นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สายลับสามมิติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “สายลับสามมิติ” สนุก ฮา “ป๋อทุลุมิติจับมือน้ำตาลควงปืนผดุงความยุติธรรม”


    วิศวะพาเชนกับตังตังไปดูแว่นสามมิติซึ่งวางอยู่บนแท่นแก้วที่ทำเป็นขาตั้งอย่างดี กระจกแว่นที่แตกซ่อมแล้วแต่ยังเป็นรอยแตกอยู่

    เชนทักว่ากระจกยังร้าว วิศวะบอกว่าสัญชาตญาณมันบอกว่าไม่ควรเปลี่ยน ตังตังถามว่าแล้วมันทำงานได้เหมือนเดิมไหม วิศวะตอบทันทีว่า “ไม่!” พอทั้งสองร้องอ้าว วิศวะอธิบายว่า “มันมีฟันเฟืองชิ้นส่วนอันนึงของแว่นที่หายไป แว่นก็เลยไม่ทำงาน ถ้าเราควานหาชิ้นส่วนนี้เจอ แว่นมหัศจรรย์นี้อาจจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมก็ได้”

    ขณะนั้นเอง นะโมถือถาดวางแก้วน้ำมา สั่ง “หยุด!! วางอาวุธเดี๋ยวนี้” เชนตกใจควักปืนเล็งใส่ทันที นะโม รีบบอกว่าตนล้อเล่น บอกให้พักดื่มน้ำกันก่อน วิศวะมองปืนของเชนอย่างสนใจ

    “ปืนของคุณนี่มันสะกิดต่อมคันของผมมาก!! ผมขอยืมหน่อยได้ไหม” เชนส่งปืนให้ “วู้...แค่สัมผัส รอยหยักในสมองผมก็เต้นตุ๊บๆ มันส่งสารเคมีมาบอกทันทีว่า นี่มันไม่ใช่อาวุธธรรมดา” พูดพลางแกะดู “ทำไมไม่มีกระสุน อย่าบอกนะว่าคุณพกเอาไว้เท่ๆ”

    เชนบอกว่าตนปราบเหล่าร้ายมานับล้านกระสุนไม่เคยหมด วิศวะเลยลองเหนี่ยวไกดู ตู้ม! ปืนฉมวกพุ่งออกมาจากปืนไปปักที่ฝาข้างหนึ่ง ส่วนตัววิศวะกระเด็นไปติดข้างฝาอีกด้านหนึ่ง วิศวะต่อว่าเชนว่า ไหนบอกว่ากระสุนหมดแล้วไง

    “แฮะๆ...เชนลืมบอกว่าปืนคู่กายของสายลับมันทำอะไรได้หลายอย่าง”

    วิศวะบอกให้ทิ้งปืนไว้ที่นี่ตนจะเติมกระสุนให้เอง แล้ววิศวะก็เอาปืนใส่เครื่องเหมือนไมโครเวฟ แต่มันเป็นเครื่องเอกซเรย์ เชนอุทานอย่างอัศจรรย์ใจว่าเครื่องยุคสมัยนี้อะไรๆมันทันสมัยจริงๆ

    “รับรองว่าปืนของเชนจะต้องสุดยอดไม่แพ้บุ๋มบิ๋ม ปืนแมชชีนกันของมิสเตอร์โอเค เพราะผมคือวิศวะ อัจฉริยะซ่อมได้”

    “สายลับเชนดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้รู้จักกับยอดมนุษย์เช่นคุณบนโลกนี้” เชนตบไหล่วิศวะป้าบจนเขาไหล่ทรุด!

    ooooooo

    อินทุที่สะกดรอยตฤณมาได้ยินการโต้เถียงกันกับบารมีและเจนจิรา ก็ลิ่วไปรายงานอาทิตย์ที่ห้อง ทำงาน

    “น้าของไอ้เด็กแสบที่แฮ้บแว่นสามมิติของฉันไปมันมาที่ตึกนี้งั้นเหรอ” อาทิตย์ถาม อินทุบอกว่าตฤณ กำลังมาง้อขอคืนดีกับเจนจิราอยู่ “ง้อคืนดีหรือ? หึๆ ตอนนี้แม่พิธีกรนั่นกำลังคั่วอยู่กับไอ้หมอบารมีหน้าเด๊ะ งั้นแปลว่าไอ้นั่นมันอยู่ในฐานะแฟนเก่า ศรัทธามีจริงไม่ต้องวิ่งไปหาตัวมันให้เสียเวลา มันจะเป็นฝ่ายวิ่งมาหาเราเอง”

    “ไปเอาตัวมันมาเลยไหมครับ” อินทุกระเหี้ยนกระหือรือ

    “ใจเย็น อย่าเพิ่งใช้ความรุนแรง เราต้องนุ่ม เราต้องเนียน” อาทิตย์ยิ้มร้าย

    ในขณะที่บารมีกับเจนจิราเข้าไปในออฟฟิศและแจกครีมหน้าเด้งให้พนักงานในแผนกของเจนจิรานั้น ตฤณยังยืนมองอยู่หน้าร้าน บารมีเหลือบเห็นพึมพำ...

    “จะมายืนรอออกดอกอะไรอีก” บารมีจะเดินออกไป เจนจิราบอกว่าช่างเขาเถอะ “เปล่า...ผมแค่จะผูกมิตรกับเขา” แล้วเดินออกไปมอบบัตรทำโฟโนหน้าฟรี 10 ครั้งให้ บอกให้ไปทำเสียหน้าจะได้บางลงหน่อย ตฤณหมั่นไส้เลยจับแก้มบารมีบิดไปมาถามว่าบางแบบนี้ใช่ไหม บารมีตวาดให้ปล่อย เอามือสกปรกออกไป เขาผลักตฤณกระเด็นไป

    เจนจิราเข้ามาขัดจังหวะบอกตฤณว่าถ้าไม่มีมารยาทรับน้ำใจก็อย่าระรานคนอื่น บอกว่าบารมีเป็นสปอนเซอร์รายใหม่ของสมายล์ทีวี จะทำอะไรให้เกียรติกันด้วย บารมีเอานิ้วทำรูปหัวใจให้เจนจิรา ยิ้มเยาะตฤณ

    ตฤณไม่สนใจคว้ามือเจนจิราบอกเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง บารมีสะอึกเข้ามาสั่งให้ปล่อยมือแฟนตน เจนจิรา

    บอกว่าถ้าตนไม่ไปคุยตฤณก็คงไม่ยอมกลับ ขอเวลาแป๊บหนึ่ง แล้วออกไปบอกตฤณเดินไปคุยกันที่อื่น บารมีมองตามไปอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    ลากตฤณออกไปแล้ว เจนจิราบอกมีอะไรก็ว่ามา ตฤณติดอ่างขึ้นกะทันหัน พอถูกเร่งให้พูดก็ขอเวลาบิ๊วต์ แป๊บนึง ถูกเจนจิราถามประชดว่าจะขอทุกเรื่องเลยใช่ไหม แล้วทำท่าจะผละไป ตฤณโพล่งออกมาเป็นน้ำไหลไฟดับทันทีว่า

    “ตัวเองไม่ได้อยากเลิกกับเค้าใช่ไหม เค้ารู้ ตัวเองบอกว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองเสียใจที่สุดคือการที่เค้ายอมแพ้ ไม่พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ได้สิ่งที่เรียกว่าความฝัน

    และความสุข เค้ารู้ เค้าเข้าใจแล้ว เค้าจะพยายามอีกครั้ง เขาอาจจะออกดอกช้า แต่เค้าดอก...เอ๊ย...ดอกเค้ามาแน่ ให้โอกาสเค้านะ”

    “ตัวเองเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ที่เค้าพูดไม่ได้แปลว่าเค้าอยากกลับไปคบตัวเอง แต่เพราะเค้าอยากเห็นตัวเองดีขึ้น เค้าไม่อยากให้ตัวเองปล่อยชีวิตไปอย่างไร้ค่า” ตฤณบอกว่าไม่จริง เจนจิราย้ำว่า “เรื่องของเรามันผ่านไปแล้วนะตฤณ และมันจะไม่กลับมาเป็นอย่างเดิมอีก”

    พูดแล้วทำท่าจะไป ถูกตฤณดักไว้ถามอ้อนๆว่า

    “เจน...ถ้าไม่มีเจน แล้วเค้าจะดีไปเพื่ออะไร”

    “ตัวเองยังมีตังตังต้องดูแลนะ ไม่สงสารตัวเองก็สงสารตังตังบ้าง”

    พูดแล้วเจนจิราเดินแยกไป ตฤณเห็นบารมีมารอรับเจนจิราแล้วโอบพาเดินกันไป ตฤณได้แต่จ๋อยเศร้า...อ้างว้าง...

    ooooooo

    ตฤณเดินคอตกออกมา เจออาทิตย์เดินสวนมา มีอินทุกับนารีเดินตามหลัง ตฤณชะงักที่ถูกใครมายืนขวาง พอเงยหน้าเห็นเป็นอาทิตย์ ฝ่ายนั้นทักทายยิ้มแย้มอย่างมีเมตตา

    “สวัสดี นายตฤณ ตรงวุฒิ” ตฤณทักประชดว่าคนดังแห่งยุครู้จักตนด้วยหรือ “ก็ถ้าคุณเขียนการ์ตูนกัดผมให้มันน้อยลงหน่อย ผมก็คงจำคุณไม่ได้หรอกครับ” อาทิตย์จ้องตาตฤณถาม “มาหาเจนจิรา อดีตแฟนหรือครับ น่าเสียดายนะครับ เคยวางแผนจะแต่งงานกันด้วย”

    ตฤณเจ็บจี๊ดที่ถูกแทงใจดำ พูดเยาะเย้ยคืนว่า “นอกจากเล่นโชว์มายากลหลอกเด็กแล้วยังเป็นหมอดูด้วยหรือ”

    “คุณรู้ไหม อะไรที่ทำให้คุณพลาดหวังจากทุกอย่าง เพราะคุณไม่มีศรัทธา ไม่งั้นคุณประสบความสำเร็จไปแล้ว”

    “หรือไม่ ถ้าผมเลิกวาดการ์ตูน แล้วหันไปเอาดีทางด้านหลอกลวงผู้คน ก็น่าจะประสบความสำเร็จไปนานแล้วเหมือนกัน”

    อินทุทนไม่ได้สะอึกออกมา อาทิตย์ยกมือห้ามไว้ ตฤณมองหน้าอาทิตย์อย่างไม่แยแสแล้วเดินผ่านไป

    อาทิตย์มองตาม พอตฤณเดินพ้นสายตาไปแล้ว ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมอำมหิต หันไปพยักหน้าให้อินทุ อินทุรับทราบคำสั่งรีบออกไป

    “ไอ้นักเขียนการ์ตูนหน้าอ่อน มันประกาศตัวเป็นศัตรูกับเจ้านายโจ่งแจ้ง” นารีเอ่ยอย่างแค้นใจ

    “รอฉันได้แว่นสามมิติมาจากหลานมันเมื่อไหร่ มันจะได้เห็นว่าการ์ตูนที่มันเขียนน่ะ สู้จินตนาการของฉันไม่ได้เลย หึๆ”

    ooooooo

    ขณะตฤณเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกมาเซ็งๆ ถูกอินทุตาม ตฤณรู้ตัวแต่คิดว่าเป็นคนร้ายตามหมายปล้น เลยปลิ้นกระเป๋ากางเกงให้รู้ว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย แต่อินทุก็ยังตามตฤณใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่เคยโดดเรียนสมัยมัธยมโดดหลบรอดไปได้ พึมพำด่า

    “ชิ ไอ้โจรตาถั่ว จี้ใครไม่จี้ มาจี้คนถังแตก เซ็งจริงๆ”

    บารมีกับเจนจิราไปทานอาหารเสร็จ ก่อนแยกกัน บารมีฝากขนมให้เจนจิราเอาไปแจกทีมงาน แล้วกู๊ดไนท์กัน พอบารมีไปแล้ว เจนจิราก็ย่องกลับไปเก็บต้นกระบองเพชรที่ถังขยะ เอากลับไปที่ออฟฟิศ

    ฝ่ายปลายฟ้า ย่องไปที่บ้านตฤณเพื่อหาหลักฐานผู้ชายขาวดำ เจอทิวากับราตรีที่มาส่องกล้องติดตามการเคลื่อนไหวของตนอยู่ ยากที่จะหลบออกไปหาหลักฐานชายขาวดำที่บ้านเช่าของตฤณ แต่ได้จ่าเจี๊ยบติดหนวดปลอมตัวทำเป็นเมาขับรถมาชนกระถางต้นไม้พัง ทิวากับราตรีออกไปดู ปลายฟ้าฉวยโอกาสนั้นแอบไปที่บ้านตฤณได้สำเร็จ

    ขณะปลายฟ้าใช้ไฟฉายส่องค้นหาหลักฐานอยู่นั้น เชนกับตังตังก็พาวิศวะกลับมาเพื่อหาฟันเฟืองแว่นสามมิติที่หล่นหาย ส่วนเชนเห็นที่บ้านปลายฟ้าเปิดไฟสว่าง ก็ขอไปรายงานตัวกับปลายฟ้าก่อนปลายฟ้ากำลังหาหลักฐานอยู่ที่บ้านตฤณ เห็นเชนไปที่บ้านตนก็รีบกลับไปกลัวตัวเองทิ้งหลักฐานหมวด

    ปวัน ก่อนปลอมตัวเป็นปลายฟ้า เลยรีบกลับไป เธอกระโดดจับชายคาบ้านเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนชายคาชั้นสอง แม้จะขึ้นไปได้แต่ท้องก็กระแทกพื้นจนเจ็บจุก

    เชนร้องเรียกปลายฟ้าไม่มีเสียงตอบเป็นห่วงคิดว่าไม่สบาย เอ่ยขอโทษแล้วขึ้นไปที่ห้องนอน เจอปลายฟ้านอนเหงื่อแตกพลั่กอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงยิ่งรู้สึกผิด จัดแจงไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้ ปลายฟ้าตกใจลืมตาพึ่บ เชนถามว่าเป็นอะไรเหงื่อแตกพลั่กเลย ปลายฟ้าบอกว่าปวดท้อง ปวดมากด้วย หมายให้เชนไม่ต้องมายุ่งกับตน แต่เชนยิ่งเป็นห่วงถามอย่างอาทรว่า

    “ตื่นแล้วเหรอครับคนดีของเชน คุณเป็นไข้ตัวร้อนจี๋ เชนก็เลยเช็ดตัวให้ ต้องขอโทษด้วยนะครับที่แตะเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต”

    “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก ไม่เคยมีใครทำให้ฉันแบบนี้เลย...คุณไม่น่าลำบากเลย” ปลายฟ้าอ่อย

    “มันเป็นหน้าที่ของเชนที่ต้องดูแลคุณไปชั่วชีวิตอยู่แล้วครับ...คุณหิวไหมครับ” เชนถามไม่ทันรอคำตอบก็เอาข้าวต้มปลามาป้อนให้ปลายฟ้า “ข้าวต้มปลาร้อนๆ ครับ แล้วก็มีอาหารบำรุงครรภ์อีกเพียบเลย”

    ปลายฟ้าฟังแล้วถึงกับสำลักข้าวต้มถามว่าอาหารบำรุงครรภ์ซื้อมาทำไม เชนบอกอย่างภูมิใจว่าก็เธอปวดท้องเพราะกำลังจะมีทายาท ปลายฟ้าฉวยโอกาสที่เชนเข้าใจผิด เห็นเขามีแผลที่แขนจึงเอาใจทำแผลให้ เชนเคลิ้มชมเปาะ...

    “คุณเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวานน่ารัก” เชนชื่นชม ปลายฟ้าพูดเป็นนัยว่าถ้าเขารู้จักตนมากกว่านี้อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ “เชนไม่เคยเปลี่ยนใจ เชนจะดูแลคุณและลูกอย่างดีที่สุด แม้ว่าวันนึงเชนอาจจะต้องไปในที่ห่างไกล แต่ขอให้คุณมั่นใจได้ว่า เชนจะกลับมา”

    ปลายฟ้าได้ช่องทำเป็นโผกอดเชน อ้อนถามว่า

    “แล้วคุณจะไปไหนล่ะคะเชน ที่ว่าไกลน่ะ ปลายฟ้าอยากรู้” เชนนิ่งไป เธอฉอเลาะ “เงียบทำไมล่ะคะ ถ้าคุณจริงใจคุณต้องบอกปลายฟ้า บอกสิคะคุณจะไปไหน”

    เชนเฉไฉว่าก็ที่ที่ตนจากมา พอปลายฟ้าซักก็พูดมั่วไปว่า

    “คงโน่นกระมังครับ ดาวอังคาร ใครๆ ก็มักบอกว่าผมหล่อเหมือนมนุษย์ดาวอังคาร ราตรีสวัสดิ์ อย่านอนดึกนะครับ”

    ปลายฟ้าบ่นกับตัวเองว่าเกือบล้วงคอได้อยู่แล้วเชียว พูดอย่างหมายมาดว่าหลบได้หลบไป หลบให้ได้ตลอดก็แล้วกัน

    ooooooo

    ตังตังเห็นตอนปลายฟ้ากระโดดหนีกลับไปที่บ้านเช่าตัวเองก็คิดว่ามีคนเข้าบ้าน พาวิศวะหมอบซุ่มสังเกตการณ์ พอดีเชนกลับมาถามว่ามีสิ่งผิดปกติใช่ไหม วิศวะเอาแว่นอินฟราเรดสำหรับใส่ในที่มืดออกมาสวม มองเข้าไปเห็นมีคนซ่อนตัวอยู่หลังม่านในห้องดูทีวี ตังตังบอกว่าในบ้านมีขโมย

    สัญชาตญาณนักสู้ผู้พิทักษ์ความดีของเชนทำงานทันที บอกทั้งสองให้ตามตนมา ย่องเข้าไปในบ้านตะโกน

    “ไอ้โจรกระจิบ” ตังตังบอกว่าโจรกระจอก! เชนตะโกนต่อ “ยอมมอบตัวซะดีๆ พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว” แต่ภายในบ้านยังเงียบกริบ

    เชนบุกเข้าไปเอาไม้ฟาดคนที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่าน คนนั้นวิ่งออกมาพุ่งไปชนกำแพง เชนกับวิศวะรีบจับผ้าม่านพันตัวมันไว้ แต่พอเปิดหน้าดู กลายเป็นตฤณ!

    กว่าจะเรียกสติตฤณกลับมาจากอาการอกหักรักคุด วิศวะก็ต้องพูดอยู่นาน บอกตฤณว่า

    “อย่าลืมว่าเรามีภารกิจยิ่งใหญ่ เราต้องส่งเชนกลับไปกู้โลกก่อนที่มิสเตอร์โอเคจะทลายราบเป็นผุยผง และชิ้นส่วนของแว่นสามมิติที่หายไป มันอาจจะกระเด็นตกอยู่ในบ้านหลังนี้”

    “ตรงนี้เลยค่ะพี่วิศวะ ตังตังกระเด็นออกมาจากทีวีร่วงลงตรงนี้แล้วแว่นก็แตก” ตังตังบอกวิศวะไปดูจุดที่แว่นตกแตก

    เชนถามว่าใครรู้บ้างว่าชิ้นส่วนแว่นหน้าตาเป็นอย่างไร ปรากฏว่าไม่มีใครรู้ เชนเสนอว่า

    “ถ้าเราไม่รู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร แล้วเราจะไปถูกทางได้ยังไง เชนว่าเราควรจะมีเข็มทิศ”

    ตังตังจะวิ่งไปเอาเข็มทิศที่ห้อง เชนบอกว่าตนหมายถึงแว่นสามมิติ วิศวะดีดนิ้วเปาะนึกได้

    “ใช่แล้ว ในเมื่อแว่นสามมิติเป็นตัวดึงดูดมิติสองมิติเข้าหากันได้ แว่นก็ต้องดึงดูดชิ้นส่วนของตัวมันเองมาได้สิ”

    วิศวะเอาแว่นสามมิติจากกระเป๋ามาส่องหา ในที่สุดก็เจอฟันเฟืองที่ร่วงหาย วิศวะขอเอาแว่นกลับไปซ่อม ตังตังดีใจที่เชนจะได้กลับบ้านแล้ว เชนพลอยดีใจด้วย พริบตาเดียวก็ชะงักถามว่า ถ้าตนไปแล้วปลายฟ้าล่ะ? พลันตฤณก็ครวญเพลงขึ้นมา

    “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เลือกเดินบนทางสักทางได้ไหม...เลือกมา...ว่าจะรักใคร ก็อยากให้เธอปักใจซะที หากว่าเขาดีก็ไม่ว่าไร...ก็จะเข้าใจและจะไปซะที...ฮือ...”

    เชนฟังเพลงที่ตฤณร้องอย่างมีอารมณ์แล้วอึ้ง

    ooooooo

    ลุงเจิดถูกอินทุจับตัวใส่กุญแจมือมาที่ห้องทำงานของอาทิตย์หมายเค้นเอาแว่นสามมิติให้ได้ ลุงเจิดยืนยันว่าตนไม่รู้จริงๆว่าแว่นอยู่ที่ไหน อาทิตย์บอกว่าตนรู้ว่าแว่นอยู่กับเด็กนั่น ลุงเจิดบอกว่าตนไม่รู้จริงๆปล่อยตนไปเถอะ

    “อย่าเพิ่งรีบซี อยู่ด้วยกันนานๆ รอให้ฉันได้แว่นนั่นกลับมาเสียก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าแว่นมันจะกลับมาอาการครบ 32 หรือเปล่า แล้วฉันก็มั่นใจว่า ไม่มีเทวดาหน้าไหนจะแก้ไขแว่นนั้นได้ นอกจากอัจฉริยะรุ่นเดอะอย่างแก...ป๋าเจิด”

    ระหว่างนั้น นารีเข้ามารายงานว่าประมุขมาขอพบ พูดไม่ทันขาดคำประมุขก็เข้ามาแล้วชื่นชมเว่อร์ว่า

    “ว้าว...รัศมีความขลัง เข้ามาที่นี่ทีไร ผมรู้สึกศรัทธา ขนลุกเกรียวทุกที ฮ่ะๆๆนี่ซ้อมมายากลกันอยู่เหรอ” อาทิตย์ทำหน้างงว่ามายากลอะไร ประมุขชี้ไปที่ลุงเจิด “อ้าว...ยืนใส่กุญแจมืออยู่นี่ไงครับ หึ...กลแบบนี้ผมเห็นจนเกลื่อนแล้ว แต่เชื่อว่าของด็อกเตอร์อาทิตย์ต้องมีอะไรดีกว่า เหนือกว่า คาดไม่ถึงกว่า และยิ่งใหญ่กว่าแน่ๆ ฮ่ะๆๆ”

    ลุงเจิดบอกว่าไม่ใช่มายากลและขอความช่วยเหลือจากประมุข อาทิตย์เห็นดังนั้นเขาดีดนิ้วเปาะเดียวลุงเจิดก็คอพับหมดสติ เขาสั่งนารีกับอินทุ “พาไอ้หมอนี่ไปที่อื่นก่อน ฉันจะคุยธุระ” อาทิตย์มองตาทั้งสองอินทุกับนารีสบตาอาทิตย์อย่างรู้กัน

    จ่าเจี๊ยบที่ส่องกล้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของอาทิตย์กับพวกอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม เห็นอินทุกับนารีพาลุงเจิดออกไปก็สะกดรอยตามอย่างต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันจะพาลุงเจิดไปไหน วิ่งจากตึกฝั่งตรงข้ามมา เห็นอินทุกับนารีคุมลุงเจิดลงมา จ่าเจี๊ยบเอามือถือถ่ายรูปลุงเจิดไว้ได้

    จ่าเจี๊ยบเห็นอินทุกับนารีและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนคุมลุงเจิดไปขึ้นรถตู้ขับออกไป จ่าวิ่งจู๊ดไปอีกทางทันที

    ลุงเจิดถูกสะกดจิตนั่งเบลอๆมา คนขับเลี้ยวรถแรงทำให้หัวลุงเจิดโขกหน้าต่างกระจก เริ่มมีสติจากถูกสะกดจิตคืนมา ลุงเจิดเห็นอินทุกับนารีนั่งอยู่เบาะหน้า ก็คิดหาทางหนี รู้ว่ามือตัวเองถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง ลุงเจิดก็เป็นลมชักขึ้นมา

    “เฮ้ย...เป็นไรวะ อยู่ๆก็ชักขึ้นมา” อินทุโวย

    “รีบช่วยมันเร็ว เดี๋ยวมันตายขึ้นมา นายต้องฆ่าเราแน่ๆ” นารีเร่ง คนขับรถตกใจเอารถจอดริมทางเท้า ในขณะที่อินทุกับนารีช่วยกันจับลุงเจิดให้นอนลง แต่ติดที่มือถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง นารีตัดสินใจไขกุญแจมือออก ทันใดนั้น ลุงเจิดลุกพรวดแย่งปืนจากลูกน้องคนหนึ่งยิงมันตาย แล้ววิ่งหนีเข้าซอยซับซ้อนแถวนี้

    “รีบไปซี เอาตัวมันมาให้ได้” นารีสั่ง แล้วทั้งนารี อินทุ และลูกน้องก็วิ่งไล่ตามลุงเจิดไป ส่วนคนขับก็ขับรถเลี้ยวเข้าซอยไป จ่าเจี๊ยบที่ตามมา โทร.บอกปวันว่า

    “โหลๆ ชายปริศนาคนนั้นมันหนีลงจากรถได้ไงไม่รู้...โธ่ ไม่ได้พูดเล่น เรื่องจริง ลูกน้องด็อกเตอร์อาทิตย์กำลังไต่ตามไป เจี๊ยบจะส่งรูปหน้าตาชายปริศนาคนนั้นไปให้ดูเดี๋ยวนี้” แล้วจ่าก็กดส่งรูปลุงเจิดไปให้ปวันแล้วรีบขับรถตามพวกนารีที่วิ่งเข้าตลาดไป

    ooooooo

    ตฤณ เชน และตังตัง นั่งแท็กซี่มาร้านเนรมิต ระหว่างรถติดไฟแดง มีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์คันหนึ่งมาติดไฟแดงคู่กัน เชนมองรถอย่างพอใจ แต่ผิดสังเกตที่ชายชุดดำบนบิ๊กไบค์มองมา พอเห็นเชนมองก็เบือนหน้าไปทางอื่น

    สัญชาติญาณนักสืบของเชนทำให้ระวังตัว ดังนั้นเชนจึงให้แท็กซี่จอดห่างจากร้านเนรมิตไกล ๆ แล้วพากันลงรถเดินไป บอกตฤณกับตังตังที่เดินบ่นมาว่า

    “เชนทำเพื่อความปลอดภัย อาจมีใครกำลังสะกดรอยตามเราอยู่” ตังตังกับตฤณถามว่ามันอยู่ไหน “เชนก็ยังไม่เห็น แต่สัญชาตญาณของเชนมันบอกน่ะ และสัญชาตญาณของเชนมันก็ไม่เคยพลาด”

    “เฮ่ย...พอเหอะ เมื่อไหร่นายจะแยกออกเสียทีว่า นี่มันโลกในความเป็นจริง ไม่ใช่โลกโอเวอร์เซอร์เรียลในหนังสายลับของนาย” ตฤณบ่นอย่างขัดใจ

    “น้าตฤณพูดจาได้ใจร้ายมาก” ตังตังตำหนิแล้วหันจับมือเชนอย่างปลอบใจ

    “แต่ก็มีบางคนที่แยกโลกในความเป็นจริงกับโลกในความฝันไม่ออก จริงไหมตังตัง”

    ขณะทั้งสามกำลังเดินไปนั้น ที่ซอยข้างตึกไกลๆ ชายชุดดำค่อยๆขี่บิ๊กไบท์โผล่ออกมา แอบมองทั้งสามไปตาไม่กะพริบ

    ooooooo

    ทั้งสามเดินไปถึงร้านเนรมิต ปรากฏว่าบรรยากาศยังเงียบ ร้านร้าง ป้ายหน้าร้านยังแขวนว่า “ปิด” เหมือนเดิม ตังตังตั้งข้อสังเกตว่าลุงเจ้าของร้านปิดร้านนานเกินไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับแกหรือเปล่าก็ไม่รู้

    “แกคงจะรู้ว่านายสายลับหลงทางนี่จะมาไง เลยปิดร้านหนีไปเลย” ตฤณประชด เชนพาซื่อบอกว่าเจ้าของร้านไม่เคยเจอตนจะรู้ได้ไงว่าตนจะมา ตังตังสงสารบอกว่าตฤณพูดประชดต่างหาก

    “หึ สุภาพบุรุษยุคนี้ประชดเก่งไม่แพ้ผู้หญิง โลกมันกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว” เชนหัวเราะในลำคออย่างสมเพช ส่องดูในร้านร้องบอกว่า “มีคนอยู่ในร้าน” พอตฤณกับตังตังเอาหน้าแนบกระจกมองเข้าไปปรากฏว่าไม่เห็นอะไร หันกลับมาอีกทีเชนก็หายไปแล้ว

    เชนย่องเบาอยู่ในร้าน หันมาเห็นตฤณกับตังตังย่องตามมา ตฤณต่อว่าเชนที่เข้ามาไม่ชวนกัน

    “ประตูหลังเปิดอยู่ เชนเลยเข้ามา ในนี้อาจจะมีอันตราย ออกไปรอข้างนอกก่อน” เชนดันทั้งสองให้ออกประตูหลังไป พลันเชนก็ชะงัก หูกระดิกฟังเสียง บอกว่าไม่ทันแล้ว ตฤณกับตังตังหันมอง เห็นลุงเจิดถือปืนลูกซองแฝดจ่ออยู่

    “ยะ...อย่ายิง!” สองน้าหลานยกมือร้องห้าม แต่ลุงเจิดที่เพิ่งหนีรอดตายมากลัวจนสติแตก ตะโกน...

    “จะตามล่าฉันไปถึงไหน มึงตาย!” ลุงเจิดลั่นไกทันที แต่เชนคว้าสองน้าหลานหลบทันแล้วตัวเองก็พุ่งไปอีกทางดึงความสนใจของลุงเจิด

    ลุงเจิดวิ่งไล่ตามเชนที่วิ่งไปหลบที่กล่องใส่ของหลังร้าน ลุงเจิดถือปืนไล่ตามคำราม

    “เป็นตายยังไง กูไม่ยอมให้พวกมึงจับกูไปสะกดจิตอีก” แล้วลุงเจิดก็ยิงใส่เชนอีก แต่เชนไวทายาดหลบลูกปืนได้ทุกที ตฤณวิ่งตามมาบอกลุงเจิดว่าอย่ายิง พวกเราไม่ได้มาจับลุง

    “พวกเราจะมาให้ลุงช่วยนะคะ ไม่ได้มาทำร้ายลุง”

    “กูไม่เชื่อ” ลุงเจิดที่หักลำกล้องบรรจุกระสุนใหม่สองนัดแล้วเล็งจะยิงสองน้าหลาน

    พริบตานั้น เชนกระโจนออกมาแย่งปืนลุงเจิดไปรวดเร็วว่องไวปานสายลม เร็วจนลุงเจิดไม่รู้ตัวโวยวายว่าปืนตนหายไปไหน อยู่ๆเสียงเชนก็ก้องกังวานขึ้นว่า...

    “ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรมสิ”

    ลุงเจิดหันมองให้ควัก แล้วก็ตะลึงเมื่อเงยหน้ามองไปมุมสูงข้างหน้า เห็นเชนยืนเท่ สง่าอยู่บนนั่งร้านสูงสองชั้นที่ใช้เก็บของ มีปืนลูกซองพาดอยู่บนไหล่ ลุงเจิดเห็นหน้าเชนเต็มตาก็จำได้ เชนทำท่าประจำตัวประกาศ

    “คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้ายสายลับเชน!! ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น”

    “สะ...สะ...สายลับเชน!” ลุงเจิดอุทานเรียก จ้องมองเชน “คุณพระช่วย!! สะ...สะ...สายลับเชนจริงๆด้วย”

    เชนเดินเข้ามาหาลุงเจิด พร้อมกับยื่นปืนลูกซองคืนให้ ลุงเจิดพูดอย่างศรัทธาว่า

    “สายลับเชน ผู้ผดุงคุณธรรมแห่งแดนสยาม ฉันติดตามดูสายลับเชนทุกตอนเลย ดูซ้ำแล้วซ้ำอีก จนแทบจะจำคำพูดของสายลับเชนได้ทุกฉาก” ลุงเจิดจับตัวเชนอย่างตื่นเต้น “สายลับเชนจริงๆเหรอเนี่ย...ดีใจจริงๆ ฮ่ะๆๆ” หัวเราะแล้วเอะใจถาม “เอ๊ะ...แล้วสายลับเชนออกมาจากหนังได้ยังไง??”

    “ก็แว่นสามมิติของลุงน่ะสิ ทำให้หนูพาสายลับเชนออกมาจากจอ” ลุงเจิดผงะหันถามว่าตังตังเองหรือที่เอาแว่นสามมิติของตนไป ตังตังตกใจหลบไปอยู่หลังตฤณปฏิเสธเสียงสั่น “หนูเปล่านะ หนูไม่ได้มีนิสัยขี้ขโมย หนูแค่ลองเทสต์แต่เกิดลืมคาดไว้บนเฮด ก็เลยแฮ้บติดกลับบ้านไป”

    “แว่นได้ผลจริงๆด้วย ตลอดเวลานี่ ฉันไม่เคยลองเลย แต่ยังไม่สายนะ ฮ่ะๆๆ ซุปเปอร์แมน แบทแมน พ่อนาคพระโขนง เออ...แล้วตอนนี้แว่นอยู่กับเอ็งรึเปล่านังหนู”

    ตังตังพยักหน้ากลัวๆ ตฤณรีบบอกว่าแต่ตอนนี้แว่น...แตก! ลุงเจิดตกใจเผลอยกปืนจ่อ จนตฤณกระโดดหลบเชนเข้ามาจับกระบอกปืนไว้ บอกลุงเจิดว่า

    “เพราะเหตุนี้แหละครับ เชนถึงต้องการให้คุณช่วย!”

    ลุงเจิดชวนให้ไปที่บ้านตนก่อนลองหาทางดูแต่ไม่รับปากว่าจะช่วยได้ เชนถามว่าเมื่อกี๊ฟังลุงพูดว่าถูกจับตัวไป พวกมันเป็นใคร? ลุงเจิดนิ่วหน้าคิดไม่ออกบอกว่าตนไม่รู้ นึกอะไรไม่ออกเลย แต่พอลุงเจิดมอง ออกไปนอกร้านก็ผวาเฮือกเมื่อเห็นนารี อินทุ ลงจากรถตู้พร้อมลูกน้องสามคนมีปืนครบมือ แกชี้ให้ดูมือสั่น

    “พวกมันนี่แหละ!”

    พอเชน ตฤณ และตังตังหันมองตามลุงเจิด เห็นนารี อินทุ และลูกน้องกำลังเดินมาที่ร้าน เชนรีบพาลุงเจิด ตฤณ และตังตังกลับเข้าไปในร้านทันที

    ooooooo

    นารีกับอินทุที่กำลังบ่ายหน้ามาที่ร้านเนรมิตนั้น อินทุรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติในร้าน พอเปิดประตูเข้าไปก็ถูกเชนกลิ้งตัวม้วนออกมาพร้อมปืนเมาเซอร์สองกระบอก

    เชนยิงเปิดทางแล้วพาตฤณ ตังตัง ลุงเจิดหนีออกไปได้โดยใช้อุปกรณ์ในร้านปลอมตัวมีเชนคอยระวังหลังให้ อินทุสั่งตามจับเป็น “ไอ้แก่” นั่นมาให้ได้ เชนถูกอินทุขว้างเหล็กรูปบูมเมอแรงผูกติดผ้าเหวี่ยงรัดไว้และลากไป

    ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ ทุกคนกลายเป็นนักรบ ตฤณที่เคยแต่จับปากกาวาดการ์ตูน เมื่อจับปืนก็ยิงได้แม่นฉมัง ลูกน้องสามคนของนารีและอินทุถูกยิงบาดเจ็บ นารีเองก็ถูกยิงบาดเจ็บที่แขน พวกเขาจึงพากันล่าถอยไป

    ตฤณจำนารีกับอินทุได้ว่าเป็นลูกน้องอาทิตย์ แต่ลุงเจิดจำใครไม่ได้เลย ไม่ทันได้ทำอะไรต่อ คนชุดดำที่เชนเห็นขี่บิ๊กไบค์ตามมาก็ปรากฏตัวขึ้น เชนพุ่งออกไปสกัด สั่งให้หยุดไม่อย่างนั้นไม่เกรงใจ ถูกสวนมาอย่างไม่เกรงใจว่า

    “นายนั่นแหละหยุด ฉันเป็นตำรวจ ส่งลุงคนนั้นมา อย่าขัดขืนหรือขัดขวางเจ้าหน้าที่เด็ดขาด”

    “หา! ผู้หญิงนี่!” ตฤณอุทาน เชนไม่สนใจสั่งให้หยุดไม่งั้นยิง ถูกคนชุดดำขี่ยกล้อพุ่งเข้าใส่ เชนโดดหลบแทบไม่ทัน

    ที่แท้คนชุดดำคือหมวดปวันนั่นเอง! เมื่อเชนยื่นมือไปแสดงความเป็นมิตรกับตำรวจ พอปล่อยมือปรากฏว่าถูกปวันใส่กุญแจมือกับโซ่ล่ามปั๊มลมไปแล้ว แต่เชนก็แก้ปัญหาได้ง่ายดายเพียงเอาปืนยิงโซ่ขาดก็หลุดจากพันธนาการ ปวันชิงตัวลุงเจิดไป เชนบอกไม่เป็นไรให้ลุงไปกับตำรวจเดี๋ยวตนจะตามไปช่วยเอง

    ooooooo

    นารีกับอินทุพาทีมงานของตนที่ได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้วไปรายงานอาทิตย์ที่ห้องทำงาน พออาทิตย์รู้ว่าคนทำแว่นสามมิติถูกแย่งตัวไปก็เกรี้ยวกราดว่า

    “พวกแกเป็นง่อยกันหมดรึไง ถึงทำอะไรพวกมันไม่ได้”

    “แต่ไอ้พวกนั้นมันคุ้นๆ ดูๆ ไปอาจจะเป็นพวกของไอ้เด็กที่เอาแว่นไป” นารีรายงาน

    “เด็กที่เอาแว่นไป ต้องการตัวคนทำแว่นเหมือนเรางั้นรึ ไอ้ผู้ชายที่อยู่กับเด็ก มันเป็นแฟนเก่าของผู้หญิงที่สมายล์ทีวี ฮ่ะๆๆ ฉันรู้แล้ว ถ้าอยากแน่ใจว่าใช่พวกมันแน่ๆ ไหม มันต้องการอะไร ทำไม ยังไง เราก็ต้องใช้นางนกต่อ”

    ฝ่ายหมวดปวันจับตัวลุงเจิดไปมอบให้ผู้การธงทิว บอกว่าพามาแจ้งความด็อกเตอร์อาทิตย์ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว แต่กลับกลายเป็นทั้งหมวดปวันและจ่าเจี๊ยบถูกผู้การตำหนิรุนแรงว่า ดร.อาทิตย์ผู้มีเมตตามอบพลังศรัทธาสร้างชีวิตให้ผู้อื่นนี่หรือจะทำกับคนแก่ๆอย่างนี้ได้ลงคอ

    พอหมวดปวันบอกว่า ดร.อาทิตย์นี่แหละที่ใช้พลังศรัทธาบังหน้า แต่ลับหลังซ่องสุมอาวุธและลูกน้องไม่ต่างอะไรกับพวกมาเฟีย ก็ถูกธงทิวถามว่าเอาพยานหลักฐานอะไรมาพูด ปวันบอกว่าลุงคนนี้แหละเป็นทั้งพยานและเจ้าทุกข์ แต่พอผู้การธงทิวสอบถาม ปรากฏว่าลุงเจิดจำอะไรไม่ได้เลย

    ลุงเจิดมึนงงตอบคำถามได้แต่ว่า “จำไม่ได้”... “นึกไม่ออก”...“ผมไม่รู้” แล้ววิ่งหนีออกจากห้องไป ปวันกับจ่าเจี๊ยบไล่ตามลงไปถึงข้างล่าง ก็เห็นลุงเจิดขึ้นรถแท็กซี่ไปกับเชนแล้ว ปวันสงสัยว่าเชนตามมาถูกได้ยังไง พอนึกออกเอานามบัตรของตัวเองออกมาดู เห็นทั้งชื่อ ยศ และหน่วยที่ตั้งพร้อม เลยได้แต่สบถอย่างหัวเสีย “โธ่เว้ย!”

    ดร.อาทิตย์ตั้งเป้าหมายจะสะกดจิตเจนจิรา แต่ขณะเข้าไปหว่านล้อมจูงใจเรื่องศรัทธาและจ้องตาเจนจิราหมายสะกดจิต ก็ถูกตากล้องมาขัดจังหวะ ตามเจนจิรารีบไปทำงานเดี๋ยวจะตัดต่อไม่ทัน เจนจิราเลยรอดพ้นจากการถูกสะกดจิต แต่ก็รู้สึกมึนๆ งงๆ แต่สงสัยว่าเมื่อคืนนั่งเขียนสคริปต์ดึกไปหน่อยเลยนอนไม่พอ

    อินทุกับนารีเสียดายที่ตากล้องมาขัดจังหวะ อาทิตย์พูดอย่างย่ามใจว่าไม่ต้องห่วงตนรู้แล้วว่าจะปั้นใครให้สมายล์ทีวี

    ooooooo

    ตฤณพาเชน ตังตัง และลุงเจิดมาที่ร้านของวิศวะ วิศวะมาเจอตฤณก็ทักไอ้ก้นย้อย เห็นลุงเจิดก็ถามว่านั่นพ่อใคร

    “ไม่ใช่พ่อเอ็งก็แล้วกัน แล้วไหนล่ะแว่นสามมิติของฉัน อยู่ที่ไหน” ลุงเจิดถามพลางมองหา พอวิศวะรู้ว่าลุงเจิดเป็นเจ้าของแว่นสามมิติก็ดีใจ ลุงเจิดเปิดตัวว่า “ฉันนี่แหละคนประดิษฐ์แว่นสามมิติ”

    วิศวะคุกเข่ายกมือไหว้คารวะแบบเส้าหลินทันที ไหว้ขอขมาได้โปรดยกโทษให้ตนและรับเป็นศิษย์ด้วย

    เมื่อไปดูแว่นสามมิติ ลุงเจิดดีใจมากแต่พอเห็นกระจกแตกก็ตกใจถามทำไมเป็นอย่างนี้ ตังตังรีบบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ตนไม่ได้ตั้งใจ เชนชี้แจงว่าเพราะอย่างนี้ถึงต้องตามตัวลุงเจิดมาช่วย

    วิศวะยอมรับว่าตนซ่อมไม่ได้แม้จะใส่ฟันเฟืองเข้าไปแล้วก็ยังซ่อมไม่ได้ เชนเชื่อว่าคนที่ประดิษฐ์แว่นนี้ต้องซ่อมได้ ถามลุงเจิดว่าใช่ไหมลุง

    “เสียใจว่ะพ่อสายลับ ถ้าเลนส์มันแตกแบบนี้ฉันก็ไม่รู้จะช่วยซ่อมยังไงเหมือนกัน” ลุงเจิดยอมรับ เชนหน้าจ๋อยถามว่าอย่างนี้ตนก็หมดโอกาสกลับไปยังที่ที่ตนมา กลับไปหาลินดา คร่ำครวญอย่างเจ็บปวดว่า

    “มิสเตอร์โอเคจะครองโลกตลอดกาล!” แต่เชนก็ประกาศว่า “สายลับเชนต้องไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาชีวิต!”

    เชนนึกถึงสะพานพุทธที่ลินดาตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา คิดว่าถ้าตนลงไปตรงจุดนั้นจะต้องกลับไปพบลินดาได้ เชนตัดสินใจกระโดดลงไปทันที

    อึดใจใหญ่ เชนในสภาพเปียกม่อล่อกม่อแล่ก ก็ตะกายขึ้นมานอนแผ่สองสลึง ณ จุดที่โดดลงไป คิดว่าตัวเองไปเจอลินดาแล้ว ถูกเด็กแว้นและสก๊อยมาเจอ คิดว่ามีคนนอนตายอยู่ พากันลงมาเซลฟี่ลงเฟซกัน เชนได้ยินโวยวายว่าตนยังไม่ตาย

    เชนตื่นขึ้นมารู้ตัวว่ายังอยู่กรุงเทพฯ ก็บอกตัวเองว่า

    “ต้องกลับไปให้ได้ นอกจากแว่น 3DDD นั่นแล้วมันต้องมีที่ไหนสักแห่ง อะไรสักอย่างที่พาเชนกลับไปได้อีก”

    แห่งเดียวที่เป็นความหวังของเชนคือร้านเนรมิต เชนลุกขึ้นบ่ายหน้าไปทันที

    ooooooo

    เชนกลับไปที่ร้านเนรมิต เจอหมวดปวันกับจ่าเจี๊ยบกำลังไปหาหลักฐานที่ร้านเนรมิตพอดี เชนเที่ยวเดินหาแว่น สวมแว่น เผื่อจะเจอแบบแว่น 3 มิติ พาตนกลับไปในหนังได้ แต่ไม่มีสักอัน ซ้ำยังเจอจ่าเจี๊ยบกับหมวดปวันด้วย

    ปวันดีใจที่จะได้สืบว่าเชนเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร แต่พอถามเชนว่ามาหาอะไรที่นี่ เชนบอกว่าหาของที่จะพาตนกลับไปได้ ปวันถามว่าจะกลับไปไหน เชนบอกว่าไปในที่ที่ตนมา คือวังบูรพา

    ปวันบอกว่าวังบูรพาก็แค่นี้เองเรียกแท็กซี่ไปก็ได้ แต่ฉุกคิดได้บอกเชนว่าตนไปส่งก็ได้ เชนดีใจมากต่างแนะนำตัวแก่กัน แล้วยื่นมือจับแสดงความเป็นมิตรต่อกัน พอได้สัมผัสมือกันก็รู้สึกแปร๊บเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าตัว

    เชนชมว่าถึงปวันจะดุแต่ก็เป็นผู้หญิงที่สวยและมีน้ำใจมาก ปวันตัดบทว่าตกลงจะให้ตนไปส่งที่บ้านไหม เชนกลับส่ายหน้าบอกว่าเธอช่วยตนไม่ได้หรอก ปวันทั้งฉุนทั้งมึนที่เชนเรื่องมากเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บอกว่าตนไม่สนว่าเขาจะกลับไปไหนหรือไม่ “แต่ที่ฉันสนคือนายเป็นใคร นายมีปัญหาอะไรกับด็อกเตอร์อาทิตย์” เชนมองหน้าบอกว่าตนไม่รู้จัก

    เชนหลบออกจากร้านหนีกลับไปที่บ้านเช่าของตฤณ ปวันตกใจคาดว่าเชนต้องกลับไปหาปลายฟ้าแน่

    จริงดังคาด เชนกลับไปที่บ้านเช่าของตฤณ เจอตังตังก็บอกว่า เมื่อฟ้ากำหนดให้ตนอยู่ที่นี่ตนก็จะอยู่ช่วยเหลือทุกคนที่นี่ วีรบุรุษอยู่ที่ไหน ย่อมเป็นวีรบุรุษ บอกตังตังอีกว่า

    “ที่สำคัญเชนไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ณ เวลานี้ เชนมีคนที่จะต้องปกป้องดูแล นั่นคือ คุณปลายฟ้า!”

    ตฤณติงว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกเพราะนี่เป็นโลกแห่งความเป็นจริง เชนบอกให้ตฤณสอนตน ตฤณรับปากและเริ่มทันที ด้วยการเอาบิลค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ให้ บอกว่า

    “นี่คือสิ่งที่คนธรรมดาทุกคนต้องทำ เขาต้องทำงานหาเงิน ไม่ใช่วันๆ กินอุดมการณ์ เอาแต่ปราบเหล่าร้ายเหมือนชีวิตนายในหนัง” พอเชนงง ตฤณย้ำว่าถ้าเชนจะดูแลปลายฟ้ายิ่งต้องทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อสร้างอนาคต

    เชนฮึดขึ้นมาบอกว่าตนจะทำงาน บอกตฤณว่า ตนจะอดทนทำได้ทั้งหมด แล้วเชนก็ไปหาปลายฟ้าเลย

    ตฤณปวดหัวถามตังตังว่าตนจะไปหางานที่ไหนให้เชนทำ ในเมื่อตัวเองก็ตกงานอยู่ ตังตังบอกว่าตฤณมีน้าเจนคนเก่งอยู่ทั้งคน น้าเจนต้องช่วยได้แน่ ตฤณถามอย่างคนมีปมด้อยว่า เจนเหนือกว่าตน เก่งกว่าตนอีกแล้วใช่ไหม

    “คิดอะไรแบบนั้น น้าตฤณทำไมไม่คิดว่า เหตุผลเรื่องช่วยเชนจะทำให้น้าได้กลับไปเวิ่นเว้อเจอะเจอกะน้าเจนอีกอย่างสมเหตุสมผลไง”

    ตฤณยิ้มออก ที่มีเหตุผลจะกลับไปเจอและคืนดีกับเจนจิราอีกครั้ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 21:39 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์