ตอนที่ 3
ประกายเดือนถือถุงก๋วยเตี๋ยวเข้าห้องมาร้องเรียกพี่สาว แต่แล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นปานตะวันร้องไห้โผกอด ประกายเดือนรีบถามเป็นอะไร ใครทำอะไร ปานตะวันชูสัญญาให้ดู
“สัญญาว่าจ้าง อะไรกันน่ะตะวัน...” ประกายเดือนยังงงๆ
พอได้อ่านสัญญา ประกายเดือนกลับเห็นว่าไม่มีอะไรเสียเปรียบ ปานตะวันอิดออดที่จะต้องย้ายไปอยู่บ้านนาคินทร์ ประกายเดือนรีบบอกพี่สาวว่าตนอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องห่วง แถมกระเซ้า แบบนี้เขาเรียกว่า... ปิ๊งรักสายฟ้าแลบ เจอะปุ๊บปิ๊งปั๊บจับตัวเข้าบ้านทันที... ปานตะวันเคืองที่น้องเห็นเป็นเรื่องตลก ไม่คิดห่วงตนบ้างเลย ประกายเดือนปลอบ ครบหนึ่งปีเราก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แถมมีเงินก้อนโตถ้าทำให้น้องสาวเขาเดินได้อีก ปานตะวันน้ำตาซึม
ด้านอัครินทร์เข็นรถให้นารถนรินทร์ด้วยใจเหม่อลอย ครุ่นคิดเรื่องนาคินทร์กับปานตะวัน จนรถเข็นชนเข้ากับสิ่งกีดขวาง นารถนรินทร์ร้องลั่น
“ตกลงขาน้องจะหายไหมเนี่ย ของเก่ายังไม่ทันหาย พี่ชายจะทำน้องหักใหม่อีกรอบ”
อัครินทร์รีบขอโทษขอโพย นารถนรินทร์รู้ทันแย็บถามว่าปานตะวันสวยไหม เขาพยักหน้า เธอล้อ “นั่นไง...
แอบปิ๊งพี่ตะวันแน่ๆ อย่านะ...อย่าคิดแย่งพี่ตะวันของ
พี่คินทร์เด็ดขาด ไม่งั้นน้องจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่จริงๆด้วย”
อัครินทร์ยีหัวน้องอย่างเอ็นดู บอกตนยังไม่ได้คิดอะไรเลย นารถนรินทร์ยิ้ม “ก็แหม น้องสงสารพี่คินทร์นี่ ตั้งแต่พี่กนกตายพี่คินทร์ก็ไม่รักใครชอบใคร ไม่รู้จะทำร้ายหัวใจตัวเองทำไม แต่วันนี้พี่ตะวันกำลังจะทำให้พี่คินทร์กลับมาเป็นพี่คินทร์คนเดิม น้องก็ต้องแบ็กสุดพลังสิคะ”
อัครินทร์เห็นว่ามันแปลก นารถนรินทร์ไม่เห็นด้วย กลับคิดว่านาคินทร์ไม่เชื่องช้าเหมือนเขา ที่ป่านนี้ยังไม่เคยพาสาวเข้าบ้านเลยสักคน อัครินทร์ว่าคราวก่อนที่นาคินทร์จีบกนก ยังเฝ้าดูอยู่ตั้งหลายปี ไม่เห็นจู่โจมเหมือนครั้งนี้ แต่นารถนรินทร์กลับขอให้ช่วยกันลุ้นคู่นี้จะดีกว่า
ส่วนนาคินทร์ ขับรถมาจอดหน้าเรือนหอ เขานึกถึงอดีตหวานชื่น ที่ได้อุ้มกนกวลีเข้าหอ เธอดีใจที่เรือนหอเป็นตามแบบที่เธอฝัน...นาคินทร์ลงจากรถ ไขประตูเข้าไปข้างใน มองภายในบ้านที่ยังคงสภาพเดิมไว้ทุกอย่าง มองมุมไหนก็เห็นภาพกนกวลี เขามาหยุดมองรูปเธอ
“กนก...พี่สัญญา...แก้แค้นให้กนกสำเร็จเมื่อไหร่ พี่คินทร์จะกลับมาอยู่กับกนกที่นี่ตลอดไปนะครับ” นาคินทร์น้ำตาซึมอย่างเจ็บปวดไม่รู้ลืม
ooooooo
วันรุ่งขึ้น จามจุรีต้องทนฟังมอลลี่กับกอล์ฟ เม้าท์แตกเม้าท์แตนสารพัดเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องท่านประธาน ทำให้ปาริฉัตรเคือง เพราะไม่รู้ว่านาคินทร์ไปไหนไม่กลับมาเซ็นเอกสารเมื่อวาน
ไม่ทันไรนัครินทร์มาถึงด้วยใบหน้ามีแต่รอย
เล็บข่วน จามจุรีอ้าปากจะถามด้วยความเป็นห่วง แต่เขากลับเสียงกร้าวขึ้นก่อน “ผมถามว่าเห็นเลขาผมไหม ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”
“ดิฉันมาตั้งแต่ 8 โมงแล้วค่ะ ท่านรองมีอะไรให้รับใช้ด่วนเหรอคะ...เอ๊ะ! หน้าท่านรองไปโดนอะไรมาคะนั่น” ประกายเดือนหอบเอกสารเดินมา ทำหน้าแบ๊วถาม
เขาโวยเพราะเธอนั่นแหละ จามจุรีตกใจประกายเดือนทำอะไรนัครินทร์ มอลลี่กับลูกกอล์ฟหูผึ่ง นัครินทร์ว่า
เมื่อคืนเธอทิ้งตนไว้คนเดียว ประกายเดือนเถียงให้พูดดีๆ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด
“ก็ไม่จริงเหรอ เมื่อคืนคุณทิ้งผมไว้ผมก็เลยเป็นยังงี้ไง ไม่รู้ล่ะคุณเลขาคุณต้องรับผิดชอบ”
“ทิ้งไว้คนเดียวที่ไหน ทิ้งให้คุณอยู่กับแม่นักร้องเกาหลีกับแม่ดาราฝรั่ง ดิฉันต้องรับผิดชอบด้วยเหรอคะ แหม...นึกว่าจะได้รับความดีความชอบซะอีก”
จามจุรีงงถามเรื่องเป็นอย่างไรกันแน่ นัครินทร์พาลไล่ทุกคนไปทำงาน จามจุรีถอนใจ ท่านรองก็อย่างนี้ ท่านประธานก็อย่างนั้นอยู่กับใครก็ไม่รู้ ปาริฉัตรหน้าตึง...
ปานตะวันตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมหวนของอาหารเช้า คิดว่าประกายเดือนทำก็ร้องถามสายแล้วยังไม่ไปทำงานอีกหรือ พอเข้ามาในครัวเห็นหม้อซุปเดือดพล่านอยู่บนเตาก็ตกใจจะรีบปิด แต่มีมือมาดึงมือเธอไว้ เธอหันขวับมองต้องตกใจที่เป็นนาคินทร์ เขากระซิบข้างหูเธอว่า อย่าเพิ่งปิด ต้องเคี่ยวให้เปื่อยอีกหน่อย น้ำซุปจะได้หวาน...ปานตะวันดึงมือขยับตัวออกห่าง
“คุณ...คุณมาทำไม แล้วคุณเข้ามาได้ยังไง”
นาคินทร์ทำเป็นชิมซุปกวนๆ ก่อนจะตอบ “เอาคำถามที่สองก่อนนะครับ ผมเข้ามาได้ยังไง...ลืมไปแล้ว เหรอครับว่าผมเป็นเจ้าของห้องนี้ แต่มันจะกลายเป็นห้องของคุณทันทีที่คุณทำให้น้องสาวผมเดินได้ และนั่นก็เป็นที่มาของคำตอบสำหรับคำถามแรกของคุณที่ว่า ผมมาทำไม”
ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์บอกให้เธอเก็บเสื้อผ้าแล้วมาทานข้าว เธอต้องไปวันนี้ แต่เดี๋ยวจะทำข้าวผัดให้เธอทานกับซุปอีกจะได้อยู่ท้อง ว่าแล้วเขาก็เอาหอมหัวใหญ่มาหั่น ไม่ทันไรน้ำตาไหล ปานตะวันขำ จึงดึงมาทำเองอย่างทะมัดทะแมง นาคินทร์ทึ่งที่เธอน้ำตาไม่ไหล แล้วยิ้มๆ
“คุณแม่ผมมักจะบอกอยู่เสมอว่า ถ้าจะหาสะใภ้เข้าบ้าน ต้องแอบดูเวลาที่เขาหั่นหัวหอม ถ้าเกิดร้องไห้เวลาหั่นล่ะก็ห้ามแต่งเข้าบ้านเด็ดขาดเพราะผู้หญิงคนนั้นจะดูแลครอบครัวไม่ได้”
ปานตะวันชะงัก รีบเปลี่ยนสถานการณ์ ให้เขาส่งไข่ เขาตาโตถามอะไรนะ เธอหน้าแดง
“ฉันหมายถึง เอ่อ...จะทำข้าวผัดไม่ใช่เหรอคะ ก็น่าจะเอ่อ...ใส่ไข่ด้วย”
“อ๋อ...ครับ ผมจัดการให้เอง” ว่าแล้วนาคินทร์ก็ชูไข่ให้เธอดู ปานตะวันหลบตาอายๆ
นาคินทร์จัดการผัดข้าวอย่างชำนาญแล้ววางให้เธอทานพร้อมซุป เธอทานได้หน่อยก็รวบช้อนเพราะเช้าไม่ค่อยทานข้าว ชายหนุ่มติง เป็นพยาบาลเสียเปล่าน่าจะรู้ว่าอาหารเช้าสำคัญที่สุด หญิงสาวตอบว่า ตนไม่ค่อยมีเวลาต้องดูแลคนไข้ นาคินทร์จึงบอกว่าต่อไปจะทำให้เธอทานทุกวัน แล้วตัดบทให้เธอรีบไปอาบน้ำ อ้างป่านนี้นารถนรินทร์คงรอแย่ สายตาเขาแฝงความเยือกเย็น
ooooooo
คนในบ้านไกรตระกูลรอการมาของปานตะวัน คนที่ดูตื่นเต้นสุดๆ คือสาวิตรี จนใบตองต้องคอยสะกิดเตือนเจ้านาย พอนาคินทร์พาปานตะวันมาถึง นารถ-นรินทร์ทักทายด้วยความดีใจ และกำชับให้เรียกตนว่าน้องและต้องเรียกสาวิตรีว่าคุณแม่ด้วย ปานตะวันรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
พอได้เข้าห้องพัก ปานตะวันต้องตื่นตาตื่นใจที่ห้องหรูเกินกว่าลูกจ้างอย่างตนควรได้พัก จนต้องโทร.ไปเล่าให้ประกายเดือนฟัง และเล่าถึงความน่ารักของทุกคนในบ้าน ประกายเดือนแกล้งโอดโอย มีน้องใหม่แล้วอย่าลืมตน ปานตะวันรีบบอกว่าตนรักประกายเดือนที่สุด
“ล้อเล่นน่า...แฮ่...” ประกายเดือนหัวเราะก๊าก ปานตะวันพลอยหัวเราะไปด้วย
พอปานตะวันหันมาเจอนาคินทร์ยืนมองอยู่ก็ชะงัก รวบรัดวางสาย เธอแปลกใจที่เขาเข้ามา เขาถามว่าชอบห้องนี้ไหม หญิงสาวจึงตอบว่ามันดีเกินไป
“คุณพูดยังกับว่าคุณเป็นคนไม่ดี...คุณเป็นคนไม่ดีตรงไหน เมื่อไหร่ กับใครเหรอครับ”
“เอ่อ...คือ...” ปานตะวันเห็นสายตาจับจ้องของนาคินทร์ก็ตกใจ
“นาคินทร์ปรี่เข้าจับไหล่เขย่าถาม “จำไม่ได้ หรือไม่เคยคิดจะจำ...”
ปานตะวันยิ่งกลัวร้องบอกเขาว่าเจ็บ นาคินทร์ได้ สติ เปลี่ยนท่าทีเป็นดึงเธอมากอดแล้วบอกว่า ตนล้อเล่น ตนดีใจที่ได้เธอมาอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวพยายามดันให้เขาปล่อย เขายิ่งกระชับกอดเน้นเสียง “ไม่มีทาง...ชาตินี้ผมไม่มีวันปล่อยคุณไปแน่”
ทันใด ใบตองยกกระเป๋าเข้ามาต้องชะงักจะถอยออก ปานตะวันร้องเรียก นาคินทร์เซ็งเดินหน้าเครียดออกจากห้อง ปานตะวันหน้าแดงอายสายตาใบตองที่จับจ้อง...จากนั้นใบตองก็เดินหน้าตาเลิ่กลั่กอกจะแตกอยากเล่าให้ใครฟัง พลันชนเข้ากับอัครินทร์ เธอรีบขอโทษอยากจะเล่าสิ่งที่เห็นมา แต่พออัครินทร์รู้ว่าปานตะวันมาแล้วก็เดินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบตองผิดหวัง
ปานตะวันค่อยๆเดินออกจากห้อง เหลียวมอง อย่างไม่ชินทาง ทันใดก็ชนเข้ากับอัครินทร์ เขาแปลกใจที่ชนกับคนสองคนในเวลาไล่เลี่ยกัน พอเขาบอกว่าเพิ่งชนกับใบตองมา ปานตะวันหน้าเสียไม่รู้ว่าเธอเล่าอะไรให้ฟังหรือเปล่า แต่พออัครินทร์ชวนคุยเรื่องนารถนรินทร์ จึงโล่งใจ
“ฝากดูแลยัยนารถด้วยนะครับ แก้วตาดวงใจของบ้านนี้ ถ้ามีอะไรก็บอกผมได้ จริงสิ...ผมไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนใหญ่อยู่โรงพยาบาล แล้วก็ออกต่างจังหวัด”
ปานตะวันชื่นชมที่อัครินทร์เป็นแพทย์อาสา
อัครินทร์จะให้เบอร์มือถือไว้เผื่อมีเรื่องฉุกเฉินเกี่ยวกับนารถนรินทร์ เขาขอเบอร์มือถือเธอ หญิงสาวกำลังจะบอก เสียงนาคินทร์ขัดขึ้น
“ปานตะวัน...ผมจ้างคุณมาดูแลน้องสาวผมคนเดียว ส่วนน้องชายไม่ต้อง” อัครินทร์จะอธิบาย แต่นาคินทร์เข้ามาดึงแขนปานตะวัน “คุณควรจะเริ่มทำงานตามสัญญาได้แล้ว”
“ฉันตามหาคุณนารถอยู่” ปานตะวันเสียงแข็งบ้าง
นาคินทร์ชะงัก อัครินทร์จะช่วยอธิบายแต่นาคินทร์จ้องหน้า “ปานตะวันเป็นคนของพี่ แกอย่ายุ่ง” พูดจบก็ดึงปานตะวันออกไป
อัครินทร์งงกับการกระทำของพี่ชาย...นาคินทร์ดึงปานตะวันมาอีกมุมหนึ่งของบ้าน หญิงสาวสะบัดแขนออกถามเขาเป็นอะไร ชายหนุ่มน้ำเสียงประชดประชัน “คุณต่างหากเป็นอะไร เข้าบ้านวันแรกก็ไล่แจกเบอร์ให้ผู้ชายซะแล้ว อดอยากปากแห้งนักเหรอ”
ปานตะวันโกรธตบหน้าเขาเพียะ นาคินทร์อึ้ง หญิงสาวชะงักจะกล่าวขอโทษแต่ไม่ทัน ชายหนุ่มกระชากเธอเข้ามาจูบ ปานตะวันตกใจผลักเขาออกน้ำตาร่วงเผาะ เงื้อมือจะตบอีกแต่เห็นสายตาเขาที่จ้องก็ไม่กล้า ได้แต่ วิ่งหนีร้องไห้ออกไป นาคินทร์ยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมอง... กลับเข้าห้องได้ ปานตะวันก็ร้องไห้ด้วยความสับสนว่านาคินทร์เป็นอะไรไปเสียแล้ว
ooooooo
บ่ายวันนั้น นัครินทร์สั่งประกายเดือนต้องไปดินเนอร์กับเขาคืนนี้ อ้างมีลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องคุยธุรกิจด้วย ประกายเดือนแปลกใจที่ไม่รู้ล่วงหน้า ชายหนุ่มว่าลูกค้าเพิ่งติดต่อเข้ามา
ประกายเดือนเดินบ่นออกมาจากห้องทำงาน มอลลี่กับลูกกอล์ฟ ปรี่เข้ามาถามไถ่ด้วยความอยากรู้ ไม่ทันไร เคที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเข้ามา “นัคกี้...นัคกี้...ยู้ฮู...”
ประกายเดือนรีบมารับหน้า บอกว่านัครินทร์ไม่อยู่ และจะไม่กลับเข้ามา เคที่ไม่เชื่อจะรอ ประกายเดือนจึงบอกว่าท่านรองจะไปดินเนอร์ต่อ แล้วกระซิบบอกสถานที่โดยกำชับห้ามบอกว่าตนเป็นคนบอก เคที่ยิ้มกริ่มกลับไป ประกายเดือนคิดแก้เผ็ด ด้วยการโทร.บอกวีวี่ตามไปอีกคน
คืนนั้นบนโต๊ะอาหารบ้านไกรตระกูล สาวิตรีดีใจเมื่อนาคินทร์บอกว่าจะกลับมาอยู่บ้าน นารถนรินทร์แซวเพราะใครกันหนาทำให้พี่ชายเปลี่ยนใจได้ สาวิตรียิ้มแฉ่ง
“จะเพราะใครก็ตาม แม่ก็ต้องขอบใจคนคนนั้นที่ทำให้พี่คินทร์ยอมย้ายกลับบ้านซะที หลังจากหนีแม่ไปอยู่คอนโดซะตั้ง 3 ปี”
อัครินทร์จะพูดเรื่องเมื่อเช้า นาคินทร์ชิงถามก่อนเมื่อไหร่ถึงจะมีแฟนเสียที ทุกคนหันมาสนใจเรื่องอัครินทร์ นารถนรินทร์ทายว่า เนื้อคู่พี่ชายไม่พ้นหมอหรือพยาบาลแน่ นาคินทร์หน้าตึงเหลียวมองปานตะวัน เธอเมินหน้าหนีด้วยความอึดอัดใจ อัครินทร์แซวน้องคิดจะเป็นแม่หมอให้ช่วยฟันธงสิว่าเนื้อคู่ตนจะมาเมื่อไหร่ นารถนรินทร์ฟันธงไม่เกินสองวัน นาคินทร์โพล่งขึ้น
“ผมจะย้ายกลับมาอยู่บ้านวันพรุ่งนี้”
ทุกคนหันมองนาคินทร์อึ้งๆ มีปานตะวันกับอัครินทร์ที่รู้สึกอึดอัด...พออัครินทร์เห็นนาคินทร์ยืนอยู่ลำพัง จึงเข้ามาบอกว่าไม่เห็นต้องทำขนาดนี้ นาคินทร์สวน “อย่ายุ่งกับปานตะวัน”
“พี่คินทร์ พี่กำลังเข้าใจผิด...”
นาคินทร์ไม่ฟังกลับบอกว่าเขาต้องฟังตน อย่ายุ่ง กับผู้หญิงคนนี้ อัครินทร์รีบบอกตนรู้ว่าเขาชอบปานตะวันมาก นาคินทร์ตวาดกลับ...ใครบอก แต่พอเห็นสายตาตกใจของน้องก็พูดใหม่
“รู้ก็ดีแล้วเพราะฉะนั้นพี่ขอย้ำว่าแกควรจะอยู่ห่างๆตะวัน อย่ายุ่งกับผู้หญิงของพี่เด็ดขาด”
“พี่คิน เมื่อก่อนพี่รักพี่กนกมากแค่ไหน พี่ก็ไม่เคยเป็นขนาดนี้ ผมกอดคอคุยกับพี่กนก พี่ก็ไม่เคยว่า แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เข้าใจ”
นาคินทร์นิ่งสักพักก่อนจะเอ่ย...แล้วก็จะเข้าใจเอง อัครินทร์ย้ำไม่เคยคิดอะไรกับปานตะวัน สบายใจได้...สองพี่น้องสบตากัน แต่ความจริงอัครินทร์ไม่เข้าใจอยู่ดี เดินแยกไป
นาคินทร์เข่นเขี้ยว “อีกไม่นานแกก็จะเข้าใจว่า ผู้หญิงอย่างปานตะวันไม่ใช่ผู้หญิงที่แกสมควรจะคิดอะไรด้วยแม้แต่นิดเดียว”
ในห้องนอน ปานตะวันห่มผ้าให้นารถนรินทร์เธอมองยิ้มๆ จนปานตะวันฉงน นารถนรินทร์บอกว่ามองเพราะสวย “ที่สำคัญ นอกจากจะสวยแล้ว พี่ตะวันรู้ตัวไหมคะว่า พี่ทำให้ครอบครัวของเรามีความสุขมากแค่ไหน... จริงๆนะคะพี่ตะวันเป็นยิ่งกว่านางฟ้ามาโปรดอีกค่ะ”
“โห นางฟ้าเชียวเหรอคะ พี่เพิ่งจะมาอยู่แค่วัน เดียว แล้วก็ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรซักเท่าไหร่เลย รอดูก่อนนะคะต่อไปน้องนารถอาจจะไม่ถูกใจพี่เหมือนกับ... พยาบาลคนที่แล้วๆมาก็ได้”
นารถนรินทร์โอดโอยหาว่านาคินทร์คงเล่าอะไรไว้ อย่าไปเชื่อ พยาบาลเหล่านั้นไม่ได้เรื่องจริงๆ ปานตะวันยิ้มเขินๆบอกให้เธอนอนเสีย พรุ่งนี้ต้องเริ่มทำกายภาพแต่เช้า เพราะทิ้งไว้นานจะไม่ดี ทำเร็วเท่าไหร่ก็มีโอกาสเดินได้มากขึ้นเท่านั้น นารถนรินทร์จับมือปานตะวันไว้
“พี่ตะวันเป็นนางฟ้าจริงๆ เพราะพี่ตะวันเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้พี่คินทร์กลับมาเป็นพี่คินทร์คนเดิมของพวกเราได้...สัญญากับนารถนะคะ อย่าทิ้งพี่คินทร์ อย่าทิ้งพวกเราไปอีกคน”
“อีกคน...น้องนารถหมายถึงใครเหรอคะ”...นารถนรินทร์กำลังจะเอ่ยชื่อกนกวลี
นาคินทร์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนถามคุยอะไรจนดึกและใช้สายตาตำหนิปานตะวัน
นารถนรินทร์โอดโอย “โห...แค่นี้ต้องเก๊กเสียงเข้ม ดึกที่ไหนคะ เพิ่งจะสามทุ่ม แล้วน้องก็เป็นคนชวนพี่ตะวันคุย ถ้าจะดุก็ดุน้องคนเดียว ขืนดุพี่ตะวันเขาหนีไปล่ะน้องไม่รู้ด้วยนะ”
“หนีไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์...” นาคินทร์เสียงเฉียบ ปานตะวันหันขวับมามองหน้า
นารถนรินทร์แซว ปานตะวันแย่แล้วที่โดนพี่ชายจับขัง หนีไปไหนไม่ได้เหมือนในละคร นาคินทร์เอ็ดน้องพูดมากเกินไป แล้วจับลงนอนห่มผ้าให้ จุ๊บหน้าผากอย่างอ่อนโยน ปานตะวันสับสนว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่ หญิงสาวกล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วรีบเดินออกไป
นารถนรินทร์บอกพี่ชายอย่าปล่อยให้คนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด เชื่อตน นาคินทร์อึ้งก่อนจะเดินตามออกไป
นาคินทร์จ้ำมาทันปานตะวันจะปิดประตูห้อง หญิงสาวรีบบอกว่ามีอะไรไว้คุยกันพรุ่งนี้ ชายหนุ่มไม่ยอม ดันตัวเข้ามาในห้องพร้อมบอกว่าจะคุยวันนี้ ปานตะวันถอยกรูด เขาเสียงกร้าว
“คุณเป็นอะไรของคุณ หนีผมทำไม ทำยังกับผมเป็นกิ้งกือไส้เดือน รังเกียจอะไรนักหนา”
“คุณทำตัวน่ารังเกียจรึเปล่าล่ะคะ”
นาคินทร์ย้อนถามตนทำอะไร ปานตะวันไม่อาจพูดเรื่องที่เขากระทำ นาคินทร์แกล้งจะทบทวนความจำให้ใหม่ เขาก้าวเข้าหา เธอผลักเขาออกโวย
“คุณนาคินทร์! คุณเปลี่ยนไป คุณไม่เหมือนคุณนาคินทร์คนเดิมที่ฉันรู้จัก ฉันขอลาออก...ฉันจะพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเงินมาชดเชยให้คุณให้ได้”
นาคินทร์ตกใจเมื่อเห็นเธอเสียงกร้าว จึงอ่อนลง กล่าวขอโทษและยอมรับว่าหงุดหงิดเพราะเห็นเธอคุยกับอัครินทร์ ปานตะวันแจงว่า อัครินทร์เหมือนเจ้านายอีกคนเท่านั้น นาคินทร์สวนว่าตนไม่ชอบ เธอสวนบ้าง “แล้วทำไมคุณจะต้องไม่ชอบ...”
“ก็เพราะผมรักคุณ...ผมรักคุณปานตะวัน อย่าโกรธผมนะ ผมขอโทษ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก” นาคินทร์โผกอดหญิงสาว
ปานตะวันดันตัวออก ปฏิเสธเป็นไปไม่ได้ เขายื้อว่าเป็นไปได้ ขอให้เธอเปิดใจรับเขา ปานตะวันเริ่มระทวย นาคินทร์รุก “คุณหรือใครๆอาจจะคิดว่ามันเร็วเกินไป แต่สำหรับผม ผมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น ผมแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะได้ใกล้ชิดคุณ”
ปานตะวันเหมือนโดนมนต์สะกด นาคินทร์บรรจงจูบเธออย่างอ่อนโยน ซักพักผละออกแล้วกล่าว “วันเวลานับจากนี้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณได้โปรดยกให้ผมนะครับ...ตะวัน”
เห็นหญิงสาวนิ่ง นาคินทร์จูบหน้าผากเธอแผ่วเบา กล่าวกู๊ดไนท์ ก่อนจะกลับออกไป ปล่อยปานตะวัน
ทรุดนั่งระทวยสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง...ต่างจากนาคินทร์ที่เดินออกมาสีหน้าเครียดเข่นเขี้ยว มันเร็วเกินไป ที่จะปล่อย เธอต้องทุกข์แสนสาหัสเท่าทวีคูณกว่าที่
ตนได้รับ
ooooooo
นัครินทร์พาประกายเดือนมาที่ผับเดิม เธอสวมแจ็กเกตมิดชิดทับชุดเปรี้ยวที่สวมมาทำงาน พนักงานชายเข้ามาแซวเหมือนเคย ว่าแผลเมื่อคืนยังไม่หาย กลับมาอีกแล้ว นัครินทร์เบิ้ดหัวไปที เขากุมหัวป้อยๆ แต่อดถามไม่ได้ ทำไมคืนนี้มาแค่สอง ปกติต้องมีสองหรือสามสาว
นัครินทร์นึกได้รีบบอกว่าเดี๋ยวจะมีลูกค้ามาอีกหนึ่ง ให้จัดที่นั่งเดิมให้ ประกายเดือนลงนั่งบนโซฟาอย่างแรงด้วยความเซ็ง นัครินทร์สะดุ้งแขวะกลัวไม่รู้ว่าก้นใหญ่หรือ เธอค้อนขวับ
“ไหนล่ะคะลูกค้าท่านรอง เมื่อไหร่จะมา” ประกาย–เดือนถาม นัครินทร์ปัดมาเมื่อไหร่ก็เห็นเอง หญิงสาวเข่นเขี้ยวเดี๋ยวได้เห็นแน่ เขาถามบ่นอะไรยายแก่ เธอตวาดกลับ ใครแก่...
“ก็คุณน่ะสิ บ่นพึมพำยังไม่พอ ดูแต่งตัวเข้า เมื่อเช้าไม่ได้ใส่ชุดนี้นี่ ใส่โป๊กว่านี้ตั้งเยอะ”
“ก็มากับแก่ไง” ประกายเดือนพลั้งปาก นัครินทร์ถามอะไรนะ “อ๋อ...ก็เห็นว่ามีลูกค้าด้วย ก็เลยอยากแต่งตัวให้เรียบร้อยนิดนึง”
นัครินทร์หาว่าไม่นิด อย่างกับอาจารย์แม่ ประกาย– เดือนลืมตัวตีเขาเพียะ ชายหนุ่มโวย เลขาตีเจ้านาย พอดีแดนเข้ามาทักนัครินทร์ แดนเคยเป็นลูกค้าของบริษัท นัครินทร์จำต้องทักทายและแนะนำประกายเดือนให้รู้จัก แดนสนใจเธอทันที ประกายเดือนจึงคิดจะใช้แดนเป็นเกราะป้องกัน ชวนคุยอย่างสนิทสนมทำให้นัครินทร์ไม่พอใจ...ไม่ทันไร เคที่กับวีวี่โผล่มา สองสาวทะเลาะแย่งนัครินทร์กันอีก ประกายเดือนแอบยิ้มสะใจ ชายหนุ่มเห็นรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือเธอแน่ เขาเหลืออด ลุกขึ้นโวยให้สองสาวหยุด ถ้าอยากอยู่กับเขาให้อยู่อย่างสงบ สองสาวชะงักนิ่งอึ้ง
จากนั้นสองสาวเคที่กับวีวี่ก็พยายามเรียกร้องความสนใจจากนัครินทร์ด้วยการเต้นท่าเซ็กซี่ข่มกันไปมา ประกายเดือนแอบขำกิ๊ก แดนยกนิ้วชมว่านัครินทร์โชคดีมีแฟนน่ารักตั้งสองคน เขาโวยไม่ใช่แฟน...ประกายเดือนเสริมว่าจริง เจ้านายตนโชคดีมากๆ นัครินทร์เคือง
แดนหันมาถาม “คุณดีดี้ล่ะครับ นั่งนานๆเบื่อแย่ ไปเต้นรำกันดีไหมครับ”
นัครินทร์รีบขัดว่าไม่ดี อ้างเลขาตนเต้นรำไม่เป็น เชยเป็นป้าเสียขนาดนั้นไม่มีทางเต้นเป็น ประกายเดือนจึงลุกขึ้น ถอดเสื้อแจ็กเกตออกเห็นชุดแดงแสนเซ็กซี่
ขยี้ใจ สองหนุ่มตาค้าง เธอวาดลวดลายโชว์การเต้นสุดเหวี่ยง แล้วดึงแดนออกไปเต้นคู่จนจบเพลง ผู้คนปรบมือกราว
นัครินทร์ไม่พอใจแทบอยากจะกัดลิ้นตาย
ในขณะที่ปานตะวันพยายามโทร.หาประกายเดือน แต่เพราะเธออยู่ในผับจึงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เธอรู้สึกเป็นห่วงน้องสาวคิดจะกลับไปหา วิ่งออกมาจากห้องชนอัครินทร์เข้าพอดี พอเขารู้ว่าเธอจะออกไปข้างนอกจึงให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน...ใบตองเห็นคิดเองไปสรตะ
อัครินทร์ขับรถพาปานตะวันมาที่คอนโด เธอขึ้นไปบนห้องไม่เห็นน้องกลับมา จึงลงมานั่งรอในรถด้วยความกระวนกระวายใจ อัครินทร์ปลอบคงไม่มีเหตุร้ายอะไร เธอร่ำไห้โทษตัวเองที่ทิ้งน้อง ชายหนุ่มกอดปลอบ ทันใดก็มีแสงไฟรถส่องจ้าเข้ามา ทั้งสองตกใจ นาคินทร์เปิดประตูรถและลากปานตะวันออกมา อัครินทร์รีบขอให้ปล่อยเธอ
“แกนั่นแหละปล่อย ไอ้อัค...อดอยากมากจริงๆ ที่บ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องถ่อมาถึงที่นี่”
“คุณพูดอะไรของคุณ!” ปานตะวันงงกับคำพูดของนาคินทร์
“คุณนั่นแหละทำอะไรของคุณ จ้างมาทำงาน
วันแรกแจกเบอร์ให้น้องชายผมยังไม่พอ ยังชวนกันมานอนที่คอนโดของผมอีก คุณทำอะไรของคุณ”
ปานตะวันหน้าเสีย อัครินทร์โวยให้พี่ชายขอโทษเธอเดี๋ยวนี้ นาคินทร์กลับย้อนว่าเขาต่างหากที่ต้องขอโทษตน ส่วนเธอไม่ต้องเพราะตนไม่มีวันให้อภัย ปานตะวัน
ยิ่งงง นาคินทร์ลากปานตะวันไปที่รถเขา อัครินทร์พยายามจะอธิบายว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรกัน นาคินทร์สวน
“ก็เพราะฉันมาเร็วไปน่ะสิ ถ้าฉันมาถึงช้ากว่านี้อีกนิด ป่านนี้แกกับคุณตะวันของแก...”
“หยุดนะ! หยุดคิดหยุดพูดอะไรสกปรกซะที” ปานตะวันตวาดลั่น
“แล้วคุณมันสะอาดตรงไหน...” นาคินทร์ย้อนเจ็บแสบ
ปานตะวันปล่อยโฮอย่างอัดอั้น อัครินทร์บอกพี่ชายว่าปานตะวันกำลังรู้สึกแย่ นาคินทร์กลับโวยจะอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา ต่อไปถ้ายังมายุ่งกับผู้หญิงของตนอีก ไม่ต้องมาเป็นพี่น้องกัน อัครินทร์อึ้งไม่คิดว่าพี่ชายจะแรงขนาดนี้ นาคินทร์ดึงปานตะวันขึ้นรถขับพรืดออกไป
รถแล่นมาได้ระยะหนึ่ง ปานตะวันก็เสียงเข้มขึ้นให้จอดรถ นาคินทร์หาว่าเธอกลัวตาย เธอสวน “ฉันจะตายไม่ได้ ถ้าฉันยังหาน้องสาวฉันไม่เจอ”
นาคินทร์เบรกรถเอี๊ยด...หันมามองปานตะวันที่น้ำตาไหลพราก เธอย้ำ “ฉันติดต่อน้องสาวไม่ได้ จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ คุณอัคช่วยเป็นธุระ ในขณะที่ ฉันไม่รู้จะพึ่งใคร แต่คุณกลับหาว่าฉันกับคุณอัคคิดจะทำเรื่องแย่ๆ...คุณต่างหากที่แย่ แย่ที่สุด” ปานตะวันตะโกนใส่หน้า
พูดจบปานตะวันเปิดประตูรถวิ่งออกมา นาคินทร์วิ่งตามมากอดเธอไว้ด้วยรู้สึกผิด เธอร้องไห้ดิ้นรนจะไปตามหาประกายเดือน นาคินทร์รีบหยิบมือถือมากดหานัครินทร์แล้วถามว่าอยู่กับประกายเดือนหรือเปล่า...
นัครินทร์กำลังขับรถ มีประกายเดือนนั่งเชิดอยู่ข้างๆจึงเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ เสียงปานตะวันเรียกประกายเดือน ประกายเดือนรีบถามดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน
ปานตะวันปล่อยโฮ “เดือนนั่นแหละ ป่านนี้ไปอยู่ที่ไหน พี่โทร.ไปก็ไม่รับสาย พี่เป็นห่วงเดือนใจจะขาดรู้ไหม ใจพี่มันจะขาดรู้ไหม”
นาคินทร์ชะงักกับประโยคนี้ นึกถึงคืนที่เข้าไปกอดศพกนกวลี เขาก็ใจแทบขาดแบบนี้...สองพี่น้องคุยกันจบ ปานตะวันส่งมือถือคืนให้นาคินทร์ กล่าวขอบคุณ
“เปลี่ยนจากขอบคุณมากค่ะ เป็นไม่โกรธคุณค่ะ...จะได้ไหม” นาคินทร์ทำหน้าง้องอน
ปานตะวันนิ่ง เขาโอบเอวเธออ้อนว่าเธอออกมากับอัครินทร์กลางดึก แล้วยังเห็นเธอกอดกับเขา ปานตะวันรีบแก้ตัวว่า อัครินทร์เพียงแค่ปลอบ นาคินทร์จูบหน้าผากเธอแล้วจ้องตากำชับไม่ให้เธออยู่ในอ้อมกอดใครอีกนอกจากตน หญิงสาวใจสั่นยืนตัวชาในอ้อมกอดของนาคินทร์
ooooooo
อัครินทร์กลับถึงบ้านใบตองกราบขอโทษที่เป็นคนบอกนาคินทร์ตอนที่โทร.หาปานตะวัน อัครินทร์จึงเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายถึงหึง นาคินทร์พาปานตะวันกลับเข้ามา หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกจึงขอตัวขึ้นห้อง นาคินทร์หันมาตบไหล่อัครินทร์เบาๆ
“ขอบใจมากที่ช่วยเป็นธุระให้ตะวัน แต่ต่อไปนี้ คงไม่ต้องรบกวนแก เพราะพี่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่คืนนี้เลย” นาคินทร์หันมาหอมแก้มสาวิตรี กล่าวราตรี– สวัสดิ์แม่
สาวิตรีงงเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ แต่ก็ดีใจและตำหนิใบตองเกือบทำให้พี่น้องเข้าใจกันผิด
เช้าวันใหม่ ปานตะวันจะเริ่มทำกายภาพบำบัด นารถนรินทร์อิดออดกลัวความผิดหวัง ไม่สามารถเดินได้ ปานตะวันให้กำลังใจว่าตนเคยทำให้คนที่โดนอุบัติเหตุอย่างหนักเดินได้มาแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ใจ...อัครินทร์แต่งตัวหล่อเดินมา นารถนรินทร์แซวทันที อย่าลืมว่าไม่เกินสองวันจะพบเนื้อคู่ นาคินทร์เข้ามาได้ยิน สะกิดใจเกรงจะเป็นปานตะวัน อัครินทร์แซวกลับ
“แม่หมอ ฟันธงให้ตัวเองก่อนดีไหม ป่านนี้นายวิทย์แฟนแม่หมอไปเกยแหม่มอยู่ที่ไหน ทำไมไม่รีบกลับมาหาแม่หมอซะที...หา...”
นารถนรินทร์ค้อนขวับเมื่อโดนตอกกลับ หาว่าเขาทำปากดีไป อย่ากลับมาคารวะแม่หมอก็แล้วกัน
ปานตะวันยิ้มๆกับการหยอกล้อของพี่น้อง
เช้าวันนั้น อัครินทร์ต้องเข้าสัมมนา เขากำลังจะเข้าลิฟต์ พราวพรรณรายสาวสวยหอบเอกสารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาชนแฟ้มกระจาย เธอรีบกล่าวขอโทษก้มเก็บ อัครินทร์จำต้องช่วยเก็บ พอเธอเงยหน้ามาเห็นเขาก็ตะลึง ตกหลุมรักทันที แต่ชายหนุ่มไม่ได้มีทีท่าสนใจ กลับเห็นเธอเหมือนสาวแต่งตัวคิกขุคนหนึ่ง...เผอิญทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปชั้นเดียวกัน พราวพรรณรายแอบอ่านป้ายชื่อแล้วอุทานออกมา เขาหันมามองหน้า เธอกลบเกลื่อน
“เอ่อ...ดิฉันเปล่าเรียกชื่อคุณนะคะ คือเป็น...เป็นชื่อของเพื่อน ใช่...เพื่อนดิฉันชื่อเหมือนคุณ อุ๊บ!บ้าจริง...
นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย”
ลิฟต์เปิดอัครินทร์เดินออก พราวพรรณรายยังยืนอึ้ง “พระเจ้า...หัวใจจะวาย เนื้อคู่...บุพเพสันนิวาสชัดๆ” รีบกดโทร.หาเพื่อน “ฮัลโหล...ตะวัน ช่วยเราด้วย เรากำลังจะหัวใจวายตายแล้ว”
“หา!เดี๋ยวก่อนพิงค์ ใจเย็นๆนะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ”
“โอย ไม่ไหว ไม่ทันแล้ว ตอนนี้เราโดนคุณหมอหล่อโฮกๆ ควักหัวใจเราไปแล้วอ่ะตัว...เฮ้อ...คนอาไร้ หล่อไม่ปรานีหัวใจดวงน้อยๆของเราบ้างเล้ย”
“แหม...ถ้าป่วยแบบนี้ล่ะก้อ เชิญรักษาหัวใจตัวเองละกันนะจ๊ะ คุณหมอพราวพรรณราย นี่มากรุงเทพฯเมื่อไหร่ ไม่บอกเพื่อน”
พราวพรรณรายบอกว่าเพิ่งมาถึงเมื่อคืน มาสัมมนาด่วนเลยลืมบอก แต่ตอนนี้ขอคุยเรื่องคุณหมอหล่อก่อน ปานตะวันเตือนเพื่อนจู่โจมแบบนี้ ผู้ชายเผ่นพอดี พราวพรรณรายเผลอแขวะ ใครจะเชื่องช้าอย่างเธอจนโดนฉกแฟนไป ว่าแล้วก็นึกได้รีบขอโทษ ปานตะวันย้อนตนยกให้ต่างหาก พราวพรรณรายยิ้มแฉ่ง
“เริ่ด...มันต้องอย่างนี้สิ เอาล่ะรอดูนะภายในวันนี้เราต้องได้เบอร์โทร.คุณหมออัครินทร์สุดหล่อ” ปาน-ตะวันถามว่าใครนะ “ว้าย!เลทตั้ง 15 นาที แค่นี้นะ รักนะจุ๊บๆ” เธอวางสายไป
อัครินทร์บรรยายอยู่บนเวที พราวพรรณรายวิ่งเข้ามา เขาแกล้งแขวะไปหลายดอก ทำให้เธออายคนอื่นๆ เธอจึงเอาคืนบ้าง ตอนเขาให้โอกาสถาม เธอยกมือถามว่าเขามีแฟนหรือยัง เขาชะงัก เห็นสายตาทุกคนรอฟัง จึงตอบว่า คำถามนี้เป็นเรื่องส่วนตัวควรถามนอกรอบ พอทุกคนออกจากห้องหมด พราวพรรณรายรอถามคำถามเดิม แต่เขากลับไม่ตอบอ้างไม่เกี่ยวกับสัมมนา
“เฮ้ย...ไรเนี่ย พิงค์พราวพรรณราย คุณหมอแสนสวยร่ำรวยและเก่งมาก โดนผู้ชายเดินจากไปเฉยๆ หืม...นี่ถ้าไม่เห็นว่าหล่อโฮกล่ะ ฮึ่ม...จำไว้”
ooooooo
ปานตะวันอธิบายวิธีทำกายภาพให้นารถ-นรินทร์ฟัง แต่ดูเธอหวาดหวั่น จึงหากำลังใจให้ด้วยการถามถึงวิทย์แฟนของเธอ นารถนรินทร์ยิ้มอายๆเล่าว่า เราคบกันตั้งหลายปีแล้ว พอดีพี่เขาต้องไปทำงานที่อเมริกา 2 ปี เขาสัญญาว่ากลับมาเมื่อไหร่ จะแต่งงานกัน แต่ตอนนี้เธอไม่หวังแล้ว
“น้องนารถจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยและสง่าที่สุดค่ะ เราต้องร่วมมือกันนะคะ พี่อยากเห็นน้องนารถในชุดเจ้าสาวเดินเคียงคู่กับเจ้าบ่าวในงานแต่งงานอย่างมีความสุข”
นารถนรินทร์มีกำลังใจและความมุ่งมั่นขึ้นอย่างมากโผกอดขอบคุณปานตะวัน นาคินทร์มายืนมองอย่างชิงชัง...แต่พอเห็นปานตะวันกำลังอุ้มนารถนรินทร์จากรถเข็น เขาก็เข้ามาช่วยโดยโอบทางหลัง จมูกเขาชิดแก้มปานตะวัน เธอสะดุ้งตัวเกร็ง นารถนรินทร์แอบยิ้มชอบใจ ปานตะวันให้เขาปล่อยมันเป็นหน้าที่ของตน แต่เขากลับบอกว่า จะให้ปล่อยคนที่รักได้อย่างไร
“ฮั่นแน่...คนที่รัก นี่หมายถึงใครคะพี่คินทร์ น้องหรือพี่ตะวัน”
ปานตะวันเขิน นาคินทร์กลบเกลื่อนว่านารถ-นรินทร์ตัวหนักให้ตนช่วยดีกว่า เธอจึงมุดลอดแขนเขา ออก...ระหว่างทำกายภาพ นาคินทร์จะพูดกระทบให้ปานตะวันแปลกใจอยู่หลายครั้ง อย่างปานตะวันบอกนารถนรินทร์ว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เธอก็โอดโอยว่าขอคิดให้มันน่ากลัวไว้ก่อน นาคินทร์เสริมว่าจริง เพราะบางคนที่เราคิดว่าง่าย แต่ที่จริงน่ากลัวชนิดคาดไม่ถึง
นารถนรินทร์นึกได้ทำไมวันนี้นาคินทร์ไม่ไปทำงาน ไม่สบายหรือเปล่า เขาหยอด “ไม่แน่ใจเหมือนกัน เลยว่าจะรอถามคุณพยาบาลซะหน่อย”
“นั่นไง...ป่วยการเมือง พี่ตะวันต้องภูมิใจนะคะ ตั้งแต่ทำงานมา นารถไม่เคยเห็นพี่คินทร์โดดงานเลยแม้แต่วันเดียว แต่พอพี่ตะวันมา...ป่านนี้ที่บริษัทตามหาท่านประธานกันให้วุ่นแล้ว”
ปานตะวันค้อนชายหนุ่ม นาคินทร์ส่งยิ้มหวานบาดใจให้ นารถนรินทร์หัวเราะชอบใจ...ในขณะเดียวกัน ห้องประชุมบริษัท KTK นัครินทร์นั่งหน้ายักษ์ที่ต้องมาแต่เช้าเพื่อเข้าประชุม แต่ท่านประธานยังไม่มา เขาโวยประกายเดือนทำไมไม่รู้ว่าท่านประธานไปไหน เธอย้อนว่าเป็นหน้าที่ของปาริฉัตรเลขาท่านประธานต่างหาก จามจุรีเองก็งงไม่เคยเห็นนาคินทร์ทิ้งงานมาก่อน
ปาริฉัตรหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าติดต่อนาคินทร์ไม่ได้ นัครินทร์พาลว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้า เพราะฉะนั้น ประกายเดือนต้องรับผิดชอบ ออกไปทานอาหารกับเขา หญิงสาวงงเกี่ยวอะไรด้วย จึงขอไปเข้าห้องน้ำก่อน...แต่พอมาถึงห้องน้ำ ก็เจอปาริฉัตรโวยวายหาว่าปั้นเรื่องใส่ไคล้ตัวให้เจ้านายโกรธ ประกายเดือนไม่รู้เรื่องพยายามอธิบาย แต่เธอไม่ฟังใช้มือบีบคออย่างแรง
“อย่ามาแหล เมื่อไหร่แกจะเลิกแอ๊บซะทีฮะ ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายจริงๆ ตั้งแต่แกโผล่หัวมาที่นี่ ท่านประธานเปลี่ยนไป ท่านรองเปลี่ยนไป ทุกคน ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด”
ประกายเดือนใช้หัวโขกหน้าผากปาริฉัตรอย่างแรงจนเธอต้องปล่อยมือกุมหน้าผากตัว ประกายเดือนผลักเธอออกหันไปคว้าที่ปั๊มส้วมขึ้นมาขู่ ปาริฉัตรไม่หยุด ทันใดนัครินทร์เปิดประตูเข้ามาตาม ประกายเดือนตกใจกระแทกที่ปั๊มส้วมใส่หน้าเขาทันที พอเห็นเป็นท่านรองก็ตกใจ ปาริฉัตรก้มหน้างุดหวาดหวั่น
ทั้งเจ็บหัวทั้งเจ็บใจแต่ประกายเดือนยังต้องมานั่งทานอาหารกับนัครินทร์ เธอจึงทานไม่ลง นัครินทร์เห็นหน้าผากเธอแดงก็ขำก๊ากออกมาจนอาหารติดคอ ประกายเดือนตกใจ ทุบหลังอั้ก...เขาร้องลั่นหาว่าจะฆ่ากันตายหรืออย่างไร...จากนั้นนึกได้ถามเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นในห้องน้ำ หญิงสาวไม่อยากให้เป็นเรื่อง โกหกไปว่าส้วมเต็มจึงช่วยกันแต่เผอิญปาริฉัตรลื่นล้ม ทันใดมีเสียงเรียกประกายเดือน พอเธอหันมองก็ออกอาการดีใจ “พี่อัจ!พี่อัจกลับมาเมื่อไหร่คะเนี่ย”
ทั้งสองโผกอดกัน อัจฉริยะ...หนุ่มหล่อนักเรียนนอก มาดเท่จนนัครินทร์หมั่นไส้ ประกายเดือนแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน อัจฉริยะบ่นว่าไปหาที่บ้านแต่เธอย้ายกันไปแล้ว เธอบอกว่าย้ายไปอยู่คอนโด เขาถามเธอใช้เบอร์เดิมหรือเปล่าจะโทร.นัดมาเจอกันบ้าง เธอตอบว่าใช่
“ไว้พี่โทร.ไปหานะครับ พี่ไม่กวนแล้วนะ...ขอโทษที่รบกวน ขอตัวก่อนนะครับ” อัจฉริยะหันไปก้มหัวให้นัครินทร์ แล้วโบกมือลากับประกายเดือน
นัครินทร์ไม่พอใจแขวะหญิงสาวยิ้มหน้าบานถึงหูแล้ว ประกายเดือนว่าคนมีความสุขนี่ เขาถามกิ๊กเก่าหรือ เธอตอบว่า ตนไม่เคยมีกิ๊ก จะคบใครก็คบทีละคน เรียกว่าแฟนได้เลย และยอมรับว่าอัจฉริยะคือแฟนเก่า นัครินทร์กระแนะกระแหน
“แฟนเก่าตรงไหน ก็ได้ยินอยู่ว่าจะนัดเจอกันอีก”
“แหนะ...ท่านรองพูดเหมือนกำลังหึงฉันงั้นแหละ”
“บ้า...ผมเหรอจะหึงคุณ นี่...บอกให้ตาสว่างนะ ระดับผมน่ะมีสาวๆเข้าคิวเป็นร้อย จำไว้เลยนะคุณคนอย่างผมจะไม่มีวันยุ่งกับเลขาตัวเองให้เสียชื่อเป็นอันขาด”
“ดีค่ะ ดิฉันจะจำไว้ให้แม่นเลย” ประกายเดือนยิ้มเย้ย นัครินทร์เก๊กท่าแต่ในใจคุกรุ่น
ooooooo










