สมาชิก

รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน"

ชิบะ เมืองท่าในหมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีความสงบมาช้านาน สมเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญนอกเหนือจากกฎหมายบ้านเมืองที่ทุกคนต่างยอมรับ ประชาชนยังให้ความนับถือสองตระกูลนักรบกล้าผู้ปกป้องจักรพรรดิและยืนหยัดเคียงข้างผู้ยากไร้มาหลายสิบปี

ริมถนนเลียบทางรถไฟใกล้คลังสินค้า ขบวนรถยนต์สีดำของโอะนิซึกะขับผ่าน ชาวบ้านต่างหยุดเดินแล้วโค้งคำนับให้คนในรถอย่างนอบน้อม อีกทางหนึ่งขบวนรถสีขาวของมิซาว่าขับเข้ามา กลุ่มชาวบ้านก็คำนับให้อีกครั้ง... สองตระกูลนี้เป็นนักรบเก่าแก่ที่ไม่กลัวตาย ยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตนเพื่อปกป้องสันติสุขของบ้านเมือง ทั้งสองขบวนเข้าจอดประจันหน้ากัน

อิจิโร่ โอะนิซึกะก้าวลงจากรถพร้อมดาบซามูไร เดินนำลูกน้องมาด้วยสีหน้าขึงขัง...ริกิ มิซาว่า ถือดาบซามูไรเดินนำลูกน้องเข้ามาประจันหน้ากัน กระแทกปลอกดาบลงพื้น ปึง! สักพักอิจิโร่และริกิก็ประสานมือยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

แพรวดาว สาวไทยที่ได้รับทุนมาเรียนต่อปริญญาโท เธอทำงานพิเศษให้กับร้านผลไม้ของมาซาโกะ...มาซาโกะขายของอยู่หน้าร้าน เห็นว่าได้เวลาจึงร้องบอกแพรวดาวให้เอาผลไม้ที่จัดไว้ไปส่งโรงละคร แพรวดาวยกลังผลไม้ออกมาวางด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“จัดมาครบ ผลไม่ช้ำ ทำดีมากจ้ะหนู...แพร...ว...ดาว” มาซาโกะกล่าวตะกุกตะกัก

“แพรวดาวค่ะ...เรียกเซโกะเถอะค่ะ” แพรวดาวย้ำกับหญิงสูงวัย ก่อนจะยกลังวางบนจักรยานแล้วปั่นออกไปตามทางแผนที่ที่รับมา

แพรวดาวจอดถามทางสามีภรรยาญี่ปุ่นคู่หนึ่ง ลูกสาวเล็กๆของพวกเขาแลบลิ้นล้อ เธอจึงแลบลิ้นใส่บ้าง อย่างน่าเอ็นดู...รถยนต์ดำหรูคันหนึ่งแล่นมา โดยมีคัตสึ เป็นคนขับ เซกินั่งข้าง ทาเคชิหนุ่มหล่อสง่านั่งข้างหลัง เขามองไปที่แพรวดาวยิ้มๆ เธอหันมาตกใจที่รถแล่นมา จึงเสียหลักล้มโครม ลังผลไม้ตกกระจาย เธอรีบลุกขึ้นเก็บผลไม้ใส่ลัง ทาเคชิลงมาช่วยเก็บส่งให้

“เป็นอะไรรึเปล่า” ทาเคชิถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ดูมีอำนาจ

แพรวดาวสบตาเขาอึ้งๆพอรู้สึกตัวก็ชักมือกลับเขินๆ “ไม่เป็นไรค่ะ...ฉันตัดหน้ารถคุณใช่ไหมคะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ทันระวัง รถคุณเป็นรอยรึเปล่า ฉันจะชดใช้ให้นะคะ”

แพรวดาวโค้งศีรษะให้หลายรอบ ทาเคชิสังเกตเห็นข้อศอกเธอเลือดไหล จึงจับตัวเธอไว้

“ไม่ต้องขอโทษ รถผมไม่เป็นอะไร คุณต่างหากที่เป็น” ทาเคชิบิดแขนเธอให้ดูแผล แล้วควักผ้าเช็ดหน้าออกมาจะซับเลือด ก็พอดีมีเสียงเรียกต้องชะงัก

ริว ญาติผู้น้องเปิดประตูรถลงมายืนมาดเท่ “รีบไปกันเถอะ มิซาว่ากำลังจะถึงแล้ว”

ทาเคชิมองแพรวดาวอย่างเสียดายที่ต้องตัดใจเดินกลับไปขึ้นรถ หญิงสาวเองก็มองอึ้งๆ...กลับขึ้นรถ ทาเคชิมองผ้าเช็ดหน้าในมือแล้วถอนใจ ริวเอ่ยปาก

“ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่คนของแกกำลังมา ฉันไม่อยากให้มีเรื่องหึงหวงกัน” ทาเคชิเหลือบมองเคืองๆ ริวยักไหล่กวนๆ “โอเคๆ วันหลังไม่ขัดก็ได้ ไอ้จังหวะรักเนี่ย”

ทาเคชิบอกให้เลิกพูดเรื่องนี้ เขานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเอือมๆ...

ooooooo

ในโถงโรงละคร เจ้าหน้าที่ตั้งแถวต้อนรับสองตระกูลใหญ่ที่จะมาเปิดงาน อิจิโร่เดินนำไดสุเกะลูกชายคนโต ทั้งสองสวมชุดยูกาตะถือดาบ ตามด้วยฮิเดโกะและ คูมิโกะ ภรรยาและลูกสะใภ้ในชุดกิโมโนพกดาบไอคุชิไว้ในชุด โคจิเดินเข้ามากระซิบอิจิโร่อย่างนอบน้อม

“โซเรียวครับ มิซาว่าโซเรียวยังมาไม่ถึง จะรอไหมครับ”

“5 นาที ถ้ามิซาว่าโซเรียวยังมาไม่ถึง เริ่มงานได้เลย” โคจิรับคำ อิจิโร่เดินนำทุกคนเข้าโรง

ผ่านไปสักพัก พิธีกรประกาศเชิญอิจิโร่ โอะนิซึกะขึ้นบนเวที เสียงปรบมือดังกึกก้อง

“โรงละครแห่งนี้จะบูรณะขึ้นใหม่ไม่ได้ หากเราไม่ได้รับการสนับสนุนจากโอะนิซึกะ ผมขอให้โอะนิซึกะโซเรียว ตีกลองไทโกะเปิดโรงละครอย่างเป็นทางการ และเพื่อเป็นเกียรติเป็นขวัญกำลังใจกับพวกเราทุกคนครับ” พิธีกรกล่าว เจ้าหน้าที่ส่งไม้ตีกลองไทโกะให้อิจิโร่

ระหว่างนั้น ริกิ มาซาว่า เดินเข้ามาพร้อมซาโตชิและไอโกะ ลูกชายกับลูกสาว เจ้าหน้าที่รีบรายงานว่าอิจิโร่เกรงคนมาร่วมงานจะรอนาน ริกิระงับความไม่พอใจ

“ไม่ต้องอธิบาย ฉันผิดเองที่มาไม่ตรงเวลา” ริกิปรายตามองอิจิโร่ตีกลองไทโกะดัง...ตึง

หลังจากนั้นเป็นการแสดงตีกลองไทโกะที่สะกดคนดูทั้งโรงได้เป็นอย่างดี อิจิโร่กลับลงมากล่าวขอโทษริกิที่ไม่ได้รอ เพราะเห็นว่าชาวบ้านจะรู้สึกว่าตระกูลนักรบอย่างเราไม่ตรงเวลา ริกิตอบว่าเขาทำถูกแล้ว แบบนี้ชาวบ้าน ถึงจะรักเคารพพวกเราไปอีกนาน...ไอโกะไม่มีแก่ใจจะชมการแสดง ชะเง้อมองหาทาเคชิ จนซาโตชิเอ็ดว่าเป็นลิงหรือ ดึงให้นั่งลงแต่เธอก็ยังชะเง้อมอง

ด้านทาเคชินั่งอยู่กับริว เขาเห็นแพรวดาวยืนดูการแสดงอยู่ตรงประตูก็เผลอยิ้ม ไอโกะมองมาเห็นเขายิ้มพยายามจะมองว่ายิ้มให้สาวไหน สะกิดพี่ชายให้ช่วยดู พลัน ในโรงละครหรี่ไฟลง นางรำแสดงระบำพัด ส่งยิ้มมาทางทาเคชิพอดี ไอโกะเข้าใจว่าทาเคชิยิ้มกับนางรำก็โวย

“นางรำคนนั้น มันให้ท่าทาเคชิ พี่ต้องจัดการมัน”

ซาโตชิเอ็ดด้วยความรำคาญ อยากให้มิซาว่าเสียหน้าหรือ ไอโกะฮึดฮัดหมายหัวนางรำไว้ พอการแสดงจบลง พิธีกรเชิญโอนิซึกะและมิซาว่าขึ้นถ่ายภาพร่วมกับนักแสดงไอโกะแปลกใจที่ทาเคชิหายตัวไป...จากนั้นไอโกะก็มาไล่เรียงถามคัตซึกับเซกิ ทั้งสองรำคาญไอโกะต่างตอบว่าไม่ทราบ ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับเธอ ซาโตชิเกรงจะมีเรื่องสั่งสมุนตามประกบไอโกะ

ไอโกะจะทำร้ายนางรำด้วยมีดสั้น ซาโตชิตามมาลากตัวกลับเอ็ดว่า สายเลือดซามูไรอย่างพวกเราคือนักรบผู้ปกป้องชาวบ้าน ถ้าเธอทำร้ายนางรำ มิซาว่าจะต้องถูกคนทั้งเมืองประณาม...

ปรากฏว่าริวดึงตัวทาเคชิมาร้านผลไม้ที่แพรว–ดาวทำงาน เธอกำลังจัดเรียงผลไม้อยู่หน้าร้าน ทาเคชิไม่อยากให้แพรวดาวเดือดร้อนจึงไม่กล้าเข้าไปหา ริวหมั่นไส้แกล้งผลักเขาเข้าไป แพรวดาวสะดุ้งเงยหน้ามาเห็นทาเคชิก็เข้าใจว่าเขาจะมาเรียกค่าเสียหาย เขาส่ายหน้า เธอถอนใจ

“ค่อยยังชั่ว นึกว่าต้องเสียเงินซ่อมรถให้คุณซะแล้ว รถหรูแบบนั้นค่าซ่อมคงแพงน่าดู” แพรวดาวจึงถามเขามีอะไร ทาเคชิยืนอึกอัก ริวเข้ามากระทุ้งเอว

ทาเคชิจึงรีบขอซื้อผลไม้ เขาสั่งทีละอย่าง จนแพรวดาวขำบอกให้สั่งมาเลยจะเอาอะไรบ้าง ตนจะได้จัดใส่ถุงและคิดเงินได้ถูก มาซาโกะออกมาจากหลังร้าน กระวีกระวาดเข้ามาบอกแพรวดาวไม่ต้องคิดเงิน ถือเป็นของขวัญจากร้านตน ทันใดมีสมุนกลุ่มซะโต้ประมาณ 5 คน เดินกร่างกระแทกไหล่ทาเคชิเข้ามาถามขายดีไหม มาซาโกะสีหน้าหวาดกลัว คว้าเงินในมือแพรวดาวส่งให้ ริวไม่พอใจแย่งเงินมาแล้วด่าสมุนซะโต้

“สวะ...รีดไถชาวบ้าน ไม่มีศักดิ์ศรี ร้านผลไม้ร้านนี้มีสัญญาจ่ายค่าเช่าที่ดินอย่างถูกต้องจากทางการ ทำไมต้องจ่ายค่าคุ้มครองอีก”

สมุนซะโต้กราดเกรี้ยว ทาเคชิพูดด้วยเหตุผลเมืองนี้ไม่มีอิทธิพลเถื่อน ไม่มีใครมีสิทธิ์เรียกค่าคุ้มครองจากชาวบ้าน สมุนซะโต้โต้ว่านี่เป็นกฎใหม่ ริวไม่พูดพล่ามด่าว่าเป็นพวกอันธพาลชั้นต่ำแล้วซัดเปรี้ยงเข้าให้ เกิดการต่อสู้กันชุลมุน 5 ต่อ 2 สมุนสู้ทาเคชิกับริวไม่ได้ จึงชักมีดออกมา แพรวดาวเห็นทาเคชิจะเสียท่าคว้าแอปเปิ้ลขว้างใส่หลังสมุนซะโต้ มันหันมาจะเล่นงานเธอ ทาเคชิเข้าปกป้องจึงโดนมีดปาดเข้าที่แขนซ้าย แพรวดาวตกใจเอาผ้าเช็ดหน้ากดแผลเขาไว้

ด้านคัตซึกับเซกิ ยืนกังวลใจที่ทาเคชิกับริวยังไม่กลับมา พลัน โคจิ คาซูมะและมาซาโตะเดินนำลูกน้องมา คัตซึสะกิดบอกเซกิ “ไม่ทันแล้ว สามทหารเสือโอะนิซึกะมานั่นแล้ว”

โคจิเข้าถามหานายน้อยทั้งสอง คัตซึกับเซกิหน้าเจื่อน...ขณะที่ริวเห็นทาเคชิบาดเจ็บ ก็ควงท่อนเหล็กเข้าช่วย สมุนซะโต้คนหนึ่งชักปืนออกมาจะยิงใส่ริว ทันใดก็โดนยิงที่มือ ปืนกระเด็นร้องโอดโอย เสียงโคจิสั่งลูกน้องลุยมาซาโตะกับคาซูมะเข้าประคองทาเคชิจะส่งโรงหมอ แต่เขากลับบอกว่าแผลเล็กน้อย คาซามูระจึงให้พากลับบ้าน เขามองแพรวดาวอย่างอาลัยอาวรณ์

ooooooo

กลับมาฮิเดโกะทำแผลให้ทาเคชิด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม อิจิโร่ตำหนิลูกกับหลานว่าเป็นนักรบไม่พกดาบ ก็เหมือนคนพิการไร้แขนขา ริวให้เหตุผลไม่คิดว่าจะมีเรื่องกับใคร

“ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย...อันธพาลเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ใครๆก็ต้องการโค่นนักรบอย่างโอะนิซึกะทั้งนั้น” อิจิโร่เตือน แต่ทาเคชิกลับสวนว่า เลือกขึ้นหลังเสือแล้วก็หาทางลงไม่ได้ อิจิโร่ตาวาวด้วยความโกรธ จนฮิเดโกะ ต้องสะกิดปรามลูกชาย

ไดสุเกะเห็นท่าทางอิจิโร่โกรธจึงพยักเพยิดให้ริวเลี่ยงออกไปจากห้องด้วยกัน...อิจิโร่นั่งลงตรงข้ามทาเคชิ ถามฝีมือเขาไม่เป็นรองใคร ทำไมไม่จัดการไอ้อันธพาลกระจอกแต่แรก ทาเคชิตอบว่าอยากคุยด้วยเหตุผลมากกว่าใช้กำลัง อิจิโร่ตวาด

“อ่อนแอ! เพราะอย่างนี้ฉันถึงไม่ไว้ใจให้ดูแลโอะนิซึกะ”

“พี่ไดสุเกะดูแลทุกอย่างได้ก็ดีแล้วนี่ครับ”

“ถึงแกจะเป็นทายาทลำดับที่สอง แต่ก็ต้องสืบทอดเหมือนกัน”

“ผมไม่เคยปฏิเสธชาติกำเนิด แต่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ท่ามกลางคมหอกคมดาบ ผมไม่ต้องการต่อสู้กับใครจนตาย”

“ไอ้ลูกไม่รักดี...” อิจิโร่โกรธมาก

“เราสืบเชื้อสายซามูไร นักรบที่มีเกียรติ ลูกควรภาคภูมิใจในสิ่งที่พ่อทำ” ฮิเดโกะปราม

“ถ้าการเป็นนักรบ เรียกว่ามีเกียรติและศักดิ์ศรี ทำไมแม่ต้องร้องไห้...”

ฮิเดโกะตบหน้าทาเคชิฉาด “หยุดนะทาเคชิ! หยุดก้าวร้าวโซเรียว ขอโทษท่านเดี๋ยวนี้”

ทาเคชิยังทิฐิยืนนิ่ง ริวซึ่งแอบฟังอยู่หน้าห้อง คิดหาทางช่วยทาเคชิ...มองไปเห็นคนสวนกวาดใบไม้แห้งอยู่ จึงคิดอะไรได้...ขณะที่ทาเคชิยอมก้มหัวขอโทษผู้เป็นพ่อ แต่ยังยืนกรานสิ่งที่ตนคิดไม่ผิด ไม่ทันที่อิจิโร่จะกราดเกรี้ยว ก็มีเสียงดังขึ้นว่า...ไฟไหม้! ริวหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าไฟไหม้ในสวน ทุกคนรีบออกไปดู อิจิโร่ปรายตามองริวอย่างรู้ทัน ทาเคชิกระซิบขอบใจริวเพราะเห็นไฟแช็กในมือเขา ไดสุเกะตรวจสอบแค่มีคนทิ้งก้นบุหรี่ไหม้กองใบไม้แห้ง

หลังจากนั้นโคจิเข้ามาถามจะให้ทำอย่างไรกับอันธพาลที่จับตัวมาได้หนึ่งคน มาซาโตะให้ส่งตำรวจแต่คาซูมะเกรงพวกมันมีพวกเป็นตำรวจ อิจิโร่สั่งเค้นให้มันบอกว่าเป็นคนของใคร

ในคืนนั้นฮิเดโกะเข้ามานั่งเช็ดดาบประจำตระกูลสามเล่มที่วางอยู่หน้าป้ายบรรพบุรุษอย่างทะนุถนอม น้ำตาคลอเบ้า ทาเคชิเปิดประตูเข้ามาเห็น เขานั่งลงถาม กี่ครั้งแล้วที่แม่แอบร้องไห้เวลาโซเรียวออกไปจัดการกับอันธพาลข้างนอก ฮิเดโกะปาดน้ำตา เอามือลูบแก้มลูกชายถามยังเจ็บอยู่ไหม เขาตอบว่า ไม่มีอะไรเจ็บเท่าเห็นแม่ร้องไห้ ฮิเดโกะแววตาหม่นแต่ทำเข้มแข็ง

“นายหญิงของโซเรียวจะต้องเข้มแข็งและคอยเป็นกำลังใจให้สามี เธอจะต้องไม่มีน้ำตาเมื่อสามีออกไปรบ และถือเป็นเกียรติถ้าสามีตายในสนามรบ”

“แม่เข้มแข็งต่อหน้าพ่อ พอคล้อยหลังพ่อ แม่ก็ร้องไห้อย่างโดดเดี่ยวเพราะไม่รู้ว่าพ่อจะมีชีวิตกลับมารึเปล่า นั่นคือความเข้มแข็ง นั่นคือเกียรติที่แม่ควรได้รับหรือ”

“ไม่ว่าลูกจะรู้สึกยังไง ผู้หญิงที่จะเข้ามาเป็นนายหญิงของโอะนิซึกะจะต้องแข็งแกร่งไม่แพ้โซเรียว ไม่เว้นแม้แต่คู่ครองในอนาคตของลูก จำไว้นะทาเคชิ” ฮิเดโกะเตือน...ทาเคชิเครียด

ในคืนเดียวกัน มาซาโกะทายาแผลที่แขนแพรวดาวอย่างเอ็นดู และย้ำถ้าบ้านโอะนิซึกะมาซื้อผลไม้ที่ร้านอีก ไม่ต้องเก็บเงิน แพรวดาวเข้าใจว่าเป็นค่าคุ้มครองแต่มาซาโกะแย้ง

“ไม่ใช่จ้ะ ตระกูลโอะนิซึกะสืบเชื้อสายซามูไร นักรบมือขวาของท่านจักรพรรดิ พวกเขาเป็นคนดี ดูแลประชาชนอยู่เสมอถึงแม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองก็เถอะ”

“แต่ท่าทางลูกน้องเคารพลูกชายทั้งสองของโอะนิซึกะ ก็ไม่ต่างจากกลุ่มอันธพาล”

“สองคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คนนิ่งๆสุขุมชื่อทาเคชิ เป็นลูกชายคนเล็ก ส่วนคนท่าทางเพลย์บอยชื่อริว เป็นหลาน ลูกน้องชายที่เสียชีวิตไปแล้วของโอะนิซึ–กะโซเรียว” แพรวดาวทำหน้างงคำว่าโซเรียว มาซาโกะอธิบายว่า เป็นคำเรียกท่านผู้นำของตระกูล

แพรวดาวรู้สึกว่ามาซาโกะและชาวเมืองนับถือตระกูลนี้มาก มาซาโกะยอมรับเพราะที่พวกเราอยู่อย่างสงบสุขได้เพราะพวกเขา

ooooooo

รุ่งเช้า ในมหาวิทยาลัย ทาเคชิกำลังสนุกกับการถ่ายภาพ พลันเห็นแพรวดาวนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นซากุระ เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ริวไม่ทันเห็นดึงทาเคชิไปถ่ายรูปตรงอื่น เขาเสียดายแต่ก็ดีใจที่รู้ว่าแพรวดาวอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับตน

จากนั้นทาเคชิก็เฝ้าตามดูแพรวดาว ไม่ว่าจะในโรงอาหาร ในห้องสมุด หัวใจเขาเต้นแรง แต่ต้องสะดุดเมื่อคำพูดของฮิเดโกะดังขึ้นในความคิดที่ว่า ผู้หญิงที่จะเข้ามาเป็นนายหญิงของโอะนิซึกะจะต้องแข็งแกร่งไม่แพ้โซเรียว...เขารู้สึกว่าแพรวดาวอ่อนหวานบอบบางจนไม่อยากให้เธอต้องมาร้องไห้เหมือนแม่

ห้องประชุมบ้านโอะนิซึกะ อิจิโร่ตบโต๊ะเปรี้ยงไม่พอใจเมื่อคาซูมะรายงานว่า พวกซะโต้เข้ามาเปิดกิจการบ่อนและไนต์คลับในเมืองได้สักพัก แอบรีดไถชาวบ้านบ่อยๆ มาซาโตะเสริมว่าตำรวจได้รับส่วยจึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไดสุเกะเจ็บใจ สมุนที่จับมาได้เป็นแค่ปลายแถว

“อย่าเพิ่งชะล่าใจ งูเล็กบางตัวมีพิษสงร้ายแรง...ถ้าจะสืบทอดตำแหน่งโซเรียวแทนพ่อ แกต้องรอบคอบให้มากกว่านี้” อิจิโร่เตือนลูกชายก่อนจะหันไปสั่งโคจิ “เอาคนของไอ้ซะโต้ไปคืน ส่งสารให้รู้ว่า มันไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนในเมืองนี้”

โคจิรับคำถอยออกไป ทาเคชิดูเบื่อหน่ายเหตุการณ์แบบนี้...พอมาซ้อมเคนโด้กับริว เขาจึงระบายอารมณ์ด้วยท่วงท่าปราดเปรียวจนริวรับไม้ไม่ทัน โดนฟาดเข้าจุดตาย 3 จุดของริว

ริวถอดเม็งออก “เก่งเคนโด้ เก่งเรียน เก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก ไอ้คนไม่มีพัฒนาการ”

ทาเคชิถือว่าเป็นคำชม ริวย้ำขนาดไดสุเกะยังเทียบไม่ได้ ทาเคชิตัดบทไม่อยากฟัง ขอตัวไปอาบน้ำ จะรีบไปมหาวิทยาลัย ริวรู้สึกว่าเขามีความในใจจึงถาม มีอะไร ทาเคชิปัดว่ามีรายงานต้องรีบไป ริวเซ็งไม่ค่อยอยากไปเรียนเท่าไหร่

อายาโกะเอาผ้าเช็ดหน้าสีแดงที่ซักแล้วมาให้ทาเคชิเพราะคิดว่าเป็นของไอโกะ และชมฝีมือการปักดอกซากุระบนผ้า ช่างประณีตมาก ทาเคชิยิ้มๆบอกว่าไม่ใช่ของไอโกะ แม่บ้านอย่างอายาโกะตกใจเกรงไอโกะรู้ เจ้าของผ้านี้ต้องเดือดร้อนแน่ ทาเคชิเองก็หวั่นใจ

ให้เผอิญนางรำที่ไอโกะเข้าใจว่าส่งยิ้มให้ทาเคชิ เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับตน จึงให้ยูมิโกะเพื่อนสาวช่วยสืบว่าอยู่คณะไหน ยูมิโกะเตือนว่าริกิห้ามยุ่งกับเธอ แต่ไอโกะไม่สน...ระหว่างทางที่ทาเคชิกับริวเดินมา มีคัตซึกับเซกิตามติดจนทำให้คนในมหาวิทยาลัยหวาดกลัว ทาเคชิจึงไล่ให้ทั้งสองไปรอที่รถ แต่ทั้งสองอ้างคำสั่งโซเรียว ทาเคชิไม่พอใจเดินหนี ชนเข้ากับแพรวดาวพอดี เขาช่วยเธอเก็บหนังสือที่หล่นด้วยความดีใจ ทันใดริวเห็นไอโกะ เดินมารีบส่งสัญญาณ

“แค่กๆไอ...โกะ ที่เก้านาฬิกา ท่าทางเอาเรื่อง แค่กๆ ไอจัง”

ทาเคชิไม่รอช้าดึงแพรวดาวหลบไป คัตซึกับเซกิจะตาม ริวรั้งไว้สั่งเอาหูไปนาเอาตาไปหายายจะดีกว่า แล้วฉุดทั้งสองหลบหลังพุ่มไม้ ไอโกะกับยูมิโกะเดินมาแปลกใจทาเคชิไปไหน

มาถึงใต้บันไดตึก เป็นมุมเก็บของแคบๆ แพรวดาว ตกใจที่ถูกทาเคชิกอดเอวไว้ จะร้อง เขาเอามือปิดปากเธอสบตา กระซิบให้อยู่เฉยๆ ไอโกะกับยูมิโกะวิ่งมาเจออาซึมิ

สวนลงบันไดมาบอกว่าไม่เห็นทาเคชิ ทั้งสามสาวจึงวิ่งไปทางอื่น ทาเคชิถอนใจ แพรวดาวฮึดผลักเขาออกแล้วตีเขายกใหญ่หาว่าฉวยโอกาส ถือว่ามีพ่อใหญ่คับฟ้า จะรังแกใครก็ได้ ทาเคชิร้องโอ๊ยเพราะเธอตีโดนแผลเลือดซึม แพรวดาวตกใจรีบพาเขาไปทำแผลที่ห้องพยาบาล

แพรวดาวก้มหัว “ขอโทษค่ะ ฉันทำให้คุณเจ็บตัวอีกแล้ว คุณได้แผลนี้เพราะช่วยฉัน แล้วฉันก็ทำให้คุณเจ็บซ้ำแผลเดิม” เห็นทาเคชิยิ้ม เธอติง “เจ็บแล้วยังยิ้มอีก แปลกคน”

“ท่าทางจริงใจของคุณทำให้ผมลืมเจ็บ” ทาเคชินึกได้หยิบผ้าเช็ดหน้ามาคืนให้

แพรวดาวให้เขาเก็บไว้ ทาเคชิถามปักดอกซากุระได้สวยมากไม่หวงหรือ เธอยอมรับ

“มันเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนที่ฉันรักมากค่ะ ฉันมอบให้คุณเป็นการตอบแทนที่ช่วยฉันวันนั้น”

ทาเคชิก้มหัวขอบคุณ เขาเรียกชื่อเธอตะกุกตะกัก เธอจึงบอกให้เรียกเซโกะเหมือนคนอื่นๆ แล้วเธอก็นึกได้ว่ามีเรียนเช้า จึงรีบขอตัววิ่งไป ทาเคชิมองผ้าในมือยิ้มอย่างสุขใจ

ooooooo

ในไนต์คลับของเคนอิจิผู้นำกลุ่มซะโต้ ชินอิจิพาลูกน้องเข้ามา เคนอิจิให้ไปคุยกันในห้องทำงาน ลูกน้องรายงานว่ายาเสพติดกับผู้หญิงจะมาถึงท่าเรือคืนพรุ่งนี้ พวกตนจ่ายค่าปิดปากเจ้าหน้าที่หมดแล้ว เคนอิจิพอใจมาก แล้วนึกได้ถามถึงไนต์คลับเก่าของพวกมิซาว่า

ลูกน้องรายงานว่าได้ส่งคนไปเล่นงานเมื่อวันก่อนแล้ว ชินอิจิหวั่นใจไม่มีใครกล้ากับตระกูลนักรบอย่างโอะนิซึกะและมิซาว่ามาก่อน แต่เคนอิจิว่าถ้ากลัวคงไม่ทำ อีกไม่นานเมืองนี้จะถูกกลืนกลายเป็นของซะโต้ ไม่ทันไร มีคนวิ่งเข้ามาท่าทางตกใจ

ลูกน้องที่โดนจับไปถูกเหวี่ยงลงนอนกองกับพื้นแทบเท้าเคนอิจิ โคจินำลูกน้องเข้ายืนประจันหน้าบอกว่าเอามาคืน เคนอิจิไม่รับว่าเป็นคนของตน โคจิเสียงกร้าว

“เป็นเจ้านายแต่เอาตัวรอด รู้จักคำว่าศักดิ์ศรีบ้างไหม” ว่าแล้วก็โบกมือให้ลูกน้องกราดกระสุนพังไนต์คลับของเคนอิจิ ข้าวของพังกระจุย

เคนอิจิกับลูกน้องกระโดดหลบไปคนละทาง

ชินอิจิชักปืนจะยิงตอบโต้แต่ต้องชะงักเพราะโคจิเอาปืนจ่อเคนอิจิไว้เป็นตัวประกัน เคนอิจิยังปากกล้าย้อนถามโอะนิซึกะโซเรียวส่งมาฆ่าตนเพราะกลัวความยิ่งใหญ่ของซะโต้หรือ โคจิโกรธใช้สันปืนฟาดท้ายทอยเคนอิจิล้มคว่ำ

“โอะนิซึกะเป็นสายเลือดนักรบ ไม่ใช่อันธพาลชั้นต่ำอย่างพวกแก...ห้ามรีดไถเก็บค่าคุ้มครองจากชาวบ้านอีกเป็น อันขาด ต่อไปจะไม่มีคำเตือน” โคจิพยักหน้าเรียกลูกน้องกลับ

ชินอิจิรีบเข้าประคองเคนอิจิให้ลุกขึ้น เขาสะบัดตัวออกอย่างโกรธแค้นลั่นกระสุนเปรี้ยงๆระบายอารมณ์ อาฆาตพวกโอะนิซึกะ...

เย็นวันนั้น อิจิโร่ ทาเคชิ ริว ไดสุเกะ ริกิ และ ซาโตชิ แช่อ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่อยู่ด้วยกันในห้องน้ำชาย อิจิโร่กล่าวกับริกิถึงเรื่องที่โคจิพาลูกน้องไปสั่งสอน

พวกซะโต้ไม่ให้ทำร้ายชาวบ้านอีก ริกิว่าเมื่อคืนก่อน พวกมันยังบุกไปก่อกวนพื้นที่เช่าตามกฎหมายของตน ประกาศจะเข้ามาดูแลไนต์คลับเขตของมิซาว่า อิจิโร่โกรธไม่รู้จักเกรงใจสายเลือดนักรบอย่างพวกเรา ซาโตชิยุ

“ไอ้เคนอิจิประกาศตัวเป็นศัตรูกับพวกเราชัดเจน ไม่ได้เกรงกลัวท่านโอะนิซึกะโซเรียว”

“ซะโต้ขยายตัวรวดเร็ว แอบเปิดบ่อนเถื่อน ลักลอบขนยาเสพติดผ่านมาทางขบวนสินค้ารถไฟของโอะนิซึกะ” ริกิเสริม

“คงต้องให้โคจิเล่นงานขั้นเด็ดขาด บ้านเมืองสงบสุขมานาน จะปล่อยให้มันทำร้ายชาวเมืองไม่ได้” อิจิโร่เสียงเฉียบ

ไดสุเกะว่าพวกนั้นเป็นได้แค่พวกโรนินอันธพาลชั้นต่ำ ริกิให้ร่วมมือกันจัดการอย่าให้มันได้ผุดได้เกิด...

ไดสุเกะเห็นทาเคชินั่งเหม่อจึงถามเบาๆเป็นอะไร ริว

กระเซ้าว่าคิดถึงสาวสวย ไดสุเกะรู้ทันรีบกำชับอย่าให้ไอโกะรู้ ริวทำท่าสยอง ทาเคชิปรามริวให้หยุด อิจิโร่ได้ยินมองเชิงตำหนิ ก่อนจะหันไปบ่นกับริกิเสียดาย

ที่ไอโกะไม่มาด้วย ริกิบอกว่าไอโกะติดอบรมแม่บ้าน ริวโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อว่าไอโกะจะยอมเข้าอบรม ทุกคนหันขวับมามอง ริวจ๋อย

ริกิสาธยายว่าไอโกะสวมชุดกิโมโนหัดชงชาอย่างตั้งใจ แต่ความเป็นจริง เธอทำทุกอย่างรุนแรงจนพัง รสชาติชาออกมาไม่เอาไหน...ริกิยังเล่าด้วยรอยยิ้มว่าไอโกะ เรียนรู้การทำซูชิฝีมือยอดเยี่ยม แต่ความจริงทุกอย่างล้มเหลวจนตัวเธอหงุดหงิด...ริกิยังปลื้มเรื่องการจัดดอกไม้ของลูกสาว ว่ามีพรสวรรค์โดดเด่น โดยไม่รู้เลยว่า หนามที่ตำมือไอโกะทำให้เธอโกรธปาดอกไม้ใส่หน้าครูผู้สอน...ริกิว่าไอโกะตั้งใจเรียนทุกอย่างจนครูทุกคนเอ่ยปากชม

“เราน่าจะกำหนดวันหมั้นให้เรียบร้อย โอะนิซึกะกับมิซาว่าจะได้ผูกพันกันมากกว่านี้”

อิจิโร่เห็นดีด้วย แต่ทาเคชิค้านว่ารอให้ตนเรียนจบก่อน อิจิโร่ตัดบท จะช้าหรือเร็วก็ต้องหมั้นกัน ทาเคชิสวน “ผมอยากเรียนให้จบเพื่อออกมาช่วยกิจการที่บ้าน ก่อนจะคิดเรื่องส่วนตัว”

“ทำไมแกชอบค้านฉันทุกเรื่อง”

“ผมมีเหตุผลของตัวเอง ขอตัวนะครับลุงริกิ”

ทาเคชิก้มหัวให้ ก่อนจะลุกเดินออกไป

อิจิโร่ไม่พอใจ ริกิตบไหล่เพื่อน ทำทีเข้าใจ “เอาน่า... ทาเคชิเป็นเด็กหนุ่มรู้จักคิด คนฉลาดย่อมคิดถึงอนาคตก่อนเรื่องส่วนตัว”...อิจิโร่สบตาเชิงขอบคุณที่เข้าใจ

กลับมาบ้าน ซาโตชิโวยไม่พอใจที่ทาเคชิทำเหมือน ไม่อยากหมั้นกับไอโกะ ริกิตากร้าว ด้วยรู้อยู่แก่ใจ

แต่อ้างเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับอิจิโร่ ซาโตชิรู้สึกว่ามีอะไรมากกว่านั้น ริกิถอนใจ

“เมื่อไหร่ที่ตระกูลมิซาว่าเกี่ยวดองกับตระกูลโอะนิซึกะ เมืองนี้จะไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าเรา” สายตาริกิแฝงความร้ายลึก

ooooooo

ทาเคชิมองภาพแพรวดาวนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นซากุระที่เขาแอบถ่ายไว้ แล้วพับดาวด้วยกระดาษสีหลากหลายราวตกอยู่ในภวังค์ ริวเดินเข้ามาเห็น แกล้งเอามือโบกตรงหน้า เขาโวยให้เอามือออกไป ริวแซวนึกว่าตกหลุมรักจนหูอื้อมือขยับ

ทาเคชิหยุดพับดาวเงยหน้าติง ไม่ยุ่งสักเรื่องได้ไหม ริวตอบว่าไม่ได้เพราะอยากรู้พับดาวทำไม ทาเคชิ

ตอบเขินๆว่าชื่อแพรวดาว...ริวหยิบดาวขึ้นดู “โอ๊ะโอ... เป็นเอาหนัก ขนาดมองดาวแทนความคิดถึงเหรอ...น่าจะเอาดาวไปให้เซโกะเพื่อบอกความในใจ”

“ฉันไม่อยากทำให้เธอเดือดร้อน” ทาเคชิมองดาวแววตาเศร้าๆ ริวทำหน้ามีแผนบางอย่าง

วันรุ่งขึ้น แพรวดาวเดินคุยมากับมิโยะโกะ หยุดตรงหน้าล็อกเกอร์เก็บของส่วนตัวที่อยู่ข้างกัน แพรวดาวต้องชะงักเมื่อพบดาวกระดาษสีชมพูอยู่ในล็อกเกอร์ของตน จากนั้นไม่ว่าแพรวดาวจะไปตรงไหน มักจะเจอดาวกระดาษวางอยู่ให้เห็นจนเธอต้องแปลกใจ

ไม่เว้นแม้แต่ที่สถานีรถไฟ ก็มีเด็กชายคนหนึ่งวิ่งมาชนแล้วส่งดาวกระดาษให้ก่อนจะวิ่งหนีไป...แพรวดาวนำดาวกระดาษที่เก็บได้ทุกวันมาใส่ขวดโหลที่บ้านไว้อย่างรู้สึกสุขใจ

วันหนึ่ง มิโยะโกะรู้สึกว่าเพื่อนสาวหน้าตาสดชื่นจึงถามเป็นเพราะดาวกระดาษหรือเปล่า แพรวดาวยิ้มเขินๆ ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว ระหว่างนั้นทาเคชิกับลูกน้องที่ตามติดแอบอยู่หลังพุ่มไม้ ทาเคชิเผลอยิ้มตามรอยยิ้มของแพรวดาว พลันเขาเห็นดาวกระดาษในมือเธอก็รู้สึกคุ้นๆ สงสัย...จนกระทั่งมาเห็นริวกำลังจะหย่อนดาวกระดาษลงไปตรงจุดที่แพรวดาวเดินผ่าน จึงเข้ามาห้าม คัตซึกับเซกิพยายามสะกิดเตือนริวที่ไม่ทันมองบ่นอย่างหงุดหงิด

“กามเทพกำลังจะส่งสารรัก อย่าเพิ่งกวนได้ไหม”

ทั้งสองตอบพร้อมกันว่าไม่ได้ ริวหันมาจะเอาเรื่อง เห็นทาเคชิยืนจ้องอยู่ก็สะดุ้งโหยง ทาเคชิเอ็ดแอบเอาดาวกระดาษของตนมาให้แพรวดาวทำไม ริวยิ้มแหยๆตอบว่าทำตามหน้าที่

“ไม่ได้สั่ง...” ทาเคชิโวยเบาๆ

“แต่ฉันรู้ใจ หัวใจของแกมันตะโกนบอกฉัน”

คัตซึกับเซกิหลุดขำคิก ทาเคชิเอ็ดและกำชับให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ทั้งสองน้อมรับ พอหันมาจะสั่งริว เขากลับสวน “ฉันเข้าใจว่าแกซาบซึ้งในสิ่งที่ฉันทำ แต่ไม่เป็นไรญาติสุดเลิฟ ฉันเต็มใจ...หลังจากนี้แกก็รับหน้าที่ส่งดาวกระดาษให้เซโกะด้วยตัวเองซะ” ทาเคชิปฏิเสธ ริวย้ำ “เซโกะชอบดาวกระดาษของแกมาก ถ้าวันไหนแกไม่ส่งให้ เธอคงเสียใจ เฮ้อ...น่าสงสารสาวน้อยผู้เฝ้ารอดาวกระดาษ” ริวส่งดาวใส่มือทาเคชิ เขามองมันอย่างสองจิตสองใจ

จากนั้นริวก็เดินตามทาเคชิไปทั่วมหาวิทยาลัย อดยั่วไม่ได้ว่า “หาสาวไม่เจอ...จ๋อยเลย น่าสงสารจริงๆ ทำหน้าเหี้ยมให้สมกับเป็นทายาทนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ปกป้องดูแลเมืองนี้หน่อยสิ”

“ฉันไม่ภูมิใจเลย ชีวิตของนักรบ ไม่สนใจอะไรนอกจากฆ่า...กำจัดอันธพาล ชีวิตของคนมันน่าจะมีคุณค่ามากกว่านั้น” น้ำเสียงทาเคชิดูจริงจัง

พลันไอโกะถลาเข้ามาคล้องแขนทาเคชิ ต่อว่าไม่ไปหาตนที่บ้านบ้าง ตนจัดดอกไม้ประดับเต็มบ้านรอ ริวแขวะแน่ใจหรือว่าประดับ ไอโกะหันมาแหวใส่ ทำไมพูดแบบนั้น ตนเรียนจัดดอกไม้ครบทุกคอร์ส ริวโต้ เรียนน่ะเชื่อ แต่เรียนแล้วได้อะไรจริงหรือเปล่า...ไอโกะกระทืบเท้าไม่พอใจ ริวยักไหล่ทำหน้าทะเล้นก่อนจะเลี่ยงไป

ไอโกะหันมาถามทาเคชิอย่างจริงจัง จะกำหนดการแต่งงานเมื่อไหร่ดี เขาปัดอย่างสุภาพ อยากเรียนให้จบและเรียนรู้งานของครอบครัวก่อน ไอโกะพูดอย่างไม่คิด

“มิซาว่ากับโอะนิซึกะทรัพย์สินมากมาย เราไม่ต้องทำอะไรก็มีกินไปทั้งชีวิต”

“ผมภูมิใจที่จะทำงานหาเลี้ยงตัวเอง” ทาเคชินึกรังเกียจความสิ้นคิดของเธอ

ไอโกะยังแนะให้ทาเคชิทำงานเล็กๆ ปล่อยให้ไดสุเกะทำเรื่องใหญ่ๆไป จะได้ไม่ต้องเหนื่อยหันมาเที่ยวรอบโลกกัน ทาเคชิเอือมเผลอมองหาแพรวดาวอยากจะเดินหนีไอโกะอย่างยิ่ง

เย็นวันนั้น แพรวดาวเลิกเรียนกลับมา มาซาโกะกำลังจัดลังแอปเปิ้ลอยู่หน้าร้าน ไม่ทันไร มีชายฉกรรจ์เข้ามาดึงผลไม้ไปหน้าตาเฉย แพรวดาวรีบบอกว่าร้านปิดแล้ว ทั้งสองไม่สนใจคว้าผลไม้อื่นๆอีก มาซาโกะรีบปรามแพรวดาวแล้วหยิบเงินส่งให้ทั้งสองกลับไป แพรวดาวงง มาซาโกะอธิบายว่า โกะโร่กับซุจิเป็นคนของโอะนิซึกะ ตนและชาวเมืองยินดีจ่ายเพราะท่านโอะนิซึกะ โซเรียวช่วยดูแลพวกตน แต่แพรวดาวรู้สึกว่าเป็นการรีดไถเหมือนพวกซะโต้ไม่มีผิด

ooooooo

คืนนั้น ขณะที่อิจิโร่ ไดสุเกะ ทาเคชิและริวเดินคุยกันประสาพ่อลูกในสวน มีเสียงคนกระโดดข้ามกำแพงเข้ามา ทุกคนได้ยินชักดาบของตัวเองออกมาวิ่งไปค้นหา โคจิปรี่เข้าคุ้มกันอิจิโร่ ทาเคชิเห็นชายชุดดำโพกผ้าปิดหน้า จึงเข้าจู่โจม เกิดการต่อสู้กันดุเดือด ไดสุเกะกับริวเข้าช่วย

ความเก่งกาจของชายชุดดำสามารถหลบคมดาบของสามโอะนิซึกะได้อย่างคล่องแคล่ว เขาม้วนตัวเข้าหาอิจิโร่ด้วยการปามีดสั้นใส่โคจิจนต้องเบี่ยงตัวหลบ แล้วใช้จังหวะนั้นเอาดาบจ่อคออิจิโร่เป็นตัวประกัน ทุกคนตกใจมาก
จู่ๆ อิจิโร่ก็ปรบมืออย่างพอใจ “สมแล้วที่เป็นคนของโอะนิซึกะ...ทำได้ดีมาก”

ทุกคนงง อิจิโร่พยักหน้าให้ชายชุดดำพร้อมบอกว่าเขาสอบผ่าน ชายชุดดำถอยห่างโค้งตัวให้ความเคารพ ดึงผ้าพันหน้าออก เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี โคจิถึงกับตะลึง อุทาน “ทาโร่!”

ทุกคนเข้ามานั่งในห้องป้ายบรรพบุรุษ โคจิแนะนำให้ไดสุเกะ ทาเคชิและริวรู้จัก ทาโร่...ลูกชายคนเดียวของตน ทาเคชิกับริวทึ่งในความเก่งกาจของทาโร่

“อาโคจิเคยบอกว่าส่งลูกไปเรียนที่เมืองอื่น จบแล้วเหรอ” ไดสุเกะเอ่ยถาม

ทาโร่ตอบว่าจบแล้ว โคจิเสริม “ส่งไปเรียนหวังจะให้กลับมาดูแลนายน้อย ไม่นึกว่ากลับบ้านมาไม่กี่วัน จะแอบมาทดสอบฝีมือแล้ว...ทำไมไม่บอกพ่อก่อน”

อิจิโร่ยกมือปราม “ฉันสั่งเองว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ให้มารายงานตัว มาได้เร็วทันใจจริงๆ”

ทาโร่ก้มหัวขอโทษ อิจิโร่ส่ายหน้า ไม่ต้องขอโทษและให้มาเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย...

เช้าวันใหม่ แพรวดาวเดินมาตามทางในมหาวิทยาลัย มีดอกซากุระร่วงหล่นเต็มพื้น และลอยคว้างตามกระแสลม เธอมองมันด้วยความหลงใหล คว้าดอกหนึ่งมาดมกลิ่นหอม ริวเดินเข้ามาโค้งให้อย่างสุภาพ แพรวดาวสะดุ้งหวาดกลัวว่าเขาเป็นพวกมาเฟีย ริวเห็นท่าทางเธอก็รีบบอก

“ไม่ต้องกลัวนะครับ โอะนิซึกะไม่เคยทำร้ายผู้หญิง”

แพรวดาวจึงถามมีธุระอะไรกับตน ริวตอบยิ้มๆว่าอยากได้ดอกไม้ในมือเธอ แพรวดาวตกใจคิดว่าห้ามเก็บดอกไม้ รีบวางมันลงบนเก้าอี้ บอกเขาว่าไม่มีดอกไม้ติดตัวตนไปเลยแล้วเดินหนีไป ริวแอบขำก่อนจะเก็บดอกที่เธอวางไว้ไป...ริวเอาดอกซากุระมาให้ทาเคชิที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากตรงนั้น และล้อว่า

“ดอกไม้ในมือนาง กลิ่นหอมของเธอยังหอมกว่าดอกไม้เสียอีก” ว่าแล้วทำท่าจะดม

ทาเคชิคว้าไปเสียก่อน เอาใส่กระเป๋าเสื้อตัวเองไว้ ริวย้ำว่าแพรวดาวเป็นผู้หญิงที่น่ารักถ้าเขาไม่จีบ ตนจะจีบเอง ทาเคชิเงยหน้ามองด้วยสายตาดุ ริวถามไม่จีบแล้วจะหวงทำไม

“ฉันไม่อยากให้ไอโกะทำร้ายเซโกะ” ทาเคชิเอ่ยขึ้น

“วันนี้ไอโกะไปดูชุดกับแหวนหมั้น คงไม่มีเวลาตามจิกแกหรอก เข้าไปคุยหน่อยน่า อกจะได้ไม่หนักเพราะแบกรักไว้ล้นใจ” ริวเอานิ้วจิ้มแผงอกทาเคชิ สีหน้าเขาลังเล

สุดท้าย ทาเคชิตัดสินใจมาดักรอแพรวดาวหลังเลิกเรียน เห็นเธอโบกมือกับมิโยะโกะ แยกย้ายกันไป ทาเคชิแอบเดินตามแพรวดาวไปจนถึงสถานีรถไฟ แอบขึ้นรถตามเธอ เขายืนอยู่ข้างหลังเธอ แอบสูดดมความหอมที่โชยมาจากผมของเธออย่างชื่นใจ...ลงรถไฟ แพรวดาวแวะซื้อของในร้านมินิมาร์ท ทาเคชิตามเข้าไปลังเลจะทักเธอดีหรือไม่ แล้วรวบรวมความกล้าเดินเข้าหา แพรวดาวร้องอุ๊ย...เสียงร้องของเธอทำให้เขาต้องก้มมองรองเท้าสีขาวของเธอ ถูกเขาเหยียบอยู่ เขาตกใจชักเท้าออกก้มหัวขอโทษยกใหญ่ หญิงสาวจะเรียกชื่อเขา เขารีบเอามือปิดปากเธอ

“อย่าพูดดังไป ผมไม่อยากให้คนรอบข้างสนใจ” แพรวดาวพยักหน้าหงึกๆ ทาเคชิปล่อยมือปั้นหน้าขรึมกลบเกลื่อนความประหม่า “ผมมาเยี่ยมเพื่อนแถวนี้ คุณก็อยู่แถวนี้เหรอ”

แพรวดาวรับว่าใช่แล้วขอตัว ทาเคชิรั้งไว้ขอให้เธอช่วยเลือกซื้อของเยี่ยมเพื่อนที่ป่วยเป็นหวัด เธอจึงถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เขาตอบทันทีว่าผู้ชาย...แพรวดาวเลือกซื้อผลไม้เป็นของเยี่ยม ทาเคชิช่วยถือของที่เธอซื้อออกจากร้านมาด้วยกัน โดยอ้างว่าบ้านเพื่อนตนไปทางเดียวกับเธอ

ทาเคชิให้แพรวดาวเรียกชื่อตนแทนคำว่าโอะนิซึกะ แล้วชมว่านักเรียนไทยคงเก่งเหมือนเธอทุกคน หญิงสาวแย้งว่าเป็นความโชคดีของตนมากกว่าที่ได้ทุน ทั้งที่พ่อคัดค้านไม่ให้มา แต่อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยพูดให้ ทาเคชิดีใจเพราะมันทำให้ตนได้เจอกับเธอ แพรวดาวฟังแล้วอึ้งๆ ก่อนจะหยุดเดินแล้วบอกเขาว่าถึงบ้านตนแล้ว ทาเคชิยิ้มๆส่งของให้เธอแล้วยืนมอง แพรวดาวรู้สึกใจสั่นรีบเข้าบ้านเตือนตัวเองว่า เราอยู่คนละสังคมกัน เขาไม่มีทางชอบผู้หญิงต่างชาติ

ด้านทาเคชิเดินกลับด้วยหัวใจเบ่งบาน เผลอเอามือที่แตะปากเธอมาแตะปากตัวเอง ริวขับรถตามมารอรับ แปลกใจว่าเป็นอะไร ทาเคชิเอามือลงเขินๆ เปรยว่า “เซโกะเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก ได้อยู่ใกล้แล้วมีความสุข”...ริวหัวเราะขำที่ทาเคชิเป็นเอามาก

ค่ำนั้น บนโต๊ะอาหาร อิจิโร่ประกาศความดีใจแก่คนในครอบครัวว่า ตนจะได้เป็นปู่เพราะคุมิโกะตั้งท้อง และอีกเรื่องที่จะประกาศคือ ได้ทาบทามมายูมิ...ลูกสาวคนโตของฮิโระ ทากาฮาชิไว้ให้ริวแล้ว และสาธยายว่า มายูมิเพิ่งจบมัธยมปลาย เป็นเด็กสาวที่มีความเฉลียวฉลาด เรียนเก่ง เป็นประธานนักเรียนสามปีซ้อน และยังเก่งกีฬาเคนโด้อีกด้วย ตนจะจัดการหมั้นให้พร้อมกับคู่ของทาเคชิ เพราะทากาฮาชิไม่ยอมขายกิจการเดินเรือให้ แต่ถ้าเป็นทองแผ่นเดียวกัน คงพูดง่ายขึ้น ริวสีหน้าไม่ค่อยพอใจเพราะไม่ชอบวิธีคลุมถุงชนแบบนี้

ooooooo

รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด