ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เรือนริษยา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ท่าทางของนันทนัชที่ไม่ยอมปฏิเสธเรื่องกฤตพนธ์ทำให้ธีร์เจ็บปวดมากถึงกับทรุดตัวนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยากแฟนต้ามาเห็นก็อดเข้าไปพูดจาปลอบใจไม่ได้แต่คงแทงใจดำเขาจนเกินไปเลยทำให้ธีร์ยิ่งหงุดหงิดไม่เข้าใจว่าเจ้าของร้านอาหารสาวจะซ้ำเติมให้ได้อะไรขึ้นมา

    พี่ธีร์ต้องช่วยตัวเองทำใจแล้วยอมรับความจริงให้ได้คิดอย่างต้าสิ

    ธีร์นิ่วหน้าเหมือนเป็นการถามว่ามันคืออะไรแฟนต้ายิ้มหวานประจบแล้วอธิบายเสียงอ่อนก็คิดซะว่า...อะไรที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุขเราก็ต้องยินดีกับเขาด้วยเหมือนที่ต้าเฝ้าดูพี่ธีร์รักยายนันไงถึงจะเจ็บจี๊ดแต่ต้าก็มีความสุข

    ธีร์อึ้งไปอึดใจเฉไฉทำหัวเสียกลบเกลื่อนว่าใครจะทำแบบนั้นได้แฟนต้ายิ้มขำไม่ได้หวังว่าเขาจะเข้าใจหรือเห็นใจสิ่งที่เธอทำแต่อย่างน้อยก็ให้เขารู้ว่ายังมี

    คนเต็มใจจะอยู่เคียงข้างและดูแลเขาเสมอ

    ฝ่ายฤทัยจัดแจงเรียกสมุทรชัยกับไกรภัทรมาที่เรือนรัตนะเพื่อปรึกษาหาทางไล่กฤตพนธ์ออกจากบ้านสมุทรชัยกับไกรภัทรมองหน้ากันเครียดๆสวนว่านันทนัชเป็นทายาทคนหนึ่งของลิตรเหมือนกันมีสิทธิ์พาใครเข้ามาอยู่ก็ได้

    ก็ใช่...มันไม่ทุเรศหรือลูกสาวคนเดียวของ

    คุณลิตรทำงามหน้าขนาดนี้สร้างความเสื่อมเสียอับอายขายขี้หน้าให้กับฉัน  ในฐานะที่เป็นแม่เลี้ยง  คุณทนาย

    ต้องไปไล่นายกฤตให้ฉันสิหรือจะเอาตำรวจไปลากคอเลยก็ได้

    สมุทรชัยกับไกรภัทรบอกว่าคงจะลำบากเพราะกฤตพนธ์ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายแถมทหารหนุ่มยังเป็นทายาทคนเดียวของอัศวัติสมบัติมากมายมีพร้อมคงไม่มาอยู่เรือนรัตนะเป็นการถาวรแน่

    ผมว่าคุณกฤตคงจะอยู่แค่จนกว่าคุณนันจะเอาพินัยกรรมตัวจริงออกมาเปิดนั่นแหละไกรภัทรเดา

    ฤทัยร้อนใจมากสามเดือน...จนกว่าจะออกจากไว้ทุกข์น่ะหรือฉันไม่รอนานขนาดนั้นหรอกถ้าคุณไล่นายกฤตอะไรนี่ออกจากบ้านฉันไม่ได้ก็รีบไปจิกยายนันให้รีบเอาพินัยกรรมที่คุยว่ามีออกมาให้ดูเร็วๆไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความว่าคุณสองคนร่วมมือกับยายนันจงใจเตะถ่วงการเปิดพินัยกรรมฉบับของฉัน

    สมุทรชัยถอนใจยาวเบื่อหน่ายโต้ว่าอยากจบเรื่องพินัยกรรมเช่นกันฤทัยเลยเร่งให้จัดการทุกอย่างเร็วที่สุดสมุทรชัยกับไกรภัทรเซ็งมากแต่พยายามข่มอารมณ์ไว้และอาสาจะไปกดดันนันทนัชให้

    ไม่ใช่แค่กดดันอย่างเดียวต้องเอามาให้ได้ด้วยแต่ถ้าไม่ได้แสดงว่ายายนันโกหกปั้นน้ำเป็นตัวอุปโลกน์มั่วว่ามีพินัยกรรมแล้วจะมาหาว่าฉันเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายไม่ได้นะฉันเหลืออดเต็มทีแล้ว

    ฤทัยโกรธตาขวางไม่สร้างภาพอีกต่อไปสองทนายพ่อลูกได้แต่มองหน้ากันนิ่งๆแล้วขอตัวกลับทันที...

    ฝ่ายนันทนัชตั้งหน้าตั้งตาหาพินัยกรรมของพ่อในห้องนอนอีกครั้งโดยมีกฤตพนธ์เป็นลูกมือคนสำคัญแต่ค้นเท่าไหร่ก็ไม่พบจนนันทนัชเริ่มท้อใจกฤตพนธ์มองมาด้วยความสงสารยื่นมือไปบีบไหล่ให้กำลังใจเธอเบาๆเมื่อเห็นเธอหยิบภาพถ่ายของรำเพยมาดูเลยตัดสินใจถามว่าเหตุใดถึงได้ขาดปะผุแบบนั้น

    ฝีมือนายรณฤทธิ์ค่ะแอบมาพังของตอนฉันไม่อยู่ฉีกรูปแม่ซะเยินขนาดนี้ทุกวันนี้ยังหาชิ้นสุดท้ายไม่เจอเลย

    ไม่ต้องห่วงครับผมมาอยู่ด้วยทั้งคนผมจะช่วยคุณหาทุกอย่างเองทั้งพินัยกรรมทั้งรูปแม่ชิ้นสุดท้ายมีอะไรที่คุณยังหาไม่เจออีกผมรับอาสาหาทั่วราชอาณาจักรและขออาสาทำหน้าที่หน่วยพิทักษ์รักเธอไปพร้อมๆกัน

    กฤตพนธ์พูดพลางยื่นหน้าไปเกยคางบนไหล่บางพลางส่งตาหวานประจบนันทนัชเขินจัดแต่ฝืนตีหน้านิ่งหดไหล่กลับไม่ยอมให้เขาแต๊ะอั๋งกฤตพนธ์แกล้งทำคอตกแต่ในใจปลื้มมาก...แหม...ขอวางหน่อยก็ไม่ได้รู้ทันจริงๆ

    ooooooo

    แม้แม่กับน้องชายจะพร่ำบอกให้ตัดใจจากกฤตพนธ์เท่าไหร่กนกกรก็ทำใจไม่ได้แอบไปด้อมๆมองๆหน้าห้องของนันทนัชจนเดือนเริ่มเวียนหัว 

    แถมยังต้องไปเข้าครัวทำอาหารมากมายเพราะ

    กนกกรหวังใช้เป็นข้ออ้างชวนทหารหนุ่มมาทานข้าวข้างนอกปิดโอกาสไม่ให้อยู่ตามลำพังกับนันทนัชนานเกินไป

    นันทนัชกับกฤตพนธ์พูดไม่ออกเมื่อเห็นศรี

    มาเคาะหน้าห้องและเชิญไปทานข้าวตามคำสั่งของกนกกรนันทนัชตั้งสติได้ก่อนรีบบอกให้ศรีไปรอ

    ข้างล่างแล้วเธอจะพาทหารหนุ่มลงไปเอง

    ยายกิ๊บคงอยากจะเชิญคุณไปกินข้าวสองต่อสองมากกว่าแต่จำใจต้องเชิญฉันลงไปด้วย

    กฤตพนธ์ขำท่าทางประชดประชันของเธอเลยแกล้งขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงอ่อน

    นี่คุณ...เป็นคนรักกันหัดมองตาผมหวานๆพูดจาเพราะๆหน่อยได้ไหม

    นันทนัชอ้างว่าทำไม่เป็นกฤตพนธ์แกล้งขู่ว่าถ้าอยากถูกจับได้ก็ตามใจแต่พอเห็นเธอโกรธเลยต้องปลอบ

    ผมจะบอกว่าผมไม่ใช่คนทำอะไรครึ่งๆกลางๆถ้าไม่ทำคือไม่ทำเลยแต่ถ้าบอกว่าช่วยก็แปลว่าจะช่วยเต็มที่แต่ต้องขึ้นอยู่กับคุณด้วยนะจะให้ผมตบมือข้างเดียวคงไม่ดังโดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าทุกคน

    ก็ได้ๆฉันจะพยายามอ่อนหวานให้ดูรักกันปานจะกลืนให้ยายกิ๊บอกแตกตายไปเลยโอเคไหม

    กฤตพนธ์ไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นกับตานันทนัชส่งค้อนให้งอนๆเขาเลยดึงมือเธอมาคล้องแล้วพาไปทานข้าวตามคำเชิญกนกกรมองมาด้วยสายตาหึงหวงนันทนัชไม่สนใจตีหน้าระรื่นชวนให้นั่งและเอาอกเอาใจอย่างดี

    นั่งตรงนี้ดีกว่าคุณกฤตเนี่ยเป็นเพราะมีคุณกฤตอยู่ใกล้ๆนันถึงได้อิ่มทิพย์ตลอดเวลาไม่รู้สึกหิวอะไรเลย

    กฤตพนธ์ยิ้มกว้างเอ็นดูการแสดงของเธอแล้วเล่นตามน้ำหรือครับ...ผอมแย่ผมไม่ชอบมีแฟนผอมๆนะ

    กนกกรหน้าเสียแอบเคืองที่สองหนุ่มสาวทำเหมือนเธอเป็นส่วนเกินถึงกระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ตักโน่นนี่นั่นให้เขาชิมตลอดกฤตพนธ์กระแทกศอกให้นันทนัชรู้สึกตัวและเอาอกเอาใจเขาบ้างแต่ไม่ทันได้ทำฤทัยก็เข้ามาแทรก

    แหม...คุณลิตรเสียเงินส่งไปเรียนเมืองนอกเป็นล้านๆนึกว่าเรียนจบปริญญาสาขาอะไรมาที่แท้ก็จบวิชาสาขาเอาใจผู้ชายนี่เองว่าไงจ๊ะหนูนันไหนล่ะใบปริญญาที่เรียนจบมาน่ะทำไมไม่เอามาอวดน้าบ้างล่ะน้าจะได้เอาไปใส่กรอบตั้งโชว์เป็นเกียรติประวัติแก่ตระกูลถ้าคุณลิตรยังอยู่คงจะภูมิใจในตัวลูกสาวมาก

    นันทนัชเต้นผางกฤตพนธ์ต้องยื้อไว้เธอเลยทำได้แค่แขวะให้หายเจ็บใจแล้วทำไมน้าฤทัยต้องมาสนใจเอาใบปริญญาของนันใส่กรอบล่ะในเมื่อมองหาทั่วบ้านไม่เห็นปริญญาของลูกสาวลูกชายน้าตั้งโชว์อวดใครสักใบ

    ฤทัยหน้าชาส่วนกนกกรปรี๊ดแตกที่ถูกแขวะสองแม่ลูกจะเอาเรื่องกฤตพนธ์เลยต้องห้ามด้วยการลากนันทนัชไปทานในสวนแทนนันทนัชรับลูกทันทีสั่งให้ศรียกกับข้าวไปตั้งโต๊ะให้เรียบร้อยฤทัยจะโพล่งอะไรบางอย่างทหารหนุ่มรู้ทันยกมือห้ามแล้วขอร้อง...หวังว่าคุณน้าฤทัยจะมีน้ำใจให้ผมได้ทานข้าวอร่อยๆสักมื้อนะครับ

    การเข้าไปอยู่เรือนรัตนะของกฤตพนธ์ทำให้หลายคนร้อนรนมากโดยเฉพาะรณฤทธิ์กับทิพย์ต่างคนต่างโทร.​หาชนเร่งหาวิธีกำจัดทหารหนุ่มให้พ้นทางมือปืนใหญ่ชอบใจมากเลือกรับงานจากรณฤทธิ์หาทางบุกเข้าเรือนรัตนะไปกำจัดกฤตพนธ์ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเพราะทิพย์จะได้ขจัดเสี้ยนหนามด้วย

    ฟากนันทนัชตั้งหน้าตั้งตากินข้าวใหญ่หิวไส้แทบขาดเพราะมัวต่อปากต่อคำกับกนกกรและฤทัยกฤตพนธ์มองมาด้วยความเอ็นดูเมื่อเธอถามว่าฝีมือการเล่นละครเป็นยังไงบ้างเขากลับแกล้งทำเบ้หน้าบอกว่าไม่ผ่าน

    แล้วฉันต้องทำไงต้องร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาคุณหรือว่าจะต้องลุกไปกระชากยายกิ๊บมาตบๆเหมือนในละคร

    คุณก็เก่งแต่ประชดผมทั้งที่คุณก็รู้ว่าควรจะทำเป็นหึงหวงผม

    ก็ฉันทำไม่เป็นนี่ฉันไม่เคยหึงหวงใครไม่เคยพะเน้าพะนอใครขนาดพ่อ...ฉันยังไม่เคยทำเลย

    กฤตพนธ์เลยอาสาเอาอกเอาใจเธอเองแล้วเธอจะต้องเป็นฝ่ายเสียใจนันทนัชนิ่วหน้าไม่เข้าใจ

    คุณจะเสียใจเพราะถูกผมเอาใจจนชินพอถึงวันที่เราต้องเลิกแสดงละครเป็นแฟนกันคุณก็ต้องคิดถึงผมและเป็นฝ่ายต้องเสียใจเพราะไม่มีผมอยู่ข้างๆคอยเอาใจคุณอีกแล้ว

    บ้า...หลงตัวเองมากไปเปล่าคุณคิดหรือว่าฉันจะมีใจให้คุณจริงๆ

    ท่าทางเขินอายของนันทนัชทำให้กฤตพนธ์ปลื้มมากขยับตัวหาและถือโอกาสหยิบผ้ามาคลุมให้เป็นห่วงกลัวจะไม่สบายเพราะโดนน้ำค้างนันทนัชตั้งท่าจะผละออกแต่ทหารหนุ่มรั้งไว้บอกให้อยู่เฉยๆและเล่นละครให้สมบทบาทเพราะมีคนแอบดูอยู่นันทนัชต้องยอมแบบเสียไม่ได้แต่ก็แอบอุ่นใจเล็กๆที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ

    ooooooo

    กฤตพนธ์ไม่ได้คิดไปเองเรื่องมีคนแอบดูเพราะกนกกรกับฤทัยแทบกรี๊ดเมื่อเห็นว่าทหารหนุ่มพะเน้าพะนอเอาใจนันทนัชรากับคู่รักข้าวใหม่ปลามันยิ่งได้ยินเดือนยุแยงว่ากฤตพนธ์อาจทำมากกว่านี้ถ้าได้อยู่ตามลำพังกับนันทนัชในห้องยิ่งเต้นผางกนกกรทนไม่ไหวเร่งให้แม่ช่วยทำอะไรสักอย่าง

    แกจะแย่งคืนมาทำไมยายกิ๊บฉันไม่เอามันแล้วลูกเขยแบบนี้ฉันมีแต่จะอยากกำจัดมันไปให้พ้น

    ไม้ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตลอดช่วยเสริมคู่ขาสาวใหญ่ก็เพราะมีคุณกฤตมายุ่งคุณนันถึงเป็นต่อคุณผู้หญิงทุกวันนี้คุณกิ๊บควรจะช่วยคุณผู้หญิงหาวิธีกำจัดคุณกฤตไปให้ไกลๆจากเรื่องของเราดีกว่านะครับ

    ว่าไงนะ...เรื่องของเราแกกลายมาเป็นพวกเดียวกับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กันไอ้คนขับรถ

    ไม้ถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินคำพูดดูถูกของกนกกรฤทัยพยายามปรามแต่ก็ไม่ได้ผลกนกกรยิ่งปรี๊ดหนัก

    เพราะแม่นั่นแหละให้ท้ายไอ้คนขับรถแบบนี้มันถึงได้ใจไม่รู้จักว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นขี้ข้า

    แกนั่นแหละที่ฉันให้ท้ายจนเคยตัวปากมากฟุ้งซ่านแต่เรื่องผู้ชายไสหัวเข้าห้องไปนอนได้แล้ว

    กนกกรสะบัดหน้าแยกไปแล้วฤทัยเลยหันไปมองไม้ด้วยแววตาขอโทษพร่ำปลอบเสียงอ่อนเอาใจคู่ขาหนุ่ม

    อย่าไปฟังยายกิ๊บเลยนะไม้ลูกฉันมันก็เอาแต่ใจอย่างนี้แหละไม้รู้ใช่ไหมจ๊ะว่าชีวิตฉันต้องมีไม้เราต้องช่วยเหลือกันเราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเยอะเมื่อไหร่ที่ฉันได้ครอบครองทุกอย่างไม้ก็จะสบายไปด้วย

    ไม้แสยะยิ้มร้ายผมรู้ครับคุณผู้หญิงเราถึงต้องช่วยเหลือกันไงครับ

    ฝั่งรณฤทธิ์กลับจากข้างนอกด้วยสีหน้าบูดบึ้งเขาไม่ล็อกรถด้วยรีโมตแต่เลือกใช้กุญแจแววตาหลุกหลิกเหมือนมีพิรุธบางอย่างพลันสายตาก็เหลือบเห็นกฤตพนธ์จู๋จี๋กับนันทนัชในสวนอยากจับสองคนนั่นแยกจากกัน

    ใจแทบขาดแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้เพราะมีแผนร้ายเตรียมไว้เรียบร้อยหวังจะเล่นงานทหารหนุ่มให้สลายหายไปจากโลก

    มีความสุขนักนะมึงนัวเนียกันให้หนำใจมึงไม่ได้ไปต่อแล้วไอ้กฤต!”

    พึมพำจบก็ผลุนผลันเข้าบ้านเจอฤทัยกับไม้นั่งคุยกันเรื่องกำจัดกฤตพนธ์รณฤทธิ์ไม่อยากให้แม่รู้เรื่องแผนลอบฆ่าเลยจงใจทำเฉยๆแล้วไล่แม่กับคนขับรถให้แยกย้ายไปพักผ่อนไม่อยากให้ป้วนเปี้ยนในบ้านกลัวแผนการร้ายที่เตรียมมาจะล่มเพราะมีคนวุ่นวายมากเกินไป!

    เวลาเดียวกันที่ร้านแฟนต้า...ธีร์นั่งเหม่อเขี่ย

    ข้าวผัดในจานไปมาตรอมใจไม่เลิกที่ถูกนันทนัชปฏิเสธแฟนต้ามาดูแลและอยู่เป็นเพื่อนคุยด้วยความเป็นห่วงธีร์หมดอาลัยตายอยากไม่มีอารมณ์ต่อปากต่อคำเลยจะขอตัวกลับดื้อๆแต่แฟนต้ารั้งไว้และพยักพเยิดให้มองไปทางทิพย์ที่เดินดุ่มๆในมุมสวนลับตา

    วันนี้แกอารมณ์ไม่ดีทั้งวันทำกับข้าวผิดๆถูกๆไม่รู้รู้เรื่องคุณกฤตอยู่ในบ้านนันหรือยังถ้ารู้ยายนันคงโดนแหกอกอีกแน่จะพูดไป...น้าทิพย์ทำอย่างกับเป็นเจ้าของชีวิตนันต้าว่าแกอาจจะมีอะไรเคลือบแฝง

    มากกว่าห่วงนันจริงๆ

    ธีร์พยักหน้าเห็นด้วยแฟนต้าคิดนิดเดียวแล้วตัดสินใจชวนนายแบบลูกครึ่งให้แอบตามทิพย์ไปเห็นแม่ครัวใหญ่ทำลับๆล่อๆพูดโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่ทันจับใจความอะไรได้ก็ต้องตกใจแทบสะดุ้งเมื่อทิพย์หันมาเจอแล้วมองมาด้วย

    แววตาสงสัยแฟนต้ากับธีร์หน้าเจื่อนแต่ก็หาข้ออ้างเอาตัวรอดไปได้ทิพย์เลยผละจากไปแต่ไม่วายเคืองสองหนุ่มสาวตัวปัญหา...จุ้นจ้านมากนักระวังตัวให้ดีเถอะ!

    ooooooo

    นันทนัชสบายใจขึ้นมากที่ได้ผ่อนคลายและใช้เวลายามเย็นร่วมกับกฤตพนธ์แต่แล้วอารมณ์ดีๆก็เปลี่ยนเป็นหัวเสียเมื่ออาบน้ำแต่งตัวออกมาเห็นทหารหนุ่มนอนเอกขนกบเตียงของเธอกฤตพนธ์ยิ้มกวนประสาทอยากยั่วเธอเล่นมากกว่าจะขอร่วมเตียงด้วยจริงๆแต่นันทนัชไม่สนุกด้วยแหวลั่นให้หอบเครื่องนอนไปที่อื่น

    กฤตพนธ์ไม่ขยับ แถมดึงเธอมานั่งตักอีกต่างหาก นันทนัชอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ช้ากว่าเขา

    “ให้ผมนอนด้วยคนนะครับ นอนข้างๆคุณ ผมสัญญา ผมไม่ทำอะไรคุณนะครับ...นะ”

    นันทนัชเจอลูกอ้อน เกือบจะใจอ่อนแต่พยายามข่มไว้ “ไม่...ฉันให้คุณนอนร่วมเตียงไม่ได้”

    “นี่ใจคอคุณจะไล่ให้ผมไปนอนพื้นจริงๆหรือ แบบนี้คุณไม่ไว้ใจผมเลย”

    “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจคุณนะคะคุณกฤต ตรงกันข้าม... คุณเป็นคนเดียวในบ้านนี้ที่ฉันไว้ใจมากที่สุด ให้ฉันนอนห้องเดียวกับคุณ แล้วยังนอนเตียงเดียวกันอีก ฉันคงทำไม่ได้”

    “ผมทะนงตัวมาตลอดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธ คุณเป็นผู้หญิงกล้าคนนั้น”

    กฤตพนธ์พูดจบก็คว้าหมอนและผ้าห่มไปนอนบนพื้นมุมหนึ่ง นันทนัชมองตามเครียดๆ รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้ทายาทคนเดียวของตระกูลอัศวัติ แถมเป็นผู้ชายคนเดียวที่หวังดีและคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด ต้องลำบากไปนอนพื้นแข็งๆและเย็น เพื่อเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ เลยตัดสินใจพูดความในใจ

    “ฉันขอโทษค่ะคุณกฤต...ฉันรู้ว่าคุณต้องเสียสละมากแค่ไหน ถึงยอมมาอยู่ปกป้องฉันแบบนี้ แต่ตอนนี้ชีวิตฉันไม่มีพ่อแล้วก็เหมือนตัวคนเดียว สิ่งเดียวที่มีค่ากับฉันคือศักดิ์ศรี ฉันต้องรักษามันเอาไว้ เพื่อทำให้ตัวเองเข้มแข็ง รับมือได้กับทุกคนที่ไม่หวังดีกับฉัน คุณเข้าใจฉันไหม”

    “ผมเข้าใจครับ...เข้าใจคุณตั้งแต่แรกแล้ว ผมก็แค่แกล้งกวนคุณเล่นเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากนอนร่วมเตียงกับคุณจริงๆหรอก อยากลองใจคุณดูน่ะว่าคุณจะใจแข็งกับคนหน้าตาดีอย่างผมสักแค่ไหน”

    นันทนัชตาเบิกโพลงด้วยความโกรธที่ถูกหลอกมาตลอด คว้าหมอนบนเตียงมาไล่ฟาดเขาไปทั่วห้อง กฤตพนธ์ยิ้มร่าวิ่งหนีอย่างมีความสุข ชอบใจมากกว่ารำคาญที่ต้องอยู่ตามลำพังกับเธอแบบนี้

    เสียงหัวร่อต่อกระซิกของนันทนัชกับกฤตพนธ์เสียดแทงเข้าไปถึงใจของกนกกร หญิงสาวเต้นผางคนเดียวหน้าห้องนอนของลิตร อยากพังประตูเข้าไปอาละวาดให้หายแค้น แต่ทำไม่ได้เพราะกลัวกฤตพนธ์เห็นภาคมารของตน รณฤทธิ์ผ่านมาเห็นเพราะอยากดูลาดเลาก่อนเริ่มแผนการบางอย่าง เลยต้องลากพี่สาวกลับห้อง กนกกรจะไม่ยอม ดิ้นรนขัดขืนเต็มกำลัง แต่รณฤทธิ์ก็พาออกไปจนได้ พร้อมนึกอาฆาตชายหนุ่มตัวปัญหาในใจ

    “ไอ้กฤต...มึงทำพี่สาวกูเสียใจ ทำให้แม่กูเดือดร้อน ทำให้กูไม่ได้มรดกเสียที มึงอย่าอยู่ให้รกโลกเลย!”

    หลังจากวิ่งกันจนเหนื่อย นันทนัชก็ตัดสินใจเข้านอนเพราะเหนื่อยล้าเต็มที แต่พลิกไปพลิกมาหรือข่มใจเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ หญิงสาวถอนหายใจเหนื่อยหน่าย ตัดสินใจลุกจากเตียงไปหยิบยาเพื่อให้หลับเหมือนเคย แต่กฤตพนธ์ตื่นมาเห็นเสียก่อนและยึดยาไว้ นันทนัชโมโหมากจะขอคืน แต่เขาไม่ให้แถมจับตัวเธอไว้อีกต่างหาก

    “คุณมาจับฉันทำไม ใจคอจะให้ฉันนอนตาค้างทั้งคืนเลยหรือไง ฉันอยากจะหลับ”

    “งั้นผมจะทำให้คุณหลับเอง”

    ขาดคำก็ช้อนตัวเธอขึ้นพาไปที่เตียง นันทนัชพยายามจะลุกไปกินยา แต่เขารั้งไว้แล้วกระชับอ้อมแขนแน่น ยืนกรานไม่ให้เธอใช้ยานอนหลับ แต่ให้ทำตัวผ่อนคลายแทน นันทนัชโกรธมาก ดิ้นรนอีกครู่ใหญ่ก็ยอมนอนนิ่งๆอย่างอ่อนใจ กฤตพนธ์ยิ้มบางๆ นึกดีใจที่เธอยอมเชื่อเขาบ้าง

    “มันไม่ยากขนาดนั้นหรอก เชื่อผมสิ คุณนอนหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยา ผมจะเป็นยานอนหลับให้คุณเอง”

    นันทนัชพยายามผละตัวออกแต่กฤตพนธ์ไม่ยอมปล่อย กระซิบบอกให้เธอหยุดดิ้นแล้วกล่อม

    “หลับซะ ดึกมากแล้ว หลับให้สบาย ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น...ผมจะดูแลคุณเอง”

    นันทนัชถอนใจเบื่อๆที่ถูกบังคับ แต่คงเพราะความอ่อนเพลียที่เหน็ดเหนื่อยกับเรื่องวุ่นวายมาหลายวัน เลยผล็อยหลับคาอกเขาง่ายๆ กฤตพนธ์รู้สึกถึงลมหายใจสม่ำเสมอเลยเลื่อนตัวมองหน้าเธออย่างอ่อนโยนค่อยๆปล่อยและดึงตัวเองออกจากเตียง หยิบผ้าห่มมาคลุมให้แล้วก้มลงจูบหน้าผากนูนอย่างแสนรัก...ราตรีสวัสดิ์คุณนัน

    ooooooo

    ระหว่างที่ทุกคนในเรือนรัตนะหลับใหล ประตูรถด้านหลังของรณฤทธิ์ค่อยๆเปิดออก พร้อมกับร่างดำทะมึนของสมหมายที่เชนส่งตัวมาเก็บกฤตพนธ์ตามใบสั่งของรณฤทธิ์ นักฆ่าหนุ่มฉวยโอกาสที่ รปภ.ประจำบ้านตรวจตราในมุมไกล ค่อยๆเล็ดลอดเข้าไปในเรือนรัตนะอย่างเงียบเชียบ

    สมหมายกระหยิ่มใจเมื่อเห็นไฟในบ้านถูกดับจนมืดสนิท เหมือนอย่างที่เตี๊ยมกับรณฤทธิ์ก่อนหน้านี้ นักฆ่าหนุ่มย่างสามขุมขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนของนันทนัชตามคำบอกเล่าของรณฤทธิ์ แต่แล้วก็ต้องตกใจแทบผงะ เมื่อกฤตพนธ์เปิดประตูมาเห็นเสียก่อน ตอนที่เขากำลังพยายามงัดลูกบิดประตู!

    ทหารหนุ่มอึ้งไม่แพ้กัน แต่ยังได้สติเร็ว รีบปิดประตูแน่นหนา ป้องกันนันทนัชไม่ให้ถูกผู้บุกรุกทำร้าย สมหมายไม่รอช้า ปรี่เข้าหาเพื่อจัดการตามใบสั่ง แต่กฤตพนธ์มีฝีมือพอตัว เลยทำอะไรไม่ได้มาก รณฤทธิ์แอบดูเห็นสมหมายพลาดท่าก็อยากเข้าไปช่วย แต่เห็นท่าทางเก่งกาจของกฤตพนธ์แล้ว ก็ได้แต่หลบนิ่งๆที่มุมหนึ่ง

    กฤตพนธ์พยายามจะกระชากหมวกไอ้โม่ง แต่สมหมายหลบหลีกได้ตลอด เลยได้แต่ต่อสู้กันนัวเนีย ส่งเสียงอึกทึกจนฤทัยต้องออกมาดู ภาพที่เห็นทำให้เธอกรีดร้องลั่นบ้าน สมหมายเห็นท่าไม่ดีเลยปราดไปล็อกคอฤทัยเป็นตัวประกัน รณฤทธิ์หน้าเสียเมื่อเห็นแม่ตกอยู่ในอันตราย แต่ไม่กล้าออกไปช่วยเพราะกลัวจะติดร่างแห

    ต่างจากกฤตพนธ์ที่ขยับไปประจันหน้าเพื่อช่วยฤทัย สมหมายจ้องหน้าวัดใจชั่วครู่ จึงตัดสินใจผลักร่างฤทัยไปทางทหารหนุ่มแล้ววิ่งหนีออกจากบ้าน รณฤทธิ์ได้โอกาสถลามารับร่างแม่ ส่วนกฤตพนธ์ผละตามผู้บุกรุก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว คนร้ายหนีรอดไปได้หวุดหวิด ทหารหนุ่มได้แต่มองตามเซ็งๆ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเขาว่าไอ้โม่งปริศนาคนนี้ ต้องเป็นคนเดียวกับที่ลอบทำร้ายเขากับนันทนัชก่อนหน้า

    กฤตพนธ์ปัดความสงสัยทิ้ง แล้วรีบวิ่งไปดูนันทนัชบนห้องด้วยความเป็นห่วง กลัวจะเป็นแผนของคนร้าย ล่อให้เขาออกจากบ้านแล้วลอบทำร้ายนันทนัช โดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกและโวยวายของพวกฤทัยแม้แต่น้อย ไม้เสนอให้โทร.แจ้งความ แต่รณฤทธิ์ห้ามไว้ อ้างว่าไม่มีอะไรในบ้านเสียหาย ฤทัยหันมามองท่าทางมีพิรุธของลูกชาย แล้วถึงบางอ้อว่าที่คนร้ายบุกรุกบ้านกลางดึกนี่ ต้องเป็นแผนของรณฤทธิ์แน่

    ฝ่ายนันทนัชเปิดประตูมาในสภาพสะลึมสะลือ กฤตพนธ์ดึงตัวมากอดแน่น โล่งใจที่เธอไม่เป็นอะไร นันทนัชเห็นท่าทางตื่นๆของเขาก็แปลกใจ พยายามขืนตัวไว้แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ กนกกรที่ตามมาดู หมั่นไส้จนอดแขวะไม่ได้

    “มัวแต่นอนหลับสบาย มีโจรเข้าบ้านเกือบจะฆ่าคุณกฤตพนธ์แล้วรู้ไหม”

    “โจรงั้นหรือ...คุณกฤต...นี่คุณบาดเจ็บด้วยนี่ คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า เลือดออกเยอะแยะเลย”

    “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอก แต่ก็เกือบไป ถ้าผมไม่ออกมาเจอมันเสียก่อน มันคงแอบเข้าห้องเราไปแล้ว”

    นันทนัชอึ้ง ซึ้งใจมากที่เขาห่วงเธอมากกว่าตัวเอง โผกอดเขาแน่นน้ำตาคลอ กนกกรทนดูไม่ได้ สะเทือนใจเหลือเกินที่เห็นชายหนุ่มที่หมายปองยืนกอดกับผู้หญิงอื่น เลยต้องสะบัดหน้าออกไป...ฝากไว้ก่อนเถอะนังนัน
    นันทนัชไม่สนใจท่าทางฮึดฮัดของกนกกร จัดแจงทำแผลให้กฤตพนธ์อย่างเบามือ ทหารหนุ่มลอบมองหน้าเธอด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วตัดสินใจบอกถึงข้อสันนิษฐานว่าคนร้ายที่บุกรุกบ้านวันนี้ น่าจะเป็นคนเดียวกับไอ้โม่งปริศนาที่ตามลอบฆ่าเขากับเธอเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน นันทนัชชะงักมือที่กำลังทำแผล รู้สึกเสียววาบในอก สีหน้าเคร่งเครียดและตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง กฤตพนธ์เอะใจท่าทางแข็งๆเลยรั้งไว้ พลางปลอบให้ใจเย็น

    นันทนัชพยายามดึงมือเขาออก “ทุกวันนี้ฉันก็ใจเย็นมากพอแล้ว จนมันได้ใจว่าฉันทำอะไรมันไม่ได้ มันถึงได้ลงมือสามครั้งสามคราว ฉันไม่โง่รอให้มันลงมือเป็นครั้งที่สี่หรอก”

    “แล้วถ้าเขาไม่แจ้งความ คุณก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี”

    “แต่อย่างน้อย...ฉันก็มั่นใจได้ว่าเป็นฝีมือยายแม่เลี้ยงฤทัยนั่นแหละ...ที่ส่งคนมาฆ่าฉัน!”

    เวลาเดียวกันที่ห้องโถงชั้นล่าง...ฤทัยแทบกุมขมับ เมื่อได้ยินลูกชายสารภาพว่าเป็นคนวางแผนให้คนมาลอบฆ่ากฤตพนธ์ถึงในบ้าน รณฤทธิ์หน้าเสียที่ทุกอย่างพลาด แต่ยังปากดีอ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อแม่ ฤทัยอยากจะบ้าตาย เพราะเกือบต้องตายฟรีเพราะถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน รณฤทธิ์ไม่สำนึก โต้ว่าแม่ทะเล่อทะล่าออกมาเอง

    “แกไม่ต้องมาโทษฉันเลย ไอ้ลูกเวร ทำอะไรไม่เคยปรึกษา สันดานแกนี่แก้ไม่รู้จักหาย ชอบหาเรื่องให้ฉันคอยตามใช้ตามเช็ดตลอด แล้วนี่ยังไงโจรบุกมาถึงในบ้านฉัน ไม่แจ้งความ มันไม่สงสัยฉันเอาเหรอ”

    “แม่แคร์ด้วยหรือไง มันคิดไม่ดีกับแม่อยู่แล้ว”

    ฤทัยเริ่มคล้อยตามลูกชาย แต่ไม้ไม่เห็นด้วย อยากให้แจ้งความมากกว่า

    “เกิดคุณนันแจ้งความเสียเอง พวกเราจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการสืบสวนของตำรวจว่าพาโจรเข้าบ้านนะครับ”

    ooooooo

    นันทนัชปักใจเชื่อว่าฤทัยเป็นคนบงการทั้งหมด แต่กฤตพนธ์ไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าต้องมีเงื่อนงำมากกว่านั้น ที่สำคัญท่าทางของแม่เลี้ยงของนันทนัชคืนนี้ก็ดูตกใจจริงๆ จนไม่คิดว่าเป็นการเล่นละครตบตา นันทนัชโมโหมากที่เขาไม่เข้าข้าง เลยคาดคั้นใหญ่ว่าถ้าไม่ใช่ฤทัยแล้วจะเป็นใคร!

    “มีสติหน่อยคุณนัน แล้วนึกย้อนถึงวันที่คุณบินกลับมาเมืองไทย ตอนที่คุณพ่อเสีย คุณทราบข่าวจากไหน”

    “มีจดหมายลึกลับส่งไปให้จากเมืองไทย จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนส่งมา”

    “แปลว่าไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่าคุณจะกลับมาในวันเผาศพคุณพ่อคุณ”

    “ชัวร์...เกิดยายแม่เลี้ยงฤทัยรู้ว่าฉันจะมา คงจะส่งคนไปขวางฉันตั้งแต่ลงเครื่องแล้ว”

    “ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่คุณน้าฤทัยจะเตรียมวางแผนดักฆ่าคุณล่วงหน้าตอนคุณออกจากวัด”

    นันทนัชอึ้งไปอึดใจ นึกถึงเหตุการณ์ในวัดตอนเธอเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกและไปร่วมงานศพของพ่อเป็นครั้งแรก กฤตพนธ์ช่วยรื้อฟื้นความทรงจำด้วย โดย เฉพาะท่าทางของรณฤทธิ์กับกนกกรที่มีต่อนันทนัช

    “แม้แต่คุณกิ๊บกับคุณรณยังไม่รู้จักคุณเลย แล้วก็เป็นไปไม่ได้ด้วยที่คุณน้าฤทัยจะส่งจดหมายล่อคุณกลับมาฆ่าในวันเผาศพพ่อคุณ เพราะถ้าเผาศพคุณลิตรสำเร็จวันนั้น คุณน้าฤทัยคงจะได้เป็นผู้รับมรดกของคุณลิตรไปแล้ว”

    “แล้วถ้าไม่ใช่น้าฤทัย ใครล่ะคะ...ใครเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด”

    ฟากทิพย์ร้อนใจมากเมื่อทราบว่าคนของเชนทำงานพลาด เลยสั่งให้ชิดพาผู้ร่วมแผนการทวงสมบัติคืนจากพวกฤทัยมาพบที่บ้านสวน อดีตเมียก้นครัวของลิตรตั้งท่าจะไปพบเพื่อปรึกษาแผนขั้นถัดไป ชิดทนไม่ไหวขอเตือนสติ

    “เรามาไกลเกินไปแล้วนะทิพย์ เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว เราหยุดแค่นี้เถอะ”

    “ห้ามช้าไปแล้ว ฉันลงทุนกับสมบัติที่ได้จากการเป็นเมียทาสของไอ้ลิตรมาสิบห้าปี ฉันต้องเอาคืนทั้งหมด”

    ทิพย์ผลุนผลันแยกไปแล้ว ทิ้งชิดให้มองตามเครียดๆ กลุ้มใจเหลือเกินที่ทิพย์จมปลักกับความแค้นเช่นนี้

    ผู้สมรู้ร่วมคิดของทิพย์ นอกจากเชนแล้วก็คือสมุทรชัยกับไกรภัทร สองทนายพ่อลูกยอมร่วมมือด้วยเพราะหวังส่วนแบ่งในมรดกของลิตรที่ฤทัยเสนอให้ ทิพย์ไม่รอช้า ต่อว่าพรรคพวกใหญ่ที่ทำงานพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะเรื่องที่ปล่อยให้กฤตพนธ์เข้ามาอยู่ในเรือนรัตนะกับนันทนัช

    สมุทรชัยร้อนใจไม่ต่างกันเลย “ใครจะไปคิดว่าลูกสาวนายลิตรจะติดผู้ชาย ถึงขั้นเอามาอยู่ติดตัวแบบนี้ มีแค่ไอ้กฤตตัวเดียว เกะกะขวางทางไปหมด แผนเลยไม่เป็นตามแผน”

    “เราจะรอดักเล่นงานมันเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว เราต้องเดินแผนชนมัน” ไกรภัทรเสนอ

    “ก็นี่ไง...ฉันถึงต้องลงมาเล่นเอง จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว”

    ทิพย์ประกาศกร้าว เชน สมุทรชัยและไกรภัทรพยักหน้ารับรู้ บอกให้สั่งมาเลยว่าต้องการแผนแบบไหน ทิพย์แสยะยิ้มร้าย พลางอธิบายถึงแผนการใหม่อย่างใจเย็น...คราวนี้แหละ แกเสร็จฉันแน่นังฤทัย!

    แผนแรกของทิพย์คือส่งไกรภัทรไปกดดันนันทนัชเรื่องพินัยกรรมตัวจริง แถมต้องทำท่าเหมือนตกใจมาก ที่รู้ว่าเรือนรัตนะมีคนบุกรุกเมื่อคืนก่อน กฤตพนธ์หงุดหงิดที่เห็นไกรภัทรทำท่าเหมือนเป็นห่วงนันทนัชจนออกนอกหน้า สองหนุ่มเลยเขม่นกันน่าดูด้วยความหึงหวง นันทนัชไม่ถือสา รู้ดีว่าทหารหนุ่มกำลังเล่นละครเป็นแฟนเธอให้สมบทบาท

    เวลาเดียวกันที่ประตูรั้วหน้าบ้าน...หมวดเมธมาตรวจสอบที่เกิดเหตุตามคำเชิญของพวกฤทัย แต่ไม่ค่อยได้เรื่องอะไรมาก นอกจากข้อสันนิษฐานที่ว่าคนร้ายดูจะรู้ทางหนีทีไล่ในเรือนรัตนะเป็นอย่างดี เพราะหนีออกจากบ้านได้รวดเร็วจนแม้แต่ทหารในหน่วยข่าวกรองอย่างกฤตพนธ์ก็ตามไม่ทัน

    ฝ่ายนันทนัชนั่งคุยกับไกรภัทรในห้องโถง ทนายหนุ่มไม่รอช้า พยายามบอกให้นันทนัชเอาพินัยกรรมตัวจริงมาแสดง กลัวพวกฤทัยจะฟ้องร้องต่อศาลแล้วเรื่องจะพลิกไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ นันทนัชไม่เปลี่ยนใจและขอบใจทนายหนุ่มมากที่มาเตือนจะได้เตรียมตัวตั้งรับ สองหนุ่มสาวคงจะพูดคุยกันต่อ ถ้ากนกกรจะไม่เข้ามาหาเรื่องเสียก่อน เพราะสงสัยว่าทนายหนุ่มจะเล่นตุกติก เปลี่ยนข้างไปช่วยนันทนัช

    “อย่าไปฟังเลยค่ะคุณไกรภัทร ก็แบบนี้แหละค่ะ ฉันได้ยินจนเบื่อ คิดซะว่าจิ้งจกบ้านนี้ทักก็แล้วกัน”

    ไกรภัทรหัวเราะเบาๆแล้วขอตัวกลับ ส่วนกนกกรกรี๊ดแตก โวยใส่นันทนัชใหญ่ที่กล้ากระแนะกระแหนเธอ แต่นันทนัชก็ไม่สะทกสะท้าน โต้กลับอย่างดุเดือด...เดี๋ยวก็รู้ว่าระหว่างเธอกับฉัน ใครจะอยู่หรือใครจะไป!

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่ทิพย์คนเดียวที่ต้องการให้นันทนัชแสดงพินัยกรรมตัวจริง พวกฤทัยก็เช่นเดียวกันเมื่อเห็นไกรภัทรแวะมาหานันทนัชที่บ้าน เลยพยายามเร่งให้เขากดดันนันทนัชอีกแรง ทนายหนุ่มถอนใจเซ็งๆ

    แล้วบอกว่านันทนัชคงไม่เปลี่ยนใจ รณฤทธิ์ร้อนใจมาก ต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าว่ากินเงินเดือนลิตรเสียเปล่า แต่ทำอะไรไม่ได้

    ฤทัยโมโหมากเช่นกัน ขู่จะไล่สองทนายพ่อลูกออกถ้าทำไม่สำเร็จ แต่ไกรภัทรไม่ยี่หระเพราะเตรียมแผนตั้งรับมาแล้ว พูดลอยๆว่าเตรียมเอกสารมาให้เซ็นเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้แก่ฤทัย ได้ผล...สองแม่ลูกหุบปากทันที และเปลี่ยนท่าทีเป็นร่าเริงแจ่มใส เชิญชวนให้ไกรภัทรเข้าไปที่ห้องทำงานของลิตร...แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก!

    ฝั่งแฟนต้ากับธีร์แปลกใจมาก เมื่อพบว่าทิพย์ขนข้าวของออกจากห้องพักคนงานในเช้าวันเดียวกัน แฟนต้าเดือดเนื้อร้อนใจมากเพราะที่ร้านวุ่นวายไปหมด ธีร์ยื่นจดหมายลาออกของทิพย์ให้ดูพร้อมเอ่ยเสียงเครียด
    “ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่มันอยู่ที่ว่าแกลาออกทำไม แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหน”

    ในขณะที่ทุกคนตามหา...ทิพย์ไปปรากฏตัวหน้าเรือนรัตนะ รอจนเห็นพวกฤทัยออกจากบ้าน จึงควักพวงกุญแจทั้งพวงของเรือนรัตนะที่แอบปั๊มเก็บไว้ตั้งแต่อยู่ที่นี่มาไขเข้าบ้าน โดยไม่มีใครเห็นเลย แม้แต่ศรีกับเดือนก็มัวแต่เถียงกันเรื่องเจ้านายจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนบุกรุก!

    ด้านกฤตพนธ์...คาดคั้นนันทนัชใหญ่ว่าพูดอะไรกับไกรภัทร แต่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้จนเขาร้อนรนอยากเอาชนะ นันทนัชพยายามเดินหนี กฤตพนธ์เลยรวบตัวกอดไว้ บอกว่าไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เธอ นันทนัชปลื้มใจมาก แต่ยังตีหน้าขรึมย้อนถามว่าเขาหึงเธอหรือ กฤตพนธ์ไม่สนุกด้วยแล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ผมทั้งห่วงและหวงคุณ คำว่าหึงมันฉาบฉวยเกินไปสำหรับความรู้สึกของผมที่มีให้คุณในเวลานี้”

    นันทนัชอึ้งขยับตัวใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆด้วยความรู้สึกมากล้นในใจ แต่สองหนุ่มสาวต้องผละจากกันเสียก่อน เมื่อทิพย์โผล่มาแทรกพร้อมคำพูดเหน็บ “เล่นสมบทบาทไปหรือเปล่าคะคุณกฤต”

    กฤตพนธ์ชะงัก ส่วนนันทนัชดีใจมากโผกอด

    น้าสาวแน่นด้วยความคิดถึง และชวนกันไปเดินเล่นรอบๆบ้าน ไหนๆสามแม่ลูกก็ไม่อยู่ขัดขวางแล้ว ทิ้งกฤตพนธ์ให้มองตามเครียดๆ ข้องใจว่าทิพย์เข้ามาในบ้านได้ยังไง

    ooooooo

    ภาพความทรงจำในเรือนรัตนะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับลิตรย้อนกลับมาในหัวทิพย์อีกครั้ง ทั้งตอนเธอมาถึงที่นี่วันแรก คำสัญญาที่มีให้ลิตร คืนวันที่เธอคอยดูแลเขาไม่ห่างหลังสูญเสียรำเพยใหม่ๆ และคืนที่เธอตกเป็นของเขา

    อาการเหม่อลอยของทิพย์ทำให้นันทนัชกับกฤตพนธ์งุนงง พยายามส่งเสียงเรียกให้ตื่นจากภวังค์อยู่นานกว่าทิพย์จะดึงตัวเองกลับมาได้ ภาพความทรงจำแสนหวานหายวับไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกคับแค้นใจที่ถูกทรยศและเฉดหัวออกจากบ้านเมื่อหลายปีก่อน กฤตพนธ์มองมาด้วยความสงสัย ท่าทางน้าสาวของนันทนัชเหมือนคนผีเข้าผีออก มีอะไรในใจตลอดเวลา แต่เมื่อเขาอ้าปากจะถามก็ต้องยั้งไว้ เมื่อเธอโพล่งขึ้นเสียก่อนเรื่องที่เขามาอยู่กับนันทนัช

    กฤตพนธ์โต้ว่าเขาไม่ใช่พวกฉวยโอกาส แต่ทิพย์ไม่เชื่อ “แต่หญิงชายอยู่ร่วมห้องนอนเดียวกันทุกคืนๆ อาจจะลืมตัว อารมณ์กระเจิดกระเจิงได้ คุณจะรับประกันได้ยังไงว่ามันจะไม่เกินเลยเข้าสักวัน”

    นันทนัชจะอธิบาย แต่กฤตพนธ์สวนขึ้นก่อน “ผมเอาเกียรติลูกผู้ชายเป็นประกัน ว่าผมจะไม่ทำให้คุณนันเสื่อมเสียหรือด่างพร้อยเด็ดขาด สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนี้ จะมีแต่ความรักและความห่วงใย”

    นันทนัชซาบซึ้งใจมากที่กฤตพนธ์กล้าพูดรับรอง ทิพย์มองมาด้วยแววตาหมั่นไส้มาก รีบคว้ามือนันทนัชเพื่อดึงความสนใจจากกฤตพนธ์มาที่ตัวเอง แล้วขอร้องจริงจังว่านันทนัชจะรักใครไม่ได้

    “คิดสิคะว่าพ่อลิตรตายยังไง ฆาตกรยังลอยนวลในบ้านนี้ แล้วคุณนันจะหาความสุข โดยทิ้งหน้าที่ลูกหรือคะ”

    “นันไม่ทิ้งหรอกค่ะ นันจะทุ่มเททั้งชีวิตของนัน เอาคนที่ฆ่าพ่อมาลงโทษให้ได้”

    กฤตพนธ์ถอนหายใจหนักหน่วง สงสารแกมสมเพช นันทนัชเหลือเกินที่ต้องจมปลักกับความแค้นเช่นนี้ ทิพย์ไม่รอช้า เล่นละครบีบน้ำตาว่าอยากช่วยนันทนัชมากกว่านี้ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้ผล...นันทนัชใจอ่อนยวบ

    “อย่าพูดอย่างนั้นสิน้าทิพย์ นันดีใจที่วันนี้นันยังมีน้าทิพย์อีกคน ไม่อย่างนั้นนันก็ไม่เหลือใครเลยจริงๆ อย่าร้องไห้นะคะน้าทิพย์ นันสัญญาค่ะ ว่าจะหาพินัยกรรมให้พบเร็วที่สุด น้าทิพย์จะได้กลับมาอยู่กับนันนะคะ...อย่าร้องไห้”

    นันทนัชโอบปลอบใจน้าสาว พลอยร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ ต่างจากกฤตพนธ์ที่ไม่รู้สึกแบบนั้น เพราะติดใจว่าทิพย์มีอะไรน่าสงสัยหลายอย่าง...ทำไมถึงต้องยุยงนันทนัชขนาดนั้น

    ฝั่งเดือนเห็นนันทนัชกอดกับคนแปลกหน้าในบ้าน จึงรีบไปเอาเรื่อง เลยเจอกับสายตาพิฆาตของทิพย์ ทำให้แทบผงะ แต่เมื่อหันไปคุยกับนันทนัชอีกครั้ง ทิพย์กลับ มีท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนและขอตัวกลับดื้อๆ

    “น้าขอโทษนะคะที่ทำให้คุณนันเดือดร้อน แต่น้ามาเพราะความเป็นห่วงแล้วก็คิดถึงเรือนรัตนะมาก”

    “นันไม่ได้ว่าน้าสักหน่อย นันดีใจซะอีกที่เห็นน้าเข้ามาในบ้าน เดินอยู่ในบ้าน เหมือนวันเก่าๆที่นันเคยเห็นน้าดูแลบ้านนี้เป็นอย่างดี เหมือนเป็นบ้านของตัวเอง”

    คำพูดของนันทนัชเสียดแทงใจทิพย์อย่างจัง จนต้องหันไปจับมือและกำชับเสียงเข้ม

    “อย่ามัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำสิ่งที่ควรทำ คิดสิคะ คุณนันจะต้องอยู่ในห้องเล็กๆแบบนี้ในบ้านหลังใหญ่ของตัวเองอีกนานแค่ไหน จะอยู่อย่างนี้หรือคะ น้าฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่คุณนันคนเดียว”

    กฤตพนธ์ได้ฟังก็อดเหน็บไม่ได้ว่านันทนัชแค่คนเดียวจะทำอะไรได้ ภาระเรื่องพินัยกรรมก็ใช่ว่าจะทำได้เพียงลำพัง ทิพย์ตวัดสายตามองเคืองๆแต่ไม่แสดงท่าทีอะไร ขอตัวกลับดื้อๆ...ระวังตัวให้ดีเถอะนายกฤต!

    ooooooo

    แฟนต้ากับธีร์ร้อนใจเรื่องทิพย์มาก เลยโทร.บอกนันทนัชเรื่องแม่ครัวใหญ่ลาออกจากร้านกะทันหัน แล้วก็ต้องอึ้ง เมื่อนันทนัชตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆว่าทิพย์ไม่ได้หายไปไหน แต่แวะมาเยี่ยมเธอที่เรือนรัตนะ

    ข้อสงสัยของแฟนต้ากับธีร์เรื่องทิพย์ ทำให้กฤตพนธ์ตัดสินใจเสนอตัวไปส่งอดีตแม่ครัวใหญ่ถึงบ้านพัก ทิพย์ชะงักงันไปอึดใจ แล้วแววตาก็เปลี่ยนเป็นพอใจ เพราะกฤตพนธ์กำลังเดินมาตกหลุมพรางอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก ส่วนนันทนัชไม่รู้เรื่อง สอบถามเรื่องลาออกนิดหน่อยแล้วทำท่าจะควักเงินให้ แต่ทิพย์ยกมือห้ามแล้วบอกเสียงเรียบ

    “ถ้าอยากตอบแทนน้า รีบหาพินัยกรรมให้เจอเร็วๆสิคะ นั่นแหละค่ะ...คุณนันได้ตอบแทนน้าแล้ว”

    กฤตพนธ์มองมาด้วยความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงและสายตามุ่งมั่นแบบนั้นของทิพย์ทำให้มั่นใจกว่าเดิม ว่าคงมีเจตนาแอบแฝง เมื่อได้อยู่ตามลำพังในรถเลยตัดสินใจชวนคุยด้วยเรื่องรอบๆตัว เช่นว่าเธอไม่กลัวบ้างหรือ ต้องออกจากร้านอาหารมาอยู่คนเดียวนอกเมืองแบบนี้ ทิพย์ตีหน้านิ่งแล้วตอบ

    “กลัวอะไรคะ ฉันอยู่คนเดียวจนชิน คนเยอะๆสิ น่ากลัวมากกว่า ไม่รู้ว่าใครหวังดีหวังร้ายกับเรากันแน่”

    “คุณนันรักและเป็นห่วงคุณน้ามากเลยนะครับ”

    ทิพย์แอบยิ้มเยาะ แล้วเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน “แน่นอน...เพราะสองมือของฉันเลี้ยงดูอุ้มชูป้อนข้าวป้อนน้ำคุณนันมา ตั้งแต่คุณนันแค่สามเดือนจนโตเป็นสาว เป็นเหมือนแม่แท้ๆก็ว่าได้”

    “ถ้าคุณน้าอยากหาที่อยู่ใหม่ หรืออยากให้ผมช่วยอะไรก็บอกนะครับ...ผมยินดี”

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ชอบรบกวนใคร เท่าๆกับไม่ชอบให้ใครมารบกวนฉัน”

    คำตอบที่แฝงนัยประหลาดถูกส่งมา จนกฤตพนธ์พูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ได้แต่จอดรถให้ทิพย์ลงหน้าปากซอย เปลี่ยวแห่งหนึ่งตามคำขอ เมื่อตั้งสติได้ก็เสนอตัวเดินไปส่ง แต่กลับถูกปฏิเสธทันควัน สร้างความสงสัยให้แก่ทหารหนุ่มเป็นทบทวีคูณ ส่วนทิพย์ได้แต่ยิ้มกระหยิ่ม มั่นใจมากว่ากฤตพนธ์ต้องสะกดรอยตามตนมาแน่ๆ

    แล้วก็จริงดังคาด กฤตพนธ์ย่องตามติดทิพย์ด้วยความอยากรู้ และคงเพราะมัวจับตามองอีกฝ่ายนั่นเอง ทำให้เขาไม่ทันสังเกตว่าเส้นทางดูวกวนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นเธอเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์เก่าๆสูงราวสิบชั้น เขาตัดสินใจตามขึ้นไป ไม่สนใจสภาพเก่าและทรุดโทรมรอบตัวเลยแม้แต่น้อย เลยไม่ทันมองอีกเช่นกันว่าสมหมายซึ่งถูกเชนส่งมาเก็บเขาลอบตามห่างๆ พร้อมกับแววตาโหดเหี้ยม

    ทิพย์เดินลับหายไปแล้วที่ซอกหนึ่งของตึก กฤตพนธ์ตามไปดูแต่ก็ไม่พบเสียแล้ว ทหารหนุ่มเริ่มร้อนรน สำรวจตรวจตรารอบๆตึกจนทั่ว แต่ไม่เห็นเลยว่าทิพย์ได้แอบเล็ดลอดออกทางท้ายตึกไปแล้วอย่างเงียบเชียบ พร้อมส่งเสียงลอดไรฟันทิ้งท้าย ถึงทหารหนุ่มที่บังอาจเข้ามาขวางทางชิงมรดกพันล้านของลิตรอย่างเลือดเย็น

    “อยากแส่ไม่เข้าเรื่อง สมควรตาย ไม่มีแกซะคน คุณนันก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว จะมีแค่ฉันคนเดียว”

    ด้านกฤตพนธ์...ถามหาทิพย์จากชาวบ้านที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์นั้นอย่างไม่ลดละ เปิดโอกาสให้สมหมายเข้าประชิดตัวได้ง่ายและทำท่าจะใช้ปืนจ่อยิง กฤตพนธ์ไม่มีอาวุธกับตัว เลยตัดสินใจใช้เข็มขัดหนังของตัวตวัดฟาดที่แขนอีกฝ่าย สมหมายถึงกับผงะ แรงฟาดที่ทหารหนุ่มโถมใส่ทำให้ต้องเป็นฝ่ายถอยร่นไม่เป็นท่า

    หนึ่งทหารหนุ่มกับหนึ่งนักฆ่าไล่ฟาดฟันกันจนถึงดาดฟ้าของอพาร์ตเมนต์ ต่างใช้ฝีมือการต่อสู้ที่มีพอตัวจนทำให้เหนื่อยหอบทั้งสองฝ่าย กฤตพนธ์พยายามคาดคั้นว่าใครเป็นคนบงการมาฆ่าเขา แต่สมหมายก็ปิดปากสนิทและลงมือกับเขาอย่างหนักหน่วงมากขึ้น จังหวะที่ทหารหนุ่มกำลังจะเสียท่านั่นเอง เขาก็ฮึดใช้แรงทั้งหมดผลักสมหมายจนหน้าหงาย เสียหลักพลัดตกจากตึกสูงสิบชั้น!

    ooooooo

    ทิพย์ยืนมองศพของสมหมายด้วยแววตาเกรี้ยวกราด ความโกรธแค้นพลุ่งพล่าน โดยเฉพาะกับกฤตพนธ์ที่ตายยาก ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตายเสียที อดีตแม่ครัวใหญ่ต่อสายถึงผู้สมรู้ร่วมคิดแผนชั่วทันที ไกร-ภัทร กับสมุทรชัยรับฟังด้วยความตกใจ ส่วนเชนแทบกระอักที่ต้องเสียลูกน้องคนสำคัญไปเพราะนายทหารเพียงคนเดียว

    เวลาเดียวกันที่เรือนรัตนะ...นันทนัชเฝ้ารอการกลับมาของกฤตพนธ์อย่างใจจดจ่อ ศรียกกับข้าวมาเสิร์ฟ พยายามคะยั้นคะยอให้ทานก่อนจะเย็น แต่นันทนัชกลับบอกว่าไม่หิว ศรีไม่เข้าใจความนัย คิดเอาเองว่าเจ้านายสาวไม่ยอมทานเพราะกฤตพนธ์ยังไม่กลับบ้าน เลยแซวใหญ่ว่าเจ้านายสาวคงใกล้แต่งงานเต็มที

    นันทนัชถอนใจหนักหน่วง ยังมองไม่เห็นอนาคตตัวเอง “ฉันยังแต่งงานไม่ได้หรอกศรี ฉันทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ในบ้านหลังนี้ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ฉันมีหน้าที่ต้องจบเรื่องของพ่อลิตรให้ได้ซะก่อน”

    ศรีมองมาด้วยความเห็นใจ ส่วนนันทนัชเหม่อมอง นอกหน้าต่าง คิดถึงคำพูดหวานๆของกฤตพนธ์ก่อนหน้านี้ ว่ารักและเป็นห่วงเธอมากกว่าอะไรทั้งหมด หัวใจที่เคยแข็งแกร่งอ่อนยวบลง...กลับมานะคุณกฤต ฉันรอคุณอยู่

    ฟากกฤตพนธ์นั่งให้พยาบาลทำแผล โดยมีหมวดเมธกับเจ้าพนักงานหลายคนตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่ไกลกันนั้น ทหารหนุ่มส่งมือถือที่ได้จากศพของสมหมายให้หมวดเมธตรวจสอบเบอร์โทร.ที่ถูกโทร.ออกติดต่อกันหลายครั้งก่อนเจ้าของจะตาย เมื่อภานุมาถึงเพื่อดูอาการเพื่อนรัก ก็ถูกไหว้วานให้ช่วยตามสืบที่กบดานของเชน เพราะเชื่อว่าสมหมายซึ่งเป็นลูกน้องคนสำคัญ ต้องถูกเชนส่งมาเก็บเขาแน่ ภานุจะค้านเพราะเห็นว่าตำรวจดูแลคดีนี้แล้ว แต่กฤตพนธ์ไม่ยอม

    “ตำรวจจะทำคดี ก็ปล่อยให้เขาทำตามวิธีของเขาไป ฉันก็จะทำตามวิธีของฉันเหมือนกัน หาที่กบดานของมันให้เร็วที่สุด นายเชนนี่แหละจะช่วยเราสาวไปถึงผู้บงการตัวจริงได้”

    ในขณะที่กฤตพนธ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบเสาะตามหาตัวผู้บงการ ทิพย์อาละวาดปาข้าวของที่บ้านสวนด้วยความหัวเสีย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกฤตพนธ์ถึงหนังเหนียวตายยากนัก ชิดเฝ้ามองด้วยความหนักใจและเป็นห่วง พยายามจะห้ามไม่ให้อีกฝ่ายทำผิดอีก ไม่อยากให้เป็นบ้าเพราะความแค้น แต่ทิพย์ไม่ยอมเลิกล้มความตั้งใจ

    “ใช่...ฉันกำลังจะเป็นบ้า เพราะอีนังคุณหนูนันของแก มันเอาไอ้กฤตเข้ามายุ่งเรื่องของเรา จนแผนของฉันมันจะพังอยู่แล้ว ฉันต้องกำจัดมันให้ได้”

    “ใจเย็นๆนะทิพย์ อย่าให้ใครต้องมาตายเพราะเรื่องนี้อีกเลย”

    “หุบปาก...แม้แต่แก ถ้าขวางทางฉัน ฉันก็ไม่เอาไว้แน่!”

    ฝ่ายพวกฤทัยโมโหมาก เมื่อทราบจากเดือนว่านันทนัชให้ทิพย์เข้ามาในเรือนรัตนะ ไม่รอช้ายกพวกไปเอาเรื่องถึงโต๊ะอาหาร ศรีจะตักข้าวให้นันทนัชตามคำสั่ง ก็ถูกฤทัยกระชากจนหกกระจาย แล้วด่าลูกเลี้ยงสาวเสียงเข้ม

    “แกกล้าดียังไง ถึงเอาอีทิพย์...อีขี้ข้าชั้นเลวนั่นเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้อีก”

    “น้านั่นแหละ กล้าดียังไงมาถามฉันแบบนี้ น้าทิพย์เป็นคนเลี้ยงดูฉัน เป็นคนดูแลพ่อลิตร อยู่บ้านหลังนี้มาก่อนที่น้าจะเข้ามาอยู่เป็นนางบำเรอเสียอีก เพราะฉะนั้น น้าทิพย์มีสิทธิ์จะเข้ามาบ้านหลังนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันอนุญาต!”

    ฤทัยหน้าชาเหมือนถูกตบอย่างแรง ได้แต่กรีดร้องเสียงหลงที่ถูกลูกเลี้ยงตอกไม่ไว้หน้า รณฤทธิ์เต้นผางแทนแม่ ย้อนกลับอย่างหัวเสีย แต่นันทนัชก็ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดหยาบคายของอีกฝ่าย โต้กลับพร้อมรอยยิ้มหยัน

    “ไม่ได้ด่า...ฉันกำลังชื่นชม จากนางบำเรอค่อยๆขยับไต่เต้าเป็นเมีย เป็นการลงทุนเปลืองตัวที่คุ้มค่าจริงๆ”

    ฤทัยปรี๊ดแตกแหวลั่น “แกหยุดปากชั่วๆของแกเดี๋ยวนี้นะอีหมาหัวเน่า”

    กนกกรโกรธแทนแม่ สนับสนุนใหญ่ “ก็เอาเลยสิแม่ ไม่มีคุณกฤตอยู่ช่วยมันแล้ว จัดการมันเลย”

    “อีปากนรก...นับจากวันนี้ แกจะไม่ได้พูดอีกเลย ไม้...จับตัวมันมาให้ฉัน”

    จบคำของฤทัย ไม้ก็ย่างสามขุมเข้าหา นันทนัชเลยควักปืนออกจากกระเป๋ามาเล็งขู่

    “แกเข้ามาฉันยิงแกแน่ไอ้ไม้ และฉันก็จะไม่มี

    ความผิด เพราะฉันทำเพราะป้องกันตัว อยากโดนก็เข้ามา”

    ไม้ชะงัก ไม่กล้าเข้าไป กลัวนันทนัชจะบ้าเลือดยิงจริงๆ ส่วนคนอื่นก็ถอยหนี และคงจะจ้องดูเชิงกันอีกนาน ถ้ากฤตพนธ์จะไม่กลับมาแล้วดึงตัวนันทนัชมาโอบปกป้องเสียก่อน กนกกรแหวลั่น หึงที่ทหารหนุ่มเป็นห่วงนันทนัชออกนอกหน้า กฤตพนธ์ช่วยยืนยันแทนว่าทิพย์เข้ามาเอง โดยที่นันทนัชไม่รู้เรื่องอะไรด้วย พวกฤทัยไม่เชื่อ ตั้งท่าจะไปเอาเรื่องให้หายแค้น แต่นันทนัชกับกฤตพนธ์ผละจากไปเสียก่อน...ไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ!

    ooooooo

    กฤตพนธ์ถอนใจโล่งอกที่นันทนัชไม่เป็นอะไรมาก หากเธอบาดเจ็บหรือต้องเป็นอะไรระหว่างที่เขาไม่อยู่ด้วย เขาคงรู้สึกผิดมากทีเดียว นันทนัช

    มองหน้าเขาแล้วถึงกับอึ้ง ลืมความโมโหที่โดนหาเรื่องหมด เมื่อเห็นว่าหน้าเขามีบาดแผลเหมือนคนที่เพิ่งไปฟัดกับใครมา ทหารหนุ่มไม่ปฏิเสธแล้วบอกว่าเกือบโดนลอบฆ่าตอนไปส่งทิพย์

    นันทนัชอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินเรื่องจากกฤตพนธ์ว่าถูกลูกน้องของเชนเล่นงานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีที่อีกฝ่ายพลาดท่าตกตึกตายไป เลยทำให้เขากลับมาหาเธอได้ ต่างจากพวกฤทัยที่ยังไม่ทราบเรื่องสมหมายเสียชีวิต พยายามต่อสายหาเชนมือแทบหัก แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ กนกกรได้ฟังก็นิ่วหน้า แต่คาดคั้นเท่าไหร่ ฤทัยกับรณฤทธิ์ก็ไม่ยอมเปิดปากว่ากำลังวางแผนฆ่าใคร แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้สงสัยว่าอาจจะเป็นกฤตพนธ์

    ฤทัยหมดความอดทน โพล่งออกไปตามอารมณ์ที่เดือดพล่าน “ฉันก็ฆ่ามันทุกคนที่มาขวางทางฉันนั่นแหละ”

    “แม่...ไม่ได้นะ อย่าทำคุณกฤต แม่อยากฆ่านังนัน แม่ก็จัดการไปสิ แต่คุณกฤตเขาไม่...”

    “ไม่อะไร...แกเป็นอะไรนังกิ๊บ ไม่เห็นหรือไงว่าไอ้กฤตมันเสือกจนเกินที่ฉันจะเก็บมันไว้ให้รกหูรกตาฉันแล้ว”

    กนกกรตาเหลือก กลัวแทบขาดใจว่าแม่จะฆ่าชายหนุ่มที่หมายปอง “อย่านะแม่...อย่าทำอะไรคุณกฤตนะ เขาเป็นคนดี เขาแค่หลงผิด เพราะอีนันหลอกใช้เขา กิ๊บจะหาทางให้เขาออกไปจากบ้านเราเอง นะแม่นะ”

    ไม้กับรณฤทธิ์มองมาเซ็งๆ ออกปากเป็นทำนองเดียวกันว่าให้กนกกรเร่งมือ เพราะถ้าความอดทนของคน ในบ้านหมดลง กฤตพนธ์คงต้องหายไปจากโลกนี้ทันที!

    ฝ่ายนันทนัชนั่งมองรูปในมือถือของกฤตพนธ์อย่างตั้งใจ กฤตพนธ์เลยตัดสินใจบอกข้อมูลที่สืบมาได้ก่อนหน้า

    “มันชื่อสมหมาย ลูกน้องนายเชน ที่ผมเคยให้คุณดูรูปกับประวัติ คงมีใครจ้างมันไปเล่นงานคุณแล้วก็เก็บผม”

    “แปลว่าถ้าตำรวจจับนายเชนได้ ฉันก็จะได้รู้ความจริงเสียทีว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้”

    ท่าทางตื่นเต้นเหมือนได้ของถูกใจของเธอ ทำให้กฤตพนธ์ยิ้มด้วยความเอ็นดู “แน่นอนครับ ผมมั่นใจว่านายเชนคือกุญแจสำคัญจะเปิดเผยเรื่องทั้งหมด ใครเป็นคนจ้าง ใครเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด เราจะได้รู้กัน”

    อารมณ์อ่อนหวานอยู่เพียงแวบเดียว นันทนัชก็ถามถึงทิพย์ด้วยความเป็นห่วง กฤตพนธ์ลอบมองใบหน้าสวยที่เขาหลงใหลด้วยความลำบากใจ ท่าทางเธอจะไม่ติดใจสงสัยอะไรในตัวทิพย์แม้แต่น้อย เลยตัดสินใจกอดเธอแน่น

    “ผมเป็นห่วงคุณ ห่วงจริงๆ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน ตอนนี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับคุณเลย”

    “มีสิคะ...มีที่หนึ่งที่ปลอดภัยสำหรับฉัน คือตอนที่ฉันอยู่กับคุณไงคะ”

    คำพูดก๋ากั่นของเธอทำให้เขาแกล้งขยับตัวหา “คุณแน่ใจหรือว่าอยู่ใกล้ผมแล้วจะปลอดภัย”

    กฤตพนธ์ยิ้มกว้าง ค่อยๆก้มหน้าลงจะจูบ นันทนัชใจเต้นแรงแต่ยังแข็งใจผละตัวออก อ้างว่าจะหาจดหมายที่เคยเล่าให้ฟังว่าถูกส่งมาหาเธอที่อังกฤษเพื่อแจ้งข่าวพ่อ กฤตพนธ์มองตามมือบางขำๆ รู้ดีว่าเธอเขินจนต้องเฉไฉไปทางอื่น เลยแกล้งทำเป็นเออออ ยอมให้เธอค้นหาจดหมายรอบๆห้อง โดยมีเขาเป็นลูกมือช่วยไม่ห่าง

    นันทนัชผล็อยหลับไปแล้ว กฤตพนธ์ซึ่งค้นพบเศษภาพถ่ายชิ้นสุดท้ายของรำเพยเจอในซอกมุมหนึ่งของห้องเลยต้องพาเธอไปนอนที่เตียง จัดท่านอนให้อย่างเรียบร้อย พลางคิดว่าจะประกอบภาพถ่ายให้สมบูรณ์เป็นของขวัญให้เธอในวันรุ่งขึ้น ทหารหนุ่มจับมือเธอมาจูบอย่างทะนุถนอมแล้วเปิดประตูไปหาน้ำดื่มข้างล่าง

    อารมณ์ดีๆของเขาเหือดหาย เมื่อเจอกนกกรข้างล่าง พร้อมคำพูดตัดพ้อว่าเขาหลงรักนันทนัชเพราะถูกหลอกใช้ กฤตพนธ์ไม่สนใจและยืนกรานจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือนันทนัช กนกกรไม่ยอมแพ้ ขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับเรื่องนี้ซะ

    “คุณนั่นแหละครับอย่ามายุ่งกับผมอีก แล้วบอกคุณแม่คุณ น้องคุณและคนของคุณด้วย ว่าอะไรที่คิดทำกับคุณนัน ขอให้เลิกคิดซะ ใครทำอะไรไว้ ไม่มีใครหนีสิ่งที่ตัวเองทำได้หรอกครับ”

    “คุณก็ฟังแต่นังนัน คุณไม่ฟังสิ่งที่กิ๊บกำลังเตือนและบอกเลย นะคะคุณกฤต เลิกกับนังนันซะ คุณไม่คู่ควรกับมันหรอก คุณมีอนาคตที่ดีรอข้างหน้า มันกำลังดึงชีวิตคุณให้ดับไปกับมันด้วย เชื่อกิ๊บสักครั้ง อย่าไปยุ่งกับมัน”

    กนกกรขอร้องทั้งน้ำตา ไม่อยากให้เขาต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อนันทนัช แต่ก็ไร้ผล เพราะกฤตพนธ์ปฏิเสธอย่างเย็นชาแล้วผละขึ้นห้องไปโดยไม่เหลียวหลังเลย

    ooooooo

    นันทนัชตื่นตอนเช้าด้วยความสดชื่น อดเขินเล็กๆไม่ได้ที่ตื่นสายกว่าเพื่อนร่วมห้องที่ออกไปรับแดดอ่อนๆที่ระเบียงแล้ว แต่ที่ทำให้ยิ้มไม่หุบ คือภาพถ่ายของรำเพยที่มีชิ้นส่วนสุดท้ายประกอบไว้เรียบร้อย หญิงสาวรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก มั่นใจเกินร้อยว่าคนที่หาชิ้นส่วนนี้เจอต้องเป็นกฤตพนธ์แน่

    นันทนัชตัดสินใจเดินไปหาเขาที่ระเบียง ยิ้มหวานให้พร้อมคำขอบคุณที่ทำให้ภาพถ่ายของแม่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่วายสงสัยว่าเขาหาเจอได้ยังไง แล้วในเมื่อหาเจอแล้วทำไมถึงไม่ปลุกเธอ

    “ผมอยากให้คุณหลับ แล้วตื่นขึ้นมาเจออย่างมีความสุข”

    “ขอบคุณมากค่ะ ฉันไม่รู้จะหาคำไหนมาบอกคุณ ตอบแทนสิ่งที่คุณทำให้ ได้มากกว่าคำว่าขอบคุณ”

    “มีสิครับ...มีคำคำหนึ่งที่ผมอยากได้ยินจากปากของคุณ...คำว่ารัก”

    นันทนัชอึ้งไปอึดใจ สัญชาตญาณผู้หญิงบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น แต่กำลังขอความรักจากเธอจริงๆ กฤตพนธ์คงจะคาดคั้นให้เธอบอกความในใจไปแล้ว ถ้าภานุจะไม่โทร.บอกว่าได้เบาะแสเรื่องเชนเสียก่อน นันทนัชถอนหายใจโล่งอก กฤตพนธ์สั่งเสียให้ตามแฟนต้ามาอยู่เป็นเพื่อน แล้วแอบขโมยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะผละไป

    หลังแยกจากนันทนัช กฤตพนธ์ก็ไปหาเพื่อนรักตามนัดหมายทันที ภานุยืนรออยู่แล้ว บอกว่าได้เบาะแสเรื่องที่หลบภัยของเชน เลยรู้ว่าหัวหน้าแก๊งมือปืนจะมาหากิ๊กสาวที่นี่ เชนกับลูกสมุนไม่ทันระวัง เลยถูกสองทหารหนุ่มดักจับด้านหน้าคอนโดของกิ๊กสาว แต่สุดท้ายเชนก็หนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

    ฟากนันทนัชเรียกแฟนต้ากับธีร์มาอยู่เป็นเพื่อนตามคำแนะนำของกฤตพนธ์ แล้วช่วยกันหาจดหมายเจ้าปัญหาที่ตามหาตั้งแต่คืนก่อน ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล จดหมายจ่าหน้าซองเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมที่อยู่ผู้ส่งตรงมุมซ้ายบนก็อยู่ในมือนันทนัช แต่ยังไม่ทันดูว่าเป็นใคร กฤตพนธ์ก็โทร.มาเสียก่อนเพื่อแจ้งข่าวเชน นันทนัชตกใจ แต่เมื่อรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรมากก็โล่งอก และบอกว่าจะไปตามหาผู้ส่งจดหมายฉบับนี้

    กฤตพนธ์เป็นห่วงเธอมาก ไม่อยากให้ไปเสี่ยงคนเดียว เลยบอกให้ไปพร้อมกับเขา ธีร์เฝ้ามองด้วยความเจ็บช้ำลึกๆ ยังทำใจได้ไม่ดีนักที่นันทนัชเป็นแฟนกับกฤตพนธ์จริงๆ แฟนต้าเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความเห็นใจจากอีกมุม แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะความรักเป็นเรื่องห้ามหรือควบคุมไม่ได้...ขนาดเธอยังแทบเอาตัวไม่รอด

    ระหว่างที่พวกนันทนัชมุ่งหน้าไปตามที่อยู่ผู้ส่งบนหน้าซองจดหมาย ทิพย์กำลังเดินดุ่มๆไปตามทางรกร้างในป่าหลังบ้านสวนเพื่อพบกับใครคนหนึ่ง ชิดแอบตามมาด้วยความสงสัย และตกใจแทบผงะเมื่อเห็นว่าทิพย์นัดเจอกับเชน!

    เรื่องราวจากปากเชนทำให้ทิพย์ตาลุกด้วยความกลัวว่าความลับจะแตก ยิ่งเมื่อเขาเล่าว่าถูกพวกกฤตพนธ์และตำรวจตามล่าแทบพลิกแผ่นดินยิ่งระแวง แถมเมื่อเชนขู่ขอเงินหนึ่งล้านเพื่อหนีไปกบดาน เลยตัดสินใจลงมือฆ่าปิดปากอย่างเลือดเย็นที่สุด แล้วจัดแจงปกปิดศพด้วยการผลักร่างไร้ลมหายใจของเชนลงบ่อน้ำร้าง

    ชิดสติแตก วิ่งเตลิดกลับไปบ้านสวนโดยไม่ทันสังเกตอะไรรอบตัว แล้วก็ต้องตกใจเป็นรอบที่สองของวัน เมื่อเห็นพวกนันทนัชกำลังเดินเข้าไปสำรวจในบ้านสวน...คุณหนูนัน...มาที่นี่ทำไม...คุณรำเพย คุณเรไร ช่วยคุณนันด้วย

    พวกนันทนัชพยายามกดกริ่งและร้องเรียกจากหน้าบ้าน แต่ไม่มีใครออกมารับ อารามรีบร้อนและความอยากรู้ ทำให้ทั้งหมดบุกเข้าไปข้างใน ทิพย์กลับมาเห็นพอดี อยากจะบ้าตายเมื่อเห็นหน้าผู้บุกรุก แต่คนที่ประหลาดใจกว่าคือนันทนัชเอง คิดไม่ถึงมาก่อน
    ว่าทิพย์จะเป็นคนส่งจดหมายถึงตนที่อังกฤษ ทิพย์อึกอักพักใหญ่ แล้วตัดสินใจเฉไฉว่าต้องการปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ เกิดที่อยู่ของเธอหลุดไปถึงหูพวกฤทัย เธอคงถูกฆ่าตายเสียก่อนจะได้เจอกับนันทนัช

    กฤตพนธ์นั่งฟังด้วยความสงสัย ไม่ต่างจากแฟนต้ากับธีร์ซึ่งตามมาด้วย แต่พยายามหลอกถามเท่าไหร่ทิพย์ก็ไม่หลงกล แถมกลบเกลื่อนได้แนบเนียนจนนันทนัชไม่ติดใจแม้แต่น้อย ทิพย์นึกกะหยิ่มใจ แต่เมื่อนันทนัชถามถึงที่มาของบ้านสวนนี้ เลยจำใจต้องบอกความจริงบางส่วนว่าเป็นสถานที่เกิดของนันทนัช เพราะลิตร

    พารำเพยมาหลบภัยจากเรไรที่นี่ กฤตพนธ์ไม่เข้าใจเลยโพล่งออกไปว่าเหตุใดรำเพยถึงมาอยู่บ้านสวน แทนที่จะเป็นเรือนรัตนะ

    นันทนัชชักสีหน้า ไม่ชอบใจที่เขาละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเธอ เลยตัดบทขอตัวกลับดื้อๆ ทิพย์ได้แต่ตีหน้าซื่อ ขอร้องเสียงอ่อนให้เก็บเรื่องที่อยู่บ้านนี้เป็นความลับ...ถ้าพวกนังฤทัยรู้ มันต้องตามมาฆ่าน้าแน่ๆเลยค่ะ!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:30 น.