ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หม่อมชุลีแวะมาหาหริพันธ์ที่โรงแรม สั่งให้เก็บข้าวของกลับวังอโยธยา แก้ตัวว่าที่ต้องไล่เขาออกมาเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะขัดคำสั่งตนไปงอนง้อขอคืนดีกับชนนี หากเขาทำเช่นนั้นก็เท่ากับเขาเอาเกียรติเอาศักดิ์ศรีของรามพงษ์ไปให้นพกับชวนชื่นขยี้เล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนยอมไม่ได้

“ถึงชายจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แต่สิ่งที่ชายทำก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่แม่เลี้ยงดูชายมาอย่างดี ทำให้ชายไม่ได้มีเลือดใฝ่ต่ำอยู่ในตัวเลย ชายเป็นรามพงษ์ที่น่าภาคภูมิใจ แม่จะให้โอกาสชายกลับวัง ไปเริ่มต้นกันใหม่และแม่สัญญาว่าจะปิดเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของชายไว้เป็นความลับตลอดไป” หม่อมชุลีพูดจบดึงหริพันธ์มากอด ยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า ผิดกับหริพันธ์ที่สีหน้าครุ่นคิดหนัก...

ขณะที่หม่อมชุลีลงทุนมาง้อหริพันธ์ให้กลับมาอยู่วังเหมือนเดิม นพเข้ามานั่งข้างๆชนนีที่พยายามฝืนยิ้มให้ทั้งที่อกกลัดหนอง แล้วปลอบเธอว่าแรกๆคงยากที่จะลืมหริพันธ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็จะลืมทุกอย่างได้เอง ชนนีขอโทษท่านที่ทำให้ผิดหวัง เธอผิดเองที่ไม่เชื่อฟังท่านตั้งแต่แรก

“อย่าโทษตัวเองเลย ถ้าจะมีคนผิดสักคน คนคนนั้นก็คือคุณป้าชุลี หากคุณป้าไม่จมอยู่กับอดีต กับความแค้น เรื่องราวต่างๆระหว่างลูกกับคุณชายก็คงไม่เกิดขึ้น”

“คุณพ่อไม่ได้โกรธพี่ชายหรือคะ”

“ไม่เลย พ่อรู้สึกสงสารเขาด้วยซ้ำ ชีวิตที่ไม่สามารถกำหนดเองได้ ชีวิตที่ต้องตกอยู่ภายใต้การบงการของคนอื่น มันไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุขและถ้าลูกฝากชีวิตไว้กับคุณชาย ชีวิตลูกก็จะมีแต่ความทุกข์ ลืมคุณชายเสียเถอะ คิดว่าเรื่องระหว่างเขากับลูกเป็นแค่เพียงฝันร้ายเท่านั้น”

ชนนีรับปากจะพยายามลืมว่าเคยรู้จักและเคยร่วมชีวิตกับหริพันธ์ นพดึงลูกที่น้ำตาคลอเบ้ามากอดไว้ ชวนชื่นซึ่งมองอยู่ห่างๆพลอยน้ำตาซึมสงสารลูกไปด้วย...

ฝ่ายหริพันธ์ตัดสินใจไม่กลับวังกับหม่อมแม่ เพราะเขาไม่ใช่รามพงษ์ที่แท้จริง จึงไม่มีสิทธิ์อะไรที่วังนั้นอีก หม่อมชุลีพยายามกล่อมว่าสิทธิ์ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตนเป็นคนกำหนด หริพันธ์ขอบคุณที่ท่านเมตตาแต่ถึงอย่างไรเขาก็คงหนีความจริงไม่พ้นว่าเขาไม่ใช่ลูกของท่าน หม่อมชุลีเสียใจที่พลั้งปากพูดเรื่องแม่ของเขา ทำให้เขารู้สึกเสียศักดิ์ศรี เสียใจที่มีแม่ต่ำชั้นแบบนั้น หริพันธ์ยืนยันไม่เคยเสียใจเรื่องแม่ที่แท้จริงแม้แต่น้อย

“ถึงแม้แม่ชายจะเป็นแค่บ่าวในบ้าน แต่แม่ก็คือคนที่ประเสริฐที่สุดสำหรับชาย”

“ถ้าอย่างนั้นชายก็จงลืมทุกอย่างเสีย แล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เป็นหม่อมราชวงศ์หริพันธ์ รามพงษ์ ลูกของแม่” ป่วยการที่หม่อมชุลีจะเกลี้ยกล่อม หริพันธ์ยืนกรานไม่ยอมกลับ อยากอยู่กับความเป็นจริงมากกว่า แม้ความเป็นจริงจะทำให้เขาไม่มีอะไรก็ตาม หม่อมชุลีไม่พอใจมากถามเขาเป็นครั้งสุดท้าย จะกลับวังกับตนหรือไม่ เขายืนกรานคำเดิมว่าไม่กลับ

“ถ้าเธอไม่รับโอกาสจากฉันวันนี้ ฉันก็จะไม่มีโอกาสให้เธออีก” พูดจบหม่อมชุลีเดินออกไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

ล้วนเห็นหม่อมชุลีเดินหน้าบอกบุญไม่รับมาที่รถ รีบวิ่งไปเปิดประตูให้ ท่านยังไม่ทันขึ้นไปนั่ง หริพันธ์ร้องเรียกเอาไว้ หม่อมชุลีแอบยิ้มสมใจคิดว่าเขาจะกลับวังด้วย แต่ผิดคาด เขาแค่อยากรู้ว่าอัฐิแม่ของเขาอยู่ที่ไหน จะได้ไปกราบก่อนเดินทาง เธอโกรธมากที่เขากล้ามาบอกว่าจะไปกราบนังแม่ขี้ข้าของเขาทั้งที่ตนยังอยู่

“สมควรแล้วที่ฉันไม่เหลือซากมันไว้ให้แกกราบ”

หริพันธ์งง ถึงแม่ของเขาจะเผาไปแล้ว กระดูกก็น่าจะยังอยู่ไม่ใช่หรือ หม่อมชุลีหัวเราะราวกับคนบ้า

“ฉันโกหกแก อีสายหยุดไม่ได้ตายเพราะตกเลือด แกคงอยากรู้ใช่หรือเปล่าว่าอีเนรคุณมันตายอย่างไร”

จากนั้น หม่อมชุลีเล่าเหตุการณ์ในคืนที่สายหยุดเพิ่งคลอดหริพันธ์ให้ฟังว่าท่านเป็นคนสั่งให้หมอตำแยเอาเขามาจากอ้อมอกแม่ สายหยุดจะตามไปเอาลูกคืน ท่านจิกหัวไว้ ตะคอกใส่หน้า

“นังแพศยา แกทำให้ฉันเสียใจทุกข์ใจที่แกดันมาท้องพร้อมๆกับฉันจนทำให้ลูกฉันไม่แข็งแรงและต้องตายในที่สุด เพราะฉะนั้นฉันจะเอาลูกแกมาเป็นตัวแทนลูกฉัน”

สายหยุดโวยวายไม่ยอมให้ จึงถูกหม่อมชุลีตบตีไม่ยั้ง แล้วปัดตะเกียงที่วางอยู่ใกล้ๆล้ม ไฟลุกพรึบลามไปทั่วเรือนไม้อย่างรวดเร็ว เธอขอร้องให้ช่วยแต่หม่อมชุลีไม่สนใจทิ้งเธอไว้ในกองไฟแล้วเดินไปหาหมอตำแย พร้อมกับสั่งให้ปิดปากให้สนิท ทุกคนจะรู้แค่ว่านังสายหยุดโดนไฟคลอกตายพร้อมกับลูก ท่านส่งถุงเงินให้หมอตำแย ก่อนจะดึงตัวทารกมาอุ้มไว้เอง

“ไปจากพระนครเสีย ถ้าแกกลับมาอีกแกจะเป็นเหมือนนังสายหยุด”

“เจ้าค่ะ อิฉันรับรองว่าจะไม่กลับมาอีกอย่างเด็ดขาด” หมอตำแยเดินหายไปในความมืด หม่อมชุลียืนมองเรือนของสายหยุดที่ไหม้ทั้งหลังสีหน้าสะใจ

หริพันธ์ถึงกับอึ้งเมื่อได้รู้ความจริง พึมพำไม่อยากเชื่อว่าหม่อมแม่จะทำอย่างนั้น ท่านทำได้ทุกอย่างเพื่อให้หายแค้น ดังนั้นถ้าเขาอยากจะกราบเท้าแม่ตัวเอง คงต้องตามไปกราบในนรก แล้วขึ้นนั่งบนรถ ล้วนเองก็อึ้งไปเช่นกัน พอตั้งสติได้รีบปิดประตูรถให้เจ้านาย ก่อนจะขับรถออกไป

ooooooo

ไม่นานนัก ล้วนขับรถมาถึงวังอโยธยา อบสวาทซึ่งรออย่างใจจดจ่อรีบเข้ามาต้อนรับ หม่อมชุลีลงจากรถได้สั่งการให้ล้วนไปบอกบ่าวทุกคนในวังว่าห้ามหริพันธ์เข้ามาเหยียบที่นี่เด็ดขาด หากใครขัดคำสั่งจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แล้วเดินผ่านอบสวาทไปราวกับเธอไม่มีตัวตน เธอมองตามหมั่นไส้ พึมพำเบาๆ

“ที่แท้ก็ไปง้อคุณชาย ฮึ คงผิดหวังกลับมาล่ะสิ ถึงได้ตัดเป็นตัดตายกับคุณชายขนาดนี้”...

สากับเจียนไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่ล้วนเล่าเรื่องหม่อมชุลีจะเป็นความจริง เขาย้ำว่าจริงแท้แน่นอน เพราะได้ยินมากับหู เจียนสงสารหริพันธ์มากอุตส่าห์รักและเชื่อฟังหม่อมชุลีทุกอย่างไม่เคยขัดใจสักครั้ง

“จู่ๆมารู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูก แถมแม่แท้ๆก็ต้องตายเพราะหม่อมเสียอีก คุณชายคงไม่รู้จะทำอย่างไรเลย”

สาแปลกใจเจียนอยู่ที่นี่มาก่อนเราสองคนตั้งนาน ไม่เคยเห็นแม่แท้ๆของหริพันธ์เลยหรือ เธอมาพึ่งบุญท่านชายตอนที่หริพันธ์เริ่มคลานได้แล้ว แต่ก็เคยได้ยินคนเก่าๆของที่นี่เล่าว่าสายหยุดเป็นเมียบ่าวคนหนึ่งของท่านชายแต่บุญน้อยพอคลอดลูกก็มาตายไปพร้อมกับลูกเพราะเกิดไฟไหม้เรือน

“ตอนนั้นท่านชายก็ไม่อยู่ไปราชการที่หัวเมือง โธ่...ใครจะไปคิดว่าคนทำเรื่องทั้งหมดก็คือหม่อมท่าน”

“ฉันชักจะกลัวหม่อมท่านขึ้นมาแล้วล่ะสิพี่เจียน วันดีคืนดี ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจท่านจะฆ่าเราทิ้งหรือเปล่า” สาว่าแล้วมองหน้าเจียนกับล้วนสีหน้าหวาดหวั่น...

คนที่สา เจียนและล้วนกำลังนินทา นั่งกำมือแน่นแค้นเคืองหริพันธ์ไม่หาย อบสวาทมาเคาะประตูเรียกให้ลงไปกินมื้อเย็นเนื่องจากเลยเวลาอาหารนานแล้ว หรือท่านจะให้เธอยกสำรับขึ้นมาให้ หม่อมชุลีสั่งให้เธอเข้ามา แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบกระดาษกับปากกามาเขียนอะไรบางอย่างก่อนจะยื่นให้อบสวาทอ่าน เธออ่านเสร็จมองหม่อมชุลีสีหน้าตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ท่านดึงกระดาษกลับคืน

“หล่อนไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก ในเมื่อฉันไม่มีทายาทสืบสกุลอีกแล้ว ฉันก็จะยกวังอโยธยานี้ให้หล่อน วันใดที่ฉันตาย หล่อนจะได้ครอบครองวังต่อจากฉัน แต่ฉันมีข้อแม้ หล่อนจะต้องเลิกข้องเกี่ยวพบปะกับหริพันธ์อย่างเด็ดขาด เมื่อมันอกตัญญูฉัน มันก็จะไม่ได้อะไรจากฉันแม้แต่เศษดินในวังอโยธยา”

“ค่ะ ดิฉันจะทำทุกอย่างตามที่คุณอาต้องการ” อบสวาทรับคำหนักแน่น หม่อมชุลียิ้มสะใจ

“แกจะไม่เหลือใครเลยหริพันธ์ แม้แต่นางบำเรอของแก”

ooooooo

หริพันธ์แวะมาหาท่านหญิงนวลกับวรรศิกา และเล่าเรื่องชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเองรวมทั้งความร้ายกาจของหม่อมชุลีให้ฟัง ท่านหญิงนวลสงสารเขามาก คงจะเสียใจที่รู้ความจริงใช่ไหม

“ชายไม่ได้เสียใจเรื่องชาติกำเนิดแม้แต่น้อย แต่ชายเสียใจที่ไม่อาจทำได้แม้แต่ไปกราบกระดูกของแม่”

ท่านหญิงนวลไม่เห็นว่าหริพันธ์จำเป็นต้องมีเถ้ากระดูกของแม่ ขอเพียงจิตใจเขาระลึกถึงแม่อย่างแน่วแน่ แม่ของเขาก็จะสามารถรับรู้ได้อย่างแน่นอน แล้วชวนเขามาอยู่ด้วยกันกับวรรศิกาที่นี่ เพราะท่านยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หริพันธ์ก้มกราบท่านที่เมตตา แต่เขากำลังจะเดินทางไปต่างประเทศในอีกไม่กี่วันนี้

“ที่ชายมานี่ก็อยากจะมาฝากหญิงวรรและตั้งใจมากราบลาท่านยายค่ะ”...

ครู่ต่อมา วรรศิกาเดินมาส่งหริพันธ์ที่หน้าตึก เขามีเรื่องจะขอร้องเธอ ห้ามบอกเรื่องเขาให้ชนนีรู้เด็ดขาด เธอทักท้วง หากชนนีรู้เรื่องนี้อาจทำให้ทั้งคู่กลับมาเข้าใจกันได้อีกครั้ง หริพันธ์ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“พี่ชายไม่รักคุณชนนีแล้วหรือคะ”

“พี่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่พี่อบก็เป็นแค่ความหลง สำหรับชนนีมันคือรักแท้ รักที่เกิดจากใจจริง รักอย่างที่พี่ไม่มีวันจะรักใครได้อีก”

วรรศิกาไม่เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นเขาจะไปจากชนนีทำไม เขาคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธออีกแล้ว เขาอยากให้เธอได้พบกับผู้ชายที่ดี ที่เหมาะสมกับเธอมากกว่าเขา แล้วขอให้วรรศิกาสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับชนนี ทีแรกเธออิดออดไม่ยอมรับปาก แต่พอโดนคาดคั้นหนักเข้า เธอจำใจทำตามที่เขาร้องขอ...

ในเวลาต่อมา หริพันธ์กลับถึงโรงแรมที่พักพบอบสวาทมาดักรออยู่ อ้างมีธุระจะคุยด้วย เขาทำท่าจะปฏิเสธแต่เธอชิงพูดเสียก่อนว่าเรื่องที่จะมาคุยไม่ใช่เรื่องของเราแต่เป็นเรื่องของหม่อมชุลี เขาถึงยอมให้เธอเข้าไปคุยในห้องพัก แทนที่จะคุยธุระเธอกลับเข้ามานัวเนีย เขาต้องดันตัวเธอออก ขู่ถ้าไม่คุยเรื่องหม่อมแม่อย่างที่อ้างเขาต้องขอตัวออกไปข้างนอกก่อนแล้วขยับจะไป อบสวาทรีบบอกทันทีว่าหม่อมชุลียกวังอโยธยาให้เธอ

“ดีแล้วครับ พี่อบดูแลรับใช้หม่อมแม่มานาน พี่อบก็ควรจะได้รับอะไรตอบแทนบ้าง”

“พี่รู้ตัวดีว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ พี่จะแค่รับไว้แทนคุณชายก่อน สิ้นบุญคุณอาเมื่อไรพี่จะคืนวังให้คุณชายค่ะ”

หริพันธ์ไม่ต้องการวังอโยธยา หากหม่อมแม่ยกวังให้อบสวาทก็ควรรับไว้ไม่ต้องห่วงความรู้สึกของเขา เพราะอีกไม่กี่วันเขาจะไปเมืองนอกแล้ว เธอโผกอดเขาไว้แน่นละล่ำละลักอย่าทิ้งเธอไป เธอรู้ว่าทำผิดต่อเขา เธอไม่ได้ตั้งใจขอให้เขาอภัยให้ด้วย หริพันธ์ดันตัวเธอออก พร้อมกับบอกว่าให้อภัยเธอหมดแล้ว และขอให้เธออภัยให้เขาเช่นกัน เขาจะได้จากไปอย่างสบายใจ

“คุณชายจะตัดขาดพี่จริงๆหรือคะ ไม่นะคะ พี่รักคุณชาย พี่รักคุณชายค่ะ อย่าทิ้งพี่ไป” อบสวาทไม่พูดเปล่ากอดหริพันธ์ไว้อย่างหวงแหน เขาดันเธอออกแล้วเดินจากไป เธอทรุดฮวบลงกับพื้นร้องไห้โฮ...

ในเมื่อเรือนหอยังไม่เสร็จ ชนกจึงต้องใช้ห้องนอนตัวเองในบ้านพ่อเป็นห้องหอชั่วคราวก่อน เขาพา วรรศิกามาดูสถานที่เผื่อต้องการอะไรเพิ่มเติม ทั้งคู่ดูสถานที่ไปหยอกล้อกันไปอย่างมีความสุข...

ด้านชวนชื่นเห็นชนนีไม่ค่อยสบายใจนักจึงชวนมาทำบุญที่วัดเผื่อจะดีขึ้น แล้วถือโอกาสนี้ดูฤกษ์แต่งงานให้ชนกไปในตัว ตอนแรกท่านหญิงนวลจะมาดูฤกษ์ด้วยแต่ป่วยเสียก่อนชวนชื่นก็เลยอาสามาจัดการแทน

“ถ้าอย่างนั้นลูกขอไปนั่งรอที่ท่าน้ำนะคะคุณแม่ เสร็จธุระแล้วให้ลุงสวนไปตามลูกก็ได้ค่ะ” ชนนีว่าแล้วเดินแยกออกไป ชวนชื่นมองตามถอนใจด้วยความเป็นห่วง...

ไม่รู้ว่าเป็นโชคชะตาหรือเคราะห์กรรมกันแน่ หริพันธ์มาทำบุญให้แม่ที่วัดนี้เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างชะงักที่เห็นกัน ชนนีได้สติก่อนหันหลังเดินหนี หริพันธ์อยากรั้งเธอไว้แต่ต้องข่มใจได้แค่มองตาม อยู่ๆเธอเดินเซจะล้ม เขารีบเข้าไปประคองไว้ทันถามว่าเป็นอะไร เธอโกหกทั้งที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มว่าไม่ได้เป็นอะไร หริพันธ์เป็นห่วงเธอมากจะพาไปนั่งพักใต้ต้นไม้ก่อน แต่เธอไม่ยอมไป ฝืนทรงตัวยืนเองจนได้ อ้างกำลังจะกลับพอดี

“ให้พี่ไปส่งเธอดีกว่า เธอมากับใคร”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมากับ...พี่เจตน์ เขารออยู่ที่รถ ฉันไปก่อนนะคะ” ชนนีเดินหนีไปเลย

ooooooo

ทันทีที่อบสวาทก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถงของวังอโยธยา หม่อมชุลีซึ่งรอท่าอยู่ร้องถามว่าไปไหนมา เธอแต่งเรื่องว่าไปซื้อปั้นขลิบที่ท่านชอบมาฝาก จะได้กินกับน้ำชาตอนบ่าย แล้วชูถุงใส่ขนมให้ดู

“แล้วไป อย่าให้ฉันรู้นะว่าหล่อนยังแอบไปหาหริพันธ์หรือติดต่อกับมันอีก”

“ดิฉันไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณอาหรอกค่ะ” อบสวาททำท่านอบน้อม

“ดี...จำใส่กะลาหัวของหล่อนเอาไว้ก็แล้วกัน ถ้าฉันรู้ว่าหล่อนขัดคำสั่งฉันวันไหน นอกจากหล่อนจะไม่ได้วังแล้ว หล่อนก็จะไม่มีที่ซุกหัวนอนอีกต่อไป” ขู่จบหม่อมชุลีผละจากไป อบสวาทมองตามด้วยความชิงชัง...

เสร็จจากดูห้องหอ ชนกพาวรรศิกาไปลองชุดแต่งงาน ไม่ว่าจะสวมชุดไหนเขาชมไม่หยุดปากว่าสวยมากจนเธออ่อนใจตกลงจะเลือกชุดไหนดี เขายกให้เธอเป็นคนตัดสินใจ เธอเลือกชุดไหนเขาชอบทั้งนั้น เจ้าของร้าน กระเซ้าว่าน่าอิจฉาเจ้าสาวมาก มีเจ้าบ่าวทั้งรักทั้งตามใจแบบนี้ แต่งกันแล้วรับรองต้องมีลูกหัวปีท้ายปีแน่ๆ

“ผมก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วครับ” ชนกหัวเราะกับเจ้าของร้านอย่างถูกใจ โดยไม่รู้ว่ามีคนแอบมองอยู่...

ไม่นานนัก ชนกมาส่งวรรศิกาที่วังของท่านหญิงนวล ทั้งคู่ได้รับข่าวดีจากท่านหญิงนวลว่าวันนี้ชวนชื่นได้ฤกษ์แต่งงานจากท่านพระครูมาแล้ว เพิ่งโทร.บอกเมื่อครู่นี้เอง ท่านเห็นชนกตื่นเต้นจนออกนอกหน้าแกล้งบอกว่าได้ฤกษ์เร็วที่สุดปลายปี เขาถึงกับโอดครวญทำไมช้านัก ขืนให้รออีกแปดเดือนต้องตายแน่ๆ ท่านหญิงนวลอดกลั้นความรู้สึกต่อไปไม่ไหว หัวเราะออกมา เขาก็เลยจับได้ว่าท่านหลอก

“ฉันก็อยากจะเห็นคนดิ้นพราดๆขาดใจตายเพราะไม่ได้แต่งงานน่ะสิ ฤกษ์จริงน่ะปลายเดือนนี้จ้ะพ่อคุณ”

“ท่านยายหลอกผมจนได้” ชนกเข้ามากอดท่านหญิงนวลไว้

“จดจำความรู้สึกตอนที่อยากได้หญิงวรรเอาไว้ให้ดีนะ ได้ตบได้แต่งกันแล้ว อย่าทิ้งอย่าขว้างเขาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นฉันจะตัดยายตัดหลานกับเธอแน่ๆ”

ชนกรับรองด้วยเกียรติทั้งหมดที่มีว่าจะรักและดูแลวรรศิกาตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับวรรศิกา ท่านหญิงนวลมอบเครื่องเพชรชุดใหญ่ให้เธอไว้ใส่วันงานแต่งงาน วรรศิกาถึงกับตะลึง พอตั้งสติได้อ้าปากจะปฏิเสธ ท่านเหมือนจะรู้ทัน สั่งห้ามปฏิเสธเด็ดขาด

“เป็นถึงหลานท่านหญิงนวล แต่งงานทั้งทีเนื้อตัวเกลี้ยงเกลาไม่มีเครื่องประดับสักชิ้นก็เสียชื่อฉันหมดสิ อ้อ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเลิกเรียกฉันว่าท่านหญิงเสียที เธอควรจะเรียกฉันว่าท่านยาย เข้าใจหรือเปล่าจ๊ะ”

วรรศิกาซาบซึ้งใจน้ำตาคลอเบ้า “หญิงอยากเรียกอย่างคุณชนกและพี่ชายใจจะขาดแต่หญิงไม่กล้าอาจเอื้อมเพคะ ท่านยาย”

ท่านหญิงนวลอ้าแขนทั้งสองข้างออก วรรศิกาโผเข้าหา ทั้งสองคนกอดกันมีความสุข

ooooooo

หม่อมชุลีลงมาที่โต๊ะอาหารเห็นจัดจานไว้ชุดเดียว มองไปยังที่นั่งประจำของหริพันธ์แล้วอดเศร้าใจไม่ได้แต่ทำเป็นไม่ใส่ใจเดินไปนั่งหัวโต๊ะที่ของตัวเอง แล้วหันไปสั่งสาตักข้าวให้อบสวาทอีกที่ และให้วางจานข้าวตรงที่ที่หริพันธ์เคยนั่ง อบสวาททักท้วงตรงนั้นเป็นที่ของคุณชาย ท่านตวาดแว้ด

“ฉันสั่งให้หล่อนนั่ง หล่อนก็นั่งไม่ต้องมาสาระแนออกความเห็นอะไร...ตั้งแต่พรุ่งนี้จัดโต๊ะสองที่นะนังสา” หม่อมชุลีลงมือกินข้าวอย่างเงียบๆ ขณะที่อบสวาทนั่งวางมาด สาอดหมั่นไส้ไม่ได้จนต้องเอาไปนินทาให้เจียนกับล้วนที่อยู่ในครัวฟังว่าเธอนั่งชูคอราวกับกิ้งก่าก็ไม่ป่าน เจียนงงพูดเรื่องอะไร

“ฉันว่าหม่อมท่านต้องเสียใจเรื่องคุณชายไม่ยอมกลับวังจนเพี้ยนแน่ๆ วันก่อนก็ตบตีคุณอบเสียน่วม แต่พอวันนี้กลับทำเหมือนจะยกย่องคุณอบขึ้นแทนคุณชายอย่างนั้นแหละ”

“เออ ก็เรื่องของท่านเรามันขี้ข้า มีหน้าที่อะไรก็ทำไป”

ล้วนเห็นด้วยกับเจียน ยิ่งรู้ว่าหม่อมชุลีอารมณ์ขึ้นๆลงๆก็อย่าไปอยู่ใกล้ๆก็พอ...

ตกค่ำ หม่อมชุลีเก็บเอาเรื่องสายหยุดไปฝันร้ายว่าวิญญาณของท่านชายมาต่อว่าเธอที่ฆ่าสายหยุดอย่างเลือดเย็น แล้วบีบคอจนหายใจไม่ออก เธอพยายามดิ้นหนีจนกลิ้งตกเตียง ตกใจตื่นมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ความฝัน พอตั้งสติได้สีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น

“ถ้าท่านแน่จริงก็ออกมาสิ ออกมาฆ่าหม่อมฉันเลย อย่ามาทำเป็นพวกสัมภเวสี โผล่ไปโผล่มา เชอะ มีปัญญาก็แค่มาหลอกหม่อมฉันในฝัน” หม่อมชุลีว่าแล้วพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ขยับขาไม่ได้ “นี่ฉันเป็นอะไรไป ทำไมถึงขยับขาไม่ได้ ทำไมขาฉันไม่มีความรู้สึก นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

หม่อมชุลีทั้งทุบทั้งหยิกขาตัวเองแต่ไม่รู้สึกอะไรเลย ใจคอเริ่มไม่ดีตะโกนเรียกใครก็ได้ที่อยู่ข้างนอกมาช่วยตนด้วย เงียบไม่มีเสียงขานตอบ

“นังอบ นังสา พวกแกหูหนวกกันหมดรึไง”...

อีกมุมหนึ่งในห้องโถง สาปิดประตูหน้าต่างเสร็จชวนล้วนที่มาช่วยกลับเรือนคนรับใช้จะได้นอนหลับพักผ่อน เขาทักท้วงไม่ต้องเอาน้ำชาขึ้นไปให้หม่อมชุลีหรือ เธอไม่ได้ทำหน้าที่นี้มาตั้งนานแล้ว อบสวาทเอาไปจัดการเองหมด แถมสั่งห้ามเธอไปยุ่งอีกต่างหาก คงคิดจะเอาหน้ากับท่าน

“ก็ดี ฉันเองก็ไม่อยากเข้าใกล้หม่อมท่านสักเท่าไร บอกตรงๆว่ากลัว ไปกันเถอะ” สาเดินนำล้วนออกไป...

ฝ่ายอบสวาทถือถาดใส่น้ำชามาให้หม่อมชุลีที่ห้อง เห็นท่านนั่งอยู่ที่พื้นก็แปลกใจ ยังไม่ทันจะถามอะไรก็โดนเล่นงานว่าหูแตกหรืออย่างไร เรียกอยู่นานสองนานถึงไม่ได้ยิน แล้วสั่งให้เธอมาประคองให้ลุกขึ้น เธอถามว่าทำไมถึงลงไปนั่งที่พื้นอย่างนั้น ท่านก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็ลุกไม่ขึ้น อบสวาทซักว่าขาไม่มีความรู้สึกใช่ไหม

“ใช่ ฉันทั้งทุบทั้งหยิกก็ไม่เจ็บ หล่อนรีบโทรศัพท์ตามหมอมาเร็วเข้า”

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ยาคงออกฤทธิ์แล้ว”

หม่อมชุลีงง ยาอะไร ไม่เห็นได้กินยาอะไรสักอย่าง อบสวาทหัวเราะสะใจแล้วขยับจะลุกขึ้น ท่านคว้าแขนไว้ ตะคอกว่าเอายาอะไรให้ท่านกิน เธอเฉลยว่าเป็นยาสมุนไพรที่ผสมในน้ำชาให้ท่านดื่มทุกวัน ดื่มเข้าไปมากๆจะทำให้เป็นอัมพาตแบบที่ท่านเป็น หม่อมชุลีรู้ทันทีว่าถูกอบสวาทแก้แค้น กระชากผมแล้วตบหน้าคะมำ เธอไม่ยอมเจ็บคนเดียว ตบคืนให้บ้าง ประกาศลั่นว่านี่คือการเอาคืนที่ท่านเคยทำกับเธอไว้

“นังสา นังเจียน ไอ้ล้วน ใครก็ได้ช่วยฉันที”

“ไม่มีใครช่วยแกได้หรอก จำได้หรือเปล่าว่าแกเคยทำกับฉันยังไง” พูดจบอบสวาทกระชากผมจนหม่อมชุลี หงายหลังลงไปนอนกับพื้น แล้วเอาเท้าขยี้ท้องของท่านเหมือนที่ท่านเคยทำกับเธอจนแท้งลูก

“นี่แค่เป็นการเริ่มต้นเท่านั้นนังชุลี ตั้งแต่พรุ่งนี้ แกจะต้องได้รับบทเรียนอย่างแสนสาหัส” อบสวาทกระทืบท้องหม่อมชุลีจนสลบไป ครั้นรู้สึกตัวตื่นขึ้นกลางดึก หม่อมชุลีตั้งใจมั่นจะไม่ยอมให้อบสวาทมาหยามเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอง กำมือแน่นแววตาเต็มไปด้วยความชิงชัง

ooooooo

ขณะที่สากำลังเตรียมจัดโต๊ะสองที่สำหรับมื้อเช้า อบสวาทซึ่งแต่งตัวสวยเป็นพิเศษเข้ามาออกคำสั่ง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จัดโต๊ะที่เดียวนะนังสา คุณอาไม่ค่อยสบาย จะกินบนห้อง แกจัดสำรับเตรียมไว้ ฉันจะเป็นคนเอาขึ้นไปให้คุณอาเอง เข้าใจหรือเปล่า”

“ค่ะ” สารับคำแล้วเดินไปเก็บจานที่วางอยู่ตรงหัวโต๊ะซึ่งเป็นที่นั่งของหม่อมชุลี อบสวาทสั่งให้เก็บจานอีกที่ไป ตนจะนั่งตรงนั้น สาเถียงว่าที่ตรงนี้เป็นของหม่อมชุลี อบสวาทตะคอกใส่หน้า สั่งให้ทำอย่างไร เธอก็ต้องทำอย่างนั้น ไม่ต้องมาออกความเห็น อบสวาทเห็นสาลังเลก็เลยขู่ว่าหม่อมชุลีให้สิทธิ์ทุกอย่างในวังนี้กับตน หรือเธออยากจะถูกไล่ออกจากที่นี่เป็นคนแรก สาไม่กล้าหืออีก ทำตามที่อบสวาทสั่ง...

ไม่นานนัก อบสวาทยกถาดใส่อาหารเช้ามาให้หม่อมชุลีที่ห้องนอน พบว่าท่านไม่หายใจแล้ว เธอตะลึงไปอึดใจก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนบ้า

“นังชุลี นี่แกกลัวฉันจะเอาคืนขนาดรีบชิงตายหนีฉันเลยเหรอ โธ่เอ๊ย...หม่อมชุลี รามพงษ์ที่ใครๆก็บอกว่ามีจิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง ถือตัวถือศักดิ์ศรีที่แท้ก็ใจปลาซิว แกมันไม่แน่จริง แกกลัวฉันใช่ไหม กลัวจนเส้นเลือดในสมองแตกตาย เชอะ นังคนขี้แพ้ แกแพ้ฉันแล้วนังชุลี...วังนี้จะเป็นของฉัน ของฉันคนเดียว หม่อมอบสวาท รามพงษ์” อบสวาทหัวเราะสะใจแล้วหมุนตัวไปรอบห้องอย่างมีความสุข...

หริพันธ์กำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋เดินทางตอนที่วรรศิกาแวะมาหาเพื่อจะบอกว่าจะแต่งงานกับชนกปลายเดือนนี้ เขาคงอยู่ร่วมงานด้วยไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้จะเดินทางแล้ว จากนั้นเดินไปหยิบซองเอกสารฝากให้ชนนีด้วย เป็นหนังสือหย่าเขาลงชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว

ครู่ต่อมา วรรศิกาถือซองเอกสารมาที่รถซึ่งชนกจอดรออยู่ เขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอถามว่ามีอะไรทำให้ไม่สบายใจหรือเปล่า เธอยื่นซองเอกสารให้เขาดู

“พี่ชายฝากให้คุณชนนีค่ะ แต่หญิงคงไม่กล้าให้ หญิงสงสารเธอ”

ชนกเปิดดูถึงได้รู้ว่าเป็นหนังสือหย่า อาสาจะเป็นคนเอาให้เธอเอง วรรศิกาไม่สบายใจ ถ้าทำอย่างนั้น ชนนีคงจะเสียใจมาก เขากลับเห็นว่าเรื่องราวล่วงเลยมาถึงตอนนี้แล้ว ยื้อไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้ทำให้จบๆไปดีกว่า และที่สำคัญชนนีต้องยอมรับความจริงให้ได้...ขณะที่

ชนนีกำลังนั่งจิบน้ำชากับของว่างอยู่ที่โต๊ะสนามกับเจตน์ ชนกเข้ามาหาบอกว่าเพิ่งกลับจากไปหาหริพันธ์เพื่อแจ้งเรื่องการแต่งงานของตนกับวรรศิกา เขาฝากของมาให้ชนนีด้วย แล้วยื่นซองเอกสารให้ เธอเดาออกว่าเป็นอะไร หันไปขอยืมปากกาที่เหน็บกระเป๋าเสื้อเจตน์ ก่อนจะเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว

เจตน์เห็นว่าเป็นเอกสารอะไรก็ร้องเอะอะ “เดี๋ยวครับ คุณชนนีนี่มันหนังสือหย่า”

“ค่ะ น้องทราบแล้วค่ะ น้องฝากคุณหญิงช่วยคืนให้คุณชายหริพันธ์ด้วยนะคะ” ว่าแล้วชนนีคืนปากกาให้เจตน์ แล้วยื่นซองเอกสารให้ชนก จากนั้นเดินเข้าบ้านจะไปจัดน้ำชากับขนมมาให้พี่ชายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจตน์มองตามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ชนกนั่งลงกินของว่างหน้าตาเฉย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 19:40 น.