ตอนที่ 9
ชวนชื่นกำลังเลือกแหวนเพชรโดยมีนพนั่งดูอยู่ใกล้ๆ เห็นชนกเดินเข้ามาร้องทักด้วยความแปลกใจทำไมถึงกลับเร็วนักไหนว่าจะไปซื้อของแล้วจะเลยไปกินข้าวเย็นกันต่อ เขาเล่าให้ฟังว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย รถโดนชนท้ายทำให้ต้องยกเลิกแผนการทั้งหมด ยอดธิดาเห็นว่าฤกษ์ไม่ดีเลยขอกลับบ้านก่อน
“ท่าทางเป็นคนสมัยใหม่ เชื่อเรื่องฤกษ์ผานาทีด้วยเหรอ”
ชนกคิดเหมือนพ่อเพราะคบกันมาตั้งนานไม่เคยรู้มาก่อน แต่ดูเธอไม่ค่อยจะโอเคเท่าไรก็เลยไม่อยากขัด นพอยากรู้ว่าคู่กรณีรับผิดชอบเราหรือเปล่า หวังว่าไม่ใช่ชนแล้วหนี เขาเล่าว่าคู่กรณีรู้จักกับเสี่ยย้ง แถมสนิทกันมากด้วยก็เลยไม่มีปัญหาแล้วหยิบนามบัตรของคู่กรณีส่งให้พ่อดู
“ลือศักดิ์ เกียรติสกุลไพศาล! พ่อเคยได้ยินชื่อนี้ เสี่ยลือศักดิ์เป็นเจ้าของธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง แต่เขามีคนใหญ่คนโตหนุนหลังอยู่ เลยไม่มีใครทำอะไรได้ คนไหนที่ติดหนี้พนันเสี่ยแต่มีลูกสาวสวยก็มักจะถูกเจ้าเสี่ยคนนี้บังคับเอาตัวมาขัดดอก”
“ตายจริงแล้วป๋าของหนูยอดไปรู้จักกับคนแบบนี้ได้อย่างไร” ชวนชื่นมองลูกชายด้วยความเป็นห่วง...
ดึกแล้วหม่อมชุลียังนอนไม่หลับ ลืมตามองชนนีที่นอนหนุนแขนตัวเองฟุบอยู่ข้างๆเตียงสีหน้าสะใจ
“ต่อให้แกรอทั้งคืน นังอบสวาทก็ไม่มีวันปล่อยผัวของมันกลับมาหาแกแน่” พึมพำจบหม่อมชุลีเรียกชนนีให้ตื่น บอกให้ไปนอนได้แล้ว คืนนี้ตนดีขึ้นมาก
ไม่ต้องมานอนเฝ้า ชนนีเหลือบมองนาฬิกาติดผนังเห็นบอกเวลาสี่ทุ่ม หม่อมชุลีพอจะเดาความคิดเธอออก รีบบอกว่าดึกป่านนี้หริพันธ์คงไม่กลับแล้ว
“แต่ถ้าคุณชายจะค้างที่หัวหินก็น่าจะโทร.มาบอกนะคะ”
“นั่นสิ หรือว่ามัวแต่ดีใจที่ได้เจอแม่อบสวาท คู่นี้เขาสนิทสนมกันมาก คงมัวแต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเพลินจนลืมไปก็ได้ คราวที่กลับมาจากเมืองฝรั่งไง สองคนนั่นคุยกันเกือบสว่างเชียวนะ ไม่รู้ว่ามีอะไรคุยกันนักหนา” หม่อมชุลีทำเป็นเล่าไปเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไรแต่ใจจริงแล้วต้องการจะเลื่อยข้างเตียงชนนี
ooooooo
คำพูดของหม่อมชุลีทำเอาชนนีนอนไม่หลับต้องลงไปเดินรับลมที่สวนข้างตึก เห็นวรรศิกาใช้ไฟฉายส่องหาอะไรบางอย่างไปตามพื้นสนาม ปรี่เข้าไปถามว่าหาอะไรอยู่ เธอกำลังหาสร้อยรูปหัวใจ สงสัยจะไม่ได้ตกอยู่แถวนี้เพราะหามาหลายครั้งแล้ว ชนนีสงสัยคงราคาแพงมากเป็นเพชรหรือว่าทอง
“แค่สร้อยเงินธรรมดาค่ะ”
ชนนีตั้งข้อสังเกตในเมื่อวรรศิกามาหาหลายครั้งแล้ว แสดงว่าสร้อยเส้นนี้ต้องมีความสำคัญกับเธอมาก วรรศิกายอมรับว่าใช่ แล้วนึกขึ้นได้ถามชนนีว่าลงมาเดินเล่นทำไมหรือจะรอหริพันธ์กลับ เธอบอกเสียงอ่อยว่าเขาคงไม่กลับมาแล้ว วรรศิกาแปลกใจถ้าหริพันธ์ไม่กลับวังก็น่าจะโทร.มาบอก
“คุณป้าท่านว่าพี่ชายอาจจะคุยกับคุณอบสวาทเพลิน จนลืมโทร.มาบอกน่ะค่ะ คุณอบสวาทกับพี่ชายสนิทสนมกันมากใช่ไหมคะ” ชนนีมองวรรศิกาอย่างรอคำตอบ...
หลังจากเรียบเรียงคำพูดเรียบร้อย วรรศิกาก็เริ่มเล่าเรื่องอบสวาทให้ชนนีฟังว่าเป็นคนดูแลหริพันธ์ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆของเขา สมัยนั้นเขายังไม่ได้ไปเรียนที่อังกฤษด้วยซ้ำ หริพันธ์คิดกับเธอเหมือนพี่สาวคนหนึ่งเพราะเธอแก่กว่าเขาหลายปี พอความกังวลคลายลงความง่วงเริ่มเข้าครอบงำ ชนนีหาวทันที วรรศิกาแนะให้เข้านอนได้แล้ว นี่ดึกมากแล้ว
“ก็ดีค่ะ ฉันก็รู้สึกเหมือนตาจะปิดอยู่แล้ว”...
หม่อมชุลีแง้มประตูห้องแอบมองมาที่ทางเดินเห็นชนนีเดินผ่านหน้าไปยังห้องหอก็ยิ้มสะใจ
“กระวนกระวายใจจนต้องไปเดินพล่านอยู่ข้างล่างเลยรึ ต่อให้แกเดินทั้งวัง คืนนี้แกก็คงนอนไม่หลับแน่ ฉันจะทำให้แกต้องทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัสเลยนังชนนี”
ooooooo
เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่หม่อมชุลีหวัง ชนนีนอนหลับสบายจนตื่นสาย แถมสีหน้าสดชื่นแจ่มใสไม่มีวี่แววของคนอดหลับอดนอน เธอชวนหม่อมชุลีไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ระเบียงบ้าน
ท่าทางสดใสร่าเริงของชนนีทำให้หม่อมโรคจิตหมั่นไส้ เสมองไปที่ต้นมะม่วงต้นใหญ่ข้างวังซึ่งออกลูกเต็มต้นก็คิดแผนร้ายขึ้นมาได้ ออกอุบายว่าอยากจะกินมะม่วงน้ำปลาหวาน ครั้นจะรอให้ล้วนกลับจากตลาดมาเก็บให้ก็ไม่ทันใจเพราะกินยาเข้าไปขมคอมาก สารีบออกตัวว่าต้นมะม่วงสูงมากปีนไม่ไหว ชนนีอยากเอาใจก็เลยอาสาจะเก็บให้ เข้าทางหม่อมชุลีทันที แอบแช่งให้เธอตกต้นมะม่วงแข้งขาหัก
วรรศิกาเห็นชนนีกำลังจะปีนต้นมะม่วงรีบเข้าไปจับตัวไว้ ขอร้องให้รอล้วนกลับจากตลาดก่อน เธอกลับคุยว่าสูงแค่นี้ปีนได้สบายมาก วรรศิกาพยายามรั้งตัวไว้ แต่เหลือบเห็นหม่อมแม่มองอย่างไม่พอใจมาจากระเบียง ก็รีบปล่อยมือ ชนนีปีนต้นมะม่วงได้อย่างคล่องแคล่วเด็ดลูกมะม่วงทิ้งลงพื้นจนได้จำนวนที่พอใจ ถึงได้ปีนลงมา วรรศิกายิ้มโล่งอกที่เธอปลอดภัย ขณะที่หม่อมชุลีทุบราวระเบียงขบกรามแน่น
“นังชวนชื่นมันเลี้ยงลูกประสาอะไร ถึงได้ปีนต้นไม้คล่องแคล่วราวกับเป็นลิงเป็นค่าง เจ็บใจนัก”...
ในเวลาต่อมา ชนนีเห็นมะม่วงแต่ละชิ้นที่วรรศิกาแกะสลักเป็นรูปใบไม้สวยงามถึงกับชมไม่หยุดปากว่าสวยอย่างนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าฝีมือชาววัง
“หม่อมแม่เป็นคนพิถีพิถันค่ะ ท่านสอนเสมอว่าจะรับประทานอะไรควรได้ทั้งรสปากและรสตา”
“ฉันคงต้องเรียนรู้อีกเยอะเชียวค่ะ คุณหญิงต้องช่วยสอนด้วยนะคะ ฉันอยากทำให้ถูกใจคุณป้า”
ระหว่างนั้น สาเข้ามาแจ้งว่าหม่อมชุลีเรียกหาวรรศิกาแล้วหันไปทางชนนี “หม่อมท่านบอกให้คุณชนนีรับอาหารเช้าให้เรียบร้อยก่อนค่อยเข้าไปดูแลท่านค่ะ อิฉันเตรียมไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว”
วรรศิกามองจานมะม่วงที่จัดเสร็จเรียบร้อย ไม่รู้ว่าจะโดนหม่อมแม่เล่นงานอะไรอีก เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจอุตส่าห์แกะสลักมะม่วงน้ำปลาหวานอย่างสวยงามเอาไปให้ กลับถูกหม่อมชุลีปัดจานใส่น้ำปลาหวานหกเลอะเสื้อผ้าไปหมด เป็นรางวัลในความสาระแนของเธอที่คิดจะทำตัวเป็นไม้กันหมาคอยช่วยเหลือนังชนนี แล้วเข้าไปตบซ้ำจนเซถลา ชนนีเปิดประตูเข้ามาพอดี ช่วยประคองเธอไว้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“หญิงสะดุดขาตัวเองล้มน่ะค่ะ” วรรศิกาไม่กล้าเล่าความจริงเนื่องจากไม่อยากมีปัญหา
“กะเล่อกะล่าแบบนี้ไง ฉันถึงไม่ค่อยอยากจะเรียกใช้” หม่อมชุลีได้ทีซ้ำเติม ชนนีเสนอตัวจะไปเอามะม่วงน้ำปลาหวานมาให้ท่านใหม่แล้วบอกให้วรรศิกาไปล้างเนื้อล้างตัว หม่อมชุลีหมดอารมณ์จะกิน
“ล้างเนื้อล้างตัวแล้วไปเอาผ้าสีเขียวตองอ่อนมาเย็บเป็นผ้าคลุมเตียงผืนใหม่ให้ชายหริด้วย”
ชนนีอาสาจะช่วยวรรศิกาอีกแรงหนึ่ง อยากทำ อะไรให้หริพันธ์บ้าง เรื่องปักผ้าตนไม่ค่อยถนัดแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด หม่อมชุลีสบช่องที่จะกลั่นแกล้งชนนี สั่งให้วรรศิกาไปซื้อไหมปักผ้าที่พาหุรัดมาเพิ่ม ส่วนท่านจะสอนชนนีเอง วรรศิกามองหม่อมแม่อย่างรู้ทันว่าจะหาเรื่องกลั่นแกล้งสะใภ้ตัวเองอีก...
ณ เรือนครัว สาเร่งกินข้าวให้เสร็จๆกลัววรรศิกาจะรอนานจนเจียนต้องเตือนให้ช้าๆลงหน่อย เดี๋ยว
ติดคอตาย คุณหญิงรอเธอได้อยู่แล้ว สาไม่วายนินทาเจ้านาย ตั้งแต่ชนนีมาอยู่ที่วัง หม่อมชุลีชอบทำอะไรแปลกๆ อย่างแรกก็คืออยู่ๆอยากกินอาหารฝรั่ง ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยโปรด อย่างที่สอง ต้นมะม่วงข้างวังต้นนั้น ออกลูกมากี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว มีแต่ล้วนที่ปีนเก็บมาให้พวกเรากิน อยู่ๆวันนี้ท่านเกิดอยากกินมะม่วงขึ้นมา เจียนตั้งข้อสังเกตท่านไม่สบายเลยขมปาก ทำให้อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ แล้วตำหนิสาที่ไปจับผิดท่าน
“อ้าว อย่างวันนี้ล่ะ อยู่ๆก็จะทำผ้าคลุมเตียงให้คุณชาย ปกติท่านไม่เคยยุ่งเรื่องพวกนี้”
“ก็จริงนะ ท่านยกหน้าที่ให้คุณอบสวาทดูแลหมดแล้วนี่”
“ใช่ คุณชนนีก็เลยอาสาจะทำให้ ท่านก็เลยจะให้ปักผ้าอีก ดูๆไปเหมือนท่านจะแกล้งคุณชนนียังไงก็ไม่รู้”
เจียนเตือนให้สาระวังปาก เกิดรู้ถึงหูหม่อมชุลีจะต้องเป็นเรื่องแน่ สาจะนินทาอีกแต่วรรศิกาเข้ามาตามเสียก่อน เจียนทักว่าเธอยังไม่กินอะไรตั้งแต่เช้าน่าจะกินสักหน่อย เธอยังไม่หิว ขอไปซื้อของก่อน
“ถ้ากลับมาช้า กว่าคุณชนนีจะทำเสร็จคงจะดึก ปักผ้าไม่ใช่งานง่ายๆนะจ๊ะแม่เจียน” ว่าแล้ววรรศิกา เดินออกไปกับสา เจียนเริ่มจะสงสัยว่าหม่อมชุลีจะจงใจกลั่นแกล้งชนนีอย่างที่สาว่า...
คนที่เจียนแอบนินทาเห็นชนนีเย็บผ้าคลุมเตียงท่าทางเก้ๆกังๆ แอบยิ้มเยาะ แต่พอเธอเงยหน้ามอง ท่านเปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนโยนแถมชมอีกต่างหากว่าเย็บผ้าได้ไม่เลว
ooooooo
ที่พาหุรัด วรรศิกาเริ่มงงว่าร้านขายไหมปักผ้า อยู่ซอยไหนกันแน่ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เธอตัดสินใจแยกกันหากับสา หากใครเจอร้านก่อนก็ให้ซื้อไหมได้เลย จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา ไหมที่ใช้ก็แค่สีเขียวก้านมะลิกับสีขาว ส่วนสีอื่นยังพอมีอยู่
สารับคำ เดินย้อนไปต้นซอย ขณะที่วรรศิกาลัดเลาะไปอีกทางหนึ่ง
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ยอดธิดาเดินคล้องแขนชนกเลือกดูผ้าอย่างมีความสุข พอเจอชิ้นที่ถูกใจถลาเข้าซื้อ เขายืนรออยู่หน้าร้านกวาดตามองไปเรื่อยเปื่อย แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นวรรศิกาเดินอยู่เบื้องหน้าเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง พอหันมาเจอเขาจ้องอยู่ต่างฝ่ายต่างนิ่งอึ้ง ยอดธิดาเดินมาคล้องแขนชนก เห็นวรรศิกายืนอยู่ก็ร้องทักอย่างจำได้
“ดีใจจังค่ะที่เจอคุณหญิง ฉันกับนกมาซื้อผ้าและก็ของใช้อีกหลายอย่างเพื่อเตรียมไว้ในงานแต่งงานของเราค่ะ” ยอดธิดาเห็นอีกฝ่ายอึ้งไป ก็เพิ่มเติมว่า “นกคงยังไม่ได้บอกคุณหญิงใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ถือโอกาสบอกคุณหญิงแล้วก็ขอเชิญไปในงานแต่งงานของเราด้วยนะคะ”
วรรศิกาใจหายวูบแต่ฝืนทำสีหน้าเป็นปกติ ขอบคุณยอดธิดาที่เชิญไปร่วมงาน แต่เธอคงยังรับปากไม่ได้เพราะต้องขออนุญาตหม่อมแม่ก่อน ยอดธิดาแค่อยากบอกให้เธอรับรู้ไว้เท่านั้น ถ้าเธอมางานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แล้วขอตัวไปเดินดูของต่อ แต่ไม่วายหันมามองว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองกับวรรศิกา ทั้งคู่มองกันนิ่งๆสักพัก ชนกเป็นคนเอ่ยปากขึ้นก่อนว่าน้องสาวของเขาจะกลับจากหัวหินเมื่อไหร่ วรรศิกาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร เป็นจังหวะเดียวกับสาเดินเข้ามาพร้อมกับชูถุงไหมปักผ้า ในมืออย่างดีใจ
“ซื้อไหมได้แล้วค่ะคุณหญิง อ้าว...สวัสดีค่ะคุณชนก” สายกมือไหว้ทักทาย ชนกถามวรรศิกาซ้ำอีกว่าชนนีกลับจากหัวหินวันไหน สาชิงตอบคำถามแทนว่าเธอไม่ได้ไปหัวหิน หริพันธ์ไปที่นั่นคนเดียว ชนกมองวรรศิกาไม่พอใจแล้วจะหันไปถามสาอีก แต่วรรศิการีบตัดบทเสียก่อน
“ไปกันเถอะสาเดี๋ยวลุงล้วนจะรอแย่...ขอตัวก่อนนะคะคุณชนก” วรรศิกาว่าแล้วรีบลากตัวสาไป ชนกมอง ตามครุ่นคิดสงสัย เกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของตนกันแน่...
ยอดธิดาสงสัยชนกกับวรรศิกาต้องมีอะไรไม่ชอบมา พากล แกล้งถามว่าทำไมวรรศิกาถึงกลับเร็วนักเขาน่าจะชวนเธอคุยก่อน เขาไม่รู้จะคุยอะไรด้วยเนื่องจากไม่ค่อยสนิทสนมกับเธอ ยอดธิดาถึงบางอ้อทันทีที่แท้ก็ไม่สนิทกันนี่เอง เธอถึงไม่ยินดียินร้ายตอนเราบอกว่าจะแต่งงานกัน
“แต่ก็ดีกว่าที่เธอจะแสดงท่าทางเสียใจเพราะ
ไม่อย่างนั้น ยอดต้องคิดว่าคุณหญิงแอบชอบนกแน่ นี่ก็หมายความว่าเธอไม่ได้สนใจนกเลย เฮ้อ...ค่อยโล่งอกหน่อย”
ชนกหน้าตึงลืมตัวเสียงห้วนขึ้นมาทันที “เธอไม่สนใจผมแน่เพราะผมไม่ใช่ผู้ชายในสเปกของเธอ นี่เราจะมาพูดถึงคนอื่นทำไม ผมชักจะหิวแล้ว เรากลับเถอะ” ชนกหงุดหงิดไม่เลิกทำให้ยอดธิดาสงสัยมากขึ้น
ooooooo
ที่โต๊ะสนามบ้านกรกตพงษ์ ชวนชื่นรู้จากยอดธิดาว่าเจอวรรศิกาที่พาหุรัด จึงหันไปถามลูกชาย ว่าคุณหญิงพูดอะไรถึงชนนีบ้างหรือเปล่า ท่านกำลังอยากรู้ข่าวคราวของเธอ ตกลงเธอไปเที่ยวหัวหินกับคุณชายใช่ไหม ชนกรับคำไม่เต็มปากนัก
“แล้วน้องส่งข่าวมาที่วังบ้างหรือเปล่าจะกลับเมื่อไร”
“ไหนแม่บอกพ่อว่าไม่ต้องห่วงยัยชะนี แต่ผมว่าแม่ดูจะห่วงมากกว่าพ่ออีกนะครับ ผมเจอคุณหญิงเดี๋ยวเดียว แค่ทักทายกันไม่ได้คุยอะไรมาก”
ชวนชื่นหัวเราะเก้อๆ ขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อย แล้วหันไปชวนยอดธิดาอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อน จากนั้นพากันเดินเข้าบ้าน ชนกถอนใจโล่งอกที่แม่ไม่ติดใจสงสัยอะไร ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ต้องห่วงยัยชะนีนะครับแม่ พรุ่งนี้ผมจะไปที่วังดูให้เห็นกับตาว่าทำไมยัยชะนีถึงไม่ได้ไปหัวหิน ใครคิดจะแกล้งยัยชะนีผมเอาเรื่องแน่”...
ที่ห้องนอนของหม่อมชุลี วรรศิกาปักลายช่อดอกมะลิช่อหนึ่งที่มุมผ้าคลุมเตียงอย่างชำนาญ โดยมีชนนีนั่งมองอย่างทึ่งๆ พอปักเสร็จเธอส่งให้หม่อมแม่ดู ท่านชมว่าใช้ได้ แล้วหันไปถามชนนีว่าพอจะทำได้ไหม ค่อยๆปักตามลายที่วาดไว้ ลายแบบนี้หริพันธ์ชอบมาก เธอได้ยินอย่างนั้นก็รับปากจะพยายามทำให้ดีที่สุด แล้วลงมือปักผ้าด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ หม่อมชุลีเห็นวรรศิกามองเธออย่างเห็นใจ จัดแจงไล่มีอะไรจะทำก็ไปทำ
วรรศิกาจำต้องถอยออกมา ครั้นเดินผ่านโทรศัพท์ ตัดสินใจโทร.หาหริพันธ์ซึ่งอยู่ที่หัวหินหวังจะให้รีบกลับมาช่วยชนนี โชคไม่ดีที่อบสวาทเป็นคนรับสาย เธอจึงไม่กล้าพูดอะไรรีบวางหูทันที อบสวาทไม่พอใจที่มีคนโทร.มาแล้วไม่พูด กระแทกหูโทรศัพท์โครม แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้
“หรือว่านังชนนีมันโทร.มาตามคุณชาย” คิดได้ดังนั้นอบสวาทรีบดึงสายสัญญาณออก
หริพันธ์เจอเธอก้มๆเงยๆอยู่แถวโทรศัพท์ถามว่า ทำอะไรอยู่ เธอโกหกหน้าตายว่าทำความสะอาด เขาเห็นเธออาการดีขึ้น ชวนกลับวังอโยธยา เนื่องจากเป็นห่วงหม่อมแม่ รับปากจะขับรถช้าๆไม่ให้กระเทือนแผลผ่าตัด อบสวาทเองก็เป็นห่วงหม่อมชุลีอยากจะกลับเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ แต่ตัวเองยังเจ็บแผลอยู่ กลัวว่านั่งรถนานแผลเกิดปริขึ้นมาอีกจะยุ่ง หริพันธ์หลงเชื่อคำโกหกยอมอยู่ที่นี่ต่อไป...
ฝ่ายวรรศิการู้จากเจียนว่าชนนียังปักผ้าอยู่ในห้องของหม่อมชุลีเห็นว่าจะปักให้เสร็จคืนนี้เลยก็สงสารเธอมาก คิดหาทางช่วยเหลือ...
ทางด้านชนนีเห็นดึกแล้วกลัวไฟจะแยงตา
หม่อมชุลีหากยังนั่งปักผ้าในห้องของท่าน จึงขออนุญาตเอาผ้าไปปักต่อที่ห้องตัวเอง แล้วเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดใส่กล่องเดินหาวออกไป หม่อมชุลีมองตามยิ้มสะใจ
“ฉันจะไม่มีวันให้แกได้นั่งๆนอนๆอยู่ในวังนี้อย่างสุขสบายหรอกนังชนนี”...
ขณะที่ชนนีไม่รู้ตัวว่าถูกหม่อมชุลีกลั่นแกล้ง
ทาเคชิซึ่งอยู่ที่หัวหินยังทำใจให้ลืมอบสวาทไม่ได้ เดินเมาเอนอยู่ริมหาดมองไปทางบ้านพักของหริพันธ์สีหน้าเศร้าสร้อย
“คุณคงลืมทุกอย่างหมดแล้ว ป่านนี้คุณคงหลับอยู่ในอ้อมแขนผู้ชายที่คุณรักมากที่สุด” พูดจบทาเคชิทรุดลงนั่งแปะกับพื้นทราย ร้องไห้แทบขาดใจตาย...
ดึกมากแล้วตอนที่วรรศิกาย่องเข้ามาในห้องของหริพันธ์เห็นชนนีนอนหลับฟุบคาผ้าคลุมเตียงมือยังถือเข็มปักผ้าอยู่ เธอค่อยๆหยิบเข็มออก มองลายที่ยังไม่ได้ปักด้วยความสงสาร
ooooooo
เสียงเคาะประตูเรียกของสาทำให้ชนนีสะดุ้งตื่น เห็นฟ้าสว่างก็ตกใจ ก้มมองผ้าคลุมเตียงในมือแล้วต้องประหลาดใจที่ผ้าปักเสร็จเรียบร้อย พึมพำกับตัวเอง นี่เราทำเสร็จตอนไหน แล้วเผลอหลับไปตั้งแต่
เมื่อไหร่ เสียงสาเคาะประตูเรียกอีกครั้งว่าตื่นหรือยัง คุณชนกมาหา เธอดีใจมากร้องบอกว่าตื่นแล้วๆรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ
ครู่ต่อมา ชนนีลงมาหาชนกที่ห้องรับแขก เขาเห็นใบหน้าของน้องสาวชัดๆก็ร้องเอะอะ ทำไมถึงดูอิดโรย ขอบตาคล้ำเหมือนอดนอนมาทั้งคืนแบบนี้ เธอหัวเราะก่อนจะบอกว่ามัวแต่ปักผ้าอยู่
“ทำไมน้องต้องมาทำงานแบบนี้ ใครใช้ให้ทำ”
ชนนียังไม่ทันจะตอบคำถามของพี่ชาย สาเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าหม่อมชุลีเรียกหา เขาบอกให้เธอไปพบคุณป้าก่อน เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน เขามีเรื่องอยากคุยด้วยมากมาย ชนนีพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินตามสาไป
ชนกอดคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ตอนที่เจอวรรศิกาไปซื้อไหมปักผ้ากับสาไม่ได้ พาลคิดว่าเป็นฝีมือของเธอ รีบตามหาเธอจนเจอ ต่อว่ายกใหญ่ทำไมต้องกลั่นแกล้งน้องสาวของเขาด้วย วรรศิกาไม่อยากทะเลาะด้วยหันหลังจะเดินหนี เขากระชากแขนไว้ ต่อว่าอีกครั้งที่เธอแกล้งให้ชนนีปักผ้าจนไม่ได้หลับได้นอน
“คุณชนนีบอกคุณว่าฉันสั่งให้เธอทำหรือคะ”
“ถึงไม่บอกผมก็รู้”
“คิดเองเออเองแล้วมาพาลคนอื่น คุณนี่มันบัวใต้น้ำจริงๆ” ด่าจบวรรศิกาหัวเราะเยาะใส่หน้าซ้ำ ชนกโกรธมากดึงเธอเข้ามาจะจูบ ด้วยความอ่อนเพลียที่ช่วยชนนีปักผ้าทั้งคืน ผสมกับความตกใจทำให้วรรศิกาเป็นลมล้มพับ ชนกรีบประคองเธอไว้ทัน ไม่นานนักเขาอุ้มเธอมาที่เรือนครัว สากับเจียนกำลังเตรียมอาหารอยู่พากันตกใจรีบเลื่อนข้าวของเพื่อให้เขาวางเธอลง เจียนสั่งให้สานวดแขนนวดขาให้เธอ ส่วนตนจะไปละลายยาหอมมาให้ ชนกเห็นเธอนอนไม่ไหวติงชักใจไม่ดี
“ผมว่าพาคุณหญิงไปหาหมอดีกว่าไหมครับ ทำไมถึงนอนนิ่งแบบนี้ จะเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คงเป็นลมเพราะอดนอน เมื่อเช้าอิฉันเจอคุณหญิงเพิ่งออกจากห้องคุณชนนี หน้าตาท่าทางเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน” สารายงานเป็นฉากๆ ชนกยิ่ง เข้าใจวรรศิกาผิดมากขึ้นไปอีก ลุกออกไปหน้าตาเฉย สวนกับเจียนที่ถือแก้วใส่ยาหอม เธอคิดว่าเขามาตาม รีบบอกว่าได้ยาหอมมาแล้วไม่ต้องใจร้อน
“ผมไม่ได้มาตามแม่เจียน ผมจะไปหาชนนีครับ ถ้าคุณหญิงฟื้นเมื่อไร ผมฝากบอกเธอด้วยว่าผมชอบสุภาษิตนี้มาก ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” สั่งเสร็จ ชนกเดินลิ่วออกไป เจียนได้แต่มองตามงงๆ...
หม่อมชุลีเห็นผ้าปักที่ชนนีเอาให้ดูก็จำได้ทันทีว่าเป็นฝีมือปักของวรรศิกา พาลคิดว่าสองคนนี่รวมหัวกันหลอกตนเอง จ้องเธอเขม็ง ชนนีอยากจะสารภาพความจริงแต่เห็นสีหน้าของหม่อมชุลีแล้วไม่กล้าพูด เสบอกว่าชนกมา ท่านจะให้ขึ้นมาพบที่ห้องหรือเปล่า หม่อมชุลีเสียงแข็งใส่
“อย่าดีกว่า พ่อชนกคงจะมาเยี่ยมเธอ อีกอย่าง
ฉันไม่ชอบต้อนรับใครบนห้องนอน เธอลงไปคุยกับพี่ชายเธอเถอะ ฉันอยากพักผ่อน” หม่อมชุลีมองตามชนนีที่เดินออกจากห้องอย่างเคืองแค้น ก่อนจะพึมพำเบาๆ
“สันดานเดียวกับพ่อแม่แกไม่มีผิด ตลบตะแลงโกหกหน้าด้านๆ รอให้พี่ชายแกกลับไปก่อนเถอะ”
ooooooo
ชนกคาดคั้นให้ชนนีบอกมาว่าวรรศิกาแกล้งเธอไม่ให้หลับไม่ให้นอน ถึงขนาดไปนั่งเฝ้าเธอทั้งคืนเพื่อให้ปักผ้าให้เสร็จใช่ไหม ชนนีสงสัยใครกันที่บอกเขาว่าวรรศิกาอยู่กับเธอในห้องนอน
“สาบอกพี่ว่าเห็นคุณหญิงเพิ่งออกมาจากห้องเธอตอนเช้า”
“ที่แท้คนที่ช่วยน้องปักผ้าจนเสร็จก็คือคุณหญิงนั่นเอง สงสัยอยู่แล้วเชียว” ชนนีเห็นชนกทำหน้างง จึงเล่าให้ฟังว่าตนอาสาปักผ้าคลุมเตียงให้หริพันธ์ แต่ตัวเองไม่ถนัดเรื่องนี้ก็เลยทำได้ช้า แล้วเผลอหลับไปแต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีผ้าปักเสร็จแล้ว ยังคิดอยู่เลยว่า ใครเป็นคนช่วยที่แท้ก็เป็นวรรศิกานี่เองแล้วบอกเขาไม่ต้องกลัวว่าเธอจะแกล้งอะไรตน ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด และคอยช่วยสอนตนทุกอย่าง เธอดีกับตนมาก
เขายังไม่ปักใจเชื่อ ถามถึงเรื่องที่น้องไม่ได้ไปหัวหินกับหริพันธ์ ได้ความว่าชนนีขออยู่ดูแลหม่อมชุลี ส่วนหริพันธ์ก็ไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปรับอบสวาทกลับมาที่นี่ ชนกรู้สึกผิดที่พาลหาเรื่องวรรศิกา...
ไม่นานนัก คนที่ชนกนึกถึงก็ฟื้นคืนสติ เจียนรีบไล่สาขึ้นไปรอรับใช้หม่อมชุลี เกิดเรียกหาใครไม่เจอจะโดนเล่นงานเอาได้ วรรศิกามองตามสาแล้วหันมาเห็นเจียนทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดด้วยก็ร้องทัก มีอะไรหรือเปล่า
“เออ...คุณชนกเธอสั่งให้อิฉันบอกคุณหญิงว่า เธอชอบสุภาษิตที่ว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวค่ะ”
วรรศิกาถึงกับน้ำตาซึม ต้องกะพริบตาถี่เพื่อให้มันไหลกลับ...
ขณะที่วรรศิกาเสียใจที่ถูกชนกหาเรื่องไม่เลิกไม่แล้ว หริพันธ์ซึ่งอยู่ที่หัวหินออกมาเดินเล่นที่ชายหาดกับอบสวาท เจอทาเคชิหลับฟุบอยู่ที่พื้นจะเข้าไปดู แต่เธอดึงตัวไว้ชวนกลับบ้านพัก หริพันธ์ไม่สบายใจ หากปล่อยไว้แบบนี้เขาอาจตายได้ แล้วเข้าไปเขย่าให้รู้สึกตัว ทาเคชิเห็นอบสวาทก็ดีใจมาก แต่เธอกลับไม่อยากเสวนาด้วยดึงหริพันธ์ออกห่าง ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอะไรแค่เมาหลับไปเท่านั้นเราก็ควรไปกันได้แล้ว
“คุณใจร้ายมาก ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปหาผู้ชายที่เขาแต่งงานแล้ว เพราะอะไรคุณอบสวาทเพราะอะไร” ทาเคชิตะโกนไล่หลัง หริพันธ์หันมองเขาแล้วมอง
อบสวาทสีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม ครั้นถึงบ้านพัก หริพันธ์ ซักอบสวาทเป็นการใหญ่ สนิทกับทาเคชิมากหรือถึงได้เอาเรื่องของตนไปเล่าให้เขาฟัง เธอยอมรับว่าเล่าให้เขาฟังจริง เพราะอยากให้เขารู้ว่าเธอรักหริพันธ์แค่ไหน ต่อให้แต่งงานไปแล้วเธอก็จะซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อหริพันธ์คนเดียว เขาจะได้ตัดใจจากเธอ แต่เธอนึกไม่ถึงว่าเขาจะรักเธอมากมายขนาดนี้
“พี่คิดว่าพี่คงต้องรีบกลับพระนครแล้วล่ะค่ะ เขาจะได้ลืมพี่ไปเสียที”
หริพันธ์มัวแต่ดีใจที่จะได้กลับวังอโยธยา จึงไม่สนใจไต่ถามเรื่องทาเคชิอีก...
วรรศิกาโดนหม่อมชุลีเล่นงานเรื่องที่ช่วยชนนีปักผ้าจนเสร็จทั้งที่ห้ามปรามไว้แล้ว ท่านจึงลงโทษเธอให้ปักผ้าม่านในวังใหม่ทั้งหมด และต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยไม่อย่างนั้นจะถูกทำโทษ เธอรับคำแล้วลุกออกมาเจอชนนียืนอยู่หน้าประตูห้อง ถามว่าทำไมคุณป้าถึงห้ามไม่ให้เธอช่วยเหลือตน เธอกลัวหม่อมแม่จะได้ยินรีบจูงมือชนนีไปยังท่าน้ำ แต่งเรื่องว่าหม่อมแม่รู้ว่าผ้าผืนนี้ชนนีตั้งใจทำให้หริพันธ์ก็เลยอยากให้เป็นฝีมือเธอ
คนเดียว ตนเองลืมนึกไป ต้องขอโทษเธอด้วยที่เข้าไปช่วยโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ชนนีจับมือวรรศิกาไว้
“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ ฉันเสียอีกที่ต้อง ขอบคุณและขอโทษคุณหญิง คุณหญิงอุตส่าห์หวังดี
ช่วยฉัน แต่ฉันกลับทำให้คุณหญิงโดนคุณป้าดุและยังโดนทำโทษอีกด้วย” ชนนีหยุดคิดไปอึดใจ แล้วเสนอตัวจะช่วยวรรศิกาปักผ้า แต่จะแอบช่วยตอนที่หม่อมชุลีหลับ ถึงฝีมือไม่ดีแต่คงพอจะช่วยได้บ้าง
“ขอบคุณคุณชนนีมากค่ะ แต่หญิงกลัวว่าถ้าให้ คุณชนนีช่วยปักผ้า หญิงคงจะโดนดุมากกว่าได้รับคำชม” สองสาวพากันหัวเราะขำ ความรู้สึกดีต่อกันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ooooooo
เสี่ยย้งร้อนใจที่ผู้ใหญ่ทางฝ่ายชนกไม่เห็นมาทาบทามยอดธิดาเป็นเรื่องเป็นราวสักทีก็เลยบุกมาที่บ้านของฝ่ายชายเองเพื่อขอคุยเรื่องการแต่งงานของชนกกับยอดธิดา ชวนชื่นแก้ตัวว่า
“ดิฉันก็ตั้งใจว่าจะเอาดวงของทั้งสองคนไปให้ท่านพระครูดูฤกษ์ดูยามเสียก่อน แล้วก็จะชวนคุณนพไปสู่ขอหนูยอดให้ถูกต้องตามประเพณี”
เสี่ยย้งเอาดวงของทั้งคู่ไปดูฤกษ์มาเรียบร้อยแล้ว ได้ต้นเดือนหน้า นพมองหน้าชวนชื่นแล้วหันไปทักท้วงเสี่ยย้งทำไมถึงเร็วนัก เกรงว่าทั้งสองฝ่ายจะเตรียมตัว
กันไม่ทันโดยเฉพาะฝ่ายหญิง เสี่ยย้งมั่นใจทางเราเตรียมตัวทันแน่นอน แล้วทางชวนชื่นกับนพจะว่าอย่างไร จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า นพกับชวนชื่นมองลูกชายตัวเองเป็นทำนองให้เขาเป็นคนตัดสินใจ ยอดธิดากับเสี่ยย้งมองเขาอย่างลุ้นๆ
“ผมเองก็เป็นคนง่ายๆคิดว่าคงเตรียมตัวทัน ไม่น่ามีปัญหา”
สองพ่อลูกแทบจะโดดตัวลอยด้วยความดีใจที่แผนบีบให้ชนกแต่งงานเร็วๆสำเร็จด้วยดี...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ท่านหญิงนวลแวะมาเยี่ยมหม่อมชุลีที่วังอโยธยา เห็นฝีมือปักผ้าที่ทั้งประณีตและสวยงามของวรรศิกาก็เลยจะขอตัวไปช่วยงาน เนื่องจากท่านหญิงกำลังจะทำอาสนะไปถวายท่านพระครูที่วัด หาคนปักผ้าถูกใจยากมาก หม่อมชุลีพึมพำในใจ ถ้าวรรศิกาไม่อยู่สักคน ชนนีก็ไม่มีใครคอยช่วย คราวนี้จะได้เล่นงานมันให้หนัก คิดได้ดังนั้น จึงเรียนท่านหญิงนวลว่าเชิญเอาตัววรรศิกาไปใช้ได้ตามสบาย
“วันวันหนึ่งวรรศิกาก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วนั่งๆ นอนๆอยู่แต่ในวังให้ไปช่วยงานบุญของท่านน้าหญิงก็ดี เผื่อกุศลผลบุญจะได้ส่งให้ชาติหน้าไม่ต้องเกิดมาเป็นลูกขี้ข้าเหมือนชาตินี้”
ท่านหญิงนวลรู้ว่าหม่อมชุลีจงใจค่อนขอดวรรศิกาก็เลยเหน็บกลับไปบ้างว่าคนเราเลือกชาติกำเนิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้ บางคนชาติกำเนิดดีแต่จิตใจหรือการกระทำต่ำก็ถือว่าเสียชาติเกิดเปล่าๆ แล้วยิ้มให้หม่อมชุลีแบบเนียนๆ อีกฝ่ายยิ้มตอบแต่ในใจกลับคั่งแค้นอกแทบระเบิด...
หม่อมชุลีเดินแผนกลั่นแกล้งชนนีทันทีที่วรรศิกาออกไปกับท่านหญิงนวล โดยยกหน้าที่ปักผ้าม่านที่วรรศิกาทำค้างอยู่ให้ แทนที่ชนนีจะอิดออด กลับรับทำหน้าที่นี้อย่างกระตือรือร้น แถมขอบคุณท่านอีกต่างหากที่ให้โอกาส เธอรับปากจะพยายามปักผ้าให้ดีที่สุด หม่อมโรคจิตผิดหวังที่กลั่นแกล้งเธอไม่สำเร็จ
ooooooo
ชวนชื่นเห็นได้เวลาอาหารเย็นก็เลยชวนสองพ่อลูกอยู่ร่วมโต๊ะด้วย ออกตัวว่ามีแต่อาหารพื้นๆไม่ได้เตรียมอะไรพิเศษเอาไว้ต้อนรับ เสี่ยย้งมองสำรับที่บุญกับจวงยกมาวางบนโต๊ะรีบพูดเอาใจเจ้าของบ้าน
“โอ้โห น้ำพริกปลาทู ของโปรดของลูกยอดเลยครับเนี่ย”
“เหรอคะ แหมดีจังชอบทานอะไรเหมือนๆกับตานก...ตานกถึงจะชอบอาหารฝรั่ง แต่ถ้าเจอน้ำพริกปลาทูละก็ ไม่แลสเต๊กเลย” คำพูดติดตลกของชวนชื่นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
ชนกรีบแกะปลาทูใส่จานยอดธิดาแล้วตักน้ำพริกราดตาม เธอขอบคุณเขาแล้วส่งยิ้มหวานให้ แต่อยู่ๆก็ทำหน้าพะอืดพะอม หาว่าน้ำพริกเหม็นมาก แล้วลุกพรวดไปอาเจียนในห้องน้ำ ชนกรีบตามไปดูแล สักพักเขาประคองยอดธิดาที่อาเจียนจนหมดแรงกลับมาที่โต๊ะอาหาร เธอรีบยกมือไหว้ขอโทษนพกับชวนชื่น
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ หนูเป็นโรคกระเพาะหรือเปล่าถ้ากินอาหารไม่ตรงเวลาอาจเป็นโรคกระเพาะก็ได้นะ”
เสี่ยย้งรีบรับสมอ้าง “สงสัยจะใช่แน่ๆ เพราะลูกยอดทานข้าวไม่เป็นเวลาเลย ต่อไปคงต้องฝากคุณชนกคอยดูแลแทนผมด้วยนะครับ”
ครั้นกลับถึงบ้าน เสี่ยย้งชวนยอดธิดาดื่มไวน์ฉลองความสำเร็จที่สามารถทำให้ชนกแต่งงานกับเธอเร็วขึ้น เธอแค่เอาแก้วไวน์จ่อปากยังไม่ทันจะดื่ม ลมในท้องตีขึ้น ทำท่าจะอาเจียนอีกครั้ง รีบส่งแก้วไวน์ให้ป๋าแล้ววิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ เสี่ยย้งมองตามขำๆ
“ดีนะที่ยังไม่ได้ดื่ม ถ้าดื่มแล้วออกมาหมดล่ะก็ เสียดายของแย่...แพงซะด้วย เย้” เสี่ยย้งยกแก้วไวน์ชูขึ้น แล้วดื่มรวดเดียวหมดแก้ว จากนั้นกระดกไวน์ในแก้วของลูกสาวตามก่อนจะยิ้มมีความสุข...
ที่วังอโยธยา หม่อมชุลีนั่งมองชนนีที่ปักผ้าตั้งแต่บ่ายยันค่ำไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายให้เห็นก็ร้องทักไม่เมื่อยบ้างหรือ เธอส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กำลังใจตัวเองว่าเริ่มปักผ้าได้ดีขึ้น ขอให้ท่านช่วยดูให้ แล้วยื่นผ้าปักมาตรงหน้า
หม่อมชุลีดูแบบขอไปที “ก็เริ่มจะใช้ได้แล้วนะ”
ชนนีตื่นเต้นดีใจถ้าท่านยังไม่ง่วงเธอขอนั่งปักผ้าต่อไปเรื่อยๆ หม่อมชุลีจำใจพยักหน้าอนุญาต แอบบีบเอวบีบต้นคอตัวเองโดยไม่ให้ชนนีเห็น ก่อนจะพึมพำในใจ
“นังเด็กบ้า นึกว่ามันจะเมื่อยจะเบื่อกลับชอบเสียได้ ฉันนั่งเฝ้าแกจนเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดแล้ว”
ระหว่างนั้นสาเข้ามารายงานว่าหริพันธ์กับอบสวาทกลับมาแล้ว ชนนีดีใจมากวางมือจากงานตรงหน้า ขอ อนุญาตหม่อมชุลีไปรับเขาก่อน เดี๋ยวจะกลับมาปักผ้าต่อ แล้วรีบออกจากห้อง หม่อมชุลีอดแปลกใจไม่ได้ทำไมอบสวาทถึงไม่ยื้อตัวหริพันธ์ไว้ที่หัวหินก่อน...
ฝ่ายอบสวาทเห็นชนนีเดินออกมาจากตัวตึก ทำทีเจ็บแผลผ่าตัดเดินไม่ไหว หริพันธ์ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม รีบประคองเอาไว้ อบสวาทเห็นคู่แข่งหัวใจมองมาทางตัวเองทำเป็นเพิ่งมองเห็น แกล้งร้องทัก หริพันธ์เห็นภรรยาหมาดๆ ของตัวเองมองมือที่ประคองอบสวาทอยู่ จะอธิบายว่าเธอป่วยแต่อบสวาทชิงพูดเสียก่อน
“เราไปกราบคุณอากันก่อนดีกว่านะคะคุณชาย”
หริพันธ์รีบชวนชนนีไปด้วยกัน เธอขอไม่ไปด้วยจะไปเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาเปลี่ยน หริพันธ์ยิ้มพอใจที่เธอเอาอกเอาใจ ขณะที่อบสวาทหมั่นไส้รีบดึงตัวเขาขึ้นข้างบน
ooooooo
หลังจากทักทายกับลูกชายพอให้หายคิดถึง หม่อมชุลีบอกให้เขาไปอาบน้ำอาบท่าให้หายเหนื่อย เขารับคำลุกออกไป อบสวาทขยับจะตาม แต่หม่อมตัวแสบเรียกไว้ ตำหนิยกใหญ่ว่าตนสั่งให้เธอรั้งตัว
หริพันธ์ไว้ที่หัวหิน เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ จะให้ตนไว้ใจมอบหมายงานใหญ่ให้ทำได้อย่างไร
“ที่จำเป็นต้องกลับมาก่อนเพราะคุณชายคิดว่าคุณอาไม่สบายจริงๆ ดิฉันเลยจนปัญญาที่จะห้าม ถึงจะกลับมาก่อน แต่ดิฉันก็ขอรับรองว่าจะทำงานที่คุณอามอบหมายให้อย่างสุดกำลัง สุดความสามารถเพื่อให้
นังชนนีเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจให้ถึงที่สุดอย่างที่คุณอาต้องการแน่นอนค่ะ” น้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของอบสวาท ทำให้หม่อมชุลียิ้มพอใจ...
หริพันธ์เปิดประตูห้องตัวเองเข้ามาเห็นชนนีมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก กลัวจะเข้าใจผิดเรื่องอบสวาท รีบอธิบายให้ฟังว่าที่มาถึงช้าเพราะต้องค่อยๆขับรถกลัวแผลของอบสวาทจะปริอีก เธอเป็นไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัด หมอเลยไม่ให้เดินทางไกล ชนนีพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นอบสวาทก็ยังไม่หายเพราะแผลผ่าตัดต้องใช้เวลานาน
“ใช่จ้ะ เวลาเดินจึงต้องคอยประคองเพราะพี่อบยังเดินเองไม่ค่อยสะดวก”
ชนนีสีหน้าดีขึ้นหลังจากฟังคำอธิบายของเขา พอเห็นเขาใช้มือเดียวปลดกระดุมเสื้อ เพราะอีกมือหนึ่งถือผ้าเช็ดตัวอยู่ก็อาสาจะทำให้ ความใกล้ชิดทำให้หริพันธ์ก้มตัวลงมาจะจูบเธอ แต่มีเสียงร้องโอดโอยของอบสวาทดังขึ้นเสียก่อน ทั้งสองคนตกใจรีบออกไปดูเห็นอบสวาทนั่งกุมแผลที่ท้องอยู่ตรงทางเดินหน้าห้อง หริพันธ์รีบเข้าไปประคองจะพาไปหาหมอ
“ไม่ต้องค่ะคุณชาย พี่ขอนอนพักสักครู่ น่าจะดีขึ้น”
หริพันธ์พยุงอบสวาทให้ยืน แต่เธอแกล้งทรุดลงไปอีกครั้งแถมทำหน้าเหมือนเจ็บปวดมาก บอกว่าเดินไม่ไหว เขาลังเลที่จะอุ้มเพราะชนนีอยู่ตรงนั้นด้วย พลันมีเสียงหม่อมชุลีดังขึ้น
“ละล้าละลังอยู่ทำไมฮึชายหริ อุ้มแม่อบไปที่ห้องสิ ปล่อยให้ร้องโอดโอยอยู่ได้ ให้ไปพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น” หม่อมชุลีว่าแล้วหันไปทางชนนี “ไหนว่าจะปักผ้าต่อไม่ใช่รึ ฉันรออยู่นะ”
“ค่ะคุณป้า” ชนนีรับคำแล้วเดินผ่านหริพันธ์กับอบสวาทไปยังห้องหม่อมชุลี แต่หยุดตรงประตูหันมอง หริพันธ์ที่อุ้มอบสวาทไปที่ห้องของฝ่ายหลัง อบสวาทมองตอบพร้อมกับส่งยิ้มเย้ยมาให้ ชนนีถึงกับอึ้ง...
อบสวาทให้มารยาร้อยเล่มเกวียนดึงตัวหริพันธ์ให้อยู่กับตัวเองในห้อง ปรนเปรอสวาทให้เขาจนเขาเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย...
ด้านชนนีค่อยๆเปิดประตูห้องหอของตัวเองเข้ามา แต่ต้องแปลกใจที่เห็นเตียงว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของหริพันธ์ เหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้องบอกเวลาตีสอง เธอทำท่าจะเปิดประตูออกไปแต่แล้วเปลี่ยนใจ...
ที่ห้องนอนของอบสวาท หริพันธ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นกลางดึกเห็นอบสวาทนอนอยู่ข้างๆก็ตกใจรีบลุกขึ้นแต่งตัว พลางบ่นอุบทำไมเธอไม่ยอมปลุก อบสวาททำเป็นหลับไม่รู้เรื่อง รอกระทั่งเขาออกไปแล้ว ลุกขึ้นยิ้มสมใจ
“ก็เพราะพี่อยากให้นังชนนีมันรู้ว่าพี่เป็นเมียอีกคนของคุณชายไงคะ”...
ครู่ต่อมาหริพันธ์เปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นชนนีนอนอยู่บนเตียง ย่องมาดูใกล้ๆพบว่าเธอหลับสนิทก็ถอนใจโล่งอก หยิบผ้าห่มมาคลุมตัวให้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ ชนนีลืมตามองตามสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย แต่แล้วก็ส่ายหน้าพึมพำเบาๆ
“เป็นไปไม่ได้ จะบ้าไปแล้วชนนี คิดอะไรบ้าๆ” บ่นเสร็จชนนีพยายามข่มตาให้หลับ
ooooooo










