ตอนที่ 10
ที่สวนภายในวังท่านหญิงนวล วรรศิกาเหลือบไปเห็นดอกจำปีบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมชื่นใจ จัดแจงเขย่งตัวจะเด็ดแต่ไม่ถึง ชนกเข้ามาด้านหลังเอื้อมไปเด็ดให้ เธอตกใจหันขวับ ใบหน้าของทั้งคู่เกือบชนกัน ต่างฝ่ายต่างนิ่งงันราวกับถูกมนต์สะกด วรรศิกาได้สติก่อนรีบถอยห่าง ชนกยื่นดอกจำปีให้
“เมื่อครู่นี้คุณจะเด็ดมันไม่ใช่เหรอ”
หญิงสาวไม่ตอบ หันหลังจะเดินหนี ชนกโพล่งขึ้น ทันทีว่าขอโทษที่เข้าใจเธอผิดเรื่องชนนี สองคนกำลังจะปรับความเข้าใจกันได้ ยอดธิดามาขัดจังหวะเสียก่อน เห็นดอกจำปีในมือชนกคว้าเอาไปเป็นของตัว แต่พอยกขึ้นดมกลับบอกว่าเหม็น โยนทิ้งลงพื้นแล้วบอกเขาว่าท่านยายลงมาแล้ว
“ขอตัวว่าที่เจ้าบ่าวของฉันก่อนนะคะ คุณหญิงวรรศิกา” พูดจบยอดธิดาควงแขนชนกไปทางตัวตึก วรรศิกามองตามครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มเก็บจำปีดอกนั้นขึ้นมา อย่างทะนุถนอม...
ท่านหญิงนวลทราบเรื่องที่ชนกกับยอดธิดาจะแต่งงานกันและกราบเรียนเชิญให้ท่านเป็นองค์ประธานในงานนี้ก็รับปากด้วยความเต็มใจ ระหว่างนั้น วรรศิกาเข้ามาเรียนว่าอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ท่านหญิงแกล้งดุ บอกกี่หนแล้วว่าไม่ต้องไปช่วยพวกในครัว ท่านขอตัวเธอมาช่วยทำอาสนะ
“เสียดายเหลือเกินที่ฉันไม่มีหลานผู้ชายเหลืออีกแล้ว ไม่อย่างนั้นต้องขอเธอมาเป็นหลานสะใภ้แน่ๆ... เอ้าไปๆ กินข้าวกินปลากันเถอะ” ท่านหญิงนวลชวนเสร็จก็ลุกขึ้น วรรศิกากับชนกใจตรงกันรีบเข้าไปประคองคนละข้าง มือของเขาแตะถูกมือของเธอพอดีต่างฝ่ายต่างชะงัก เธอรีบถอยออกมา ยอดธิดาสบช่องแทรกตัวเธอเข้าไปประคองท่านหญิงแทน แล้วพากันไปที่โต๊ะอาหาร โดยมีวรรศิกาเดินปิดท้าย...
มื้อเช้าวันนี้วรรศิกาทำข้าวต้มกุ้งโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวหอมกรุ่นหน้าตาน่ากิน ทุกคนตักกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ยกเว้นยอดธิดาแค่ได้กลิ่นก็ทำท่าจะอาเจียน พยายามฝืนกินแต่สุดท้ายทนไม่ไหวต้องวิ่งไปอาเจียน ชนกรีบตามไปดูแล สักครู่ วรรศิกาประคองท่านหญิงตามมามองอย่างสงสัย ยอดธิดาอาเจียนจนหมดเรี่ยวแรง
“ผมว่าไปหาหมอดีกว่านะยอด อาเจียนแบบนี้หลายครั้งแล้ว”
“เป็นบ่อยรึพ่อนก”
“ครับ สองสามวันมานี่ยอดมักจะเหม็นกลิ่นอาหารแล้วก็อาเจียนแบบนี้ล่ะครับท่านยาย สงสัยจะเป็นโรคกระเพาะ” ชนกรายงานโดยไม่ได้คิดอะไรขณะที่ท่านหญิงนวลมองยอดธิดาอย่างพิจารณา...
ในเวลาต่อมา ขณะวรรศิกานั่งปักอาสนะไปพลางถอนใจเฮือกๆไปด้วย ท่านหญิงนวลซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ
อดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรถึงต้องถอนใจขนาดนั้น กังวลใจอะไรหรือเปล่า เธอแค่เป็นห่วงยอดธิดา ดูท่าทางจะไม่สบายหนัก ท่านกลับหัวเราะขำ ปลอบว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าเป็นสมัยก่อนท่านคงจะว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วว่าชิงสุกก่อนหาม แต่ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ท่านเห็นวรรศิกายังมีสีหน้างงๆก็แอบกระซิบ
“แม่ยอดธิดากำลังจะมีลูกนกตัวน้อยๆไงจ๊ะ” คำพูดของท่านทำให้วรรศิกาทั้งตกใจและเศร้าใจ
ooooooo
เป็นอย่างที่ท่านหญิงนวลว่าไว้ไม่มีผิด หมอตรวจยอดธิดาอย่างละเอียดแล้วพบว่าตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์ โดยจะจัดยาแก้แพ้ท้องกับยาบำรุงครรภ์ให้ไปกิน เธอขอร้องหมออย่าเพิ่งบอกอะไรกับสามีของเธอ
“อีกไม่กี่วันจะเป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันอยากบอกเขาในวันนั้นค่ะ”
“อ๋อ หมอเข้าใจแล้วครับ” ว่าแล้วหมอออกจากห้องตรวจ โดยมียอดธิดาเดินตามมาด้วย ชนกซึ่งรออยู่หน้าห้องปรี่เข้ามาถามอย่างร้อนใจว่าเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า หมอหลงเชื่อคำลวงของเธอ จึงช่วยโกหกว่าเธอเป็นโรคกระเพาะ แค่ดูแลให้กินข้าวกินยาตรงเวลาก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ยอดธิดาโล่งใจที่ชนกไม่ติดใจซักถามอะไรหมออีก...
ด้านหริพันธ์รู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนเช้าไม่เห็นชนนีอยู่ในห้องด้วยก็แปลกใจ พลันมีเสียงดังมาจากในห้องน้ำ เขารีบลุกไปดูที่ประตูเห็นอบสวาทยืนบีบยาสีฟันใส่แปรงสีฟันให้อยู่ ก็ต่อว่าว่าเข้ามาในนี้ทำไม เธอกลับลอยหน้ายอกย้อนทำเหมือนเธอไม่เคยเข้ามาในนี้ไปได้ หริพันธ์หันมองไปรอบๆห้องสีหน้าไม่สบายใจ
“คุณชนนีเธอลงไปข้างล่างตั้งนานแล้วค่ะ พี่ผ่านมาเห็นก็เลยเข้ามาเตรียมของให้คุณชาย ไม่เห็นต้องแปลกใจเลยนี่คะ เมื่อก่อนพี่ก็เป็นคนทำให้คุณชายทุกเช้า” ไม่พูดเปล่าอบสวาทรุกไล่เข้าหา
“แต่ตอนนี้ผมแต่งงานแล้ว พี่อบควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชนนีมากกว่า” หริพันธ์คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำทิ้งให้อบสวาทยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ครู่ต่อมาอบสวาทเก็บความไม่พอใจลงไปที่เรือนครัว เห็นชนนีกำลังทอดไส้กรอกไปพลางเต้นตามจังหวะเพลงจากวิทยุไปด้วยอย่างสนุกสนานโดยมีสาตบมือเป็นลูกคู่ และเจียนที่คอยช่วยถือจานอยู่ใกล้ๆยิ้มขำไปด้วยก็ระบายอารมณ์ใส่ตวาดแว้ด
“นี่มันอะไรกัน เสียงดังคับวังไปหมด”
ชนนีอธิบายว่ากำลังเตรียมอาหารเช้าให้หริพันธ์ อบสวาทมองไส้กรอกกับไข่ดาวในกระทะแล้วบอกอย่างหยันๆ สงสัยเธอจะทำเก้อหริพันธ์กินแค่ขนมปังปิ้งทาแยมสองแผ่นกับกาแฟและน้ำส้มเท่านั้น ชนนีตั้งข้อสังเกตเขาอาจจะเบื่ออาหารที่กินทุกวัน จึงอยากลองทำอาหารฝรั่งให้กินบ้างอาจจะถูกใจเขาก็ได้ อบสวาทเสียงเขียวทันที เธอเพิ่งเข้ามาในชีวิตของเขาจะรู้ดีกว่าตนซึ่งเตรียมอาหารให้เขาทุกวันได้อย่างไร แล้วหันไปสั่งสา
“เตรียมอาหารเช้าให้คุณชายเหมือนเดิม ถ้าไม่มีคำสั่งจากฉันห้ามเปลี่ยน ส่วนของคนอื่นจะกินอะไรก็ตามใจ” ว่าแล้วอบสวาทขยับจะไปแต่แล้วชะงักหันกลับมามองชนนี “อ้อ อีกอย่างที่คุณควรรู้ไว้ คุณอาไม่ชอบให้ใครส่งเสียงดังเอะอะ ถ้าท่านเห็นคุณทำครัวไปเปิดเพลงไปจะต้องโดนเอ็ดว่าไม่รู้จักสำรวม ทำตัวเหมือนพวกเปรตขอส่วนบุญ ฉันเตือนก็เพราะหวังดีนะคะคุณชนนี” หลอกด่าจบ อบสวาทเดินลอยชายออกไป...
เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่อบสวาทว่า หริพันธ์เห็นไข่ดาวกับไส้กรอกในจานอาหารของชนนีเกิดอยากกินขึ้นมาบ้าง ขอเธอชิมหนึ่งชิ้นโดยไม่สนใจว่าเธอจะตัดไปกินแล้ว แถมชมว่าอร่อย พรุ่งนี้ขอกินอาหารเช้าแบบเดียวกับเธออีก ชนนีดีใจรีบแบ่งไส้กรอกในจานตัวเองให้เขา ส่วนเขาแบ่งขนมปังปิ้งให้เธอตอบแทน สองคนถ้อยทีถ้อยอาศัยกันน่ารัก อบสวาทที่นั่งมองอยู่แทบอกแตกตายด้วยความริษยา
ooooooo
นอกจากจะทำให้คู่แต่งงานหมาดๆหมางใจกันไม่สำเร็จ หริพันธ์ยังตกปากรับคำจะพาชนนีไปซื้อไหมปักผ้าอีกด้วย หม่อมชุลียอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ ส่งอบสวาทไปเป็นก้างขวางคอโดยบอกลูกชายว่าจะให้เธอไปซื้อของให้ตนเอง และไม่ลืมกำชับอบสวาท ถ้ายังทำอะไรนังนั่นไม่ได้อีก ตนจะยกหริพันธ์ให้มันไปเลย
“ดิฉันจะพยายามทำทุกอย่างให้นังชนนีมันเสียใจ เจ็บใจจนต้องกลับมาทะเลาะกับคุณชายให้ได้แน่ๆค่ะ” สีหน้าท่าทางมั่นใจของอบสวาทไม่ได้ทำให้หม่อมชุลีเชื่อน้ำยาสักเท่าไหร่...
แค่ภารกิจแรกอบสวาทก็ทำไม่สำเร็จ หวังจะแย่งชนนีนั่งเบาะหน้ารถคู่กับหริพันธ์ แต่เขากลับเรียกให้ชนนีมานั่งแถมเปิดประตูรถให้อีกด้วย อบสวาทยืนรอให้เขาเปิดประตูให้บ้าง เขากลับเดินเลยไปนั่งประจำที่คนขับหน้าตาเฉย อบสวาททั้งเจ็บใจทั้งน้อยใจ จำต้องเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเบาะหลังเอง...
ฝ่ายเสี่ยย้งตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าลูกสาวท้องกับเสี่ยเจ้าของบ่อนได้เดือนเศษ พอตั้งสติได้ด่าลูกว่า
โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ปล่อยให้ท้องได้อย่างไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันมันท้องไปแล้วจะให้ทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยย้งไม่เห็นว่าจะต้องทำอะไร เดือนหน้าเธอก็ต้องแต่งงานกับชนกอยู่แล้วก็ยกเด็กในท้องให้เป็นลูกของเขาไปเลย
“ยอดกับนกยังไม่เคยมีอะไรกัน นกเขากินข้าวนะป๋าไม่ได้กินแกลบ ไม่โง่ให้เราหลอกขนาดนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นลื้อก็ต้องรีบมีอะไรกับอาชนกให้เร็วที่สุด วันนี้พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี ตอนเด็กคลอดออกมาถ้านับเดือนมันก็คลาดเคลื่อนนิดหน่อย เราก็บอกว่าเราคลอดก่อนกำหนด เห็นไหมแค่นี้ก็จบ”ยอดธิดาตัดพ้อพูดง่ายกว่าทำ ชนกเป็นสุภาพบุรุษสุดๆคงไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน เสี่ยย้งไม่ยอมแพ้ในเมื่อเขาไม่ทำเราก็ต้องทำเอง แล้ววางแผนจะมอมยาเขาจัดฉากว่ามีอะไรกับลูกสาวของตัวเอง...
ทางด้านเจตน์ขอร้องให้เพื่อนรักทบทวนเรื่องจะแต่งงานกับยอดธิดาอีกที ชนกไม่มีอะไรจะต้องทบทวนอีกแล้ว วันแต่งงานก็กำหนดไว้แล้ว จากนั้นไล่เขาไปแต่งตัว จะชวนไปฉลองสละโสดด้วยกัน ก่อนจะขอตัวไปรอที่รถแล้วเดินลิ่วไปเลย เจตน์ตะโกนไล่หลัง หากเขาจะหนีอะไรก็หนีได้ แต่ไม่มีวันหนีหัวใจตัวเองพ้น...
ระหว่างเดินซื้อของอยู่ที่พาหุรัด อบสวาทพยายามเสี้ยมให้หริพันธ์กับชนนีผิดใจกัน ตอนที่เขาชวนไปหาข้าวมื้อเย็นกิน อบสวาทเสนอให้พาไปร้านที่เขาเคยพาเธอไป ร้านนั้นอาหารอร่อยดนตรีก็เพราะ เรายังเต้นรำด้วยกันตั้งหลายเพลง หริพันธ์มองชนนีกลัวจะเข้าใจผิด เธอกลับไม่รู้สึกอะไร แถมสนับสนุนให้ไปอีกต่างหาก อบสวาทถึงกับเซ็งที่เธอไม่หึงไม่หวงไม่ระแวงอะไรสักนิด...
โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ ชนกกับเจตน์มาร้านอาหารเดียวกันกับที่หริพันธ์พาชนนีกับอบสวาทมา ชนนีดีใจมากที่เจอทั้งคู่ ขออนุญาตหริพันธ์ไปนั่งร่วมโต๊ะกับพวกนั้น เขาเห็นดีด้วยเพราะตั้งใจอยู่เหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปข้างในกันเลยครับ ผมจองโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว” ชนกว่าแล้วเดินนำเข้าไป เจตน์กับชนนีเดินตามเขาไปพลางคุยกันไปด้วยอย่างสนิทสนม อบสวาทเสี้ยมทันที ดูท่าทางชนนีจะสนิทสนมกับเจตน์มาก นี่ถ้าสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน ใครๆเห็นเข้าต้องคิดว่าเป็นคู่รักกันแน่ๆ
“พูดอะไรน่าเกลียดแบบนั้นครับพี่อบ” หริพันธ์เดินหน้าบึ้งเข้าไปขณะที่อบสวาทพอใจที่เสี้ยมเขาสำเร็จ
ooooooo
เสียงเพลงในห้องอาหารที่เปลี่ยนจากจังหวะสนุกสนานมาเป็นจังหวะสโลว์ทำให้ชนกหันมากระเซ้าเพื่อนร่วมโต๊ะไม่มีใครออกไปสโลว์ซบกันบ้างหรือ ชนนีกระเซ้ากลับ
“น่าสงสารพี่นกจังวันนี้ไม่มีคู่ เออ...ไม่ทราบว่าคุณอบพอจะเป็นคู่เต้นให้พี่นกได้หรือเปล่าคะ”
อบสวาทออกตัวว่าเต้นไม่เก่ง เคยเต้นแต่กับคุณชายเท่านั้นเพราะเป็นคนสอนเต้นรำให้ หริพันธ์หึงหวงชนนีที่คุยอย่างสนิทสนมกับเจตน์ก็เลยแก้ลำด้วยการชวนอบสวาทออกไปเต้นรำ คนถูกชวนถึงกับตะลึงคาดไม่ถึง ตั้งสติได้รีบรับคำแทบไม่ทัน ชนนีมองทั้งคู่ออกไปเต้นสโลว์อย่างอึ้งๆ เจตน์ลังเลก่อนจะเอ่ยปาก
“คุณชนนีอยากออกไปเต้นรำบ้างหรือเปล่าครับ”
“ไปสิยัยชะนีไม่ต้องห่วงพี่ วันนี้พี่จะเป็นคนเฝ้าโต๊ะให้เอง ไปเถอะ”
หริพันธ์เห็นชนนีออกมาเต้นรำกับเจตน์ก็
ไม่พอใจ ยิ่งโดนอบสวาทเป่าหูเป็นทำนองว่าสองคนนั่นเต้นรำเข้าขากันราวกับเป็นคู่รักยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นอีก พอทั้งคู่เต้นรำเข้ามาใกล้ เขาทำเมินไม่มองแถมเต้นหนีไปอีกต่างหาก ชนนีได้แต่มองตามแปลกใจ ขณะที่อบสวาทแอบยิ้มสะใจ...
หลังจากเต้นรำอยู่หลายเพลง เจตน์กระซิบกับชนนีน่าจะไปเต้นกับหริพันธ์บ้าง เดี๋ยวตนจะไปเต้นกับ อบสวาทเองแล้วพาเธอเต้นเข้าไปใกล้ๆหริพันธ์กับ
อบสวาท พอเจตน์ขอเปลี่ยนคู่ เขากลับบอกว่าไม่เป็นอะไร เชิญเจตน์เต้นรำกับเธอตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจเขา จากนั้นเขาพาอบสวาทเต้นห่างออกไป...
ครั้นกลับถึงวังอโยธยา หริพันธ์จอดรถเสร็จเดินขึ้นตึกไปเลยไม่สนใจใครทั้งสิ้น อบสวาทได้ทีรีบยุแยง
“สงสัยคุณชายจะเหนื่อย แหมก็เต้นรำไม่หยุดเลย ฉันบอกให้ไปเต้นกับคุณชนนีบ้างก็ไม่ไป” ว่าแล้วอบสวาทผละจากไปอย่างสะใจ
“ที่แท้ที่พี่ชายไม่ยอมเปลี่ยนคู่ก็เพราะอยากเต้นกับคุณอบนี่เอง แล้วทำไมต้องมาทำหน้าบึ้งใส่คนอื่นด้วย” ชนนีพึมพำจบเดินขึ้นห้องไปอย่างงอนๆ...
อบสวาทไม่ได้กลับห้องตัวเองแต่แวะไปรายงานความคืบหน้าให้หม่อมชุลีทราบด้วยสีหน้ามั่นใจว่า
คืนนี้หริพันธ์กับชนนีจะต้องทะเลาะกันแน่นอนเพราะฝีมือของตน หม่อมโรคจิตรับปากหากเป็นอย่างที่เธอคุยจะมีรางวัลให้อย่างงามเพราะท่านอยากเห็นนังนั่นน้ำตาตกจนทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้
“ขอบใจหล่อนมากที่ช่วยฉันเล่นงานนังชนนี” หม่อมชุลีทำท่าเหมือนซาบซึ้งใจกับสิ่งที่อบสวาททำ ทั้งคู่ ต่างมีวาระซ่อนเร้น อบสวาทยอมร่วมมือด้วย เพราะ
ไม่ต้องการจะเสียหริพันธ์ให้ใคร ส่วนหม่อมชุลีแค่ยืมมือเธอเล่นงานลูกสาวของชวนชื่น ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่ อบสวาทจะเป็นคนต่อไปที่ท่านจะเฉดหัวออกจากวัง...
นอกจากหริพันธ์จะไม่ทะเลาะกับชนนีอย่างที่หม่อมชุลีกับอบสวาทต้องการ ทั้งคู่ยังปรับความเข้าใจกันได้และใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาให้แน่นแฟ้นขึ้นอีก
ooooooo
ท่านหญิงนวลกับวรรศิกานำอาสนะที่ปักอย่างงดงามไปถวายท่านพระครูที่วัดแต่เช้า ขณะกำลังจะกลับ เจอชวนชื่นกับชนกที่เพิ่งเสร็จจากทำบุญที่วัดนี้เช่นกันเข้ามาทักทาย พอรู้ว่าสองแม่ลูกกำลังจะไปเยี่ยมชนนีที่วังอโยธยา ท่านหญิงนวลซึ่งกำลังจะพาวรรศิกาไปส่งที่นั่นจึงฝากทั้งคู่ไปส่งเธอให้ด้วย
ระหว่างเดินมาที่รถของชนก ชวนชื่นเกิดวิงเวียนจะเป็นลม ชนกประคองแม่ไปนั่งในรถขณะที่วรรศิการีบเปิดกระเป๋าถือตัวเองหยิบพิมเสนมาให้ดม ดอกจำปีที่ชนกเก็บให้วันก่อนซึ่งแห้งเหี่ยวไปแล้วหล่นจากกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นท่านดีขึ้นก็ถอยออกมาแล้วปิดประตูรถให้ แต่ต้องชะงักเมื่อชนกคืนจำปีดอกนั้นให้
“คิดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเก็บดอกจำปีที่ผมให้
วันนั้นเอาไว้ทั้งๆที่มันตกพื้นไปแล้ว”
“ไม่ใช่ดอกจำปีของคุณหรอกค่ะ ดอกนี้ฉันเก็บมาเอง” วรรศิกาโกหกหน้าตาเฉย ชนกถึงกับของขึ้น
“จริงสิผมก็ลืมไป ขนาดสร้อยที่ผมให้คุณยังทิ้งขว้างอย่างไม่ใส่ใจแล้วกับดอกไม้ที่หล่นลงพื้นไปแล้ว ก็ยิ่งไม่มีค่า เผลอๆอาจจะเดินเหยียบไปเลยด้วยซ้ำ” ต่อว่าจบชนกเดินไปขึ้นประจำที่นั่งคนขับ วรรศิการีบไปนั่งเบาะหลังยังปิดประตูไม่เรียบร้อย เขาขับรถกระชากออกไป...
ในเวลาเดียวกัน หม่อมชุลีเห็นหริพันธ์จะไปกินเลี้ยงกับเพื่อนไม่ได้เอาชนนีไปด้วยคิดว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน จัดแจงจะให้อบสวาทไปเป็นเพื่อน เขามองงงๆทำไมต้องเอาเธอไปด้วยหรือท่านจะให้เธอติดรถไปซื้ออะไรอีก ท่านแค่ไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวเวลาที่ไม่สบายใจ อบสวาทรู้ใจเขาที่สุดบางทีเขาอาจจะสบายใจขึ้นเวลาอยู่กับเธอ หริพันธ์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ชนนีเดินถือผ้าเช็ดหน้าเข้ามาบอกเขาว่าลืมหยิบติดมา เอาผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋าเสื้อให้เขาอย่างรู้ใจ แล้วขอตัวไปเตรียมอาหารเช้าให้ หริพันธ์รีบบอก
“อย่าลืมไส้กรอกไข่ดาวของพี่นะ ถ้าวันนี้ไม่มีอีกพี่จะแย่งของเธอมากินแน่ๆ อ้อ...ระวังน้ำมันจะกระเด็นใส่ด้วยนะ” น้ำเสียงอาทรห่วงใยของหริพันธ์ทำให้หม่อมชุลีเคืองมากแต่ต้องข่มเอาไว้ ครั้นได้อยู่ตามลำพังกับอบสวาท ท่านตบเธอหน้าหันระบายแค้นที่บังอาจมาโกหกว่าหริพันธ์กับชนนีจะต้องทะเลาะกัน
“สองคนนั่นทะเลาะกันแน่ค่ะ เมื่อครู่นี้ดิฉันมองจากทางหน้าต่างยังเห็นคุณชายขับรถออกไปข้างนอกคนเดียว ถ้าไม่ทะเลาะกัน คุณชายจะออกไปทำไม” อบสวาท ยืนกราน
“นังโง่ ชายหริไปต้อนรับเพื่อนที่มาจากเมืองฝรั่งต่างหาก”
อบสวาทไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อคืนนี้สองคนนั่นต่างไม่พอใจซึ่งกันและกัน ตอนนั่งรถกลับวังไม่พูดกันสักคำ พอถึงวังคุณชายก็ขึ้นตึกไปเลยไม่มองหน้าชนนีด้วยซ้ำ หม่อมชุลีกลับเห็นต่างกันนอกจากทั้งคู่จะมองสบตากันอย่างซาบซึ้งแล้ว หริพันธ์ยังดูเป็นห่วงเป็นใยนังนั่นมากกว่าเดิมอีกด้วย
“ฉันคิดผิดจริงๆที่ให้หล่อนกลับมา สงสัยฉันคงต้องคิดใหม่เสียแล้ว” หม่อมชุลีจ้องอบสวาทราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอถลาเข้ามากอดขาท่านไว้ ละล่ำละลักขอโอกาสอีกสักครั้ง รับรองจะไม่ทำให้ผิดหวัง หม่อมชุลีสะบัดขาออกอย่างแรงจนอบสวาทหงายหลังก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะเดินจากไปไม่พูดอะไรอีก ทันทีที่หม่อมโรคจิตพ้นสายตา อบสวาทปัดข้าวของใกล้มือกระจุยกระจาย โทษชนนีที่ทำให้ตนต้องโดนแบบนี้
ooooooo
จากนั้นไม่นาน ชวนชื่นกับชนกพาวรรศิกามาถึงวังอโยธยา ชนนีเห็นแม่กับพี่ชายมาหาถลาเข้าไปกอดด้วยความดีใจ วรรศิกาเดินเลี่ยงออกมาเพื่อให้สามคนแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน ชวนชื่นขอให้ชนนีพาท่านกับชนกขึ้นไปเยี่ยมหม่อมชุลีที่ห้องนอนด้วย แต่อบสวาทมาขวางไว้ อ้างหม่อมชุลีไม่ชอบรับแขกในห้องส่วนตัว
“แต่พวกเราไม่ใช่แขกนี่ครับ เราเป็นญาติ อีกอย่างคุณป้าก็ไม่สบาย คงลงมาไม่ไหว”
“ยังไงก็ควรให้ดิฉันไปเรียนท่านก่อน...เชิญคุณน้ากับคุณชนกไปรอที่ห้องรับแขกก่อนค่ะ ดิฉันจะไปเรียนคุณอาให้” อบสวาทพูดจบเดินขึ้นข้างบน ชนกรำคาญที่เธอเจ้ายศเจ้าอย่างถอดแบบหม่อมชุลีเมื่อสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยนก็เลยปล่อยให้แม่อยู่รอท่านคนเดียว ชวนชนนีไปคุยกันตามประสาพี่น้อง แล้วดึงเธอออกมาที่สวนข้างวัง เห็นวรรศิกาก้มๆเงยๆอยู่แถวพุ่มไม้ไม่ห่างกันนัก ชนกอดแดกดันไม่ได้
“ทำอะไรของเขา นี่ก็อีกคนชอบทำตัวพิลึก”
“คุณหญิงคงมาหาสร้อยน่ะค่ะ เห็นว่าทำหล่นแถวๆนั้น เธอมาหาอยู่เรื่อยน้องยังเคยมาช่วยหาเลยค่ะ”
“คงจะแพงมากสิถึงต้องมาหาบ่อยๆ”
พอชนกรู้จากชนนีว่าสิ่งที่วรรศิกาค้นหาคือสร้อยเงินรูปหัวใจเส้นนั้นถึงกับอึ้ง แต่ต้องตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงร้องของวรรศิกา สองพี่น้องรีบวิ่งไปหา เห็นเธอทรุดลงนั่งเอามือกุมแขน ชนกมองไปยังพุ่มไม้เห็นงูเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็วก็เอะอะลั่นว่าเธอโดนงูกัด วรรศิกาตกใจซวนเซจะล้มเขารีบประคองไว้
“คุณหญิงวรรศิกา คุณต้องไม่เป็นอะไร ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด”
วรรศิกามองชนกแปลกใจ พึมพำกับตัวเองหูฝาดไปเพราะพิษงูแน่ๆ เขายืนยันอีกครั้งว่าพูดเรื่องจริง และขอให้เธออดทนไว้ก่อนอย่าเพิ่งเป็นอะไร เขาจะพาไปหาหมอ เธอส่ายหน้าช้าๆทำท่าจะหมดสติ
“ฉันคง...ต้องตาย” พูดได้แค่นั้นวรรศิกาก็คออ่อนคอพับสลบไป ชนกแทบช็อกร้องลั่น
“ไม่...วรรศิกาอย่าตายนะห้ามตาย คุณยังตายไม่ได้ ผมรักคุณได้ยินไหมผมรักคุณ” ชายหนุ่มกอดเธอไว้อย่างลืมตัว ชนนีมองภาพตรงหน้าไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน...
ที่ห้องโถงของวังอโยธยา ขณะที่อบสวาทกำลังฟ้องชวนชื่นเรื่องที่ชนนีทำครัวไปเปิดเพลงเต้นไปด้วย สาวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าวรรศิกาโดนงูกัด ชวนชื่นตกใจแต่อบสวาทกลับไม่รู้สึกรู้สม ค่อยเยื้องย่างขึ้นไปแจ้งเรื่องนี้ให้หม่อมชุลีรับทราบ อาพอกันกับหลาน นอกจากจะไม่เป็นห่วงเป็นใยวรรศิกายังด่าซ้ำว่าไปทำเซ่อซ่าแบบไหนถึงให้งูกัดเอาได้ แล้วมีใครพาไปหาหมอหรือยัง อบสวาทเองก็ไม่ทราบเพราะรีบขึ้นมาเรียนท่านก่อน
“ให้เจ้าล้วนเอารถออก พามันไปหาหมอให้เร็วที่สุด อย่าให้มันตายเด็ดขาด มันต้องอยู่ชดใช้กรรมแทนแม่ของมัน ฉันจะไม่มีวันยอมให้มันตายจากไปง่ายๆแบบนี้”...
ล้วนตรวจดูแขนของวรรศิกาจนทั่วเจอแค่รอยถลอกไม่พบรอยเขี้ยวงูจึงมั่นใจว่าไม่ได้โดนงูกัด แต่ที่เธอเป็นลมคงเพราะตกใจมากกว่า อบสวาทเห็นเธอไม่เป็นอะไรสั่งให้สากับเจียนพาเธอไปที่ห้อง ชนกไม่ยอมให้ไปไหนทั้งนั้นจะเอาเธอไปหาหมอให้ได้แต่วรรศิการู้สึกตัวเสียก่อน ล้วนสอบถามเธอว่าเห็นงูที่กัดหรือเปล่า เธอพยักหน้า เล่าว่ามันมีสีเขียวทั้งตัวเหมือนต้นไม้มากก็เลยไม่ทันระวัง ล้วนสรุปว่าเป็นงูเขียวปากจิ้งจกซึ่งไม่มีพิษ เขาตัดต้นไม้เจองูชนิดนี้บ่อยๆ ขอให้วางใจได้ว่าวรรศิกาไม่เป็นอะไรแน่นอน ทุกคนพากันโล่งอก
ooooooo
แทนที่หม่อมชุลีจะดีใจที่ลูกเลี้ยงปลอดภัยกลับด่าซ้ำว่ามัวแต่นั่งใจลอยคอยให้ท่าใครอีกถึงได้โดนงูกัด สันดานเหมือนแม่ของมันไม่มีผิด ชนนีรีบแก้ตัวให้ว่าเธอไปหาสร้อยคอเงินรูปหัวใจที่หายไปต่างหาก หม่อมโรคจิตฉุกคิดถึงตอนที่กระชากสร้อยเส้นนั้นไปจากคอวรรศิกาขึ้นมาได้
“อ๋อ ฉันนึกออกแล้ว สร้อยที่มันหวงนักหวงหนาเส้นนั่นเอง”
“ค่ะ ท่าทางคุณหญิงเธอรักสร้อยเส้นนั้นมาก”
“ใช่สิ ขนาดฉันให้มันถอดออกมันยังกล้าทำคอแข็งตาขวางใส่ฉัน ทั้งๆที่มันไม่เคยกล้า ฉันเลยขว้างของมันทิ้งลงหน้าต่างไป คงเป็นของนังแม่ขี้ข้ามันจริงๆ ถึงได้ตามหาไม่เลิก สมน้ำหน้า” หม่อมชุลีเผลอตัวไปหน่อย พอรู้สึกตัวรีบเปลี่ยนท่าที หันไปขอบใจชวนชื่นกับชนกที่อุตส่าห์มาเยี่ยม แต่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ชนกถึง
กับอึ้งเมื่อรู้ความจริงเรื่องสร้อยเงินเส้นนั้น รีบหันไปบอกแม่ว่าขอตัวลงมารอข้างล่างก่อน...
ระหว่างเดินมาที่รถ ชวนชื่นนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปบอกชนนีที่เดินมาส่งว่าเดือนหน้าชนกจะแต่งงานกับยอดธิดา เธอร้องลั่นว่าแต่งกันไม่ได้ ชวนชื่นงงทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ได้ความว่าชนกไม่ได้รักยอดธิดา ท่านซักเป็นการใหญ่ถ้าอย่างนั้นเขารักใคร ชนนีอึกอักไม่รู้จะเล่าดีหรือไม่...
อีกมุมหนึ่งที่ท่าน้ำ ชนกตามมาคาดคั้นวรรศิกาว่าทำไมถึงปล่อยให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอโยนสร้อยเส้นนั้นทิ้ง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอหวงแหนมันอย่างกับอะไรดีจนโดนหม่อมชุลีเอาไปขว้างทิ้ง อีกทั้งเธอพยายามค้นหาสร้อยเส้นนั้นอยู่ตลอดเวลาจนเกือบโดนงูกัด เขาเห็นเธอเอาแต่นิ่งจับไหล่ให้หันมาเผชิญหน้า
“ทำไมไม่บอกความจริงกับผมตอนที่ผมต่อว่าคุณ”
“ถึงฉันบอกมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร”
“มีสิ ถ้าผมรู้สักนิดว่าคุณแคร์ผมเหมือนที่ผมแคร์คุณ ผมก็คงไม่ตัดสินใจอะไรผิดๆ ลงไป เหตุการณ์วันนี้ ความรู้สึกที่จะต้องสูญเสียคุณไป มันทำให้ผมหลอกตัวเองต่อไปอีกไม่ได้แล้ว คุณหญิงวรรศิกา ผมรักคุณ” ชนกสารภาพเสร็จดึงวรรศิกามากอดแนบอก ชวนชื่นแอบมองอยู่ที่มุมหนึ่งกับชนนีถึงกับพูดอะไรไม่ออก...
ชวนชื่นกลุ้มใจแทนลูกชาย ครั้นกลับถึงบ้านเรียกเขามาถามเหตุผล ถ้าเขารักวรรศิกาแล้วทำไมถึงคิดจะแต่งงานกับยอดธิดา แล้วออกตัวว่าไม่ได้อยากจะก้าวก่ายการตัดสินใจของเขา แต่การแต่งงานที่ปราศจากความรัก จะทำให้มีแต่ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานด้วยกันทุกฝ่าย เขายอมรับว่าเป็นคนผิดเอง
“ผมรักคุณหญิงแต่ยอดก็ไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ลูกยังมีเวลาที่จะแก้ไขทุกอย่าง หนูยอดเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ใจกว้าง แม่เชื่อว่าหนูยอดจะเข้าใจและยอมรับได้” พูดไม่ทันขาดคำ ยอดธิดาเดินยิ้มหน้าบานเข้ามาทักทาย ชวนชื่นกระซิบกับลูกชายให้รีบแก้ไขเสียก่อนที่จะสายเกินไป ท่านจะเอาใจช่วย
ooooooo
ชนกตั้งใจจะคุยกับยอดธิดาเรื่องวรรศิการะหว่างที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในไนต์คลับด้วยกัน แต่เธอจ้างวาน บ๋อยให้วางยาในเครื่องดื่มของเขาเสียก่อน ชนกดื่มไปแค่แก้วเดียวก็หลับฟุบคาโต๊ะ บ๋อยช่วยประคองเขาไปใส่รถของเธอ แล้วรับเงินค่าจ้างตามที่ได้ตกลงกันไว้
“ยาของนายแรงดี ได้เงินแล้วหวังว่าจะปิดปากให้สนิทนะ”
“ไม่ต้องห่วงครับเจ๊ ผมรับรองว่าจะไม่พูดเด็ดขาด”
ยอดธิดายิ้มพอใจ ขึ้นประจำที่นั่งคนขับแล้วเร่งเครื่องออกไป บ๋อยจูบเงินอย่างมีความสุข แต่พอหันกลับมาอีกที สมุนสองคนของเสี่ยเจ้าของบ่อนเข้ามารวบตัวไว้ เสี่ยตามมาขู่ถ้าไม่อยากตายก็ให้บอกมาให้หมดว่าผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้สั่งให้เขาทำอะไรบ้าง บ๋อยถึงกับหน้าถอดสี...
ครู่ต่อมา เสี่ยย้งกับยอดธิดาช่วยกันหิ้วปีกชนกขึ้นไปไว้บนเตียงนอนในห้องของเธออย่างทุลักทุเล หลังจากแผนสำเร็จ เสี่ยย้งยิ้มสมใจทีนี้พอชนกตื่นขึ้นมาก็ต้องคิดว่ามีอะไรกับยอดธิดา แล้วพอเธอบอกเขาว่าท้อง เขาก็ต้องคิดว่าลูกในท้องเป็นลูกของเขา มีเสียงตบมือดังขึ้นด้านหลัง สองพ่อลูกหันมองตามเสียงต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเสี่ยเจ้าของบ่อนยืนอยู่กับสมุน
“เป็นแผนหาพ่อให้ลูกได้อย่างยอดเยี่ยมมาก” ประชดประชันจบเสี่ยเจ้าของบ่อนสั่งให้สมุนเอาตัวเสี่ยย้งลงไปข้างล่าง เขาพยายามดิ้นรนจะขออยู่กับลูกในห้องจะได้ฟังว่าเสี่ยเจ้าของบ่อนจะว่าอย่างไรบ้าง สมุนจะให้ขึ้นไปได้ก็เฉพาะวิญญาณของเขาเท่านั้น แล้วกระชากปืนออกมา เสี่ยย้งกลัวหัวหดรีบสงบปากสงบคำ...
ด้านเสี่ยเจ้าของบ่อนต่อว่ายอดธิดายกใหญ่ ตนมีอะไรสู้ชนกไม่ได้ ขนาดเธอมีลูกกับตนยังคิดจะไปแต่งงานกับมันอีก แบบนี้มันหยามกันเกินไปแล้ว ยอดธิดารีบเข้ามากราบอกเขา ออดอ้อนว่าถ้าเธอเจอเขาก่อน เธอคงรักเขาไปแล้ว เสี่ยเจ้าของบ่อนยิ้มเหี้ยม นี่แสดงว่าถ้าไม่มีชนก เธอก็จะอยู่กับเขาใช่ไหม ยอดธิดารับคำส่งเดชว่าใช่ แล้วขอร้องให้เขาเห็นใจเธอด้วย ก่อนจะบีบน้ำตาเรียกความสงสาร
“เอาล่ะฉันก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อมาทีหลังก็ต้องยอมถอย”
ยอดธิดาดีใจมากโผกอดเสี่ยไว้แน่นขอบคุณเขามากและจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้ เขาโอบกอดเธอตอบ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ตอบแทนบุญคุณเขาตอนนี้เลยแล้วกัน จะได้จบเรื่องไป จากนั้นรั้งตัวเธอลงไปนอนบนเตียงข้างๆ ชนกที่นอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา...
ที่วังอโยธยา อบสวาทยังคงเดินตามแผนสร้างความร้าวฉานให้ชนนีต่อไป พอเห็นหริพันธ์ขับรถมาจอดหน้าตึก ปรี่เข้าต้อนรับอย่างเอาอกเอาใจ เสนอจะนวดไหล่แก้เมื่อยให้ เขาปฏิเสธว่าไม่ต้องแล้วจะเดินเลี่ยงขึ้นตึก เธอแกล้งบีบน้ำตาเสียใจที่เขามีท่าทีหมางเมิน ไม่เห็นเหมือนเมื่อก่อน หริพันธ์หลงเล่ห์มารยารีบเข้ามาปลอบ พร้อมกับขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นนั้น แล้วเช็ดน้ำตาให้ อบสวาทโผซบอกเขาร้องไห้หนักขึ้น แต่สายตาเหลือบมองไปที่เชิงบันได เห็นชนนียืนมองอยู่ พึมพำในใจอย่างสะใจ
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกยังไม่หลับแล้วก็ต้องลงมารับคุณชาย เห็นเต็มสองตาอย่างนี้ ถ้าแกยังไม่หึงไม่หวง แกก็เก่งแล้วล่ะนังชนนี”
ooooooo
ภาพบาดตาเมื่อคืนทำให้ชนนีไม่ยอมให้หริพันธ์ถูกเนื้อต้องตัว แถมเขาชวนให้ช่วยไปเลือกของฝากให้เพื่อนชาวต่างชาติที่มาจากอังกฤษเธอก็ไม่ยอมไปด้วย อ้างยังมีงานปักผ้าค้างอยู่ หม่อมชุลีได้ที แนะให้เขาเอาอบสวาทไปช่วยเลือก เธอชำนาญเรื่องนี้น่าจะเลือกได้ถูกใจ หริพันธ์เห็นท่าทางเย็นชาของชนนีจึงรับปากทันที
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ หวังว่าพี่อบคงเต็มใจไปกับผมนะครับ”
“เต็มใจสิคะ พี่เต็มใจทำทุกอย่างให้คุณชายเสมอค่ะ”
วรรศิกาซึ่งอยู่ใกล้ๆมองชนนีอย่างครุ่นคิดสงสัย รอจนเธออยู่คนเดียวจึงเข้าไปถามว่าทะเลาะกับหริพันธ์หรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า วรรศิกาซักจนรู้ว่าเมื่อคืนนี้เธอเห็นความสนิทสนมที่เกินกว่าคำว่าญาติของหริพันธ์กับอบสวาท วรรศิกาช่วยพูดจนเธอหายแคลงใจในตัวสามี เธอขอบคุณวรรศิกามากที่คอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ตลอด เธอเองก็จะเป็นกำลังใจให้วรรศิกากับชนกให้แก้ปัญหาทุกอย่างลุล่วงด้วยดี...
แผนการของเสี่ยย้งและยอดธิดาสำเร็จด้วยดี ชนกเชื่อสนิทใจว่ามีอะไรกับยอดธิดาทำให้เขาไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบไปได้ จำต้องแต่งงานกับเธอตามกำหนดเดิม...
ขณะที่สองพ่อลูกกำลังปริ่มเปรมที่แผนหาพ่อให้ลูกในท้องของยอดธิดาลุล่วงด้วยดี เสี่ยเจ้าของบ่อนเกิดเปลี่ยนใจไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆอย่างที่พูดไว้เมื่อคืน และจะไม่ยอมให้เธอเที่ยวเอาลูกของตนเองไปยกให้คนอื่น
“จำใส่หัวเธอไว้ให้ดีว่าคนอย่างฉันจะไม่ยอมให้ใครมาหยามได้ง่ายๆ”
คำขู่ของเสี่ยเจ้าของบ่อนทำเอาสองพ่อลูกขวัญผวา...
ในเวลาเดียวกันที่ร้านขายผ้าไหม อบสวาทเลือกผ้าไหมชิ้นโน้นหยิบชิ้นนี้มาลองทาบกับตัวอย่างมีความสุข แล้วหันไปถามหริพันธ์ว่าผ้าพันคอผืนนี้สวยไหม เขามัวแต่ใจลอยไม่ได้ยินที่เธอพูด เธอต้องสะกิดเรียกเขาถึงตื่นจากภวังค์ อบสวาทต่อว่าว่ามัวแต่คิดอะไรอยู่ เรียกตั้งหลายหนไม่ได้ยิน เธอจะถามว่าผ้าพันคอผืนนี้สวยไหม เขาตามใจเธอจะเลือกชิ้นไหนก็ได้
“แต่พี่อยากให้คุณชายออกความเห็นด้วยนะคะ”
“ผมเลือกของแบบนี้ไม่เป็นอยู่แล้ว ถ้าพี่อบว่าสวยก็สวยครับซื้อได้เลย” พูดจบหริพันธ์เดินเลี่ยงไปอีกด้าน
“คุณชายนะคุณชาย นี่ถ้ามากับนังชนนีคุณชายจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า” อบสวาทบ่นไล่หลังไม่พอใจ...
ด้านชนนีต้องการจะง้อหริพันธ์ จึงขออนุญาตหม่อมชุลีออกไปข้างนอกเพื่อจะไปซื้อขนมเค้กเจ้าที่เขาชอบมาให้ บังเอิญเจอเจตน์แวะมาซื้อขนมเค้กที่ร้านนี้เช่นกัน เขาก็เลยขอเลี้ยงน้ำชากับขนม
“ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งเลยค่ะ น้องจะกินให้พุงกางเลย ตกลงไหมคะเจ้ามือ”
“ได้เลยครับ” สองคนพากันไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุด ชนนีสั่งขนมเค้กมากินอย่างมีความสุข...
โชคชะตาเล่นตลกอย่างเหลือเชื่อ หริพันธ์อยากจะง้อขอคืนดีกับชนนีเช่นกัน ก็เลยจอดรถข้างทางแวะลงไปซื้อขนมเค้กเจ้าที่เธอชอบปล่อยให้อบสวาทนั่งรออยู่ในรถ ครั้นเข้ามาในร้านเห็นชนนีกำลังกินขนมเค้กไปพลางคุยกับเจตน์ไปพลางสีหน้าร่าเริง ครั้นเธอทำครีมเลอะจมูก เจตน์เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้ สองคนมัวแต่หัวเราะหัวใคร่กัน ไม่ทันเห็นหริพันธ์ซึ่งกลับออกไปจากร้านสีหน้าไม่พอใจ
ooooooo
ทาเคชิบุกมาหาอบสวาทถึงวังอโยธยา โชคไม่ดีเธอไม่อยู่ออกไปซื้อของกับหริพันธ์ วรรศิกาก็เลยต้องอยู่ต้อนรับแทน เขามองเธออย่างพิจารณาก่อนจะถามว่าเป็นภรรยาของหริพันธ์ใช่ไหม
“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันเป็นน้อง”
“ขอโทษด้วยครับ ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนฝากคุณช่วยบอกคุณอบด้วยว่าผมชื่อทาเคชิต้องการพบเธอ
อีกสักครั้งก่อนจะกลับญี่ปุ่น” ทาเคชิค้อมหัวให้วรรศิกาก่อนจะเดินจากไปสีหน้าเศร้า เธอมองตามแปลกใจ...
ด้วยความหึงหวงที่เห็นชนนีไปกับชายอื่น หริพันธ์ก็เลยไม่ยอมกลับวัง พาอบสวาทไปนั่งกินมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วสั่งไวน์มาดื่มดับอารมณ์ เธอเห็นช่องทางจะเล่นงานชนนีอีกครั้งแอบยิ้มเจ้าเล่ห์...
ด้านชนนีมองขนมเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของหริพันธ์ซึ่งตั้งอยู่ในห้องนอน พลันนึกถึงคำพูดของท่านหญิงนวลที่ให้ไว้ตอนส่งตัวเข้าเรือนหอ
“การที่คนสองคนจะอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิตอย่างราบรื่นมันยากมาก เพราะลิ้นกับฟันยังไงมันก็ต้องกระทบกันสักวัน แต่ถ้ารู้จักคำว่าให้อภัย เรื่องยากก็จะกลายเป็นง่ายทันที จำคำฉันไว้ให้ดีนะ” คำสอนของท่านทำให้ชนนีตั้งใจมั่นจะทำตามให้ได้...
หริพันธ์กลับถึงวังในสภาพเมามาย ล้วนกับสาจะพยุงขึ้นตึกแต่ถูกอบสวาทไล่ตะเพิดไม่ต้องมายุ่ง มีอะไรจะทำก็ให้ไปทำ ตนจะพาคุณชายขึ้นข้างบนเองแล้วเข้าไปประคองเขาไว้
“ไม่ต้อง...ไม่ต้องประคอง...ผมเดินได้” หริพันธ์ยังไม่ทันจะก้าวขาทำท่าเซจะล้ม อบสวาทรีบพยุงเขาขึ้นตึก สาไม่วายนินทาตามหลังว่าเธอทำราวกับเป็นเมียหริพันธ์ ล้วนต้องขอร้องให้เบาเสียงลงหน่อย เดี๋ยวเธอได้ยินขึ้นมาจะเดือดร้อน ครู่ต่อมา ระหว่างที่สากำลังปิดประตูหน้าต่างในห้องโถงเห็นชนนีลงมาจากชั้นบน รีบถามว่าจะลงมาเอาอะไรหรือ เธอไม่ได้จะเอาอะไรแค่จะลงมารอหริพันธ์ ดึกมากแล้วทำไมยังไม่กลับมาอีก
“คุณชายกลับมาแล้วค่ะ แต่ท่าทางจะไปดื่มมา คุณอบเธอประคองขึ้นไปชั้นบนแล้วนี่คะ เอ๊ะ แล้วทำไมคุณชนนีถึงไม่เห็นล่ะคะ”
“อ๋อ พอดีฉันแวะไปดูคุณป้าที่ห้องก่อนลงมา สงสัยคุณอบคงพาพี่ชายขึ้นไปตอนนั้นกระมัง” ว่าแล้วชนนีรีบไปดูที่ห้องนอนกลับพบแต่ความว่างเปล่าแปลกใจหริพันธ์หายไปไหน...
คนที่ชนนีตามหากำลังนอนให้อบสวาทเช็ดหน้าเช็ดตาอยู่ในห้องของฝ่ายหลัง เขายังโกรธชนนีไม่หายตั้งใจจะนอนที่ห้องนี้แก้เผ็ดที่เธอนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับเจตน์ อบสวาททักท้วงจะนอนที่นี่ได้อย่างไรชนนีรู้เข้าได้มาฉีกอกตน เขากลับบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ อบสวาทก็เป็นเมียคนหนึ่งของเขาเหมือนกัน
“เป็นมาก่อนชนนีเสียอีก ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาฉีกอกพี่อบหรอกครับ ไม่ต้องกลัวนะ”
“คุณชายจะปกป้องพี่จริงๆหรือคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ต้องให้รางวัลคุณชายหน่อยแล้ว” อบสวาทก้มลงไปจูบหริพันธ์ซึ่งจูบเธอตอบโดยไม่ล่วงรู้ว่าชนนียืนอยู่หน้าห้องได้ยินทุกคำพูด เสียใจสุดๆร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด หม่อมชุลีแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความสะใจ
ooooooo










