรอคะคุณรอง หญิงไม่มีวันปันใจให้ชายอื่น เพราะหญิงรักและเทิดทูนคุณรองเป็นเจ้าชีวิตของหญิงแท้ๆ”

ooooooo

ศุภรทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยินจากคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง เพื่อนหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์ ว่าทุกอย่างเมื่อคืนจบลงด้วยดี คุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงกับอัศนีย์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น

“หญิงก้อยรักฉัน เรารักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่มีวันทรยศฉันเด็ดขาด”

“เอาๆ จะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ แล้วตอนนี้หญิงก้อยไปไหนล่ะ”

“เขาขอพักผ่อนสักสองสามวันน่ะ”

แต่ที่คุณชายรองไม่รู้ คือสองสามวันของคุณหญิงก้อย ไม่ได้หมดไปกับการพักใจ แต่หายไปพัทยากับอัศนีย์ เพื่อนหนุ่มคนใหม่ที่ทำท่าจะได้เลื่อนตำแหน่งในเร็ววัน และหนุ่มหล่อพ่อรวยก็เร่งทำคะแนน ทั้งเอาอกเอาใจ ปรนเปรอด้วยข้าวของมีราคาและบริการหรู ปิดท้ายด้วยยื่นข้อเสนอขอให้เธอไปแต่งงานกันที่อเมริกา!

ระหว่างที่คุณหญิงก้อยหลงละเลิงกับคำขอแต่งงานและแหวนเพชรหรูจากอัศนีย์ กิตติคร่ำเคร่งกับการตรวจรายงานกิจการผ้าไหมซึ่งเปิดร่วมกับศุภรที่ร้านอาหารหรู เช่นเดียวกับสาลิน มาพักทานกลางวันกับบราลีและลลิตา และแล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อบรรณารักษ์สาวคนใหม่เจอกับคุณชายคู่ปรับอีกครั้งที่หน้าห้องน้ำ สาลินชะงักไปอึดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่ก็ถูกคุณชายคู่ปรับรั้งไว้

“เดี๋ยว...ตกลงวันนี้เธอเป็นพนักงานหรือเป็นลูกค้าของร้าน”

สาลินกวนประสาทกลับ “อยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ”

“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เธอต้องรับผิดชอบที่แกล้งทำน้ำเปียกกางเกงฉันวันนั้น”

“งั้นก็ต้องขอโทษฉันก่อนสิ ที่ว่าฉันไม่รู้ประสาบ้าง มารยาททรามบ้าง”

“ฉันมีสิทธิ์ว่าเธอในฐานะที่เธอเป็นสาวเสิร์ฟที่ไม่ได้เรื่อง”

“ถ้าคุณมีสายตาและมันสมองที่ได้เรื่องอยู่บ้าง น่าจะแยกแยะออกว่าฉันคือลูกค้า...ไม่ใช่สาวเสิร์ฟ”

กิตติพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ฉันแยกแยะไม่ออกหรอก เธอแต่งตัวหลอกได้เหมือนขนาดนั้น ตกลงแต่งหลอกชาวบ้านหวังทิป หรือหวังกินอาหารฟรีกันแน่”

สาลินโกรธมาก ต่อปากต่อคำกับเขาอีกหลายยก แต่คุณชายคู่ปรับก็ไม่ลดราวาศอกให้ จนบรรณารักษ์สาวเหลืออด คว้าแก้วจากถาดน้ำของบริกรมาราดลงเป้ากางเกงเขาจนเปียกชุ่ม!

แต่ความสะใจก็อยู่กับสาลินได้ไม่นาน เมื่อเธอกับบราลีและลลิตาเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านอาหาร ก็ถูกกรรมตามสนอง เมื่อรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับแล่นผ่านแอ่งน้ำท่วมขัง สาดใส่เธอจนชุดเลอะเทอะอีกครั้ง

ooooooo

กระแสข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรก-ราชวิทย์ หรือคุณชายโตหนาหูขึ้นทุกวัน จนจรวยอดร้อนใจไม่ได้ ต้องใช้ไม้ตาย แอบลอบเข้าห้องคุณชายโตอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้ผลดีเกินคาด เมื่อหม่อมอำพันผ่านมาเห็น และถึงกับเป็นลมเมื่อได้เห็นลูกชายคนโตมีสัมพันธ์สวาทกับสาวใช้ทรงโต!

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถูกเรียกมาเป็นพยานหลังจากนั้น เมื่อหม่อมอำพันจัดแจงเรียกทุกคนมาพบ นมย้อยตามมาด้วย เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เหมือนช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหม่อมอำพันโมโหมาก จะส่งจรวยไปนอกเมือง ไม่ให้อยู่ปรนเปรอสวาทลูกชายให้รกหูรกตาอีก

จรวยแค้นมาก แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ บีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร จนคุณชายโตใจอ่อน

“หม่อมแม่ จรวยเป็นเมียผม ผมต้องรับผิดชอบ”

“มันจะมีแต่ผิดสิยะ ชอบไม่มี เธอนะเธอ ลองเสด็จทรงรู้เข้าเป็นได้ร้อนกันไปหมด นังจรวย...นับแต่นี้หล่อนห้ามเสนอหน้าขึ้นมาบนตำหนักอีก จำไว้นะยะ อย่าให้เรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณได้เป็นอันขาด”

จรวยกัดฟันแน่น จำต้องรับคำสั่งเพราะไม่มีทางเลือก หม่อมอำพันพอใจมาก แต่ไม่วายกำชับลูกชายคนรอง

“เธอด้วยชายรอง ช่วยกันปิดความให้ดี”

คุณชายรองก้มหน้ารับคำสั่งแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะไประบายความไม่ชอบใจกับพี่ชายในเวลาต่อมา โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายจะเก็บเรื่องจรวยเป็นความลับจากเสด็จพระองค์หญิง ตามคำสั่งของแม่

“ในเมื่อพี่บอกจะรับผิดชอบจรวย ก็ควรทำเป็นกิจจะลักษณะ หลานคุณป้าสอางค์จะได้ไม่เป็นหม้ายขันหมาก”

“ใครบอกว่าฉันจะให้เจ้าหล่อนเป็นหม้ายขันหมาก ฉันจะแต่งเมียตามที่ทรงโปรด แต่จะขอเมียบ่าวไว้รับใช้”

“แต่ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ที่ผู้หญิงดีๆสักคนต้องมาโดนกดขี่แบบนี้”

“ชายรอง...แกอยู่อังกฤษมาแค่สามปี อย่ามาทำตามธรรมเนียมผู้ดีฝรั่งอั้งหม้อหน่อยเลย ฝรั่งมันผัวเดียวเมียเดียว แต่ผู้ชายไทยมีได้หลายเมีย บางคนมีเป็นสิบเป็นร้อยด้วยซ้ำ”

คุณชายโตผละไปแล้ว ไม่ได้ยี่หระหรือรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตนแม้แต่น้อย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจ เพราะต้องไปวังรัชนีกุลเพื่อเอาใจหญิงคนรัก

แต่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็ทำให้คุณชายรองแทบทรุด เมื่อเธอบอกจะไปเรียนต่อที่อเมริกา

“หญิง...เด็จป้าส่งผมไปอังกฤษ ต้องจากหญิงไปตั้งสามปี นี่กลับมาแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน หญิงกลับจะทิ้งผม”

“หญิงไม่ได้ทิ้งคุณรองนะคะ หญิงไปเพื่ออนาคตของเราต่างหาก คุณรองเคยพูดให้หญิงเตรียมตัวเป็นภริยาทูตในอนาคต ต่อไปคุณรองจะเป็นถึงเอกอัครราชทูต แล้วหญิงมีความรู้แค่นี้ จะออกหน้าออกตาทัดเทียมคุณรองได้ยังไง”

“หมายความว่าหญิงทำเพื่อผม”

“ไม่ใช่เพื่อคุณรอง จะให้หญิงทำเพื่อใครล่ะคะ”

คุณชายรองตามมารยาหญิงไม่ทัน เชื่อและปลื้มสุดหัวใจที่หญิงคนรักยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้ ต่างจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย สังหรณ์ใจว่าการไปอเมริกาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดา

“หญิงก้อย...เรื่องนี้ปรึกษาท่านพ่อแล้วหรือยัง”

“ท่านพ่อเด็จต่างประเทศตลอด ทรงมีเวลาให้หญิงปรึกษาเหรอคะ”

“เฮ้อ...พี่ไม่รู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่มันดูมีเงื่อนงำยังไงชอบกล ตั้งแต่เธอหายไปพัทยาเมื่อสองสามวันก่อน...ที่ไปอเมริกา ไปเรียนแน่หรือ เธอไม่ใช่คนใฝ่เรียนเท่าไหร่”

“อ้อ...ค่ะ พี่หญิงคะ...ของเก่าพวกนี้ พี่ช่วยเอาไปบริจาคทีนะคะ หญิงไม่ใช้แล้ว”

จบคำก็เปลี่ยนเรื่อง ชี้ไปที่กองเสื้อผ้าบนเตียง พร้อมโยนแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย ของแทนใจคุณชายรองลงกล่อง คุณหญิงกลางมองตามแล้วสงสัย อดไม่ได้ต้องหยิบมาดู เห็นรอยสลักสกุลวุฒิวงศ์ เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้

ooooooo

คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็กแอบกลับจากเมืองนอก และตรงมาวังวุฒิเวสม์โดยไม่บอกให้ใครรู้ แถมนึกสนุก เข้าไปกราบหม่อมอำพันที่กำลังลุ้นไพ่ตัวโก่ง จนขาไพ่แตกกระเจิง!

อารมณ์เกรี้ยวกราดของหม่อมอำพัน ไม่ได้ทำให้คุณชายเล็กยี่หระนัก นึกขำมากกว่า จนเมื่อคุณชายรองกลับมาในเย็นวันเดียวกัน ต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่หม่อมอำพันก็ไม่หายเคือง

“ตารอง...ดูน้องแกนะ ทำอะไรอย่างนี้ไม่รู้ พิลึก พิเรนทร์ พิสดาร”

“โธ่หม่อม...ผมแค่ทักทายญาติมิตรหม่อมเล่นๆเท่านั้นเอง”

“เล่นๆอะไรยะ ท่านหญิงวาดเป็นลม ดีไม่ตายคาวงไพ่ คุณหญิงเสนาก็เกือบจมน้ำในบึงตาย คุณนายป๋อมก็ตกลงมาจากรั้ว ดีที่แข้งขาไม่หัก ดีนะยะเขาไม่ไปฟ้องผัวเขา”

“คุณนายผู้กำกับบาดเจ็บคาบ่อน ถ้าฟ้องมันจะเข้าตัวนะครับ”

หม่อมอำพันค้อนตาคว่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ทวงบุญคุณลูกชายคนเล็ก

“กลับมาก็ดี จะได้ช่วยฉันทำมาหากิน อย่าลืม มรดกของท่านพ่อก็แบ่งกันไปแล้ว มีติดตัวกันคนละกระผีกริ้น”

คุณชายเล็กยิ้มกว้าง ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมโบ้ยไปให้พี่ชายคนโต “งั้นผมคงต้องพึ่งใบบุญพี่ชายโตแล้วล่ะครับ พี่ชายกำลังจะแต่งกับสาวเจ้าที่เสด็จประทานมาให้ คงได้สมบัติมาตั้งตัวไม่น้อยเชียวล่ะ”

คุณชายโตรีบออกตัว “นี่...นายอย่ามาพล่ามให้หม่อมแม่เข้าใจผิดเลย นายทำงานบริษัทน้ำมันฝรั่ง เขาจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย มากกว่าฉันกับนายรองสี่ห้าเท่าตัว”

หม่อมอำพันตาโต เช่นเดียวกับจรวย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณชายเล็กจะได้เงินเดือนมากมายขนาดนั้น คุณชายรองต้องช่วยยืนยันแทนน้องชายว่าเป็นความจริงแน่นอน

“อุ๊ย...ดีเลย เจียดมาให้แม่ใช้บ้าง จะไว้เป็นเงินทุนสำรอง เผื่อเหลือเผื่อขาด”

“หม่อมจะลงทุนที่ไหนหรือครับ”

“ก็ในวงสโมสรของฉันน่ะสิยะ”

คุณชายเล็กกลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแซว “อ้อ... สโมสรบ่อนหม่อมอำพันน่ะเอง”

หลังพูดคุยกันตามประสาพี่น้องแบบพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็ตามคุณชายรองไปเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ สาวๆต้นห้องเสด็จฯยิ้มชอบใจใหญ่ ที่ขวัญใจคนดังอย่างคุณชายเล็กกลับจากเมืองนอก

เสด็จพระองค์หญิงก็ปลื้มใจกับความสำเร็จของหลานชายคนเล็ก แต่ไม่วายอ่อนใจกับคารมของอีกฝ่าย ที่ชอบค่อนแคะแดกดันตัวเองขำๆว่าเป็นลูกชายบ่าวไม่ใช่ราชนิกุลเหมือนพี่ชายอีกสองคน

“พูดอะไร...ลูกบ่งลูกบ่าว หม่อมแม่แกเขาไม่โกรธตายหรือ”

“โธ่...หม่อมนั่นแหละเป็นคนพูดพ่ะย่ะค่ะ ว่าพี่โตน่ะลูกหม่อม พี่รองน่ะลูกเสด็จ แต่เกล้าฯน่ะลูกนมย้อย”

“แกจะมาน้อยอกน้อยใจอะไรตอนนี้”

“ใครว่าเกล้าฯน้อยใจ เกล้าฯชอบจะตาย ว่าบ้านเกล้าฯน่ะไม่เหมือนใครดี จริงไหมพี่รอง”

คุณชายรองพลอยขำไปด้วย รู้ดีว่าน้องชายช่างเย้าแหย่ไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูด

คุณสอางค์ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย อดหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จนคุณชายเล็กสังเกตเห็น

“คุณสอางค์ นี่คุณสอางค์หรือครับ โธ่...ผมจำไม่ได้”

“อะไรกันคะ เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก จำดิฉันไม่ได้”

“ก็ผมไม่อยู่สามสี่ปี แต่คุณสอางค์กลับสวยขึ้น สาวขึ้นกว่าเดิม แล้วผมจะจำได้ยังไงล่ะครับ”

คุณสอางค์ยิ้มไม่หุบ จนเสด็จฯอดขำไม่ได้ และอารมณ์ดีพอจะเย้าหลานชายคนเล็ก

“เฮ้อ...ฉันก็คิดว่าแกจะพาเมียแหม่มมาไหว้เสียอีก”

“โธ่...ยังหรอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯเป็นน้องเล็ก จะรีบร้อนทำไม รอให้พี่โต พี่รองแต่งก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

คุณชายรองรีบออกตัวว่าคงอีกนาน เพราะคุณหญิงก้อยจะไปเรียนต่อ เสด็จฯไม่ชอบใจเรื่องราชนิกุลหญิงคนรักของหลานชายคนรองนัก เลยตัดบทเปลี่ยนเรื่องชวนทั้งสองทานมื้อเย็น

คุณชายเล็กเข้าใจทุกอย่าง ไม่คิดแสดงความเห็นอะไรเรื่องคนรักของพี่ชายคนรอง เช่นเดียวกับความลับของพี่ชายคนโต ที่เขาแอบเห็นจรวยลอบเข้าหาตั้งแต่คืนแรกที่เหยียบเมืองไทย

ooooooo

นอกจากจะทำให้หม่อมอำพันและทุกคนในตำหนักเล็กล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับคุณชายโตแล้ว จรวยยังแผนสูง หวังทำให้เสด็จพระองค์หญิงรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย หม่อมอำพันจะได้ไม่หาเรื่องส่งเธอออกนอกเมืองอีก และสาวใช้ทรงโตก็สบโอกาส เมื่อเสด็จฯเสด็จมาประทับที่ศาลาใกล้ตำหนักเล็ก

จรวยยอมขัดคำสั่งหม่อมอำพัน ยกถาดน้ำชาและของว่างมาเสิร์ฟ และแม้จะถูกกันท่าและกีดกันเท่าไหร่ สาวใช้ทรงโตก็ไม่สนใจ แกล้งทำท่าแพ้ท้องต่อหน้าเสด็จฯกับคุณสอางค์ จนความลับแตก!

“หม่อมฉันท้องกับคุณชายโตเพคะ”

คุณสอางค์ถึงกับเป็นลมเมื่อได้ยิน และไม่รอช้าจะไปแจ้งข่าวคุณสร้อย น้องสาวคนเดียวที่บ้านราชดำริ

“คุณชายโตได้นังข้าหลวงในตำหนักเป็นเมีย ถึงขั้นท้อง แล้วก็หลงหัวปักหัวปํา จะยกเป็นเมียออกหน้าออกตา”

“แล้วนี่แม่ศรีจะเป็นยังไง”

“จะเป็นยังไง ก็เป็นหม้ายขันหมากเหมือนฉันน่ะสิยะ”

จบคำก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น สงสารหลานสาวคนโตเหลือเกิน ต้องเจอเรื่องน่าเศร้าแบบตนในอดีต คือพลาดหวังจากท่านชายในวังวุฒิเวสม์ อุ่นเรือนพยายามปลอบไม่ให้สองสาวใหญ่คิดมาก ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อศรีจิตราเดิน

เข้ามาในห้องโถง ในสภาพเตรียมพร้อมเข้ากระโจมอบผิว เหมือนเคย

คุณสร้อยเห็นหลานสาวก็อารมณ์เสีย แต่โทษใครไม่ได้ เลยไปเอ็ดกับบ่าวไพร่ที่ช่วยกันเตรียมกระโจม

“กางทำไมยะ เลิก...ไม่ต้องไปบ่มมันแล้วผิวชาววัง เอาเวลาไปบ่มมะม่วง บ่มละมุด ยังจะเกิดประโยชน์กว่า”

คุณสอางค์ร่ำไห้ด้วยความสะเทือนใจ คุณสร้อยต้องควักยาดมให้ โดยมีอุ่นเรือนดูแลไม่ห่าง ส่วนศรีจิตราได้แต่มองตามเครียดๆ อยากร้องไห้ตามใจแทบขาด แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วง

สถานการณ์บ้านราชดำริว่าหดหู่แล้ว ตำหนักเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์น่าสมเพชไม่ต่างกัน เมื่อจรวยปั้นหน้าโศก ร้องห่มร้องไห้ขอความเห็นใจจากหม่อมอำพัน พร้อมกับพร่ำขอโทษ ที่หลุดปากเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องท้องกับคุณชายโต หม่อมอำพันไม่เชื่อ แถมดัดหลังเอาคืนด้วยการสั่งคุณชายเล็กให้สลับห้องกับคุณชายโต

คุณชายโตหน้าเสีย มั่นใจว่าตัวเองเสียตำแหน่งลูกชายคนโปรดแล้ว แต่ก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ส่วนคุณชายเล็กได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ไม่ได้อยากย้ายห้องเลย แต่ก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้

เย็นวันเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินในชุดทำงาน ถลาเข้าคุยกับแม่และพี่สาวด้วยความเป็นห่วง

“พอหนูรู้ข่าวก็รีบมาเลย โทร.ไปบอกที่บ้านสวนแล้วค่ะว่าจะมาค้าง แล้วนี่จะเอายังไงคะ”

อุ่นเรือนเป็นคนตอบ “ก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ที่เตรียมตัวจะเข้าวังก็ล้มไป”

“ผิดจากที่หนูว่าไหมล่ะ มีเมียซุกเมียซ่อนจริงๆ แล้วพี่ศรีก็เลยกลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ”

ศรีจิตราถึงกับสะอึก น้ำตาเจียนไหลอย่างช่วยไม่ได้ อุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กไม่ให้พูดมาก ก่อนจะผละออกจากห้อง ทิ้งให้สองพี่น้องปลอบใจกันตามลำพัง

“พี่ไม่เป็นไรหรอกสา แค่...รู้สึกอับอายเท่านั้น”

“ไม่ต้องอายนะ พี่ไม่ได้ทำผิดอะไร ความผิดอยู่ที่อีตาคุณชายนั่นต่างหาก!”

ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของน้องสาว จนพลอยร้องไห้ตาม ทำให้ศรีจิตราอดยิ้มไม่ได้

สาลินปาดน้ำตา พึมพำเสียงอ่อย “ก็หนูสงสารพี่ศรีนี่”

ooooooo

วันเวลาผ่านไป...สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์เริ่มเข้าที่เข้าทาง คุณชายโตใช้ชีวิตฉันผัวเมียกับจรวย ส่วนคุณชายเล็ก เริ่มทำงานที่บริษัทน้ำมันของฝรั่งอย่างเป็นทางการ มีเพียงคุณชายรอง ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนกระทั่งวันที่เขาได้ยินข่าวใหญ่ของหญิงคนรัก ที่บินลัดฟ้าไป
เรียนต่อที่อเมริกาเมื่อหลายเดือนก่อน

“บินลัดฟ้าจากเมืองไทยไปศึกษาต่อนิวยอร์กได้ไม่ถึงสามเดือน ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล กลับแต่งงานเสียแล้วกับอัศนีย์ เถลิงการ ทายาทมหาเศรษฐีของนายอรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดของเมืองไทย”

พาดหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และภาพบรรยากาศงานแต่งหรูหราของราชนิกุลสาวกับหนุ่มหล่อพ่อรวย กลายเป็นข่าวดังทั่วพระนคร โดยเฉพาะฉบับของวิรงรอง ตีข่าวใหญ่ เพราะได้แหล่งข่าวดีจากนิวยอร์ก

และก็เพราะภาพข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อยกับอัศนีย์นี่เอง ทำให้ทุกคนที่วังวุฒิเวสม์ร้อนเป็นไฟ ไม่เว้นแม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ทอดพระเนตรภาพและข้อความในข่าว แล้วก็ถอนพระทัยยาว

“น่าสมเพชแม่ก้อย...ดูรึเป็นลูกชาติลูกตระกูล กลับชิงสุกก่อนห่าม ไปรวบรัดแต่งงานที่โน่น”

คุณสอางค์พยายามมองโลกในแง่ดี “ข่าวบอกมีพระญาติไปร่วมงานเยอะแยะนะเพคะ”

“จริงที่ไหนกันเล่า มีแค่ตาจันทร์กับหม่อมวาณีบินไปกันแค่สองคน ตาจันทร์น่ะ คงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม่ก้อยนี่ก็เต็มที ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัว ไม่รู้ว่าตารองรักใคร่อะไรนักหนา”

“แหม...ก็เธองามยังกะดาราฮอลลีวูด”

มาลากับวรรณา สาวๆต้นห้องเสด็จฯพยักเพยิดเห็นด้วย ก่อนจะซุบซิบกันว่าคุณหญิงก้อยอาจพลาดท่าเสียทีแล้ว ถึงต้องแต่งงานกะทันหัน คุณสอางค์ก็คิดไม่ต่างแต่ไม่กล้าพูด กลัวเสด็จฯจะคิดมากเพราะเป็นห่วงคุณชายรอง

ข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวใจสลายจริงๆ ยิ่งคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง ราชนิกุลหนุ่มก็แทบเข่าอ่อน หมดอาลัยจนไม่มีแก่ใจจะทำงาน

คุณชายโตเห็นน้องชายคนรองกลับมาถึงตำหนักเล็กในเย็นวันเดียวกัน ก็อดเห็นใจไม่ได้

“พี่เสียใจด้วยนะ...มันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้เลย มีปัญหาส่วนตัวกันหรือเปล่า”

“เรื่องส่วนตัวไม่มีหรอกครับ ถ้าจะมีก็คงเพราะเรารวยไม่พอ เมื่อเทียบกับตระกูลเถลิงการ”

พูดจบก็จะเข้าห้อง แต่ไม่ทันขยับ หม่อมอำพันก็โผล่มาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ โดยมีเจียมกับน้อม สาวใช้ประจำตำหนักเล็ก และจรวยซึ่งเริ่มท้องโย้นิดๆ เดินตามมาด้วย

“แม่นี่มันยังไงกัน รักใคร่กับลูกอยู่ดีๆ ดันไปเลือกไอ้เพลย์บอยลูกอาเสี่ยมาเป็นผัว...ทำไมใฝ่ต่ำแบบนี้ แต่ก็ดีแล้วเลิกๆกันไป ฉันไม่อยากได้สะใภ้คุณหญิง แต่ใจต่ำเหมือนนังคณิกา เท่าที่มีอยู่นี่ก็เกินทนแล้ว”

จรวยเจ็บใจนักที่ถูกพูดกระทบ แต่ก็ตอกกลับไม่ได้ คุณชายโตมองมาด้วยความสงสาร เลยออกรับหน้าแทน

“แม่ครับ...ทำไมว่าเมียผมอย่างนั้น จรวยกำลังท้อง เกิดแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง”

“ก็ดีสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมารับเลี้ยงหลานไพร่ๆของแก!”

จรวยร้องไห้โฮ คุณชายโตต้องพากลับห้อง โดยมีหม่อมอำพันเอ็ดไล่หลังอีกหลายประโยค คุณชายรองมองเหตุการณ์ทุกอย่างเซ็งๆ ก่อนจะแยกตัวไปสงบสติอารมณ์

คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก เป็นคนต่อมาที่พยายามจะปลอบใจพี่ชายคนรอง แต่ก็จำต้องถอย เมื่ออีกฝ่ายขอทำใจคนเดียว แม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ก็อยากแวะไปดูอาการหลานชายคนโปรด แต่ต้องยับยั้งใจไว้ เพราะรู้จักนิสัยดีว่าคงอยากอยู่ตามลำพัง ไม่ชอบระบายความอึดอัดใจกับใคร

ooooooo

หลังงานแต่งงานหรูหราที่นิวยอร์ก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็หลงเพริศกับความสุขสบายที่สามีหมาดๆปรนเปรอให้ แต่เพียงไม่นาน... ราชนิกุลสาวก็เริ่มออกอาการ เพราะแม้อัศนีย์จะพยายามเอาใจ แต่ภรรยาจอมเจ้ายศเจ้าอย่าง ก็ถือตัว เย่อหยิ่ง และมองไม่เห็นหัวใครแม้แต่พ่อแม่สามี

ฝ่ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง พยายามทำใจจากอาการอกหัก ด้วยการทุ่มเทกับกิจการผ้าไหมที่ร่วมลงทุนกับศุภรเพื่อนสนิท เสด็จพระองค์หญิงเห็นดีเห็นงามด้วย และทรงช่วยสนับสนุนเท่าที่ได้ ต่างจากคุณสอางค์ เห็นว่าอาชีพพ่อค้าพ่อขายเป็นอาชีพสำหรับสามัญชน ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์

คุณชายรองส่ายหน้า อธิบายเหตุผลยิ้มๆ “โธ่...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว งานสุจริตทุกอย่างก็มีเกียรติ ทั้งนั้นล่ะครับ อีกอย่าง...ยิ่งทำงานมาก ก็ยิ่งไม่มีเวลามาคิดอะไรฟุ้งซ่าน”

น้ำเสียงเรียบๆ ซ่อนความสะเทือนใจของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯนึกเวทนา

“ตารอง...นึกซะว่าเป็นพรหมลิขิตลูก คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ ให้ทำยังไงก็ต้องพราก”

“เนื้อคู่หรือพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า”

“พูดอะไรอย่างนั้นตารอง เราน่ะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้”

“ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ ถ้าจริงเกล้าฯคงไม่ถูกทิ้ง”

“เรื่องแล้วไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่ตารอง... หม่อมแม่เธอคงเกริ่นให้ฟังแล้วเรื่องหลานสาวคุณสอางค์”

คุณชายรองพยักหน้ารับ และไม่มีท่าทีขัดขืนอย่างที่เสด็จฯกับคุณสอางค์นึกกลัว

“แปลว่าเธอไม่มีอะไรขัดข้องใช่ไหม”

“อะไรที่ทำให้เด็จป้าพอพระทัย เกล้าฯก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”

คุณสอางค์ตื่นเต้นมาก จนเสด็จฯต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะรับสั่งกับหลานชายเสียงอ่อน

“งั้นก็ดีเลย ต่อไปป้าจะรับแม่ศรีจิตรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้เธอได้รู้จักมักคุ้นกันไว้”

เช้าวันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยนั่งบ่นและบงการทุกคนให้ทำงานเหมือนเคย โดยเฉพาะศรีจิตรา หลานสาวคนโต ถูกจ้ำจี้จ้ำไชมากที่สุด เพราะเป็นคนหัวอ่อนที่มักไม่ค่อยมีปากมีเสียง

คุณสอางค์มาถึงบ้านราชดำริหลังเช้าวันเดียวกัน พร้อมข่าวดีจากเสด็จพระองค์หญิง ที่ทรงอยากรับตัว ศรีจิตรามาอยู่ด้วยที่วังวุฒิเวสม์ คุณสร้อยเบิกตาโพลง เปลี่ยนท่าทีจากเจ้ากี้เจ้าการ เป็นประคบประหงมหลานสาวคนโตแทนศรีจิตราซึ่งเพิ่งออกจากครัวพร้อมชามใส่ไส้สาคู ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของคุณสร้อย

“ต๊าย...ไปแบกมาทำไม เดี๋ยวไหล่ล้าแขนโตพอดี หน็อย...นังพวกนี้ ให้หลานข้าไปแบกหามได้ยังไงยะ”

“มันก็ไม่ได้หนักอะไรนี่คะคุณป้า อ้าว...คุณป้าสอางค์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

คุณสอางค์ส่งยิ้มให้หลานสาวคนโต “ป้ามาชิมสาคูไส้กุ้งของหนูสิลูก”

“ในครัวกำลังนึ่งชุดแรกอยู่ค่ะ น่าจะจวนแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปดูให้นะคะ”

ศรีจิตราจะไปที่ครัว แต่ไม่ทันขยับ คุณสร้อยก็ถลาไปขวางไว้

“อุ๊ย...ไม่ต้องลูก ลูกศรีจ๋า เดี๋ยวโดนไอน้ำร้อนลวก ผิวจะเกรียมกรมไป”

ทุกคนบนเรือนทำตาปริบๆ โดยเฉพาะศรีจิตรากับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ร้องสั่งให้ทุกคนหยุดมือเรื่องอาหาร และเตรียมตั้งกระโจมอบผิวตำรับชาววังอีกรอบ!

ooooooo

กว่าขั้นตอนบำรุงผิวตำรับชาววังของคุณสร้อยจะจบสิ้น ศรีจิตราก็แทบน่วมไปทั้งตัว ทั้งขัด ทั้งอบจนผิวกลายเป็นสีเหลืองเหมือนไก่ย่างอย่างที่สาลินเคยเปรียบเปรยไว้ แต่ที่น่าหนักใจกว่าคือเรื่องคุณชายคู่หมายของเธอ พลาดจากคุณชายโตแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอต้องหมั้นกับใคร

อุ่นเรือนสงสารและเห็นใจลูกสาวคนโตมาก แต่ก็ไม่อาจขัดคุณสร้อยได้ เลยได้แต่ปลอบให้มองในแง่ดี เพราะคุณชายคู่หมายครั้งนี้คือคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง น้องชายแท้ๆของคุณชายโต

“คุณชายคนที่สองของท่านชายศิริศุภเสกข์กับหม่อมอำพัน แต่เสด็จทรงอบรมเลี้ยงดูมา เลยเป็นหลานคนโปรด”

ศรีจิตราถอนใจยาว แม้จะได้หมั้นกับราชนิกุล แต่ก็อดกลัวไม่ได้

“แม่จำที่ยายสาเตือนเอาไว้ได้ไหมคะ”

“เตือนเรื่องอะไรกัน”

“ก็เตือนว่าคุณชายโตอาจมีเมียซุกเมียซ่อนแล้ว มันก็เป็นจริงด้วย หนูไม่รู้ว่าคุณชายรองนี่จะมีเรื่องอะไรอีก”

อุ่นเรือนโบกมือ ไม่อยากให้ลูกสาวคนโตคิดมาก “ไปเอานิยมนิยายอะไรกับยายสา ยายสาน่ะยังเด็ก ยังอยากมีพี่สาวเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยไม่อยากให้หนูแต่งงาน เลยยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาขู่หนู”

รอยยิ้มให้กำลังใจของแม่ ทำให้ศรีจิตราเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่วายกังวล กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก

ข่าวที่เสด็จพระองค์หญิงจะหาคู่หมั้นให้คุณชายรอง ทำให้หม่อมอำพันชอบใจมาก และเปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาและหมางเมิน เป็นลูบหัวลูบหลังลูกชายคนรอง แบบที่ไม่เคยมาก่อน คุณชายรองก็รู้ดี แต่ก็อดชื่นใจไม่ได้ ที่แม่เอาอกเอาใจและทำตัวเหมือนแม่ที่รักและเอ็นดูเขาบ้าง

จรวยซึ่งท้องแก่ผ่านมาเห็นหม่อมแม่ผัวพะเน้า พะนอลูกชายคนรองก็หมั่นไส้ และอดไม่ได้ต้องไปนินทากับสามี คุณชายโตถอนใจยาว เข้าใจสถานการณ์ดี พยายามบ่ายเบี่ยงว่าแม่ก็รักลูกชายทุกคนในวันเงินเดือนออก จรวยไม่เชื่อนัก แต่ไม่ทันเถียง ก็ต้องยกมือกุมท้อง เพราะกำลังจะคลอด!

ระหว่างที่ทุกคนในวังวุฒิเวสม์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกคนแรกของคุณชายโตกับจรวย...คุณหญิงก้อยก็ตกใจแทบผงะ เมื่อตื่นเช้าในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรูในนิวยอร์ก มาเจอกับพ่อแม่สามีที่ตนแสนรังเกียจ

อรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดคนดังของพระนครนั่งพุ้ยข้าวต้ม ในสภาพเหมือนชาวบ้านสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนทองนพคุณ แม่แท้ๆของอัศนีย์ ก็มีสภาพชาวบ้านไม่ต่างกัน นั่งตำหมากไม่ไกลกันนั้น โดยมีอัศนีย์สามีของเธอนั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนาน

คุณหญิงก้อยไม่อยากออกไปทัก แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการต่อหน้าพ่อแม่สามี แต่อรรถก็ทำให้ราชนิกุลสาวแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเขาเอ่ยถามถึงเรื่องมีลูกของเธอกับอัศนีย์ ด้วยคำพูดโจ๋งครึ่ม

“อาตี๋มันเชิดสิงโตกับลื้อบ่อยไหม...เรื่องนับวันน่ะไม่มีประโยชน์ เชิดสิงโตทุกวันได้ผลกว่า ติดลูกทุกราย”

คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันสวน ทองนพคุณก็เย้าขำๆ “หรือว่าหนูคุณหญิงห่วงสวยไม่อยากท้อง...

ดูฉันสิ แต่ก่อนก็เอวเล็กเอวบางอย่างหนูคุณหญิงนี่แหละ แต่พอมีลูกหัวปีท้ายปี ไอ้ที่ตึงมันก็ยาน ที่แน่นมันก็หลวมโพลก”

จบคำก็หันไปหัวเราะกับสามี ก่อนจะบ้วนน้ำหมากลงกระโถนต่อหน้าราชนิกุลสาว คุณหญิงก้อยแทบอ้วก ทนรังเกียจไม่ไหว ต้องขอตัวไปทำใจในห้องดื้อๆ โดยมีสายตาของอัศนีย์มองตามด้วยความรู้ทัน แต่ก็ไม่คิดตามง้อหรือปลอบใจ เพราะคิดว่าคุณหญิงจะต้องรับครอบครัวของตนให้ได้

ooooooo

หลังเหตุการณ์มื้อเช้าอันน่ารังเกียจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยก็เหมือนจะหมดความเสน่หาในตัวสามีลงดื้อๆ และอัศนีย์เองก็รู้ข้อนี้ดี เพราะก็เบื่อหน่ายพฤติกรรมเอาแต่ใจของภรรยาเจ้ายศเจ้าอย่างไม่ต่างกัน เลยไม่ขัดใจหรือขัดขวางเมื่อเธอขอหย่าในอีกไม่กี่วันต่อมา

และข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคุณหญิงก้อยก็กระฉ่อนทั่วเมืองอีกครั้ง โดยฝีมือพาดหัวของวิรงรอง “บินลัดฟ้าจากนิวยอร์กสู่เมืองไทย ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง เถลิงการ... แต่แปลกจัง กลับไร้เงาสามีหนุ่ม อัศนีย์ เถลิงการ เคียงข้าง”

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองรู้ข่าวนี้จนได้ แม้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตหญิงคนรัก แต่ความเจ็บช้ำที่เธอก่อไว้ ก็ทำให้เขาทิฐิไม่อยากรับรู้ข่าวของเธออีก ศุภรเข้าใจดี แต่ก็ยังอาสาจะถามจากเพื่อนที่นิวยอร์กให้

วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...บรรยากาศอึมครึมนับแต่วันที่คุณหญิงก้อยกลับเมืองไทย พร้อมข่าวใหญ่ว่าเธอหย่าขาดกับสามีหล่อพ่อรวยแล้ว ทำให้ทุกคนในบ้านร้อนรนแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะท่านชายจันทร์ บิดาของคุณหญิงก้อย อยากเค้นความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กมาก แต่ก็ต้องระงับไว้ ไม่อยากทะเลาะด้วย

แต่หม่อมวาณีก็กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศเหมือนเคย

“แม่ว่าเราจัดเลี้ยงฉลองอีกสักครั้งไหมลูก ญาติๆทั้งสองฝ่ายจะได้รู้จักมักคุ้นกัน”

คุณหญิงก้อยมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “หญิงว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”

“แล้วนี่เมื่อไหร่พ่ออัศนีย์จะตามมาล่ะลูก”

“เขาคงไม่ตามมาหรอกค่ะ แต่ถึงจะตามมา หญิงก็ไม่สนใจ เพราะหญิงกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”

ท่านชายจันทร์ลุกพรวด หมดความอดทน เอ็ดลูกสาวคนเล็กลั่น ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาตลอดหลายวัน

“นี่หมายความว่ายังไง เธอช่วยบอกมาชัดๆหน่อยซิหญิงก้อย”

“หญิงกับอัศนีย์แยกทางกันแล้วเพคะ”

หม่อมวาณีตกใจมาก “อะไรกันหญิง อยู่กันก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำ”

“แต่งกันได้ยังไม่ถึงปี ตอนแต่งนั่นก็อับอายขายหน้ามาทีหนึ่งแล้ว แล้วทีนี้จะทำยังไง”

คุณหญิงก้อยยักไหล่ ไม่ยี่หระ “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่เพคะท่านพ่อ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็จบกัน หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่ต้องมาหวานอมขมกลืนอะไรอยู่ ต่างคนต่างไป ต่างมีอิสระจะเริ่มต้นใหม่”

ท่านชายจันทร์เหยียดยิ้มหยัน “อิสระที่จะแร่ไปมีผัวใหม่อย่างนั้นหรือ”

“หญิงคิดว่าอย่างนั้นเพคะ”

“หญิง...นี่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้ว”

“งั้นหญิงก็ขอตัวก่อนนะเพคะ”

จบคำคุณหญิงก้อยก็ผละไป หม่อมวาณีทำท่าจะตามไปปลอบเหมือนเคย เลยถูกท่านชายจันทร์เอ็ด

“แม่วาณี...เธอเลิกประคบประหงมเอาใจมันเสียที ตามใจจนมองไม่เห็นหัวใครแล้ว เธอยังไม่รู้อีกหรือ”

ท่านชายจันทร์แยกตัวไปอีกคน ทิ้งหม่อมวาณีให้แทบเป็นลม คุณหญิงกลางเข้าประคอง พร้อมกับปลอบให้ค่อยๆคิดหาทางแก้ข่าว หม่อมวาณีพยักหน้า ก่อนจะรำพึงอย่างอ่อนใจ

“โธ่เอ๊ย...แม่คิดอยู่แล้วว่าต้องไปกันไม่รอด...อายุแค่นี้ต้องมาเป็นแม่ม่ายแม่ร้าง โธ่...กะอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าอัศนีย์นี่ต้องก่อเรื่อง ถ้าเป็นชายรองก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”

ooooooo

สาลินรับรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยด้วยความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห่อ ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น แต่กลับชอบใจมากกว่า เมื่อไนเจลบอสหนุ่มพาจิตริณี เลขาสาวสวยจบจากเมืองนอกมาให้รู้จัก

ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่แคร์ว่าใครจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเธอบ้าง เพราะมีเพียงคุณชายรองที่เธออยากให้สน และขั้นแรกของการขอคืนดีคือตามหาแหวนแทนใจของเขา

บ่าวไพร่ในวังรัชนีกุลวิ่งกันให้วุ่น เมื่อคุณหญิงก้อยมีคำสั่งให้ตามหาแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย คุณหญิงกลางได้แต่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแหวนมาคืนเพื่อจบปัญหา

“เอ๊ะ...แล้วแหวนของหญิงไปอยู่กับพี่หญิงได้ยังไงคะ”

“หญิงจำไม่ได้หรือจ๊ะ ก่อนที่หญิงจะไปอเมริกาน่ะ หญิงโละของเก่าบอกให้พี่ไปบริจาค พี่เจอแหวนนี่ในกล่อง เห็นสลักชื่อวุฒิวงศ์ก็เลยบริจาคไม่ลง เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้”

คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระกับน้ำใจพี่สาว สวมแหวนเกลี้ยงบนนิ้ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“หญิงจะกลับไปหาคุณรอง ไปขอโทษทุกเรื่องที่หญิงทำพลาดไป”

“สิ่งที่เธอทำพลาด คือทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด คิดว่าคุณรองเขาจะให้อภัยเธองั้นหรือ”

“พี่กลางถึงต้องช่วยหญิงไงคะ แค่นัดเดทให้หญิงก็พอ แล้วหญิงจะจัดการทุกอย่างเอง”

“แน่ใจในตัวเองมากเลยนะจ๊ะหญิง”

“แน่ใจสิคะ คุณรองรักหญิง เขาให้อภัยหญิงได้เสมอ”

ท่าทางมั่นใจของน้องสาวทำให้คุณหญิงกลางหนักใจมาก ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะรู้นิสัยกันดี

เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก ซึ่งเพิ่งกลับจากทำงานและรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงก้อยแล้ว อดบ่นกับนมย้อยไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนรอง

“คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ให้พลัดพรากยังไงก็ต้องหวนกลับมาเจอกัน แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ค่ะ”

“ไม่รู้ว่าเรื่องพี่รองกับหญิงก้อยจะลงเอยแบบไหนนะครับ”

“เขาว่ากันว่า...คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตนะคะ”

“นั่นน่ะสิฮะ เฮ้อ...ไปอยู่เมืองนอกสามสี่ปี คิดถึงนิทานของนมจังเลย”

“ดู้...โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะฟังนิทานอีกหรือคะ เอาเรื่องอะไรดีคะ”

“เรื่องอะไรก็ได้ฮะ ขอให้จบแบบแฮปปี้หน่อยก็แล้วกัน”

จบคำก็นอนหนุนตัก ปล่อยให้นมย้อยเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับภายในเวลาไม่นานเหมือนตอนเด็กๆ

ooooooo









สะใภ้จ้าว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด