นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    สายลับสามมิติ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: “สายลับสามมิติ” สนุก ฮา “ป๋อทุลุมิติจับมือน้ำตาลควงปืนผดุงความยุติธรรม”

    พระนคร ปีพุทธศักราช 2510

    รถนักเรียนคันหนึ่ง ขับขึ้นมาบนสะพานพุทธเห็นแต่ไกล ในรถ เด็กอนุบาลชายหญิงประมาณ 20 คนแข่งกันตะเบ็งเสียงร้องเพลงอย่างสนุกสนาน โดยมีครูสาวเป็นผู้สอนร้องและทำท่าประกอบน่ารัก

    ลุงคนขับยิ้มฟันหลอร้องเพลงสนุกไปกับเด็กๆด้วย

    ถนนเบื้องหน้าลาดจากสะพานลงไป ปรากฏ ชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถวหน้ากระดานขวางถนน รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ มีชายฉกรรจ์ยืนจังก้าแสยะยิ้มอยู่บนหลังคารถ เขาคือมิสเตอร์โอเค!

    โอเคยกแมชชีนกันเล็งไปที่หน้าผากลุงคนขับ ประกาศ “เมื่อใดที่ไอ้กระพ้มถามคุณว่า แบบนี้มันโอเค้?? ทุกคนต้องตอบว่า...”

    “โอเค!!!” เสียงชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่เบื้องล่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน แสงเลเซอร์จุดแดงๆ วิ่งไปที่หน้าผากลุงคนขับรถนักเรียนอย่างแม่นยำเป็นรูปตัว O กับตัว K

    “มิสเตอร์ โอเค ไอ้หัวโจกเหล่าร้ายใจอธรรม... ไม่...ผมไม่โอเค!!!” ลุงคนขับเหยียบเบรกเอี๊ยด ทั้งครูสาวและเด็กๆหัวคะมำกันเป็นแถว

    โอเคสั่งลูกน้องให้ไปต้อนพวกเด็กๆมาหาตน พวกเด็กๆร้องกันกระจองอแง ถูกโอเคตวาดให้หยุด หนวกหู สั่งพวกเด็กๆ “ถ้าพวกคุณน้องๆหนูๆ อยากกลับบ้านกันล่ะก็ ตะโกน!! ตะโกนเรียกใครคนนึงที่มันชอบแหย่หนวดมิสเตอร์โอเค” พูดไม่ทันขาดคำ โอเคก็ต้องอุดหูแทบไม่ทันกับเสียงเด็กๆที่ตะโกนกันทั้งรถ

    “สายลับเชน!! ช่วยเราด้วย...ช่วยหนูที...สายลับเชน ผมกลัว...สายลับเชนมาช่วยปราบอธรรมที!!”

    แต่โอเคไม่โอเคหาว่าเสียงเด็กๆดังเท่ามดตด สั่งให้ร้องอีกล่อให้เชนออกมาให้ได้ พวกเด็กๆพากันตะโกนเรียกหาสายลับเชนสุดเสียงดังก้องไปทั้งสะพานพุทธ

    “ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรม!!!” เสียงครูสาวตะโกนแทรก สลับกับเสียงเด็กที่ตะโกนให้สายลับเชนช่วยด้วยเป็นระยะ ปนกับบางเสียงที่ร้องไห้อย่างหวาดกลัว

    ท่ามกลางเสียงร้องระงมของเด็กๆ เสียงมอเตอร์ไซค์แผดขึ้นที่ปลายสะพาน ลินดาขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่งมาอย่างเร็ว พวกสมุนของโอเคหันมองร้อง “ละ-ละ-ละ-...”

    “ความสวยไม่คงที่ แต่ความดีสิคงทน แต่ทั้งดีทั้งสวย ทั้งแสนซนต้อง ละละละ...”

    “ลินดา!!!” พวกสมุนโอเคตะโกนพร้อมกัน บางคนตะโกนบอก “คู่หูไอ้สายลับเชน!!” โอเคสั่งแมเนจมันเลย พวกสมุนหูไม่กระดิก โอเคจึงสั่ง “จัดการ! แมเนจแปลว่าจัดการ!!” พวกสมุนจึงหันระดมยิงใส่ลินดา แต่เธอใช้ความว่องไวขี่ฉวัดเฉวียนหลบกระสุนได้อย่างคล่องแคล่ว สุดท้ายเธอดึงแส้อาวุธคู่กายที่ม้วนอยู่ที่เอวออกมาตวัดปัดลูกกระสุนอย่างสวยงาม กระสุนที่ลูกน้องโอเคยิงมาราวกับห่าฝน ไม่ระคายผิวเธอแม้แต่นัดเดียว เธอกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์โพสท่าเท่

    สุดท้ายโอเคต้องลงมือเอง ใช้ปืนแมชชีนกันเล็งหน้าผากลินดาแต่พอลั่นไกกระสุนไพล่ไปถูกต่างหูเธอกระจุย ตวาดถามว่าไอ้สายลับเชนอยู่ที่ไหน ตนไม่รังแกเพศอ่อนแออย่างเธอ สั่ง “เรียกมันออกมา!” แล้วมันก็ยิงแสงเลเซอร์ถูกมอเตอร์ไซค์ของลินดาไฟลุกโชน

    ลินดาถามอย่างโกรธจัดว่ารู้ไหมว่ามอเตอร์ไซค์ตนกี่บาท โอเคบอก สองแสน ไล่ไปจนถึงสามแสนก็ผิดหมดมันยอมแพ้บอกให้เฉลย

    “หนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วนเว้ย!” เสียงสายลับเชนก้องขึ้น

    โอเคกับสมุนมองหากันให้ควั่ก เห็นเชนยืนเท่

    อยู่บนราวเหล็กสะพาน มือถือปืนคู่กาย ผูกผ้าพันคอปลิวสะบัด พวกเด็กๆและครูดีใจสุดขีด พากันตะโกน “สายลับเชนมาแล้ว!สายลับเชนมาแล้ว!! สายลับเชนมาแล้ว!!!”

    ลินดามองเชนด้วยแววตาเทิดทูนบูชา ตะโกนถามโอเคว่า “เชนมาแล้ว!! โอเคไหม...ไอ้มิสเตอร์โอเค”

    “คุณธรรม ปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน!! ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น...” เชนประกาศก้อง

    โอเคขบเขี้ยวเคี้ยวฟันประกาศวันนี้จะกำจัดเชนให้สิ้นชื่อแล้วโลกนี้จะโอเคเพราะตกเป็นของมิสเตอร์โอเค ถูกเชนเยาะเย้ยว่าคนที่สิ้นชื่อคือตัวมันเองต้องเปลี่ยนชื่อจากโอเคเป็นไอ้ดุ๊ยดุ่ย เพราะธรรมะย่อมชนะอธรรม ทำให้โอเคแค้นมากที่บังอาจมาเอ่ยชื่อจริงของตน สั่งลูกน้อง แมนเนจมัน!! พวกสมุนต้องแปลต่อๆกันว่า “แปลว่าจัดการ!”

    เมื่อเชนมาทุกอย่างก็จัดการเรียบร้อย ทั้งโอเคและสมุนก็ถูกเชนกับลินดาร่วมกันกำจัด ทั้งคู่หันหลังพิงกันสู้ เชนตะโกนปลุกใจ “ลินดากับเชน ยอดมิตรชิดใกล้ จะเคียงคู่สู้เหล่าร้ายด้วยกัน” แล้วตะโกนพร้อมกัน “ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรม!!”

    เชนกับลินดาสู้กับโอเคและสมุนนับสิบ แม้พวกมันจะถูกกำจัดไปหลายคนแต่ส่วนที่เหลือก็ยังต่อสู้อย่างบ้าระห่ำ โอเคสั่งให้เอาเจ้าบุ๋มบิ๋มมา สมุนส่งแมชชีนกันให้ มันเล็งยิงเชน ลินดาวิ่งไปผลักเชนพ้นวิถีกระสุนแต่เธอโดนกระสุนอย่างจัง

    “ลินดา!” เชนมองลินดาช็อก

    ที่แผงขายของใต้สะพานพุทธ คนขายดีวีดีชูรูปเชนเท่อยู่บนแผ่นปกดีวีดีที่วางขาย ตะโกนเชิญชวน

    “สายลับเจ้าเสน่ห์ เหลือแค่ตอนละแผ่นนะครับ ไม่ผลิตแล้วด้วยครับ ที่นี่ที่เดียว สามแผ่นร้อยครับ สามแผ่นร้อย...”

    ระหว่างนั้น มีแฟนคลับของ ดร.อาทิตย์ถือป้ายต่อต้านตฤณเดินผ่านหน้าร้านไปเป็นกลุ่ม

    ooooooo

    กรุงเทพฯ ปีพุทธศักราช 2557

    ตฤณ ตรงวุฒิ นักวาดการ์ตูนล้อเลียนชื่อดังของยุค วาดการ์ตูนที่เชื่อว่าตัวเองวาดอะไรเป็นโดน เป็นใช่ ทำงาน อยู่ที่สำนักพิมพ์คมคิดลึก มีนิกรเป็น บก.

    เหตุเกิดเพราะตฤณ วาดการ์ตูนล้อเลียน ดร.อาทิตย์ นักจิตวิทยา ที่ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากชาวบ้านมาก ตฤณวาดการ์ตูนล้อเลียน เป็นด็อกเตอร์อาทิตย์หลอกให้คนมากราบไหว้ดุจนักบุญที่สวรรค์ส่งมาโปรดมวลมนุษย์ แต่เบื้องหลังเป็นนักต้มตุ๋น มีเงินมีทองกินอยู่หรูหรา เลยถูกบรรดาผู้ศรัทธา ดร.อาทิตย์ถือป้ายแห่มาประท้วงที่หน้าสำนักพิมพ์ว่า

    “นสพ.หมกเม็ด” ... “ตฤณ ตรงวุฒิ นักเขียนการ์ตูนบาปหนา” ... “ดร.อาทิตย์ ผู้นำแห่งจิตวิญญาณ” ... “ดร.อาทิตย์ถูกใส่ร้าย” ฯลฯ พากันมาตะโกนประท้วงบ้างฉีกหนังสือพิมพ์ บ้างจุดไฟเผา ชี้เข้าไปในสำนักพิมพ์ตะโกนให้ตฤณออกมา! ออกมา!!

    นิกรนั่งหน้าเครียดที่นักประท้วงมายืนตะโกนด่าอยู่หน้าสำนักพิมพ์ โยนหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นลงบนโต๊ะตวาดถาม

    “ไอ้ตฤณ ตรงวุฒิ แกไปวาดการ์ตูนล้อเลียนด็อกเตอร์อาทิตย์ทำไม!! ไม่รู้รึไงว่าคนเขาชื่นชมกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วฉันก็ดันขี้เกียจใส่แว่นสายตายาวมันใส่แล้วปวดหัว เลยไม่อ่านให้ดีก่อน นึกว่าแกล้อเรื่องละครทีวีที่กำลังฮิตตอนนี้ เลยซวยกันหมดเลย แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน เป็นความผิดของแก”

    “ถึงเป็นคนเขียนการ์ตูนก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่สักแต่เขียนให้ความบันเทิงอย่างเดียว เมื่อสังคมมีอะไรไม่ชอบมาพากลเราก็ต้องสะกิดเตือน” ตฤณคิดโต้อย่างห้าวหาญแต่กลับตอบนิกรที่นั่งด่าว่า... “ครับ”

    นิกรถามว่าตฤณจะรับผิดชอบต่อสำนักพิมพ์ของตนอย่างไร แฟนคลับพวกนั้นจะถล่มสำนักพิมพ์อยู่แล้ว ตฤณโยนกลองว่าความรับผิดชอบเป็นหน้าที่ของ บก.นิกรโต้ว่าการ์ตูนมีลายเซ็นทุกอย่างผูกมัดตัวเองอยู่แล้ว

    “โอเค ผมจะออกไป” ตฤณตัดสินใจ นิกรถามตื่นเต้นว่าจะออกไปขอโทษพวกเขาหรือ “เปล่า...ผมจะออกไปทางประตูหลัง ถ้าพวกนั้นบุกเข้ามาก็บอกว่าผมไปแล้วนะครับ”

    นิกรมองตฤณที่คว้าเป้ที่มีม้วนกระดาษออกไปอย่างหัวเสีย

    ooooooo

    ถึงจะหลบออกไปทางประตูหลังแต่ก็หนีไม่พ้นแฟนคลับของ ดร.อาทิตย์ พอคนหนึ่งเห็นตะโกนบอกกัน พวกที่อออยู่หน้าสำนักพิมพ์ก็กรูกันไล่ตาม

    ตฤณวิ่งหนีขาขวิด แต่ชำนาญภูมิประเทศเลยหลบเข้าซอกข้างทางโหนโครงเหล็กกันสาดเตี้ยๆ พวกที่ไล่ตามมาตาถั่วหาไม่เจอก็พากันวิ่งหาเลยไป ตฤณชะโงกดูแน่ใจว่าพวกนั้นไปกันหมดแล้วก็บ่นกระปอดกระแปด

    “แค่คิดต่างก็ต้องใช้กำลัง มันไม่ใช่อะ แต่ผมไม่โกรธพวกเขาหรอกนะครับ สไปเดอร์แมนสอนผม หน้าที่อันยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ผมก็ไม่ต่างอะไรจากฮีโร่ในหนังการ์ตูนคือเป็นคนดี มีหน้าที่ปราบคนพาล อภิบาลคนดี เพราะนี่แหละคือภารกิจของฮีโร่!”

    ตฤณทิ้งตัวลงมา แต่เพราะพื้นแฉะเลยลื่นพรืดก้นจ้ำเบ้า พอดูนาฬิกาก็ตกใจบ่น “สายอีกแล้ว!” ลุกขึ้นได้ก็วิ่งหน้าตั้งย้อนกลับไป

    ooooooo

    ตังตัง เป็นหลานสาววัย 8 ขวบของตฤณที่พี่สาวกับพี่เขยฝากเลี้ยงเพราะทั้งสองไปทำงานต่างประเทศ โรงเรียนเลิกแล้ว พ่อแม่ของเพื่อนๆพากันมารับลูกกลับบ้าน ตังตังเห็นแล้วนั่งซึม

    ตฤณรู้ว่าโรงเรียนเลิกนานแล้ว เขารีบจะไปรับหลาน วิ่งแหวกผู้คนไปตลอดทาง ถึงสถานีรถไฟฟ้าผ่านจอที่มีโฆษณารายการ “Faith ศรัทธาสร้างพลัง” ของด็อกเตอร์อาทิตย์ ติดโปรโมตไปทั่วสถานี

    ตฤณแปะบัตรรายเดือนที่ซื้อไว้วิ่งผ่านทางเข้าอัตโนมัติตรงไปที่ชานชาลา กวาดตาปรื๊ดเห็นตังตังกำลังยืนเลี้ยงโยโย่ระหว่างรอรถไฟฟ้าก็โล่งอก ร้องเรียกตังตังลั่นจนผู้คนหันมอง ตังตังกำลังสนุกกับการเลี้ยงโยโย่พอกเห็นตฤณวิ่งหน้าตั้งมาก็หันหน้าหนี พอดีรถไฟฟ้าจอด ตังตังขึ้นรถไป ตฤณวิ่งขึ้นรถไฟฟ้าอีกโบกี้หนึ่งก้าวเข้าไปได้เฉียดฉิวก่อนประตูเลื่อนปิดฉับ

    ตฤณจะเดินไปหาตังตัง ปรากฏว่าประตูหนีบชายเสื้ออยู่ออกแรงดึงจนเสื้อขาดแควก เลยถอดเหลือแต่เสื้อยืดข้างใน เอาเสื้อผูกเอวแหวกผู้โดยสารอื่นไปหาตังตัง พอ ตังตังเห็นสภาพของน้าชายก็ถามอย่างสมเพช

    “โอ๊ย! นี่สำนึกผิดจนเป็นบ้าไปแล้วเหรอ น้าตฤณ” ตฤณรีบขอโทษที่ไปรับช้าแต่พอจะชี้แจงก็ถูกตังตังขัดขึ้นว่า “น้าก็สายทั้งปีอยู่แล้วนี่ ตั้งแต่เปิดเทอมยันปิดเทอม”

    ตฤณเฉไฉถามว่าปิดเทอมแล้วปีนี้อยากทำอะไร ตังตังบอกว่าไปหาพ่อแม่ที่เมืองนอก ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ไปหามิกกี้เม้าส์กับโดนัลดั๊ก ตฤณหน้าแหยไปทุกที พอตังตังพูดจบก็ติงเสียงอ่อยว่า

    “ไกลจัง ค่าตั๋วก็แพง อีกปีเดียวพ่อกับแม่ก็กลับมาแล้ว ไปเที่ยวห้างแถวบ้านเราแล้วกัน มีมิกกี้เม้าส์กับโดนัลดั๊กเหมือนกันเดี๊ยะ” ตังตังทำหน้าหงิกบอกว่าตัวจริงกับตัวปลอมมันเหมือนกันที่ไหน ตฤณกล่อมว่า “ไอ้ตัวที่อยู่ดิสนีย์แลนด์มันก็ตัวปลอมเหมือนกันนั่นแหละตังตัง มันเป็นมาสคอต คนใส่หุ่น”

    ตังตังบ่นว่าพูดไปน้าก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้เขียนการ์ตูนได้ไง ปิดเทอมทีไรตังตังก็อยู่แต่บ้าน...บ้านๆๆ บ่นแล้วเงยมองเห็นจอตรงหน้าเป็นวีทีอาร์โฆษณารายการของ ดร.อาทิตย์ เห็น ดร.อาทิตย์ทำมือเหมือนเล่นมายากลเสกดวงดาวมาอยู่ในอุ้งมือ แล้วพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยนอิ่มบุญว่า

    “ศรัธาสร้างพลัง พลังเปลี่ยนโลก”

    “ถ้าศรัทธาเปลี่ยนโลกได้จริงๆ อย่างด็อกเตอร์อาทิตย์บอก ก็น่าจะเปลี่ยนน้าตฤณได้เหมือนกัน”

    “เฮ้ย จะมาเปลี่ยนน้าทำไม น้าเป็นอย่างนี้ของน้าก็ดีอยู่แล้ว ไปเชื่ออะไรกับด็อกเตอร์อาทิตย์มันก็นักมายากลหลอกลวงชาวบ้าน ไปเชื่อมันอยู่ได้”

    ตฤณพูดเสียงดังจนคนทั้งรถไฟฟ้ามองอย่างไม่พอใจ ตังตังเห็นสายตาพิฆาตเหล่านั้นก็รีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เสียบหูฟังเพลงไม่เกี่ยวด้วยดีกว่า ตฤณยังจ้อง ดร.อาทิตย์ในวีทีอาร์ ยิ้มเยาะไม่เชื่อถือ

    ooooooo

    ภายในเดอะซันฮอลล์ ดร.อาทิตย์และทีมงานกำลังโชว์จิตวิทยารูปแบบใหม่อยู่บนเวที สร้างภาพน่าตื่นตา ตื่นใจเรียกพลังศรัทธาจากผู้ชมมากมายอยู่บนเวที

    ตฤณดูการแสดงจนรถไฟฟ้าเลยสถานีที่จะลง ตังตังกระตุกแขนบอกจึงรู้สึกตัว รีบพาหลานลงทั้งที่ไม่รู้ว่าเลยมากี่สถานีแล้ว ซ้ำร้ายพอลงจากรถไฟฟ้าก็ไม่รู้จะไปทางไหน ทางเดินก็ไม่มีผู้คน เดินไปตามลูกศร เจอทางปิดซ่อมต้องหันกลับ จนกระทั่งเห็นแสงสว่างเบื้องบนก็ดีใจ ตังตังถามว่า ข้างบนมันจะทะลุไปทางไหน?

    “อีกมิติหนึ่งมั้ง อยากรู้ก็ตามขึ้นมา” ตฤณตอบมั่วแล้ววิ่งนำขึ้นไป ตังตังวิ่งตามยื้อยุดหัวเราะกันสนุกสนาน

    ขึ้นมาถึงข้างบน ตฤณยังวิ่งหยอกล้ออยู่ ตังตังบอกว่าอยากกลับบ้านแล้ว แต่จะกลับยังไงเพราะไม่รู้ว่า

    ที่นี่ที่ไหน ตฤณบอกว่าไม่เห็นยากก็กลับแท็กซี่สิ ตังตังมองหน้าถามว่า “น้ามีตังค์เหรอ”

    “มีดิ...นี่ไง” ตฤณควักใบละพันออกมาโบกโชว์ เจ้ากรรมมีลมแรงพัดมาวืดเดียวแบงก์พันปลิวไปจากมือ ตฤณวิ่งไล่ตะครุบ แบงก์พันก็ปลิวไปเรื่อยจนเข้าประตูร้านหนึ่ง สองน้าหลานแหงนมองอ่านชื่อร้านพร้อมกัน...

    “ร้านเนรมิต!”

    น้าหลานพากันเดินเข้าไปเห็นมีแต่ของแปลกประหลาดหายากเต็มไปหมด ตฤณเห็นแบงก์พันที่ปลิวเข้ามาตกอยู่ดีใจรีบไปเก็บ พอเงยหน้าก็เจอลุงเจิด
    ชายแก่ท่าทางเหมือนนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องหน้าตาถมึงทึงตะคอกถาม

    “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ หาของอะไรอยู่ไม่ทราบ”

    สองน้าหลานตกใจ ตังตังเห็นลุงเจิดถือไม้เบสบอลอยู่เลยหันไปคว้าดาบโบราณใกล้มือขึ้นทำท่าสู้อย่างหนังการ์ตูนตะโกน “อย่าทำอะไรน้าฉันนะ” ลุงเจิดตกใจร้องห้าม

    “เฮ้ยๆ นังหนูอย่าชักดาบฟ้าฟาดออกจากฝักนะโว้ย เดี๋ยวได้โผล่ไปตอนกรุงแตกหรอก!” ลุงเจิดรีบแย่งดาบไปเก็บ

    “จริงเหรอลุง” ตังตังมองดาบอย่างสนใจ ตฤณคว้าดาบไปดูถามว่าดาบนี่หรือจะพาย้อนอดีตไปสมัยอยุธยาได้หลอกเด็กหรือเปล่า ทำเอาลุงเจิดของขึ้น หนวดกระดิกดุ

    “ไม่รู้จักดาบฟ้าฟาดแห่งหัวใจรักข้ามภพล่ะสิ ถ้าโง่ก็ถอยไปเลย ฉันไม่ได้พูดพล่อยๆ รู้เอาไว้ไอ้หนุ่ม ของในร้านเนรมิตนี้ทุกชิ้นมันมีที่มา มันมีอดีต และมันก็เป็นของจริงทั้งนั้น!”

    “ตื่นเต้นจังเลย แล้วในร้านลุงมีไทม์แมชชีนรึเปล่า” ตังตังถาม

    “มี! โน่นไงนังหนู” ลุงเจิดชี้ไปที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวหนึ่ง

    ตฤณถามว่าเหมือนในเรื่องโดเรม่อนไหม เปิดลิ้นชักออกมาแล้วเข้าไปในลิ้นชักอยากไปไหนก็ไปได้ ตังตังบอกว่าตนอยากเห็นไดโนเสาร์พาไปหน่อยได้ไหม ลุงเจิดบอกว่าลิ้นชักมันเสีย เปิดไม่ออก ตฤณทำหน้าไม่เชื่อถือบ่นว่าพอจะลองของก็เสียซะงั้น ทำให้ลุงเจิดของขึ้นกว่าเดิมถามว่า

    “อยากลองของนักใช่ไหม ได้ จัดให้ มาทางนี้” ลุงเจิดดึงดาบในมือตฤณไปวางที่เดิมแล้วลากแขนเขาไป

    ตังตังเห็นผู้ใหญ่ขัดใจกันเลยไม่อยากยุ่ง แยกไปอีกทาง ไปเจอแว่นสามมิติที่เก็บไว้ในกล่องอย่างดีผิดกับของอื่น อยากรู้เลยแอบหยิบมาลองใส่ดู ใส่แล้วผงะอึ้งไปเหมือนเห็นอะไร แต่แล้วก็ดึงออกบ่น “สามมิติตรงไหน ไม่เห็นมีอะไรเลย” เหลือบเห็นของอื่นน่าสนใจเลยเดินไปดูลืมไปว่าตัวเองเอาแว่นยกขึ้นสวมหัวแทนที่คาดผม ตังตังเดินดูของที่น่าสนใจต่อไป

    ส่วนลุงเจิด ไปหยิบแว่นอันหนึ่งส่งให้ตฤณบอกว่าแน่จริงสวมเลยหายอยากแน่ ตฤณถามว่าแว่นอะไร ลุงเจิดบอกว่า

    “แว่นส่องผีไม่ว่าจะผีตายโหง ผีตายท้องกลม กระสือ กระหัง หรือผีกองกอย ใส่เข้าไปแล้วเห็นชัดทุกรูขุมขน แต่ถ้าไม่กล้าจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”

    ตฤณหัวเราะแหะๆ บอกว่าอย่ามาขู่ตนเลย พอตนไม่กล้าใส่ลุงก็จะได้ไม่หน้าแตกใช่ไหม แต่ก็จะลองดูเผื่อจะเห็นแคสเปอร์หรือคิวทาโร่

    ขณะตฤณจะสวมแว่นนั่นเอง ประตูเปิดออก ตฤณตกใจผงะเห็น ดร.อาทิตย์เดินเข้ามา นึกว่าจะตามมาเอาเรื่องตนอีกนึกห่วงตังตัง รีบวางแว่นชิ่งไปทันที

    ปรากฏว่า ดร.อาทิตย์มาถามว่าของที่สั่งทำเสร็จหรือยัง ลุงเจิดบอกว่าทำเสร็จแล้วพลางพาไปดูแว่นสามมิติ ปรากฏว่าแว่นหายไปแล้ว! ลุงเจิดยืนยันว่าตนเอามาเก็บไว้ในกล่องนี้ ถูก ดร.อาทิตย์ตวาดว่า

    “ฉันไม่สนว่าแกจะเก็บไว้ที่ไหน แกเอามันมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้น...นารี!!”

    นารีชูมือขึ้นมา ในนิ้วของนารีมีมีดสั้น 2 อันวาววับ คมกริบ ลุงเจิดตกใจหน้าซีดเผือด

    ฝ่ายตฤณ พอไปเจอตังตังก็ถามว่าอยากกลับบ้านไม่ใช่หรือ ตังตังถามว่าทำไมต้องรีบอย่างนี้ ถูกตฤณ เอามือปิดปาก แล้วรีบลากออกไปทั้งที่ตังตังยังมีแว่นสามมิติคาดอยู่ที่หัว

    ooooooo

    ตฤณเหมือนหนีเสือปะจระเข้ เพราะพอกลับถึงบ้านเช่า เจอทิวากับราตรีพี่น้องฝาแฝดเจ้าของบ้านมาดักรออยู่

    ทิวานั่งอ่านหนังสือ “ศรัทธาสร้างพลัง” ของ ดร.อาทิตย์อยู่หน้าบ้านรำพึงด้วยสีหน้าปลื้มสุดๆว่า

    “พ่อพระจริงจริ๊ง...ด็อกเตอร์อาทิตย์ ดูดิ...บริจาคช่วยสังคมสงเคราะห์ทีละเป็นล้านๆ”

    ตฤณหยุดแทบไม่ทัน คว้าแขนตังตังบอกอย่าเพิ่งเข้าไป แล้วชวนไปเข้าทางหลังบ้านดีกว่า พอย่องไปหลังบ้านก็ผงะ

    “จะย่องไปไหนจ๊ะ จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์รวมทั้งค่าเก็บขยะมาซะดีๆ” เสียงราตรีเย็นยะเยือก ตฤณยืนหน้าแห้ง ตังตังรีบหลบวิ่งหนีเข้าบ้านไปก่อน

    ทิวาได้ยินเสียงราตรี หันมองแล้วลุกเดินมา ได้ยินราตรีรีดเค้นจะเอาเงินให้ได้

    ตฤณตลกไม่ออกอ้างว่ายังเบิกค่าเขียนการ์ตูนไม่ได้สักเจ้า ขอผัดผ่อนไปอีกสองสามวันได้ไหม ราตรีบอกไม่ได้ แต่ทิวาบอกได้ แล้วบอกให้ตฤณเข้าบ้านเสียทางนี้เดี๋ยวตนเคลียร์เอง

    ทิวาไม่ยอม ราตรีถามว่าจะหน้าเลือดไปถึงไหนตฤณ ไม่ใช่คนอื่นไกลญาติกันแท้ๆ แล้วบอกให้ไปเก็บหลังอื่นต่อ

    ตฤณถอนใจโล่งอกรีบเข้าไปในห้อง หยิบการ์ดใบหนึ่งที่ทำเองเป็นการ์ตูนหน้าตัวเองกับเจนจิราพร้อมคำอวยพร “Happy Birthday” ตังตังถามว่าน้าตฤณดูอะไรอยู่ ตฤณรีบเอาเก็บบอกว่าเปล่า หันไปมองอย่างระแวงเห็นตังตังยืนกินขนมปังอ่านโพสท์อิทที่แปะอยู่ตรงประตูถามว่า “น้าตฤณเห็นหรือยัง น้าเจนนัดให้ไปหาที่นี่”พลางหยิบไปให้ดู

    ตฤณอ่านแล้วดีใจมาก ขอบใจตังตังบอกว่าให้หาอะไรในตู้เย็นกินไปก่อนเดี๋ยวน้ามา ตังตังบอกว่าวันนี้วันเกิดน้าเจนตังตังจำได้ทำไมน้าเจนไม่มา ตฤณบอกว่าน้าเจนติดงาน พรุ่งนี้คงมาพาตังตังไปเลี้ยง แล้วรีบออกไป ตังตังมองตามไปเหงาๆ

    ooooooo

    ตฤณไปถึงตลาดกลางคืนแห่งหนึ่งอย่างเร่งรีบกวาด ตามองหาเจนจิรา เห็นเธออยู่ในกลุ่มคนที่กำลังชุลมุน

    เจนจิราพิธีกรรายการเล่าข่าว เธอถือไมโครโฟนสัมภาษณ์กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังถูกไล่ที่ มีพี่ช้างเป็นตากล้องคู่ใจ

    ขณะที่เจนจิราคลุกอยู่ในเหตุการณ์นั้น มีชายฉกรรจ์ชุดดำกลุ่มหนึ่งกระโดดลงจากรถเข้ารื้อทำลายร้านค้าอย่างรวดเร็วรุนแรง พวกพ่อค้าแม่ค้าเข้าปะทะอย่างไม่หวั่นกลัว เจนจิรารายงานตลอดเวลาและพี่ช้างก็ถ่ายรูปรัว

    ตฤณวิ่งเข้าไปช่วยเจนจิราถูกชนกระแทกจนการ์ดอวยพรวันเกิดหลุดมือ และถูกชายฉกรรจ์ต่อยคว่ำไปเจนจิราเลยเตะผ่าหมากมันจนตัวงอ เธอประกาศกร้าวว่า

    “เรื่องนี้ไม่จบแน่ ฉันจะเอาออกรายการวันนี้เลย!”

    พอดีตำรวจมา พวกชายฉกรรจ์ชุดดำพากันหนีไป ตฤณที่ยังนั่งเจ็บอยู่คว้าการ์ดขึ้นมา เจนจิราจะเดินมาหาแต่เห็นบารมีหมอหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบขับรถคันหรูมาจอดพอดี เธอเลยหันเดินไปหาบารมีเขากอดปลอบ เรียกขวัญเอ๊ย ขวัญมา

    ตฤณเพิ่งลุกขึ้นได้ เขามองบารมีที่กอดเจนจิราอยู่ ตะลึง!

    บารมีมอบช่อดอกไม้กับตุ๊กตาหมีให้เจนจิราอวยพรวันเกิด ขอให้เธอมีความสุขมากๆ ให้เธอทำข่าวอย่างนี้ต่อไป

    เจนจิราถามว่าไม่ห่วงตนหรือ บารมีบอกว่าห่วงแต่เธอมีสัญชาตญาณนักข่าวเต็มเปี่ยมคงห้ามเธอไม่ได้แต่จะขอดูแลห่างๆนอกเวลาทำงานให้ดีที่สุดแทน บารมีกุมมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน

    ตฤณถามเจนจิราว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ถูกเธอย้อนถามว่ายังไม่เข้าใจอีกหรือ ทำเอาตฤณหัวใจแทบสลาย

    ooooooo

    ตังตังถูกน้าทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ดูรูปตัวเองถ่ายกับพ่อแม่ที่ต่างประเทศแล้วบ่นว่าอีกตั้งปีกว่าจะกลับมองไปเห็นรูปตัวเองกับคุณปู่ในชุดเลียนแบบสายลับเชนกำลังต่อสู้กัน ทำให้ตังตังฉุกคิดอะไรได้

    ตังตังลุกไปค้นหาวีดิโอ “สายลับเจ้าเสน่ห์” ตังตังเลือกเอาม้วน “จับรถนักเรียน” เอาไปใส่เครื่องวีดิโอรุ่นโบราณที่เคยดูกับคุณปู่ เอาขนมมากองเป็นเสบียงแล้วนั่งดู เป็นฉากต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่ลินดาเอาตัวบังเชนไว้จนตัวเองบาดเจ็บ

    ขณะตังตังหันหยิบขนม ก็มองอึ้ง เมื่อเห็นแว่นสามมิติ 3 DDD จากร้านเนรมิตที่พื้น มองงงๆ ว่าแว่นสามมิติมาอยู่ที่นี่ได้ไง? ลุกไปหยิบมากินขนมและดูหนัง “สายลับเจ้าเสน่ห์” ที่ดูกับคุณปู่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ดูทีไรก็ยังสนุกทุกที

    ตังตังนึกอยากลองหยิบแว่นสามมิติใส่ดูหนังตังตังไม่รู้ว่าแว่นสามมิติที่ใส่อยู่เริ่มเปล่งแสง มีไฟเล็กๆ วิ่งเป็นประกายแล้วแว่นก็เริ่มเคลื่อนไหว ปรากฏเลขพ.ศ.บนแว่น เลื่อนถอยหลังไปช้าๆ ถอยไปเรื่อยๆ

    ตังตังตื่นเต้นกับหนังที่กำลังดุเดือด ตอนลินดาถูกจับเป็นตัวประกัน และเชนตัดสินใจจะเข้าชาร์จช่วยเธอ

    “หยุด ไอ้สายลับเชน ไอ้กระผมไม่ได้เผลอจ้องนายอยู่ตลอด ลากเชือกมา!” มิสเตอร์โอเคสั่งสมุน

    เชนผงะไม่รู้ว่ามิสเตอร์โอเคจะทำอะไร

    ooooooo

    เจนจิราบอกตฤณว่าที่นัดมาวันนี้ก็เพื่อมอบของคืนให้แล้วเธอก็มอบกล่องให้ ตฤณรับไปดูในนั้นเป็นของที่ตนทำให้เธอในวาระต่างๆ

    ตฤณขอให้เธอนึกถึง 3 ปีที่เราคบกัน เจนจิราบอกว่าเพราะคิดน่ะสิถึงได้เอาของมาคืน เพราะเราคบกันต่อไป ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

    ตฤณดูของในกล่องแล้วเศร้าใจ เลยเอาการ์ดที่ทำมาใหม่ใส่เข้าไปอีกใบ ปิดฉากตำนานรักแต่ต้นจนจบ

    บารมีขับรถพาเจนจิราไปส่งที่สมายล์ทีวี อันเป็นที่ทำงานของเธอ ย้ำว่าเธอเลิกกับฤตณได้เป็นดีที่สุดแล้วเพราะ...

    “พวกนักเขียน ร้อยทั้งร้อย ติ๊สท์รับประทานทั้งนั้น วันนี้มันอินมันก็ทำ วันไหนมันไม่มีอารมณ์มันก็ไม่ทำชีวิตคนพวกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย ใครไปฝากความหวังไว้ต้องทำใจเตรียมชอกช้ำเก้าสิบเปอร์เซ็นต์”

    เจนจิราติงว่าอย่าเหมารวมหมด ศิลปินที่ดีๆที่ไม่เป็นอย่างนั้นก็เยอะ บารมีแย้งทันทีว่าแต่ไม่ใช่ตฤณ แล้วบารมีก็ชื่นชมความรักของตนกับเธอว่า “คนเรารักกันได้มันต้องส่งเสริมกันและกัน เหมือนเราสองคน ผมช่วยรักษาหน้าตาภาพลักษณ์ให้เจน เจนช่วยโปรโมตคลินิกให้ผม เรามีศีล เสมอกัน นี่แหละคู่แท้”

    เจนจิรายิ้มแห้งๆ บอกว่า “เจนกับคุณตฤณไม่ใช่คู่กันจริงๆ ส่วนคุณ ค่อยๆดูกันไปนะคะ เจนไม่อยากรีบ”

    “ครับ ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมจะรอเจนอย่างใจเย็นครับ”

    เจนจิราขอบคุณที่มาส่งลงจากรถไปตั้งสติสูดลมหายใจไล่ความเครียดเรื่องตฤณแล้วจึงไปทำงานต่อ

    ooooooo

    ตังตังจ้องเขม็งกับหนังที่ตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ มิสเตอร์โอเคมองสมุนสองคนที่ลากเชือกมามัดตัวลินดา ลินดาบอกเชนให้ยิงมันเลยไม่ต้องห่วง ตนหลบได้

    มิสเตอร์โอเคหย่อนตัวลินดาจากราวสะพานลงไป มีเชือกชักรอกติดไว้กับรถ เชนทนไม่ได้ตะโกนยอมวางปืน

    เชนทำท่าวางปืน แต่พริบตานั้นเขาฉวยโอกาสยิงสมุนของมิสเตอร์โอเคที่กำลังชักรอกตายและยิงพวกสมุนมันตายเป็นใบไม้ร่วง มิสเตอร์โอเคหลบหยิบปืนฉมวกจากท้ายรถยิงใส่เชน เชนตีลังกาหลบฉมวกได้แต่ถูกเชือกพันรอบเอวมีระเบิดเวลาผูกติดไว้ด้วย

    เชนพยายามปลดเชือก มิสเตอร์โอเคหัวเราะเยาะว่านั่นมันเงื่อนตายและกำลังจะระเบิดแล้ว มันหัวเราะลั่นตะโกน

    “วันนี้โลกจะเป็นของมิสเตอร์โอเค ทุกอย่างจะโอเค ฮ่ะๆๆ”

    ขณะนั้นเองตัวเลขบอก พ.ศ.บนแว่นสามมิติ หมุนถอยไปหยุดที่ปี 2510 แล้ว!

    แสงไฟอาบไปทั้งตัวของตังตังก่อนจะพุ่งไปในจอทีวี พริบตานั้นตัวตังตังก็ถูกดูดหายไปในทีวี!!

    ooooooo

    ตังตังที่สวมแว่นสามมิติอยู่ถูกดูดเข้าไปในฉากหนัง ยืนที่มุมหนึ่งบนสะพานพุทธ วินาทีนั้นภาพทั้งหมดกลายเป็นขาวดำทันที ตังตังมองรอบตัวงงๆคิดว่า

    ตัวเองเมาขนมปังหรือฝันหรือ...เป็นความจริง...หรือ???

    ยังคิดหาคำตอบไม่ได้ ตังตังก็ได้ยินเสียงมิสเตอร์โอเคหัวเราะเยาะเชนว่าวันนี้ต้องตายแน่ เชนสวนทันควันว่า

    “คนอย่างสายลับเชน ไม่เคยยอมแพ้คนชั่ว!”

    “สายลับเชน หนูมาช่วย หนูจะช่วยปลดชนวนระเบิดให้” ตังตังร้องบอก เชนตะโกนให้ดึงสายสีน้ำเงิน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นขาวดำหมด ตังตังเลยดึงมั่วๆออกมาเส้นหนึ่ง เชนร้องลั่นว่านั่นมันเร่งให้ระเบิดทำงานเร็วกว่าเดิม!

    เชนบอกว่าตนตายไม่ได้ รวบรวมสติมองเงื่อนอีกทีจึงรู้ว่ามันเป็นเงื่อนพิรอดธรรมดาๆ ไม่ใช่เงื่อนตาย เชนลงมือแก้เชือกสำเร็จ แต่เป็นวินาทีที่ระเบิดทำงานพอดี ตูม!!!

    เชนโผกอดตังตังไว้อย่างปกป้อง ร่างเชนกับตังตังถูกแรงระเบิดลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เชนร้องลั่น ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือเชือกที่มัดร่างลินดาถูกระเบิดขาด ร่างลินดาลอยดิ่งลงสู่เบื้องล่าง เชนแผดเสียงลั่น...“ลินดา!!!”

    ที่บ้านเช่าของตฤณ แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมกับร่างตังตังร่วงลงมาบนโซฟาตุ้บ ตัวหุ้มด้วยกลุ่มควันและแว่นสามมิติแตกเป็นลายงาข้างหนึ่ง ร่างตังตังหล่นทับรีโมตทำให้ทีวีเปลี่ยนช่องรายการเป็นเคเบิ้ลแทนวีดิโอ

    ส่วนร่างของเชนหล่นตุ้บลงที่สวนมืดๆ ควันลอยกรุ่น พื้นดินยุบลงเป็นรูปร่างเชน!

    ตฤณกลับมาเห็นแสงไฟสว่างวาบในบ้านคิดว่าไฟไหม้ เขาวิ่งพรวดเข้าไปร้องเรียกตังตัง เจอตังตังนอนบิดครางอยู่บนโซฟา พอตฤณถามว่าเป็นอะไร ตังตังบิดตัวบอกว่า

    “หนูไม่รู้...ตังตังงง...ตังตังมึน...”

    ooooooo

    เชนพยายามลุกขึ้นเจ็บจุกจนร้องครวญคราง ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและทำไมมืดอย่างนี้?

    มองเข้าไปในบ้านเห็นตฤณกำลังดึงตัวตังตังขึ้นจากโซฟา เชนพุ่งผ่านกระจกเข้าไปช่วยตังตัง กระจกแตกกระจาย ตฤณกับตังตังตกใจกอดกันกลม ตฤณมองเชนที่เศษกระจกแตกติดตัวร่วงกราวถามงงๆ “ใครวะเนี่ย!”

    “หะ...นั่นมัน...” ตังตังจำได้ เชนดึงเศษกระจกที่ปักบนหน้าออก เลือดติดเศษกระจกออกมา เชนเห็นเลือดก็เป็นลมไป “โธ่เอ๊ย...เสียฟอร์มหมดเลย” ตังตังบ่นแล้วจะไปหาเชน ถูกตฤณดึงไว้คิดว่าเชนเป็นคนบ้า จะแจ้งตำรวจ ตังตังร้องห้ามบอกว่านี่แหละ สายลับเชน สายลับเจ้าเสน่ห์ไอดอลของตนเลยล่ะ

    ตฤณจ้องหน้าเชนจำได้ว่าเป็นหนังทีวีขาวดำที่สมัยคุณปู่ยังหนุ่มเอามาอัพเป็นแผ่นและชวนตังตังดูตอนเด็ก จ้องเชนพึมพำ “หน้าเหมือนเชนในหนังจริงๆด้วย แล้วนี่อยู่ๆโผล่มาได้ไง” ตังตังบอกว่าเขาหลุดมาจากทีวี ตฤณยิ่งงง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    ตฤณอุ้มเชนหนักจนขาสั่นพาขึ้นไปนอนที่ห้องนอนของตังตังก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

    ตฤณทำแผลให้เชน ตังตังบ่นอย่างผิดหวังว่าทำไมไม่เก่งเหมือนในทีวีเลย แค่กระจกบาดยังเข้า นึกว่าจะเหนียว ตฤณถามว่าเป็นเชนตัวเป็นๆหรือ ตังตังยืนยันว่าตัวจริง ตนไปเจอในทีวี ตฤณติงว่าตังตังฝันไปหรือเปล่า

    ตังตังยืนยันว่าตนเจอเชนในทีวีจริงๆ ตฤณฟังแล้วงงให้ตังตังเล่าทั้งหมดให้ฟัง ตังตังเล่าทุกขั้นตอนอย่างละเอียดจนถึงตอนที่ใส่แว่นสามมิติ 3 DDD ที่ร้านเนรมิต ตฤณตาโตหาว่าตังตังขโมยของเขามา ตังตังบอกตนไม่ได้ตั้งใจ ตนไม่รู้ตัวจริงๆว่าเอามาตอนไหนมาเจอก็ตอนมันอยู่ที่บ้านแล้ว ตฤณบอกว่าเดี๋ยวต้องเอาไปคืนเขา บ่นอุบอิบไม่รู้แพงหรือเปล่า

    ตังตังฉุกคิดได้ว่าร้านนั้นขายดาบฟ้าฟาดย้อนเวลาได้ เชื่อว่าต้องเป็นเพราะตังตังใส่แว่นอันนี้แน่เลยตอนดูทีวีถึงเห็นแสงๆออกมา ตฤณมองหน้าหลานสาวพึมพำ “เป็นไปได้เหรอ?” แต่พอหยิบแว่นมาดูเห็นตัวเลขวันเดือนปีต่างๆก็รีบวาง สองน้าหลานผงะถอยออกมามองห่างๆอย่างกลัวๆ

    ooooooo

    เชนรู้สึกตัวขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น มองไปรอบๆ ทุกอย่างดูแปลกไปหมด สงสัยว่าใครจับตนมาที่นี่หรือจะเป็นไอ้โอเค

    เชนย่องลงมา เจอตฤณถือถ้วยกาแฟและขนมปัง เชนยกปืนเล็งสั่งยกมือขึ้น ตฤณตกใจจานขนมปังร่วง รีบบอก “ยกแล้วๆ” ตังตังวิ่งเข้ามาร้องห้ามสายลับเชนอย่าทำอะไรน้าตน เชนจำตังตังได้ถามว่า

    “ที่นี่ที่ไหน นายเป็นใคร แล้วหนูเป็นใคร เชนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

    “นี่บ้านหนูเอง เราสองคนโดนระเบิด หลุดออกมาจากหนังสายลับเจ้าเสน่ห์ จำได้ไหมคะ”

    เชนไม่เชื่อ ตฤณยืนยันว่าเขาหลุดออกมาจากทีวีจริงๆ เชนหาว่าตฤณโกหก ทำเอาน้าหลานหนักใจ

    ตังตังพยายามเล่าทบทวนความจำนับแต่ตอนอยู่ที่สะพานพุทธ ลินดาถูกจับและสายลับเชนแก้เชือกได้สำเร็จ เชนจำได้ว่ามันคือเงื่อนพิรอด ตังตังบอกว่าตอนนั้นระเบิดก็ระเบิดขึ้น จากนั้นตนก็มารู้ตัวที่หน้าทีวีนี่ เชนจำได้แล้ว เขาวิ่งออกไปดูที่สวนเห็นรอยดินยุบ ชี้ให้ดูว่าตนลอยจากสะพานพุทธมาตกตรงนี้

    พอเชนเริ่มจำได้ ทั้งตังตังและตฤณก็ทำท่าประจำของเชนพูดพร้อมกัน “คุณธรรมปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น” เชนมองทึ่งตะลึง ถามว่าทำไมทำได้ ตังตังบอกว่าทำไมจะทำไม่ได้ดูมาแล้วเป็นร้อยๆรอบ เชนถามงงๆว่าหมายความว่าไง?

    “ก็สายลับเชนอยู่ในหนังทีวี แล้วพวกเราเป็นคนดู ดูทีวีไง แล้วหนังสายลับเจ้าเสน่ห์มันเป็นหนังขาวดำ” เพื่อให้น่าเชื่อถือ ตังตังเอาแว่นสามมิติมาให้ดูบอกว่าแว่นอันนี้แหละที่พาตนไปพบกับสายลับเชน

    เชนคิดๆ แล้วบอกให้พาตนกลับไปที่เดิม ตนต้องไปช่วยลินดา เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ตฤณบอกว่าแว่นแตกแล้ว ตังตังบอกว่าลองดู ตนจะพาเชนกลับไปเอง แล้วตังตังก็เอาแผ่นใส่เครื่อง ใส่แว่น จับมือเชน ชวนไปช่วยลินดากัน

    แต่ปรากฏว่าที่จอทีวีมีเหตุการณ์ที่สะพานพุทธแต่ไม่มีเชนเพราะตัวมาอยู่กับตังตังแล้ว เชนเห็นมิสเตอร์โอเคจับลินดาไปก็จะพุ่งเข้าไปในทีวี สองน้าหลานคว้ามือไว้แทบไม่ทัน ยิ่งเมื่อเห็นมิสเตอร์โอเคอุ้มลินดาไปวางไว้ในรถ เชนก็ช็อก

    แล้วหนังก็กลายเป็นเหตุการณ์โจรปล้นธนาคาร มีมิสเตอร์โอเคเป็นหัวหน้าโจร เมื่อตำรวจมาถึง มิสเตอร์โอเคเอาปืนจ่อสารวัตร สารวัตรยอมแพ้ แล้วหนังก็จบลง เชนโวยวายอย่างรับไม่ได้ว่า

    “ไม่จริง อธรรมจะชนะธรรมะไม่ได้ ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะย่อมชนะอธรรมสิ!!”

    ooooooo

    เชนยื่นคำขาดให้ตังตังพาตนกลับไปที่เดิมเดี๋ยวนี้ แต่แว่นร้าวแตกลายงาแล้วจะทำอย่างไร เชนบอกให้ไปซ่อมแว่น

    เวลาเดียวกันนี้ เจนจิรากลับมาที่บ้านตฤณเพื่อเอาของของตัวเองที่ยังเอาไปไม่หมด ตฤณยื้อของไว้ไม่ให้เอาไป ตัดพ้อเจนจิราว่าเอาหัวใจตนโยนทิ้งให้หมากินแล้วยังจะมาเอาความทรงจำดีๆของตนไปอีก ลินดาจึงไม่เอาไปแต่นัดพรุ่งนี้ไปปิดบัญชีธนาคารที่ใช้ร่วมกันเตรียมเก็บไว้สร้างเรือนหอ ตอนบ่ายสองห้ามสาย

    ตังตังรู้ว่าน้าเศร้าเสียใจ แต่เราต้องไปร้านเนรมิตก่อนเพราะเราต้องรีบพาสายลับเชนกลับไป แม้ตฤณจะยอมไปแต่ใจไม่อยู่กับตัวเพราะเสียใจที่ถูกเจนจิราตัดบัวไม่เหลือใย

    ทั้งสามไปที่ร้านเนรมิต ปรากฏว่าร้านแขวนป้าย “ปิด” แต่ก็ยังหวังว่าลุงเจิดจะอยู่ ช่วยกันตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ แอบมองเข้าไปในร้านเห็นข้าวของเกลื่อนกระจายก็เดากันไปต่างๆนานาว่า ร้านถูกปล้นหรือมีการลักพาตัว หรือฆาตกรรม!

    เชนทุบกระจกตรงประตูล้วงมือเข้าไปเปิดประตู เดินเข้าไปสำรวจภายใน ตฤณร้อนใจเพราะมีนัดกับเจนจิรา บอกว่ามันอาจไม่มีอะไรก็ได้ชวนกลับกันไปก่อนแล้วค่อยเอาแว่นมาซ่อมภายหลัง เชนไม่กลับบอกว่าตนต้องไปช่วยลินดา ตฤณร้อนใจถามประชดว่า

    “คุณเชนจะไปหาลินดาที่ไหนกันคร้าบ...”

    “เราหล่นลงมาจากสะพานพุทธจริงไหมตังตัง เชนก็จะไปตามหาร่องรอยครั้งสุดท้ายของเราที่สะพานพุทธ”

    “หา! สะพานพุทธ” ทั้งตฤณและตังตังร้องพร้อมกันแบบ...เชื่อเขาเลย แต่ไม่มีโอกาสทักท้วงเพราะเชนวิ่งอ้าวไปแล้ว ตังตังกับตฤณวิ่งตามจนหอบแฮ่ก พอมาถึงสะพานพุทธ เชนไปยืนเกาะราวสะพาน รำพึง...

    “ตอนนี้เชนกับลินดาอยู่กันคนละมิติ แต่เราอาจจะใช้จุดนี้เป็นจุดเชื่อมต่อกันก็ได้ หนูตังตังลองเอาแว่นมาลองอีกทีซิ”

    ตฤณบอกว่าจากประสบการณ์ที่ได้อ่านโดราเอม่อนมามาก สะพานนี้ไม่ช่วยอะไรได้ มีแต่ต้องหาทางกลับไปด้วยแว่นสามมิติเท่านั้น และต้องผ่านทีวีบ้านเราด้วย แต่ว่าเราต้องซ่อมแว่นตาให้กลับมาเหมือนเดิมก่อน ขอร้องเชนว่าเชื่อตนเถอะ

    ขณะนั้นเอง เสียงเตือนไลน์ในมือถือตฤณดังขึ้น เชนตกใจชักปืนทันทีคิดว่าพวกเหล่าร้ายบุก พอตฤณบอกว่าเสียงมือถือของตน เชนมองก้อนประหลาดนั้นพึมพำงงๆ “มือถือ”

    ตฤณกดดูเห็นข้อความ “นัดเจนจิราที่แบงก์” ตฤณตาเหลือกโวยวาย...

    “เฮ้ย! โธ่เอ๊ย...ฉันผิดนัดเจนอีกจนได้!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์