ตอนที่ 1
รถหรูคันหนึ่งซิ่งมาบนถนนด้วยความเร็วสูง กนกวลี...สาวสวยผู้เป็นคนขับพร้อมกับคุยผ่านสมอล-ทอล์กปลอบใจเพื่อนสาวที่ฟูมฟายเพราะอกหัก...นาคินทร์แฟนหนุ่มโทร.เข้ามา เธอจึงสลับสายคุย พลันมีคนข้ามถนนตัดหน้า เธอเบรกอย่างแรงร้องลั่นจนเขาตกใจ
“กนก...กนก! เกิดอะไรขึ้น กนก...กนกตอบพี่สิครับ พูดกับพี่สิครับ”
กนกวลีฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัยรถ เงยหน้าขึ้นมาสีหน้ายังตกใจ รีบตอบว่าไม่เป็นอะไร นาคินทร์เอ็ดให้ขับรถช้าๆมันอันตราย เธอรับปากและบอกว่าจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้
นาคินทร์ ไกรตระกูล นักธุรกิจหนุ่ม เป็นลูกชายคนโตของตระกูล มีคุณสมบัติชายในฝันของสาวครบถ้วน เขาทำเซอร์ไพรส์รอแฟนสาวที่ห้องอาหารหรู พอกนกวลีมาถึงเห็นร้านเงียบและมืดก็แปลกใจจะกลับออกไป ทันใด ไฟฟอลโลว์ก็สว่างขึ้น ดนตรีบรรเลงเพลงรักหวาน เธอหันกลับมาชนแผ่นอกนาคินทร์ผงะ เขาชูแหวนขอแต่งงาน น้ำตาเธอไหลรินด้วยความตื้นตัน
“แต่งงานกับพี่นะครับ...พี่จะรักกนกเพียงคนเดียว ตลอดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“กนกรักพี่คินทร์ที่สุดเลยค่ะ” กนกวลีโผเข้ากอดนาคินทร์เต้นรำไปตามจังหวะเพลง...
ไม่นาน งานมงคลสวยหรูได้จัดขึ้น คู่บ่าวสาวเต้นรำหวานชื่นบนฟลอร์ ห้อมล้อมไปด้วยพ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย...สาวิตรี แม่ของนาคินทร์ยืนมองอย่างปลาบปลื้ม
“ขอแต่งงานที่นี่ จัดงานแต่งงานที่นี่ อ๊าย...โรแมนติกจัง”
นัครินทร์ น้องชายคนรองคว้าเครื่องดื่มมาชู “ไปซะแระ...พี่เรา”
สาวิตรีตีแขนลูกชายเอ็ด “ปากเหรอน่ะ ใครจะเหมือนเธอล่ะนะตานัค ชาตินี้คิดจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนกะเขามั่งรึเปล่าเนี่ยหา...พ่อคาสโนว่า”
“ก็เนี่ย...มีแม่ขี้บ่นคนนึงแล้ว ขืนมีเมียอีกคนคงบ่นจนหูผมดับแน่ๆ เนอะพ่อเนอะ”
ทวยเทพพยักหน้าเห็นด้วยกับนัครินทร์ สาวิตรีร้องว้าย...ตีแขนสามี ทวยเทพกอดภรรยาขำๆว่าล้อเล่น สาวิตรีค้อนขวับหันมาหาอัครินทร์ ลูกชายคนเล็ก “ไม่เอาแล้ว แม่ไม่สนเธอก็ได้ตานัค...ตาอัคดีกว่าลูก ไม่ต้องรอตานัคหรอกนะ แต่งปาดหน้าพี่เขาไปเลย”
อัครินทร์ขอให้ใจเย็นตนยังไม่มีใคร นัครินทร์บอกแม่เร่งน้องมากๆเดี๋ยวน้องก็คว้าคนไข้ไอซียูมาเป็นลูกสะใภ้พอดี สาวิตรีตีแขนลูกเพียะ...หาว่าปากเสีย นัครินทร์หัวเราะหันมาชวนน้องชายที่เป็นหมอ ให้ไปเที่ยวต่อกับตนคืนนี้ สาวิตรีร้องห้าม
“ไม่ต้องเลย จะเสเพลก็เชิญเสเพลไปคนเดียว อย่ามาลากน้องไปด้วย แต่ที่สำคัญตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะต้องอยู่ฉลองให้พี่คินทร์เขาจนกว่าจะส่งตัวเข้าหอ”
นัครินทร์โอดโอย นารถนรินทร์น้องสุดท้องแทรกขึ้น “เพราะผมนัดผู้หญิงไว้...”
ทวยเทพแซวซ้ำ ช่างรู้ใจพี่ชายจริงๆ...อัครินทร์แหย่น้องสาวคนเดียวของครอบครัว ถือว่าเป็นลูกคนโปรดของแม่แล้วเอาใหญ่...สาวิตรีตัดบท ย้ำทุกคนต้องอยู่ฉลองให้นาคินทร์จนเสร็จงาน นารถนรินทร์แย็บขำๆ “ครอบครัวสุขสันต์ไงพี่นัค”
สาวิตรีคล้องแขนสามีมองบ่าวสาวเต้นรำยิ้มปลื้ม อัครินทร์แกล้งตบไหล่นัครินทร์พี่ชายเบาๆเชิงปลอบ... นาคินทร์เต้นรำไปกระซิบกนกวลีอย่างมีความสุขว่า ไม่อยากเชื่อ วันที่ตนรอคอยมา 7 ปีก็มาถึง หญิงสาวยิ้มถามทำไมเขาถึงรักตนขนาดนี้ ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่รู้สิครับ รู้แต่ว่า ชีวิตของพี่คินทร์คงอยู่ต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่มีกนก” ว่าแล้วก็สวมกอด
แขกในงานฮือฮาปรบมือยินดีกับความรักของบ่าวสาว...
ooooooo
ในคืนเดียวกัน ปานตะวัน พยาบาลสาวสวยนั่งแท็กซี่มาลงท่าอากาศยาน เธอรีบร้อนจะวิ่งเข้าไป โชเฟอร์ตามลงมาเรียกจะทอนเงิน แต่เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร ลุงจึงถามอีก แล้วนี่ไม่เอาหรือ เธอหันมอง ลุงยื่นกระเป๋าถือให้ เธอยิ้มแหยๆขอบคุณ รีบมากไปหน่อย
ปานตะวันรีบมารับอาร์ตแฟนหนุ่มที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เธอร้อนรนเกรงจะมาไม่ทัน พอเห็นเขาเข็นรถสัมภาระออกมาก็ร้องเรียกด้วยความดีใจ แต่ชายหนุ่มกลับทำหน้าอึดอัดใจ ทันใด ก็มีหญิงสาวเดินเข้ามาควงแขน มองอย่างเหยียดๆ
“อ๋อ เนี่ยคงจะเป็น ปานตะวัน อดีตคู่หมั้นที่พี่อาร์ตเคยเล่าให้มิลค์ฟังสินะ” ปานตะวันหน้าเสีย อาร์ตจะขอคุยกับปานตะวันเองแต่มิลค์ยังถากถาง “หน้าจืดเป็นเต้าหู้แถมยังแต่งตัวป้ามากๆ ก็สมแล้วแหละที่พี่อาร์ตจะถอนหมั้น”
ปานตะวันตกใจ อาร์ตขัดขึ้น “ตะวัน...คือ ความจริงที่พี่นัดตะวันให้มาเจอวันนี้ก็เพราะอยากจะบอกเรื่องของพี่กับมิลค์ เอ่อ...คือความจริง พี่กับมิลค์คบกันมาได้ 2 ปีกว่าๆแล้ว”
มิลค์แทรก “ไม่ได้คบกันเฉยๆ ตอนนี้ฉันท้องกับพี่อาร์ตด้วยย่ะ”
อาร์ตรีบขอโทษ...ปานตะวันเหมือนโดนกระแทกด้วยของแข็ง มึนตึ้บก่อนจะเรียกสติ ถอดแหวนที่นิ้วนาง มือไม้สั่นคืนให้ มิลค์ไม่ให้รับ จะเอาไปขายที่ไหนก็ตามใจ “จนไม่ใช่เหรอ ฉันก็ไม่ใช่คนใจดำอะไรนักหรอก แต่บอกคำเดียว จากนี้ไป ห้ามยุ่งกับผัวฉันอีกเด็ดขาด”
ปานตะวันน้ำตาร่วงเจ็บใจที่โดนดูถูก ขว้างแหวนใส่อาร์ตแล้ววิ่งออกไป ท่ามกลางท้องฟ้าคำรามครืนๆ
ในขณะที่คู่บ่าวสาวถูกส่งตัวเข้าหอ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงทำให้กนกวลีตกใจ นาคินทร์สวมกอดปลอบ “เห็นไหม นี่ถ้าไม่มีพี่คินทร์จะทำยังไง บอกให้แต่งตั้งนานแล้วก็ไม่เชื่อ”
“ผู้ชายเรียบร้อยอย่างพี่คินทร์ พูดเล่นแบบนี้เป็นด้วยเหรอคะเนี่ย กนกนึกว่าพี่นัคจะพูดเป็นคนเดียวซะอีก” กนกวลีแซวขำๆ
“พูดเล่นที่ไหน พี่พูดจริง พี่อยากแต่งงานกับกนกมาตั้งนานแล้ว กนกก็ไม่ยอมแต่งซักที ไม่รักพี่เหรอครับ” นาคินทร์กอดอ้อนๆ
หญิงสาวตอบว่ารัก รักมากด้วย ชายหนุ่มกอดกระชับแน่นขึ้น หญิงสาวเขินบอกให้เขาไปอาบน้ำก่อน นาคินทร์ชวนอาบด้วยกัน เธอหน้าแดงอ้างต้องล้างเครื่องสำอางอีกนาน ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวอาย จึงแกล้งกำชับ
“ว่าแต่พี่อาบน้ำเสร็จออกมา เจ้าสาวของพี่ห้ามหนีหายไปไหนนะครับ”
เธอรับคำขำๆ แต่แล้วพอนาคินทร์เข้าห้องน้ำไป กนกวลีก็ค้นของขวัญที่ตั้งใจจะมอบให้เขาคืนนี้ในกระเป๋าเสื้อผ้า แต่กลับไม่มี จึงนึกได้ว่าคงลืมไว้ที่บ้าน เธอคว้ากุญแจรถรีบออกไป
พอนาคินทร์ออกจากห้องน้ำมาไม่เห็นกนกวลี และรู้ว่าเธอขับรถออกไป ก็เป็นห่วงอย่างมาก รีบโทร.หา “กนก...กนกออกไปไหน ทำไมถึงออกไปดึกๆแบบนี้”
กนกวลีมองภาพเขียนที่วางเบาะข้างๆ “ขอโทษจริงๆ ค่ะ กนกลืมของไว้ที่บ้าน สำคัญมาก กนกยอมให้พี่คินทร์โกรธเพราะกนกตั้งใจจะให้ภาพวาดนี้แก่พี่คินทร์เป็นของขวัญแต่งงานในคืนสำคัญของเราทั้งสองคนไงล่ะคะ”
ขณะที่กนกวลียิ้มอย่างมีความสุขก็เห็นร่างผู้หญิงเดินฝ่าสายฝนข้ามถนน จังหวะนั้นเป็นไฟแดง แต่เพราะกนกวลีขับรถมาด้วยความเร็วจึงหยุดไม่ทัน เฉี่ยวหญิงสาวแล้วหักหลบชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างจัง...เสียงร้อง เสียงเบรกแล้วเสียงชนโครม ทำให้นาคินทร์ตกใจอย่างมาก
บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้เข้าห้องฉุกเฉินสองเตียง นาคินทร์วิ่งพรวดพราดเข้ามาถามหาคนเจ็บที่ชื่อกนกวลี เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเธออาการสาหัส คุณหมอต้องผ่าตัดด่วน เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้านาคินทร์ เขาเฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินจนเช้า...พอคุณหมอออกมา เขาก็ลุกพรวดเข้าไปถามอาการภรรยา หมอส่ายหน้าเศร้าๆ บอกว่าอวัยวะภายในเธอเสียหายอย่างมาก นาคินทร์ร้องลั่น...ไม่จริง...แล้วทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพรั่งพรูแทบขาดใจตาม
เวลาผ่านไป พยาบาลนำนาคินทร์เข้ามาดูร่างไร้วิญญาณของกนกวลี เขากอดร่างเธอร่ำไห้ ภาพความสุขในงานแต่งงานแว่บเข้ามา เขาคร่ำครวญ “พี่จะอยู่ต่อไปยังไง กนก...ทำไม... ทำไมต้องเป็นกนก ทำไม...ทำไม...มันอยู่ไหน” สายตาเขากร้าวขึ้น หันไปถามพยาบาล
“คะ...อะไรนะคะ...”
“มัน...ไอ้คนที่มันวิ่งตัดหน้ารถเมียผม มันอยู่ที่ไหน”...
นาคินทร์มาที่เตียงปานตะวันซึ่งเธอก็อาการหนักไม่เบา มีผ้าพันศีรษะ มีสายน้ำเกลือและอุปกรณ์ระโยง ระยาง พยาบาลซึ่งกำลังปรับสายน้ำเกลืออยู่ เข้าใจว่าเขาเป็นญาติคนเจ็บจึงเปรย
“ญาติของคุณโชคดีมากค่ะ นี่ขนาดเมามากด้วยนะคะ อีกฝั่งนึงสิคะ โชคร้าย ได้ยินว่าเพิ่งแต่งงานหมาดๆ เลย” นาคินทร์พึมพำยังไม่ทันข้ามคืน “โถ...น่าสงสาร เอ่อ มีอะไรกดออดเรียกได้นะคะ ดิฉันขอตัวก่อน” พยาบาล เดินออกไป
นาคินทร์ขยับเข้ามองปานตะวันใกล้ๆอย่าง เคียดแค้น อยากให้เธอเป็นคนตายมากกว่า เขาอ่านป้ายชื่อเธอและจำมันอย่างขึ้นใจ...ปานตะวัน พันภพ...ฝังใจว่าเพราะความเมาของผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ ทำให้เขาต้องสูญเสียคนรัก เขาอยากฆ่าเธอให้ตาย
ooooooo
สามปีต่อมา รปภ.บริษัท เคทีเค คอร์เปอเรชั่น ปราดเข้าตะเบ๊ะเมื่อรถประธานแล่นมาจอด นาคินทร์ในมาดนักธุรกิจหล่อเนี้ยบ หน้าขรึมลงจากรถเดินเข้าตึก...
มอลลี่พนักงานจอมสอดรู้สอดเห็นรีบทาปากรอรับ ลูกกอล์ฟเพื่อนคู่หูแกล้งตบโต๊ะเปรี้ยง เธอสะดุ้งลิปปาดขึ้นไปถึงแก้ม ลูกกอล์ฟหัวเราะร่า มอลลี่โกรธวิ่งไล่ตีเพื่อน ชนเข้ากับจามจุรี หัวหน้าฝ่ายบุคคลเอ็ดตะโรนี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ทั้งสองยิ้มแหยๆ ปาริฉัตรเลขานาคินทร์เข้ามาปรามให้รักษาความสงบกันหน่อย เจ้านายมาถึงแล้ว มอลลี่แหวกลับ
“แหมๆๆๆน้องฉัตรขา บริษัทนะคะไม่ใช่ค่ายทหาร แล้วท่านประธานก็เพิ่งจะลงรถตะกี้เอง แหมๆๆ ปลายปีกะจะเอาโล่เลขาดีเด่นให้ได้ใช่ไหม...อ๊ะๆ รึว่าอยากจะได้มากกว่านั้น”
ปาริฉัตรถลึงตาใส่เถียงกันไปมา จามจุรีเอ็ดอีกครั้งเพราะนาคินทร์เดินมาถึงแล้ว ทุกคนยืนสงบ รอทักทายเจ้านาย เขาพยักหน้าให้เล็กน้อย จามจุรีรีบรายงานตามคำสั่งของนัครินทร์
นาคินทร์โทร.ไปโวยวายน้องชาย “นัค...แกเป็นบ้าอะไรถึงจะให้ฉันสัมภาษณ์เลขาให้แก ฉันเป็นประธานบริษัท ฉันมีงานทำล้นมือ ไม่ใช่งานสัมภาษณ์เลขาบ้าๆนี่”
“ใจเย็นพี่ เดี๋ยวนี้ขี้โมโหหนักขึ้นทุกวันนะ”
“แกต่างหากที่ไม่เอาไหนหนักขึ้นทุกวัน ลุกขึ้นจากเตียง มาทำงานเดี๋ยวนี้”
นัครินทร์โอดครวญ “พี่คินทร์โหดอ่ะ...ผมอยู่หัวหิน ผมกลับไม่ทันจริงๆ พี่สัมภาษณ์ให้ผมหน่อยน้า”
นาคินทร์จะให้จามจุรีจัดการแทน นัครินทร์ไม่ยอม “ไม่นะพี่นะ คราวก่อนคุณจามจุรีก็เลือกยัยป้าอ้วนดำมาให้ผมทีนึงแล้ว ผมไม่เอานะพี่...พี่คินทร์แหละที่รู้ใจผมที่สุด ขาว สวย หมวยเซ็กซ์ เอ็กซ์อึ๋มและรู้งานนะพี่ ผมเชื่อสายตาพี่คินทร์” แถมย้ำถ้าได้ดั่งใจ ตนจะตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่ทำให้ผิดหวัง
“ฉันหวังอะไรแกได้ด้วยเหรอเนี่ย” นัครินทร์รับปาก ย้ำสเปกที่ต้องการ นาคินทร์อ่อนใจ
ปาริฉัตรเห็นสองสาวนั่งรอการสัมภาษณ์ ก็วางท่าข่มไว้ก่อน ว่าวันนี้ท่านประธานให้เกียรติสัมภาษณ์เอง แต่จะได้เป็นเลขารองประธาน เพราะเลขาท่านประธานคือตน แล้วนึกได้ยังขาดอีกหนึ่งคน ไม่ทันไรประกายเดือนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเพราะไปนั่งรอผิดชั้น ความสวยของประกายเดือนทำให้ปาริฉัตรไม่ชอบขี้หน้า ไม่ฟัง เหตุผล หาว่ามาสายไม่สมควรทำงานเป็นเลขา ว่าแล้วก็โยนแฟ้มเธอลงถังขยะ ประกายเดือนงง
ในห้องทำงาน นาคินทร์อ่านรายชื่อผู้ที่ต้อง สัมภาษณ์ สะดุดตาที่นามสกุลของประกายเดือน คือพันภพ...เขารีบกดอินเตอร์คอมบอกปาริฉัตรให้พาประกายเดือนเข้ามาสัมภาษณ์เพียงคนเดียว ทุกคนได้ยิน ชัดเจน ประกายเดือนยิ้มเย้ยปาริฉัตร แล้วปรายตาทำนองให้เก็บแฟ้มขึ้นมา
“ตราบใดที่ท่านประธานยังไม่ได้เลือก ก็อย่าเพิ่งซ่า” ปาริฉัตรจ้องหน้าเข่นเขี้ยว
ประกายเดือนยักไหล่ มอลลี่กับลูกกอล์ฟแอบดูด้วยความสอดรู้สอดเห็น...ประกายเดือนเดินเข้ามานั่งตรงหน้านาคินทร์ เขามองเธออย่างพินิจก่อนจะเอ่ยว่า นัครินทร์ติดธุระ ตนจึงต้องสัมภาษณ์แทน เขาอ่านเอกสารเห็นว่าเธอเรียนได้เกียรตินิยมอันดับสอง เคยทำงานเป็นเลขาให้บริษัทใหญ่ จึงถามทำไมถึงลาออก เธอตอบว่า ไม่ศรัทธาหัวหน้า นาคินทร์พอใจที่เธอตอบตรงดี แล้วเลยหยั่งเชิงถามเธอยังมีพี่สาว เธอบอกว่ามีพี่สาวเป็นพยาบาลพิเศษอย่างภูมิใจ
นาคินทร์นึกถึงชื่อปานตะวันที่เป็นคนทำให้คนรักเขาตายอย่างเคียดแค้น “ตกลงผมรับคุณเข้าทำงานในตำแหน่งเลขารองประธาน เงินเดือน 35,000 ตามที่เรียกมา และถ้าผ่านโปรฯจะเพิ่มให้เป็น 40,000” เธอตาโพลงตื่นเต้นดีใจมาก นาคินทร์กดเรียกปาริฉัตรมาพาประกาย-เดือนไปหาจามจุรีแล้วแจ้งนัครินทร์ด้วย ปาริฉัตรรับคำอย่างไม่พอใจ...นาคินทร์เข่นเขี้ยวแววตามุ่งมั่น
“พี่รอวันนี้มานานแล้ว พี่สัญญานะครับ ว่าพี่จะแก้แค้นให้กนก ให้สาสมที่สุด”
ooooooo
ประกายเดือนกลับห้องเช่า ลงมือทำอาหารไว้ฉลองกับพี่สาว แต่ด้วยความที่ทำไม่ค่อยเป็น ผักบุ้งไฟแดงของเธอจึงไฟลุกพรึ่บขึ้นในกระทะ ปานตะวันกลับมาพอดี เอาน้ำสาดดับไฟได้ทัน ป้าห้องข้างๆ ตะโกนมาจะเผาบ้านเผาเมืองกันหรือ ประกายเดือนโกรธสวนกลับ
“ทีแกทอดปลาเค็มล่ะอีป้า พวกฉันยังไม่ว่าสักคำ แล้วไม่ต้องมาไล่หรอกเว้ย ฉันไปแน่ แต่ก่อนไปขอเผาผีแกก่อน”
ปานตะวันเอ็ดน้องสาวให้พอได้แล้ว อดทนอีกหน่อย ตนทำงานอีกสักพักจะหาที่อยู่ใหม่ให้ ประกายเดือนรีบบอกว่า ไม่ต้องทำงานหนักอีกแล้ว ตนขอดูแลครอบครัวบ้าง เพราะตนได้งานใหม่เงินเดือนสูง พอปานตะวันรู้ว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่ก็ดีใจไปกับน้องด้วย ป้าข้างบ้านตะโกนด่ามาอีก หาว่าเสียงดังหนวกหู ประกายเดือนจะโวยกลับแต่พี่สาวปราม...ปานตะวันชักหวั่นใจงานอะไรทำไมถึงให้เงินเดือนสูง เป็นเฒ่าหัวงูหรือเปล่า ประกาย-เดือนขำกิ๊ก
“บ้า...ไอ้เฒ่าที่ไหน หล่อมากๆ หล่อขั้นเทพ หล่อไม่ปรึกษาใคร หล่อเลือดกำเดาไหล”
ปานตะวันว่าเยอะไปแล้ว ประกายเดือนว่าจริงๆถ้าได้เห็นจะต้องพูดเหมือนกัน และยังยืนยันว่า เจ้านายใหม่ไม่มีทีท่าเจ้าชู้แม้แต่น้อย ปานตะวันถอนใจ
“ใครจะยังไงก็ช่างเขา น้องสาวพี่อย่าโดนรังแกเหมือนเจ้านายคนก่อนก็พอ”
“ไอ้ฝรั่งลามกนั่นน่ะเหรอ...หึ้ย...นึกแล้วยังขยะแขยง แต่สำหรับท่านประธานเนี่ย นิดนึงก็ได้นะ” ประกายเดือนทำท่าเพ้อ ปานตะวันตีเพียะ “โอ๊ย! ตีอีกละ ก็มันจริงนี่ตะวัน โห หล่อรวยซะปานนั้น แต่ตะวันสบายใจได้ ไม่มีสัญญาณตอบรับใส่เค้าซักนิด...เซ็ง”
“จริงเหรอ พี่ค่อยสบายใจ”
ประกายเดือนไม่ลืมย้ำว่าต่อไปจะเป็นคนดูแลครอบครัว และจะพาออกไปจากรูหนูนี่ ปานตะวันน้ำตารื้น ปลื้มใจกับน้องที่เลี้ยงมากับมือ ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียไป...
ด้านนาคินทร์กลับมาบ้าน บอกพยาบาลที่ดูแล น้องสาวพิการของตนว่าให้ทำงานถึงสิ้นเดือน พร้อมเซ็นเช็คเงินให้ก้อนหนึ่ง ปรานีจึงพอใจยอมออกไปแต่โดยดี นารถนรินทร์แปลกใจที่พี่ชายไล่ปรานีออก นาคินทร์อ้างว่า เห็นเธอบ่นไม่ชอบปรานีบ่อยๆ จึงจัดการให้
“ช่วยไม่ได้ค่ะ น้องสาวคนเล็กและคนเดียวของบ้าน แถมโดนสปอยมาตั้งแต่เกิด”
นาคินทร์โยกหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู นารถนรินทร์ถามแล้วใครจะมาเป็นพยาบาลใหม่อีก จะทนตนได้นานแค่ไหน เขายิ้มอย่างมีเลศนัย
คืนนั้น สาวิตรีทำขนมเค้กมาให้สามีและลูกๆทาน เธอเป็นคุณแม่ที่ไม่สนใจออกงานสังคม ใจดี ชอบดูแลบ้านทำอาหารให้ลูกๆทาน แต่วันนี้ไม่มีใครยอมทานขนมเค้กของเธอ ต่างหาว่าดึกแล้วไม่ควรทานของหวาน พอดีอัครินทร์กลับมาท่าทางเหนื่อยๆ สาวิตรีจึงให้ทานขนม แต่เขาขอเป็นอาหารมื้อหนัก สาวิตรีรีบเข้าครัวไปจัดการให้ทันที นัครินทร์แซวน้องว่าอ้อนแม่เป็นลูกแหง่ อัครินทร์ปฏิเสธไม่ได้อ้อน แต่เหนื่อยและหิวจริง มีผ่าตัดทั้งวัน นาคินทร์ชมว่าขยัน นัครินทร์รีบปรามอย่าเริ่มเดี๋ยวตัวเองโดนพ่อเทศนาอีก ทวยเทพได้ยินจึงเริ่มเสียเลย
“ได้ข่าวว่าทิ้งงานทิ้งการมัวแต่ไปจีบสาว”
“นั่นไง...เดี๋ยวสิครับพ่อ ผมก็รอพี่คินทร์อยู่นี่ไง ตกลงหาเลขาให้ผมได้ยัง ผมจะได้เริ่มทำงานซะที ก็คนมันไม่มีเลขา แล้วจะให้ทำงานได้ยังไงล่ะ...ใช่ป่ะ”
“เหรอ...” ทวยเทพและนารถนรินทร์ร้องพร้อมกัน
นัครินทร์ฉุดนาคินทร์ออกไปถามไถ่ว่าได้เลขาตามที่ตนต้องการหรือเปล่า นาคินทร์จึงแกล้งบอกว่าได้ แล้ว สูง 150 กว่าๆ น้ำหนัก 60 หน้าตาเรียบๆ อายุประมาณ 50...นัครินทร์แทบทรุด เอาป้าบุญธรรมมาให้ตนหรืออย่างไร นาคินทร์แอบขำ ย้ำหาเลขาไม่ใช่หาพริตตี้ แล้วถ้าพรุ่งนี้ไม่ไปทำงานจะตัดเงินเดือน ตัดบัตรเครดิต นัครินทร์เคืองเดินยัวะๆออกไป...นาคินทร์เปลี่ยนจากยิ้มเป็นหน้านิ่ง คำรามในคอ “แกเลือกเองไม่ได้หรอก ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนเลือก และฉันเลือกแล้ว เลขาคนใหม่ของแกจะต้องเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่ชื่อ ปานตะวัน พันภพ เท่านั้น”
ooooooo
เช้าวันใหม่ นัครินทร์ขับรถเข้ามาในบริษัทพอดีประกายเดือนมาทำงานสายรีบวิ่งตัดหน้ารถ เขาต้องเบรกชะโงกหน้ามาโวยวาย อยากตายหรือ...แต่พอเห็นหญิงสาวเงยหน้าจากการก้มหัวขอโทษ ก็ตะลึง...อย่าเพิ่งตาย ไม่ควรตาย...เสียดายของ
นัครินทร์ทิ้งรถวิ่งตาม ทันเจอกับประกายเดือนในลิฟต์ เธอเข้าใจว่าเขาเป็นพนักงานมาสายเหมือนกัน ต่างเอื้อมมือกดลิฟต์พร้อมกัน ประกายเดือนชักมือกลับ เริ่มอึดอัดกับสายตาเจ้าชู้ของนัครินทร์ เขาชวนคุยแล้วเผลอบ่นถึงเลขาคนใหม่ให้ฟังว่าเป็นยายป้าอ้วนดำ แถมยังเตี้ยเหมือนแหนมป้าย่น ถ้าสวยอย่างนี้ก็คงจะดี ประกายเดือนฟังแล้วเคืองๆ
“ฉันว่าการเป็นเลขาที่ดี มันไม่น่าจะวัดกันที่รูปร่างหน้าตาอย่างเดียว แต่ความสามารถน่าจะมาก่อน ขาวสวยหมวยอึ๋มแต่สมองโบ๋จะมีประโยชน์อะไร คุณป้าเขาอาจเก่งมีประสบการณ์การทำงานมามาก คุณไม่คิดอย่างนี้บ้างเหรอคะ รึว่าคิดไม่เป็น”
นัครินทร์สะอึก ยิ้มแหะๆ คิดในใจปากดีแบบนี้ ไม่รู้ว่าไผเป็นไผเสียแล้ว ไม่เกินคืนนี้เสร็จเราแน่...ตรงข้ามกับประกายเดือนที่คิดในใจเช่นกันว่า น้ำหน้าอย่างนี้ อย่ามาเจอเลขาจอมซนแสนสวยอย่างตนแล้วกัน...พอลิฟต์เปิดออก เสียงสาวโดนัทกำลังเม้งอยู่แถวหน้าห้องทำงาน นัครินทร์รีบหลบวูบ...ปาริฉัตรเข้ามาโวยประกาย-เดือนวันแรกก็มาสายและบอกว่าท่านประธานเรียกพบ ประกายเดือนงงๆ ไม่รอดสายตามอลลี่กับลูกกอล์ฟที่เอามาเม้าท์กันเมามัน
นาคินทร์ยิ้มทักทาย ไม่รอช้า หยิบรูปน้องสาวพิการออกมาให้ดู แต่เกริ่นว่า พยาบาลที่ดูแลเธอลาออก ได้ยินว่าพี่สาวประกายเดือนเป็นพยาบาล ตนอยากจะจ้างมาดูแลน้องสาว ประกายเดือนคิดว่าเป็นงานที่ดี จึงรับปากจะนัดพี่สาวมาคุยกับเขา เผอิญเย็นนี้ตนนัดไปดูคอนโดใหม่กัน นาคินทร์แปลกใจ ประกายเดือนขยายความ
“ค่ะ...เดือน เอ๊ย ดิฉันได้งานที่นี่ก็เลยตั้งใจจะหาที่อยู่ใหม่ให้ตะวันได้อยู่สบายกว่าเดิม”
นาคินทร์ชื่นชม ประกายเดือนบอกว่าจะโทร.ไปถามพี่สาวดู นาคินทร์พยักหน้าก่อนจะบอกให้เธอเรียกแทนตัวว่าเดือนน่ะดีแล้ว...ให้บังเอิญ ที่ปานตะวันไปดูแลคุณยายท่านหนึ่งที่บ้าน แต่ท่านเอาแต่ใจมาก หาเรื่องจนเธอโดนไล่ออกจนได้ อ้างว่าเธอคุยโทรศัพท์เวลางาน...ปานตะวันนั่งเซ็ง อาร์ตโทร.เข้ามาหาอีก เพื่อจะขอคืนดี ปานตะวันโวยเพราะเป็นเหตุให้เธอโดนไล่ออก สักพัก ประกายเดือนโทร.เข้ามา เธอคิดว่าเป็นอาร์ตจึงโวย ประกายเดือนร้องบอก
“เขาเองไม่ใช่ไอ้พี่อาร์ต เขาบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าคุยกับมัน อย่ารับโทรศัพท์มัน ตะวันก็ใจอ่อนอยู่ได้ ใจอ่อนทำไมผู้ชายห่วยๆ...ช่างเถอะ” ว่าแล้วประกาย-เดือนก็คุยธุระ...ปานตะวันตกใจไม่คิดอยากทำงานกับเจ้านายน้องสาว
นัครินทร์เข้ามาบ่นกับนาคินทร์ว่า ป่านนี้แล้วเลขาป้าย่นยังไม่มาทำงาน ตนก็จะออกไปทำธุระบ้าง นาคินทร์ดักคอไม่ต้องเลย เพราะตนได้จัดการธุระเขาเรียบร้อยแล้ว นัครินทร์ตกใจรีบไปเปิดม่านดู เห็นสาวโดนัทของเขากำลังถูก รปภ.หิ้วปีกออกไป เขาโอดโอยพี่ชายทำแบบนี้ได้อย่างไร ตนเพิ่งรู้จักสาวคนนี้เมื่อคืนเอง
“ก็ช่างแก แต่ตอนนี้คนที่แกควรจะต้องรู้จักมากกว่าใคร ก็คือ...เลขาคนใหม่ของแก”
นัครินทร์เบ้หน้าไม่อยากเจอเลขาป้าย่น ทันใด ประกายเดือนเคาะประตูเปิดเข้ามา เขาตะลึง ประกายเดือนถามท่านประธานมีอะไรให้รับใช้ นัครินทร์โวยทันที
“พนักงานใหม่ พี่คินทร์รู้จักด้วยเหรอฮะ โห...ทีงี้ไม่เอามาเป็นเลขาผม ไปเอายัยป้าแก่อ้วนดำ แหนมป้าย่นมาให้ทำงานกับผมทำไมก็ไม่รู้”
ประกายเดือนอุทาน “นี่หมายความว่า...”
นัครินทร์บ่นว่าที่ตนเล่าให้ฟังในลิฟท์น่ะ ท่านประธานเป็นคนเลือกมาให้ ตนตายเสียดีกว่าต้องมีเลขาเป็นยายแหนมป้าย่น ประกายเดือนสวน ตนต่างหากที่อยากตายมากกว่า นาคินทร์เฉลยว่าประกายเดือนนั่นแหละที่เป็นเลขาใหม่ นัครินทร์ร้องเฮ้ย...ดีใจออกนอกหน้า ชายหนุ่มยื่นมือทำความรู้จักแต่หญิงสาวชะงักยกมือสวัสดีแทน เขารีบบอก
“เรียกผมว่าคุณนัคก็พอ ไม่ต้องท่านรงท่านรอง มันดูเครียด ดูห่างเหิน”
“ห่างๆหน่อยก็ดี...เปล่าค่ะ ดิฉันว่าไม่ค่อยดีมั้งคะ เดี๋ยวใครจะว่าเอา”
นัครินทร์ยิ้มใครจะกล้าว่า นาคินทร์ตัดบทถามน้องชาย ตกลงจะเปลี่ยนเลขาใหม่อีกไหม นัครินทร์ สวนทันควัน “เปลี่ยนก็บ้าแล้วพี่ นี่ก็สายมากแล้ว ผมพาเลขาผมไปทำงานได้รึยังฮะ”
นาคินทร์ผายมือขำๆ แต่อดเรียกประกายเดือนถามเรื่องพี่สาวเธอว่าอย่างไร เธออึกอักก่อนจะบอกไปว่าไม่มีปัญหา ประกายเดือนเดินตามนัครินทร์ออกไป... นาคินทร์เข่นเขี้ยว
“3 ปีที่ผ่านมา มันนานเหลือเกินกนก แต่ในที่สุด วันนั้นมันก็มาถึง วันที่คนผิดจะต้องรับผิด จะต้องถูกลงโทษ พี่คินทร์จะไม่ปล่อยให้มันและใครก็ตามที่มันรัก ได้อยู่อย่างมีความสุขบนความทุกข์ของเราอีกต่อไปพี่คินทร์ให้สัญญา” สีหน้านาคินทร์มุ่งมั่นดูน่ากลัว
ooooooo
ปานตะวันต้องเสียงานไปหนึ่งจ๊อบ เดินกลับบ้านก็เจอคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยว ชี้หน้าแล้วทำท่าปาดคอขู่ เธองงว่ามันอะไรกัน
ประกายเดือนร้อนใจที่ปานตะวันไม่ตอบตกลงมาเสียที จึงโทร.กลับไปหาอีกครั้ง เธอปฏิเสธเพราะรู้สึกไม่ไว้ใจเจ้านายน้องสาว ประกายเดือนนั่งบ่น...ตายแน่ รับปากนาคินทร์ไปแล้ว นัครินทร์มาได้ยิน เข้ามายืนเท้าโต๊ะ เปรยอย่างหมาหยอกไก่...อย่าเพิ่งตายเลย น่าเสียดาย ประกายเดือนตกใจอุทาน ไอ้บ้า...ออกไป เขาโวยถึงกับด่ากันเลยหรือ
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะท่านรอง ดิฉัน...ดิฉัน...บ้าจี้น่ะค่ะ”
นัครินทร์ไม่อยากจะเชื่อ สายตาอดมองเลยไปที่ทรวงอกหญิงสาวไม่ได้ พอเธอรู้สึกตัวต้องคว้าอะไรมากอดอกไว้ ชายหนุ่มชวนทานข้าวกลางวัน แต่ละที่ที่บอกมาชานเมืองทั้งนั้น เธอจึงถามจะกลับมาทันนัดเย็นนี้ไหม เพราะตนมีนัดกับท่านประธาน เขายิ้มแหยๆ ไม่กล้าให้ผิดนัด
“ว่าแต่ท่านประธานนัดคุณเรื่องอะไร...”
ประกายเดือนทำท่าจะกดโทรศัพท์ไปถามให้ นัครินทร์โวยไม่ต้อง แล้วเดินฮึดฮัดกลับเข้าห้อง ประกายเดือนยิ้มขำๆไม่รู้ไผเป็นไผ แล้วมากลุ้มใจต่อจะ บอกนาคินทร์อย่างไรดี...นัครินทร์นั่งบ่นในห้องตั้งแต่ กนกวลีตาย นาคินทร์ไม่เคยเดทกับใคร ทำไมต้องมาเริ่มกับคนของตน
ตกเย็น ปาริฉัตรหอบแฟ้มงานเข้ามาให้นาคินทร์ เพราะเขามักอยู่ทำงานจนค่ำ แต่วันนี้เขากลับบอกว่ามีนัด สั่งให้บอกคนรถเตรียมรถ เขาจะขับเองและให้บอกประกายเดือนไปรอข้างล่างด้วย ปาริฉัตรกำลังตกใจ นาคินทร์เปลี่ยนใจ
“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวผมเดินไปรับเขาที่หน้าห้องเจ้านัคเอง”
ปาริฉัตรยิ่งเหวอ วิ่งตามไปอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่รอดสายตาความอยากรู้ของมอลลี่กับลูกกอล์ฟไปได้ จามจุรีเอ็ดทั้งสองคนแต่ก็อดตามดูด้วยไม่ได้... นัครินทร์กำลังชวนประกายเดือนเลิกงานไปหาข้าวทานด้วยกัน เธอแย้งว่ามีนัดกับท่านประธาน นัครินทร์โวยพี่ชายทำไม่ถูก นาคินทร์เดินเข้ามา บอกว่าตนกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แล้วหันไปบอกปาริฉัตรช่วยงานนัครินทร์แทน ประกายเดือนแอบยิ้มเย้ยก่อนจะเดินตามนาคินทร์ไป
มอลลี่กระซิบลูกกอล์ฟให้ดูหน้าเลขากินแห้ว จามจุรีเอ็ด “สมรศรี...”
มอลลี่สะดุ้งที่โดนเรียกชื่อเก่าแสนเชย “มอลลี่ก็ได้ค่า...”
นาคินทร์รู้ว่าปานตะวันยังไม่นัดมา จึงให้ประกายเดือนพาไปพบที่บ้านเสียเลย ประกายเดือนนั่งตัวลีบในรถหรูของเจ้านาย ทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดกลัวกับความเร็ว เขาเหลียวมองแล้วถาม
“ไม่สบายใจอะไรครับ”
“เอ่อ...ปะเปล่าค่ะ...จะดีเหรอคะที่ท่านประธานจะไปพบตะวันที่บ้าน”
“ดีสิครับ สบายๆ กันเองดี”
“เอ่อ...แต่...คือ...คือบ้าน เอ๊ย ห้องเช่าเราสองคนมัน มันเล็กยังกะรูหนูน่ะค่ะ”
“แล้วไงครับ...”
“เกรงใจท่านประธานน่ะค่ะ ไว้วันหลังเดือนค่อยนัดตะวันให้อีกที นัดไปทานข้างนอกก็ได้ ดีไหมคะ”
“ไม่ดีหรอก เจอกันวันนี้ ดีที่สุดแล้ว”
ประกายเดือนทำหน้าอยากร้องไห้ นาคินทร์ตาวาวเร่งความเร็วขึ้นด้วยใจที่อยากเจอ
วันนี้...ปานตะวันกำลังหั่นผักเตรียมทำกับข้าว เผอิญเหตุการณ์ตอนโดนคนร้ายขู่แว่บเข้ามา ทำให้มีดแฉลบบาดนิ้วเลือดซึม พอหันมาจะไปใส่ยาก็ตกใจ เจอประกายเดือนยืนทำหน้าสำนึกผิด ไม่ทันไรนาคินทร์ก้าวเข้ามาด้วยมาดหล่อเหลาแนะนำตัว
“ผม...นาคินทร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณปานตะวัน” นาคินทร์ตาวาวที่เห็นหน้าคนที่ทำให้คนรักต้องตาย
ปานตะวันตกใจหันมองน้องเชิงถามมันอะไรกัน ประกายเดือนหน้าเสีย นาคินทร์ออกตัวอย่าโทษเธอ ตนเป็นคนขอร้องแกมบังคับให้พามา ประกายเดือนยิ้มแหยๆ ขอตัวไปอาบน้ำ พูดจบก็ถอยฉากออกไป ปานตะวันโกรธหันมาถามนาคินทร์ “นี่เดือนไม่ได้บอกคุณเหรอว่า...”
“นิ้วคุณเลือดออก” นาคินทร์ขัดขึ้นแล้วคว้ามือเธอมาดู
เธอดึงมือกลับอย่างไว้ตัว บอกตนเป็นพยาบาลแค่นี้เล็กน้อย ว่าแล้วก็คว้าปลาสเตอร์ยามาปิดแผล นาคินทร์หวนนึกถึงรอยเลือดบนภาพวาดของกนกวลี เสียงปานตะวันทำให้เขาสะดุ้ง “อย่าหาว่าไม่สุภาพนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าไม่เหมาะที่คุณเข้ามาในนี้โดยที่ฉันไม่ยินดีต้อนรับ”
นาคินทร์ฉุนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหยิบรูปนารถ-นรินทร์ออกมาจากกระเป๋าเงิน “นารถนรินทร์เป็นน้องสาวคนเดียวของผม ประสบอุบัติเหตุ เดินไม่ได้มาปีกว่าแล้ว ผมอยากให้คุณรับงานพยาบาลพิเศษคอยดูแลน้องสาวผม”
“ฉันไม่ว่าง...”
นาคินทร์รุก “เงินเดือนหนึ่งแสน สัญญาหนึ่งปี และถ้าระหว่างนั้น คุณทำให้นารถเดินได้ ผมจะให้คุณอีก 5 ล้าน”
ประกายเดือนซึ่งแอบฟังอยู่ตาลุกวาว ปานตะวันหาว่าข้อเสนอดีเกินไปน่าสงสัย “ฉันคิดว่าคุณคงจะรวยมาก จู่ๆคุณก็รับน้องสาวฉันเข้าทำงานทันทีด้วยเงินเดือนตั้ง 4 หมื่น แล้วนี่ยังจะมาจ้างฉันทำงานด้วยเงินเดือน 1 แสน แล้วยังมีรางวัลพิเศษอีกตั้ง 5 ล้าน คุณต้องการอะไรกันแน่”
นาคินทร์รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เขาทำยิ้มเนียนเกลี้ยกล่อมว่าเธอยังไม่เคยเจอน้องสาวเขา การดูแลเธอไม่ใช่เรื่องง่าย พยาบาลหลายคนถอดใจไปตามๆกัน ปานตะวันไม่อยากเชื่อว่า เงินเดือนสูง
ขนาดนี้พวกนั้นจะไม่อดทน นาคินทร์จะเพิ่มเงินให้อีก ปานตะวันไม่พอใจเขาจึงเสนอให้เจอนารถนรินทร์สักครั้งค่อยตัดสินใจ ประกายเดือนทนไม่ไหว ออกมายุให้พี่สาวรับงานนี้ จะได้ไม่ต้องรับหลายจ๊อบแต่เงินนิดเดียว นาคินทร์จะพาไปพบน้องสาววันนี้แต่ปานตะวันขอเวลาคิด เขาจำต้องถอยก่อน ประกายเดือนรีบชวนทานข้าวด้วยกัน ปานตะวันหยิกน้องปราม ประกายเดือนร้อง...แค่นี้ต้องหยิกด้วย
นาคินทร์แอบขำ “ผมก็รู้สึกหิวพอดีเลย”
“จริงเหรอคะ ไม่รังเกียจนะคะ” ประกายเดือนดีใจ
นาคินทร์กลับบอกว่าเป็นเกียรติมากกว่า ประกาย-เดือนรีบอวดว่าเขาจะต้องติดใจฝีมือทำกับข้าวของปาน-ตะวัน อร่อยที่สุดในโลก นาคินทร์โต้ “งั้นต้องประชันฝีมือกับผมซะหน่อย”
“ฮ้า! ท่านประธานล้อเล่นหรือเปล่าคะ”
นาคินทร์ยิ้มบอกให้คอยดู ประกายเดือนตื่นเต้น ดึงปานตะวันเข้าครัว แล้วผลักพี่สาวเข้าไปชนกับนาคินทร์เข้าอย่างจัง เขาโอบกอดเธอไว้ไม่ให้ล้ม เธอรีบขอโทษ ประกายเดือนบ่น
“เห็นไหม ไอ้ห้องรูหนูนี่มันเล็กขนาดไหน เดินไปเดินมาแทบจะชนกันตาย รีบตกลงรับทำงานให้ท่านประธานเหอะตะวัน เราจะได้รีบๆออกไปจากที่นี่ซะที”
นาคินทร์แอบยิ้มพอใจ ปานตะวันเถียงน้องมันไม่เกี่ยวกันเลย ประกายเดือนตัดบทว่าตนทำอาหารไม่เป็นต้องขอตัว แต่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำอาหารเป็น นาคินทร์ออกตัว
“คุณแม่ผมทำอาหารเก่งมาก เมื่อก่อนนี้เราต้องทานข้าวเย็นพร้อมหน้ากันทุกวัน จนกระทั่ง...ผมแยกตัวออกมาอยู่คนเดียว” นาคินทร์วูบไปคิดถึงเรือนหอ
ประกายเดือนซักอีกทำไมต้องแยกตัวออกมา เขานิ่งพูดไม่ออก ปานตะวันเอ็ดน้องไม่ควรละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว เธอจึงขอโทษ นาคินทร์ดึงสติกลับมายิ้มแย้มบอกว่าสนุกดีที่ได้คุยเรื่องเก่าๆ ประกายเดือนขอตัวไปอาบน้ำ เชิญนาคินทร์ประชันฝีมือกับปานตะวันตามสบาย
นาคินทร์หันมาถามปานตะวันอยากทานอะไร เธอปฏิเสธและขอโทษแทนน้อง เขากลับชมว่าน่ารักดี พอเห็นสายตาข้องใจของเธอก็รีบแก้ตัว อย่าเข้าใจผิดตนไม่ใช่คนเจ้าชู้ เปลี่ยนเรื่องถามมีวัตถุดิบอะไรบ้าง ดูแล้วตัดสินใจทำผัดกะเพรา จึงให้เธอช่วยเด็ดกะเพรา ทั้งสองช่วยกันทำอาหาร ป้าข้างบ้านตะโกนด่าว่าฉุน ทั้งสองเผลอขำกิ๊ก ต่างฝ่ายต่างสบตากันอย่างเป็นมิตรขึ้น
ooooooo
ทางบ้านต่างงงเมื่อนัครินทร์มานั่งบ่นว่า นาคินทร์ควงเลขาตนไปกินข้าวเย็นปาดหน้า ไม่มีใครอยากเชื่อว่านาคินทร์จะทำอย่างนั้น เพราะตั้งแต่กนกวลีตาย เขาไม่เคยวอแวกับผู้หญิงคนไหนเลย
นารถนรินทร์ชักอยากเห็นหน้าเลขาคนนี้ นัครินทร์เซ็งขอออกไปเที่ยวนอกบ้าน
“นั่นไง หาเรื่องออกไปหาสาวล่ะสิ” ทวยเทพดักคอ
“เป็นเรื่องปกติค่ะพ่อ แต่ที่ไม่ปกตินี่ต้องพี่คินทร์” ทุกคนเห็นด้วย...
ในขณะที่นาคินทร์นั่งกินข้าวผัดกะเพราอยู่กับพื้นห้องปานตะวัน ท่าทางเขาเป็นกันเองจนสองพี่น้องทึ่ง ประกายเดือนชมว่ารสชาติกะเพราของเขาจัดจ้านจริงๆ นาคินทร์ตักเพิ่มให้ประกายเดือนทานเยอะๆ เขามองสองพี่น้องอย่างสงสัย “คุณอยู่กันแค่สองคนพี่น้องเหรอครับ”
“คุณพ่อคุณแม่เสียตั้งแต่เราเรียนอยู่มัธยมค่ะ ตะวันเลยต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแล้วยังต้องส่งเสียเดือนอีกด้วย พี่สาวเดือนสุดยอดเลยเห็นไหมคะ...โอ๊ย! หยิกทำไมเขาพูดจริง”
ประกายเดือนร้องเมื่อโดนปานตะวันหยิก นาคินทร์ชมว่าเก่งจริงๆ เป็นตนคงทำไม่ได้ และว่าแบบนี้ตน
เชื่อว่าเธอดูแลน้องสาวตนได้แน่ๆ ประกายเดือนยุให้รับงานนี้ ปานตะวันยืนยันขอคิดดูก่อน นาคินทร์พยายามยิ้มให้ปกติ...แต่พอขับรถกลับ เขาบึ่งรถด้วยความแค้นหาว่าปานตะวันเล่นตัว แต่เขาจะต้องลงโทษเธอให้สาสมกับความผิดที่เธอทำไว้ให้ได้
ส่วนปานตะวันเอ็ดน้องไม่ให้พานาคินทร์มาบ้านอีก ตนรู้สึกเหมือนเขากำลังแสดงละคร ไม่มีความจริงใจ แต่ประกายเดือนไม่เห็นด้วย กลับคิดว่าเจ้านายปิ๊งพี่สาวตนด้วยซ้ำ
เช้าวันใหม่ มอลลี่กับลูกกอล์ฟเม้าท์มอยเรื่องเจ้านายอย่างสนุกและสะใจที่ปาริฉัตรเต้นผาง จามจุรีต้องคอยปรามแต่ก็แอบอยากรู้เรื่องเจ้านายไม่แพ้กัน ส่วนปาริฉัตรเคียดแค้นประกายเดือนถึงขนาดขยำรูปเธอที่ติดแฟ้มประวัติทิ้ง คำรามในคอ
“ฉันเกลียดแก ทำไมแกต้องเข้ามาในชีวิตฉันด้วย นังประกายเดือน”...
นัครินทร์ไม่วายตามหลีประกายเดือน เรียกเธอเข้าไปสอบถามเรื่องเมื่อวาน หญิงสาวต้องระมัดระวังตัว จึงติดกระดุมเสื้อถึงคอ พอเขาถามก็ย้อนว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน ชายหนุ่มโต้
“เกี่ยวสิ ผมก็อด...เอ๊ย!...คุณเป็นเลขาของผม ผมก็อดที่จะต้องเกี่ยวไม่ได้ เพราะถ้าคุณแต่งตัวเชยเป็นป้า ผมก็จะขายหน้าไปด้วย”
หญิงสาวประชด ขอบคุณที่ใส่ใจ นัครินทร์ว่าไม่แค่เรื่องแต่งตัว เรื่องทำอะไรที่ไหน กับใครตนก็ต้องรู้ แล้วถามตรงๆเมื่อวานไปไหนกับนาคินทร์ เธอจึงย้อน
“ดิฉันคงต้องได้รับอนุญาตจากท่านประธานก่อนถึงจะตอบคำถามนี้ได้”
นัครินทร์โวยว่าตนเป็นเจ้านายก็เหมือนเป็นคนคนเดียวกัน ประกายเดือนหน้าเหวอตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารวบรัด เพราะเธอเป็นเลขาส่วนตัวก็เหมือนกับเป็นคนคนเดียวกัน หญิงสาวส่ายหน้าอ่อนใจ นัครินทร์ยังตอกย้ำว่าเธอไม่ใช่สเปกของนาคินทร์และเขาก็ไม่ใช่ผู้ชายแบบสมภารกินไก่วัด ประกายเดือนสวน ไม่เหมือนท่านรอง...นัครินทร์สะดุ้ง หญิงสาวยิ้มขำๆย้ำ
“ขอบคุณค่ะที่บอกให้ทราบ ดิฉันเองก็พอจะมองออกว่าท่านประธานเป็นผู้ชายแบบไหน ถึงได้ยอมออกไปไหนมาไหนด้วย แต่ถ้ากับท่านอื่น คงต้องคิดหนักหน่อย”
นัครินทร์ฮึดฮัดที่รู้ทัน เข่นเขี้ยวอย่านึกว่าจะรอด
งานดูแลคนไข้ของปานตะวันอีกราย เป็นชายแก่เฒ่าหัวงู ที่ภรรยาจ้างให้มาดูแลสามี และด้วยความซวยซ้ำ ปานตะวันโดนคนไข้จับก้น จึงพลั้งมือตบหน้า ภรรยาเขาเห็นเข้า โวยวายไล่ออกอย่างไม่ฟังเหตุผล เชื่อสามีตัวเองฝ่ายเดียว ทำให้เธอต้องเสียงานไปอีก
นาคินทร์ยืนมองภาพวาดบนผนังห้องของกนกวลีที่มีรอยเลือดเปรอะอยู่ ด้วยความเคียดแค้น มุ่งมั่นจะต้องทำให้ปานตะวันเจ็บปวดทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแบบตนให้ได้...ปาริฉัตรหอบแฟ้มงานเข้ามา เขาเอ่ยปากให้เธอช่วยหาคอนโดแถวที่ทำงาน ขนาดอยู่กันสองคนให้เธอเข่นเขี้ยวเจ็บใจ เพราะคิดว่านาคินทร์จะเลี้ยงดูประกายเดือน
ประกายเดือนเห็นปาริฉัตรหน้าเครียดอยู่ในห้องน้ำจึงถามเป็นอะไร เธอกลับตวาดอย่ามายุ่ง แล้วด่าว่า หน้าด้าน เข้ามาทำงานไม่กี่วัน คิดจะฟันท่านประธานเสียแล้ว ประกายเดือนงง
“สะเออะจะเล่นของสูง เจ็บหนักแน่แก” ปาริฉัตรผลักประกายเดือนไปกระแทกฝา หน้าผากเลือดซึม แล้วเดินหนี ประกายเดือนเจ็บและข้องใจ ตามไปเอาเรื่อง
มอลลี่ ลูกกอล์ฟ จามจุรีและคนอื่นๆตกใจตามไปดู ประกายเดือนตบโต๊ะปาริฉัตรโวยจะเอาอย่างไร และชี้ที่แผลบนหน้าผาก ปาริฉัตรตาเขียวจะตอบโต้ พอดีนาคินทร์เปิดประตูออกมาเธอจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นดูแลถามไถ่ประกายเดือนว่าไปโดนอะไรมา ประกายเดือนจะฟ้องแต่ปาริฉัตรแทรกทำเป็นขอดูแผลและจะพาไปใส่ยา นาคินทร์พยักหน้าให้รีบไป ประกายเดือนยัวะ
“ไม่ต้องค่ะ...แค่นี่จิ๊บๆ รับรอง ฉันจัดการได้”
นาคินทร์แย้งควรให้หมอดูเสียหน่อย ประกายเดือนจึงบอกจะกลับไปให้ปานตะวันทำแผลให้...เข้าทางพอดี นาคินทร์จึงบอกว่า “นี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว งั้นผมไปส่งคุณเดือนที่บ้านเลยละกันนะครับ จะได้ถึงบ้านเร็วหน่อย”
“ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ แต่เดือนไม่อยากรบกวน...โอ๊ะๆ” ประกายเดือนปรายตามองปาริฉัตรเยาะๆแล้วแกล้งทำเป็นเซ
นาคินทร์รีบประคอง สั่งปาริฉัตรให้คนรถเอารถมารอแต่ไม่ต้องขับ ตนขับเอง ว่าแล้วก็ประคองประกายเดือนเดินไป ปาริฉัตรยิ่งแค้นใจ เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร...มอลลี่กับลูกกอล์ฟสะใจที่ปาริฉัตรโดนหักหน้า
ในขณะที่ปานตะวันนั่งเซ็งอยู่ในห้องเช่า เพราะเพิ่งโดนไล่ออกจากงาน ทันใดมีเสียงไขกุญแจจะเข้ามา จึงคิดว่าเป็นน้องสาว ก็ร้องบอกจะเปิดให้เองแล้วถามทำไมวันนี้กลับเร็ว แต่พอประตูเปิดออกก็โดนคนตบหน้าผลัวะ เธอตกใจมาก....
ooooooo










