สมาชิก

ไทรโศก

ตอนที่ 10

รุ่งขึ้น บรรดาบ้านธีระรัตน์ก็พากันไปที่บ้านท่านเจ้าคุณยงยศ ทุกคนเข้าไปนั่งหน้าตาแช่มชื่นในห้องรับแขก โดยเฉพาะอ๊อด นายเกียรติกร ธีระรัตน์ นั่งมองเด่นดาวตาหยาดเยิ้ม

หลังจากทั้งสองฝ่ายคือเจ้าของบ้านและแขกนั่งยิ้มกันไปยิ้มกันมาอยู่นาน ในที่สุดคุณหญิงเป็นฝ่ายเอ่ยเข้าเรื่องขึ้นก่อนว่า

"ตอนนี้เราก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วนะคะ

วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่ดิฉันจะได้ขออนุญาตท่านเจ้าคุณฯเป็นผู้ใหญ่ให้หลานชาย เพื่อจะทาบทามสู่ขอหลานสาวของท่านให้กับตา..."

"รอให้ตาอู๊ดมาก่อนแล้วค่อยเจรจาเสียทีเดียวไม่ดีกว่าหรือครับ" เจ้าคุณฯขัดขึ้น

อุษาชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่ต้องรอก็ได้เพราะตอนนี้อู๊ดไปทำงานที่ไทรโศกไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนถึงจะได้กลับพระนคร เด่นดาวหน้าเจื่อนทันทีถามว่าไปตั้งแต่เมื่อไร เจ้าคุณฯก็สงสัยถามว่าไหนคุณหญิงว่าจะพามาที่นี่อย่างไรเล่า

"ตาอู๊ดโดนเรียกตัวไปกะทันหันน่ะค่ะ ถึงวันนี้จะมาไม่ได้ แต่ถ้าหนูดาวตกลงใจรับหมั้นตาอ๊อดเมื่อไหร่ ตาอู๊ดต้องมาแสดงความยินดีด้วยแน่นอนค่ะ"

เด่นดาวตกใจแทบช็อก เธอหันมองหน้าเจ้าคุณปู่ที่ตกใจไม่แพ้กัน

กิติเห็นดังนั้นรีบการันตีว่าอ๊อดไม่เคยมีความประพฤติเสียหาย อุษาก็รับรองว่าอ๊อดเป็นคนขยันขันแข็ง มีมานะอดทน มีความเป็นผู้นำ พร้อมจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ ยิ้มหวานถามเด่นดาวว่า "หนูดาวก็เห็นด้วยใช่ไหมคะ"

"ค่ะ..." เด่นดาวตอบเหมือนไม่รู้สึกตัว อ๊อดดีใจมากถามว่า หมายความว่าตกลงรับหมั้นแล้วใช่ไหม

"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คือ...ดาวเพิ่งเรียนจบมา ดาวอยากทำงานหาประสบการณ์สัก 2-3 ปีก่อน ตอนนี้ดาวยังไม่พร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับใครจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ" เด่นดาวตอบอย่างเยือกเย็นมีเหตุผล อ่อนหวาน แต่ทำเอาพวกธีระรัตน์ ทั้ง
โขยงหน้าแตกยับเยิน!

ooooooo

ที่แคมป์คนงานสร้างทาง เชษฐ์หัวหน้าคนงานกำลังรับสมัครคนงานอยู่หน้าแคมป์ที่มีป้ายประกาศว่า "รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว"

ในบรรดาผู้มาสมัครงานมีใบ้รวมอยู่ด้วยโดยเพิ่มเป็นคนพามาและพูดแทนใบ้ พอเชษฐ์รู้ว่าเพิ่มพาใบ้มาสมัครงานก็พูดอย่างดูถูกว่าโตเป็นควายแล้วยังต้อง หนีบเพื่อนมาด้วยหรือ ตะคอกถามว่าชื่ออะไร

พอเพิ่มช่วยบอกว่า "ชื่อใบ้" ก็ถูกเชษฐ์มองอย่างไม่พอใจ เพิ่มเลยต้องชี้แจงว่า "มันพูดไม่ได้ครับ ผมเลยต้องพูดแทน"

เชษฐ์ไล่ส่งทันทีบอกว่าที่นี่ ไม่รับคนพิการทำงาน พอดีอู๊ดเดินเข้ามาเจอถามว่า

"ทำไมไม่รับล่ะครับ ในเมื่อเขามีมือมีเท้ามีใจที่พร้อมจะทำงาน"

"เออ...คือ...ผมเห็นว่า มันพูดไม่ได้น่ะครับนายช่าง" เชษฐ์เสียงอ่อนอึกอักเกือบใบ้กินเหมือนกัน

"เรา จ้างคนมาทำงานนะครับ ไม่ได้จ้างมานั่งพูดนั่งคุยกัน ถ้าเขาฟังคำสั่งรู้เรื่อง ทำงานให้เราได้ตามที่ต้องการ เราก็ควรจะรับเขาไว้ไม่ใช่หรือครับ"

เชษฐ์หน้าม้าน ใบ้กินสนิท เพิ่มมองหน้าใบ้ที่กำลังตื้นตันใจจนจะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง ดีใจที่จะได้อยู่ ใกล้ลูก ได้ดูได้เห็นลูกโดยไม่ต้องแอบๆหลบๆซ่อนๆอีก

ooooooo

ที่ พระนคร หลังจากพวกบ้านธีระรัตน์พากันหน้าแตกหน้าม้านกลับไปกันแล้ว เด่นดาวรู้สึกผิดต่อเจ้าคุณปู่ เธอเดินเข้าไปขอโทษ บอกว่าตนเห็นอ๊อดเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นไม่อาจคิดเป็นอื่นไปได้ จริงๆ

"ปู่เข้าใจ แล้วก็ดีใจด้วยซ้ำไปที่หลานกล้าที่จะยืนอยู่ข้างความรู้สึกของตัวเอง"

"แต่ หลานก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีค่ะ เพราะไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ทางธีระรัตน์จะเข้าใจหลานรึเปล่า"

"เรื่อง หัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกหลาน แต่จะว่าไป ปู่ก็ยังแปลกใจไม่หาย ทำไมทางนั้นถึงมาขอหลานให้ตาอ๊อดทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกัน แทนที่จะเป็นตาอู๊ดที่คุ้นเคยกันมานาน เอาเถอะ...ไหนๆเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ถ้าหลานไม่สบายใจ ปู่ว่าเราไปพักผ่อนที่
ต่างจังหวัดกันสักพักดีไหม"

เด่น ดาวดีใจถามว่าไปบ้านที่เชียงใหม่หรือหัวหิน เจ้าคุณปู่บอกว่าสองแห่งนั้นหลานเคยไปแล้ว เปลี่ยนไปที่ที่หลานไม่เคยไปดีกว่ารับรองถูกใจแน่    ครั้นเด่นดาวถามว่าที่ไหน เจ้าคุณปู่อุบไว้ไม่บอกเอาแต่ยิ้มอำๆ

เวลา เดียวกัน ที่บ้านธีระรัตน์ ทุกคนกลับมานั่งที่ห้องรับแขกกันอย่างเซ็งจัด มีแต่อ๊อดคนเดียวที่พลุ่งพล่านมาก พอมาถึงก็ต่อว่าทั้งหัวหงอกหัวดำ

"ไหน ทุกคนยืนยันว่าน้องดาวจะรับหมั้นอ๊อดยังไงล่ะ แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้...นี่เท่ากับพาอ๊อดไปตกม้าตายชัดๆ น่าอับอายขายหน้าจริงๆ"

อุษาปลอบว่าเด่นดาวก็ไม่ได้ปฏิเสธเด็ดขาด เสียทีเดียว เพียงแต่ขอไปทำงานก่อนเท่านั้น กิติก็ให้ความหวังว่า แค่ 2-3 ปีไม่นานเกินไปหรอก ถ้าอ๊อดรักเธอจริงก็ต้องตื๊อ...ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก

อ๊อดได้ที เสนอขอขึ้นเงินเดือนอีกเดือนละ 3 พันสำหรับเป็นค่าอาหาร ค่าของฝากของขวัญ ค่าดอกไม้จิปาถะ อ้างว่าจะตื๊อทายาทร้อยล้านทั้งทีก็ต้องลงทุนกันหน่อย

กิ ติกับอุษามองหน้ากันอย่างเห็นด้วย แต่คุณหญิงฟังแล้วปวดหัวจี๊ดทันที

ooooooo

ที่ แคมป์คนงานนี่เอง เสี่ยโอขี่มอเตอร์ไซค์พาลูกสาวแสบซ่าที่ชอบให้ใครๆเรียกชื่อย่อๆว่า "อัม" ผ่านมา พอเธอเห็นอู๊ดเท่านั้นเส้นกระตุกทันทีร้องบอกเตี่ยให้หยุดแล้วรีบตามตนมาไวๆ ตะโกนเรียก

"คุณยิ่งยงขา...นั่นคุณยิ่งยงใช่ไหมคะ" พออู๊ดชะงักหันมองเธอร้องอย่างดีใจสุดขีด "ว้าย...คุณยิ่งยงจริงๆด้วย  จำอัมได้ไหมคะ นี่เตี่ยของอัมค่ะ เตี่ย...นี่ไงคุณยิ่งยงที่อัมเคยเล่าให้ฟัง"

เสี่ยโอมองอู๊ดอย่าง ชื่นชมเล่าว่าลูกสาวบอกว่าเขามาทำงานที่นี่ พออู๊ดบอกว่าทางกรมฯส่งมาคุมงานที่นี่ เสี่ยรีบเชิญกินข้าวด้วยกัน มื้อนี้ตนขอเลี้ยงต้อนรับในฐานะที่นำความเจริญมาสู่ไทรโศกจะได้ไหม อู๊ดอึกอัก ถูกอัมออดอ้อนแล้วเออเอง จนอู๊ดพูดไม่
ออกจำต้องยอมรับเชิญ

เมื่อ พาอู๊ดไปที่ร้านอาหารของตัวเองในตลาด พอดีดำกับไทรงามเพิ่งกินอิ่มจ่ายเงินแล้วเดินออกไป แต่ยังทันเห็นอัมควงแขนอู๊ดกระดี๊กระด๊าเข้ามาในร้าน อู๊ดเห็นไทรงามพออ้าปากจะทักก็ถูกอัมหนีบเข้าร้านไปอย่างเร็ว สั่งลูกน้องเสียงดังหวานจ๋อย

"ไม่รับลูกค้าแล้วนะ ส่วนใครที่กินอยู่ก็รีบๆกินเข้า ฉันจะปิดร้านเลี้ยงแขกพิเศษเป็นการส่วนตัว...เชิญนั่งค่ะคุณอู๊ด"

พอ ลูกสาวประกบให้อู๊ดนั่งลง เสี่ยโอก็ร้องขอเมนูอย่างตื่นเต้น

ดำหัน มองขำๆขวางๆเปรยๆกับไทรงามว่า

"เสน่ห์แรงจริงๆคุณอู๊ด มาถึงไม่ทันไรมีสาวมาจิกทึ้งซะแล้ว นี่ถ้าแฟนตัวจริงมาเห็นเข้าจะว่ายังไงเนี่ย สงสัยกระเพาะคงทะลุเป็นรูโบ๋เลยแหงๆ"

ไทรงามหันมองไปที่โต๊ะนั้นอีก ที ประสานสายตากับอัมเข้าอย่างจัง ไทรงามเป็นฝ่ายหลบสายตาเพชฌฆาตนั้นแล้วชวนดำรีบไปกันดีกว่า เผื่อจะมีคนไข้มาคอย

อู๊ดแอบมองตามไทรงามไปอย่างเสียดาย โชคดีที่ได้เจอกันแต่โชคร้ายที่ไม่ได้พูดกันเลยสักคำเดียว

ooooooo

ส่วน บานเย็นรู้จากหวินว่าใบ้มาสมัครงานที่แคมป์ก็แอบมาพบลากใบ้ไปคุยกันที่มุม ลับตา พูดว่าใบ้คงรู้แล้วว่าอู๊ดเป็นใคร แต่ย้ำให้ใบ้ตระหนักว่า

"ฉัน มาที่นี่เพื่อจะเตือนนายว่า คุณอู๊ดเป็นลูกของคุณกิติกับคุณอุษา เพราะฉะนั้น นายอย่าทำอะไรรุ่มร่ามหรือไปวุ่นวายกับเธอจนทำให้เธอสงสัยอะไรเป็นอันขาด"

ใบ้ ที่ยิ้มแย้มตอนแรกหน้าเหลือสองนิ้ว จนเพิ่มต้องช่วยพูดว่า ใบ้แค่อยากมาอยู่ใกล้ๆเพื่อจะได้ดูแลแล้วก็แบ่งเบาภาระอู๊ดเท่านั้น บานเย็นเลยย้ำอีกทีว่า

"ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน อันที่จริงนายก็อดทนมามากแล้ว แต่ฉันก็อยากจะขอให้นายอดทนต่อไป...เพื่อคุณอู๊ด สัญญากับฉันได้ไหมว่านายจะเก็บเรื่องระหว่างเราและคุณอู๊ดเป็นความลับจนตาย"

ใบ้ พยักหน้าหนักแน่นทันที ทำให้บานเย็นโล่งใจ เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับที่จะตายไปพร้อมกับชีวิตของทั้งสามคน

ooooooo

วัน นี้ ทนต์ โจรใจฉกาจที่ถูกจับติดคุกมานับครั้งไม่ถ้วน เพราะพอออกจากคุกได้ก็ปล้นต่อ วันนี้เพิ่งพ้นโทษออกมาหลังจากต้องโทษถึง 23 ปี

ออกจากคุกแล้ว ทนต์ตรงไปที่บ้านเจ้าคุณยงยศ เจอแต่สาวใช้ ทนต์ถามถึงเจ้าคุณฯสาวใช้บอกว่าไม่อยู่ ทนต์ถามอีกว่าท่านไปไหน?

ที่ บ้านธีระรัตน์เพิ่งรู้ว่าเด่นดาวไปไทรโศกกับท่านเจ้าคุณฯ อุษาถามว่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่

"ก็คงตั้งแต่ที่คุณแม่เผลอบอกพวกนั้น ไปว่า  ไอ้อู๊ดมันไปทำงานที่นั่นนั่นแหละ...น้องดาวนะน้องดาว ปฏิเสธพี่ แต่กลับตามไอ้อู๊ดไป ทำอย่างนี้มันเท่ากับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีพี่ชัดๆ" อ๊อดแค้นใจ

กิติพูดให้หายเครียดว่าอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เพราะท่านเจ้าคุณก็มีที่นามีบ้านพักอยู่ที่ไทรโศกเหมือนกัน แต่อ๊อดไม่เออออด้วย ประกาศว่าตนจะไม่ยอมแพ้อู๊ดเด็ดขาด บอกคุณหญิงว่าจะไปไทรโศก ไปกับคุณย่า และจะไปให้เร็วที่สุดด้วย

คุณ หญิงยิ้มกระหยิ่มใจ ในที่สุด ทุกคนก็ต้องไปไทรโศกตามแผนการของตน

ooooooo

ไทรงาม มาพักอยู่ที่คลินิกโดยมีใบ้มานอนข้างล่างเป็นเพื่อน คนไข้เริ่มมาหาหมองามมากขึ้น สะดวกขึ้น โดยเฉพาะบรรดาคุณลุงคุณป้าชาวไร่ชาวนาแถวนั้นรักหมองามผู้ใจดีปานดวงใจ

จู่ๆ เย็นนี้อู๊ดก็โผล่มาที่คลินิกหมองาม ไทรงามคิดว่าเขาไม่สบาย พอถามว่าไม่สบายหรือ อู๊ดก็อึกอักเพราะตั้งใจ

มาเห็นหน้าไทรงามก่อน กลับบ้านเท่านั้น เลยตอบอึกๆอักๆว่า อยากจะ...อยากจะ...ดำรำคาญเลยทะลุกลางปล้องขึ้นว่าอยากจะอะไรครับ

อู๊ด เลยโมเมไปว่าอยากได้ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะไปช่วยคนงานเร่งสร้างแคมป์ทั้งวันเลยปวดเมื่อยนิดหน่อย

ไทรงาม บอกว่าเดี๋ยวจะจัดยาให้ ระหว่างนั้นอู๊ดก็ชวนคุยไปเรื่อยถามว่าหมอพักอยู่ที่คลินิกหรือ พอเธอรับว่าใช่ เขาก็ถามอย่างเป็นห่วงว่าไม่น่ากลัวหรือ ไทรงามไม่ทันตอบ ดำก็แทรกขึ้นจงใจตีกันว่า

"คุณอู๊ดหมายถึงผีหรือคนล่ะครับ ถ้าเป็นผี ชาวบ้านแถวนี้ใจบุญครับใส่บาตรกันทุกวัน ผีมันได้รับอานิสงส์ก็เลยไม่ออกมาหลอกมาหลอนใคร แต่ถ้าหมายถึงคนที่เป็นโจรละก็... อาจจะมี แต่ถ้ามันกล้ามาทำอะไรละก็ ต้องข้ามศพผมไปก่อน เพราะผมนอน
เฝ้าน้องงามอยู่ที่นี่ทุกคืน!!"

ได้ผล เพราะอู๊ดฟังแล้วใจหายวาบรู้สึกเหมือนดำประกาศตัวเป็นอะไรกับไทรงาม ไทรงามเองก็ใจหายไม่น้อยกว่ากัน เพราะกลัวว่าอู๊ดจะเข้าใจผิดว่าตนเป็นอะไรกับดำ

ข้างฝ่ายบานเย็น สัญญากับคุณหญิงและตั้งปณิธานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่เปิดเผยกับอู๊ดว่าตัวเองเป็นใครยอมให้ความจริงนี้ตายไปกับตัว แต่ในความเป็นจริงก็อดเป็นห่วงอยากดูแลรับใช้ลูกไม่ได้ วันนี้จึงแอบทำอาหารฝากหวินให้ยกไปตั้งสำรับด้วย

อู๊ดตักชิมทุกจานชม ว่าอร่อยทุกอย่างถามหวินว่าทำเองหรือ หวินคุยอวดว่าคนทำตั้งอกตั้งใจทำมาก ทำเองทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน พออู๊ดถามย้ำอีกว่าป้าทำเองหรือ หวินก็อึกอักตอบกล้อมแกล้มว่าก็ประมาณนั้นแหละ

ส่วนบานเย็นเจ้าของ ฝีมือตัวจริง แอบดูแอบฟังอยู่ เห็นอู๊ดกินอย่างเอร็ดอร่อยก็ปลื้มจนน้ำตาคลอ

ooooooo

เช้า วันรุ่งขึ้น คณะธีระรัตน์จากพระนคร ก็มาถึงท่าน้ำบ้านไทรโศก

เป็น เวลาที่อู๊ดกำลังจะออกจากบ้านพักไปทำงาน เห็นบานเย็นถือถาดเปล่าเดินกลับมาก็ถามว่ามาใส่บาตรหรือ ทำไมมาใส่ที่ท่านี้ แล้วบ้านคุณน้าอยู่ไหน

แม้จะได้เห็นได้เจออู๊ดหลายครั้งแล้ว แต่เจอทีไรบานเย็น ก็ยังตื่นเต้นทุกที ตอบอึกๆอักๆว่าบ้านอยู่ถัดจากต้นไทรใหญ่

นี่ไป อู๊ดนึกออกทันทีถามว่า

"อ๋อ...บ้านฉลุลายไม้สีครีมหลังนั้นนั่นเอง ผมชอบมากครับ ชอบทั้งบ้านแล้วก็ดอกมะลิที่ปลูกอยู่หน้าบ้านด้วยครับ หอมมาก"

บานเย็นรีบบอกว่าถ้าชอบตนจะเก็บมาฝากทุกวัน อู๊ด มองไปรอบๆ ถามอย่างสงสัยว่า

"ผมว่าบ้านคุณน้าน่าจะอยู่บนที่ดินผืนเดียวกันกับของเจ้าคุณปู่นะครับ เพราะไม่เห็นมีรั้วกั้น เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณน้าเป็นญาติของท่านรึเปล่าครับ"

เป็นคำถามที่ทำให้บานเย็นอัดอั้นไม่รู้จะตอบอย่างไรดี พลันก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาว่า

"เขาไม่ได้เป็นญาติทางไหนของเราทั้งนั้น"

เสียงคุณหญิงดังเข้ามาก่อนที่ตัวจะเดินเข้ามาพร้อมกิติ อุษา และอ๊อด

อุษาพูดสอดอย่างดูถูกบานเย็นว่าเป็นขี้ข้าที่อาศัยที่เราปลูกบ้านและทำนาเท่านั้น

อู๊ดไม่ได้สนใจฟังนัก ดีใจที่เห็นย่า พ่อ แม่ และพี่ชายมา รีบเข้าไปหา อุษาก็แสดงความเป็นแม่ที่แสนรักลูก ดึงอู๊ดเข้าไปกอดหอมซ้ายหอมขวาพร่ำบอกแต่ว่าแม่คิดถึงลูกมาก ส่วนบานเย็นก็รีบยอบตัวลงยกมือไหว้ทุกคน กิติชี้ไปทางอ๊อดบอกว่านี่ลูกชายคน
โตของตน ทำให้บานเย็นต้องยกมือไหว้อีกคน

"แล้วนี่ก็ตาอู๊ดลูกชายคนเล็ก ไหว้เสียสิยะ" อุษาหางตา ใส่บานเย็น แต่อู๊ดรีบบอกว่าไม่เป็นไร ตนกับคุณน้ารู้จักกันแล้ว อุษาก็ยังไม่ยอมอ้างว่าเดี๋ยวพวกขี้ข้าจะเหลิง บานเย็นจึงยกมือไหว้อู๊ดให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเสีย  ทำเอาอู๊ดตกใจรับไหว้ แทบไม่ทัน
ขณะกำลังทักทายกันนั่นเอง เจ้าคุณยงยศกับเด่นดาวก็มาถึง อ๊อดตาไวเห็นก่อนรีบทัก

"สวัสดีครับเจ้าคุณปู่" แล้วหันไปถามประชดเด่นดาว "มาเยี่ยมเจ้าอู๊ดเหมือนกันหรือครับน้องดาว แหม...ใจเราสองคนช่างตรงกันอะไรอย่างนี้"

เจ้าคุณฯพูดกับคุณหญิงว่าไม่ทราบว่าจะมาที่นี่จะได้ มาเสียพร้อมๆกัน อุษาสอดแทรกอีกตามเคยว่า

"พวกเราตามมาดูแลตาอู๊ดน่ะค่ะ ช่างบังเอิญเหลือเกินนะคะที่มาเจอกัน เพราะชั่วนาตาปีอุษาไม่เคยเห็นท่านเจ้าคุณฯมาที่นี่เลย มาทำธุระหรือคะ"

"ครับ ปล่อยให้คนอื่นดูแลบ้านดูแลที่นามาเป็นสิบๆปี ก็เลยอยากมาดูบ้างว่ามันอยู่ดีหรือทรุดโทรมไปถึงไหนแล้ว"

อู๊ดเห็นผู้ใหญ่พูดคุยทักทายกันจึงขอตัวไปทำงานเพราะสายแล้ว เด่นดาวขออนุญาตเจ้าคุณปู่ไปเดินเล่นแถวนี้บ้าง อ๊อดรีบเสนอตัวขอตามไปด้วยคน

อุษากับกิติสบตากันอย่างดีอกดีใจที่อ๊อดช่างดำเนินตามแผน "ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก" ได้ทันอกทันใจดีจริงๆ

ooooooo

เมื่อแยกกับเจ้าคุณยงยศที่ไปเดินเล่นกับเด่น-ดาวและอ๊อดแล้ว คุณหญิงสั่งหวินให้ไปบอกบานเย็นมาพบที่ต้นไทรโศก ย้ำเตือนความจำเรื่องคำสาบานที่เคยให้ไว้เรื่องอู๊ด บานเย็นยืนยันอย่างขมขื่นใจว่า ตนไม่เคยลืม ขอให้คุณหญิงเชื่อว่าตนจะไม่มีวัน
กลืนน้ำลายตัวเองเด็ดขาด

"ดี ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า "โพธิ์งาม" อย่างหล่อนจะซื่อสัตย์ต่อคำพูดของตัวเองดีไปกว่าบรรพบุรุษสักแค่ไหนเชียว" พูดพลางคุณหญิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบานเย็นก่อนเดินจากไป

บานเย็นมองตาม สะกิดใจว่าคุณหญิงพูดถึงบรรพบุรุษของตนทำไม?

ooooooo

ที่ร้านขายข้าวแกงในตลาด อัมเดินเข้าร้านมาอย่างกรีดกราย สายตาเหลือบเห็นเด่นดาว อ๊อดและเจ้าคุณฯนั่งดื่มโอเลี้ยงกันอยู่ เธอทักเสียงลั่นร้าน ถามเด่นดาวว่าอ๊อดเป็นใคร แฟนหรือเปล่า เด่นดาวกำลังจะบอกก็ถูกอ๊อดชิงพูดว่า "ครับ เรากำลังดูใจกัน
อยู่"

อัมฉวยโอกาสแสดงความยินดีทันที เด่นดาวรีบบอกว่าอย่าเพิ่งแสดงความยินดีเลย เพราะตนยังไม่คิดที่จะมีครอบครัวเร็วๆนี้หรอก อย่างไรเสียก็ขอดูแลเจ้าคุณปู่ไปก่อน

อัมหูผึ่งทันทีถามว่าเรียกเจ้าคุณปู่ก็แสดงว่าเป็นลูกหลานเจ้านายชั้นสูงใช่ไหม อ๊อดรีบอวดว่า

"ก็ใช่น่ะสิ แล้วเจ้านายชั้นสูงที่ว่าก็นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

นี่ไง นี่ล่ะท่านเจ้าคุณยงยศศฤงคาร เจ้าของที่ดินนับพันไร่ที่ไทรโศกเจ้าคุณปู่ของน้องดาวล่ะ"

อัมรีบยกมือไหว้ตัวย้วยแทบจะคุกเข่า เจ้าคุณฯพยักหน้ายิ้มอย่างเอ็นดู

ที่นั่นเอง ทนต์นั่งเอาหนังสือพิมพ์บังหน้าอยู่ ลดหนังสือพิมพ์ลงจ้องมาที่ท่านเจ้าคุณฯเขม็ง!

ooooooo

ระหว่างเดินชมตลาดไทรโศกนั่นเอง เจ้าคุณฯเกิดหน้ามืดขึ้นมา อ๊อดมัวแต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ดำเข็นกระสอบข้าวสารผ่านมาเจอเลยรีบเข้าประคองไว้ทันแล้วพาไปหาไทรงามที่คลินิกหมองาม

หลังจากไทรงามฉีดยาให้ครู่หนึ่งเจ้าคุณฯก็รู้สึกตัว แต่พอเห็นหน้าไทรงามท่านก็มองเหมือนเคยเห็นที่ไหน ถามว่า "ผมเคยรู้จักคุณหมอมาก่อนหน้านี้ไหม ทำไมรู้สึกคุ้นหน้าเหลือเกิน"

อ๊อดผสมโรงทันทีว่าตนก็คุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ดำเลยพูดอย่างขัดใจว่า

"ก็ตอนที่คุณขับรถชนผมไง น้องงามก็นั่งอยู่ในรถด้วย คุณจำไม่ได้หรือ หรือว่ามันแต่เอาตามไปมองผู้หญิงอื่นอยู่ ถึงไม่ได้สนใจ"

ระหว่างนั้นเจ้าคุณฯถามอีกว่าแล้วดำเป็นใคร ไทรงามรีบบอกว่าเป็นญาติสนิทของตน เราเปิดร้านอยู่ติดกัน ดำรีบยกมือไหว้ยิ้มหวานแล้วเหล่ไปทางเด่นดาวถามว่าจะไม่เรียนเจ้าคุณปู่หน่อยหรือว่าตนเป็นคนประคองท่านมาที่นี่ตอนที่ท่านหน้ามืด
เด่นดาวทั้งขำทั้งขวาง แต่เจ้าคุณฯเอ่ยขอบใจดำที่ช่วย ดำหันไปฉีกยิ้มให้เด่นดาวอวดๆ จนเธอแทบจะแยกเขี้ยวใส่ ติดแต่ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าคุณปู่เท่านั้น

ooooooo

นายช่างยิ่งยงทำงานอย่างขยันขันแข็ง จนถึงเวลาพักเที่ยงบอกคนงานให้หยุดกินข้าวเที่ยงกันก่อน เชษฐ์ชวนไปกินที่ตลาดไหมตนจะขับรถให้ อู๊ดไม่ไปเพราะไม่อยากสิ้นเปลืองน้ำมันหลวงจะขี่จักรยานไปเอง แต่ไม่ทันไป ใบ้ที่ถูกบานเย็นใช้ให้เอาปิ่นโต
มาให้ก็เข้ามาส่งปิ่นโตให้

อู๊ดหันไปเห็นบานเย็นหันหลังกลับก็เรียกไว้ บานเย็นปดว่าหวินฝากให้เอาปิ่นโตมาส่ง อู๊ดจึงชวนกินเสียด้วยกันเลย บานเย็นจะปฏิเสธแต่พอชายหนุ่มขอร้อง ทั้งบานเย็นและใบ้จึงนั่งร่วมวงด้วยอย่างตื่นเต้นจนกลืนข้าวแทบไม่ลง

ส่วนอัมลูกสาวเสี่ยโอ กรี๊ดกร๊าดกลับไปบอกเตี่ยว่า เด่นดาวมีแฟนแล้ว แสดงว่ายิ่งยงต้องยังโสดสนิท เสี่ยโอดีใจไม่น้อยกว่าลูกสาว วาดฝันว่าถ้าได้อู๊ดมาเป็นเขย ไม่เพียงร้านขายของในไทรโศกของตนจะต้องขายดีเท่านั้น ยังจะแผ่ขยายสยายปีกไปทั่ว
ประเทศด้วย ยุลูกสาวว่า

"ลื้อมีทางทำให้หนุ่มโสดอย่างคุณอู๊ดมีพันธะได้ไหมล่ะ เตี่ยสนับสนุนเต็มที่"

"เตี่ยน่ะ พูดอะไรก็ไม่รู้..." อัมทำเขินบิดไปมาจนตัวแทบจะเป็นเกลียว

ooooooo

หลังจากเรียกบานเย็นมายํ้าคำสัญญาที่ให้ไว้จนเบาใจแล้ว คุณหญิงเรียกเพิ่มมาสั่งให้ตามคุณเจนจากพระนครมาอ่านเอกสารประกอบพินัยกรรมฉบับที่อยู่กับเพิ่มให้เร็วที่สุด

เพิ่มไม่แน่ใจว่าคุณเจนจะมาได้เมื่อไร เพราะอาจมีงานด่วนที่ต้องทำอยู่ตอนนี้ก็ได้

"นี่ก็งาน แล้วก็ด่วนเหมือนกัน บอกเขาว่ามาอ่านให้มันจบๆไป หลังจากนั้นฉันจะไม่ไปรบกวนเขาอีกจนกว่าจะถึงเวลาแบ่งโฉนดที่ดิน" คุณหญิงสั่งอย่างไม่สนใจคำท้วงติงแล้วเดินไปเลย

ส่วนอ๊อดหรือนายเกียรติกร ธีระรัตน์ ตามมาตื๊อเด่นดาวถึงไทรโศก แต่พอไปเห็นไทรงามก็หลงใหลได้ปลื้มพรรณนาความงามของหมองามให้คุณหญิงฟัง อ้อนย่าว่าตนตกหลุมรักเธอเข้าเต็มเปาแล้ว

คุณหญิงเกี่ยงว่าหมองามเป็นลูกเต้าเหล่าใครแล้วจะสู้เด่นดาวได้ยังไง อ๊อดรับรองว่าสู้ได้แน่ เพราะเด่นดาวบอกว่าหมองามเป็นลูกสาวของคุณเจน อุษาเอะใจว่าจะเป็นไทรงาม อ๊อดเลยตีขลุมว่า

"ถ้าคุณแม่และทุกคนรู้จักเธอแล้ว อ๊อดคงไม่ต้องบรรยายนะครับว่าเธอน่ารักขนาดไหน เธอไม่มีอะไรด้อยกว่าน้องดาวแน่ ไม่ว่าจะหน้าตา ชาติตระกูล หรือการศึกษา เพราะเธอเป็นถึงคุณหมอ"

คุณหญิงถอนใจอย่างระอากับความรักง่ายหน่ายเร็วของอ๊อด แต่กิติกลับส่งเสริมว่าเป็นผู้ชายจะรักเผื่อเลือกไว้หน่อยก็ไม่เสียหายอะไร อ๊อดเลยยิ่งได้ใจ

ooooooo

คลินิกหมองาม กลายเป็นที่ที่มีแขกประจำที่มาตามหัวใจเรียกร้อง คือยิ่งยง หรืออู๊ดนั่นเอง วันนี้เขาก็มาที่คลินิกอีก พอหมองามเห็นชายหนุ่มก็ใจเต้นตกประหม่าตามเคย ส่วนอู๊ดก็ตื่นเต้นประหม่าพอกัน พอหมอถามว่ายังไม่หายปวดหรือ เขาก็สาธยาย
โรคภัยไข้เจ็บเสียยืดยาว จนหมองามบอกขำๆว่า

"อาการขนาดนี้ คงต้องฉีดยาแล้วส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลในจังหวัดแล้วล่ะค่ะ"

อู๊ดยิ้มแหยๆ ขออย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย ตนนั่งพักสักครู่ ก็คงหาย หนุ่มสาวสบตาอย่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน ไทรงามเขินกลบเกลื่อนด้วยการเลี่ยงไปจัดยาด้วยหัวใจแช่มชื่น

จนครู่ใหญ่ หมองามเอายาหอมมาให้อีกถ้วยหนึ่ง อู๊ดบอกว่าดื่มไป 2 ถ้วย แล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย หมองามถามยิ้มๆว่า กลับไปทำงานได้ไหม เขาตอบเขินๆว่า ได้ ขอบคุณเธอแล้วลากลับ

แต่พอดีมีคนท้องแก่เจ็บท้องคลอดเข้ามา อู๊ดเลยหันกลับมาช่วย แม้จะทำอะไรไม่เป็นแต่เขาก็กระตือรือร้นคอยหยิบโน่นหยิบนี่ส่งให้หมองาม กระทั่งช่วยกันนับให้หญิงท้องแก่เบ่งตอนคลอด

สุดท้ายเด็กคลอดออกมาเป็นผู้หญิง หมองามรีบทำความสะอาดตัดสายสะดืออย่างตื่นเต้น ทั้งคู่ยิ้มให้กันกับผลงานร่วมกันชิ้นสำคัญนี้ ที่ได้ต้อนรับชีวิตน้อยๆที่ลืมตามาดูโลก...

ooooooo

วันนี้ เด่นดาวมุ่งมั่นที่จะไปหาอู๊ดที่แคมป์ให้ได้ เธอแต่งตัวราวกับจะไปเดินแบบ ใส่รองเท้าส้นสูงกางร่มเดินย่องแย่งไปตามคันนาเพื่อหาทางไปแคมป์ มองไปทางไหนก็เวิ้งว้าง เลยต้องหาคนถามทาง

เจอดำกำลังทำนาอยู่พอดี พอถามทางไปแคมป์ ก็ถูกดำกระแนะกระแหนยั่วยวนกวนประสาทไปตามประสา แล้วใจดีจะพาเธอไปส่ง เด่นดาวรู้ว่าต้องถูกเขากวนประสาทไปตลอดทางแน่ ปฏิเสธเสียงแข็งว่า

"ไม่ต้อง บอกฉันมาว่าไปทางไหนแค่นั้น ขอบคุณ!!"

"ตามใจ...เดินเลาะไปตามคันนานี่ จนถึงโคกที่ 3 ก็เลี้ยวซ้าย ข้ามนาตาหมาย นาตาแย้ม นาตาส่ง ไปจนถึงสะพานข้ามห้วยหอยจุ๊บ แล้วเลี้ยวขวาผ่านที่นายายแจ่ม เห็นหุ่นไล่กาสองผัวเมียยืนจู๋จี๋กันเมื่อไหร่ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางดงไผ่ เดินไปสุดดงไผ่ก็จะ
เจอดงกล้วย เดินไปสุดดงกล้วยก็จะเจอสุดที่รักของคุณอยู่ที่นั่น"

ดำสาธยายเสียจนตัวเองก็เหนื่อย แต่เด่นดาวพาซื่อถามว่า ทำไมมันถึงได้ซับซ้อนอย่างนี้ ถามอย่างแสนซื่อว่า "ไอ้ทางที่ไปแบบตรงๆไม่มีเลยเหรอ"

"มี...ก็ทางที่คุณยืนอยู่นี่ไง เดินไปเรื่อยๆสัก 10 โลกว่าๆ เดี๋ยวก็ถึง แต่...ใส่รองเท้าสูงขนาดนี้จะไหวเหรอ"

เด่นดาวทำเชิดอวดดีว่าไกลกว่านี้ตนก็เดินไหว ดำเลยพูดลอยๆตามหลังว่า ตามทางเส้นนี้มีงูเลื้อยกันยั้วเยี้ยไปหมด ทั้งงูเห่า งูจงอาง เตรียมวิ่งหนีให้ดีก็แล้วกันเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ฟังแล้วเด่นดาวชะงัก หันกลับมามองดำหน้าซีดเผือด

ดำยังสรรหาทางแกล้งเด่นดาวอย่างคึกคะนอง บอกให้เธอขี่ควายจะพาไปส่ง ระหว่างทางก็แหกปากร้องเพลงกวนประสาท จนเด่นดาวเร่งให้รีบไปเพราะตนถูกแดดเผาจะกลายเป็นเนื้อแดดเดียวอยู่แล้ว ดำเลยกระทุ้งสีข้างควายตัวโปรดที่ไพล่ไปตั้งชื่อ
ว่ากวาง

เจ้ากวางถูกกระทุ้งสีข้างเลยเผ่นโผน ทำเอาเด่นดาว

หงายเกือบตกจากหลัง เธอรีบคว้าเอวดำไว้กอดแน่น ดำหัวเราะชอบใจ ผสานกับเสียงร้องด้วยความตกใจของเด่นดาว

ooooooo

ดำพาเด่นดาวมาถึงไซต์งานสร้างทางเจอใบ้ อยู่ที่นั่น ใบ้เล่าจนดำเข้าใจว่าอู๊ดไปหาเขาที่ร้านดำถามว่าไปนานหรือยัง ใบ้พยักหน้า ดำเลยคาดว่าคงจะสวนกันตอนที่ตนออกไปดูนา นึกฉุนขึ้นมาถามเด่นดาวว่าจะเอาอย่างไร   จะรออยู่ที่นี่หรือจะไปรอที่บ้าน
พูดอย่างไม่แยแสว่า ตนจะกลับไปดูร้านที่ตลาดแล้ว

เด่นดาวบอกว่าตนก็จะไปที่ตลาดเหมือนกัน ทั้งสองไม่พูดอะไรแต่ต่างรู้กันว่าคิดอะไรกันอยู่

ที่คลินิกหมองามประตูปิดเพราะไทรงามไปส่งหญิงชาวบ้านคนนั้นโดยอู๊ดเป็นคนขับรถให้ ทั้งสองนั่งไปก็ชื่นชมหนูน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของไทรงามไป จนไม่ทันสังเกตเห็นว่า รถสวนกับอัมที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวนมา

พอเห็นอู๊ดมากับไทรงาม อัมก็เลือดขึ้นหน้ารีบกลับรถตามไปแต่ไม่ทันแล้ว รถของอู๊ดหายไปไหนก็ไม่รู้ อัมสบถอย่างหัวเสีย

"เฮ้ย...หายไปไหนแล้ว เพิ่งสวนไปเมื่อกี้นี่นา โธ่เว้ย พ้นจากนังหลานท่านเจ้าคุณฯ ดันต้องมาเจอนังหมอเข็มโตเป็นมารหัวใจอีกรึเนี่ย"

ดำกับเด่นดาวพากันไปที่คลินิกหมองามและร้านค้าข้าวของดำ พอเห็นคลินิกปิด เด่นดาวถามว่าหมองามไปไหนบอกดำไว้รึเปล่า ดำส่ายหน้าเพราะตอนที่ตนออกไปนาคลินิกยังเปิดอยู่ แล้วก็ไม่เห็นไทรงามบอกว่าจะไปไหน ถามเด่นดาวว่าจะเข้าไปนั่งรอ
ข้างในก่อนไหมจะเปิดร้านให้

เด่นดาวส่ายหน้า ขณะกำลังลังเลนั่นเอง เธอถามดำอย่างอดคิดระแวงไม่ได้ว่า

"นายว่าพี่อู๊ดทันได้เจอหมองามไหม"

อัมมาได้ยินพอดีทำเสียงสูงอย่างสะใจว่า

"อู๊ยยยยย..ยิ่งกว่าได้เจอกันเสียอีก เพราะเขาพากันปิดร้านออกไปขับรถจู๋จี๋กันแล้ว"

ดำหันขวับถามว่าใครบอกเธอ อัมลอยหน้าบอกว่าตนเห็นกับตาว่าทั้งคู่นั่งรถออกไปด้วยกัน ฉวยโอกาสตำหนิไทรงามว่า เป็นถึงหมอไม่รู้จักวางตัวให้ดี ว่าไทรงามเสียจนดำทนไม่ได้เถียงแทนไทรงาม ทั้งยังฝากไปบอกเตี่ยเธอด้วยว่าให้อบรมลูกสาวเสีย
บ้าง

โดนย้อนเอาแสบๆ อัมก็โกรธดิ้นเร่าๆ จนดำหัวเราะขำออกมา แต่พอหันไปเห็นหน้าเด่นดาวและนึกถึงเรื่องที่อัมบอกว่าอู๊ดนั่งรถไปกับไทรงาม ดำก็หายขำเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

อู๊ดขับรถไปส่งหญิงคนนั้นถึงบ้าน แม่เด็กยกมือไหว้ทั้งสองอย่างซาบซึ้งใจ ขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตตนกับลูกไว้ เราสองคนแม่ลูกจะไม่มีวันลืมพระคุณคุณหมอกับแฟนตลอดไป

ไทรงามตกใจอ้าปากจะชี้แจง แต่อู๊ดรีบพูดขึ้นก่อนว่า

"ไม่เป็นไรครับ พายายหนูเข้าไปพักผ่อนเถอะครับ" พอแม่เด็กอุ้มลูกเข้าบ้าน อู๊ดพูดกับไทรงามอย่างภูมิใจว่า "ผมไม่เคยคิดเลยว่า ในชีวิตของผมจะได้อยู่ในเหตุการณ์อะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ การช่วยให้ใครสักคนลืมตาขึ้นมาดูโลก มันช่างเป็นเรื่องที่
มหัศจรรย์จริงๆ แต่สำหรับหมองาม อาจจะชินแล้วก็ได้"

"ไม่หรอกค่ะ ดิฉันไม่ได้เรียนมาทางสูตินรีโดยตรง แต่โดยจรรยาบรรณของแพทย์เราต้องรักษาชีวิตคนไข้ทุกรายจนสุดความสามารถ คนไข้รายนี้ถือเป็นเคสทำคลอดรายแรกของดิฉันด้วยซ้ำไป"

อู๊ดมองไทรงามที่สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความจริงจังมุ่งมั่นอย่างทึ่ง บอกเธอว่าศรัทธาในตัวเธอและอาชีพของเธอจริงๆ ไทรงามขอบคุณบอกเขาว่าอาชีพของเขาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ถึงหมอจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้าไม่มีถนนหนทางที่คนไข้จะไปมา
หาสู่ได้ มันก็เปล่าประโยชน์

ทั้งสองต่างเห็นความสำคัญของงานของกันและกัน ต่างชื่นชมศรัทธาในความมุ่งต่อหน้าที่การงานของกันและกัน

เมื่อกลับมาถึงหน้าคลินิก ไทรงามกับอู๊ดเห็นดำยืนหน้านิ่งอยู่กับเด่นดาวที่หน้าร้าน ดำถามทันทีว่าไปไหนมา ไทรงามเล่าอย่างไม่หายภูมิใจว่า

"พอดีมีผู้หญิงท้องแก่มาเจ็บท้องคลอดที่นี่  คุณอู๊ดอยู่ ด้วยพอดีก็เลยช่วยทำคลอดแล้วก็ขับรถพาไปส่งที่บ้านน่ะค่ะ แล้วพี่ดำกับคุณดาวมาเจอกันได้ยังไงคะ"

ดำผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่ทั้งสองไม่ได้เป็นอย่างที่ตนระแวง แล้วเล่าว่าเด่นดาวมาเจอตนที่นาเลยใช้ให้พาไปหาอู๊ดที่ไซต์งาน อู๊ดได้ยินหันไปถามเด่นดาวอย่างห่วงใยว่า

"มีอะไรรึเปล่าจ๊ะดาว"

"เอ่อ...ไม่มีค่ะ ดาวเพียงแต่อยากเห็นที่ทำงานของพี่อู๊ดเท่านั้นเอง"

อู๊ดเอามือลูบหัวเด่นดาวอย่างเอ็นดู พูดอย่างอาทรว่า

ที่ทำงานตนก็มีแต่ฝุ่นและไอแดด ทีหลังไม่ต้องมาเดี๋ยวจะไม่สบายเอา

ไทรงามรู้สึกไม่สบายใจที่จะอยู่ตรงนั้นจึงขอตัว อู๊ดก็ขอตัวพาเด่นดาวกลับไปส่งที่บ้าน อู๊ดยังพูดกับไทรงามอย่างประทับใจว่า

"ขอบคุณนะครับหมองามที่อนุญาตให้ผมเป็นผู้ช่วยผมจะเก็บประสบการณ์ในวันนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไปครับ"

เด่นดาวรู้สึกถึงความหมายที่ลึกกว่าคำพูดนั้น เธอร้อนวูบไปกับคำพูดของเขา จนเมื่อเดินไปไขกุญแจคลินิกก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอู๊ดที่เดินไปกับเด่นดาว

ooooooo

แม้จะมาอยู่ที่บ้านไทรโศก กิติก็ยังดื่มเป็นว่าเล่น พอเมาได้ที่ก็เห็นบานเย็นเป็นเหยื่ออารมณ์  ย่องเข้าไปหาขณะบานเย็นเดินออกจากครัว พอบานเย็นตกใจรีบเดินหนีก็คว้าตัวไว้ไม่ยอมให้ไปแล้วปล้ำจูบอย่างเมามัน

ขณะบานเย็นกำลังดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดแรงนั่นเอง  กิติ ก็ถูกหมัดตันๆของใบ้ต่อยโครมเข้าเต็มหน้า พอกิติจะหันไปเอาเรื่อง อุษาก็เดินอาดๆเข้ามาพูดเยาะเย้ยว่า

"มันคงแค่อยากจะเตือนความจำคุณมังคะว่าเมียมันเป็นโรคเรื้อน"

บานเย็นรีบพูดขู่สำทับว่าเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาด้วยแล้วหันไปชวนใบ้ผละไป

อุษาด่ากิติที่หน้ามืดจนไม่ดูตาม้าตาเรือ กิติแก้ตัวว่า ตนกำลังเมาลืมตัวไปหน่อย อุษาด่าอีกว่า เมามาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ วันไหนบ้างที่ไม่ดื่ม ตะโกนใส่ว่า "อุษาเบื่อ...เบื่อ...ได้ยินไหม!!!"

อุษาเดินกระแทกเท้าไปแล้ว กิติยังยืนโงนเงนตาลอยอยู่ตรงนั้น ใกล้ๆนั้นคุณหญิงยืนมองอยู่เงียบๆอย่างละเหี่ยใจ...

ooooooo

เพียงสองทุ่มของคืนนี้ ขณะเสี่ยโอกับลูกสาวกำลังขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาบนทางสายเปลี่ยวนั้น จู่ๆก็ถูกโจร 3 คน กระโจนออกมาขวางทางประกาศปล้น ทั้งเสี่ยและอัมตกใจมาก แต่เสี่ยก็ชักปืนออกมาสู้ ถูกโจรเอาปืนจ่อหัวลากสองพ่อลูกลงจากรถ

ขณะที่สองพ่อลูกกำลังตกอยู่ในอันตรายนั่นเอง ทนต์มาจากไหนไม่มีใครรู้ เขากระโดดถีบโจรกระเด็นแล้วเข้าล็อกคอ คนที่เป็นหัวหน้าไว้ ขู่สมุนมันว่า "กูตาย ลูกพี่มึงก็ตาย" แล้วสั่งหัวหน้าโจรให้สั่งสมุนทิ้งปืนเดี๋ยวนี้

พอสมุนโจรทิ้งปืน ทนต์ก็ผลักมันไปรวมกลุ่มกัน เสี่ยโอลุกขึ้นได้คว้าปืนตัวเองที่ตกอยู่จะยิงโจร

"อย่าครับ" ทนต์ร้องห้าม "เราต้องมีสัจจะแม้แต่กับพวกโจร" แล้วหันไปตะโกนบอกพวกโจร "พวกมึงไสหัวไปให้พ้นแล้วอย่าได้คิดกลับมาปล้นเสี่ยอีก ไม่งั้นมึงตาย..."

พวกโจรกระดูกอ่อนพากันวิ่งแบบตัวใครตัวมัน

เสี่ยโอหันมองทนต์อย่างทึ่งถามว่าเป็นใครมาจากไหน ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทนต์แนะนำตัวเองว่ามาจากพระนครมาตามหาญาติที่ตำบลนี้แต่ไม่เจอ เตรียมจะกลับพระนคร คิดว่าจะไปนอนรอรถประจำทางที่อำเภอแต่มาเจอเหตุการณ์นี้เสียก่อน

เสี่ยโอถามว่าจะกลับไปพระนครหาลูกเมียหรือ พอรู้ว่าทนต์ตัวคนเดียวจะกลับไปหางานทำที่พระนคร เสี่ยโอจึงชวนอยู่ทำงานกับตนไหม ทนต์ถามว่า "งานอะไรครับเสี่ย"

"ดูแลอั๊วกับลูก ธุรกิจอั๊วเยอะ แล้วสมัยนี้โจรผู้ร้ายมันชุมยิ่งกว่ายุง ลื้อก็เห็น อั๊วจำเป็นต้องมีใครเป็นมือตีนให้ สักคน ลื้อใจนักเลงดีอั๊วชอบ อั๊วเลือกลื้อ อยู่ที่ลื้อจะตัดสินใจยังไง"

อัมชายตามองทนต์ดูท่าที ในขณะที่ทนต์ฟังเสี่ยแล้วนิ่งคิด

ooooooo

คืนนี้ ไทรงามกลับมาฉีดยาให้บานเย็นและกะจะนอนค้างที่บ้าน บานเย็นจึงถามว่าได้ยินดำเล่าว่าอู๊ดไปช่วยทำคลอดหรือ ไทรงามเล่าอย่างไม่หายตื่นเต้นว่าอู๊ดไปหาดำแต่ไม่เจอ แต่มีคนท้องแก่เจ็บท้องคลอดมาพอดีเลยช่วยตนทำคลอด

ไทรงามเล่าบรรยากาศการช่วยกันทำคลอดให้หญิงคนนั้นว่า อู๊ดคอยช่วยพูดให้กำลังใจแก่แม่เด็ก ช่วยลุ้นให้เบ่ง พอเด็กคลอดออกมา ความตึงเครียดก็กลายเป็นตื่นเต้นดีใจ เล่าอย่างอดปลื้มไม่ได้ว่า

"เธอบอกงามว่าเธอตื้นตันใจน่ะค่ะ ที่มีส่วนทำให้ชีวิตน้อยๆชีวิตหนึ่งลืมตาขึ้นมาดูโลก"

ระหว่างที่ไทรงามเล่านั้น ทั้งใบ้และบานเย็นต่างรับรู้ถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่างในน้ำเสียงของไทรงาม พอไทรงามเล่าจบ เห็นสีหน้าสายตาของบานเย็นกับใบ้ก็รีบหลบตาหน้าร้อนผ่าวที่ถูกผู้ใหญ่จับได้ถึงความรู้สึกพิเศษที่มีต่ออู๊ดในการเล่านั้น

ooooooo

ดึกแล้ว อุษายังนั่งรอการกลับมาของกิติอยู่ในห้องนอนอย่างหงุดหงิด พอกิติเดินตุปัดตุเป๋เข้ามาเธอเปิดฉากด่าทันทีว่าทำตัวไม่เป็นผู้เป็นคนซ้ำยังพาลูกไปตกต่ำด้วย มาถึงก็พากันไปกินเหล้าต้มกับชาวบ้านจนเมาหัวราน้ำ กิติอ้างว่าไปสังสรรค์กับลูกจ้าง
ต่างหาก อุษาแว้ดว่าพวกนั้นเป็นคนละชั้นกับเรา

กิติถามเมาๆว่าแล้วที่นี่มีคนชั้นเดียวกับเราหรือ อย่าซีเรียสไปเลยน่า

"ก็เพราะคุณไม่เคยซีเรียส ไม่เคยคิดทำอะไรจริงจังกับเขา ชีวิตคุณมันถึงได้หลักลอย ไม่มีแก่นสาร ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง!!" อุษาด่ายาวด่าถึงกระดูกดำ

กิติรับรองว่าอย่างน้อยตนก็ทำลูกเป็น พลางโถมเข้าหาดึงล้มไปบนเตียงด้วยกัน แต่พริบตาเดียวกิติก็หลับผล็อยไปคาอก อุษาฉุนขาดสะบัดลุกขึ้นด่าอย่างอารมณ์ค้างก่อนเดินปึงปังออกจากห้อง

"กินยาดองหมดไปตั้งกี่โหล มันไม่ทำให้แกมีน้ำยาขึ้นมาเลยรึไง ไอ้บ้าเอ๊ย!!"

อุษาเดินอารมณ์ค้างไปทางหลังสวนไทรโศก พลันก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งสุมหัวกันอยู่ นึกว่าตั้งวงกินเหล้ากันคิดจะเข้าไปด่าให้วงแตก แต่แล้วก็ตกใจหยุดกึกมองตะลึง เมื่อเห็นหนึ่งในสามคนนั้นส่งปืนให้อีกคน บอกให้เอาปืนไปเก็บไว้ก่อนเพราะยังไงก็ต้อง
ใช้มันอยู่ดี จากนั้นก็เอาเงินค่าจ้างให้ไปแบ่งกัน สั่งสมุนมือขวาว่า

"ตอนนี้พวกเอ็งไปกบดานที่อื่นก่อน รอให้ข้าเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วข้าจะส่งข่าวไปบอก คราวนี้เป็นงานใหญ่ เอ็งเตรียมคนไว้ให้พร้อมก็แล้วกัน"

สมุนคนนั้นถามว่าอีกนานไหม ก็ได้รับคำตอบว่าไม่นาน ขอเวลาวางแผนสักนิด จะปล้นคนระดับนี้ทุกอย่างต้องรัดกุม ให้พากันกลับไปพักได้แล้ว

อุษาตกใจเผลอขยับเท้าเกิดเสียงดัง ทำให้คนเป็นหัวหน้าหันขวับถาม "ใคร! กูถามว่าใคร!!"

อุษาวิ่งหนีสุดชีวิตแต่วิ่งอย่างไรก็ไม่ทันโจร พอจวนตัวยังล้มลงอีกเลยถูกมันคว้าแขนไว้ เธอสะบัดทำให้เสื้อนอนบางๆ ที่แขนขาดติดมือมันไป พอมันคว้าตัวได้ก็ซุกไซ้อย่างกลัดมันจนอุษาร้องขอเพราะตนมีลูกมีผัวแล้ว

โจรหยุดเชยคางอุษาขึ้นดู   ทันใดนั้น   ทั้งคู่ต่างมองกันช็อก!!

ที่แท้ โจรคนนั้นคือทนต์ คนเคยคบหากับอุษาเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั่นเอง!  พอรู้ว่าใครเป็นใคร  อารมณ์เก่าของทั้งคู่ก็คุโชน ทนต์ปลดเปลื้องอารมณ์ค้างของอุษาได้อย่างถึงใจจนทนต์เองก็เอ่ยปากทึ่งความ ร้อนแรงของอุษา

เมื่อได้คุยรายละเอียดกัน ทนต์จึงรู้ว่าอุษามีลูกมีผัวแล้วจริง แต่ผัวมัวแต่เมาไม่เอาไหน ส่วนทนต์ก็บอกอุษาว่า ระหว่างที่เธอมีลูกมีผัวอย่างมีความสุขนั้น   ตัวมันเองต้องนอนกอดลูกกรงกินข้าวแดงอยู่ในคุก

"ติดคุก เกิดอะไรขึ้น พี่ไปทำอะไรใคร" อุษาตกใจ

"พี่ฆ่าศัตรูที่มันทำร้ายพี่ ทำร้ายพ่อพี่ แต่ไอ้คนที่ เป็นตัวการมันยังไม่ตายแถมยังลอยนวลมาอยู่ที่นี่อย่างสบาย พี่ถึงต้องตามมันมา"

"แก้แค้นอย่างนั้นหรือ"

"ใช่...แก้แค้น !!" ทนต์ตอบหน้านิ่ง แต่แววตาเป็น ประกายแค้น ดุดันนัก!

ก่อนแยกกัน ทนต์บอกอุษาว่าถ้าคิดถึงอีกก็ให้ไปหาตนได้ที่ร้านเสี่ยโอ ตนทำงานอยู่ที่นั่น

อุษาโผเผกลับถึงเรือนในสภาพแขนเสื้อขาด เจออู๊ดรออยู่ด้วยความเป็นห่วง   พอถามก็โกหกว่าไปตามอ๊อดที่ไปกินเหล้ากับคนงานไม่กลับเรือนสักที  เดินไม่ดีถูกกิ่งไม้ เกี่ยวแขนเสื้อขาด  อู๊ดบอกว่าอ๊อดกลับมาพักใหญ่แล้ว  อุษาเลยโมเมว่าอาจจะสวนกันก็ได้

อู๊ดซักถามอย่างเป็นห่วง ถูกอุษาพานหาเรื่องกลบเกลื่อนถามว่าจะมาจับผิดตนหรือ   อู๊ดเลยรีบชี้แจงแล้วแยกย้ายกัน ไปนอน

ooooooo

ไทรโศก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด