สมาชิก

สามใบไม่เถา

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: เรื่องราวของ 3 สาวพี่น้อง ต่างพ่อแม่ แต่อยู่ในครอบครัวเดียวกันใน "สามใบไม่เถา"

อัษฎาเห็นลูกบ้าของเวศม์ก็จะแก้เผ็ดให้ได้อายจนไม่กล้ามาอีก สั่งบราลีกับอันตราและอินทุอรปิดตา แล้วเรียกสมศักดิ์ให้มาช่วยกันจับเวศม์ถอดเสื้อเปลื้องผ้า

“อย่าครับพี่อัษ คุณศักดิ์” ภิสิตโผล่มาห้าม เห็นทั้งสองกำลังปล้ำเปลื้องผ้าเวศม์จนเหลือแต่บ็อกเซอร์แล้วจะลากออกไปประจาน ภิสิตขอร้อง “ปล่อยเขาเถอะครับพี่อัษ”

“มันไม่เลิกตอแยเจ้าอัน มันต้องโดนประจาน ศักดิ์...จับมันไปข้างล่าง” เวศม์ร้องลั่น ถูกอัษฎาเยาะเย้ยว่า “คนอย่างแก อายเป็นด้วยเหรอ!”

แต่พอประตูลิฟต์เปิดออก แสงฉานกับอุรวสาออกมาเห็นเวศม์ ทั้งสองอุทานพร้อมกัน

“เวศม์!!”

อัษฎากับสมศักดิ์แปลกใจที่แสงฉานกับอุรวสารู้จักไอ้แมงกะจั๊วนี่ด้วย?

เมื่อพากันกลับมาที่ห้องพักของอันตราแล้ว อุรวสากับแสงฉานช่วยกันเล่าว่า...

เวศม์เป็นเพื่อนกับทั้งสองคน เขาไปเรียนต่อปริญญาโทที่ซานฟรานจนได้ปริญญาโทสองใบ ระหว่างเรียนก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่คอฟฟี่ช็อป ขยันจนเจ้าของร้านให้เป็นผู้จัดการ แต่เวศม์ก็ไม่หยุดแค่นั้น เขาเตรียมจะย้ายไปอยู่นิวยอร์กเพราะโบรกเกอร์ที่นั่นเรียกไปทำงาน

แสงฉานกับอุรวสาต่างชื่นชมว่าเวศม์เป็นคนเก่งมาก อุรวสาเล่าว่าตอนอยู่ที่โน่นเวศม์ยังเอาเงินไปซื้อหุ้นทำกำไรให้ตนหมื่นกว่าเหรียญ

ฟังอุรวสากับแสงฉานเล่าแล้ว บราลีขอโทษเวศม์ที่ตนเข้าใจผิดเขา อินทุอรบอกว่าตนบอกแล้วว่าเขาเป็นคนดี

“ดีอะไร มีชู้ นอกใจเมีย” อันตราพูดอย่างชิงชัง

“พี่ศิไม่ใช่เมียผมครับ เรื่องราวระหว่างเรามันจบไปแล้วตั้งแต่ก่อนผมไปอเมริกาอีกนะครับ ความจริง...ควรจะบอกว่าผมไม่ดีพอสำหรับพี่ศิมากกว่า สำหรับผม ถ้าจบก็คือจบ ผมไม่มีใครในหัวใจแล้วจริงๆ” เวศม์มองไปทางอันตราเหมือนเคลียร์ตัวเองกับเธอ

แม้ใครๆจะเข้าใจเวศม์ดีขึ้น แต่อัษฎาก็ยังตะแบงจะให้เวศม์ผิดให้ได้ หาว่าถ้าเวศม์ไม่เข้ามาวุ่นวาย ลูกสาวตนก็จะไม่ต้องมานอนเดี้ยงอยู่อย่างนี้ แล้วไล่ไปให้พ้นอย่ามาให้เห็นหน้าอีก

“โอเคๆ ไปแล้วครับ ไป” เวศม์เห็นอารมณ์ของอัษฎาแล้วยอมถอยเพราะไม่อยากมีเรื่อง

แสงฉานออกไปส่ง เวศม์บ่นกับเขาว่าพ่อของอันตราเป็นอะไรเจอกันทีไรจัดหนักทุกที

“หวงลูกสาว ผมก็โดน” แสงฉานบอกแต่ยังไม่เล่าไว้ค่อยคุยกันวันหลังขืนเข้าไปช้าจะโดนจัดหนักอีกคน

เมื่ออันตรารู้เรื่องของเวศม์แล้ว เธอก็ปล่อยใจตัวเองที่คิดถึงเวศม์อย่างไม่ต้องรู้สึกผิดอีก

ooooooo

คืนนี้อินทุอรอยู่เป็นเพื่อนอันตราให้คุณพ่อกลับไปนอนบ้าน บราลียังติดค้างคาใจที่จะบอกเขาเรื่องแสงฉานกับอุรวสา จะบอกก็ไม่กล้าจะไม่บอกก็อัดอั้น จนอัษฎาดูออกถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า

พอบราลีเล่าให้ฟัง อัษฎาก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ รุ่งขึ้นก็ไปที่คอนโดทันที บราลีขอร้องให้ตนเป็นคนพูดกับลูกเอง อัษฎากัดฟันบอกว่า

“ก็ได้ ผมจะอดทนไม่ฆ่ามัน”

อุรวสาเป็นคนมาเปิดประตูรับคุณพ่อกับคุณแม่ พาเข้าไปในห้องแล้วบอกว่า พอคุณพ่อคุณแม่โทร.มาบอกว่าจะมากินอาหารเช้าด้วยแสงฉานเลยรีบลุกขึ้นมาทำอาหาร ก็พอดีแสงฉานยกซุปหัวหอมมาเสิร์ฟ

“นั่งคุยกันก่อนจ้ะแสง” บราลีพูดอย่างใจเย็น แล้วเปิดประเด็นว่า “แม่รู้แล้ว แสงไม่ได้เป็นเกย์” แล้วเท้าความว่าคืนที่อุรวสาหายไปแล้วมาเจอกันที่ห้องทำงาน “ที่แสงกับคุณวสาปฏิบัติต่อกันไม่ใช่เพื่อน แต่มันคือคนรัก”

อุรวสาแก้ตัวให้ว่าแสงฉานเป็นพวกสองคนในร่างเดียวกัน อัษฎาทนฟังไม่ได้โพล่งไปว่า

“ขนาดนี้แล้วยังโกหกอีก! เราไปกันเถอะคุณบราลี ลูกเรามันปากแข็ง ต้องรอให้เราตายถึงไปสารภาพหน้าโลง!” แต่พอทั้งสองเดินผ่านกล่องพัสดุที่ส่งมาจากอเมริกา อัษฎาจ้องเขม็งตาแดงก่ำ จนบราลีเดินไปดูด้วยแล้วก็โมโหขึ้นมาอีกคน อุรวสายังไม่รู้ บอกว่าเป็นของที่ตนลืมไว้ในห้องที่ซานฟรานแล้วคนที่มาเช่าห้องต่อส่งมาให้

“หน้ากล่องจ่าชื่อผู้รับ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสฉัตรประพงศ์!” อัษฎาเสียงเข้ม ทั้งคุณพ่อและคุณแม่จ้องหน้าอุรวสาอย่างจับผิดได้ อุรวสาจำนนด้วยหลักฐาน ทั้งเธอและแสงฉานต่างพูดไม่ออก

ooooooo

อุรวสาอึ้งไม่กล้าสบตาคุณพ่อกับคุณแม่ แสงฉานแสดงความรับผิดชอบ สารภาพผิด เล่าความเป็นมาของตนกับอุรวสาให้ฟัง ยืนยันว่าตนจริงจังกับอุรวสาเป็นพันธะทางกฎหมายเป็นความผูกพันทางใจที่ตนพร้อมรับผิดชอบไปตลอดชีวิต

แต่นาทีนี้ ไม่ว่าแสงฉานจะพูดดีรู้สึกผิดอย่างไรก็ไม่อาจลบเลือนความเสียใจของพ่อกับแม่ที่ถูกลูกโกหกได้ โดยเฉพาะอัษฎา เวลานี้มีแต่ความเศร้าน้ำตาคลอ ชวนบราลีกลับ แล้วพากันเดินออกไป

พอประตูห้องปิด อุรวสาก็ร้องไห้โฮ โทษตัวเองว่า “วสาทำพ่อร้องไห้ วสาไม่ดี วสาผิดสัญญา...”

อุรวสานึกถึงวันที่เห็นพ่อร้องไห้ครั้งแรก...เป็นวันที่แม่จากไป วันนี้เธอบอกพ่อว่า “วสาไม่อยากเห็นคุณพ่อร้องไห้ วสาสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีจะไม่ทำให้คุณพ่อเสียใจ คุณพ่อจะได้ไม่ร้องไห้ วสารักคุณพ่อค่ะ”

“พ่อก็รักวสาลูก” มองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ข้างร่างแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ...

อุรวสาบอกแสงฉานว่าตนกับคุณพ่อไม่เคยร้องไห้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราร้อง นั่นคือเราเสียใจมากจริงๆ แต่วันนี้ตนทำให้คุณพ่อร้องไห้ แสงฉานบอกว่าเป็นความผิดของตนเอง ตนไม่เอาไหนทำให้เธอไม่กล้าบอกคุณพ่อว่าตนเป็นลูกเขย

“ไม่ใช่ความผิดแสงหรอกค่ะ ในลูกสาวทั้งสามคน เจ้าอันคือความสนุกของคุณพ่อเฮไหนเฮกัน หนูอินคือความรัก ความเอ็นดู วสาเป็นลูกที่แบกความหวังทั้งหมดของคุณพ่อ แต่เล็กจนโต วสากลัวทำให้คุณพ่อผิดหวัง กลัวทำให้คุณพ่อเสียใจและที่กลัวที่สุด คือกลัวทำให้คุณพ่อเสียน้ำตา...”

พูดแล้วก็ร้องไห้หนักขึ้นมาอีก แสงฉานเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้อย่างปลอบใจ

“วสาไม่อยากให้คุณพ่อผิดหวัง ก็เลยปิดเรื่องของเรา แต่ในที่สุดวสาก็ทำให้คุณพ่อร้องไห้ คุณพ่อเสียใจเพราะวสา”

อุรวสาคร่ำครวญอยู่แต่ประโยคเดิม แสงฉานได้แต่ลูบหลังปลอบ เพราะเวลานี้...ดูเหมือนคำพูดใดๆ ก็ไม่ช่วยให้เธอหยุดร้องไห้ได้...

อัษฎากับบราลีเดินมาดูเต็นท์เก่าของลูกที่ตนต่อให้ที่โรงรถ เขามองเต็นท์ รำพึงอย่างสะเทือนใจ

“ตั้งแต่เล็ก พ่อคือคนสำคัญของลูกที่สุด...แต่วันนี้...แม้แต่วันแต่งงาน ลูกก็ยังไม่ยอมบอกพ่อ...”

“ที่ลูกปิดคุณ เพราะไม่อยากให้คุณผิดหวัง”

“ผมไม่ได้เสียใจเรื่องแสงฉาน...ผมเสียใจเพราะ...วันสำคัญที่สุดในชีวิตของลูก ลูกกลับไม่บอกผม...”

อัษฎาน้ำตาไหล บราลีมองอย่างเข้าใจว่า นาทีนี้... คำพูดใดๆก็ไม่อาจบรรเทาความเสียใจของเขาได้...

อัษฎาดูเต็นท์...คิดถึงในวัยเด็กของลูกทั้งสามที่เล่นการเข้าพิธีแต่งงานกัน เวลานั้นอุรวสาเล่นเป็นเจ้าสาว อินทุอรเป็นเพื่อนเจ้าสาวและอันตราเล่นเป็นเจ้าบ่าว อัษฎาเล่นเป็นพ่อเจ้าสาวที่พาลูกสาวไปส่งมอบให้เจ้าบ่าว...นั่นคือการเล่นกันในวัยนั้น แต่วันนี้...ในวัยที่อยู่กับความจริง กลับกลายเป็น...อัษฎาสะอื้นจนพูดไม่ออก ครู่ใหญ่จึงพูดปนเสียงสะอื้นออกมาว่า...

“ลูกลืมไปหมดแล้ว...แต่พ่อไม่เคยลืม พ่ออยากเป็นคนส่งตัวลูกสาวให้กับคนดี...คนที่จะดูแลลูกสาวไปตลอดชีวิตแทนพ่อ...”

บราลีทำได้แค่อยู่เป็นเพื่อนข้างๆสามี อัษฎาปาดน้ำตา แต่แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีกอย่าง...ไม่อาจหยุดได้...

ooooooo

บุษบาบัณนั่งดื่มไวน์อยู่ที่บ้านอย่างแค้นใจ จนไวน์พร่องไปเกือบหมดขวด แต่เธอก็ยังไม่มีทีท่าจะหยุด

“ฉันจะไม่มีวันแพ้แก!” เธอคำราม แล้วยกหูโทรศัพท์โทร.ไปหาภิสิต พอเขารับสาย เธอถาม “ทำอะไรอยู่ล่ะ จะเย็นแล้วนะ ไม่ออกไปหานังเด็กไร้เดียงสา แต่คิดจะแย่งผัวชาวบ้านคนนั้นอีกเหรอ?”

“บุษ...” ภิสิตเรียกอย่างพยายามอดกลั้น แต่ฝ่ายนั้นไม่สนใจ ยังคงพูดต่ออย่างแค้นใจว่า

“ภิสิต...คุณทำให้ความรักระหว่างฉันกับนนท์ไม่สมหวัง เพราะฉะนั้น อย่าหวังเลยว่าจะมีความสุขกับนังอินทุอร ฉันจะทำทุกวิถีทาง...คุณไม่มีวันได้แต่งงานกับมัน!”

บุษบาบัณกระแทกหูโทรศัพท์ปึง หันไปเห็นรูปอินทุอรบนปกนิตยสารก็ฉีกทิ้งอย่างแค้นใจ

ooooooo

ที่ห้องเขียนรูปของบราลีที่บ้าน อินทุอรที่ยังใฝ่ฝันจะไปเรียนบัลเล่ต์แต่ติดที่คุณแม่ยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อ วันนี้เธอเข้าไปช่วยคุณแม่ล้างพู่กัน ตัดสินใจถามว่าคุณแม่พูดกับคุณพ่อหรือยัง

บราลีชี้แจงว่าพูดตอนนี้คงไม่เหมาะเพราะคุณพ่อกำลังทะเลาะกับวสาอยู่ อินทุอรพูดอย่างน้อยใจว่า

“คราวก่อนคุณแม่ก็ให้รอเพราะพี่อันถูกรถชน คราวนี้ก็ปัญหาคุณวสาอีก... พี่ๆได้มีชีวิตของตัวเอง คุณวสาได้ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่งงานโดยไม่ขออนุญาตคุณพ่อ พี่อันเป็นนักสืบมีชีวิตตื่นเต้นทุกวัน แล้วอินล่ะคะ อินเคยได้ทำอะไรที่อยากทำบ้าง ไม่มีเลย” อินทุอรพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาน้ำตาไหล บราลีสงสารลูกได้แต่พูดว่า...แม่เข้าใจลูก...แม่เข้าใจ...

“ไม่ว่าอินจะทำอะไร ต้องได้รับความเห็นชอบจากคุณพ่อ จะไปไหนกับใคร กลับเมื่อไหร่ ต้องรายงานคุณพ่อทุกฝีก้าว ชีวิตอินไม่เคยเป็นของอิน ชีวิตอิน...เป็นของคุณพ่อ...”

อินทุอรร้องไห้วิ่งออกไป บราลีมองตามลูกน้ำตาคลอ เสียใจแทนลูก บราลีตามไปคุยกับอินทุอรที่ห้อง กอดปลอบแล้วเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง...

“สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม่ต้องเลือกเรียนคณะบัญชี ตามความต้องการคุณตา คณะที่แม่อยากเข้าที่สุดคือจิตรกรรมศิลปากร...แต่คนที่ทำให้แม่ได้เขียนรูป คือใครรู้ไหมจ๊ะ”

“ใครคะ...”

“พ่อของหนู...ตอนนั้นแม่ช่วยงานที่บริษัทคุณพ่อมาเกือบปี ไม่มีความสุขเลย คุณพ่อรู้ ไปหาคุณตาบอกว่าอยากให้แม่เป็นแม่บ้าน คุณตาโกรธมากต่อว่าคุณพ่อยกใหญ่ว่า ส่งแม่เรียนมาสูญเปล่า คุณพ่อยืนยันไม่ให้แม่ไปทำงานที่บริษัทอีก...”

“คุณพ่อนี่นะคะ กล้ากับคุณตา?”

“แม่ยังตกใจที่เขากล้าบุกไปพูดกับคุณตาถึงบ้าน พอแม่ออกจากงานคุณพ่อก็ทำห้องเขียนรูปให้แม่เป็นของขวัญ”

อินทุอรยิ้มดีใจที่คุณแม่ได้ทำตามความฝันของตัวเอง บราลีมองหน้าลูก พูดอย่างตั้งใจให้ลูกคิดตาม...

“ที่แม่เล่าให้หนูอินฟัง เพราะอยากให้หนูเข้าใจคุณพ่อ หนูเป็นลูกคนเล็ก พ่อเขาห่วงหนูมากที่สุด ห่วงเสียจนบังใจเขาให้มองไม่เห็นความฝันของหนู แต่เชื่อแม่เถอะ สุดท้ายแล้ว เขาจะยอมให้หนูเดินตามความฝัน เหมือนที่เขาช่วยสานฝันให้แม่”

อินทุอรยิ้มทั้งน้ำตา มีความหวังว่า วันหนึ่งคุณพ่อจะยอมปล่อยให้ตนไปดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง ได้เป็นนักบัลเล่ต์อาชีพ ซึ่งเป็นความฝันสูงสุดในชีวิต...

ooooooo

อินทุอรเป็นคนแรกที่มองเห็นและบอกกับพี่ๆ บอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่าเวศม์เป็นคนดี วันนี้บังเอิญได้เจอกัน เมื่อรถเธอเสียและเวศม์ขับผ่านมาพอดีจึงลงไปดูให้ พบว่าน้ำมันหมด!

“อินลืมดูค่ะ” อินทุอรหัวเราะเขินๆ ดูนาฬิกาแล้วตกใจ “แย่แล้ว...จวนจะได้เวลาแล้วสิ” เวศม์ถามว่าเวลาอะไร “เวลาที่พี่อันทำกายภาพจะเสร็จแล้วค่ะ”

เวศม์กับอินทุอรจึงรีบไปที่โรงพยาบาล ทราบว่าอันตราเพิ่งเข้าไปเมื่อกี๊นี้เอง คงอีกสักชั่วโมง คุณหมอ สั่งเอกซเรย์ เวศม์จึงพาอินทุอรไปนั่งคอยที่คอฟฟี่ช็อป พอนั่งเวศม์เอาแต่ก้มหน้าก้มตาบิดหุ้นผ่านทางมือถือไม่พูดไม่คุยจนอินทุอรหน้ามุ่ย เวศม์รู้ตัวจึงหันมาคุย

เขาสอนวิธีบิดหุ้นทางมือถือแก่อินทุอร เธอสนุกกับเขาไปด้วย ชะโงกเข้าไปดูมือถืออย่างสนใจ เป็นจังหวะที่อุรวสาผ่านมาเห็นทั้งสองใกล้ชิดกันมากจนคิดไปว่า เวศม์ชอบอินทุอร

ขณะอุรวสาไปจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลนั้น อันตรานั่งรอบนรถเข็นโดยมีเวศม์อยู่ข้างๆ อันตราเก๊กทำปึ่งใส่เวศม์ เมื่อเขาถามว่าหิวไหมเดี๋ยวไปกินข้าวกัน เธอก็ตอบแบบเด็กงอแงว่าไม่อยากกินข้าว อยากกินก๋วยเตี๋ยว เวศม์กระตือรือร้นบอกว่าตนรู้จักร้านหนึ่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกอร่อยมาก อันตรายิ้มให้เวศม์ที่เอาใจตน

พออุรวสาจ่ายเงินเสร็จกลับมา เวศม์ชวนไป กินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกกัน อุรวสาที่คิดว่าเวศม์จีบอินทุอรก็พูดเหน็บล้อๆว่า

“หนูอินไม่กินน้ำตกค่ะ หนูอินกินแต่ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส จำ ให้ขึ้นใจนะคะเวศม์” ทุกคนฟังแล้วงง อุรวสายังพูดต่อด้วยสีหน้าล้อๆอีกว่า “หนูอินยังชอบกินอาหารชาววัง ขนมไทยโบราณ วสาใจดีบอกให้เท่านี้แหละค่ะ ต่อไปของจริง...ถึงเวศม์เป็นเพื่อนวสา วสาก็หวงน้อง ไม่ปล่อยง่ายๆ เพราะในสายตาวสา...หนูอินเป็นเด็กน้อยที่ต้องปกป้องเสมอ”

อุรวสาพูดแล้วโอบอินทุอรไว้อย่างหวงแหน ทุกคนจึงเข้าใจ อินทุอรมองหน้าพี่สาวงงๆ ว่าคิดแบบนั้นได้ยังไง ส่วนอันตราจ้องหน้าเวศม์ตาแทบถลนจากเบ้า แล้วอาละวาดไม่กินก๋วยเตี๋ยวแต่จะกลับไปกินข้าวบ้าน พลันก็หมุนล้อรถเข็นแทบปลิวไป จนอินทุอรร้องเตือนอย่างเป็นห่วง อุรวสาดูอาการของอันตราแล้วถามงงๆ

“เจ้าอันโกรธอะไรน่ะ”

เวศม์ฉุกคิดว่าอันตราอาจหึงตน ไปเล่าให้อำพลฟังบอกเพื่อนรักว่าแบบนี้เข้าทางตนเลย อำพลถามว่าจะทำอย่างไร

“ฉันจะทำเป็นสนใจหนูอิน บีบให้คุณอันตราทนไม่ไหว สารภาพรักฉัน...เวศม์เอ๊ย...ขุนแผนยังต้องมาขอวิชา”

อำพลฟังแล้วส่ายหน้ากับความเพ้อเจ้อของเพื่อนรัก

ooooooo

พงษ์ชัยยังหมายมั่นปั้นมือที่จะจับอุรวสาให้ได้ ถามอนุวัติว่าสืบเรื่องแสงฉานกับอัษฎาได้หรือยังว่ามีปัญหาอะไรกัน อนุวัติบอกว่าตนนัดคนสนิทของอัษฎาคืนนี้ ชวนพงษ์ชัยไปด้วยกันไหม

ศศิพิมลเข้ามาพอดี เธอหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋าบอกว่าบัตรตนรูดไม่ผ่าน พงษ์ชัยบอกว่าตนยกเลิกเพื่อเธอจะได้ชิน เพราะอีกไม่นานเธอก็จะถูกเฉดหัวไปลำบากนอกบ้านแล้ว

ศศิพิมลไม่ยอม บอกว่าถ้าเมียใหม่เขามาก็ให้ไปอยู่ห้องคนใช้ เลยถูกพงษ์ชัยตบปากเพียะ! เธอท้าให้ตบอีก พงษ์ชัยบีบคอตะคอก

“เมื่อถึงวันที่คุณต้องไป เลือกเอา จะเดินออกไปเอง หรือให้รถพยาบาลพาออกไป!”

พงษ์ชัยจ้องอย่างดุร้าย พอปล่อยมือศศิพิมลก็ร่วงไปกับพื้นแล้วเขาก็ออกไปกับอนุวัติ

ศศิพิมลลุกขึ้นโทร.ไปหาเวศม์ แต่ปลายสายให้ฝากข้อความ เธอร้องไห้อย่างคับแค้นใจกับชีวิตตัวเองที่ถูกพงษ์ชัยทารุณทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสาหัส

ooooooo

คนสนิทของอัษฎาที่อนุวัตินัดไปพบกันที่ร้านเหล้าคือสมศักดิ์นั่นเอง สมศักดิ์กินจนเมาปลิ้น พูดเพ้อเจ้อจนอนุวัติเห็นว่าพอจะล้วงความลับได้แล้วจึงถามว่า

“คุณสมศักดิ์สนิทกับคุณอัษฎา เคยได้ยินคุณอัษฎาพูดถึงแสงฉานบ้างไหมครับ”

สมศักดิ์หัวเราะร่าบอกว่าอยู่ๆ อัษฎาก็ได้ตำแหน่งพ่อตา เพราะแสงฉานจับอุรวสาแต่งงานตีทะเบียนเรียบร้อยไปแล้ว พอสมศักดิ์ปูดความลับออกมา อนุวัติถามพงษ์ชัยว่าทีนี้จะเอาอย่างไร พงษ์ชัยแววตาร้ายไม่ยี่หระว่าอุรวสาจะเป็นเมียใครเพราะเป้าหมายของตนคือเงินอย่างเดียว

วันรุ่งขึ้น อัษฎากับสมศักดิ์ไปดูร้านที่แสงฉานกับอุรวสากำลังคุมการตบแต่งต่อเติมอยู่ อัษฎามองร้านติว่าร้านเข้ามาลึกเกือบท้ายซอย อุรวสาได้ทีผสมโรงว่า ตนบอกแสงฉานแล้วว่าร้านนี้ทำเลไม่ดี เขาก็ไม่เชื่อ แล้วหันไปต่อว่า

“เห็นไหม ใครมาก็บ่น คนมาส่งโต๊ะเก้าอี้ยังบ่นเลยค่ะคุณพ่อ” พออัษฎาบอกว่าไม่เห็นป้ายชื่อร้านเลย แสงฉานบอกว่าคิดไว้หลายชื่อ แต่ยังเลือกไม่ได้ อุรวสาบ่นอีกว่าชะล่าใจ “วสาบอกให้เลือกมาสักชื่อก็ดื้อไม่ฟัง”

อัษฎาฟังแล้วไม่ชอบใจนักที่อุรวสาข่มแสงฉานมาก บ่นเบาๆกับสมศักดิ์ด้วยความเป็นห่วงว่า

“ข่มสามีแบบนี้ ต่อไปได้ทะเลาะกันบ้านแตก ชีวิตคู่จะไม่รอดเอา” สมศักดิ์ดักคอว่าพูดเอาใจช่วยลูกเขยหรือ “เฮ้ย แกแฮงก์เลยหูฝาด คุณวสา พ่อกลับก่อนนะ แค่แวะมาดู” พูดแล้วออกไปเลย สมศักดิ์รีบตามบ่นงึมงำ...หูฝาดที่ไหนวะ?

เวศม์ไปรับอันตราที่ห้องกายภาพบำบัด ถูกเธอเอาไม้ค้ำฟาดเอ๊า...ฟาดเอา เวศม์หลบพัลวันเลยไม่โดน เขาทำหวานยิ้มกรุ้มกริ่มบอกอินทุอรว่า “พี่เวศม์ไปรอที่คอฟฟี่ช็อปเดิมนะครับ” ทำให้อันตรายิ่งเชื่อว่าเวศม์จีบอินทุอร ยิ่งน้อยใจหน้าง้ำใส่เวศม์แต่ไม่โกรธน้อง

ศศิพิมลมาแอบดูอยู่ พอเวศม์ออกไป เธอก็เข้าไปหาเรื่องอินทุอรทันที ถามว่าทำไมสามีตนจึงมาวอแวเธอ ถูกอันตราที่รับรู้จากเวศม์แล้วว่าทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ย้อนเอาว่า

“คุณไม่ได้เป็นภรรยาคุณเวศม์ ดิฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ตัดใจเสียเถอะค่ะ ผู้ชายเขาไม่ต้องการคุณแล้ว อย่ามัววิ่งไล่จับเขาเลยค่ะ เพราะสุดท้าย คุณจะคว้าได้แต่อากาศ”

ศศิพิมลเสียหน้าแค้นใจที่ถูกอันตราตอกย้ำความสูญเสีย ชี้หน้าอันตรานิ้วสั่นระริกแต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วผลุนผลันออกไป อินทุอรมองตามบอกอันตราว่าผู้หญิงคนนั้นท่าทางร้ายจัง

“ถ้าไม่ร้าย ก็ไม่ไล่ตามผู้ชายที่ไม่เอาตัวแล้วหรอก” อันตราพูดอย่างชิงชัง พอดีมีสายเข้ามือถืออินทุอรพอรับสายแล้วบอกพี่สาวว่า เพื่อนโทร.ตามออกไปด่วนมีธุระสำคัญ อันตราบอกให้รีบไปเถอะเดี๋ยวตนจะโทร.

ให้อุรวสามารับเอง

ooooooo

คนที่โทร.ตามอินทุอรให้ออกไปพบคือบุษบาบัณนั่นเอง บุษบาบัณวางตัวในฐานะอาคุยกับหลานบอกว่า ช่วงนี้ตนไม่ค่อยเจอภิสิต ถามว่าหนูอินเจอบ้างไหม

พูดเหน็บๆว่า เห็นว่าอาหลาน...สนิท...กัน...

อินทุอรอ่านเจตนาออก บอกว่าไม่ค่อยได้เจอ ก็ถูกบุษบาบัณเหน็บอีกว่า “คิดว่าอาสิตไป ‘ติดเด็ก’ นึกว่าหนูรู้ว่าเป็นใคร คนที่แต่งงานกันมานานๆ มีระหองระแหงกันบ้างเป็นธรรมดา แต่อากับอาสิตเรายังรักกัน อาขอใช้คำไม่สุภาพหน่อยนะจ๊ะ อาน่ะ...เสียทองเท่าหัว ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร หนูอินเข้าใจความหมายไหมจ๊ะ”

พออินทุอรบอกว่าเข้าใจ บุษบาบัณบอกว่า “หนูอินอุตส่าห์มา อาสั่งอะไรให้ทานนะจ๊ะ” บุษบาบัณยิ้มเชือดเฉือน

อินทุอรกลัวมากก้มหน้างุดเพราะถ้าเงยหน้า ขึ้นมาก็เจอสายตาพิฆาตของบุษบาบัณที่จ้องจิกอยู่ตลอดเวลา

คืนนี้อุรวสากลับไปนอนบ้าน เข้าห้องอินทุอรเห็นน้องรีบเก็บกล่องวินเทจสวยหวานล็อกกุญแจ ถามหยอกน้องว่าเก็บอะไรไว้ในกล่อง จะขอดู เมื่อน้องไม่ให้ดูก็เดาไปต่างๆนานา ต่างหูบ้าง แหวนบ้าง กำไลบ้าง ทายอะไรไปน้องก็ส่ายหน้า ขอให้บอกก็ไม่ยอมบอก เลยตัดพ้อน้องว่า “หนูอินไม่เคยมีความลับกับพี่นะ”

“วันนี้มีแล้วค่ะ อินเพิ่งซื้อกล่องมา กล่องใบนี้จะเก็บความลับของอินไปชั่วชีวิต” เธออมยิ้มน่ารัก ทำให้

อุรวสายิ่งอยากรู้ แต่เมื่อน้องไม่ยอมบอกไม่ยอมให้ดู อุรวสาเลยเปลี่ยนเรื่องบอกว่า

“พี่จะเข้ามาบอกว่า คราวหน้าพี่จะพาเจ้าอันไปโรงพยาบาลเอง หนูอินจะได้ไปฝึกงานกับคุณพ่อ นอนเถอะจ้ะ” พูดแล้วจะออกไป แต่ก็ยังหันมาถามอีกว่ามีความลับอะไรในกล่อง อินทุอรหัวเราะน่ารักบอกว่า จ้างก็ไม่บอก

อุรวสาออกมาเจอคุณแม่ เธอปรารภกับคุณแม่

ว่าตนเหนื่อยใจกับแสงมาก เขาไม่มีหัวธุรกิจเอาเสียเลย ตนแนะนำอะไรก็ไม่ฟัง บอกมากๆก็เถียง

“คุณวสา...ถึงผู้หญิงเราจะเก่งแค่ไหนก็ต้องผ่อนบ้าง ยอมเป็นช้างเท้าหลังให้สามี อย่าหักหน้าเขาต่อหน้าคนอื่น”

“คุณแม่เตือนช้าไปแล้วค่ะ เมื่อกลางวันวสาจัดไปหลายชุด แสงคงเคืองอยู่เหมือนกัน”

รุ่งขึ้น อุรวสารีบกลับไปที่คอนโดแต่เช้า เข้าครัวทำซุปใส่ชามเอาใจแสงฉานเป็นการขอโทษที่เมื่อวานหักหน้าเขาต่อหน้าคุณพ่อ อ้อนว่า “แสงอย่าโกรธวสานะคะ”

แสงฉานแกล้งทำเป็นงอนให้วสาตักซุปป้อน อ้อนว่า “แกล้งโกรธที่รักบ่อยๆก็ดีเนอะ ที่รักจะได้ทำกับข้าวให้ผมกิน” เลยถูกอุรวสาตีเบาๆที่แกล้งให้ง้อ

ooooooo

ภิสิตใจคอไม่ดีขึ้นมา เมื่ออันตราฟ้องว่า เวศม์มาตีซี้กับตนเพื่อใช้เป็นสะพานเชื่อมไปหาอินทุอร เขาไปที่บ้านอัษฎาหมายได้เจออินทุอรเพื่อจะคุย
เรื่องเวศม์ แต่เจออัษฎากับสมศักดิ์ที่นัดจะมาดูดาวกันเสียก่อน

ทักทายกันแล้วจะพากันเข้าบ้าน อินทุอรจะตามคุณพ่อเข้าไป ถูกภิสิตเรียกไว้

“เดี๋ยวค่ะหนูอิน อืม...เอ่อ...อาได้ข่าวว่าเวศม์...”

ภิสิตมัวแต่อ้ำอึ้ง ก็พอดีมีสายเข้ามือถืออินทุอร เธอบอกว่าเวศม์โทร.มา แล้วรับสาย

“สวัสดีค่ะพี่เวศม์ กี่ทุ่มคะ พี่เวศม์ส่งแผนที่ร้านทางไลน์นะคะ แล้วเจอกันค่ะ”

ภิสิตยิ่งร้อนใจเมื่อรู้ว่าเวศม์จะมารับอินทุอรไปฟังเพลง เสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน เพราะไปกันสองคนไม่เหมาะนัก

“อินโตแล้วนะคะอาสิต อืม...อันที่จริงอินมีแฟนก็ดีนะคะ ผู้ชายที่ชอบๆอินอยู่จะได้ตัดใจ” อินทุอรแกล้งพูดดักไว้เพราะไม่อยากมีปัญหากับสามีคนอื่น ยิ่งทำให้ภิสิตทั้งหวงทั้งห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

อัษฎา สมศักดิ์และภิสิต ดูดาวกันจนถึงสี่ทุ่มกว่า อัษฎาบ่นว่าป่านนี้แล้วอินทุอรยังไม่กลับ ภิสิตจึงบอกว่าเธอนัดกับเวศม์ อัษฎาบ่นว่าแล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้

อันตราบอกว่าหนูอินขึ้นสเตตัสในเฟซบุ๊ก ตนจะดูให้ว่าน้องอยู่ไหน แล้วเช็กข้อมูลในมือถือ อัษฎาร้อนใจอยากรู้ชะโงกไปดูในใจก็คำราม “ไอ้เวศม์มันพาหนูอินไปไหน?!”

อัษฎา สมศักดิ์ และภิสิตตามไปเจออินทุอรนั่งคุยหัวเราะร่าเริงอยู่กับเวศม์ อัษฎาก็แทบจะเข้าไปฆ่า ตรงเข้าไปด่าว่าบังอาจมากกล้าล้วงคองูเห่า โวยวายจนคนในร้านพากันมอง

“อินบังเอิญเจอพี่เวศม์ค่ะ” อินทุอรชี้แจงว่า ตนเดินผ่านร้านที่เวศม์นั่งอยู่เขาเลยโบกมือเรียก เวศม์ดีใจที่จะได้มีเพื่อนคุย กลับถูกอัษฎาหาว่าเธอโกหกเพื่อช่วยเวศม์ แล้วมโนเตลิดเปิดเปิงไปว่าเวศม์วางยาอินทุอรแล้วพาไปเคลมถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ พอถูกเวศม์ขัดคอก็คว้ากาแฟสาดหน้าแล้วจูงอินทุอรกลับ สมศักดิ์รีบตามไป เวศม์บอกภิสิตที่ทำท่าจะตามไปว่า

“ผมมานั่งบิดหุ้นตลาดอเมริกาที่ร้านนี้ประจำร้านเปิดทั้งคืนน่ะครับ”

“ไม่ต้องโกหก ผมได้ยินหนูอินโทร.นัดกับคุณ”

ภิสิตตัดบท ทำเอาเวศม์งงว่านัดกันตอนไหนเนี่ย? ซวยจริงๆ

พาอินทุอรกลับบ้านแล้ว อุรวสาบอกว่าเวศม์เป็นคนดี อันตราแย้งว่าเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอกต่างหาก อีกคู่คืออัษฎากับสมศักดิ์ อัษฎาด่าสมศักดิ์ที่การันตีว่าเวศม์เป็นคนดี ส่วนสมศักดิ์ก็ตำหนิอัษฎาว่าหวงลูกสาวเว่อร์ หาเรื่องผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ลูกสาว

บราลีทนฟังการโต้เถียงโหวกเหวกกันลั่นห้องไม่ได้เข้ามาสั่ง “หยุด!” ทุกคนเงียบกริบ บราลีบอกว่าตนเชื่อหนูอินว่าไปเจอเวศม์โดยบังเอิญ บอกว่าจะตีหนึ่งแล้ว ไล่ทุกคนไปนอนเสีย แต่ขณะพาอินทุอรไปนอน บราลีเตือนลูกว่า

“ทีหลังอย่ากลับดึกอีกนะลูก ถึงมีรถขับก็อันตราย”

พอบราลีพาอินทุอรคล้อยหลัง ภายในห้องก็เถียงกันต่อ ภิสิตที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ มองตามอินทุอรไปอย่างห่วงหวง

แต่อินทุอรกลับเข้าห้องแล้วก็นอนไม่หลับ คิดอยากจะมีชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องถูกคุณพ่อตามคุมและกำหนดกะเกณฑ์ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตัดสินใจไปคุยกับคุณพ่อเรื่องขอไปเป็นนักบัลเล่ต์อาชีพที่อเมริกา รวบรวมความกล้าไปเคาะประตูห้องนอนเข้าไปบอกคุณพ่อว่า

“คุณพ่อคะ อินรู้คุณพ่อรักอินมาก แต่ปล่อยให้อินมีชีวิตของตัวเองเถอะนะคะ” อัษฎางงถามว่าลูกพูดอะไร อินทุอรก็อึกอักบอกว่า “อินไม่อยากทำงานที่บริษัทคุณพ่อค่ะ อินอยากเป็น...อืม...อยากทำงานเกี่ยวกับบัลเล่ต์ค่ะ”

บราลีที่ฟังอินทุอรอยู่ใจหายวาบกลัวมีเรื่องขึ้นมาอีก แต่ผิดคาด อัษฎาลุกจากเตียง พูดอย่างอารมณ์เย็นถามว่าทำไมหนูอินไม่บอกพ่อตั้งแต่แรก พ่อจะเปิดโรงเรียนสอนบัลเล่ต์ให้ บอกให้ไปถามเจ้าของโรงเรียนที่อินทุอรไปสอนพิเศษอยู่ว่าลงทุนเท่าไร พูดอย่างใจป้ำว่า “กี่สิบล้าน บอกมาเลย พ่อทุ่มไม่อั้น”

อินทุอรยิ้มเจื่อนที่พ่อไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตน อัษฎาพูดปลอบเอาใจลูกว่า

“พอใจแล้วนะลูก ทีหลังอยากได้อะไรก็บอกพ่อ พ่อให้หนูอินได้ทุกอย่าง”

อินทุอรฝืนยิ้มจำใจรับสภาพที่คุณพ่อเข้าใจผิด

ooooooo

วันนี้ แสงฉานเปิดร้านอาหาร “U&S Restaurant” ทั้งอัษฎา บราลี อันตรา อินทุอร ภิสิต และสมศักดิ์มากันพร้อมหน้า

“ขอให้ขายดี กิจการเจริญรุ่งเรืองจ้ะ” บราลี

อวยพรและมอบช่อดอกไม้ให้แสงฉาน ภิสิตดูชื่อร้านถามว่าหมายความว่ายังไง แสงฉานบอกว่ามาจากชื่อจริงของตนกับอุรวสาในภาษาอังกฤษ อุรวสาเชิญทุกคนเข้าร้านกันดีกว่า

วันนี้แสงฉานทำอาหารสุดฝีมือต้อนรับและขอบคุณครอบครัวอุรวสาที่มาอวยพรวันเปิดร้าน อัษฎายังหาข้อตำหนิไม่เลิก จนอินทุอรเห็นใจแสงฉาน ขอตัวไปช่วยงานในครัว ภิสิตตามไปหมายจะถามเรื่องเวศม์

มีลูกค้ารายแรกเข้ามาในร้าน แสงฉานทำอาหารให้แล้วบอกว่าพวกเขาเป็นลูกค้าคนแรก ตนขอมอบสิทธิพิเศษลดค่าอาหารให้ 50 เปอร์เซ็นต์ อัษฎาได้ยินก็บ่นว่าไม่ทันได้กำไรก็คืนกำไรให้ลูกค้าแล้ว เห็นแสงฉานต้อนรับและพูดคุยกับลูกค้าดี อัษฎาก็เขม่นว่า “อัธยาศัยดีแล้วไง ถ้าบริหารไม่ดี ร้านก็เจ๊ง”

ภิสิตได้โอกาสขณะอยู่ในห้องครัวกับอินทุอรตามลำพังถามว่าวันนี้ไม่ชวนเวศม์มาด้วยหรือ อินทุอรบอกว่าคิดจะชวนแต่เปลี่ยนใจกลัวมีเรื่องกับคุณพ่อ ย้อนถามว่า “แล้วอาสิตล่ะคะ ทำไมไม่พาอาบุษมาด้วย”

“อากับอาบุษเราไม่เกี่ยวกันแล้วค่ะ” อินทุอร

ติงว่าแต่อาบุษบอกว่าอาบุษกับอาสิตยังรักกันดี ภิสิตถามว่า “อาบุษบอกหนูอินเมื่อไหร่คะ”

อินทุอรจำต้องบอกว่าบุษบาบัณโทร.มาชวนตนไปเลี้ยงข้าว ภิสิตถามว่าแล้วอาบุษคุยอะไรกับหนูอินอีก อินทุอรตอบเลี่ยงไปว่าคุยสัพเพเหระ บอกภิสิตวันหลังให้พาบุษบาบัณมากินอาหารร้านแสงฉานบ้าง เพราะอาบุษชอบอาหารฝรั่ง

ภิสิตไม่ตอบแต่เชื่อว่าบุษบาบัณไม่มีวันคุยดีกับอินทุอร เชื่อว่าเธอต้องนัดอินทุอรมาต่อว่าเรื่องตนแน่ๆ

ออกจากร้านอาหารของแสงฉานแล้ว ภิสิตตรงไปที่บ้านบุษบาบัณแบบเป็นไงเป็นกันวันนี้ต้องให้จบให้ได้

แต่พอไปถึงจริงๆ กลับถูกบุษบาบัณแสดงความร้ายกาจไร้ยางอายประกาศชายชู้นานาชาติของตน ภิสิตบอกว่าตนจะฟ้องหย่า เลยถูกขู่กลับว่าถ้าเขาฟ้องหย่าตนจะแฉให้สิ้นไส้

“นอกจากบุษจะลากชีวิตเซ็กซ์ส่วนตัวออกมาแฉแล้ว บุษจะลากนังคุณหนูอินออกมาแฉกลางศาลด้วยว่ามันคิดจะจับผัวบุษยังไง เอาให้งามหน้ากันทั้งหมดนี่แหละ”

ในที่สุด ภิสิตก็ต้องกลับไปเพราะทนกับความร้ายกาจและไร้ยางอายของบุบาบัณไม่ได้

ooooooo

เวศม์วางแผนตั้งตัว เขาจึงเปิดบริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์ของตัวเอง

แสงฉานเปิดร้านอาหารมาได้หลายวันแล้วแต่ละวันมีลูกค้าเข้าร้านไม่เกิน 5 โต๊ะ อุรวสาต้องการให้แสงฉานได้บทเรียนด้วยตัวเอง เธอจึงไม่ว่าไม่บ่นและไม่สนใจ

แสงฉานเครียดเพราะนับวันขาดทุน พานน้อยใจอุรวสาที่ทำเหมือนไม่ทุกข์ร้อนด้วยเลย แต่ก็ไม่คุยกัน

บริษัทดนยาคอนสตรัคชั่นของอัษฎาก็ถูกนักลงทุนต่างชาติกว้านซื้อหุ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนและวันนี้ก็ถูกกลุ่มทุนเดิมทุ่มขายหุ้นทิ้งทำให้มูลค่าหุ้นแทบเป็นเศษกระดาษ อันตราคุยกับอินทุอร อ่านข่าวให้น้องฟังว่า

“นักข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์วีระเวศม์เป็นตัวแทนกลุ่มทุนต่างชาติไล่ถล่มหุ้นครั้งนี้”

อันตรากับอินทุอรต่างเป็นห่วงคุณพ่อมาก แต่เมื่ออัษฎากลับมาอยู่กับลูกๆและบราลี เขาก็ยังคงร่าเริงหยอกล้อกับลูกเหมือนเดิม แต่พอเข้าห้องนอน เขาก็เงียบเหงาเศร้าเครียด

บราลีดูออก เข้าไปจับไหล่บีบอย่างให้กำลังใจแม้ต่างไม่มีคำพูดใดแต่ต่างก็เข้าใจถึงความทุกข์ของกันและกัน

วันนี้หลังจากจัดงานต้อนรับการกลับบ้านของอันตราแล้ว อัษฎากลับเข้าห้องก็นั่งซึม บราลีถามอย่างห่วงใยว่าแน่ใจนะว่าไม่อยากจะเล่าอะไรให้ฟัง พูดอย่างรู้ใจสามีว่า

“คราวนี้หนักกว่าทุกครั้ง ฉันรู้นะว่าคุณยังมีเรื่องกังวลใจอยู่ เราแต่งงานกัน ก็เพราะอยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ไม่ใช่ร่วมสุขอย่างเดียว มีลูกก็ช่วยกันเลี้ยง มีงานก็ช่วยกันทำ เงินก็ช่วยกันใช้ ไม่มีเงินก็ช่วยกันประหยัด...มีปัญหาก็ต้องช่วยกันแก้จริงไหมคะ”

อัษฎาบอกว่าตนไม่อยากให้เธอกังวล สัญญาว่าถึงที่สุดเมื่อไร จะพูดกับเธอเป็นคนแรก บราลีย้ำว่าเขาสัญญากับตนแล้วนะ บอกเขาว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณยังมีฉันกับลูกเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ”

“ขอบคุณจ้ะ เราจะผ่านปัญหานี้ไปด้วยกันเหมือนทุกๆครั้งที่เรามีกันและกันเสมอ”

“แล้วทุกอย่างจะต้องผ่านไป ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ เราต้องผ่านไปได้ค่ะคุณอัษ เราจะฝ่าฟันไปด้วยกัน”

อัษฎากอดบราลีน้ำตาคลอซาบซึ้งน้ำใจของภรรยาสุดที่รัก

ผิดกับแสงฉานและอุรวสา เมื่อธุรกิจประสบปัญหา ด้วยความอยากจะให้แสงฉานได้บทเรียนด้วยตัวเอง

อุรวสาจึงไม่สนใจไยดี กลายเป็นความหมางเมินจน

แสงฉานทั้งผิดหวังตัวเองและน้อยใจภรรยา ขับรถออกไปผ่อนคลาย และเมื่อกลับมาก็หอบหมอนและผ้าห่มออกไปนอนข้างนอก ต่างไม่เปิดใจคุยกัน...

ooooooo

สามใบไม่เถา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด