สมาชิก

ทรายสีเพลิง

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

ในขณะที่ฌานเครียดหนัก ไม่รู้อลันจะมาไม้ไหน เล่นสกปรกอะไรให้โครงการต้องถูกนอร์แมนปฏิเสธ ดวงตาหนักใจไม่แพ้กัน เพราะทรายเร่งรัดตกแต่งบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ให้เร็วขึ้น ดอนเข้าใจหัวอกภรรยาชาวไทยดี แต่ไม่วายสงสัยว่าจะห้ามทรายยังไง... ขนาดยังไม่เข้าไปอยู่ เรื่องยังวุ่นขนาดนี้ ถ้าทรายไปอยู่ บ้านต้องลุกเป็นไฟแน่!

ดวงตาร้อนใจมาก ตัดสินใจไปดูการซ่อมบ้านริมคลองในวันต่อมา บุรีเห็นเข้าก็จำได้ แต่ไม่ยอมเผยตัวว่าเป็นพี่บีเพื่อนวัยเด็กของทราย ดวงตาคุ้นหน้าสถาปนิกหนุ่มมาก แต่เมื่อถาม เขากลับเฉไฉถามว่าชอบผลงานไหม

ดวงตากวาดตามองรอบบ้านหลังเก่า รู้สึกเจ็บปวดที่ได้กลับมาอีกครั้ง “สวยไหมเหรอ...ไม่รู้สินะ ฉันก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นบ้านนี้สวยหรือเปล่า เพราะตอนฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่เคยมองบ้านหลังนี้ เอาแต่มองบ้าน...”

บุรีเห็นสายตาดวงตามองไปทางบ้านใหญ่ก็เข้าใจดี ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ดวงตาขัดขึ้นว่าอยากให้ช่วยหานายหน้าขายบ้าน บุรีรับปากแกนๆ แต่เมื่อเธอขอนามบัตรกลับปฏิเสธ อ้างว่าลืมและขอตัวดื้อๆ ดวงตาแปลกใจ เมื่อสบโอกาสเลยถามชื่อเขาจากเหล่าคนงาน แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อได้ยินว่าสถาปนิกหนุ่มคนนั้นชื่อบุรี

เวลาเดียวกันในบ้านศก...เสาวนีย์เต้นผางเมื่อเห็นลูกสาวคนเดียวแต่งตัวด้วยชุดใหม่เอี่ยมที่ทรายซื้อให้ ลูกศรเพิกเฉยต่อสายตาและคำพูดตำหนิของแม่ ปฏิเสธไม่ยอมเปลี่ยนตามคำแนะนำของทราย เสาวนีย์โกรธมากจะต่อว่าลูก แต่ศกลุกมาขวาง บอกให้ลูกศรไปหาทรายตามที่ตั้งใจแล้วผลุนผลันออกไปข้างนอก เสาวนีย์อาละวาดทำลายข้าวของแล้วต้องหัวเสียกว่าเดิม เมื่อเห็นสามียืนคุยกับอดีตภรรยาเก็บ!

ฝ่ายดวงตาอึดอัดมากที่ศกพูดดีด้วย ราวกับว่าในอดีตเขากับเธอไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน แต่ตามมารยาทเลยต้องโต้ตอบแกนๆ ไม่รู้ตัวเลยว่าเสาวนีย์เฝ้ามองทุกอย่างด้วยความเจ็บแค้น โมโหมากที่ดวงตากล้ามาเหยียบจมูกถึงถิ่น...ฉันไม่มีทางปล่อยให้แกกับลูกสาวเข้ามาแย่งทุกอย่างจากฉันไปแน่

ฟากลูกศรมองผมทรงใหม่ที่ทรายช่วยเลือกให้ด้วยแววตาไม่มั่นใจ ทรายยิ้มร้าย แนะให้ลองถามพัชระ ดูว่าถูกใจหรือไม่ ลูกศรหน้าแหย สารภาพเสียงเบาว่าไม่ค่อยเจอคู่หมั้นหนุ่มในระยะหลังเพราะเขามัววุ่นกับงาน ทรายเอะใจ แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อได้ยินว่าพัชระแอบถ่ายสำเนาเอกสารความลับของบริษัท นักออกแบบสาวนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อครั้งล่าสุดที่เจอกัน ว่าเขาทำทุกอย่างได้เพื่อให้เธอหันมามองและพิสูจน์ว่าฌานไม่ได้ดีไปกว่าใคร

ทรายร้อนใจ รีบโทร.หาฌานเพื่อเตือนให้รู้ตัว แต่น้ำเสียงตื่นเต้นและมั่นใจของเขา กลับทำให้เธอเปลี่ยนใจและเลือกจะอวยพรให้เสนอโครงการสำเร็จ ฌานกำลังใจมาเป็นกอง แต่ก็อดหนักใจไม่ได้ เพราะนอร์แมนมีท่าทางนิ่งมากกว่าที่คิด เดาไม่ออกว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์คิดอะไร

ท่าทางนิ่งเฉยของนอร์แมนทำให้ฌานเป็นกังวลไม่น้อย อลันมองเห็นและจงใจเยาะเย้ยถากถาง โดยเฉพาะเรื่องที่ฌานออกแบบโครงการเพื่อเก็บรักษาบ้านเก่าของพ่อแท้ๆไว้ ฌานโมโหมาก กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายจะเอาเรื่อง แต่อลันก็ไม่สะทกสะท้าน สะบัดตัวออกด้วยความรังเกียจแล้วประกาศลั่น

“ถ้าฉันได้ทำโครงการนี้ ฉันจะทุบบ้านพ่อแกทิ้ง เอาไม้ไว้ทำโลงศพให้แก ให้สมกับที่แกรักนักรักหนาไง”

ขาดคำ หมัดของฌานก็ซัดเปรี้ยงที่หน้าอลันเต็มแรง สองหนุ่มถลาเข้าหาและโรมรันพันตูจนแตกตื่นกันทั้งบ้าน ฮั้วกับแอนน์พยายามจะห้าม แต่นอร์แมนเข้ามาขวางและตวาดลั่นจะปล่อยให้ต่อยกันจนตายไปข้าง!

ooooooo

คำประกาศิตของนอร์แมน ทำให้สองหนุ่มผละจากกันแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก โดยเฉพาะอลัน แขวะคู่ปรับไม่เลิกที่ทำโครงการกำไรน้อยเพื่อรักษาบ้านเก่าของพ่อแท้ๆ แอนน์ร้อนใจแทนลูกชาย แต่ฌานไม่สนเพราะเชื่อว่าโครงการไม่ได้เสียหายมากขนาดนั้น อลันหมั่นไส้ ตั้งท่าจะหาเรื่องอีกรอบ นอร์แมนเลยต้องขัดขึ้นเสียก่อน

“ถ้ากัดกันไม่เลิก ฉันจะไม่ทำโครงการบ้าบออะไรทั้งนั้น”

อลันโวยทันที ทวงสัญญาของลุงจะให้เขาทำ ถ้าแผนงานของฌานให้กำไรน้อยกว่า นอร์แมนนิ่งนิดเดียวแล้วบอกจะให้คนกำไรน้อยทำดีกว่าคนขี้โกง

ฌานเงยหน้ามองพ่อเลี้ยงด้วยสายตาเป็นคำถาม แต่คนเต้นผางคืออลัน ร้อนตัวกลัวนอร์แมนจะรู้ว่าตัวเองแอบเล่นสกปรกล้วงความลับโครงการของฌานมาก่อน

“คุณลุงพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ผมไม่ได้โกงอะไรเลยนะครับ”

“แกคิดว่าฉันโง่เหรออลัน คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกใช้วิธีไหนได้ข้อมูลของชาร์ลส์มา”

อลันชะงัก แต่ไม่วายโต้ว่าทำทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ นอร์แมนยิ่งโมโหแหวลั่น

“จริงอยู่ที่ฉันคิดถึงคือผลกำไร แต่สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ไม่ใช่กำไรน้อย แต่เป็นการโกง!”

นอร์แมนตัดสินให้ฌานทำโครงการคอนโด โดยให้นำเสนอแผนงานใหม่วันรุ่งขึ้น แล้วเขาจะบอกเองว่าต้องเปลี่ยนแปลงตรงไหนบ้าง อลันพยายามข่มความโกรธสุดความสามารถ มองลุงบังเกิดเกล้าผลุนผลันออกไปด้วยความแค้นใจ ส่วนฌานไม่สนคู่ปรับ เพราะมัวสงสัยมากกว่าว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ในบริษัทบุรี

เช่นเดียวกับบุรี ตกใจมากเมื่อทราบเรื่อง ฌานยืนยันว่านอร์แมนเป็นคนพูดเองและเขาก็คิดว่าต้องมีมูล

“แล้วใครมันจะทำแบบนั้นกับแกวะ ในเมื่องานนี้เราก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน แล้วมันจะทำลายแกเพราะอะไร”

ในขณะที่ฌานกับบุรีควานหาตัวหนอนบ่อนไส้... ทรายพาลูกศรไปส่งบ้านหลังทำผมใหม่ ลูกศรยังมีท่าทางลังเล ไม่อยากมีปากเสียงกับแม่เหมือนเมื่อเช้า ทรายต้องย้ำให้เป็นตัวของตัวเอง ถ้าอยากโตและมั่นใจมากกว่านี้ เสาวนีย์เฝ้ามองทุกอย่าง และตัดสินใจปรากฏตัวให้ทรายเห็นเมื่อลูกสาวเข้าบ้านไปแล้ว

ทรายจะหมุนตัวกลับ แต่เสาวนีย์โพล่งขึ้นเสียก่อน “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอมาเอาใจลูกศรทำไม ผู้ชายเขาก็บอกอยู่ว่าเขาจะแต่งงานแล้ว ยังจะเสนอหน้ายุ่งกับเขาอีก หน้ามียางอายบ้างหรือเปล่า”

“ถ้าผู้ชายจะแต่งงานจริงๆ คุณอาจะมาห้ามทรายทำไมคะ หรือกลัวผู้ชายประกาศแต่งงานเพราะประชด”

“จะบอกว่าพัชระแต่งงานประชดเธองั้นหรือ สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่า”

“ก็ไม่รู้สินะ...ทรายก็อยากรู้เหมือนกัน ฝากคุณอาช่วยพิสูจน์หน่อยว่าทรายสำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่า”

“ผู้ชายไม่เอา ก็ยังจะตาม...เหมือนแม่ไม่มีผิด!”

“ไม่เหมือนหรอกค่ะ แม่น่ะเป็นนางเอก แต่ทรายเป็นนางร้าย แม่ยอมยกของตัวเองให้คนอื่น แล้วก้มหน้าโดนประณามว่าเป็นของเล่น แต่ทรายไม่ยอม...ยังไงคุณอารีบพิสูจน์นะคะว่าพัชระอยากแต่งงานจริงๆหรือประชด เพราะถ้าประชด ทรายจะได้เอาของของทรายคืน แล้วจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นของเล่น”

ทรายเดินเชิดหน้าออกไปแล้ว มั่นใจว่าเหนือกว่าทุกทาง แต่คำพูดของเสาวนีย์ก็ตามหลอกหลอนไม่เลิก นักออกแบบสาวโมโหมาก ทนไม่ไหวต้องโทร.ไปเร่งให้ฌานกลับมา...ทรายมีของขวัญรอคุณอยู่!

เสาวนีย์หงุดหงิดไม่ต่างจากทราย เลยไปลงกับลูกสาว ด้วยการทำลายข้าวของที่ทรายซื้อให้ ลูกศรตกใจมาก ปราดไปห้ามเสียงหลง เสาวนีย์เดือดจัด ตวาดลั่นถึงความรู้สึกที่มีต่อทราย

“แม่จะบอกให้นะ ว่ามันไม่ได้จริงใจอะไรกับเราเลย”

“เรื่องอดีต อาจทำให้คุณแม่ไม่ชอบพี่ทราย แต่ถ้าลบอคติออก คุณแม่จะเห็นว่าพี่ทรายเป็นคนดี”

“ลูกศร...กล้าพูดกับแม่แบบนี้เหรอ มันสั่งสอนใช่ไหม ถ้าศรยังเป็นลูกแม่ ต้องฟังแม่ ต่อไปนี้เลิกไปไหนกับมัน”

ลูกศรหน้าเสีย ตั้งท่าจะค้านอย่างที่ทรายสอน แต่เสาวนีย์ก็ขัดขึ้นก่อน ให้โทร.หาพัชระเรื่องวางแผนงานแต่ง ลูกศรถอนใจเหนื่อยหน่าย บอกเสียงอ่อยว่าคู่หมั้นหนุ่มติดงาน เสาวนีย์เลยแหวลั่นให้ไปเฝ้าที่บริษัท

“ถ้าผู้ชายเลือกแต่งงานกับเราแล้ว แปลว่าตำแหน่งที่หนึ่งอยู่ในมือเรา อย่าให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปได้!”

ooooooo

ลูกศรลำบากใจมาก รู้ดีว่าพัชระคงไม่มีเวลาและไม่เต็มใจแต่งงานกับเธอ แต่ก็ไม่กล้าพอจะขัดแม่ เมื่อทรายทราบเรื่องวันรุ่งขึ้น ก็ไม่ขวาง แถมอวยพร ให้น้องสาวจัดการเรื่องแต่งงานให้สนุกอีกต่างหาก ส่วนตัวเองวางแผนร้ายจะปั่นหัวพัชระ หวังป่วนประสาทเสาวนีย์ให้กระอักเลือดตาย!

ฟากพัชระใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อได้รับข้อความจากทรายชวนไปดูเฟอร์นิเจอร์ด้วยกัน สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายตัณหาเบื้องลึกก็ผลักให้เขาตัดสินใจไปเจอทราย โดยหลอกทุกคน

ว่ามีนัดกับลูกศร บุรีทักให้เขาเตรียมออกแบบเรือนหอล่วงหน้า แต่พัชระไม่มีอารมณ์และบอกปัดว่ายังไม่พร้อม

บุรีมองตามรุ่นน้องหนุ่มด้วยความหนักใจ เดาได้ไม่ยากว่าคงถูกเสน่ห์ของทรายเล่นงานแน่ แล้วก็จริงดังคาด เมื่อลูกศรมาหาพัชระถึงบริษัทในเวลาต่อมา พร้อมบอกว่ามารอคู่หมั้นหนุ่มที่ติดประชุมไปดูแหวนแต่งงานด้วยกัน กี้ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าอ้าปากค้าง หันไปมองบุรีอย่างต้องการคำปรึกษา

“เอาแล้วไงลูกน้องพี่ เมื่อเช้าบอกไม่มีจินตนาการสร้างเรือนหอ ตอนนี้โกหกว่าที่เจ้าสาว...กลิ่นมันตุ่ยๆนะ”

เวลาเดียวกันที่ศูนย์การค้า...พัชระเพียรโทร.หาทรายแต่เธอก็ไม่ยอมรับ ทรายมองจอมือถือด้วยแววตาสาสมใจ เมื่อลูกศรโทร.มาหาจึงตอบคำถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ศรไม่รู้เหรอว่าพี่ชอบตกปลา มันสนุกที่ได้ใช้จังหวะหย่อนหรือดึงสายเบ็ดหลอกล่อปลาดื้อบางตัว...ที่คิดว่าฉลาด สุดท้ายก็ติดเบ็ดเราอยู่ดี”

ทรายมองท่าทีร้อนรนของพัชระยิ้มๆ ตัดสินใจไปคุยกับน้องสาวอีกทาง กลั้นหัวเราะแทบแย่เมื่อลูกศรบอกว่าคู่หมั้นหนุ่มโกหกว่าติดประชุมและหลอกคนในบริษัทว่าไปกับเธอ ทรายถอนใจหน่ายๆ เมื่อน้องสาวถามว่าควรทำเช่นไร

“ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยศร เห็นๆอยู่แล้วว่าพัชระไม่อยากแต่งงานกับศร...พี่ขอโทษนะที่ต้องพูดตรงๆ”

“ศรยอมรับว่าศรก็รู้สึกว่าพี่พัชรู้สึกยังไง แต่ผู้ใหญ่จัดการทุกอย่างแล้ว”

คำตอบของลูกศรทำให้ทรายอยากจะเป็นบ้า สวนกลับให้น้องสาวคิดเพื่อตัวเองบ้าง การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าผู้ชายไม่ได้รัก ก็ไม่ควรจะทน ลูกศรมีท่าทางอึกอัก ทรายเลยต้องโพล่งออกไป

“ตราบใดที่ศรยังไม่เข้าพิธีแต่งงาน ยังไม่จดทะเบียนสมรส ศรยังมีโอกาสมองคนอื่นได้อยู่ พระเอกในฝันของศรไง ผู้ชายที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนพ่อ ก็ไม่แน่นะ...พี่เคยอ่านนิยาย เขาบอกว่าโชคชะตามักเล่นตลก เวลาที่เราอยากเจอใครมักไม่ได้เจอ แต่เวลาไม่คิดว่าจะเจอ ก็มักจะเจอ ศรอาจจะเจอพระเอกในฝันอีกวันสองวันนี้ก็ได้”

ลูกศรอึ้งไปอึดใจ หน้าแดงเมื่อคิดตามประสาสาวช่างฝัน ว่าโชคชะตาอาจเล่นตลกส่งพระเอกในนิยายมาให้ ไม่รู้ตัวเลยว่าทรายเฝ้ามองด้วยแววตาสะใจมาก... แล้วจะได้รู้กันว่าพระเอกในนิยายมันมีจริงหรือไม่!

ฝ่ายฌานไปเสนอแผนงานโครงการคอนโดด้วยท่าทางมั่นใจ อลันพยายามป่วนไม่เลิก แต่ฌานก็โต้กลับได้ทุกครั้ง นอร์แมนรำคาญเลยตวาดให้หยุดเถียง ฌานตั้งท่าจะอธิบายต่อ แต่นอร์แมนโบกมือขึ้นเสียก่อน

“โครงการยังหลวมไป กลับไปปรับแบบให้เสร็จ แล้วเปิดโครงการในสองอาทิตย์ ส่วนบ้านนั้นก็ทุบทิ้งซะ”

คำตัดสินของนอร์แมนทำให้ฌานพูดไม่ออกไปอึดใจ อลันเยาะเย้ยถากถาง ยินดีด้วยเหลือเกินที่คู่ปรับต้องทุบบ้านทิ้ง ฌานไม่ยี่หระ ย้อนให้ตามสืบจากหนอนบ่อนไส้ตัวเดิมให้ดีแล้วกัน...ไอ้พวกหมาลอบกัด!

ด้านทราย...ดีใจมากเมื่อได้ยินว่าฌานจะกลับเมืองไทย รีบโทร.หาลูกศรให้มาหา หวังให้น้องสาวสุดที่รักเจอกับคู่เดตหนุ่มในฝัน เสาวนีย์ฟังข้ออ้างลูกสาว จะไปจัดการเรื่องงานแต่งกับพัชระด้วยสีหน้าแปลกใจ ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะกระตือรือร้นจะทำ แล้วก็แทบปรี๊ดแตก เมื่อได้ยินจากแพรว่าพัชระไม่ได้นัดกับลูกศร

“คิดแล้วไม่มีผิด...คุณแพรว่างไหมคะ เด็กสองคนนั่นคงไม่ว่างจัดการเรื่องแต่งงาน เราไปจัดการเองดีกว่า”

แพรรับปากแกนๆ ไม่อยากขัดใจให้มากเรื่อง เสาวนีย์วางสายนิ่ง นึกถึงทรายด้วยความแค้นใจ

“แกไม่มีวันขัดขวางงานแต่งงานของลูกฉันได้หรอก...นังทราย!”

ooooooo

ฌานบุกไปบ้านบุรีทันทีที่กลับถึงเมืองไทย ไม่อยากไปบริษัทเพราะไม่อยากให้ใครสงสัย บุรีเป็นกังวลกลัวลูกทีมจะคิดมาก แต่กลุ้มมากกว่าว่าเพื่อนรักตัดสินใจเรื่องโครงการยังไง ฌานถอนใจหนักหน่วง

“ถ้าแค่เพิ่มจำนวนตึก ฉันยังพอทน แต่นี่ให้ทุบบ้านพ่อทิ้ง มันเหมือนโดนฉีกภาพถ่ายใบสุดท้าย บ้านหลังนั้นมันไม่ใช่แค่บ้านของพ่อ แต่มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากเก็บไว้ให้กับคนที่ฉันรัก”

บุรีเจ็บจี๊ด ปวดใจเหลือเกินเมื่อได้ยินว่าทรายคือคนที่เพื่อนรักสุดหัวใจ ส่วนฌานข่มอารมณ์หงุดหงิด ขอตัวกลับดื้อๆเพราะอยากไปหาทรายด้วยความคิดถึง และนักออกแบบสาวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อยอมรับปากจะพาคู่เดตหนุ่มไปพักผ่อนหย่อนใจที่มูลนิธิเด็ก แถมแอบโทร.ตามน้องสาวให้มาหาด้วย

ทรายวางแผนจับคู่ หลอกให้ลูกศรมาพบที่มูลนิธิ เพื่อเจอกับฌานที่กำลังหงอยเพราะไม่สบายใจเรื่องโครงการ ส่วนตัวเองหลอกทั้งสองว่ามีธุระด่วนและขอตัวดื้อๆ ลูกศรไม่รู้เรื่อง เข้าไปเล่านิทานให้เด็กๆฟังคนเดียว เลยเจอกับฌานที่มองเธอด้วยความดีใจ เพราะแอบหวังลึกๆ จะได้เจอเจ้าหน้าที่สาวแสนอ่อนโยนคนนั้นอีกครั้ง

ลูกศรก็ดีใจไม่แพ้กัน อดถามถึงเรื่องกลุ้มใจของเขาไม่ได้ว่าแก้ไขเรียบร้อยหรือยัง ฌานเฝ้ามองท่าทางร่าเริงสดใสของเธอด้วยความชอบใจ ถอนใจหนักหน่วงให้กับปัญหาของตัวเอง แล้วตัดสินใจเล่าให้เธอฟัง

“ผมกำลังคิดว่าจะเลือกอะไร ความทรงจำในอดีตหรือเงิน แต่คิดว่าคงเลือกเงิน เพราะอดีตไม่มีค่าเท่าเงิน”

“ใครว่าล่ะคะ ความทรงจำมีค่ากว่าเงินต่างหาก ความทรงจำดีๆเป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นด้วยความสุข ซึ่งมีเงินมากขนาดไหนก็ซื้อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะรักษาความทรงจำไว้ ขอโทษนะคะ ฉันพูดเพ้อเจ้อไปหน่อย”

ท่าทางเขินๆของเธอทำให้ฌานอดยิ้มไม่ได้ ชื่นชมความคิดแง่บวกของเธอไม่น้อย พลันเขาก็ได้ความคิดบางอย่างจะจัดการปัญหาโครงการคอนโด ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้เขาหัวสมองปลอดโปร่ง

“อีกแล้วหรือคะ คุณไม่เข็ดหรือคะ ครั้งก่อน...ไอเดียฉันก็ทำให้คุณพลาด”

“ที่พลาด มันไม่ใช่เพราะไอเดียคุณ แต่มันพลาดเพราะคนอื่น แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่พลาดอีก”

ลูกศรมองด้วยความสงสัย อยากรู้เหลือเกินว่าเขาทำงานอะไร แต่ไม่ทันได้ถาม มือถือเขาก็ดังขึ้น ทรายนั่นเองที่โทร.มาตามให้เขากลับพร้อมกัน ฌานวางสายแล้วหันไปลาเจ้าหน้าที่สาวหน้าละอ่อนด้วยแววตายิ้มๆ รับปากมั่นเหมาะจะหาเวลาว่างกลับมาที่นี่อีก แล้วจะบอกว่าผลของไอเดียเธอเป็นยังไงบ้าง

ทรายแอบมองทุกอย่างจากมุมไกล ยิ้มชอบใจที่แผนการเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ทุกประการ สาวน้อยช่างฝันอย่างลูกศร คงไม่ยากจะตกหลุมรักหนุ่มหล่อพราวเสน่ห์ ที่พร้อมจะปกป้องดูแลตลอดเวลาอย่างฌาน แล้วคราวนี้ เสาวนีย์จะได้รู้สักที...ว่าใครกันแน่ที่ผู้ชายไม่เอา แต่ก็ยังคิดจะตาม!

ฌานเดินยิ้มกริ่มมาหาทรายหน้ามูลนิธิ เปรยอย่างอารมณ์ดีว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่มาที่นี่

“งั้นคุณต้องมีรางวัลให้ฉันนะ ที่ฉันพาคุณมาเจอสิ่งดีๆ”

“คุณจะเอาอะไรล่ะ ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นตัวกับหัวใจ สองอย่างนี้ผมให้ผู้หญิงชื่อศรุตาไปหมดแล้ว”

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าสองอย่างนั้นเป็นของฉัน ฉันถึงมั่นใจให้คุณเจอผู้หญิงคนอื่น”

ooooooo

พัชระไม่เข้าบริษัทเลยทั้งวัน หลังจากพลาดหวังจะเจอทรายเมื่อวันก่อน บุรีเห็นท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านของรุ่นน้องในเช้าวันต่อมา อดไม่ได้จะถามถึงลูกศรว่าจัดการเรื่องแต่งงานเรียบร้อยไหม

“ยังไม่ค่อยถูกใจลูกศรเท่าไหร่ครับ พี่บุรีก็รู้ว่าลูกศรเลือกของยาก”

“เหรอ...แต่เท่าที่พี่รู้จักลูกศร พี่ว่าลูกศรเป็นผู้หญิงที่เลือกง่ายและมั่นคงกับสิ่งที่เลือกที่สุด”

คำพูดรู้ทันของบุรีทำให้พัชระหน้าเจื่อน เฉไฉขอตัวไปดูงาน บุรีไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย โพล่งตามหลังว่าลูกศรอยากชวนเขาไปดูแหวนแต่งงาน พัชระชะงักและมีท่าทางอึดอัด บุรีเลยตัดสินใจพูดกระแทกตรงๆ

“ตั้งแต่ทำงานมา มีผู้ชายอยู่ไม่กี่ประเภทหรอก ที่ไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรือนหอตัวเอง ประเภทแรกก็พวกตามใจแฟน กับอีกประเภท เป็นพวกไม่เต็มใจแต่ง แล้วถ้าสมมติเจ้าสาวนายเป็นคนอื่น พัชจะคิดออกไหม”

พัชระผงะ ไม่คิดว่ารุ่นพี่ที่เคารพจะถามตรงๆแบบนี้ ตั้งท่าจะแถ แต่บุรีไม่เปิดโอกาสและพูดตบท้าย

“พี่พูดเพราะเรารู้จักกันมานาน อะไรดีพี่ก็ชม อะไรไม่ดี พี่ก็ขอเตือน ถ้าเตือนไม่ฟัง พี่ก็จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

พัชระอึ้งไปอึดใจ แล้วขอตัวไปทำงาน บุรีมองตาม คิดเข้าข้างตัวเองว่าทำถูกที่เตือนสติรุ่นน้อง แต่แล้วก็ถึงคราวตัวเองจะพูดไม่ออก เมื่อดวงตาซึ่งตามสืบเรื่องเขาถึงบ้านสวนว่าเขาคือพี่บีของทราย บุกมาถึงบริษัทเพื่อขอร้องให้ช่วยดึงทรายออกจากวงเวียนความแค้น ดวงตาพอจะเข้าใจเหตุผลของบุรีที่ไม่เผยตัวกับทราย แต่ก็ไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ ลูกสาวคนเดียวดื้อและรั้นเกินกว่าจะเอ่ยปากห้ามตรงๆ บุรีหนักใจไม่อยากทำร้ายจิตใจใคร

“ผมเห็นน้องมีชีวิตใหม่ คบกับผู้ชายที่ดีอย่างฌาน ผมไม่อยากรื้อฟื้นอดีตอีก”

“บีเข้าใจผิดแล้ว ทรายไม่เคยมีชีวิตใหม่ ทรายยังยึดติดกับอดีต แต่โทษทรายไม่ได้หรอก ถ้าจะผิด...มันผิดที่น้า น้าเป็นคนใส่ความเกลียดชังผู้ชาย คอยแต่บอกว่าผู้ชายเห็นแก่ตัวเหมือนอย่างพ่อของทราย จนทำให้ทรายใช้ความแค้นสร้างกำแพงปิดกั้นหัวใจตัวเอง ทรายไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใคร...ทรายต้องเป็นผู้ชนะ!”

บุรีมองหน้าดวงตาแล้วนึกถึงคำพูดของนารี ตอนทรายกับแม่มาลายายของเขาไปอยู่ที่อื่น เขายังจำได้ว่าดวงตาพูดถึงความรันทดและความแค้นที่มีต่อครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ต่อหน้าทราย นารีไม่ชอบใจนัก เมื่อสองแม่ลูกกลับไปแล้ว จึงเรียกหลานชายคนเดียวมาสอนให้รู้ผิดชอบชั่วดี

“จำไว้นะบี คนเป็นพ่อเป็นแม่ ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ให้กำเนิดและเลี้ยงดู หรือทุ่มเทความรักให้ลูกแล้วมันจะพอ แต่ต้องคอยปกป้องดูแลดวงวิญญาณที่แสนบริสุทธิ์ด้วย โดยคอยเสริมสร้างความคิดและจิตสำนึกที่งดงามลงไปในหัวใจลูก เพราะเด็กเหมือนฟองน้ำ พร้อมจะดูดซับทุกอย่างที่พ่อแม่ทำโดยไม่รู้ตัว ถ้าพ่อแม่แสดงแต่ความกดดันคับแค้นให้ลูกเห็น เด็กก็จะผูกมัดปมนั้นในใจ เด็กจะโตเป็นคนยังไง ล้วนพัฒนามาจากปมเหล่านั้นนั่นเอง”

บุรีดึงตัวเองจากอดีต หนักใจไม่น้อยที่ถูกดวงตารบเร้าให้ช่วยปลดปล่อยทราย ดวงตาเห็นท่าทางอึดอัดของอีกฝ่าย เข้าใจดีแต่ไม่ยอมแพ้ พูดตรงๆว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ลูกสาวศรัทธา เลยเชื่อว่าเขาจะหยุดความแค้นของทรายได้ บุรีคิดหนัก ไม่อยากทำร้ายจิตใจฌานซึ่งรักทรายสุดหัวใจ รวมทั้งไม่อยากกรีดหัวใจตัวเองเป็นชิ้นๆ ถ้าต้องเห็นเธอเดินจากไปอีกครั้ง สุดท้ายจึงตัดสินใจปฏิเสธพร้อมคำขอโทษ...ผมคงเป็นแค่พี่ชายจากในอดีตเท่านั้น

ดวงตาเห็นว่าบุรีคงไม่ใจอ่อนแน่ เลยหยิบกล่องจดหมายที่ให้ดอนส่งมาให้เมื่อหลายวันก่อนยื่นให้บุรี

“นี่คือจดหมายที่ทรายเขียนถึงบีตลอดเวลาที่อยู่อเมริกา แต่ทรายไม่กล้าส่งเพราะเขากลัวบีไม่รอเขา”

บุรีไล่ตามองจดหมายปึกใหญ่ของทรายด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ดีใจมากที่เธอไม่เคยลืมเขาอย่างที่สัญญา แต่คำบอกเล่าของฌาน ที่เคยบอกว่าทรายเคยปฏิเสธจะแต่งงานด้วยเพราะยังลืมรักแรกไม่ได้ ก็ทำให้คิดหนัก ดวงตาย้ำว่าเขาไม่ใช่แค่พี่ชายจากในอดีต แต่เป็นรักเดียวของทราย

“ความรักและความมั่นคงของบี จะดึงทรายออกจากบ่วงความแค้นนี้ได้...บีช่วยน้องนะ”

ดวงตาขอตัวกลับ หลังจากที่เขายอมรับปากจะช่วย แลกกับการที่เธอจะไม่บอกทรายว่าเขาคือพี่บี บุรีลำบากใจมาก ใจหนึ่งก็อยากช่วย แต่ความรักของฌานที่มีต่อทรายก็ละเลยไม่ได้ สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งปล่อยใจลอยไปถึงเรื่องในอดีต ตอนนารีเห็นเขานั่งเขียนบันทึกประจำวันถึงทรายทุกวันอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ผมไม่มีที่อยู่ของน้องครับ ถึงได้เขียนบันทึกแทน อย่างน้อยน้องทรายจะได้รู้ว่าผมไม่ลืมเขา”

“ดีแล้วลูก...ทรายเป็นเด็กน่าสงสาร เด็กที่เติบโตท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับ ถึงเขาจะไม่แสดงออก แต่ความจริงเขาแสนจะโดดเดี่ยว บีโชคดีกว่าเขาเยอะ เพราะเกิดมาในครอบครัวอบอุ่น ไม่รวยมากจนเห็นคุณค่าของเงินและเกียรติยศมากกว่าความรัก ไม่จนมากจนต้องทำทุกทาง ไม่สนใจว่าถูกหรือผิด เพื่อถีบตัวเองให้ดีขึ้น พ่อแม่ของบีตั้งตนเป็นอันเหมาะอันควร ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ”

บุรีดึงตัวเองจากอดีต ถอนใจเบาๆเมื่อกวาดตามองบรรยากาศรอบตัว เพราะอารมณ์อ่อนไหวถึงทรายแท้ๆ ที่ทำให้เขาขับมาไกลถึงบ้านริมคลอง และก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อเห็นรถเธอจอดอยู่ด้านหน้า คำพูดของนารีแวบมาในหัวอีกครั้ง ย้ำและเตือนให้เขาทำบางอย่างหากได้เจอทรายอีกครั้ง

“บีอย่าลืมเผื่อแผ่สิ่งดีๆที่บีได้เรียนรู้ให้น้อง เติมเต็มความอบอุ่นในหัวใจแข็งกระด้างของน้องบ้างนะลูก”

ooooooo

บุรีพร่ำบอกตัวเองว่าเป็นเพราะคำขอร้องของดวงตา ที่ทำให้เขาสงสารและเห็นใจทรายมากขึ้น ยิ่งเมื่อเห็นเธอวาดรูปของศิลปินคนโปรด ยิ่งสะท้อนใจ รู้สึกผิดไม่น้อยที่เย็นชาใส่เธอก่อนหน้านี้

ทรายแอบดีใจที่เจอสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่ง ความเหงาและความหลังในอดีตซึ่งวนเวียนในหัวตลอดบ่าย ทำให้อยากมีใครสักคนใกล้ๆ และบุรีก็เป็นคนที่เธอนึกถึงมากที่สุด แต่เขาก็ทำให้อารมณ์เสีย เมื่อพูดถึงแต่ผลงานออกแบบการซ่อมของพัชระ ที่ดูจะตามใจเจ้าของทุกอย่าง แต่ทรายกลับไม่ปลื้มเท่าไหร่ รู้ดีว่าพัชระคงไม่กล้าขัดใจเธออยู่แล้ว

บุรีสำรวจตรวจงานรอบบ้าน พลางนึกถึงคำพูดของดวงตาที่อยากให้เขาช่วยดึงทรายจากความแค้นในอดีต แล้วถอนใจหนักหน่วง เพราะแม้จะอยากช่วยแค่ไหน เขาก็อยากให้ทรายเดินไปข้างหน้ากับคนที่รักเธอสุดหัวใจอย่างฌานมากกว่า เขาพยายามปัดความคิดวุ่นวายจากหัว และหันไปสนใจประตูรั้วหน้าบ้านเธอที่ดูจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทรายไม่สนใจประตู อยากคุยกับเขามากกว่า ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่ถึงได้เย็นชานัก

“ผมเป็นคนระวังตัว เป็นคนไม่ประมาท ถ้าสงสัยนิดเดียวว่ามีอันตรายจะมาถึง ผมจะระวังตัวป้องกันไว้ก่อน”

ทรายสบตาเขานิ่งอย่างค้นหา บุรีเลือกหลบตาและตั้งหน้าตั้งตาซ่อมประตูรั้ว ทรายจับตามองทุกอากัปกิริยาของเขา เซ็งและอดน้อยใจไม่ได้ที่เขาไม่สนใจเธอด้วยซ้ำว่าอยากคุยกับเขาเพียงใด สถาปนิกหนุ่มเหลือบตามองเธอด้วยความอ่อนใจ แม้ลึกๆจะดีใจที่เธอไม่เคย

ลืมและนึกถึงเขาเสมอ แต่ความรักและความรู้สึกผิดที่มีต่อฌาน ก็ทำให้ต้องหักห้ามใจตัวเองอย่างหนัก ตัดใจขอตัวดื้อๆหลังซ่อมประตูเสร็จ ไม่ปล่อยตัวกับใจให้อยู่ใกล้เธออีก

บุรีขับรถกลับบ้านแบบใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นึกถึงข้อแม้ของตัวเองที่ให้แก่ดวงตาว่าจะช่วยดึงทรายจากอดีต แลกกับการไม่เผยตัวตนของเขาว่าคือพี่บี เขาไม่แน่ใจว่าดวงตาจะรักษาสัญญาไหม ได้แต่หวังว่าความรักและความหวังดีที่มีต่อทรายตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะมากพอทำให้เธอเปลี่ยนใจและยอมถอนตัว

ฝ่ายฌานมารอพบบุรีอยู่แล้วที่บ้านสวน เพื่อแจ้งข่าวดีว่าคิดแผนการปรับเปลี่ยนสำหรับโครงการคอนโดได้แล้ว แถมอารมณ์ดีพอจะทำอาหารค่ำให้สุนทรีย์กับเขตอีกต่างหาก บุรีดึงตัวเองจากความเคร่งเครียดที่ได้คุยกับดวงตา พยายามพูดคุยกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงและท่าทางเป็นปกติที่สุด ทั้งที่ในใจอ่อนล้าเป็นอย่างมาก

เช้าวันต่อมา...ทุกคนในบริษัทบุรีก็ได้อ้าปากค้าง เมื่อได้ยินจากฌาน จะยอมทุบบ้านพ่อทิ้ง และปรับเปลี่ยนโครงการตามที่นอร์แมนต้องการ พัชระตกใจมากและรีบโทร.แจ้งข่าวนี้แก่อลัน ทรายมาหาฌานและได้ยินทุกอย่างพอดี เลยตัดสินใจปรากฏตัวและต่อว่าเขาอย่างไม่ไว้หน้า

“ถ้าคิดว่าการใช้วิธีสกปรกทำลายฌาน แล้วจะทำให้ฉันปลาบปลื้มความทุ่มเทของคุณล่ะก็ คุณคิดผิด นอกจากฉันจะไม่เห็นฌานห่วยแล้ว ฉันยังชื่นชมในความเข้มแข็งของเขา ตรงกันข้ามกับคุณที่อ่อนแอสิ้นดี!”

“ผมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหันมามองผม คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือ”

ทรายหัวเสีย หงุดหงิดมากที่พัชระไม่ได้ดั่งใจ คิดไม่ได้เสียทีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อชนะใจผู้หญิง เมื่อฌานกับบุรีออกจากห้องทำงาน เลยจงใจไปจูบแก้มฌานต่อหน้าพัชระ โดยไม่สนใจท่าทางลำบากใจของบุรี ฌานชอบใจมาก แม้จะข้องใจไม่น้อย เพราะคู่เดตสาวไม่เคยแสดงออกมากมายในที่สาธารณะ ทรายไม่ทันสังเกตสายตาคู่เดตหนุ่ม ถามเสียงหวานว่าเขาจะจัดงานเปิดตัวเมื่อไหร่ เพราะเธอคงจะไม่พลาดไปร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญแน่

“แขกคงไม่ต่ำกว่าพันคน คุณอย่าลืมเอาการ์ดแต่งงานไปแจกนะพัชระ แต่ถ้าคุณไม่กล้า เดี๋ยวฉันช่วยแจกเอง”

สายตาท้าทายและคำพูดแปร่งๆของทรายทำให้ฌานอดสงสัยไม่ได้ มั่นใจว่าเธออาจมีปัญหาบางอย่างกับพัชระ เมื่อสบโอกาสในเย็นวันเดียวกันเลยถามตรงๆ ทรายอึ้งที่ถูกจับได้ แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน แถมโต้กลับยิ้มๆอีกต่างหาก

“ผู้ชายในโลกนี้น่าจะฉลาดเหมือนคุณ อะไรๆจะได้ง่ายขึ้น”

“พัชระเหมือนม้าพยศ จะเล่นอะไรก็ระวังหน่อย”

ฌานเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทรายไม่สน เฉไฉเปลี่ยนเรื่องทวงรางวัลที่พาเขาไปเจอเรื่องดีๆที่มูลนิธิเมื่อวันก่อน ฌานยิ้มเมื่อนึกถึงวันนั้น ยอมรับปากแต่โดยดีจะให้บัตรเชิญเธอไปงานเปิดตัวโครงการในฐานะแขกคนพิเศษ

“คุณก็รู้ว่ายังไงผมก็ต้องควงคุณไป ที่ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อเก็บบ้านพ่อไว้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อคุณ”

“ฉันรู้ค่ะ...แต่ฉันไม่ได้ขอให้ตัวเองค่ะ”

ooooooo

คนที่ทรายขอบัตรเชิญให้คือลูกศร เสาวนีย์มองมาอย่างไม่ไว้ใจ แม้ทรายจะบอกว่าเป็นงานเปิดตัวโครงการของบริษัทพัชระ ก็ยังไม่เชื่อต้องโทร.ไปเช็ก พัชระอึ้งไปอึดใจ ไม่คิดว่าทรายจะเอาจริง แต่สุดท้ายก็รับปากเสาวนีย์จะพาคู่หมั้นสาวไปออกงานด้วย พร้อมกับแจกการ์ดแต่งงาน แพรไม่อยากเชื่อหูว่าลูกชายจะไม่โวยที่ถูกบังคับ

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน ที่ผมไม่รู้จักทราย ผมคงโวยวายไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมน่าจะขอบคุณคุณอาเสาว์มากกว่า”

แพรไม่เข้าใจ พัชระนึกถึงคำปรามาสล่าสุดของทราย ที่หาว่าเขาไม่รู้จักคิด แล้วมั่นใจว่าตัวเองมาถูกทาง

“เขาต้องการเอาชนะผม เขาอยากให้ผมวิ่งตามเขาเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าผมอยากให้เขาเป็นคนวิ่งตามผม ผมต้องไม่ทำตามสิ่งที่เขาต้องการ แล้วผมนี่แหละจะเป็นฝ่ายคุมเกม!”

คำตอบรับของพัชระทำให้เสาวนีย์สบายใจขึ้นมาก สะใจด้วยซ้ำที่ว่าที่ลูกเขยยอมทำตามความต้องการ ส่วนทรายยักไหล่ไม่ยี่หระ ไม่แปลกใจเลยที่พัชระจะทำแบบนี้เพราะคาดไว้แล้ว แต่เสาวนีย์ก็ไม่ยอมจบ

“คราวนี้เธอคงรู้แล้วสินะ ว่าไม่มีใครแต่งงานประชดเธอ!”

“ภาษาไทยเขาเรียกสถานการณ์แบบนี้ว่ายังไงนะ... สงครามยังไม่ทันจบ อย่าเพิ่งนับศพทหารใช่ไหมคะคุณอา”

“ใช่...ไม่ต้องนับศพหรอก เพราะสงครามนี้มีแค่ศพเดียว ดูซะให้เต็มตา เธอไม่มีวันแทรกระหว่างเราสองคนได้อีกแล้ว เอ๊ะ...ภาษาไทยเขาเรียกสถานการณ์แบบนี้ว่ายังไงนะ...ถ้าจะตีงู แค่หลังหักไม่พอ มันต้องตีให้ตาย!”

เสาวนีย์หมุนตัวจะเข้าบ้าน แต่ไม่วายทิ้งท้ายเยาะหยันให้ลูกเลี้ยงคู่ปรับแสดงความยินดีกับน้องสาวล่วงหน้าด้วย ทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ รอจนแม่เลี้ยงเดินลับตาแล้วพูดลอยๆไล่หลัง...หวังว่าเจ้าสาวจะไม่ใจแตกก่อนวันงานนะคะ

ฟากดวงตาโทร.หาดอน เล่าเรื่องบุรีว่ารับปากจะช่วยทราย แต่จะไม่เผยตัว ดอนกลัวไม่ได้ผลเพราะทรายมีปมฝังใจที่ยากจะบรรเทา ดวงตาคิดนิดเดียวก่อนพูดว่าจะไม่บอกทรายตามที่บุรีขอ แต่จะให้ลูกสาวเห็นกับตาตัวเอง

ดวงตาทำตามที่บอกสามีในเช้าวันต่อมา ด้วยการชวนทรายไปหาพี่บีที่บ้านสวน แต่ทรายไม่ยอมไป

“ทรายกลัวค่ะแม่ เราไม่เจอเขานานเป็นสิบๆปีแล้วนะคะแม่ ป่านนี้พี่บีคงแต่งงานมีครอบครัว ลืมทรายไปแล้ว”

“แต่แม่ว่าเขาไม่ลืมทรายหรอก”

“ผู้ชายก็เหมือนกันแหละค่ะ ดูพ่อสิคะ ทั้งที่มีแม่ เขายังมีคนอื่นได้ นับประสาอะไรกับคนไม่เจอกันเป็นสิบปี”

“แล้วถ้าพี่บียังรอ เหมือนที่ทรายรอเขา ทรายจะลืมความแค้น ความเกลียดชัง แล้วเปิดใจให้ความรักได้ไหม”

คำถามของแม่ทำให้ทรายพูดไม่ออก แต่ยังยืนกรานปฏิเสธ ดวงตากลุ้มมาก ต้องโทร.ไประบายกับสามีในบ่ายวันเดียวกัน ดอนเห็นว่าดี เพราะหากทรายได้เจอชายหนุ่มในอดีตซึ่งเป็นรักแรกฝังใจ ฌานคงตกที่นั่งลำบาก ดวงตาไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้รักฌานจริงๆ แต่ดอนกลับคิดว่าถ้าทรายไม่มีใจบ้าง จะยื้อฌานไว้ทำไมตั้งหลายปี

ooooooo

และแล้ววันงานเปิดตัวโครงการก็มาถึง ดวงตาเครียดมาก ตัดสินใจไปหาบุรีที่บ้านสวนอีกครั้ง ขอร้องให้เขารีบหานายหน้าขายบ้านริมคลอง และช่วยดูแลลูกศรอีกคน แต่ไม่ยอมพูดถึงความกังวลลึกๆ ว่าทรายอาจมีแผนร้ายต่อน้องสาวคนเดียว ส่วนทรายถือกล่องเครื่องเพชรสองชุดไปหาน้องสาวที่บ้าน และลงมือแต่งตัวให้อย่างตั้งอกตั้งใจ!

เสาวนีย์อ้าปากค้าง หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นลูกศรใส่สร้อยคอทับทิม เข้ากันกับสร้อยข้อมือเส้นเก่าของดวงตา สมบัติเก่าของคุณหญิงศิริ ส่วนทรายสวยสง่าในชุดราตรีและสร้อยเพชรตาข่ายที่เธอเพิ่งขายไปเมื่อหลายวันก่อน ศกมองลูกสาวทั้งสองด้วยสายตาชื่นชม ต่างจากเสาวนีย์ที่ปรี่ไปหาลูกศรและสั่งให้ถอดสร้อยทับทิมพวกนั้นออก

ทรายยิ้มร้าย แกล้งพูดกระแทกใจแม่เลี้ยงว่าสร้อยทับทิมชุดนี้เป็นของแม่ เธอไม่ค่อยได้ใส่เลยยกให้ลูกศร ศกนิ่วหน้า เริ่มจำได้รางๆว่าสร้อยเพชรและสร้อยข้อมือทับทิมเป็นสมบัติเก่าของแม่ เสาวนีย์เต้นผาง ยิ่งเห็นสร้อยเพชรตาข่าย สมบัติชิ้นสุดท้ายที่เป็นเหมือนเครื่องหมายแห่งชัยชนะที่ได้เป็นสะใภ้เอกของพรหมาสตร์นารายณ์ยิ่งแทบคลั่ง

“ทรายเห็นคุณอาเสาว์เอาไปขาย ทรายเสียดายเลยไปซื้อคืนมาน่ะค่ะ แม่เคยเล่าให้ทรายฟังว่าสร้อยสองเส้นนี้ คุณย่าท่านให้ความหมายมาก คุณอาก็รู้ความหมายมันใช่ไหมคะ ทรายไม่อยากทิ้งเจตนารมณ์ของคุณย่า”

เสาวนีย์ปรี๊ดแตก รู้ดีว่าลูกเลี้ยงสาวต้องการจะยัดเยียดสถานะเมียของเล่นที่เธอเคยมอบให้ดวงตา โพล่งออกไปด้วยความโมโห จะให้ลูกศรใส่สร้อยเพชร แต่ลูกศรไม่ยอม รวมถึงศกที่เห็นว่าทรายสมควรได้ใส่เพราะเป็นคนซื้อมา ทรายแสยะยิ้มเย็น จูงมือน้องสาวไปขึ้นรถ แต่ไม่วายเดินเฉียดไปต่อปากต่อคำเสียงเบากับเสาวนีย์

“แกคิดว่าสร้อยนี่จะทำอะไรฉันกับลูกได้งั้นหรือ”

“ก็ไม่รู้สินะคะ แต่เท่าที่เห็น...ก็คิดว่าทำได้อยู่”

เสาวนีย์โกรธมาก จะโต้แต่ช้ากว่าทราย “ชื่อของทรายคือศรุตา แปลว่าผู้มีชื่อเสียง คนที่แม่เคยถูกเหยียบย่ำให้ต้อยต่ำ แต่มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ต่อไปเศษทับทิมจะเป็นเพชร ส่วนเพชรน้ำหนึ่งจะเป็นแค่เศษทับทิม!”

งานเลี้ยงเปิดตัวโครงการคอนโดถูกจัดขึ้นบริเวณบ้านเก่าของพ่อฌาน นอร์แมน แอนน์ อลันและลิซ่ามาถึงงานตอนใกล้เริ่มพิธี บุรีหันไปถามเพื่อนรักให้แน่ใจอีกครั้ง ว่าจะปรับเปลี่ยนโครงการตามที่นอร์แมนต้องการ ฌานยืนยันเพราะไม่มีทางเลือกอื่นดีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือมีบุรีกับทรายอยู่ข้างๆเขาก็พอ

เวลาเดียวกันบริเวณหน้างาน...ทรายพาลูกศรเดินเฉิดฉายเข้ามาในงาน ทุกสายตาต่างจับจ้องที่ทรายด้วยความชื่นชม ลูกศรเหลือบมองพี่สาว ภูมิใจมากที่ได้ควงทรายออกงานวันนี้ แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่สาวถึงชวนไปเดินเล่นรอบโครงการ มากกว่าจะไปร่วมงานด้านในเหมือนคนอื่น ทรายมองหน้าน้องสาวนิ่ง อธิบายยิ้มๆ

“จำไว้นะศร...ถ้าเราทำอะไรเหมือนคนอื่น เราจะไม่มีวันโดดเด่น งานนี้พี่จะทำให้คนธรรมดาอย่างศร กลายเป็นใครบางคนที่แสนพิเศษ เพราะฉะนั้น ระหว่างที่คนอื่นเข้างาน เราจะไปเดินเล่นกัน!”

ooooooo

ทรายสีเพลิง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด