ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ริษยา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ศาลาริมน้ำบ้านกรกตพงษ์ เจตน์เห็นชนนีนั่งหน้าเศร้าตั้งแต่กลับจากวังอโยธยา พยายามปลอบว่าสามีภรรยาเหมือนลิ้นกับฟัน บางครั้งก็ต้องกระทบ กระทั่งกันเป็นธรรมดา การที่เธอหนีหน้ามาแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริง

“ก่อนพี่ชายจะแต่งงานกับน้อง พี่ชายมีภรรยาอยู่แล้ว ตอนนี้ภรรยาของพี่ชายก็กำลังจะมีลูกค่ะ”

ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

เจตน์กับชนนีหันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นนพยืนอยู่กับชวนชื่น ครั้นรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากลูกสาวประมุขบ้านกรกตพงษ์โกรธเป็นฟื้นเป็นไฟจะตามไปเอาเรื่องหม่อมชุลีกับหริพันธ์ เจตน์ต้องขอร้องให้ใจเย็นๆ ก่อน กำลังโกรธแบบนี้บุกวังอโยธยาก็ไม่มีประโยชน์

“ลูกสาวอาถูกเขารังแกขนาดนี้ จะให้อาอยู่เฉยๆรึ”

ชวนชื่นช่วยขอร้องอีกแรงหนึ่งแต่นพไม่ฟัง ยืนกรานจะไปคุยกับหม่อมชุลีและหริพันธ์ให้รู้เรื่อง ชนนีปราดมาคุกเข่าตรงหน้าพ่อ บอกว่าตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจะไม่กลับวังอโยธยาอีก ขอร้องพ่ออย่าไปที่นั่น เธอมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่แย่งสามีใคร นพทรุดตัวลงกอดลูกขอโทษที่ยกเธอให้พวกนั้น

“คุณพ่อไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะลูกเป็นคนตัดสินใจเองหมดทุกอย่าง ลูกต้องยอมรับผลของมัน” ชนนีกอดพ่อตอบ สองพ่อลูกร้องไห้ไปด้วยกัน เจตน์มองภาพตรงหน้าขบกรามแน่นด้วยความเจ็บแค้นใจ...

ตกค่ำ เจตน์บังเอิญมาเจอหริพันธ์นั่งดื่มไวน์อยู่คนเดียวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ฝ่ายหลังเห็นเจตน์ก็ชวนให้มาดื่มด้วยกัน เจตน์เคืองเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรับแก้วมาจากมือแต่ไม่ดื่ม กลับเอาสาดหน้า แล้วกระชากคอเสื้อเข้ามาประเคนกำปั้นใส่ สองคนชกต่อยกันอุตลุดอย่างไม่มีใครยอมใคร พนักงานในร้านต้องเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน หริพันธ์ชี้หน้าด่าเจตน์ว่าไม่ใช่ลูกผู้ชายแอบรักเมียคนอื่นน่าสมเพช

“ใช่...ผมรักน้องชนนีแต่ผมก็ไม่เคยทำอะไรเสียหาย ผมให้เกียรติเธอเสมอ”

สองคนมีปากเสียงเถียงกัน หริพันธ์ห้ามเจตน์มายุ่งกับเมียของเขาอีก เจตน์โต้ไม่ยอมแพ้ เขาต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์ไปวุ่นวายกับเธอ หริพันธ์ฉุนขาด พูดได้อย่างไรว่าตนไม่มีสิทธิ์ ตนเป็นสามีถูกต้องตามกฎหมายหน้าไหนก็มาห้ามไม่ได้ เจตน์สวนทันทีคนที่จะห้ามเขาได้ก็คืออบสวาทกับลูกในท้องของเธอ

“กลับไปทำหน้าที่ผัวและพ่อที่ดีให้ได้เสียก่อน จำไว้ว่าคุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวายกับน้องชนนีอีก”...

หริพันธ์โกรธจัดที่อบสวาทนำเรื่องตั้งท้องไปบอกชนนีทั้งที่ขอไว้แล้ว ครั้นกลับถึงวังอโยธยาจึงเล่นงานเธอยกใหญ่ แทนที่จะสำนึกเธอยังด่าชนนีไหนบอกว่าจะไปจากวังด้วยดีที่แท้ก็ตลบตะแลงเอาเรื่องนี้ไปฟ้องเขา

“คนที่มาบอกผมไม่ใช่ชนนี ผมผิดหวังในตัว

พี่อบจริงๆ” หริพันธ์ต่อว่าจบจะเข้าห้องตัวเอง เห็นอบสวาทขยับจะตามสั่งห้ามตามเด็ดขาด เขาต้องการอยู่คนเดียว แล้วเข้าห้องปิดประตูล็อก เห็นข้าวของเครื่องใช้ของชนนีที่หายไปหมด รวมทั้งเตียงที่ว่างเปล่า หริพันธ์ลูบไล้บนเตียงตรงที่ชนนีเคยนอน คิดถึงเธอเหลือเกิน

ooooooo

หริพันธ์ตื่นแต่เช้าจะไปหาชนนี แต่อบสวาทเข้าไปกอดเอวไว้ไม่ยอมให้ไป เขายืนยันจะต้องไปคุยกับเธอให้รู้เรื่อง อบสวาทไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อชนนีเข้าใจและยอมจากไปแต่โดยดีก็น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับเรา หริพันธ์ไม่สนใจดึงมือเธอออกขยับจะไป หม่อมชุลีตวาดลั่น

“ไม่ต้องไป ในเมื่อชนนีเป็นฝ่ายเก็บข้าวของออกไปจากวังนี้เอง ฉันก็จะถือว่าหล่อนไม่ใช่สะใภ้ของรามพงษ์อีกต่อไป ไม่ต้องไปตามกลับมาอีกเด็ดขาด”

“หม่อมแม่กำลังเข้าใจผิดนะคะ ชนนีไปเพราะความเสียใจเรื่องชายกับพี่อบ ชายผิดเองชายจะต้องไปคุยกับชนนีให้เข้าใจ”

หม่อมชุลีไม่เห็นความจำเป็นจะต้องไปคุย ตนรอวันนี้มานานแล้ว วันที่นังชนนีจะเสียใจจนอยู่ที่นี่ไม่ได้และวันนี้ก็มาถึง ความจริงแล้วตนไม่ได้ต้องการนังนั่นมาเป็นสะใภ้ แต่ที่ต้องทำทุกอย่างก็เพราะอยากแก้แค้นพ่อแม่ของมัน ลูกมันเจ็บพ่อแม่มันก็ต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า หริพันธ์ตะลึงคาดไม่ถึงว่าหม่อมแม่ตัวเองจะใจร้ายเพียงนี้ พลันมีเสียงนพแดกดันดังขึ้น ที่หน้าประตูห้อง

“ฉลาดมากหม่อมชุลี แต่ในความฉลาดของคุณมันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนาคุณเหลือเกิน นอกจากสมเพชแล้วยังน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงเป็นที่สุด”

ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรง นพโกรธมากที่หม่อมชุลีใช้ลูกสาวของเขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเขากับชวนชื่นจึงประกาศตัดญาติกันนับแต่บัดนี้และชนนีไม่ใช่สะใภ้ของรามพงษ์อีกต่อไป แล้วหันหลังจะกลับหริพันธ์เรียกไว้ อ้อนวอนให้ฟังตนอธิบายก่อน หม่อมชุลีสั่งห้ามลูกชายไปงอนง้อฝ่ายนั้นเด็ดขาดไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาใช้นามสกุลรามพงษ์อีก เขาไม่กล้าหือจำต้องปล่อยให้นพกลับไป...

ในเวลาเดียวกัน ชวนชื่นเห็นชนกเอาแต่นั่งเฝ้าไข้วรรศิกาทั้งที่ตัวเองยังไม่หาย พยายามขอร้องให้เขากลับห้องพักฟื้นของเขาเพื่อให้หมอรักษา เขายืนกรานจะอยู่ที่นี่อยากเป็นคนแรกที่วรรศิกาตื่นขึ้นมาเจอ

“ถ้าคุณหญิงฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าพี่นกไม่ยอมรักษาตัวเพราะเธอ น้องเชื่อว่าเธอคงไม่ชอบใจแน่ อีกอย่างหนึ่ง ถ้าพี่นกต้องการดูแลคุณหญิงจริงพี่นกก็ต้องดูแลตัวเองให้หายก่อนสิคะ น้องจะเฝ้าคุณหญิงแทนพี่นกเอง ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาเมื่อไร น้องจะรีบไปบอกพี่นกทันที ดีหรือเปล่าคะ” ชนนีช่วยกล่อมอีกแรงหนึ่ง

ในที่สุดชนกยอมกลับห้องพักฟื้นไปให้หมอรักษาต่อ หมอตรวจเขาแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่จะยอมให้เขากลับบ้านได้ต้องรอให้น้ำเกลือขวดที่พยาบาลกำลังใส่สายให้หมดก่อน และหวังว่าครั้งนี้เขาจะไม่ดึงสายออกกลางคันอีก ระหว่างนั้นท่านหญิงนวลแวะมาเยี่ยมเห็นหน้าชนกยังซีดๆต้องเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนไหม

ชวนชื่นไม่อยากเลื่อนเพราะเชิญแขกไปบ้างแล้ว ท่านหญิงนวลพูดเป็นทำนองว่าขืนเลื่อนงานออกไปท้องไส้ใหญ่ขึ้นทุกวัน ผู้คนจะนินทาเอาได้ว่าท้องก่อนแต่งชวนชื่นงงทำไมท่านพูดเหมือนยอดธิดาท้อง

“อ้าว...แล้วไอ้ที่อาเจียนโอ้กอ้ากเหม็นกลิ่นอาหารหน้ามืดเวียนหัวนี่ไม่ใช่อาการของคนท้องหรอกรึ”

ชนกกับชวนชื่นมองหน้ากันตะลึง

ooooooo

ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล ยอดธิดาเอาแต่ดื่มเหล้าเพื่อดับอารมณ์ เสี่ยย้งเห็นลูกสาวเมามาย ปรี่มาดึงแก้วเหล้าไปจากมือ ต่อว่าว่าดื่มเหล้าราวกับน้ำแบบนี้เดี๋ยวลูกในท้องได้ตายก่อนเกิด เธอคว้าแก้วเหล้าคืนแล้วกระดกหมดแก้ว บ่นกลุ้มใจมากขืนไม่ได้ดื่มต้องบ้าตายแน่ๆ

“จะกลุ้มอะไรอีกล่ะ ถ้าเป็นเรื่องไอ้เสี่ย ป๋าก็บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งร้อนตัวไป คนอย่างมันทำอะไรก็ต้องรอบคอบ ถ้าเป็นมันจริงมันก็ไม่มีทางให้ตำรวจจับได้หรอก ยังไงอายอดก็ต้องได้แต่งงานกับอาชนกแน่ๆ”

“แต่งทั้งๆที่รู้ว่านกเขาไม่ได้รักยอดเลย เขารักนังวรรศิกา ป๋าได้ยินไหม...นังตัวมาร ฉันเกลียดแก” ยอดธิดาระเบิดอารมณ์ปาแก้วเหล้าใส่ผนังห้อง...

คนที่ยอดธิดาชิงชังค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น ชนนีที่นั่งเฝ้าอยู่ดีใจมาก เธอมองคนเฝ้าไข้งงๆ ตัวเองมาอยู่ที่นี่

ได้อย่างไร ชนนีเล่าว่าเธอโดนรถชน สลบไปหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเต็มๆ เธอขอบคุณชนนีมากที่อยู่เป็นเพื่อน ชนนียัง

ไม่ทันจะอ้าปากบอกว่าคนที่เฝ้าไข้เธอทั้งวันทั้งคืนคือชนกไม่ใช่ตน หมอเปิดประตูห้องเข้ามากับพยาบาลเสียก่อนชนนีจึงต้องถอยออกมาให้หมอตรวจอาการของวรรศิกา...

อีกมุมหนึ่งตรงทางเดินหน้าห้องพักผู้ป่วย ทั้ง ชวนชื่นและท่านหญิงนวลต่างเข้าใจผิดคิดว่าชนกตัดสินใจแต่งงานแบบเร่งด่วนเพราะทำยอดธิดาท้อง โดยเฉพาะฝ่ายแรกกลุ้มใจมากเนื่องจากลูกชายไม่ได้รักยอดธิดา แต่รักวรรศิกา ท่านหญิงตกใจถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

หมอตรวจอาการของวรรศิกาเสร็จ หันบอกคนเฝ้าไข้ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถ้าอยากจะกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านก็กลับได้เลย ชนนีรอจนหมอกับพยาบาลออกไปแล้ว เข้ามาจับมือวรรศิกาดีใจที่เธอไม่เป็นอะไรมาก อบสวาทซึ่งรู้ข่าวนี้เช่นกัน เปิดประตูเข้ามาด้วยมาดคุณนาย

“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ต้องนอนสำออยให้มันเปลืองค่าใช้จ่ายอีก คุณอาให้มารับเธอกลับวัง ลุกขึ้นได้แล้ว”

ชนนีพยายามจะยื้อให้วรรศิกาอยู่ที่นี่ต่ออีกหนึ่งคืนแต่อบสวาทไม่ยอม อ้างว่าเธอเป็นแค่คนนอกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคนในตระกูลรามพงษ์ ชวนชื่นเดินเข้ามากับท่านหญิงนวลพอดี

“แต่ฉันคิดว่าชนนียังมีสิทธิ์ที่จะออกความเห็นในทุกเรื่องของคนในตระกูลรามพงษ์เพราะถึงอย่างไร ชนนีก็ยังเป็นเมียแต่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม ถ้าคุณอบสวาทต้องการใช้สิทธิ์ของตัวเองบ้างก็ต้องรอให้ชนนีลงชื่อในใบหย่าก่อน” ชวนชื่นตอกหน้าหงาย อบสวาทไม่กล้าทำอะไรเธอ พาลไปลงกับวรรศิกาแทน

“รีบๆลุกขึ้นสิหญิงวรร ฉันยังต้องรีบกลับไปดูแลคุณชายอีก” ไม่พูดเปล่าอบสวาทเหลือบมองชนนีเยาะๆ คนถูกเย้ยทนไม่ไหวเดินหนี ชวนชื่นรีบตามมาติดๆขณะที่ท่านหญิงนวลกับวรรศิกามองอบสวาทสงสัย

ooooooo

นพเห็นลูกซบอกชวนชื่นร้องไห้อยู่ตรงระเบียงทางเดินรีบเข้ามาถามว่าโดนใครรังแกมาอีก ชวนชื่นไม่ตอบอะไรกลับย้อนถามเขาว่าหายไปไหนมาตั้งแต่เช้า พอรู้ว่าไปวังอโยธยามา สองแม่ลูกต่างตกใจ เขารีบออกตัว

“พ่อไม่ได้ไปเพื่อขอร้องหรือขอความเห็นใจให้ลูก แต่พ่อไปเพื่อให้ทุกอย่างมันจบสิ้นกันอย่างสมบูรณ์ หม่อมชุลีจงใจจะทำร้ายครอบครัวเราโดยใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น”

“จริงหรือคะ” ชวนชื่นร้องเอะอะ นพพยักหน้ารับคำ เพราะได้ฟังจากปากหม่อมชุลีเอง ท่านหญิงนวลซึ่งได้ยินทุกคำที่เขาพูดก็โกรธมากบุกมาที่วังอโยธยา ตบหน้าหม่อมชุลีฐานทำร้ายน้องและหลานในไส้ของตัวเอง เธออ้างหน้าด้านๆว่าเกลียดและแค้นครอบครัวนี้มากจนแทบกระอักเป็นเลือด

“ดิฉันสาบานไว้แล้วว่าจะต้องทำให้มันเจ็บ ให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันเคยทำ”

“หล่อนไม่ได้เกลียดแม่ชวนชื่น แต่หล่อนริษยาอิจฉาที่น้องมีชีวิตครอบครัวที่ดีกว่าหล่อน จิตใจคนที่มีแต่ความริษยาอย่างหล่อน ต่อให้ทุกคนพยายามทำดีด้วยแค่ไหนก็เหมือนเทน้ำลงในตุ่มที่รั่ว มันไม่มีวันที่จะเต็มขึ้นมาได้” ท่านหญิงนวลด่าจบขยับจะไป อบสวาทกลับมากับวรรศิกาพอดี ท่านตบหน้าอบสวาทเต็มแรง

“หน้าด้านไร้ยางอาย อย่านึกว่าฉันไม่รู้ความเลวของหล่อน กรรมเวรของชายหริแท้ๆ ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่าฉันไม่มีญาติชื่อหม่อมชุลีอีกต่อไป แต่สำหรับเธอหญิงวรร ฉันยังนับเธอเป็นลูกเป็นหลานเสมอนะ”

วรรศิกาไหว้ท่านด้วยความตื้นตัน ขณะที่หม่อมชุลีกับอบสวาทได้แต่ยืนอึ้ง...

ระหว่างชนกนอนให้น้ำเกลืออยู่ในห้องพักผู้ป่วย คิดถึงตอนที่ท่านหญิงนวลพูดถึงอาการแพ้ท้องของยอดธิดาแล้วอดสงสัยไม่ได้ จังหวะนั้นเจตน์กับสุวิทย์เปิดประตูห้องเข้ามา ชนกเห็นหน้าตาบอบช้ำของเจตน์ร้องทักไปฟัดกับใครมา เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถามด้วยการย้อนถามชนกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“หมดน้ำเกลือนี่ก็โอเคแล้ว” ชนกเห็นท่าทาง

มีพิรุธของเพื่อนๆ “มีอะไรกัน จะพูดอะไรก็พูดมาเลย”

เจตน์ขอให้สุวิทย์เล่าความจริงทั้งหมดให้ชนกฟังได้แล้ว...

ทางฝ่ายเสี่ยย้งยังไม่ละความพยายาม คะยั้นคะยอให้ยอดธิดามาโรงพยาบาลเพื่อคอยประกบชนกไว้ ยิ่งรู้ว่าเขาไม่รักก็ยิ่งต้องทำดีกับเขาจะได้เกรงใจไม่กล้าขอเลิก ยอดธิดาไม่กลัวหากเขาจะขอเลิก จะได้บอกว่าเธอท้องกับเขา เสี่ยย้งทักท้วง ขืนบอกอย่างนั้นเขาต้องรู้ว่าเธอท้องกับคนอื่น แผนนั่นต้องเก็บไว้เป็นไม้ตาย แล้ว

เร่งให้เธอรีบขึ้นไปเยี่ยมเขา พร้อมกับเอาตะกร้าผลไม้ยัดใส่มือให้

ooooooo

สุวิทย์เล่าให้ชนกฟังถึงเรื่องที่ยอดธิดาแอบคบกับเสี่ยเจ้าของบ่อนที่พ่อของเธอเป็นลูกค้าประจำ และยังสืบได้อีกว่าคืนที่ชนกโดนมอมยาที่ไนต์คลับก็เป็นฝีมือของยอดธิดาเพราะพนักงานที่นั่นสารภาพแล้วว่าเธอจ้างให้ใส่ยานอนหลับในเหล้าให้เขาก่อนจะพากลับไปบ้านของเธอ

“แล้วนายจะทำอย่างไรต่อ” ชนกถามน้ำเสียง ราบเรียบ

“ลูกน้องฉันกำลังตามจับคนที่มายิงแกอยู่ น่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ถ้ามันยอมสารภาพ ไอ้เสี่ยก็ดิ้นไม่หลุดแน่”

ยอดธิดาเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี ทักทายว่า

คุยอะไรกันอยู่สามหนุ่มได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ...

หลังจากส่งสุวิทย์ที่ลานจอดรถ เจตน์เดินกลับมาที่ตึกพักผู้ป่วย เจอชนนีที่เพิ่งไปส่งพ่อกับแม่ที่รถมาเช่นกัน เธอกำลังจะขึ้นไปหาชนกแต่พอรู้ว่ายอดธิดาอยู่กับเขาก็เลยเปลี่ยนใจชวนเจตน์ไปหาอะไรกิน...

ฝ่ายยอดธิดาพยายามเอาอกเอาใจชนกทุกอย่างปอกผลไม้ให้กินแถมอาสาจะพาเขาออกจากที่นี่หลังน้ำเกลือขวดนี้หมดแล้วจะได้ไปดินเนอร์ฉลองกันสองต่อ

สอง เขาปฏิเสธอย่างสุภาพว่าอย่าดีกว่า เขามีธุระสำคัญที่ต้องทำ เธอแปลกใจธุระอะไร เขาขอให้อุบไว้ก่อน

ทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่จะบอกเธอเป็นคนแรก

“โอเคค่ะ กินส้มก่อนนะคะ ส้มหวานมากเลย” ยอดธิดาป้อนส้มให้ชนกที่พยายามทำตัวเป็นปกติที่สุด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หริพันธ์ไม่เป็นอันทำงาน

เฝ้าแต่คิดถึงชนนี สุดท้ายทนไม่ไหวโทรศัพท์ไปหาที่บ้าน แต่เธอไม่อยู่ เขาวางสายสีหน้าผิดหวัง...

ชนกเองก็ผิดหวังไม่แพ้หริพันธ์เช่นกันเมื่อไปหาวรรศิกาที่ห้องพักผู้ป่วย พบว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว เขาเดินคอตกกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วยของตัวเอง เจอชนนีอยู่กับเจตน์ ต่อว่าน้องสาวยกใหญ่ ไหนรับปากจะมาบอกถ้าวรรศิกาฟื้น ชนนีพยายามขอร้องให้เธอพักที่นี่อีกหนึ่งคืนแต่อบสวาทยืนกรานต้องกลับวังตามคำสั่งของหม่อมชุลี ชนกเห็นชนนีจะต้องกลับไปที่นั่นอยู่แล้ว ก็เลยอาสาไปส่งให้เองจะได้เจอวรรศิกาด้วย

“น้องชนนีไม่ได้กลับไปที่วัง แต่จะกลับบ้านพร้อมแก” เจตน์ตอบคำถามแทนชนนี

“ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น” ชนกมองชนนีสลับกับเจตน์สีหน้างุนงง...

อบสวาทเป็นเหยื่อความริษยาอาฆาตรายต่อไปของหม่อมชุลี โดยแสร้งทำดีด้วยและยกยอปอปั้นว่าเธอเหมาะสมทุกประการที่จะเป็นสะใภ้ของรามพงษ์ อบสวาทปลื้มปริ่มมากก้มกราบขอบคุณท่านที่เมตตา หม่อมชุลีทำท่าตกใจ ทำไมหน้าตาเธอถึงซีดเซียวนัก หรือเป็นเพราะเหนื่อยจากการดูแลหริพันธ์

“เห็นทีตัวหล่อนต้องบำรุงตัวเองเสียบ้างนะ” ว่าแล้วหม่อมชุลีเดินไปรินยาจากขวดใส่แก้วมายื่นให้ “ยาบำรุงร่างกาย หริพันธ์เอามาจากเมืองฝรั่งเชียวนะ ฉันแบ่งให้หล่อน กินเสียหน่อยจะได้มีเรี่ยวแรงปรนนิบัติชายหริ กำจัดนังชนนีไปได้แล้ว เธอก็รีบมีลูกเร็วๆจะได้ผูกมัดใจชายหริไว้อีกชั้นหนึ่ง เพราะลูกก็เปรียบเหมือนโซ่ทองคล้องใจพ่อแม่...ฉันอยากอุ้มหลานไวๆ”

“ดิฉันจะไม่ทำให้คุณอาผิดหวังค่ะ” อบสวาทหลงเชื่อคำลวงดื่มยาหมดแก้วโดยไม่รู้ว่าเป็นยาขับเลือด

ooooooo

ที่บ้านกรกตพงษ์ ขณะชนก ชวนชื่นกับนพและชนนีนั่งล้อมวงจะกินมื้อค่ำ จวงมาแจ้งว่าหริพันธ์มาขอพบชนนี นพไม่ให้พบสั่งจวงไปบอกให้เขากลับไป แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก จวงยังไม่ทันขยับ

ชนกเรียกไว้เสียก่อน ขอจัดการเรื่องนี้เอง ทันทีที่เจอหน้าหริพันธ์ เขาต่อยแขกไม่ได้รับเชิญไม่ยั้ง หริพันธ์ไม่ตอบโต้เชิญชนกทำตามอำเภอใจ ชกให้ตนหายโง่ได้ยิ่งดี ชนกชะงักทำไมเขาถึงพูดเหมือนไม่รู้ว่าหม่อมชุลีคิดจะแก้แค้นพวกตน เขายอมรับผิดเรื่องอบสวาทแต่เรื่องแก้แค้น เขาขอใช้เกียรติที่มียืนยันว่าไม่รู้จริงๆ และถ้าเขารู้ก็จะไม่แต่งงานกับชนนีแม้จะรักเธอแค่ไหนก็ตาม ชนกถามย้ำว่าเขารักชนนีจริงๆหรือ

“ครับผมรักเธอ รักอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องพี่อบ ผมรู้ว่าผมทำผิด แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาก่อนที่ผมจะรู้จักกับชนนี คุณชนกให้โอกาสผมได้ขอโทษชนนีสักครั้งจะได้ไหมครับ”

“ผมคิดว่าผมเข้าใจคุณชาย แต่เวลานี้คงไม่เหมาะ คุณชายกลับไปก่อนดีกว่า”

แม้อยากจะเจอชนนีมากแค่ไหน แต่หริพันธ์จำต้องทำตามที่ชนกว่า ชนนีที่แอบมองลงมาจากหน้าต่างห้องนอน ตัวเอง เห็นหริพันธ์ที่กลับขึ้นรถขับจากไปด้วยใจสลาย...

คำพูดของหม่อมชุลีทำให้อบสวาทฝันหวานว่าจะได้เป็นภรรยาคนสวยของหม่อมราชวงศ์หริพันธ์ แต่อยู่ๆเธอปวดท้องมากแทบทรงตัวไม่ไหวทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นห้อง พยายามสูดหายใจลึกๆหวังจะให้ความปวดคลายแต่กลับปวดมากขึ้น ต้องคลานไปที่ประตูห้อง

“โอ๊ย...ใครอยู่ข้างนอกช่วยด้วย...ฉันปวดท้อง”

อบสวาทกระเสือกระสนมาถึงหน้าห้องหม่อมชุลี กัดฟันตบประตูร้องขอความช่วยเหลือ อึดใจหม่อมชุลีเปิดประตูออกมามองด้วยสายตาเย็นชา เธอขอร้องให้ท่านพาไปหาหมอ

“ไม่เป็นไรหรอก ยาคงกำลังออกฤทธิ์ อีกประเดี๋ยวหล่อนก็จะสบายตัว”

“ยา...ยาอะไรคะ คุณอาเอายาอะไรให้ดิฉันกิน”

“ยาขับเลือดไงล่ะนังหน้าโง่” หม่อมชุลีหัวเราะสะใจ อบสวาทตกใจแทบสิ้นสติ รวบรวมกำลังคลานไปทางอื่นพร้อมกับร้องเรียกให้คนช่วย หม่อมชุลีเลวได้โล่ตามมากระชากผมเธอให้ตัวพลิกขึ้นมาแล้วใช้เท้าขยี้ท้องน้อยจนเลือดไหลออกมาเปรอะขา หริพันธ์มาทันเห็นพอดีไม่อยากจะเชื่อว่าหม่อมแม่ใจร้ายขนาดนี้

ครู่ต่อมาหริพันธ์อุ้มอบสวาทที่หมดสติมาถึงหน้าตึก ตะโกนเรียกล้วนให้เอารถออก วรรศิกากับเจียนได้ยิน

เสียงเอะอะวิ่งออกมาดู เห็นอบสวาทแน่นิ่งมีเลือดเปรอะไปหมดถามว่าเกิดอะไรขึ้น หริพันธ์ได้แต่ส่ายหน้าพูดไม่ออก หม่อมชุลีตามมาขวางไม่ยอมให้เขาพาอบสวาทไปไหนทั้งนั้น มันแค่แท้งลูกไม่ได้เป็นอะไรมาก

“แต่ลูกของชายกำลังจะตายนะคะ”

“ลูกที่เกิดจากแม่ชั้นต่ำอย่างนังอบสวาท มันก็ไม่สมควรได้ลืมตาดูโลกอยู่แล้ว”

เป็นจังหวะเดียวกับล้วนขับรถมาจอดหน้าตึก วรรศิการีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้ หริพันธ์อุ้มอบสวาทขึ้นรถไม่สนใจเสียงเกรี้ยวกราดของหม่อมแม่ที่ห้ามเขาพาอบสวาทไปหาหมอ หม่อมชุลีโมโหจัดที่ลูกชายกล้าขัดคำสั่ง ไม่รู้จะไปลงกับใครหันไปตบวรรศิกาหน้าคว่ำด่าซ้ำที่สาระแนเปิดประตูรถให้หริพันธ์

“ถึงพวกแกจะช่วยกันยังไง ไอ้มารหัวขนนั่นมันก็ไม่มีทางได้ลืมตาออกมาดูโลกให้รามพงษ์ต้องเสื่อมเสียอย่างแน่นอน” หม่อมชุลียิ้มเหี้ยม ขณะที่ทุกคนได้ยืนตะลึง...

ไม่นานนัก หริพันธ์พาอบสวาทมาถึงห้องฉุกเฉิน หมอช่วยเธอไว้ได้แต่เด็กไม่รอด หริพันธ์เสียใจมากที่ลูกยังไม่ทันได้เกิดก็ต้องมาตายเพราะหม่อมย่าใจร้ายของแกเอง

ooooooo

หริพันธ์อยู่เฝ้าอบสวาทที่ห้องพักผู้ป่วยจนฟื้นคืนสติ พอเธอรู้ว่าเด็กในท้องไม่อยู่แล้วถึงกับกรีดร้องลั่น

“ไม่...ไม่จริง...นังชุลีแกฆ่าลูกของฉัน แกฆ่าเขาทำไม ไหนแกบอกว่าถ้าฉันช่วยแกกำจัดนังชนนี แกจะให้ฉันเป็นสะใภ้ของรามพงษ์ นังตอแหล นังสารเลว แกฆ่าลูกฉันทำไม...ทำไม” อบสวาทคร่ำครวญราวกับคนบ้า ขณะที่หริพันธ์มองเธออย่างผิดหวัง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ทาเคชิเดินคุยมากับหมอ ยืนยันว่าต้องกลับญี่ปุ่นแล้ว ครั้งนี้คงเลื่อนไม่ได้อีก หมอขอโทษด้วยที่ไปส่งเขาที่สนามบินไม่ได้ ทาเคชิยังไม่ทันจะว่าอะไรเหลือบไปเห็นหริพันธ์ยืนหน้าเศร้าอยู่ที่มุมหนึ่งถึงกับชะงัก หมอมองตามสายตาของเขาเห็นหริพันธ์ยืนอยู่ ถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ

“ไม่ครับ แต่ผมรู้จักภรรยาของคุณชาย”

“หรือครับ ตอนนี้เธอกำลังรักษาตัวอยู่ที่นี่ เมื่อคืนคุณอบสวาทเธอตกเลือด”

ทาเคชิเป็นห่วงเธอมาก รีบขอตัวไปเยี่ยม อบสวาทเห็นหน้าเขาก็ต่อว่าว่าทำไมไม่เลิกรังควานเธอสักที ยิ่งตื๊อแบบนี้เธอก็ยิ่งเกลียดเขา ทาเคชิยังไม่ทันจะอธิบายอะไร อบสวาทชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“เลิกพูดคำว่ารักกับฉันสักที ฉันฟังจนอยากจะอาเจียน ฉันจะบอกคุณอีกครั้งว่าฉันไม่ได้รักคุณ ที่ฉันมีอะไรกับคุณเพราะฉันกำลังผิดหวังเสียใจเรื่องคุณชาย คุณได้ยินชัดไหมคุณทาเคชิ ไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้ว”

“ความจริงผมจะกลับญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่กลับจากวัง แต่ผมเจอเพื่อนเขาชวนให้อยู่ต่อ เพื่อนผมคือหมอที่รักษาคุณ ผมเลยรู้เรื่องคุณ ผมไม่ได้มาตื๊อ ผมแค่มาเยี่ยมในฐานะ คนเคยรู้จักกัน คุณสบายใจได้คุณอบสวาท คุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าผมอีก ลาก่อน” ทาเคชิออกจากห้องไปอย่างตัดใจได้

ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่คุยกัน หริพันธ์ยืนฟังอยู่หน้าห้อง...

ในเวลาต่อมา หริพันธ์กลับถึงวังอโยธยารีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะออกไปข้างนอกอีก หม่อมชุลีแกล้งพูดดักคอ แค่อบสวาทแท้งลูกคงไม่จำเป็นต้องไปเฝ้า เขาไม่ได้จะไปโรงพยาบาล

“จะไปหานังชนนีใช่หรือเปล่า” หม่อมชุลีเห็นสีหน้าของลูกชายก็รู้ทันที “เธอกล้าขัดคำสั่งฉันรึหริพันธ์”

“ชายคิดว่าอย่างน้อยชายก็ควรขอโทษชนนีกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

หม่อมชุลีโวยวายจะต้องไปขอโทษทำไม นังนั่นอยากจะมีผัวจนตัวสั่นเชื้อไม่ทิ้งแถวเหมือนแม่ของมันไม่มีผิดที่วิ่งตามผู้ชายไร้สกุลไป สร้างความอัปยศให้แก่วงศ์ตระกูล สิ่งที่ชนนีได้รับยังน้อยไปด้วยซ้ำ หริพันธ์ยืนกรานจะต้องพบชนนีให้ได้ แม้ต้องขัดคำสั่งหม่อมแม่ก็ตาม แล้วขยับจะไป

“ถ้าหากเธอก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีกต่อไป”

หริพันธ์ขอให้ท่านเห็นใจบ้าง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเคารพและเชื่อฟังท่านตลอดแม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ครั้งนี้เขาต้องขอขัดใจท่านเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง หม่อมชุลีโกรธแค้นมากตะโกนด่าลั่น

“ไอ้ลูกขี้ข้า ถึงจะเลี้ยงดูแกดีแค่ไหน เลือดขี้ข้าในตัวแกก็ไม่มีวันจะเปลี่ยนไปได้ คงถึงเวลาแล้วที่แกจะได้รู้กำพืดที่แท้จริงของตัวเอง แกจะได้เลิกผยองมาทำจองหอง อวดดีกับฉัน”

จากนั้นความลับเกี่ยวกับชาติกำเนิดของหริพันธ์ก็พรั่งพรูออกจากปากหม่อมชุลีว่าเขาเป็นแค่ลูกบ่าวในวังนี้ที่เกิดจากตัณหาราคะของท่านพ่อของเขาไม่ได้ผิดไปจากวรรศิกา แม่ของหริพันธ์ตกเลือดตายตอนคลอดเขา ส่วนลูกชายของหม่อมชุลีซึ่งเกิดมาไม่แข็งแรงต้องสิ้นบุญตั้งแต่แบเบาะ ท่านก็เลยเอาเขามาชุบเลี้ยง

“เปลี่ยนแกจากทองชุบให้เป็นทองเนื้อแท้ แต่แกยังไม่สำนึก รู้แบบนี้แล้วยังคิดจะแข็งข้อกับฉันอีกไหม ถ้าแกยังอยากมีที่ยืนอย่างสง่างามในวังนี้ แกก็ต้องเชื่อฟังฉัน ทำตามที่ฉันต้องการโดยไม่มีข้อแม้ แต่ถ้ายังอยากทำผยองลองดีกับฉัน แกจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ที่ซุกหัวนอน”

ooooooo

หริพันธ์เสียใจมากที่รู้ว่าไม่ได้เป็นลูกแท้ๆของหม่อมชุลี ตัดสินใจจะไปจากวังอโยธยา แล้วไปที่ท่าน้ำขอโทษวรรศิกาที่ผ่านมาไม่เคยดูแลเธอเลย ปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เผชิญกับความขมขื่นเพียงลำพัง แล้วดึงเธอมากอดอย่างอ่อนโยน

“จำไว้นะไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหน พี่จะเป็นพี่ชายของเธอตลอดไป”

ร่ำลาวรรศิกาเสร็จ หริพันธ์มาหาหม่อมแม่ที่ห้องเพื่อกราบลา บุญคุณที่ท่านชุบเลี้ยงมาเขาจะจดจำไม่มีวันลืม หม่อมชุลีแค้นใจมากที่เขาปีกกล้าขาแข็ง ลุกขึ้นชี้หน้าด่าว่าไอ้เนรคุณ ไอ้ลูกขี้ข้า

“ไสหัวแกออกไปเลย ออกไป”...

ขณะที่หริพันธ์ไม่อาจทนอยู่ในวังอโยธยาต่อไปได้ สุวิทย์นำกำลังตำรวจบุกทลายบ่อนพนัน นักพนันพากันวิ่งหนีอลหม่าน เสี่ยย้งไวทายาดรีบหลบไปซ่อนใต้โต๊ะโดยไม่มีใครเห็น เสี่ยเจ้าของบ่อนกับสมุนพยายามจะหนีเช่นกัน แต่โดนตำรวจรวบตัวเสียก่อน...

ยอดธิดาตกใจมากเมื่อรู้จากเสี่ยย้งว่าตำรวจเข้าไปทลายบ่อนและรวบตัวเสี่ยเจ้าของบ่อนได้โดยละม่อมเธอถึงกับบ่นอุบแล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันดี เสี่ยย้งแนะให้ภาวนาให้ไอ้เสี่ยนั่นปากแข็งเข้าไว้ ถ้าตำรวจไม่มีหลักฐานพอ สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวเขาไป

“แล้วถ้ามันหลุดพูดเรื่องยอดล่ะป๋า”

“ถ้ามันไม่อยากติดคุกมันก็ต้องไม่พูด ถ้าพูด ตำรวจจะต้องสงสัยมันแน่”...

เสี่ยเจ้าของบ่อนดิ้นไม่หลุดเพราะมือปืนรับจ้างที่ลอบยิงชนกให้การซัดทอดว่าเขาเป็นผู้จ้างวาน และจากการสืบสวนของตำรวจได้หลักฐานเพิ่มเติมว่าเสี่ยย้งเป็นหนี้พนันที่บ่อนนี้แต่ไม่มีจ่ายก็เลยเอายอดธิดามาขัดดอก แต่เสี่ยเจ้าของบ่อนเกิดรักเธอขึ้นมาจริงๆ แต่เธอไม่เล่นด้วยเพราะกำลังจะแต่งงานกับชนก เสี่ยเจ้าของบ่อนแค้นมากส่งมือปืนไปเก็บเขาเพื่อกำจัดคู่แข่ง...

หลังจากสางคดีจ้างวานฆ่าชนกเรียบร้อย สุวิทย์นำเรื่องนี้มาแจ้งให้ครอบครัวกรกตพงษ์ทราบ นพขอบใจเขามากที่ช่วยทำให้พวกเราได้รู้ความจริง แล้วหันไปถามลูกชายว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ชนกนัดยอดธิดามาคุยกันแบบเปิดอก เธอรีบออกตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะคบหากับเสี่ยเจ้าของบ่อน อ้างโดนบังคับ เธอรักเขาแค่คนเดียวเท่านั้น ขอให้เขายกโทษให้ ชนกอภัยให้ทุกอย่าง ยอดธิดายิ้มปากแทบฉีกถึงรูหู

“ขอบคุณค่ะนก ยอดสัญญาว่ายอดจะเป็นภรรยาที่รักและซื่อสัตย์ต่อนกตลอดไป นกล่ะคะ นกยังรักยอดอยู่ใช่ไหมคะ” ยอดธิดาถามเองแต่อดหวั่นใจไม่ได้ ชนกยอมรับว่ายังรักเธออยู่ ไม่ใช่แบบคู่รักแต่เป็นแบบเพื่อน เธอโวยวาย เราสองคนเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาจะทิ้งเธอง่ายๆแบบนี้ไม่ได้

“คนที่โดนมอมยาคงไม่มีปัญญาทำอะไรได้ ยอดว่าจริงหรือเปล่าครับ ถึงเสี่ยจะเป็นคนอย่างไรก็ตาม แต่เขาก็เป็นพ่อที่แท้จริงของเด็กในท้องยอด ผมว่ายอดควรให้โอกาสเขานะ”

ยอดธิดาถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

ยอดธิดาเจ็บใจที่ชนกบอกเลิก หันไปดื่มเหล้าเพื่อดับอารมณ์ ครั้นเมาได้ทีอาละวาดขว้างปาแก้วใส่ผนังบ้านตัวเองแตกกระจาย เสี่ยย้งต้องขอร้องจะดื่มให้ได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว

“ลื้อต้องทำใจ จะมาทำร้ายตัวเองกับลูกทำไม” สั่งสอนเสร็จ เสี่ยย้งขอตัวไปเข้าบ่อน

“ฉันจะไม่ทำร้ายตัวเอง แต่ฉันต้องทำกับคนที่มันแย่งทุกอย่างไปจากฉันถึงจะถูก ถ้าฉันไม่มีความสุข แกก็ต้องไม่มีความสุข” ยอดธิดาขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ขณะที่ยอดธิดาวางแผนจะแก้แค้นคนที่ทำให้ความรักของตัวเองพัง ชนกแวะมาหาวรรศิกาที่วังอโยธยาเพื่อปรับความเข้าใจ ในที่สุดทั้งคู่ก็เข้าใจกัน วรรศิกานึกๆแล้วอดสงสารยอดธิดากับลูกในท้องไม่ได้ ชนกเองก็สงสารเธอเช่นกัน จึงตั้งใจว่าถ้ามีอะไรพอจะช่วยเธอได้ก็ช่วยโดยไม่ลังเล วรรศิกาชมเขาว่าเป็นคนดี

“ถ้าอย่างนั้นคุณหญิงก็ต้องให้รางวัลผมสิครับ”

“รางวัลอะไรดีล่ะคะ”

ชนกขอให้วรรศิการับปากจะแต่งงานด้วย จะได้ให้พ่อกับแม่มาสู่ขอเธอจากหม่อมชุลี พลันมีเสียงดังขึ้นด้านหลังว่าไม่มีทาง สองคนหันมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นหม่อมชุลียืนอยู่กับสา ท่านไม่พูดเปล่าลากตัว วรรศิกาไปที่ห้องโถง ด่าว่าต่างๆนานาก่อนจะลงมือตบตี ยังไม่สาแกใจหม่อมชุลีจะกล้อนผมเธออีกต่างหาก

ฝ่ายชนกจะตามไปช่วยหญิงคนรักแต่สาขวางไว้พลางยกมือไหว้ขอร้องอย่าทำอย่างนั้น จะยิ่งทำให้เกิดเรื่องใหญ่เปล่าๆ ทันใดนั้นล้วนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “แย่แล้วครับ คุณหญิงแย่แล้ว”

ชนกใจคอไม่ดี รีบวิ่งไปที่ห้องโถง เห็นหม่อมชุลีกำลังจะกล้อนผมวรรศิกา ปรี่เข้าไปจับมือข้างที่ถือกรรไกรบิดอย่างแรงจนมันหลุดมือ สั่งให้ท่านเลิกบ้าได้แล้วหม่อมชุลีคว้ากรรไกรขึ้นมาถือไว้ จ้องเขาอย่างแค้นจัด

“แกคิดผิดไปมากไอ้ชนกที่กล้าเข้ามาในวังนี้อีก”

“ผมไม่กลัว ผมว่าคุณป้าควรจะเลิกบ้าสักที การใช้ชีวิตจมอยู่กับความอาฆาตแค้น ไม่ได้ทำให้คุณป้ามีความสุข...คิดดูให้ดีสิครับ ทุกวันนี้คุณป้ามีความสุขบ้างไหม ชีวิตมีแต่ความร้อนรุ่มเพราะคอยแต่จะคิดแก้แค้น คุณป้าแก่มากแล้วควรใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่กับลูกหลานจะดีกว่า”

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่ต้องสะเออะมาอวดรู้ ฉันจะทำให้พ่อแม่แกต้องได้รับความอัปยศที่ลูกชายสุดที่รักต้องมาติดคุก” หม่อมชุลีพูดจบเงื้อกรรไกรขึ้นสุดมือ วรรศิกาตกใจคิดว่าจะทำร้ายชนกร้องเตือนเสียงลั่น ที่ไหนได้ท่านกลับแทงสีข้างตัวเอง แม้จะเจ็บแต่หม่อมชุลีกลับยิ้มสะใจ...

ที่โต๊ะสนามข้างบ้านกรกตพงษ์ ชนนีลงมือทำขนมให้เจตน์กินเป็นการตอบแทนที่ช่วยให้เรื่องของชนกจบลงด้วยดี เขาแกล้งตีหน้าตายถ้าเป็นฝีมือของเธอ เขาขอผ่านดีกว่ากลัวกินเข้าไปแล้วปวดท้อง ชนนีหัวเราะขำ

“ดีล่ะถ้าอย่างนั้นน้องจะบังคับให้พี่เจตน์กินเสียเลย ถ้าไม่กินน้องโกรธจริงๆด้วยค่ะ” ขู่จบชนนีจิ้มขนมป้อน เจตน์อ้าปากกินอย่างว่าง่ายสีหน้ามีความสุข ทั้งสองคนมัวแต่หัวเราะกันไม่ทันเห็นหริพันธ์แอบดูอยู่นอกประตูรั้ว ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปด้วยความเสียใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 16:45 น.