ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ไทรโศก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณหญิงโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ประกาศลั่นไม่ยอมรับการตัดสินใจของเจ้าคุณฯเด็ดขาด ตะโกนลั่นว่า เจ้าคุณฯต้องเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ตอนป่วย หนักจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ๆ

"ผม ยืนยันว่า ในขณะนั้นท่านเจ้าคุณฯแข็งแรงแล้วก็มีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ครับ" หลวงนิติธรรมเอ่ยรับรอง แต่กิติ ฟังแล้วก็ไม่ยอมรับไม่ยอมเชื่อว่าเจ้าคุณพ่อจะยกที่ดินมูลค่ามหาศาลนี้ให้ คนใช้ในบ้านถึงครึ่งหนึ่ง ประกาศลั่นว่า

"แล้วข้อแม้ที่ระบุใน พินัยกรรมข้อสุดท้ายก็เป็นเงื่อนไขที่ผมรับไม่ได้ในทุกกรณี!"

"ถ้า คุณกิติไม่ต้องการทำตามเงื่อนไขของท่าน ก็สละสิทธิ์ที่ดินและบ้านที่ไทรโศกให้หนูบานเย็นได้นี่ครับ" พระปรีชาเวทย์เอ่ยขึ้น

เจอไม้นี้เข้า กิติถึงกับใบ้กินสนิท คุณหญิงเห็นลูกชายถูกต้อนจนมุม เลยรีบตัดบทว่า พินัยกรรมของท่านเจ้าคุณฯหมดแค่นี้ใช่ไหม คุณเจนรีบบอกว่ายังมีเงื่อนไขเรื่องผลประโยชน์จากที่นาไทรโศกเพิ่มเติมแล้ว ก้มหน้าอ่านให้ฟัง

"ระหว่างที่เงื่อนไขในพินัยกรรมข้อสุดท้ายยังไม่ บรรลุตามข้อตกลง ให้นายเพิ่ม ใจดี เป็นผู้เก็บรักษาผลประโยชน์ของที่นาไทรโศกแต่เพียงผู้เดียว โดยแบ่งรายได้ 30% มอบให้คุณหญิงธีระรัตน์ ส่วนที่เหลือทั้งหมด 70% ให้ฝากไว้ในธนาคารเพื่อมอบ
ให้กับทายาทของนายกิติ ธีระรัตน์และนางสาวบานเย็น โพธิ์งาม เมื่อมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ต่อไป"

คราวนี้คุณหญิงถึง กับลมออกหู ส่วนอุษาฝันสลายเป็นลมไปอีกรอบ กิติประคองไว้รีบพาไปที่อีกมุมหนึ่งเพื่อพักผ่อน จนเมื่ออุษารู้สึกตัวก็กอดกิติคร่ำครวญเป็นวักเป็นเวน

"อย่าทิ้งอุษา กับลูกนะคะคุณกิติ ถ้าไม่มีคุณ อุษากับลูกจะอยู่ได้อย่างไร"

"ฟังผม นะ ผมจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากคุณ อย่าร้องไห้เลยนะ...คนดี"

กิ ติกอดปลอบประโลมอุษาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนอุไรยืนมองทั้งคู่หน้าเกือบไม่เป็นหน้า

ooooooo

ฟังพินัยกรรมจบแล้ว คุณหญิงเรียกเพิ่มไปปิดห้องคุยกัน คาดคั้นถามว่าทำไมเจ้าคุณฯถึงยกที่ดินที่ไทรโศกให้บานเย็น เพราะเจ้าคุณฯได้บานเย็นเป็นเมียน้อยใช่ไหม ทำให้เพิ่มรับไม่ได้เรียกปรามเสียงดัง เลยถูกคุณหญิงหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับเจ้าคุณฯ

เพิ่มสุดจะทนฟังคุณ หญิงพูดให้เจ้าคุณฯเสียหายอีก เลยบอกความจริงว่า

"ที่ท่านยกไทรโศก ให้หนูเย็นก็เพราะหนูเย็นคือเจ้าของไทรโศกตัวจริงครับคุณหญิง"

คุณ หญิงชะงักมองเพิ่มตะลึงอึ้ง แล้วพึมพำว่าไม่จริงใช่ไหม ด่าเพิ่มว่าเนรคุณ พาลหาว่าเพิ่มได้บานเย็นเป็นเมียอีก คนเลยพลิกลิ้นตลบตะแลง ด่าอย่างเกรี้ยวกราด "ไอ้ชาติชั่ว!!"

เพิ่มเจ็บแสบกับคำด่าว่าของคุณ หญิง พยายามระงับอารมณ์ ชี้แจงอย่างละเอียดว่า

"ที่ดินไทรโศกไม่ใช่ ของเจ้าคุณพ่อ แต่เป็นของเพื่อนร่วมสาบานของท่านที่ชื่อคุณเยื้อน โพธิ์งาม พ่อของบานเย็น" คุณหญิงขัดขึ้นทันทีว่าไม่จริง เพิ่มยืนยันว่า "จริงครับ คุณเยื้อน เอาหนูเย็นมาฝากให้เจ้าคุณพ่อเลี้ยงโดยเซ็นเอกสารยกที่ดินที่ไทรโศกให้
ทั้งหมดเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูหนูเย็น ผมเองก็เป็นคนเซ็นเป็นพยานให้"

คุณ หญิงเถียงอยู่แต่ว่าไม่จริงถามว่าเพิ่มพูดอะไรกัน เพิ่มจึงลำดับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุให้ฟังเหมือนเรื่องเพิ่งเกิดเมื่อวาน เล่าถึงเยื้อนที่เซ็นชื่อยกที่ดินให้เจ้าคุณฯแล้วก็ยิงตัวตายต่อหน้า ถามคุณหญิงว่า

"คุณหญิงไม่สงสัยบ้างหรือครับว่า ทำไมเจ้าคุณพ่อถึงได้ขวัญผวาเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่างก่อนที่ท่านจะสิ้นลม ท่านกลัวคุณเยื้อนครับ ท่านกลัวเพราะท่านทำผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับคุณเยื้อนว่าจะเลี้ยงดูหนูเย็น เป็นอย่างดี เพราะอะไร ท่านถึงสั่งให้
รดน้ำและสวดศพท่านที่วัด แทนที่จะเป็นที่บ้านเหมือนคนอื่นเขา เพราะท่านรู้ครับว่าท่านไม่มีสิทธิ์ ท่านรู้อยู่ แก่ใจว่าบ้านไทรโศกหลังนั้นไม่ใช่บ้านของท่าน"

คุณหญิง เริ่มท่าทีอ่อนลงถามว่าทำไมเจ้าคุณฯถึงต้องปิดเรื่องนี้กับตนด้วย เพิ่มอธิบายว่าเพราะท่านรักคุณหญิง อยากให้คุณหญิงสบายใจและภูมิใจว่าเป็นเจ้าของแผ่นดินอันกว้างใหญ่ แม้จนท่านจะสิ้นท่านก็ยังรักคุณหญิงไม่เสื่อมคลาย ไม่อย่างนั้นท่านก็คง
ยกที่ดินไทรโศกคืนบานเย็นทั้งหมดไม่เหลือให้กิติตั้ง ครึ่งหนึ่งอย่างนี้หรอก

ฟังแล้วคุณหญิงนิ่งอึ้ง กำหมัดกัดฟันแน่นด้วยความเสียใจที่ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า บานเย็นเป็นเจ้าของที่ดินมหาศาลตัวจริง!

ooooooo

บ่ายนี้บาน เย็นกับหวินไปช่วยชาวบ้านนวดข้าวที่ลาน หวินปรารภว่า ป่านนี้คุณหญิงกับกิติคงเตรียมจัดงานฉลองมรดกกันใหญ่แล้ว บานเย็นตอบรับเนือยๆว่าก็คงอย่างนั้นกระมัง

"คนที่โชคดียิ่งกว่าถูก ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เห็นจะไม่ใช่ใคร คุณอุษานั่นเอง อีกไม่นานงานเลี้ยงฉลองการแต่งงานคงตามมา ว่าไหมหนูเย็น"

บานเย็น เจ็บยอกแสลงใจจนแทบไม่มีอารมณ์จะตอบ แต่ก็พูดไปตามประสาว่าก็คงอย่างนั้นมั้ง แต่พอหวินถามว่าถ้าเขาเชิญจะไปไหม คราวนี้บานเย็นถึงกับต้องกลืนก้อนสะอื้นลงในอก ตอบอย่างยากเย็นว่า

"เขาคงไม่เชิญเย็นหรอกจ้ะ เย็นขอพักก่อนนะจ๊ะ" บานเย็นขอตัวไปอย่างสุดจะทนอยู่ตรงนั้นต่อไปได้

บานเย็นผละไปอย่าง เร็ว โดยไม่รู้ว่า ทุกอิริยาบถอยู่ในสายตาของใบ้ และปฏิกิริยาของใบ้ก็อยู่ในสายตาของยายอ่อนอีกต่อหนึ่ง...

ooooooo

คุณหญิงนั่งเครียดขรึมอยู่พักใหญ่ จึงถามเพิ่มว่าโฉนดที่ดินอยู่ไหน เพิ่มย้อนถามงงๆว่าไม่ได้อยู่ที่คุณหญิงหรอกหรือเพราะไม่ได้อยู่ที่ตน

"ถ้าอย่างนั้น...อยู่กับใคร!" คุณหญิงตาแดงก่ำอย่างหวาดระแวง เพิ่มเองก็อึ้งเพราะไม่รู้จริงๆ

เมื่อพินัยกรรมระบุเช่นนั้น ทำให้ฝันของอุษาพังทลายในพริบตา เธอร้องไห้คร่ำครวญวอนให้คุณหญิงเห็นถึงหัวอกผู้หญิงด้วยกัน และให้เห็นแก่หลานที่กำลังจะเกิดมา อย่าให้กิติแต่งงานกับบานเย็นเลย

คุณ หญิงยืนยันว่าท่านไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้กิติแต่งงานกับบานเย็น แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้แต่งงานกับอุษา เอาเป็นว่าจะจัดการให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ให้อุไรพาอุษากลับไปบ้านก่อน แล้วเรียกกิติให้ตามตนออกไปที่มุมพักผ่อนในสวนหลังบ้าน

เมื่อคุยกันตามลำพังแม่ลูก กิติยืนยันไม่ยอมแต่งงานกับคนใช้ในบ้านอย่างบานเย็นเป็นอันขาด รู้ถึงไหนก็อายถึงนั่น คุณหญิงเองก็ไม่ยอมเช่นกัน ปลอบลูกชายให้ใจเย็นๆ มาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ย้ำกับกิติอย่างอาฆาตมาดร้ายว่า

"แม่ไม่มีวันยอมให้ลูกแต่งงานกับทายาทของผู้ชายที่ชื่อเยื้อนเหมือนกัน"

ooooooo

รุ่งเช้าคุณหญิงเข้าไปรื้อหาอะไรบางอย่างในห้องสมุดบ้านธีระรัตน์ หาจนหัวเสียก็ไม่เจอสิ่งที่ต้องการ พอดีเพิ่มส่งเสียงเข้ามา คุณหญิงบอกว่ากำลังอยากเจอพอดี เพิ่มถามว่ามีอะไรหรือ ตนเอาเงินประจำปีของไทรโศกมาให้ ส่วนเอกสารรายรับรายจ่ายอยู่
ในซอง

"ฉันอยากเจอแกอยู่พอดี แกลองช่วยฉันคิดซิว่าโฉนดที่ดินที่ไทรโศกมันอยู่กับใคร ฉันพลิกบ้านหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ในห้องนี้ก็ไม่มี"

เพิ่มถามอย่างเกรงๆว่าจะเอาโฉนดไปทำอะไร คุณหญิงบอกว่าจะเอาไปขาย ครั้นเพิ่มท้วงติงว่าในพินัยกรรมระบุไว้ว่าจะขายที่ดินให้ใครอื่นไม่ได้

"ก็ลงวันที่ซื้อขายกันก่อนที่คุณพี่จะทำพินัยกรรมสิเจ้าโง่ แกก็รู้ว่าเงื่อนไขที่คุณพี่สร้างขึ้นมามันเป็นเรื่องที่ฉันกับพ่อกิติไม่มี วันรับได้ ถ้าเราหาโฉนดเจอแล้วแอบทำสัญญากันก่อน พินัยกรรมนั่นก็จะถือเป็นโมฆะในข้อนี้ เพราะฉะนั้นแกต้องช่วยฉัน เจ้าเพิ่ม"

เพิ่มชาไปทั้งตัวคิดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะวางแผนแยบยลร้ายกาจขนาดนี้ ปฏิเสธว่าตนทำไม่ได้ แม้คุณหญิงจะมีพระคุณกับตนแต่เรื่องนี้ตนช่วยอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ก็ถูกคุณหญิงด่าว่าทรยศ เนรคุณ

"ผมกำลังแสดงความกตัญญูต่อเจ้าคุณพ่อโดยการไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของท่านต่างหาก" เพิ่มโต้

"แต่สิ่งที่เจ้าคุณพ่อแกให้นังนั่นมันมากเกินไป..."

"ถ้าคุณหญิงได้เห็นคุณเยื้อนยิงตัวตายต่อหน้าต่อตา คุณหญิงจะรับรู้ว่า สิ่งที่ธีระรัตน์คืนให้กับทายาทของเขามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ"

พูดแล้วเพิ่มเดินออกไป คุณหญิงคว้าถุงเงินเปิดดู พอเห็นเงินในถุงก็ถึงกับลมออกหูวิ่งโร่ตามเพิ่มออกไปถามว่าทำไมเงินเหลือแค่ สามแสนทั้งที่ต้องได้เป็นล้าน

"ผมทำตามคำสั่งในพินัยกรรมของเจ้าคุณพ่อ ที่ระบุให้คุณหญิงได้รับส่วนแบ่ง 30% ของรายได้ทั้งหมดตั้งแต่เปิดพินัยกรรมเป็นต้นไป 30% ของ 1,285,000 ก็เท่ากับ 385,500 บาท ตามที่แจ้งในบัญชีรับจ่าย คุณหญิงไม่ได้เปิดดูหรอกหรือครับ"

คุณหญิงกัดฟันกรอด แค้นใจกับความซื่อสัตย์ซื่อตรงที่เพิ่มมีต่อเจ้าคุณฯนัก!

ooooooo

บานเย็นยังตัดใจไม่ขาดจากกิติ ยิ่งเมื่อมานั่งปล่อยอารมณ์ที่ใต้ต้นไทรก็ยิ่งเจ็บปวด ใบ้มีแก่ใจ เอาน้ำลอยดอกมะลิใส่ขันมาให้อย่างห่วงใย แต่ บานเย็นไม่มีแม้แต่อารมณ์จะดื่มน้ำหอมชื่นใจนั้น บอกใบ้ว่าตนไม่หิวไม่อยากกิน เมื่อใบ้คะยั้นคะยอก็ฉุนปัดขันคว่ำ
จนน้ำหก

บานเย็นไม่รู้จะทำอย่างไรเลยลุกเดินหนีไปเสียเฉยๆใบ้เองก็ได้แต่ยืนหน้าซีด เสียใจอยู่ตรงนั้น โดยไม่รู้ว่ายายอ่อนจับตาดูอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

ดังนั้น เมื่อกลับถึงกระท่อม ยายอ่อนจึงถามหลานชายตรงๆว่าชอบบานเย็นใช่ไหม เมื่อใบ้ก้มหน้าอย่างยอมรับ ยายอ่อน อบรมเตือนสติหลานชายให้รู้จักเจียมตัว เพราะบานเย็นนั้นถึงไม่ใช่ลูกแท้ๆของเจ้าคุณฯ แต่ใครๆก็รู้ว่าเธอเป็นเจ้านายคนหนึ่งของไทรโศก

ใบ้ฟังยายแล้วน้ำตาท่วมอย่างเจ็บปวด ยายอ่อนเลยพูดให้กำลังใจว่า ให้แค่คิดรักชอบก็พอ แต่ขอให้อยู่ห่างๆไว้ ตัดอกตัดใจเสียไม่อย่างนั้นจะเจ็บยิ่งกว่านี้

ใบ้ร้องไห้ออกมาซบหน้ากับตักยายเหมือนเด็กน้อยที่ต้องการความอบอุ่น...

ส่วนบานเย็นผละจากใบ้แล้วกลับไปยังมุมบ้านที่แขวนรูปท่านเจ้าคุณฯอยู่ บอกกล่าวอย่างเศร้าเสียใจว่า

"เย็นผิด เย็นขอโทษนะเจ้าคะที่คิดใฝ่สูงจนลืมชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของตัวเอง เจ้าคุณพ่อจะลงโทษเย็นอย่างไรก็ได้...แต่...ได้โปรดอย่าทำให้เย็นต้องเจ็บ ปวดทรมาน เพราะติดอยู่ในวังวนของความฝันลมๆแล้งๆอีกต่อไปเลยนะเจ้าคะ..."

บานเย็นทุกข์ตรอมใจจนแม้แต่อาหารก็กินไม่ลง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อจะให้เพลิดเพลินและลืมเรื่องทุกข์ใจ แต่ก็ยังมีแวบๆเข้ามาจนได้

ooooooo

เพื่อหาทางที่จะเอาที่ดินที่ไทรโศกมาเป็นของตนให้ได้ คุณหญิงไปหาคุณเจนทวงโฉนดที่ดิน ยื่นข้อแม้ว่าจะยอมจ่ายไม่อั้นขอแต่ได้โฉนดมาเท่านั้น เพราะเงื่อนไขในพินัยกรรมไม่เป็นธรรมกับตนและลูก ทั้งยังกล่าวหาว่าเจ้าคุณฯคงมีอะไรกับบานเย็นจึงได้
โอบอุ้มเอ็นดูขนาดนั้น

"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ท่านเจ้าคุณฯก็น่าจะยกสมบัติให้หนูเย็นโดยเสน่หาไปเลย ไม่น่าจะสร้างเงื่อนไขให้มาแต่งงานกับคุณกิตินี่ครับ แสดงว่าท่านน่าจะมีเหตุผลบางอย่างนะครับ"

ไม่ว่าคุณหญิงจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนและหว่านล้อม อย่างไร คุณเจนก็ยืนกรานแต่เพียงอย่างเดียวคือให้ปฏิบัติตามพินัยกรรมของท่านเจ้า คุณฯ ทำให้คุณหญิงเจ็บใจมาก

ส่วนกิติหลังจากยืนกรานไม่ยอมแต่งงานกับบานเย็นและรีบเตรียมงานแต่งกับอุษา แล้ว ก็พาเธอไปหาซื้อแหวนหมั้นที่ร้านเพชร ยังความปลื้มปีติลิงโลดใจแก่อุษายิ่งนัก

หารู้ไม่ว่า  เมื่อคุณหญิงผิดหวังจากการขอร้องคุณเจนแล้ว ก็ยังไม่ยอมแพ้กลับไปเอารูปเก่าๆของเยื้อนที่ถูกกรีดจนยับเยินขึ้นมาดู พูดกับรูปอย่างอาฆาตแค้นว่า

"ฉันเคยแพ้คุณมาครั้งหนึ่งแล้ว ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้คุณอีกเป็นอันขาด ในเมื่อโชคชะตาลิขิตให้เลือดเราสองคนต้องปนกันอย่างหมดหนทางที่จะ เลี่ยง...ฉันก็ขอต้อนรับลูกสาวคุณสู่ครอบครัวธีระรัตน์ด้วยความยินดี"

ooooooo

ดังนั้น เมื่อกิติพาอุษากลับมาพร้อมแหวนหมั้นและไปขอฤกษ์แต่งงานกับหลวงพ่อที่วัด แล้วคุณหญิงถามว่า หลวงพ่อท่านว่าอย่างไร ไม่มีฤกษ์แต่งใช่ไหม

"ทำไมคุณแม่ทราบล่ะครับ ท่านว่าผมกับอุษาเป็นเนื้อคู่กันก็จริง แต่ถ้าแต่งงานกันชีวิตคู่จะมีปัญหา ให้แก้เคล็ดด้วยการอยู่กินกันเลย"

"แต่ยังไงลูกก็ต้องแต่ง" คุณหญิงพูดหน้านิ่งจริงจัง ทำให้อุษาถึงกับยิ้มหน้าบานรีบทรุดลงกราบแทบตักคุณหญิงอย่างประจบประแจง พร่ำเพ้อว่าตนจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในพระนคร เพื่อคุณหญิงกับกิติจะได้ภูมิใจ คุณหญิงฟังแล้วพูดหน้านิ่งๆว่า

"เธอแต่งให้ตากิติดูอยู่กับบ้านก็แล้วกัน เพราะเจ้าสาวที่ตากิติจะต้องแต่งงานออกหน้าออกตาด้วยไม่ใช่เธอ แต่เป็นบานเย็น"

กิติช็อกส่วนอุษานิ่งค้างเป็นหุ่นไปเลย

หลังจากนั้นกิติโวยวายกับคุณหญิงว่าเป็นตายอย่างไรตนก็ไม่แต่ง ยอมกระทั่งว่าจะสละสิทธิ์ยกที่ไทรโศกให้บานเย็นไปทุกอย่างจะได้ยุติ

"เพื่ออะไร ลูกจะยอมทิ้งเงินมหาศาลเพื่อผู้หญิงอย่างแม่อุษาอย่างนั้นหรือ!!" คุณหญิงเอ็ด กิติโต้อย่างอารมณ์ขึ้นสุดขีดว่า ตนไม่ใช่วัวควายที่ใครอยากจะสนตะพายอย่างไรก็ได้ เลยถูกคุณหญิงตบหน้าเรียกสติฉาดใหญ่ ตวาดอย่างฉุนเฉียวว่า

"อย่าพูดโง่ๆอย่างนี้นะ ไม่มีใครที่ไหนจะรักลูกเท่ากับแม่ ลูกรู้รึเปล่าว่าที่ดินที่ไทรโศกมันทำรายได้ให้เราเดือนละเท่าไหร่ มันพอๆกับรายได้จากค่าเช่าตึก ค่าเช่าที่ดินในพระนครเป็นปีเลยล่ะ แล้วลูกจะโยนเงินที่เราควรจะได้ให้อีขี้ข้านั่นอย่างนั้นหรือ"

กิติฟังตัวเลขรายได้มหาศาลจากคุณหญิงแล้วเริ่มนิ่ง อึ้ง คุณหญิงได้ทีเสี้ยมต่อ

"แค่ลูกหลับหูหลับตาทำมันท้อง สมบัติทุกอย่างก็จะเป็นของเราเหมือนเดิม นังเย็นมันก็หน้าตาหมดจด ไม่ใช่คนขี้ริ้วอะไรนี่ลูก" เมื่อกิติถามว่าแล้วอุษาล่ะ คุณหญิงพูดอย่างขอไปทีว่า "ก็บอกนังเย็นมันไปสิว่าลูกจะเอาแม่อุษามาอยู่ด้วย ยังไงมันก็ต้องยอมลูก
อยู่แล้ว ในเมื่อมันแอบรักลูกอยู่ แค่มองตาแวบเดียวแม่ก็รู้แล้วว่ามันคิดกับลูกยังไง เห็นหรือยังว่าลูกมีแต่ได้กับได้"

คราวนี้ กิตินิ่งเงียบอย่างยอมรับโดยดุษฎี แต่พออุษารู้ก็ตีโพยตีพายกับอุไรผู้เป็นแม่ว่า ตนจะทนมีผัวร่วมกับคนใช้ ได้อย่างไร

"ใจเย็นๆสิลูก อย่างไรเสียคุณกิติก็ไม่มีทางเห็นบ่าวในบ้านดีกว่าลูกของแม่ไปได้หรอก นึกถึงเงินแล้วก็กลั้นใจอดทนให้งานแต่งงานมันผ่านพ้นไปเสียก่อน หลังจากนั้นเราค่อยมาวางแผนถีบนังเย็นให้มันกระเด็นออกจากบ้านก็ได้"

"กว่าจะถึงเวลานั้น หนูคงกระอักเลือดตายเสียก่อน หนูจะไม่ยอมเป็นม่าย ไม่ยอมให้ลูกต้องกำพร้าพ่อเด็ดขาด เป็นไงก็เป็นกัน" อุษาฮึดฮัดถือคติเสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใครเด็ดขาด

อุไรได้แต่ถอนใจกับอารมณ์พลุ่งพล่านของลูกสาวจนไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย

ooooooo

คืนนี้เอง บานเย็นก็รู้จากเพิ่มว่าคุณหญิงให้ไปพบที่บ้านธีระรัตน์ที่พระนครในวันพรุ่ง นี้ ท่านมีธุระจะคุยด้วย บานเย็นถามงงๆว่าเพิ่มพอรู้ไหมว่าธุระอะไร

"ธุระสำคัญ เดี๋ยวหนูเย็นก็รู้เอง" เพิ่มเลี่ยงที่จะบอกความจริง ปล่อยให้บานเย็นเดาไปต่างๆนานา

เช้าวันรุ่งขึ้น ใบ้ที่เดินตามพระครูฯมาบิณฑบาตก็ใจคอไม่ดี เมื่อรู้จากหวินว่าบานเย็นไปพระนครกับเพิ่มตั้งแต่เช้ามืดแล้ว กว่าจะกลับก็คงค่ำๆกระมัง

จนเวลาโพล้เพล้ ใบ้ก็มาวนเวียนอยู่แถวท่าน้ำ ทำงานบ้างกระโดดน้ำเล่นกับดำลูกของหวินบ้าง ยิ่งตะวันคล้อยต่ำใบ้ก็ยิ่งกระวนกระวายใจ  จนกระทั่งฟ้าขมุกขมัวก็มีเรือเมล์ลำหนึ่ง แล่นเข้ามาเทียบท่า

เพิ่มก้าวขึ้นจากเรือ ดำรีบวิ่งไปช่วยรับของ เพิ่มบอกว่าไม่มีอะไรให้ช่วยเพราะเสร็จธุระก็รีบกลับมาเลย ดำถามว่าแล้วน้าเย็นไม่มาด้วยหรือ ใบ้หูผึ่งคอยฟังคำตอบ

"เขาไม่มาแล้ว น่าจะลงหลักปักฐานที่พระนครเลย"

ใบ้ใจหายวาบ ดำถามว่าทำไมน้าเย็นต้องอยู่ที่พระนครด้วย เพิ่มอธิบายว่า

"ปัดโธ่ ก็น้าเย็นของเอ็งจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่วันแล้ว แต่งเสร็จเขาก็ต้องอยู่กับผัวเขา มีลูกมีเต้าที่นู่นล่ะสิวะ" พูดพลางเพิ่มโอบไหล่ดำพาเดินเข้าไปทางบ้าน

ใบ้หัวใจแทบจะหยุดเต้น ทรุดนั่งอย่างหมดแรงอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

ส่วนคุณหญิง เมื่อเรียกบานเย็นมาแล้วก็บอกต่อหน้าเพิ่มว่าจะให้มาเป็นเจ้าสาวของกิติ บานเย็นตะลึงอึ้งคิดว่าตัวเองหูฝาด ครั้นถามอีกทีคุณหญิงก็พูดชัดเจนว่า

"ฉันจะให้หล่อนแต่งงานกับตากิติอาทิตย์หน้านี้"

บานเย็นอื้ออึงไปหมด หันมองเพิ่มก็ได้รับคำชี้แจงจากเพิ่มว่าเป็นความประสงค์ของเจ้าคุณฯที่ระบุ ไว้ในพินัยกรรม

บานเย็นมึนงง ตกใจ ตื่นเต้น แปลกใจ ทุกความรู้สึกสับสนปนเปไปกันหมด แต่ที่ชัดเจนในความรู้สึกหนึ่งคือ ดีใจ...

เมื่อหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าไปในห้องพักที่เรือนคนใช้แล้ว บานเย็นก็ยังตั้งสติไม่ได้ ไปนั่งที่เตียงนิ่งคิดอย่างไม่อยากเชื่อว่า ความฝันจะเป็นจริงได้อย่างไม่คาดฝัน เอนตัวลงคว้าหมอนข้างมากอดอย่างเพ้อเคลิ้ม เห็นรอยผื่นแดงที่ข้อมือขวาก็แปลกใจว่ามันเป็นผื่น
อะไร ไม่ทันหาคำตอบก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น จึงลุกไปเปิด

ทันทีที่ประตูเปิด อุษาก็พรวดเข้ามาตบหน้าบานเย็นจนล้มกลิ้งไปกับพื้น แล้วตามซ้ำอย่างไม่ให้ตั้งตัวได้ บานเย็นได้แต่ปัดป้องร้องถามว่า นี่มันอะไรกัน

"อย่าย่ามใจนะว่าจะได้เป็นสะใภ้ธีระรัตน์ ที่คุณกิติเขาต้องจำใจแต่งงานกับแกก็เพราะเขาเห็นแก่เจ้าคุณพ่อของเขา เขาไม่ได้รักแกเลยสักนิดนังเย็น ผู้หญิงที่เขารักคือฉัน เขารักฉันคนเดียว!!"

บานเย็นได้แต่ปัดป้องอ้อนวอนอุษาอย่าทำอะไรตนเลยเพราะไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย ทุกอย่างเป็นความต้องการของคุณหญิง

อุษาบังคับให้บานเย็นไปบอกยกเลิกการแต่งงานกับคุณหญิง  เพราะตนเป็นเมียกิติและกำลังจะมีลูกกับเขา ทำให้ บานเย็นตัดสินใจไปหาคุณหญิงขอยกเลิกการแต่งงาน ผลคือถูกคุณหญิงตบหน้าด่าว่าตระบัดสัตย์ ปากก็ว่าเคารพรักเจ้าคุณพ่อแต่พอท่านจากไป
ก็กลับปฏิเสธแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้

บานเย็นแย้งว่าเรื่องกิติกับอุษาไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆแต่เป็นเรื่องของ คุณธรรม คุณหญิงได้ทีเลยให้เลือกว่าระหว่างคุณธรรมกับความกตัญญูจะเลือกอย่างไหน ถ้าสงสารว่าเด็กจะไม่มีพ่อก็ให้ไปอยู่เสียด้วยกันสามคนเสียเลย เพราะตัวเธอเองก็รักกิติอยู่ไม่ใช่
หรือ แล้วเสียงอ่อนลงว่า

"นึกว่าเห็นแก่ความสุขเล็กๆน้อยๆของพ่อกิติก็แล้วกัน ที่สำคัญหล่อนจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีทั้งคุณธรรมและความกตัญญูอย่างที่ หล่อนต้องการด้วย"

ฟังคำหว่านล้อมของคุณหญิงแล้วบานเย็นได้แต่กระอัก กระอ่วนใจ

เมื่อกลับไปที่ห้องพัก บานเย็นทรุดนั่งที่เตียงอย่างหมดแรง พึมพำอย่างสับสนว้าวุ่นใจว่า

"เจ้าคุณพ่อกำลังลงโทษเย็นอยู่หรืออย่างไรเจ้าคะ เย็นไม่อยากได้ชื่อว่าเนรคุณเจ้าคุณพ่อ แต่เย็นก็ไม่สมัครใจ ที่จะแย่งของของใคร...เย็นจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ เย็นจะตัดสินใจอย่างไรดี..."

บานเย็นร้องไห้อย่างกลัดกลุ้มกดดัน ชีวิตช่างว้าเหว่ โดดเดี่ยวเสียจริงๆ...

ooooooo

กิติเองก็อยู่ในภาวะกดดัน วันนี้หลังจากไปธุระกับเพื่อนเสร็จเขาก็ไปดื่มที่บ้านอุษาจนเมามายกลับมา ดึกดื่นก็ถูกคุณหญิงต่อว่าที่ปล่อยให้อุษามาก่อเรื่องกับบานเย็น จนบานเย็นมาขอยกเลิกแต่งงานแล้ว

กิติหัวเราะชอบใจบอกคุณหญิงว่าแบบนี้แสดงว่าอุษาหึงตน แต่พอคุณหญิงชี้ว่ามาเอะอะมะเทิ่งแบบนี้เดี๋ยวก็เสียเงินเป็นล้านไปฟรีๆ ถ้าเกิดบานเย็นไม่ยอมแต่งงานจริงๆ อย่างที่บอกจะทำอย่างไร

"ถ้าอย่างนั้น ผมก็ควรต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ เย็นมันเปลี่ยนใจ" กิติตาเป็นมันหื่นจัด

ดูอาการของลูกชายแล้ว คุณหญิงยิ้มสมใจที่ยุลูกขึ้นและนั่นหมายถึงว่าเงินก้อนมหาศาลก็จะไม่สูญหาย ไปไหน

ขณะบานเย็นกำลังนั่งสับสนเสียใจอยู่นั่นเอง มีเสียงเคาะประตู เธอลุกไปเปิดแล้วก็ต้องตะลึงงัน เมื่อเห็นกิติมองอย่างกลัดมัน พริบตานั้นเอง เขาผลักเธอเข้าห้องดันประตูปิด แล้วโถมเข้าใส่อย่างหื่นกระหาย

ระหว่างที่กิติกำลังปลุกปล้ำบานเย็นอย่างหน้ามืดอยู่ในห้องนั่นเอง อุษาก็ถีบประตูพรวดเข้ามาตีหน้ายักษ์จังก้าอยู่ปลายเตียง กิติผละจากร่างบานเย็นที่ถูกคร่อมอยู่

"นึกแล้วเชียวว่าแกต้องลากผัวฉันมาเขมือบที่นี่ แกสิ้นไร้ไม้ตอกนักรึไง หรือว่าอดอยากปากแห้งจนถึงขนาดต้องฉกผัวชาวบ้านมากกอย่างนี้" อุษาชี้หน้าด่ากราด

บานเย็นพยายามชี้แจง ยิ่งชี้แจงก็เหมือนยิ่งทำให้อุษาด่าหนักขึ้น จนกิติขอร้องอย่าเสียงดังเดี๋ยวบ่าวไพร่จะแห่กันมาดู

อุษาหน้ามืดไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากด่าแล้วยังตรงเข้าจิกทึ้งผมตบหน้าไม่ยั้ง จนกิติต้องเข้าไปลากเธอออกจากห้องไป

บานเย็นร้องไห้แทบขาดใจที่ถูกรังแก แล้วยังถูกด่าถูกตบประณามราวกับชีวิตนี้ไม่ใช่คน!

ooooooo

อุษาถูกลากออกมาแล้วก็อาละวาดด่าทอตบตี กิติหาว่าทรยศหักหลังตนกับลูก ถ้าตนไม่ย้อนกลับมาเอาของก็คงไม่รู้เรื่องนี้ กิติพยายามชี้แจงว่านี่เป็นแค่ แผนที่จะมัดบานเย็นไว้ไม่ให้เปลี่ยนใจเท่านั้น แต่ก็หยุดความบ้าของอุษาไม่ได้ จนกระทั่งเสียงคุณหญิง
ตวาดเข้มมา "หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!" นั่นแหละอุษาถึงชะงักกึก

คุณหญิงตำหนิอุษาอย่างรุนแรง ถามว่าต้องการค่าชดใช้ เท่าไหร่จะจ่ายให้ ส่วนลูกออกมาแล้วจะเอามาเลี้ยงเอง ทำให้ อุษาต้องยอมอ่อนข้อลง อ้อนวอนขอให้คุณหญิงเห็นแก่ตนและหลานอีกสักครั้งเถิด สัญญาว่า

"อุษาสัญญาค่ะว่าจะไม่ก่อเรื่องไม่งามแบบนี้อีก อุษาสำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้อุษาด้วยนะคะคุณแม่"

"สำนึกผิดอย่างเดียวไม่พอ หล่อนต้องแสดงให้เห็นด้วยว่าหล่อนจะร่วมทำให้การแต่งงานระหว่างพ่อกิติกับ นังบานเย็นผ่านไปได้ด้วยดี"

ความกลัว กังวลว่ากิติจะหลุดมือไปจริงๆทำให้อุษารีบรับปากว่ายินดีจะทำทุกอย่างตามแต่ คุณหญิงจะใช้ คุณหญิงฟังแล้วกระหยิ่มยิ้มเยาะที่ทุกอย่างช่างเป็นไปตามแผนได้ง่ายดายเสีย จริงๆ

บานเย็นตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะกลับไปที่ไทรโศก เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเข้าไปลาคุณหญิง

คุณหญิงพยายามหว่านล้อม กระทั่งบอกบานเย็นว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องอุษาแล้วละก็ไม่ต้องห่วง เพราะอุษาเข้าใจเธอดีแล้ว

"เย็นไม่อยากคิดในเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ เย็นกราบ ลาคุณหญิงเลยนะคะ" ว่าแล้วคลานเข้าไปกราบแทบเท้าคุณหญิงก่อนจะถอยออกมาหิ้วกระเป๋าเดินออกไป

ooooooo

แต่ไปไม่ทันพ้นบ้าน กิติก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับอุษา ทันทีที่เห็นบานเย็น อุษากระวีกระวาดเปิดประตูรถลงมาถามว่าจะไปไหน ตนมาขอโทษเกือบไม่ทัน อ้อนวอนบานเย็นอย่าถือโทษโกรธตนเลยที่ทำอะไรขาดสติไปเมื่อคืนนี้

"คุณมีสิทธิ์นี่คะ ในเมื่อคุณเป็นภรรยาคุณกิติ เป็นแม่ของลูกเธอ" บานเย็นพูดจากใจจริง

อุษาอ้างว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงที่เจ้าคุณพ่อเลือกให้กิติ ถ้าตนจะเข้ามาในธีระรัตน์ก็ต้องเคารพในสิ่งที่ประมุขของธีระรัตน์ต้องการ จึงจะถูก แล้วทั้งขอโทษและขอร้องให้บานเย็นแต่งงานกับกิติตามความต้องการของเจ้าคุณฯ เสีย

"ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะเย็น" กิติพูดอ่อนโยนจนน่าขนลุก

บานเย็นถูกทั้งกิติและอุษารุมล้อม หว่านล้อม กระทั่งอุษาอาสาจะจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการแต่งงานให้ จะพาไปตัดชุด ไปขัดผิว พูดพลางก็เข้าไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าจากบานเย็นพาย้อนกลับเข้าไป

ขณะที่บานเย็นกระอักกระอ่วนใจอยู่นั่นเอง เสียงคุณหญิงก็สั่งอย่างเมตตาจากข้างหลังว่า

"อย่าเอาไปไว้ที่ห้องเดิมเลยลูก เรือนคนใช้นั่นมันไม่เหมาะกับแม่เย็นแล้ว เอาขึ้นไปไว้ที่ห้องพักแขกบนตึกเถอะ นั่น...ถึงจะสมกับฐานะว่าที่สะใภ้ธีระรัตน์"

ในที่สุด บานเย็นก็ถูกตะล่อมล้อมหน้าล้อมหลังพากลับเข้าไปในตึกอีกจนได้

บานเย็นรู้สึกผ่อนคลายลงมากจากการเอาอกเอาใจของทั้งสามคน

อุษาจัดแจงทุกอย่างให้บานเย็นจริงๆ จนเมื่อพาไปตัดชุด วัดตัวกันอย่างละเอียดลออ จึงเห็นรอยแดงเป็นผื่นที่มือถามว่าแพ้อะไรมือถึงได้ขึ้นเป็นผื่น บานเย็นเองก็ไม่รู้ คุณหญิงเสนอกิติให้พาไปหาหมอประดิษฐ์เพราะตนกำลังจะไปพอดี

ooooooo

นับแต่บานเย็นเข้าพระนคร ใบ้ก็แทบไม่เป็นอันกินอันนอน คอยดูแต่เรือเมล์ที่ผ่านไปมาว่าจะเข้าเทียบท่าที่บ้านหรือไม่ และบานเย็นจะกลับมาแล้วหรือยัง จนกระทั่งดำเองก็ยังถามว่ามารอน้าเย็นหรือ

วันนี้ ใบ้ตัดกิ่งแก่มะลิมาชำมากมาย จนยายอ่อนถามว่าจะชำไปทำไมมากมาย แล้วนึกได้ถามว่าเพราะบานเย็นชอบดอกมะลิใช่ไหมเลยจะชำไว้ให้ ใบ้ก้มหน้าอย่างยอมรับ ยายอ่อนจึงพูดปลอบใจแกมเตือนสติในทีว่า

"เออ...คุณเพิ่มเธอบอกข้าแล้ว คุณหนูเย็นเธอจะออกเหย้าออกเรือนมันเป็นเรื่องมงคลสำหรับเธอ แล้วก็เป็นเรื่องดีสำหรับเอ็งด้วย" พูดแล้วเห็นใบ้ก้มหน้าน้ำตาคลอ ยายอ่อนพูดเตือนสติว่า "เอ็งก็จะได้เลิกคิดเลิกฝันถึงเธอได้เสียที อีกไม่กี่วันเธอก็จะได้เป็นคุณ
บานเย็น ธีระรัตน์ เจ้าของผืนนากว้างใหญ่ไพศาลที่ไทรโศกนี่แล้วใบ้เอ๊ย..."

พูดแล้วยายอ่อนกอดใบ้ไว้ด้วยความรัก ความสงสารจับใจ

ooooooo

บานเย็นไปหาหมอกับคุณหญิง แต่เพราะรอยผื่นแดงๆที่มือของบานเย็นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผิวหนัง หมอประดิษฐ์จึงเชิญคุณหมอรัศมีซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคผิวหนังมาตรวจและอธิบายแทน

หมอถามคุณหญิงว่าบานเย็นเป็นญาติแท้ๆของคุณหญิงหรือเปล่า คุณหญิงตอบอ้อมแอ้มว่าเป็นหลานห่างๆแล้วรวบรัดถามว่าหลานสาวตนเป็นอะไร

หมอรัศมีกับหมอประดิษฐ์มองหน้ากัน ก่อนจะตอบคุณหญิง

เมื่อกลับมาถึงบ้านธีระรัตน์ บานเย็นทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีดูแลรับใช้คุณหญิงอย่างใกล้ชิด แต่ปรากฏว่าคุณหญิงพยายามเลี่ยง เมื่อบานเย็นจะนวดให้ คุณหญิงก็แสดงท่าทีรังเกียจและปฏิเสธ

จนเมื่อกิติกลับมาบอกคุณหญิงว่าเย็นนี้จะพาบานเย็นไปดินเนอร์กัน คุณหญิงตกใจพยายามห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะกิติโอบไหล่บานเย็นพาออกไป ทำราวกับรักใคร่เสียเต็มประดา

คุณหญิงเลยได้แต่นั่งร้อนใจอยู่ที่บ้านด้วยความเป็นห่วงกิติ

ooooooo

คุณหญิงเดินงุ่นง่านคอยอยู่จนกิติกับบานเย็นกลับมา  คุณหญิงดักรออยู่  กิติไม่เห็นพาบานเย็นจะไป ส่งที่ห้องระหว่างนั้น   ก็ทั้งกอดทั้งจูบอย่างดูดดื่ม   จนคุณหญิงทนไม่ได้แสดงตัวออกไปขัดจังหวะ

บานเย็นเขินอายที่คุณหญิงมาเห็นภาพตนเองกับกิติ รีบขอตัวเข้าห้อง คุณหญิงจึงเรียกกิติไปคุย กิติเดินบ่นอุบอิบไปตลอดทางว่าคุณแม่ไม่น่ามาขัดจังหวะเลย คุณหญิงกระซิบเสียงเครียดว่า

"ต่อไปนี้ลูกห้ามไปไหนมาไหนกับนังเย็น ห้ามแตะ เนื้อต้องตัวมันเด็ดขาดเข้าใจไหม"

"นี่คุณแม่จะเอาอย่างไรกันแน่ เดี๋ยวก็ให้รวบหัวรวบหาง เดี๋ยวก็ให้ทำดีให้มันตายใจ ตอนนี้มาเปลี่ยนใจให้อยู่ห่างๆอีก" กิติถามอย่างหงุดหงิด

คุณหญิงพูดสั้นๆเบาๆว่า "แม่มีเหตุผล" เมื่อกิติถามก็ถูกลากห่างออกไปจากตรงนั้น แล้วจึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง

กิติโวยวาย สบถเหมือนถูกผลักตกเหวว่า

"นรก!!!  นรกชัดๆ  ทำไมคุณแม่ไม่บอกผม  ไม่เตือนผมก่อน!!"

คุณหญิงบอกว่าพยายามห้ามแล้วแต่ลูกไม่ฟังเอง จะให้แม่ประกาศต่อหน้าบานเย็นว่าเป็นโรคอะไรอย่างนั้นหรือ กิติยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ถามคุณหญิงว่าตนจะติดโรคจากบานเย็นไหม

"คุณหมอบอกว่ามันเพิ่งเริ่มเป็น"

"แต่ใครๆก็รู้ว่ามันเป็นโรคเรื้อรังแล้วก็รักษาไม่หาย โอ๊ย...นี่ผมจะทำอย่างไร ถ้าติดโรคจากมัน โอ๊ย...ผมยอมตายเสียดีกว่าที่จะต้องอยู่อย่างอัปลักษณ์พิกลพิการอย่างนั้น"

กิติอกสั่นขวัญผวากลัวจะติดโรคจากบานเย็น ตัดพ้อต่อว่าตำหนิคุณหญิงที่ไม่บอกตนแต่เนิ่นๆ วิ่งหาแอลกอฮอล์จะเอามาราดทั้งตัว

คุณหญิงเองก็แสนจะเซ็ง ที่ทุกอย่างกำลังจะลงตัวลงเอยกันดีอยู่แล้ว ก็เกิดมามีปัญหาแทรกเข้ามาอีกจนได้

เมื่อกลับเข้าห้องนอน คุณหญิงไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบรูปเก่าของเยื้อนมาดู ถามอย่างอาฆาต

"คุณช่วยมันไว้ใช่ไหม คุณคิดว่าฉันจะหาทางออกไม่ได้ จนต้องยอมเป็นฝ่ายแพ้หรือ ไม่มีทาง!! ลูกสาวคุณมันต้องชดใช้ในสิ่งที่คุณทำไว้กับฉัน!!! คุณนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายแพ้!!!"

พูดจบคุณหญิงโยนรูปใส่ลิ้นชักแล้วกระแทกปิดโครม

ooooooo

ส่วนบานเย็น  พอเข้าห้องก็นั่งเคลิ้มกับความสุข ที่ได้รับจากกิติที่ทั้งเอาอกเอาใจ พูดหวานยกยอและยกย่องเธอจนเคลิ้มราวกับตัวเองเป็นนางฟ้าล่องลอยอยู่บนสรวง สวรรค์ จนอดที่จะขอบคุณเขาไม่ได้ว่า

"ขอบคุณคุณกิตินะคะสำหรับอาหารค่ำมื้อนี้ อาหารอร่อยแล้วดนตรีก็ไพเราะมากค่ะ"

"ฉันดีใจที่เย็นชอบ หวังว่าต่อไปนี้ฉันคงได้ทำอะไรที่เย็นชอบตลอดไปนะจ๊ะ"

บานเย็นหยิบดอกกุหลาบแดงที่กิติมอบให้ขึ้นดอมดม อย่างชื่นใจ...

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น บานเย็นก็ถูกคุณหญิงเรียกไปพบแล้วสั่งให้เก็บเสื้อผ้าเดินทางกลับไทรโศกวัน นี้เลย กำชับแล้วกำชับอีกว่าอย่าลืมเอายาไปด้วย เพราะที่นั่นไม่มียาแบบนี้ให้กิน

ฟังคำสั่งคุณหญิงแล้วสมองของบานเย็นเต็มไปด้วยคำถาม แต่ไม่กล้าถามแม้แต่คำเดียว รีบกลับไปเก็บเสื้อผ้าตามคำสั่งทันที

ส่วนกิติรีบไปบอกอุษาตั้งแต่เช้า พออุษารู้เรื่องบานเย็นก็วี้ดว้ายแสดงความรังเกียจขยะแขยงกลัวจะติดโรคจาก บานเย็นเพราะตนคลุกคลีถูกเนื้อถูกตัวบานเย็นมาหลายครั้งแล้ว

อุไรยิ้มกริ่มบอกอุษากับกิติว่า เรื่องนี้เป็นผลดีเหมือนกัน อุษาถามว่าดียังไง

"อ้าว...ก็ถ้าแม่นั่นเป็นโรคติดต่อร้ายแรงขนาดนี้ การแต่งงานก็มีหวังต้องยกเลิกไปโดยปริยาย เพราะคุณหญิงไม่มีวันส่งคุณกิติไปตายทั้งเป็นกับผีผ่อนส่งอย่างมันเด็ดขาด เชื่อแม่เถอะค่ะ"

อุษากับกิติมองหน้ากันเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ พริบตาเดียว ก็โผเข้ากอดกันกลมด้วยความดีใจสุดขีด

เห็นทางสว่างรุ่งโรจน์อยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ทั้งสามพากันยกโขยงไปหาคุณหญิงในทันที แต่พอเสนอออกไปทุกคนก็แทบช็อกเมื่อคุณหญิงยืนกรานเสียงแข็งว่า

"ลูกต้องแต่งงานกับนังเย็น ทุกอย่างจะดำเนินการเหมือนเดิม!"

กิติทั้งโกรธทั้งกลัวเหมือนถูกแม่สั่งให้ไปตาย เอะอะโวยวายค้านหัวชนฝาไม่มีวันทำตามคำสั่งโง่ๆอย่างนี้เด็ดขาด เลยถูกคุณหญิงตบเสียผลัวะหนึ่งจึงสงบ

"ถ้าแกไม่แต่ง แกนั่นแหละที่โง่บัดซบ!! ฟังให้ดีนะ แม่จะให้แกแต่งงานกับมันเพียงในนามเท่านั้น"

"แล้วจะแต่งไปทำไม แต่งไปก็ไม่มีลูกด้วยกันอยู่ดี เพราะผมไม่มีวันยอมนอนกับมัน ถึงแม้คุณแม่จะตัดเป็นตัดตายกับผมก็ตาม!!"

คุณหญิงยิ้มในหน้า ตอบด้วยท่าทีเป็นต่ออย่างมีเลศนัยว่า

"แกไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวในโลกที่จะทำให้ผู้หญิงท้องได้นะ...ตากิติ"

กระนั้นทั้งกิติ อุษา และอุไร ก็ยังไม่เข้าใจ หันมองหน้ากันสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

ooooooo

เพียงบ่ายแก่ๆคุณหญิงกับบานเย็นก็ไปถึงท่าน้ำบ้านไทรโศกแล้ว ใบ้เห็นก่อนเพื่อนเพราะชะเง้อมองทุกวัน ร้องโหวกเหวกไม่เป็นภาษาบอกเพิ่มกับหวิน แล้วรีบวิ่งไปช่วยยกสัมภาระขึ้นจากเรือ

เพิ่มมาถึงถามคุณหญิงอย่างเกรงใจว่า ทำไมไม่โทรเลขมาบอกก่อนจะได้เตรียมต้อนรับ คุณหญิงตอบอย่างเร่งรีบว่าไม่มีเวลาจะรีรอ ถึงอย่างไรก็ต้องมาอยู่แล้ว มิฉะนั้นจะไม่ทันการณ์ พูดแล้วจะเดินไปทางบ้าน หวินกับเพิ่มมองหน้ากันงงๆ แล้วจึงเดินตามไป

บานเย็นเพิ่งขึ้นจากเรือ บังเอิญเดินสะดุดอะไรบางอย่างเสียหลักล้มคว่ำลง เธอร้องอย่างตกใจ ใบ้รีบเข้าประคองแต่เห็นเธอลุกขึ้นเองได้เสียก่อนเลยมองอย่างเป็นห่วง

คุณหญิงได้ยินเสียงบานเย็นร้องหันมาดู เห็นใบ้กำลังจะเข้าประคองแล้วยืนมองอย่างเป็นห่วงอยู่ ก็ฉุกคิดอะไรได้ แววตาเป็นประกายด้วยความดีใจเจ้าเล่ห์

ooooooo

คุณหญิงขึ้นไปถึงชานพักผ่อนบ้านไทรโศกก็เรียกเพิ่มกับหวินมาสั่งการให้จัด งานแต่งงานระหว่างบานเย็นกับกิติเป็นการด่วนจะมีงานในวันพฤหัสฯที่จะถึงนี้ มีแขกจากพระนครมาร่วมงานไม่เกินสิบคนทุกอย่างจะจัดอย่างเรียบง่าย รดน้ำและจดทะเบียนกัน
ตอนสายๆ จากนั้นก็ถวายสังฆทาน ให้เพิ่มไปนิมนต์ ท่านพระครูไว้เลย

จากนั้นสั่งหวินให้เตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้ให้พร้อม ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เบิกจากเงินกองกลางที่เพิ่ม ที่สำคัญให้ ปลูกเรือนหอให้เย็นสักหลังเพื่อจะได้อยู่เป็นสัดส่วน เจ้าตัวอยากให้ปลูกตรงไหนก็ให้ปลูกตรงนั้น

"แต่...มีเวลาแค่สามวัน ผมกลัวว่ามันจะไม่เสร็จ..." เพิ่มทักท้วงกลัวๆกล้าๆ

"ต้องเสร็จ!!" เสียงคุณหญิงเด็ดขาด "เกณฑ์คนงานกับชาวบ้านมาช่วยกันทำ ทำทั้งวันทั้งคืนแล้วก็จ่ายค่าแรงให้มันไป โดยเฉพาะเจ้าใบ้นี่ จ้างมันไว้ใช้งานตั้งแต่วันนี้ยันเสร็จงานเลย"

สั่งงานสองคนเสร็จ คุณหญิงก็นั่งหน้านิ่วคิดแผนการในใจต่อไปเงียบๆ

ส่วนหวินที่เก็บความสงสัยไว้เต็มอก เมื่อเข้าห้องครัวเจอเย็นกำลังลอกใยสายบัวอยู่อดไม่ได้เลยถามว่ามันยังไงกัน ทำไมถึงต้องย้ายมาแต่งกันที่นี่

บานเย็นงงมาก บอกว่าตนก็เพิ่งรู้จากหวินเดี๋ยวนี้เอง หวินยิ่งงงถามว่านั่งเรือมากันตั้งหลายชั่วโมงไม่ได้คุยอะไรกันเลยหรือ หวินจ้องหน้า บานเย็นส่ายหน้าตอบเสียงอ่อยๆว่า

"เย็นเอะใจตั้งแต่ตอนที่ท่านบอกว่าจะกลับมาที่ไทรโศกนี่แล้ว แต่ก็...ไม่กล้าถาม แล้วตอนที่อยู่ในเรือก็เห็นท่านนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว เย็นเลยไม่อยากรบกวน"

หวินบ่นอุบว่าเลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่ให้เวลาแค่สามวันจะเตรียมอะไรทันรึเปล่าก็ไม่รู้ เพิ่มมาได้ยินเลยบอกหวินว่าบ่นเป็นหมีกินผึ้งไปได้ ถ้าหม้อชามกะละมังไหไม่พอก็ไปยืมที่วัดมาก่อน ส่วนเรื่องข้าวของในพิธีรดน้ำ ถ้าไม่รู้ก็ให้ถามยายอ่อนให้มาช่วย
จัดก็ได้

เพิ่มบอกบานเย็นว่า เดี๋ยวจะออกไปดูเรือนให้ บานเย็นถามว่าเรือนอะไร จึงรู้ว่าคุณหญิงให้สร้างเรือนหอให้ใหม่ บานเย็นยิ้มน้ำตาคลอ พึมพำอย่างซาบซึ้งใจว่าท่านเมตตาตนขนาดนี้เลยหรือ

"หนูเย็นอยากให้ ปลูกตรงไหนล่ะ คุณหญิงท่านให้ ตามใจหนูเย็น" เพิ่มถาม

"ปลูกใกล้ๆกับ แนวต้นไทรใหญ่ก็แล้วกันจ้ะน้าเพิ่ม เย็นชอบไปนั่งเล่นแถวนั้น"

เพิ่ม เดินดุ่มๆไปแล้ว บานเย็นคิดแล้วปลื้มจนน้ำตาคลอที่คุณหญิงช่างดีกับตนเสียจริงๆ

ooooooo

ตก เย็น เมื่ออาหารตั้งโต๊ะ คุณหญิงมองอาหารบนโต๊ะ ถามหวินว่าใครเป็นคนทำ เมื่อหวินบอกว่าตนทำแต่บานเย็นช่วยเป็นลูกมือ คุณหญิงก็ทำเสียงดังใส่ว่า กล้าใช้ว่าที่สะใภ้ธีระรัตน์ทำงานหรือ ต่อไปห้ามบานเย็นเข้าไปยุ่งในครัวเด็ดขาด

หวินรับคำเสียงอ่อยๆถามว่า กิติจะมาถึงกี่ทุ่มตนจะได้เตรียมอุ่นอาหารไว้ให้

"พ่อกิติจะมาถึงนี่ เช้าวันแต่งงานเลย" คุณหญิงตอบเสียงดังฟังชัด บานเย็นสะดุ้งใจ ส่วนหวินทำตาโตอย่างไม่อยากเชื่อว่า เจ้าบ่าวจะมาถึงงานแต่งในเช้าวันงาน?

เพื่อ ไม่ให้มีพิรุธคุณหญิงอ้างว่ากิติมีธุระต้องติดต่อกระทรวงที่จะเข้าไปทำงาน เลยไม่มีเวลาเตรียมตัว ส่วนบานเย็นนั้นเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันแต่งก็ให้หาเอาเองแถวนี้ก็แล้วกัน ถามว่าเย็บเองเป็นหรือเปล่า บานเย็นได้แต่ยิ้มเจื่อนๆตอบรับเสียงแผ่วเบา "ค่ะ..."
หลุบตาลงอย่างอดน้อยใจไม่ได้

ooooooo

ที่มุมซักล้าง บานเย็นไปช่วยหวินล้างจาน เพิ่มเดินเข้ามาเล่าเรื่องเรือนหอว่าตนไปยกเอาเรือนเก่าบางส่วนมาประกอบ ใหม่  ใบ้ไปช่วยเลือกกรอบประตูหน้าต่างที่มีลายฉลุเป็นรูปเถาดอกไม้ให้ด้วยดูอ่อน หวานดี บานเย็นยกมือไหว้ขอบคุณทั้งที่ใจกังวล หลบ
ตาใบ้ที่ส่งยิ้มให้ ถามหวินเบาๆว่า

"แถวนี้มีร้านขายผ้าบ้างไหมจ๊ะพี่หวิน" หวินหันไปปรึกษาเพิ่ม เพิ่มจึงแนะนำว่า มีบ้านแม่เกสรนี่แหละที่มีผ้าไหมเนื้อดีหน่อย บอกใบ้ให้ช่วยพายเรือพาบานเย็นไปซื้อ เพราะขืนเดินอ้อมคันนาไปจะไกลมาก

พอ ใบ้กับบานเย็นลุกไปแล้ว เพิ่มก็คาดคั้นถามหวินว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมชุดแต่งงานก็ต้องมาหาเอาที่นี่แล้วกิติมาถึงหรือยัง พอรู้ว่าจะมาถึงตอนเช้าก็ร้อง อ้าว...ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น พิลึกจริงๆ

"ว่า เจ้าบ่าวพิลึกแล้ว แม่เจ้าบ่าวยิ่งพิลึกไปกันใหญ่ ของอะไรที่จำเป็นต้องซื้อกลับไม่ซื้อ แต่มาสั่งให้ซื้ออะไรที่ไม่จำเป็น ดูสิพี่ ตุ่มน้ำกิน 3 ตุ่ม ตุ่มน้ำอาบ 3 ตุ่ม เบาะรองนั่งรองนอนเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด แล้วที่สำคัญ ไอ้ยาฆ่าเชื้อที่ในพระนครเขาใช้เช็ดแผลน่ะ
ที่นี่จะมีขายหรือเปล่าก็ไม่รู้ สั่งให้ซื้อตั้ง 20 ขวด!"

"จะซื้อไปทำไมวะ..." เพิ่มเปรยๆสีหน้าสงสัยไม่น้อยกว่าหวิน

"หรือท่านกลัวจะติดเห็บติดเหา จากพวกเราหาพี่" หวินถามประชด

ooooooo

ที่แท้กิติหาได้ติด ธุระที่ไหนไม่ เขากับอุษาพากันไปหาหมอให้ตรวจร่างกาย เมื่อรู้ว่าไม่ได้ติดเชื้ออะไรจากบานเย็นก็พากันดีใจ อุษาขอแวะไปตัดชุดใหม่สักชุดสองชุดได้ไหม กิติบอกว่าจะตัดกี่ชุดก็ตามสบาย ขอแต่ให้ไปที่ร้านดวงรัตน์ก็แล้วกัน

อุษาเอะใจถามว่าเขาต้องเอาชุด แต่งงานไปให้บานเย็นด้วยหรือ กิติตอบอย่างยโสว่าตนไม่ใช่คนใช้จะได้ต้องเอาเสื้อผ้าไปให้ใคร หน้าที่ของตนมีเพียงแค่ไปนั่งให้คนมารดน้ำแล้วเซ็นชื่อต่อหน้านายอำเภอ เท่านั้น

"หมายความว่านังเย็นมันจะไม่ได้ใส่ชุดแต่งงานที่มันไปตัด ไว้อย่างนั้นหรือคะ ถ้างั้นอุษาจะใส่เอง เสียเงินค่าผ้าตัดไปตั้งมาก จะทิ้งขว้างให้เสียของได้ยังไง"

แล้วเย็นนี้เอง อุษาก็ใส่ชุดแต่งงานของบานเย็นไปยืนอวดกิติถามว่าสวยไหม กิติชมเปาะว่าเมียตนสวยกว่าใครเพื่อน ทั้งสวยทั้งอวบอิ่ม แล้วก็กลายเป็นเรื่องเล้าโลมกันบนเตียงไปในที่สุด

ooooooo

ใบ้ พายเรือพาบานเย็นไปบ้านแม่เกสรเพื่อเลือกผ้าไหม คุณหญิงมองจากบนเรือนฉุกคิดแผนการใหม่ ได้อีก ปะติดปะต่อกันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกทีแล้ว

ซื้อผ้าได้แล้วก็พากันกลับ แต่ท้องฟ้าเกิดมืดครึ้มทำท่าฝนจะตกหนัก บานเย็นกังวลกลัวผ้าจะเปียกจึงเอาซุกไว้ในอก

ครู่เดียวฝนก็เทลงมา อย่างหนัก ใบ้จึงเอาเรือเข้าฝั่งพาบานเย็นขึ้นไปพักหลบฝนในเพิงที่ปลายนา พอนั่งลงบานเย็นก็รีบเอาห่อผ้าที่ซุกไว้ในอกออกมาดู พอเป็นผ้าไหมสีกลีบบัวไม่เปียกฝนก็ยิ้มอย่างมีความสุข

ใบ้นั่งดูอยู่ เห็นบานเย็นสบายใจก็พลอยรู้สึกดีไปด้วย แต่เมื่อนึกถึงว่าผ้าไหมสีกลีบบัวนั้นจะเป็นชุดแต่งงานของบานเย็น ใบ้ก็หน้าหมองอย่างอกกลัดหนอง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:14 น.