ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รอยรักแรงแค้น

SHARE
ตอนที่ 16

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"

ตอนที่ 15

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"



ที่วัด...มุกรินถืออาหารถ้วยเล็กๆวางหน้าโลงศพธาดา เคาะโลงบอกพี่ชาย

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"



ธุระสำคัญของคิมหันต์เริ่มทันที เมื่อเขาออกมาหน้าบ้านพัก ก็ได้รับโทรศัพท์จากเสี่ยอ๋าว่า

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"



มุกรินตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นที่ได้นอนหลับสนิท มาทั้งคืน เธอเดินลงมาที่ห้องโถง เห็นที่โต๊ะมีผลไม้สวยสดจัดไว้บนโต๊ะ มีกระดาษโน้ตน่ารักแผ่นหนึ่งปักอยู่ข้างจานเป็นกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมืออย่างสวยงามว่า...

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


ไอ้ขุมเล่าต่อหน้าเครื่องอัดเสียงว่า ตนลากร่างของวิมลรัตน์เข้าไปในห้องนอนเธอ โดยมีธาดายืนดูอยู่

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"



มุกรินกับดวงดาวเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอหมอออกมา มุกรินถามว่าคนป่วยเป็นอย่างไรบ้าง

“ตอนนี้คนไข้หายปวดหัวแล้วนะครับ แต่แกไม่ยอมให้ตรวจ ไม่ยอมเอกซเรย์อะไรทั้งสิ้น หมอเลยตอบไม่ได้ว่าเป็นยังไง”

เมื่อธาดาไม่ยอมให้เอกซเรย์แต่อาการดีขึ้น หมอจึงสั่งยาและให้กลับบ้านได้ พอมุกรินกับดวงดาวเข้าไปในห้อง ธาดาบ่นว่าทีหลังถ้าตนปวดหัวไม่ต้องพามาส่งโรงพยาบาล ปวดเองก็หายเองได้ไม่เห็นต้องพึ่งหมอเลย ดวงดาวถามว่าไม่อยากรู้หรือว่าเป็นอะไร

“ทำไมอาจะไม่รู้ ปวดหัวเพราะยายมุกน่ะสิ” ธาดาบอกแล้วหันไปทางมุกริน “แกลาออกจากบริษัทเมื่อไหร่พี่หายปวดหัวเมื่อนั้นแหละ” มุกรินไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเลยขอไปจ่ายค่ายา ธาดาถามดวงดาวทันทีว่า “ยายมุกยังติดต่อกับไอ้คิมอยู่ใช่ไหม”

ดวงดาวถามว่าทำไมเขาไม่ถามมุกรินเอง เขาบอกว่ามุกรินไม่มีทางบอกความจริงหรอก

“อย่าให้รู้นะว่ามันยังแอบไปมีอะไรกันอีก” ดวงดาว ถามว่าถ้ารู้แล้วจะทำยังไง “ฆ่ามัน!!” ธาดาคำราม

ดวงดาวถามว่าเขาชอบแก้ปัญหาด้วยการฆ่าหรือ? คิดว่าจะรอดง่ายๆเหมือนคราวก่อนหรือ? ธาดาชะงักมองหน้าถามเสียงเข้มว่าพูดอะไร! คราวก่อนอะไร!? ดวงดาวพูดลอยๆว่าอย่าคิดว่าความลับจะมีในโลก ทำให้ธาดาถามเครียด

“ความลับอะไร...เรารู้อะไรมา บอกมาเดี๋ยวนี้”

“หนูรู้จักคนชื่อไอ้ขุม และหนูรู้ความลับระหว่างอากับไอ้ขุมก็แล้วกัน...แต่อาไม่ต้องกลัวนะ หนูไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่คนเดียว” พูดแล้วดวงดาวเดินออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

ooooooo

พักตราโทร.เช็กคิมหันต์บ่อยเท่าที่เธอยากโทร. ยิ่งโทร.ไม่ติดหรือเขาไม่รับสายก็ยิ่งระดมโทร.จนค่ำโทร.ติดเธอถามทันทีว่าเขาอยู่ไหน ทำไมโทร.ไม่ติดเลย นัดใครไว้ที่สนามบินหรือเปล่า

คิมหันต์บอกว่ากำลังจะกลับ โทร.ไม่ติดอาจเพราะอยู่ในหุบเขาสัญญาณไม่ดี เธอถามอีกว่าเห็นคลิปหรือยัง พอเขาบอกว่าคุยกับพ่อเธอแล้ว ก็ถามอีกว่า “คิมไม่ได้โกหกพักตร์ใช่ไหม”

“ผมจะโกหกทำไมล่ะ ถามพ่อคุณดูก็ได้”

“พักตร์นอนล่ะ ปวดหัวมากเลย พรุ่งนี้จะโทร.ไปหาใหม่นะ...กู๊ดไนท์”

คิมหันต์อยู่ในรถตู้ เขาถอนใจเครียด

ฝ่ายดวงดาวรู้เรื่องทั้งหมดของมุกริน ถามเธอว่าอุตส่าห์ลงทุนตามไปจนตบตีกันขนาดนี้ทำไมไม่ขึ้นเครื่องตามเขาไปล่ะ มุกรินบอกว่าตนไม่ได้คิดจะขึ้นเครื่องอยู่แล้วแค่อยากไปเห็นกับตาว่าเขาไปด้วยกันหรือเปล่าเท่านั้น ดวงดาวถามประชดว่าจะนางเอกไปถึงไหน

“เรื่องนี้คงไม่มีนางเอก ไม่มีพระเอก มีแต่คนธรรมดาๆสามัญชน ที่มีโลภ โกรธ หลง มีกิเลสที่ยังตัดไม่ขาดด้วยกันทั้งนั้น” ดวงดาวชวนหนีไปที่อื่นกันไหม ไปถือศีลกินเจ ไปหาที่สร้างบุญสร้างกุศลแผ่เมตตาให้กับสัตว์โลก มุกรินมองหน้าถาม “เธอจะไปกับฉันเหรอ...เป็นทอมรึเปล่าเนี่ย”

“อยากลองอยู่เหมือนกัน ฉันก็เบื่อชีวิตตัวเองเหมือนกันนะ ไอ้การอยู่แบบมีความสุขไปวันๆอย่างฉันมันเหมือนไม่ค่อยมีอนาคต บางวันมันก็น่าเบื่อมากเลย”

“เพราะเธอยังไม่เจอคนที่จะสร้างฝันร่วมกับเธอมั้ง”

“รู้ได้ยังไงว่ายังไม่เจอ” พอมุกรินมองหน้าอย่างค้นหา ดวงดาวพูดเป็นนัยว่า “ฉันอาจจะเจอแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ก็ได้...นอนล่ะ” ดวงดาวลุกจะออกไป มุกริน ถามว่า พี่ใหญ่หรือ? เธอหันตอบหยันๆว่า “ตอนนี้เขาอยู่ไหนฉันยังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้น ฉันหนีเขาไปได้ง่ายๆ เลยนะเนี่ย” พูดแล้วออกไป ปล่อยให้มุกรินคิดเดาเอาเอง

ธาดาอยู่ที่บ่อนเสี่ยอ๋ายิ่งเล่นเสียแล้วเสี่ยอ๋าให้เครดิตไม่อั้นก็ยิ่งมัวเมา จนวันนี้การ์ดที่บ่อนถามว่าวันนี้มีมาเท่าไร พอเขาบอกว่าเยอะ การ์ดถามว่าทำงานอะไร

ถึงได้ขนเงินมาทิ้งที่นี่ได้เรื่อยๆ

“นี่หยามกันเหรอ?” ธาดาเลือดขึ้นหน้า การ์ดรีบบอกว่าเปล่าแต่ถ้าหมดแล้วยืมเสี่ยอ๋าบ้างก็ได้ จะได้ไม่เอาเงินเก็บสะสมมาใช้เดี๋ยวครอบครัวพี่จะเดือดร้อน ถูกธาดาด่าว่าไม่ต้องมาเอือกกับกูได้ไหม แล้วเดินหัวเสียไปที่โต๊ะพนัน

ooooooo

มุกรินกับดวงดาวยังไม่ทันนอน ก็มีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น มุกรินออกจากห้องมาเจอดวงดาวถามว่าพี่ใหญ่ลืมเอากุญแจบ้านไปหรือ

“เมามั้ง...เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูเอง” ดวงดาวเดินออกไปเปิดประตู ครู่หนึ่งกลับมามุกรินถามว่าพี่ใหญ่ล่ะ? “ไม่ใช่พี่ใหญ่...เขามาหาเธอ”

คนที่เดินตามดวงดาวเข้ามาคือคิมหันต์นั่นเอง! เขาบอกหน้าตายว่าเธอตกเครื่องตนเลยมารับที่นี่

“คู่หมั้นคุณมาด้วยหรือเปล่า” มุกรินถาม

“เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกลับมากรุงเทพฯแล้ว”

ดวงดาวชงกาแฟมาให้ที่โต๊ะเตือนทั้งสองว่ามีอะไรก็รีบคุยเสียให้เสร็จก่อนเจ้าของบ้านกลับมา ถามว่า ต้องการสักขีพยานไหม เห็นทั้งสองนิ่ง ดวงดาวเดินออกไปพลางบอกว่าถ้าต้องการก็เรียก ตนจะดูต้นทางให้

ที่แท้คิมหันต์หนีกลับมาอย่างสบายใจ เพราะมีข้อตกลงกับอรรถไว้แล้วว่าจะไม่ให้พักตราตามไป ส่วนเรื่องงานตนฝากผู้ช่วยทำแทนแล้ว

คิมหันต์มาหว่านล้อมให้มุกรินลาออกจากงานและไปสร้างครอบครัวด้วยกัน เพราะเราเคยทำเกือบสำเร็จมาแล้ว

มุกรินติงว่าตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกัน ตอนนี้ ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงซับซ้อนกว่ากันมาก

“มันจะวุ่นวายอีกไม่เกินอาทิตย์เดียวเท่านั้น รอให้พ่อเขากลับมา ผมจะเป็นคนบอกเลิกทุกอย่างเองผมสัญญา”

มุกรินติงว่ากว่าจะถึงวันนั้นทั้งพักตราและธาดาคงก่อเรื่องอีกมากมาย คิมหันต์จึงชวนไปอยู่ด้วยกันเสียตั้งแต่ตอนนี้

“คุณกำลังชวนฉันหนีออกจากบ้าน?”

“ถ้าคุณปฏิเสธ...ผมก็คงต้องฉุด...” มุกรินนิ่งคิด มองไปเห็นดวงดาวเดินเข้ามาใกล้ คิมหันต์เร่ง “เราจะเสียเวลาปล่อยให้ชีวิตแต่ละวันผ่านไปอย่างไม่มีความสุขทำไม เราทั้งคู่ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว นอกจากตัวเราเองนะมุก”

มุกรินมองไปที่ดวงดาว ฝ่ายนั้นถามว่าต้องการความเห็นไหม มุกรินเดาได้ว่าดวงดาวจะพูดอย่างไร บ่นคิมหันต์ว่าไม่มีทางเลือกให้ตนเลย

“หัวใจเราเลือกไปแล้วมุก...เชื่อหัวใจเราเถอะ”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ปรารภยังไปไม่ถึงที่ทำงานก็ได้รับโทรศัพท์จากสีดาเลขาของเขา ฟังแล้วเขาตกใจบอกสีดาว่า

“บอกเขาว่าให้รอเจอฉันก่อน อย่าเพิ่งไปไหน รอเจอฉันให้ได้ บอกเขาเดี๋ยวนี้เลยสีดา”

เมื่อสีดาเดินมาบอกมุกรินที่โต๊ะว่าให้รอปรารภก่อน เธอบอกสีดาว่าไม่จำเป็นเพราะยังไงเขาก็เปลี่ยนความคิดตนไม่ได้ สีดาถามว่าคิดดีแล้วหรือ

“อืมมม...ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะสีดา ฉันไม่ได้ใช้อารมณ์ ฉันใช้เหตุผลและสติทั้งหมดของฉัน”

ทันใดนั้นเสียงพักตราก็แจ๋แทรกเข้ามาเยาะเย้ยว่า

“มุกริน คุรุรัตน์ ไม่น่าเชื่อว่าริ้วรอยที่หน้ายังไม่หาย นึกว่าหน้าด้านหน้าหนาอย่างเธอจะทนมือทนตีนกว่านี้เสียอีก”

นาทีนี้มุกรินไม่กังวลกับอะไรอีกแล้ว หลังจากด่าทอท้าทายกันแล้ว มุกรินเดินเฉียดพักตราไป บอกว่าตนลาออกแล้ว “เพราะฉะนั้น นับจากวันนี้ เราเท่ากับไม่ใช่ลูกจ้างนายจ้างกันอีกต่อไป ถ้าพูดไม่เข้าหู ฉันอาจตบแกก่อนก็ได้”

พอมุกรินเดินออกไป พักตราก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาประกาศอย่างสะใจ

“ทุกคนฟังนะ มันลาออกแล้ว มันลาออกเอง โดยที่ฉันไม่ต้องไล่ออก ฮ่าๆๆๆ”

มุกรินขนของไปที่รถ เจอปรารภที่ลานจอดรถพอดี เขาถามว่าทำไมไม่ปรึกษาตนก่อน

“มุกรู้ว่าพี่รภจะแนะนำยังไง...แต่มุกรู้ว่ามุกต้องการอะไร”

“พี่ก็รู้ว่าพี่เปลี่ยนความคิดมุกไม่ได้ พี่อยากขอโอกาสให้ความคิดอีกมุมนึงกับมุก อย่างน้อยให้มันได้ผ่านหูมุก เผื่อวันข้างหน้า มุกอาจจะเห็นด้วยกับความคิด ของพี่และระลึกได้ว่า พี่มีความปรารถนาดีกับมุกแค่ไหน”

มุกรินบอกว่าตนรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตน ชมว่าเขาเป็นคนดี ผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปน่าจะตัดสินใจผิดพลาดที่ทิ้งผู้ชายดีๆอย่างเขาไป ปรารภซึ้งจนน้ำตาไหล พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“งั้นพี่ขอพูดประโยคเดิมที่พี่เคยพูดและไม่เคยเปลี่ยนแปลง เมื่อไหร่ที่มุกมีปัญหาไม่ว่าจะมากหรือน้อย มุกจะมีพี่รภยืนอยู่ข้างๆเสมอ และพร้อมที่จะช่วยเหลือมุกเต็มกำลัง อย่าลืมพี่นะมุก...” เขาหยุดมองเธอนิ่งก่อนตัดสินใจถาม “มุกยังรักเขาอยู่ใช่ไหม...คิมหันต์เป็นผู้ชายที่โชคดี พี่อิจฉามันจริงๆ”

“พี่รภไม่ได้ดีน้อยกว่าเขาหรอกค่ะ...ถามลูกชายพี่ดูได้” มุกรินกอดลาปรารภ เป็นกอดอย่างน้องสาวที่กอดพี่ชาย

แล้วมุกรินก็โทร.หาธาดาโดยไม่รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิด ที่เล่นเสียอยู่ในบ่อนเสี่ยอ๋า เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่เหน็บนิดๆว่าตนลาออกจากงานแล้วเพื่อเขาจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับตนอีก พูดแล้วตัดสายทันทีอย่างไม่ต้องการฟังอะไรจากพี่ชายอีก

ฝ่ายพักตราโทร.ไปบอกอรรถด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่ามุกรินลาออกจากงานแล้ว ลาออกเองตนไม่ได้ไล่ออก

“ดีแล้วลูกให้เขาออกเองอย่างนี้แหละดีแล้ว ต่อไปนี้จะได้เลิกตบตีกันเสียที แล้วบอกคู่หมั้นเรารึยัง” เธอบอกว่ายังโทร.ไม่ติด “ลูกปล่อยให้เขาทำงานไปก่อนเถอะ กลับมาค่อยคุยกันก็ได้”

ระหว่างคุยกับพักตรานั้น เทย่าเด็กสาวคนนั้นกำลังนวดเค้นเขาอยู่บนเตียง แต่พอพักตราถามว่างานของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง อรรถพูดอย่างลื่นไหลไร้พิรุธว่า

“โอ...แดดร้อนสุดๆ โชคดีที่นายทหารอย่างพ่อดำอยู่แล้ว ไม่งั้นคงมีหวังหนังลอก...นี่กำลังเดินดูที่อยู่กลางแดดนะเนี่ย เท่านี้ก่อนนะลูก” อรรถวางสายจากพักตรา นอนให้เทย่า “นวด” ให้อย่างถึงใจ

ooooooo

ธาดาเล่นเสียหมดครั้งแล้วครั้งเล่า เสี่ยอ๋า บอกว่าเขาไม่มีดวงทางนี้ถ้าไม่มีตัวช่วยก็แย่ ชวนดื่มอะไรหน่อยไหม ธาดาบอกว่าตนอยากเล่นต่อ เสี่ยอ๋าไม่ขัดข้องแต่ในเงื่อนไขเดิม

ลูกน้องเสี่ยอ๋าเอาเหล้าขวดใหญ่สามขวดมาวางตรงหน้า ย้ำว่า “ถ้าคุณโอเคในเงื่อนไข ผมก็ยื่นเงินให้เลยง่ายๆ”

“งั้นผมขอไปหาที่เงียบๆที่อื่นกินดีกว่า” ธาดา คว้าเหล้าทั้งสามขวดเดินออกไปจากบ่อน ครู่หนึ่งขุมก็เดินเข้ามา การ์ดบอกว่าลูกพี่เขาเพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง

“เขาออกไปฉันถึงได้เข้ามาไง” ไอ้ขุมบอก การ์ดถามว่าทำไมไม่มาพร้อมกันล่ะ “ลูกพี่แม่งชอบขอแบ่งกำไรว่ะ”

ไอ้ขุมตรงไปนั่งที่โต๊ะพนัน มันไม่รู้ว่าถูกเสี่ยอ๋าจับตาดูอยู่ตลอดเวลา

ooooooo

ดวงดาวถามมุกรินว่าคิมหันต์บอกหรือเปล่าว่าจะพาไปอยู่ที่ไหน มุกรินบอกว่าคงเป็นบ้านเช่าที่ไหนสักแห่ง

“ต้องอยู่แบบโผล่หน้าไปไหนไม่ได้ด้วยรึเปล่า” มุกรินถามว่าตอนเธอคบกับพี่ใหญ่ต้องทำอย่างนั้นหรือ “ไม่มีใครรู้จักฉัน ส่วนใหญ่เขาคิดว่าฉันเป็นลูกสาวคุณธาดา”

มุกรินถามว่าเธอรักพี่ใหญ่บ้างไหม ดวงดาวนิ่ง พอมุกรินถามว่าไม่คิดจะจริงจังกับพี่ใหญ่เลยหรือ ก็ถูกย้อนถามว่า

“เธอลองนึกภาพดูสิ ว่าฉันจะฝากชีวิตไว้กับคนอย่างเขาได้ไหม เราจะมีเวลานอนกอดกันนิ่งๆ ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องกินเหล้า ไม่ต้องเมา แต่เต็มไปด้วยความสุข หรือเล่นกีตาร์ร้องเพลงด้วยกันสักวันละเพลงได้บ้างไหม เธอคิดว่าคุณธาดาเขาจะทำอะไรแบบนี้เป็นเหรอ?”

ดวงดาวบอกว่าที่ตนยอมอยู่กับธาดาก็เพราะเขาเหมือนผู้ปกครอง แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เด็กๆก็ชอบที่จะหนีพ่อหนีแม่ หนีผู้ปกครองเพื่อออกไปเผชิญชีวิตข้างนอกเหมือนกันนะ มุกรินขอร้องว่าถ้าถึงวันนั้นให้เธอมาหาตนได้ไหม

ดวงดาวไม่ตอบลุกเดินออกไป อึดใจเดียวก็กลับมาหน้าตาตื่นเต้นบอกว่าธาดากลับมา ทำไมวันนี้กลับเร็วก็ไม่รู้

ธาดาร้องโหวกเหวกเข้ามาร้องถามว่าสาวๆไปไหนหมด ให้ออกมาเห็นหน้ากันหน่อย วันนี้ตนจะฉลอง พอดวงดาวบอกว่ามุกรินนอนแล้วก็บ่นว่าหลับแต่วันได้ยังไง ให้ไปปลุกมาฉลองกันหน่อย

มุกรินโทรศัพท์พูดเบาๆกับคิมหันต์อยู่ในห้องว่าอย่าเพิ่งเข้ามา พี่ใหญ่กลับมาแล้วกำลังเมาด้วย คิมหันต์บอกว่าเห็นแล้วตนอยู่หน้าบ้านนี่เอง

“รอมุกก่อนนะ มุกไม่อยากให้มีเรื่องวันนี้”

“เข้าใจ...ผมรอได้มุก รอได้เสมอ” คิมหันต์อยู่ในรถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าบ้าน

ooooooo

ธาดาจะให้ดวงดาวไปลากมุกรินออกมาฉลองกันให้ได้ มุกรินออกมาแต่ขอร้องพี่ชายวันนี้อย่าเพิ่งฉลองเลยเพราะมันเหมือนกับฉลองตนตกงาน เอาไว้ได้งานใหม่ค่อยฉลองกันดีกว่า

เมื่อธาดาจะฉลองให้ได้ มุกรินออกมาหว่านล้อมว่าเมื่อวานเขาเพิ่งเป็นลมมา ไม่น่ากินเหล้าอีกเลย พูดขู่ๆว่าพี่ใหญ่อยากอายุสั้นหรือ ธาดาคุยโวว่า “พี่ยังอยู่ดูแลมุกได้อีกนาน อย่าหนีพี่ไปก่อนก็แล้วกัน”

“คนแรกที่จะหนีพี่ใหญ่ไม่ใช่มุกหรอก โน่น...ระวังเถอะ สักวันเขาจะทนพี่ใหญ่ไม่ได้” มุกรินเบนความสนใจของธาดาไปที่ดวงดาว ธาดาถามดวงดาวว่าทนตนไม่ได้หรือ

“หนูไม่ทนอยู่แล้ว ไม่ถูกใจเมื่อไหร่ หนูก็ไปเมื่อนั้น” พูดแล้วเดินล่อธาดาเข้าห้องนอน ธาดาหลงกลเดินตามเข้าไป ถูกดวงดาวทั้งยั่วทั้งอ้อนจนธาดาลืมเรื่องมุกริน ระหว่างนั้นดวงดาวแอบดูเห็นมุกรินหิ้วกระเป๋าเดินผ่านหน้าห้องไป

คิมหันต์ขับรถของมุกรินพาเธอออกจากบ้านไป เธอถามว่า “คิมยังไม่บอกมุกเลยว่าเราจะไปอยู่ที่ไหน”

“ผมอยากผูกตาคุณ แล้วค่อยเปิดตอนที่เราไปถึง” คิมหันต์อำอ่อนโยน มุกรินจึงขอหลับก่อนดีไหม “ได้เลย ถึงเมื่อไหร่ผมจะปลุกมุกขึ้นมาดูบ้านของเรา”

มุกรินยิ้ม เอียงหัวพิงไหล่เขาหลับตาอย่างอบอุ่น มีความสุข มีเพลงรักจากวิทยุในรถขับกล่อมตลอดทาง...

ooooooo

คิมหันต์ขับรถพามุกรินมาจอดที่หน้าบ้าน เขาก้มลงปลุกเธออย่างอ่อนโยน

“มุก...มุก...ถึงแล้ว” เธอถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่ว่าถึงไหนหรือ คิมหันต์ยิ้ม... “มุกอย่าเพิ่งลืมตานะ” แล้วเขาก็ลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูด้านที่เธอนั่ง ค่อยๆ อุ้มเธอลงจากรถ พาเดินเข้าไปในบ้าน...

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


ขณะที่ปรารภเดินอยู่ที่บริษัทนั้น เขาได้รับไลน์จากมุกรินว่า

“พี่รภคะ...รบกวนมารับมุกหน่อยได้ไหมคะ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ มุกริน”

“ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ พี่รภ” ปรารภตอบไลน์ทันที

มุกรินก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ระดับต่ำกว่าโต๊ะ จนคิมหันต์ถามว่าจะไม่ยอมมองหน้าตนบ้างเลยหรือ มุกรินบอกว่าตนหูดี อยากพูดอะไรก็พูดเลยก่อนที่จะหมดเวลา
คิมหันต์ถามว่าอะไรทำให้เธอเฉยเมยกับตนได้ถึงขนาดนี้ มุกรินถามว่าเขาไม่รู้จริงๆหรือ เขาเป็นผู้ชายแบบไหนกัน

“แบบที่คุณรักไง...ไม่งั้นคุณจะคบกับผมมาตั้งห้าปีได้ยังไง”

“ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน”

“คุณสงสัยเมื่อไหร่...เพิ่งเมื่อวานนี้เอง...ห้าปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยสงสัยอะไรผมเลย” มุกรินสวนทันทีว่าเพราะตนไม่เคยรู้ว่าเขาจะทำกับตนได้ถึงขนาดนี้ “เพราะผมไม่เคยคิดจะทำน่ะสิ จะให้ผมบอกอีกกี่ครั้งว่าเป็นเพราะพี่ชายคุณ ผมหยุดความจงเกลียดจงชังพี่ชายคุณไม่ได้ แต่ผมก็หยุดรักคุณไม่ได้เหมือนกัน...ผมควรจะทำยังไง...มุก”

“คุณจะทำยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ฉันทนรับความปรวนแปรของคุณไม่ได้อีกแล้ว” คิมหันต์โต้ว่าตนไม่ได้ปรวนแปร ตนรู้ว่ารักใคร เกลียดใคร และต้องการอะไร “แล้วคุณนึกถึงคนอื่นบ้างไหม...คุณรู้ว่าคุณต้องการอะไร แล้วคุณรู้ไหมว่าคนที่คุณบอกว่ารักน่ะ เขาต้องการอะไร?”

คิมหันต์อึ้ง มุกรินถามว่า “คุณบอกว่าคุณจะถอนหมั้นพักตรา นี่คงถอนกันมาเรียบร้อยแล้วล่ะสิ” คิมหันต์ยังคงนิ่ง “ว่าไงล่ะ เรื่องพักตรามันเกี่ยวกับพี่ใหญ่ตรงไหน มันเกี่ยวกับฉันตรงๆ! ฉันจะคิดว่าเหตุการณ์ที่เกาะ เป็นเพียงแค่ฝันไป...มันไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะคิม”

มุกรินลุกขึ้น คิมหันต์ขอให้รอก่อน เธอพูดอย่างไร้เยื่อใยว่าหมดเวลาของเขาแล้ว แล้วเดินไปทางหน้าร้าน ไปเจอดวงดาวที่เคาน์เตอร์หน้าร้าน ดวงดาวถามว่าเคลียร์กันจบไหม

“จบสิ...แล้วคราวหลังไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อแอบนัดใครมาเจอฉันอีกนะ” มุกรินเดินออกจากร้านไปทันที พอดีปรารภขับรถมาถึง เธอรีบไปหาเขา ขึ้นรถแล้วบอกว่า ไปเลยไม่ต้องลงมาให้เสียเวลา

ดวงดาวออกมายืนดูรถปรารภที่ขับพามุกรินไป คิมหันต์เดินมายืนใกล้ๆ เธอถามว่า

“จบไม่สวยใช่ไหม”

คิมหันต์พยักหน้าถามว่า “จะไปไหนต่อ ผมไปส่งให้เอาไหม”

“ไม่ต้อง ฉันดูแลตัวเองได้ อยากจะเมาเมื่อไหร่ค่อยเรียกฉันก็แล้วกัน” พูดแล้วดวงดาวเดินไปเลย

ooooooo

มุกรินยังนั่งหน้าเครียดอารมณ์ค้างอยู่ในรถ ปรารภเหลือบมองถามว่ามีอะไรอยากเล่าให้ตนฟังไหมว่าเกิดอะไรขึ้น

“ตอนพี่รภเลิกกับเมียพี่เสียใจไหม” เขาบอกว่าแน่นอน “พี่เคยคิดอยากกลับไปคืนดีกับเมียพี่ไหม”

“พี่คิดอยู่ครึ่งปี หลังจากนั้นก็เลิกคิด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่รักพี่เหมือนเดิมแล้วป่วยการเปล่าๆ”

มุกรินถามว่า แล้วเขายังรักเธออยู่ไหม “พออายุมากขึ้น พี่ก็ปล่อยวางได้มากขึ้น”

มุกรินนิ่งไป เธอมองไปข้างหน้า ปรารภถามว่าเขามาขอคืนดีกับมุกหรือ เธอบอกว่าเขาแค่เสียดายเหมือนผู้ชายทั่วไป

“แล้วมุกตอบเขาว่าไง...ยังรักเขาอยู่หรือเปล่า?” ปรารภเร่งถามอย่างอยากรู้ แต่มุกรินนิ่งและเปลี่ยนเป็นถามเขาว่ามีอะไรจะคุยกับตนหรือ “มุกพร้อมจะฟังไหมล่ะ” เป็นคำถามที่ทำให้มุกรินนิ่งคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ แล้วก็ไม่ดีจริงๆ เมื่อปรารภบอกว่าเธอถูกสั่งพักงาน พักอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่

“นี่มันไล่ออกชัดๆ” ปรารภเสนอให้ทำหนังสือร้องเรียนประธานบริษัท “ประธานบริษัทก็คือพ่อของพักตรา!! ขอมุกพูดกับเขาก่อนได้ไหมคะ”

เมื่อมุกรินไปพบพักตราที่ห้องประชุมซึ่งปรารภนั่งอยู่ด้วยแล้ว พักตราถามเย้ยว่ามีอะไรจะพูดกับตนอีก ทุกอย่างตนบอกกับ “แฟน” เธอไปแล้ว มุกริน
ขอคุยกับเธอตามลำพัง ปรารภจึงออกจากห้องไป

“ทำแบบนี้จะเอากันให้ตายเลยใช่ไหม” มุกรินเริ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง

พักตราไม่พูดเรื่องงานแต่กลับพูดเรื่องที่มุกรินหายไปกับคิมหันต์ กลายเป็นโต้เถียงกันเรื่องแย่งคิมหันต์ว่าใครมาก่อน ใครแย่งใครและสุดท้ายใครได้คิมหันต์ไป มุกรินบอกว่าเมื่อเธอได้คิมหันต์ไปแล้วเรื่องก็ควรจะจบเสียที

“คงยาก เพราะจุดจบของฉันคือ ต้องไม่มีแกอยู่ที่นี่ ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าแกที่นี่อีก เข้าใจไหม!”

ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรงจนพักตราตบหน้ามุกริน ต่างตบและคว้าของขว้างปาใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด! พอได้แล้ว” อรรถเปิด ประตูเข้ามาตวาด “ทำอะไรกันนี่ เล่นเป็นเด็กๆไปได้”

พักตราฟ้องว่ามุกรินบังอาจเข้ามาด่าตนก่อน มุกรินชี้แจงว่าตนแค่เข้ามาถามเหตุผลที่สั่งพักงานตนเท่านั้น ทั้งคู่ทำท่าจะเถียงกันอีก อรรถสั่งให้หยุด แยกย้ายกันไปห้องใครห้องมัน แล้วตนจะเรียกมาสอบสวนทีละคนเอง

พักตราตะบึงตะบอนออกไป อรรถถามมุกรินว่าหายดีแล้วหรือ มุกรินบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว

“ฉันให้ยกเลิกคำสั่งพักงานนั้นแล้วนะ เธอพร้อมจะทำงานเมื่อไหร่ก็มาทำได้เลย บริษัทต้องการพนักงานครีเอทีฟ ไม่ใช่นักมวยหญิง” พูดแล้วเดินออกไป ปรารภที่เข้ามาดูเหตุการณ์ยิ้มให้มุกรินอย่างให้กำลังใจ

ooooooo

เย็นนี้อรรถคุยกับพักตราขณะทานอาหารด้วยกันในร้านหรู เขาถามพักตราว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าทำอะไรลงไป

พักตราบอกว่าตบมุกริน อรรถถามว่าตบกันไปมาอย่างนี้ได้อะไรขึ้นมาไหม มีแต่เจ็บตัว มีแต่เสียชื่อ เสียหน้า แล้วมันเสียมาถึงตนด้วย พักตราโต้ว่ามุกรินมาหาเรื่องตน อรรถถามว่าก็เธอสั่งพักงานเขาอย่างนั้นจะให้เขาอยู่นิ่งได้อย่างไร

พักตราอ้างว่าตนเป็นซีอีโอย่อมทำได้ ไม่อย่างนั้นตนจะเป็นซีอีโอไปทำไม อรรถแย้งว่าเธอเป็นคนอ้อนวอนขอตำแหน่งนี้เอง ชี้ให้เห็นว่า

“หน้าที่ของผู้บริหาร ไม่ใช่เที่ยวสั่งพักงานใครๆ แต่ต้องบริหารให้งานในบริษัทมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้มันต้องมีคุณธรรมในการปกครองคน ต้องมีเมตตาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา พ่อสอนลูกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ลูกไม่เชื่อพ่อเลย”

พักตราบอกว่าตนเชื่อแต่ใช้ไม่ได้กับมุกริน อรรถดักคอว่าเพราะมุกรินเป็นคนรักเก่าของคิมหันต์ใช่ไหม เธอรับว่าใช่

“นั่นยิ่งทำให้ใครๆเขาจับตาดูเรา เขาจะดูว่าลูกใช้อำนาจกลั่นแกล้งรึเปล่า คนเป็นหัวหน้าถูกลูกน้องสุมหัวนินทามันไม่ดีหรอกนะลูก พ่อเตือนแล้วว่าไม่ให้ทำร้ายมุกรินด้วยวิธีแบบนี้ ลูกควรจะเชื่อพ่อบ้าง” เธอถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร “ต้องมั่นใจในคนรักของเรา และให้พวกเขาอยู่ในสายตาของเราไว้ ดีกว่าผลักไสไปอยู่ในที่ไกลหูไกลตา พ่อจะช่วยลูกเอง”

พักตรายิ้มออกที่พ่อจะช่วยให้คิมหันต์มาอยู่ใกล้ตัว

ooooooo

คิมหันต์กลับไปที่บ้านวิมลรัตน์ เข้าไปในห้องพี่สาว มองรอบห้องที่ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม เขารำพึงกับวิมลรัตน์อย่างว้าเหว่ว่า

“ห้าเดือนแล้ว ผมไม่มีพี่มล...มันดูเหมือนนานเกินกว่าห้าปีในความรู้สึกของผม...ชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก มากแบบที่พี่มลไม่มีทางคาดถึง...เวลาที่ผมไม่มีพี่ ผมกลายเป็นคนสับสน หลายครั้งที่ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ และที่ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมทำมันถูกหรือไม่...ผมถามตัวเองอยู่ทุกวันว่าต้องการอะไร...ระหว่างความรักกับความแค้น...จนถึงวันนี้ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้...ผมอยากให้พี่มลกลับมาอยู่กับผมจังเลย...ผมคิดถึงพี่มลนะครับ..คิดถึงมากๆ”

ไสวเข้ามาถามว่าคืนนี้เขาจะนอนที่นี่ไหม เขาบอกว่ายังไม่รู้ แต่สั่งไสวอย่าเคลื่อนย้ายอะไรในห้องนี้ บอกถวิลให้ทำกับข้าวอร่อยๆให้หน่อยวันนี้จะกินข้าวที่นี่

แต่ไม่ทันไรคิมหันต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากพักตราบอกว่าคุณพ่อเชิญมาทานข้าวที่บ้าน ท่านมีเรื่องจะคุยด้วยให้รีบมาเลย คิมหันต์บอกว่าจะรีบไป แล้วบอกถวิลว่าไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว ตนไม่หิว แล้วออกไปเลย

ooooooo

อรรถกับพักตราลงจากข้างบนมาพบคิมหันต์ที่นั่งรออยู่ พักตรารีบเข้าฉอเลาะว่าคืนนี้นอนที่นี่นะตนให้คนไปเอาเสื้อผ้าของเขาที่คอนโดมาแล้ว

ขณะนั้นเอง อรรถเอ่ยกับปริมเลขาสาวสวยของเขาว่านั่งทานด้วยกันเลยนะ แล้วแนะนำแก่คิมหันต์ว่า

“นี่ปริม เลขาส่วนตัวฉัน ที่จริงฉันมีเลขาหลายคน” พักตราแทรกขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่าสาวๆทั้งนั้น “แต่ปริมจะเป็นคนดูแลส่วนตัวของฉันทุกอย่างด้วยความเห็นชอบของยายพักตรา”

สองพ่อลูกหยอกล้อกันเรื่องเลขาสาวสวยอย่างอารมณ์ดี แล้วอรรถจึงบอกให้ลงมือกินกันได้เลย

คิมหันต์ถามว่าเขาเรียกตนมามีอะไรหรือ แล้ว คิมหันต์ก็เครียดขึ้นทุกทีเมื่ออรรถเล่าแผนงานของตนให้ฟัง

อรรถบอกว่าตนอยากเห็นความคืบหน้าของ ครอบครัว คนรุ่นใหม่ในตระกูล ซึ่งก็คือเขากับพักตราว่า นับแต่หมั้นกันมาตนยังไม่ได้มอบของขวัญอะไรให้เลย วันนี้จึงขอถือโอกาสมอบของขวัญให้ นั่นคือ...

“ความมั่นคงในหน้าที่การงาน เธอทำอาชีพอิสระมานาน ฉันเข้าใจว่าเป็นความฝันของเด็กหนุ่ม แต่เมื่อเธอมาเป็นลูกเขยของพลโทอรรถ เธอต้องมีความมั่นคงเพียงพอสำหรับพักตราลูกสาวฉัน”

อรรถสั่งพรุ่งนี้ให้เขาไปทำงานที่ออฟฟิศตน พักตราเสริมว่า คุณพ่อตั้งมูลนิธิเพื่อดูแลเรื่องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นที่ระลึกให้คุณแม่ชื่อ “มูลนิธิ พนา-อรรถ”

“เธอไปนั่งเป็นหน้าห้องฉัน เป็นครั้งแรกที่ฉันมีหน้าห้องเป็นผู้ชาย และคุณปริมจะเป็นคนเทกแคร์เธอทุกอย่าง เฉพาะที่เกี่ยวกับงานออฟฟิศเท่านั้นนะ”

คิมหันต์ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะให้ตนนั่งหน้าห้องตลอดเวลาเลยหรือ

“อย่างนั้นก็เสียของแย่สิ ช่างภาพฝีมือดีอย่างเธอ ก็ต้องมาถ่ายรูปป่าเขา แหล่งท่องเที่ยวสวยๆให้กับมูลนิธิสิ”

“เวลามีทริปถ่ายรูป พักตร์ก็จะไปด้วยทุกครั้ง จะได้เป็นการซ้อมฮันนีมูนของเราสองคนไงคะ”

“ทีนี้อนาคตของเธอก็จะมั่นคง ไม่ลอยไปลอยมา และอยู่ในสายตาของฉันและพักตราตลอดไป”

อรรถสรุปอย่างชัดเจน พักตรายิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่คิมหันต์ฝืนยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

คืนนี้คิมหันต์นอนกับพักตรา เธอพยายามอ่อยยั่วเขา

พักตราบอกว่างานแรกของเขาคือไปถ่ายรูปที่เที่ยวอันซีนที่จังหวัดเลย ตนจะลางานไปเป็นผู้ช่วยเขา คิมหันต์บอกว่าตนมีผู้ช่วยอยู่แล้ว

“แต่พักตร์ช่วยคิมได้มากกว่าผู้ช่วยช่างภาพนะ พักตร์ช่วยได้ทุกเรื่องเลย โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้” พักตรายั่วต่อในอ่างน้ำที่มีฟองสบู่ฟูฟ่อง แต่สุดท้ายคิมหันต์ก็ลุกจากอ่างเดินออกไป ทิ้งพักตราให้อารมณ์ค้างอยู่กลางอ่าง...

ปรารภยังเพียรติดต่อใกล้ชิดกับมุกรินอย่างอบอุ่น อ่อนโยนและไม่เร่งเร้า

ดวงดาวมาหามุกรินถามว่าหายโกรธตนหรือยัง มุกรินบอกว่าถ้าเธอไม่ทำอย่างนั้นอีกตนก็ไม่โกรธแล้ว

“แน่ใจนะว่าไม่อยากเจอเขาอีก” มุกรินมองหน้า ดวงดาวรีบบอกว่า “แค่ถามเฉยๆ อย่าเพิ่งโกรธ”

“ความอยากกับความจริงที่ควรจะเป็น มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป”

“เธอต่างกับฉันตรงนี้แหละ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำความอยากให้เป็นจริงให้ได้สักวัน ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม”

พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วดวงดาวเดินออกไป มุกรินถามว่าแล้วพี่ใหญ่ล่ะ ดวงดาวบอกว่าเขาไปทำธุรกิจส่วนตัว และสั่งให้ตนดูเธอให้ดี แล้วพูดเองเออเองว่า

“แต่ท่าทางเธอ ดูแลตัวเองได้อยู่แล้วนี่ อยากให้ช่วยอะไรเป็นพิเศษก็บอกมาแล้วกัน”

ธุระส่วนตัวของธาดาคือ เข้าบ่อน แต่วันนี้เขาไม่ได้ไปคนเดียว แต่พาไอ้ขุมไปด้วย สั่งมันว่าไม่ต้องเปิดปากอะไรรีบเล่นรีบไป

การ์ดในบ่อนรายงานเสี่ยอ๋าว่าวันนี้ธาดาพาลูกน้องมาด้วย คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้า สงสัยจะเคยเจอที่บ่อนอื่นไม่ใช่ที่เรา เสี่ยอ๋าไปเกาะกระจกมองไปที่โต๊ะพนันบอกว่า หน่วยก้านไม่ใช่เล่น

ไอ้ขุมเล่นได้โกยเงินบนโต๊ะไปหัวเราะร่าไป มีธาดายืนเซ็งอยู่ข้างๆ

เสี่ยอ๋าให้ลูกน้องต่อสายถึงทนายชุมสายทันที

ooooooo

คิมหันต์ไปนั่งหน้าห้องอรรถตามคำสั่ง โดยมีปริมมาแนะนำงานและสาวๆอีกสี่ห้าคนที่มีหน้าที่ต่างกันแต่จะแนะนำภายหลัง คิมหันต์ถามว่าโต๊ะเธออยู่ไหน เธอบอกว่าอยู่ในห้องท่าน

“ทำไม...อยากไปนั่งข้างๆปริมเหรอ” อรรถถามขึ้น คิมหันต์รีบปฏิเสธ “ที่นี่คืออาณาจักรของฉัน เธอจะมาทำรุ่มร่ามในนี้ไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะกับปริม ถึงจะเป็นไอ้ลูกชายของฉันก็ตาม” แล้วสั่งปริม “ไปเตรียมรถได้แล้ว เดี๋ยวเธอไปกับพี่...ส่วนสี่สาวข้างนอกนั่นให้ขึ้นรถตู้ตามไปนะ”

ก่อนออกไป อรรถเข้าไปตบไหล่คิมหันต์เบาๆ แต่พูดจริงจัง

“ขอเตือนนิดนึงนะ อย่าคิดทำตัวแบบฉันเป็นอันขาด ฉันมันพ่อม่ายเมียตาย แต่นายยังมีอยู่ครบ ทั้งคู่หมั้นและพ่อตา การที่นายได้มาอยู่ตรงนี้ก็เพราะพักตราต้องการให้นายอยู่ในสายตาของฉัน ฉะนั้น อย่าทำอะไรนอกลู่นอกทาง เข้าใจนะ” พูดแล้วผละไปเลย

คิมหันต์นั่งลง หยิบมือถือโทร.หาชุมสาย เป็นจังหวะที่ชุมสายกำลังจะโทร.หาเขาพอดี ชุมสายบอกว่าเสี่ยอ๋าเล่าว่า

ธาดาพาคนแปลกหน้าเข้าบ่อนท่าทางไม่ใช่คนดี เสี่ยอ๋าส่งคนตามไปดูแล้วเผื่อจะมีเบาะแสอะไรที่น่าสนใจ

“โอเค ทำอะไรได้ก็ทำเลยนะเพื่อน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็มาเบิก”

ขณะนั้นเองมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามหาพลโทอรรถ บอกว่ามีคนนัดให้ตนมาหาวันนี้

คิมหันต์บอกว่าไม่มีใครอยู่เลย แล้วบอกให้นั่งรอก่อน พลางตัวเองก็คุยกับชุมสายต่อ ถามว่า

“ฝากอีกเรื่องได้ไหมเพื่อน แกช่วยแวะไปดูมุกให้หน่อยสิ เขาน่าจะโกรธเพราะฉันทำเขาไว้เยอะ” ชุมสายถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร “คิดได้แล้วจะบอก”

วางสายจากชุมสาย คิมหันต์หันไปเจอเด็กสาวยิ้มให้ เขายิ้มตอบไปอย่างนั้นเอง

ooooooo

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


ที่ริมหาดนี่เอง คิมหันต์ชวนมุกรินไปเที่ยวเกาะกัน เธอถามว่าพักตราเพิ่งหนีกลับกรุงเทพฯ ยังไม่รู้เรื่องจะบานปลายไปถึงไหน เขายังจะมีใจชวนตนไปเที่ยวเกาะอีกหรือ

ดวงดาวที่ยืนอยู่ห่างออกไป เห็นบรรยากาศของทั้งสองที่เริ่มดีขึ้น เธอจึงขอตัวกลับ มุกรินเรียกไว้ เธอหันบอกว่า

“เหอะน่า ทำตามหัวใจตัวเองเถอะ อย่างอื่นว่ากันทีหลัง เชื่อฉัน” แล้วดวงดาวก็ผละไปอย่างจงใจให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง

คิมหันต์ชวนมุกรินไปกันเถอะ เธอไม่กล้า เลยถูกเขาอุ้มไปลงเรือสปีดโบ๊ตที่จอดรออยู่ที่ชายหาด

พอดวงดาวแยกไปครู่เดียว เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากธาดา ถามว่าอยู่ไหน พอบอกว่าออกมาเดินสายร้องเพลง ก็ถูกตัดพ้อต่อว่าบอกให้กลับเร็วๆ

ธาดาถามว่าเจอมุกรินบ้างไหม ดวงดาวปดว่าไม่เจอ

“รู้ไหมว่ามุกอยู่กับไอ้คิม...มันส่งรูปมุกรินนอนเปลือยมาให้อาดู” ธาดาด่าคิมหันต์แล้วกำชับดวงดาวว่าถ้าเจอมุกรินให้บอกด้วยว่าอย่าไปยุ่งกับคนชั่วๆอย่างนั้น
ฟังธาดาเล่าแล้ว ดวงดาววิตกกับพฤติกรรมของคิมหันต์ไม่น้อย

ooooooo

คิมหันต์พามุกรินนั่งสปีดโบ๊ตมุ่งสู่ทะเลกว้าง เขาถามเธอว่า จำได้ไหมว่าเราเคยฝันด้วยกันว่าจะนั่งเรือฮันนีมูนกัน เราเคยฝันกันว่า

“ปล่อยให้เรือลอยไปเรื่อยๆ ไปถึงไหนก็ช่าง” มุกรินพูดถึงความฝันเวลานั้น

“ใช่...และนี่ก็คือทริปฮันนีมูนของเราสองคน...” ทั้งสองนั่งเรือไปด้วยกัน เพื่อให้ได้อยู่กันตามลำพังโดยไม่ถูกรบกวน คิมหันต์เอามือถือทั้งของตัวเองและมุกรินมาปิดเครื่อง โยนลงข้างๆ หันกอดมุกรินไว้อย่างรักใคร่...

ดวงดาวกลับถึงโรงแรม ทีมงานมาถามว่ามุกรินกลับหรือยัง เธอคลึงแก้วเครื่องดื่มในมือ บอกว่า ไม่ทราบค่ะ ไม่เห็น ทีมงานถามอีกว่ามุกรินออกไปกับคิมหันต์หรือเปล่า? เธอโทร.ติดต่อมุกรินได้ไหม

ดวงดาวปดว่าไม่ทราบ ยังไม่ได้ลอง ตอบตัดทุกปัญหาที่เกี่ยวกับมุกรินและคิมหันต์เพื่อไม่ให้ใครตามไปรบกวน

ooooooo

คิมหันต์พามุกรินไปถึงเกาะสวยที่ห่างไกลผู้คน และบนเกาะก็ไม่มีคนอยู่อาศัย มุกรินถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

“ผมต้องการอยู่กับมุกตามลำพัง เพราะกำลังจะจีบมุกอีกครั้ง”

“หลังจากประกาศถอนหมั้นมุกและเพิ่งจะหมั้นกับสาวคนใหม่มาหมาดๆหรือ?”

“ถ้ามุกยังไม่ก้าวพ้นเรื่องนี้ ผมคงต้องใช้เวลานานกว่าจะจีบติด...เราอาจจะต้องค้างคืนที่นี่สักสองสามคืน” พูดแล้วคว้าถุงทะเลกันน้ำของตัวเองกระโดดลงน้ำ หันมาอุ้มมุกรินลงจากเรือ พาเดินลุยน้ำขึ้นไปบนเกาะ...

ระหว่างเดินขึ้นเกาะ เขาเล่าว่า เมื่อวานตอนเย็น ตนยืนดูบนหาดหน้าโรงแรม มองมาที่ขอบฟ้าฝั่งนู้นก่อนพระอาทิตย์ตก มันสวยมาก อย่างกับภาพวาดเลย มุกรินบอกว่าตนก็ดูอยู่เหมือนกัน

“มันเหมาะจะเป็นเกาะสำหรับการฮันนีมูนจริงๆ” มุกรินเหน็บว่าให้เขาไปบอกพักตราสิ คิมหันต์หันจ้องหน้าเธอพูดช้าๆ ชัดๆ “ผมกำลังยืนอยู่ต่อหน้าคุณ บนเกาะที่ไม่มีใครอื่น ทุกคำพูดของผมที่นี่ ผมตั้งใจพูดกับคุณ ด้วยความรู้สึกที่มีต่อคุณคนเดียว”

“แต่ก็เป็นการพูดลอยๆที่ไม่มีพยานยืนยัน”

“พยานของผมคือผืนฟ้าและท้องทะเล รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผีปู่ผีย่าที่ปกปักรักษาเกาะนี้”

มุกรินถามตื่นๆว่าที่นี่มีผีด้วยหรือ คิมหันต์พยักหน้า เล่าช้าๆว่า

“มันเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคน ...เล่ากันว่า สาเหตุที่ไม่มีใครกล้าเหยียบขึ้นมาบนเกาะนี้ เพราะทุกคนกลัวคำสาป คำสาปที่คนเฒ่าคนแก่ฝั่งโน้นเขาเชื่อกันทุกคน”

คิมหันต์หยุดมองไปรอบๆราวกับลำดับเรื่องราวจากคำบอกเล่าที่ฟังมา...

“พวกเขาเชื่อว่า ร้อยกว่าปีที่แล้ว มีคู่รักคู่หนึ่ง ล่องเรือหนีมาด้วยกัน จนมาพบเกาะนี้ พวกเขาตัดสินใจปักหลักใช้ชีวิตตามลำพังด้วยกันที่นี่ แต่แล้ว...วันหนึ่ง...พ่อแม่ญาติพี่น้องและคนรักเก่าของพวกเขาก็ตามมาจนถึงหน้าหาด ทั้งสองจึงตัดสินใจมัดตัวเองเข้าด้วยกันและถ่วงด้วยหิน ก่อนกระโดดลงไปจบชีวิตที่ใต้ท้องทะเล เพื่อพิสูจน์รักแท้...”

คิมหันต์หยุดเล่า หันมองหน้ามุกรินอย่างอ่านความรู้สึกก่อนเล่าต่อว่า

“ทุกคนในที่นั้น ทั้งโกรธทั้งเสียใจ จึงทำพิธีสาปแช่งต่อเทพยดาฟ้าดินว่า หากมีหนุ่มสาวคู่ใดพากันมาเหยียบบนเกาะนี้โดยไม่มีรักแท้ให้กัน ขอให้มันผู้นั้นจงพบกับความวิบัติ อัปมงคลจนถึงกับชีวิต บนเกาะนี้ทุกราย”

“แน่ใจนะว่าคิมไม่ได้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเอง” คิมหันต์บอกให้เธอถามชาวบ้านแถวนี้ได้ถ้ามีโอกาสกลับขึ้นฝั่ง มุกรินมองหน้าถามอย่างระแวง “หมายความว่าไง ถ้ามีโอกาสกลับขึ้นฝั่ง?”

“ก็อาจจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเรา ถ้าคุณไม่มีรักแท้ ให้ผม...ผมพูดจริงๆ” มุกรินบอกให้เขาถามใจตัวเองดีกว่าว่ามีรักแท้ให้ตนแน่หรือ “ผมถึงได้พามุกมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นไง”

“จะชวนมุกโดดน้ำตายที่นี่เหรอ?”

“ผมจะชวนมุกแต่งงานที่นี่ต่างหาก”

สิ้นเสียงคิมหันต์ เสียงฟ้าคำรามก้องราวกับรับรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนเกาะนี้...

ooooooo

แต่ที่บริษัท Fast Tract ปรารภได้รับโทรศัพท์จากทีมอาร์ตแจ้งว่า

“พวกเราไม่มีอะไรทำนะพี่...พี่มุกก็ไม่อยู่ คุณคิมหันต์ก็หายไป...ก็เลยไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี จะกลับเลยหรือต้องอยู่รอพี่มุกก่อน หรือยังไงดีครับ สตางค์ก็ไม่ค่อยจะมี พี่ช่วยแก้ปัญหาหน่อยสิครับ”

ปรารภถามว่าแล้วพักตราซีอีโอของเราล่ะ? ทีมงานบอกว่าหายไปเป็นคนแรกเลย จะเอาอย่างไรดี

“เดี๋ยวพี่เช็กให้นะ แล้วจะโทร.กลับไปบอกอีกที” ปรารภวางสายสบถอย่างหัวเสีย “เวรเอ๊ย!” แล้วกดอินเตอร์คอมตะโกนเรียกเลขา “มะปราง โทร.หาคุณพักตราให้ผมหน่อย”

เลขาถามว่าให้โทร.ไปที่ไหน เขาบอกไม่รู้ แต่โทร.ให้เจอ ให้พูดกับเธอให้ได้ เดี๋ยวนี้”

มะปรางโทร.จนเจอ แต่พอคนใช้บอกพักตราว่าเป็นสายจากบริษัท ปรารภจะเรียนสายด้วยเท่านั้น พักตราบอกว่าตนไม่คุยด้วย แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาคิมหันต์ แล้วก็ยิ่งหัวเสียเมื่อปลายสายบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ooooooo

ที่เกาะ...คิมหันต์เดินจูงมือคุยกับมุกรินอย่างสบายๆที่ชายหาด มุกรินถามว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?

คิมหันต์บอกว่าแล้วแต่เราจะมองจากมุมไหน ตนมองจากมุมของเราสองคน มุกรินถามว่าเขาไม่สงสารพักตราหรือ?

“ถ้าเขารู้ว่าคิมอยู่กับมุกอย่างนี้...ถ้าเขารู้ว่าเรามีอะไรกันจริง เขาจะไม่ยิ่งแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกเหรอ”

“เพราะผมสงสารเขาไง ผมถึงต้องใช้เวลา”

มุกรินพูดอย่างผิดหวังว่าในที่สุดเขาก็คือผู้ชายที่เอาเปรียบผู้หญิง เขามีแต่ได้ แต่ตนกับพักตรามีแต่เสีย ถามว่าจะไม่ง่ายกว่าหรือถ้าเขาจะถอนหมั้นจากพักตรา?

“คุณคิดว่าง่ายเหรอ?” คิมหันต์ชี้แจงด้วยเหตุผลที่หนักใจว่า พักตรามีพ่อเป็นนายพล เป็นเหตุผลที่ตนต้องกลัว มุกรินถามว่าเขากับพักตรามีอะไรกันแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าตนเมา แต่อย่างน้อยตนก็เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ มุกรินถามว่าเขาทำเพื่อแก้แค้นตนหรือเปล่า “ใช่! นั่นคืออารมณ์ของผม ก่อนที่ผมจะเมา...”

คิมหันต์กุมมือมุกรินมองหน้าเธอเต็มตา บอกว่าตอนนี้ตนขาดเธอไม่ได้ ขอร้องให้เลิกพูดถึงคนอื่น เราพูดถึงอนาคตของเราดีกว่า

“ถ้าคิมยังรักพักตราอยู่ มันจะมีอนาคตระหว่างเราด้วยเหรอคะ...” คิมหันต์เอาแต่มองหน้าเธอเพราะตอบคำถามนี้ไม่ได้ “การไม่พูดถึงคนอื่นเลย แล้วคิดว่าโลกนี้มีเราเพียงสองคน มันหลอกตัวเองเกินไปค่ะ มันไม่เป็นจริงนะคะคิม นอกจากเราจะอยู่บนเกาะร้างอย่างนี้ไปจนตาย”

คิมหันต์บอกว่าตนอยากให้เป็นอย่างนั้น มุกรินติงว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราอยู่บนเกาะนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก

“แต่เรามีบ้านของเราได้นะ...กลับไปกรุงเทพฯคราวนี้ ผมจะหาบ้านสักหลังที่ไม่มีใครหาเจอ เราจะอยู่ด้วยกันที่นั่น มีชีวิตของเราที่นั่น โดยไม่มีเรื่องราวของคนอื่นเข้ามากวนใจเราเลย” แต่พอมุกรินถามว่านานแค่ไหน เขาตอบเหมือนไม่มีคำตอบว่า “จนกว่าผมจะเคลียร์เรื่องราวทุกอย่างได้” แต่สัญญาว่ามันไม่นานเกินรอหรอก อ้อนให้เธอสัญญาได้ไหมว่าจะไม่มีใครอื่น?

พอมุกรินพยักหน้า เขาขอร้องเธอว่า “รอผมก่อนนะ มุกริน” เธอตอบรับเบาๆ เขาดึงร่างเธอเข้าไปกอดแน่น ฝนตกลงมาอย่างแรง คิมหันต์จูงมือเธอเดินไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาทั้งเกาะ...

ooooooo

คิมหันจูงมือมุกรินวิ่งไปหลบฝนใต้หน้าผา ทั้งคู่เปียกฝนจนฉ่ำไปทั้งตัว บรรยากาศที่เป็นใจนี้ ทั้งสองต่างปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกัน และกัน...
คนที่แทบจะคลั่งคือพักตรา เธอระดมโทร.หาคิมหันต์ เมื่อติดต่อไม่ได้ก็ฝากข้อความทั้งด่าทั้งขู่ว่าถ้าไม่กลับมาหาตนภายในห้านาทีเกิดเรื่องแน่ ด่า “ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” แล้วกดตัดสาย

แต่เพียงครู่เดียวเธอก็โทร.ไปใหม่ คราวนี้ฝากข้อความเสียงอ่อนโยน ขอโทษ บอกอย่าฟังข้อความนั้นและให้ลบทิ้งเสีย พูดใหม่ว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น พักตร์ให้อภัยได้ คิมไม่ใช่ผู้ชายเฮงซวยหรอก พักตร์ไม่โกรธคิมค่ะ...กลับมาหาพักตร์เถอะนะคะ” พูดจบก็นั่งร้องไห้ เธอสับสน อารมณ์แปรปรวนอย่างคนควบคุมตัวเองไม่ได้...
ฝ่ายคิมหันต์กับมุกรินมีความสุขหวานชื่นกันอยู่ใต้ชะง่อนผา มุกรินถามเขาว่า...

“คิมรู้อะไรไหม กว่าห้าปีที่เรารู้จักกันมา มุกเพิ่งจะรู้เมื่อไม่กี่เดือนมานี่เองว่าคิมน่ากลัวแค่ไหนเวลาโกรธ”

คิมหันต์ยอมรับว่าตนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ถามว่าตอนนี้เธอยังกลัวตนอยู่ไหม

“บางทีคิมทำเหมือนอยากจะฆ่ามุกให้ตาย”

“ผมยอมรับว่าเคยคิดอย่างนั้น ผมเคยฝันว่าผมบีบคอมุกตายคามือเลยนะ แต่ผมทำไม่ได้หรอก ผมทำแบบนั้นกับคนที่ผมรักไม่ได้หรอก” แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ตกลงเราจะหาบ้านอยู่ด้วยกันนะมุก...รับปากกับผมสิ”

มุกรินตอบอย่างไม่มีทางเลือก เธอขอโทษเขาเรื่องธาดา พอเอ่ยถึงธาดา คิมหันต์แววตากร้าวขึ้นทันที

“นั่นแหละกรรม...เป็นกรรมที่พวกเราทุกคนต้องชดใช้...เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับนายธาดา มุกอย่าขวางผมอีกนะ”

มุกรินถามว่าเราจะกลับกันเมื่อไร เขาขอร้องเธอทำอะไรดีๆสักอย่างกับตนได้ไหม มุกรินมองหน้าเขางงๆ

สิ่งที่คิมหันต์ขอคือให้แต่งงานกับตน แล้วเขาก็จัดทำพิธีง่ายๆจากธรรมชาติที่มี แต่เปี่ยมด้วยความหมายของทั้งสอง คิมหันต์ขอให้เธอพูดตาม แล้วเขาจึงพูดเองด้วยประโยคเดียวกันว่า...

“ข้าพเจ้า...นายคิมหันต์ สุริยะศักดิ์ ขอประกาศว่า จะรับนางสาวมุกริน คุรุรัตน์ เป็นภรรยาสุดที่รัก จะรักเธอ และจะใช้ชีวิตกับเธออย่างมีความสุข ตราบจนสิ้นลมหายใจ”

แหวนแต่งงานที่คิมหันต์มอบให้มุกรินคือเอ็นเบ็ดตกปลา เขาร้อยรอบนิ้วนางเธออย่างนุ่มนวล อ่อนโยน บอกเธอว่า

“นี่คืองานแต่งงานที่มีความหมายสำหรับผมมาก”

“อย่างน้อยมุกก็ได้แต่งงานกับคิมก่อนพักตรา”

“มุกคือเจ้าสาวคนแรกและคนเดียวของผม”

มุกรินเอ่ยขอบคุณอย่างตื้นตันใจ แล้วก็เหมือนฟ้าเป็นใจ โปรยสายฝนลงมาเหมือนอวยพรแก่คู่บ่าวสาวที่มีความสุขอย่างที่สุดในชีวิตของกันและกัน...

ooooooo

ปรารภร้อนใจเรื่องที่ทั้งมุกรินและคิมหันต์หายตัวไป เขานั่งรถตู้ของบริษัทบ่ายหน้าไปประจวบทันที ระหว่างทางโทร.คุยกับชุมสายอย่างตึงเครียด ถามว่าเขาติดต่อคิมหันต์ได้หรือเปล่า

“เขาไปถ่ายรูปให้บริษัทของคุณที่ประจวบนี่ ทำไมครับ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“เขาหายตัวไป ไม่มีใครติดต่อได้ ผมก็เลยลองโทร.มาถามคุณ”

“เป็นปกติของไอ้หมอนี่ครับ เวลาทำงานมันจะไม่สนใจใครทั้งนั้น ผมว่าเขาคงกำลังเพลินกับงานของเขาอยู่ เดี๋ยวก็กลับมาเอง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกครับ”

“ห่วงสิครับ เพราะเขาหายไปพร้อมกับคุณมุกริน!” ชุมสายถามว่าเขากำลังกลัวว่าคิมหันต์ลักพาตัวมุกรินหรือ? “ไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าผมเป็นห่วงคนของผม และในฐานะที่คุณเป็นเพื่อนคิมหันต์ คุณก็ควรห่วงคนของคุณด้วยเหมือนกัน”

ชุมสายดักคอว่ามุกรินเป็นคนของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปรารภเสียงแข็งว่าใครเป็นลูกน้องตน ตนก็ถือว่าเป็นคนของตนทุกคน พูดแล้วตัดสายเลย ถามน้ายมคนขับรถว่าถึงไหนแล้ว พอน้ายมบอกว่าเพิ่งเลยมหาชัยมาหน่อยเดียว ปรารภก็ถอนหายใจพรวดอย่างหงุดหงิด

เวลาเดียวกัน ธาดาก็ไปหาพักตราที่บ้าน เธอบอกคนใช้ให้ไปบอกว่าตนไม่ให้พบ

พอคนใช้ไปบอก ธาดาตวาดว่าทำไมให้พบไม่ได้ ทำไมให้เข้าไปคุยไม่ได้ สั่งคนใช้ว่า

“ไปบอกเขาใหม่นะ บอกเขาว่าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคู่หมั้นของเขา ดูซิว่าเขาจะยอมให้พบไหม!”

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


คิมหันต์กลับมาถึงบ้านก็นั่งเลือกรูปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชุมสายเดินเข้ามายืนข้างหลังเขาบอกว่าตนได้ข้อมูลนักศึกษากลุ่มนั้นแล้ว

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


คิมหันต์ยังนั่งมองเหม่อไปนอกหน้าต่างเรือนหอหลังนั้น รำพึงกับตัวเอง...

“ความแค้น เป็นอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล เหนือการควบคุม และไม่มีขีดจำกัด หลายคนเชื่อว่าความแค้นดับลงได้ด้วยความรัก...แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป หลายครั้งที่ความรักเป็นฝ่ายดับมอดไปเพราะไฟแค้น...ขึ้นอยู่กับว่า เรายอมจำนนต่อความรู้สึกฝั่งไหนมากกว่ากัน”

คิมหันต์รำพึงเมื่อคิดถึงความสัมพันธ์กับพักตราที่เลิกกันไปสี่ปีและกำลังกลับมาเริ่มต้นใหม่ว่า...

“บางครั้ง...ความเคียดแค้นกลับเป็นต้นกำเนิดของความรัก ความสมหวังอย่างคาดไม่ถึง...แต่ทุกครั้งที่ความแค้นถูกระบาย มันมักจะส่งผลเป็นความเสียใจ ที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกเลย...”

คิมหันต์คิดถึงคำถามของชุมสายที่ว่า “แกรู้ตัวรึเปล่าว่าแกทำอะไรลงไป ไอ้คิม”

“ฉันไม่เคยทำอะไรโดยไม่รู้ตัว” เป็นคำตอบที่มั่นใจตัวเองอย่างที่สุด!

ooooooo

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


คิมหันต์ไปบอกกล่าววิมลรัตน์ที่โลงเก็บศพรอ กำหนดเผา ว่าตนทำดีที่สุดแล้ว เต็มที่ เต็มสติปัญญาแล้ว ยอมรับว่า ใครบอกว่าตนใช้อารมณ์ ตนยอมรับว่าคงจะจริง...

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครครบรส "รอยรักแรงแค้น"


เช้าตรู่ เวลา 05.55 น. พอเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น มุกริน คุรุรัตน์ สาวสวยหุ่นดีก็ลุกจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉง คว้ามือถือเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

รอยรักแรงแค้น เรื่องย่อละคร

เรื่องย่อ :

...เมื่อกฏหมายไม่อาจเอาผิดกับฆาตรกรได้ การแก้แค้นอย่างสาสมจึงถูกนำมาใช้ แม้กับคนที่เขาเคยรักปานดวงใจ รอยรักก็มิอาจหักแรงแค้นลงได้แม้สักนิด...

"คิม" คิมหันต์ สุริยศักดิ์ หนุ่มวัยก่อนเบญจเพศ กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยเหตุที่วายร้ายดักปล้นชิงทรัพย์และฆ่าบุพการีทั้งสองของเขาระหว่างเดินทางไปติดต่อธุรกิจที่ดินในต่างจังหวัด ในวันนั้น คิม เพิ่งจะมีอายุได้แปดปี ขณะที่ "มล" วิมลรัตน์ พี่สาวคนเดียวของเขาอายุสิบแปดปี มล ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีหนึ่งเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงน้องชายคนเดียวของเธอ โชคดีที่ มล เป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว เธอเริ่มทำธุรกิจหิ้วสินค้ามีชื่อจากเมืองนอก มาขายตรงให้กับลูกค้าไฮโซ จากนั้น ได้พัฒนาจนเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรนด์เนม จนเป็นที่ยอมรับของผู้คนในสังคมชั้นสูง สถานะของวิมลรัตน์ ร่ำรวยจนเป็นที่เลื่องลือในหมู่นักธุรกิจรุ่นใหม่ พร้อมๆกับที่ คิม ได้กลายเป็น วัยรุ่นสายเลือดใหม่ ที่บรรดาสาวสังคมให้ความสนใจในเสน่ห์อันสดใสของเขารวมทั้งเครดิต บัณฑิตใหม่จากคณะวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน งานไอที ก็เสริมรูปลักษณ์ชวนมอง ให้กับคิม ได้ไม่น้อยการฟูมฟักดูแลเอาใจใส่อย่างดีของพี่สาวคนเดียวของเขาช่วยกลบลบ ความหวาดกลัวในวัยเด็กของคิมลงได้จนเกือบหมดสิ้น แม้ตำรวจไม่สามารถจับวายร้ายผู้ปลิดชีพพ่อและแม่ของเขาได้ แต่คิมก็เลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย

"มุก" มุกริน คุรุรัตน์ น้องสาวในวัยใกล้เบญเพศของ ธาดา พี่ชายคนเดียวของเธอ ธาดาอายุมากกว่าน้องสาว ห้าปีครอบครัวของเขามีฐานะปานกลางผู้เป็นพ่อมีอาชีพเป็นทนายความ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังแต่อย่างใดผู้เป็นแม่มีอาชีพเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษา ธาดาเป็นคนทะเยอทะยานประมาณสิบปีก่อนหน้านี้เขามุมานะสอบชิงทุนจนได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา ธาดาต้องการให้ มุก น้องสาวของเขามีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่าอยู่เมืองไทย เขาแอบขโมยรถคันเก่งของพ่อไปขาย และนำเงินที่ได้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินพาน้องสาวไปเรียนต่อด้วยกันที่นั่น ธาดา ได้มีโอกาสรู้จักกับ วิมลรัตน์ ที่อเมริกา ความขยัน ทำการค้าเก่ง และรูปร่างที่เซ็กซี่ของวิมลรัตน์สะดุดตาของธาดายิ่งนัก โดยเฉพาะฐานะที่ร่ำรวย มีเงินใช้จ่ายคล่องตัวของวิมลรัตน์ ยิ่งตอบสนองความทะเยอทะยานของธาดาเป็นเท่าทวี แม้อายุของเธอจะมากกว่าธาดาถึงห้าปี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เช่นเดียวกับ บุคคลิกอ่อนโยน เจ้าเสน่ห์ และ เอาใจเก่ง ของธาดา ก็ทำให้สาวใหญ่ที่ครองตัวเป็นโสดมานานอย่างวิมลรัตน์ เคลิบเคลิ้มไปได้ไม่น้อย ในที่สุดทั้งสองก็ตกลงปลงใจอยู่กินร่วมกัน

พักตรา เลิศปัญญาวุฒิลูกสาวคนเดียวของ พลโท อรรถ เลิศปัญญาวุฒิ นายทหารนอกราชการถือเป็นสาวไฮโซคนหนึ่งที่ถูกจับตามองจากผู้คนในสังคมแทบจะทุกย่างก้าวเธอเพียบพร้อมไปหมดทุกด้าน ทั้งเรื่องการศึกษา รูปร่างหน้าตา และฐานะที่มั่งคั่ง ร่ำรวยด้วยเหตุนี้เอง พักตราจึงกลายเป็นสาวสวยที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กล้าจีบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ พักตรา เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด เธอพอใจที่จะเป็นดาวเด่นเหนือใครๆ และเป็นผู้เลือกมากกว่าผู้ถูกเลือก

เพราะพักตรา เป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของวิมลรัตน์ เธอจึงมีโอกาสรู้จัก คิมหันต์ ได้โดยไม่ยาก หัวใจของพักตราหวั่นไหวทันทีที่ได้เห็นหน้าคิมหันต์ อนิจจา...เธอตกหลุมรักคิมหันต์เข้าให้แล้วแต่บุคคลิกของพักตรา ย่อมปากแข็ง วางท่า และรอเวลาจนกว่าฝ่ายชายจะเป็นผู้เอ่ยปากนั่นเพราะเธอเชื่อเสมอว่า คิมหันต์ ไม่มีวันหลุดไปจากมือเธอ ทว่า มันหาได้เป็นอย่างที่เธอคาดคิด ผู้เป็นพ่อของธาดา ป่วยตายในวัยชรา ยังผลให้ผู้เป็นแม่ตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา จึงเป็นเหตุให้ธาดาย้ายกลับมาตั้งรกรากในเมืองไทย เขาตัดสินใจแต่งงานกับวิมลรัตน์ในที่สุด พักตรามีโอกาสได้รู้จักมุกริน ก่อนหน้างานแต่งงานของวิมลรัตน์ไม่นาน เธอแนะนำมุกให้รู้จักกับคิมหันต์ และด้วยความเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้คน พักตราจึงฝากฝังมุกให้ทำงานในบริษัทที่พ่อของเธอเป็นประธานบอร์ดบริหาร พักตราหารู้ไม่ว่า จากการแนะนำวันนั้น ทำให้คิมหันต์และมุกริน ใกล้ชิดกันจนกลายเป็นความรัก มันเป็นความรักอันสดใสของหนุ่มสาวที่มีอุปนิสัยใจคอใกล้กัน

หนึ่งปีหลังจากนั้น คิมหันต์ประกาศตัวอย่างเปิดเผยว่า เขาและมุกริน คือคู่รักกัน และทั้งสองจะแต่งงานกันในอีกสามเดือนข้างหน้านี้ หัวใจพักตรา แทบสลาย เธอชิงชังผู้คนรอบตัวเธอทุกคน โดยเฉพาะมุกริน ความเป็นเพื่อน จึงสลายไปจนหมดสิ้น แต่แล้วเรื่องราวพลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อคิมหันต์ประกาศยกเลิกการแต่งงาน หลังการเสียชีวิตของพี่สาว...คืนนั้นคืนเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...

มันเป็นคืนที่ร้อนอบอ้าว มากกว่าคืนใดๆ วิมลรัตน์มีปากเสียงกับธาดาผู้เป็นสามี กรณีที่เถียงกันเราพอจะจับใจความได้ว่า เป็นเรื่องของเงินๆทองๆ นอกจากเสียงด่าทอระหว่างกันแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างในห้องนอนนั้น กระทั่งเช้ามืด......จึงมีผู้พบศพของวิมลรัตน์สิ้นใจอยู่ในห้องดังกล่าว...

ไม่มีวัตถุพยานใดยืนยันตัวฆาตรกรได้ ทว่า สังคมปักใจเชื่อด้วยความรู้สึกว่า ธาดา คือผู้ลงมือสังหารภรรยาตัวเอง เพื่อครอบครองทรัพย์สินและมรดกทั้งหมดของวิมลรัตน์ พยานปากเดียวที่สามารถชี้ตัวคนผิดได้คือ มุกริน แต่ มุกรินกลับเลือกที่จะให้การเพื่อเป็นคุณแก่ ธาดา พี่ชายของเธอ ในที่สุด ศาลจึงมีคำสั่งยกฟ้อง นายธาดา พ้นผิดในทุกข้อกล่าวหา

คิมหันต์แทบเสียสติ เมื่อทราบผลการพิจารณาคดี มุกริน ก็ตกอยู่ในภาวะสับสนไม่แพ้กัน แต่เมื่อเธอเลือกที่จะช่วยเหลือพี่ชายผู้มีบุญคุณกับเธอ มุกรินก็จำต้องยอมรับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของคิมหันต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ความรักที่คิมหันต์เคยมีให้เธอ บัดนี้ได้กลายเป็นความแค้น เป็นความชิงชังที่คิมหันต์ สาบแช่ง ไปจนวันตาย แม้ ชุมสาย เพื่อนสนิทที่ว่าความให้ จะปลอบโยนอย่างไร ก็มิอาจหยุดไฟอาฆาตแค้นของคิมหันต์ได้

งานแต่งงานระหว่างคิมหันต์และมุกริน ถูกประกาศยกเลิกอย่างเอิกเกริกพักตรา ได้จังหวะในการเข้ามาสอดแทรกความสัมพันธ์ของ คิมหันต์ และ มุกริน ด้วยเจตนา หวังทวงคืน ชายที่เธอหมายปองมาโดยตลอด ..และในที่สุดพักตราก็ทำสำเร็จ เพราะความเหงา ความเศร้า ความว้าเหว่ของคิมหันต์ เขาจึงพลาดพลั้งตกหลุมพรางของพักตรา โดยมิได้ตั้งใจ ไม่นานหลังจากนั้น พักตรา ประกาศกำหนดการหมั้นระหว่างเธอกับคิมหันต์ อย่างเอิกเกริก เป็นไปดังคาด...มุกรินตกอยู่ในความระทมทุกข์อย่างแสนสาหัส

ธาดา ทำตัวเป็นคนเสเพล ซึ่งมันคือนิสัยแท้จริงของเขา ที่เพิ่งเปิดเผยหลังการตายของภรรยา ไม่มีใครรู้ว่า เขาแอบมีเมียเก็บอยู่คนหนึ่ง เป็นนักดนตรีสาวฮิปปี้ผู้นิยมชมชอบการมีอิสระเสรีในทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องเซ็ก และมุกรินเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน วันหนึ่ง ธาดา แอบกลับเข้าไปยังบ้านเดิมของวิมลรัตน์ เพื่อหวังหยิบฉวยทรัพย์สินที่อยู่ที่นั่น คิมหันต์โผล่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ ทั้งสองเกิดการทะเลาะวิวาท ลงไม้ลงมือกัน จนธาดา เป็นฝ่ายเจ็บตัวถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล

มุกรินตามมาดูพี่ชายด้วยความเป็นห่วง เธอจึงต้องพบกับคิมหันต์ชนิดประจันหน้า คิมหันต์อดไม่ได้ที่จะพูดจาด่าทอมุกริน และลงเอยด้วยการบีบคอ ทำร้ายร่างกายมุกริน เหตุการณ์วันนั้นจบลงด้วยความช้ำใจของทุกฝ่าย แต่เมื่อคิมหันต์และมุกรินแยกย้ายไปอยู่กันตามลำพัง ทั้งคู่กลับสัมผัสถึงความรู้สึกลึกๆของตนว่า พวกเขามิอาจตัดใจขาดจากความรักที่เคยมีให้กันได้ แต่เป็นเพราะความแค้นนั่นเอง ที่บดบังความรักของเขาและเธอจนแทบไม่เหลือร่องรอย

ปรารภ เจ้านายโดยตรงของมุกริน แสดงความห่วงใยต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับมุกริน เขาพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือมุกรินทุกอย่าง นั่นเป็นเพราะเขาแอบมีใจให้กับเธอมานานแล้ว วันที่มุกริน นำแหวนหมั้น และของใช้อื่นๆไปคืนคิมหันต์ ทั้งสองมีโอกาสได้ประจันหน้ากันอีกครั้ง ความรู้สึกลึกซึ้งที่ทั้งคู่เคยมีให้กัน ดึงดูดให้ทั้งสองเกือบจะเผลอใจให้กัน ทั้งคู่พยายามลืมความขุ่นเคืองในปัจจุบัน เพื่อกลับไปหาอารมณ์รักเหมือนดังอดีต ทว่า พักตรา ได้ปรากฏตัวขึ้น ทันท่วงที เธอพรั่งพรูถ้อยคำ ด่าทอพฤติกรรมของคนทั้งสอง ในขณะที่ คิมหันต์ วางเฉย เขาปล่อยให้พักตราอาละวาดใส่มุกรินโดยไม่ออกรับแทนแต่อย่างใด มุกรินจำต้องเดินจากไปด้วยน้ำตานองหน้า และความเจ็บช้ำท่วมหัวใจ เธอได้แต่บอกกับตัวเองว่า ผู้ชายอ่อนโยนคนที่เธอเคยทุ่มเทหัวใจให้ ไม่มีอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว

มุกริน ลาพักร้อนเพื่อหนีปัญหาต่างๆ ปรารภ เสนอทางเลือกให้มุกริน คือ ให้ไปช่วยงานเขาที่เชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นการพักผ่อน โดยไม่ต้องลางาน มุกริน ขอเวลาคิดและตัดสินใจอีกที ส่วน ธาดา นั้นเห็นด้วย และเชียร์ให้มุกรินยอมรับความปรารถนาดีจากปรารภ คิมหันต์ สั่งให้ชุมสายดำเนินการฟ้องร้อง เอาเรื่องธาดาให้ถึงที่สุด เพื่อยึดเอาบ้านของวิมลรัตน์ และทรัพย์สินทั้งหมดกลับมาเป็นของตน ชุมสาย แอบบอกเรื่องนี้ให้มุกรินรู้แต่เธอก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้ธาดายอมคืนทรัพย์สมบัติเหล่านั้นได้ มุกริน ต้องยอมรับสภาพการขึ้นโรงขึ้นศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น มุกริน ย้ายออกมาเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่เองตามลำพังโดยไม่บอกให้ใครรู้ ป้าอ่อน แม่บ้านอัธยาศัยดี คุยฟุ้งว่า มุกรินโชคดีที่ได้ห้องที่สวยที่สุด และคุยซ้ำอีกว่า เจ้าของอพาร์ทเม้นท์นี้ เป็นชายหนุ่มที่หล่อที่สุด และ น่ารักที่สุด เธอหารู้ไม่ว่า เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ก็คือ คิมหันต์ นั่นเอง

ธาดา ปรึกษา ปรารภ เรื่องที่มุกรินหายตัวไป ทั้งสองพากันบุกไปหา คิมหันต์ ด้วยความเขื่อว่า คิมหันต์เป็นผู้ลักพาตัวมุกรินไป คิมหันต์ ปฏิเสธ ไม่รู้เรื่องนี้ด้วย ความเป็นห่วงมุกรินผุดขึ้นมาในใจเขาโดยไม่รู้ตัว ปรารภได้รับโทรศัพท์จากป้าอ่อน แจ้งว่ามุกริน ป่วยหนัก ไข้สูง อยู่ที่โรงพยาบาล ปรารภและธาดา รีบตรงไปเยี่ยมมุกริน เช่นเดียวกับคิมหันต์ ที่รีบไปโรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าว เมื่อทั้งหมดได้ประจันหน้ากัน ในห้องพักคนไข้ คิมหันต์ อดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่นว่า ธาดาคือคนฆ่าพี่สาวของเขา และมุกรินคือพยานที่ให้การเท็จ เพื่อช่วยเหลือฆาตรกร และทำให้วิมลรัตน์ต้องตายฟรีๆ

มุกรินตัดสินใจไปทำงานที่เชียงใหม่เธอกลับมาเก็บของที่อพาร์ทเม้นท์ เพื่อคืนห้องให้กับเจ้าของ คืนนั้นเธอจึงได้พบกับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์...คิมหันต์ เขาพยายามช่วยขนของและอาสาขับรถไปส่ง แต่ มุกริน พยายามปฏิเสธ เกิดการตัดพ้อต่อว่า ราวกับคู่รักแง่งอนกัน มุกรินเอาของใช้ส่วนตัวมาฝากที่บ้านเดิมของธาดา เธอจึงได้พบกับภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากลุงชม คนเฝ้าบ้านแล้ว มุกรินได้พบกับ ดวงดาว ฮิบปี้สาวสวยเก๋ ดวงดาว เป็นนักดนตรีที่รักอิสระเสรี และในเวลานี้ เธอรักที่จะมีความสัมพันธ์กับ ธาดา โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ดวงดาว ไม่เดือดร้อนใจใดๆ หากใครๆจะเรียกเธอว่าเป็น เมียเก็บ มุกรินต่อว่าพี่ชาย ที่นอกใจวิมลรัตน์ เธอเริ่มรู้สึกว่า คำให้การของเธอที่เป็นคุณแก่ธาดานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ธาดา น่าจะเป็นคนฆ่าวิมลรัตน์จริงดังที่คิมหันต์กล่าวหา

ในที่สุด พักตรา ก็เข้าสู่พิธีหมั้นกับ คิมหันต์ พักตรา พยายามเร่งรัดกำหนดการแต่งงาน แต่คิมหันต์หาทางบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา แต่กระนั้น เพียงได้ชื่อว่าเป็น "คู่หมั้น" ก็ทำให้พักตรามีความสุขไม่น้อย เธอเชื่อว่า คิมหันต์ ไม่มีวันดิ้นหลุดไปจากการครอบครองของเธอเป็นอันขาด ส่วน มุกริน ตัดสินใจเดินทางไปเชียงใหม่กับปรารภในวันนั้น ตลอดการเดินทาง มุกรินเอาแต่ร้องไห้ เธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น... และเอาแต่พร่ำบ่นว่าเธอเป็นผู้ทำลายอนาคตด้วยตัวเองแท้ๆ ปรารภต้องคอยปลอบประโลมมุกริน และเสนอตัวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกทางใจให้ หากมุกรินต้องการ ทว่ามุกรินยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครในเวลานี้

พักตรา ชวนคิมหันต์ไปทานข้าวนอกบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างเธอและเขา คิมหันต์ กลับได้พบกับธาดาและดวงดาวโดยบังเอิญที่ร้านอาหารเดียวกัน คิมหันต์จงใจเดินไปพูดกับธาดาที่โต๊ะ แม้ธาดาจะพยายามพูดจาดีๆ และแนะนำดวงดาวกับคิมหันต์พอเป็นพิธีตามมารยาท แต่คิมหันต์กลับตะโกนลั่นเหมือนเดิมว่าธาดาคือฆาตรกรฆ่าพี่สาวของเขา เมื่อธาดากลับถึงบ้าน เขาระเบิดอารมณ์ใส่ดวงดาว โทษฐานที่ดวงดาวลอบทำตาหวานใส่คิมหันต์ ดวงดาวโต้ตอบว่า ถึงเธอจะรักอิสระเสรี แต่ก็ไม่เคยนอกใจสามี แม้จะเป็นสามีลับๆก็ตาม

เมื่อมุกรินกลับจากเชียงใหม่ ธาดา ไปดักรอรับ และขอให้มุกรินมาอยู่ด้วยกันกับดวงดาวที่บ้านเดิม เพื่อช่วยดูแลบ้าน และดูแลดวงดาวด้วย มุกรินไม่สามารถปฏิเสธได้ เธอจึงได้มีโอกาสใกล้ชิดกับดวงดาว และเห็นพฤติกรรมต่างๆของดวงดาวโดยเฉพาะเรื่องการสูบกัญชา ดวงดาวบอกว่าทั้งหมดที่เธอทำนั้น เพื่อความสุขในชีวิต เธอจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความทุกข์ในอดีตอย่างที่มุกรินเป็น และจะไม่ยอมตายอย่างอเน็จอนาถแบบวิมลรัตน์ด้วยเช่นกัน

คิมหันต์มักหาจังหวะและโอกาสในการพบกับมุกริน เขาต้องการระบายความอึดอัดระหว่างเขากับพักตราให้ใครซักคนฟัง แม้คิมหันต์จะเคียดแค้น ชิงชังมุกรินมากแค่ไหน แต่ก็ไม่มีใครรับฟังปัญหาของเขาได้ดีไปกว่ามุกริน มุกรินทำได้เพียงแต่ก้มหน้าฟังนิ่งๆ โดยไม่เอ่ยปากใดๆ ปรารภ เรียกมุกรินไปแจ้งว่า มีคำสั่งจากหัวหน้าแผนกให้ไปช่วยงานต่างจังหวัดโดยมีพักตราร่วมอยู่ในทีม และต้องเดินทางเร็วที่สุด คือ มะรืนนี้ การเดินทางไปทำงานทริปนี้ บริษัทจัดให้พักตราและมุกรินพักอยู่บ้านหลังเดียวกัน พักตรา จงใจพา คิมหันต์ ไปอยู่ด้วย เพื่อสร้างภาพให้ใครๆได้เห็นว่าเขาและเธอรักกันมากแค่ไหน

ห้องนอนของพักตราและมุกรินถูกจัดให้อยู่ติดกัน ในเวลากลางคืน มุกรินจะได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกดังมาจากห้องพักตรา มุกรินต้องออกมานั่งปรับอารมณ์ตัวเองที่สนามนอกบ้าน จู่ๆ คิมหันต์ ก็ตามมานั่งข้างๆด้วย เขาพร่ำพรรณนาถึงความหลังที่เคยมาเที่ยวทะเลด้วยกันกับมุกริน น้ำเสียงและแววตาของเขาอ่อนโยน นุ่มนวล จนน้ำตาของมุกรินไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ คิมหันต์กระซิบเบาๆข้างหูเธอว่า... "ผมยังต้องการคุณอยู่นะ มุกริน" เธอไม่รู้ว่าคิมหันต์จงใจทำเช่นนี้เพราะเหตุใด ในเมื่อเขาเพิ่งหมั้นกับพักตรา แต่กระนั้น หัวใจของเธอได้เตลิดเปิดเปิงไปกับเขาอีกคำรพหนึ่งแล้ว ตลอดช่วงเวลาต่างจังหวัดที่ มุกรินและพักตราต้องอยู่ด้วยกัน ทั้งสองกระทบกระทั่งกันด้วยวาจาอย่างเผ็ดร้อน พักตราพยายามยั่วมุกรินให้โกรธ ด้วยการ พร่ำพูดถึงอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะแต่งงานกัน ระหว่างเธอกับคิมหันต์ ส่วนมุกรินอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบว่า ระวัง เรื่องราวจะหักมุม ไม่เป็นอย่างที่คิด

เมื่อกลับถึงกรุงเทพ พักตรา พยายามใช้สถานะของลูกสาวประธานบอร์ดบริษัท ไล่มุกรินออก ปรารภ เป็นผู้เรียกร้องความถูกต้องให้กับมุกริน แต่กลับถูกพักตราเย้นหยันว่า ปรารภ ทำเพราะแอบชอบมุกริน ปรารภเถียงกลางวงประชุมว่า เขาไม่ได้ชอบมุกริน แต่ เขารักมุกริน พักตรา โกรธ ที่ใครๆพากันรักแต่มุกริน มุกรินมีโอกาสได้คุยกับดวงดาวมากขึ้น เธอจึงรู้ประวัติชีวิตดวงดาวว่า เติบโตมากับแม่ที่เล่นการพนัน ขี้ขโมย จนโดนจับ และดวงดาวก็ถูกนำไปเลี้ยงในคุกตั้งแต่เด็กๆ นั่นจึงเป็นที่มาของความแข็งแกร่ง สู้ชีวิตแบบดวงดาว ดวงดาวให้ความเห็นกับมุกรินว่า ถ้าเป็นเธอ เธอจะไม่ปล่อยให้คิมหันต์หลุดมือไปอีก และเชื่อได้เลยว่า คิมหันต์ยังคงต้องการมุกริน จริง

คิมหันต์ หาจังหวะมาดักรอมุกริน เขาบอกเธอว่า พักตราลาออกจากบริษัทแล้ว ส่วนตัวเขาเองนั้น ไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป คิมหันต์สารภาพว่า ยังคงรักและปรารถนาในตัวมุกรินเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนการรับปากว่าจะแต่งงานกับพักตรานั้น เป็นเพราะความพลาดพลั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาจมอยู่กับความโกรธ ชิงชัง ธาดา ...ในที่สุด ทั้งสอง ก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกัน ตลอดค่ำคืนนั้น... ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่พักตรา ฟุ้งซ่านไปกับการวิ่งพล่าน ตามหาผู้เป็นคู่หมั้นของเธอ

คิมหันต์นัดให้มุกรินมาหาที่ท่าเรือ ริมทะเล เพื่อนั่งเรือออกไปล่องลอย บนเกาะกลางทะเลด้วยกันเพียงลำพัง ทิ้งสิ่งรกร้างหัวใจไว้บนฝั่ง เบื้องหลังเขาทั้งสอง มุกริน ลังเล แต่ดวงดาว สนับสนุนให้มุกริน ทำตามปรารถนาของหัวใจ ที่สุดแล้ว มุกรินก็เลือกที่จะเชื่อคำแนะนำของดวงดาว ทั้งสองมีความสุข ดื่มด่ำ ร่วมกัน สมความปรารถนา มุกรินอยากหยุดเวลานี้ไว้ให้นานเท่านาน แต่เธอก็ไม่อาจลืมได้ว่า พฤติกรรมที่เธอกำลังทำอยู่นั้น คือการแย่งคู่หมั้นของเพื่อน คิมหันต์ ยอมรับว่า มันอาจเป็นการกระทำที่ผิด แต่มันก็เป็นบาปของเราทั้งคู่ ทั้งสองเลือกที่จะชลอปัญหานี้ด้วยการ หาบ้านเช่าซักหลัง ชานเมืองกรุงเทพ เพื่อเป็นรังรักของตน เพราะการขอถอนหมั้นจากพักตรานั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก ความอาฆาตแค้นของพักตรา อาจถึงขั้นเอาชีวิตก็เป็นได้

เมื่อคิมหันต์ไปส่งมุกรินที่บ้าน เขาได้พบกับดวงดาว และได้รู้ถึงความสัมพันธ์ของดวงดาวกับธาดา เขายิ่งเพิ่มความชิงชังในตัวธาดามากยิ่งขึ้น พร้อมๆกับความสงสารและเห็นใจดวงดาว ธาดาขอให้มุกรินลาออกจากงาน เพื่อเลี่ยงการพบเจอกับคิมหันต์ มุกรินปฏิเสธ ธาดาโกรธจัด อยู่ๆก็หน้ามืดล้มลง สัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพของธาดาได้ปรากฏขึ้น

คิมหันต์หายหน้าไปจากทุกๆคน พักใหญ่ ด้วยรู้สึกผิด ในทั้งหมดทุกสิ่ง ที่ตัวเองทำลงไป ไม่ว่าจะกับพักตรา หรือ มุกริน ในบางขณะ เขาเริ่มสับสนกับภาวะจิตใจของเขา ในเมื่อเขาโกรธเกลียด อาฆาตแค้นธาดา เขาก็ไม่ควรที่จะมีความรักให้มุกริน เขาควรจะทำร้าย ทำลาย มุกริน และธาดา รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของพี่สาวของเขา แต่เขากลับหักห้ามใจไม่ได้ คิมหันต์ ยอมรับกับตัวเองว่า เขารักมุกรินจริง และรักแท้ในครั้งนี้ อยู่เหนือความแค้นใดๆทั้งหมด มุกรินร้อนใจจนอดไม่ได้ที่จะโทรหาคิมหันต์ ทว่าผู้ที่รับโทรศัพท์ปลายสายนั้นกลับเป็นพักตรา มุกรินรีบทิ้งโทรศัพท์ทันที เธอช้ำใจอีกครา ดวงดาวจึงอาสาพามุกรินไปพักผ่อนที่ภูเก็ต

การหายตัวไปเฉยๆของคิมหันต์ ทำให้พักตรา ตกอยู่ในความซึมเศร้ามากยิ่งขึ้น คุณอรรถผู้เป็นพ่อต้องคอยพยายามปลอบ แต่ก็ไม่เป็นผล คนเดียวที่มีความหมายและมีอิทธิพลกับเธอมากที่สุดคือ คิมหันต์ วันหนึ่งคิมหันต์กลับมาหาพักตราที่บ้าน เขาได้พบกับสภาพบ้านที่พังยับเยิน ข้าวของกระจุยกระจายจากการทำลายของพักตรา คิมหันต์ได้แต่กอดและปลอบเธอไว้ในวงแขน และสัญญาว่าจะไม่มีวันถอนหมั้นกับพักตราเป็นอันขาด

ในเวลาเดียวกัน ธาดา ก็คะยั้นคะยอให้มุกรินลาออกจากบริษัท พร้อมๆกับที่บ่นด้วยความระแวงว่า ดวงดาว อาจปันใจไปชอบชายอื่น เพราะดวงดาวเคยสารภาพกับธาดาตรงๆว่า เธอยินดีอยู่กับธาดาตลอดไป จนกว่าจะเจอผู้ชายคนที่เธอรักจริงๆ ซึ่งเมื่อวันนั้น ธาดา จะไม่มีสิทธิรั้งตัวเธอไว้ได้อีกต่อไป คิมหันต์จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลใหม่ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดธาดาได้ เจตนาในการเดินทางครั้งนี้ เขามิได้ปริปากบอกใคร แม้แต่กับมุกริน

กระนั้น มุกรินอดไม่ได้ที่จะแอบไปส่งคิมหันต์ที่สนามบิน พักตราตามมาที่สนามบินทีหลัง เธอเห็นมุกรินเต็มๆตา ที่นั่น พักตราโกรธจัด ตามไปอาละวาดถึงที่ทำงาน ในที่สุดมุกรินก็ลาออกจากบริษัท ช่วงเวลาที่คิมหันต์ไม่อยู่ มุกรินได้แต่เฝ้ารอเขา ที่บ้านเช่าหลังนั้น เธอฝันถึงเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แม้เพียงน้อยนิด ก็มีค่ามากมหาศาลสำหรับเธอ ธาดา หมกมุ่นในเรื่องเหล้าและการพนัน เขาเป็นหนี้สินในวงพนันมากมาย สมบัติเท่าที่มีก็ถูกขายออกไปจนเกลี้ยง กระทั่งดวงดาว ก็ถูกตะเพิดไล่ออกจากบ้านไปด้วยอารมณ์พาลของธาดาเช่นกัน ดวงดาวไม่รั้งรอ...เธอได้โอกาสเดินออกไปจากชีวิตธาดาทันที ไม่มีใครรู้ว่า ความวอดวายของธาดาครั้งนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังคือคิมหันต์ ด้วยในอดีต พี่สาวของเขา เคยมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในวงการพนัน

เฮียอ๋า ขาใหญ่ในบ่อนโทรแจ้งคิมหันต์ว่า ธาดาใกล้หมดตัว จนมุมแล้ว คิมหันต์พอใจเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อรู้ว่าดวงดาวแยกตัวไป ก็ยิ่งเพิ่มความสะใจให้กับคิมหันต์เป็นอย่างมาก คิมหันต์ได้เจอกับดวงดาวโดยบังเอิญ เมื่อทั้งสองได้สนทนากัน ความสงสารและเห็นใจระหว่างกันจึงเกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อว่า ดวงดาว กลับเป็นผู้ให้สติกับคิมหันต์ว่า ทุกสิ่งที่เขาทำไป ไม่เป็นผลดีกับใครแม้แต่คนเดียว หากพี่สาวของคิมหันต์ ฟื้นขึ้นมาได้ คิดหรือว่าเธอจะพอใจ ที่คิมหันต์เป็นอย่างนี้ ก่อนแยกจากกัน ดวงดาวทิ้งท้ายไว้ว่า น่าเสียดายที่เราเจอกันช้าไป...ไม่งั้น คุณไม่มีทางหลุดมือฉันไปแน่ๆ

วันหนึ่ง เมื่อพักตราเจอตัว คิมหันต์ สิ่งแรกที่เธอทำ ไม่ใช่การต่อว่าด่าทอ แต่เธอเลือกที่จะหยิบปืนพกขนาดเล็กยิงใส่คิมหันต์ กระสุนพุ่งเข้ากลางหัวไหล่คิมหันต์ และเพียงพอที่คิมหันต์ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพักตราเป็นผู้เฝ้าดูแลอาการคิมหันต์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับครวญคราง ร้องขอโทษคิมหันต์อยู่ตลอดเวลา

มุกรินพยายามจะไปเยี่ยมคิมหันต์ทันทีที่รู้ข่าว ทว่า ธาดาขวาง ห้ามไว้ ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตบตีและกักขังมุกริน ส่วนดวงดาวนั้น ถลันเข้าไปเยี่ยมอาการคิมหันต์ได้โดยไม่มีผู้ใดห้ามไว้ เมื่อพักตรา เห็นดวงดาว เธอกลับคิดไปเองว่า ดวงดาวต้องเป็นชู้รักคนใหม่ของคิมหันต์ ธาดาเฝ้าตามง้อดวงดาว แต่ไม่เป็นผล ดวงดาวรู้จากธาดาว่า เขากักขังมุกรินไว้ เธอจึงขอไปเยี่ยมมุกรินทันที ดวงดาวแนะนำว่า มุกรินควรยอมตามใจธาดา เพื่อเอาตัวรอดออกมาก่อน มุกรินยอมทำตามนั้น เธอถูกธาดาพาไปเจอเสี่ยอ๋า เจ้าหนี้ในบ่อนของเขา มุกรินไม่ได้ล่วงรู้มาก่อนเลยว่า นี่คือการใช้หนี้ของธาดา มุกรินจึงถูกกักขังอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการกักขังภายใต้กรงเล็บของเสี่ยอ๋า จู่ๆ ดวงดาวก็มีอาการคลื่นเหียนอาเจียน เธอเข้าใจได้ไม่ยากว่ากำลังตั้งท้องนั่นเอง พ่อของเด็กในท้องก็คือ ธาดา

ธาดาพร่ำรำพันกับดวงดาว เพื่อขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ ดวงดาวเลือกที่จะใจแข็ง และ ไม่เอ่ยปากเรื่องการตั้งท้อง ด้วยไม่ต้องการให้ถูกใครๆมองว่า จงใจใช้เด็กในท้องเพื่อเป็นการผูกมัด นับวันธาดากลับดูทรุดโทรมมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งหมอที่ดูแลธาดาแจ้งให้ทราบว่า ธาดาเป็นมะเร็งที่สมอง ขณะที่สุขภาพกายกำลังย่ำแย่ เขาก็ได้พบกับคิมหันต์ อย่างจงใจ คิมหันต์จึงบอกให้รู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับธาดาคือแผนการณ์ของเขาเอง มุกริน ที่ตกเป็นของเสี่ยอ๋าตอนนี้ แท้จริงแล้วก็คือตกเป็นของเขานั่นแหละ เพราะเสี่ยอ๋า ทำทุกอย่างตามแผนที่คิมหันต์วางไว้ ด้วยเหตุที่เคยเป็นหนี้บุญคุณกันมาก่อน ทั้งหมดนี้คือผลกรรมที่ธาดาก่อไว้กับวิมลรัตน์และวันนี้ มันก็เป็นวาระที่ ธาดาต้องชดใช้กรรมเหล่านั้นแล้ว

ธาดาได้แต่ฟูมฟาย จนไม่มีสติอยู่กับตัว ในที่สุดเขาก็เลือกทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย ดวงดาวเป็นผู้ที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่คิมหันต์พูดกับธาดา เธอต่อว่าคิมหันต์ และพร่ำรำพันกับธาดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะสิ้นลม เมื่อเรื่องราวทั้งหมดรู้ถึงหูมุกริน เธอจึงรู้สึกว่า เธอเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์แค้นของคิมหันต์ คิมหันต์พยายามเข้าหามุกริน เพื่อสารภาพว่า แม้มันจะเป็นแผนการณ์ เพื่อแก้แค้นธาดา แต่ในความเป็นจริง เขาไม่เคยสลัดรอยรักที่มีต่อมุกรินออกไปจากหัวใจได้ แม้แต่น้อย มุกริน ปฏิเสธคำสารภาพเหล่านั้น เธอไม่อาจวางใจ ในพฤติกรรมของคิมหันต์ได้อีกต่อไป

เมื่อดวงดาวได้เห็นฉากการสารภาพรักของคิมหันต์กับมุกริน เธอได้แต่ให้กำลังใจ คนทั้งสอง และเชื่อว่า เวลาจะเยียวยาทุกสิ่งได้เอง อนิจจา...พักตราที่กำลังขับรถพุ่งมาหาคิมหันต์ด้วยความโกรธแค้น เธอไม่อาจหยุดอารมณ์โกรธของตนได้ พักตราตัดสินใจขับรถพุ่งชนดวงดาวทันที อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้สามชีวิตต้องจบลง หนึ่งคือพักตรา หนึ่งคือดวงดาว และอีกหนึ่ง คือทารกน้อยที่กำลังก่อตัวขึ้นในท้องของดวงดาว

หลายเดือนผ่านไปหลังวันเกิดเหตุ คิมหันต์ตกลงใจที่จะบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทุกชีวิตที่พัวพันอยู่ในแรงแค้นของเขา แม้การบวชครั้งนี้จะไม่สามารถลดทอนกรรมที่เขาก่อไว้ได้ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีคุณค่าใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ...ตลอดกาล

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:21 น.