ตอนที่ 10
แผนปั่นหัวนาคินทร์ให้โกรธเกลียดปานตะวัน ดูท่าจะเป็นผล เมื่อกนกรัตน์บอกเขาว่าไปแวะที่ซุปเปอร์มาร์เกตมา แล้วเห็นอัครินทร์กับปานตะวันซื้อของกันกะหนุงกะหนิง เลยไม่อยากเข้าไปทักเกรงทั้งสองจะเขิน สีหน้านาคินทร์ไม่พอใจทันที
ค่ำนั้น อัครินทร์เตือนให้ปานตะวันทานยาบำรุง แล้วเขานึกได้บอกเธอว่าจะพาไปฝากท้อง เธอตกใจรีบเอามือปิดปากเขาเกรงใครมาได้ยิน นาคินทร์กลับมาเห็นไม่พอใจมากตะคอก
“ทำอะไรกัน! จะทำอะไรก็อย่าให้มันเว่อร์เกิน หัดเกรงใจกันมั่ง”
อัครินทร์เห็นท่าทางพี่ชายเหมือนดื่มมา ปานตะวันโพล่ง ทำไมตนจะต้องเกรงใจ
“ทำไม! จะให้ผมพูดจริงๆงั้นเหรอ...” นาคินทร์กวน อัครินทร์ปรามพี่ชายให้เกียรติปานตะวันบ้าง นาคินทร์สวน “แกก็ไม่ต้องให้เกียรติเขาถึงขนาดต้องส่งกันถึงเตียงนอนหรอกนะ”
อัครินทร์จะเถียง นาคินทร์ตัดบทคว้าข้อมือปานตะวันบอกมีเรื่องจะคุย อัครินทร์คว้ามืออีกข้าง “ถ้าเรื่องที่พี่จะคุยกับคุณตะวัน มันจะทำร้ายจิตใจเขา ผมขอ” นาคินทร์ตวาดเขาไม่มีสิทธิ์ อัครินทร์โต้ “แล้วพี่มีสิทธิ์อะไร ถ้าจะอ้างสิทธิ์ของนายจ้าง ผมไม่ฟัง แต่ถ้าพี่อ้างสิทธิ์ของผู้ชายที่รักคุณตะวัน ผมจะยอม”
“อย่ามาพระเอกนายอัค...ปล่อย...” นาคินทร์แกะมือน้องชายออกแล้วดึงปานตะวันไป
นาคินทร์ผลักหญิงสาวลงบนเตียง ตวาด “กล้ามากนักนะ กล้าเล่นกับผมแบบนี้เลยเหรอ”
ปานตะวันไม่เข้าใจ เขาเข่นเขี้ยวว่าออกไปเล่นชู้นอกบ้าน ยังกลับมาต่อในบ้านอีก ไม่อิ่มใช่ไหม หญิงสาวทำหน้างง เขาโมโห “คุณนี่มันเนียนจริงๆ ไม่รู้จักพอ...หิวนักใช่ไหม”
ว่าแล้วก็ซุกไซ้ปลุกปล้ำเธอ ปานตะวันร้องไห้ขอร้องอย่าทำ ไม่ทันไรอัครินทร์โผล่เข้ามากระชากนาคินทร์ออกชกเปรี้ยง ปานตะวันถลาเข้าขวาง ไม่ให้เขาซ้ำ อัครินทร์อึ้ง
“จะไปห่วงเขาทำไม ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม”
“ขอเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่” นาคินทร์ลุกขึ้นจะสู้ หญิงสาวหันไปเสียงกร้าว “ถ้าคุณไม่เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ ถ้าคุณไม่สนใจว่าท่านจะเสียใจแค่ไหนที่เห็นคุณในสภาพแบบนี้...”
อัครินทร์เสริม “และถ้าพี่จะกล้าตอบท่านว่า พี่เข้ามาทำอะไรในห้องคุณตะวัน...”
นาคินทร์แค้นใจ ชี้หน้าอัครินทร์เสียงเขียว “อยู่ให้ห่างผู้หญิงคนนี้”
อัครินทร์ถอนใจมองพี่ชายกลับออกไป แล้วหันมาบอกปานตะวันว่า “ผมปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ถ้าคุณไม่พูด ผมจะพูดกับพี่คินทร์เรื่องลูกในท้อง”
ปานตะวันห้ามเสียงหลง อัครินทร์ว่าลูกของนาคินทร์เขาต้องรัก หญิงสาวเศร้าลง “ก็เพราะเขาต้องรักลูกของเขาแน่ๆน่ะสิคะ แต่เขาไม่ได้รักฉันเลยสักนิด ถ้าเขาจะเอาลูกไปจากฉัน ฉันจะทำยังไงคะ...ฉันจะให้เขารู้ไม่ได้ ฉันขอร้องนะคะ เขามีคุณเคทแล้ว อีกไม่นานทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น ความแค้นที่มีต่อฉันอาจจะลดน้อยลง สัญญาที่ผูกมัดใกล้จะหมดเวลาแล้ว อย่าให้เขารู้เรื่องลูกนะคะ แล้วทุกอย่างมันจะได้จบซะที”
อัครินทร์ฟังอย่างเห็นใจ รู้ว่าปานตะวันพยายามเข้มแข็ง...อัครินทร์เดินมา เห็นนาคินทร์ทรุดอยู่กับพื้นท่าทางเสียใจ สักพักก็ตะโกนระบายอารมณ์ออกมา จึงเข้าไปคุกเข่าข้างๆ
“พี่คินทร์เลือกได้นะครับว่าจะสุขหรือทุกข์ แต่ทำไมพี่คินทร์ถึงเลือกที่จะทุกข์”
นาคินทร์หันมองน้องชายตาขวาง ใครว่าตนทุกข์ นี่คือความสุขของตน อัครินทร์เยาะ
“ดูสภาพคนมีความสุขสิ...เลิกจมปลักอยู่กับอดีต อยู่กับความทุกข์เถอะพี่คินทร์”
“หุบปากซะ...เมื่อกี้แกต่อยฉัน ฉันยังไม่ได้เอาคืนแกนะ”
“ต่อยกันตอนนี้ยังไงพี่ก็แพ้ผม เพราะพี่กำลังอ่อนแอทั้งร่างกายแล้วก็หัวใจ...ยอมรับเถอะครับ ที่พี่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณตะวัน” นาคินทร์แย้งไม่จริง “จริงครับ ยอมรับเถอะพี่ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป ถึงวันนั้น พี่คินทร์อาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต” อัครินทร์ตบไหล่พี่ชายเบาๆก่อนจะเดินจากไป นาคินทร์นั่งอึ้งครุ่นคิดอย่างหนัก
จากนั้นนาคินทร์มายืนมองหน้าต่างห้องปานตะวันอยู่ที่สนาม ขณะนั้นเธอกำลังอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟัง สักพักก็ปิดไฟนอน นาคินทร์ยืนมองตาละห้อยอยู่ตรงนั้น
ooooooo
วันต่อมา เล็กหอบขนมมาเยี่ยมเยียนปานตะวันถึงบ้านไกรตระกูล นารถนรินทร์เห็นใจแต่ก็ยังอยากเชียร์ปานตะวันให้พี่ชายมากกว่า ถึงแม้จะยังโกรธอยู่ พอนาคินทร์ออกอาการหึงสั่งปานตะวันไปหาซื้อหนังสือด้วยกัน อ้างเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำกายภาพให้นารถนรินทร์
นารถนรินทร์จึงยุให้ปานตะวันออกไป ไม่ต้องห่วงเล็ก ตนกับใบตองจะช่วยดูแล...นาคินทร์ยิ้มกริ่มลากปานตะวันออกมาร้านอาหาร บอกเธอว่าทานข้าวก่อนแล้วค่อยไปซื้อ หญิงสาวนั่งหน้าบึ้ง เขาแขวะ “ทำไมแค่จะทานข้าวกับผมซักมื้อทำหน้ายังกับจะตาย ทีจะกินกะหรี่ปั๊บกับไอ้เด็กนั่นล่ะดี๊ด๊าเหลือเกิน...คุณนี่มันเหลือเกิน เมื่อวานก็นายอัค วันนี้ก็ไอ้เด็กน้อย”
“ไหนบอกว่าหิว...หิวก็รีบสั่งอาหารมาทานสิคะ แล้วก็เลิกพูดจาเหน็บแนมให้เหนื่อย เก็บแรงไว้เคี้ยวข้าวจะดีกว่า” ปานตะวันตอกกลับ
นาคินทร์ตาวาวไม่คิดว่าปานตะวันจะปากดี เธอเยาะว่าตนปากดีมานานแล้ว ไม่ทันไรกนกรัตน์ยิ้มแฉ่งเข้ามาทัก ปรายตามองปานตะวันขุ่นๆ “ขอโทษที่มาช้าค่ะ...สวัสดีค่ะคุณตะวัน”
ปานตะวันทักตอบ กนกรัตน์เปรยไม่รู้ว่าเธอมาด้วย นาคินทร์แทรก “พาติดรถมาน่ะครับ จะให้มาช่วยเลือกซื้อหนังสือ กนกคงไม่ว่าอะไรนะครับ”
“ว่า...เคทจะว่าอะไรคะ ดีออกจะตายที่มีคุณตะวันเป็นเพื่อนทานข้าวอีกคน ทานกับคุณนาคินทร์แค่สองคนบ่อยๆไม่ค่อยจะสนุกแล้วล่ะค่ะ จริงไหมคะคุณตะวัน”
ปานตะวันหน้าชาทำหน้าไม่ถูก นาคินทร์ทำเป็นน้อยใจ กนกรัตน์เอาใจสั่งของอร่อยที่เขาชอบ แล้วทำเป็นถามเธอ ปานตะวันตอบว่าทานมาจากบ้านแล้ว ขอตัวไปรอข้างนอก
“เดี๋ยว...ผมเปลี่ยนใจแล้วคุณกลับบ้านไปเลยละกัน ผมไม่อยากซื้อแล้วหนังสือ อยากทานข้าวกับกนกมากกว่า” นาคินทร์เรียกแล้วหันไปเอาใจกนกรัตน์ แต่ยังแอบชำเลืองมองปานตะวัน
ปานตะวันเดินออกไปกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลเดินผ่านผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างอ้างว้าง...ตลอดเวลาที่นั่งทานข้าวจิตใจนาคินทร์ไม่ได้อยู่กับตัวเลยเมื่อกนกรัตน์พูดถึงปานตะวันเขาจะสะดุ้งทำช้อนหล่นกระทบจานเธอแค้นใจที่ตนเหมือนกนกวลีขนาดนี้ทำไมนาคินทร์ยังลังเล
มีคนไข้รายหนึ่งอาละวาดที่คลินิกของพราวพรรณรายเพราะทางคลินิกไม่รับผ่าตัดแก้ไขใบหน้าให้พราวพรรณรายพยายามอธิบายว่าตนเป็นหมอผิวหนังไม่ใช่หมอศัลยกรรมพลาสติกคนไข้ร้องไห้โฮแม่ของคนไข้จึงอ้อนวอนให้ช่วยแนะนำคุณหมอศัลยกรรมเก่งๆให้พราวพรรณรายหนักใจนึกได้โทร.ไปหาหมอโก้เพื่อนร่วมสถาบัน
“มีอะไรให้รับใช้ครับคุณหมอพราวพรรณราย...ก็บอกแล้วให้รีบๆทำให้อึ๋มซะไม่งั้นป่านนี้หาสามีได้ไปนานแล้วเอาไซส์ไหนดีล่ะ”
พราวพรรณรายยิ้มขำๆ “ยัดซิลิโคนใส่ปากแกก่อนป่ะล่ะ...ฉันยังยืนยันความงามตามธรรมชาติเว้ยแค่นี้ก็...หึ๊ย...เคลียร์คิวแทบไม่หวาดไม่ไหว”
“ไอ้ขี้โม้...งั้นโทร.มาทำไม”
พราวพรรณรายจึงบอกจะส่งคนไข้ไปให้น่าสงสารแบบรถคว่ำหน้าตาเปลี่ยนหมอโก้โอ่ฉายาหมอโก้เกาหลีต้องกราบ...ดาราหลายคนมาทำกับตนเพียบกำลังจะเล่าถึงหญิงไทยคนหนึ่งไปทำกับตนตอนยังอยู่อเมริกาเผอิญมีสายเข้าพราวพรรณรายจึงนัดจะส่งคนไข้ไปหา...
ooooooo
เช้าวันใหม่มอลลี่กับลูกกอล์ฟคุยกันเรื่องศัลยกรรมแล้วแขวะปาริฉัตรน่าจะทำเพื่อให้ท่านประธานหันมาสนใจปาริฉัตรแอบเข้าห้องน้ำร้องไห้ที่ตัวเองไม่เคยอยู่ในสายตานาคินทร์
ในขณะเดียวกันนัครินทร์ทดสอบสิ่งที่อัครินทร์แนะนำให้พิสูจน์ตัวเองเขานัดวีวี่มาพบที่ทำงานครั้งนี้เขาไม่มีความสนุกร่วมกับเธอเลยกลับเห็นแต่ใบหน้าประกายเดือนจนต้องขอให้วีวี่กลับไปก่อนวีวี่ร้องไห้โฮบอกเขาว่าเธอจะกลับเกาหลีอีกนานถึงจะมาใหม่...จากนั้นเขาก็นัดเคที่มาพบอีกคนเคที่พยายามยั่วยวนถึงขนาดปลดเสื้อชั้นในออกวางเขากลับไม่ตื่นเต้นเหมือนก่อนเห็นแต่หน้าประกายเดือนลอยมาเขาจึงผลักไสให้เคที่กลับเคที่ร้องไห้โฮกลับไป
นัครินทร์ให้จามจุรีตามประกายเดือนมาพบจามจุรีบอกว่าประกายเดือนออกไปรับรองลูกค้าตามคำสั่งเขายังไม่กลับมานัครินทร์สั่งให้โทร.ตามกลับมาเดี๋ยวนี้จามจุรีงง
ส่วนนาคินทร์เซ็นงานที่ปาริฉัตรเอามาให้ไม่ทันไรกนกรัตน์โทร.เข้ามาร้องไห้โฮให้เขาไปหาที่คอนโดด่วนเขาตกใจวางงานรีบออกไปสร้างความเจ็บแค้นให้กับปาริฉัตรมากขึ้น
มาถึงคอนโดกนกรัตน์ฟูมฟายว่าพ่อกับแม่ไปลงเรือเที่ยวจนลืมใส่เงินในบัตรเครดิตให้ตนโดนทวงค่าเช่าคอนโดค่าบัตรเครดิตจนอายเขาไปหมดนาคินทร์ปลอบให้หยุดร้องแล้วบอกว่าจะจัดการให้เธอทำเป็นซาบซึ้งกราบลงที่อกเขาแล้วเลื่อนไปกอดเขาแนบแน่น...
ด้านอัครินทร์เป็นห่วงปานตะวันจึงลงสระทำกายภาพให้นารถนรินทร์แทนโดยปานตะวันนั่งกำกับอยู่ขอบสระนารถนรินทร์บ่นว่าอัครินทร์โหดไม่เหมือนปานตะวันอัครินทร์บ่นเพิ่งรู้ว่าการทำกายภาพให้นารถ–นรินทร์เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสปานตะวันคงเหนื่อยมาก
“ไม่หรอกค่ะคุณนารถน่ารักออกจะตาย” ปานตะวันรู้ว่าอัครินทร์เป็นห่วงอะไร
นารถนรินทร์ฟังดูแปร่งๆจึงงอแงไม่ค่อยยอมทำตามอัครินทร์แกล้งว่างอแงแบบนี้จะยุให้กรวิทย์หนีไปแต่งงานกับคนอื่นนารถนรินทร์โกรธสาดน้ำใส่เขาเกรงจะโดนปานตะวันจึงเอาตัวปกป้องจนแทบจะโถมกอดพอรู้สึกตัวก็ถอยออกขอโทษปานตะวันทำหน้าไม่ถูก...
จากนั้นนารถนรินทร์ก็จับปานตะวันมาคุย “พี่ตะวันอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจนะคะเชื่อนารถคือ...พี่อัคน่ะนารถก็รักนะแต่นารถสงสารพี่คินทร์มากกว่าเพราะตอนที่พี่กนกตายพี่คินทร์แย่ไปเลยจนกระทั่งมาเจอพี่ตะวันพี่คินทร์มีความสุขมาก” ปานตะวันว่าไม่ใช่ “ใช่สิคะทำไมจะไม่ใช่คิดมากเรื่องยัยเคทนั่นเหรอคะอย่าได้แคร์ค่ะพี่ตะวันนารถไม่เชื่อว่าพี่คินทร์จะรักยัยนั่น”
ปานตะวันขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้อีกแต่นารถนรินทร์ไม่สนใจยังบ่นว่านาคินทร์ไม่รู้คิดอะไรแค่หน้าตาเหมือนจะมาแทนที่กันได้อย่างไรตนจะวีนให้บ้านแตกปานตะวันอ่อนใจ
ooooooo
พอได้เงินจากนาคินทร์กนกรัตน์ก็ออกช็อปปิ้งกระเป๋าแบรนด์เนมพลันเห็นมิลค์เดินคุยมากับแตงโมก็รีบหลบ...มิลค์บอกเพื่อนว่าวันก่อนเจอกนกรัตน์แตงโมรีบถามว่าโดนยืมเงินหรือเปล่ามิลค์งงเพราะเท่าที่รู้กนกรัตน์รวยมากแตงโมทำหน้าเหยียดๆ
“รวยกะผีสิ...นี่แกไม่รู้อะไรเลยเหรอเขาเม้าท์กันให้ทั่วว่านังเคทน่ะมันยืมเงินคนไปทั่วแอลเอแล้วมันก็หายตัวเป็นนินจาล่องหนไปเลย”
มิลค์ไม่อยากเชื่อแตงโมย้อนถามมีใครเคยเห็นบ้านกนกรัตน์มิลค์อึ้งแตงโมจึงบอกว่าถ้าเจอกนกรัตน์อีกให้รีบโทร.บอกตนเผอิญมิลค์เห็นกระเป๋าปรี่เข้าไปจับกนกรัตน์ตาเหลือกหลบออกไปผู้จัดการร้านเข้ามาเทกแคร์มิลค์มิลค์จะซื้อกระเป๋าใบนี้แต่ผู้จัดการร้านบอกว่ามีคนจองแล้วจะสั่งใหม่มาให้โดยด่วนมิลค์ขุ่นใจใครนะมาชอบแบบเดียวกับตน...พอสองสาวออกไปกนกรัตน์ก็กลับเข้ามาจ่ายเงินค่ากระเป๋าซึ่งเป็นใบเดียวกับที่มิลค์ต้องการ...
ให้เผอิญอัครินทร์ปานตะวันและกรวิทย์พานารถนรินทร์ออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้าอัครินทร์แหย่น้องสาวอย่างสนุกสนานพลันกรวิทย์ก็หยุดมองที่หน้าร้านเพชรแล้วเข็นรถนารถนรินทร์เข้าไปอ้างว่าให้ช่วยเลือกแหวนเพชรให้แม่นารถนรินทร์เลือกไม่ถูกให้ปานตะวันช่วยเธอก็ทำเฉยๆจึงเลือกวงที่คิดว่าสวยสุดหนึ่งวงทันใดกรวิทย์ก็จ่ายเงินแล้วคุกเข่าลงสวมแหวนที่นิ้วนารถนรินทร์ขอแต่งงานทันทีนารถ–นรินทร์อึ้งอัครินทร์แซวเล่นตัวเดี๋ยวอดแต่ง
“แต่งสิคะ...แต่งค่ะ...” นารถนรินทร์กล่าวทั้งน้ำตา
ปานตะวันตื้นตันใจไปด้วยน้ำตาคลออัครินทร์หันมาเห็นก็ขำถามร้องทำไมพลันนึกได้ปานตะวันเดินเลี่ยงออกมาเช็ดน้ำตาป้อยๆอัครินทร์กล่าวขอโทษตนลืมไป
“ไม่เกี่ยวหรอกค่ะฉันดีใจกับคุณนารถด้วยจริงๆดีใจที่เห็นคุณนารถมีความสุข”
“แล้วตัวคุณเองล่ะครับเมื่อไหร่จะยอมมีความสุขกับเขาบ้าง” อัครินทร์จับมือเธอมากุม
กนกรัตน์เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีรีบเอามือถือมาถ่ายคลิปแต่ไม่ได้ยินเสียงอัครินทร์ขอเป็นพ่อของลูกในท้องปานตะวันปานตะวันปฏิเสธเพราะไม่อาจอยู่มองหน้าครอบครัวเขาได้
“ไม่มีทางหรอกครับพี่คินทร์ไม่มีทางปล่อยให้ถึงวันนั้นแค่เขารู้ว่าผมจะแต่งงานกับคุณจริงๆล่ะก็เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาดเขาคงจะต้องรีบคุกเข่าขอคุณแต่งงานเหมือนที่นายวิทย์ทำกับยัยนารถผมรู้จักพี่ชายผมดี”
“ฉันก็รู้จักพี่ชายคุณดีเช่นกันนะคะ...ฉันไม่ได้เกิดมามีบุญเหมือนคุณนารถและที่สำคัญคุณนาคินทร์ก็ไม่ได้รักฉันเหมือนที่คุณวิทย์รักคุณนารถเลยสักนิดเดียว” ปานตะวันน้ำตาหยด
อัครินทร์สงสารเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ก่อนจะโอบเธอมากอดปลอบกนกรัตน์ยิ้มกริ่มกลับถึงคอนโดก็รีบโทรศัพท์หานาคินทร์เขากำลังแปลกใจที่กลับมาบ้านรู้ว่าปานตะวันออกไปข้างนอกกับพวกนารถนรินทร์พอได้รับโทรศัพท์จากกนกรัตน์ที่ทำทีเล่าว่าไปเจอปานตะวันกับอัครินทร์จู๋จี๋กันตนไม่รู้มาก่อนว่าสองคนคบหากันนาคินทร์ตาวาวด้วยความโกรธ
“อ้าว! พี่คินทร์ก็ไม่ทราบเหรอคะตายจริง! เคทนึกว่าทุกคนในบ้านทราบกันหมดเอ๊ะ...หรือว่าเคทเข้าใจผิดเขาอาจจะไม่ได้คบกันแต่ไม่น่านะคะ...เท่าท่ีเคทเห็นเขาต้องเป็นแฟนกันแน่น่ารักมากเลยนะคะคู่นี้เคทยังแอบถ่ายภาพเก็บไว้เลยเผื่อจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์วันแต่งงานคุณอัคกับคุณตะวันในอนาคต”
นาคินทร์รีบขอให้ส่งคลิปมาให้พอได้เห็นภาพในคลิปก็ใจหายวาบก่อนจะกลายเป็นความโกรธ...ตกเย็นอัครินทร์เดินตามปานตะวันเธอขอเดินไปเองเขาย้อนถามกลัวเจอนาคินทร์หรือเธออึกอักทันใดนาคินทร์ก้าวเข้ามาบอกว่า...กลัวไว้บ้างก็ดีจะทำอะไรก็หัดกลัวกันไว้บ้าง
“ทำอะไรครับ...เราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมจะต้องกลัวด้วย”
“เราสองคน! เดี๋ยวนี้กล้าใช้คำว่าเราสองคน”
“กล้าสิครับก็เราสองคนจริงๆนี่ครับไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวเหมือนพี่คินทร์”
นาคินทร์เสียงกร้าวว่าใครโดดเดี่ยว...อัครินทร์สวน “ก็พี่คินทร์ไงครับโดดเดี่ยวไม่ยอมเปิดใจยอมรับความจริงซะทีก็เลยต้องโดดเดี่ยวอยู่อย่างนี้”
นาคินทร์โกรธตวัดสายตามองปานตะวันแล้วเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเย้ย “ใครบอกว่าฉันโดดเดี่ยวฉันมีกนกอยู่ทั้งคน”
ปานตะวันวูบในใจขอตัวกลับห้องนาคินทร์ตวาดยังไปไม่ได้หญิงสาวหันขวับมาจ้องอย่างเหลืออดเขาจ้องตอบถามมีสิทธิ์อะไรมามองตนด้วยสายตาแบบนี้เธอสวน
“เงื่อนไขข้อไหนในสัญญาที่ระบุว่าฉันมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์มองคุณด้วยสายตาแบบนี้เหรอคะฉันจำได้แม่นว่าไม่มีเพราะฉะนั้น...ฉันมีสิทธิ์”
นาคินทร์อึ้งที่ปานตะวันกล้าตอบโต้จึงกระชากเธอออกไปจากตรงนั้นอัครินทร์ได้แต่มองตามเศร้าๆหยิบตุ๊กตาหมีในถุงออกมามองเขาเห็นปานตะวันดูตุ๊กตาตัวนี้จึงแอบซื้อมาให้
นาคินทร์ลากปานตะวันมาในมุมลับตาเธอสะบัดหนีเขาจึงกอดเธอไว้กรอกข้างหูว่าทีทำดี๊ด๊ากอดกับอัครินทร์ไม่อายผัวก็หัดอายผีสางเทวดาบ้างปานตะวันสวน
“คุณพูดอะไรนะ! เมื่อกี้คุณพูดอะไรนะ”
เขาพูดเน้นข้างหูเธอว่า “ผัว...ผมพูดว่าผัว”
ปานตะวันสะบัดตัวหลุดหันมาตบหน้านาคินทร์เปรี้ยง...บอกเขาพูดอะไรหัดอายปากเสียบ้างนาคินทร์กระชากหญิงสาวมาจูบอย่างหนักหน่วงพอผละออกเธอเงื้อมือจะตบเขาโต้ตบก็จูบอีกเธอชะงักโกรธจนตัวสั่นเขาเยาะที่เห็นเธอหมดฤทธิ์
“ต่อไปอย่าออกฤทธิ์ต่อหน้าคนอื่นอีกไม่งั้นผมจะจูบคุณต่อหน้าคนอื่นด้วยเหมือนกัน”
ปานตะวันมองหน้าโกรธๆเขาย้ำว่าทำจริงเธอเสียงสั่นว่าเขาบ้าไปแล้วแล้ววิ่งหนีไป...อัครินทร์แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหัวใจห่อเหี่ยวปานตะวันหลบมาร้องไห้เสียใจที่นาคินทร์ทำเหมือนตนเป็นตัวอะไรส่วนนาคินทร์หงุดหงิดกับความรู้สึกสับสนในใจของตัวเอง
“ไม่...ไม่จริง...เราจะไปรักผู้หญิงคนนั้นได้ยังไงไม่...ปานตะวันผมเกลียดคุณ”
ooooooo
เย็นวันนั้นประกายเดือนกลับมาถึงบริษัทพบจามจุรีมอลลี่และลูกกอล์ฟนอนหลับระเนระนาดอยู่หน้าห้องทำงานนัครินทร์ยามยิ้มซึ่งช่วยหอบเอกสารเข้ามาแปลกใจปกติห้าโมงเป๋งทุกคนกลับกันหมดแล้วจึงช่วยกันปลุกจามจุรีสะดุ้งตื่นรีบบอกให้เข้าไปพบนัครินทร์ด่วน
ประกายเดือนหอบซองเอกสารเข้ามาในห้องทำงานเห็นนัครินทร์ฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะจึงค่อยๆวางซองเอกสารพึมพำว่าไปเอาสัญญาจากลูกค้ามาให้แล้วพลันนัครินทร์คว้าแขนเธอหมับดึงตัวมากอดเธอร้องลั่นเขาบอกจะหนีไปไหนยังไม่มีคำสั่งให้กลับเธอร้องให้ปล่อย
“แน้...เป็นเลขามาสั่งท่านรองได้ยังไงฮะ”
“ได้สิ! ทำไมจะไม่ได้”
“ได้ฮะ...จะเอาอย่างนั้นก็ได้ถ้าคิดจะสั่งผมคุณก็ต้องโดนสั่งย้าย” ประกายเดือนหน้าเสียเขายิ้มแฉ่ง “สั่งย้ายไปเป็นภรรยาท่านรอง” ว่าแล้วก็จุ๊บแก้มเธอฟอด
ประกายเดือนตกใจตีเขายกใหญ่เขายิ่งกอดเธอแนบแน่นพร่ำบอกว่ารักเธอจริงรักหวังแต่งเธอไม่อยากเชื่อเขายืนยันว่าเลิกเจ้าชู้เพราะเจอคนที่รักจริงแล้วเขาขอเธอแต่งงานพลันมือประกายเดือนสัมผัสของบางอย่างจึงดึงขึ้นมาเป็นยกทรงของเคที่นัครินทร์ตาโพลงจะอธิบายแต่หญิงสาวไม่ฟังเชื่อว่าเขาไม่มีวันหยุดความเจ้าชู้เธอผลักเขาแล้ววิ่งออกไป
จามจุรีมอลลี่และลูกกอล์ฟต่างแอบฟังอยู่หน้าห้องแตกตัวหลบประกายเดือนที่วิ่งออกมาปาริฉัตรซึ่งแอบอยู่มุมหนึ่งพอเห็นว่าประกายเดือนไม่ได้มีอะไรกับนาคินทร์ก็ยิ้มอย่างพอใจ
ศัตรูหัวใจอีกคนคือกนกรัตน์วันนี้เธอมาเล่นโยคะที่ฟิตเนสด้วยท่วงท่าสวยงามนักเรียนที่ร่วมคลาสนั่งมองเม้าท์มอยกันคนหนึ่งชื่นชมที่เธอทั้งสวยรวยและเก่งแถมมีแฟนหล่ออย่างนาคินทร์อีกคนเยาะว่าถ้าอยากเป็นอย่างเธอก็ให้ไปทุบหน้าใหม่... หลังจากเล่นเสร็จกนกรัตน์เจอมิลค์กระโดดกอดดีใจที่มาเล่นที่เดียวกันกนกรัตน์อายเพื่อนในคลาสเพราะมิลค์เป็นคนพูดคำด่าคำจึงพยายามเดินหนีก็พอดีแตงโมมาถึงมิลค์รีบบอกว่าเจอกนกรัตน์แตงโมเสียงลั่น
“ฮ้า! นังนั่นมาที่นี่ด้วยเหรอหูย...กระแดะสุดๆยืมเงินคนไม่ใช้กระแดะมาเล่นโยคะไฮโซน่าตบให้หน้าเบี้ยวนักเชียว”
มิลค์ถามแตงโมว่ากนกรัตน์ยืมเงินเธอจริงหรือแตงโมตอบว่าไม่ได้ยืมตนแต่เพื่อนๆที่แอลเอโดนกันทั่วมิลค์หยั่งเชิงถามว่าพวกนั้นอิจฉาที่กนกรัตน์สวยหรือเปล่า
“ก็เพราะมันสวยน่ะสิสวยด้วยเงินเพื่อนฉันนี่แหละเที่ยวยืมเงินคนเขาไปทุบหน้าใหม่แล้วก็ไม่คืนคอยดูเหอะเจอเมื่อไหร่แม่จะเลาะดั้งเลาะคางล้างหนี้ให้เพื่อนๆซะหน่อย...แกเองก็ระวังไว้อย่าโง่ให้มันยืมเงินอีกคนล่ะอีมิลค์ไปเร็วเดี๋ยวครูด่า” แตงโมชวนมิลค์เข้าไปเล่นโยคะ
กนกรัตน์เดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าโกรธกัดฟันกรอดน้ำตาไหล “อีต่ำอีพวกบ้าทำไมฉันต้องมาเจอพวกแกด้วย...ทำไม”
ในวันเดียวกันปานตะวันกำลังนวดให้นารถนรินทร์อยู่ริมสระน้ำสองสาวคุยกันเรื่องวันแต่งงานว่าสาวิตรีหาฤกษ์ได้แล้วเป็นเดือนหน้าปานตะวันแอบดีใจกึ่งใจหาย
พลันประกายเดือนแวะมาหาด้วยสีหน้าไม่สู้ดียิ่งมาเห็นความสนิทสนมของพี่สาวกับนารถนรินทร์ก็น้อยใจ
ปานตะวันดีใจมากที่น้องสาวมาหาประกายเดือนอ้างคิดถึงข้าวผัดฝีมือเธอปานตะวันรีบทำให้แต่ก็รู้สึกว่าน้องต้องมีปัญหาอะไรแน่พอทานเสร็จจึงถามแต่ประกายเดือนปฏิเสธไม่มี...
หลังจากประกายเดือนกลับไปปานตะวันไม่อยากเชื่อว่าน้องสาวไม่มีเรื่องอะไรพอเจอนาคินทร์จึงหน้างอใส่เขาถามเป็นอะไร
เธอเสียงกร้าวทันที “ถ้าน้องสาวฉันเป็นอะไรมากล่ะก็ฉันไม่เอาคุณไว้แน่”
นาคินทร์งงคว้ามือถาม “พูดจาข่มขู่ผมเสร็จก็จะเดินหนีไปเฉยๆแบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ” ปานตะวันโต้มันไม่ได้ยากอะไรเขาเคือง “เดี๋ยวนี้ปากเก่งมากนักนะไม่เข็ดใช่ไหม” นาคินทร์ดึงเธอเข้ามาจะจูบ
ปานตะวันจะหนีเขาว่าทำไมไม่เก่งต่อเธอสะบัดตัวออก “ปล่อยฉันฉันไม่ได้หนีฉันจะไปทำกายภาพให้คุณนารถต่ออีกไม่นานก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของคุณนารถแล้วคุณนารถเดินได้เมื่อไหร่สัญญาของเราก็จะได้จบสิ้นลงซะที...ใช่ไหมคะ” ปานตะวันแกะมือเขาออกเดินไป
นาคินทร์ใจหายวูบในใจแย้งไม่มีวันที่ตนจะปล่อยเธอไป
ooooooo
วันใหม่พราวพรรณรายมาหาหมอโก้ที่คลินิกคุยกันไปเธอก็เปิดแฟ้มบนโต๊ะเขาดูพลันเห็นภาพก่อนและหลังผ่าตัดของคนไข้ที่รู้สึกว่าหน้าคุ้นๆหมอโก้ดึงมาปิดติงเป็นความลับของคนไข้แล้วทวงสัญญาที่จะพาไปเลี้ยงพราวพรรณรายค้อนขวับกระเซ้าว่าขี้งกเห็นแก่กิน
ให้บังเอิญที่กนกรัตน์นั่งทานอาหารอยู่กับนาคินทร์ในร้านหรูเธอพยายามเอาอกเอาใจเขาพลันเห็นพราวพรรณรายเดินเข้ามากับหมอโก้หน้าเธอซีดลงทันทีรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำพราวพรรณรายเห็นนาคินทร์ก็เข้ามาทักถามมากับใครเพื่อนตนหรือเปล่าเขายิ้มบาดใจหวังให้เธอไปบอกต่อกับปานตะวันว่าเขามากับกนกรัตน์พราวพรรณรายหุบยิ้มแนะนำหมอโก้ให้รู้จัก
“อ้อ...นี่หมอโก้เพื่อนพิงค์ค่ะเป็นหมอศัลย์มือทองของอเมริกาแต่ว่าทนคิดถึงแฟนไม่ไหวต้องย้ายกลับมาเปิดคลินิกที่เมืองไทยแบบถาวรค่ะ”
นาคินทร์ยื่นมือไปเช็กแฮนด์กนกรัตน์แอบมองอย่างเคียดแค้นพราวพรรณรายแยกไปนั่งอีกโต๊ะกนกรัตน์วุ่นวายใจจะทำอย่างไรดีก็พอดีหมอโก้แซวพราวพรรณรายว่าผู้ชายแบบนาคินทร์ไม่ใช่สเปกเธอเพราะอย่างเธอต้องล่ำๆดำๆพราวพรรณรายผลักหัวเพื่อนขำๆพลันอัครินทร์เดินเข้ามาเธอชะงักหัวใจหล่นวูบรีบหลบเอาเมนูบังหน้าอัครินทร์เดินเลยจะไปโต๊ะนาคินทร์...หมอโก้ดึงเมนูออกพราวพรรณรายโวยเสียงแหลมอัครินทร์ชะงักหันมอง
“แหม...เสียงแหลมๆจี๊ดๆคุ้นๆ...สวัสดีครับ”
พราวพรรณรายพยักพเยิดเชิดๆอัครินทร์ยิ้มให้หมอโก้พอดีมีโทรศัพท์มาตามหมอโก้ให้กลับคลินิกพราวพรรณรายถือโอกาสดึงเพื่อนให้รีบไป...กนกรัตน์เห็นโล่งอกจึงเดินกลับมาที่โต๊ะอัครินทร์มาเพื่อฝากวิตามินไปให้พ่อกับแม่เพราะคืนนี้อยู่เวรกนกรัตน์ทักทายอัครินทร์
พราวพรรณรายรีบโทร.ไปรายงานปานตะวันแล้วต้องขัดใจที่เพื่อนไม่รู้สึกอะไรกลับบอกว่าต้องรีบทำงานแต่พอวางสายแล้วปานตะวันพึมพำทำไมตนจะไม่รู้สึก...พราวพรรณรายหงุดหงิดโทร.ไปฟ้องประกายเดือนระหว่างรถจอดติดไฟแดงขณะคุยกันเมามันออกท่าออกทางสุดฤทธิ์กำลังจะพาดพิงถึงอัครินทร์รถเขามาจอดเทียบมองเธออย่างขำๆเธอหันมาเห็นพอดีก็ชะงักพูดไม่ออกรถข้างหลังบีบแตรเร่งเพราะไฟเขียวเธอยิ่งตกใจวางสายออกรถอย่างเงอะงะ
ประกายเดือนนั่งครุ่นคิดเรื่องที่พราวพรรณรายเล่าก็ถอนใจนัครินทร์ยื่นหน้ามาใกล้ๆเธอหันมาเจอตกใจเอาแฟ้มฟาดเขาจับแฟ้มไว้โวยเอะอะก็ตีเมื่อไหร่จะเลิกบ้าจี้เธอยื้อให้ปล่อย
“ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะหายโกรธผมจนกว่าคุณจะยอมพูดกับผม” ประกายเดือนโมโหปล่อยแฟ้มนัครินทร์หงายล้มก้นจ้ำเบ้า “โอย! คุณอ่ะผมเจ็บ...เจ็บมากเลยก้นกบหักรึเปล่าก็ไม่รู้”
ประกายเดือนไม่สนใจพนักงานเริ่มมุงดูนัครินทร์พยายามง้อ “โอเค...จะเล่าความจริงให้ฟังจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจแต่คุณต้องเชื่อ...คืองี้ไอ้ที่คุณเจอในห้องทำงานผมวันนี้น่ะ...”
ประกายเดือนแทรกทวงงานที่เขาต้องเซ็นจะเอาไปให้นาคินทร์นัครินทร์โวยว่าเอาไว้ก่อนแล้วสารภาพต่อ “เดี๋ยวฟังก่อนคือผมตั้งใจจะทดสอบเอ่อ...ทดสอบหัวใจของตัวเองตามคำแนะนำของไอ้หมอ...ผมปรึกษาไอ้หมอมันน่ะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยปรึกษาใครเลยนะก็เพราะคุณนี่แหละผมเลยต้องปรึกษามันก็เพราะผมรู้สึกกับคุณไม่เหมือนรู้สึกกับคนอื่น”
แล้วนัครินทร์ก็เล่าที่อัครินทร์ให้เขาลองทำประกาย–เดือนไม่อยากเชื่อนัครินทร์ยืนยันว่าผลการทดลองแสดงว่าตนรักเธอว่าแล้วเขาก็คุกเข่าลงขอแต่งงานมอลลี่กับลูกกอล์ฟร้องกรี๊ดกร๊าดปาริฉัตรมองอย่างอิจฉาประกายเดือนน้ำตาไหลนัครินทร์โอบกอดปลอบ
“ไม่ร้องนะฮะ...อ่ะ...ร้องก็ได้ร้องให้พอเพราะนับจากนี้เป็นต้นไปผมจะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อีกเด็ดขาด”
นัครินทร์ตัดสินใจเข้ามาบอกนาคินทร์ในห้องทำงานว่าได้ขอประกายเดือนแต่งงาน
“ไม่ได้! ฉันไม่ยอมให้แกแต่งงานกับประกาย-เดือน”
“เฮ้ย! มันเรื่องอะไรล่ะฮะ”
“เรื่องอะไรไม่ต้องรู้ รู้ไว้แค่แกจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนบนโลกนี้ก็ได้ทั้งนั้นแต่ต้องไม่ใช่ประกายเดือน”
“เดี๋ยว...สรุปยังไงฮะเนี่ยตกลงพี่คินทร์ชอบคุณเดือนเหรอฮะตอนแรกผมคิดว่าคุณตะวันซะอีกแล้วไหนยังจะคุณเคทอะไรนั่นอีกคน”
“พอ! ไม่ต้องพูดไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นฉันไม่ได้ชอบประกายเดือนและฉันก็ไม่อยากให้แกชอบเขาด้วยแค่นี้พอไหม”
“งั้นพี่คินทร์ก็สบายใจได้ฮะเพราะผมเองก็ไม่ได้ชอบประกายเดือนแต่ผมรัก...รักจริงหวังแต่งไม่ว่าพี่คินทร์จะชอบหรือไม่ชอบผมก็จะแต่งงานกับประกายเดือน”
“ไอ้นัค!” นาคินทร์แทบช็อกสองพี่น้องจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ooooooo










