ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทรายสีเพลิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิยายเรื่อง "ทรายสีเพลิง"

    ท่าทางหมายมาดของลูกสาวคนเดียว ทำให้ดวงตาแทบทนเก็บความสงสัยไม่ไหว เมื่อแยกกับฌานจึงตัดสินใจถามตรงๆ โดยพุ่งเป้าไปที่เรื่องพัชระ เพราะคิดว่าทรายต้องมีแผนบางอย่างเกี่ยวกับคู่หมั้นหนุ่มของลูกศรแน่

    “ถ้าคิดจะทำเหมือนที่คนพวกนั้นเคยทำกับแม่ อย่าทำ...เรื่องของความรู้สึก มันไม่ใช่ของเล่น ถ้าพลาดไป...”

    “ไม่พลาดค่ะ แม่ก็รู้ว่าในชีวิตทราย ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วไม่มีคำว่าพลาด ดูเสืออย่างฌานสิคะ ทรายยังปรามจนกลายเป็นแมว แล้วนับประสาอะไร...ทรายควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ทรายต้องการได้ค่ะแม่”

    ในขณะที่ทรายวางแผนร้าย...พัชระไม่รู้เรื่องและเดินหน้าเรื่องงานแต่งประชดทราย เสาวนีย์ดีใจมาก ช่วยดูฤกษ์และสนับสนุนทุกอย่างด้วยความเต็มใจ ต่างจากลูกศร ที่แม้จะผ่อนท่าทีแข็งขืน ยอมให้คู่หมั้นหนุ่มแตะเนื้อต้องตัวมากกว่าเคย แต่ก็อดระแวงไม่ได้ เพราะคิดว่าพัชระไม่น่าจะรักชอบตนจริงๆ

    บ่ายวันเดียวกัน...ทรายพาแม่มาดูบ้านริมคลองหลังเก่า ดวงตามองบ้านในความทรงจำด้วยแววตานิ่งสงบ เห็นว่าเปลี่ยนไปมาก ทรายยิ้มเยาะ พูดเป็นนัยว่าบ้านนี้ทรุดโทรมตกต่ำไปมาก ดวงตาถอนใจยาวก่อนเตือนสติลูกสาว

    “เห็นไหม ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามทางของมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาทำอะไร”

    “แม่จะบอกให้ทรายรอกรรมตามสนองเขาเองใช่ไหมคะ”

    ดวงตาส่ายหน้า ระอาในความดื้อรั้นของลูกสาว “ต้นไม้ ต่อให้พรวนดิน ใส่ปุ๋ยดูแลดีแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องตายไปตามกฎธรรมชาติ คนเราทำอะไรไว้ ก็ต้องเป็นตามกฎแห่งกรรมเช่นกัน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎ”

    ทรายฮึดฮัดไม่ยอม ประกาศกร้าว “แต่บางคน... กว่าจะเป็นไปตามกฎ มันช้าไปค่ะ ต้องมีบริการส่งกรรมให้ถึงที่ เราปล่อยให้เขาครอบครองของของเรานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาต้องเอาคืนแล้วค่ะ!”

    เวลาเดียวกันบริเวณหน้าบ้านริมน้ำคลองของทราย...บุรีกำลังควบคุมคนเก็บงานให้เสร็จ พัชระจูงมือลูกศรมาหา ตีหน้ามึนสบตาหวานชื่นกับคู่หมั้นสาวแล้วพูดถึงอนาคตให้บุรีฟัง

    “ศรคิดเตรียมไว้เลยนะว่าอยากได้บ้านของเราแบบไหน อุตส่าห์ได้พี่บุรีดูแลให้ ยากแค่ไหน พี่บุรีก็ทำให้ได้”

    “ศรไม่อยากได้อะไรมากหรอกค่ะ แค่ซ่อมส่วนที่เก่าและพังก็พอ พี่ทรายออกค่าใช้จ่าย ศรเกรงใจพี่ทราย”

    ทรายได้ยินและตัดสินใจปรากฏตัว พร้อมบอกว่าเต็มใจช่วยเหลือน้องสาวคนเดียวทุกอย่าง พัชระเมินหน้าหนี ทำท่าเย็นชาราวกับไม่รู้สึกอะไรกับทราย ดึงร่างบางของลูกศรมาโอบกระชับ แล้วพูดกับทรายด้วยน้ำเสียงที่พยายามปั้นให้ยินดีสุดฤทธิ์ ว่าเขากับคู่หมั้นสาวจะแต่งงานกันภายในอีกสองเดือนข้างหน้า

    จบคำก็สบตาทรายแบบท้าทาย ไม่ยอมเป็นลูกไก่ในกำมือของเธออีก ทรายเจ็บใจมาก ผลุนผลันหมุนตัวกลับไปขึ้นรถ เสาวนีย์เฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างตลอด ปราดเข้าขวางและเยาะเย้ยด้วยความสะใจ ดวงตาซึ่งเดินมากับลูกสาวพยายามทำใจดีสู้เสือ แต่เสาวนีย์ก็ไม่หยุดระราน ตีหน้านิ่งชวนทานข้าวเย็นหน้าตาเฉย

    “วันนี้อาตั้งโต๊ะเร็วนะ เพราะคุณศกกับพัชระเลิกกินของว่างแล้ว ก็อย่างว่า...ของกินเล่น มันเป็นพวกของง่ายๆ กินครั้งสองครั้งก็เบื่อ ตอนนี้พัชระเลือกทานอาหารหลัก เพราะมันอิ่มและมีคุณค่ากว่า ทั้งที่ไม่มีใครบังคับนะ”

    ทรายแค้นใจแทนแม่ จ้องหน้าแม่เลี้ยงคู่ปรับนิ่ง ดวงตาเห็นท่าลูกสาว เลยบีบแขนเบาๆเพื่อปรามและบอกให้กลับได้แล้ว เสาวนีย์ไม่อยากปล่อยโอกาสดีๆให้เลยผ่านไป ตะโกนเย้ยไล่หลัง

    “ฉันชื่นชมเธอนะดวงตา เธอเลี้ยงลูกได้ดีจริงๆ ลูกถ่ายทอดทุกอย่างที่เธอเคยเป็น...เปี๊ยบเลย”

    ทรายโกรธจัด ตั้งท่าจะเอาเรื่อง แต่ดวงตาก็ใช้ความนิ่งลากลูกสาวคนเดียวขึ้นรถจากไปจนได้ ทิ้งเสาวนีย์ให้มองตามรถของทรายด้วยความสะใจ...แกไม่มีวันชนะฉันกับลูกได้หรอกนังทราย!

    ooooooo

    เสาวนีย์ตั้งใจทำทุกทางเพื่่อขัดขวางทรายและทำให้ลูกสาวคนเดียวมีอนาคตดีที่สุด ดวงตาเข้าใจข้อนี้ และคิดว่าทรายควรจะยกเลิกแผนการร้ายทั้งหมด กลัวทุกคนต้องเดือดร้อน และคนเสียใจที่สุดก็คือทรายเอง เพราะการเล่นกับความรู้สึกและอารมณ์ของคนมันพลาดกันได้ แต่ทรายกลับไม่เห็นด้วย

    “แม่รู้ไหมคะ ทำไมทรายถึงชอบงานออกแบบตกแต่งภายใน เพราะมันเล่นกับความรู้สึกของคน ลูกค้ามาจ้างทรายออกแบบและตัดสินใจเลือกทุกอย่างแทนเขา ความท้าทายมันอยู่ที่ทรายจะต้องอ่านบุคลิก อ่านความต้องการของลูกค้าให้ออก แล้วการที่ทรายต้องทำอย่างนั้นทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทำให้ทรายมั่นใจว่าสิ่งที่ทรายคิด มันไม่พลาด”

    “แต่ทรายก็เห็นแล้วว่าพัชระไม่ได้เล่นไปตามทางที่ทรายหวัง”

    “ใครว่าเขาไม่เล่นล่ะคะ แค่เล่นแบบเด็กเอาแต่ใจ พอไม่ได้อะไรก็ประชดประชัน”

    “ผู้ชายอย่างนั้น ทรายยิ่งไม่ควรไปยุ่ง”

    “ใช่ค่ะ...เด็กดื้อ เรายังไม่ควรไปยุ่ง ยิ่งประชด ยิ่งต้องปล่อย เราไปยุ่งกับเด็กหัวอ่อนดีกว่า”

    ดวงตามองมาอย่างสงสัย ทรายหยิบนิยายรักโรแมนติกมาเปิด แล้วถามแม่เสียงเรียบ

    “แม่คิดว่าพระเอกในนิยายจะมีในชีวิตจริงได้ไหมคะ”

    ดวงตาเหนื่อยใจกับความรั้นของลูกสาว ที่นอกจากจะไม่ยุติแผนร้าย แต่ดูเหมือนจะวางแผนเพิ่มอีกต่างหาก!

    ฝ่ายฌานปวดหัวกับแผนการป่วนแบบเด็กๆของอลัน ที่ส่งลิซ่ามาหลอกล่อให้เขาเผยแผนงานโครงการคอนโด ลิซ่าจำต้องวางสายทางไกลด้วยท่าทางโมโหสุดขีด เพราะนอกจากฌานจะไม่หลงกล ยังตอกกลับจนเธอหน้าหงาย อลันหัวเสียมาก ด่าทอเธออย่างรุนแรงที่หลอกฌานไม่สำเร็จ ลิซ่าไม่ยอมสวนกลับเสียงเขียวว่าฌานไม่โง่เหมือนเขา

    “แค่คิดแผนหลอกชาร์ลส์ยังทำไม่ได้เลย แล้วคิดเหรอว่าเธอจะคิดโครงการชนะชาร์ลส์”

    อลันโกรธจัด ถลันไปตบเธอเต็มแรง “เธอเป็นเมียฉันนะ เธอควรเข้าข้างฉัน ไม่ใช่มัน”

    ลิซ่าแหวลั่น สุดจะทนกับท่าทางหยาบคายของอลันเต็มที “ฉันไม่ใช่เมียแก ฉันมันแค่คู่นอนใช้หนี้บุญคุณเท่านั้น อีกไม่นาน...ป๊าฉันหาเงินคืนลุงเธอหมดเมื่อไหร่ ฉันจะไม่ทนให้ใครมาด่าฉันเป็นผู้หญิงหน้าเงินอีกต่อไป”

    ลิซ่าสะบัดหน้าไปแล้ว อลันมองตามด้วยความแค้นใจ หมายมาดจะขัดขวางทุกทางไม่ให้แฟนสาวกลับไปหาฌานอีก แต่สิ่งสำคัญตอนนี้คือล้มโครงการของฌาน เลยเดินเลี่ยงไปทางระเบียงและโทร.หานักสืบที่เมืองไทย แอนน์แอบเห็นโดยบังเอิญ...สังหรณ์ใจตงิดๆว่าอลันจะคิดแผนชั่วกับลูกชาย

    ฌานใจไม่ดี เมื่อได้ยินข้อสงสัยของแม่ในเช้าวันถัดมา ร้อนถึงบุรีต้องพาเพื่อนรักไปดูทีมทำงานที่บริษัท ทุกคนตั้งใจทำงาน ไม่มีท่าทางพิรุธอย่างที่ฌานระแวง บุรีช่วยยืนยันว่าไม่มีเกลือเป็นหนอนในทีมแน่

    “ฉันรู้...แต่ยังไงก็ไว้ใจอลันไม่ได้ แกก็รู้ว่าอลันมันพร้อมจะโกงสารพัดเพื่อเอาชนะฉัน”

    “แกก็เห็นกับตาแล้วว่าทุกคนตั้งใจทำงานให้แก ที่สำคัญ...เรารู้จักทุกคนดี ไม่มีใครคิดหักหลังแกหรอก”

    ฌานพยักหน้ารับรู้ สบายใจขึ้นมาก แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าพัชระหายหน้าหายตาไป!

    ooooooo

    พัชระไม่ได้หายหน้าไปทำเรื่องเลวร้ายอย่างที่ฌานกังวล แต่มัววุ่นวายกับการเตรียมตัวแต่งงานวันๆ เขาหมดไปกับการจัดการเรื่องมากมาย รวมทั้งพาว่าที่เจ้าสาวไปลองชุดแต่งงาน เสาวนีย์ปลื้มใจมากที่พัชระมีท่าทางเปลี่ยนไป เจ้ากี้เจ้าการนั่นนี่ตามประสา จนแม้แต่แพรยังเอือมระอา

    พัชระมีอาการไม่ต่างจากแม่ เบื่อหน่ายท่าทางกระตือรือร้นของเสาวนีย์ และท่าทางหัวอ่อนคิดอะไรไม่เป็นของลูกศรเต็มที เมื่อแม่เปิดทางให้เขาเลือกเจ้าสาวคนใหม่ ก็ถึงกับอึ้งไปอึดใจ คิดว่าแม่อยากให้เขารีบแต่งงานเสียอีก

    “แม่ไม่ได้เจาะจงใคร แค่บอกว่าทางเลือกที่ดีกว่า ถ้าพัชลังเล ยังมีเวลา จะกลับไปเคลียร์กับทางนั้นก็รีบทำ”

    “ผมไม่กลับไปหาเขา ผมตามเขามามากพอแล้ว ถ้าเขาต้องการผม เขาต้องเป็นฝ่ายมาหาผม!”

    ลูกศรก็มีอาการไม่ต่างจากพัชระนัก ไม่อยากและไม่พร้อมจะแต่งงาน เพราะยังไม่มั่นใจในตัวว่าที่เจ้าบ่าว ศกเห็นสีหน้าลูกสาวคนเล็กแล้วพอเดาออก เสนอให้ทรายมาช่วยดูแลและจัดงานด้วย เผื่อจะช่วยให้ว่าที่เจ้าสาวหายเกร็งบ้าง เสาวนีย์หูผึ่ง ตั้งท่าจะค้านเต็มที่ แต่ช้ากว่าทรายที่ปรากฏตัวด้วยมาดนางพญา

    “ทรายเห็นว่าน้องสาวจะแต่งงานทั้งที ทรายอยากมีส่วนร่วมอะไรบ้าง คุณอาคงไม่ว่าทรายใช่ไหมคะ”

    ลูกศรปลื้มมากที่พี่สาวคนเดียวอาสาช่วยงาน รีบแยกไปคุยกันตามประสาพี่น้อง ทิ้งเสาวนีย์ให้อาละวาดกับสามีเสียงเครียดที่เห็นแก่หน้าตาชื่อเสียง จนยอมบากหน้าขอความช่วยเหลือลูกเลี้ยงเจ้าแผนการอย่างทราย ศกไม่ยี่หระ เห็นว่าดีไม่ต้องดิ้นรนหาเงิน เสาวนีย์ส่ายหน้าเซ็งๆหน่ายกับความเห็นแก่ตัวของสามี

    ศกเห็นท่าทีฮึดฮัดของภรรยา เลยพยายามอธิบายว่าทำทุกอย่างเพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลไว้

    “ผมอยากซ่อมบ้านให้เสร็จก่อนด้วยซ้ำ เพราะทางบ้านพัชระเขาจะต้องมาส่งตัวที่นี่ คุณไม่คิดหรือว่า...”

    ศกยังพูดไม่จบ เสาวนีย์ก็สะบัดหน้าหนี “ฉันไม่เห็นด้วย แต่ฉันรู้ว่าค้านคุณไม่ได้ ฉันเสียใจที่ช่วยอะไรไม่ได้ เครื่องประดับฉันจะขายก็ไม่ได้ ต้องเก็บไว้ให้ลูกศร เงินมรดกฉันก็รักษาแม่คุณจนหมด เสียใจที่ช่วยอะไรลูกไม่ได้เลย”

    ท่าทางหัวเสียและคำพูดระบายอารมณ์ของภรรยาทำให้ศกพูดไม่ออก ตั้งท่าจะอธิบายแต่ช้ากว่าเสาวนีย์

    “ฉันไม่อยากให้คุณรบกวนลูกสาวคุณ คิดอีกทีเถอะ มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น อีกอย่าง...ฉันจะซื้อชุดแต่งงานให้ลูกศรเอง คุณไม่ต้องบอกให้เขาซื้อ มันเป็นหน้าที่พ่อแม่ ฉันจะทำหน้าที่นั้น ต่อให้ต้องเอาเงินบาทสุดท้ายที่ฉันมี”

    เสาวนีย์ลุกออกไปแล้ว ทิ้งศกให้มองตามด้วยสีหน้าเป็นกังวลและรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจภรรยา

    เวลาเดียวกันที่หน้าบ้านริมคลอง...ทรายตีหน้าเศร้า บ่นกับน้องสาวว่าไม่สบายใจที่ทำให้เสาวนีย์โกรธ ไม่เจียมตัวเองว่าเป็นแค่คนนอก ไม่ควรเสนอหน้าไปช่วยเหลืองานแต่ง ลูกศรสงสารพี่สาวมากรีบแย้ง

    “ไม่จริงเลยค่ะพี่ทราย พี่ทรายเป็นคนในครอบครัว พี่ทรายรู้ไหมคะว่าศรดีใจมากที่พี่ทรายกลับมา ศรอยากมีพี่สาวมาตั้งนานแล้ว คุณแม่จะว่ายังไงก็ช่าง แต่ศรดีใจที่พี่ทรายช่วยศร”

    “อย่าพูดแบบนี้ให้คุณอาเสาว์ได้ยินนะ เดี๋ยวเขาจะน้อยใจที่ศรเข้าข้างพี่มากกว่าเขา”

    “ก็ศรอยากให้พี่ทรายอยู่กับศรนี่คะ พี่ทรายช่วยงานแต่งของศรกับพี่พัชนะคะ”

    ทรายยิ้มที่ลูกศรตกหลุมพราง ลอบยิ้มร้ายและขอน้องสาวจัดปาร์ตี้สละโสดให้ ลูกศรตื่นเต้นมาก อยากไปใจแทบขาดแต่กลัวแม่ไม่ยอม ทรายรับปากจะช่วยพูดและบอกให้น้องสาวไปเตรียมตัว ลูกศรแยกไปแล้ว ทรายจึงคว้ามือถือมาโทร.หาฌาน ออดอ้อนให้เขามาร่วมงานเลี้ยงกับเธอจนเขาใจอ่อนตอบรับ

    “เผื่อคืนนี้จะมีสาวน้อยคออ่อนเมาคอพับ คุณจะได้แสดงบทพระเอกพาสาวน้อยกลับบ้าน”

    ooooooo

    ทรายทำสำเร็จตามที่สัญญากับน้องสาวไว้ ลูกศรได้แต่งตัวสวยและไปเที่ยวผับดังสมกับที่อยากรู้อยากเห็นมานาน เสาวนีย์ไม่พอใจมาก อยากจะคัดค้านให้ถึงที่สุด แต่ติดที่ศกออกหน้ารับแทนทรายทุกอย่าง เธอพยายามบอกตรงๆว่าไม่อยากให้ลูกไปเพราะเป็นห่วง ศกส่ายหน้าหงุดหงิด โต้กลับว่าไม่จำเป็นเพราะทรายเป็นพี่สาว ดูแลลูกศรได้

    เสาวนีย์โกรธมาก ประชดเสียงห้วน “ใช่ค่ะ...เป็นพี่สาวที่เกือบจะฆ่าน้องตายตั้งแต่อายุสี่ขวบ”

    ศกถอนใจเหนื่อยหน่าย สวนกลับเสียงเข้ม “คุณเสาว์...เรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ผมเข้าใจว่าคุณห่วงลูก แต่หัดรู้จักปล่อยให้ลูกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ดูอย่างทรายสิ... ฉลาดกว่าลูกศรไปไหนต่อไหนแล้ว”

    “คุณศก...อย่าเอาลูกฉันไปเปรียบเทียบอย่างนั้นนะ”

    ท่าทางฮึดฮัดของภรรยาทำให้ศกประสาทเสียมาก ไม่ว่าเขาจะพูดหรืออธิบายเช่นไร เสาวนีย์ก็ไม่ฟัง หาทางต่อว่าทรายทุกทาง “เอาเถอะคุณเสาว์ ไม่ว่าคุณจะพูดยังไง แต่ผมเชื่อว่าทรายจะไม่มีวันทำร้ายลูกศร!”

    ฟากลูกศรตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศแสงสีในผับดังมาก แต่เมื่อเจอสายตาโลมเลียแฝงความเสน่หาจากบรรดาหนุ่มๆเสือผู้หญิงก็ประหม่าทำหน้าไม่ถูก ทรายเฝ้ามองทุกอย่างด้วยแววตาสาสมใจ หัวเราะเบาๆกับความไม่ประสาของน้องสาว เวทนาเลยดึงไปนั่งอีกทางแล้วสอนให้วางตัวใหม่ จะได้เข้าสังคมได้ ไม่ใช่เด็กหัวอ่อนติดบ้าน

    “ถ้าอยากเก่ง อย่างแรกลูกศรต้องรู้จักกล้า จำไว้นะศร...ศรโตแล้ว ศรมีความคิดเป็นของตัวเอง ดังนั้นศรต้องกล้าจะทำตามอย่างที่ตัวเองคิด อย่าให้ใครมาคอยบอกว่าเราควรไปทางไหน”

    ขาดคำก็ยื่นเครื่องดื่มมึนเมาสีสวยให้น้องสาวลอง ท้าทายให้เลือกทำตามใจตัวเอง หรือเชื่อฟังคำสั่งแม่แต่ไม่ได้เรียนรู้ชีวิต ลูกศรจดๆจ้องๆ ต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายก็ตัดสินใจเอื้อมมือจะหยิบ แต่ช้ากว่าบุรีที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แย่งมาถือไว้ พร้อมกับพัชระ ทรายแอบขัดใจ ไม่คิดว่าจะเจอสถาปนิกมือหนึ่งที่นี่ บุรีก็เช่นเดียวกัน มองท่าทางตื่นๆของลูกศรแล้วพอเดาความคิดทรายได้ จึงแกล้งว่ากระทบ

    “บางอย่าง...ภายนอกดูดี แต่ข้างในอันตราย มาแค่ได้รู้พอนะศร อย่าหาเรื่องมาบ่อย...เดี๋ยวใจแตก”

    ทรายเต้นผาง ตั้งท่าจะหาเรื่องเขากลับ พัชระมองมาด้วยสีหน้าบางอย่าง แต่ยังปั้นหน้ายิ้มไปกอดจูบลูกศรอย่างแสนรัก ทรายสะบัดหน้าเดินหนี จังหวะเดียวกับที่ฌานโทร.มาเสียก่อน เลยเลี่ยงไปคุย และบอกให้เขาไม่ต้องมาแล้ว เพราะเธอเปลี่ยนใจ อยากกลับบ้านมากกว่า พัชระฉวยโอกาสลูกศรเผลอ ปรี่ไปดักหน้าทรายในมุมลับตา ตัดสินใจถามตรงๆถึงความรู้สึกเธอ เรื่องเขาจะแต่งงาน

    “นี่คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไงที่ผมจะแต่งงานกับลูกศร”

    “แล้วคุณต้องการให้ฉันรู้สึกอะไร ในเมื่อคุณเป็นฝ่ายเลือกน้องสาวฉันเอง”

    “แล้วถ้าผมเลือกคุณ คุณจะเลิกกับพี่ฌานไหม”

    “งั้นก็ทำให้ฉันเห็นสิ...ว่าคุณดีกว่าฌาน!”

    ทรายผละไปชวนน้องสาวกลับบ้าน ลูกศรมองมางงๆ ทรายเลยพูดแขวะบุรี ว่าไม่อยากอยู่นานกว่านี้

    “คนบางคนจะได้หาว่าพี่ทำน้องใจแตก อีกอย่าง...พี่ไม่ควรอยู่อ่อยผู้ชายที่นี่ ต้องกลับไปหาคนที่ควรกลับไปหา”

    บุรีไม่ยี่หระ โต้กลับยิ้มๆ “ผมดีใจแทนผู้ชายคนนั้น...ที่คุณคิดได้แบบนี้”

    ทรายเคืองมาก เมินหน้าลากน้องสาวออกไปทันที บุรีอดห่วงไม่ได้ เดินตามหลังมาบอกให้สองสาวโทร.บอกเขาเมื่อกลับถึงบ้าน ทรายประชดกลับ ยังงอนที่เขาพูดเหมือนรู้ทันเธอตลอด บุรีส่ายหน้ายิ้มๆและย้ำให้เธอโทร.หาเขาด้วย ทรายหวั่นไหวกับคำพูดเป็นห่วงเป็นใยของเขา แต่ตีหน้านิ่งชวนลูกศรกลับ พัชระปรี่มายืนตามหลังสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ไม่นานหลังจากนั้น เย้าเบาๆไม่ให้เล่นกับไฟอย่างทราย บุรีเลยย้อนให้พัชระเตือนตัวเองดีกว่า

    “ผมไม่เห็นต้องเตือนอะไรตัวเอง ในเมื่อผมจะแต่งงานอยู่แล้ว”

    “ก็ดี...เหลือเวลาจัดงานเดือนกว่าเองนี่ ก็รีบจัดงานให้เป็นรูปร่าง ไม่ใช่แค่บอกเรื่องแต่งงานให้ใครได้ยินเท่านั้น”

    พัชระหลบตา เริ่มไม่แน่ใจว่ารุ่นพี่หนุ่มจะรู้ทันหรือไม่...ว่าเขาแต่งงานกับลูกศรประชดทราย

    ooooooo

    ทรายไปส่งลูกศรที่บ้าน เลยได้ทราบว่าน้องสาวจะไปทำบุญที่มูลนิธิเด็กตาบอดเช้าวันรุ่งขึ้น นักออกแบบสาวนึกสนุก คิดแผนร้ายจะทำลายน้องได้อีกครั้ง เมื่อลูกศรเอ่ยปากชวน เลยไม่ลังเลจะรับปากและถือโอกาสโทร.หาฌานทันที อ้อนเสียงหวานให้ไปรับที่โรงแรมเช้าวันรุ่งขึ้น...รับรองว่าคราวนี้คุณไม่พลาดเรื่องสนุกแน่!

    ภาพทรายยืนมองเด็กๆในมูลนิธิเช้าวันถัดมา ทำให้ฌานอดสงสารและเห็นใจไม่ได้ รู้ดีว่าเธอต้องสะเทือนใจแค่ไหนกับปมที่อยู่ในใจ ทรายถอนใจเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บลึกเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีต

    “ถ้าตอนแม่พาฉันออกจากบ้านนั้น แล้วฉันไม่เจอแดดดี้ หรือแม่เป็นอะไรไป ฉันคงมีสภาพไม่ต่างจากเด็กพวกนี้ ฉันเป็นเด็กที่เกิดมาท่ามกลางความไม่ต้องการของใครไงฌาน”

    ฌานวางถุงขนมแล้วจับมือเธอ “แม่คุณไง คุณยังมีแม่ที่รักคุณมากนะทราย...ต่างจากผม”

    “เราสองคนนี่เหมือนกันจังเลยนะ...พวกขาดเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่คุณขาดเพราะเสียพ่อ แต่ฉันโดนแย่ง!”

    ฌานตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ต้องยั้งไว้ เพราะมือถือทรายดังขึ้นเสียก่อน เธอเดินเลี่ยงไปคุยอีกทาง ไม่ยอมให้ฌานได้ยินว่ากำลังพูดกับน้องสาว แถมนัดแนะกันอย่างดีจะรอเจอตรงสนาม แต่เมื่อกลับไปเจอฌาน นักออกแบบสาวกลับขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พร้อมสั่งให้เขารอเจ้าหน้าที่สาวน้อยมาช่วยแจกขนม และย้ำไม่ให้เขาบอกว่าเป็นของจากเธอ แต่เป็นของผู้บริจาคปริศนาที่ชื่อต้นน้ำ ฌานไม่ทันได้ซัก ทรายก็ผละไปแล้วแต่ไม่วายหันมากำชับ

    “ทรายเป็นพวกชอบทำอะไรในที่มืด อย่าลืมทำอย่างที่ทรายบอกนะ”

    ทรายเดินลับหายไปแล้ว ทิ้งฌานให้ทำหน้าไม่ถูก เมื่อเจ้าหน้าที่สาวน้อยคนที่ทรายบอกมาถึง ท่าทางน่ารักสดใสของลูกศร ทำให้ฌานถึงกับตะลึงไปพักใหญ่ ลอบยิ้มเขินๆเมื่อเห็นว่าเธอก็น่ารักดีเหมือนกัน ทรายซึ่งแอบมองจากอีกมุม แสยะยิ้มบางๆชอบใจมากที่คู่เดตหนุ่มดูเหมือนจะพอใจน้องสาวไม่น้อย

    เวลาเดียวกันที่หน้าโรงเรียนอนุบาลเก่าของทราย...ดวงตาไปตามหานารี อดีตครูใหญ่ที่เธอกับทรายเคารพรัก หวังจะตามหาหลานชายคนเดียวของนารีที่ชื่อบี เพราะเชื่อว่าเพื่อนวัยเด็กของทรายคนนี้จะทำให้ลูกสาวเปลี่ยนใจ แต่ดวงตาก็ต้องผิดหวัง เมื่อครูใหญ่คนใหม่บอกว่านารีเสียไปนานแล้ว และก็ไม่รู้ว่าหลานชายคนเดียวอยู่ที่ไหน

    ฟากฌานกับลูกศร...ยังคงไม่รู้จักชื่อกัน ได้แต่มองกันไปมายิ้มๆ ลูกศรเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าใส่แว่นดำ เลยเข้าใจว่าเขาตาบอด ถลาไปประคองตอนเขาสะดุดล้ม ฌานสบตาเธอขอบใจ แล้วสารภาพขำๆว่าตาปกติดีไม่ได้ตาบอดอย่างที่เธอเข้าใจ ลูกศรหน้าแตก ยกมือขอโทษใหญ่ ทำท่าจะเดินหนี แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ ไม่อยากทิ้งให้ชายหนุ่มแปลกหน้าต้องยืนแจกขนมให้เด็กๆคนเดียว

    ท่าทางเข้ากับเด็กๆได้เป็นอย่างดี ทำให้ฌานประทับใจมาก ลูกศรก็ปลื้มความเป็นกันเองของเขาไม่น้อย เลยถือโอกาสชวนคุยแก้เขิน ฌานโต้ตอบตามมารยาท แต่เผลอถอนใจเหนื่อยหน่ายกับปัญหาในใจ ลูกศรมองมาด้วยความเห็นใจ ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนจิตใจดี ฌานยิ้มบางๆให้ บอกว่าแค่แก้ปัญหาไม่ตกเท่านั้น

    ลูกศรพยักหน้ารับรู้แล้วแนะนำเสียงใส “งั้นก็ไม่ต้องคิดค่ะ บางอย่าง...ถ้าคิดไม่ออก แปลว่าต้องทำแบบไม่ต้องคิด ทำตามความรู้สึกแทน อย่างเช่นเวลาฉันทำข้อสอบแล้วคิดไม่ออก ฉันก็จะใช้ความรู้สึกกามั่วเอา”

    ฌานหัวเราะแล้วถามยิ้มๆ “แล้วผลออกมาเป็นยังไงครับ”

    “เกือบสอบตกสิคะ ก็คิดไม่ออกแล้วจะคิดไปทำไม ใช้ความรู้สึกตัดสินอย่างน้อยมันก็มาจากความเชื่อของเรา”

    ฌานขำ ขอบคุณเธอที่ทำให้เขาเกิดไอเดียบางอย่าง ลูกศรงง ไม่เข้าใจว่าเธอช่วยเขาตอนไหน

    “ความเชื่อไงครับ บางทีผมคิดแต่จะแข่งกับคนอื่นมากไป จนลืมความเชื่อของตัวเอง”

    ลูกศรอ้าปากจะถาม แต่ต้องชะงัก เมื่อทรายโทร.ตามไปพบหน้ามูลนิธิ ลูกศรบอกลาฌานและวิ่งไปเจอทรายทันที ฌานมองตามยิ้มๆ อารมณ์ดีที่ได้เจอผู้หญิงน่ารัก ทรายเห็นเหตุการณ์ตลอด รอจนลูกศรลับตาแล้ว จึงปรากฏตัวและเย้าเขาว่ามายืนเหม่ออะไรตรงนี้ เมื่อถูกเขาถามว่าหายไปนาน ก็อ้างว่าพ่อเลี้ยงโทร.มาถามเรื่องงาน เธอเลยตัดสินใจจะพักงานที่อเมริกามาช่วยงานเขาที่เมืองไทยแทน

    ฌานดีใจมากที่คู่เดตสาวจะอยู่เมืองไทยเพื่อช่วยงาน แต่ชอบใจสุด คือได้ไอเดียเด็ดสำหรับโครงการคอนโดที่จะแข่งกับอลัน ส่วนลูกศร...ไม่เจอทรายหน้ามูลนิธิ แต่เจอพัชระซึ่งมารับตามนัดแทน สถาปนิกหนุ่มไก่อ่อนถามถึงทราย ลูกศรไม่ทันตอบ มือถือเขาก็ดังขึ้นก่อน พร้อมเสียงใสของทรายบอกให้รอเธอด้วย พัชระเจ็บใจมาก เพราะแม้ทรายจะทำร้ายจิตใจหรือเมินเฉยใส่กี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยลืมเธอได้สักครั้งเดียว!

    ooooooo

    ท่าทางหัวเสียของพัชระทำให้ทรายพอใจมาก สะใจที่ปั่นหัวเขาได้สำเร็จอีกครั้ง ส่วนฌาน...อารมณ์ดีไม่แพ้คู่เดตสาว เพราะเชื่อว่าแผนงานที่เพิ่งคิดได้จะทำให้ชนะอลันได้แน่นอน สองหนุ่มสาวมัวร่าเริงกับผลงานของตัว จนไม่รู้เลยว่าอลันแอบมาเมืองไทย เพื่อเจรจาธุรกิจบางอย่างกับพัชระ!

    ฌานพาทรายมาดูงานของเขาที่ห้องพัก นักออกแบบสาวประทับใจมาก นึกชื่นชมทีมงานของบุรีในใจที่ฝีมือดีกว่าที่คิด ฌานมองเธอด้วยความหลงใหล อารมณ์ดีพอจะเล่าเรื่องในอดีตว่าโตมากับเพื่อนสองคน...บุรีกับอลัน

    “ดีนะที่ผมรู้จักบุรีก่อน ไม่งั้นคงเลวตามไอ้อลันไปแล้ว”

    ชื่อของบุรีทำให้ทรายอดยิ้มบางๆไม่ได้ คิดถึงและอยากเจอหน้าเขา จนลงทุนอ้อนขอฌานพาไปที่ร้าน แต่นักออกแบบสาวก็ต้องผิดหวัง เมื่อสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งโทร.บอกว่าจะไม่ไปร้าน ฌานไม่ว่าอะไรเพราะคิดว่าเพื่อนรักมีธุระสำคัญ ต่างจากทรายที่เปลี่ยนใจกะทันหัน โดยอ้างกับฌานว่าไม่สบายและขอตัวกลับห้องดื้อๆ

    เวลาเดียวกันที่บ้านสวนของบุรี...สถาปนิกหนุ่มถอนใจหนักหน่วง หลังปฏิเสธฌานไม่ไปร้านเพราะไม่อยากเจอหน้าทราย สุนทรีย์เห็นท่าทางหงอยๆของลูกชาย เลยเดินไปคุยด้วย จึงได้ทราบว่าฌานมีผู้หญิงที่คบจริงจังคือทราย

    “เพราะอย่างนี้ใช่ไหม บุรีถึงไม่ยอมบอกว่าลูกคือพี่บี”

    บุรีไม่ตอบหรืออธิบายอะไร รู้ดีแก่ใจว่าการเผยตัว จะไม่ทำให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้น แต่คงน่าอึดอัดแย่!

    ฝ่ายพัชระหงุดหงิดใจเรื่องทราย หมั่นไส้และอิจฉาฌานเหลือเกินที่ได้ใกล้ชิดนักออกแบบสาว เมื่ออลันมาเสนอแผนร้ายให้ร่วมมือทำลายชื่อเสียงฌาน จึงยอมรับไปพิจารณาเพราะอยากพิสูจน์บางอย่าง อลันแสยะยิ้ม

    “ผมหวังว่าคุณจะสนใจข้อเสนอของผม คุณจะเรียกค่าเสี่ยงเท่าไหร่ผมไม่เกี่ยงเลย”

    “ถ้าผมจะทำ ผมไม่ทำเพราะเงิน แต่ผมอยากทำให้รู้ว่าพี่ฌานไม่ได้ดีกว่าคนอื่น!”

    ขณะที่ทรายวางแผนร้ายหลอกล่อให้ลูกศรหลงเสน่ห์หนุ่มหล่อราวเทพบุตรกรีกอย่างฌาน ดวงตาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อตามหาบีไม่พบ เลยตัดสินใจโทร.หาดอน ให้ส่งของบางอย่างจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของทรายมาให้ พัสดุชิ้นนั้นถูกส่งถึงมือเธอหลายวันต่อมา รุ่งขึ้นจึงตัดสินใจเรียกทรายมาพบเพื่อตักบาตรและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลด้วยกัน

    ทรายไม่ยอมช่วยแม่ใส่บาตร แต่กลับยืนนิ่ง ข้างหลัง สีหน้าไม่ได้ปลื้มเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าแม่ต้องการอะไร เมื่อแม่ใส่บาตรพระรูปสุดท้ายจึงตั้งท่าจะผละไป แต่ดวงตารั้งไว้ และพยายามพูดด้วยอย่างใจเย็น

    “ไปอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ทั้งอดีตชาติและปัจจุบัน ให้หมดเวรหมดกรรมที่ก่อร่วมกัน”

    “ทรายยังไม่พร้อมจะหมดกรรมกับเขา”

    “แม่ขอร้อง...อโหสิกรรมให้เขา อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นต่อไปอีกเลย”

    “แม่ไม่ใช่คนก่อ เขาต่างหากที่เป็นคนก่อ ดังนั้นถ้าอยากให้ทุกอย่างจบ เขาต้องเป็นคนมาขออโหสิ...ไม่ใช่แม่!”

    ขาดคำก็ขอตัวดื้อๆ ดวงตารีบถามว่ารีบไปไหน ทรายยิ้มเจ้าเล่ห์ บอกว่ามีนัดพาสาวน้อยไปแปลงโฉม ดวงตาหน้าเจื่อน นึกรู้ทันทีว่าเป็นลูกศร อดกังวลไม่ได้ กลัวทรายจะก่อเรื่องวุ่นวายอีก

    ไม่ใช่แต่ดวงตาคนเดียวที่นั่งไม่ติด เสาวนีย์ร้อนรนไม่ต่างกัน แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกศร จะพลาดท่าเสียทีให้กับหญิงสาวพราวเสน่ห์แต่เจ้าเล่ห์อย่างทราย เธอพยายามขอให้ศกเปลี่ยนใจ ไม่รับความช่วยเหลือจากทราย แต่ศกยืนกรานตามความต้องการเดิม เพราะกำลังถังแตก ไม่มีสมบัติเหลือพอ แม้แต่จะซ่อมบ้านหรือซื้อชุดแต่งงานให้ลูกศร

    “ผมบอกคุณแล้วว่าให้ลูกศรไปอยู่บ้านพัชระ คุณก็ยังอยากให้ลูกอยู่ที่นี่”

    “ตอนนี้ไม่ว่าอะไร ก็เป็นความผิดของฉันหมด เลยสินะ”

    ท่าทางประชดแดกดันของภรรยาทำให้ศกหงุดหงิดมาก ถอนใจเหนื่อยหน่าย “เอาเถอะ...เรื่องบ้าน ผมจัดการเอง ส่วนเรื่องค่าชุดลูกก็ลืมๆมันไป แล้วก็ยอมรับน้ำใจจากทรายซะ ตอนนี้เขาเหนือกว่าเรา เราไม่มีทางเลือก”

    ศกออกจากห้องไปแล้ว ทิ้งเสาวนีย์ให้ฮึดฮัดคนเดียว...แกสองคนแม่ลูกไม่มีวันเหนือกว่าฉันหรอก!

    ooooooo

    แม้ศกยืนยันจะให้รับความช่วยเหลือจากทราย เสาวนีย์ก็ไม่ยอมแพ้ แล่นไปหาคุณหญิงป้า ญาติห่างๆที่เคยช่วยเหลือจุนเจือกันมา แต่ก็ต้องหัวเสียมาก เพราะถูกปฏิเสธความช่วยเหลือ แถมถ้อยคำเหน็บให้เจ็บใจอีกต่างหาก ว่าคนอย่างเสาวนีย์ พรหมาสตร์นารายณ์ จะมีปัญหาต้องหยิบยืมเงินจากคนอื่น

    เสาวนีย์โกรธมาก ต้องไประบายกับแม่ด้วยความแค้นใจ คุณหญิงเพกาปลอบให้ใจเย็น และเสนอให้เอาสร้อยเพชรรูปร่างเหมือนตาข่ายที่คุณหญิงศิริเคยให้ไว้ไปขาย เสาวนีย์นิ่วหน้าเล็กน้อย แล้วนึกได้ถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนคุณหญิงศิริมอบสร้อยเพชรเส้นนี้ให้ แลกกับการปล่อยเรื่องของดวงตาเป็นแค่อดีต

    “เรื่องดวงตา หนูเสาว์อย่าไปสนใจ แค่ผู้หญิงที่ตาศกเล่นๆด้วย ผู้หญิงอย่างหนูเสาว์ต่างหากที่เหมาะสมและตาศกอยากร่วมเรียงเคียงหมอนด้วย เอาเป็นว่าแม่ยกสร้อยนี้ให้ ปลอบใจกับเรื่องเหลวไหลของตาศกแล้วกันนะ”

    “แต่ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่ อีกอย่าง...เขามา ก่อนเสาว์”

    “ผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูงจนยอมเอาตัวเข้าแลกอย่างดวงตา มันไม่มีค่าอะไรสำหรับคุณศก ถ้าจะเทียบกันแล้ว... ดวงตาเป็นแค่เศษทับทิม แต่หนูเสาว์เป็นเพชรน้ำหนึ่ง”

    เสาวนีย์ดึงตัวเองจากอดีต แม้จะเสียดายสร้อยเพชรไม่น้อย เพราะมันแสดงถึงความภาคภูมิใจของเธอที่ได้รับการยอมรับให้เป็นเมียแต่งจากครอบครัวพรหมาสตร์นารายณ์ แต่สถานะง่อนแง่นทางการเงิน และปัญหาเร่งด่วนหาค่าชุดเจ้าสาวให้ลูกศร เลยตัดสินใจขายทิ้งเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมา

    แต่โชคคงไม่เข้าข้างเสาวนีย์ เพราะทรายกับลูกศร ซึ่งเดินห้างเดียวกับร้านที่เธอไปขายสร้อยเพชร ผ่านมาเห็นเข้าเสียก่อน และทรายก็ไม่ลังเลจะไปซักถาม จนทราบความลับของเสาวนีย์ในที่สุด

    ทรายคิดแผนร้ายบางอย่าง แล้วจัดแจงพาลูกศรไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ บ่นไม่ชอบใจที่น้องสาวใส่เสื้อผ้าไม่มีรสนิยม ลูกศรหน้าเจื่อน ไม่โกรธพี่สาวที่พูดตรงๆและเปรยว่าทรายพูดเหมือนพัชระ

    “ก็ศรแต่งตัวไม่เป็นนี่คะ ส่วนใหญ่ก็เป็นชุดที่คุณแม่เลือกให้”

    ทรายถอนใจหน่ายๆ ย้อนถามเสียงเรียบว่าน้องสาวชอบชุดที่แม่เลือกไหม ลูกศรอึกอัก สุดท้ายก็สารภาพเสียงอ่อยว่าไม่ค่อยชอบ ทรายเลยซักต่อว่าเคยบอกแม่ไหม ลูกศรบอกว่าไม่เคยเลย ไม่กล้าขัดใจแม่

    “นี่ไง...เพราะศรไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิด ศรถึงต้องทนในสิ่งที่ไม่ชอบ”

    “ศรกลัวคุณแม่เสียใจ ถ้าศรบอกว่าไม่ชอบ”

    “แต่ถ้าศรไม่บอก วันหนึ่งแม่ก็ต้องรู้อยู่ดี สู้เราบอกในสิ่งที่เราคิด ต่อไปแม่ก็เข้าใจ เราก็ได้ทำในสิ่งที่ชอบ”

    ระหว่างที่ทรายหว่านล้อมให้น้องสาวแข็งขืนกับแม่ พัชระโทร.มาบอกจะไม่ไปหาคู่หมั้นสาวตามนัด เพราะมัววุ่นแอบถ่ายเอกสารรายละเอียดโครงการของฌานส่งให้อลัน สมาชิกในทีมบุรีไม่รู้เรื่อง เฮลั่นเมื่องานเรียบร้อยและส่งกำลังใจให้เจ้าของโครงการเต็มที่ ฌานยิ้มรับมั่นใจและมุ่งมั่นมาก...จะต้องเก็บบ้านพ่อเป็นเรือนหอให้ได้!

    ฝ่ายทรายพาน้องสาวช็อปปิ้งตลอดบ่าย ลูกศรหอบหิ้วของพะรุงพะรัง แต่ยิ้มไม่หุบเพราะได้ลองและได้ซื้อของที่ชอบหลายอย่าง แต่ถึงกระนั้นก็อดกังวลไม่ได้กลัวเสาวนีย์จะโกรธถ้าได้เห็นของที่เธอชอบ ทรายย้ำให้ทำตามความต้องการของตัวเองเพราะโตแล้ว ลูกศรเลยฮึด สัญญาจะทำตามที่พี่สาวแนะนำ

    “ศรอยากมีพี่สาวมานานแล้ว ขอบคุณพี่ทรายนะคะที่กลับมา”

    ท่าทางยิ้มแย้มจริงใจ ทำให้ทรายอึ้งไปอึดใจ

    แอบหวั่นไหวเล็กๆกับความรักและความซื่อของน้องสาว ลูกศรไม่รู้เรื่อง คว้ามือพี่สาวไปถ่ายรูปสติกเกอร์เป็นที่ระลึก ทรายจะปฏิเสธ แต่ต้องใจอ่อนเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของน้อง ปล่อยให้เลยตามเลย ลูกศรมีความสุขมาก เมื่อพี่สาวมาส่งบ้านเลยมอบสติกเกอร์ครึ่งหนึ่งให้ ทรายแอบทำหน้าเมื่อย จำต้องรับมายิ้มๆ...อีกไม่นาน น้องสาวคนเดียวคงยิ้มไม่ออกแน่เมื่อรู้ถึงสิ่งที่เธอจะทำ

    ooooooo

    หลังแยกกับลูกศร ทรายก็ไปดูการซ่อมบ้านริมคลอง ยิ้มดีใจที่เห็นบุรีมาควบคุมคนงานตามที่รับปาก แต่เมื่อไปทักก็ต้องเซ็งจัด เมื่อเขาไม่มีทีท่าดีใจ แถมถามถึงเพื่อนรักอีกต่างหาก

    “คำแรกที่พูดก็พูดถึงฌานเลยนะคะ สมแล้วที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ฌาน”

    “ผมแค่รู้สึกว่างานนี้มันงานใหญ่ แล้วเขาก็พยายามทำเพื่อคุณ”

    “คุณไม่ต้องห่วงหรอก ถึงฉันไม่ส่งฌาน เขาก็รู้ว่าฉันมีกำลังใจให้เขาเสมอ”

    “มันจะดีกว่า...ถ้าไม่ใช่แค่พูด”

    ทรายโมโหมากที่เขาหาทางพูดเหน็บเธอจนได้ เลยหาทางแก้เผ็ด ถอดเสื้อนอกออกให้เห็นเสื้อข้างในบางเบาเพื่อโชว์ว่าเธอไม่ได้ดีแต่พูดว่าร้อน บุรีอยากจะบ้าตาย เมื่อดุเธอก็แถได้เรื่อยๆจนเขาอ่อนใจ ทรายเห็นเขาเร่งงานซ่อมบ้านเธอเหลือเกิน เลยอดบ่นด้วยความน้อยใจไม่ได้ ว่าหากบ้านเธอเสร็จคงไม่มีโอกาสเจอเขาอีก บุรีไม่ยี่หระ คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอกันอีก ทรายปรี่ไปดักหน้า แกล้งแหย่ว่าเขาคงต้องการหลบหน้าเธอ

    “ผมไม่มีความจำเป็นต้องหนีคุณ”

    “ก็ดีค่ะ...เพราะถ้าฉันรู้ว่าใครหนีฉัน ฉันจะยิ่งตาม”

    บุรีสบตาเธอนิ่งแล้วผละไปดื้อๆ ทรายมองตามอย่างไม่ยอมแพ้ หัวเราะเบาๆอย่างมีความสุขที่ได้ยั่วเขา แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นพัชระเดินมาแต่ไกล นักออกแบบสาวทำหน้าเมื่อย ไม่อยากคุยด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เห็นประโยชน์จะหนีหน้า ตามประสาหญิงสาวนักสู้ผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่างเธอ

    “พี่ฌานโทร.บอกหรือเปล่าว่างานเขาเป็นยังไงบ้าง เขารักษาบ้านที่จะทำเรือนหอไว้ได้หรือเปล่า”

    “อย่าทำตัวเป็นเด็กขี้พาลน่าพัชระ ถ้าคุณไม่มีความกล้าอย่างเขา ก็อย่ายุ่งกับเขา อยู่เป็นลูกแหง่ไปเถอะ”

    “อย่าพูดดูถูกผมแบบนี้นะทราย คุณไม่รู้หรอกว่าเพื่อคุณ ผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด”

    ทรายเบี่ยงตัวหนีเมื่อเขาตั้งท่าจะจับตัว “ไหนล่ะ...สิ่งที่คุณทำเพื่อฉัน”

    “แล้วคุณจะได้เห็นว่าพี่ฌานไม่ได้ดีไปกว่าใคร!”

    เวลาเดียวกันที่บ้านนอร์แมน...อลันย่ามใจเพราะได้เอกสารโครงการของฌานในมือ พยายามตื๊อลุงให้ยกโครงการนี้ให้ แต่นอร์แมนไม่ยอมตัดสินใจเพราะอยากเห็นโครงการของทั้งสองคนก่อน ฌานกลับมาทันเห็นคู่ปรับพูดกับพ่อเลี้ยงตามลำพัง โมโหมากและปรี่ไปกระชากคอ อลันผลักอกอีกฝ่ายให้ห่างจากตัว ปฏิเสธ

    ไม่ได้เล่นสกปรกอย่างที่ถูกกล่าวหา ฌานไม่เชื่อ ขู่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดถ้าอีกฝ่ายตุกติก

    “งานนี้ฉันไม่จำเป็นต้องใส่ร้ายหรอก...เพราะผลงานแกจะฆ่าแกเอง!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:12 น.