สมาชิก

สามใบไม่เถา

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: เรื่องราวของ 3 สาวพี่น้อง ต่างพ่อแม่ แต่อยู่ในครอบครัวเดียวกันใน "สามใบไม่เถา"

วันนี้ร้านของแสงฉานเงียบเหงามาก ตั้งแต่เช้ายังไม่มีลูกค้าเข้าเลย จนเที่ยงจึงมีลูกค้าคู่หนึ่งควงกันเข้ามา แสงฉานดีใจรีบลุกไปต้อนรับถึงประตู

ลูกค้าที่มาคือบุษบาบัณที่ควงกิ๊กหนุ่มหล่อเข้ามา แต่พอเห็นแสงฉาน บุษบาบัณก็ตาเป็นประกาย มองรอยยิ้มที่อบอุ่นและท่วงท่าที่สุภาพอ่อนโยน ซ้ำยังหล่อโดนใจอีก เธอยิ้มหว่านเสน่ห์ให้โดยไม่แยแสกิ๊กหนุ่มที่ควงมาด้วยเลย

“ร้านสวยจังค่ะ” บุษบาบัณเอ่ยส่งสายตาให้อย่างเย้ายวน

“ภรรยาผมตบแต่งให้น่ะครับ”

แม้อารมณ์จะสะดุดไปนิดหนึ่ง แต่บุษบาบัณไม่แคร์ ควงกิ๊กหนุ่มไปนั่ง ถามแสงฉานอีกว่าเป็นเจ้าของร้านหรือ แสงฉานเริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาเชิญชวนของเธอ แต่ก็ตอบตามมารยาทว่า “เป็นทั้งเชฟทั้งเจ้าของครับ”

แสงฉานรับออเดอร์ไปให้ผู้ช่วยเชฟบอกว่าเป็นออเดอร์แรกของวันนี้ บริกรเดินตามเข้ามาบอกเขาว่า

“ลูกค้าถามหาเชฟค่ะ ถ้าทำเมนคอร์สเสร็จแล้ว อยากให้เชฟออกไปแนะนำของหวานด้วยตัวเอง”

แสงฉานนิ่วหน้าแปลกใจกับลูกค้าหญิงคนนี้ แต่พอผู้ช่วยเชฟถามว่าเป็นอะไร เขาบอกว่าเปล่า ไม่มีอะไร

ทานอาหารเสร็จ บุษบาบัณให้กิ๊กหนุ่มออกไปสตาร์ตรถเปิดแอร์รอก่อน แล้วตัวเองก็เดินไปหว่านเสน่ห์แสงฉานที่เคาน์เตอร์ มองเขาตาเป็นประกายวิบวับชมว่าอาหารอร่อย แสงฉานขอบคุณอย่างระมัดระวังท่าที บุษบาบัณชมว่าติดใจอาหารร้านนี้เสียแล้ว อ่อยว่า

“ต่อไปบุษคงต้องมาที่นี่บ่อยๆ ร้านคุณแสงคงต้อง ‘เป็นร้านประจำของบุษ’ ซียูนะคะ” เธอยิ้มหวานให้ก่อนสะอิ้งกายไป แสงฉานมองอึ้ง คิดว่าขนาดเธอมากับแฟนแท้ๆ ยังทอดสะพานให้ขนาดนี้ เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมากกว่าน่าสนใจ

ooooooo

ที่บริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์ วันนี้เวศม์อารมณ์เสียมาก ดุด่าพนักงานคนหนึ่งจนพนักงานอื่นพากันเงียบกริบ

“ผมไม่ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อทำลายบริษัทคนไทยด้วยกัน” ลูกน้องชี้แจงว่าแต่เราก็ได้กำไรมหาศาล “เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เราต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ถึงทำงานกับเงิน แต่เงินซื้อจิตวิญญาณความถูกต้องไม่ได้ ผมไล่คุณออก”

อุรวสาเข้ามาเห็นเวศม์กำลังดุด่าลูกน้องพอดี เขาหันไปมองเธออย่างรู้สึกผิดมาก ชี้แจงกับเธอว่า

“ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าลูกน้องรับเป็นนายหน้าให้กองทุนต่างชาติเพื่อไล่ทุบหุ้นบริษัทพ่อของวสา ผมเสียใจมาก”

“วสาเชื่อค่ะว่าคุณไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกัน” เวศม์ถามว่าคุณพ่อเธอเป็นอย่างไรบ้าง “คุณพ่อไม่เคยเอาปัญหาเรื่องงานกลับมาบ้าน แต่วสาคิดว่าคุณพ่อคงโกรธคุณมากแน่ๆ”

“ผมอยากไปขอโทษ” เวศม์เสนอ อุรวสาไม่แน่ใจว่าเขาไปขอโทษแล้วสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็พาไปที่บริษัทอัษฎา เขากำลังเครียดบอกสมศักดิ์ว่าราคาหุ้นตกธนาคารแจ้งว่าขอทบทวนเงินกู้อีกครั้ง จึงต้องระงับโครงการใหม่ไปก่อน โครงการที่เริ่มไปแล้วให้ทำต่อส่วนที่ยังไม่ได้เริ่มให้ระงับทั้งหมดจนกว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องเหมือนเดิม สมศักดิ์เห็นเพื่อนเครียด พูดให้กำลังใจว่า

“ทำใจให้สบาย ภิสิตกำลังมา บางทีคอนเน็กชั่นส่วนตัวระหว่างภิสิตกับแบงก์ต่างชาติ อาจจะช่วยอะไรเราได้บ้าง” แต่ก่อนจะพบภิสิต อุรวสาก็พาเวศม์ถือกระเช้าดอกไม้สีขาวมาเพื่อขอโทษ อัษฎาเห็นหน้าเวศม์ก็ชักสีหน้าใส่ทันที

“มาทำไม!”

“ผมเสียใจ”

“เสียใจที่ฟันกำไรไม่สะใจเหรอ!”

“ลูกน้องผมทำไปโดยพลการ แต่ผมไล่ลูกน้องคนนั้นออกไปแล้ว มีทางอะไรที่ผมจะช่วยได้ไหมครับ”

“ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นดี แกมันพ่อมดการเงินไม่มีจรรยาบรรณ คอยดูนะ วันนึงกรรมจะตามสนอง!” อัษฎาลุกไปจ้องหน้าเวศม์ด่า “ไอ้ชั่ว! ออกไปก่อนที่ฉันจะทนไม่ได้ ออกไปจากบริษัทฉัน แกกำลังทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันสร้าง อย่ามาเหยียบที่นี่อีก!”

แม้อุรวสากับอินทุอรจะเห็นใจเวศม์ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร เวศม์เดินคอตกออกไปโดยอัษฎาไม่แม้แต่จะมอง!

เวศม์เดินออกไปแล้ว นึกถึงวันที่อันตราลุยไปต่อยหน้าตนถึงบริษัท พึมพำกับตัวเองอย่างสมเพช ขณะเข้าลิฟต์ว่า

“โดนต่อยยังน้อยไป”

แต่พอออกจากลิฟต์ เวศม์เจอภิสิตเขายกมือไหว้ทักทาย ถูกภิสิตมองอย่างไม่พอใจเตือนว่า “คุณไม่ควรมาที่นี่”

“ผมอยากมาอธิบายให้คุณอัษฎาเข้าใจ”

“ไม่เข้าใจหรอก คุณทำกับพี่อัษไว้เยอะ ทั้งเรื่องงานเรื่องหนูอิน คุณพาหนูอินออกไปดึกดื่นค่อนคืน ไม่เห็นใจพี่อัษ ไม่เห็นใจคนที่เป็นห่วงหนูอินเลย”

“ดูอาสิตเป็นห่วงหนูอินมาก”

“หนูอินบอบบางเกินกว่าจะถูกหลอกลวง เลิกยุ่งกับหนูอินเสียเถอะ ผมขอร้อง ผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญกับผม ถ้าคุณทำให้เธอเสียใจ ผมจะไม่มีวันให้อภัยคุณเลย”

อุรวสาที่ตามเวศม์ลงมาได้ยินที่ภิสิตพูด พอภิสิตหันมาเห็น เธอทำหน้าไม่ถูกเลยยิ้มๆให้ภิสิตบอกอุรวสาว่า

“บอกเพื่อนเราให้กลับไปเสีย” แล้วเข้าลิฟต์ไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้เผยความในใจที่มีต่ออินทุอรออกไป อุรวสามองตามภิสิตไปอย่างครุ่นคิด

ooooooo

อุรวสากับอินทุอรที่เข้าใจเวศม์ จึงช่วยกันชี้แจงให้บราลีกับอันตราฟัง

แต่พออุรวสาบอกว่าเวศม์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องทุบหุ้นบริษัทพ่อเลย ก็ถูกอันตราหาว่าแก้ตัวแทนเพื่อน อินทุอรบอกว่าเรื่องนี้เวศม์เสียใจมากจริงๆ ตนเห็นแล้วสงสาร ก็ถูกอันตราชี้ว่า หนูอินใจอ่อนไอ้กะจั๊วนั่นถึงจีบ หลอกง่าย

“แต่การที่เขารู้สึกผิดทั้งที่ได้กำไรมากมาย กล้าที่จะมาสารภาพผิดกับคุณพ่อ ผู้ชายคนนี้ใจไม่ธรรมดานะ” บราลีชี้ อันตราถามว่าคุณแม่เชื่อหมอนั่นหรือ “แม่เชื่อคุณวสา คุณวสาไม่เคยแก้ตัวแทนใคร”

“แต่อันไม่เชื่อ” อันตรายืนกราน ทั้งแม่และพี่น้องมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ

แต่พออยู่คนเดียวในห้องนอน อันตราคิดถึงคำพูดของคุณแม่เมื่อครู่แล้วก็ถอนใจ สับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

อุรวสาเป็นพี่สาวที่รักและปกป้องน้องตลอดเวลา วันนี้สังเกตภิสิตรู้สึกเขามีท่าทีสนใจอินทุอรเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าเวลาพูดคุยกับอินทุอรก็กรุ้มกริ่ม อุรวสาเรียกประชุมน้องๆที่โรงรถเก่าอันเป็นที่ที่ทุกคนคุ้นเคยแต่เด็ก

“สนธิสัญญาระหว่างพี่น้อง ถ้ามีเรื่องสำคัญกับชีวิต เราจะปรึกษากันในทุกกรณี” อุรวสายืนกอดอกพูดอย่างเป็นการเป็นงานหน้าตาเคร่งเครียด แล้วถามอินทุอร “หนูอิน รู้เรื่องอาสิตไหม”

อินทุอรถามว่าเรื่องอะไร อุรวสาพูดตรงเผงว่า “ก็เรื่องที่อาสิตชอบหนูอินไง” อันตราตกใจร้องหา! จนอุรวสาต้องบอกให้เบาๆ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ได้ยินจะเป็นเรื่อง แล้วหันไปถามอินทุอรต่อ “ว่ายังไง หนูอินรู้ไหม อาสิตคิดยังไงกับเธอ”

อินทุอรนิ่งไปจนอุรวสาถามว่าทำไมนิ่งผิดปกติ เธอจึงยอมรับว่ารู้มาสักพักแล้ว จนวางตัวไม่ถูก ลำบากใจมาก อุรวสาบอกว่าตนจะไปเคลียร์กับภิสิตเอง อินทุอรรีบห้ามกลัวจะเสียอาที่แสนดีไป อันตราติงว่าเขาคิดอย่างอากับเราเสียที่ไหน

อันตรากับอินทุอรโต้แย้งกัน อุรวสาบอกให้หยุดไม่ต้องเถียงกันแล้ว บอกน้องๆว่า

“นี่เป็นเรื่องใหญ่ แต่เราบอกคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เพราะพวกท่านต้องโกรธอาสิตมาก รับปากพี่อย่าให้คุณพ่อคุณแม่รู้”

อันตราจำต้องรับปาก อินทุอรถามอุรวสาว่าเราจะทำยังไงดี อุรวสาคิดหาทางแก้ปัญหาอย่างละมุนละม่อม เมื่อกลับไปเล่าให้แสงฉานฟัง แสงฉานเห็นว่าไม่แปลกเพราะหนูอินเป็นคนเรียบร้อยเหมาะเป็นภรรยาทูต อุรวสา

บอกว่าตนไม่มายด์ว่าน้องจะคบคนอายุมากกว่าแต่ภิสิตมีเมียแล้ว น้องตนต้องเป็นที่หนึ่งไม่ใช่เป็นกิ๊กสามีชาวบ้าน ซึ่งแสงฉานก็เข้าใจ

ทั้งสองคุยกันเรื่องน้องได้และเข้าใจกัน แต่พอคุยกันถึงเรื่องที่ร้านอาหาร แสงฉานก็อึกอักตอบแต่เพียงว่าเรื่อยๆ อุรวสาถามว่าขายดีหรือไม่ดี แสงฉานก็ตอบเลี่ยงๆว่า

“แหม...ก็ร้านเพิ่งเปิด จะให้คนแน่นร้านมันเป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะ” พูดแล้วก็นอนหันหลังให้คิดเครียดอยู่คนเดียว

แม้อุรวสาจะเป็นห่วง แต่เมื่อแสงฉานไม่อยากพูดจึงไม่เซ้าซี้

ooooooo

บุษบาบัณไปที่ร้านแสงฉานอีกหมายจับมาเป็นคู่ควงให้ได้ แต่แสงฉานมองเธอเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งเท่านั้น ยิ่งทำให้เธออยากเอาชนะ ทั้งอ่อยทั้งยั่วสารพัดมารยางัดมารุก

ภิสิตที่นัดกับอุรวสามาพบกันที่นี่ มาเห็นพฤติกรรมของบุษบาบัณก็รับไม่ได้ ตำหนิว่านั่นเป็นสามีของหลาน เธอจะมั่วกับผู้ชายคนไหนก็ได้ แต่ไม่ยอมให้มายุ่งกับคนของหลานสาวตน อุรวสาเข้ามาเห็นทั้งสองตึงเครียดกันอยู่ก็นึกรู้ว่ามีปัญหากัน เธอทักตามมารยาทว่า

“วสาไม่รู้ว่าอาสิตจะพาอาบุษมาด้วย”

“อาสิตไม่ได้พามา แต่อามาเอง เพราะติดใจรสชาติ อาหารของสามีคุณวสาจ้ะ อาไปนะจ๊ะ”

เมื่อบุษบาบัณไปแล้ว ภิสิตถามอุรวสาว่านัดพบกันมีเรื่องอะไรจะคุยหรือ

“ไม่อ้อมค้อมนะคะ วสารู้แล้วว่าอาสิตคิดยังไงกับหนูอิน” ภิสิตตั้งตัวไม่ทันหลบตาอุรวสาอย่างละอายใจ “วสาเป็นพี่คนโตมีหน้าที่ต้องปกป้องไม่ให้น้องสาวมีชีวิตด่างพร้อย เลิกคิดแบบนั้นกับหนูอินเถอะนะคะเพราะถ้าอาสิตไม่เลิก วสาอาจจะต้องบอกความจริงกับคุณพ่อ”

ภิสิตชี้แจงว่าตนกับบุษบาบัณกำลังจะหย่ากัน อุรวสาบอกว่านั่นเป็นปัญหาส่วนตัวของเขา แต่ตราบใดที่ยังไม่หย่า เขาก็ยังมีพันธะและย่อมไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น

ด้วยท่าทีที่เข้มงวดและพูดด้วยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ภิสิตขอโทษอย่างรู้สึกผิด อุรวสาก็ขอโทษถ้าตนพูดแรงไป

“อาต่างหากที่ต้องขอโทษ อาควรห้ามใจตัวเองให้มากกว่านี้” แม้ภิสิตจะพูดและรู้สึกผิด แต่เขาก็รักอินทุอรมากจนยากที่จะหักห้ามใจตัวเองได้แล้ว

ooooooo

อันตรายังผูกใจเจ็บว่าเวศม์ทุบหุ้นบริษัทของคุณพ่อจนย่ำแย่ เมื่อเขามาเข้าฟิตเนส เธอด่าเขาว่าไอ้คนขายชาติ

“อื้อหือ...เล่นข้อหาแรงนะเนี่ย ไปชกมวยกันเถอะ ออกกำลังกายหนักๆ จะได้หายโกรธไง นะ...สักยกสองยก”

มีหรือที่อันตราจะยอมให้ท้า เธอเตรียมชกทันที ชกกันอย่างไม่มีเวที ไม่สวมนวม ไม่สวมรองเท้า ประกาศต่อหน้าเวศม์และคนเชียร์ว่า

“แมตช์นี้ ไม่มีกติกา จะชกมวยวัด มวยข้างถนน หรือมวยไทย ทำยังไงก็ได้ให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้”

เวศม์บอกว่าบังเอิญตนสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นเสียด้วย อันตราเล่นทีเผลอ เตะเจาะยาง เตะขาพับเวศม์ป้าบๆๆๆ จนเวศม์ร้องลั่นว่าให้ตั้งตัวก่อนสิ อันตราย้ำว่า บอกแล้วไงว่าไม่มีกติกา!

เวศม์อาศัยความเหนือกว่าทั้งสูงทั้งกำลัง หลอกล่ออันตราอย่างสนุกสนาน พอเข้าคลุกวงในเวศม์ชกไปพูดไปว่า

“มวยไทย เวลาถูกคลุกวงใน ต้องกอดคู่ต่อสู้” อันตราพูดตามหลักว่า กอดแล้วทุ่ม เวศม์บอกว่า “กติกาใหม่ กอดแล้วจูบ” เวศม์ทำปากยื่นปากยาวจะจูบ

“เมียนายมา!” อันตราร้องบอก พอเวศม์หันมองเธอถีบเขาออกจากตัว บอกว่า “คู่ชกตัวจริงมาแล้ว เชิญคลุกวงในกันตามสบาย” พูดแล้วเดินออกไปเลย กองเชียร์ส่งเสียงกันสนุกสนาน

ศศิพิมลมาจริงๆ เวศม์มองเธออย่างเบื่อหน่ายที่ตามตอแยไม่เลิก

ooooooo

ทั้งสองไปคุยกันที่ลานอเนกประสงค์ ศศิพิมลร้องไห้ตั้งแต่มาถึง พอไปนั่งก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่ร้องไห้

“พี่ศิครับ น้ำตาพี่อาจจะทำให้ผมสงสาร แต่มันก็แค่ ‘ความสงสาร’ นะครับ เรื่องระหว่างเรามันจบไปแล้ว ไม่มีวันเหมือนเดิมหรอกครับ”

“เวศม์รักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าพี่” ศศิพิมลตัดพ้อ พอดีอันตราเดินกลับมาถามว่ายังเคลียร์กันไม่จบอีกหรือ เดี๋ยวเขาจะใช้ลานตรงนี้ทำกิจกรรมกันแล้ว ศศิพิมลหันมาต่อว่าอันตราว่า “คุณอันตรา คุณใจดำมาก คุณทำร้ายผู้หญิงด้วยกัน ฉันกับเวศม์เรารักกัน เลิกยุ่งกับคนรักของฉันเสีย”

“โธ่เอ๊ย...นายเวศม์ชอบฉันเสียที่ไหน เขาชอบน้องสาวฉันต่างหาก” เวศม์รีบผสมโรงว่าใช่ ตนจีบน้องสาวของอันตราอยู่ อันตราได้ทีปรามศศิพิมลว่า

“เตือนไว้ก่อน คุณไประรานหนูอินล่ะก็” เธอชูกำปั้นจ้องเหี้ยมจนศศิพิมลกลัว

เวศม์อมยิ้มกับบทโหดของอันตรา ศศิพิมลสับสนว่าตกลงเวศม์จีบใครกันแน่

ความสับสนเสียใจ ศศิพิมลไปดื่มกับบุษบาบัณในผับ เธอถูกมอมจนเมา มารู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองนอนเปลือยอยู่บนเตียง ร้ายกว่านั้นคือมีหนุ่มแปลกหน้ามานอนอยู่ด้วย ศศิพิมลลุกพรวดถามว่า “คุณเป็นใคร!”

“เมาจนจำไม่ได้เลยเหรอ พวกคุณชวนผมมาต่อที่บ้าน นี่คุณบุษกับเพื่อนผมอยู่อีกห้อง” แล้วดึงศศิพิมลไปกอดชวนต่อกันอีก

ศศิพิมลไล่หนุ่มคนนั้นให้ออกไป ตัวเองรีบไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่จะกลับบ้าน เธอเดินปาดน้ำตามาที่รถ เสียใจกับการกระทำชั่ววูบเพราะความเมาของตัวเอง

เธอขับรถพุ่งออกไปอย่างอยากจะหนีให้พ้นจากสถานที่นี้ให้เร็วที่สุด

พอกลับถึงบ้าน ก็ถูกพงษ์ชัยตวาดถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ทั้งยังเหม็นกลิ่นเหล้าหึ่งอีก ศศิพิมลยังเสียใจอารมณ์ค้างอยู่ ถามว่าตนจะไปไหนสนใจด้วยหรือ

“ไม่สน...แต่สมเพช” พงษ์ชัยชี้หน้าอย่างชิงชัง “จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้จับได้นะว่าเล่นชู้” ศศิพิมลย้อนว่าทำอย่างกับตัวเองไม่ทำ “อย่าหือ! แค่เมาซมซานกลับบ้านแบบนี้ก็ทุเรศเกินทนแล้ว”

ศศิพิมลโต้ว่าตัวเองก็เมากลับมาให้ตนเช็ดอ้วกให้ เลยถูกตบฉาดใหญ่ปรามว่าอย่ายอกย้อน ศศิพิมลท้าให้ตบอีก จับมือเขามาตบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกลึกๆ ที่ตัวเองไปทำผิดมา พงษ์ชัยผลักเธอกระเด็น ตวาด

“บ้าไปแล้วรึไง!”

ศศิพิมลร้องไห้ที่ตัวเองทำผิดซ้ำซาก เพราะไม่เพียงทำเรื่องอัปยศแต่ยังเหมือนทรยศต่อความรักต่อเวศม์ด้วย

ooooooo

วันนี้พงษ์ชัยไปที่ร้านอาหารของแสงฉานเพื่อประเมินคู่แข่ง เขาทำเป็นชมว่าร้านเล็กกะทัดรัดดี จะได้เทกแคร์ลูกค้าได้ทั่วถึง

ในขณะที่พงษ์ชัยชมประชดนั้น อนุวัติก็พูดดูถูกว่ามีแค่ลูกค้าคนเดียว อาหารนิดเดียวไม่น่าสนใจ พงษ์ชัยทำเป็นตำหนิอนุวัติไล่ให้ไปรอที่รถ

“ขอโทษแทนลูกน้องด้วย อนุวัติชอบอาหารไทย ร้านคุณมีแต่อาหารฝรั่ง ขอมาอุดหนุนวันหลังนะครับ”

พงษ์ชัยกลับไปอย่างสะใจเมื่อรู้ฐานะของแสงฉานที่ไม่มีวันเทียบตนได้เลย แม้แสงฉานจะยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าแต่เขาดูเจตนาออก ส่ายหน้าให้กับคนปากอย่าง ใจอย่าง คิดในใจว่าคนแบบนี้คบไม่ได้

เมื่อรู้ฐานะของแสงฉานแล้ว พงษ์ชัยนัดพบอุรวสาโดยเอางานบังหน้า แต่อุรวสาอ่านเจตนาออกรู้ทัน บอกพงษ์ชัยว่าตอนนี้ตนกำลังทำโปรเจกต์ใหม่ยุ่งมากแล้วจะให้ลูกน้องโทร.หาเขา พงษ์ชัยขอบคุณแต่พอวางสายก็พูดกับอนุวัติว่า

“ไม่อยากคุยกับฉัน ฮึ! คิดเหรอว่าจะหนีพ้น บริษัทอัษฎาก็กำลังมีปัญหา อาจจะทำให้ฉันฮุบบริษัทง่ายขึ้น หึๆ ได้ทั้งเมียได้ทั้งบริษัทพ่อตา” พงษ์ชัยหัวเราะเจ้าเล่ห์

ooooooo

เวศม์ตามง้ออันตราที่คิดว่าเขาจีบอินทุอร เธอหนีไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ เวศม์ก็โดดซ้อนท้ายแบบไปไหนไปด้วย อันตราเลยแกล้งออกรถอย่างแรงจนเวศม์หงายเกือบตกรถ

อุรวสาที่จะมารับอันตราเห็นเวศม์ซ้อนท้ายรถน้องไปก็เอะใจ ขับรถตามไป แต่พอถึงทางที่มีหลายแยก ก็พลัดกัน อุรวสายิ่งเป็นห่วงน้อง

อันตราขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านหลังหนึ่ง เวศม์สงสัยว่าอันตรามาทำอะไร อันตราบอกว่าตนมาตามเมียน้อยเสี่ย เวศม์เห็นเธอทำงานแล้วบอกว่าสนุกดี ดังนั้นพอเห็นอันตราปีนรั้วเข้าไปที่บ้านจึงปีนตามเข้าไปด้วย แต่พอไปแอบดูที่หน้าต่างกลายเป็นเห็นเสี่ยกับลูกน้องสองคนกำลังแกะห่อยาเม็ดสีส้มๆกันอยู่

“ยาบ้า!” อันตราตกใจอุทานออกมา พวกในบ้านได้ยินหันมอง เวศม์บอกอันตราหนีเร็ว แต่ความตื่นเต้นเลยวิ่งแยกกันไปคนละทาง เวศม์จึงต้องวิ่งตามเธอไปด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าอันตราวิ่งไปทางหน้าบ้านแต่รถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ข้างบ้าน ทั้งสองจึงต้องวิ่งหนีลูกน้องเสี่ยที่ถือปืนไล่ตามมา

โชคดีที่อุรวสายังขับรถวนหาอันตรามาเจอ เธอเห็นทั้งสองวิ่งหน้าตั้งมาก็รู้ว่าต้องมีเหตุการณ์ไม่ปกติ แฉลบเข้าไปเรียกให้รีบขึ้นรถ พอทั้งสองขึ้นรถ อุรวสาก็ตะบึงเลี้ยวหนีคนร้ายที่ถือปืนไล่ตามมาจนหลุดจากมันไปได้

เวศม์โทร.แจ้งตำรวจให้ไปจับยาบ้าที่บ้านหลังนั้น อุรวสาบอกว่าเราต้องกลับไปเอามอเตอร์ไซค์เพราะมันสามารถสืบหาเจ้าของรถจากทะเบียนได้ อันตราบอกว่านั่นเป็นทะเบียนปลอมตนใช้สำหรับสะกดรอยเป้าหมาย

เวศม์บอกอันตราให้เลิกเป็นนักสืบเพราะอันตราย ถูกเธอขัดคอว่าไหนตอนแรกบอกว่าสนุกดี

“ตอนนี้เป็นห่วงแล้ว”

“ชีวิตฉัน นายไม่เกี่ยว” อันตรานึกได้งอนขึ้นมาอีก

อุรวสาเห็นอากัปกิริยาของทั้งคู่ดูออกว่าเวศม์ชอบอันตรา ตำหนิเวศม์ว่าจับปลาสองมือ ประกาศเลิกเป็นเพื่อนกัน เวศม์ชี้แจงว่าตนไม่ได้จับปลาสองมือ ตนไม่ได้ชอบหนูอิน วันนั้นอุรวสาทึกทักเอาเองต่างหาก แต่พอเธอถามว่าแล้ววันนั้นทำไมไม่ปฏิเสธ เวศม์ก็อึกอัก อุรวสายิ้มขำอาการตื่นของเพื่อน หันมองอันตราที่นั่งอยู่ในรถยิ้มล้อๆ เวศม์ถูกจับไต๋ได้ก็โวย

“เฮ้ย...นั่นยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่ ผู้หญิงอะไรเอะอะท้าตีท้าต่อย กลับนะวสา” ว่าแล้วรีบเดินหนีไปเลย

ooooooo

กว่าอุรวสาจะพาอันตรากลับถึงบ้านก็ตีหนึ่งแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ยังรออยู่ด้วยความเป็นห่วง เธอขอโทษ ปดว่าพาน้องไปกินโจ๊กโต้รุ่ง บอกคุณพ่อคุณแม่ให้รีบขึ้นนอนเพราะดึกมากแล้ว

อันตราขอบคุณพี่สาวที่ช่วยปกปิดคุณพ่อคุณแม่ให้ อุรวสายื่นคำขาดให้อันตราเลิกอาชีพนักสืบเสียเพราะอันตราย ขู่ว่าถ้าไม่เลิกจะบอกคุณพ่อ ถามน้องว่าไปหว่านเสน่ห์ท่าไหนเวศม์ถึงได้หลงเสียขนาดนั้น อันตราบอกว่าเวศม์ชอบหนูอินต่างหาก

“นี่...เราไม่รู้จริงๆหรือว่าความจริงเวศม์ชอบใคร” อุรวสามองน้องสาวอย่างเอ็นดูที่ดีแต่ห้าวไม่ประสีประสาเรื่องความรักเอาเสียเลย

พอเข้าห้องนอน อันตราคิดถึงคำพูดของอุรวสาแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “นายเวศม์เนี่ยนะชอบเรา?” คิดแล้วทำหน้ายุ่งไม่อยากเชื่อ แต่ลึกๆแล้วก็แอบลุ้น

ooooooo

วันนี้อินทุอรต้องเผชิญปัญหาหนัก เมื่ออัษฎาเข้าไปหาเอกสารในห้องเธอแล้วเจอจดหมายตอบรับจากสถาบันบัลเล่ต์ที่อเมริกา อัษฎาทั้งเสียใจ น้อยใจและโกรธที่ลูกปิดบังตน ถามว่าแอบไปสอบตั้งแต่เมื่อไรทำไมไม่บอกพ่อ

บราลีเห็นสามีโกรธลูกมากก็ออกรับแทนว่า “ฉันพาลูกไปเองค่ะ” แล้วถามอัษฎาว่าจำทริปที่ตนพาหนูอินไปอเมริกาสองคนได้ไหม พออัษฎาพยักหน้าว่าจำได้ บราลีเล่าว่า “นั่นแหละค่ะ ฉันโกหกคุณ ฉันไม่ได้ไปหาเพื่อน ฉันพาหนูอินไปทดสอบที่สถาบันบัลเล่ต์...อัษคะ ให้หนูอินไปเรียนเถอะค่ะ มันเป็นความฝันของลูก หนูอินโตแล้ว ดูแลตัวเองได้ คุณคิดถึงก็บินไปเยี่ยมลูกบ่อยๆ”

“หนูอินอยากไปมากเหรอลูก” อัษฎามองหน้าอินทุอรถามเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจ

“พ่อแม่ก็เหมือนเรือ เราพายเรือให้ลูกนั่งมานาน จนเรือของเราเก่าใกล้ผุพัง เราต้องส่งลูกขึ้นเรือลำใหม่ เรือลำที่ลูกเลือกเอง” บราลีเปรียบให้ฟัง อัษฎาฟังแล้วยิ่งเจ็บปวด พูดเหมือนตัดพ้อว่า

“ใช่...เรือของพ่อมันเก่าแล้ว มันใกล้ผุพังเต็มที ลูกๆถึงสละเรือไปกันหมด” พูดแล้วเดินจากไปช้าๆ อินทุอรเจ็บปวดกับคำพูดของพ่อ พออัษฎาเดินพ้นไปเท่านั้นเธอก็ร้องไห้โฮออกมาด้วยความสะเทือนใจ จนบราลีต้องกอดปลอบใจ

แม้พี่ๆจะแสดงความยินดีกับอินทุอรที่จะได้ไปเรียนบัลเล่ต์ที่อเมริกา แต่อินทุอรตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปเพราะไม่อยากหักหาญน้ำใจพ่อ อุรวสาเสนอให้อันตราไปช่วยคุยกับคุณพ่อเพราะเป็นคนโปรด

“พี่อันอย่าทำให้คุณพ่อโกรธอีกคนเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่พยายามช่วยอิน” อินทุอรเดินออกไปเศร้าๆ ยิ่งเมื่อไปนั่งที่เต็นท์ในโรงรถ สถานที่ที่คุณพ่อสร้างขึ้นเพื่อลูกๆ และลูกทุกคนก็มีความสุขเมื่อมาเล่นกันในนี้ เธอก็ยิ่งคิดมาก

เธอจำได้ว่า วันหนึ่งอัษฎาซื้อตุ๊กตาบลายธ์มาฝาก เธอดีใจมากบอกว่ารักคุณพ่อที่สุดเลย วันนั้นคุณพ่อหยอกว่าอีกหน่อยโตขึ้นหนูอินก็ไม่รักพ่อ

“อินรักคุณพ่อ อินจะอยู่กับคุณพ่อคนเดียว”

“เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะลูกนะ” อัษฎากอดลูกสาวคนเล็กไว้อย่างรักและหวงแหน

อินทุอรคิดถึงสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพ่อแล้วก็ยิ่งเศร้ารู้สึกผิดต่อพ่อและสิ้นหวังกับความเป็นนักบัลเล่ต์ของตัวเอง

ooooooo

อันตราโทรศัพท์ชวนคุณพ่อไปตีแบดกัน หมายจะช่วยพูดเรื่องให้หนูอินไปเรียนบัลเล่ต์ สองพ่อลูกตีแบดกันอย่างสนุกสนาน แต่จู่ๆ อัษฎาก็ปวดหลังขึ้นกะทันหันและรุนแรง

อันตราเลิกเล่นทันที ชวนคุณพ่อไปกินข้าวกันที่ร้านปิ้งย่าง แต่อัษฎากินไม่ค่อยลง อันตราบริการปิ้งย่างให้คุณพ่อ จนอัษฎาสงสัยถามว่า “ชวนมาตีแบด แล้วบอกจะเลี้ยงข้าวพ่ออีก จะเอาอะไร? มอเตอร์ไซค์คันใหม่? รถสปอร์ต?” อันตราส่ายหน้าดิก เริ่มเครียดเมื่อต้องพูดเรื่องที่รับปากน้องไว้ เกรงพูดไปแล้วคุณพ่อจะโกรธ แต่เมื่อรับปากน้องแล้วก็ต้องพูด

“อัน...อันขอให้น้องค่ะ อันอยากให้หนูอินได้เดินตามความฝันตัวเอง เป็นนักบัลเล่ต์” อัษฎาเริ่มขรึม อันตราแข็งใจพูดต่อ “หนูอินเป็นเด็กดี ไม่เคยทำให้คุณพ่อ คุณแม่เป็นห่วง เด็กอะไร...เรียนจนจบมหาวิทยาลัยแล้วยังไม่เคยมีแฟนกับเขาสักคน อันมั่นใจ น้องไปเรียนที่นู่นน้องต้องมุ่งมั่นอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องอื่นค่ะ”

“กินสิลูก ชิ้นนี้จะไหม้แล้ว” อัษฎาเปลี่ยนเรื่องเอาเฉยๆ ทำให้อันตราไม่กล้ารบเร้า บรรยากาศการกินปิ้งย่างกร่อยอึมครึมไปด้วย...

อินทุอรรอฟังผลการคุยของอันตราอยู่ พอรู้ว่าไม่สำเร็จก็สะเทือนใจจนน้ำตาร่วง อันตรากอดปลอบสงสารน้องมาก

กลับบ้านแล้วอัษฎายังปวดหลังรุนแรงจนทรุดในห้องน้ำ เมื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าพบชิ้นเนื้องอกบริเวณต่อมหมวกไต น่าจะเป็นเหตุทำให้ปวดหลังรุนแรง หมอจะนัดเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โดยละเอียดอีกที อัษฎากังวลไม่น้อย

ooooooo

พงษ์ชัยยังวางแผนรุกอุรวสาต่อไป แต่เมื่ออุรวสาระวังตัวพยายามหลีกเลี่ยงที่จะติดต่อกับเขาโดยตรง พงษ์ชัยจึงหาทางทำให้อุรวสากับแสงฉานแตกแยกกันโดยใช้ร้านอาหารที่เป็นรอยร้าวของทั้งสองเป็นเครื่องมือ

วันต่อมา มีหนุ่ม 4 คนมาเข้าร้าน สองคนแต่งตัวภูมิฐานคุยกันเงียบๆ อีกสองคนมาแบบนักเลงนั่งคุยกันลั่นร้าน หนุ่มแต่งตัวดีขอให้คุยกันเบาหน่อยก็เลยกลายเป็นชนวน ถูกหนุ่มนักเลงหาเรื่องจนทะเลาะต่อยตีกัน ข้าวของในร้านพัง ที่รุนแรงคือกระจกกั้นร้าน ถูกเก้าอี้เขวี้ยงใส่แตกทั้งบาน!

ตีกันจนร้านพังยับเยินแล้วก็พากันหนีไป แสงฉานให้เด็กจดทะเบียนรถก็จดไม่ทัน

ที่แท้ทั้งสี่เป็นคนที่พงษ์ชัยจ้างไปก่อกวน เพื่อทำให้อุรวสากับแสงฉานแตกร้าวกันยิ่งขึ้น ซึ่งก็ได้ผล เมื่ออุรวสาเสนอว่าถ้าซ่อมทั้งหมดนี้ต้องลงทุนอีกเยอะ เสนอให้ไปหาทำเลใหม่ร้านใหญ่กว่านี้ แสงฉานบอกว่าตนโทร.ให้ช่างมาซ่อมกระจกแล้ว ช่างจะมาวันมะรืนนี้

“มามะรืน วันนั้นทั้งวันก็ต้องติดกระจก รวมเป็นต้องปิดร้านสองวันเต็มๆ เสียรายได้ไปอีกเท่าไหร่”

“ก็ถือว่าหยุดยาวก็แล้วกัน ให้ลูกน้องพัก” แสงฉานพยายามระงับอารมณ์ อุรวสารับไม่ได้มองว่าแสงฉานไม่เข้าใจวิธีการทำธุรกิจ แสงฉานเงียบเพราะเบื่อที่จะโต้แย้ง เบื่อที่อุรวสาไม่เข้าใจเสียทีว่าตนไม่ได้อยากเป็นนักธุรกิจแต่อยากเป็นเชฟ

ooooooo

ป้าอัปสรนัดภิสิตให้มาพิพิธภัณฑ์เพลงที่บ้านเพราะนัดอินทุอรให้มาเป็นวิทยากรนำชม แต่พอภิสิตมา ป้าอัปสรบอกว่าหนูอินไม่มา โทร.มาบอกว่าวันนี้ไม่สะดวก

ภิสิตหงอยไปถนัด ป้าๆวางแผนจะช่วย ป้าอัปสรบอกภิสิตว่าจะคุยกับบุษบาบัณเอง ถ้าไม่ยอมหย่าก็จะแฉให้หมดเปลือก ภิสิตขอร้องว่า “เรื่องบุษ...ผมขอจัดการเอง”

เขาตัดสินใจไปสำนักทนายความให้ช่วยฟ้องหย่า ไม่กี่วันต่อมา บุษบาบัณก็ได้รับเอกสารจากสำนักทนายความ เปิดดูเห็นเป็นหนังสือฟ้องหย่าจากภิสิต บุษบาบัณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ฉีกจดหมายทิ้งทันที

ถึงวันนัดเจรจากัน บุษบาบัณไม่มา ภิสิตโทร.ไปบอกว่า ตนจะให้ทนายความนัดใหม่ บุษบาบัณโกรธจัดตวาดว่า

“คุณกล้ามากที่ให้ทนายส่งหนังสือฟ้องหย่ามา” ภิสิตบอกว่าตนไม่มีทางเลือก “บุษก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน วันนี้บุษต้องมางานประมูลรูปเขียน คุณอัษฎากับคุณบราลีว่าที่พ่อตาแม่ยายของคุณก็มาด้วยนะคะ”

ภิสิตตกใจไม่รู้ว่าบุษบาบัณจะทำอะไร บุษบาบัณบอกว่า อัษฎาจะได้รู้ไงว่าน้องรักกับลูกสาวคนเล็กกำลังลอบเป็นชู้กัน สวมเขาให้ตน ภิสิตตกใจรีบโทร.ไปหาอัษฎาถามว่าไปงานประมูลรูปเขียนที่ไหน เพื่อจะไปสกัดบุษบาบัณ

เมื่อเจอกันในงาน บุษบาบัณชมกับบราลีว่าหนูอินสวยมาก มีลูกสาวสวยขนาดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องหวงน่าดู แล้วทำทีเตือนว่า อย่ามัวแต่ระวังหนุ่มไกลตัว ระวังคนใกล้ตัวไว้บ้าง พออัษฎาถามว่าหมายถึงใคร เธอก็เฉไฉไปว่าหมายถึงพนักงานในบริษัท เพราะได้ยินภิสิต

บอกว่าอินทุอรไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัท ย้ำกับอัษฎาว่า

“คนใกล้ตัวนี่แหละน่ากลัวที่สุด เชื่ออานะคะหนูอิน”

ภิสิตไปถึง เป็นเวลาที่บุษบาบัณประมูลรูปเขียนของบราลีได้ อัษฎาบอกบุษบาบัณว่าคนช่วยยกรูปมาแล้ว ภิสิตได้โอกาส ถามว่ารูปอยู่ไหน แล้วชวนบุษบาบัณกลับเลย บราลีติงว่าเพิ่งมาถึงจะรีบกลับทำไม

บุษบาบัณได้ทีบอกว่าภิสิตรีบกลับเพราะติดเด็ก อัษฎากับบราลีทำหน้าไม่ถูกเพราะเข้าใจว่า “เด็ก” ที่บุษบาบัณพูดถึงนั้นคือหญิงสาว บุษบาบัณหัวเราะบอกว่าเด็กที่ว่าคือเด็กเล็กๆ ลูกคนข้างบ้าน บราลีบอกว่าภิสิตรักเด็กก็น่าจะมีของตัวเองสักคน บุษบาบัณเกาะแขนภิสิตฉอเลาะว่า

“เราสองคนแพลนว่าปีนี้จะพยายามมีลูกให้ได้ค่ะ มีลูกของตัวเอง สิตจะได้ไม่ไปติดเด็กบ้านอื่น”

ภิสิตตีหน้าไม่ถูกรู้ว่าถูกเหน็บ ส่วนอัษฎากับบราลีก็ไม่เฉลียวใจเลยว่าบุษบาบัณมาเพื่อแกล้งอินทุอร

ภิสิตจับแขนบุษบาบัณพาไปคุยกันที่หน้างาน เขาบอกว่ารู้ว่าเธอกำลังพยายามทำอะไร สั่งห้ามยุ่งกับครอบครัวหนูอินเด็ดขาด

“ถ้าคุณฟ้องหย่าบุษ บุษก็จะฟ้องพ่อแม่นังหนูอินว่าเด็กนั่นแย่งสามีบุษ” เธอสะบัดมือจากภิสิต “ฉันไม่มีวันแพ้นังเด็กนั่นหรอก ถ้าฉันไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าใครจะมี”พูดแล้วเดินเชิดกลับเข้าไปในงาน

ขณะภิสิตยืนกลุ้มอยู่นั้น อัษฎาเดินปวดหลังออกมา ภิสิตถามว่าเป็นอะไร เขาบอกว่าไม่ค่อยสบาย วานบอก บราลีกับอินทุอรด้วยว่าตนมีงานด่วนต้องกลับออฟฟิศ ย้ำว่า “อย่าบอกล่ะว่าพี่ไม่สบาย”

ooooooo

วันนี้ ขณะเวศม์อยู่ที่ฟิตเนสของอันตราและกำลังหว่านล้อมให้เธอเลิกงานนักสืบและชวนไปทำงานกับตนนั้น ศศิพิมลก็โทร.เข้ามือถือ เวศม์เห็นแล้วกดทิ้ง เป็นอยู่อย่างนี้สองสามครั้ง

ศศิพิมลทนไม่ได้ลิ่วไปที่ฟิตเนสเป็นเวลาที่อันตรากำลังจะปิดร้านพอดี ศศิพิมลบอกว่าตนไปรอที่บ้านไม่เห็นเวศม์กลับจึงมาตามที่นี่ อันตราบอกว่าหมู่นี้เขาไม่ค่อยมาเป็นเจ้าของบริษัทเองงานคงยุ่ง

ศศิพิมลเพิ่งรู้ว่าเวศม์เปิดบริษัทหลักทรัพย์ น้อยใจที่เขาไม่บอก อันตราพูดอย่างเห็นใจและหวังดีว่า

“คุณเป็นคนสวย ยังหาผู้ชายได้อีกเยอะแยะ อย่าทุ่มเทความรักให้ผู้ชายที่ไม่เห็นค่าเราเลยค่ะ”

“ไม่ต้องมาสอน!” ศศิพิมลตวาด สะบัดพรืดออกไป เธอไปหาบุษบาบัณที่บ้าน คร่ำครวญเรื่องเวศม์ บุษบาบัณรำคาญจึงเอากระปุกยาคลายเครียดให้กินบอกว่าเม็ดเดียวก็หลับสบาย แล้วตัวเองก็ขึ้นห้องเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำหน้าแต่เช้า

ศศิพิมลนั่งดื่มคนเดียวจนเมา โทร.หาเวศม์ เขาเห็นเป็นเวลาตีสี่เลยตัดสายทิ้งแล้วหลับต่อ ศศิพิมลควานหากระปุกยาคลายเครียดเทใส่มือทีไรก็หล่นร่วงทุกที เลยยกกระปุกกรอกปากแล้วซดเหล้าตาม

รุ่งขึ้น บุษบาบัณมาเจอเธอโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่ามีคนกินยาตาย ทางโรงพยาบาลส่งรถมารับศศิพิมลไป พอดีหมออำพลอยู่ หมอสั่งให้เตรียมอุปกรณ์ล้างท้องทันที ไม่นานหมอออกมาบอกบุษบาบัณว่าคนไข้ปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่ฟื้นเนื่องจากระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงมาก หมอให้นอนโรงพยาบาลดูอาการสักคืน เพราะเหล้ามีส่วนทำให้น็อกยาด้วย

พอศศิพิมลฟื้นขึ้นมา เธอยืนยันว่าตนไม่ได้คิดฆ่าตัวตาย ยังไงตนก็ไม่คิดทำร้ายตัวเองแบบนั้น

หมออำพลโทร.บอกเวศม์ ไม่นานเขาก็มาอย่างตื่นตกใจ บอกศศิพิมลว่าอย่าคิดสั้นอีก ศศิพิมลก็พร่ำเพ้อแต่ว่าเวศม์ไม่รักตนแล้ว ตนจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม คร่ำครวญว่า “พี่ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”

“พี่ครับ อย่าทำแบบนี้อีก ถ้าพี่เป็นอะไรไป มันจะเป็นความผิดของผมไปตลอดชีวิต...” เวศม์ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดมาก

ศศิพิมลยิ้มที่มุมปากอย่างจับจุดได้ว่า ต้องทำอย่างไรจึงจะเรียกร้องความสนใจจากเวศม์ได้

ooooooo

สามใบไม่เถา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด