สมาชิก

เสน่หาสัญญาแค้น

ตอนที่ 2

ประกายเดือนเดินเอามือแตะแผลที่หน้าผากสีหน้าหวั่นๆเพราะมีนาคินทร์เดินประกบมาใกล้ๆ...จวนจะถึงหน้าห้องเช่าเกรงพี่สาวจะโกรธ จึงตัดสินใจหันไปบอกเขาว่าส่งแค่นี้ก็พอ แต่นาคินทร์ทำหน้าน้อยใจเหมือนโดนรังเกียจ ทำให้เธอหลุดปากไปว่าปานตะวันไม่ชอบ

“ไม่ชอบ! คุณตะวันไม่ชอบอะไรครับ หรือว่าไม่ชอบผม”

“มะ...ไม่ใช่ค่ะ คือ ตะวันเขาไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมาบ้านน่ะค่ะ เขาโลกส่วนตัวสูง”

นาคินทร์แกล้งโอดครวญที่เห็นตนเป็นคนอื่น ประกายเดือนเจอมุกนี้เข้าไปแก้ตัวไม่ออก พลัน เสียงปานตะวันร้องให้ช่วยดังขึ้น ทั้งสองตกใจวิ่งไปที่ห้อง เห็นชายฉกรรจ์สองคนทำร้ายปานตะวันลงไปกองกับพื้นและกำลังจะพังข้าวของในบ้าน ประกายเดือนโผเข้ากอดพี่สาวถาม

“นี่มันอะไรกัน! พวกแกเป็นใคร หยุดนะ...บอกให้หยุด”

คนร้ายหันมาสนใจประกายเดือนที่ดูขาวอวบ ย่างสามขุมเข้าหา ปานตะวันผลักให้น้องสาววิ่งหนีแต่ประกายเดือนกลับกอดเธอแน่นไม่ยอมไป ทันใด นาคินทร์ปรี่เข้าชกคนร้ายคนหนึ่งล้มลง แล้วสั่งประกายเดือนให้โทร.แจ้งตำรวจ หญิงสาวควักมือถือออกมาจะกด คนร้ายอีกคนปรี่เข้าแย่งมือถือโยนทิ้ง นาคินทร์เข้าต่อสู้ พลาดท่าโดนคนร้ายใช้มีดตวัดเข้าหน้าท้อง แล้วจะแทงซ้ำ ปานตะวันคว้าไม้มาได้ฟาดหัวคนร้ายสลบเหมือดแล้วยืนตะลึง ประกายเดือนเห็นพี่สาวกลัวจึงดึงไม้หันมาขู่คนร้ายอีกคน มันลากพวกตัวเองหนีไป สองพี่น้องโผกอดกันด้วยความหวาดกลัว พอหันมาเห็นนาคินทร์มีเลือดซึมที่หน้าท้อง ต่างตกใจ

ปานตะวันทำแผลให้นาคินทร์ เขามองเธอระยะประชิด เธอเปรยโชคดีที่แผลไม่ลึก เขาตอบว่า เคยเจ็บลึกกว่านี้มาก หญิงสาวไม่เข้าใจเงยหน้ามอง พอเห็นหน้าเขาอยู่ใกล้ก็ขยับออก

“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องมาเจ็บตัวแบบนี้”

“ผมยินดีทำเพื่อคุณ...ผมไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายคุณเด็ดขาด”

ปานตะวันรู้สึกทะแม่งๆกับคำพูดของเขา ประกาย–เดือนโผล่มาบอกไม่มีปลาสเตอร์ยาแผ่นใหญ่ ต้องชะงักเมื่อเห็นสองคนใกล้ชิดกัน ปานตะวันรีบบอกว่าไม่เป็นไร ตนทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว และจะทำแผลที่หัวเธอให้ แต่ประกายเดือนกลับปฏิเสธ

“โอ๊ย...อันนี้เล็กน้อย ฝีมือสมัครเล่น นังโจรกระจอก” ประกายเดือนหมายถึงปาริฉัตร

ปานตะวันงง ประกายเดือนรีบเปลี่ยนเรื่องถามถึงโจรสองคนนี้เป็นใครกัน ปานตะวันเองก็ไม่รู้ นาคินทร์กัดเล็กๆให้ลองนึกดูว่าไปทำอะไรให้ใครโกรธแค้นมาบ้าง

“คนอย่างตะวันเนี่ยนะจะไปเคยทำอะไรให้ใครโกรธแค้น ไม่มีทางเลยค่ะท่านประธาน ให้ลิงออกลูกเป็นควายยังจะง่ายซะกว่า...จริงๆนะคะท่านประธาน”

นาคินทร์ยิ้มเยือกเย็นเตือนอย่ามั่นใจอะไรขนาดนั้น ปานตะวันหันขวับมาถาม เขาหมายความว่าอย่างไร นาคินทร์สบตา “ผมหมายความว่า ลองถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คุณเดือนกับคุณตะวันไม่น่าจะมั่นใจหรือวางใจอะไรมากเกินไป ผมคิดว่าคุณสองคนควรจะย้ายออกจากที่นี่”

สองสาวตกใจที่ต้องถึงขนาดนั้น นาคินทร์อธิบายว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเธอสองคนอีกต่อไป คนร้ายอาจหวนกลับมาอีก ไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนคิดจะช่วยเหลือเลย ประกายเดือนเสียงอ่อย ไม่อยู่ที่นี่แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน ชายหนุ่มอาสาจัดหาให้เอง ปานตะวันมองเขาอย่างจับผิด แต่นาคินทร์ส่งยิ้มจริงใจจนเธอต้องเมินหน้าหนี

ชายหนุ่มกลับไปอย่างพอใจ ประกายเดือนดีอกดีใจที่จะได้ย้ายไปจากรูหนูแห่งนี้ แต่ปานตะวันรู้สึกแปลกๆ ทำไมนาคินทร์ถึงมาคอยช่วยเหลือ จึงเตือนน้องสาว ของฟรีไม่มีในโลก

“โห...ยังกะเรามีอะไรจะตอบแทนเขาแน่ะ ก็เหลือแต่ตัวแล้ว” ประกายเดือนเห็นสายตาพี่สาวที่มองทำนองว่านาคินทร์หวังในตัวตน ก็ร้อง “ไม่มีทาง ไม่ใช่เค้าแน่ๆ แต่เป็นตะวันล่ะก็ไม่แน่นะ เค้าแอบเห็นท่านประธานชอบมองตะวันตลอดเลย”

ปานตะวันสวนทันควัน “เราไม่ได้เหลือแต่ตัวนะเดือน เรายังเหลือศักดิ์ศรีอยู่ด้วย...พี่จะไม่รับความช่วยเหลือจากคุณนาคินทร์ เราสองคนจะไม่ย้ายไปอยู่คอนโดของคุณนาคินทร์เด็ดขาด”...ประกายเดือนร้องเฮ้ย! ด้วยความผิดหวัง

ooooooo

มิลค์ภรรยาของอาร์ต โวยวายลูกน้องที่ตนจ้างไปทำร้ายปานตะวัน แต่ไม่สำเร็จ กำชับจะจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียวแล้วค่อยมารับอีกเมื่องานสำเร็จ....คืนนั้น ปานตะวันครุ่นคิดถึงตอนที่โดนมอเตอร์ไซค์พุ่งเฉี่ยว แล้วมาโดนคนบุกทำร้ายเมื่อตอนเย็น ควรจะทำอย่างไรดี

เช้าวันใหม่ ปาริฉัตรเอาโบรชัวร์คอนโดหลายแห่งมาให้นาคินทร์ตามคำสั่ง และอยากรู้ว่าเขาจะซื้อให้ใคร

เผอิญนัครินทร์เข้ามาต่อว่าที่พี่ชายไปส่งเลขาตนที่บ้านเมื่อวาน นาคินทร์แปลกใจใครบอก ปาริฉัตรสะดุ้งวาบ นัครินทร์โอดโอยว่าเขาเม้าท์กันทั้งบริษัท เห็นพี่ชายไม่ใส่ใจ

“พี่คินทร์...คนนี้ผมเล็งไว้แต่แรกแล้วนะฮะ อย่าแย่งน้องเลย”

“แกพูดอะไรของแก ไอ้นัค”

“ไม่ต้องเลย ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยจะปิ๊งใคร ตั้งแต่กนกตาย แล้วจู่ๆ...” นาคินทร์เสียงเขียวให้หยุดพูดถึงกนก นัครินทร์นึกได้ “โอเคๆ งั้นเข้าประเด็นเลยนะฮะ...คนนี้ผมขอ...นะๆ”

นาคินทร์เห็นปาริฉัตรยังยืนอยู่จึงบอกให้กลับไปทำงาน เธอหน้าเสียจำใจกลับออกไป นัครินทร์ขึงขังพูดจาจริงจัง บอกว่าคนนี้ไม่ใช่สเปกของพี่ ตนจะหาให้ใหม่ นาคินทร์เอือมระอาบอกอยากจะทำอะไรก็ตามใจ นัครินทร์ฟังไม่ถนัดถามอีกครั้ง เขาย้ำ อยากจะเอาเลขาไปทำอะไรก็เชิญ...ในใจนาคินทร์คิดว่า ถ้าประกายเดือนถูกทิ้งก็จะทำให้ปานตะวันเจ็บไปด้วย

นัครินทร์ดีใจโผกอด “จริงนะ พี่คินทร์ไม่ยุ่งจริงนะ รักที่สุด โห...โล่งอกเลย แต่ชัวร์นะพี่ พี่ไม่ยุ่งอาหมวยอึ๋มของผมจริงๆนะฮะ”

นาคินทร์เสียงเข้มให้ตั้งใจทำงานเสียที นัครินทร์รับปากด้วยความดีใจ ลั้ลลากลับออกไป นาคินทร์หันมาเลือกโบรชัวร์ลวกๆ แล้วถูกใจอันหนึ่งรีบโทร.ติดต่อทันที...

นัครินทร์เมื่อได้คำยืนยันจากพี่ชายก็ดีใจมาทำหมาหยอกไก่กับประกายเดือนทันที แกล้งใช้ให้เธอทำความสะอาดห้องทำงาน อ้างเป็นหน้าที่ของเลขาด้วย ประกายเดือนเคือง แต่เห็นถึงเงินเดือนที่จะได้รับไว้จุนเจือพี่สาวจึงยอมทำให้ นัครินทร์ไม่วายแกล้งให้เธอปีนไปเช็ดทำความสะอาดบนหลังตู้ ตัวเขาทำทีนอนอ่านหนังสือแต่แอบชำเลืองมองขาอ่อนเธอ จนกระทั่งตกจากโซฟาลงมา ทำให้ประกายเดือนรู้ตัว โวยวายไปฟ้องนาคินทร์

นัครินทร์แก้ตัวว่าตนทำหนังสือหล่นจึงก้มเก็บ แต่ประกายเดือนไม่เชื่อเถียงกันไปมา สุดท้าย นาคินทร์ให้จามจุรีเป็นคนตัดสิน นัครินทร์โวยตนเป็นรองประธานจะมาให้ฝ่ายบุคคลลงโทษได้อย่างไร นาคินทร์สวน

“คนผิดก็ต้องรับผิด ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม” ว่าแล้วนาคินทร์ก็บอกว่ามีธุระสำคัญต้องรีบไปทำ แล้วออกไปเลย

ปาริฉัตรอ้าปากค้างถามไม่ทันว่าจะไปไหน มอลลี่กับลูกกอล์ฟทำจมูกฟุดฟิดเข้ามาถากถางว่าหัวเน่า ทำให้เธอโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ยิ่งพอรู้ว่าคราวนี้ไม่ได้ไปกับประกายเดือนยิ่งสงสัย

ด้านปานตะวัน กำลังทำกายภาพบำบัดให้กับคนไข้คนหนึ่งเสร็จ พอจะกลับออกมาก็เจอเข้ากับอาร์ต ซึ่งตามมาง้อขอคืนดีด้วย เธอปฏิเสธจะเดินหนี แต่กลับโดนเขากอดไว้

“ตะวัน ให้โอกาสพี่เถอะนะ ที่ผ่านมาพี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว เรากลับมาเป็นแฟนกันนะ ไม่สิ...แต่งงานกันเลย พี่จะดูแลตะวันไม่ให้ตะวันต้องมาทำงานลำบากแบบนี้”

“ตะวันไม่ได้ลำบาก พี่อาร์ตไปได้แล้ว ออกไปจากชีวิตตะวันซะที”

อาร์ตไม่ยอมกอดเธอแน่นและบอกว่าเขายังรักเธอ เสียงมิลค์ดังขึ้น “รักมากไหม...”

ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน มิลค์ถามย้ำว่าอาร์ตรักปานตะวันมากไหม ปานตะวันจะเถียงว่าตนไม่ได้รัก แต่กลับโดนมิลค์ตบหน้าฉาด...อาร์ตพยายามดึงไว้

เกิดการชุลมุน ผู้คนมุงดู ผู้จัดการเข้ามาเสียงเข้ม “นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นมิทราบ”

ปานตะวันหน้าเสีย...สุดท้ายก็โดนไล่ออกโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว ปานตะวันเดินเศร้ากลับบ้าน พลันเหม่อข้ามถนนไม่ทันระวัง ถูกรถบีบแตรใส่ รถเบรกเอี๊ยด เธอยืนเอามือปิดหน้าด้วยความตกใจ ปรากฏเป็นรถนาคินทร์ ทั้งสองต่างอึ้งไม่คิดว่าจะเจอกัน

นาคินทร์พาปานตะวันมานั่งร้านกาแฟหรู เธอรู้สึกเกร็งเพราะไม่เคยเข้าร้านแบบนี้มาก่อน นาคินทร์ยิ้มให้อย่างบาดใจก่อนจะถามเธอใส่น้ำตาลกี่ก้อน

“ไม่ต้อง...คือ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก ฉันไม่ค่อยทานอะไรหวานๆ”

“ดีครับ หวานมากไปไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อก่อนผมก็ชอบดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลเหมือนคุณ แต่เดี๋ยวนี้ต้องขอเติมหวานสักนิด เพราะที่ผ่านมามันขมเหลือเกิน” นาคินทร์พูดเป็นนัยๆ

ปานตะวันมองงงๆ นาคินทร์ส่งยิ้มก่อนจะบอกให้เธอดื่มเสีย เย็นแล้วจะไม่อร่อย เธอยกจิบอย่างเกรงใจ เขาถามชอบไหม เธอพยักหน้ากรายๆ...นาคินทร์เปลี่ยนมาถามทำไมเธอถึงเดินเหม่อข้ามถนน มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ น้ำเสียงชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นจนแอบน้ำตารื้น พยายามกลั้นไว้ ตอบเขาว่าไม่มีอะไรแล้วขอโทษที่ทำให้เขาเสียเวลา

“เปล่าเลยครับ คุณไม่ได้ทำให้ผมเสียเวลา ผมต้องดีใจมากๆด้วยซ้ำที่ได้เจอคุณ”

“หมายความว่ายังไงคะ” ปานตะวันทำหน้าสงสัย

“ก็หมายความว่าธุระสำคัญของผมก็คือคุณ...ผมตั้งใจมาหาคุณ”

“มาหาฉัน...คุณมีธุระสำคัญกับฉันเหรอคะ”

นาคินทร์ทำเป็นย้ำว่าธุระสำคัญคือเรื่องน้องสาว ปานตะวันนึกได้รีบขอโทษ เขาแกล้งแขวะว่าธุระสำคัญของเขาไม่ได้สำคัญสำหรับเธอ พอเห็นเธอหน้าเสียก็รีบรุก

“คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะไปดูแลยัยนารถใช่ไหมครับ...ผมต้องขอโทษนะครับที่ต้องมาเร่งรัดคุณแบบนี้ แต่อย่างที่เคยบอกไว้ว่า พยาบาลคนเก่าจะทำงานถึงแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นและนี่ก็เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว”

“ค่ะ ฉันจำได้ที่คุณเคยบอก เพียงแต่ว่า...”

“คุณไม่อยากรับงานนี้เหรอครับ คุณตะวัน” นาคินทร์เห็นปานตะวันนิ่งคิดก็รีบรุก “ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณลำบากใจที่จะตอบตอนนี้ เก็บไว้คิดก่อนก็ได้ ยังพอมีเวลา”

ปานตะวันสวนว่าตนคงไม่เหมาะกับงานนี้ นาคินทร์ใจหายวาบ รบเร้าทำไมถึงคิดอย่างนั้น หญิงสาวตอบว่าไม่ทราบ ชายหนุ่มจึงตัดบท อ้างดูเธอเพลียจะพาไปส่งบ้าน เธอรีบปฏิเสธ แต่พอลุกยืนก็หน้ามืดเซ นาคินทร์รับเธอไว้ในอ้อมกอด ถือโอกาสประคองเดินไม่ให้เธอขัดขืน

มาถึงห้องเช่า นาคินทร์หาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตาให้ปานตะวัน เธอพยายามจะฝืนลุก เขาจับให้เธอนอนอย่างเดิม “ผมรู้ว่าคุณเป็นคนเก่งมาก แต่ตอนนี้ให้ผมดูแลคุณนะครับ”

นาคินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาปานตะวัน เธอนิ่งงัน ทันใดประกายเดือนเปิดประตูผลัวะเข้ามา สองคนสะดุ้งผละออกจากกัน ประกายเดือนรีบขอโทษแล้วจะกลับออกไป ปานตะวันอายแต่ต้องเรียกน้องสาวไว้ นาคินทร์อธิบายว่าปานตะวันไม่สบาย ประกายเดือนพยักหน้าหงึกๆ ปานตะวันย้ำเขาถึงได้มาส่ง นาคินทร์ยิ้มๆก่อนจะบอกว่าตนได้ประคบเย็นให้ปานตะวันแล้ว หรือจะให้พาไปโรงพยาบาลดีไหม ปานตะวันส่ายหน้า แล้วเชิญให้เขากลับก่อน เขาย้ำอย่าลืมเรื่องที่คุยกันไว้ ว่าแล้วก็เดินไป ประกายเดือนหันขวับมาจ้องหน้าพี่สาว ทำนองเล่ามาด่วน

ปานตะวันถอนใจเฮือก เล่าเรื่องทั้งหมดให้น้องสาวฟัง ประกายเดือนทิ้งตัวนั่งเซ็งๆ

“เค้าไม่เข้าใจตะวันเลย ท่านประธานแสนดีกับตะวันซะขนาดนี้ทำไมยังเล่นตัวอยู่ได้ เป็นเค้านะฮึ่ย...ไปตั้งแต่ยังไม่ชวนละ”

“นี่...เว่อร์หนักขึ้นทุกวันนะเรา” ปานตะวันเอ็ด

“เค้าพูดจริง เกิดมาไม่เคยเจอคนอะไรหล่อเทพ แถมสุภาพอ่อนหวานใจดีที่สุด...ผิดกับน้องชายราวฟ้ากับเหว”

ปานตะวันตกใจรีบถามไถ่ ประกายเดือนรู้ว่าเป็นห่วงจึงบอกว่าเขาไม่ได้มาทำอะไร ตนดูโหงวเฮ้ง

ก็รู้ว่าเขาลามก ปานตะวันจึงเตือนถ้าเขาทำไม่ดีก็ให้ลาออกมา น้องคนเดียวตนเลี้ยงได้...ไม่ทันไร มีคนมาทุบประตูโครมๆ ประกายเดือนเปิดประตูมาเจอเจ๊เจ้าของห้องทวงค่าเช่า ประกายเดือนโวยยังไม่สิ้นเดือน แต่เจ๊ต้องการเงินก่อนเพราะจะไปเที่ยวมาเก๊า ประกายเดือนบอกว่าเงินเดือนยังไม่ออก เจ๊ไม่สนใจจะเอาให้ได้เรียกลูกน้องกล้ามใหญ่มาข่มขวัญ ประกายเดือนหันไปถามปานตะวัน เธอหน้าเจื่อนๆบอกน้องสาวมีไม่พอจ่าย เจ๊โวยทันทีจะเอาสามเดือนที่ค้าง ถ้าไม่ให้สั่งลูกน้องเข้าไปยึดข้าวของ ปานตะวันอ้อนวอน กลับมาจะจ่ายให้ทั้งหมดแต่เจ๊ไม่ยอม ให้ลูกน้องเข้าไปโยนเสื้อผ้าของใช้สองพี่น้องออกมา แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายึดไว้ขาย

สองพี่น้องนั่งเศร้า ประกายเดือนหันมาถามพี่สาวทำไมถึงช็อตเงิน ปานตะวันยอมสารภาพว่าถูกเลิกจ้างทุกงาน ประกายเดือนโผกอดปลอบพี่สาว ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอแบบนี้

“พี่นี่เป็นพี่สาวที่แย่ที่สุดเลย” ปานตะวันน้ำตาร่วง

“ดีที่สุดในโลกต่างหาก...เฮ้อ ว่าแต่คืนนี้จะไปนอนไหนกันล่ะเนี่ย” ประกายเดือนถอนใจแล้วนึกออก “เขาคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเราได้...”

ปานตะวันถามว่าใคร ประกายเดือนยิ้มแฉ่ง...

ไม่นาน สองพี่น้องก็มายืนหน้าห้องคอนโดหรูกะทัดรัด ประกายเดือนวิ่งเข้าไปมองรอบห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ ปานตะวันยืนเกรงใจข้างๆนาคินทร์ เขาถามพออยู่ได้ไหม ประกายเดือนตอบแทน

“ไม่ใช่พออยู่ได้ค่ะ อย่างนี้ต้องบอกว่า ใครไม่อยู่ก็บ้าแล้วต่างหาก อ้อ...โง่ด้วยๆ...ครัว! ตะวัน นี่มันครัวไฮโซมากๆ คราวนี้ตะวันจะได้ทำกับข้าวสนุกไปเลย ไม่ต้องตะโกนด่ากับนังป้านั่นอีกแล้ว...พระเจ้า! สาบานได้ว่านี่คือห้องน้ำ ไม่จริ๊ง...นี่มันเริ่ดยิ่งกว่าห้องนอนรังหนูของนังเจ๊ช้างน้ำนั่นร้อยล้านเท่าเลย” ประกายเดือนสำรวจทุกห้องอย่างตื่นเต้นดีใจ

ปานตะวันส่ายหน้าอายๆ ก่อนจะเปรยกับนาคินทร์ว่ามันดีเกินไปสำหรับตนกับน้อง ตนจะหาค่าเช่าที่ไหนมาจ่าย นาคินทร์บอกว่าจากตนและยื่นข้อเสนอว่า นอกจากเงินเดือนหนึ่งแสนบาท และเงินพิเศษ 5 ล้านถ้าเธอสามารถทำให้น้องสาวตนเดินได้ภายในหนึ่งปีแล้ว  ยังรวมคอนโดนี้เข้าไปด้วย...ปานตะวันแทบช็อก ประกายเดือนส่งเสียงกรี๊ด ยุพี่สาวให้รับข้อเสนอ

ปานตะวันมองหน้านาคินทร์ “คุณต้องการอะไรคะ ทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนี้”

“ผมต้องการให้คุณมาดูแลนารถนรินทร์ น้องสาวของผมไงครับ...ผมมีน้องสาวคนเดียว คุณรักและทำทุกอย่างเพื่อคุณเดือนได้ขนาดไหน ผมก็ทำได้ขนาดนั้นเหมือนกัน เพื่อคนที่ผมรัก ยิ่งกว่านี้ผมก็ทำได้ แล้วผมจะทำให้คุณดู”

ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์ส่งยิ้มเลิกคิ้วถาม โอเคไหม หญิงสาวทำหน้าไม่ถูก ประกายเดือนยิ้มแฉ่งเข้ามากระเซ้า “พี่ชายที่แสนดีกะพี่สาวที่แสนดี เหมาะสมกันเอ๊ย...เหมือนกันมากๆค่ะ”

นาคินทร์ยิ้มมีเลศนัย เอ่ยลาให้ทั้งสองได้พักผ่อน ประกายเดือนยิ้มต้องฝันดีแน่ๆว่าแล้วก็ปิดประตู วิ่งไปกระโดดนอนบนเตียงอย่างมีความสุข ปานตะวันมองน้องสาวอย่างเอ็นดูก่อนจะไล่ไปอาบน้ำก่อน ประกายเดือนนึกสนุก ลากปานตะวันไปอาบน้ำด้วยกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ท่าทางปาริฉัตรยังหงุดหงิด จนจามจุรีต้องปรามให้มีสติและสมาธิหน่อย มอลลี่จอมสู่รู้ส่งเสียงเจื้อยแจ้วมาทันที

“โอยๆๆคุณเจเจขา...ณ จุดนี้ สติหลุด สมาธิแตกซ่านไปหมดแล้วชิมิคะ น้องฉัตรขา...”

ปาริฉัตรหน้าตึงทำเป็นไม่รู้เรื่อง มอลลี่หันไปถามลูกกอล์ฟคู่หูว่ารู้ไหมตนพูดเรื่องอะไร ลูกกอล์ฟจีบปากจีบคอว่า เรื่องท่านประธานทิ้งงานทิ้งการไปทำอะไรกับใครก็ไม่บอก ว่าแล้วก็ตีมือกับมอลลี่ ก่อนจะแขวะ “ชัดไหมคะ เคลียไหมคะ น้องฉัตรขา.....”

ปาริฉัตรทะลึ่งพรวดจะเอาเรื่อง จามจุรีต้องปรามทะเลาะกันแต่เช้าเสียฤกษ์ไม่เป็นมงคล ปาริฉัตรสวน “อัปมงคลตั้งแต่พี่สมรศรีอ้าปากแล้วล่ะค่ะ”

มอลลี่กรี๊ดลั่นที่โดนด่า ฟ้องจามจุรีให้จัดการ แต่จามจุรีกลับสวนว่า มอลลี่ต่างหากที่ปล่อยให้โมหะโทสะครอบงำ มอลลี่หน้าง้ำที่จามจุรีไม่ตัดสินกลับเข้าข้างปาริฉัตรอีก ลูกกอล์ฟรีบถอยอย่างรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง มอลลี่ยิ่งหงุดหงิดที่ไม่มีพวก ไม่ทันไร เสียงนาคินทร์ดังสั่งให้ตามประกายเดือนมาพบ มอลลี่ยิ้มอย่างสะใจทันที ปาริฉัตรจำต้องกดโทรศัพท์ไปบอกประกายเดือนอย่างโกรธๆ แล้วกระแทกหูโครม ทำเอาประกายเดือนงง

ในห้องทำงาน นาคินทร์ยืนมองรูปวาดที่ยังมีคราบเลือดกนกติดอยู่อย่างปวดร้าว ปาริฉัตรพาประกายเดือนเข้ามา เขาหันมาถามประกายเดือนเมื่อคืนหลับสบายไหม ปาริฉัตรหูผึ่ง ประกายเดือนตอบยิ้มๆว่านอนสลบเหมือดเลย นาคินทร์หัวเราะถึงขนาดนั้นเชียว ปาริฉัตรยิ่งอยากรู้ แต่นาคินทร์กลับบอกให้เธอออกไปได้ แล้วหันมาถามประกายเดือนอย่างสนิทสนม

“จริงค่ะ...ก็โห เล่นน้ำกับตะวันซะเหนื่อย อุ๊บ!” ประกายเดือนนึกได้เอามือปิดปากเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่พอนาคินทร์ถามถึงขนาดเล่นน้ำกัน เธอตอบอายๆก็ห้องน้ำมันหรูขนาดนั้น

“เหนื่อยขนาดนี้ คุณตะวันไม่ไปทำงานสายแย่เหรอครับ”

ประกายเดือนโพล่งขึ้นตนต่างหากที่เกือบมาสายส่วนปานตะวันสบายบรื๋อเพราะตกงานสามจ๊อบรวดไปแล้ว นาคินทร์ยิ้มมุมปากกับข้อมูลใหม่...เขาตัดสินใจไปหาปานตะวันที่คอนโดทันที ขณะนั้น ปานตะวันอาบน้ำเพิ่งเสร็จ สวมเสื้อคลุมออกมาเปิดประตูเพราะคิดว่าน้องสาวลืมของกลับมาเอา แต่พอเปิดประตูมาเจอหน้านาคินทร์ก็ตกใจ กระชับคอเสื้อจะปิดประตู ชายหนุ่มแทรกตัวเข้ามาอย่างว่องไว แถมถามว่ารังเกียจตนหรือ หญิงสาวพูดไม่ออกว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย

นาคินทร์แกล้งทึกทักว่าปานตะวันนอนตื่นสาย เธอรีบปฏิเสธ แต่เขาไม่ฟังกลับชูช่อดอกไม้ขอแจกันมาใส่ “เมื่อคืนผมเห็นห้องคุณไม่มีดอกไม้ เลยเอามาให้ ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่น”

ไม่รอช้า นาคินทร์ถือโอกาสเข้าครัวหาภาชนะมาใส่ดอกไม้และจัดแจงจะทำอาหารเช้าให้ ปานตะวันพยายามจะบอกว่าตนไม่ใช่คนตื่นสาย เขากลับถามสวนว่าเธออยากกินไข่ดาวหรือออมเล็ต แล้วเขาก็ตัดสินใจเองทำออมเล็ตโดยตอกไข่ส่งให้เธอตี ปานตะวันรับมาตีๆแต่ยังแก้ตัว

“คุณฟังฉันก่อนสิคะ ปกติฉันตื่นตี 5...” นาคินทร์กลับบอกว่าเธอตีไข่แรงเกินไป เขาจับมือเธอหมับสอนตีเบาๆ หญิงสาวรู้สึกวาบหวิว พยายามดึงมือออก

สองคนสบตากันอึ้งๆ นาคินทร์เอ่ยขึ้นทำออมเล็ตคงไม่ได้แล้วเพราะคนแรงไปต้องทำไข่เจียว ปานตะวันบอกตนยังไม่หิว แต่ท้องกลับร้องเสียงดังออกมา ชายหนุ่มขำ หญิงสาวก้มหน้าอายๆ...ไม่นาน นาคินทร์ก็ยกจานข้าวโปะไข่เจียวลงตรงหน้าปานตะวันซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

“ทานซะหน่อยเถอะครับ เมื่อกี้ท้องร้องดังมาก เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะ”

ปานตะวันบอกว่ายังไม่หิว เขาจึงขอให้ช่วยชิม จะได้ชื่นใจที่อุตส่าห์ทำ เธอจึงชิมเข้าไปแล้วพยักหน้าว่าอร่อย ก่อนจะตัดสินใจถามตรงๆว่าเขามาทำไม คงไม่ได้ตั้งใจมาทำข้าวไข่เจียว

“ผมตั้งใจจริงๆ พอทราบจากคุณเดือนว่า คุณไม่ได้ไปทำงานผมก็ห่วง เพราะเมื่อวานคุณก็ตัวอุ่นๆ เหมือนจะไม่สบาย ผมเห็นคุณอยู่คนเดียว เพิ่งจะย้ายมาด้วย เลยกลัวว่าจะลำบาก”

ปานตะวันขอบคุณและยืนยันว่าตนไม่เป็นอะไร นาคินทร์จึงพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ถ้าได้เห็นเธอกินข้าวไข่เจียวจนหมดคงจะดีใจกว่านี้ ว่าแล้วก็ลากลับ หญิงสาวจะลุกไปส่ง เขากดไหล่เธอให้นั่งลง กระซิบข้างหูอย่างนุ่มนวลให้ทานข้าวต่อไป อย่าลืมว่าตนเป็นห่วง ใจหญิงสาววาบหวิว ช้อนตาขึ้นสบตา นาคินทร์ย้ำ

“เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป คงจะไม่มีใครดีพอที่จะมาดูแลยัยนารถน้องสาวผมได้” สายตาชายหนุ่มวิบวับจนปานตะวันใจอ่อน

“เอ่อ...คือ...ฉันรู้สึกเกรงใจมากที่ต้องมารบกวนคุณแบบนี้”

“ผมเต็มใจให้คุณรบกวนครับ...ถ้าผมเป็นคุณ ผมก็คงจะต้องคิดเหมือนอย่างที่คุณกำลังคิดอยู่ละครับ”

“คุณทราบเหรอคะว่าฉันคิดอะไรอยู่”

“คุณกำลังสงสัยไม่ไว้วางใจ ไม่แน่ใจว่าผมทำดีกับคุณต่างๆนานานี่จริงๆแล้วผมมีแผนร้ายอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า” สายตาปานตะวันเบิ่งโต “ผมทายถูกไหมครับ”

ปานตะวันยอมรับว่ามันน่าคิด นาคินทร์ยืนกรานว่าตนทำทุกอย่างเพราะรักน้อง ตนสามารถทำเพื่อคนที่รักได้มาก ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ ปานตะวันสะดุดหูงงๆ ชายหนุ่มอ้างไม่อยากประมาท ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร หญิงสาวอึ้ง รำพึงตนเองยังไม่เคยคิดเลยว่าจะกลายเป็นลูกกำพร้า ต้องตกระกำลำบากกับน้อง ปานตะวันตัดสินใจขอพบน้องสาวเขาก่อน แล้วจะบอกได้ว่ารับงานนี้หรือไม่ นาคินทร์ดีใจกับชัยชนะที่ได้มาอีกนิดดึงเธอมากอดและรวบรัดพาเธอไปวันนี้เลย หญิงสาวชะงักดันตัวออก ตกใจกับความใจร้อนของเขา

ooooooo

นาคินทร์ขับรถพาปานตะวันออกมา เขากดโทรศัพท์บอกสาวิตรีว่าจะพาแขกคนสำคัญเข้าไปที่บ้าน สาวิตรีตื่นเต้นถามกลับว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พอลูกชายตอบว่าผู้หญิงสวยด้วย เธอก็ตีความว่าเป็นคนสำคัญของลูกแน่ๆ จึงบอกให้มาทานข้าวเย็นที่บ้าน ตนจะแสดงฝีมือเต็มที่

“คุณแม่...ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ”

“โนๆๆ แม่เข้าใจ รับรองว่าแม่จะไม่ทำอะไรเอิกเกริก ทุกอย่างจะเป็นปกติธรรมดา แม่ไม่ทำให้พี่คินเขินหรอกน่า” เสียงสาวิตรีหันมาสั่งทุกคนเตรียมการ ลอดเข้ามาก่อนเธอจะวางสาย

นาคินทร์ส่ายหน้าขำๆ ปานตะวันเห็นสีหน้าเขาจึงบอกว่าถ้าไม่สะดวกไว้วันหลังก็ได้ ชายหนุ่มรีบบอกว่าสะดวกเพียงแต่แม่อยากให้เข้าไปทานข้าวเย็นกับท่าน เขามองนาฬิกาคิดหาอะไรค่าเวลา นาคินทร์ไม่เปิดโอกาสให้ปานตะวันปฏิเสธ เขาขับรถพาเธอมาห้างสรรพสินค้า เดินตรงไปที่หน้าโรงหนัง หญิงสาวอิดออดไม่ยอมเข้า

“ผมไม่เคยเข้าโรงหนังอีกเลยนับตั้งแต่...ตั้งแต่งานที่บริษัทยุ่งเหลือเกิน ไหนๆวันนี้ก็ทิ้งงานมาแล้ว ดูหนังเป็นเพื่อนผมหน่อยนะคุณตะวัน” นาคินทร์เกือบเผลอพูดถึงกนกวลี

ปานตะวันอ้างว่าไม่ชอบดูหนังเพราะคนเยอะ นาคินทร์จัดการทำบางอย่าง เขาจูงมือเธอเข้าโรงซึ่งมืด เธอดึงมือออกจะเดินเอง แต่แล้วก็ชนเก้าอี้โครม เขาเข้าโอบเอวเธอพาไปนั่งโซฟาแบบเฟิร์สคลาส ปานตะวันไม่เห็นคนอื่นจึงบอกเขาว่าหนังคงไม่สนุกถึงไม่มีคนดู เขากลับบอกว่าหนังสนุกมากแต่ตนเหมาทั้งโรงคนเดียวเพราะเธอไม่ชอบคนเยอะๆ หญิงสาวอึ้ง เขาอมยิ้มแกล้งส่งป๊อบคอร์นและขนมให้ เธอส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้เศรษฐี

ด้านสาวิตรีที่เที่ยวส่งข่าวบอกลูกทุกคนกลับมาทานข้าวบ้านเพราะพี่ชายมีแขกสำคัญมาทานข้าวด้วย เธอกำชับลูกทุกคนอย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ให้พี่เขาเขิน แต่ดูเธอจะตื่นเต้นกว่าใครๆยังกำชับนารถนรินทร์อย่าออกฤทธิ์ใส่สาวใหม่ของพี่เขา เธอบอกว่าต้องเป็นไปตามเนื้อผ้า ถ้าดูดีเท่ากนกวลีก็โอเค ไม่วายสาวิตรียังหันมาสั่งใบตองสาวใช้ อย่าวี๊ดว๊ายเว่อร์เกินเหตุ ใบตองแอบยิ้มขำๆกับทวยเทพและนารถนรินทร์

นัครินทร์พอรู้ข่าวจากแม่ว่านาคินทร์พาสาวไปทานข้าวที่บ้านก็รีบมาบอกประกายเดือน เพื่อจะได้ตัดใจจากนาคินทร์ แต่ที่หญิงสาวตกใจเพราะเสียดายแทนพี่สาวมากกว่า นัครินทร์แปลกใจ “คุณไม่เสียใจเหรอ ที่พี่ชายผมควงคุณเล่นได้ไม่กี่วันก็เขี่ยคุณทิ้งซะแล้ว”

“ปากเหรอคะท่านรอง” ประกายเดือนหมั่นไส้ พอจะอธิบายก็มีเสียงแหวขึ้นมา

“โอปป้า...วีวี่คิดถึงโอปป้ามากๆเลยค่ะ” สาวสวยวีวี่ปรี่เข้ามาพร้อมของฝากคือถุงกิมจิ

นัครินทร์ชำเลืองมองประกายเดือนที่แอบขำ เขายื่นถุงกิมจิให้เธอไปใส่จานและกำชับห้ามใครเข้ามารบกวนในห้องทำงาน เขาประคองกอดวีวี่เข้าไป ประกายเดือนทำท่าแหวะอย่างหมั่นไส้...พอเทกิมจิใส่จานถือมา ก็ชนเข้ากับเคที่ สาวสวยลูกครึ่งฝรั่ง เธอกรี๊ดกร๊าดด่าว่ายกใหญ่ ประกายเดือนเถียงอย่างไม่ยอมเช่นกัน แต่พอรู้ว่าเป็นอีกสาวของนัครินทร์ก็คิดแก้เผ็ด พาเธอเข้าไปหาเพื่อให้รถไฟชนกันโครม

วีวี่เป็นนักร้องแนวเกาหลี กำลังเต้นท่าใหม่ให้นัครินทร์ดู ไม่ทันไร เคที่โผล่เข้ามา สองสาวถลาเข้าตบตีกันยกใหญ่ นัครินทร์ตะลึงเรียกประกายเดือนให้มาช่วยห้าม เธอถือจานกิมจิเข้ามา พลันเคที่ก็คว้าจานจะโปะหน้าวีวี่แต่พลาดไปโดนนัครินทร์เต็มเปา ประกายเดือนขำเอ่ยถามกิมจิอร่อยไหม นัครินทร์เข่นเขี้ยวกัดฟันกรอด...

ระหว่างนั่งดูหนัง นาคินทร์แกล้งเอนมาชิดทางปานตะวัน เห็นเธอหนาวก็เอาผ้าห่มให้ เธอบอกว่าของเธอก็มี แต่เขาไม่สนใจดึงผ้าห่มด้วยกันหน้าตาเฉย สักครู่เขาก็เอนหัวมาซบไหล่เธอแกล้งหลับเฉย หญิงสาวตัวเกร็งแข็งทื่อไม่กล้าหันมอง ได้แต่พึมพำไหนว่าหนังสนุก เขาโพล่งขึ้น นอนแบบนี้สนุกกว่า เธอสะดุ้งผลักเขาออก เขาฉวยโอกาสโอบเธอไว้ ยื่นหน้ามาใกล้ ทันใดนั้น มือถือเธอดังขึ้น เธอผละออกควานหามือถือในกระเป๋าอย่างลนลานด้วยความเขิน

“เอ่อ ฉัน...ฉันลืมปิดเสียงน่ะค่ะ ขอโทษนะคะ” พอเห็นว่าน้องสาวโทร.มาจึงกดรับ

“นี่...เค้ามีอะไรจะบอก ท่านประธานเขามีหญิงอยู่เหมือนกันนะ เย็นนี้เขาจะพาไปกินข้าวเย็นกัน” ปานตะวันอึ้งๆ รับคำกรายๆ “ตะวัน...ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ดีแล้ว ผู้ชายก็งี้แหละ แหม...อยากเห็นหน้ายัยนั่นจังเนอะ แต่เค้าก็ยังคอนเฟิร์มนะว่าท่านประธานแอบปิ๊งตะวัน ยัยนั่นอาจจะแค่กุ๊กกิ๊ก พี่สาวเราเริ่ดกว่าเยอะ โอเค...งั้นเย็นนี้เจอกันนะ จุ๊บจุ๊บ” ประกายเดือนวางสาย

ปานตะวันถอนใจอธิบายอะไรไม่ทัน ว่าผู้หญิงคนนั้นคือตนเอง นาคินทร์ยื่นหน้ามาถามใกล้ๆว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอตกใจดันหน้าเขาไว้ ตอบว่าไม่มีอะไร ให้ดูตอนจบของหนัง

นาคินทร์กลับพูดเป็นนัยๆว่า “หนังจบ ผมไม่จบ...” ว่าแล้วก็ดึงมือเธอมากุมไว้ แล้วเบือนหน้าไปดูหนังต่อ เธอพยายามดึงมือกลับแต่เขาจับไว้แน่น

พอหนังเลิก นาคินทร์เดินหน้าตายิ้มแย้มออกมา ในขณะที่ปานตะวันหน้าตึง เขามองเวลาเห็นยังมีเวลาเหลือชวนเธอไปช็อปปิ้ง แต่ปานตะวันขอไปพบนารถนรินทร์ เลย จะได้มีเวลาทำความรู้จักกัน นาคินทร์ดีใจแสดงว่าเธอยอมรับงานนี้ เขาดึงมือเธอมาคล้องแขนแต่ไม่ทันจะเดินไป ก็มีชายหนุ่มมากระชากมือปานตะวัน แล้วตวาดถามว่าหมอนี่เป็นใคร ปานตะวันตกใจ

“พี่อาร์ต! ปล่อย...ปล่อยตะวัน”

“ไม่ปล่อย มันนั่นแหละต้องปล่อยตะวัน...ปล่อยแฟนข้านะเว้ย” อาร์ตสำรอกใส่นาคินทร์

“ไม่ใช่นะคะ...พี่อาร์ตพูดอะไรของพี่ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะคะ”

“ตะวันพูดอย่างนั้นได้อย่างไร อ๋อ...เพราะอย่างนี้นี่เอง เพราะไอ้นี่ใช่ไหม ตะวันถึงไม่เหลือเยื่อใยให้พี่ ตะวันถึงได้อยากเลิกกับพี่” อาร์ตจะลากปานตะวันไป

ไม่ทันไร มิลค์ถือแก้วน้ำมาสาดใส่หน้าปานตะวัน แล้วตบซ้ำอีกฉาดอย่างไม่ฟังอีร้าค่าอีลมใดๆ ปานตะวันตกใจได้แต่ยืนร้องไห้ อาร์ตพยายามรั้งมิลค์ไว้ไม่ให้ทำอะไรปานตะวันอีก

“นังตะวัน แกนี่มันดราม่า หน้าเนื้อใจเสือ ทำแอ๊บตาใส แต่ร้ายยิ่งกว่าแม่มด อ๋อ...นี่แกยุให้พี่อาร์ตหย่ากับฉันไม่ได้ผล ก็เลยตามมาแย่งถึงที่นี่เลยใช่ไหม อีนังสรพิษ” มิลค์จะตบอีก

อาร์ตดึงลากเมียตัวเองออกไปแต่ไม่วายตะโกนบอกปานตะวันว่าจะโทร.หาให้รับสายด้วย นาคินทร์มองอึ้งๆกับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับปานตะวันที่เพิ่งรับรู้ เห็นเธอร้องไห้เหมือนลูกนกน่าสงสาร จึงเข้าไปโอบกอดแบบปลอบ โยน เธอโผกอดเขาสะอื้นฮักเหมือนเด็กน้อยหาที่พักพิง แววตาของนาคินทร์ดูเยือกเย็นสะใจเกินจะคาดเดา

ooooooo

อัครินทร์กลับบ้านเร็วกว่าปกติ แต่พอรู้ว่าแขกที่มาทานข้าวที่บ้านเป็นหญิงสาวของนาคินทร์ก็โอดโอยรีบกลับมาแทบแย่ นึกว่ามากันหลายคน สาวิตรีกำชับอย่าทำอะไรกระโตกกระตาก ทวยเทพ นารถนรินทร์และใบตองแอบขำที่ดูเธอจะตื่นเต้นมากกว่าใคร

นาคินทร์พาปานตะวันมาซื้อชุดใหม่ เป็นชุดสวยหวานเซ็กซี่เล็กๆ เธอลองแล้วไม่กล้าออกจากห้องลอง นาคินทร์ดึงเธอออกมาแล้วตกลงเอาชุดนี้ แต่ปานตะวันปฏิเสธเสียงหลงเพราะมันราคาตั้งสองหมื่นกว่า ชายหนุ่มขำๆเพราะเล็กน้อยสำหรับเขา เขาชมว่าสวยเหมาะสมแล้ว ว่าแล้วก็ส่งการ์ดให้พนักงานและบอกให้เอาชุดเดิมใส่ถุง ปานตะวันตาโพลงฉุนเล็กๆ

นาคินทร์ขับรถพาปานตะวันมาถึงถนนสายหนึ่ง เขาจอดรถแล้วถามเธอว่ารู้สึกคุ้นบ้างไหม...อุบัติเหตุที่ปานตะวันโดนรถเฉี่ยวแว่บเข้ามา เธอย้อนถามเขาว่าถามทำไม

“ไม่มีอะไรครับ แค่ถามดูเฉยๆ เผื่อคุณจะเคยผ่านมาแถวนี้...เคยไหมครับ”

ปานตะวันส่ายหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องถามเขาใกล้ถึงบ้านหรือยัง แววตาเขากร้าวขึ้นที่เธอโกหก กัดฟันตอบเธอว่าบ้านเขาอยู่อีกไม่ไกล เขากระชากรถออกจนเธอตกใจอะไรกันเนี่ย

นัครินทร์โทร.บอกสาวิตรีว่ากลับมาทานข้าวด้วยไม่ได้ เพราะมีเรื่องต้องสะสาง สาวิตรีบ่นไปตามเรื่อง นัครินทร์กำลังเล่นงานตั้งแต่ รปภ.ไปยันประกายเดือน ที่ปล่อยให้เคที่เข้ามาชนกับวีวี่ จามจุรีต้องอบรม รปภ. กรายๆ ประกายเดือนขอตัวกลับบ้าน แต่นัครินทร์กลับโวยว่าเธอต้องรับผิดชอบที่ทำให้เขาอดกินกิมจิ ประกายเดือนยอมให้ตัดเงินเดือนแต่อย่าไล่ออก เขากลับบอกว่าเธอต้องไปดินเนอร์กับเขาแทนคืนนี้ หญิงสาวหน้าเหวอ

ooooooo

สาวิตรีเดินพล่านชะเง้อชะแง้ ป่านนี้ทำไมนาคินทร์ยังไม่มา อาหารที่ตนทำจะเซ็งหมดอยู่แล้ว ทวยเทพปรามภรรยาให้หยุดเดินตนปวดหัว นารถนรินทร์ติงที่แม่ไปเลื่อนเวลาพี่เขาเอง ไม่อย่างนั้นมาไปนานแล้ว ไม่ทันไร ใบตองวิ่งมาบอกว่า นาคินทร์มาแล้ว สาวิตรีตื่นเต้นทันที

“เอ่อ...คุณผู้หญิงคะ คุณผู้หญิงพิรุธสุดอ่ะค่ะ” ใบตองสะกิดเตือน

นาคินทร์พาปานตะวันเข้ามา รู้สึกแปลกๆที่บ้านเงียบเชียบ สาวิตรีทำเป็นตกใจที่ลูกมา แล้วทำเป็นถามว่าพาใครมาด้วย นาคินทร์แนะนำ

“ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักคุณปานตะวัน พยาบาลพิเศษคนใหม่ของยัยนารถครับ”

ทุกคนอึ้ง ปานตะวันรีบแย้ง “คุณนาคินทร์คะ ฉันยังไม่ได้...”

นาคินทร์ชิงแนะนำทวยเทพกับสาวิตรี ทำให้เธอต้องหันมายกมือไหว้ทั้งสองท่าน แล้วแนะนำอัครินทร์กับนารถนรินทร์ สาวิตรียังงงกับที่ลูกชายบอกว่าปาน–ตะวันจะมาเป็นคนดูแลน้อง แล้วปรานีพยาบาลคนเดิมล่ะ นาคินทร์รีบบอกว่าเธอลาออก ทุกคนงงว่าเมื่อไหร่ นาคินทร์ตัดบทชวนทุกคนไปทานข้าว บ่นว่าหิวมาก สาวิตรีรีบกุลีกุจอจัดแจงให้ลูก ปานตะวันมองความอบอุ่นของครอบครัวนาคินทร์อย่างไม่เคยสัมผัสมานาน

“แล้วตกลงหนูตะวันจะมาเริ่มงานเมื่อไหร่จ๊ะ” สาวิตรีหันมาถาม

ปานตะวันอึกอัก นาคินทร์จึงตอบแทน “ความจริงคุณตะวันยังไม่ได้ตกลงจะทำงานนี้หรอกครับ ผมถึงได้พามาพบทุกคนก่อน หวังว่าคุณตะวันจะไม่รังเกียจครอบครัวเรา”

“เอ่อ...ไม่นะคะ มะ...ไม่รังเกียจนะคะ”

นาคินทร์รวบรัด แสดงว่าตกลงรับงานนี้ ปานตะวันตาโพลง นารถนรินทร์แสดงความดีใจเพราะถูกชะตากับเธอมาก อัครินทร์แขวะ ทีตนหาพยาบาลมาให้กี่คน ก็ไล่เขาออกหมด

“พี่อัคก็แหม...ส่งมาแต่ละคนดูได้ที่ไหน แล้วดูคุณตะวันสิ สวยน่ารักขนาดนี้ต้องชมพี่คินค่ะ ตาแหลมที่สุด”

“แน่นอนพี่เลือกคนที่ใช่ไม่ผิดคนแน่” นาคินทร์มองปานตะวันยิ้มอย่างมีเลศนัย อัครินทร์มองพี่ชายอย่างสงสัย

นาคินทร์หันมาเร่งรัดปานตะวันรับงานนี้ เธอสบตาทุกคนที่รอคำตอบ จำต้องตกลง นาคินทร์รวบรัดทานข้าวเสร็จมาเซ็นสัญญากัน ทุกคนมองเขาเป็นตาเดียวงงๆ นาคินทร์เอ่ยทุกคนที่มาทำงานกับเราต้องเซ็นสัญญาหนึ่งปีเหมือนกันหมด อัครินทร์หันขวับมองพี่ชาย

นาคินทร์ยิ้มเยือกเย็นอ้าง “เพื่อเป็นหลักประกันให้กับทั้งสองฝ่าย สำหรับคุณ เป็นหลักประกันว่าจะไม่ถูกเลิกจ้างก่อนกำหนด ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่องค่าจ้าง ส่วนทางเราก็มั่นใจได้ว่าคุณจะอยู่ทำงานจนครบ 1 ปีจริงๆ หรืออาจจะนานกว่านั้น”

ทุกคนในครอบครัวคิดว่านาคินทร์ต้องปิ๊งปาน–ตะวันแน่ถึงตั้งกฎนี้ขึ้นมา ปานตะวันตกกระไดพลอยโจนไปเสียแล้ว...อัครินทร์กระซิบสาวิตรีว่า นาคินทร์ทำแปลกๆ สาวิตรียิ้มกริ่มบอกลูกชายว่า คนมีความรักก็แบบนี้ ตนดีใจที่นาคินทร์มีความรักอีกครั้ง แต่อัครินทร์ยังสงสัย

“นี่ ทางที่ดีนะ แม่ว่าเราน่ะเจียดเวลาตรวจคนไข้ ไปหาแฟนกะเขาซักคนสิจ๊ะ จะได้เข้าใจพี่คินเขาดีขึ้น ฮิฮิ” สาวิตรีแนะก่อนจะลั้ลลาเดินไป ใบตองกระซิบย้ำ... จะได้ซึ้ง...แล้ววิ่งจู๊ดไป

ไม่นาน นาคินทร์วางสัญญาลงให้ปานตะวันเซ็นสองใบ เธอลังเลขอผลัดเซ็นวันหลัง นารถนรินทร์คะยั้นคะยอให้เซ็นเลยเพราะตนชอบเธอ และขอให้เธอเรียกตนว่าน้องนารถ ปานตะวันเกรงใจจำต้องเซ็น พอสาวิตรีเดินนำใบตองยกของหวานออกมา นาคินทร์ก็ให้แม่เซ็นเป็นพยาน นารถนรินทร์เร่งให้แม่เซ็นกลัวปานตะวันเปลี่ยนใจ พอสาวิตรีเซ็นเสร็จ นาคินทร์ก็รวบกระดาษไม่ให้ใครได้อ่าน อัครินทร์มองพี่ชายยิ่งสงสัย...นาคินทร์ชวนปานตะวันกลับทันที

“อ้าว! เดี๋ยวจ้ะหนูตะวัน ขนมแม่ล่ะ...ว้า...อุตส่าห์ทำสุดฝีมือเลย”

“เอ้อ...ตาคินทร์นี่มันก็แปลก มาเร็วไปเร็ว พิก๊ล” ทวยเทพเสริม

ใบตองว่าทั้งสองอาจจะอยากไปจู๋จี๋กัน ทุกคนหัวเราะกันคิกคัก ยกเว้นอัครินทร์...นาคินทร์เดินมาส่งปานตะวันถึงหน้าห้องที่คอนโด เธอเห็นเขาหน้านิ่งๆ จึงกล่าวขอบคุณที่มาส่งแล้วถามเขาเป็นอะไรหรือเปล่า เขารู้สึกตัวหันมาเท้าแขนกับประตูล้อมตัวเธอไว้ ยิ้มอย่างมีชัย

“อ๋อ ช่วงนี้งานเยอะ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ถือว่าโชคดีที่มีคุณตะวัน”

ปานตะวันเก้อเขินระวังตัว “ยังไงคะ...ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“ได้พบคุณ ได้ไปดูหนังกับคุณ ได้พาคุณไปทานข้าวที่บ้าน ที่สำคัญ คุณรับปากจะดูแลยัยนารถน้องสาวของผม แค่นี้ผมก็หายเหนื่อย” นาคินทร์ยื่นหน้าเข้าใกล้

ปานตะวันใจสั่นรัว ก้มหัวลอดแขนเขาออกมา รีบบอกเขาว่าดึกแล้วให้เขากลับ เขายิ้มตกลงแล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะมารับแต่เช้า เธองงจะไปไหนอีก ชายหนุ่มทำตาใส

“อ้าว! แย่จัง นี่ผมไม่ได้บอกคุณหรอกเหรอครับว่า คุณจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านผมด้วย...ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลย คุณได้เห็นแล้วก็คุยรายละเอียดกับยัยนารถแล้ว ก็น่าจะทราบว่า ยัยนารถต้องได้รับการดูแลทั้งภารกิจประจำวัน ทั้งกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด พยาบาลพิเศษทุกคนที่ผ่านมาก็ต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านผมเพื่อดูแลยัยนารถตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนกันหมด”

ปานตะวันตกใจเป็นห่วงน้องไม่เคยแยกกันอยู่ นาคินทร์ตามมายืนคร่อมเธอไว้อีกครั้ง ประหนึ่งเธอไม่มี ทางหนีรอด บอกเธอว่าแยกกันเพื่อทำงานไม่ได้ทิ้งกันและคอนโดนี้ก็ปลอดภัย ที่สำคัญเธอทำงานที่บริษัทตน รับรองว่านัครินทร์ดูแลเธอเป็นอย่างดีที่สุด หญิงสาวอึ้ง แล้วเขาก็หยิบคู่สัญญาให้แก่เธอหนึ่งฉบับ ยื่นหน้ามาใกล้บอกเธอให้นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้ตนจะมารับ ว่าแล้วก็หันกลับเดินจากไป นาคินทร์เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มใจละลายเป็นยิ้มสมใจ

ด้านประกายเดือน ถูกนัครินทร์พามาเที่ยวผับ เธอยืนเกร็งไม่ยอมเข้า เพราะนี่หรือคือดินเนอร์ ชายหนุ่มอ้างว่าอยากให้เธอเปิดหูเปิดตาบ้าง พนักงานเข้ามาต้อนรับเรียกนัครินทร์ว่าป๋า

“หวัดดีค้าบป๋า...โห งวดนี้หมวยมาเลย จากไหนครับ ฮ่องกงหรือเมืองจีน”

ประกายเดือนโวย มองหน้าแล้วพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร พนักงานสะดุ้งก่อนจะหัวเราะ “โอ๊ย...เห็นพามาแต่ละคน อินเตอร์นานาชาติทั้งนั้น คราวนี้นิยมไทยเหรอป๋า แหม...ดุซะด้วยนะเจ๊”

ประกายเดือนโวยวายที่มาเรียกเจ๊...นัครินทร์ตัดบท สั่งให้จัดอาหารชุดใหญ่เหมือนเดิม หญิงสาวจะกลับ พนักงานจึงบอกให้เคลียร์กันให้ลงตัวก่อนค่อยสั่ง ไม่ทันไรเคที่กับวี่วี่ก็ปรี่เข้ามา ส่งเสียงเรียกนัครินทร์ตามนิคเนมที่ตัวเองตั้ง ประกายเดือนได้โอกาสชิ่งหนี ปล่อยนัครินทร์ถูกสองสาวรุม

ปานตะวันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย มานั่งอ่านสัญญา แทบช็อก...เมื่อเห็นมีข้อความระบุว่า ถ้ามีการผิดสัญญาจะถูกปรับสามเท่าของเงินเดือน ไม่ว่าลูกจ้างจะลาออกก่อนกำหนดก็ถือว่าผิดสัญญาถูกปรับสามเท่า

เช่นกัน เธออึ้งเพราะนาคินทร์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย

ooooooo

 

เสน่หาสัญญาแค้น

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด