ตอนที่ 11
วันต่อมาเกียรติศักดิ์ได้สายใจมาดูแลปฐวี แต่คุณหญิงไม่ยอมทานอาหาร พอเขาพูดให้สำนึกว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว เธอก็อาละวาดปัดจานข้าวทิ้ง เกียรติศักดิ์พยายามระงับอารมณ์สั่งสายใจทำอาหารมาใหม่ แล้วรอดูจนกว่าคุณหญิงจะกิน แต่เธอก็ปัดจานหกกระจายอีก
เกียรติศักดิ์สติขาดผึง ลุกขึ้นบีบปากคุณหญิง จะกรอกอาหารใส่ เธอไม่ยอมเปิดปากจ้องมองเขาอย่างเกลียดชัง ชายหนุ่มโมโหปาช้อนทิ้ง คิดหาวิธีปราบพยศเธอ
บ่ายวันนั้นเกียรติศักดิ์เข้ามาพูดกับปฐวีอย่างใจเย็น ว่าเธอรู้ใช่ไหมว่าไม่ได้ทำร้ายตัวเองเท่านั้น เธอทำร้ายลูกในท้องด้วย คุณหญิงหันมาตอบอย่างไม่ยี่หระว่า...รู้...เขาสวน
“ไม่อยากเห็นหน้าไอ้เด็กในบ้านหรือไง! กินข้าวซะ แล้วผมจะหย่าให้”
ปฐวีตะลึงแต่ไม่เชื่อลมปาก เกียรติศักดิ์เน้นว่าถ้าตนไม่ทำตามคำพูด ป่านนี้ณรังค์ตาย หาศพไม่เจอนานแล้ว คุณหญิงเริ่มหวั่นใจ เขาย้ำอีกครั้งว่า
“จะทำร้ายตัวเอง ผมไม่แคร์ แต่อย่าทำร้ายลูกผม คลอดเมื่อไหร่คุณหญิงจะเป็นอิสระ”
“จนกว่าคลอดเหรอ...ฉันไม่รอนานขนาดนั้นแน่” ปฐวีพล่านไม่เชื่อใจคนคนนี้...
ด้านสิริกันยาพยายามร่าเริงช่วยศรีนวลเอาขนมไปส่งขาย เก็บเงินกลับมาให้ เจ๊หวานรู้ว่าเธอยังอกหักเสียใจ ศรีนวลเถียงแทนว่าหลานตนไม่ได้อกหัก มีผู้ชายมาจีบมากมาย ขาดคำอ๋องถือถุงของฝากมาเยี่ยม ศรีนวลอวดเจ๊หวานทันทีว่านี่เป็นอีกหนึ่งที่มาจีบหลานตน
พอศรีนวลรับของจากอ๋องแล้วติงว่าทีหลังไม่ต้องลำบาก อ๋องกลับบอกว่า ตนอยากเอาของดีๆมาฝากเพื่อน ฝากย่าเพื่อน เจ๊หวานหัวเราะร่วน ศรีนวลถามย้ำเขาพูดว่าอะไร อ๋องย้ำคำว่าเพื่อน ศรีนวลรีบดึงอ๋องไปคุยลำพัง ถามอย่างจริงจังว่าคิดอย่างไรกับสิริกันยา
“ย่าครับ...ผมรู้ว่าย่าให้โอกาสผม แต่ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกครับ ทำดีให้ตายยังไง คุณกันยาเธอก็ไม่มีทางคิดกับผมเป็นอย่างอื่น ที่สำคัญ เธอยังรักคนอื่นอยู่นะครับย่า แผลยังสด”
ศรีนวลผิดหวังลมแทบจับ...สิริกันยาขอบคุณที่อ๋องให้ความกระจ่างกับย่า อ๋องอยากบอกเธอว่าณรังค์รักเธอ แต่ด้วยสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่บอกเธอ จึงได้แต่น้ำท่วมปาก แล้วเปลี่ยนเรื่องขอช่วยหางานใหม่ให้ สิริกันยาขอจัดการเอง เขาจึงได้แต่อวยพรให้เธอมีชีวิตที่ดี
ooooooo
เกียรติศักดิ์ตัดสินใจบอกกำธรว่ากำลังจะมีหลาน และเชื่อว่าจะเป็นหลานชาย กำธรไม่ดีใจเพราะเบื่อเรื่องวุ่นวายของตระกูลนี้ แถมบอกว่าตอนเขาเกิดตนก็ไม่ได้ดีใจ เพราะตนมีลูกกับเมียอื่นอีกหลายคนด้วยต้องการคนที่ไว้ใจได้มาช่วยทำงาน เกียรติศักดิ์น้อยใจ
“อย่าโกรธฉันเลย ฉันไว้ใจแกคนเดียวไม่ได้ ถ้าแกทำพลาด ฉันจะได้ให้ลูกคนอื่นที่มันรอความไว้วางใจจากฉันอยู่ รับไปแทน”
“แค่เมียผมท้อง ทำไมป๊าต้องพูดถึงขนาดนั้นว่าผมจะพลาด”
กำธรชี้ให้เห็นว่าเขากำลังอ่อนแอ เพราะให้อารมณ์รักมามีอิทธิพลเหนือสมอง เกียรติศักดิ์รู้สึกว่าพ่อกดดันเรื่องงานโดยไม่สนใจความสุขของตน...ถึงอย่างไรเกียรติศักดิ์ก็เป็นห่วงปฐวีกับลูก โทร.ถามข่าวคราวจากสายใจตลอด สายใจรายงานว่าวันนี้คุณหญิงทานข้าวได้มาก เขาดีใจอยากกลับไปหา เขามีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือนพ่อของเขา
ระหว่างนั้นปฐวีมีความคิดจะหนีไปจากเกียรติศักดิ์ ครุ่นคิดสักพักก็กดข้อความส่งไปถึงณรังค์ ว่าให้เขาช่วยด้วย ตนถูกทำร้าย...จากนั้นก็เอาไม้เบสบอลย่องมาฟาดหัวสายใจจนสลบ แล้วเดินมาหยุดมองตัวเองหน้ากระจก ยิ้มมุมปากก่อนจะลงมือทุบตีตามแขนตัวเองให้เกิดรอยช้ำ เอาหัวโขกกำแพงจนแตกเลือดซิบ เดินงุดๆ ออกจากห้องไปรอที่ทางเข้าหน้าคอนโด
ณรังค์เห็นข้อความหลงเชื่อ รีบวิ่งออกจากออฟฟิศ สายใจฟื้นขึ้นมาโทร.รายงานเจ้านาย เกียรติศักดิ์เดือดดาลมาก...ณรังค์มาถึงวิ่งเข้าหาปฐวี พอเห็นสภาพเธอก็ตกใจ คุณหญิงร้องไห้ทำนองตนเจ็บมาก ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ณรังค์จะพาไปแจ้งความ เธอรีบหาทางออก
“แล้วมันก็จะหลุด ณะก็รู้ว่ามันมีอิทธิพลขนาดไหน พาหญิงหนีไปก่อน ไปที่ที่มันจะตามเราไม่เจอ เร็ว!” ณรังค์ลังเล “ณะ หญิงกลัว...ณะสัญญาไว้ว่าจะช่วย จะอยู่ ใกล้ๆหญิงไม่ใช่เหรอ” ปฐวีส่งสายตาวิงวอนขอร้อง ณรังค์ใจอ่อนยอมพาเธอไปที่รถ
ทันใดรถเกียรติศักดิ์เข้ามาขวาง เขาลงจากรถมามองด้วยสายตาโกรธแค้น ตวาดลั่น “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับเมียกูอีก!”
“ผมปล่อยให้คุณหญิงอยู่กับคนอันตรายอย่างคุณอีกไม่ได้”
เกียรติศักดิ์หันมองปฐวี เห็นสภาพเธอก็ยิ่งปรี๊ด สั่งลูกน้องเอาตัวเธอขึ้นห้อง แล้วหันมาเคลียร์กับณรังค์ คุณหญิงร้องลั่นอย่าทำอะไรเขา...ณรังค์ถามว่าจะคุยอะไร เกียรติศักดิ์จ้องหน้า แต่แล้วลูกน้องเขาก็ตบณรังค์ด้วยด้ามปืนจนสลบ ปฐวีร้องกรี๊ดลั่น
ooooooo
ณรังค์ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องว่างเปล่า มีเกียรติศักดิ์นั่งจ้องหน้ารออยู่ จึงเอ่ยถามไหนว่าจะคุยเท่านั้น เกียรติศักดิ์ชกเปรี้ยงเข้าให้ แล้วตามไปขยุ้มคอเสื้อ
“กูไม่เคยไว้ใจมึงได้จริงๆ กูเตือนมึงแล้วว่าอย่ามาเจอเมียกูอีก มึงจะพาเมียกูไปไหน!”
“คุณทำร้ายร่างกายคุณหญิงปฐวี”
“กูไม่ได้ทำ! กูไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน นั่นเมียที่กำลังอุ้มท้องลูกของกู”
ณรังค์ตกใจมากที่รู้ว่าปฐวีท้อง รีบแจงว่าเธอไม่ได้บอก เธอบอกแค่ว่าโดนทำร้าย
“มึงถูกหลอกหรือมึงเต็มใจจะมาอยู่แล้ว”
ณรังค์ทนไม่ไหวตอบโต้เสียงเข้ม “ผมก็ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน ที่จะเอาไม่เลือก ถ้าจะทำจริงๆทำไมผมต้องรอมาจนถึงตอนนี้ ทั้งๆที่ผมมีโอกาส ผมจะพาคุณหญิงไปเมื่อไหร่ก็ได้”
เกียรติศักดิ์โกรธที่โดนทิ่มแทงใจ ชกเปรี้ยงให้อีกหมัด ณรังค์เจ็บแต่พยายามอธิบายต่อว่าตนพูดความจริง ตนไม่เคยคิดแย่งคุณหญิงไปจากเขา เกียรติศักดิ์เจ็บปวดใจ
“มึงอาจจะไม่คิดแย่งคุณหญิง แต่คุณหญิงจะไม่หยุดทำทุกอย่างเพื่อไปหามึง” เกียรติศักดิ์ชกและเตะณรังค์อีกหลายพลั่ก แม้เขาจะไม่ต่อสู้แต่ก็ยังไม่หายแค้น ชักปืนออกมาจ่อ
ณรังค์ตัวงอด้วยความเจ็บ แต่ก็ฝืนพูด “ผมพยายามพูดให้คุณหญิงอยู่กับคุณ ให้โอกาสคุณ ผมรู้ว่าคุณรักคุณหญิง ผมบอกให้คุณหญิงอดทน เปิดใจ สักวันคุณหญิงจะรักคุณได้”
เกียรติศักดิ์พรั่งพรูอารมณ์แค้น “มึงรู้ไหม เขาจะไปเอาลูกกูออก พอไม่สำเร็จก็ไม่ยอมกินอะไรเลย ลูกในท้องกูผิดอะไร...กูเลยบอกเขา ถ้าเขายอมกินและดูแลตัวเองจนกว่าจะคลอดแล้วกูจะหย่าให้เขาเป็นอิสระจะไปไหนก็ไป แต่เขาก็รอไม่ได้ถึงกับสร้างเรื่องขึ้นมาให้มึงพาหนี แล้วมึงจะให้กูทำยังไง...นอกจากฆ่ามึงให้ตายๆไปซะ เรื่องนี้มันจะได้จบ”
“เอาเลย ถ้าคุณคิดว่าความตายของผม มันจะทำให้เรื่องจบ ผมก็ยินดี” ณรังค์ปลงทุกอย่าง
เกียรติศักดิ์ฉุกคิดถึงคำขู่ของปฐวีที่ว่า เธอยังมีชีวิตต่อไปได้เพราะมีณรังค์ ถ้าไม่มีเขาก็จะไม่มีเธอ อย่าแตะต้องณรังค์ ถ้าเขาเป็นอะไรไป ได้เห็นศพตนแน่...
คิดแล้วให้แค้นหนักขึ้น ฆ่าไม่ได้จึงตบด้วยด้ามปืนอีกครั้ง แล้วเตะซ้ำจนสะบักสะบอม จิกหัวขึ้นมาเข่นเขี้ยวใส่
“วันนี้มึงยังดวงแข็ง กูไม่อยากให้มือเปื้อนเลือดต่ำๆของมึง”
“ผมจะจบเรื่องนี้ด้วยตัวของผมเอง” ณรังค์พยายามพูด
“มึงควรจบได้ตั้งนานแล้ว ผู้หญิงที่มึงควรจะไปดูแลปกป้องไม่ใช่คุณหญิง กูจะช่วยให้มึงจบเรื่องนี้เร็วๆ” เกียรติศักดิ์มองอย่างสมเพช คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้
ooooooo
ในวันนั้น สวัสดิ์นำภาพเขียนทั้งหมดมาติดตั้งในโรงแรม ละมุลแปลกใจที่ติดต่อณรังค์ไม่ได้ พนักงานบอกว่าเขาผลุนผลันออกไป ไม่บอกใครว่าไปไหน... เนื่องจากโทรศัพท์ณรังค์โดนเกียรติศักดิ์ทำลายจนพัง จึงไม่มีใครติดต่อได้
สวัสดิ์ลองโทร.ถามสิริกันยา พอเธอรู้ว่าณรังค์หายไปก็เกิดความเป็นห่วง ศรีนวลเห็นท่าทีหลานสาวก็แย็บว่าสามีคุณหญิงอุ้มไปนั่งยางและดักคอเป็นห่วงหรือ เธอปัดจะเป็นจะตายก็ไม่สน แต่แอบโทร.หาเขา พอติดต่อไม่ได้ก็ร้อนใจ โทร.กลับไปหาสวัสดิ์ แนะให้เขาโทร.ถามปฐวี
ส่วนปฐวีเดินพล่านอยู่ในห้องนอน ลูกน้องเกียรติศักดิ์เคาะประตู เอามือถือของเธอมายื่นให้ เพราะมีคนโทร.เข้ามา คุณหญิงรับแล้วจะปิดห้องแต่ถูกกันไว้ต้องฟังด้วยว่าคุยกับใคร
ปฐวีกดรับสายได้ยินเสียงละมุลก็ไม่พอใจ เธอกับสวัสดิ์มารอพบที่ล็อบบี้ ละมุลขอให้ช่วยถามเกียรติศักดิ์ว่าณรังค์อยู่ไหน ปฐวีตวาดไม่มีสิทธิ์สั่งตน เป็นบ้าอะไร จู่ๆมาโวยวาย
“ไม่รู้จริงเหรอว่าพี่ณะอยู่ที่ไหน” ละมุลไม่สนใจ ถามอีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ แล้วก็รีบไสหัวออกไปได้แล้ว อย่าเสนอหน้ามาเหยียบที่นี่อีก เสนียด!”
ละมุลสวนกลับทันที “คุณหญิงนั่นแหละ เสนียด!” ปฐวีตากร้าวที่คนที่เป็นเบี้ยล่างมาตลอด มาขึ้นเสียงใส่ ละมุลพูดซ้ำ “ฉันพูดว่า คุณหญิงนั่นแหละที่เป็นเสนียด เสนียดชีวิตพี่ณะ เสนียดชีวิตฉัน อยู่ใกล้ใครมีแต่สร้างความเดือดร้อน”
“นังละมุล!”
“เมื่อไหร่จะตายๆไปซะที หมดเสนียดอย่างคุณหญิงไปคนหนึ่ง แผ่นดินคงสูงขึ้น ทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบ มีความสุขกันสักที!”
ปฐวีปรี๊ด เงื้อมือจะตบ สวัสดิ์ปราดเข้าขวาง แต่ละมุลเป็นคนรับมือคุณหญิงไว้แล้วตบกลับเปรี้ยง...
ปฐวีเซไป ลูกน้องเกียรติศักดิ์เข้ามารับร่างคุณหญิงไว้ สวัสดิ์ตกตะลึงรีบตั้งสติเข้าไปขวางปกป้องละมุล แต่เธอฟิวส์ขาดแล้ว ท้าปฐวีให้เข้ามา สวัสดิ์เตือนสติว่านั่นพี่สาวเธอ
“เขาไม่เคยนับญาติกับฉัน และฉันก็ไม่เคยนับถือผู้หญิงบ้าคนนี้เป็นพี่ มีอะไรให้น่านับถือให้เกียรติ ไม่เคยทำเรื่องดีๆ มีแต่ขยันสร้างเรื่อง น่าสมเพช ถามหน่อยว่าเกิดมาทำไม!”
“กรี๊ด! นังละมุล แก...แก...” ปฐวีจะพุ่งใส่แต่ลูกน้องจับไว้
สวัสดิ์ขอให้ละมุลหยุดแล้วดึงเธอกลับ แต่เธอยังหันมาตะโกนใส่ ถ้าณรังค์เป็นอะไรไปเพราะคุณหญิง ตนจะกลับมาแน่ เตรียมตัวไว้...ปฐวีทรุดลง อาการแพ้ท้องทำให้เหนื่อยง่าย ครุ่นคิดเป็นห่วงณรังค์ขึ้นมาจับจิตจับใจ สั่งลูกน้องโทร.หาเกียรติศักดิ์ แต่เขาไม่รับสายใครเลย
สวัสดิ์ถามละมุล ไหนอโหสิกรรมให้ทุกคนแล้วในงานศพแม่ หญิงสาวสงบลง ยอมรับว่าโกรธอยากให้ปฐวีสำนึกบ้าง ชายหนุ่มติงแทนที่จะได้เรื่องกลับเหลว ละมุลเริ่มร้องไห้ สวัสดิ์ขอให้ตั้งสติ อโหสิกรรมให้ปฐวี ต่อไปก็กรรมใครกรรมมัน ละมุลคิดตามแล้วรู้สึกดีขึ้น
“ผมว่าคุณหญิงก็คงเป็นห่วงคุณณรังค์ด้วยเหมือนกัน คงรู้เรื่องแต่ไม่ยอมพูด สามีของเธออาจเกี่ยวข้องด้วย อย่างที่คุณสิริกันยาบอก”
ละมุลกังวลใจคิดหาทางช่วยณรังค์ แต่สวัสดิ์บอกมีทางเดียวคือ...รอ เธอแทบบ้าตาย
ooooooo
คืนนั้นสิริกันยานอนไม่หลับ เป็นห่วงณรังค์อย่างมาก ศรีนวลเหน็บ ห่วงแล้วทำไมไม่ไปช่วยตามหา บอกไม่อยากยุ่ง แต่เที่ยวโทร.ถามใครต่อใครจนรู้เรื่องเขาทุกอย่าง แกล้งว่า ถ้าเจอตัวแบบครบหรือไม่ครบบอกกันด้วย สิริกันยาหน้าหม่นที่ย่าพูดเหมือนแช่ง
ศรีนวลให้ไปตรวจเช็กล็อกประตูหน้าบ้านให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน สิริกันยาสาละวนทำโน่นนี่ให้ลืมเรื่องณรังค์ พอออกมาเช็กประตูแทบช็อก เมื่อพบณรังค์นอนสลบไสล สภาพบอบช้ำ ถึงกับร้องไห้พยายามเรียกให้เขารู้สึกตัว ณรังค์ปรือตามองแล้วหมดสติไปอีก
สิริกันยากับศรีนวลช่วยกันพาณรังค์ส่งโรงพยาบาลและโทร.แจ้งละมุล...สวัสดิ์พาละมุลตามมาอย่างร้อนใจ ศรีนวลคาดเดาไปตามเนื้อผ้าว่าน่าจะเป็นฝีมือสามีปฐวี เพราะเขาไม่มีศัตรูที่ไหน สิริกันยาเสริมว่าตำรวจให้รอณรังค์ฟื้นขึ้นมาแจ้งความ เพราะเป็นเจ้าทุกข์ สวัสดิ์แปลกใจถ้าเป็นฝีมือเกียรติศักดิ์ แล้วทำไมณรังค์ถึงนอนหมดสติที่หน้าบ้านสิริกันยา ทุกคนครุ่นคิด
ด้านปฐวีอาละวาดใส่เกียรติศักดิ์ว่าทำอะไรณรังค์ ต่อว่าเขาผิดสัญญา เกียรติศักดิ์จับมือเธอที่กำลังทุบตี เยาะหยันว่าไม่ต้องห่วงไม่ถึงตาย แล้วตอบโต้เสียงแข็ง
“ที่สร้างเรื่องโกหกว่าถูกผมทำร้าย จนไอ้เด็กในบ้านมันเชื่อ แล้วให้มันพาหนีน่ะ เรียกว่าอะไร! ใครผิดสัญญาก่อนกัน...ไม่ได้บอกมันเหรอว่าตัวเองท้อง ทำไม กะจะไปเอากับมันแล้วอ้างว่าเป็นลูกมันใช่ไหม จะได้จับมันได้อยู่หมัด”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!”
“แทงใจดำล่ะสิ จะบอกอะไรให้นะว่าอย่าฝันหวาน ตอนนี้คนที่มันรักกำลังดูแลมัน อีกไม่นานมันจะตาสว่าง รู้ว่าใครกันแน่ที่มันควรจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดูแลปกป้อง ไม่ใช่ผู้หญิงบ้าไร้สติ เห็นแก่ตัวอย่างคุณหญิง”
ปฐวีไม่เชื่อ เกียรติศักดิ์ให้ไปดูเองที่โรงพยาบาล แล้วจงยอมรับเสียทีว่าคนอย่างเธอไม่มีใครคนไหนในโลกนี้ให้ไปหา นอกจากตน คุณหญิงทรุดลงคั่งแค้นใจ รับไม่ได้ ไม่ยอมเชื่อ...รุ่งเช้า ณรังค์ฟื้นขึ้น เจอละมุลกับสวัสดิ์ ทั้งสองบอกว่าสิริกันยาเป็นคนพาเขามาส่งที่นี่
ละมุลซ้ำเติม บอกแล้วอย่ายุ่งกับปฐวี เขาควรให้ปากคำตำรวจอย่างละเอียด ณรังค์กลับไม่อยากเอาเรื่อง อ้างทำตามคำพูดของละมุลที่ให้เลิกยุ่งกับคุณหญิง ถึงตนไม่มีเจตนาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะตน ที่ทำให้ครอบครัวคุณหญิงวุ่นวาย และใครหลายคนเสียใจ
ณรังค์ขอโทษละมุลที่ทำให้เป็นห่วง แต่เธอกลับบอกว่าเขาต้องไปขอโทษหลายคนโดยเฉพาะสิริกันยา สวัสดิ์เสริมว่าเธอเป็นห่วงเขามาก ร้องไห้ตลอดเวลา ณรังค์อยากเจอเธอมาก ละมุลถอนใจบ่นว่าสิริกันยาคงไม่มาแล้ว ณรังค์หน้าเศร้าเข้าใจ เธอจะมาอีกทำไมไม่สำคัญอะไร
ด้านสิริกันยาถูกศรีนวลใช้ให้เอาน้ำซุปบำรุงสุขภาพไปเยี่ยมณรังค์ เธออิดออดย้อนถามย่าไม่เกลียดเขาแล้วหรือ ย่าเหน็บ ก็เปลี่ยนไปตามเธอ รักใครเกลียดใครก็ตามด้วยจนจะเป็นลม
“หนูไม่ได้เกลียด แต่หนูจะไม่รัก ย่าอย่าทำหนูเขวสิ”
ศรีนวลโวย หลานนั่นแหละที่ทำตนเขว สิริกันยางอนไม่อยากคุยเรื่องนี้แล้ว ลังเลจะไปเยี่ยมณรังค์ดีหรือไม่ ศรีนวลหมั่นไส้ เดินเข้าห้องนอนพัก ไม่อยากสนใจ
ooooooo
สายวันนั้น ณรังค์นอนมองไปนอกหน้าต่างคิดถึงสิริกันยา เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาดีใจคิดว่าเป็นเธอ แต่พอประตูเปิดเข้ามากลายเป็นปฐวี...ด้านสิริกันยาถือกระติกน้ำซุปเดินมาหยุดหน้าห้อง ตั้งสติไม่ให้ตื่นเต้น พลันได้ยินเสียงปฐวีคุยกับณรังค์ จึงยืนดูที่หน้าประตู
ปฐวีเอื้อมมือจะแตะหน้าณรังค์ เขาเบี่ยงหนี คุณหญิงคิดว่าเขารังเกียจ ชายหนุ่มพูดอย่างหนักแน่นจริงจังว่าไม่ได้รังเกียจ แต่ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดอีก คิดว่าที่ตนยอมสัญญาจะอยู่เคียงข้างเธอ ช่วยเหลือ เป็นกำลังใจให้เธอเพราะตนรักเธอ ไม่ใช่เลย ตนไม่ได้รักเธอ สิริกันยาหูผึ่งใจเต้นรัว คุณหญิงหน้าเสียไม่ยอมรับ โผเข้ากอดเขาไว้
“ไม่จริงหรอก ณะพูดด้วยความกลัว กลัวว่าจะถูกไอ้เกียรติศักดิ์มันทำร้ายอีก พักให้หายดีก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย” ณรังค์ขัดขอให้ฟัง “ไม่ ณะนั่นแหละฟังหญิง ไม่ต้องกลัว หญิงจะขายทุกอย่างที่เป็นของหญิงแล้วเราจะหนีไปด้วยกัน เงินที่หญิงมี พาเราไปไหนก็ได้ที่ไอ้เกียรติศักดิ์มันไม่มีวันตามหาเราเจอ...”
“พอได้แล้วคุณหญิง! เลิกหลอกตัวเองสักที ผมจะไม่หนีไปไหนกับคุณหญิงทั้งนั้น เพราะผมไม่ได้รักคุณหญิง...ได้ยินไหมว่าไม่ได้รัก”
เหมือนโดนตบหน้าชา ปฐวีเจ็บปวดใจแต่ไม่ยอมแพ้ ยังยืนกรานว่าเขาต่างหากที่หลอกตน ถ้าเขาไม่ได้รักตนแล้วสัญญาทำไมว่าจะไม่ทิ้งตน ณรังค์ตัดสินใจพูดความจริงออกไป
“ที่ผมสัญญาไม่ใช่เพราะรักคุณหญิง แต่เพื่อปกป้องไม่ให้คุณหญิงทำร้ายสิริกันยา ผู้หญิงที่ผมรัก!”...
สิริกันยายืนตะลึงหน้าประตู ปฐวีน้ำตาไหลพรากไม่ยอมเชื่อหาว่าเขาโกหก “ใช่! ผมโกหก ทั้งที่ความจริงผมรักเขามาก คิดถึงเขาทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ผมไม่อยากเห็นหน้าเขา”
“ไม่จริง! หญิงไม่เชื่อว่าณะจะลืมหญิงได้ ณะเจอมันแค่ไม่นาน มันไม่มีทางทำให้ณะลืมหญิง ลืมความรักของเราได้ หญิงไม่เชื่อ!”
“ผมลืมความรักของเราไปนานแล้ว เพราะมันไม่ใช่ความรัก คุณหญิงแค่ใช้ผมเป็นเครื่องมือทำร้ายคนที่คุณหญิงโกรธเกลียด” ปฐวีเถียงไม่ใช่ เขาขัด “ใช่! คุณหญิงต้องการทำให้ท่านชายอับอาย ถ้าลดตัวมารักกับไอ้สถุลอย่างผม คุณหญิงต้องการเห็นละมุลเจ็บปวด ถ้าต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก คุณหญิงต้องการเอาคืนคุณเกียรติศักดิ์ด้วยการใช้ผม เพื่อทำลายศักดิ์ศรีของเขาเหมือนกับที่เขาทำกับคุณหญิง คุณหญิงไม่อยากเสียหน้าและรู้สึกแพ้ ถ้าผมจะรักสิริกันยา”
“ไม่จริง! หญิงรักณะ อยากให้ณะรักหญิง อยู่กับหญิง เป็นของหญิง ที่หญิงทำทุกอย่างเพื่อให้ณะได้อยู่กับหญิง ให้เราได้รักกัน อยู่ด้วยกัน”
“คนที่คุณหญิงควรจะรักและอยู่ด้วยคือคุณเกียรติศักดิ์และลูกที่กำลังจะเกิดมา”
ปฐวีผงะที่ณรังค์รู้เรื่องลูก สิริกันยาเองก็ตกใจ
ณรังค์ขอให้คุณหญิงหยุดทำร้ายตัวเองและคนอื่น ตั้งสติมองความจริงว่าตัวเองมีสามีที่พร้อมจะรักเธอ กำลังจะมีลูกที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย มีเป้าหมาย ปฐวีตอบโต้เสียงกร้าวว่าเกลียดเกียรติศักดิ์ ไม่ได้อยากมีลูกกับเขา แล้วรำพัน
“ความจริงที่หญิงมองเห็นคือหญิงรักณะไม่เคยเปลี่ยน เคยรักยังไงก็ยังรักอย่างนั้น”
ณรังค์ลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็น จับมือปฐวีด้วยความสงสาร แต่เธอกลับรวบมือเขาอ้อนวอนขอร้องให้เขารักเธอ อย่ารักคนอื่น ณรังค์เหนื่อยใจพยายามพูดอย่างเข้มแข็ง
“ผมรักคุณหญิงได้ แต่รักในฐานะที่ผมเป็นเด็กในบ้าน ที่ต้องดูแลคุณหญิงแทนท่านชายเท่านั้น...คุณหญิงจะไม่ต้องการความรักจากผมหรือจากใครอีกทั้งนั้น ถ้าคุณหญิงรักตัวเอง รักให้เป็น รักให้ถูก ไม่ใช่ทำร้ายตัวเองเหมือนที่ผ่านมา...เชื่อผมเถอะนะคุณหญิง ตั้งสติแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ มันยังไม่สายเกินไป กลับไปหาครอบครัวที่กำลังรอคุณหญิงอยู่ คุณหญิงมีทุกอย่างที่พร้อมจะทำให้มีความสุขอยู่แล้ว ผมอยากเห็นคุณหญิงมีความสุขนะ”
“ณะอยากเห็นหญิงมีความสุขจริงๆเหรอ” สายตาปฐวีแห้งผาก ว่างเปล่า
ณรังค์รับว่าใช่ตนอยากเห็นเธอมีความสุข และตนจะมีความสุขไปด้วย...สิริกันยาสับสนว้าวุ่นใจ ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรเข้าไปเยี่ยมณรังค์ดีหรือไม่ แต่พอได้ยินคำยืนยันของณรังค์ที่ให้กับปฐวีว่าเขาจะรักษาสัญญาเป็นกำลังใจให้เธอ แต่ปฐวีกลับสวนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“หญิงไม่มีวันปล่อยณะไปให้ใคร หญิงจะไม่ยอมให้ณะรักใคร ถ้าณะรักมัน หญิงจะจองล้างจองผลาญมัน ย่าของมันไม่ให้มีความสุข”
สิริกันยาใจหายวาบ ณรังค์เองก็ผิดหวังที่ปฐวีไม่ยอมเข้าใจ จึงพูดรุนแรงขึ้น “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับสิริกันยากับย่าของเขา ผมนี่แหละจะแจ้งตำรวจจับคุณหญิง”
“เอาเลย! เชิญ! หญิงไม่สนว่าจะต้องถูกจับเข้าคุก หรือถูกตัดสินประหารชีวิต ขอแค่ให้มันพัง!”
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก กลับไปเถอะ อย่าให้ผมเห็นหน้าคุณหญิงอีก ถ้าไม่อยากให้ผมเกลียดคุณหญิงมากไปกว่านี้ จะพาตัวเองไปตกนรกขุมไหนก็เชิญ ผมก็จะไม่สนเหมือนกัน”
ปฐวีแทบช็อกมองหน้าชายที่รักอย่างผิดหวังเสียใจ ราวถูกไล่ให้ไปตาย หันกลับออกไป สิริกันยารีบหลบ สายตาปฐวีกร้าวมีแต่ความต้องการเอาชนะเต็มสมอง...
สิริกันยายืนอึ้ง ในใจว้าวุ่น จะดีใจที่รู้ว่าณรังค์รักตนหรือหวาดกลัวปฐวีจะทำร้ายตนกับย่าอีก
ครุ่นคิดสักพัก ตัดสินใจเข้ามาหาณรังค์ เขาดีใจมากที่เห็นเธอ แต่หญิงสาวอ้างว่าย่าให้เอาน้ำซุปบำรุงร่างกาย แก้ช้ำในมาให้ เธอเลี่ยงไม่มองหน้า ไม่สบตาเขา เดินไปเทน้ำซุปใส่ถ้วยมาป้อน ชายหนุ่มจ้องมองเธอไม่ละสายตา ขอให้เธอมองเขาบ้าง เธอเสียงแข็ง
“คุณไม่ใช่เจ้านายฉันแล้วนะ”
“นั่นสินะ ไม่ใช่เจ้านายแล้ว แล้ว...เป็นอะไรดี” สิริกันยาเร่งป้อน เขายื้อ “ตอบผมหน่อย”
สิริกันยาต่อรองให้เขากินให้หมดก่อนแล้วจะตอบ เขาโพล่งขึ้นว่า ผมรักคุณ...หญิงสาวชะงักงัน ณรังค์กุมมือเธอยิ้มอย่างอ่อนโยน ขอโทษกับทุกเรื่องที่ทำให้เธอเสียใจ
“ค่ะ ฉันยอมรับคำขอโทษ”
“คุณ...รักผมเหมือนกันใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันรักคุณ แต่...ลืมฉันเสียเถอะ และฉันก็จะลืมคุณเหมือนกัน”
“คุณหมายความว่ายังไง” ณรังค์ดีใจได้ชั่วครู่ก็ต้องตกใจ
“ฉันคงรักคุณได้ไม่เต็มหัวใจ ถ้ารู้ว่าคุณหญิงยังคงสาปแช่งและไม่ยอมปล่อยเราสองคน”
“กันยา ฟังผมนะ มันไม่ยุติธรรมกับเรา ถ้าต้องใช้ชีวิตที่ขึ้นกับความพอใจของคุณหญิง คุณไม่ต้องกลัว ผมจะปกป้องดูแลคุณ และคุณย่าของคุณให้ดีที่สุด...เดี๋ยวนะ คุณได้ยิน...”
“ใช่ค่ะ ฉันได้ยินทุกคำที่คุณคุยกับคุณหญิงปฐวี ความรักที่เต็มไปด้วยความกลัว มันจะทำให้เรามีความสุขได้จริงเหรอคะ”
“เราจะจับมือไว้ด้วยกัน ไม่มีใครทำอะไรเราได้ เราจะสู้ไปด้วยกัน”
“ฉันยอมรับว่าฉันอ่อนแอ ฉันกลัวว่าฉันจะทนไม่ไหว และปล่อยมือคุณ แล้วเราสองคนจะต้องเสียใจมากไปกว่านี้...ยอมรับความจริงเถอะค่ะ เราสองคนรักกันไม่ได้ ฉันขอโทษ”
สิริกันยาค่อยๆแกะมือณรังค์ออก น้ำตาตัวเองไหลริน เขายื้อมือเธอไว้ แต่เธอพยายามดึงมือออกแล้วเดินจากไป ณรังค์ร้องเรียก เสียใจที่เธอกลายเป็นคนอ่อนแอ ในขณะที่เขาลุกขึ้นมาเข้มแข็ง
ooooooo
ศรีนวลนั่งลุ้นอยู่กับเจ๊หวานที่บ้านว่าสิริกันยาจะปรับความเข้าใจกับณรังค์ได้ไหม แต่พอเธอกลับมา สีหน้าเศร้าสุดๆ ไม่ทันจะถาม เธอก็พรั่งพรูออกมาเองด้วยความอัดอั้นตันใจ
“หนูรักเขาไม่ได้ หนูไม่อยากให้คุณหญิงมายุ่งวุ่นวายกับเราอีก หนูไม่อยากใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ว่าบ้านจะถูกเผา ย่าจะถูกทำร้าย หรือว่าหนูจะถูกคุณหญิงเอาปืนมายิงอีกเมื่อไหร่...มันมีแต่ความทุกข์ หนูอยากมีความสุข อยากมีชีวิตที่ดี ย่าได้ยินไหม เจ๊หวานได้ยินไหม ต่อไปนี้อย่าถามหนูเรื่องนี้อีกนะ ถ้าไม่อยากเห็นหนูร้องไห้อีก” พูดจบเดินเลี่ยงเข้าห้อง
ในห้องพักฟื้น ณรังค์มองกระติกน้ำซุปคิดถึงสิริกันยา โดยมีละมุลกับสวัสดิ์คอยปลอบใจ ละมุลยุให้ตัวเขาลุกขึ้นมาจัดการเคลียร์กับปฐวีให้เรียบร้อย ก่อนจะรอสิริกันยาหายกลัว
ในขณะที่ปฐวีกลับมานอนร้องไห้ที่คอนโด เกียรติศักดิ์เยาะหยันพอเดาได้ว่าณรังค์คงบอกให้เลิกยุ่งกับเขาเสียที คุณหญิงนิ่งเงียบ ชอกช้ำใจเกินกว่าจะเถียง
“ก็ยังดีที่กลับมา บอกแล้วไง ไม่มีคนไหนในโลกนี้ให้คุณหญิงกลับมาหา นอกจากผม ผมคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของคุณหญิง นอนพักผ่อนเสีย” ใจเกียรติศักดิ์ยังรักปฐวีมาก เขาออกมาสั่งสายใจให้คอยดูแลเธอ เก็บมือถือเก็บโทรศัพท์ไม่ให้ติดต่อใครได้ นอกจากตน
ในคืนนั้นปฐวีนอนน้ำตาไหล คิดถึงคำพูดของณรังค์ที่เชือดเฉือนใจ จบด้วยคำที่เหมือนไล่ให้ไปตาย ทำให้สะอื้นออกมาใจแทบขาด...
เช้าวันใหม่ ละมุลกับสวัสดิ์พาณรังค์ออกจากโรงพยาบาล กลับมาอยู่ห้องพักในโรงแรม ละมุลล่ำลา พรุ่งนี้จะเดินทางไปบ้านเกิดของสวัสดิ์ ณรังค์หมดห่วงรู้ว่าสวัสดิ์จะดูแลเธออย่างดี
บ่ายวันนั้น สุนันทากับอ๋องเรียกณรังค์ไปคุยที่ห้องทำงาน เอาภาพจากกล้องวงจรปิดให้เขาดู เป็นภาพเขากับปฐวีกอดกัน เกียรติศักดิ์เอามาให้ตอนเขายังนอนโรงพยาบาล สุนันทาเล่าว่า เกียรติศักดิ์เอาภาพเหล่านี้มายื่นข้อเสนอ ให้ตนขายหุ้นโรงแรมทั้งหมดแก่เขา
โดยให้เหตุผลว่า ถ้ารูปและข่าวนี้ออกไป โรงแรมอาจถึงขั้นเจ๊งภายในชั่วข้ามคืน เพราะผู้บริหารที่ขยันทำแต่เรื่องคาวๆ แถมว่าตนไม่มีทางเลือก ถ้าไม่อยากขาดทุนรีบขายหุ้นเสีย
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ทำอย่างที่นายเกียรติศักดิ์พูดแน่ แต่อย่าลืม คนนอกไม่ได้รู้รายละเอียดอย่างที่เรารู้ ให้แถลงข่าวแก้ตัว หรือพิสูจน์อะไรยังไง ภาพลักษณ์มันก็เสียไปแล้ว ไม่ต่างอะไรกับเรื่องที่มีคนบุกมาทำร้ายแขกของเรา”
อ๋องแปลกใจแม่พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร สุนันทาอธิบายว่า เรื่องเก่ายังไม่จบ ถ้าต้องเจอข่าวนี้ ไม่มีผู้วิเศษที่ไหนแก้ปัญหาได้ ปิดประตูเจ๊งอย่างเดียว ณรังค์ฟังนิ่งๆและคิดตาม
“อย่าลืม ฉันไม่ได้มาลงทุนเพื่อขาดทุน และฉันก็ไม่มีทางยอมขายหุ้นให้โรงแรมนี้ตกอยู่ในมือสองพ่อลูกนั่น เพื่อทำธุรกิจสกปรกเด็ดขาด” ณรังค์ขอรับผิดชอบ “คุณจะรับผิดชอบยังไง”
เมื่อณรังค์ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแสดงความรับผิดชอบออกไปก็รู้สึกโล่งอก ออกมาเดินคุยกันประสาเพื่อนกับอ๋อง อ๋องขอบใจและเอาใจช่วยทุกเรื่อง แย็บถามเมื่อไหร่จะไปง้อสิริกันยา
“ไม่รู้ว่ะ คงสักพักมั้ง ไปตอนนี้กลัวเจ็บกลับมา”
“ไอ้ณะ บางเรื่องรอได้ แต่บางเรื่องอย่ารอ...รอนาน ไม่กลัวฉันเข้าไปเสียบหรือไงวะ แล้วแกจะแห้ว เฮ้ย...ล้อเล่น แต่อย่าลืม นอกจากฉัน ผู้ชายดีๆข้างนอกมีอีกเพียบ ฉันมั่นใจใครได้รู้จักคุณสิริกันยา จะต้องตกหลุมรักเธอ ศึกหนักแน่ หรือยังกลัวคุณหญิงปฐวี เลยไม่กล้าเดินหน้า”
ณรังค์ถอนใจบอกอ๋องว่าเรื่องระหว่างตนกับสิริกันยาไม่เกี่ยวข้องกับปฐวี เป็นความกลัวของเธอล้วนๆ อ๋องเตือนว่าผู้หญิงกลัวไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผู้ชายไม่กล้านี่สิ...ณรังค์อ่อนใจเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันนับถือแม่แกเลยนะ เก่ง พยายามเรียนรู้จากแม่เยอะๆ” ณรังค์ตบไหล่เพื่อนเบาๆ
ในขณะที่เกียรติศักดิ์ยิ้มย่องกับแผนของตัวเอง แต่กำธรไม่ตื่นเต้นไปด้วย เพราะรู้ว่าสุนันทามีเขี้ยวเล็บมาก อะไรๆไม่น่าง่ายอย่างที่ลูกชายย่ามใจ
ooooooo
วันต่อมา ปฐวีลุกขึ้นกินข้าว อารมณ์ดีจนสายใจแปลกใจ และยังใช้ไปซื้อดอกกุหลาบ สายใจไม่กล้าขัดคำสั่งเกียรติศักดิ์ทิ้งเธอไว้ คุณหญิงจึงออกไปด้วย เป็นการเดินเล่นไปในตัว
พอกลับมาปฐวีเก็บตัวเงียบในห้อง เกียรติศักดิ์โทร.ถามข่าวคราว สายใจรายงานทุกอย่างและเล่าว่า ปฐวีให้ตนโทร.ตามทนายมาพบ เขาแปลกใจแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่า ปฐวีอาจคิดได้จะโอนสมบัติมาเป็นของตน รู้สึกสบายใจอย่างมากที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเป็นของตัวเอง...วันนี้เขาต้องมาฟังคำตอบสุนันทา แต่แล้วต้องหน้าหงายเมื่อเธอบอกว่าไม่ขาย เขาเดือดที่เธอยอมเสี่ยง
“ฉันไม่มีอะไรต้องเสี่ยง เพราะฉันมีทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้ โดยที่ฉันไม่ต้องขายหุ้นให้คุณ” สุนันทายิ้มหยัน บอกเหตุผลให้ฟัง
ก่อนหน้านี้ ณรังค์มาขอลาออกเพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องบุคคลไม่ใช่องค์กร ผลกระทบจะไม่ร้ายแรงถ้าเขาไม่ได้เป็นผู้บริหารอีก
เกียรติศักดิ์กำหมัดแน่นด้วยคาดไม่ถึง อ๋องเย้ยกลับเพราะเคยโดนเขาหยามมาก่อน ว่าใครกันแน่ที่เหมือนคนยังไม่หย่านมแม่ คิดเล่นเกมก็ไม่อุดช่องโหว่ คิดไม่ทันหรือคิดไม่ได้
เกียรติศักดิ์กราดเกรี้ยว “หุบปาก! เดี๋ยวก็ไม่ตายดีหรอกมึง”
“อย่ากร่างไม่เลือกนะคุณเกียรติศักดิ์ จะเล่นเกมก็เคารพกติกาด้วย ถ้าไม่ยอมรับกติกา เล่นนอกเกมกับฉัน ฉันก็พร้อมจะนอกเกมกับคุณ ฉันคงไม่มาอยู่ในจุดนี้ได้ ถ้าเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดา” สุนันทาลุกขึ้นปกป้องลูก เกียรติศักดิ์ขู่ให้ระวังตัว เธอตอกกลับ “ถ้าฉันโทรศัพท์หาใครบางคนตอนนี้ คนที่ควรจะระวังตัวให้ดี คือคุณนะ ฉันปล่อยให้คุณเล่นนอกกติกาอยู่ฝ่ายเดียวมานานแล้ว ต่อไปนี้ ตาต่อตาฟันต่อฟัน!”
เกียรติศักดิ์จ้องหน้าด้วยความโกรธก่อนจะฮึดฮัดกลับไป อ๋องสงสัยถามแม่ใครเป็นแบ็กอัพแม่ เธอตอบขำๆว่า จะใครเสียอีกก็พ่อเขา...เคยสอนให้ตนพูดแบบนี้ถ้าถูกขู่ อ๋องยังอยากรู้ว่าพ่อทำได้จริงหรือ สุนันทาสอน ทำได้หรือไม่ไม่ใช่ปัญหา บางทีเราต้องมีเขี้ยวเล็บไว้ประดับบารมีบ้าง...สองแม่ลูกสบายใจขึ้นที่คลี่คลายปัญหาได้
ด้านปฐวีเก็บตัวในห้อง ตัดสินใจทำบางอย่างเป็นการแก้แค้นครั้งสุดท้าย คิดว่าการกระทำนี้จะทำให้ทุกคนเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต ด้วยการ...ฆ่าตัวตาย เธอเปิดน้ำใส่อ่างจนเต็ม กินยานอนหลับแล้วลงไปนอนแช่ในอ่าง ค่อยๆไหลลื่นจมลงช้าๆจนน้ำปิดใบหน้า
เกียรติศักดิ์กลับมาเห็นสายใจร้องไห้สีหน้าตื่นตกใจ พอเข้ามาในห้องน้ำก็ตกใจสุดขีด ถลาเข้าอุ้มปฐวีออกจากอ่างน้ำ เขย่าให้เธอรู้สึกตัว แต่มันสายเกินไป เขาร้องลั่นหัวใจแตกสลาย ไม่นานตำรวจมานำศพไปชันสูตร มีตำรวจนายหนึ่งพบจดหมายลายมือปฐวี นำมายื่นให้เกียรติศักดิ์เปิดอ่านต่อหน้า เป็นการยืนยันว่า คุณหญิงทำร้ายตัวเองจริง เขาเปิดอ่านด้วยมือสั่นเทา
“ณะของหญิง...ความสุขของหญิงคือการได้ความรักของณะ ถ้าไม่ได้ ก็เหลือแต่ความทุกข์ และไม่สามารถทนใช้ชีวิตกับคนที่หญิงเกลียด อย่างที่ณะอยากให้หญิงทำได้ เมื่อไม่มีณะ หญิงจึงเหลือความตาย ที่เป็นความสุขเดียวที่เหลืออยู่ และช่วยปลดปล่อยหญิงให้เป็นอิสระจากความรักที่มีให้ณะ ตายไปแล้วก็จะได้ไม่ต้องรัก ณะเคยบอกว่า หญิงรักใครไม่เป็น แต่หญิงขอยืนกรานว่าหญิงรักณะ แต่ณะอาจมองไม่เห็น ไม่เป็นไร หญิงผิดเองที่พยายามไม่พอ...”
เกียรติศักดิ์สะเทือนใจอย่างมากกับคำสั่งเสียสุดท้ายของปฐวี “หญิงขอพยายามเป็นครั้งสุดท้าย หญิงเหลือแค่เพียงวังจงสวัสดิ์และหุ้นของโรงแรม ที่หญิงขอให้ณะดูแลต่อ...ณรังค์ จงสวัสดิ์ ณ อยุธยา คือคนเดียวในโลกใบนี้ที่หญิงไว้ใจ เป็นความโชคดีเพียงอย่างเดียวในชีวิตของหญิง สุดท้ายนี้ อย่าคิดถึงหญิง ปล่อยหญิงไป หญิงมีความสุขดีแล้ว”
ข่าวปฐวีแพร่สะพัด ทุกคนตกตะลึง โดยเฉพาะณรังค์ที่ช็อก รู้สึกตัวอีกทีตอนทนายความมาพบ ยื่นจดหมายให้พร้อมบอกว่า ก่อนจะเกิดเรื่องปฐวีโทรศัพท์ตามตนไปทำพินัยกรรม และให้ตนเอาจดหมายนี้มาให้เขา ณรังค์น้ำตาไหลสะเทือนใจอย่างมาก
เกียรติศักดิ์นั่งเศร้าในงานศพปฐวีกับลูกในท้อง ถูกกำธรด่าว่าเป็นไอ้ขี้แพ้ ล้มเหลวทุกเรื่อง เพราะงมงายกับความรัก เขาถูกปลดทุกตำแหน่ง เอาน้องต่างแม่ขึ้นมาทำงานแทน เกียรติศักดิ์ปล่อยน้ำตารินไหล โดดเดี่ยวเดียวดายสุดๆ...ส่วนณรังค์เจ็บปวดไม่แพ้กันเมื่อได้อ่านจดหมายปฐวี ที่ตอกย้ำเป็นเพราะเขาไล่ให้เธอไปตกนรก เธอทำแล้วพร้อมกับเอาความรักที่มีให้เขาไปด้วย และเธอยังทิ้งท้ายแสดงให้เห็นว่าไม่มีคำว่าอโหสิ
“ไม่มีหญิง แต่ณะอย่าหวังว่าจะเป็นอิสระจากจงสวัสดิ์ หญิงให้คุณทนายโอนทรัพย์สมบัติทุกอย่างของหญิง ให้เป็นของณะแต่เพียงผู้เดียว ณะต้องดูแลมัน ในฐานะขี้ครอกของท่านพ่อต่อไป...” ณรังค์วางจดหมายลงอย่างหดหู่ ไม่อยากได้อะไรที่เป็นของจงสวัสดิ์เลย
ooooooo
สิริกันยามาหาณรังค์ที่โรงแรม เขากำลังเก็บของใช้ส่วนตัวด้วยความสะเทือนใจ แต่พอเห็นหญิงที่รักมาก็มีกำลังใจขึ้น
ทั้งสองยืนมองสายน้ำ ต่างฝ่ายต่างเคอะเขินไม่กล้าพูดคุย ณรังค์ทำลายความเงียบ คุยเรื่องอาการเจ็บป่วยของตัวเอง สิริกันยายิ้มรับแล้วถามเรื่องปฐวีขึ้นมา เขาหน้าหมองลงทันที ยอมรับกับเธอว่าเสียใจมาก จนวินาทีสุดท้าย คุณหญิงก็ยังไม่ยอมรับความจริง เลือกที่จะหนี ความผิดพลาดของเรื่องนี้เริ่มจากตอนไหน ตนอยากกลับไปแก้ไข
“ถ้าฉันเจอคนที่มีปัญหาอย่างคุณหญิง ฉันจะพูดอย่างมั่นใจเสมอว่า ผิดตั้งแต่การเลี้ยงดูของพ่อแม่หรือครอบครัวค่ะ”
“นั่นสินะ ผ้าขาวป้ายสีอะไรลงไปก็จะเป็นสีนั้น... มาถึงตอนนี้ผมรู้สึกผิดกับท่านชายมาก ที่ไม่สามารถดูแลทุกอย่างของจงสวัสดิ์เอาไว้ได้ตามที่รับปากกับท่าน โดยเฉพาะเรื่องคุณหญิง”
สิริกันยาปลอบว่า เขาเข้ามารับผิดชอบตอนที่ทุกอย่างพังด้วยน้ำมือท่านชายเองแล้ว ส่วนคุณหญิงก็ทำตัวเอง เขาทำดีที่สุดแล้วอย่าโทษตัวเอง เราทำได้แค่จดจำไว้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก...
ณรังค์ยิ้มออกรู้สึกสบายใจขึ้น สิริกันยาเห็นเช่นนั้นก็ขอตัวกลับ เขาใจหายไม่รู้จะรั้งเธอไว้อย่างไร จึงแอบตามเธอไปทุกที่ จนเธอกลับถึงบ้าน
ศรีนวลดักคอสิริกันยาว่าที่ออกไปวันนี้ ไปสัมภาษณ์งานอย่างเดียวหรือไปแวะถามสารทุกข์สุกดิบใครหรือเปล่า ไม่ทันไรณรังค์โผล่มายืนยิ้มเผล่ ศรีนวลแอบชอบใจแต่วางฟอร์ม เขาเข้ามากราบขอโทษเรื่องที่ผ่านๆมา
และเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง ขอโทษที่ไม่อยากรอจนสิริกันยาหายกลัว ขอลุยง้อเธอจนกว่าเธอจะใจอ่อน ศรีนวลไฟเขียวให้ทันทีแต่แอบเล่าว่า
“นังกันยามันกลัวเจ็บ มันเคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง เพราะมีผู้หญิงตามตื๊อพ่อ จนแม่มันกินยาตาย พ่อมันเสียใจมากจนไม่เป็นผู้เป็นคน สุดท้ายก็ไปรถคว่ำตายตามเมียมันไป...มันจำฝังใจจนไม่กล้าจะรักใคร แต่ทำปากแข็ง ถ้าเอ็งขอสู้ข้าก็จะไม่ขวาง แต่ขึ้นอยู่กับมัน”
ณรังค์กราบขอบคุณ ศรีนวลเปิดโอกาสให้ณรังค์นั่งรอสิริกันยาที่เก็บตัวอยู่บนห้องด้วยการออกไปข้างนอกกับเจ๊หวาน...แต่พอกลับมาไม่เห็นณรังค์ จึงขึ้นไปถามสิริกันยาว่าเขากลับไปแล้วหรือ
หญิงสาวใจหายรีบวิ่งลงมาดู บ่นทั้งน้ำตาเอ่อคลอ ไหนว่าจะรอ แค่นี้ก็รอไม่ได้ ศรีนวลทั้งประชดและเตือนว่า พอเขากลับก็มาร้องไห้ นี่ถ้าเขาเกิดออกไปโดนรถชนตาย ก็จะเสียคนดีที่รักเราอย่างจริงใจไป อุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ที่เราต้องสู้กับมัน ไม่ใช่หนี ถ้าไม่ยอมออกจากความกลัวก็จะไม่มีวันมีความสุข
สิริกันยาใจหายวิ่งออกมายืนร้องไห้หน้าบ้าน ณรังค์ถือกระติกน้ำซุปเข้ามาถามร้องไห้ทำไม เธอตะลึงคิดว่าเขาไม่รอแล้ว โผกอดเขาสะอึกสะอื้น พร่ำขอโทษที่มัวแต่กลัว กลัวเสียใจ ณรังค์บอกว่าปัญหาจะไม่ใช่ปัญหาถ้ายังมีความรักยึดเหนี่ยวเราไว้ แล้วชวนเธอไปที่แห่งหนึ่ง
ณรังค์พาสิริกันยามาดูละมุลกับสวัสดิ์ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นครูสอนเด็กที่โรงเรียนเล็กๆ ทั้งสองดีใจมาก
ณรังค์บอกเรื่องปฐวี ละมุลรู้และอโหสิกรรมให้นานแล้ว
ณรังค์พูดถึงทรัพย์สินของจงสวัสดิ์ที่ปฐวียกให้ ว่ามันควรเป็นของละมุล แต่เธอไม่ต้องการ เขาจึงเสนอว่า จะขายแล้วนำเงินมาสร้างโรงเรียนให้ละมุลกับสวัสดิ์ที่นี่ แบ่งส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาแก่เด็ก อุทิศบุญกุศลให้แม้นเทพกับปฐวี ละมุลเห็นด้วยและหันมาฝากสิริกันยาดูแลพี่ชายที่แสนดีคนนี้ด้วย
ณรังค์กับสิริกันยาจูงมือกันมาที่ริมน้ำ หนุ่มสาวสารภาพรักและสัญญาจะร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นแสงสว่าง เป็นสายน้ำเย็นฉ่ำคอยรดหัวใจซึ่งกันและกัน ณรังค์จะทำธุรกิจเล็กๆเพื่อวางรากฐานสำหรับอนาคต โดยไม่เน้นความร่ำรวย แต่ขอให้มีความสุข มีสิริกันยาอยู่เคียงข้างเติมเต็มชีวิตให้เขาตลอดไป
ooooooo
–อวสาน–










