ตอนที่ 9
เมื่อไทรงามเรียนจบ และกลับถึงบ้านไทรโศก เธอดูแลรักษาบานเย็นด้วยตัวเองทันที บอกแม่ขณะฉีดยาให้ว่า
"ตอนนี่องค์การอนามัยโลกเข้ามาร่วมผลิตยารักษาโรคเรื้อนตัวใหม่กับกองควบคุมโรคติดต่อในบ้านเราแล้วยาก็ให้ผลในการรักษาที่ดีมาก งามเชื่อว่าอีกไม่นานแม่เย็นจะหายขาดจากโรคนี้แน่"
บานเย็นยิ้มชื่นใจ หวินก็พูดให้กำลังใจ ส่วนเพิ่มนิ่งอยู่นานจนไทรงามฉีดยาให้บานเย็นเสร็จจึงเอ่ยขึ้นว่า
"เออ...หนูเย็น ตาส่งเขาอยากจะขายที่ดินที่ติดตลาดให้ หนูแน่ะ หนูเย็นสนใจไหม พรุ่งนี้น้าจะพาไปดู"
บานเย็นสนใจจะไปดูที่ ไทรงามขอตามไปด้วย บอกแม่ ว่าอยากหาเช่าห้องแถวในตลาดเปิดคลินิกรักษาคนป่วยสักห้อง ดำแซวอย่างชื่นชมว่า "มาถึงก็ไฟแรงเชียวนะครับคุณหมอ"
"ก็งามรู้นี่ว่าที่นี่ยังไม่มีคลินิกเลย เจ็บป่วยกันทีถ้าไม่ รักษาด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน ก็ต้องหอบกันไปรักษาในจังหวัด กว่าจะไปถึงบางทีก็ตายกลางทาง ต่อไปนี้งามจะไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น งามจะใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมา รักษาลมหายใจของทุกชีวิต
เอาไว้ ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆงามจะไม่ปล่อยให้ใครตายเป็นอันขาด"
ไทรงามพูดเหมือนตั้งปณิธาน สีหน้าแววตาเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มั่นคง ทุกคนมองอย่างปลาบปลื้มชื่นชม
ooooooo
วันต่อมา อู๊ดก็เดินทางไปสำรวจสถานที่ที่จะไปทำงานตามที่บอกคุณหญิงไว้ เด่นดาวขอตามไปด้วย แต่พอไปเจอเส้นทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อบนถนนลูกรัง อู๊ดพูดอย่างเห็นใจว่าไม่น่ามาเหนื่อยกับตนด้วยเลย
"ก็ใครจะคิดล่ะคะว่าจังหวัดที่อยู่ใกล้พระนครแค่นี้ จะต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง แล้วถนนหนทางก็... แต่ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่ามาเที่ยวแบบลุยๆ สนุกไปอีกแบบ" เธอพูดอย่างร่าเริง
"ถนนมันคงสุดแค่วัดข้างหน้า พี่คงต้องจอดรถที่นั่นแล้วเราค่อยเดินไปหาอะไรกินกันในตลาดตกลงไหม"
ปากถามแต่ตาชายหนุ่มมองถนนขรุขระข้างหน้าเหมือนคิดอะไรในใจ เด่นดาวแอบมองเขาแล้วอดยิ้มไม่ได้
เมื่อลงเดินไปจนถึงท่าน้ำในวัด ทั้งคู่ไม่ได้สนใจว่าใบ้ กำลังผูกเรือไว้กับเสาท่าน้ำ แล้วหิ้วปิ่นโตเดินผ่านข้างหลังทั้งสองไป
เด่นดาวมองไปรอบบริเวณอย่างตื่นตาตื่นใจ ชมว่าสวย ร่มรื่น เป็นธรรมชาติดีจัง ถามว่าที่นี่ที่ไหนหรือ
"ไทรโศกครับ" อู๊ดบอกพลางยืนมองไปกับเด่นดาวด้วย
ooooooo
วันนี้เสี่ยโอมากับอัมพิกา ลูกสาว ให้มาช่วยจดและเก็บค่าเช่าตลาดจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า มาเจอเพิ่มที่มากับพวกไทรงามที่กลางตลาดพอดี เสี่ยโอรีบเข้าไปทัก
"อ้าว...คุณเพิ่ม ลูกสาวหรือ ไม่เคยเห็นหน้า" เสี่ยมอง ไทรงามอย่างพินิจพิจารณา
"หลานน่ะ ลูกสาวหนูเย็นเขา นี่เสี่ยโอจ้ะหนูงาม เนี่ยเขามาเช่าที่ที่นี่ทำตลาดกับห้องแถว ช่วงที่หนูไปเรียนต่อที่พระนคร แล้วนั่นก็หนูอัมพิกา ลูกสาวเสี่ยโอจ้ะ"
ไทรงามยกมือไหว้เสี่ยโออย่างมีมารยาทงาม เสี่ยถามว่าไปเรียนที่พระนครนั้น เรียนอะไร ทำผมหรือว่าตัดเสื้อ เพราะอัมพิกาจบทางด้านนี้เหมือนกันแต่เป็นที่ญี่ปุ่น เสี่ยคุยข่มแล้วหัวเราะร่วน
ส่วนอัมพิกาก็ชวนไทรงามไปเป็นลูกจ้างที่ ร้านตนไหม พอดีตนเปิดร้านอาหารด้วยจะได้ให้ดูแลร้านเสริมสวยเสียด้วยเลย ไทรงามได้แค่ยิ้มๆ รู้สึกได้ในทันทีว่าสองพ่อลูกนี้คุยโวโอ้อวดพอกัน ส่วนดำที่ยืนสังเกตมาแต่ต้นทนไม่ได้เลยพูดแทรกขึ้นทั้งกัด
ทั้งจิกเนียนๆว่า
"น้อง งามคงไปช่วยเธอทำมาหากินบนศีรษะใครไม่ได้ หรอก นอกจากใครคนนั้นจะหัวแตกมา น้องงามถึงจะเย็บให้ แล้วก็ไม่ใช่จักรเย็บแบบที่เธอถนัด แต่เป็นเข็มกับไหมที่เย็บแผลซึ่งมีแต่คนที่เรียนหมอมาเท่านั้นถึงจะทำได้"
อัมพิ กาฟังออกพึมพำว่า "หมอ..." หวินเลยช่วยบอกให้ หายซ่าว่าไทรงามจบจากคณะแพทยศาสตร์มาหมาดๆ ทั้งเสี่ยโอและอัมพิกาเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
เสี่ย ถามเพิ่มว่าได้คุยกับเจ้าของที่หรือยัง ว่าตนจะขอซื้อที่ต่อ เพิ่มพูดหน้าตาเฉยว่ายังไม่เจอตัวเลย เสี่ยบ่นอย่างขัดใจว่าตนเช่าที่ทำตลาดมาตั้ง 5 ปียังไม่เคยเจอหน้าเจ้าของที่เลย ถามบานเย็นว่าเคยเห็นหน้าบ้างไหม บานเย็นได้แต่ยิ้มฝืดๆแต่ไม่พูดอะไร
พอแยกจากเสี่ยกับอัมพิกามาแล้ว ดำปล่อยขำพรืดออกมาที่เสี่ยปล่อยไก่จุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง บานเย็นบอกดำว่าอย่าพูดเสียงดังไปเดี๋ยวใครได้ยินเข้า ตนไม่อยากให้ใครรู้
"ขนาด ไม่มีใครรู้ ยังมีคนมาถามขอซื้อที่เป็นสิบๆราย" เพิ่มบอก
"เย็นถึง ไม่อยากวุ่นวายยังไงล่ะน้าเพิ่ม อยู่เงียบๆแบบนี้ล่ะดีแล้ว สงบดี แล้วก็อยากจะขอร้องทุกคนให้เก็บเป็นความลับด้วยนะจ๊ะ"
ทุกคนพยักหน้า เพราะรู้ว่าบานเย็นต้องการอย่างนั้นจริงๆ
ooooooo
ส่วนอัมพิ กากลับไปดูแลร้านอาหารที่ตลาด ความหยิ่งยโสอวดมั่งอวดมีดูถูกคนอื่น ทำให้เธอพูดจากับลูกค้าที่เข้าร้านอย่างมะนาวไม่มีน้ำ ใครซักถามอะไรมาก ก็ไล่ส่งไปเลย
ขณะอัมพิกากำลังอารมณ์เสียกับลูกค้าคนหนึ่งที่บ่นว่า อาหารแพงนั่นเอง อู๊ดกับเด่นดาวเดินเข้ามาเห็นและได้ยินพอดี ทั้งคู่มองอึ้งๆงงๆกับแม่ค้าที่ดุร้ายคนนี้ อัมพิกากำลังอารมณ์เสียเห็นลูกค้าเข้ามาก็พูดโดยไม่มองหน้า
"โต๊ะ ว่างตั้งเยอะ จะนั่งตรงไหนก็นั่งสิยะ"
แต่พอหันมาเห็นอู๊ดก็มองตะลึง อ้าปากค้าง ยิ่งเห็นเขาเลื่อนเก้าอี้ให้เด่นดาวนั่งเยี่ยงสุภาพบุรุษที่ดีก็ยิ่งประทับ ใจ คิด เข้าข้างตัวเองว่าฟ้าคงส่งเขามาพบตนแน่ๆ รี่เข้าไปส่งเสียงหวานจนน่าเอียนว่า
"สวัสดีค่ะ คุณ...เอ่อ..." เมื่ออู๊ดบอกว่ายิ่งยง เธอทำตาโต ตื่นเต้นแนะนำตัวเองว่า "อัมพิกาค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆว่าอัมก็ได้นะคะ อัมเป็นเจ้าของร้านนี้เองค่ะ คุณยิ่งยงอยากจะกินอะไรคะ เดี๋ยวอัมจะสั่งให้แม่ครัวปรุงมาให้ชิมสุดฝีมือเลยค่ะ"
อู๊ดหันไปถาม เด่นดาวว่าอยากกินอะไร ส่วนตนนั้นอะไรก็ได้ให้ช่วยสั่งด้วยก็แล้วกัน เด่นดาวรับคำแล้วเตรียมสั่ง อัมพิกาที่เตรียมจดอยู่ พออู๊ดให้เด่นดาวสั่ง เธอวางกระดาษปากกาบนโต๊ะให้จดเอง เด่นดาวจดอาหารเป็นจานโปรดของอู๊ดที่เธอจำได้ขึ้นใจ
อัมพิกาก็ยิ่งขัดใจนัก
ooooooo
เพิ่ม บานเย็น ไทรงาม หวิน และดำ ยังคงเดินชมตลาดต่อไป จนถึงห้องแถวใกล้ตลาดสองห้องติดกัน บานเย็นหันไปถามไทรงามว่านี่ใช่ไหมที่ลูกอยากได้ ไทรงามเดินเข้าไปดู เธอตะลึงอึ้งเมื่อเห็นป้ายที่หน้าห้องแถวติดไว้ว่า "คลินิกหมองาม"
"แม่ มอบให้เป็นของขวัญในวันที่ลูกสำเร็จการศึกษาจ้ะ" บานเย็นบอก ไทรงามโผเข้ากราบที่อกแม่ น้ำตาซึมด้วยความดีใจ บานเย็นหันไปทางดำบอกว่า "ส่วนดำก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะน้าซื้อห้องติดกันไว้ให้เราด้วยแล้ว"
บานเย็น ชี้ให้ดู ดำมองไปตะลึงอึ้งยิ่งกว่าไทรงามเมื่อเห็นป้าย "ดำค้าข้าว" ติดอยู่หน้าตึก
"น้าเย็นอยากให้เอ็งมีที่ขายข้าวพืชพันธุ์ที่เอ็ง เพาะขึ้นมาใหม่ตามที่ได้เรียนมาน่ะ" เพิ่มบอก หวินสะกิดดำว่าจะยืนทื่ออยู่ทำไม รีบไปกราบขอบพระคุณน้าเย็นเสีย ดำรีบยกมือไหว้พูดอย่างน่ารักว่า
"หนูกราบขอบพระคุณน้าเย็นมากนะครับ ที่ส่งหนูเรียนจนจบแล้วก็ยังให้ที่ทำกินหนูอีก"
"น้าทำอย่างนี้ก็ เพราะน้าเคยเป็นชาวนามาก่อน น้ารู้ดี ว่าอาชีพนี้มันยิ่งใหญ่แค่ไหน และเพราะแม่ป่วยแม่ถึงรู้ว่าหมอมีความสำคัญกับคนไข้มากเพียงใด แม่จึงอยากให้ลูกและดำตระหนักถึงความสำคัญ และความยิ่งใหญ่ในอาชีพของตนเอง จะได้มีแรง
ใจทำงาน ไม่ใช่เพื่อแม่ แต่เพื่อคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บป่วย หรือเพื่อนร่วมอาชีพชาวนาด้วยกันก็ตาม"
"หนูจะเอาผลผลิตของชาวนามา ขายที่นี่ รวมทั้งอุปกรณ์ การเกษตรราคาถูกด้วย" ดำตั้งใจมั่น
"สิ่ง ที่แม่เย็นให้งามวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อคนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนคนอย่างแน่นอน งามรับรองค่ะ" ไทรงาม สัญญา
บานเย็นโอบกอดไทรงามและดำไว้ในอ้อมแขน มีเพิ่มกับหวินยืนยิ้มน้ำตาคลออย่างปลื้มปีติ
ooooooo
ที่ พระนคร อ๊อดหรือเกียรติกร หนุ่มสำอาง เจ้าสำราญ มุ่งมั่นที่จะครอบครองหัวใจของเด่นดาวให้ได้ วันนี้ก็ไปที่บ้านท่านเจ้าคุณยงยศแต่เช้า บอกท่านว่าจะมาขออนุญาตพาเด่นดาวออกไปรับประทานข้าวกัน
ท่านเจ้าคุณฯ ถามอย่างแปลกใจว่าทำไมมาเอาป่านนี้ ครั้นเห็นอ๊อดทำหน้างง ท่านบอกว่าเด่นดาวออกไปกับอู๊ดตั้งแต่เช้ามืดแล้ว และป่านนี้คงรับประทานกันเรียบร้อยแล้วเพราะอู๊ดรู้ดีว่าเด่นดาวเป็นโรค กระเพาะ
อ๊อดฟังแล้วแค้นใจนักที่อู๊ดมาฉกเด่นดาวตัดหน้าตนไปถึงครึ่ง ค่อนวัน แต่ยังรักษากิริยาฝืนยิ้มให้ท่านเจ้าคุณฯก่อนลากลับ
ooooooo
เด่น ดาวกินข้าวอิ่มก็เกิดปวดท้องรุนแรง อู๊ดไม่สบายใจมาก แต่เด่นดาวก็พูดให้เขาสบายใจว่าเป็นเพราะอาหารรสจัดเกินไปเลยทำให้ปวดท้อง
"อดทน หน่อยนะครับ เห็นชาวบ้านบอกมีร้านหมอเปิดใหม่อยู่แถวนี้ นั่นไงครับ" อู๊ดมองหา เจอแล้วรีบประคองเธอเข้าไปในคลินิก ส่งเสียงทัก "ขอโทษนะครับ คุณหมออยู่ไหมครับ"
ไทรงามยืนหันหลังให้กำลังจัดยาบน ชั้นอยู่ ได้ยินเสียงทักหันกลับมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ดำกำลังจัดชาร์ตคนไข้ใส่ลิ้นชักโผล่พ้นขอบโต๊ะมองมา พอดี
ทั้งสี่เจอกันจังๆ ต่างมองกันตะลึง คาดไม่ถึงว่าจะมาเจอกันที่นี่ในสภาพนี้
หายตะลึงมึนงงกันแล้ว แม้ดำจะกระแหนะกระแหนเด่นดาวประสาคนปากอยู่ไม่สุข แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยดี เมื่อไทรงามตรวจ และให้ยาเด่นดาวไปไม่นาน อาการของเธอ ก็ดีขึ้น ไทรงามจัดยาให้อีกชุดหนึ่งย้ำกำชับการใช้ยาอย่างละเอียด อู๊ดถามว่า
"เท่าไหร่ครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ คนกันเองแท้ๆ อีกอย่างคุณดาวก็เป็นคนไข้คนแรกของคลินิกด้วย"
เด่นดาวบอกว่าเกรงใจ ดำปากอยู่ไม่สุขแทรกขึ้นว่าไม่ต้องเกรงใจเพราะหากคราวหน้ามาอีกจะเก็บเงิน เสียให้สาสมทีเดียว ไทรงามเรียกปรามดำแล้วบอกเด่นดาวว่าอย่าถือสาเลยดำล้อเล่นเท่านั้น
"ถ้า อย่างนั้นก็ขอบคุณมากนะครับหมองาม ผมกับดาวขอตัวก่อนนะครับ" อู๊ดเอ่ยลา ประคองเด่นดาวออกไปอย่างห่วงใย
"หมอนี่ท่าจะรักแฟนเอามากๆ ประคบประหงมกันอย่างกับไข่ในหิน" ดำอดปากไม่ได้ตามเคย
ไทรงามฟังแล้ว ใจหายแวบๆที่เห็นทั้งคู่รักกันมาก
ooooooo
ออกจากคลินิกหมอ งามแล้ว อู๊ดกับเด่นดาวเข้าไปนมัสการพระครูฯที่กุฏิ ท่านแสดงความยินดีว่า
"การ สร้างถนนมันคงไม่เกิดประโยชน์เพียงแค่ให้คนเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกขึ้น เท่านั้น แต่มันยังหมายถึงการนำพาความรู้มาสู่ชุมชนด้วย ซึ่งความรู้นี่ล่ะ ที่จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อคนไทรโศกในวันข้างหน้า ถ้าโยมพร้อมที่จะสละความ
สุขสบายในพระนคร เพื่อมาทำงานให้กับคนที่นี่ อาตมาก็ขออนุโมทนาในจิตอันเป็นกุศลของโยมด้วย"
ขณะนั้นเอง ใบ้ยกน้ำชามาให้ท่านพระครูฯ ใบ้ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นอู๊ดกับเด่นดาวนั่งอยู่ตรงนั้น ระงับความตื่นเต้นไม่ได้ถึงกับมือไม้สั่น อู๊ดกับเด่นดาวจำได้ อู๊ดทักว่า
"คุณ อา...ใช่คุณอาที่ไปงานเลี้ยงฉลองปริญญาพี่อ๊อดหรือเปล่าครับ" เมื่อใบ้พยักหน้า เด่นดาวถามว่าคุณอาอยู่ที่นี่หรือ ใบ้พยักหน้าอีก แล้วเอาแต่ยิ้มไปยิ้มมาอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีกว่านี้
พระครูฯบอกว่า รู้จักกันก็ดีแล้ว ท่านบอกใบ้ว่าอู๊ดกับเด่นดาวอยากไปสำรวจถนนที่หลวงท่านจะเข้ามาทำให้ใบ้ช่วย พาไปที แล้วบอกอู๊ดว่ามีอะไรให้ถามใบ้ได้ ใบ้พูดไม่ได้แต่ฟังรู้เรื่องทุกอย่าง
อู๊ดขอบคุณแล้วชวนกันไป ใบ้อิ่มอกอิ่มใจจนบอกไม่ถูก ที่จู่ๆก็ได้มาอยู่ใกล้ชิดลูกอีกครั้ง
หลังจากพาอู๊ดไปสำรวจแล้ว อู๊ดตัดสินใจจะมาทำงานที่นี่ แต่ต้องกลับไปรายงานทางกรมก่อน จึงชวนกันกลับ แต่พอหันหลังเดินมาเท่านั้น ทุกคนก็ชะงักทั้งตกใจทั้งดีใจ เมื่อเห็นบานเย็น เพิ่ม หวิน กำลังเดินมา อู๊ดรีบเข้าไปยกมือไหว้
"สวัสดีครับ นี่มันเรื่องบังเอิญหรืออย่างไร ทำไมทุกคน ที่ผมรู้สึกผูกพันถึงได้อยู่ที่นี่กันหมด ผมรู้สึกดีจริงๆ มันทำให้ผมตัดสินใจอะไรได้ง่ายเลยครับ"
บานเย็นพูดไม่ออก เอาแต่ยืนอึ้งหูตาลายไปหมดจนไม่ได้ยินที่อู๊ดพูด
ooooooo
กลับถึงบ้านไทรโศก หวินจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียกบานเย็นกับใบ้ที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันคนละมุมบ้านให้มากินข้าว บานเย็นบอกให้ใบ้กับหวินกินไปก่อนตนยังไม่หิว
"นี่ล่ะ ที่เขาว่าพระท่านเมตตาแถมสวรรค์ยังเป็นใจ แต่มากินข้าวกันก่อนไม่ดีหรือ อิ่มท้องแล้วจะได้มีแรงไปนั่งยิ้มกันต่อ เร้ว...หิวแล้ว เจ้าใบ้มา!"
ขณะบานเย็นขยับเข้าไปร่วมวงนั่นเอง เพิ่มก็ถือโทรเลขเดินขึ้นมาบอกว่า
"คุณหญิงโทรเลขมาหาหนูเย็นแน่ะ ไม่รู้ว่ามีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า"
รอยยิ้มอิ่มใจบนใบหน้าบานเย็นจางลง และเมื่ออ่านโทรเลขแล้วก็หน้าซีดเผือด เพิ่มถามว่าคุณหญิงท่านว่าอย่างไร
"คุณหญิงท่านจะส่งตาอู๊ดไปเรียนต่อที่เมืองนอก แล้วให้เย็นเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจ้ะ...ต่อไปนี้ เย็นคงไม่มีโอกาสได้เจอหน้าลูกอีกแล้ว..." บานเย็นวางจานข้าวลงอย่างกินไม่ลง
ooooooo
เมื่ออ๊อดกลับมาถึงบ้าน ก็เอะอะโวยวายตีโพย ตีพายเรื่องถูกอู๊ดตัดหน้าไปรับเด่นดาวไปก่อนตน ร้องเร่าๆว่า "อ๊อดไม่ยอม...อ๊อดไม่ยอม" จนคุณหญิงต้องบอกว่าย่ากำลังจะแยกอู๊ดออกไปอยู่แล้วนี่ไง จะให้ไปเรียนเมืองนอก แต่วันนั้นก็ถูกอุษามาขัดจังหวะ
เสียก่อน
อุษาอ้างว่าจำเป็นต้องขัดเพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองมาก อ๊อดแทรกขึ้นว่าเห็นด้วยกับแม่ เพราะถ้าส่งอู๊ดไปเรียนต่อก็เท่ากับส่งเสริมให้เก่งกว่าตนที่ไม่จบอะไรเลย
อ๊อดพลั้งปากไปเลยถูกคุณหญิงจับได้ว่าสิบกว่าปีที่ส่งไปเรียนเมืองนอกนั้น อ๊อดไม่สำเร็จอะไรเลยสักอย่าง กิติช่วยแก้ต่างให้ลูกว่า สมัยตนไปเรียนตนก็ไม่ได้อะไรกลับมาเหมือนกัน ปริญญามันก็แค่กระดาษใบเดียวเอง
คุณหญิงยืนยันว่าปริญญาเป็นใบเบิกทางให้เรามีหน้าที่การงานที่ดี อุษาพูดแทรกว่าการมัดเด่นดาวไว้นี่แหละคืองานของอ๊อด แล้วสาธยายถึงความร่ำรวยมหาศาลของเจ้าคุณฯ และเด่นดาวก็เป็นหลานคนเดียว เยี่ยงนี้แล้วสมบัติจะไปไหนเสีย
"มันเป็นการทำงานทางอ้อมซึ่งมีคุณย่าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยอ๊อดได้" อ๊อดอ้อนต่อ ครั้นคุณหญิงถามว่าจะให้ช่วยอย่างไร อ๊อดแนะทันที "หมั้นน้องดาวให้อ๊อด ไอ้อู๊ดจะได้รู้ว่าน้องดาวมีเจ้าของแล้ว มันจะได้เลิกยุ่งกับน้องดาวซะที"
กิติกับอุษายิ้มอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย ส่วนคุณหญิงนั่งเหมือนนึกว่า มาลงที่ฉันอีกแล้ว!
ooooooo
เมื่ออู๊ดกลับถึงบ้านธีระรัตน์ที่พระนคร เขารีบเข้าไปนั่งข้างๆคุณย่าบอกว่าตนตัดสินใจแล้วขอพักเรื่องเรียนมาทำงานก่อน บรรยายว่าที่นั่นธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศดี ผู้คนก็มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเหลือเกิน คุณหญิงเห็นด้วยถามว่าจะไปเมื่อไร
"พรุ่งนี้ผมจะไปรายงานตัวที่กรมฯแล้วจะไปประจำที่นั่นเลยครับ"
คุณหญิงเอะใจถามว่า "ที่นั่นน่ะที่ไหนทำไมถึงอยากไปอยู่นักหนา"
"ไทรโศกครับ" อู๊ดบอกอย่างชื่นชอบ
"ไทรโศก!!!" คุณหญิงอุทานเสียงหลง อึดใจเดียวก็ประกาศิต "ย่าไม่อนุญาตให้ไป!!!"
อู๊ดตกใจ มึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น จนคุณหญิงยืนกรานว่าไม่ยอมให้ไปและไม่ต้องมาทู่ซี้ด้วย อู๊ดจึงจำต้องยอมเพราะไม่อยากสร้างความรำคาญใจให้คุณย่า แต่ขอทราบเหตุผลว่า ทำไมตอนแรกคุณย่าถึงให้ไป
"เพราะย่าไม่รู้ว่าเราจะไปที่นั่น" คุณหญิงพลั้งปาก พอนึกได้รีบหยุด เมื่ออู๊ดถามเหตุผลอีกก็ถูกเอ็ดไม่ให้มาเซ้าซี้ ถ้ายังรักนับถือกันอยู่ก็เลิกพูดเรื่องนี้เสีย
คำขาด คำตัดบทอย่างขึงขังของคุณหญิง ทำให้อู๊ดได้แต่นิ่งเงียบเก็บความคิดข้องใจไว้ ครู่ใหญ่จึงไปยืนพูดกับรูปท่านเจ้าคุณฯอย่างระบายความอัดอั้น
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมทราบว่าเจ้าคุณปู่ทำงานเพื่อประเทศชาติมาโดยตลอด ผมจึงอยากจะสืบทอดเจตนารมณ์ และอุดมการณ์ของเจ้าคุณปู่เอาไว้เพื่อธีระรัตน์ของเรา เพียงเท่านั้น ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำให้คุณย่าต้องขุ่นข้องใจ"
คุณหญิงตามมาแอบฟังอู๊ดพูดกับรูปเจ้าคุณฯเงียบกริบ
"และผมก็รักคุณย่าเกินกว่าจะกล้าฝืนคำสั่งของท่าน แต่ผมก็รู้สึกผูกพันกับไทรโศกเหลือเกิน ผมอยากเห็นที่นั่นพัฒนาและเจริญอย่างงดงาม ผมจึงอยากจะวิงวอนเจ้าคุณปู่ ได้โปรดช่วยดลใจคุณย่า ขอให้ท่านเปลี่ยนใจและอนุญาตให้ผมได้ทำในสิ่งที่
ตั้งใจด้วยเถิดครับ"
อู๊ดทรุดลงกราบรูปท่านเจ้าคุณฯ ส่วนคุณหญิงยืนนิ่ง...นิ่งจนไม่อาจคาดเดาความนึกคิดได้...
ooooooo
อ๊อดรับไม่ได้ที่คุณหญิงไม่ยอมให้อู๊ดไปอยู่ที่ไทรโศก ทั้งๆที่เป็นทางที่ดีที่จะกันอู๊ดไปจากเด่นดาว รบเร้าอ้อนวอนกระทั่งอาละวาดให้กิติกับอุษาไปพูดกับคุณย่าใหม่ อุษาเคี่ยวเข็ญให้กิติไปพูด จนกิติต้องรับปาก
ดังนั้น เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่ทุกคนนั่งดื่มกาแฟพร้อมหน้ากันที่โต๊ะ อุษาแอบสะกิดกิติให้พูด ในที่สุดกิติขอให้คุณหญิงทบทวนการตัดสินใจเมื่อคืนอีกครั้ง คุณหญิงตอบหน้านิ่งๆว่าจะไม่ทบทวนในสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว แต่ต่อท้ายว่า
"เพียงแต่เรื่องนี้แม่ขอตัดสินใจใหม่" เห็นทุกคนนิ่งงัน คุณหญิงพูดกับอู๊ด "อยากจะไปทำงานที่ไหนก็ไป"
อู๊ดดีใจมากลุกขึ้นไปกราบที่ตักคุณย่าขอบคุณและสัญญาจะตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด
"รีบไปก่อนที่ย่าจะเปลี่ยนใจ"
"ถ้าอย่างนั้นผมลาเลยนะครับ ว่างเมื่อไหร่ผมจะกลับมาเยี่ยมนะครับ คุณพ่อคุณแม่ผมไปนะครับพี่อ๊อด" อู๊ดหยุดดื่มกาแฟรีบลุกไปทันที
อ๊อดรีบลุกไปกอดอ้อนคุณหญิงขอให้ไปขอเด่นดาวให้ตนวันนี้เลย คุณหญิงรับคำอย่างเร็วแต่มีข้อแม้ว่า "ทุกคนจะต้องไปอยู่ที่ไทรโศกกับตาอู๊ดด้วยกันทั้งหมด"
สามพ่อแม่ลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถามกันด้วยสายตาว่าคุณหญิงจะมาไม้ไหนกับพวกตนอีก?!
ooooooo
เมื่อไทรงามกลับมาอยู่ที่ไทรโศก ดำมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง วันนี้ทั้งๆที่หวินทำอาหารไว้หลายอย่างแล้ว ดำก็ยังอุตส่าห์เข้าครัวทอดปลาหอมน่ากิน หวิน อดสงสัยไม่ได้ว่า ตนทำกับข้าวตั้งหลายอย่างแล้วยังจะทำโน่นทำนี่อีกทำไม
"แหม หนูกินคนเดียวซะที่ไหน ทำไปให้น้องงามกินด้วยก็ต้องแสดงฝีมือหน่อยล่ะ" ดำคุยโวอวดทั้งการทอดปลาที่กรอบนอกนุ่มใน รสน้ำพริกมะขามที่ตัวมีฝีมือ อีกทั้งกุ้งชุบแป้งทอด คุยแล้วขอเสียงสนับสนุนจากบานเย็น พอบานเย็นชมว่าฝีมือไม้แพ้แม่
เลย ดำก็หน้าบานเป็นกระด้ง เพิ่มหมั่นไส้เลยแหย่ว่า
"เออ...ไอ้นี่มันก็ช่างได้แม่มาทุกอย่าง เว้นแต่หน้าตาที่กระเดียดไปทางพ่อ นับว่าเป็นบุญของเอ็งแล้วล่ะดำเอ๊ย...ถ้าขืนหน้าไพล่ไปเหมือนแม่อีกอย่างละก็...ลุงว่า เอ็งเตรียมบวชตลอดชีวิตได้เลยว่ะ"
ดำขำก๊าก แต่หวินหน้าหงิกเป็นจวักค้อนควักใส่เพิ่มหลายตลบ
ooooooo
ทนการเซ้าซี้ของอ๊อดไม่ไหว คุณหญิง กิติ และอุษาจึงพากันไปที่บ้านเจ้าคุณยงยศเพื่อทาบทามขอเด่นดาว หลังจากฟังคุณหญิงแล้ว เจ้าคุณเอ่ยอย่างยินดีว่า
"โดยส่วนตัวผมไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับคุณหญิง อย่างไรเราก็รู้จักกันมานาน ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติกันอยู่แล้ว"
ฟังแล้วพวกธีระรัตน์พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างโล่งใจ
"เพียงแต่ผมต้องถามเจ้าตัวเขาดูก่อนว่าเขาตกลงใจอย่างไร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาโดยตรง ผมคงไปกะการอะไรไม่ได้" เจ้าคุณยงยศพูดต่อ
คุณหญิงพูดอย่างเกรงใจว่า แค่ท่านรับหลานไว้พิจารณาก็นับเป็นเกียรติแก่ธีระรัตน์แล้ว แต่อุษาใจร้อนนัดจะพาลูกชายมาฟังคำตอบพรุ่งนี้เลย ทำเอาเจ้าคุณหัวเราะ พูดหยอกว่า
"แหม...หนุ่มสาวสมัยนี้ช่างใจร้อนกันเสียจริง แต่เอาเถอะ จะพรุ่งนี้หรือวันไหน หลานดาวก็ต้องให้คำตอบอยู่แล้วนี่นะ"
คุณหญิงกับกิติหันมองและยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง ในขณะที่อุษากระดี๊กระด๊าจนออกนอกหน้า เมื่อนึกถึงว่าแผนดองกันเพื่อสมบัติครั้งนี้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว
ooooooo
เพราะร้านอยู่ติดกัน ดำจึงทำอาหารใส่ปิ่นโตไปกินกับไทรงามที่ร้าน ไทรงามกินอาหารอย่างเอร็ด- อร่อยจนดำปลื้มยิ้มหุบไม่ลง พอไทรงามทักก็อึกอักปรับสีหน้าแทบไม่ทัน แล้วชวนคุยเรื่องอื่น ถามว่า
"เดี๋ยวพี่จะเข้าไปสั่งอุปกรณ์เกษตรที่พระนคร จะแวะไปติดต่อร้านที่จะส่งปุ๋ยไปขายด้วย น้องงามอยากได้อะไรไหมจ๊ะ"
"ไม่ค่ะ แต่อยากกินข้าวเย็นฝีมือพี่ดำ รีบไปรีบมาก็แล้วกันนะคะ" ไทรงามพูดสนิทใจเพราะใกล้ชิดโตมาด้วยกันกับดำจนเหมือนพี่น้องกันแล้ว
แต่ดำไม่ได้คิดอย่างนั้น แอบมีอะไรในใจ พอไทรงามชมและเห็นความสำคัญก็หัวใจพองโตยิ้มอย่างมีความสุข
ooooooo
ที่หน้าบ้านธีระรัตน์ อ๊อดเดินกระวนกระวายรอการกลับมาของย่า พ่อ และแม่ พอเห็นรถแล่นเข้ามาจอดก็พุ่งปราดเข้าไปหาคุณหญิง ถามเร็วปรื๋อ
"เป็นอย่างไรบ้างครับ"
คุณหญิงบอกยิ้มๆว่าเด่นดาวไม่อยู่ แต่ท่านเจ้าคุณฯก็เห็นดีด้วย ท่านจะให้พาอ๊อดไปฟังคำตอบอีกครั้งพรุ่งนี้ อุษาแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าอวดรู้ว่า ที่จริงเด่นดาวก็อยู่บนบ้านนั่นแหละครั้นจะลงมาตอบตกลงเสียเดี๋ยวนั้นก็คงจะอาย เลยยื้อเวลาเล่นตัวไป
อย่างนั้นเอง
อ๊อดตีขลุมว่า หมายความว่าเด่นดาวตอบตกลงกลายๆแล้วใช่ไหม กิติเออออห่อหมกกับลูก เดาว่าถ้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นดีด้วยแล้ว เด่นดาวก็คงไม่กล้าขัดหรอก
"ไชโย้!! ไชโย...ๆ" อ๊อดตะโกนด้วยความดีใจสุดขีดแล้ววิ่งไปที่รถ บอกว่าอย่างนี้ต้องฉลองสละโสดล่วงหน้ากันแล้ว ว่าแล้วกระโดดขึ้นรถขับออกไปเลย คุณหญิงได้แต่มองตามอย่างเหนื่อยใจ
ยังไม่ทันจะเข้าบ้านอุษาก็เสนอว่าตนจะไม่ไปอยู่ที่ไทรโศกด้วยเพราะต้องเตรียมงานแต่งงานของอ๊อด กิติรีบพูดบ้างว่าตนก็ไม่ไปเพราะที่นั่นคลับบาร์อะไรก็ไม่มีไม่รู้จะไปทำอะไร
คุณหญิงมองทั้งคู่นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบหน้าตาเรียบเฉยว่า
"ตามใจ ฉันไปเอง แต่อย่าหวังว่าจะได้สมบัติจากตาอู๊ดแม้แต่สลึงเดียว เพราะฉันจะยุให้ตาอู๊ดยกให้การกุศลให้หมด รวมทั้งสมบัติทั้งหมดของฉันด้วย"
คุณหญิงทิ้งระเบิดแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย อุษากับกิติแอบมองจิกอย่างเจ็บใจที่เจอไม้นี้เข้า
ooooooo
เด่นดาวผวาเข้าไปนั่งข้างเจ้าคุณปู่ถามอย่างตื่นเต้นว่าคุณหญิงมาพูดจาสู่ขอตนหรือ เจ้าคุณปู่ยืนยันว่าหลานฟังไม่ผิดหรอก ครั้นหลานสาวถามว่าแล้วเจ้าคุณปู่ตอบว่าอย่างไร พอรู้ว่าท่านนัดให้มาอีกครั้งเพราะหลานไม่อยู่
"ทำไมถึงกะทันหันนัก" เด่นดาวแก้มแดงเรื่อเขินอายเพราะเข้าใจว่าคุณหญิงมาทาบทามตนให้ยิ่งยงหรืออู๊ด
"รู้จักกันมาตั้ง 4 ปี ถือว่าสมควรแก่เวลาแล้วล่ะ ความจริงปู่จะให้คำตอบเขาเลยก็ได้ เพราะปู่แน่ใจว่าปู่เดาใจหลานได้ไม่ผิดแน่ แต่...พรุ่งนี้ตาอู๊ดจะมาด้วย หลานจะได้เป็นฝ่ายตอบพี่เขาด้วยตัวเองเสียเลย"
เด่นดาวตื่นเต้นมาก ขออนุญาตเจ้าคุณปู่ไปข้างนอกสักครู่ พอถูกเจ้าคุณปู่ดักคอว่าจะไปทำผมแล้วก็ซื้อกระโปรง
ตัวใหม่ใช่ไหม เธอก็เขินก้มหน้างุดพูดอุบอิบ "แหม...เจ้าคุณปู่น่ะ..."
"ไปเถอะ ขอให้พรุ่งนี้หลานปู่สวยที่สุดก็แล้วกัน" เจ้าคุณปู่พูดอย่างแสนเอ็นดูหลานสุดที่รัก
ooooooo
"คลินิกหมองาม" เริ่มมีคนไข้มารักษามากขึ้นแล้ว วันนี้ก็มีลุงคนหนึ่งมารักษา ไทรงามตรวจและจัดยาให้แล้ว คุณลุงถามกลัวๆกล้าๆว่า "ค่ายาเท่าไหร่ครับ"
ไทรงามบอกว่าไม่เป็นไร เอาไว้คราวหน้าค่อยคิดค่ายาก็แล้วกัน คุณลุงยกมือไหว้ท่วมหัว ขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วจึงลากลับ
เพียงคุณลุงออกจากคลินิกไป เสียงหนึ่งก็ชมเข้ามาอย่างสนิทสนมคุ้นเคยว่า
"หมองามใจดีกับคนไข้ทุกคนเลยนะครับ"
ไทรงามหันมองเจ้าของเสียง แล้วเธอก็ตะลึงใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อเห็นอู๊ดเดินยิ้มเข้ามา พอตั้งสติได้ก็ถามประสาหมอว่าเด่นดาวปวดท้องอีกหรือ อยู่ที่ไหน อู๊ดตอบขำๆว่า
"ดาวไม่ได้มากับผม ผมมาไทรโศกคนเดียว และก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณหมอน่ะครับ"
ไทรงามมองงงๆก่อนจะถามว่าเขาไม่สบายหรือ อู๊ดยิ่งขำบอกว่าเขาอยากเช่าบ้านสักหลังเพราะต้องทำงานที่นี่ และจะอยู่ที่นี่อีกนาน ถามอย่างขอความช่วยเหลือว่า
"หมองามพอจะช่วยผมได้ไหมครับ"
ไทรงามพาอู๊ดไปหาเพิ่ม ในที่สุดเพิ่มให้อู๊ดมาอยู่ที่เรือนใหญ่บ้านไทรโศก พออู๊ดเดินเข้ามาในเรือนก็รู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอย่างประหลาด เขาโผเข้าไปอย่างลิงโลด โดยมีเพิ่มตามเข้ามาถามว่า
"คุณหญิงไม่เคยพูดให้คุณอู๊ดฟังเลยหรือครับว่าท่านมีบ้านพักอยู่ที่ไทรโศกนี่"
"ไม่เคยครับ ตอนแรกท่านไม่อนุญาตให้ผมมาทำงานที่นี่ด้วยซ้ำไป อาจจะเป็นเพราะท่านมีที่ดินและบ้านที่คนนำมาจำนองตามต่างจังหวัดมากมายจนท่านจำไม่ได้ก็เป็นได้นะครับ"
"หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะท่านไม่ชอบที่นี่" เพิ่มสะกิดปมสำคัญ เมื่ออู๊ดถามว่าคุณย่าไม่ชอบเพราะอะไรหรือ เพิ่มจึงตอบเลี่ยงๆว่า "เพราะ...ท่านเจ้าคุณฯท่านรักบ้านและที่ดินผืนนี้ มากที่สุด ตอนท่านป่วยหนักคุณหญิงขอร้องให้ท่านกลับไปรักษา ตัว
ที่พระนคร แต่ท่านไม่ยอม ในที่สุดท่านก็หมดลมที่นี่ครับ"
"อย่างนั้นหรือครับ" อู๊ดเดินไปหยุดที่หน้ารูปท่านเจ้าคุณฯ "ขอบพระคุณมากนะครับเจ้าคุณปู่ ที่ทำให้ผมได้มาอยู่ บนแผ่นดินที่เรารัก" อู๊ดมองรูปท่านเจ้าคุณปู่ด้วยแววตาซาบซึ้งใจ
ooooooo
ไทรงามกลับไปเล่าเรื่องอู๊ดจะมาอยู่ที่นี่ให้ บานเย็นฟัง บานเย็นตกใจหวาดหวั่นและตื่นเต้นจนต้องถามไทรงามอีกครั้งว่า "ลูกว่าอะไรนะจ๊ะ..."
"คุณอู๊ดหลานคุณหญิงธีระรัตน์มาทำงานที่นี่ค่ะแม่เย็น เขามาขอให้งามช่วยหาบ้านเช่าให้ งามก็เลยพามาหาลุงเพิ่ม ลุงเพิ่มเลยจัดให้พักอยู่ที่เรือนใหญ่น่ะค่ะ"
"คุณอู๊ดอยู่ที่เรือนใหญ่..." บานเย็นพูดเหมือนตกอยู่ในความฝัน
"ค่ะ ก็บ้านหลังนั้นเป็นของตระกูลธีระรัตน์ คุณอู๊ด ก็เท่ากับเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งแล้วนี่คะ แต่แปลกนะคะที่ดูเหมือนเธอไม่รู้มาก่อนว่าเธอมีบ้านอยู่ที่นี่"
บานเย็นตื่นเต้นทั้งดีใจตกใจสับสนระคนกันจนลุกลี้ลุกลนผุดลุกผุดนั่ง ไทรงามถามว่าแม่เป็นอะไร ครั้นหันมองไปทางใบ้ก็อยู่ในอาการเดียวกัน แถมทั้งคู่ยังชะเง้อมองไปทางเรือนใหญ่เป็นใจเดียวกันด้วย
ooooooo
บานเย็นสับสนจนต้องไปหาเพิ่มที่ห้องครัว เพิ่มกำลังช่วยหวินทำกับข้าวอยู่ บานเย็นรี่เข้าไปถามว่านี่มันอะไรกัน เมื่อวานคุณหญิงเพิ่งโทรเลขบอกว่าจะส่งอู๊ดไปเรียนเมืองนอก วันนี้อู๊ดกลับมาทำงานที่นี่ เกิดอะไรขึ้นหรือ
"น้าก็กำลังคิดอยู่นี่แหละว่าคุณหญิงท่านมีแผนอะไร ถึงได้ยอมปล่อยคุณอู๊ดมา ทั้งๆที่ท่านต้องการจะตัดคุณอู๊ดจากอดีตทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องไทรโศกที่ท่านไม่เคยปริปากเล่าอะไรให้คุณอู๊ดฟังเลยแม้แต่น้อย"
เมื่อยังมืดแปดด้านกับการมาของอู๊ด บานเย็นปรารภอย่างว้าวุ่นใจว่า ตนยังคิดไม่ตกเลยว่าถ้าเจอหน้าลูกจะวางตัวอย่างไร
บานเย็นพูดไม่ทันขาดคำ เสียงอู๊ดก็ทักขึ้นมาจากประตูครัวพร้อมโผล่เข้ามาว่า
"อ้าว...นี่คุณน้าอยู่ละแวกนี้หรือครับ"
บานเย็นปากคอสั่นตอบไม่ออก อู๊ดแสดงความยินดีที่มีโอกาสได้เจอกันคงได้ไปเยี่ยมเยียนกันบ้าง บานเย็นก็ยังอึกอักเอ้ออ้าตอบไปโดยไม่รู้ตัว "ค่ะ"
"ผมขออนุญาตไปเดินเล่นรอบๆบ้านนะครับคุณลุงเพิ่ม" อู๊ดขอตัวไปตามประสาคนพระนครที่ตื่นเต้นกับธรรมชาติที่งดงามในชนบท
พออู๊ดออกไป บานเย็นรีบขอร้องหวินกับเพิ่มว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าบอกอู๊ดว่าตนเป็นแม่เด็ดขาด เพราะคนที่รู้เรื่องนี้มีไม่กี่คน สำหรับใบ้นั้นวางใจได้ ส่วนตนก็จะไม่มีวันผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับคุณหญิง ขอร้องว่า
"ถ้าน้าเพิ่มกับพี่หวินรับปากเย็น เรื่องนี้ก็จะเป็นความลับต่อไป นะจ๊ะ เย็นกราบล่ะ"
บานเย็นก้มกราบจริงๆ เพิ่มกับหวินเลยจำต้องพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง
ooooooo
อู๊ดเดินชมอาณาบริเวณที่ร่มรื่นรอบบ้านไทรโศกอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่าใบ้เดินตามแอบดูอู๊ดอย่างปลื้มปีติ ยามใดที่อู๊ดยิ้มอย่างมีความสุขกับธรรมชาติ สูดอากาศอย่างชื่นอกชื่นใจ ใบ้ก็พลอยอิ่มอกอิ่มใจไปด้วย
จนกระทั่งอู๊ดเดินมาถึงบริเวณต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม ชายหนุ่มแหงนมองต้นไทรอย่างตื่นตาตื่นใจกับไม้ใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พลันก็สะดุดตาอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มเดินตรงไปทางนั้นทันที
ไทรงามนุ่งกระโจมอกจะมาอาบน้ำ เธอตกใจสุดขีดเมื่อเห็นอู๊ดเดินอยู่แถวนั้น รีบหลบเข้าบ้านทันที แล้วก็ยิ่งใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่ออู๊ดมายืนร้องถามอยู่หน้าบ้าน
"ขอโทษนะครับ มีใครอยู่บ้างไหมครับ"
ไทรงามแอบนิ่งแทบไม่กล้าหายใจ ได้ยินเสียงอู๊ดบ่นว่าเมื่อกี้ยังเห็นเหมือนมีใครเดินออกมาอยู่ แต่ไม่ทันสงสัยอะไรได้มากกว่านั้น เพิ่มก็มาตามไปกินข้าวเสียก่อน
ไทรงามถอนใจโล่งอกที่พ้นเวลาวิกฤติมาได้หวุดหวิด
ooooooo
เมื่อขึ้นไปนั่งที่มุมกินข้าวบนบ้านไทรโศก มีแต่อู๊ดกับเพิ่มสองคนเท่านั้น อู๊ดถามว่าทำไมหวินไม่มากินด้วยกัน เพิ่มบอกว่ารายนั้นเขาถนัดกินในครัว ปกติพวกตนก็ชอบกินข้าวในครัวกันอยู่แล้ว
อู๊ดพยักหน้าอย่างไม่ติดใจ ถามเพิ่มเรื่องที่ติดใจกว่าว่า "เอ่อ...คุณลุงครับ บ้านสีครีมหลังนั้น..."
"ลุงว่าจะถามคุณอู๊ดตั้งแต่มาถึงนี่แล้ว งานสบายๆในพระนครมีออกถมไป ทำไมคุณอู๊ดถึงเลือกมาทำงานที่กันดารอย่างนี้ล่ะครับ" เพิ่มเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ ทำเหมือนไม่ได้ยินที่อู๊ดถาม
"อาจเป็นเพราะทุ่งนา อากาศ ผู้คน ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับ รู้เพียงแต่ว่า ผมรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับที่นี่ ผมรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้อยู่ไทรโศก มันเหมือน...ได้กลับมาอยู่บ้าน อยู่บนแผ่นดิน อยู่ในอ้อมกอดของแม่อีกครั้งน่ะครับ"
อู๊ดบรรยายความรู้สึกอย่างซึ้งใจ บานเย็นแอบฟังอยู่ถึงกับน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ
ส่วนดำนั่งกินข้าวกับหวินในครัว ดำทำหน้าเหมือนเบื่อโลกจนหวินถามว่าเป็นอะไร ดำบ่นว่ามันไม่เคยเพราะเราเคยอยู่กันแค่นี้ จู่ๆก็มีคนมาอยู่เพิ่ม หวินเดาใจลูกออก ชี้แจงกึ่งปรามว่า
"คุณอู๊ดเธอมาทำงานนะเว้ย หรือถ้าเธอคิดจะอยู่ที่นี่ ตลอดไป มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ เพราะเธอเป็นเจ้าของบ้าน เพราะฉะนั้นเอ็งอย่าทำตัวตีเสมอหรือพูดจากวนประสาทเธอเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแม่จะแพ่นกบาลเอ็งให้ เข้าใจไหม"
ดำรับคำหน้าหงิกงอ คิดไม่ตกระแวงว่าถ้าเกิดอู๊ดถูกใจไทรงามเข้าจริงๆ ตัวเองจะเอาอะไรไปเทียบเขาได้
ooooooo
เพราะไปพระนครครั้งนี้ ดำไปเดินห้างซื้อเสื้อ กระโปรงมาฝากบานเย็นและไทรงาม ดังนั้นจึงรีบเอาไปให้ หยิบออกมาโชว์ไทรงามอย่างภูมิอกภูมิใจ
"ทีหลังไม่ต้องซื้อของแพงๆมาฝากแล้วนะพี่ดำ งามมาอยู่นี่แล้วคงไม่มีโอกาสได้ใส่กระโปรงสวยๆอย่างนี้ไปไหนหรอก"
"นั่นสิ เสื้อลูกไม้นี่ก็คงจะแพงน่าดู แล้วไหนจะกางเกงกับเสื้อของน้าใบ้อีก" บานเย็นเสริม
"ก็หนูอยากให้น้าเย็นกับน้าใบ้แต่งตัวหล่อๆสวยๆไปวัดบ้างนี่จ๊ะ ส่วนกระโปรง น้องงามใส่ไปทำงานก็ได้นี่ คนไข้ เห็นคุณหมอแต่งตัวสวยจะได้หายป่วยไวๆ"
ไทรงามฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้ พอดีนึกขึ้นได้ขออนุญาตบานเย็นไปค้างที่คลินิกสักพักเพราะไม่ค่อยมีคนรู้ว่าตนพักอยู่กับแม่ที่บ้าน เผื่อใครเป็นอะไรดึกๆจะได้ไปหาที่คลินิกได้
"ไปอยู่คนเดียวอันตรายนะลูก ให้เจ้าดำไปนอนเฝ้าข้างล่างเป็นเพื่อนก็แล้วกัน" หวินเสนอ
"แหม...รู้ใจลูกซะจริง ถ้าแม่ไม่เอ่ยปาก หนูก็ว่าจะขัน อาสาอยู่พอดีเชียว" ดำยิ้มแก้มแทบปริ เลยถูกหวินหยิกแขนอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดู เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่าลูกคิดอย่างไรกับไทรงาม
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น อู๊ดไปนมัสการพระประธานในโบสถ์ ครู่หนึ่งใบ้ประคองยายอ่อนในชุดนุ่งขาวห่มขาวเข้ามา อู๊ดทักว่าพาคุณยายมาไหว้พระหรือ
ยายอ่อนพูดแทนใบ้ถามว่า "พ่อหนุ่มเป็นใคร มาจากไหนกันล่ะ ยายไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน"
"ผมชื่ออู๊ด มาจากพระนคร มาทำงานสร้างถนนที่นี่ ครับ วันนี้ผมเข้างานวันแรกก็เลยมากราบขอพรพระ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานน่ะครับ"
ยายอ่อนอวยชัยให้พรให้ทำงานสำเร็จตามที่ตั้งใจ อู๊ดจึงเอ่ยลา พออู๊ดออกไปแล้วใบ้จับยายอ่อนเขย่าพยายามบอกยายอ่อนว่าอู๊ดเป็นลูกตน ยายอ่อนบอกอย่างรู้อยู่แล้วว่า
"เออ...ข้ารู้แล้ว ถึงเอ็งไม่บอกข้าก็รู้ว่าคุณอู๊ดเขาเป็นลูกเอ็ง ก็แววตาถอดกันมาอย่างกับแกะนี่นะ"
ใบ้ยิ้มปลื้มมองตามอู๊ดไปอย่างภูมิใจไม่หาย
ooooooo










