ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชวนชื่นแปลกใจทำไมป่านนี้ชนกยังไม่กลับทั้งที่โทร.มาบอกว่าออกจากบ้านยอดธิดานานแล้ว หรือว่าจะไปหาวรรศิกา นพลุกพรวดทันที เธอคว้ามือสามีไว้ถามว่าจะไปไหน เขาจะไปวังอโยธยา

“ใจเย็นๆก่อนค่ะ ตานกคงไปปรับความเข้าใจกับคุณหญิงคงไม่ไปยุ่งกับคุณพี่ชุลีหรอกค่ะ”

“ลูกเราไม่ยุ่งแน่ แต่คุณพี่ชุลีก็เหมือนเสือเห็นเหยื่อหลงเข้ามายังไงก็ต้องกัดแน่ ผมไม่ไว้ใจ”

เจตน์เสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน แต่นพให้เขาอยู่กับชนนีที่นี่ดีกว่า ตนไปกับชวนชื่นเอง ครั้นสองสามีภรรยามาถึงวังอโยธยาเห็นตำรวจยืนอยู่เต็มไปหมด หม่อมชุลีเอามือกุมแผลที่สีข้างกำลังบอกให้ตำรวจจับลูกชายของพวกตนฐานบุกรุกเข้ามาทำร้ายท่านถึงในบ้าน

ชนกปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำ หม่อมชุลีทำร้ายตัวเองเพื่อยัดเยียดข้อหานี้ให้เขา ตำรวจหันไปถามวรรศิกา ล้วน สาและเจียนว่าจะมีใครเป็นพยานให้เขาบ้าง ทุกคนพากันก้มหน้า มีเพียงวรรศิกาเท่านั้นที่เสนอตัวจะเป็นพยานให้ หม่อมชุลีมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

จากนั้นไม่นาน นพ ชวนชื่นและชนกกลับถึงบ้าน นพบ่นไม่เลิก เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นคนอะไรทำได้ถึงขนาดนี้ ชวนชื่นเองก็นึกไม่ถึงว่าหม่อมชุลีจะแค้นพวกเรามากถึงกับยอมทำร้ายตัวเองเพื่อเล่นงานชนก

ชนนีเห็นพี่ชายหน้าเครียดก็รู้ทันทีว่าเป็นห่วงวรรศิกา เขายอมรับว่าใช่เธอออกหน้าช่วยเขาแบบนี้ กลัวจะโดนหม่อมชุลีเล่นงาน เจตน์ปลอบเพื่อนรักให้ใจเย็นๆ หม่อมชุลียังบาดเจ็บอยู่ไม่น่ามีแรงทำอะไรวรรศิกา

“มันก็ไม่แน่ คนที่จิตใจไม่ปกติแบบนี้ ยิ่งตัวเองเจ็บแค่ไหนก็จะยิ่งทำให้คนอื่นเจ็บแค่นั้น”...

เหมือนที่ชนกคาดไว้ไม่มีผิด แม้จะได้รับบาดเจ็บ หม่อมชุลียังมีแรงเฆี่ยนวรรศิกาจนเสื้อขาดหลังแตกยับ คนถูกเฆี่ยนไม่ร้องสักแอะยืนให้เฆี่ยนจนทนเจ็บไม่ไหวสลบไปตรงนั้น หม่อมชุลียังไม่สาแก่ใจ

“มันฟื้นขึ้นมาเมื่อไร ฉันจะเอาโซ่ล่ามมันไว้ในห้อง ฉันจะไม่ให้มันออกมาพบเจอใครได้อีก”

สากับเจียนรีบประคองวรรศิกาที่หมดสติไปที่ห้องนอนของเธอ แล้วเอายามาทาแผลที่หลังให้ เจียนสงสารเธอจับใจถูกเฆี่ยนราวกับเป็นทาส สาแอบนินทาเจ้านายไม่รู้ใจทำด้วยอะไรถึงได้โหดร้ายอย่างนี้

“นี่ถึงกับจะล่ามโซ่ทำราวกับเธอไม่ใช่คน”

เจียนทายาเสร็จ เอาผ้าคลุมให้วรรศิกาก่อนจะออกไปกับสา ทันทีที่ประตูห้องปิด วรรศิกาค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก สักพักก็ซวนเซออกจากห้อง ไปยังต้นไม้ที่ท่านพ่อใช้ผูกคอตาย

“ท่านพ่อขา หญิงพยายามอดทน พยายามใช้ความดีเพื่อจะเอาชนะใจหม่อมแม่ แต่ก็ไม่อาจทำให้หม่อมแม่ลดความเกลียดชังหญิงได้เลย ท่านพ่อโปรดช่วยชี้ทางให้หญิงด้วยเถิดค่ะ” วรรศิกาคร่ำครวญจบ ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ มีลมพัดวูบเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าใครบางคน เธอหันไปมองถึงกับตาโตด้วยความตกใจ

ooooooo

หม่อมชุลีฝันว่าวิญญาณของท่านชายมาต่อว่าว่าทำกับวรรศิกาเกินเหตุไปแล้ว น่าจะหยุดทำร้ายเธอสักที ก่อนที่จะไม่มีใครเหลือ หม่อมชุลีตะโกนใส่หน้าท่านอย่างไม่เกรงกลัว

“หม่อมฉันไม่หยุด...หม่อมฉันไม่หยุด” ตะโกนได้แค่นั้นหม่อมชุลีสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป ลุกไปยืนตรงหน้าภาพของท่านชาย จ้องมองด้วยสายตาโกรธแค้น

“มีปัญญาทำได้ก็แค่มาหลอกหลอนหม่อมฉันในฝัน หม่อมฉันไม่กลัวท่านหรอก ยิ่งรู้ว่าท่านห่วงนังวรรศิกามากเท่าไหร่ หม่อมฉันก็จะยิ่งทำให้มันเจ็บมากเท่านั้น คอยทอดเนตรไปเถอะ”...

หม่อมโรคจิตทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้กับท่านชาย ตรงไปที่ห้องนอนของวรรศิกาพร้อมกับโซ่ในมือ แต่ปรากฏว่าเธอหายตัวไป หม่อมชุลีหันมาตะคอกใส่สา เจียนกับล้วนว่ามันหายไปไหน ทั้งสามคนส่ายหน้าไม่รู้ไม่เห็น ท่านเดินไปเปิดดูในตู้เสื้อผ้ากลับไม่พบเสื้อแม้แต่ชิ้นเดียว ถึงกับคำรามลอดไรฟัน

“มันกล้าหนีออกจากวังรึ”

“เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ คุณหญิงเจ็บมากขนาดนั้น เธอจะไปได้อย่างไร” เจียนตั้งข้อสังเกต

“ใช่ มันไม่มีทางไปเองได้หรอก นอกจากจะมีคนมาช่วยมันออกไป” หม่อมชุลีโกรธควันแทบออกหู

ครู่ต่อมา หม่อมชุลีพาตำรวจบุกไปที่บ้านกรกตพงษ์เพื่อตามหาวรรศิกาพร้อมด้วยหมายค้น แต่ต้องกลับวังอโยธยาด้วยความโกรธและผิดหวัง เนื่องจากเธอไม่อยู่ที่นั่น...

สากับเจียนเป็นห่วงวรรศิกามาก ป่านนี้จะไปตกระกำลำบากที่ไหนก็ไม่รู้ ล้วนเห็นทั้งคู่กลุ้มใจ ยอมเปิดปากเล่าว่าวรรศิกาไม่เป็นอะไรไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อคืนชนกแวะมาที่วังรู้ว่าวรรศิกาถูกเฆี่ยนปางตาย แถมจะถูกล่ามโซ่ไว้ในห้องไม่ให้เจอะให้เจอใครอีกก็เลยพาหนี เจียนกับสาพากันโล่งอกแต่ไม่วายต่อว่าล้วนที่ไม่บอกกันตั้งแต่แรกปล่อยให้พวกตนเป็นห่วงเธอแทบแย่ สานึกอะไรขึ้นมาได้

“ในเมื่อคุณชนกเป็นคนพาคุณหญิงไป แล้วทำไมหม่อมท่านถึงไม่เจอคุณหญิงที่บ้านคุณชนกล่ะ”

“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ล้วนสารภาพเสียงอ่อย

“คุณชนกเธอเป็นคนฉลาด เธอคงรู้ว่าหม่อมท่านต้องตามไปที่บ้านเธอก็เลยพาคุณหญิงไปซ่อนตัวที่อื่นนะสิ” เจียนตั้งข้อสังเกต สายังอดสงสัยไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณหญิงอยู่ที่ไหนกันแน่...

คนที่เจียนกับสาเป็นห่วงกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่วังของท่านหญิงนวล ท่านตามหมอมาดูอาการให้แล้ว หมอจ่ายยาให้กินอีกสองถึงสามวันคงจะดีขึ้น ชนกเป็นห่วงเธอมากขอขึ้นไปเยี่ยมที่ห้อง เห็นเธอนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้อยู่บนเตียง เข้าไปปัดผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ วรรศิกาละเมอเรียกหาท่านพ่อและแม่แวว พร้อมกับยกมือขึ้นไขว่คว้าในอากาศ ชนกจับมือเธอไว้

“คุณหญิง ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกคุณหญิงได้อีก หลับเสียคนดี” ชนกจูบหลังมือเธอเบาๆแล้วนั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วง...

แม้จะไม่เจอตัววรรศิกาที่บ้านชนก แต่หม่อมชุลียังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ประกาศต่อหน้าภาพของท่านชาย ไม่ว่ามันจะไปซ่อนตัวอยู่ไหน เธอจะลากตัวมันกลับมาให้ได้

“แล้วคราวนี้หม่อมฉันจะขังมันไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยทีเดียว”

ooooooo

ณ ห้องพักผู้ป่วย อบสวาทผิดหวังมากที่เห็นล้วน เป็นคนมารับกลับวังไม่ใช่หริพันธ์ ซักเป็นการใหญ่คุณชายไปไหนถึงไม่มารับเธอด้วยตัวเอง ล้วนนิ่งไม่ตอบ ยิ่งทำให้เธอโมโหตวาดแว้ดเป็นใบ้หรือถึงไม่ตอบ

“กระผมไม่ทราบขอรับ แต่คุณชายไม่ได้กลับมาที่วังหลายวันแล้ว”

“คุณชายไปหานังชนนีใช่ไหม”

ล้วนเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน อบสวาทด่าสวนว่าไอ้พวกขี้ข้า ถามอะไรตอบไม่ได้สักอย่าง เลี้ยงเสียข้าวสุกแล้วสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง ล้วนมองตามไม่พอใจ

“มันก็ไอ้ขี้ข้าเหมือนกันแหละวะ คิดว่าตัวเองเป็นหม่อมหรือไง”...

ไม่นานนัก อบสวาทมาถึงห้องโถงของวังอโยธยา เห็นหม่อมชุลีกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ เธออยากจะเข้าไปตบซ้ายตบขวาไม่ยั้งฐานฆ่าลูกในท้องของเธอแต่ทำได้แค่คิด เสียงหม่อมชุลีร้องถามว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม ทำให้อบสวาทตื่นจากภวังค์ รีบเข้ามานั่งพับเพียบก้มกราบอย่างนอบน้อม

“หล่อนคงโกรธแค้นฉันมากสินะ ที่ฉันทำแบบนั้นก็เพราะหวังดีกับหล่อน ถ้าหากหล่อนท้องตอนนี้ ชายหริอาจจะเบื่อหน่ายหล่อนแล้วสุดท้ายก็จะหวนกลับไปหานังชนนี รอให้ตัดรากถอนโคนนังชนนีให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้นหล่อนจะท้องสักกี่คนฉันก็ยินดี...หล่อนคงไม่รู้ว่าฉันไล่ชายหริออกจากวังไปแล้ว”

“ทำไมคะ”

“ก็เพราะเขาดึงดันที่จะไปหานังชนนีให้ได้อย่างไรล่ะ เชื่อฉันสิใช้เสน่ห์มารยาของหล่อนรั้งตัวชายหริกลับมาให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยมีลูกด้วยกันใหม่ก็ยังไม่สาย”

อบสวาทรับคำอย่างอ่อนน้อมเหมือนไม่เคยเกิดเรื่องบาดหมางระหว่างกัน หม่อมชุลียิ้มพอใจคิดว่าเธอโง่ให้หลอกใช้ได้อีก โดยไม่รู้เลยว่าอบสวาทรู้เท่าทันแผนการนี้ และกำลังวางแผนกำจัดท่านให้พ้นทางโดย

จะเอายาสมุนไพรที่ทำให้เป็นอัมพาตซึ่งขโมยมาจากทาเคชิให้กิน...

ที่ห้องพักอาจารย์ หริพันธ์ไม่เป็นอันทำงาน เหลียวมองโทรศัพท์อยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายตัดใจไม่หยิบขึ้นมาโทร. เพื่อนอาจารย์ด้วยกันเข้ามาทัก ได้ข่าวว่าเขาจะลาออก มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เขาไม่มีปัญหาอะไรแค่จะกลับไปหางานทำที่อังกฤษ บางทีอาจจะเรียนต่อด้วยเลย

“น่าเสียดายจริงๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอเลี้ยงส่งคุณชายก่อนกลับนะครับ”

“ด้วยความเต็มใจครับ”

“ผมจะลองถามอาจารย์คนอื่นๆว่าว่างตรงกันวันไหนแล้วจะบอกคุณชายอีกทีนะครับ” มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพื่อนอาจารย์ท่านนั้นเดินไปรับสาย สักพักก็ยื่นโทรศัพท์ให้หริพันธ์ บอกว่าภรรยาของเขาโทร.มา เขารีบรับสายอย่างตื่นเต้นดีใจคิดว่าเป็นชนนี แต่ต้องผิดหวังเมื่อได้ยินเสียงอบสวาท

ooooooo

จากนั้นไม่นาน อบสวาทในชุดสวยถือถาดน้ำชาที่แอบผสมยาสมุนไพรมาวางให้หม่อมชุลีที่โต๊ะ ท่านไม่วายค่อนขอดแต่งตัวเกินฐานะราวกับเป็นเจ้าของวัง ไม่ใช่แค่คนอาศัย เธอต้องข่มอารมณ์ไว้ รายงานว่ากำลังจะออกไปพบหริพันธ์ หม่อมชุลีตื่นเต้นมาก รู้แล้วหรือว่าเขาไปอยู่ที่ไหน

“ค่ะ เป็นโรงแรมแถวสุริวงศ์ คุณชายนัดให้ดิฉันไปเจอที่คอฟฟี่ช็อปของโรงแรม”

“ดูทีรึ เพราะหลงนังชนนีถึงกับยอมออกจากวังลดตัวไปอยู่โรงแรมข้างถนน หล่อนต้องทำให้ชายหริกลับมาวังให้ได้ เข้าใจหรือเปล่า” หม่อมชุลีสั่งเสียงเฉียบ อบสวาทจะทำอย่างสุดความสามารถ แล้วรินน้ำชาส่งให้ หม่อมชุลีรับมาจิบสีหน้าพอใจ ขณะที่อบสวาทแอบยิ้มสะใจ...

เมื่ออบสวาทมาถึงคอฟฟี่ช็อปตามนัด หริพันธ์เอาแต่นั่งนิ่งจนเธออึดอัด ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนว่ายังไม่หายโกรธเธออีกหรือ เธอรู้ตัวว่าพูดจาก้าวร้าวหม่อมชุลีมากเกินไป แต่เธอกำลังเสียใจเรื่องลูกของเราจนไม่มีสติ ขอให้เขายกโทษให้แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ เขาก็รู้ว่าเธอจงรักภักดีและซื่อสัตย์กับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนหริพันธ์คงเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าดูเธอผิดไป เธอไม่เข้าใจเขาพูดเรื่องอะไร

“ผมรู้เรื่องทาเคชิหมดแล้ว”

อบสวาทแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าถูกทาเคชิใส่ร้าย อย่าไปฟังเขาพูด เขามาหาเธอที่วังแต่เธอไล่กลับเขาก็เลยโกรธขู่จะบอกหริพันธ์ให้เข้าใจผิดว่าเขากับเธอมีอะไรกัน หริพันธ์ไม่ได้เจอทาเคชิด้วยซ้ำแล้วจะบอกเรื่องนี้ได้อย่างไร เธอต่างหากที่เป็นคนพูดเองทั้งหมด ตอนที่อยู่โรงพยาบาล อบสวาทนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็จำได้ว่าพูดเรื่องนี้กับทาเคชิที่ห้องพักผู้ป่วย ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

“เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว ผมขอตัวก่อน” หริพันธ์ลุกออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของอบสวาท...

นอกจากจะโดนหริพันธ์ตัดบัวไม่เหลือเยื่อใยแล้ว อบสวาทยังถูกหม่อมชุลีเล่นงานว่าท่าดีทีเหลว ไม่สามารถรั้งตัวหริพันธ์กลับมาได้ เธอสัญญาจะไปพบเขาอีกและจะทำให้เขาใจอ่อนยอมกลับมาที่นี่ ท่านให้พักเรื่องหริพันธ์ไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องสำคัญเร่งด่วนต้องให้เธอทำ ไปลากตัววรรศิกากลับมา

“มันหนีออกจากวังไปก่อนหล่อนกลับมาแค่วันเดียว”

“หญิงวรรจะไปไหนได้คะ ในเมื่อเธอไม่รู้จักใครที่ไหน จะมีก็แต่คุณชนนี หรือว่าหญิงวรรจะไปที่นั่นคะ”

หม่อมชุลีไปดูมาแล้ววรรศิกาไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น อบสวาทพึมพำเธอไม่มีญาติที่ไหน เพื่อนฝูงก็ไม่มีแล้วจะไปอยู่ไหนได้ หม่อมชุลีนึกถึงท่านหญิงนวลขึ้นมาได้

“จริงสิ ทำไมฉันถึงลืมท่านน้าหญิงไปเสียสนิท”

ooooooo

เช้านี้ชนกแวะมาหาวรรศิกาที่วังของท่านหญิงนวลเหมือนเช่นเคย เขาสังเกตเห็นท่านหญิงนวลคุยไปถอนใจไปเหมือนมีอะไรกังวลใจ เรียนถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ฉันคิดว่าแม่ชุลีคงไม่รามือง่ายๆ อีกไม่นานเขาต้องรู้ว่าหญิงวรรอยู่ที่นี่ แล้วถึงตอนนั้นจะทำอย่างไรกันต่อไป”

“ผมปรึกษาพ่อกับแม่แล้วและกำลังจะมาคุยเรื่องนี้กับคุณหญิงครับท่านยาย”

วรรศิกามองชนกอย่างสงสัย เขาก็เลยขออนุญาตท่านหญิงนวลพาเธอไปคุยกันที่สวนตามลำพัง ครั้นรู้ว่าชนกจะให้พ่อแม่มาคุยกับท่านหญิงนวลเรื่องขอเธอแต่งงาน วรรศิกาทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งตกใจพร้อมกัน เขาเล็งเห็นแล้วว่าถ้าเธอแต่งงานกับเขาหม่อมชุลีก็จะมาวุ่นวายกับเธอไม่ได้อีก เขาเห็นเธอนิ่งไปก็กลัวเข้าใจผิด

“อย่าคิดว่าผมขอแต่งงานกับคุณหญิงเพราะความสงสารนะครับ คุณหญิงก็รู้ว่าผมรักคุณหญิงมากแค่ไหน ถ้าคุณหญิงต้องการให้ผมพิสูจน์อะไรก็บอกผมมาได้เลย ผมพร้อมจะพิสูจน์เพื่อให้คุณหญิงแน่ใจและเชื่อว่าผมรักคุณหญิง”

“คุณได้พิสูจน์มากพอแล้วค่ะ...ตกลงค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”

ชนกดึงวรรศิกามากอดแนบอก ต่างยิ้มให้กันมีความสุข จากนั้นเขาโทร.ไปบอกข่าวดีนี้ให้แม่ทราบ นพ ชวนชื่นและชนนีรีบเดินทางไปที่วังของท่านหญิงนวลทันทีเพื่อสู่ขอวรรศิกาให้ชนก...

หลังจากสู่ขอวรรศิกาจากท่านหญิงนวลอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ท่านอดถามไม่ได้ว่าจะแต่งกันเมื่อไหร่ ชนกขอเร็วที่สุด ชวนชื่นทักท้วงใจร้อนไปหรือเปล่า ต้องให้เวลาฝ่ายหญิงได้เตรียมตัวบ้าง

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะไปเรียนถามท่านพระครูว่ามีฤกษ์ดีวันไหนบ้าง จะเลือกเอาวันที่เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงอย่างไรเสียก็ได้แต่งแน่ๆ” ท่านหญิงนวลพูดไม่ทันขาดคำมีเสียงหม่อมชุลีดังขึ้น

“ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกค่ะท่านน้าหญิง”

ทุกคนหันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นหม่อมชุลียืนจ้องวรรศิกาสีหน้าเอาเรื่องอยู่กับอบสวาท คนถูกจ้องถึงกับหน้าเสีย ชนกรีบจับมือเธอไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ หม่อมชุลีไม่รอช้าสั่งให้อบสวาทเอาตัววรรศิกากลับวัง เธอจะเข้ามาจับตัววรรศิกาตามคำสั่ง แต่ท่านหญิงนวลขวางไว้

“จะมากไปแล้วแม่ชุลี นี่หล่อนจะไม่มีความเกรงใจหัวหงอกหัวดำบ้างสักนิดเลยรึ”

“หากหัวหงอกหัวดำวางตัวไม่เหมาะสม ดิฉันก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกระมังคะ การที่ท่านน้าหญิงรวมหัวกับไอ้อีต่ำชั้นพวกนี้ เอาตัวคนในปกครองของดิฉันมาซ่อนไว้ คิดว่าทรงทำถูกแล้วหรือ”

ท่านหญิงนวลพยายามพูดเตือนสติให้หม่อมชุลีรู้จักปล่อยวาง อย่าให้ไฟอาฆาตริษยาครอบงำ แทนที่จะสำนึกเธอกลับไม่สนใจหันไปสั่งวรรศิกากลับวัง ชนกไม่ยอมให้คนรักของเขากลับไปตกนรกอีกเด็ดขาด หม่อมชุลีตวาดแว้ดไม่ได้พูดกับเขา แล้วขู่วรรศิกาถ้าไม่กลับไปดีๆจะแจ้งตำรวจให้มาจับพวกที่ช่วยเธอหนี

“อย่าไปฟังคนบ้าเลยครับคุณหญิง...ผมว่าคุณป้าเอาเวลาที่มาอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไปหาหมอโรคจิตให้เขาช่วยบำบัดอาการทางประสาทน่าจะดีกว่า”

หม่อมชุลีจะไปแจ้งความจะได้รู้กันว่าถ้าชนกต้องไปนอนในคุกจะยังปากเก่งแบบนี้อีกหรือเปล่า แล้วขยับจะไป วรรศิกาเรียกไว้ ประกาศกร้าวว่าจะไม่กลับวังอโยธยาอีก ท่านคงลืมไปว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอซึ่งบรรลุนิติภาวะพอดี ฉะนั้นเธอจะอยู่กับใครที่ไหนก็ได้ ท่านไม่มีสิทธิ์บังคับอะไรเธอได้อีก หม่อมชุลีแค้นมากแต่ทำอะไรไม่ได้ จำต้องกลับไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

หม่อมชุลีกลับถึงวังอโยธยาอย่างหงุดหงิด ครั้นอบสวาทเอาน้ำดื่มมาให้เพื่อเอาใจ ท่านกลับเอาน้ำนั้นสาดหน้า ด่าซ้ำว่านังหน้าโง่ อุตส่าห์เอาไปด้วย แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ ยืนทื่อเป็นตอไม้

“ให้ไอ้ชนกกับอีแก่นวลมันด่าฉันฉอดๆ” ไม่ด่าเปล่าหม่อมชุลีเอานิ้วจิ้มหน้าผากอบสวาทอีกด้วย “น้ำหน้าอย่างนี้นะหรือจะมาเป็นสะใภ้รามพงษ์ อย่างแกมันก็เป็นได้แค่นางบำเรอของหริพันธ์เท่านั้น”

อบสวาทมองตามหม่อมชุลีที่เดินขึ้นห้องไปอย่างสุดแค้น สาซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย รีบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เจียนกับล้วนฟังด้วยความสะใจที่อบสวาทถูกหม่อมชุลีเอาน้ำสาดหน้าแถมด่าว่าโง่อีกต่างหาก ล้วนนึกไว้แล้วไม่มีผิด ตั้งแต่ออกจากวังท่านหญิงนวลมาหน้าตาท่าทางของหม่อมชุลีราวกับระเบิดเวลาไม่ปาน ยังคิดอยู่ว่าจะมาลงที่ใคร ความซวยตกที่อบสวาทเต็มๆ

“สมน้ำหน้าคุณอบ อยากจะไปช่วยกันเอาตัวคุณหญิงกลับมานัก”

“คราวนี้ไม่มีใครอยู่ให้หม่อมท่านระบายอารมณ์อีกแล้วนอกจากคุณอบ จะได้รู้เสียทีว่าเวลาคุณหญิงโดนน่ะเป็นอย่างไร เวรกรรมมันมีจริงนะเนี่ย คุณอบเธอแย่แน่ๆคราวนี้” เจียนว่าแล้วหัวเราะสะใจ...

คนที่สา เจียนและล้วนแอบนินทากำลังเอารูปของหม่อมชุลีออกจากกล่องในลิ้นชักโต๊ะของตัวเองขึ้นมากรีดอย่างสุดแค้น บอกตัวเองให้อดทนไว้ เวลาของเธอใกล้มาถึงเต็มทีแล้ว

“อีชุลีมันจะมีแรงด่าเธอ ทำร้ายเธอได้อีกไม่นาน ฉันรับรอง” อบสวาทกรีดรูปหม่อมชุลีจนคอขาดกระเด็น ก่อนจะหัวเราะชอบใจราวกับคนบ้า...

ทางด้านท่านหญิงนวลต่อว่าวรรศิกาทำไมไม่บอกสักคำว่าวันนี้เป็นวันเกิด จะได้พาไปทำบุญให้เป็น สิริมงคล เธอแก้ตัวว่าตั้งแต่แม่แววตายก็ไม่มีใครจำวันเกิดของเธอได้อีก เธอเองก็ออกจะลืมๆไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้ตั้งใจจะปิดท่านแม้แต่น้อย ชนกเห็นสีหน้าเธอเศร้าๆจับมือมากุมไว้

“ต่อไปนี้ผมจะเป็นคนพาคุณหญิงไปทำบุญวันเกิด ทุกๆปี ผมรับรองว่าผมจะไม่มีวันลืมวันเกิดคุณหญิงอย่างเด็ดขาด ผมสัญญา” ชนกน้ำเสียงหนักแน่น วรรศิกา ยิ้มให้เขาอย่างซาบซึ้งใจ ทั้งท่านหญิงนวล ชวนชื่นกับนพและชนนีพลอยมีความสุขไปกับทั้งคู่ด้วย...

ชนกทำตามที่สัญญาเอาไว้ พาวรรศิกาไปทำบุญวันเกิดที่วัด เขายังเห็นเธอหน้าเศร้าๆ อดถามไม่ได้ทำไมยังดูสีหน้าไม่สบายใจทั้งที่ทำบุญไปแล้ว เธออดคิดถึงท่านพ่อกับแม่แววไม่ได้ อยากให้ท่านทั้งสองมาอยู่ใกล้ๆเธออีกสักครั้ง ชนกแกล้งอำว่าท่านอยู่ใกล้ๆเธออยู่แล้ว วรรศิกางงรู้ได้อย่างไร

“ก็เมื่อครู่นี้ท่านยังสั่งผมให้ดูแลคุณหญิงให้ดีๆ ให้สมกับที่ท่านยกคุณหญิงให้ผม”

วรรศิกายิ้มขำ ก่อนจะค้อนเขาหนึ่งวง ชนกจับมือเธอไว้ ขอร้องอย่าเศร้าอีกเลย เขาอยากเห็นเธอมีแต่รอยยิ้ม เมฆหมอกในชีวิตของเธอหมดสิ้นไปแล้ว ต่อไปนี้ชีวิตของเธอจะมีแต่รอยยิ้มและมีความสุข

“คุณคือแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตของฉันจริงๆค่ะ” วรรศิกามองสบตาชนกอย่างลึกซึ้ง จากนั้นเขาชวนเธอไปทำทานปล่อยนกปล่อยปลาโดยไม่รู้ว่ามีคนเฝ้ามองอยู่

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชนกพาวรรศิกามาที่บ้านกรกตพงษ์ ชวนชื่นมอบเครื่องประดับชิ้นหนึ่งให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดพร้อมกับอวยพรให้เธอมีความสุข และยินดีต้อนรับเธอมาเป็นคนในครอบครัว วรรศิกาก้มกราบที่ตักท่านแล้วหันไปไหว้นพ ชวนชื่นดึงเธอมากอดแนบอก

“อิจฉาจังเลย พี่นกดูสิคะ ท่าทางแม่จะรักคุณหญิงมากกว่าเราสองคนเสียแล้ว” ชนนีกระเซ้า

“ตายจริงลูกสาวฉันอิจฉาริษยาคนอื่นก็เป็นกับเขาด้วยรึ” ชวนชื่นกระเซ้าลูกสาวกลับ ทุกคนพากันหัวเราะขำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีความสุข

ผิดกับสีหน้าเคียดแค้นของหม่อมชุลีที่กำลังมองรูปภาพของท่านชายบนผนังห้องนอนตัวเอง ประกาศลั่นว่าจะต้องนำตัววรรศิกากลับมาที่นี่ให้ได้ ระหว่างนั้นอบสวาทเคาะประตูห้อง ก่อนจะเปิดเข้ามาพร้อมกับถาดใส่น้ำชาและของว่างเอาไปวางให้บนโต๊ะ แล้วรินน้ำชา ใส่ถ้วยส่งให้หม่อมชุลี

“วันนี้ดิฉันทำสาคูไส้ปลาที่คุณอาชอบมาด้วยค่ะ รับกับน้ำชาร้อนเข้ากันดีนะคะ”

“หล่อนไม่โกรธฉันบ้างเลยรึแม่อบสวาท”

อบสวาทจะโกรธท่านได้อย่างไรในเมื่อท่านเป็นผู้มีพระคุณชุบเลี้ยงให้สุขสบาย ตั้งแต่เล็กจนโต เธอเคารพรักท่านไม่ต่างจากแม่บังเกิดเกล้า หม่อมชุลีตั้งแง่ถ้าจะให้เชื่อ เธอต้องสาบานมาก่อนว่าไม่เคยคิดโกรธแค้น หรืออาฆาตตนแม้แต่น้อย ถ้าพูดไม่จริงขอให้มีอันเป็นไป

“ค่ะ ดิฉันสาบาน” อบสวาทตอบโดยไม่หลบสายตา ขณะหม่อมชุลีมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ...

นอกจากจะได้เครื่องประดับจากชวนชื่นแล้ว วรรศิกายังได้ชุดสวยจากชนนีเป็นของขวัญวันเกิดอีกด้วย ชนนีคะยั้นคะยอให้เธอใส่ไปฉลองวันเกิดเย็นนี้เลย วรรศิกา สวมชุดได้สวยมาก ชนกมาเห็นถึงกับอ้าปากค้างตะลึง ในความงามของเธอ แล้วถามสองสาวว่าจะไปกันได้หรือยัง

“คืนนี้เราสองคนพร้อมที่จะถล่มพี่นกให้กระเป๋าฉีกเลยล่ะค่ะ”

“ซอรี่จ้ะ เพราะพี่ชวนนายเจตน์ไปด้วย พอรู้ว่าจะเลี้ยงวันเกิดคุณหญิง นายเจตน์ซื้อของขวัญไม่ทันเลยขอเป็นเจ้ามือเอง” ชนกว่าแล้วยกแขนให้วรรศิกาคล้อง “เชิญครับคุณหญิงวรรศิกา กรกตพงษ์”

“ขี้ตู่จังแฮะพี่ชายใครเนี่ย ดูสิคุณหญิงอายจนหน้าแดงแล้ว” ชนนีแซว ชนกแค่อยากให้วรรศิกาชินเอาไว้เพราะอีกไม่นานก็ต้องเรียกเธอแบบนี้อยู่แล้ว แม้ชนนีจะดีใจที่เห็นชนกกับวรรศิกามีความสุข แต่ก็อดเศร้าไม่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับความรักของตัวเอง

ooooooo

หลังกินมื้อค่ำแสนอร่อยเสร็จ ชนกชวนวรรศิกาออกไปเต้นรำ เธอไม่เคยเต้นรำมาก่อนต้องขอให้เขาช่วยสอน เขาไม่อยากให้เธอตื่นเวที จึงบอกว่าจังหวะสโลว์นั้นไม่ยากให้เธอคอยตามเขาก็พอ

“ใช่ครับแบบนี้ล่ะ ดี...เก่งมาก ผมคงต้องพาคุณหญิงออกงานบ่อยๆ รับรองอีกหน่อยก็เต้นรำเก่งไปเอง”

“อย่าเลยค่ะ หญิงเปิ่นขนาดนี้คุณชนกจะอายคนอื่นๆแย่”

“ผมไม่เห็นต้องอายใครๆ มีแต่คนอื่นจะต้องอิจฉาผมมากกว่าที่มีภรรยาสวยแบบนี้”

วรรศิกาเขินหน้าแดง ทักท้วงว่าเธอยังไม่ได้เป็นภรรยาของเขาสักหน่อย ชนกเห็นเธออายยิ่งแกล้งแหย่จนเธอแทบจะม้วนเป็นเลขแปด ชนนีมองทั้งคู่ยิ้มแย้มมีความสุขก็แอบเศร้า แต่ไม่พ้นสายตาของเจตน์ที่มองอย่างเข้าใจ ก่อนจะชวนเธอออกไปเต้นรำด้วยกัน ชนนีไม่มีอารมณ์จะทำอย่างนั้น คืนนี้อยากนั่งดูมากกว่า แล้วเห็นชนกกับวรรศิกากลับมานั่งโต๊ะก็ร้องทักทำไมรีบเข้ามาเร็วนัก กำลังชมอยู่ว่าวรรศิกาเรียนรู้ได้เร็วเพราะได้ครูดี

“ลูกศิษย์บ่นปวดขาเสียแล้ว ขอพักก่อน” ชนกเห็นวรรศิกาเหลียวซ้ายแลขวา ถามว่ามองหาอะไรหรือ

“หญิงอยากไปห้องน้ำค่ะ”

ชนนีอยากไปอยู่พอดี ก็เลยชวนเธอไปด้วยกัน เจตน์เห็นชนกนั่งฮัมเพลงสบายใจ กระเซ้าว่าว่าที่เจ้าบ่าวอารมณ์ดีจนน่าอิจฉา เขาแนะให้เจตน์รีบหาว่าที่เจ้าสาวจะได้ไม่ต้องมานั่งอิจฉาคนอื่น

“ฉันมันคนไม่มีวาสนา ดอกฟ้าที่ไหนจะโน้มกิ่งลงมาล่ะ”

“พูดอย่างกับคนอกหักเลยเพื่อนเรา” ชนกว่าแล้วหัวเราะชอบใจ ส่วนเจตน์มองตามชนนีสีหน้าเศร้า...

โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะออกจากห้องน้ำจะกลับโต๊ะ วรรศิกากับชนนีเจอหริพันธ์กำลังจะมาเข้าห้องน้ำ เขาดีใจมากที่เจอชนนีแต่ต้องข่มเอาไว้ เธอเองก็ดีใจไม่แพ้เขาเช่นกันแต่ไม่แสดงออก แถมขอตัวกลับโต๊ะก่อนอีกต่างหาก วรรศิกาจะห้ามก็ไม่ทันเธอจ้ำพรวดๆออกไปเสียก่อน หริพันธ์คิดว่าเธอไม่สนใจตนเอง พยายามกลั้นความน้อยใจไว้ แล้วถามวรรศิกาว่าหม่อมแม่อนุญาตให้ออกมาพบกับชนนีด้วยหรือ

“หญิงออกจากวังมาเกือบเดือนแล้ว หญิงพักอยู่ที่วังท่านหญิงนวลค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะหาเวลาไปพบเธอแล้วเราค่อยคุยกัน พี่มากับเพื่อนๆอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย พี่คงต้องรีบกลับไปที่โต๊ะก่อน”

“เอ่อ...พี่ชายค่ะ พี่ชายจะไม่ไปหาคุณชนนีที่โต๊ะหน่อยหรือคะ คุณชนกกับคุณเจตน์ก็มาด้วย” หริพันธ์ลังเลไปอึดใจ ก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ

ooooooo

ตั้งแต่กลับจากห้องน้ำชนนีเอาแต่เหม่อใจลอยไม่ได้ยินชนกกับเจตน์กระเซ้าเรื่องที่เจอหริพันธ์โดยบังเอิญ กระทั่งวรรศิกากลับมาเธอถึงตื่นจากภวังค์ไม่เห็นหริพันธ์มาด้วยหน้าหมองไปเลย ชนกถามวรรศิกาว่าหริพันธ์ไม่มาด้วยหรือ ได้ความว่ากลับโต๊ะไปแล้วเนื่องจากมากับเพื่อนๆอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย

เจตน์เห็นสีหน้าของชนนีไม่สู้ดีนักช่วยแก้ตัวให้หริพันธ์ “อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็คงปลีกตัวมาไม่ได้หรอก น่าเกลียดแย่จริงไหมไอ้นก”

“เออก็คงใช่ มันเสียมารยาทน่ะ” ชนกรีบรับลูกโดยมีวรรศิกาช่วยเออออด้วยอีกคน ชนนีรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงรีบปรับสีหน้าเป็นร่าเริงชวนเจตน์ออกไปเต้นรำ ชนกรอจนน้องสาวพ้นระยะจะได้ยิน หันมานินทากับ วรรศิกาว่าชนนีคงจะเสียใจเรื่องหริพันธ์ วรรศิกาขอโทษด้วยที่พยายามจะชวนพี่ชายแล้ว แต่เขาไม่มา

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหญิงหรอกครับ มันเป็นเรื่องระหว่างเขาสองคน ต้องเคลียร์ปัญหากันเอง” ชนกบีบมือวรรศิกาอย่างปลอบใจโดยไม่รู้คนที่ตัวเองพูดถึงกำลังมองชนนีเต้นรำกับเจตน์ด้วยความหึงหวง...

ชนกเห็นสมควรแก่เวลาจึงชวนทุกคนกลับ เจตน์จะไปส่งชนนี ส่วนเขาไปส่งวรรศิกาเอง ระหว่างเดินไปที่ลานจอดรถ เจอหริพันธ์เข้ามาทักทาย พร้อมกับขอโทษด้วยที่ไม่ได้มาหาที่โต๊ะ พอดีเพื่อนๆมาเลี้ยงให้เขาก็เลยปลีกตัวมาไม่ได้ แล้วเหลือบมองชนนีก่อนจะขอคุยธุระส่วนตัวด้วย

“เรากำลังจะกลับแล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณชายจะช่วยไปส่งชนนีที่บ้านเลยได้หรือเปล่าครับ”

“ได้ครับ ขอบคุณมาก...คุณชนกผมฝากหญิงวรรด้วย”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณชาย...ไอ้เจตน์ถ้าอย่างนั้นแกก็หมดหน้าที่แล้ว แต๊งกิ้วนะเพื่อน”...

ระหว่างทางไปบ้านกรกตพงษ์ หริพันธ์เห็นชนนีนั่งตัวลีบเบียดประตูรถก็น้อยใจมาก ประชดประชันว่าหากเป็นเจตน์ขับมาส่งเธอคงไม่อึดอัดใจแบบนี้ เธอประชดกลับ

“ท่าทางพี่ชายเองก็ดูเคร่งเครียดไม่มีความสุข ถ้าเปลี่ยนจากฉันเป็นคุณอบสวาท พี่ชายคงยิ้มได้กระมังคะ” ชนนีว่าแล้วเมินหน้าไปนอกรถ ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรกันอีก...

ขณะที่ความบาดหมางของคู่หริพันธ์และชนนีดูจะร้าวลึกมากขึ้น คู่ของชนกกับวรรศิกากลับหวานชื่นและแน่นแฟ้น เขาหยิบกระดาษม้วนเล็กๆม้วนหนึ่งยื่นให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด เป็นแบบร่างของบ้านที่เขาออกแบบเองและกำลังเร่งก่อสร้างอยู่ อาจจะไม่ทันวันงานแต่งงานของเรา แต่ไม่เกินสามเดือนคงเสร็จ

“บ้านที่เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า บ้านที่จะมีแต่ความสุข อบอวลไปด้วยความรัก ของพ่อแม่และลูกๆ” ชนกเห็นวรรศิการ้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปีติ ดึงตัวเข้ามากอดแล้วแกล้งกระเซ้า “เอ๋ เราจะมีเจ้าตัวเล็กๆสักกี่คนดีน้า...มีสักโหลเลยก็แล้วกัน”

วรรศิกาหัวเราะทั้งน้ำตากอดกระดาษแบบบ้านไว้แนบอกอย่างหวงแหน โดยไม่ลืมขอบคุณเขาที่นำแต่สิ่งดีๆมาให้...

ฝ่ายชนนีนั่งลุ้นให้หริพันธ์งอนง้อขอคืนดี แต่ไม่เป็นอย่างที่หวัง ครั้นรถแล่นมาจอดหน้าบ้านกรกตพงษ์ เขากลับบอกเธอว่าจะส่งหนังสือหย่ามาให้เร็วๆนี้ เผื่อเธอจะได้ไม่ต้องลำบากใจหากได้พบคนดีๆที่คู่ควรจะแต่งงานด้วยอีกครั้ง อย่างเช่นเจตน์ซึ่งเป็นคนดีมากคนหนึ่ง ชนนีเสียใจมากแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

“ค่ะ พี่ชายพูดถูก หากฉันจะแต่งงานอีกครั้งผู้ชายคนนั้นก็คงเป็นพี่เจตน์อย่างแน่นอน ขอบคุณที่พี่ชายเป็นห่วง ฉันก็ขอให้พี่ชายมีความสุขกับคุณอบสวาทเช่นกันค่ะ ลาก่อนค่ะ” ชนนีรีบเดินเข้าบ้าน ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา พอเข้าห้องตัวเองเท่านั้น เธอร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น หริพันธ์เองก็เศร้าใจไม่แพ้เธอเช่นกัน

“ถ้าวันนี้พี่ยังเป็นหริพันธ์คนเดิม พี่จะไม่มีวันปล่อยเธอไปเลยชนนี ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน พี่ก็จะอ้อนวอนงอนง้อให้เธอยกโทษให้พี่ให้จงได้ แต่ตอนนี้ พี่ไม่มีอะไรคู่ควรกับเธออีกแล้ว เธอควรจะได้พบผู้ชายที่ดีกว่าพี่...พี่ขอโทษ” หริพันธ์ยืนอยู่หน้าบ้านกรกตพงษ์อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดใจขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ทั้งชนก นพและชวนชื่นนั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร แต่กลับไม่เห็นชนนีลงมาจากห้อง ชวนชื่นแปลกใจทำไมวันนี้ลูกสาวถึงตื่นสายทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นมาก่อนหรือว่าไม่สบาย ชนกบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงปล่อยให้เธอนอนต่อไปดีกว่า คนกำลังมีความสุขอย่าเพิ่งไปขัด ท่านแปลกใจหมายความว่าอย่างไร

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เมื่อคืนพวกเราไปเจอคุณชายหริพันธ์ ผมก็เลยเปิดโอกาสให้สองคนได้ปรับความเข้าใจกัน คุณชายเป็นคนมาส่งยัยชนนีคงเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนคงดีใจจนไม่หลับก็เลยตื่นสาย”

“นี่พวกเราจะต้องกลับไปเกี่ยวข้องกับคุณพี่ชุลีอีกหรือ แกอยากให้น้องสาวไปเป็นเครื่องมือแก้แค้นอีกหรือยังไงเจ้านก” นพบ่นอุบ ชนกไม่คิดเช่นนั้น หาก หริพันธ์ตัดสินใจจะคืนดีกับน้อง ก็จะต้องเตรียมรับมือกับปัญหาเหล่านี้ไว้แล้ว ชวนชื่นไม่ค่อยจะสบายใจนัก จะขึ้นไปถามลูกให้รู้เรื่อง ตกลงกับหริพันธ์อย่างไรกันแน่

ครั้นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ ชวนชื่นรีบลงมาบอกชนกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด หริพันธ์จะส่งหนังสือหย่ามาให้ชนนีเซ็น เขาไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ท่าทางหริพันธ์ต้องการจะคืนดีกับชนนีจริงๆ แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ตนจะไปถามหริพันธ์ให้รู้เรื่องแล้วขยับจะไป นพร้องห้ามไว้

“คุณชายอาจจะต้องการคืนดีกับชนนี แต่คุณชายก็ไม่อาจขัดคำสั่งของคุณป้าชุลีได้ ถ้าเขายังอยู่ในอิทธิพลของป้าแกแบบนี้ กลับไปดีกันก็ไม่มีประโยชน์ พ่อจะไม่ยอมให้น้องแกไปตกนรกอีกเด็ดขาด”...

ทางด้านอบสวาทยังคงวางยาในน้ำชาที่ยกมาให้หม่อมชุลี เช้านี้ก็เช่นกัน เธอยกน้ำชามาวางแล้วรินใส่ถ้วยให้ หม่อมชุลีถามเสียงห้วน จะให้ดื่มน้ำชาแต่เช้าเลยหรือ ปกติตนจะดื่มตอนบ่ายเธอก็รู้ดี

“เช้านี้ดิฉันเห็นอากาศเปลี่ยนค่อนข้างจะเย็นหากคุณอาได้รับน้ำชาอุ่นๆคงจะดีกับร่างกายน่ะค่ะ”

หม่อมโรคจิตขว้างถ้วยน้ำชาทิ้ง กระชากผมอบสวาทจนหน้าหงาย ตะคอกใส่หน้า คิดว่าตนรู้ไม่เท่าทันหรือ อบสวาทใจหายคิดว่าท่านรู้เรื่องที่ตัวเองวางยาในน้ำชา แต่ผิดคาด ท่านหาว่าที่เธอมาประจบสอพลอหวังจะให้ท่านยกวังให้ อบสวาทแอบถอนใจโล่งอก ปฏิเสธว่าไม่เคยคิดแบบนั้น เธอห่วงท่านด้วยใจจริง

“ถ้าอย่างนั้นแกก็ควรเอาเวลามาชงชาให้ฉันไปตามชายหริกลับมาให้ได้ ได้ยินหรือเปล่า ฉันต้องการให้ชายหริกลับมา...ไป” หม่อมชุลีเหวี่ยงอบสวาทกระเด็น เธอแกล้งกลัวลนลาน รับปากจะไปตามเขามาให้เดี๋ยวนี้ แล้วรีบออกจากห้องไปยืนหลบมุม พอได้ยินเสียงหม่อมชุลีตะโกนขอถ้วยน้ำชาใบใหม่ เธอยิ้มสมใจ...

จากนั้นไม่นาน อบสวาทไปหาหริพันธ์ที่ทำงาน พบว่าเขาลาหยุดงานไปทำเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ เธอซักเพื่อนอาจารย์ของเขาเป็นการใหญ่จะไปวันไหน แล้วจะกลับเมื่อไหร่

“น่าจะเดินทางปลายเดือนนี้ล่ะครับ แต่กลับเมื่อไรผมไม่ทราบเพราะคุณชายจะไปทำงานที่นั่นเลย นี่ก็คงมามหาวิทยาลัยอีกแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น เพราะคุณชายยื่นใบลาออกแล้วครับ”

อบสวาทตะลึงพูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาต่อมา อบสวาทนำเรื่องนี้มาแจ้งให้หม่อมชุลีรับทราบ ท่านกลับนั่งฟังเฉยไม่อาละวาดหรือด่าว่าอะไรหริพันธ์สักคำ สร้างความแปลกใจให้เธออย่างมาก ท่านได้แต่สั่งเธอไปบอกล้วนให้เตรียมเอารถออก เธอไม่วายถามว่าจะไปไหน หม่อมชุลีตวาดแว้ด ตนต้องรายงานเธอด้วยหรือ สาระแนแก้ไม่หายจริงๆ อบสวาทโกรธแต่ต้องข่มใจเอาไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:57 น.