ตอนที่ 7
เสร็จจากซ้อมมวยสามสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพราวพรรณรายกับประกายเดือนแซวปานตะวันไม่หยุดเรื่องที่มีหนุ่มเล็กมาสนใจแสดงว่ายังมีเสน่ห์ปานตะวันหาว่าเพ้อเจ้อ
“แหม...แทนที่จะโมโหตะวันน่าจะภูมิใจนะว่าณจุดนี้เรายังมีของ...เด็กรุ่นน้องมาปิ๊งให้มันรู้ซะมั่งว่าไผเป็นไผไอ้พวกผู้ชายที่มันงี่เง่ามันจะได้เงิบไปเลยยิ่งไอ้พวกที่นึกว่าตัวเองเจ๋งเป็นเทพทำตัวอยู่เหนือผู้หญิงมันยิ่งต้องเอาให้สำนึก” พราวพรรณรายกระเซ้า
ปานตะวันมองตัวในกระจกนึกตามชักเริ่มภูมิใจ ...ระหว่างนั้นที่บ้านนาคินทร์เข้ามาในห้องปานตะวันไม่เห็นเธออยู่ก็เริ่มหงุดหงิดเดินมาที่ห้องนารถนรินทร์เห็นอยู่กับใบตองก็ทำทีถามอยู่กันแค่นี้หรือใบตองแซวอยากให้ใครอยู่อีกหรือเขาอึกอักกลับออกไปสองสาวขำกิ๊กนาคินทร์อารมณ์เสียคิดต่างๆนานาว่าปานตะวันออกไปกับใคร
สามสาวอาบน้ำแต่งตัวเดินออกมาเล็กปรี่เข้าชวนทุกคนไปทานข้าวปานตะวันจะขอตัวแต่อีกสองสาวรับคำแล้วคะยั้นคะยอให้เธอไป...เล็กพามาทานอาหารร้านสไตล์ฟาสต์ฟู้ดแบบวัยรุ่นปานตะวันรู้สึกผ่อนคลายเห็นเพื่อนกับน้องตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อยประกายเดือนกับพราวพรรณรายช่วยกันสาธยายคุณสมบัติของปานตะวันให้เล็กฟัง
“รับจ๊อบได้จริงเหรอครับเจ้านายพี่ตะวันไม่ว่าใช่ไหมครับ”
“ใครจะกล้าว่ายิ่งคนไข้เป็นโรคหัวใจเรายิ่งต้องรีบให้การดูแลเป็นพิเศษเป็นโรคหัวใจรึเปล่าล่ะเราน่ะ” พราวพรรณรายกระเซ้า
ปานตะวันถลึงตาปรามแต่ทั้งสองสาวยังแหย่ไม่เลิก...สองสาวอยากไปทำเล็บต่อปานตะวันขอแยกกลับเล็กอาสาไปส่งหญิงสาวปฏิเสธอย่างถนอมน้ำใจ
“ไม่ดีกว่าค่ะ...คือขอบคุณนะคะแต่พี่เกรงใจใกล้แค่นี้พี่นั่งแท็กซี่กลับเองได้ตามสบายนะ” ปานตะวันหันไปบอกเพื่อนกับน้อง “พี่ขอคุณนารถไว้แค่ช่วงกลางวันนี่ก็เย็นแล้ว”
เล็กแทรกขึ้น “เดี๋ยวครับพี่ตะวันอย่าลืมนะครับถ้าว่างไปเที่ยวเขาใหญ่บ้างอ้อ...พอดีเลยถ้าไม่รังเกียจพี่ชายผม...พี่ใหญ่ที่เคยไปรักษาสิวกับพี่หมอพิงค์น่ะครับจำได้ไหมครับ” พราวพรรณรายพยักหน้า “นั่นล่ะครับจะแต่งงานอาทิตย์หน้ายังไงผมเชิญพี่พิงค์พี่เดือนแล้วก็พี่ตะวันไปเป็นเกียรติด้วยนะครับ”
ปานตะวันอึกอักแต่พราวพรรณรายรับปากแทนประกายเดือนรีบให้เบอร์โทร.บอกให้เตือนที่เบอร์ตนอีกทีตนจะจัดการให้อ้างตนเป็นเลขามีหน้าที่เก็บข้อมูลอย่างรอบคอบ
เย็นวันนั้นปานตะวันกลับเข้าบ้านเจอนาคินทร์ยืนหน้าถมึงทึงถามไปไหนมาเธอตอบว่าลานารถนรินทร์ไว้แล้วเขาตะคอก “ขี้ลืมหรือว่าโง่...”
ปานตะวันจ้องเขาอย่างไม่กลัวเกรงเขาสำทับว่าเขาเป็นเจ้านายเธอไม่ใช่นารถนรินทร์ “คุณนี่มันอย่างที่ผมคิดจริงๆแรกๆทำเป็นเอาใจใส่ดูแลยัยนารถไม่ขาดตกบกพร่องแต่ก็ไม่นานลายเริ่มออกให้เห็นแล้ว”
“ไล่ฉันออกเลยสิคะ” ปานตะวันจ้องตาท้าทาย
“ไม่สำเร็จหรอกอย่ามาใช้วิธีนี้กับผมผมไม่ได้โง่...คิดจะเล่นเกมกับผมมันต้องใช้สมองมันต้องลึกซึ้งหน่อยเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณตบตาคนทั้งโลกได้แต่ไม่ใช่ผม” ปานตะวันจะเดินหนีนาคินทร์กระชากกลับมา “ออกไปแรดกับใครมาไอ้อัคหรือไอ้นัค...บอกมา”
ปานตะวันสุดทนสะบัดแขนออกทุบตีนาคินทร์เขารวบมือเธอไว้ถากถาง...หรือเหมาแพ็กเธอเสียงกร้าว “หยาบคายสกปรกจิตใจคุณมันสกปรกที่สุด”
“สะอาดนักนี่คุณน่ะโสโครกนางบำเรอ...”
ปานตะวันช็อกน้ำตาหยดติ๋งนาคินทร์ชะงักเมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิงผลักเธอกระเด็นไล่จะไปไหนก็ไปหญิงสาวเข่นเขี้ยว “อย่าร้ายกาจกับฉันอย่ากดดันฉันให้มากไปกว่านี้เพราะถึงฉันจะเป็นคนที่มีความอดทนแต่ความอดทนมันมีได้มันก็หมดได้เหมือนกัน”
นาคินทร์ยืนอึ้งมองปานตะวันเดินไปด้วยหัวใจสับสน...ปานตะวันเข้าห้องมาได้ก็ร้องไห้โฮด้วยหมดความอดทนอีกต่อไป
ooooooo
บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำนัครินทร์กลับมาอย่างหิวโซนาคินทร์ถามทันทีว่าวันนี้ไปไหนกับใครมาปานตะวันมองอย่างรู้ว่าเขาคิดอะไรนัครินทร์แปลกใจปกติไม่เคยถามแต่ก็ตอบไปว่าไปกับสาวน้อยหน่านาคินทร์เสียงเขียว “โกหก!”
นัครินทร์ตกใจ “เฮ้ย!พี่คินเป็นอะไรรึเปล่าฮะก็ผมไปกับน้องน้อยหน่ามาจริงๆอ่ะ”
นาคินทร์ถามย้ำนัครินทร์จึงเอารูปที่ถ่ายเล่นกับน้อยหน่าวันนี้ออกมาให้ดู “อ่ะดูๆเวลา...วันที่มีระบุชัด... มีหลายแอ็กชั่นนะฮะแต่ไม่ควรนำมาเปิดเผยแล้วล่ะฮะแต่ถ้าพี่คินทร์อยากจะดู”
นาคินทร์ปัดออก ทุกคนงงกับท่าทีของเขาอัครินทร์แกล้งตักอาหารให้ปานตะวันนาคินทร์เห็นแล้วยิ่งฉุนสาวิตรีถามลูกชายทำไมช่วงนี้ดูเครียดๆน่าไปพักผ่อนบ้างทวยเทพนึกได้ชวนทุกคนไปงานแต่งงานลูกชายเพื่อนถือเป็นการไปพักผ่อนในตัวที่เขาใหญ่นัครินทร์เห็นดีด้วย
นาคินทร์แย้ง “ไม่ได้ไอ้นัคแกต้องไปเมืองกาญจน์กับเลขาแกอย่าลืม...”
อัครินทร์บอกว่าไปไม่ได้เช่นกันเพราะต้องออกค่ายอาสา...สาวิตรีบอกเหลือนาคินทร์กับนารถนรินทร์แล้วจึงหันไปกำชับปานตะวันต้องไปด้วยนาคินทร์ยิ้มสะใจเจอกันแน่
คืนนั้นปานตะวันโทร.หาประกายเดือนขอร้องไม่ให้ไปกาญจน์กับนัครินทร์อ้างผู้ชายไว้ใจไม่ได้คาดเดาไม่ออกว่าเขาร้ายกาจขนาดไหนประกายเดือนทำไม่ได้รับรองจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดถ้าใครมาทำอะไรจะหักงวงไอยราให้ดูว่าแล้วก็กู๊ดไนต์วางสายไปดื้อๆ...ปานตะวันถอนใจหันมาเจออัครินทร์ยืนยิ้มถามผู้ชายร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือเธอหน้าเสีย
“ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะครับบังเอิญได้ยิน...คุณตะวันครับมีอะไรไม่สบายใจอยากให้ผมช่วยก็บอกนะครับรับรอง...ลึกๆผมไม่ร้าย” อัครินทร์ส่งยิ้มจริงใจ
ปานตะวันซาบซึ้งอมยิ้มกรายๆ...พอกลับเข้าห้องล็อกประตูหันมาก็ตกใจเจอนาคินทร์นอนจุ๊ยอยู่บนเตียงเธอหันกลับจะออกไปเขาพุ่งตัวมาล็อกเธอไว้ “จะไปแรดที่ไหนอีก...”
“ปล่อยนะ...จะบ้าไปถึงไหนเมื่อกี้ก็ไล่กัดเขาไปทั่วเหมือนหมาบ้าซะจนฉันยังอายแทน”
เขาย้อนถามคนอย่างเธออายเป็นด้วยหรือปานตะวันผลักไสไล่เขาออกไปเขากลับปลุกปล้ำเธอดิ้นสุดฤทธิ์ด่าว่าเขาเป็นคนน่ารังเกียจที่สุดเขาชะงัก “แล้วคุณนึกว่าผมพิศวาสคุณนักรึไงจำไว้เลยนะคุณมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์ของผม...แล้วคืนนี้ก็เสียใจด้วยผมไม่มีอารมณ์”
นาคินทร์ผลักปานตะวันกระเด็นแล้วเดินออกไปหญิงสาวเจ็บช้ำใจร้องไห้สะอึกสะอื้น
ooooooo
บรรยากาศบนเขาใหญ่สวยงามอากาศปลอดโปร่งทุกคนยืนดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้เจอนาคินทร์เข็นรถนารถนรินทร์เข้ามาดูเธอมีความสุขมากเขาจึงบอกว่าถ้ารู้ว่าเธอชอบคงพามาบ่อยๆนารถนรินทร์ติงว่าหลังๆมานี่เขาไม่สนใจเธอเลยว่าแล้วก็นึกได้ถามถึงบ้านเขาที่นี่
“จริงด้วยเรือนหอหนูกนกน่ะอุ๊บ!แม่ขอโทษจ้ะพี่คินทร์แม่ไม่น่าพูด...”สาวิตรีพลั้งปาก
“ทำไมจะพูดไม่ได้ครับคุณแม่ในเมื่อกนกยังอยู่ในใจผมเสมอไม่มีใครมาแทนได้”
ทุกคนตกใจหันมองปานตะวันแต่นาคินทร์กลับมองด้วยสายตาเยาะเย้ยปานตะวันกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยการถาม “มีใครหิวน้ำไหมคะตะวันขอตัวไปเอาน้ำทางโน้นก่อนนะคะ”
สาวิตรีกับนารถนรินทร์ตำหนินาคินทร์ทำไมพูดแบบนั้นเขายิ้มมุมปากมองตามหลังปานตะวันไปอย่างสะใจ...ปานตะวันเดินมาที่มุมเครื่องดื่มเธอยืนระงับอารมณ์สักพักก่อนจะนั่งลงอย่างอ่อนแรงทันใดมีคน
ยื่นแก้วน้ำหวานให้เธอสะดุ้งหันมองต้องตะลึงที่เป็น...น้องเล็ก
“ใครทำให้พี่ตะวันโกรธครับเดี๋ยวผมไปเคลียร์ให้”
ปานตะวันเผลอยิ้มกระเซ้าว่าเขาเป็นมาเฟียหรือเล็กบ่นเสียดายที่พราวพรรณรายกับประกายเดือนมาไม่ได้แต่ก็ดีใจที่ปานตะวันมาเธอหลบตาบอกเขาว่าตนมาทำงานเล็กเสนอพาเที่ยว
“คงไม่ได้หรอกค่ะเอ่อ...พี่ขอตัวนะคะป่านนี้เจ้านายรอแล้ว”
เล็กจึงบอกว่าคืนนี้เจอกันปานตะวันยิ้มรับตามมารยาทก่อนจะเดินไป...
ตกกลางคืนบรรยากาศงานเลี้ยงกลางแจ้งเต็มไปด้วยความครึกครื้นครอบครัวนาคินทร์อยู่ในชุดสวยหล่อเต็มที่ขาดแต่ปานตะวันนาคินทร์บ่นมัวไปหลงป่าอยู่ไหนถึงยังไม่มานารถนรินทร์กับสาวิตรีรีบบอกว่าพวกเธอหาชุดให้ไปเปลี่ยนใหม่ไม่ทันไรปานตะวัน
เดินมาแขกในงานมองกันตาค้างรวมทั้งนาคินทร์ที่หันไปเห็นหญิงสาวกล่าวขอโทษที่ช้า
“พี่ตะวันสวยสุดๆเลยจริงไหมคะพี่คินทร์” นาคินทร์รู้สึกตัวทำฟอร์มไม่สนใจนารถนรินทร์ขอให้นาคินทร์ช่วยเข็นรถแทนเพราะวันนี้ให้ปานตะวันเป็นเจ้าหญิงสักวัน
ทวยเทพนำทีมครอบครัวมาทักทายพ่อเลี้ยงไพบูลย์พ่อเลี้ยงมองปานตะวันอย่างถูกใจบอกทวยเทพช่วยหาแบบนี้ให้สักคนเพราะตนกำพร้าเมียมานานนาคินทร์ตาขวางด้วยความหึง
“เอ...จำได้ว่าพ่อเลี้ยงมีลูกชายสองคนไม่ใช่เหรอคะ” สาวิตรีเปลี่ยนเรื่อง
“ใช่ครับมีสองคนคนที่แต่งงานนี่ชื่อเจ้าใหญ่อีกคนนึงชื่อเจ้าเล็กอ้าว...หายไปไหนแล้วหว่าตะกี้ยังอยู่ตรงนี้เจ้าเล็กๆ...มานี่ๆมาไหว้เพื่อนพ่อ” ไพบูลย์เห็นลูกชายก็กวักมือเรียกเล็กในชุดหล่อเหลาเดินยิ้มเข้ามายกมือไหว้ทุกคนจนมาถึงปานตะวันเขาก็ทักทายทุกคนแปลกใจไปรู้จักกันเมื่อไหร่โดยเฉพาะนาคินทร์ตาเขียวปั้ด
“อาทิตย์ที่แล้วผมเข้าเมืองน่ะครับไปต่อยมวยแล้วเจอพี่ตะวัน”
“โอ้โห! คุณพยาบาลต่อยมวยด้วยคนไข้กลัวตายเลยฮ่าๆๆๆ” ไพบูลย์ชอบใจ
เล็กยิ้มกริ่มมองปานตะวันตาหยาดเยิ้มหญิงสาวทำตัวไม่ถูก...เล็กตักอาหารมาให้นารถนรินทร์กับปานตะวันนารถนรินทร์ห่วงความรู้สึกนาคินทร์จึงยื่นต่อให้เล็กเห็นรีบบอกเดี๋ยวตนไปตักให้ใหม่นาคินทร์เสียงเฉียบ “ไม่ต้อง...เอ่อพี่ไปเอาเองครับอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปตรงอื่นอยู่พอดี...ตรงนี้น่าเบื่อ” นาคินทร์ปรายตามองปานตะวันก่อนจะเดินไป
นารถนรินทร์ขอไปด้วยแต่นาคินทร์กลับบอกให้อยู่ตรงนี้ทำนองอยู่กันท่าไว้น่ะดีแล้วเล็กเอ่ยปากท่าทางนาคินทร์ดุหรือว่าหวงปานตะวันนารถนรินทร์แกล้งว่าน่าจะใช่ปานตะวันอึดอัดเปลี่ยนเรื่องคุยชี้ให้นารถนรินทร์ดูแบบการจัดงานเล็กตกใจรีบถามใครจะแต่งงาน
“แหมจะตกใจอะไรขนาดนั้นคะน้องเล็กอย่าบอกใครนะ...พี่เอง” นารถนรินทร์ชี้ตัวเอง
เล็กทำท่าโล่งอกนารถนรินทร์ชักกังวลแทนนาคินทร์ทันใดพิธีกรประกาศให้สาวๆไปรอรับดอกไม้เจ้าสาวปานตะวันจะเข็นนารถนรินทร์ไปรับแต่เธอปฏิเสธอ้างอายเขาปานตะวันปลอบไม่เห็นต้องอายเล็กเห็นด้วยช่วยเข็นรถให้เพื่อปานตะวันจะได้มีโอกาสด้วย...สาวๆหลายคนยืนเบียดเสียดรอแย่งดอกไม้เจ้าสาวกันมากมายนาคินทร์ยืนมองปานตะวันที่ยิ้มแย้มอย่างไม่พอใจดอกไม้ลอยมาสาวๆกระโดดแย่งกันดอกไม้กระเด็นกระดอนมาตกบนตักนารถนรินทร์เข้าพอดีปานตะวันโผกอดด้วยความยินดีเล็กพลอยดีใจโถมเข้าร่วมกอดนาคินทร์มองอย่างไม่พอใจสักพักปานตะวันค่อยๆดึงตัวออกอายๆนารถนรินทร์เห็นนาคินทร์ก็ร้องเรียกเขาทำเป็นเดินมาอย่างเสียไม่ได้เธออวดดอกไม้ที่ได้นาคินทร์พยักหน้าอย่างรู้อยู่แล้ว
ปานตะวันหมั่นไส้แกล้งชวนเล็กไปเต้นรำเล็กยิ้มดีใจนารถนรินทร์จะแย้งนาคินทร์โกรธเข็นรถน้องสาวแยกออกไปบอกน้อง “ปล่อยเขา...อย่าไปสนใจ...”
เล็กออกตัวว่าเต้นรำไม่ค่อยเป็นปานตะวันเห็นนาคินทร์ไปแล้วก็บอกเล็กว่าไม่ต้องเต้นก็ได้แต่เล็กไม่ยอมดึงเธอออกไปเต้นแบบน่ารักๆ...นาคินทร์ซดเครื่องดื่มมองอย่างไม่พอใจ
“พี่คินทร์มัวแต่ดื่มโฮกๆอยู่นี่เดี๋ยวอีตาน้องเล็กก็ปาดหน้าเค้กไปหรอก”
“ช่างหัวมันดิ...” นาคินทร์สวน
นารถนรินทร์งงที่น้ำเสียงพี่ชายดูเมาแล้วเขายังเถียงไม่เมาเธอจึงยุไม่เมาก็เข้าไปสกัดดาวรุ่งเสีย...นาคินทร์เดินกึ่มๆมาบอกเล็กว่า “พี่มาทวงของพี่คืน...พี่อยากเต้นรำกับพี่ตะวัน”
ปานตะวันปฏิเสธแต่นาคินทร์ไม่สนใจกระชากเธอมากอดเล็กมองงงๆบอกว่าถ้าตนมาขอคืนบ้างเขาคงไม่ว่าอะไรนาคินทร์โกรธลมออกหูหันมาจิกตามองปานตะวันกระซิบข้างหู
“คิดจะกินเด็กเหรอ” ปานตะวันผลักเขาออกเพราะเห็นว่าเขาเมา “ผมยังมีสติมากกว่าคุณก็แล้วกันหมดหนทางแล้วเหรอถึงต้องหน้าด้านไปกินเด็ก”
ปานตะวันโกรธประชดกลับ “ก็เด็กมันน่ากินมันน่าจะแซ่บกว่าคุณเยอะ”
นาคินทร์โมโหกระชากปานตะวันออกไปจากฟลอร์...นาคินทร์ลากหญิงสาวขึ้นรถมาบ้านเขาที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านงานเท่าไหร่เขาโยนเธอลงบนเตียงอย่างหื่นๆ
“ปล่อยนะ! พาฉันมาที่นี่ทำไม” ปานตะวันตื่นกลัวเพราะที่นี่คือที่ที่ตนเสียสาว
“ก็ที่นี่ไม่ใช่เหรอที่คุณนอนกับผมกลายเป็นนางบำเรอของผม...คุณนี่มันร้ายเกินกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเจอะใครก็ฟาดเรียบฟาดบ้านผมทั้งบ้านยังไม่หนำใจยังไม่อิ่มใช่ไหมถึงได้คิดจะฟาดไอ้เด็กนั่นอีก” นาคินทร์ฉุดกระชากลากปานตะวันที่ดิ้นรนหนีหญิงสาวหันมาประชดว่าใช่จะทำไมเขาตวาด...หิวนักใช่ไหม...ว่าแล้วก็ปลุกปล้ำเธออย่างไม่ปรานีปราศรัย...
ooooooo
เวลาผ่านไปปานตะวันในสภาพเสื้อผ้าผมเผ้ายับเยินนั่งพิงเตียงน้ำตานองหน้าเธอนึกถึงตอนที่สาวิตรีพูดถึงเรือนหอนาคินทร์กับกนกวลีจึงลุกขึ้นเดินสำรวจมาถึงห้องเก็บของเปิดเข้าไปดูพบว่าเหมือนห้องวาดรูปเห็นภาพใหญ่ภาพหนึ่งมีผ้าคลุมไว้จึงเอื้อมมือจะเปิดดู
ทันใดมีมือมาตะปบมือปานตะวันไว้ “จะทำอะไร...อย่าเอามือสกปรกของคุณมาแตะต้องของชิ้นนี้” หญิงสาวโกรธสะบัดหน้าจะออกไปเขาเรียก “เดี๋ยว...นอนกับคุณเสร็จแล้วผมอยากกลับไปบ้านพ่อเลี้ยงละ...จะไปนั่งรอในรถหรืออยากจะเดินกลับเองเหมือนครั้งที่แล้ว”
ปานตะวันโกรธจนพูดไม่ออกทั้งเจ็บใจแค้นใจเดินจ้ำๆออกไปนาคินทร์หันมาเปิดผ้าเป็นภาพวาดกนกวลียิ้มแย้มราวมีชีวิตเขากล่าว “สะใจไหมครับกนก...ยังนะครับ...นี่ยังแค่เริ่มต้นจุดจบของผู้หญิงคนนั้นมันต้องเจ็บปวดกว่าเราสองคนหลายเท่าพี่คินทร์สัญญา”...
กลับมาถึงบ้านงานไม่เหลือแขกเหรื่อมีเพียงเล็กที่ชะเง้อคอยปานตะวันพอสองคนก้าวเข้ามาปานตะวันอายจนไม่อาจสบตาเขาได้นาคินทร์เปรยเป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรนอนดึก
“ผมไม่ใช่เด็กแล้ว” เล็กสวน
“ก็คุณยังเด็ก...เด็กเกินไปที่จะแยกแยะออกว่าอะไรคือขนมหวานและอะไรคือของเหลือเดน” ปานตะวันอายเดินหนีไปจากตรงนั้นนาคินทร์เข้าตบไหล่เล็กเบาๆเล็กอึ้งปัดมือเขาออก
“ผมไม่สนว่าอะไรคือขนมหวานอะไรคือของเหลือเดนผมรู้แค่ว่า...ผมรักพี่ตะวัน”
นาคินทร์ตาวาวมองเล็กที่ดูจริงจังก่อนจะเดินไปนาคินทร์ยิ่งเคืองขุ่นเหมือนโดนลูบคม
ในคืนเดียวกันนัครินทร์วิ่งนำประกายเดือนเข้ามาในโรงแรมแห่งหนึ่งระหว่างนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยงๆตามด้วยฝนกระหน่ำประกายเดือนรั้งแขนนัครินทร์ก่อนที่เขาจะจองห้องเขาแกล้งแหย่
“อารายจะเรียกทำไมนักหนาฮะรักผมมากกลัวผมจะหายไปเหรอฮะ”
“แหวะ...หายไปจากโลกนี้ซะเลยยิ่งดี”
นัครินทร์รู้ว่าประกายเดือนกลัวอะไรจึงอธิบายว่าฝนตกทางมันมืดขับรถอันตรายเธอกลับบอกว่าอยู่ที่นี่อันตรายกว่าเขาแกล้งว่าอย่างเธอไม่มีอะไรน่าปล้ำสักนิดว่าแล้วก็หันมาสั่งที่เคาน์เตอร์ขอห้องเดี่ยวสองห้องพนักงานบอกว่าเหลือห้องเดียวประกายเดือนไม่เชื่อเพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดหรือลองวีกเอนด์พนักงานยืนยันว่าห้องเต็มประกายเดือนรู้สึกปวดปัสสาวะอยากเข้าห้องน้ำเต็มทนจึงเออออยอมๆไปก่อนเพื่อจะได้เข้าห้องน้ำแต่แล้วพนักงานพามาที่ห้องพักบนเรือนแพเธอตกใจรีบบอกนาคินทร์ให้รอข้างนอกก่อนแล้ววิ่งจู๊ดไปเข้าห้องน้ำ
นัครินทร์หันมาส่งเงินให้พนักงาน “เจ๋งมากไอ้น้องเอาไปเลยทิป...โทษฐานที่แอ็กติ้งเนียนมาก” เขาควักเพิ่มให้อีกหนึ่งพัน
“ขอบคุณครับเฮียแหม...เจ้านายผมเพื่อนเฮียสั่งมานี่ครับอีกอย่างนึงเคยเล่นให้เฮียหลายรอบแล้วไม่เนียนได้ไงว่าแต่คนนี้ดูจะฤทธิ์เยอะนะครับสงสัยเฮียจะเหนื่อยหน่อย”
“เฮ่ย...อย่างเฮียเอ็งก็รู้ว่าเอาอยู่”
สองคนหัวเราะกันคิกคักประกายเดือนเปิดประตูออกมาถามหัวเราะอะไรกันพนักงานหุบยิ้มนัครินทร์กลบเกลื่อนไม่ได้ขำอะไรอ้างเด็กเล่าเรื่องตลกหญิงสาวมองไม่อยากเชื่อ...หลังจากที่จำต้องพักห้องเดียวกันประกายเดือนอาบน้ำออกมาเห็นนัครินทร์นอนหลับก็รู้ว่าเขาแกล้งจึงถีบเขาตกเตียงเขาโวยวายทันทีเธอจึงถามนอนหลับแล้วรู้ได้อย่างไรว่าโดนถีบเขาอาจจะดิ้นตกเตียงเองก็ได้เขาเข่นเขี้ยวที่เธอรู้ทันจึงรวบรัดโอบกอดเธอหมับเธอดิ้นร้อง
“บ้า...ปล่อยนะไหนบอกว่าสมภารไม่กินไก่วัดไงล่ะ”
“โอย...ไก่มันขาวอึ๋มซะขนาดนี้สมภารอดใจไม่ไหวแล้วฮะ” ประกายเดือนสู้สุดฤทธิ์ขึ้นเข่าเข้าที่หว่างขาเขาร้องลั่น “โอย...อีกแล้วนะคราวก่อนก็ทุบของผมไปทีแล้วนะถ้ามันเสียหายใครจะรับผิดชอบโอย...”
ประกายเดือนตอบว่าตนทำตนก็รับผิดชอบเองว่าแล้วก็ชักมีดสปริงออกมา “อย่าขยับถ้ายังไม่อยากเป็นไอ้ด้วน...”
นัครินทร์กลัวลานเธอขู่ถ้าเขาทำอะไรรับรองตื่นมาไม่เหลือแน่เธอไล่ให้เขาออกไปนอนนอกห้องแถมแกล้งให้โดดน้ำเพราะเห็นว่ายังไม่ได้อาบน้ำ...คืนนั้นนัครินทร์ต้องนอนตัวเปียกอยู่หน้าห้องด้วยไม่กล้าและทึ่งที่ประกายเดือนไม่เหมือนผู้หญิงอื่นที่เขาเจอมา...
เช้าวันใหม่ปานตะวันถือกระเป๋าออกมาต้องชะงักเพราะเห็นเล็กนอนเอาเสื้อสูทคลุมตัวอยู่เธอย่องเข้ามาดูแล้วจะเดินไปเขาคว้าข้อมือเธอไว้ติงจะแอบกลับโดยไม่ลากันเลยหรือหญิงสาวตอบว่าเห็นเขาหลับเลยไม่อยากรบกวนแล้วถามเขานอนตรงนี้ทั้งคืนเลยหรือ
ชายหนุ่มตอบว่านอนเฝ้าเธอปานตะวันอึ้งๆก่อนจะบอกเขาว่าระวังจะไม่สบายเขากลับบอกว่าชินแล้วปานตะวันจึงบอกลาเขาก่อนที่จะโดนนาคินทร์โวยว่าช้าเล็กกลับอาสาไปส่งเอง
“อย่าเลยค่ะพี่ดูแลตัวเองได้อย่าห่วงพี่เลยนะคะพี่ไม่อยากให้น้องเล็กต้องลำบาก”
“ยังไม่ได้ลองเลยจะรู้ได้ไงล่ะครับว่าลำบาก...มันไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับผมเลยที่จะดูแลพี่ตะวันมันทำให้ผมมีความสุขต่างหาก”
“คุณเล็ก...” ปานตะวันพยายามเว้นระยะห่างเล็กสวนไม่ให้เรียกคุณหรือน้องให้เรียกชื่อและสารภาพ “ผมอยากเป็นแฟนพี่น่ะครับ”
ปานตะวันตะลึงเล็กดักคออย่าคิดว่าตนเด็กหรือบอกให้เป็นพี่น้องกันเพราะตนไม่อยากเป็นแค่นั้นหญิงสาวพูดไม่ออกจึงขอตัวกลับเขายื้อกระเป๋ามาถือจะเดินไปส่งเธออึ้งกับความมุทะลุของเขาจำต้องใจแข็งเล็กเกรงใจจึงคืนกระเป๋าให้แล้วถามเรายังเจอกันได้
ใช่ไหมปานตะวันส่งยิ้มน้อยๆแทนคำตอบก่อนจะเดินไปเล็กอึ้งแล้วยิ้มออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
ooooooo
เช้าวันใหม่มอลลี่ซื้อขนมมาเลี้ยงเพื่อนๆที่บริษัทลูกกอล์ฟแปลกใจมากเพราะปกติเธอขี้เหนียวสุดๆถามไถ่ดูจึงรู้ว่าถูกหวยแล้วแม่หมอบอกต้องแบ่งเงินไปเลี้ยงเด็กอนาถาเธอวุ่นจึงซื้อขนมมาเลี้ยงเพื่อนๆแทน...จามจุรีเดินมาโวยเพราะกลิ่นคละคลุ้งปาริฉัตรเองก็อ่อนใจ
ไม่ทันไรนาคินทร์มาถึงถามมีเอกสารอะไรที่ต้องเซ็นบ้างให้เอาเข้าไปให้เลยปาริฉัตรหยุดทะเลาะกับมอลลี่รีบหอบแฟ้มวิ่งไปมอลลี่หมั่นไส้
“แหวะนังบ่าวเฝ้าหน้าห้อง...สู้คนนี้ไม่ได้นางฟ้า... เนอะลูกกอล์ฟ” มอลลี่ยกยอจามจุรี
ระหว่างที่นาคินทร์เซ็นเอกสารปาริฉัตรเลียบเคียงถามถึงงานแต่งงานที่เขาใหญ่นาคินทร์หน้าตึงทันทีไม่ตอบย้อนถามมีอะไรอีกหรือเปล่าหญิงสาวรู้ว่าโดนไล่จึงถอยกลับออกไปจ๋อยๆนาคินทร์ลุกขึ้นไปยืนมองรูปวาดของกนกวลีลูบไล้ตรงรอยเลือดพึมพำ
“กนก...พี่...พี่รักกนกนะครับรักกนกคนเดียว” เขาเริ่มหวั่นไหวจึงพรวดพราดออกไป
ปาริฉัตรตกใจถามไม่ทันว่าเขาไปไหนลูกกอล์ฟร้อง “เฮ้ย! ทำไมมาเร็วเคลมเร็วงี้ล่ะ”
“นั่นสิ...สงสัยอะไรๆแถวๆนี้จะไร้แรงดึงดูดไร้อารมณ์ก๊ากๆๆๆ” มอลลี่แขวะหัวเราะร่า
นาคินทร์นำดอกไม้มาวางหน้าหลุมศพกนกวลีรำพันให้เธอช่วยให้เขาเข้มแข็งอย่าใจอ่อนกับปานตะวันพลันหลวงตาเข้ามาทักไม่เห็นเสียนานเขาก้มกราบ
“ผมแย่มากครับหลวงตาไม่ค่อยได้มาหากนกเหมือนเมื่อก่อน”
“ยึดติดเกินไปก็ใช่ว่าจะดีรักได้คิดถึงได้แต่ก็ต้องปล่อยวางได้...เมื่อรักทำให้เป็นสุขนั้นดีแต่ถ้ารักทำให้ทุกข์...ไม่ดี” หลวงตากล่าวอย่างเมตตา
“แต่กนกยังไม่สมควรจะตายเพราะฆาตกรคนนั้น”
“สมควรหรือไม่ไม่ใช่เราหรือใครเป็นผู้กำหนดหรอกโยมบ่วงกรรมที่ทำมาต่างหากคือตัวกำหนดอย่าไปถือโทษโกรธแค้นใครมนุษย์ทุกคนย่อมเกิดมาใช้กรรมที่ทำไว้วันนี้ยังมีลมหายใจจงทำแต่ความดีสะสมบุญต่อไปไม่สร้างเวรกรรมเพิ่มอีกจะถือเป็นกุศลให้โยมเขาด้วย...กรรมอยู่ที่การกระทำนะโยมนะ” หลวงตากล่าวจบก็เดินออกไป
นาคินทร์ก้มกราบด้วยความรู้สึกสับสนในใจเขาเงยหน้ามองรูปกนกวลีอย่างต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองพลันสายตามองไปเห็นผู้หญิงหน้าเหมือนกนกวลีเดินผ่านไปก็ตะลึงลุกขึ้นวิ่งตามร้องเรียกแต่หญิงสาวคนนั้นหายไปเสียแล้วเขาทรุดลงหมดแรงอยู่ตรงนั้น...
ด้านพราวพรรณรายนัดอัครินทร์มาพบที่ร้านกาแฟเพื่อซักถามความคืบหน้าเรื่องปานตะวันซักพักเสียงสุนัขเห่าดังขึ้นพราวพรรณรายเอ็ดอัครินทร์ที่พูดเสียงดังทำให้ลูกเธอตกใจอัครินทร์อึ้งเมื่อเห็นลูกสุนัขตัวน้อยที่หญิงสาวอุ้มออกจากกระเป๋ามากอดหอมเขาจึงบอกว่าช่วงนี้นาคินทร์เหวี่ยงแรงขึ้นหญิงสาวตบโต๊ะเปรี้ยงอย่างลืมตัวลูกสุนัขตกใจเห่าอีก
เธอรีบกอดขอโทษก่อนจะบอกอัครินทร์ว่า “จะไม่เหวี่ยงหนักขึ้นได้ยังไงเจอแผนล่อเสือออกจากถ้ำของพราวพรรณรายเข้าไปทนไม่ไหวหร้อกคิกๆๆ”
“แผนล่อเสือออกจากถ้ำ...แผนอะไรของคุณเพี้ยนรึเปล่าเนี่ย”
พราวพรรณรายบอกเรื่องที่แนะนำให้เล็กมาจีบปานตะวัน...อัครินทร์ร้องฮ้า...หญิงสาวสะดุ้งย้อนถามเขาปิ๊งปานตะวันด้วยหรือเขาอึกอักๆเธอจึงถามถ้าไม่ใช่ปานตะวันแล้วเขาปิ๊งใครเขาทำหน้าแบบตอบยาก “นี่...ฉันบอกก่อนนะฉันเปิดเผยแผนเด็ดนี้ให้คุณฟังแล้วคุณห้ามหักหลังฉันไปเล่าให้พี่ชายคุณฟังเด็ดขาดนะ... สาบานฉันถือว่าเราจับมือสาบานกันแล้วว่าจะลงเรือลำเดียวกัน” พราวพรรณรายดึงมืออัครินทร์มาเช็กแฮนด์
อัครินทร์ดึงมือกลับโวยใครสาบานใครลงเรือลำเดียวกับเธอพราวพรรณรายเท้าความถึงวันที่ปานตะวันเดินตากฝนมาที่บ้านตนแล้วเขามาตามกลับรับปากจะเคลียร์เรื่องนี้ให้ชายหนุ่มอึ้งหญิงสาวฟันธงเองเลยว่านาคินทร์ชอบปานตะวันแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเป็นไม่ชอบตนจะต้องรู้ให้ได้และเขาก็ต้องร่วมมือด้วยว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นบอกว่าต้องพาลูกไปตัดขนตัดเล็บแล้ว
ooooooo
ปานตะวันทำกายภาพให้นารถนรินทร์เธอเดินได้อีกสองสามก้าวทั้งสองกอดกันดีใจพอดีใบตองถือของว่างเข้ามานารถนรินทร์ไม่ให้ปานตะวันบอกใครจึงเปลี่ยนเรื่องคุยว่าถ้าปานตะวันจะแต่งงานเจ้าบ่าวต้องเป็นนาคินทร์ถ้าเป็นคนอื่นตนไม่ยอม
ใบตองรีบบอกปานตะวันว่าเวลานารถนรินทร์อาละวาดน่ากลัวมากปานตะวันให้เล่าให้ฟังใบตองบอกว่ามีหลายระดับถ้าเทียบกับพายุก็มีตั้งแต่ไต้ฝุ่นไซโคลนยันเฮอริเคนถ้าเทียบกับแผ่นดินไหวต่ำสุดก็ 5 ริกเตอร์ไปจนถึง 9 ริกเตอร์นารถนรินทร์ปรามให้พอได้แล้วหันมาย้ำกับปานตะวันว่าห้ามหนุ่มหน้าไหนมาตัดหน้าพี่ชายเธอปานตะวันฝืนยิ้ม...
ปานตะวันมาทำซุปร้อนๆจะยกไปให้นารถนรินทร์เห็นนาคินทร์นั่งเครียดอยู่จึงเลี่ยงหนีไปทางอื่นแต่เขากลับโพล่งขึ้นว่าทำไมต้องหนีไม่กล้าสู้หน้าหาว่าไปทำเรื่องอุบาทว์ไว้ถึงต้องหลบหน้าหญิงสาวของขึ้นหันขวับมาโต้
“ฉันไม่เคยไปแอบทำอะไรอุบาทว์แล้วก็ไม่ได้หลบหน้าคุณแต่ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณต่างหาก” พูดจบปานตะวันจะเดินไป
นาคินทร์ไม่พอใจกระชากแขนเธอไว้ ทำให้ซุปร้อนๆหกราดแขนเขาปานตะวันตกใจรีบบอกให้เขาอยู่เฉยๆแล้วไปเอาน้ำแข็งมาประคบนาคินทร์อึ้งมองเธออย่างซาบซึ้งกับความห่วงใยหญิงสาวทำแผลไปบ่นไป “ซุปของคุณนารถเพิ่งทำเสร็จมันร้อนมากคุณไม่น่าดึงแขนฉันเลย”
“ทำไมคุณต้องแกล้งทำดีกับผมแบบนี้” นาคินทร์ตัดพ้อเบาๆ
“อะไรนะคะ...คุณว่าอะไรนะ” ปานตะวันเงยหน้าถาม
นาคินทร์รู้สึกตัวผลักเธอออก “ไปให้พ้น...
ไม่ต้องมาแกล้งทำดีกับผม”
“ฉันไม่ได้แกล้งทำ! ฉันตั้งใจทำให้คุณตามสัญชาต–ญาณและหน้าที่ของพยาบาลที่ดี”
“เจ็บแค่นี้มันเล็กน้อยคิดว่าจะหลอกผมได้...
ผมไม่มีวันรักผู้หญิงอย่างคุณ”
“ฉันก็ไม่ได้อยากให้ผู้ชายอย่างคุณมารักฉันไม่ได้ต้องการความรักจากคุณ คุณต่างหากที่ต้องการรักษาเพราะคุณมันป่วย...” ปานตะวันสวนเสียงกร้าว
นาคินทร์โกรธกระชากปานตะวันมาจูบปานตะวันผลักไสทุบตีเขายกใหญ่ “ปล่อยนะ! คุณมันป่วยป่วยจริงๆ...
ปล่อย...”
“ปล่อยแน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้ก่อนผมจะปล่อยคุณไปหานายนัคนายอัคหรือไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นคุณมันต้องเหลือแต่กาก...ถึงตอนนั้นถ้ามันอยากจะโง่กินของเหลือเดนของกากๆจากผมก็เชิญ” หญิงสาวเจ็บปวดถามเขาคิดว่าเขาเป็นใครชายหนุ่มจ้องหน้า “แล้วคุณก็จะรู้ว่าผมเป็นใครคุณปานตะวัน...” พูดจบนาคินทร์เดินจากไปปล่อยปานตะวันยืนเจ็บปวดอยู่อย่างนั้น
ooooooo
ทางด้านประกายเดือนสะดุ้งตื่นเพราะพนักงานเคาะประตูปลุกว่าแย่แล้ว...เธอลุกมาเปิดประตูโวยใครเป็นใครตายพอเห็นนาฬิกาก็ตกใจเพราะเที่ยงเข้าไปแล้วพนักงานชี้ไปที่นัครินทร์ที่นอนขดตัวสั่นเทาหญิงสาวนึกได้ตกใจกว่าเดิมรีบเข้าไปดูเห็นหน้าตาเขามีแต่จุดแดงมีไข้
“เจ๊ปล่อยเฮียเขานอนตากฝนได้ไงเมื่อคืนฝนตกทั้งคืนยุงที่นี่ก็ดุยังกะเสือเช้ามาแดดเปรี้ยงอีกตาย...
อย่างนี้ไม่น่ารอด” พนักงานตำหนิ
“บ้า! ปากเสียไม่จริง...ท่านรองต้องไม่ตายนะคะใจเย็นๆนะคะท่านรอง...ท่านรองต้องไม่เป็นอะไรนะคะ” ประกายเดือนกอดนัครินทร์ร้องไห้อย่างรู้สึกผิด
เมื่อเอาตัวนัครินทร์เข้ามานอนในห้องแล้วประกาย–เดือนก็โทร.หาอัครินทร์เล่าอาการเขาบอกวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นกลับมาเมื่อไข้ลดแล้วให้พาไปหาหมอประกาย–เดือนหนักใจเพราะอัครินทร์เน้นให้เช็ดตัวตามซอกคอรักแร้ข้อพับต่างๆและขาหนีบบ่อยๆแถมย้ำว่าเขาฝากชีวิตพี่ชายไว้กับเธอประกายเดือนไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้เธอจำต้องทำด้วยรู้สึกผิด
“ขอโทษนะฉันผิดเองฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะแย่ขนาดนี้...อย่าตายนะท่านรอง”
วันนั้นประกายเดือนต้องค้างที่แพต่ออีกคืนเพื่อดูแลอาการป่วยของนัครินทร์เขาหนาวสั่นจนเธอไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโอบกอดเขาไว้เขาซุกตัวในอ้อมกอดเธอเหมือนเด็ก...
เช้าวันใหม่มอลลี่เอาเครื่องสำอางมาขายเพื่อนพนักงานปาริฉัตรรำคาญแขวะว่าที่ทำงานมีไว้ทำงานไม่ใช่ตลาดนัดมอลลี่จึงตอกกลับเพราะเธอหน้าดำเป็นอีกาแบบนี้ถึงได้โดนโอโม่ขาวผ่องอย่างประกายเดือนเขี่ยกระเด็นปาริฉัตรฮึดฮัดฟึดฟัดด้วยความโกรธแค้น
พอนาคินทร์มาทำงานปาริฉัตรเอาเอกสารมาให้เซ็นเขาถามถึงนัครินทร์เธอจึงรายงานว่าไม่เข้าบริษัทมาสองวันแล้วหายไปพร้อมกับประกายเดือนแล้วใส่ไฟยกใหญ่...นาคินทร์แอบยิ้มอย่างพอใจปล่อยให้ปาริฉัตรเม้าท์ประกายเดือนเสียๆหายๆ
ทางด้านนัครินทร์ รู้สึกตัวขึ้นมาเห็นว่าประกาย–เดือนกอดอยู่ก็ยิ้มกริ่มขยับตัวมากอดเธอแทนประกาย–เดือนตื่นขึ้นมาแปลกใจที่ทำไมกลายเป็นแบบนี้พอจะลุกนัครินทร์กระชับกอด
“หน้าไม่อายเป็นผู้หญิงมาแอบกอดผู้ชาย”
ประกายเดือนตกใจดิ้นรนให้ปล่อยนัครินทร์กลับรวบเธอเข้ามาจูบเป็นการลงโทษที่ทำให้ตนป่วยหญิงสาวสู้ไม่ได้จึงร้องไห้โฮออกมานัครินทร์ตกใจรีบปลอบเธอแอบยิ้มที่รอดตัวนัครินทร์โทร.บอกนาคินทร์ว่าตนป่วยจึงไม่อาจไปเยี่ยมลูกค้าได้นาคินทร์กลับไม่พอใจที่นัครินทร์ยังไม่ได้จัดการประกายเดือน...ส่วนประกายเดือนโทร.บอกปานตะวันให้หายห่วงว่าตนปลอดภัยดีแถมยอมรับว่านัครินทร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
“สรุปว่าผู้ชายบ้านนี้โอเคนะแต่ถ้าให้เรียงลำดับอีตาท่านรองก็โหล่สุดถัดมาก็คุณหมออัครินทร์เด็ดสุดเริ่ดสุดก็ต้องท่านประธานนาคินทร์ตะวันว่าไหม” ปานตะวันพึมพำว่าเลวที่สุดต่างหาก “อ้าว...ทำไมเงียบอย่าบอกนะว่าท่านประธานแอบแซ่บสุด แอบปล้ำตะวันละป่าว”
“บ้า! เดือนพูดอะไรบ้าๆ” ปานตะวันตกใจหน้าเสีย
“จะไปรู้เหรอเห็นเงียบไปนี่แล้วอีกอย่างตะวันเคยสอนเขาเองไม่ใช่เหรอว่าคนเราน่ะรู้หน้าไม่รู้ใจก็ไม่รู้ว่าสุภาพบุรุษสุดหล่ออย่างท่านประธานจะจับ
พี่สาวเราปล้ำไปรึยังน้าฮ่าๆๆ”
ปานตะวันทั้งเจ็บทั้งอายตัดบทวางสายไปดื้อๆจนประกายเดือนแปลกใจแต่คิดว่าพี่สาวทนฟังเรื่องแบบนี้ไม่ได้...ปานตะวันเดินจะกลับห้องเจอเข้ากับนาคินทร์เขาแขวะเธอทันทีว่าจ้างมาดูแลน้องไม่ใช่มาเดินเล่นเธอสวนว่าส่งนารถนรินทร์เข้านอนแล้วเขาเลิกคิ้วกวน
“เหรอ...งั้นส่งผมขึ้นเตียงซะหน่อยก็ไม่เลวนะ”
“เลว! เลวมาก...”
นาคินทร์ปราดเข้ารวบตัว “ทำอย่างกับไม่เคยขึ้น... ไม่เคยขัดเลยซักครั้ง”
“คุณนี่มันเลวจริงๆหยาบคายสู้น้องๆคุณไม่ได้เลยซักนิดไม่ว่าจะเป็นคุณนัคหรือคุณอัค”
“ไอ้คุณเล็กนั่นด้วยอีกคนสิจะได้ครบ”
ปานตะวันขอบคุณนาคินทร์โกรธกัดซ้ำเพิ่ม
แฟนเก่าเธอเข้าไปอีกคนหญิงสาวโกรธแต่ยั่ว “อ๋อ...
พี่อาร์ตนั่นก็จัดว่าดีกว่าคุณเยอะ”
“แล้วคุณล่ะดีกว่าผมตรงไหนผู้หญิงที่มีผู้ชายจนนับไม่ครบแบบนี้เนี่ยนะ”
“ดีกว่าไหมไม่รู้...รู้แต่คุณก็เป็นหนึ่งในผู้ชาย
พวกนั้นด้วยเหมือนกัน” ว่าแล้วก็ขอตัว
นาคินทร์กระชากแขนไว้ “ยังไปไม่ได้...ต่อไปนี้อย่ามั่วกับผู้ชายอื่นอีกเด็ดขาด”
“คุณมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ”
“ก็สิทธิ์ที่เป็นผัวเธอน่ะสิ”
“ใครผัวคะ...ฉันมั่วซะขนาดนี้ถ้าจะมีสิทธิ์ก็คงต้องแชร์เท่าๆกันล่ะค่ะ”
นาคินทร์โกรธปรี่เข้าหาแต่ปานตะวันรู้แกววิ่งหนีไปก่อนที่จะโดนเขาปล้ำเขาเข่นเขี้ยวที่เธอร้ายกว่าที่คิด...ปานตะวันวิ่งหนีมาเจอใบตองก็ตกใจเกรงจะได้ยินที่ตนเถียงกับนาคินทร์แต่พอเห็นใบตองเสียบหูฟังยูทูบ
อยู่ก็โล่งใจใบตองมองท่าทีปานตะวันอย่างสงสัย
ooooooo
วันต่อมาพราวพรรณรายนัดปานตะวันและประกายเดือนออกมานั่งร้านที่เล็กเคยพามา ไม่นานเล็กโผล่มาปานตะวันค้อนเพื่อนรู้ว่าเป็นคนจัดแจงทั้งสี่คนนั่งคุยกันหัวเราะสนุกสนานเผอิญปาริฉัตรผ่านมาเห็นรีบถ่ายภาพประกายเดือนกับเล็กส่งไปให้นาคินทร์ดู
ระหว่างนั้นปานตะวันรู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารจนวิ่งไปอาเจียน เล็กจะพาไปหาหมอแต่เธอไม่ไปขอตัวกลับพราวพรรณรายจึงขอให้เล็กไปส่งปานตะวัน
นาคินทร์ถือดอกไม้จะไปที่หลุมศพกนกวลีเพราะวันนี้เป็นวันเกิดเธอพอดีปาริฉัตรส่งภาพประกายเดือนกับเล็กเข้ามาแต่นาคินทร์เห็นปานตะวันอยู่ในภาพด้วยก็หึงลมออกหู...พอดีกับปานตะวันให้เล็กจอดรถส่งตนห่างจากบ้านเพราะไม่อยากมีปัญหาหญิงสาวเกิดคลื่นไส้ขึ้นมาอีกเล็กหยิบถังขยะในรถมารองรับแล้ว
ลูบหลังให้เธอพลันนาคินทร์เปิดประตูผลัวะกระชากปานตะวันออกจากรถโดยไม่ฟังเสียงใครลากไปขึ้นรถ
ตัวเองขับพรืดออกไป
“นี่คุณจะขับเร็วไปไหนจอด...ฉันจะลงอยากตายก็เชิญไปตายคนเดียวเถอะ”
“เห็นแก่ตัวเอาตัวรอดคนเดียวจริงๆผมไม่มีวันยอมตายคนเดียวถ้าจะตายเราต้องตายด้วยกัน” นาคินทร์ตวาดแล้วเร่งความเร็วขึ้น
ปานตะวันโวยว่าเขาบ้าไปแล้วเขากลับหาว่าเธอรักตัวกลัวตายไม่นึกถึงชีวิตคนอื่นหญิงสาวงงไปหมด...นาคินทร์พาปานตะวันมาที่หลุมศพกนกวลีผลักเธอลงตรงหน้ารูปกนกวลีแล้วให้เธอมองว่ารู้จักไหมหญิงสาวพยายามนึกนาคินทร์บอกว่านี่คือภรรยาคืนเดียวของตนแล้วจับปานตะวันขึ้นมาพูดใส่หน้าว่าทำให้เธอต้องตายปานตะวันส่ายหน้าสะบัดตัวออกไม่เชื่อ
นาคินทร์สำรอกใส่ “ไม่เกี่ยว...ไม่ได้ฆ่า...ไม่ใช่ฆาตกร...ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงสำส่อนขี้เมาหยำเปอย่างคุณวิ่งตัดหน้ารถกนกคืนนั้นกนกก็คงไม่ตาย”
“ฉันเปล่านะคุณเข้าใจผิดฉันไม่ได้วิ่งตัดหน้า....”
“ผู้ร้ายปากแข็งอยากรู้จริงๆจิตใจคุณมันทำด้วยอะไรถึงได้โหดเหี้ยมเลือดเย็นขนาดนี้”
ปานตะวันพยายามจะอธิบายแต่นาคินทร์ไม่ฟังแถมเปิดเผยแผนการทั้งหมดที่วางแผนให้เธอเข้ามา
ทำงานที่บ้านเพื่อการแก้แค้นปานตะวันร้องไห้ถามทำไมไม่ฆ่าตนเสียเลยเขากลับบอกว่ามันง่ายไปเธอจะต้องทรมานตกนรกยิ่งกว่าที่เขาเป็นนาคินทร์พลั้งมือผลักปานตะวันให้กราบขอขมาปานตะวันล้มหัวกระแทกเลือดอาบเธอเอ่ยปากขอขมาให้กนกวลียกโทษจากนั้นก็หมดสติเพราะเสียเลือดนาคินทร์ซึ่งสุดแค้นตกใจอุ้มร่างปานตะวันขึ้นมาอย่างห่วงใย
ooooooo










