สมาชิก

เสน่ห์นางงิ้ว

ตอนที่ 6

บนโต๊ะอาหารบ้านชยุติ วลี ไชโยและวลัยกำลังบ่นเรื่องชยุติไม่กลับบ้าน มาลัยพูดขึ้นลอยๆว่าบังคับลูกจนกลายเป็นพ่อแม่รังแกลูก วลีเคืองหาว่าอาม่าให้ท้ายหลานจนเสียคน ไม่ทันไรจ๊าดเข้ามารายงานว่า แสงเดือนโทร.มาว่ากำลังมาหา วลีกับไชโยหน้าเจื่อน

สายวันนั้น ล้วนกับแสงเดือนเข้ามานั่งมองหน้า แล้วพูดเป็นการเป็นงานเรื่องการลงทุนร่วมกัน ไชโยกับวลียังสนใจอยู่หรือไม่ ไชโยรีบบอกว่าสนใจไม่ยอมพลาดโอกาสดีๆที่จะได้ร่วมงานกับตระกูลใหญ่อย่างเขา แสงเดือนแอบยิ้มสมใจก่อนจะวางท่าเครียดพูดเรื่องลูกสาว

วลีรีบขอโทษและสำทับว่าตนต้องการยิ่งจันทร์เป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียว แสงเดือนจึงบอกว่า ดี...เพราะโครงการที่จะลงทุนร่วมกัน ตนต้องการให้เป็นธุรกิจครอบครัวไม่อยากให้เงินทองรั่วไหล ฉะนั้นจะเริ่มต่อเมื่อชยุติแต่งงานกับยิ่งจันทร์และต้องเร็วที่สุด ทั้งสองครอบครัวจึงกำหนดวันแต่งงานกันเองภายในเจ็ดวัน

มาลัยได้ยินแล้วอ่อนใจ ให้จี๊ดมาช่วยพับกระดาษเงินกระดาษทองเผาให้ผีไม่มีญาติ...ด้านบัวมาช่วยดำเกิงขายบะหมี่ที่หลังโรงงิ้ว ชยุติเดินเข้ามาขอซื้อสิบห้าห่อ ดำเกิงเงยหน้ามาเห็นไม่พอใจหาว่าเขาอวดรวย ชยุติบอกว่าครอบครัวตนมีหลายคน ดำเกิงว่าผู้ดีอย่างบ้านเขา

ไม่มีใครกินของข้างทางอย่างนี้ บัวพยายามไกล่เกลี่ยบอกดำเกิงว่า ลูกค้าจะซื้อไปทำอะไรเราก็ต้องขาย

 “ก็ได้ๆ สิบห้าห่อนะ ไปนั่งรอไกลๆตรงนู้นเลย ได้แล้วจะเรียกมาเอา”

 ชยุติยิ้มสบตาบัวแว่บหนึ่ง เธอรีบก้มหน้าหั่นผักไม่สนใจ...บ่ายวันนั้น ชยุติแอบเข้าหลังบ้าน เอาถุงบะหมี่ให้จี๊ดจัดขึ้นโต๊ะ จ๊าดเห็นรู้ทันว่าต้องเป็นของแถวโรงงิ้ว ชยุติเห็นชูดวงจึงเรียกให้ออกไปโรงรถด้วยกัน ชูดวงเข้าใจว่าให้มาล้างรถ แต่เขากลับพาออกหลังบ้าน

“ผมมีเรื่องอยากขอให้พี่ชูช่วยน่ะครับ เรื่องสำคัญและเป็นความลับด้วย”

“งั้นคุณติอย่าบอกเลยครับ เดี๋ยวมันจะไม่เป็นความลับ”

ชยุติทำหน้าตึง ชูดวงยิ้มรับคำว่าจะปิดเป็นความลับ แล้วตั้งใจฟังคำขอของชยุติ...ที่ตลาด ไหมฟ้ากับตรึงจิตกำลังเถียงกันไปมาหวิดลงมือลงไม้ มีนกขมิ้นคอย ห้ามทัพ ชูดวงเข้ามาถามหาธานี ไหมฟ้ารีบแสดงตัวว่าตนเป็นเมีย ชูดวงทำทีจะขอกู้เงิน ไหมฟ้ายิ้มกริ่มที่จะได้ลูกหนี้อีกคน

กนกวิภาตื่นเอาบ่ายลงมานั่งรอกินกลางวัน วลัยบอกเรื่องชยุติจะแต่งงานกับยิ่งจันทร์ก็ดีใจ จี๊ดยกบะหมี่มาวางให้ วลัยซดแล้วชมว่าอร่อย แต่กนกวิภาเอะใจถามจ๊าดว่าบะหมี่จากที่ไหน จ๊าดรีบจีบปากรายงานว่า น่าจะเป็นของพวกโรงงิ้ว กนกวิภาไม่ยอมกินและโกรธ

ขณะเดียวกัน ชูดวงกลับมารายงานชยุติว่า ไป

เลียบเคียงถามธานีมาแล้วว่า เจียงเป็นหนี้รวมต้นและดอกเกือบห้าแสน ชยุติตัดสินใจจะช่วยเหลือบัว แต่พอไปเบิกเงินที่ธนาคารก็พบว่า วลีระงับบัญชีของเขาทั้งหมด

ooooooo

ในตอนเย็น ธานีมาเก็บดอกเบี้ยที่บ้านเจียงถ้าไม่ได้ บัวจะต้องไปกับเขา ดำเกิงกำลังจะออกไปขายบะหมี่ชะงักดูท่าที บัวขอผัดอีกวัน ธานีไม่ยอมถ้าบัวไม่ไปเขาจะขนชุดงิ้วไปให้หมด บัวจึงขอข้อตกลงว่า ระหว่างที่ตนไปทำงานที่บ้านเขา ห้ามเขาแตะต้องตนเด็ดขาด

“อั๊วคงให้ตามที่ลื้อขอไม่ได้หรอกนะ เพราะอั๊วจะเอาลื้อไปทำเมีย คนเป็นผัวเมียกันก็ต้องจูบหอมกันสิ”

ขาดคำดำเกิงกระโดดถีบธานีล้มหัวกระแทกเลือดออก ธานีร้องลั่นจะเอาเรื่อง บัวหน้าเสียขอโทษแทน ธานียื่นข้อแม้ว่าเธอต้องแต่งงานกับตน ไม่อย่างนั้นดำเกิงจะเข้าไปนอนในคุก ดำเกิงฮึดฮัดไม่พอใจ บัวขอให้ดำเกิงพอเสียที ยิ่งเขาไม่ใช้สติเรื่องก็บานปลายไปเรื่อย

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะบัว บัวจะยอมแต่งงานกับไอ้เสี่ยธานีไม่ได้นะ”

“เราจะทำอะไรได้เกิ่ง ถึงเวลานั้นจริงๆคงต้องก้มหน้ารับกรรมไป เพราะบัวก็ยอมให้เขายึดบ้านหลังนี้ไปไม่ได้หรอก”

ด้านชยุติกลับบ้าน เจอวลีกับไชโยถากถางไม่มีเงินก็ซมซานกลับมา ชยุติเหนื่อยใจบอกอยากทำอะไรเอาที่สบายใจเลย แต่ตนก็ยังยืนยันคำเดิม วลีสวนตนก็ยืนยันคำเดิมว่าเขาต้องแต่งงานกับยิ่งจันทร์ ชยุติย้อนให้ป๊ากับม้าแต่งเสียเอง วลีตวาดกลับว่าตนรับปากให้เขาแต่งงานกับยิ่งจันทร์ไปแล้วอีกเจ็ดวันข้างหน้า ชยุติตกใจไม่ยอม วลัยช่วยพูดให้เขายอม

“หลานติยอมแต่งกับหนูจันทร์เถอะนะลูก นอกจากหนูยิ่งจันทร์จะเป็นผู้หญิงที่สวยพริ้งแล้ว ชาติตระกูลก็ยังดี ถ้าเราได้ดองกับเขาก็เท่ากับเป็นการจับมือทำธุรกิจกับคุณล้วน คุณแสงเดือนกันด้วย มีเมียคนเดียวได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ดีจะตายตาติ”

“แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ ดีจริงๆ” ชยุติประชดแล้วยืนกรานว่าไม่แต่ง

วลีโมโหจะตัดเขาออกจากกองมรดก ชยุติมองแม่ด้วยความรู้สึกปวดใจ...เขาเข้ามาไหว้รูปอากงด้วยแววตาขอเป็นที่พึ่ง มาลัยเข้ามาปลอบใจและพาไปที่ห้อง บอกหลานชายที่สุดรักว่าอย่าหนีปัญหา ตนกับอากงต่อสู้กันมาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ฟันฝ่าอุปสรรคมาได้จนทุกวันนี้ คนขี้ขลาดเท่านั้นที่หนีปัญหา ชยุติบอกตนจนปัญญาแล้ว มาลัยจึงชี้ทางสว่างให้

วันต่อมา ชยุตินัดทนายความให้ร่างสัญญาระบุจำนวนเงินสองแสนที่เป็นค่ารักษาเจียง โดยที่ตนเป็นเจ้าหนี้และบัวเป็นลูกหนี้ ไม่ทันไร ทนายเอาความมาแจ้งกับวลี เธอจัดการให้ทนายเปลี่ยนชื่อเจ้าหนี้เป็นตนแทน แล้วให้เขาไปดำเนินการตามที่สั่ง

บ่ายวันนั้น ทนายความมาพบบัวที่บ้าน แจ้งความจำนงเรื่องสัญญาเงินกู้จากบริษัทเกียรติกำจร บัวแปลกใจแต่คิดว่าชยุติคงคุยกับวลีแล้ว ดำเกิงทำหน้าเหยียดที่ชยุติเป็นลูกแหง่แบมือขอเงินแม่ บัวตัดสินใจเซ็นชื่อรับทราบ ทนายความแอบยิ้มสมใจ

วลีได้รับเอกสารสัญญาแล้วสะใจมากที่บัวหลงกล...

ชยุติมาดักรอบัวเพื่อบอกเรื่องสัญญาเงินกู้ เธอบอกว่าเซ็นเรียบร้อยแล้ว เขาตกใจทำไมถึงรู้ก่อน พอบัวเล่าว่าทนายของเขาเป็นคนนำมา ชยุติฉุกคิดรีบกลับบ้าน พยายามสงบใจให้เย็นเพื่อเจรจากับวลีขอสัญญาคืน วลีได้ทีบอกตนไม่ได้บังคับให้บัวเซ็น แต่เพราะบัวโง่เห็นแก่เงินจึงเซ็นโดยไม่คิดให้รอบคอบ ชยุติโต้

“บัวไม่ได้โง่ เธอแค่ไว้ใจผม ป๊าม้าครับผมขอร้อง ผมรู้ว่าอาม้าไม่ได้อยากได้เงินนั่น ป๊าม้าแค่อยากจะแกล้งพวกเขา แต่หยุดเถอะครับ พอแค่นี้เถอะอย่าสร้างกรรมต่อกันอีกเลย คืนสัญญาให้ผมเถอะ”

“ฉันจะคืนให้ก็ต่อเมื่อแกแต่งงานกับหนูยิ่งจันทร์แล้วเท่านั้น แต่ถ้าแกยังยืนกรานไม่แต่ง ฉันจะยึดบ้านพวกมันทันที” วลียื่นคำขาด และขู่เขาน่าจะรู้ว่าตนใจร้ายได้มากกว่านี้

ชยุติครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจตอบตกลง วลีกับไชโยหลงดีใจในที่สุดก็บีบลูกชายสำเร็จ ทั้งสองวาดฝันจะได้ร่วมลงทุนงานด้านอสังหาริมทรัพย์กับแสงเดือนและล้วนเสียที

ooooooo

เสน่ห์นางงิ้ว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด