ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างขับรถไปวังอโยธยา ชนกเห็นวรรศิกานั่งตัวเกร็ง ไม่วายว่าประชดว่าถ้าเปลี่ยนจากเขาเป็นหริพันธ์ เธอคงไม่นั่งเป็นใบ้แบบนี้ เธอของขึ้นทันที

“แน่นอนค่ะ เพราะฉันจะคุยก็เฉพาะกับคนคุ้นเคยเท่านั้น”

“คนคุ้นเคยหมายความว่าอย่างไร”

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด แต่ฉันว่าคนอย่างคุณคงคิดอะไรดีๆไม่เป็น แต่ก็ช่างเถอะค่ะ ดอกบัวยังมีสี่เหล่านับประสาอะไรกับคน” วรรศิกาตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า ชนกกระแทกเบรกอย่างแรงจนเธอหน้าคะมำ โมโหที่เธอต่อปากต่อคำด้วย กระชากตัวมาจูบเพื่อสั่งสอนคนปากดี หญิงสาวตะลึงไปชั่วขณะพอตั้งสติได้ตบเขาหน้าหัน แล้ว เปิดประตูรถก้าวฉับๆออกไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของเขา ทำให้เขาฉุนขาดตะโกนลั่น

“อวดเก่ง คิดว่าคนอย่างนายชนกจะตามง้อเหรอ เอาเลยอยากเดินเดินไปให้ถึงวังเลยนะ” ชนกเตะอากาศ ระบายอารมณ์แล้วขึ้นรถขับไปคนละทางกับที่วรรศิกาไป...

พอความโกรธคลายลง วรรศิกาถึงได้รู้ว่าตัวเอง เดินอยู่บนถนนที่ทั้งมืดและเปลี่ยว ความกลัวแล่นขึ้นมาจับหัวใจ เหลียวมองหารถรับจ้างแต่ไม่มี...

ขณะวรรศิกาไม่รู้ตัวว่ากำลังจะมีภัยมาถึง หม่อมชุลีที่นอนอ่อนระโหยโรยแรงถามสาว่าวรรศิกา กลับมาหรือยัง ได้ความว่ายังไม่กลับ แต่ถ้าท่านจะใช้อะไรคุณหญิง ให้ใช้ตนแทนได้

“ฉันแค่เป็นห่วงเห็นมืดค่ำแล้วแกออกไปเถอะ”

สารับคำแล้วถอยออกไป ทันทีที่ประตูห้องปิดหม่อมชุลีลุกพรวดขึ้นนั่งท่าทางแข็งแรง หันขวับไปทางรูปภาพของท่านชาย โวยวายว่าเห็นสันดานของลูกสาวของท่านหรือยัง ได้ออกไปข้างนอกก็ทำตัวเหมือนปลากระดี่ ดึกป่านนี้ยังไม่กลับ ถ้าเธอกลับมาเมื่อไหร่จะเล่นงานให้หนำใจ...

หม่อมชุลีตีบทแม่เลี้ยงผู้ใจดีแตกกระเจิงจนสาหลงเชื่อว่าเป็นห่วงลูกเลี้ยงจริงๆ ถึงกับเก็บเอาไปเล่าให้เจียนกับล้วนที่กำลังกินมื้อค่ำอยู่ที่เรือนครัวฟัง เจียนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าท่านจะดีได้ขนาดนั้น สายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ล้วนช่วยเสริมอีกแรงหนึ่งว่าหม่อมชุลีไม่สบายขนาดนี้จะไปมีเรี่ยวแรงที่ไหนเล่นงานคุณหญิง

“ฟังแล้วโล่งอก แต่ข้าก็อดห่วงคุณหญิงไม่ได้ ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับอีกนะ” เจียนบ่นสีหน้าเป็นกังวล...

คนที่เจียนพูดถึงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ถูกชายสองคนที่เดินสวนมาจะฉุดไปทำมิดีมิร้าย แต่ชนกย้อนกลับมาช่วยเอาไว้ทัน ไล่ตะบันหน้าพวกนั้นกระเจิด– กระเจิงไปคนละทิศละทาง วรรศิกากลัวจัดเป็นลมล้มพับ โชคดีที่ชนกรับไว้ได้ทัน

ooooooo

ด้วยความตั้งใจมั่นจะเล่นงานวรรศิกาที่กลับบ้านค่ำมืดดึกดื่นจนหม่อมชุลีเก็บเอาไปฝันว่ามาดักรอลูกเลี้ยงอยู่ใต้ต้นไม้ที่ท่านชายใช้ผูกคอตาย ทันใดนั้นมีลมพัดวูบเข้ามาจนเธอเย็นสะท้านต้องกอดอกเอาไว้ เธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนอยู่ข้างหลัง หันขวับไปเห็นวิญญาณของท่านชายยืนตระหง่านอยู่

“ท่านชาย...ถ้าคิดจะมาหลอกหลอนให้หม่อมฉันกลัวล่ะก็ ขอบอกว่าไม่มีทาง”

ท่านชายขอร้องให้หม่อมชุลีเลิกผูกพยาบาทอาฆาตกันสักที ไฟริษยาในใจของเธอไม่ได้เผาไหม้ใครนอกจากตัวเธอเอง หยุดเสียก่อนจะสายเกินไปและที่สำคัญอย่าทำร้ายลูกหญิงของท่านอีกเลย

“อ๋อ ที่ตะเกียกตะกายจากนรกมาโปรดหม่อมฉันก็เพราะยังห่วงลูกนังขี้ข้าแววนี่เอง ไม่มีทางที่หม่อมฉันจะหยุด ต่อให้ตายหม่อมฉันก็ไม่มีวันอโหสิกรรมให้พวกมัน รวมทั้งท่านด้วย”

วิญญาณอดีตประมุขของวังอโยธยามองหม่อมชุลีอย่างสงสารแล้วเลือนหายไป เธอตะโกนเรียกท่านสุดเสียงก่อนจะสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆห้องนอนตัวเองถึงได้รู้ว่าฝันไป หันขวับไปพูดกับรูปภาพของท่านชายว่าความฝันครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าวิญญาณของท่านยังอยู่ เธอจะได้เล่นงานวรรศิกาให้หนักข้อขึ้น ท่านจะได้เจ็บปวดแสนสาหัสที่เห็นนังลูกสาวคนโปรดต้องเจ็บโดยที่ท่านช่วยอะไรไม่ได้...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกพาวรรศิกาที่ยังหมดสติไปปฐมพยาบาลที่บ้านของเจตน์ ความเป็นห่วงเป็นใยที่ชนกมีให้เธอทำให้เจตน์ตระหนักในทันทีว่าเพื่อนรักของตัวเองมีใจให้ผู้หญิงคนนี้ แต่ชนกไม่ยอมรับความจริงหาว่าเจตน์เหลวไหล เขาทำให้เธอเป็นอย่างนี้ก็ต้องช่วยดูแลเป็นธรรมดา ถึงจะเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จัก เขาก็ต้องดูแลแบบนี้เหมือนกัน เพราะมันเป็นเรื่องของมนุษยธรรม เจตน์ถามย้ำว่าแน่ใจหรือ

“ใช่ ฉันไม่มีวันรักคุณหญิงวรรศิกา คนที่ฉันรักคือยอดธิดา แกได้ยินไหมฉันรักยอดคนเดียว” ชนกมองข้ามไหล่เพื่อนรักไปด้านหลัง เห็นวรรศิกาซึ่งฟื้นคืนสติยืนฟังอยู่ด้วยแววตาน้อยใจถึงกับอึ้ง...

ไม่นานนักชนกขับรถมาส่งวรรศิกาที่หน้าวังอโยธยา โดยไม่ลืมขอโทษเธอด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอตอบโดยไม่มองหน้าว่าไม่เป็นอะไร เธออวดเก่งเอง ความจริงเธอต้องขอบคุณเขามากกว่าที่กลับมาช่วยเอาไว้

“ถึงแม้คุณจะทำเพราะมนุษยธรรมก็ตาม” พูดจบวรรศิกาเดินลิ่วไปทันที ชนกจะตามไปอธิบายก็ไม่ทัน ได้แต่ขับรถกลับอย่างหงุดหงิด

ooooooo

วรรศิกาไม่ได้กลับห้อง แต่มานั่งร้องไห้ใต้ต้นไม้ที่ท่านพ่อผูกคอตาย หม่อมชุลีปรี่เข้ามาหาเรื่อง ที่เธอมานั่งร้องไห้เพราะให้ท่าแล้วชนกไม่เอาใช่ไหม วรรศิการีบปาดน้ำตาทิ้งขยับจะเดินหนี หม่อมโรคจิตปรี่มากระชากผมจนหน้าหงาย พร้อมกับตะคอกใส่หน้า “วันๆคิดแต่จะหาผัว ร่านเหมือนแม่แกไม่มีผิด”

“แม่ของหญิงท่านหลุดพ้นไปแล้วแต่หม่อมแม่ต่างหากที่ยังติดกับความแค้นความอาฆาต คอยทำร้ายหญิงอยู่ทุกวัน ทั้งๆที่หญิงไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” วรรศิกาโต้ไม่ยอมแพ้ หม่อมชุลีโกรธจัดตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ประกาศกร้าวเธอผิดตั้งแต่วันที่เกิดแล้ว ขยับเข้าไปจะตบเธอซ้ำ แต่เหลือบเห็นหริพันธ์เสียก่อน แสร้งทำซวนเซกุมอกข้างซ้ายเสียงอ่อนแรง

“ฉัน...เตือนก็...เพราะหวังดี ยังไงเธอก็เป็นเลือดเนื้อ เชื้อไขของท่านชาย เป็นน้องของชายหริ ทำไมไม่เห็นใน ความหวังดีกันบ้าง” พูดจบหม่อมตัวแสบค่อยๆล้มลง วรรศิกาไม่ทันเห็นหริพันธ์มองงงๆที่ท่านเปลี่ยนท่าทีราวกับพลิกฝ่ามือ หริพันธ์ปรี่เข้าไปประคองหม่อมแม่ แล้วมองน้องสาวต่างมารดาสีหน้าไม่พอใจ...

หลังจากเอายาให้หม่อมแม่กินและพาเข้านอนเรียบร้อย หริพันธ์หันมาเล่นงานวรรศิกาที่นั่งก้มหน้าอยู่กับพื้นห้องนอนเพราะคิดว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้โรคหัวใจของท่านกำเริบ เธอพยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟัง กำชับให้จำเอาไว้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามเขาไม่มีวันเห็นเธอเป็นอื่นไปได้นอกจากน้องสาว วรรศิกางงไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร ยังไม่ทันจะอ้าปากถามเขาชิงตัดบทเสียก่อน

“พี่ขอร้องอย่าทำอะไรให้หม่อมแม่กระทบกระเทือนจิตใจอีกเลย กลับไปห้องของเธอได้แล้ววรรศิกา”

คนถูกเอ่ยชื่อจำต้องออกไปตามคำสั่ง หริพันธ์มองตามส่ายหน้าหนักใจก่อนจะกลับห้องตัวเอง ทันทีที่ประตูห้องปิด หม่อมชุลีลืมตาขึ้นมายิ้มสะใจที่ทำให้ลูกนังไพร่โดนเล่นงาน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นที่สนามหลังบ้านนพ ชนกนึกถึงคำพูดของเจตน์ที่ว่าเขารักวรรศิกาถึงได้คอยเป็นห่วงเป็นใยเธอ เขาปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองพึมพำว่าเป็นไปไม่ได้ ชนนีเห็นพี่ชายยืนใจลอยแกล้งกระเซ้า

“แอบมายืนคิดถึงใครอยู่คะ”

ชนกรีบกลบเกลื่อน ถ้าจะคิดถึงใครก็คงจะมีแต่ยอดธิดาเท่านั้น ชนนีลังเลก่อนถามว่าจะแต่งงานกับเธอจริงๆหรือ เขาแต่งแน่ๆถ้าเธอไม่เปลี่ยนใจไปมีคนอื่นเสียก่อน

“แล้วถ้าเกิดพี่นกรู้ว่าคุณยอดไปมี...” ชนนียังพูดไม่ทันจบประโยค ยอดธิดาเดินยิ้มหน้าบานเข้ามาทักทายสองพี่น้องเสียก่อน ชนนีไม่ค่อยจะชอบใจเธอเป็นทุนเดิมเห็นแหวนเพชรที่สวมอยู่แกล้งทักว่าใครซื้อให้ ยอดธิดาอึกอักไปชั่วขณะ ก่อนจะโกหกหน้าด้านๆว่าซื้อเอง ชนนีรุกไล่ใช่ร้านเพชรที่บ้านหม้อหรือเปล่า เมื่อวาน ตนไปซื้อแหวนกับหริพันธ์เห็นผู้หญิงคนหนึ่งไม่ค่อยชัด ตอนแรกนึกว่าเป็นยอดธิดา พอดีผู้หญิงคนนั้นมากับผู้ชายท่าทางเหมือนคนรักกันก็เลยคิดว่าไม่น่าจะใช่ เธอรีบบอกว่าไม่ได้ซื้อแถวบ้านหม้อ แต่ซื้อจากที่อื่น

“อ๋อเหรอคะ งั้นน้องขอตัวก่อนนะคะ” ชนนียิ้มๆก่อนจะเดินเข้าบ้าน ยอดธิดามองตามไม่สบายใจ...

ในเวลาต่อมา ยอดธิดาเล่าเรื่องชนนีเห็นเธอไปร้านเพชรกับเสี่ยเจ้าของบ่อนให้เสี่ยย้งซึ่งกำลังนั่งนับเงินที่ได้จากการเล่นพนันฟัง เขาตกใจถึงกับร้องไอ้หยาลั่น เธอปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป คนอย่างเธอไม่จนแต้มง่ายๆเพราะยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้ไปที่นั่น แต่ต่อไปนี้ห้ามป๋าบังคับให้เธอไปไหนมาไหนกับเสี่ยเจ้าของบ่อนอีก

“ก็แล้วแต่ลื้อ แต่น่าเสียดายจริงๆนะ เมื่อคืนก่อนป๋าจะออกจากบ่อนเห็นเสี่ยเตรียมสร้อยเพชรกับต่างหูเพชรไว้ให้ลื้อ บอกว่าจะได้เข้าชุดกับแหวน ให้ป๋าชวนลื้อไปด้วยคืนนี้ เฮ้อ แต่ถ้าลื้อตัดสินใจแบบนี้ป๋าก็จะไม่พูดอะไรแล้วล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าป๋าบังคับอีก งั้นป๋าไปก่อนนะ”

ยอดธิดาตาโตตื่นเต้นที่จะได้สร้อยกับต่างหูเพชร รีบไปบ่อนกับเสี่ยย้งไม่ต้องรอให้พูดซ้ำ

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันแต่งงานของชนนีกับหริพันธ์ เป็นวันเดียวกันกับที่หมออนุญาตให้อบสวาทไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ทาเคชิพาเธอมาส่งถึงบ้านพักในหัวหิน โดยหิ้วของพะรุงพะรังมาด้วย เขาเห็นภายในบ้านแล้วชมไม่หยุดปากว่าบ้านของเธอน่าอยู่มาก อบสวาทรับสมอ้าง ก่อนจะบอกให้เขาวางของไว้บนโต๊ะ

ทาเคชิเห็นใกล้เวลาอาหารเที่ยง อบสวาทมียาก่อนอาหารต้องกิน แต่เธอคงทำอาหารกินเองไม่ไหวจึงซื้อติดมือมาให้เธอด้วย แล้วถามทางไปห้องครัวจะได้เอาจานมาใส่ อบสวาทชี้ไปด้านหลัง เขาหิ้วของกินหายเข้าไปในครัวโดยมีเธอพึมพำตามหลังเสียงเศร้าถ้าเปลี่ยนจากเขาเป็นหริพันธ์ได้ คงจะมีความสุขมาก

“รอให้หายก่อนเถอะ ฉันจะกลับไปทวงผัวฉันคืน” อบสวาทเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น...

ในเวลาเดียวกัน ห้องโถงของวังอโยธยาถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายสำหรับพิธีรดน้ำสังข์ แขกในงานมีเพียงท่านหญิงนวล พ่อแม่ของเจ้าสาวกับชนก หม่อมชุลีกับวรรศิกาเท่านั้น เมื่อใกล้ถึงฤกษ์รดน้ำ ชนกเข้าไปยืนด้านหลังหริพันธ์ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว ส่วนวรรศิกายังเฉยจนท่านหญิงนวลต้องเตือน เธอถึงได้เข้าไปยืนด้านหลังชนนีทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาว ชนกแขวะทันที ถึงเธอจะไม่เต็มใจแต่ก็ควรรักษามารยาทบ้าง

“ฉันเสแสร้งไม่เป็นค่ะ ยิ่งต้องมายืนใกล้คนที่เกลียดยิ่งทำใจไม่ได้” วรรศิกาโต้ไม่ยอมแพ้

ชนกฉุนขาดแต่ยังไม่ทันจะเล่นงานเธอ ท่านหญิงนวลซึ่งทำหน้าที่ประธานในงานเดินเข้ามาสวมมงคลแฝด ให้แก่คู่บ่าวสาวเสียก่อนโดยไม่ลืมเตือนว่าอย่าให้มงคลแฝดหลุดจากกันจนกว่าจะเสร็จพิธี จากนั้นเจิมหน้าผากและรดน้ำสังข์ พร้อมกับกล่าวอวยพรให้ทั้งคู่ หม่อมชุลีเป็น รายต่อไปที่ขึ้นมารดน้ำสังข์ อวยพรให้ลูกชายไม่ทันเสร็จ แกล้งทรุดลงไปกองกับพื้น หริพันธ์ตกใจลุกพรวดเข้ามาประคองท่านไว้ทำให้มงคลแฝดหลุดจากหัว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน...

ไม่นานนัก หมอประจำตระกูลถูกตามตัวมาดูอาการของหม่อมชุลี เขารู้เท่าทันความต้องการของเธอจึงแจ้งกับทุกคนว่าเธออาการหนัก ชวนชื่นเป็นห่วงพี่สาวมากแนะให้นำตัวส่งโรงพยาบาล หมอไม่เห็นด้วย ทำแบบนั้นจะทำให้หม่อมชุลียิ่งเหนื่อย เดี๋ยวเขาจะฉีดยาบำรุงหัวใจให้แล้วให้เธอพักผ่อนสักพักก็น่าจะดีขึ้น

“ขอเชิญทุกคนออกไปก่อนนะครับ” หมอทำเป็นเตรียมอุปกรณ์ขณะที่ทุกคนทยอยออกจากห้อง ชนกไม่เห็นวรรศิกาอยู่ด้วยอดแปลกใจไม่ได้

ooooooo

ที่ท่าน้ำวังอโยธยา วรรศิกาครุ่นคิดถึงตอนที่หม่อมชุลีตบตีตัวเองคืนก่อนแต่พอหริพันธ์เข้ามาท่านทำซวนเซกุมหัวใจ อีกทั้งวันนี้ท่านเป็นลมล้มพับยังไม่ทันจะได้รดน้ำสังข์ เธออดยิ้มไม่ได้ที่ท่านแสดงละครได้เนียนมาก ชนกเข้ามาเห็นพอดี หาว่าเธอยิ้มดีใจที่งานแต่งงานล่ม เธอยอมรับว่าใช่ แล้วขยับจะเดินหนีเขาคว้าแขนไว้

“ถ้าคุณทำให้ชนนีต้องเสียใจล่ะก็ ผมจะทำให้คุณเสียใจมากกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า”

วรรศิกาจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว ระหว่างนั้นยอดธิดาเข้ามาจากอีกมุมหนึ่ง ชนกรีบปล่อยแขนวรรศิกา ซึ่งเดินหนีไปทันที ยอดธิดามองตามไม่ไว้ใจ ก่อนจะหันมาถามเขาว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เธอชักสงสัยหรือว่าคุณหญิงวรรศิกาคนนี้จะทำให้เขาหวั่นไหวจนไม่ยอมให้เธอมางานแต่งงานของชนนี

“ต่อให้โลกนี้เหลือผู้หญิงคนเดียวคือคุณหญิงวรรศิกา ผมก็ไม่มีวันที่จะรักเธอได้แน่”

“โอเค...นกพูดซะขนาดนี้ยอดก็เชื่อแล้วล่ะค่ะ เราขึ้นไปบนตึกกันเถอะ” ยอดธิดายิ้มพอใจ แล้วควงแขนชนกเดินไปทางตัวตึก วรรศิกาแอบฟังอยู่หลังต้นไม้มองตามทั้งคู่สีหน้าเศร้า

ครู่ต่อมา วรรศิกามาถึงเรือนครัวได้ยินสาคุยกับเจียนระหว่างเตรียมของว่างให้แขกในงานว่าดูจากอาการหม่อมชุลีแล้ว คงจะส่งตัวหริพันธ์กับชนนีไม่ไหวแน่ อาจต้องเลื่อนไปอีกหรือเปล่า เจียนคิดว่าไม่น่าจะเลื่อน เมื่อเช้าก็เสียฤกษ์ไปครั้งหนึ่งแล้ว ยิ่งตอนเห็นมงคลแฝดของคุณชายหลุดตนใจคอหายหมด

“ทำไมเหรอพี่เจียน”

“อ้าวโบราณเขาถือนะแก” เจียนยังไม่ทันจะนินทาเจ้านายเพิ่มเติม เหลือบเห็นวรรศิกายืนอยู่รีบเปลี่ยนเรื่อง “ไปๆได้แล้วนังสา ป่านนี้คุณๆบนตึกคงหิวกันแย่แล้ว”

วรรศิการอจนสาลับสายตา จึงเข้ามาถามเจียนว่าโบราณเขาถือเรื่องอะไรหรือ เจียนเล่าให้ฟังว่าถ้ามงคลแฝดหลุดก่อนเสร็จพิธีอาจทำให้คู่บ่าวสาวต้องแยกจากกัน วรรศิกายิ่งฟังก็ยิ่งไม่สบายใจ...

ขณะที่หม่อมชุลีสนุกสนานกับการป่วนงานแต่งงานของลูกตัวเอง อบสวาทซึ่งอยู่ที่หัวหินค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นจากการนอนพักผ่อน เห็นทาเคชินั่งอ่านหนังสือเฝ้าอยู่ ถามว่าทำไมยังไม่กลับ เขาเป็นห่วงเห็นเธอตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรักที่ไหน อบสวาทของขึ้นทันที ไล่ตะเพิดเขากลับ เขาไม่วายเตือนเธอก่อนจะไปว่าอย่าลืมกินยาก่อนนอนด้วยเขาเป็นห่วง อบสวาทแค้นใจปัดของใกล้มือกระจัดกระจาย

“ไม่ต้องมาห่วงฉัน คุณชายทำอะไรอยู่พี่ต้องการคุณชาย ได้ยินไหมว่าพี่ต้องการคุณชาย”

ทาเคชิแอบฟังอยู่หน้าประตู สงสารอบสวาทจับใจ...

คนที่อบสวาวคร่ำครวญถึงอยู่ในพิธีส่งตัวเข้าห้องหอ แม้หม่อมแม่ของเขาจะไม่ได้มาร่วมพิธีด้วยแต่มีท่านหญิงนวลทำหน้าที่แทนให้ หลังจากแขกเหรื่อกลับไปหมด อบสวาทโทร.มาที่วังอโยธยาจะขอพูดกับหริพันธ์ สาซึ่งเป็นคนรับสายแจ้งว่าคุณชายมารับโทรศัพท์ไม่ได้เพราะอยู่ในห้องหอกับคุณชนนี อบสวาทแทบล้มทั้งยืนค่อยๆ วางหูโทรศัพท์ลง ก่อนจะกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตาราวกับคนเสียสติ

“ไม่...ไม่จริง...ไม่จริง”

ooooooo

หม่อมชุลีไม่ยอมให้ลูกชายสุดสวาทมีอะไรกับภรรยาหมาดๆ แกล้งเป็นลมล้มพับไปอีก สามาเห็นเข้าก็ร้องเอะอะจนคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันวิ่งแจ้นออกจากห้องหอ เห็นสาประคองหม่อมชุลีที่นอนแน่นิ่ง หริพันธ์รีบอุ้มท่านไปที่เตียงนอน สั่งให้สาไปตามหมอ หม่อมชุลีห้ามไว้

“แม่แค่หน้ามืดตอนจะไปห้องน้ำ นังสาก็ตกอกตกใจไม่เข้าเรื่อง ร้องโวยวายเอะอะไปได้”

ชนนีแนะให้มีคนนอนเฝ้าท่านสักคนเผื่อมีอะไร หริพันธ์เห็นด้วยสั่งให้สาขึ้นมานอนเป็นเพื่อน

“ไม่เอาแม่ไม่ชินกับการนอนร่วมกับพวกบ่าวไพร่ ถ้าเป็นลูกเป็นหลานก็ว่าไปอย่าง”

หริพันธ์เสนอให้วรรศิกามานอนด้วย หม่อมชุลีส่ายหน้าไม่เอา เรื่องอะไรจะให้คนที่ตนเกลียดมาอยู่ใกล้ๆ ชนนีรีบเสนอตัวเอง หม่อมชุลีทำอิดออดพอเป็นพิธีสุดท้ายก็ยอมให้เธอมานอนเฝ้า...

ทางด้านชนกตัดสินใจขอยอดธิดาแต่งงานตอนไปส่งเธอที่บ้าน เธออยากแต่งอยู่แล้วตอบตกลงแทบไม่ทันก่อนจะโผซบอกเขาดีใจสุดๆ ขณะที่ฝ่ายชายกลับมีสีหน้าเป็นกังวล...

ค่ำวันเดียวกัน อบสวาทนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ริมทะเลหัวหินร้องไห้เป็นเผาเต่าที่รู้ข่าวหริพันธ์แต่งงาน ทาเคชิเป็นห่วงเธอมากเดินเข้ามาทางด้านหลังจับบ่าเธอเอาไว้เป็นทำนองปลอบใจ เธอคิดว่าเป็นชายคนรักร้องเรียก “คุณชาย” ด้วยความดีใจ แต่พอหันไปเห็นทาเคชิก็ตีหน้าเซ็งใส่

“คุณชายที่คุณเรียกคงเป็นคนที่ทำให้คุณต้องเสียใจมากขนาดนี้ใช่ไหมครับ บางครั้งถ้าเราได้พูดออกมาบ้าง มันอาจจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น พูดออกมาเถอะครับผมยินดีรับฟัง”

“คุณชายหริพันธ์คือผู้ชายที่ฉันรักมากที่สุด เขาเคยเป็นของฉันแต่วันนี้คืนนี้เขากำลังเป็นของคนอื่น คุณชายกำลังมีความสุขอยู่ในห้องหอจนลืมฉัน ลืมว่าโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่ชื่ออบสวาทอยู่อีกคน...ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว แม้แต่คนที่ฉันคิดว่าเขารักฉัน เขาไป
รักคนอื่น ฉันไม่มีใครแล้วคุณได้ยินไหม ฉันไม่มีใครอีกแล้ว”

อบสวาทวิ่งลงทะเลอย่างคลุ้มคลั่ง ทาเคชิตามไปยื้อยุดฉุดไว้ ปลอบว่าเธอยังมีเขาอยู่ แล้วสารภาพความในใจว่ารักเธอมากรักตั้งแต่แรกเห็น ไม่สนใจถ้าเธอจะมีใครมาก่อน ขอให้ลืมอดีตให้หมดแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ก่อนจะดึงตัวมากอด อบสวาทหยุดคลั่งทันที อ้อมกอดจริงใจของเขาทำให้เธอเผลอตัวเผลอใจกอดตอบ...

ขณะที่อบสวาทปล่อยใจให้ทาเคชิ หริพันธ์นอนลืมตาอยู่บนเตียงในห้องหอ นึกถึงตอนที่จะจูบชนนีแต่มีเสียงสาโวยวายขึ้นเสียก่อนก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ชนนีซึ่งนอนอยู่หน้าเตียงนอนของหม่อมชุลีนึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน เผลอเอามือจับปากตัวเองยิ้มเขินๆ แต่ต้องรีบหลับตาเมื่อเห็นหริพันธ์ย่องเข้ามาคุกเข่าข้างๆ ดึงผ้ามาห่มให้ก่อนจะลุกออกไป ทันทีที่ประตูห้องปิด ชนนีลืมตาขึ้นมายิ้มสุขใจสุดๆ โดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วหม่อมชุลีไม่ได้หลับแอบมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีแผนร้าย

ooooooo

อบสวาทตื่นขึ้นในตอนเช้าอย่างหงุดหงิดที่เผลอตัวไปมีอะไรกับทาเคชิ สวมเสื้อผ้าเสร็จออก จากห้องนอน เจอเขากำลังจดรายละเอียดการทำงานอยู่ที่ห้องรับแขก เบื้องหน้ามีขวดสมุนไพรหลากชนิดตั้งอยู่ เขาวางมือจากงานตรงหน้าหันมาทักทายเธอแล้วขอโทษด้วยที่ไม่ได้ปลุกเห็นเธอหลับสบายก็เลยไม่อยากขัดความสุข

หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกเสมองขวดตรงหน้าทาเคชิ “ขวดอะไรคะ คุณทำอะไรอยู่”

“ทำงานครับ ผมมาเมืองไทยก็เพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรไทยและตอนนี้ก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว” เขาเห็นอบสวาทหยิบขวดยาใบหนึ่งขึ้นมาดูก็อธิบายให้ฟังว่าขวดยาที่เธอถืออยู่เป็นยาชาอย่างดีถ้าใช้แต่พอเหมาะ แต่หากใช้มากไปหรือติดต่อกันนานเกินไปก็อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ เธอหูผึ่งทันทีมองสมุนไพรในขวดอย่างพิจารณา ทาเคชิไม่ทันสังเกตมัวแต่เป็นห่วงว่าเธอจะหิว ชวนไปกินข้าวเช้าด้วยกัน แล้วเข้ามาจะโอบเอว อบสวาทเบี่ยงตัวหลบ ขอร้องให้เขาลืมเรื่องเมื่อคืนให้หมด ถึงเราจะมีอะไรกันแต่เธอไม่ได้รักเขา

“ผู้ชายที่ฉันรักก็คือคุณชายหริพันธ์และไม่มีใครที่จะมาแทนที่คุณชายได้” พูดจบอบสวาทเดินจากไปครั้นกลับถึงที่พัก เธอหยิบขวดสมุนไพรที่ใช้เป็นยาชาซึ่งขโมยมาจากทาเคชิขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มร้าย

“ฉันมีวิธีที่จะกำจัดเสี้ยนหนามอย่างแกได้แล้ว นังชุลี”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หม่อมชุลีเดินตามแผนกลั่นแกล้งชนนีขั้นต่อไปโดยสั่งให้สองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันไปเก็บของได้แล้วจะได้ไปพักผ่อนที่หัวหิน ตนเตรียม ทุกอย่างไว้ให้แล้ว หริพันธ์กำลังจะทักท้วงว่าอบสวาทอยู่ที่นั่น แต่ชนนีซึ่งเข้าใจไปคนละเรื่องชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ตอนนี้คุณป้าไม่สบาย หลานกับคุณชายจะทิ้งคุณป้าไปได้อย่างไรคะ”

“แต่เธอทั้งสองคนควรได้ไปพักผ่อนหลังแต่งงาน ไปเถอะไปเที่ยวให้สนุก ชายเองก็ลางานไว้ตั้งหลายวัน”

“เที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ ตอนนี้หลานขออยู่ดูแลคุณป้าก่อนดีกว่า จริงไหมคะพี่ชาย”

หริพันธ์เห็นด้วยกับชนนี หม่อมตัวแสบแอบยิ้มสมใจที่เธอหลงกล แกล้งบ่นว่าให้อบสวาทไปเตรียมบ้านไว้คอยต้อนรับทั้งคู่ที่นั่นแล้ว จะทิ้งเธอไว้ได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้นฝากหริพันธ์ช่วยไปรับอบสวาทกลับมาก็แล้วกัน เขาอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะมองหม่อมแม่สายตาเต็มไปด้วยคำถาม ท่านกลับทำไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชนนีส่งหริพันธ์ขึ้นรถเดินทาง ไปรับอบสวาทเรียบร้อยก็เดินกลับเข้าตัวตึก เจอวรรศิกายืนอยู่ก็ร้องทักด้วยความดีใจ เธออดถามไม่ได้ทำไมวันนี้หริพันธ์ถึงไปทำงานนึกว่าลาหยุดเสียอีก

“ไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ พี่ชายไปรับคุณอบสวาทที่หัวหิน ตอนแรกคุณป้าจะให้ฉันกับพี่ชายไปพักผ่อนที่นั่น แต่เราสองคนไม่อยากทิ้งคุณป้าไปตอนนี้ คุณป้าก็เลยให้พี่ชายไปรับคุณอบกลับมาน่ะค่ะ”

วรรศิกาไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่เป็นแผนการของหม่อมแม่ ระหว่างนั้นสาถือถาดข้าวต้มเข้ามา ชนนีร้องทักนั่นใช่ของคุณป้าหรือเปล่า พอรู้ว่าใช่รีบขอตัวกับวรรศิกาไปดูแลท่านก่อน แล้วเดินขึ้นตึกไปกับสา วรรศิกาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง...

หม่อมชุลียังหาทางกลั่นแกล้งชนนีไม่เลิก อ้างว่าข้าวต้มปลาที่สาเอามาให้เหม็นคาวกินไม่ได้ สั่งให้เอาไปเก็บแล้วไปทำอาหารมาให้กินใหม่ สาหายไปสักพักยกข้าวต้มกลับมาให้ก็ยังไม่ถูกใจท่านอีกแถมโวยลั่นที่เธอให้กินแต่ข้าวต้มจนหน้าจะเหมือนข้าวต้มเข้าไปทุกทีแล้ว ชนนีแนะให้สาลองทำอาหารฝรั่งดูบ้าง เป็นพวกซุปก็ได้

“อิฉันทำไม่เป็นค่ะ ป้าเจียนก็ไม่เคยทำ”

“พูดถึงซุปก็นึกอยากจะกินเหมือนกัน เคยเห็นแต่ในหนังสือ เธอทำเป็นรึเปล่าชนนี”

“เป็นค่ะ หลานทำเป็น ถ้าอย่างนั้นคุณป้ารอหน่อยนะคะ หลานจะรีบไปทำมาให้ค่ะ” ชนนีรีบออกไป สา จะตามไปเป็นลูกมือแต่หม่อมชุลีรั้งตัวเอาไว้ สั่งให้เธอไปถูห้องใหม่หมด อ้างว่าฝุ่นเยอะหายใจไม่ออก

ไม่ได้มีแต่สาเท่านั้นที่ถูกเรียกใช้ เจียนกับวรรศิกาก็โดนเรียกตัวไปเช่นกัน ฝ่ายแรกหม่อมชุลีใช้ให้เอาผ้าม่านไปซัก ส่วนฝ่ายหลังเรียกให้ขึ้นมาบีบนวดเนื้อตัวให้ ในเมื่อของสดสำหรับทำซุปไม่มี ชนนีจำต้องไปจ่ายตลาดด้วยตัวเองโดยมีล้วนตามไปช่วยถือของ หม่อมโรคจิตคิดว่าคุณหนูอย่างเธอคงทำอะไรไม่เป็น ถ้าเข้าไปในตลาดเจอพื้นเฉอะแฉะกับของสดที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งคงต้องเป็นลมเป็นแล้งแน่ๆ

เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ชนนีไปจ่ายตลาดกับแม่ทุกเช้าจึงซื้อข้าวของได้คล่องแคล่วจนล้วนออกปากชมว่าต่อรองราคากับแม่ค้าเก่งกว่าเจียน สร้างความไม่พอใจให้หม่อมโรคจิตเลยพาลไปลงกับวรรศิกาผลักจนหน้าหงายก่อนจะไล่ตะเพิดไปให้พ้น เธอแอบสะใจที่การ
กลั่นแกล้งชนนีของท่านครั้งนี้พังไม่เป็นท่า

จากนั้นวรรศิกามาที่เรือนครัวเห็นชนนีกำลังเตรียมของสดสำหรับทำซุป อาสาจะเป็นลูกมือให้ แต่เธอเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว รอแค่น้ำเดือดใส่ของสดลงไปเคี่ยว
ก็ใช้ได้แล้ว

“คุณชนนีเก่งจังค่ะ ทำอาหารฝรั่งก็เป็นด้วย”

ชนนียกความดีความชอบให้กับพี่ชายของตัวเองที่ถ่ายทอดวิชาให้ แล้วคุยให้ฟังว่าเขาชอบทำอาหาร โดย เฉพาะอาหารฝรั่งยิ่งถ้าเป็นซุปยิ่งโปรดปรานเป็นพิเศษ เวลาที่ไม่สบายเขาจะไม่กินอย่างอื่นนอกจากซุป เธอจะเล่าเพิ่มเติมแต่น้ำในหม้อเดือดเสียก่อนจึงค่อยๆทยอยใส่ส่วนผสมลงไป

ไม่นานนักซุปหอมกรุ่นน่ารับประทานก็มาวางตรงหน้าหม่อมชุลีซึ่งมองหมั่นไส้ แต่ฝืนชื่นชมพร้อมกับถามว่าทำคนเดียวหรือ ชนนีหวังจะให้วรรศิกาได้หน้าไปด้วยจึงบอกว่าเธอช่วยเป็นลูกมือให้ หม่อมชุลีไม่พอใจมากแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ ฝืนกินซุปของชนนีไปหลายคำจนคนทำยิ้มปลื้ม โดยไม่รู้ว่าท่านกำลังวางแผนจะเล่นงานเอาอีก อยู่ๆ หม่อมชุลีแกล้งไอเหมือนมีอะไรติดคอ วานชนนีไปหยิบน้ำให้ดื่ม เธอพาซื่อวางชามซุปไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินไปรินน้ำจากเหยือกที่ตั้งไว้ที่มุมห้อง หม่อมชุลีรอจนเธอหันหลังให้แกล้งปัดชามซุปตกพื้นแตกกระจาย

“ตายจริงทำไมมือไม้มันอ่อนไม่มีแรงแบบนี้ ขอโทษนะชนนีเลอะเทอะหมดแล้ว เรียกนังสามาเก็บเถอะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ สายังถูห้องคุณชายอยู่ เดี๋ยวหลานเก็บเช็ดเองค่ะคุณป้า” ชนนีรีบร้อนเก็บเศษชามไม่ทันระวัง นิ้วถูกบาดเลือดไหล แต่ข่มความเจ็บไว้เก็บต่อไปจนเสร็จ หม่อมชุลีแอบยิ้มสะใจที่ได้แกล้งเธอ

ooooooo

นพกับชวนชื่นกำลังนั่งกินของว่างอยู่ที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน ตอนที่ชนกเข้ามาบอกว่าจะแต่งงานกับยอดธิดา ชวนชื่นดีใจมากที่ลูกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาไปอีกคนหนึ่งบอกให้เอาวันเดือนปีเกิดของยอดธิดามาให้ ท่านจะเอาดวงของทั้งคู่ไปดูฤกษ์ยาม ชนกรับคำน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะลุกออกไป นพนิ่วหน้ามองตาม

“ผมว่าเจ้านกมันแปลกๆชอบกล คนจะแต่งงานทำไมหน้าตาเหมือนไม่ยินดียินร้ายแบบนี้”

“ก็จริงนะคะ ฉันก็มัวแต่ดีใจ ปกตินกจะร่าเริงพูดเล่นได้ทั้งวัน แต่วันนี้ดูขรึมๆเหมือนมีอะไรในใจ”

สองสามีภรรยามองหน้ากันสงสัยอะไรคือสิ่งที่ค้างคาในใจลูกชาย...

ฝ่ายชนกเดินมานั่งที่ท่าน้ำหลังบ้าน เหม่อมองสายน้ำแล้วอดคิดถึงเมื่อครั้งแรกที่ได้เจอกับวรรศิกา ตอนนั้นเธอตะเกียกตะกายขอความช่วยเหลืออยู่ในน้ำโดยมีอบสวาทยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าสะใจ เขาต้องโดดลงไปช่วยพยุงเธอเข้าฝั่ง ชนกพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับวรรศิกาทิ้ง แต่ยิ่งพยายามลืมกลับยิ่งคิดถึงเธอ...

ด้านอบสวาททนคิดถึงหริพันธ์ไม่ไหวจะกลับวังอโยธยา แต่ทาเคชิยืนขวางทางไว้พร้อมกับหว่านล้อมให้เธอลืมหริพันธ์แล้วมาเริ่มต้นใหม่กับเขา หากดื้อดึงจะกลับไป เธอก็เป็นได้แค่เมียน้อยหรือเมียเก็บของหริพันธ์ อบสวาทถูกแทงใจดำก็โกรธตบหน้าเขาเต็มแรง ประกาศลั่นว่าไม่ได้รักเขา ผลักเขาพ้นทางแล้วขยับจะไป

ทาเคชิไม่ยอมให้ไปกอดเธอไว้ ซุกไซ้ซอกคอพยายามจะรื้อฟื้นเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน เธอดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่สู้แรงเขาไม่ได้ ระหว่างนั้นหริพันธ์เข้ามากระชากเขาออกแล้วชกจนล้มคว่ำ อบสวาทดีใจมากที่เจอชายคนรักโผกอดไว้แน่น ทาเคชิมองภาพสองคนกอดกันด้วยใจที่ร้าวราน...

หริพันธ์ประคองอบสวาทให้ลงนั่งที่โซฟา ถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครทำไมถึงเข้ามาทำรุ่มร่ามกับเธอถึงในนี้ อบสวาทอึกอักก่อนจะเล่าให้ฟังว่าทาเคชิเป็นหมอ เมื่อหลายวันก่อนเธอไม่สบายเป็นไส้ติ่งอักเสบเจ็บปวด ทรมานมาก เขาผ่านมาเจอก็เลยพาไปโรงพยาบาล เราสองคนก็เลยรู้จักกัน

“เขาเป็นหมอไม่น่าทำแบบนี้เลย”

“เขาแอบชอบพี่น่ะค่ะ พอพี่บอกว่าไม่ชอบไม่ให้เขามายุ่งกับพี่เพราะพี่มีคุณชายอยู่แล้ว เขาก็เลยทำอย่างที่คุณชายเห็น ต่อไปเขาคงไม่กล้ามาอีกแล้วค่ะ อย่าไปสนใจเขาเลย พี่คิดถึงคุณชายเหลือเกินคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอคุณชายอีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่คุณชายไม่ลืมพี่ไม่ทอดทิ้งพี่อย่างที่เคยสัญญาไว้ พี่คิดถึงคุณชายมาก คุณชายคิดถึงพี่ใช่ไหมคะ” อบสวาทโผกอดหริพันธ์ไว้แน่น

หลังเสร็จสมอารมณ์หมาย หริพันธ์ซึ่งนอนกอดก่ายอยู่บนเตียงกับอบสวาทบอกว่าจะพาเธอกลับวัง ที่เขามาที่นี่ก็เพราะหม่อมแม่สั่งให้มารับ เธอตื่นเต้นดีใจมาก ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

“ครับ หม่อมแม่ยังฝากจดหมายมาถึงพี่อบด้วย” หริพันธ์ว่าแล้วลุกไปหยิบจดหมายมาให้ “ผมขอตัวอาบน้ำก่อน พี่อบรีบแต่งตัวนะครับ เราจะได้กลับกันเลย”

อบสวาทรอจนหริพันธ์เข้าห้องน้ำปิดประตู ถึงได้เปิดจดหมายออกอ่าน หม่อมชุลีเขียนมาบอกว่าที่อยากได้ชนนีมาเป็นสะใภ้เพราะต้องการแก้แค้นพ่อแม่ของมัน ตอนนี้ท่านจะคืนผัวให้เธอแล้ว และหวังว่าเธอจะมีปัญญารั้งตัวเขาไว้ให้ได้นานที่สุด อบสวาทเข้าใจแผนการของหม่อมตัวแสบทันที

“ที่แท้นังชุลีมันไม่ได้คิดกำจัดเรา ร้ายนักนะอีแก่ แต่มันก็เป็นเรื่องดีสำหรับเรา ฮึ แค่รั้งคุณชายไว้ไม่เกินความสามารถของอบสวาทหรอก” พูดจบอบสวาทใช้เล็บจิกแผลผ่าตัดไส้ติ่งของตัวเองจนเลือดซึม ทำให้หริพันธ์ต้องพาไปโรงพยาบาลให้หมอทำแผลให้ใหม่ เธอรีบถามหมอว่าจะต้องนอนที่นี่หรือเปล่า

“ไม่ต้องครับ แผลไม่ได้อักเสบอะไรกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้เลยครับ แต่ช่วงนี้ผมขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งเดินทางไกล มันอาจจะกระเทือนทำให้แผลปริได้อีก”

หริพันธ์ถึงกับเซ็งขณะที่อบสวาทแอบยิ้มสมใจ ครั้นกลับถึงบ้านพักตากอากาศ หริพันธ์รีบโทร.หาชนนีแต่เธอเผลอหลับไปก็เลยไม่ได้รับสาย เขาจึงสั่งสาให้เรียนหม่อมแม่ด้วยว่าอบสวาทไม่สบายก็เลยกลับไม่ได้

“และถ้าคุณชนนีตื่นก็บอกเธอตามนี้ด้วย” หริพันธ์วางสายสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก ผิดกับอบสวาทที่แอบฟังอยู่มุมหนึ่งยิ้มสะใจ...

ทางด้านหม่อมชุลีฟังที่สามารายงานเรื่องหริพันธ์ก็ยิ้มพอใจ กำชับไม่ให้เธอบอกชนนีเรื่องที่หริพันธ์โทร.มา อ้างจะเป็นคนบอกเอง สารับคำแล้วเดินออกจากห้องสวนกับวรรศิกาที่ถือถาดใส่กาน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะ หม่อมชุลีสั่งให้เธอรินน้ำชามาให้ แต่แทนที่จะดื่มหม่อมโรคจิตกลับเอาสาดหน้าวรรศิกาที่มองงงๆ

“โทษฐานที่แกชอบแส่ ใครใช้ให้แกสาระแนไปช่วยชนนีทำซุป” ไม่ด่าเปล่าหม่อมชุลีกระชากผมเธอหน้าหงาย “อย่าบังอาจขัดคำสั่งฉัน ไม่อย่างนั้นแกจะไม่มีวันอยู่เป็นสุขแน่”

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เสี่ยย้งเดินมาส่งลูกสาวสุดสวาทหน้าบ้านซึ่งชนกจอดรถรอรับอยู่ เธอชวนป๋าไปด้วยกัน ซื้อของเสร็จจะได้ไปกินบะหมี่ราชวงศ์

“ไม่ล่ะ หนุ่มๆสาวๆไปกันเถอะ ตามสบายเลยนะอาชนก จะกลับดึกกลับดื่นแค่ไหนผมก็ไม่ว่า เพราะอีกไม่นานสองคนก็จะแต่งงานกันแล้ว อนุญาตตลอด” เสี่ยย้งหัวเราะชอบใจ ยอดธิดาทำเอียงอายก่อนจะก้าวขึ้นรถ เขามองตามรถของว่าที่ลูกเขยที่แล่นออกไปอย่างมีความสุข แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรถของเสี่ยเจ้าของบ่อนแล่นสวนกับรถของชนกเข้ามาจอดตรงหน้า ก่อนจะไขกระจกถามเขาว่ายอดธิดาไปไหน

“อ๋อ...คือไปกับญาติผมน่ะครับ เสี่ยจะเข้ามากินน้ำชาก่อนไหม เชิญๆ”

“ไม่ล่ะ ในเมื่อหนูยอดไม่อยู่ ผมก็กลับดีกว่า”

เสี่ยย้งมองรถของเสี่ยเจ้าของบ่อนที่แล่นจากไปอย่างโล่งใจ...

ระหว่างชนกขับรถมาตามถนน โดยมียอดธิดานั่งคล้องแขนซบไหล่ แถมส่งเสียงออดอ้อนเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานมีความสุขอย่างนี้นี่เอง

“มองไปทางไหนโลกก็เป็นสีชมพูไปหมด เดี๋ยวนกต้องช่วยยอดเลือกผ้าตัดเสื้อด้วยนะคะ”

ชนกยังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงโครมดังมาจากด้านหลังรถสะเทือนไปทั้งคันเนื่องจากถูกชนท้าย ยอดธิดาหงุดหงิดบ่นอุบขับรถประสาอะไรถนนตั้งกว้างดันมาชนท้ายกันได้แล้วลงจากรถไปดู ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเสี่ยเจ้าของบ่อนเปิดประตูรถลงมาพร้อมกับสมุน ทักทายเธอเสียงลั่น

“อ้าวนึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็หนูยอดธิดาคนคุ้นเคยนี่เอง” ไม่พูดเปล่าเสี่ยเจ้าของบ่อนเดินมาโอบไหล่ ยอดธิดาด้วยท่าทางสนิทสนม “ดีใจจริงๆที่ได้เจอหนูยอด คิดทึ้งคิดถึง”

ยอดธิดาตั้งสติได้รีบไหว้เสี่ยเจ้าของบ่อนอย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะเสี่ย ป๋าก็บ่นคิดถึงเสี่ยอยู่บ่อยๆค่ะ”

“รู้จักกันด้วยเหรอครับ” ชนกมองเสี่ยสลับกับยอดธิดาซึ่งรีบเบี่ยงตัวออกมายืนข้างๆชนก แนะนำว่าเสี่ยเป็นเพื่อนสนิทของป๋า เสี่ยเจ้าของบ่อนคุยว่าเราสนิทกันมาก แล้วถามชนกว่าเป็นญาติฝ่ายไหนของเสี่ยย้ง

“ผมชนก กรกตพงษ์ ไม่ใช่ญาติแต่เป็นเพื่อนของคุณยอดธิดา ถ้าเป็นคนรู้จักกันอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร รถผมก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก”

เสี่ยเจ้าของบ่อนไม่ยอมให้ชนกทำอย่างนั้น ในเมื่อตนชนท้ายรถของเขาก็ต้องรับผิดชอบแล้วหยิบนามบัตรยื่นให้ บอกให้เขาเอารถไปซ่อมได้เลย แล้วส่งคนมาเก็บเงินที่ตน หรือจะฝากมากับยอดธิดาก็ได้เพราะเราเจอกันบ่อย แล้วมองเธออย่างมีเลศนัย เธอยิ้มตอบเพื่อไม่ให้มีพิรุธทั้งที่อยากจะกรีดร้องด้วยความแค้นใจ...

ในเวลาต่อมา เสี่ยย้งถึงกับร้องไอ้หยาเมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ถามลูกสาวอย่างร้อนใจว่าชนกสงสัยอะไรหรือเปล่า เธอใช้ไหวพริบรีบบอกว่าไอ้เสี่ยบ้านั่นเป็นเพื่อนกับป๋า ชนกก็เลยไม่ติดใจสงสัยอะไร

“วันนี้เอาตัวรอดไปได้ แต่ถ้าไอ้เสี่ยบ้ามันไม่เลิกรังควานยอดล่ะป๋า ยอดจะทำยังไง”

เสี่ยย้งมั่นใจหากลูกแต่งงาน เสี่ยบ้านั่นคงเลิกตอแยไปเอง แล้วเร่งให้เธอแต่งงานเร็วๆจะได้หมดเรื่อง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 17:05 น.