ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สายธารหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณรังค์คิดว่าประคองรู้ดีว่าสวัสดิ์ไม่กล้าฟ้องกลับ ที่เธอทำให้เสียชื่อเสียง ประคองท้าถึงฟ้องก็ไม่กลัว ต่อให้ต้องขึ้นศาลกี่ครั้ง ท้ายที่สุดแพ้คดีเสียค่าปรับหรือติดคุกก็จะไม่ยอมให้ละมุลคบกับสวัสดิ์ แม้จะต้องทำผิดก็ตาม

“แม่เป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น แม่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย แม่สอนผมให้มีเหตุผล ให้เข้าใจ”

“หยุด!” ประคองขัดเสียงกร้าว

ณรังค์ชะงักกับความคิดเอาชนะของแม่ รู้สึกเหมือนเธอเป็นคนแปลกหน้า สายตามองไปเห็นสร้อยมรกต ที่เธอใส่ก็ยิ่งตกใจ “แม่ใส่สร้อยของหม่อมช้องนาง...”

“ใช่...แล้วทำไม” ประคองไม่สะทกสะท้าน ณรังค์ ถึงกับเข่าอ่อน มันเกิดอะไรขึ้น

ประคองกลับเข้ามายืนข้างเตียง มองแม้นเทพด้วยสายตาเกลียดชัง ไม่ทันจะทำอะไร พยาบาลพิเศษ เข้ามานั่ง บอกว่าณรังค์สั่งให้อยู่ช่วยดูแล ประคองโกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ได้

ผ่านไปพักใหญ่ ประคองอกจะแตกที่ไม่สามารถทำอะไรแม้นเทพได้ เดินออกจากห้องสั่งบรรจงกลับ ระหว่างทางให้ส่งเธอลงที่ตลาดไม่ต้องรอ อ้างว่าจะซื้อกับข้าวไปทำให้ณรังค์

บ่ายวันนั้น สิริกันยาขึ้นมาบนดาดฟ้าโรงแรมตามนัดหมายกับปฐวีแต่ไม่พบ ปฐวีโทร.เข้ามาบอกว่ากำลังขึ้นไป เธอติงว่าถ้าณรังค์มาทำงานไม่พบตนจะมีปัญหา ปฐวีทำเสียงเหยียดไม่แคร์...ความจริงแล้วปฐวีแอบมองอยู่มุมหนึ่งด้วยสายตาเกลียดชัง อยากเห็นสิริกันยาหงุดหงิดงุ่นง่านกลางแดดเปรี้ยง

ณรังค์มาถึงออฟฟิศไม่เห็นสิริกันยาที่โต๊ะทำงาน ก็โทรศัพท์หา เธอรับสายเขาไม่ทันบอกว่าตนอยู่ไหน ปฐวีปรากฏตัวขึ้นกระชากมือถือเขวี้ยงทิ้ง ณรังค์ได้ยินเสียง เธอเรียกคุณหญิง แล้วเสียงขาดหายไป...ปฐวีกระทืบมือถือที่หล่นจนจอแตกดับสนิท สิริกันยาตกใจมาก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ต้องการอะไร!”

ปฐวีมองตาขวาง “ถามฉันว่าต้องการอะไร แล้วให้ฉันได้หรือเปล่าล่ะ”

พอสิริกันยาถามอีกครั้ง กลับโดนปฐวีตบหน้าฉาด แล้วทำท่าล้วงบางอย่างในกระเป๋า เธอทรงตัวได้พุ่งเข้าผลักคุณหญิงล้มลง กระเป๋าถือกระเด็นไปไกลตัว แล้วโวยจะไม่เกรงใจแล้ว

ด้านณรังค์พยายามติดต่อสิริกันยาใหม่ ไม่มีสัญญาณตอบรับก็ใจไม่ดีเป็นห่วงเธอมาก รีบวิ่งไปสอบถามว่าใครเห็นสิริกันยาบ้างไหม ได้ความว่าเธอเดินขึ้นลิฟต์ฝั่งห้องพัก ณรังค์เครียดคิดหาทางรู้ให้ได้ว่าเธอไปไหน แล้วนึกได้ว่าต้องเช็กกล้องวงจรปิด

ปฐวียืนจ้องหน้า สิริกันยาต่อว่าทำไมถึงตามระรานตนมากเกินไป ปฐวียิ้มเยาะ

“ฉันบอกให้ก็ได้ว่าทำไม เพราะแก ณะถึงปล่อยให้ฉันเดินลงนรกตามคำสั่งของท่านพ่อ”

“อย่ามาโทษฉัน เธอจะขึ้นสวรรค์หรือลงนรก มันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

ปฐวีตบหน้าสิริกันยาอีกฉาดโดยไม่ทันตั้งตัว

“แกแย่งณะไปจากฉัน! ถ้าไม่มีแก ฉันก็คงไม่ต้องทรมานอยู่อย่างนี้”

สิริกันยาจับมือปฐวีที่เงื้อจะตบอีก ตวาดกลับ “หยุดบ้าเอาแต่โทษคนอื่นซะที!”

ปฐวีไม่ยอมหยุด ยื้อยุดจนสิริกันยาหมดความอดทน ตบเปรี้ยงกลับแล้วถามมีสติขึ้นไหม ตนไม่ได้แย่งใครจากใคร เลิกยัดเยียดเรื่องทุเรศและความวุ่นวายให้ชีวิตตนเสียที ก่อนที่ตนจะตบให้ตายคามือตอนนี้...

พอระเบิดอารมณ์ออกไปก็รู้สึกตัว น้ำเสียงอ่อนลง

“ไม่มีใครสมหวังไปหมดทุกอย่างหรอก ทุกคนมีเรื่องผิดหวังกันทั้งนั้น อย่าคิดว่าตัวเองเป็นอยู่คนเดียว แต่ประเด็นก็คือ...ต้องจัดการกับมันยังไง ให้หยุดแค่ความเสียใจที่ต้องผิดหวัง ไม่ใช่ปล่อยให้มันทำร้ายอยู่อย่างนั้น ไม่จบไม่สิ้น อย่างที่คุณหญิงเป็นอยู่ สติไง สติ! ถ้าจะโทษใครก็ต้องโทษตัวเอง เพราะเป็นคนเลือกเอง ไม่มีใครบังคับใครได้ ถ้าไม่ยอม ถึงตอนนี้สิ่งที่คุณหญิงควรจะทำคือ ใช้ชีวิตต่อไป แล้ววันหนึ่งทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง...”

ปฐวีนิ่งฟัง สิริกันยาเข้าใจว่าเธอกำลังคล้อยตาม พยายามปลอบว่าเธอน่าจะมองว่าเธอโชคดีกว่าใครหลายคน ที่อยากเกิดเป็นเจ้าหญิงเหมือนเธอ แต่เธอกลับทำลายชีวิตในฝันของหลายคนด้วยน้ำมือเธอเอง เพราะความไร้สติ...ปฐวีน้ำตาซึมทรุดลงด้วยความเจ็บปวด

สิริกันยาคิดว่าคงหมดฤทธิ์ ค่อยๆเดินกลับเข้าตึก ผิดคาด...ปฐวีเดินไปหยิบกระเป๋าถือ ชักปืนออกมาอย่างคนเสียสติประกาศกร้าว

“อย่าสะเออะมาสอนฉัน! แกจะไปเข้าใจอะไร ในเมื่อแกไม่ใช่คนแพ้!”

สิรกันยาหันมาเห็นปืนที่เล็งใส่ก็ตกใจตัวแข็งทื่อ ปฐวีพรั่งพรูความเคียดแค้นว่า ชีวิตในฝัน ทำไมตนจะไม่เคยมีความสุขกับมัน แล้วถ้าตนไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะมี

ณรังค์เปิดประตูออกมาเห็นปฐวีเล็งปืนไปที่สิริกันยา ก็วิ่งเข้ามาเอาตัวขวาง ร้องห้ามเสียงหลง ปฐวีชะงักเจ็บปวดที่เห็นชายที่รักปกป้องหญิงอื่น...ณรังค์ขอให้วางปืนลง

“ไม่...หญิงต้องทำ เพราะหญิงไม่อยากเห็นหน้ามัน หญิงไม่อยากเห็นมันสมหวัง ในขณะที่หญิง...แพ้” 

คุณหญิงร้องไห้ฟูมฟายออกมา

“ไม่มีใครชนะ ไม่มีใครแพ้ทั้งนั้น”

“มีสิ...ณะบอกนังละมุลว่ารักมัน!”

สิริกันยาอึ้ง ณรังค์ประคองสติไม่หันมอง จ้องไปที่ปฐวีเท่านั้น

“ณะยอมให้ความรักที่มีให้มัน เอาชนะคำสั่งของท่านพ่อ ยอมขัดใจกับนังประคอง ณะยอมต่อสู้เพื่อมัน ในขณะที่กับหญิง ณะไม่เคย”

“ผมต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ทุกคนใช้ชีวิตตามความพอใจของตัวเองมานานพอแล้ว”

“แล้วรักมันหรือเปล่า! ตอบมา!” ปฐวีคาดคั้นคำตอบ

“ไม่!” ณรังค์กลั้นใจตอบเพื่อปกป้องสิริกันยา ในขณะที่เธอตั้งใจฟังแล้วต้องผิดหวังมาก

ปฐวีโวยวายแล้วทำไมเขาถึงบอกว่ารักสิริกันยา ณรังค์กัดฟันพูด

“เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบ ถ้าผมไม่รักใครสักคน มันคงไม่จบ”

สิริกันยาเสียใจที่ตัวเองถูกใช้เป็นเครื่องมือ ปฐวีทรุดลงร้องไห้โฮ ณรังค์เข้าแย่งปืนแล้วกอดปลอบ เธอร่ำไห้กอดเขาแน่น ขอให้เขาอยู่กับตนอย่าไปไหน

“ถ้าคุณหญิงสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายสิริกันยาหรือใครอีก ผมจะอยู่กับคุณหญิง คอยดูแลคุณหญิง ไม่ทิ้งไปไหน”

ปฐวีสัญญาและกอดยึดเขาไว้แน่น สิริกันยายืนมองด้วยความสะเทือนใจ มึนงงไปหมด ณรังค์ประคองปฐวีให้ลุกจะพากลับ หันไปบอกสิริกันยาให้ไปด้วย เธอถามเสียงสั่นว่าไปไหน

“คุณอาจอยากแจ้งความ”

ปฐวีหน้าเสียเริ่มกลัว สิริกันยาตัดสินใจบอกว่าไม่แจ้งความ จะให้โอกาสคุณหญิงอีกเป็นครั้งสุดท้าย

ณรังค์สบตาเธออย่างขอบคุณ ส่วนปฐวีคาดไม่ถึงว่าสิริกันยาจะไม่ผูกใจเจ็บ...พอณรังค์ประคองคุณหญิงกลับเข้าไป สิริกันยาก็ทรุดลงร่ำไห้เจ็บปวดหัวใจสุดๆ

ooooooo

ณรังค์ขับรถปฐวีมาส่งเธอที่คอนโด คุณหญิงทวงถามว่าเขาจะไม่ผิดสัญญา เขาพยักหน้าแต่ขอทำความเข้าใจก่อน ว่าเธอจะไม่ทำร้ายใครรวมถึงสามีเธอด้วย คุณหญิงกำหมัดแน่นฟัง

“คุณหญิงเป็นภรรยา ก็ต้องทำหน้าที่ภรรยาที่ดีกับเขา”

“ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเขาหลอกใช้หญิงงั้นเหรอ”

“ผมรู้ว่าเขารักคุณหญิง ถ้าคุณหญิงเปลี่ยนตัวเอง เขาจะเปลี่ยนเหมือนกัน...ผมจะคอยให้กำลังใจอย่างที่คุณหญิงอยากให้เป็น นี่คือสิ่งถูกต้องสำหรับทุกคน ยังไม่สายถ้าจะเริ่มต้นตอนนี้”

“ขอเพียงณะไม่ไปไหน หญิงจะทำ”

ณรังค์ส่งกุญแจรถคืนให้ ปฐวีโผกอด ชายหนุ่มลูบหลังปลอบ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ อย่าเพิ่งหมดความหวัง เชื่อตนแล้วจะมีความสุขที่แท้จริงในวันหนึ่ง...ระหว่างนั้นทั้งสองไม่เห็นว่าเกียรติศักดิ์ยืนมองด้วยสายตาเคียดแค้นอยู่มุมหนึ่ง

พอปฐวีเข้ามาในห้องต้องชะงักเมื่อเห็นเกียรติศักดิ์นั่งมองตากร้าว เธอพยายามทำตัวปกติ เขาโพล่งขึ้นว่า เห็นชายโฉดหญิงชั่วยืนทำระยำกันที่ลานจอดรถ เธออึ้งหมายถึงใคร กลบเกลื่อนบ่นว่าง่วงไว้คุยกันทีหลัง เขายิ่งเสียงเข้มหาว่าไปทำอะไรจนหมดแรง ไหนว่าเกลียดแต่แอบไปกินกันลับๆ ปฐวีโกรธตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“อย่าดึงฉันกับณรังค์ลงไปต่ำเหมือนคุณ คนใจสกปรกอย่างคุณ มันไม่เคยมองใครดี”

“ได้ สูงนักใช่ไหม!” เกียรติศักดิ์โกรธลากปฐวีเข้าห้องนอน เหวี่ยงลงไปกองกับพื้น “ถ้าสูงส่งจริง ก็อยู่มันแต่ในนี้แหละ อยู่บนที่สูงๆ ดูซิว่าจะสะกดใจไม่ให้ลงต่ำได้อย่างที่ปากพูดจริงหรือเปล่า” ปฐวีโวยไม่มีสิทธิ์มาสั่ง เขาสวน “ผมเป็นผัว ผมมีสิทธิ์ขังเมียไม่ให้ออกไปสำส่อน!”

ปฐวีพุ่งเข้าตบหน้าเขาอีกฉาด เกียรติศักดิ์โมโหจับเธอเหวี่ยงลงบนเตียงเพราะเลี่ยงไม่อยากทำร้ายผู้หญิง แต่คุณหญิงไม่หยุดอาละวาด ด่าว่าเขาต่างหากที่สำส่อน เขาทนไม่ไหวพลั้งมือตบเธอให้หยุด คุณหญิงตกใจลุกขึ้นมาบ้าขว้างปาข้าวของใส่ เขาจับมือเธอบิดผลักลงบนเตียง ขึ้นคร่อมบีบคอเธออย่างเดือดดาล

“เตือนแล้วใช่ไหม อย่าให้กูโกรธ อย่า! อย่า!” คุณหญิงนิ่ง เกียรติศักดิ์ได้สติคลายมือออกจากคอ “มึงอยู่แต่ในห้องเลยนะ อยู่ไปจนกว่ามึงจะหายบ้า คิดบ้างว่ามึงเป็นเมียกู อย่าคิดออกไปร่านกับไอ้เวรนั่นอีก ไม่งั้น กูฆ่ามึงแน่”

ปฐวีไอโขลกๆแล้วร้องไห้เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ เกียรติศักดิ์เดินออกจากห้อง ปิดประตูล็อกจากด้านนอก คุณหญิงถลาเข้าทุบประตูโครมๆ ตะโกนลั่นจะขังตนแบบนี้ไม่ได้...เธอร้องไห้ทุบอยู่นานจนอ่อนแรง เกียรติศักดิ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง เห็นเธอเงียบลงก็ออกไปจากคอนโด โทร.สั่งลูกน้องให้หาข้อมูลติดต่อคีย์แมนของเดอะแกรนด์รอยัลทุกคนมาให้ตนด่วนที่สุด

ณรังค์กลับมาที่โรงแรมเพื่อมาหาสิริกันยา กลับพบโต๊ะว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่กระเป๋าถือของเธอ ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบจดหมายลาออกบนโต๊ะในห้องทำงานตัวเอง

ระหว่างนั้นสิริกันยากำลังอธิบายเหตุผลกับอ๋องถึงการลาออกของตนในห้องทำงานเขา ว่านี่เป็นวิธีดีที่สุด ถ้าตนไม่ออกไปจากชีวิตณรังค์ เรื่องอาจจะเกิดขึ้นอีก ตนไม่ไว้ใจปฐวี อ๋องแย็บถามไม่ใช่เพราะเสียใจที่ณรังค์ใช้เธอเป็นเครื่องมือจบปัญหากับละมุลหรือ เธอยอมรับว่ามีส่วน แต่ไม่ได้เสียใจ ผิดหวังมากกว่า

อ๋องไม่อยากให้เธอตัดสินณรังค์ แต่หญิงสาวบอกจะตัดสินอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์แล้ว และขอบคุณสำหรับความเมตตาของเขา โอกาสหน้าคงได้เจอกันอีก พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น ณรังค์เปิดประตูเข้ามาบอกไม่อนุมัติการลาออกของเธอ เพราะเธอยังใช้หนี้ไม่หมด

สิริกันยาสวนจะหาเงินมาใช้คืนภายในอาทิตย์หน้า ณรังค์โวยหาที่ไหน หรือจะกู้นอกระบบให้พวกมันตามทวงหนี้ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีก

“เฮ้ย! ใจเย็นๆก่อนณะ แกน่าจะเข้าใจความรู้สึกของคุณสิริกันยาเขาบ้าง ใครจะไปทนทำงานอยู่ใกล้แกได้ ในขณะที่วันดีคืนดีไม่รู้ว่าจะมีปืนมาจ่อหัวอีกเมื่อไหร่” อ๋องให้เหตุผล

ณรังค์สงบลง สิริกันยาขอบคุณที่เข้าใจสถานการณ์ตน แต่เขากลับบอกว่า เข้าใจว่าเธอไม่มีทางจนตรอกต่างหาก เพราะมีคนช่วยทั้งคน ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องเงิน หญิงสาวงงหมายถึงใคร อ๋องสะดุ้งที่เพื่อนกลับออกไปปิดประตูโครมอย่างไร้เหตุผล จึงตามไปคุยด้วยที่ห้อง

“แกหมายถึงใคร ที่จะมาช่วยคุณสิริกันยาทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน”

ณรังค์ไม่ตอบแต่จ้องหน้าอ๋องเขม็ง

“เฮ้ย! แกหมายถึงฉันรึ...นี่แกฟังฉันนะ ฉันอธิบายให้ฟังช้าๆชัดๆ”

“ไม่ต้องอธิบาย ฉันเข้าใจสถานการณ์ดี ขอโทษที่หงุดหงิดใส่อารมณ์ เพราะฉันไม่พอใจที่จู่ๆมาลาออกไม่ให้เวลาฉันเตรียมตัวหาคนใหม่มาแทนในขณะที่ฉันมีงานมากมายที่ต้องให้เขาช่วย”

ณรังค์ขัดพยายามเย็นลง แล้วอ้างมีงานด่วนต้องทำ วันหลังค่อยคุยกัน อ๋องไม่อยากรบเร้ายอมถอยออกมา ณรังค์ลืมตัวกดโทรศัพท์ไปที่โต๊ะสิริกันยาด้วยความเคยชิน แล้วนึกได้รีบวางสาย ต่อใหม่ไปที่โอปะเรเตอร์ ให้ต่อฝ่ายจัดซื้อเพราะจำเบอร์ไม่ได้

ส่วนสิริกันยาเดินออกจากโรงแรมด้วยความผิดหวังเสียใจ...กลับถึงบ้านเห็นศรีนวลทำกับข้าวอยู่ก็เข้าไปยืนยิ้มข้างๆ ศรีนวลแปลกใจที่หลานสาวกลับบ้านเร็วกว่าปกติ

ระหว่างนั่งกินข้าว ศรีนวลตกใจเมื่อหลานบอกว่าลาออกจากงานแล้วด้วยเหตุผลที่ว่าเบื่องานเบื่อคน ผู้เป็นย่าไม่ว่าอะไรเพราะมีอ๋องอีกคนที่ช่วยได้ สิริกันยาแย้งว่าเขาเป็นเพื่อนกับณรังค์ ถ้าต้องไปทำงานด้วยก็ต้องเจอณรังค์อีก

“งั้นไม่ต้องไปแคร์ เอ็งมีความรู้ซะอย่าง เหมือนมีอาวุธไม่อดตายหรอก ถ้ายังหางานไม่ได้ก็ไปขายขนมให้ย่า”

สิริกันยาเออออเห็นด้วย แต่ในใจหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ในสถานีตำรวจ สวัสดิ์กับละมุลนั่งให้การร้อยเวร ประคองเดินหน้าเครียดเข้ามา ปรี่เข้าตบหน้าสวัสดิ์ และกล่าวหาเขาล่อลวงลูกสาวไป ละมุลรีบบอกว่าตนขอให้สวัสดิ์พาไปเอง ประคองกราดเกรี้ยวสั่งให้พูดความจริง ละมุลย้ำหนักแน่น

“หนูพูดออกไปแล้ว หนูเป็นคนหนีไปเอง ทุกอย่าง หนูเป็นคนทำเอง”

ประคองผิดหวังในตัวลูกสาวมาก ร้อยเวรสรุปความว่าเป็นการเข้าใจผิด ถามสวัสดิ์ว่าต้องการฟ้องกลับหรือแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายหรือไม่ สวัสดิ์ปฏิเสธและขอจบเพียงเท่านี้

กลับมาถึงวังจงสวัสดิ์ ประคองคาดคั้นละมุลให้พูดอีกครั้งว่าหนีออกจากบ้านทำไม และให้ยืนยันกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่าลาออก ละมุลเหนื่อยหน่ายย้ำว่าตนบอกไปหมดแล้ว ไม่อยากอยู่ที่นี่ และจะไม่ลาออก ประคองปรี๊ดทันที

“นี่แกเสียให้มันแล้วใช่ไหม ถึงยังอยากอยู่ใกล้มัน รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ชอบ แกก็ยังดื้อด้าน”

“อย่าดูถูกครูสวัสดิ์กับหนู”

ประคองเงื้อมือแต่ต้องชะงักเมื่อละมุลยื่นหน้ารอ

“เอาเลย...หนูจะไม่หนี จะยืนให้แม่ลงโทษ แม่ตีหนูให้ตายเลยก็ได้ แต่หนูก็ยังยืนยันจะทำในสิ่งที่หนูต้องการ เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด ครูสวัสดิ์ไม่ใช่

คนเลวอย่างที่แม่คิด หนูจะเป็นเพื่อนกับเขา คุยกับเขา กินข้าวกับเขา”

ประคองตวาดให้หยุด แต่ละมุลไม่หยุดพูดถึงสวัสดิ์ในแง่ดี ทำให้ประคองเดือดดาลตบตีลูกสาว บรรจง สีดา และชื่นตื่นตระหนกแต่ไม่กล้าเข้าไปห้าม จนกระทั่งณรังค์กลับมาถลาเข้าช่วย ละมุลห้ามเขาไว้ บอกว่าปล่อยให้แม่ตีจนกว่าจะพอใจ ตนจะไม่หยุดให้คุณค่ากับคนที่เห็นคุณค่าของตน เพราะตนอยากรู้สึกรักตัวเอง ไม่ใช่ขอให้ใครมารักเหมือนที่แม่พยายามให้ตนทำ...

ประคองชะงักแล้วตัดพ้อทั้งน้ำตา “แม่ทำผิดมากนักเหรอ ผิดเหรอที่แม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตแกพรั่งพร้อม ไม่ขาดเหมือนชีวิตของแม่ ถ้าแกเห็นว่ามันผิด ก็ได้ ไม่ต้องเชื่อ ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเชื่ออะไรฉัน อยากจะไปมีชีวิตของตัวเองก็ไปมีที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่จะเป็นที่ของฉันคนเดียว”

ทุกคนนิ่งงัน ประคองเดินลิ่วออกไป ละมุลร้องไห้ตัวโยน ณรังค์เข้ากอดปลอบและดูแลจนเธอดีขึ้น ละมุลขอบคุณ เรียกเขาเต็มปากว่าพี่ชายที่แสนดี ณรังค์ลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู

“มีน้องสาวกับเขาอยู่คนเดียว ไม่ดีด้วยแล้วจะให้ไปดีกับใครที่ไหน”

“ดีกับคนที่พี่ณะรักไง”

ณรังค์แปลกใจที่ละมุลพูดเรื่องนี้ได้ เธอยอมรับว่าคิดได้แล้ว รวมถึงเรื่องสวัสดิ์ แต่ต่อว่าทีหลังอย่าแอบคุยเรื่องตนกับสวัสดิ์อีก ณรังค์รับปาก เมื่อละมุลถามเรื่องแม่ว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปมาก เขาหน้าเครียดลง ตัดสินใจเล่าเรื่องที่ท่านชายบอกว่าประคองจะฆ่าท่าน

ละมุลตกใจและไม่เชื่อ หาว่าแม้นเทพโยนความผิดให้แม่เพราะไม่ต้องการให้ตนกับแม่อยู่ในวัง ณรังค์เองก็ไม่อยากเชื่อจึงขอพิสูจน์ เพราะถ้าเราไม่พิสูจน์จะมีอะไรยืนยันว่าท่านชายกล่าวหาแม่ หญิงสาวยินยอม แต่ถ้าไม่เป็นความจริงเธอจะไม่ทนอยู่ที่นี่อีก

บรรจง สีดา และชื่นต่างหวาดกลัวประคอง รู้สึกว่าจิตไม่ปกติ ณรังค์ต้องขอร้องให้ช่วยกันดูแลเธอ มีอะไรรีบโทร.บอกตน เมื่อณรังค์เดินตรงไปที่เรือนเล็ก มองพระจันทร์กลมโตแล้วคิดถึงสิริกันยา

ขณะเดียวกันสิริกันยายืนมองพระจันทร์ที่ริมหน้าต่างห้องตนเอง ประคองก็มองจันทร์ดวงเดียวกัน แต่ทุกคนมองด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ประคองหน้าเครียดสั่งบรรจงเอารถออก แต่ไม่ทันจะไป รถโรงพยาบาลแล่นเข้ามาจอด ณรังค์ดูแลให้เจ้าหน้าที่และพยาบาลช่วยกันเข็นเตียงพาแม้นเทพขึ้นห้อง ประคองหน้าเสีย ต่อว่าณรังค์พาท่านกลับมาทำไม

“อาการท่านคงที่แล้ว รอแค่ท่านฟื้นรู้สึกตัว อยู่ที่โรงพยาบาลต่อก็เท่านั้น หมอเลยแนะนำให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน”

“แล้วทำไมไม่มีใครบอกฉัน ไม่เห็นหัวกันแล้วใช่ไหม”

ณรังค์อ้างว่าเห็นเธอเครียด ไม่อยากเอาภาระไปเพิ่มและจ้างพยาบาลดูแลท่านไว้พร้อม ประคองยิ่งเดือดเดินปึงปังออกไป ละมุลหวั่นใจตามมาถามแม่ว่าน่าจะดีใจที่ท่านชายอาการดีขึ้น ประคองรีบกลบเกลื่อนว่าโกรธที่ทำอะไรกันข้ามหัวตน ละมุลเริ่มกังวลตามที่ณรังค์เล่า

ณรังค์เข้ามาคุกเข่าข้างเตียงคุยกับแม้นเทพว่าตนขอตัวไปทำงาน แล้วหันบอกพยาบาลว่าให้แม่บ้านคอยอยู่ใกล้ๆเผื่อจะเรียกหา ถ้ามีปัญหาอะไรก็รีบโทร.บอกตน เวลานั้นประคองเดือดดาลอยู่ในห้องนอน เข่นเขี้ยวว่าแม้นเทพควรตาย ทำไมยังรอด

สายวันนั้นประคองตัดสินใจเอาซีรินจ์เหน็บชายพกเดินออกจากห้องด้วยสายตาเยือกเย็น สั่งชื่นให้พา พยาบาลไปแนะนำข้าวของที่ต้องใช้ดูแลท่านชาย และให้จัดการเรื่องส่วนตัวของตัวเอง พอพยาบาลออกจากห้องแม้นเทพ ประคองก็กดล็อกประตูทันที หยิบซีรินจ์ ออกมาจะฉีดเข้าในสายน้ำเกลืออัดอากาศเข้าไป

วันนี้สิริกันยาตั้งใจไปพบณรังค์เพื่อเจรจาเรื่องการผ่อนชำระหนี้สิน พอเข้ามาในห้องทำงานเห็นเขาใส่หูฟังจ้องโทรศัพท์มือถือสีหน้าเคร่งเครียด เขายกมือห้ามเธออย่าเพิ่งพูดอะไร หญิงสาวจึงนั่งลงอย่างสงบเงียบ ณรังค์จับจ้องอยู่หน้าจอโทรศัพท์ เห็นประคองเดินเข้าหาแม้นเทพ พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว สีหน้าเคียดแค้น

“น่าเสียดายที่ฝ่าบาทไม่มีโอกาสได้เห็นว่าหม่อมฉันสวมสร้อยมรกตได้สวยไม่แพ้หม่อมช้องนางเลย...จริงๆแล้วหม่อมฉันไม่ได้มีอะไรแพ้หม่อมช้องนางเลยสักนิด แต่ไม่ได้เกิดเป็นผู้ดีเท่านั้น เป็นความผิดร้ายแรงมากเลยใช่ไหม เลยทำให้ฝ่าบาทให้หม่อมฉันได้แค่ตำแหน่งนางบำเรอที่ต้องเจียมตัวอยู่แต่ในมุมเล็กๆ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงวันที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า

แม้หม่อมฉันจะมีลูกที่มีสายเลือดจงสวัสดิ์โดยตรงจากฝ่าบาท มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น”

แม้นเทพหลับตาแต่มือกระตุก ประคองจับสายน้ำเกลือจะฉีดอากาศเข้าไป ท่านชายหวาดหวั่นลืมตาขึ้น แต่อีกฝ่ายไม่ทันมอง ยังพร่ำพูดว่าเธอจงรักภักดีจนลืมศักดิ์ศรีตัวเอง เขาก็ยังไม่เห็นคุณค่า ตอนแรกคิดว่า เป็นเพราะหม่อมยังมีชีวิตอยู่ จึงกำจัดหม่อมเสีย แม้นเทพตกใจมาก ขณะที่ประคองยังคายความลับออกมาอีก

“แต่ก็ยังเหมือนเดิม...ยังไงฝ่าบาทก็มองไม่เห็นหัวหม่อมฉันอยู่ดี คนอย่างฝ่าบาทมันให้โอกาสไม่ขึ้น หม่อมฉันก็เลยให้ฝ่าบาทกินยาเหมือนที่ให้หม่อมช้องนางกิน แต่ฝ่าบาทก็ฆ่าไม่ตาย ทั้งๆที่ควรจะตาย กลับรอดมานอนเป็นผัก หมดสง่าราศีของหม่อมเจ้าแม้นเทพ จงสวัสดิ์ ผู้ที่เคยยิ่งใหญ่ ที่คอยชี้เป็นชี้ตายคนในวัง

บอกตามตรงว่ามันน่าสมเพช ทุเรศทุรังจนหม่อมฉันทนดูไม่ได้ ตายๆไปซะเถอะนะ อย่าอยู่ตอกย้ำความอัปรีย์ที่ตัวเองทำเอาไว้กับคนอื่นเลย”

แม้นเทพโกรธแค้น กลั้นใจออกแรงเหวี่ยงแขนไปโดนประคองจนเธอสะดุ้ง ท่านชายลืมตาแล้วหลับลง ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น ประคองตกใจรีบเก็บซีรินจ์แล้วมาเปิดประตู พยาบาลถามว่าล็อกประตูทำไม ประคองอ้างหน้าตาเฉยว่าไม่รู้ล็อกได้อย่างไร แล้วบอกพยาบาลว่าท่านชายฟื้น แต่เมื่อมองไปเห็นท่านยังหลับเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด แล้วกลับออกไปด้วยความงุนงง

พยาบาลรีบเข้ามาดูอาการแม้นเทพ กระซิบว่าณรังค์โทร.ให้ตนรีบเข้ามา ท่านชายนึกถึงที่ณรังค์บอกเมื่อเช้าว่าได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ ท่านยังถามเขาว่าเสียใจ ไหมถ้าประคองทำจริง

“เสียใจกระหม่อม ถ้ามันเกิดขึ้นจริง กระหม่อมขอคุยกับแม่คองเป็นการส่วนตัว ก่อนที่จะจัดการอะไรลงไป เรื่องนี้ไม่ควรมีใครรู้เรื่องมากนัก เพื่อปกป้องพระเกียรติของฝ่าบาท”

ณรังค์ตอบท่านชายไปอย่างนั้น และในเวลานี้เขาก็รู้เห็นความจริงทั้งหมดแล้ว ณรังค์นั่งน้ำตารื้นด้วยความเสียใจ สิริกันยามองอย่างแปลกใจ เขาได้สติไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตา จึงคว้าโทรศัพท์มือถือลุกเดินออกจากห้อง สั่งไม่ให้เธอตาม แต่หญิงสาวอดเป็นห่วงเขาไม่ได้

ณรังค์ขึ้นมาบนดาดฟ้า ทรุดลงร้องไห้เสียใจ ปล่อยความอัดอั้นโดยไม่รู้ว่าสิริกันยาตามขึ้นมายืนมองด้วยความสงสารและเห็นใจ...ผ่านไปสักพัก ณรังค์สงบลงลุกขึ้นหันมา ต้องชะงักเมื่อเห็นสิริกันยายืนส่งยิ้มมา

เขาถามเสียงเข้มว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตั้งแต่ที่คุณห้ามนั่นแหละ”

“ไม่เคยคิดจะฟัง”

“ฟังค่ะ...แต่เผื่อว่าจะช่วยอะไรคุณได้ เลยตามมา”

“นั่นแหละ เขาเรียกว่าไม่ฟัง”

สิริกันยายิ้มอบอุ่น ณรังค์ใจอ่อนยวบและเผลอยิ้มตอบ หญิงสาวดีใจที่เขาสบายใจขึ้น อดถามไม่ได้ว่าเรื่องมันร้ายแรงมากนักหรือ เขาพยักหน้าพร้อมตอบว่า ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต แล้วยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธอดูคลิป

ooooooo

ประคองเหมือนคนสติไม่สมประกอบ พร่ำพูดคนเดียวเมื่อนึกย้อนเหตุการณ์ที่ตัวเองพยายามฆ่าแม้นเทพ แต่เหมือนเห็นเขาลืมตามอง หรือเขาอาจจะได้ยินความลับที่เธอพูดออกมาทั้งหมด แต่แล้วทำไมเขายังหลับอยู่อย่างเดิม

ที่หน้าห้องนอน บรรจง สีดา และชื่นยืนออด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ เกี่ยงกันว่าใครจะเคาะประตู พลันเสียงสิ่งของกระทบประตูดังโครมครามตามด้วยเสียงตวาดของประคองว่าอย่ามายุ่งกับตน เล่นเอาทั้งสามคนผวา แต่ต้องทำตามคำสั่งณรังค์ที่ให้เฝ้า

ละมุลเดินมาเห็นแปลกใจที่สามคนรับใช้มาอยู่ตรงนี้ ทั้งสามเล่าว่าท่าทางประคองผิดปกติ ให้โทร.บอกณรังค์ ละมุลรับฟัง แต่ยังพยายามเคาะประตู เรียกแม่ ครั้นไม่มีเสียงตอบก็เริ่มหวั่นใจ

ทางด้านสิริกันยาที่ณรังค์ส่งโทรศัพท์มือถือให้เธอดูความร้ายกาจของประคอง หญิงสาวคาดไม่ถึงและพูดอะไรไม่ออก คืนโทรศัพท์ให้เขาด้วยมือสั่นเทา เขาถามถ้าเธอเป็นเขาจะทำอย่างไร เธอตอบว่าเขามีคำตอบในใจอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้คนอื่นดูคลิปนี้ คงเลือกทำลายมันไป ซึ่งตนเข้าใจความรู้สึกเขา มันไม่ง่ายเลยที่จะตัดสินใจ

ณรังค์พยักหน้าเศร้าๆ ตลอดชีวิตตั้งแต่พ่อแม่ตายก็มีประคองที่คอยดูแลอบรมสั่งสอนไม่ให้ตนรู้สึกเดียวดายบนโลกใบนี้ เธอทำให้ตนรู้คุณค่าในตัวเอง มันคือ สิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจตน

สิริกันยาจับไหล่เขาเบาๆส่งความรู้สึกให้ “ฉันเชื่อว่าทุกการกระทำของมนุษย์มันมีเหตุผล แม่คองของคุณก็เหมือนกัน ท่านคงถูกกดดันมามากจนทนไม่ไหว”

“ผมไม่รู้เลยว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหนกันแน่ ผมไม่เคยเฉลียวใจเลย แม่คองไม่น่าเลือกทางออกด้วยวิธีนี้”

“เวลาที่คนเราหลังชนฝามากๆ การฮึดสู้มีแค่สองทางให้เลือกเท่านั้น คือสู้อย่างมีสติหรือขาดสติ น่าเสียดายที่แม่คองของคุณเลือกอย่างหลัง”

ณรังค์รับรู้ถึงกำลังใจที่สิริกันยามีให้ เขายิ้มออกมาได้ ตั้งใจจะทำหน้าที่ลูกที่ดีต่อไป เมื่อละมุลโทร.บอกเรื่องประคองอย่างร้อนใจ ณรังค์ให้เฝ้าดูแล้วตนจะรีบกลับ จากนั้นเขารีบโทร.หาสวัสดิ์ เป็นเวลาที่สวัสดิ์กำลังเก็บเสื้อผ้าจะกลับไปอยู่กับแม่ เพราะลาออกจากโรงเรียนแล้ว แต่พอได้คุยโทรศัพท์กับณรังค์ก็ผลุนผลันออกไป ส่วนณรังค์ตรงไปที่สถานีตำรวจ ก่อนจะกลับมาที่วังจงสวัสดิ์

ooooooo

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย เกียรติศักดิ์กลับมาปล่อยปฐวี เธอสงบนิ่งไม่โวยวาย แต่ยื่นความจำนงขอหย่า เขาหัวเราะเยาะไม่ยอมง่ายๆ เธอกระชากแขนเขา ถามว่าต้องการอะไรจากตัวเธออีก เขาสะบัดเธอล้มลง เธอโผกอดขาเขาอ้อนวอน

เกียรติศักดิ์คาดไม่ถึงว่าเธอทำได้ขนาดนี้ แกล้งเหยียดหยามให้ทำมากกว่านั้นด้วยการกราบเท้า ไม่คาดคิดว่าเธอทำเพราะต้องการหย่าจริง

“คงต้องการเป็นอิสระมากสินะ ให้ผมหย่าแล้วปล่อยคุณหญิงไปเอาไอ้เด็กในบ้านนั่นอย่างสบายใจเหรอ ไม่มีทาง! ลดตัวลงได้เพื่อมัน ยิ่งเห็นแบบนี้ ผมยิ่งจะยึดคุณหญิงเอาไว้กับตัว ทางเดียวที่จะเป็นอิสระจากผมได้คือ...ความตายเท่านั้น”

ปฐวีเจ็บปวดร้องไห้โฮออกมา สักพักสายตากร้าวเต็มไปด้วยความแค้น “ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นอิสระจากแก!”

เกียรติศักดิ์ยักไหล่ไม่สน แต่พอเห็นเธอวิ่งออกจากห้องไปเปิดกระเป๋าถือ แล้วเหมือนหาอะไรไม่เจอ...ปฐวี จะหยิบปืน แต่นึกได้ว่าณรังค์เก็บปืนไว้ จึงวิ่งออกมาจากคอนโดแทน เกียรติศักดิ์เอะใจรีบไปเปิดลิ้นชักในห้องนอน พบว่าปืนหายก็ใจหาย ไม่รู้ว่าเธอเอาปืนไปทำไม

ระหว่างวิ่งมาที่รถ ปฐวีถามพนักงานที่โรงแรมว่าณรังค์อยู่ไหน พอรู้ว่าเขากลับวังจงสวัสดิ์ก็รีบตามไป

ประคองยังคงพร่ำพูดคนเดียวในห้องว่าไม่มีใครทำอะไรตนได้ ตนคือหม่อมคนเดียวของท่านชายแห่งจงสวัสดิ์...ละมุลนั่งรอณรังค์อย่างร้อนใจ พอเห็นสวัสดิ์มาก็แปลกใจ เขาบอกว่าณรังค์ให้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอ ละมุลยิ่งว้าวุ่นใจเพราะยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ สวัสดิ์รู้เรื่องจากณรังค์แต่เขาบอกว่าละมุลไม่เชื่อ จึงไม่กล้าเล่าอะไรให้ฟัง แล้วชวนไปเฝ้าดูประคอง

สวัสดิ์ลองเคาะประตูเรียกประคอง เธอตวาดไล่ให้เขากลับไป ละมุลพยายามขอร้องให้แม่ออกมาคุยกัน แต่เธอก็ไม่ยอม ณรังค์กับสิริกันยามาถึง ละมุลร้องเรียกณรังค์ ประคองได้ยินเกิดความหวาดระแวงอย่างมาก

เมื่อละมุลคาดคั้นถามณรังค์ว่าแม่เป็นอะไร เขาขอให้เธอฟังให้จบ

“แม่คองพยายามฆ่าท่านชาย พี่แจ้งตำรวจแล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังมา เราจะต้องคุยให้แม่คองยอมมอบตัว”

ทุกคนในบ้านตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ละมุลไม่เชื่อ ณรังค์จึงเปิดคลิปวางลงบนโต๊ะให้ทุกคนได้ดูและฟังคำพูดของประคองที่เป็นหลักฐานมัดตัวเธอเอง บรรจง สีดา และชื่นตาเหลือกคาดไม่ถึง ละมุลร้องไห้สะอึกสะอื้น ทันใดปฐวีเดินเข้ามาได้ยินตอนที่ประคองพูดว่าวางยาฆ่าช้องนางและทำกับแม้นเทพด้วย ก็กรี๊ดลั่นกลั้นใจฟังต่อ ด้วยความช็อกเช่นเดียวกับละมุลอกแทบระเบิด ปฐวีกราดเกรี้ยวถามหาประคองแล้วถลาไปที่ห้อง ละมุลวิ่งตามร้องห้ามอย่าทำอะไรแม่ตน ณรังค์กับคนอื่นวิ่งตามอย่างตกใจ แต่พอมาถึงประตูเปิดค้างอยู่ ประคองไม่ได้อยู่ในห้อง ณรังค์ฉุกคิดเป็นห่วงแม้นเทพ รีบวิ่งไปที่ตึกใหญ่ ทุกคนตามติด

ooooooo

ในห้องแม้นเทพ ประคองทำร้ายพยาบาลจนสลบ ย่างสามขุมเข้าหาแม้นเทพ เขาลืมตามองด้วยความหวาดกลัวและพยายามขยับตัวหนี ประคองมองตาท่านชายพร้อมเข่นเขี้ยว

“คนอย่างท่านชาย ไม่เคยไว้ใจได้ หลอกลวงหม่อมฉันตลอดเวลา! ไม่ยอมตาย ยังจะฟื้นขึ้นมาอีก แต่รู้อะไรไหมว่าไม่มีใครหนีความตายพ้น” ประคองเอาหมอนกดลงบนหน้าท่านชาย

ณรังค์วิ่งนำทุกคนขึ้นมา ปราดเข้าทุบประตู แต่มันล็อกด้านใน กุญแจก็อยู่ที่ประคอง ณรังค์ตัดสินใจจะพังประตู พอดีตำรวจมาถึง จึงช่วยกันกับสวัสดิ์และณรังค์พังประตูเข้าไป

ภาพแรกที่เห็นคือประคองนั่งชื่นชมความตายของแม้นเทพตรงหน้าอย่างหนำใจ แล้วรีบพุ่งไปที่ระเบียง ปฐวีถลาเข้ามองแม้นเทพด้วยความช็อก ละมุลร้องไห้โฮในอ้อมกอดสวัสดิ์...ณรังค์สะเทือนใจมากตามมาเกลี้ยกล่อมประคองไม่ให้โดด ละมุลอ้อนวอนน้ำตาพรั่งพรู

“แม่จ๋า...แม่รักหนูไหม หนูรักแม่นะ หนูขอโทษ ที่เคยทำให้แม่เสียใจ หนูรู้ว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อหนู แต่ทุกอย่างมันไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีแม่...หนูจะอยู่ยังไง ถ้าไม่มีแม่ แม่มอบตัวเถอะนะ แม่ยังมีโอกาสกลับมาอยู่กับหนู แม่ไม่อยากอยู่กับหนูเหรอ หนูไม่เคยมีพ่อ อย่าให้หนูต้องขาดแม่ไปอีกคนเลยนะ”

ประคองร่ำไห้คร่ำครวญ “แม่รักหนู แต่หัวใจของแม่มันฉีกขาดไปหมดแล้ว เพราะผู้ชายเห็นแก่ตัว สารเลวนั่น แม่ทำผิดอะไร ทำไมแม่ต้องถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแม่ก็ไม่ผิดที่หยิบยื่นความตายให้กับมัน”

ณรังค์ค่อยๆขยับเข้าใกล้ “ผมเข้าใจแม่นะ ละมุลก็เข้าใจ และศาลก็จะรับฟังแม่ แม่ยังมีโอกาสนะครับ โอกาสที่เราจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เริ่มต้นชีวิตกันใหม่นะครับแม่”

“ณะ...ละมุล...” ประคองเริ่มใจอ่อนลง

ปฐวีทนไม่ได้ปราดเข้ามาด่าว่า ยุให้ประคองโดดลงไปเลย เพราะชีวิตมีแต่ความไร้ค่า สมควรตาย ณรังค์กับละมุลร้องลั่นให้คุณหญิงหยุด แต่เธอกลับตอกย้ำว่า ให้ตายกี่ครั้งก็ไม่มีทางชดใช้ความผิดได้หมด ประคองตวาดกลับ

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ผิด ถ้าจะผิด ก็คงมีอยู่ อย่างเดียว คือฉันไม่ได้ฆ่าแกอีกคน แต่ใช่ว่าฉันจะฆ่าแกไม่ได้ ฉันจะฆ่าแกให้ตายทั้งเป็น ฉันจะใช้เลือดของฉันสาปแช่งแก ชีวิตแกจะต้องฉิบหาย หาความสุขไม่ได้...ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่คือที่ตายของฉัน!” พูดจบประคองทิ้งตัวลงจากระเบียง ท่ามกลางเสียงร้องตกใจสุดขีดของละมุลกับณรังค์

ความวุ่นวายเกิดขึ้น ปฐวียืนเชิดสะใจ รถพยาบาลเข้ามานำศพแม้นเทพกับประคอง พร้อมพยาบาลที่บาดเจ็บไป สิริกันยานั่งเงียบข้างๆณรังค์ที่เศร้าเสียใจอย่างมาก เขาคิดถึงความสัมพันธ์ที่ดีที่เพิ่งเกิดขึ้นกับแม้นเทพ

ความรัก ความเอื้ออาทรที่ประคองมีให้แต่เล็ก น้ำตาเขาไหลริน...ส่วนสวัสดิ์คอยปลอบละมุลที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร

เวลาผ่านไป ณรังค์ขอบคุณสิริกันยาและสวัสดิ์ ให้บรรจงขับรถไปส่งทั้งสอง แต่นึกได้ถามสิริกันยาว่ามีธุระอะไรกับตน เธอส่ายหน้าเอาไว้ก่อน ตอนนี้มีอะไรให้ช่วยบ้าง เขาสบตาเธออย่างอ่อนโยนลึกซึ้ง จนเธอหวั่นไหวหลบสายตา สวัสดิ์สังเกตเห็นว่าทั้งสองมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ระหว่างเดินมาขึ้นรถ สวัสดิ์แย็บกับสิริกันยาว่าณรังค์เข้มแข็งได้เพราะมีเธอเป็นกำลังใจ เธอรีบปฏิเสธว่าตนไม่ได้มีความสำคัญ และตนก็รู้ว่าเขามีใครบางคนเป็นกำลังใจอยู่แล้ว สวัสดิ์ไม่อยากเถียง แต่มั่นใจว่าณรังค์มีใจให้เธอ

ooooooo

ณรังค์และละมุลนั่งเศร้าน้ำตาไหลริน ต่างไม่อยากเชื่อว่าประคองจะเป็นคนฆ่าทั้งหม่อมช้องนางและท่านชาย ละมุลรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้ความในใจแม่ ถ้ารู้ตนจะพาแม่ไปจากที่นี่นานแล้ว

ทันใดปฐวีเดินเข้ามาตบหน้าละมุล และกราดเกรี้ยวใส่ “ที่แกจะช่วยแม่แกได้ คือตายตามแม่แกไป อีลูกฆาตกร!” ณรังค์ห้ามแต่ปฐวีบ้าคลั่งตบตีด่า “จะหน้าด้านอยู่อีกทำไม จะอยู่ลอยหน้าลอยตาเยาะเย้ยฉันอีกทำไม เห็นหน้าแกก็เหมือนเห็นหน้าแม่แก ตายตามแม่ชั่วๆของแกไปซะ! ตายไปซะ!”

ณรังค์ตัดสินใจห้ามเสียงเข้มเด็ดขาด “ถ้าไม่หยุด อย่าหาว่าผมไม่รักษาสัญญา...เพราะคุณหญิงเป็นคนที่ผิดคำสัญญาก่อน”

ละมุลตัวสั่น ตกใจว่าคำสัญญาอะไร ปฐวียอมหยุด มองละมุลด้วยสายตาเกลียดชัง ประกาศกร้าว ไล่ละมุลออกจากวังและห้ามเสนอหน้าไปงานพระศพท่านพ่อ... พูดจบปฐวีก็หน้ามืดเป็นลม ณรังค์รับร่างเธอไว้ทัน รีบอุ้ม ไปนอนบนตึกใหญ่

ละมุลนั่งรอเพื่อที่จะบอกณรังค์ว่า ไม่มีแม่ที่นี่ตนก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่อีก เสร็จงานศพแม่เมื่อไหร่ตนจะออกไปมีชีวิตเอง เขาไม่ต้องห่วง แล้วคุณหญิงจะไม่มีวันเห็นหน้าตนอีก

“ไม่แปลกที่พี่ณะจะเป็นห่วงและคอยดูแลหนู เพราะเราคือพี่น้องกัน แต่มันแปลกถ้าพี่ณะจะคอยดูแลภรรยาคนอื่น ทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่สามี...เรื่องดูแลคุณหญิงมันเป็นหน้าที่ของสามีเขานะ ไม่ใช่หน้าที่ของพี่ หรือพี่ณะอยากจะกลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆ”

“เปล่า พี่มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พี่ต้องคอยดูแลคุณหญิง แต่พี่รับรองว่ามันจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมแน่นอน” ณรังค์ไม่อยากบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอและสิริกันยา

“คงเป็นเหตุผลที่มาจากความเห็นแก่ตัวของคุณหญิง ที่ต้องการเก็บพี่ณะไว้กับตัวสินะ...คุณหญิงก็เหมือนท่านชาย ไม่ยอมปล่อยอะไรที่เคยเป็นของของตัวเองไปง่ายๆ จะพูดไปก็เหมือนแม่ ถ้าจะให้ดี พี่ณะช่วยทำให้คุณหญิงเลิกตาบอด ใจบอด มองให้เห็นถึงจุดจบของมันด้วยนะ เผื่อจะยอมปล่อยให้พี่เป็นอิสระเสียที ไม่อย่างนั้นคุณหญิงก็จะมีชีวิตอย่างที่แม่สาปแช่งเอาไว้”

ณรังค์นั่งเครียดครุ่นคิดถึงคำพูดของละมุล ไม่ทันจะลุกตามเธอไป เกียรติศักดิ์โผล่มาหน้าตาเอาเรื่องบอกมาตามเมียกลับบ้าน

ด้านปฐวีนอนกระสับกระส่ายในความมืด เหงื่อแตกพลั่ก ลืมตาลุกพรวดขึ้นนั่ง หายใจหอบถี่ มองผ่านความมืดในห้อง รู้สึกโดดเดี่ยวทนไม่ได้ ร้องเรียกณรังค์ แล้วออกไปตามหา

ระหว่างนั้น ณรังค์เอาปืนคืนให้เกียรติศักดิ์ เขาแปลกใจหาว่าปฐวีให้เขามายิงตน ณรังค์ส่ายหน้าบอกให้เขาเก็บปืนไปก่อน ไม่คาดคิด ปฐวีโผล่พรวดมาแย่งปืนเล็งไปที่เกียรติศักดิ์

“ฉันจะเป็นคนฆ่าแกเองต่างหาก!”

เกียรติศักดิ์หน้าซีดตกใจ ปฐวีลั่นไกแต่ปืนไม่มีกระสุน ณรังค์ชูแม็กกาซีนขึ้นมา คุณหญิงเจ็บใจเข้าแย่ง เขาไม่ให้และพยายามห้าม ขอให้เธอใจเย็นลง

“คุณหญิงเที่ยวไล่ฆ่าใครต่อใครที่ตัวเองเกลียดแบบนี้ไม่ได้ อยากได้ชื่อว่าเป็นฆาตกรหรือไง!”

ปฐวีทรุดลงร้องไห้ เกียรติศักดิ์ได้สติ กระชากปืนและแม็กกาซีน พร้อมฉุดคุณหญิงลากกลับ เธอดิ้นรนไม่กลับ เขาโกรธบรรจุแม็กกาซีนใส่ปืนอย่างคล่องแคล่ว ขู่ว่า

“จะให้ยิงทิ้งทั้งคู่ หรือจะให้ยิงมันทิ้ง ถ้าไม่มีมัน ผมก็ไม่ต้องระแวงว่าเมื่อไหร่คุณหญิงจะลุกมาฆ่าผมอีก เพื่อจะได้มีอิสระไปอยู่กับมัน”

ปฐวีตกใจและยอมกลับโดยดี เกียรติศักดิ์ประกาศใส่หน้าณรังค์ อย่าสะเออะมาเจอกับเมียตนอีก ไม่อย่างนั้นได้ตายสมใจแน่...ณรังค์ถอนใจเป็นห่วงว่าปฐวีจะเป็นอย่างไรบ้าง

ooooooo

กลับถึงคอนโด ปฐวีเข่นเขี้ยวใส่เกียรติศักดิ์ว่าชนะสมใจแล้วใช่ไหม เขายิ้มหยัน ไม่มีอะไรทำให้ตนมีความสุขได้มากกว่าที่ทำให้เธอยอมทำตามคำสั่งตน คุณหญิงเหยียด

“ไม่ได้สนใจสินะ ว่าฉันกลับมาเพราะอะไร...แต่ฉันจะบอกให้รู้ ฉันกลับมาเพราะฉันอยากให้คุณเห็นสายตาของฉัน ว่ามองคุณด้วยความรังเกียจ เหมือนมองสัตว์เดรัจฉาน!”

เกียรติศักดิ์เจ็บปวดแต่แสดงออกว่าไม่สนใจ อยากเห็นเธออกแตกตายมากกว่า ปฐวีตากร้าวจะเดินเข้าห้อง เขาเสียงเข้มว่ายังพูดไม่จบ แล้วพุ่งตามเธอเข้าไป คุณหญิงมองด้วยสายตาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ ชายหนุ่มไม่แคร์กลับใช้แรงบังคับกอดเธอไว้ให้ฟัง

“เอาปืนผมไปตั้งแต่ตอนไหน เอาไปทำอะไร... นอกจากจะยิงผมแล้ว จะเอาไปยิงใครอีก”

“เรื่องของฉัน”

เกียรติศักดิ์เยาะอย่างรู้ทันว่าไม่สำเร็จ เพราะเด็กในบ้านปกป้องคนที่รักไว้แล้วเก็บปืนมาคืนตน ปฐวีโกรธเสียงสั่นว่าไม่จริง เขาสวนว่าเรื่องไหนที่ไม่จริง

“เรื่องเอาปืนไปไล่ยิงผู้หญิงคนนั้น หรือที่ไอ้เด็กในบ้านมันไม่รักคุณ เรื่องไหนที่ไม่จริง” ปฐวีกราดเกรี้ยวว่าทุกเรื่อง “ขอเตือนก่อนที่คุณหญิงจะกระอักเลือดตายเพราะความจริง เลิกพล่านไล่จับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นของตัวเองซะที เพราะคุณหญิงจะไม่มีทางได้มันมา...ไม่มีวัน!”

“บอกตัวแกเองเถอะ!” เกียรติศักดิ์โกรธกระชากปฐวีเข้ามาปลุกปล้ำ เธอร้องลั่นว่าเกลียด เขาตอกย้ำ “เกลียดอะไรก็ได้อย่างนั้นแหละคุณหญิง ชีวิตนี้ยังไงคุณหญิงก็หนีผมไม่พ้น คุณหญิงต้องเป็นของผม... ของผม!”

ปฐวีดิ้นรนด้วยความเกลียดขยะแขยง พลันรู้สึกขย้อนขึ้นมา เกียรติศักดิ์ชะงักว่าเธอเป็นอะไร เธอผลักเขาออกวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ พอเขาถามว่าไม่สบายหรือ เธอตอบอย่างเหยียดๆว่า เวลาที่ต้องอยู่กับอะไรที่เกลียดและขยะแขยง มันจะอ้วก

ชายหนุ่มหน้าชาโกรธจนไม่อยากจะตอแยต่อ เดินออกจากห้องนอน คุณหญิงร้องไห้ด้วยความอัดอั้น เริ่มไม่แน่ใจว่าณรังค์รักตน...

ค่ำคืนนั้น ณรังค์ยืนมองวิวในห้องพักที่โรงแรม คิดถึงสิริกันยาจนต้องโทรศัพท์หา แต่พอเธอรับสาย เขาก็ฉุกคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับปฐวี ไม่อยากให้สิริกันยาเดือดร้อนอีก จึงพูดคุยน้ำเสียงเป็นทางการ ถามถึงเรื่องธุระที่เธอมาพบ หญิงสาวจึงบอกว่าเรื่องหนี้สินที่ติดค้าง

“ไปคุยกับฝ่ายบัญชีที่ออฟฟิศ” ณรังค์ตัดบท

สิริกันยาน้อยใจในน้ำเสียงห่างเหินของเขา ยิ่งเขาถามว่ายังมีธุระอะไรอีก จึงตอบว่าไม่มี เขาขอบคุณ สำหรับเรื่องวันนี้แล้ววางสายไป หญิงสาวน้ำตาปริ่ม น้อยใจ เจ็บปวดเหลือคณา...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ข่าวแม้นเทพถูกฆาตกรรมโดยภรรยาลับๆที่เป็นแม่บ้านแพร่สะพัด ประวัติท่านชายถูกขุดคุ้ยในโลกโซเชียล ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ โรงแรมที่ประสบปัญหาเดิมอยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่ลง... นักข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงแรม แต่ทุกคนเก็บตัวเงียบ

กำธรเครียดที่โดนนักข่าวตามสัมภาษณ์เช่นกัน บ่นกับเกียรติศักดิ์ว่า ให้เลิกกับปฐวีไปเสีย ไม่อยาก เกี่ยวดองกับตระกูลนี้อีก แต่ด้วยลึกๆแล้วเกียรติศักดิ์รักปฐวี จึงบ่ายเบี่ยงอ้างไม่อยากได้หลานแล้วหรือ

ผู้เป็นพ่อบอกว่าไม่ต้องการแล้ว สิ่งที่ต้องการคือโรงแรมจงสวัสดิ์เท่านั้น

“รออีกไม่นานหรอกป๊า เชือกกำลังรัดคอพวกมันอยู่ อยากจะรู้เหมือนกันว่า จะใช้อะไรแก้เชือก ในเมื่อตัวเองกำลังถูกตัดแขนตัดขา” เกียรติศักดิ์ให้พ่อมั่นใจในชั้นเชิงของตน

ในขณะที่โรงแรมมีปัญหา วิเชียรขอลาออกด้วยเหตุผลว่า ลูกสาวกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาจึงต้องหางานใหม่ที่มีเงินเดือนสูงกว่านี้ เขาพร่ำขอโทษณรังค์ที่ทิ้งไปในช่วงเวลานี้ ณรังค์ยอมอนุมัติอย่างเข้าใจ และอ่อนใจที่มีพนักงานระดับสูงยื่นใบลาออกอีกหลายคน

สุนันทากับอ๋องเข้ามาประชุมเครียด เพราะลูกค้าลดลงไปกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และดูยังจะลดลงอีก โรงแรมกำลังเข้าขั้นวิกฤติ อ๋องเชื่อว่าเพื่อนจะกอบกู้ความน่าเชื่อถือกลับมาได้

วันเดียวกันนี้ สิริกันยาเข้ามาพบไพโรจน์ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชี เพื่อตกลงเรื่องการผ่อนชำระหนี้สิน ก่อนกลับเขาบอกเธอว่า คราวหน้าเธอคงพบหัวหน้าคนใหม่ เพราะเขากำลังลาออกไปทำงานที่ใหม่ที่มั่นคงกว่า หญิงสาวนึกตำหนิที่เขาทิ้งงานไปในช่วงที่โรงแรมลำบาก

สิริกันยาออกมาทักทายยุพิน เธอเม้าท์ให้ฟังว่า มีคนลาออกเพียบ และเหน็บว่าสิริกันยาเป็นตัวแพร่เชื้อ หญิงสาวตกใจที่รู้ว่ามีคนลาออกอีก นึกเป็นห่วงณรังค์จับใจ ยุพินยังย้ำอีกว่า จะมีใครกล้ามาสมัครทำงานที่นี่อีก ทุกคนมีครอบครัวต้องรับผิดชอบทั้งนั้น ตนเองยังลูกผีลูกคนอยู่เลย

ณรังค์เดินมาส่งสุนันทาหลังประชุมเสร็จ เธอย้ำกับเขาว่า “ฉันเข้าใจคุณนะคุณณรังค์ ว่ามันไม่ง่าย แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ในเมื่อคุณคือผู้บริหาร หน้าที่คุณคือทำให้หุ้นส่วนอย่างฉันมีกำไร ไม่ใช่ขาดทุน ฉันมีเวลาให้คุณแก้ไขภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น”

ณรังค์รับคำ อ๋องไม่ตามแม่กลับไป เพราะมีเรื่องอยากคุยกับณรังค์ พอเดินกลับห้องทำงาน เจอสิริกันยา ต่างฝ่ายต่างชะงัก หญิงสาวสบตาณรังค์อย่างห่วงใย กลบเกลื่อนทักทายตามมารยาท เห็นเขาเฉยชาจึงลากลับ อ๋องเห็นท่าทางห่างเหินของเพื่อนก็ตามไปคุยที่ห้องทำงาน

“เกิดอะไรขึ้นที่ดาดฟ้าวันนั้น วันที่คุณหญิงเรียกคุณสิริกันยาไปพบ แล้วก็เกือบยิงเธอ”

“สิริกันยาเล่าให้ฟังหมดแล้วสิ...ก็ไม่น่าแปลกใจ”

อ๋องงงถามตนกับเธอทำไม ณรังค์บอกว่าเขากับเธอรักกัน อ๋องสวนกลับทันทีว่า สิริกันยารักแก ณรังค์ตกใจไม่อยากเชื่อ อ๋องย้ำว่าจะบอกหลายครั้งแล้วแต่ไม่มีโอกาส ตอนนี้เขาต้องฟัง

“เขารักแกมานานแล้ว ฉันเป็นแค่เพื่อนที่คอยรับฟังเวลาที่เขาอยากพูด อยากระบายความเสียใจเพราะเรื่องของแก...เขาเข้าใจว่าแกยังรักคุณหญิง เขาเสียใจที่ถูกแกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจบปัญหาการแต่งงานกับละมุล เขาคิดว่าตัวเองกำลังรักผู้ชายเลวๆ แต่ฉันไม่เชื่อ เพราะฉันรู้จักแกดี แกไม่ใช่ผู้ชายเห็นแก่ตัว แกมีเหตุผล ทำไมวะ ไอ้ณะ ทำไม!”

“ต่อให้ฉันรู้สึกยังไง ฉันก็ทำอย่างที่ฉันอยากทำไม่ได้ ฉันรักสิริกันยาไม่ได้”

“ทำไม แกกลัวคุณหญิงปฐวีจะไปอาละวาดสิริกันยาอีกงั้นเหรอ”

“นี่เป็นทางเดียวที่ฉันจะปกป้องสิริกันยาได้”

“แล้วหัวใจแกล่ะ”

“ช่างมันเถอะ เรื่องอื่นสำคัญกว่าเรื่องนี้”

อ๋องถามเมื่อไหร่มันถึงจะสำคัญ เมื่อไหร่ถึงจะคิดได้ว่าเขาไม่ต้องเป็นทาสพวกจงสวัสดิ์อีกต่อไป ณรังค์ปัดอย่าเพิ่งคาดคั้นอะไรตอนนี้ ถ้าคิดว่าเรายังเป็นเพื่อนกัน อย่าเล่าเรื่องนี้ให้สิริกันยาฟัง อ๋องอ่อนใจความดื้อของเพื่อน กลับออกไป...ณรังค์ครุ่นคิดเสียใจจนทนไม่ไหว รีบวิ่งออกจากห้อง ระหว่างนั้นสิริกันยาเดินมาหน้าโรงแรม โบกแท็กซี่นั่งออกไป ณรังค์ยืนมองเพราะไม่กล้าเข้าไปรั้งเธอไว้ ยังคงเก็บความรู้สึกไว้อย่างนั้น

ooooooo

สิริกันยากลับมาบ้าน ศรีนวลชวนทำขนมขายเป็นรายได้ของครอบครัว ระหว่างที่ยังหางานใหม่ไม่ได้ เตือนสติทั้งตัวเองและหลานว่า ความไม่เป็นหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ

เสร็จงานศพประคองกับแม้นเทพ...บรรจง สีดาและชื่นขอลาออก อ้างว่าไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะมีคนตายถึงสามศพ พวกเขากลัวและอยากทำงานที่สบายใจมั่นคงกว่านี้ ณรังค์เป็นห่วงเพราะเห็นว่าเป็นคนเก่าแก่ แต่พอรู้ว่าทุกคนมีงานใหม่รออยู่แล้วก็หมดห่วง

ละมุลเองก็เก็บของเตรียมย้ายออกเช่นกัน หลังจากลอยอังคารแม่ สวัสดิ์มาช่วยลำเลียงของไปก่อนส่วนหนึ่ง ส่งกลับไปบ้านแม่ที่ต่างจังหวัด เพราะละมุลตัดสินใจขอย้ายไปทำงานที่จังหวัดนั้น ณรังค์ค่อยสบายใจที่น้องสาวคนเดียวไปอยู่กับผู้ชายที่ดีอย่างสวัสดิ์

“เหลือก็แต่พี่ณะ” ณรังค์แปลกใจเกี่ยวอะไรด้วย “วันที่คุณหญิงไล่หนูออกจากบ้าน คุณหญิงจะไม่หยุดทำร้ายหนู ถ้าพี่ณะไม่พูดเรื่องผิดสัญญา พี่ณะไปสัญญาอะไรกับคุณหญิง”

ณรังค์ปฏิเสธแต่ละมุลรู้ทันว่าต้องเป็นสัญญาไม่ให้คุณหญิงทำร้ายตนอีก ละมุลขอร้องให้เขาเลิกปกป้องตน แม้เขาจะคิดว่าเป็นหน้าที่ ขอให้เขารักตัวเองบ้าง อย่ายอมคุณหญิงถึงขนาดนี้ ไม่มีใครว่าถ้าเขาจะเดินออกไปจากชีวิตคุณหญิง อย่ารอจนสายเกินไป

พอดีมีคนโทร.เข้ามา ณรังค์เลี่ยงไปรับสาย สวัสดิ์เห็นว่าเขาเครียดมาก ละมุลบอกว่าณรังค์ทำตัวเอง เรื่องสัญญาทาส

ในเวลานั้นปฐวีแอบซื้อเครื่องตรวจครรภ์มาหลายอัน เธอกอดกระเป๋าแน่นกลับเข้ามาในห้องพัก เกียรติศักดิ์กำลังจะออกไปข้างนอก เห็นท่าทีมีพิรุธของเธอก็สงสัย วกกลับมาที่ห้องอีกครั้ง

ปฐวีนั่งมองแถบตรวจปัสสาวะทุกอันมีสองขีดขึ้น ก็ปาลงพื้นนั่งร้องไห้ แล้วหยิบมือถือมาโทร.หากนกอรให้มารับพาไปทำแท้งเดี๋ยวนี้ เกียรติศักดิ์เข้ามาได้ยิน ตกใจผิดหวังอย่างมาก

เกียรติศักดิ์กลับออกไปดักรอกนกอร พอเธอมาถึงก็ลากไปขึ้นรถ คาดคั้นถามเรื่องปฐวีท้อง กนกอรหวาดกลัวสารภาพว่าตนเพิ่งรู้ เขาขู่ให้เลิกยุ่งกับปฐวีอีก ไม่อย่างนั้นจะไม่มีชีวิตรอด และถ้าคิดจะเอาตำรวจหรือแฟนนักเลงมาทำอะไรตน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ยังกำชับอีกเรื่อง

“อย่าสาระแนเอาเรื่องคุณหญิงจะทำแท้งไปพูด ถ้าเรื่องหลุดออกไปเมื่อไหร่ แกไม่รอด”

กนกอรกลัวลานรับคำจะปิดปากเงียบ พลันมีข้อความเข้ามาจากปฐวีเร่งให้มาเร็วๆ เกียรติศักดิ์กระชากมือถือกนกอรมาอ่านแล้วปาใส่เธอ หญิงสาวเสียงสั่นว่าจะไม่อ่านไม่รับสายแล้วรีบลงจากรถวิ่งไป...เกียรติศักดิ์เครียดจัด จะทำอย่างไรกับปฐวีดี ไม่ให้เธอทำร้ายลูกในท้อง

พอกลับเข้ามาในห้อง ปฐวีคิดว่าเป็นกนกอร บ่นอุบ แต่พอเห็นว่าเป็นเกียรติศักดิ์ก็ชะงัก เขาระเบิดเสียงใส่ ไม่คิดเลยว่าเธอจะอำมหิตขนาดนี้ เธอสวนออกไปว่าไม่ต่างจากเขาที่มือเปื้อนเลือดมานักต่อนัก เขาตวาดใส่หน้า ว่านี่มันลูกของเรา

“ฉันไม่ยอมรับมัน เพราะฉันเกลียดแก ฉันเลยเกลียดมัน! ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดมา มันอาจจะเป็นความภูมิใจของแก แต่มันคือเสนียดชีวิตฉัน...ไม่ยอมให้ฉันเอามันออกใช่ไหม ได้ ฉันจะเอามันออกเอง” ว่าแล้วปฐวีก็ทุบท้องตัวเองยกใหญ่

เกียรติศักดิ์ถลาเข้ากอดรัดให้เธอหยุด เสียใจกับการกระทำของเธอ ปฐวีดิ้นรนจนหน้ามืดเป็นลม เขาอุ้มเธอไปวางบนเตียง น้ำตาเขาไหลรินทั้งรักและแค้นในตัวเธอ โทร.สั่งลูกน้องให้มาคอยเฝ้าไม่ให้เธอทำร้ายตัวเองอีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.