ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หริพันธ์คิดหนักเรื่องที่หม่อมแม่จะให้แต่งงานกับชนนี ครั้นเธอเอาขนมเค้กเจ้าอร่อยจากพาหุรัดมาให้ถึงห้องพักอาจารย์ เนื่องจากเมื่อวานได้ยินเขาบอกว่าชอบกินขนมเค้กกับน้ำชาก็เลยซื้อมาฝาก เขาจึงทำตัวไม่ถูก

“ขอบใจ แต่ทีหลังไม่ต้องลำบากนะ” หริพันธ์ว่าแล้วหยิบถุงขนมไปวางอีกด้านหนึ่งของโต๊ะทำงาน แล้วเสหยิบรายงานขึ้นมาอ่าน ชนนีน้อยใจที่เขาทำตัวห่างเหิน เดินคอตกออกไป เขาเงยหน้ามองตาม ถอนใจหนักใจ พลันภาพเหตุการณ์ที่คุยกับหม่อมแม่เมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของหริพันธ์

“แม่พูดจริงๆนะชาย ตั้งแต่เห็นเด็กชนนีครั้งแรก แม่ก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก ชายพูดถูกที่ว่าเด็กคนนี้ใครได้เข้าใกล้ก็จะรู้สึกมีความสุข อายุชายก็สมควรที่จะมีคู่ครองได้แล้ว แม่ว่าไม่มีใครเหมาะกับชายเท่าชนนี”

“แต่ชนนีคงไม่ได้รักชายหรอกค่ะ จะแต่งงานกันได้ยังไง”

“โธ่เอ๊ยชาย...ชายดูเด็กคนนั้นไม่ออกรึ แม่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเด็กคนนั้นทั้งรักทั้งศรัทธาชาย เชื่อแม่สิ”

คุณชายแห่งวังอโยธยาตื่นจากภวังค์หยิบขนมเค้กของฝากจากชนนีออกจากถุงมองอย่างพิจารณา ระหว่างนั้นอาจารย์สาวร่วมคณะคนหนึ่งเข้ามาทักว่านั่นขนมเค้กเจ้าอร่อยที่พาหุรัดใช่ไหม เธอจำถุงของร้านนี้ได้ แล้วเข้ามามองใกล้ๆขณะที่หริพันธ์ยังงงๆอยู่

“ใช่จริงๆด้วย คุณชายก็ชอบทานขนมเค้กร้านนี้เหรอคะ ดิฉันว่าเย็นนี้จะแวะไปซื้อฝากที่บ้านอยู่เชียว”

“ไปซื้อขนมเค้กถึงพาหุรัดเลยเหรอครับ”

“ค่ะ ต่อให้ไปไกลแค่ไหน ถ้าคนที่เรารักชอบเราก็ไปได้ค่ะคุณชาย” อาจารย์สาวพูดจบผละจากไป หริพันธ์ตระหนักในบัดดลว่าที่แท้ชนนีมีใจให้เขาอย่างที่หม่อมแม่ว่าจริงๆก็เผลอยิ้มออกมา...

ด้านอบสวาทจดรายการบัญชีรายรับรายจ่ายในวังของเดือนนี้เสร็จ เอาสมุดมาให้หม่อมชุลีตรวจทาน ท่านสั่งให้เธอไปบอกล้วนให้เตรียมรถ ท่านจะไปวังท่านหญิงนวล อบสวาทรีบถามว่าจะให้เธอไปด้วยไหม

“อยากรู้จนตัวสั่นล่ะสิว่าฉันจะไปทำไม เรื่องความสาระแนของหล่อน ยังไงก็คงแก้ไม่หาย รีบไปแต่งตัวเร็วๆ เข้า” หม่อมชุลีรอจนอบสวาทไปพ้นสายตาก็ยิ้มร้ายทันที “เดี๋ยวหล่อนก็จะได้รู้สมใจนังอบสวาท”...

คล้อยหลังหม่อมชุลีออกไปไม่นาน เจียนเข้ามาบอกชนกที่กำลังคุมคนงานซ่อมแซมวังว่าวรรศิกาไม่สบายมากให้ช่วยไปดูหน่อย เมื่อมาถึงห้องพักของคุณหญิง เห็นเธอนอนซมเพราะพิษไข้อยู่บนเตียงโดยมีสาคอยเช็ดเนื้อตัวหน้าตาให้ ชนกถามสาว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

“เมื่อวานคุณหญิงไปตกน้ำมาอีกน่ะค่ะ นั่งตัวสั่นร้องไห้อยู่ในห้อง ดิฉันมาเห็นเข้าเลยช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ สงสัยจะโดนคุณอบแกล้งเอาอีก ถามก็ไม่ยอมบอก”

ชนกรู้ทันทีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้วรรศิกาเป็นแบบนี้ วานให้เจียนกับสาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอด้วย เขาจะพาไปหาหมอ สองบ่าวอึกอักจนเขาต้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ได้ความว่าหากใครจะออกจากวังต้องขออนุญาตหม่อมชุลีก่อน ชนกเข้าใจแล้วและยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างเองถ้าท่านจะเอาเรื่อง

ooooooo

ครู่ต่อมา ชนกอุ้มวรรศิกาที่ไม่ได้สติมาที่รถโดยมีสากับเจียนตามมาเปิดประตูให้ เขารับปากหาหมอเสร็จเมื่อไหร่จะโทร.มาส่งข่าว แล้วขึ้นประจำที่นั่งคนขับเพื่อจะสตาร์ตรถ เป็นจังหวะที่วรรศิกาเพ้อออกมาว่า

“คุณชนก คุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณชนนีเลย ฉันทำไปทั้งหมดเพราะความหวังดี” พูดได้แค่นั้นวรรศิกาเงียบเสียงไป ชนกรู้สึกผิดต่อเธอมากขึ้นไปอีก รีบเร่งเครื่องรถออกไป เจียนมองตามพร้อมกับยกมือไหว้ท่วมหัว ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณหญิงของตนด้วย อย่าให้เป็นอะไรมาก สาหันมาบอกเจียนว่ารู้สึกหนาวๆร้อนๆชอบกล เจียนตั้งข้อสังเกต เธอน่าจะติดไข้จากคุณหญิงเข้าให้แล้ว

“ไม่ใช่หรอก ฉันนึกถึงหน้าหม่อมท่านตอนกลับมาแล้วรู้เรื่องน่ะสิ...โอ๊ยแค่คิดก็หนาวเหมือนไข้จะขึ้นแล้วล่ะพี่เจียนเอ๊ย” สาทำท่าสยอง ขณะที่เจียนรู้สึกไม่ต่างกัน...

ท่านหญิงนวลตกใจมากเมื่อรู้ว่าหม่อมชุลีอยากให้ท่านเป็นเถ้าแก่สู่ขอชนนีให้หริพันธ์ จำไม่ได้ว่าสองคนนั่นรักกันชอบพอกันตั้งแต่ตอนไหน ถ้าเธอคิดจะจับทั้งคู่คลุมถุงชนท่านไม่เห็นด้วย เพราะสมัยนี้ไม่มีใครเขาทำกันแล้ว ขืนดื้อดึงรังแต่จะสร้างปัญหาเปล่าๆ

“ดิฉันไม่คิดจะทำแบบนั้นกับลูกหรอกค่ะ ดิฉันรู้ดีว่าการอยู่กับคนที่ไม่ได้รักเรามันทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ทั้งชายหริและชนนีต่างก็มีใจให้กัน ดิฉันแน่ใจค่ะ”

อบสวาทแค้นจัดที่หม่อมชุลีโกหกหน้าด้านๆ อยากจะตะคอกใส่หน้าให้รู้กันไปเลยว่าคนที่หริพันธ์รักและมีใจให้คือตนคนเดียวเท่านั้นแต่ไม่กล้าพูดได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้รอสะสาง...

หมอตรวจอาการของวรรศิกาอย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่คงต้องให้ค้างที่โรงพยาบาลคืนหนึ่งก่อนเพื่อดูให้แน่ใจ ถ้าไข้ลดก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วขอตัวไปตรวจคนไข้ก่อน วรรศิกาเพ้อเรียกหาแม่ พร้อมกับยกมือขึ้นไขว่คว้าอากาศ ชนกจับมือเธอมากุมไว้ เธอถึงหลับต่อได้

“เธอต้องเป็นอย่างนี้เพราะฉันแท้ๆ” ชนกเผลอลูบผมวรรศิกาด้วยความสงสาร...

ฝ่ายเสี่ยย้งกลับเข้าบ้านพร้อมก๋วยเตี๋ยวสองห่อในมือ เห็นลูกสาวแต่งตัวสวยจะไปข้างนอกชวนให้กินอะไรด้วยกันก่อนค่อยไป เธอขอผ่านเนื่องจากมีนัดกินดินเนอร์กับชนก เขาอดถามไม่ได้ว่าทำไมความสัมพันธ์ของลูกกับหริพันธ์ถึงไม่คืบหน้า หรือตกลงใจจะเอาทางชนก เธอเห็นท่าทางร้ายกาจของหม่อมแม่ของหริพันธ์แล้วคงจะปอกลอกยากไม่เหมือนพ่อแม่ของชนกซึ่งใจดีกว่ามาก

“ทางไหนมันสะดวกก็เอาทางนั้น เราไม่มีเวลาจะเลือกมาก ป๋าเบื่อกินก๋วยเตี๋ยวเต็มทีแล้วนะ”

“ก็ไปบ่อนให้มันน้อยลงสิป๋า”

พูดถึงบ่อน เสี่ยย้งจัดแจงแบมือขอเงินลูกเอาไปต่อทุนห้าพันบาท แต่ยอดธิดามีให้แค่ห้าร้อยเท่านั้น

ooooooo

อบสวาทน้อยใจหริพันธ์มากที่คิดจะแต่งงานกับชนนีแต่กลับไม่บอกกันสักคำ เขาแก้ตัวว่าที่ไม่ได้บอกเธอก่อนเพราะเขาปฏิเสธหม่อมแม่ไปแล้วว่าจะไม่แต่งกับชนนี เราสองคนไม่ได้รักกัน จะแต่งงานกันได้อย่างไร

“โถคุณชาย...คุณชายของพี่” อบสวาทโผกอดหริพันธ์ด้วยความดีใจ...

ขณะที่หม่อมชุลีประกาศกร้าวต่อหน้ารูปภาพของท่านชายผู้เป็นสามีว่ายังไม่ยอมแพ้ จะต้องหาทางทำให้ท่านหญิงนวลเชื่อและยอมไปสู่ขอชนนีให้หริพันธ์ให้ได้ ชนกมาขอพบเพื่อขอโทษเรื่องที่ถือวิสาสะพา วรรศิกาออกจากวังอโยธยาก่อนจะได้รับอนุญาตจากท่าน เพราะถ้าเขารอ เกรงว่าเธอจะแย่

“เธอทำถูกแล้วล่ะ เรื่องเจ็บป่วยจะมารอได้อย่างไร ตอนนี้อาการวรรศิกาเป็นอย่างไรบ้าง”

“หมอให้อยู่ดูอาการคืนหนึ่งครับ เพราะร่างกายเธออ่อนแอกลัวจะมีอาการแทรกซ้อน”

หม่อมชุลีหันไปสั่งสาให้เตรียมตัวไปนอนเฝ้าวรรศิกาที่โรงพยาบาล ตอนค่ำๆจะให้ล้วนขับรถไปส่ง แล้วขอบใจชนกมากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องวรรศิกาให้ ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาล พรุ่งนี้ท่านจะให้หริพันธ์ไปจัดการ ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นอกจากหม่อมชุลีจะไม่เล่นงานแล้ว ยังพูดจาภาษาดอกไม้กับเขาอีกด้วย

สาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่เก็บความเคลือบแคลงสงสัยเอาไปเล่าให้เจียนที่กำลังเตรียมมื้อกลางวันอยู่ในครัวฟังว่าวันนี้เจ้านายมาแปลกถ้าเป็นเมื่อก่อนวังคงลุกเป็นไฟไปแล้ว นี่กลับนิ่งสงบ แถมทำท่าเหมือนห่วงวรรศิกาเสียเต็มประดา เจียนหาว่าคนที่แปลกก็คือสา ท่านเป็นไฟก็ว่า พอท่านสงบก็บ่น

“พี่เจียนเคยได้ยินไหมที่เขาว่ากันว่าก่อนจะมีพายุใหญ่มันจะสงบนิ่งผิดปกตินะพี่ เคยได้ยินบ้างรึเปล่า”

เจียนคิดคล้อยตามคำพูดของสาด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ในเวลาต่อมา ยอดธิดามาถึงบ้านของชนกเห็นชวนชื่นกำลังเลือกเครื่องเพชรที่วางอยู่เกลื่อนโต๊ะรับแขกโดยมีชนนีนั่งอยู่ด้วย ปรี่เข้าไปถามว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ ท่านกำลังเลือกสร้อยคอจะให้ชนนีใส่ไปงานฉลองรับปริญญาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ชนนีบ่นไม่อยากใส่เครื่องประดับแท้ๆเหล่านี้ ขี้เกียจมาคอยระวัง เพราะแต่ละชิ้นแพงๆทั้งนั้น ยอดธิดาคุยอวดว่าเหมือนกันเลย เธอเองก็มีเครื่องเพชรเยอะแยะแต่ไม่ชอบใส่

“ป๋าสิคะคอยคะยั้นคะยออยากให้ใส่ เอามาให้เลือกทีเป็นสิบๆกล่องเลยค่ะ”

ชวนชื่นเห็นชนกยังไม่กลับก็เลยชวนยอดธิดาให้นั่งคุยด้วยกันไปพลางก่อนจะได้ช่วยน้องเลือกเครื่องเพชรด้วย เธอคว้าสร้อยเพชรหลายเส้นไปทาบกับคอกับตัวอย่างตื่นเต้นเหมือนไม่เคยมี ชวนชื่นมัวแต่เลือกสร้อยไม่ทันสังเกต แต่ชนนีเห็นเต็มๆ อดแปลกใจกับท่าทีของผู้มาเยือนไม่ได้

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นคนไข้ วรรศิกาค่อยๆรู้สึกตัวลืมตื่นขึ้น มองไปรอบห้องอย่างงงๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับชนกเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับปิ่นโตในมือ เห็นเธอฟื้นแล้ว ร้องทักด้วยความดีใจ

“ตื่นแล้วเหรอครับ พอดีเลยจะได้กินข้าวต้มร้อนๆ ป้าเจียนฝากมาให้คุณ”

“ฉันมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไงกันคะ”

ชนกต่อรองถ้าอยากรู้ต้องกินข้าวต้มแล้วกินยาก่อน เสร็จเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง เธอทำท่าอิดออดเขาก็เลยแกล้งขู่ถ้าขืนชักช้าไข้กลับมาอีก คราวนี้คงต้องฉีดยา เขารู้จากป้าเจียนหมดแล้วว่าเธอกลัวเข็มฉีดยามาก จากนั้นเขาถอดปิ่นโตใส่ข้าวต้มวางลงตรงหน้า วรรศิกากินไปแค่สองคำก็วางช้อน ชนกโวยกินข้าวเท่าแมวดมแบบนี้จะกินยาได้อย่างไรแล้วหยิบช้อนตักข้าวป้อนให้เอง เธอแอบมองเขาแปลกใจกับท่าทีอ่อนโยนผิดเป็นคนละคนจากวันก่อน...

ขณะที่ชนกมัวแต่เพลิดเพลินกับการดูแลวรรศิกา ยอดธิดาหงุดหงิดใจมากที่เลยเวลานัดไปแล้ว ทำไมชนกยังไม่มาสักที ชนนีเห็นเธอยืนชะเง้อคอยาวอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านออกมาเชิญให้เข้าไปนั่งรอข้างในจะดีกว่ามืดแล้วข้างนอกยุงเยอะ แล้วตั้งข้อสังเกตว่าชนกอาจจะติดงานด่วนถึงได้มาช้า

“นั่นสิ ปกตินกไม่เคยผิดนัดพี่ แสดงว่านกคงต้องมีเรื่องสำคัญมากๆแน่ ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนดีกว่า”

ระหว่างเดินมาส่งยอดธิดาที่รถ ชนนีขอถามอะไรสักข้อ ถ้าเราให้อะไรใครสักคนแล้วเขาเหมือนไม่อยากได้ หมายความว่าเขาเกรงใจเราหรือเปล่า ยอดธิดาไม่คิดเช่นนั้น เขาน่าจะรำคาญมากกว่า แต่บางครั้งมารยาททางสังคมทำให้แสดงออกมากไม่ได้ ถ้าเป็นตนเองคงบอกไปว่าทีหลังไม่ต้องลำบากเอามาให้ก็ได้

“แค่นี้คนฟังก็น่าจะรู้แล้วล่ะว่าเราไม่โอเค”

แทงใจดำชนนีเต็มๆ เพราะหริพันธ์ก็พูดประโยคนี้เช่นกันตอนที่เธอเอาขนมเค้กไปให้ เธอถึงกับหน้าจ๋อย...

หลังงานเลิก เจตน์กับชนกชวนกันไปดื่มเหล้าฟังเพลงที่ไนต์คลับ ฝ่ายแรกเห็นเพื่อนรักอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อดกระเซ้าไม่ได้ว่าคืนก่อนดื่มเหล้าเหมือนคนอกหักเมาไม่ได้สติทั้งๆที่ไม่ได้ทะเลาะกับยอดธิดา แต่พอมาคืนนี้กลับดูมีความสุขมากผิดกับวันก่อนลิบลับ พอได้ยินชื่อยอดธิดา ชนกก็นึกขึ้นว่าลืมนัดไปดินเนอร์กับเธอ เจตน์ชักเอะใจขนาดลืมนัดสาวที่เขาพร่ำบอกว่ารักแบบนี้หรือว่ามีคนอื่น ชนกหาว่าไร้สาระ

“ก็ท่าทางแกมันเหมือนคนกำลังอินเลิฟเลยนี่หว่า”

“ไอ้บ้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ฉันมียอดอยู่ทั้งคน” ชนกหลบสายตาของเพื่อนรักที่จ้องอย่างสงสัย...

ให้บังเอิญเหลือเกินที่เจตน์เดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเจอยอดธิดามากับผู้ชายคนอื่น เธอแก้ตัวว่าเขาเป็นลูกค้าของป๋า พอดีป๋าไปฮ่องกง เธอก็เลยต้องมารับรองลูกค้าแทนที่ แล้วขยับจะไป เจตน์ทักท้วงจะไม่ไปทักทายชนกก่อนหรือ เธอขอผ่าน อ้างชนกขี้หึง
เดี๋ยวจะเข้าใจผิด ขอร้องเจตน์อย่าบอกเขาเรื่องที่เจอเธอ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง กระซิบบางอย่างกับลูกค้าก่อนจะพากันออกจากไนต์คลับ

เจตน์ไม่ติดใจสงสัยอะไรกระทั่งกลับมาที่โต๊ะแล้วชนกเล่าว่าเมื่อครู่โทร.ไปหายอดธิดาเพื่อจะขอโทษที่ผิดนัด เสี่ยย้งรับสายบอกว่าเธอไปหาเขาที่บ้านแต่ไม่เจอ พอกลับถึงบ้านบ่นว่าปวดหัวก็เลยขึ้นไปนอน เจตน์รู้ทันทีว่ายอดธิดาโป้ปดมดเท็จเรื่องควงชายอื่นเที่ยว แต่ไม่กล้าเล่าอะไรให้เพื่อนรักฟัง

ooooooo

หริพันธ์มาหาหม่อมแม่ที่ห้องนอน ขอร้องให้ล้มเลิกความคิดเรื่องชนนีเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ หม่อมชุลีดักคอที่เป็นไปไม่ได้เพราะเขามีอบสวาทอยู่แล้วใช่ไหม หริพันธ์ตกใจไม่คิดว่าท่านจะรู้เรื่องนี้

“คงคิดว่าแม่หูหนวกตาบอดมองไม่เห็นงั้นสิ ชายไม่รู้หรอกว่าแม่เสียใจแค่ไหนที่เห็นชายลดตัวลดศักดิ์ศรีไปเกลือกกลั้วกับคนในบ้านที่แม่เลี้ยงมาไม่ต่างกับคนรับใช้ ชายกำลังเดินตามรอยท่านพ่อ...แต่ที่แม่นิ่งเฉยเหมือนไม่รู้ไม่เห็นเพราะมันเป็นความสุขของลูกๆที่แม่รัก...รักมากที่สุด”

“ชายกราบขอโทษหม่อมแม่ที่ทำให้เสียใจ ชาย...”

“แม่เข้าใจแต่ก็อยากให้ชายเข้าใจแม่เหมือนกัน อบสวาทอาจเป็นเมียชายได้แต่ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยืนเคียงข้างชายได้อย่างสง่างาม แม่รักชายถึงได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ทีนี้เข้าใจแม่รึยังจ้ะ” บทบาทแม่ผู้แสนดีของหม่อมชุลี ทำเอาหริพันธ์ซาบซึ้งมาก ไม่กล้าขัดใจอะไรท่านอีก...

ฝ่ายวรรศิกานอนใจลอยอยู่บนเตียงคนป่วยเฝ้าคิดถึงแต่ตอนที่ชนกมาคอยดูแลป้อนข้าวป้อนยา เผลอยิ้มมีความสุข สาเปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นเธอนอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถามว่ายิ้มเรื่องอะไร เธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์ละล่ำละลักว่าเปล่าไม่มีอะไร

“ดูหน้าตาคุณหญิงสดใสขึ้นมากเลยนะคะ”

“เอ่อ หญิงนอนก่อนล่ะนะ” วรรศิกาเขินหน้าแดง รีบพลิกตัวนอนหันหลังให้สา...

ยอดธิดาตกใจมากเมื่อป๋าเล่าให้ฟังว่าชนกโทร.มาที่บ้าน แต่ท่านโกหกไปว่าเธอปวดหัวขึ้นนอนไปแล้ว ถ้าเจอเขาอีกทีก็ให้เธอพูดให้ตรงกับตน ยอดธิดาไม่สบายใจมากเพราะเพิ่งไปเจอกับเจตน์เพื่อนรักของชนกโดยบังเอิญที่ไนต์คลับ ชนกก็อยู่ที่นั่นด้วยแต่ไม่เห็นเธอมีเพียงเพื่อนของเขาเท่านั้นที่เห็น แต่เธอขอร้องแล้วว่าไม่ให้บอก เสี่ยย้งถึงกับร้องไอ้หยา หรือที่ชนกโทร.มาเพื่อจะจับผิดเธอ

“คนอย่างยอดไม่มีทางจนมุมเพราะเรื่องแค่นี้หรอก ป๋าไม่ต้องห่วง”

ooooooo

ชนนีรู้ข่าววรรศิกานอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลขอตามชนกไปเยี่ยมเธอด้วย สองพี่น้องยังไม่ทันจะขึ้นรถ ยอดธิดาโผล่มาเสียก่อน ชนกขอโทษเธอด้วยที่ลืมนัดเมื่อวาน เธอไม่ติดใจเรื่องนั้นแต่ถ้าเขาอยากจะแก้ตัววันนี้ไปดูหนังด้วยกันแล้วเย็นค่อยไปดินเนอร์ ชนนีเห็นพี่ชายลังเลคิดว่าเป็นห่วงตัวเอง รีบบอกว่าไปคนเดียวได้

“เมื่อวานพี่นกก็ผิดนัดกับพี่ยอดไปทีหนึ่งแล้ว ไปเถอะค่ะเดี๋ยวให้ลุงสวนขับรถไปให้ก็ได้”

“แต๊งกิ้วนะคะน้องชน...น้องชนน่ารักมากๆเลยที่เข้าใจพี่”...

วรรศิกาเห็นชนนีมาเยี่ยมแต่ไม่มีวี่แววของชนกที่ไปเที่ยวกับยอดธิดา ถึงกับกินข้าวไม่ลงทั้งที่ตั้งใจจะกินข้าวให้หมดชามเพื่ออวดเขา ชนนีเห็นสีหน้าผิดหวังของเธอที่ไม่เจอชนกก็อดสงสัยไม่ได้...

เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ชนนีขอตัวกลับ ออกจากห้องพักฟื้นของวรรศิกาจะเดินไปลงบันไดแต่เจอหริพันธ์เดินสวนขึ้นมา เธอหันหลังกลับจ้ำพรวดๆไปอีกทางหนึ่ง เขารีบไปดักหน้าเอาไว้ ถามว่าทำไมต้องหนีด้วย ถ้าไม่พอใจอะไรกันก็ขอให้พูดตรงๆ ชนนีแค่ไม่อยากให้เขารำคาญ เขาไม่เคยคิดอย่างนั้นแม้แต่น้อย

“คงเป็นเรื่องเมื่อวานใช่ไหม เมื่อวานพี่มีเรื่องเอ้อ เครียดๆนิดหน่อย อาจพูดหรือทำอะไรให้เธอไม่สบายใจพี่ขอโทษนะชนนี พี่ขอยืนยันว่าพี่ไม่เคยรำคาญเธอเลย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ แค่รู้ว่าพี่ชายไม่ได้รำคาญ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ” ชนนียิ้มสดใสให้ หริพันธ์ลอบถอนใจ พึมพำในใจถ้าเธอรู้เรื่องการแต่งงานจะยังยิ้มสดใสแบบนี้อีกหรือเปล่า เขาอยากรู้ใจเธอจริงๆ...

ในเวลาต่อมา หริพันธ์เข็นรถเข็นที่วรรศิกานั่งไปที่รถของตัวเองเพื่อกลับวังอโยธยา โดยมีสาหิ้วข้าวของเครื่องใช้ของเธอเดินลิ่วไปที่รถก่อน เมื่อได้อยู่กันลำพังพี่น้อง เขาถามหยั่งเชิงว่ารู้สึกอย่างไรถ้าเขาจะแต่งงานกับชนนี วรรศิกาตกใจร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่า ถ้าเขาไม่ได้รักเธอก็อย่าดึงเธอเข้ามาทนทุกข์ทรมานที่วังเลย แล้วพยายามชี้ให้เห็นว่าแม้หม่อมแม่จะเป็นคนที่ต้องการให้เขาแต่งงานกับชนนี แต่เรื่องนี้ต้องมีวาระซ่อนเร้น เขาก็รู้ว่าท่านเกลียดครอบครัวของชนนี และถ้าคนอย่างท่านเกลียดใครแล้วไม่มีทางให้อภัย

“แม้กระทั่งท่านพ่อไม่ใช่เหรอคะ” คำพูดของวรรศิกาทำเอาหริพันธ์หน้าเครียด...

ทางฝ่ายชนกไปเที่ยวกับยอดธิดา แต่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะเป็นห่วงวรรศิกาจนคนไปด้วยรับรู้ได้ ร้องทักว่ามีเรื่องกังวลใจอะไรหรือเปล่า ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกกันได้ เขาปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แล้วเสหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาชนแก้วกับเธอซึ่งลอบมองเขาด้วยความสงสัย...

หลังส่งยอดธิดากลับบ้านเรียบร้อย ชนกตรงไปโรงพยาบาลเพื่อจะเยี่ยมวรรศิกา กลับพบว่าเธอออกไปแล้วตั้งแต่ตอนบ่าย เขาเป็นห่วงเธอมากรีบกลับบ้านไปถามน้องสาวว่าวันนี้ไปเยี่ยมวรรศิกามาเป็นอย่างไรบ้าง หายดีแล้วหรือถึงได้ออกจากโรงพยาบาล ชนนีไม่เห็นรู้เรื่องเลย ตอนไปเยี่ยมก็ไม่เห็นเธอว่าอะไร แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว ชนกแวะไปที่นั่น พยาบาลบอกว่าวรรศิกาออกไปตั้งแต่บ่าย ไม่รู้กลับไปอย่างไร

“คงไปกับคุณชายหริพันธ์มั้งคะ น้องเจอคุณชายด้วย”

ชนกถอนใจโล่งอกที่วรรศิกามีคนมารับกลับ ชนนีเห็นท่าทางพี่ชายเป็นห่วงวรรศิกาจนออกนอกหน้า กระเซ้าว่าไหนตอนแรกไม่ชอบขี้หน้า แถมว่าเธอว่าเหมือนผีดิบอีกต่างหาก เขาแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นห่วงแค่สงสัยเท่านั้น แล้วขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อน กลัวจะมีพิรุธอะไรออกมาอีก ชนนีมองตามด้วยความสงสัย...

หริพันธ์ยังคาใจไม่หายกับเรื่องที่คุยกับวรรศิกา ตัดสินใจเข้าไปถามหม่อมแม่ตรงๆว่าที่ท่านอยากได้ชนนีมาเป็นสะใภ้เพราะเอ็นดูจริงๆ หรือคิดอะไรในใจกันแน่ สีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมชุลีเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง จ้องลูกชายเขม็งจนคนถูกจ้องต้องหลบสายตา “ชายขอโทษค่ะ ถ้าถามอะไรที่ไม่สมควร”

“ไม่เป็นไร เมื่อชายกล้าถามแม่ก็กล้าตอบ” หม่อมชุลีนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะอธิบายเป็นฉากๆว่าที่ต้องเร่งให้เขามีคู่ครองเร็วๆ เพราะกลัวเขาจะหลงเสน่ห์มารยาของอบสวาทจนยกย่องขึ้นมาเป็นเมียออกหน้าออกตา แม้ท่าทางภายนอกของเธอจะดูซื่อๆ แต่ความจริงแล้วเธอเป็นคนทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง ถ้าไม่รีบตัดไฟแต่ต้นลม เขาอาจจะเดินตามรอยท่านพ่อ หริพันธ์หลงเชื่อคำพูดของหม่อมชุลีไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

“สำหรับเรื่องพี่อบ ชายเองก็อยากจะขอร้องหม่อมแม่”

“ไม่ต้องขอ แม่จะจัดการเอง ยังไงเขาก็เป็นเมียชาย... ชายไม่ต้องห่วง”...

คำว่าจัดการให้เองของหม่อมชุลีคือตรงเข้าไปตบตีด่าทออบสวาทถึงห้องนอนแล้วไล่ตะเพิดให้ออกจากวังฐานใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนทำให้หริพันธ์หลงจนลดตัวเอามาเป็นเมีย อบสวาทต้องเกาะขาขอร้องท่านอย่าไล่เธอไปไหน เธอยอมทำทุกอย่างขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ๆหริพันธ์ หม่อมชุลีทำเป็นคิด ก่อนจะยอมให้เธออยู่ต่อไปได้ แต่ห้ามมาขัดขวางการแต่งงานของหริพันธ์หรือให้ใครรู้ว่าเธอเป็นเมียของเขา อบสวาทจำต้องรับข้อเสนอทั้งที่แค้นหม่อมชุลีอกแทบแตก หมายหัวจะเอาคืนให้สาสม

ooooooo

เพื่อให้แผนแก้แค้นเดินหน้าต่อไปได้ หม่อมชุลีพาหริพันธ์ไปพบท่านหญิงนวลซึ่งถามเขาอย่างไม่อ้อมว่ารักใคร่ชอบพอกับชนนีจริงหรือเปล่า เขาเหลือบมองหม่อมแม่ที่ทำเป็นพูดจาอ่อนโยน

“คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น ท่านยายจะได้เข้าพระทัย”

หริพันธ์ครุ่นคิดถึงตอนที่หม่อมแม่ขอให้เขาเรียนท่านยายว่ารักใคร่ชอบพออยู่กับชนนี ทีแรกเขาลังเล ถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับโกหกท่าน หม่อมชุลีอ้างว่าโกหกเพื่อให้ท่านสบายใจไม่เป็นความผิด ท่านเป็นคนรักความถูกต้อง ขืนบอกความจริงท่านคงไม่ไปขอชนนีให้เขาแน่ๆ ท่านหญิงนวลเห็นหลานชายนิ่งเงียบไป สะกิดถาม ตกลงว่าอย่างไรกันแน่

“ผมประทับใจในตัวชนนีมากจนกลายเป็นความรักและอยากได้เธอมาเป็นภรรยาที่ถูกต้องครับท่านยาย”

ท่านหญิงนวลยิ้มพอใจแต่อดถามเพิ่มเติมไม่ได้ว่าแล้วฝ่ายหญิงรู้สึกเหมือนกับเขาหรือเปล่า เขามั่นใจว่าเธอไม่รังเกียจเขา ท่านได้ยินแบบนี้ก็สบายใจ ยินดีจะไปเป็นเถ้าแก่สู่ขอชนนีให้ตามที่หม่อมชุลีต้องการ...

ครั้นกลับถึงวังอโยธยา หม่อมชุลีตรงไปที่หน้ารูปภาพของท่านชายกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เห็นหรือยังว่าท่านน้าหญิงหลอกง่ายเพียงใด ตนเคยบอกเขาแล้วว่าคนอย่างตนลองจะทำอะไรต้องทำให้สำเร็จ ไม่ยอมให้หน้าไหนมาขวางทั้งนั้น พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สักพักวรรศิกาถือถาดใส่กาน้ำชาเข้ามาวางที่โต๊ะ แล้วหันมากราบขอบพระคุณหม่อมชุลีที่ช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้ แทนที่จะเมตตาสงสาร ท่านกลับหาเรื่องด่าว่าเป็นไข้แค่นี้ถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลให้สิ้นเปลืองเงินทอง สำออยไม่ผิดแม่แม้แต่นิดเดียว

“ถ้ายังทำตัวแบบนี้ ฉันทายได้เลยว่าต่อไปแกจะต้องท้องไม่มีพ่อ ทุกวันนี้ฉันก็ยังสงสัยอยู่ว่าแกน่ะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านชายจริงหรือเปล่า...ท่านน่าจะรู้ดีกว่าใครๆ แต่เพราะตายไปแล้ว ถึงจะรู้ก็ไม่กล้าบอกใครใช่ไหมเพคะ เพราะมันเท่ากับประจานความโง่ของท่านเอง” หม่อมชุลีจ้องรูปภาพของท่านชายอย่างชิงชัง...

ครู่ต่อมาวรรศิกาเดินซึมมาที่ท่าน้ำเห็นอบสวาทเอาดอกไม้ที่จะใช้ร้อยมาลัยมาเหยียบย่ำ ปากก็ด่าว่าเกลียดๆๆ ซ้ำไปซ้ำมา เธอร้องถามว่าพูดถึงใคร อบสวาทชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะโกหกว่าเกลียดนังชนนี

“แน่ใจเหรอคะว่าพี่อบหมายถึงคุณชนนี”

“ก็ใช่น่ะสิ มันจะมาแย่งคุณชายไปจากฉัน เธอไม่รู้เหรอว่าคุณอาพาคุณชายไปพบท่านหญิงนวลเพื่อให้ท่านหญิงไปขอนังชนนีให้คุณชายแล้ว”

วรรศิกาตกใจมาก ต้องบอกเรื่องที่หม่อมแม่หวังจะใช้ชนนีเป็นเครื่องมือแก้แค้นชวนชื่นกับครอบครัวให้ชนกรับรู้ จะได้หาทางแก้ไขก่อนจะสายเกินไป รีบจ้ำพรวดไปที่ตัวตึกหวังจะเจอเขาที่นั่น แต่เขายังไม่มามีเพียงลูกน้องของเขาเท่านั้นที่มาทำงาน เธอไม่ล่วงรู้เลยว่าชนกจะไม่อยู่หลายวัน ต้องขึ้นเชียงใหม่ไปติดต่อกับลูกค้าแทนนพซึ่งป่วยเป็นหวัด ชนกขับรถออกจากบ้านไปไม่นาน รถของท่านหญิงนวลก็เลี้ยวเข้ามาจอด

ooooooo

ท่านหญิงนวลดีใจที่ได้เจอทั้งนพและชวนชื่นพร้อมหน้าจะได้พูดทีเดียวเลย ชวนชื่นสงสัยมีเรื่องสำคัญอะไรหรือ ท่านมีเรื่องสำคัญมากจะคุยด้วย แล้วเหลือบมองไปทางชนนี ชวนชื่นเข้าใจทันทีรีบไล่ลูกทางอ้อม

“ลูกไปบอกบุญให้เตรียมน้ำชากับของว่างให้ท่านยายด้วยนะจ๊ะ”

“ได้ค่ะคุณแม่” ทันทีที่ชนนีคล้อยหลัง ท่านหญิงนวลแจ้งกับนพและชวนชื่นว่าวันนี้ท่านมาในฐานะญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ทั้งนพและชวนชื่นต่างมองหน้ากันงงๆ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หริพันธ์ออกจากห้องน้ำเห็นอบสวาทนั่งพับเพียบอยู่ที่ปลายเตียงก็แปลกใจถามว่าทำไมถึงไปนั่งตรงนั้น เธอรู้ตัวดีต่อไปนี้เธอคงไม่มีสิทธิ์อาจเอื้อมอีกแล้ว ต้องอยู่ในที่ที่ควรอยู่ เขาปรี่เข้ามาประคองเธอไปนั่งบนเตียง ขอร้องอย่าตัดพ้อต่อว่าอะไรอีกเลย เธอก็รู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจจะแต่งงานกับชนนี แต่จำใจทำตามที่หม่อมแม่ต้องการ อบสวาทน้ำตาคลอเบ้า รู้ว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องแล้ว

“พี่เจียมตัวยอมรับในฐานะของตัวเองเสมอขอแค่คุณชายยังเมตตาบ้างพี่ก็พอใจแล้ว”

“ไม่ต้องห่วง ผมขอร้องหม่อมแม่เรื่องพี่อบแล้วหม่อมแม่ก็รับปากผมแล้ว นี่ท่านยังไม่ได้คุยกับพี่เหรอครับ”

“คุยค่ะคุยแล้ว คุณอากรุณากับพี่มาก แต่พี่อยากได้ยินจากปากคุณชายมากกว่า ช่วยพูดให้พี่สบายใจหน่อยได้ไหมคะว่าจะไม่ทอดทิ้งพี่ถึงแม้คุณชายจะแต่งงานกับคุณชนนีก็ตาม”

หริพันธ์สัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งเธอ ขอให้สบายใจได้ อบสวาทขอบคุณเขามาก และให้สัญญาจะไม่มีวันทำให้ชีวิตคู่ของเขาต้องมีปัญหาเด็ดขาด หริพันธ์กอดเธอสีหน้าสบายใจขณะที่เธอกอดตอบแค้นใจสุดๆ...

ด้านนพปฏิเสธที่จะยกลูกสาวให้หริพันธ์เพราะรู้ดีว่าทั้งคู่ไม่ได้รักใคร่ชอบพอกันมาก่อนจะให้แต่งงานกันได้อย่างไร เขาไม่รู้ว่าหม่อมชุลีคิดจะทำอะไรแต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่เรื่องดี ตอนแรกท่านหญิงนวลก็คิดเหมือนเขา ก็เลยขอพบหริพันธ์ก่อน เขายืนยันกับท่านด้วยตัวเองว่ารักใคร่ชอบพอชนนี นพไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้

“แต่มันเป็นไปแล้ว ฉันว่าพ่อนพกับแม่ชวนชื่นค่อยๆปรึกษาหารือกันให้ดีก่อน อย่าเพิ่งตัดรอนโดยไม่ถามแม่ชนนี อย่างน้อยก็เป็นเรื่องของเขาโดยตรง... ยังไม่ต้องให้คำตอบฉันวันนี้ก็ได้”

ooooooo

ยอดธิดาวางหูโทรศัพท์ลงบนตัวเครื่องรับด้วยความเซ็ง หันไปบ่นให้ป๋าฟังว่าชนกไม่อยู่ตั้งหลายวันแผนของท่านก็ต้องเลื่อนออกไปอีก เสี่ยย้งเป็นพ่อที่ดีมากเห็นลูกเบื่อๆ จัดแจงชวนเข้าบ่อน เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ แค่ท่านเข้าไปคนเดียวก็แทบจะไม่มีกินกันอยู่แล้ว ขืนเธอตามไปด้วยมิต้องแก้ผ้ากันเลยหรือ

“เฮ้ย...ลื้อก็พูดเกินไป ป๋าจะบอกอะไรให้คนไม่เคยเข้าบ่อนมักจะมือขึ้น ไปนะ ลองไปสักครั้งวันนี้เราอาจจะรวยใหญ่ก็ได้ เชื่อป๋าสิ” เสี่ยย้งคะยั้นคะยอแต่ยอดธิดายืนกรานไม่ยอมเข้าบ่อนเด็ดขาด...

ฝ่ายวรรศิกาช่วยเจียนกับสาที่กำลังเตรียมกับข้าวอยู่ที่เรือนครัวได้สักครู่ก็วิ่งออกไปดูว่าชนกมาถึงหรือยัง เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้งจนสาอดนินทาไม่ได้ว่าดูคู่นี้จะยังไงๆกันอยู่ เจียนเตือนว่าอย่าพูดจาส่งเดช คุณชนกมีคนรักอยู่แล้ว พูดแบบนี้คุณหญิงของเราจะเสียหายได้

“โธ่เอ๊ย พี่เจียนก็ เราพูดกันแค่สองคน คุณชนกเธอก็มีแค่คู่รักไม่ใช่เมียสักหน่อย ถ้าคุณชนกเธอเปลี่ยนใจมาชอบคุณหญิงของเราจริงๆ ก็ดีไม่ใช่เหรอ คุณหญิงจะได้พ้นไปจากวังนี้สักที”...

อีกมุมหนึ่งของวังอโยธยา วรรศิการ้อนใจเรื่องชนนี ตัดสินใจเข้าไปถามลูกน้องของชนกว่าทำไมวันนี้เจ้านายของเขาถึงยังไม่มา ได้ความว่าชนกคงไม่มาหลายวันต้องไปพบกับลูกค้าแทนนพที่เชียงใหม่ วรรศิกาถึงกับถอนใจเซ็ง...

ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ไป แต่สุดท้ายยอดธิดาเข้าไปนั่งหน้าระรื่นอยู่ในบ่อน เล่นพนันอย่างสนุกสนานเพราะกินทุกตาได้เงินมากองโต โดยไม่รู้ว่านี่เป็นแผนล่อให้มาติดกับของเสี่ยเจ้าของบ่อนที่ปล่อยให้เธอเล่นได้ไปก่อน ไว้ติดใจแล้วค่อยเอาคืนเป็นเท่าทวีคูณ...

ระหว่างนั่งกินมื้อค่ำด้วยกัน ชนนีแปลกใจที่วันนี้พ่อกับแม่เงียบผิดปกติไม่พูดคุยกันแม้แต่คำเดียว อดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือเปล่า แล้วเมื่อตอนกลางวันท่านยายมาทำไม ชวนชื่นจะเล่าความจริงให้ฟังแต่นพซึ่งไม่ต้องการให้ลูกรู้เรื่องนี้ชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าไม่มีอะไร แล้วถามว่ายังอยากไปเรียนต่อโทเมืองนอกอีกไหม

“ก็คุณพ่อไม่อยากให้ลูกไปไม่ใช่เหรอคะ”

นพเปลี่ยนใจแล้ว ถ้าลูกอยากไปท่านก็จะให้ไป ชนนีงงมองพ่อที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่พูดไม่จาอะไรอีก เธออ้าปากจะพูดบางอย่างแต่ชวนชื่นมองเป็นเชิงห้ามปรามไว้ เธอจึงกินข้าวต่อไปเงียบๆ...

เมื่อได้อยู่ในห้องกันตามลำพัง ชวนชื่นเสนอแนะให้นพถามความสมัครใจของลูกสาวก่อน แล้วค่อยให้คำตอบท่านหญิงนวล เขาไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรต้องถามลูกในเมื่อเขารู้คำตอบอยู่แล้ว ชวนชื่นต่อว่าว่าปกติแล้วเขาไม่ใช่เป็นคนแบบนี้ เขาอ้างที่เขาเป็นแบบนี้เพราะเรื่องนี้ไม่ปกติ

“คุณอคติกับคุณพี่ชุลีมากไปหรือเปล่าคะ จริงๆ ฉันเองก็รู้สึกว่าคุณพี่ชุลีมีท่าทางเอ็นดูยัยชนนีไม่น้อย ส่วนคุณชายหริพันธ์...”

นพรีบตัดบทให้เลิกพูดได้แล้ว ถ้าเป็นเรื่องอื่นเขาคงยอมได้แต่เรื่องนี้เขาขอเป็นคนตัดสินใจเอง ถ้ายังเชื่อในตัวเขาอย่างที่ผ่านมาก็ขอให้เธอทำตามที่เขาบอก ปฏิเสธท่านหญิงนวลไปแล้วก็ไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้ชนนีรู้ เพราะมันไม่จำเป็น

ooooooo

หม่อมชุลีโมโหมากเมื่อท่านหญิงนวลโทร.มาบอกว่านพกับชวนชื่นปฏิเสธที่จะยกชนนีให้หริพันธ์ แต่อุปสรรคแค่นี้ไม่อาจทำให้เธอท้อแท้ ประกาศต่อหน้ารูปภาพของท่านชายผู้เป็นสามีว่า

“ไอ้นพกับนังชวนชื่นมันคิดว่าแค่ปฏิเสธแล้วฉันจะจบง่ายๆอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง ไม่มีโชคชะตาที่ไหนมาลิขิตชีวิตนังชนนีได้ ฉันจะเป็นคนลิขิตชีวิตลูกสาวของไอ้นพกับนังชวนชื่นเอง ได้ยินไหมท่านชาย ฉันจะทำเอง”

จากนั้นหม่อมชุลีสั่งให้ล้วนเอารถไปรับชนนีซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยมาวังอโยธยา แม้จะงุนงงอยู่บ้างแต่เธอก็ยอมมาหา หม่อมชุลีไม่รอช้าถามชนนีว่าชายหริไม่ดีตรงไหนถึงได้ปฏิเสธการแต่งงานกับเขา

“อะไรนะคะ”

“ฉันอยากรู้เหตุผลจริงๆที่เธอไม่อยากแต่งงานกับชายหริ”

“แต่งงานกับคุณชาย!” ชนนีทั้งตกใจทั้งตื่นเต้น หม่อมชุลีเห็นท่าทางของเธอแล้วแอบยิ้มชอบใจ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:16 น.