นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หน้าบ้านพัก น้องพีทยืนเกาะทานตะวันตะลึงมองสุริเยนทร์ เคทบอกว่าวันนี้หมีภูจะไปเที่ยวกับเรา น้องพีทส่ายหน้าไม่เอา สุริเยนทร์สวมหมวกหูหมีหมดอารมณ์ที่ยอมทำขนาดนี้แล้วน้องพีทยังกลัว เคทปลอบน้องพีทไม่ต้องกลัว หมีภูกลับตัวเป็นคนดีแล้ว เขาเชื่องแล้ว

    สุริเยนทร์เอ็ดตนเป็นคน เคทแกล้งยื่นมือไปขอมือหน่อย สุพลพยักพเยิดให้เจ้านายทำ เขาไม่ยอมหันหน้าหนี น้องพีทร้องไห้กอดลออ “หมีภูไม่เชื่อง หมีภูดุร้าย...”

    สุริเยนทร์เห็นอย่างนั้นก็ออกอาการไม่อยากให้เด็กกลัว สุพลยุให้ทำตามที่เคทบอก เคทย้ำว่าหมีภูเชื่องแล้วขอมือหน่อย สุริเยนทร์หน้านิ่วจำต้องยื่นมือให้เธอ เคทแกล้งบอกขออีกมือด้วย เขาจำยอม เคทบอกให้ยิ้มด้วย เขาก็ต้องฝืนยิ้ม น้องพีทมองอย่างระแวดระวัง

    สุริเยนทร์เหลือทนดึงคอเสื้อเคทออกมาต่อว่าทำไมต้องให้ตนทำอะไรอุบาทว์ๆ ตนไม่ต้องการเป็นหมีภู เคทบอกไม่ทันแล้วเพราะน้องพีทเรียกเขาหมีภู เขาโวยให้เปลี่ยนมาเป็นคาวบอยแบบพวกคนงาน...ป้าอุ่นเข้ามาเห็นตกตะลึงเมื่อเห็นเจ้านายสวมหมวกหูหมี ยิ่งทำให้เขาอายทำตัวไม่ถูกเดินหนี เคทถามป้าอุ่นมันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรือ แล้ววิ่งตามเขาไป

    กลับมาที่รถตู้ สุริเยนทร์ถามจะไปไหน เคทตอบว่าพาน้องพีทไปเที่ยว ให้เขารีบขึ้นรถ...ป้าอุ่น ผิว พิณและจ้อนยืนมองอย่างไม่อยากเชื่อว่าเจ้านายจะกลายพันธุ์ไปแล้วแบบนี้

    ในขณะที่เพ็ญสิริกำลังไล่บี้วิสุทธิ์ว่าแอบนัดคุยอะไรกับผู้ชาย รถของไร่ภูทับดาวแล่นเข้ามา เคทลงจากรถมาเป็นคนแรก เพ็ญสิริดีใจวิ่งไปกอดเพื่อนถามหนีออกมา ได้แล้วหรือ วิสุทธิ์เข้ามาบอกว่าตนชวนเธอกับน้องพีทมาทำกิจกรรมที่นี่เอง แล้วดันเพ็ญสิริให้หลีกทาง ถามเคท “นายภูยอมให้คุณพาน้องพีทมาได้หรือครับ เขาไม่ซักถาม ไม่ให้ใครตามมาประกบคุณเลยเหรอครับ”

    เพ็ญสิริเห็นด้วยว่าผิดวิสัยเจ้าพ่อโรคจิต เคทบอกใครว่าไม่มี ไม่ทันไรรถอีกคันของพวกบอดี้การ์ดแล่นมาจอดแต่ไม่มีใครลงจากรถ เคทหันไปเรียกสุริเยนทร์ให้ลงจากรถตู้ ทั้งเพ็ญสิริและวิสุทธิ์ตะลึงที่เห็นเขาสวมหมวกหูหมี เคทให้เหตุผลว่าสุริเยนทร์เป็นผู้ปกครองน้องพีท จะมาทำกิจกรรมกับน้องพีทด้วย เพ็ญสิริชี้ที่หมวก เขาอายจนต้องหันหน้ามาเผชิญถาม...ทำไม เธอส่ายหน้าไม่กล้าพูด สุพลและบอดี้การ์ดพากันลงจากรถ ทุกคนสวมหมวกหูหมีมายืนประกบข้าง

    “ผมไม่อยากให้เราดูโหดในสายตาน้องพีทครับ เลยจัดให้เป็นเพื่อนนาย” สุพลรายงาน

    ทุกคนหัวเราะ ยิ่งทำให้สุริเยนทร์อายแทบแทรกแผ่นดินหนี...

    ooooooo

    เดชาจัดที่พักให้นพสิทธิ์ แต่เขาทวงถามไหนว่าจะช่วยเคลียร์คดีให้เขารีบมา เดชาว่าช่วยแน่แต่ยังไม่ถึงเวลา เขาต้องเข้าใจว่าคนที่ใส่ร้ายว่าเขาฆาตกรรมสุรีย์ คือเจ้าพ่อภูทับดาว ไม่ใช่ตาสีตาสา ต้องมีขั้นตอน

    มีหลักฐานให้แน่นหนา ต้องใช้เวลารวบรวม

    “ท่าน...ไม่ได้หลอกผมใช่ไหมครับ”

    “แล้วอะไรทำให้นายเดินทางมาหาฉันที่นี่ได้ล่ะ”

    “เพราะผมรู้สึกได้ว่าท่านเกลียดนายสุริเยนทร์ ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันก็ทำให้ผมเชื่อได้ว่าท่านจะช่วยผมจริงๆ...ผมไว้ใจและเชื่อในตำแหน่งท่านและลูกชาย”

    เดชายิ้มยืดว่าเขาไว้ใจคนถูกแล้ว...เดชาเดินออกมา กำชับลูกน้องให้ตามใจนพสิทธิ์แต่อย่าปล่อยให้ออกไปเพ่นพ่าน พลันเห็นคฑาวุธยืนรออยู่ เขารอซักถามว่าติดต่อกับนพสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ไหมว่าจะซวยเพราะมัน เดชาสวน “ซวยเพราะเรื่องแกไปทำไว้ใช่ไหม”

    คฑาวุธผงะถามพ่อรู้หรือ เดชาเข่นเขี้ยว “ทุกอย่างที่แกทำอยู่ในสายตาฉันหมด ฉันรู้ว่าแกมีส่วนได้ส่วนเสียกับบ่อนที่ไอ้นพสิทธิ์มันไปเล่น คิดจะต้มมันให้หมดตัว หลอกให้มันไปเอาเงินเมียมาผลาญ พอมันไม่มีเงินจ่าย ก็จัดฉากฆ่าเมียมัน”

    “มันเป็นเรื่องปกติที่บ่อนเขาทำกัน มันเป็นมาตรการที่นักพนันทุกคนต้องรู้”

    “แต่มันไม่ปกติเพราะเมียไอ้สิทธิ์เป็นพี่สาวไอ้ภูน่ะสิ ถ้าแกสืบสักนิดเรื่องมันก็ไม่ยุ่งถึงตอนนี้หรอก” คฑาวุธยังคิดว่าตัวเองฉลาดให้พ่อส่งตัวนพสิทธิ์ไปให้สุริเยนทร์เรื่องก็จบ เดชาถาม “คิดว่าไอ้ภูมันจะฆ่านพสิทธิ์ จริงๆหรือ”

    “แล้วมันจะเก็บคนที่ฆ่าพี่สาวมันไว้บูชาหรือไง”

    เดชาตบหน้าฉาด ตวาด “มันจะเก็บเอาไว้ล้วงข้อมูล แล้วก็ลากคอคนบงการตัวจริงน่ะสิ เลิกมั่นใจอะไรโง่ๆซะที!”

    ทันใดสมุนเข้ามาบอกว่าเสี่ยทะนงมาขอพบ สองพ่อลูกอึ้ง...เสี่ยทะนงมาเพื่อเตือนให้รู้ว่า ร้อยตำรวจโท เอกณัติ เป็นตำรวจสืบสวน มาสะกดรอยตาม ตนเชื่อว่า เพราะเรื่องที่ทางนี้ไปก่อไว้ เดชาคิดว่าเพราะเสี่ยทะนงเป็นเจ้าของบ่อนมากกว่า ต้องโดนเพ่งเล็งอยู่แล้ว เสี่ยทะนงโวย “อั๊วไม่ได้เพิ่งเปิดบ่อนเมื่อวาน จะได้แยกไม่ออกว่าตำรวจไหนมาตามเรื่องบ่อนหรือเรื่องอะไร”

    เสี่ยทะนงโยนรูปถ่ายให้ เดชาหยิบมาดูแล้วต้องตะลึง เพราะเป็นรูปรุจิราลูกสาวคนโตพาเอกณัติขึ้นคอนโด เสี่ยทะนงย้ำว่าวันนั้นเอกณัติสะกดรอยตามและเขาคนนี้ก็ทำงานเป็น รปภ.ที่ร้านรุจิราด้วย ถ้าไม่เกี่ยวตำรวจคนนี้จะไปตีสนิทรุจิราทำไม...จะทำอะไรก็รีบทำเสีย เดชาเครียด

    ขณะเดียวกัน เอกณัติกำลังคุยโทรศัพท์กับเคท เรื่องที่รุจิรามีรอยแผลเป็นที่คอ เคทคิดว่าอาจเกิดจากอุบัติเหตุแต่เอกณัติสงสัยที่เธอปกปิด พอเผอิญตนเห็นเธอก็โกรธทำนองตนล้ำเส้น

    “คุณขิมอาจจะเคยถูกใครทำร้ายมา เป็นความทรงจำที่ไม่อยากให้ใครรู้ เขาถึงได้โกรธพี่มาก แล้วถ้าให้พี่เดา คนที่ทำคุณขิมก็น่าจะเป็นนายภู”

    เคทอึ้ง เอกณัติบอกเป็นแค่สมมติฐาน ตนจะพยายามสืบ แล้วเตือนให้เธอระวังตัวด้วยตนเป็นห่วง... เอกณัติวางสาย เขินที่พูดหวานออกไป เพ็ญสิริพอรู้จากเคทก็คิดว่าเป็นได้ที่รุจิราโดนสุริเยนทร์ทำร้าย ถึงได้หนีไปอยู่กรุงเทพฯเพราะทนไม่ไหว เคทหาว่าเพื่อนมโนไปเอง เพ็ญสิริเดินตามพูดไม่หยุด ว่าดูท่าแล้วเขาเป็นคนขี้หึง ขั้นโรคจิต เวลารุจิราเผลอมองใครคงโดนจับล่ามโซ่ขังห้องให้อยู่กับเขาคนเดียว รักเขาคนเดียว ส่วนแผลที่คอก็เกิดจากถูกล่ามโซ่แล้วมันเสียดสี

    “แกก็รู้ว่าคนอย่างนายภูทำได้” เพ็ญสิริพูดทิ้งท้าย

    สุริเยนทร์เข้ามาได้ยินถามทำอะไรได้ เพ็ญสิริหน้าเจื่อนขอตัวไปดูแลน้องพีท สุริเยนทร์หันมาถามเคทว่าคนอย่างตนทำอะไรได้ เคททำหน้าตลกย้อนว่านั่นสิทำอะไรได้แล้วรีบวิ่งตามเพื่อนไป สุริเยนทร์ได้แต่งุนงงสงสัย...เคทวิ่งมาต่อว่าเพ็ญสิริ มโนอะไรไม่ดูตาม้า ตาเรือ เพ็ญสิริทำท่าสยองคิดว่าจะโดนบีบคอไปแล้ว

    เคทบอกเขาไม่กล้าปรี๊ดแตก เพราะเขาต้องการให้น้องพีทยอมรับเขา เพ็ญสิริไม่เชื่อว่าน้องพีทจะยอมรับ เขาได้ สักวันสุริเยนทร์คงอาละวาดขาดสติ

    วิสุทธิ์เข้ามาติงทำไมมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้น ตนเชื่ออย่างที่เคทเชื่อ ตนพร้อมยืนเคียงข้างเคทเพราะเราเป็นทีมเดียวกัน เพ็ญสิริเบ้ปากหมั่นไส้...วิสุทธิ์บอกว่าน้องพีทรอจะไปเที่ยวต่อ

    ระหว่างนั้นสุพลเข้ามารายงานสุริเยนทร์ว่าจ่ายักษ์ ได้เบาะแสคนงานลักลอบตัดไม้เถื่อนแล้ว กำลังจะไปเอาตัว ถ้าจับมาได้คงจะรู้ว่ามันทำงานให้ใคร...สุริเยนทร์รับรู้จะเดินไป สุพลเอ่ย “นายสุดยอดมากครับ เรื่องที่นายยอมทำเพื่อให้ชนะใจน้องพีทไงครับ ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับนาย แต่นายก็ยังทำ คุณสุรีย์ต้อง ขอบคุณนายมากๆนะครับ นายจะไม่ได้อายคนเดียว”

    สุพลหยิบหมวกหูหมีมาสวม สุริเยนทร์ถามตนทุเรศมากไหม เขาย้อนถามเห็นตนเป็นอย่างไร สุริเยนทร์พยักหน้าว่าทุเรศมาก สุพลขำ สุริเยนทร์ถามอีกว่าน้องพีทจะดีกับตนใช่ไหม สุพลขอให้พยายามต่อไป น้องพีทต้องสัมผัสได้ เขาถอนใจไม่รู้สึกสนุกด้วยเลย

    ooooooo

    ทุกคนมาพร้อมที่โถงต้อนรับ มีรถกอล์ฟสองตอน จอดรอ วิสุทธิ์กล่าว ขอทำความเข้าใจกฎกติกากันก่อน เวลาทัวร์ อะไรที่ชอบใจหรือถูกใจห้ามอยู่เฉยๆ ต้องตบมือและร้องให้เต็มที่อย่างนี้...วิสุทธิ์ทำท่าให้ดู ยกมือสูงตบมือร้องว้าวๆๆๆสุดยอด แล้วชูนิ้วโป้งสองมือ

    เคทและลออรับมุกทำบ้าง น้องพีททำตาม เพ็ญสิริบอกพร้อมเดินทาง สุริเยนทร์เดินมาถึงถามจะไม่รอตนเลยหรือ เคทกวักมือให้รีบขึ้นรถ น้องพีทร้องไม่ให้ขึ้น เคทต้องปลอบอย่ากลัวหมีภูไม่ทำร้ายใคร น้องพีท ร้องว่าเขาทำร้ายอาเคท สุริเยนทร์เผลอวีน “หูก็ใส่แล้วยังจะ...”

    “คุณ!” เคทจิกตาปรามให้เงียบ “หมีภูกลับใจแล้วครับ เขาไม่ทำร้ายอาเคทอีกแล้ว ไม่ต้องกลัวนะครับ อืม...เอางี้ ให้หมีภูสัญญาดีไหม ถ้าเขาทำร้ายใครอีก ขอให้เขา...อะไรดี...”

    น้องพีทโพล่งขึ้นว่าจู๊ดๆ...เคทหัวเราะว่าเยี่ยมเลย ถามสุริเยนทร์จะสัญญาไหม เขาพยักหน้าทั้งที่หน้างอ เคทให้เกี่ยวก้อยสัญญา เขายิ่งฮึดฮัดที่ต้องทำอะไรเด็กๆแบบนี้

    ooooooo

    รถพาน้องพีทและทีมไปตามจุดต่างๆของไร่ปลายฟ้า ดูบึงน้ำที่ควายมูร่าห์แช่น้ำเล่น ดูการต้อนควาย การรีดนมควาย ไปดูไร่ข้าวโพดอ่อนที่เป็นอาหารสำหรับควาย น้องพีทตื่นเต้นดูมีความสุข เพ็ญสิริหมั่นไส้ที่วิสุทธิ์ดูจะเอาใจเคทมากๆ

    สุริเยนทร์มองเคทที่หัวเราะมีความสุขไปกับน้องพีท รู้สึกอยากเข้าไปอยู่ร่วมด้วย สุพลนั่งข้างๆคอยสังเกตอาการเจ้านาย...พอมาแวะให้อาหารควาย น้องพีทชอบใจร้อง ว้าวๆๆสุดยอด วิสุทธิ์ เคท เพ็ญสิริและลออร้องตามอย่างสนุกสนาน สุริเยนทร์เหมือนเด็กชะเง้อมองอยากเข้าไปเล่นด้วย สุพลยุให้เข้าไป แต่พอเขาขยับ น้องพีทก็หนีไปหลบหลังลออ ทำให้เขาเซ็ง

    วิสุทธิ์ถือขวดน้ำมาเปิดส่งให้น้องพีทและเคท เพ็ญสิริยืนรอเก้อน้อยใจเดินหนี ชั่งใจว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกแบบนี้ จึงตั้งสติรวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้าใหม่ ให้มันรู้กันไปว่าไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด เผอิญวิสุทธิ์หันมาสบตาเข้าพอดี เธอผงะเดินจ้ำแยกออกมาหัวเราะกลบเกลื่อนตัวเอง “ก๊ากๆใครจะไปรู้สึกกับอีตาผู้ชายปากเราะร้ายควายมูร่าห์ได้ มีแต่คนบ้าเท่านั้น”

    พลันหันกลับมาชนเข้ากับอกวิสุทธิ์ที่เดินตามมาอย่างจัง เธอโวยวายใส่แล้วจะเดินหนี แต่เขาคว้ามือไว้ ขอร้องให้ช่วยชวนเคทค้างคืนที่นี่ เพ็ญสิริปฏิเสธแต่เขาตามตื๊อจนเธอต้องยอม

    ที่ไร่ปลายฟ้ามีห้องเวิร์กช็อปการทำไอศกรีมจากนมควาย น้องพีทกับเคทช่วยกันตีไข่กับน้ำตาลในกะละมัง เคทเรียกสุริเยนทร์ให้เอาวิปครีมมาเทใส่ น้องพีทหันไปกอดเคทกลัวๆ เคทดึงให้หนูน้อยช่วยกันตีต่อจนมันเริ่มแข็งตัวเป็นไอศกรีม น้องพีทตื่นเต้นร้อง ว้าวๆๆสุดยอด เคทตักป้อน น้องพีทหลับตาทำท่าห่อไหล่ร้อง “เย็นเจี๊ยบเลย บรื๋อ...”

    เคทให้ป้อนตนบ้างแล้วทำท่าเดียวกัน หนูน้อยหัวเราะชอบใจเดินยื่นให้ทุกคนตักชิม ทุกคนก็ทำท่าหลับตาห่อไหล่ร้อง เย็นเจี๊ยบเลย บรื๋อ...แต่พอมาถึงสุริเยนทร์ น้องพีทชะงักถอยหนี เขาจึงตักชิมเองแล้วยืนนิ่ง เคทส่งซิกให้ทำท่าด้วย เขาจึงฝืนทำเก้ๆกังๆ เคททำหน้าเซ็งปนขำ

    พอวิสุทธิ์เอานมควายมาวางให้ทุกคนดื่ม เคทกับน้องพีทดื่มแล้วร้อง ว้าวๆๆๆสุดยอด...เคทให้น้องพีทเอาแก้วนมไปให้หมีภู หนูน้อยส่ายหน้ารัวๆ ลออกระตุ้นให้เอาไปยื่นแค่นั้น แต่หนูน้อยก็ไม่ยอมท่าเดียว สุริเยนทร์เซ็งถอดหมวกออกแล้วเดินหนี เคทวิ่งตามมาขอให้อดทน

    “ทำไมกับผมถึงไว้ใจยากเย็น ทีกับคนอื่นหรือไอ้วิสุทธิ์ไม่เห็นจะกลัวมากขนาดนี้เลย”

    “จะให้ฉันบอกไหมล่ะว่าคุณน่ากลัวแค่ไหน...” เคทชูแผลที่ข้อมือทั้งสองให้ดู

    สุริเยนทร์ขัดใจรู้ว่าผิดแต่ก็ยอมทำติงต๊องขนาดนั้นแล้ว เคทติงคิดว่าแค่นั้นจะลบล้างความน่ากลัวที่เขาทำไว้ได้หรือ ถ้าอยากให้น้องพีทไว้ใจเขาต้องทำอีกเยอะเตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย และตนจะแนะนำให้อย่าง เล่นกับเด็กอย่าเก๊กมาก อย่าท่าเยอะ ทำตัวง่ายๆสบายๆบ้างก็ได้ สุริเยนทร์ฮึดฮัดแต่ก็แอบอมยิ้มมองความสดใสของเคท

    วิสุทธิ์แอบมองเห็นเคทกำลังเดินมาก็ดันเพ็ญสิริออกไปหาเพื่อให้ชวนเคทค้างที่ไร่ โดยเขาแอบพากย์อยู่มุมตึก เพ็ญสิริจำต้องพูดตามที่วิสุทธิ์กระซิบอย่างตะกุกตะกัก บางประโยคยาวเกิน เธอจึงตัดบทพูดเองว่าให้เคทอยู่เม้าท์กันสักคืน ตนมีเรื่องเม้าท์มากมาย ทันใดสุริเยนทร์เดินเข้ามาข้างหลังวิสุทธิ์ เสียงกร้าวว่า “ฉันไม่ให้ค้าง ทานตะวันเป็นคนของไร่ภูทับดาว ก็ต้องนอนที่นั่นเท่านั้น เสียใจด้วยนะ”

    เคทตกใจเดินเลยมาดูเห็นวิสุทธิ์อยู่กับสุริเยนทร์ แล้วสุริเยนทร์ก็มาดึงมือเธอออกไป...เขาต่อว่าเธอมาที่นี่ไม่ได้คิดช่วยเขากับน้องพีท เธอตั้งใจมาหาวิสุทธิ์ เคทโกรธที่หาว่าเธอบ้าผู้ชาย เขาสวนมันจริงใช่ไหม เคทจ้องหน้า

    “อดทนเป็นคนปกติได้ไม่ทันข้ามวัน จะกลับมาป่าเถื่อนอีกแล้วใช่ไหม จะเป็นอย่างนี้ใช่ไหม ฉันจะได้ไม่ต้องช่วยอะไรอีก ช่วยไปก็เปล่าประโยชน์เพราะคุณจะทำลายมันด้วยนิสัยของคุณเอง” สุริเยนทร์สวนว่าประวัติเธอกับพี่ชาย งานไม่ทำเอาแต่เกาะสุรีย์กินแล้วจะให้เชื่อใจได้อย่างไร เคทโวย “ประวัติคุณดีตายล่ะ คุณตัดสินฉันได้ ฉันก็ตัดสินคุณได้เหมือนกัน” เคทอ่านความรู้สึกเขาออก “ฉันเข้าใจนะว่าการทำตัวดี อ่อนโยนน่ารัก มันเป็นเรื่องไม่คุ้นชินสำหรับคุณ แต่คุณก็ต้องพยายามมากกว่านี้ ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัย ชีวิตก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

    สุริเยนทร์หงุดหงิดใจรู้ว่าตัวเองผิดแต่ไม่ยอมรับ เคทเดินแยกไป

    ooooooo

    ค่ำนั้น วิสุทธิ์นั่งดื่มห่อเหี่ยวอยู่ที่โต๊ะซึ่งตั้งใจจัดสำหรับดินเนอร์กับเคท เพ็ญสิริออกมาเห็นตื่นตาเพราะดูโรแมนติกมาก อดแซวเขาไม่ได้ที่ผิดหวัง ให้ถือว่าเป็นการซ้อมใหญ่ไปก่อน

    วิสุทธิ์บ่นปีนี้คงเป็นปีชง คนที่ชอบกลับพลาด ไอ้ที่ไม่ชอบถูกยัดเยียดให้มาเป็นเมีย เพ็ญสิริของขึ้นที่โดนพาดพิง เขาบอกให้เธอรีบไปหาสามีเสียที เธอสวนตนผิดหรือ เขาเมาจึงโพล่งออกไปว่าใช่...และเธอต้องแก้ตัวด้วยการทำให้เคทมารักตน เขาสั่งให้เธอนั่ง เพ็ญสิริไม่นั่ง

    “จะให้ฉันซ้อมใหญ่ไม่ใช่เหรอ ฉันจะซ้อมกับเธอ... นั่ง! จะนั่งหรือจะให้ฟาดเหม่ง”

    เพ็ญสิรินั่งลง วิสุทธิ์ให้เธอบอกว่ามีอะไรต้องแก้ไขบ้าง...วิสุทธิ์คุยเรื่องตลกสารพัดเพื่อให้เพ็ญสิริฟังว่าอันไหนสนุกน่าเอามาเล่าให้เคทฟังได้บ้าง หญิงสาวรู้สึกว่ามันฝืดฝืนไปหมด จึงบอกให้เขาเปลี่ยนมาคุยเรื่องทั่วไปหรือเรื่องตัวเอง เขาก็พูดไปเล่นมุกไปแล้วถามตลกไหม เพ็ญสิริเอาช้อนเคาะหัวเขาเรียกสติกลับมา แล้วแนะนำ

    “อยากเอาชนะใจหญิงต้องมีความจริงใจ สุภาพบุรุษ ความเข้าอกเข้าใจรู้จักไหม เก่งแต่กับเรื่องควายๆเรื่องคนๆ ล่ะบื้อ...ชวนคุยมา เรื่องไหนผ่านฉันจะตอบ แต่ถ้าเรื่องไหนไม่ผ่านฉันจะตี” เพ็ญสิริดึงมือเขามาวางบนโต๊ะ แล้วตีลงบนหลังมือเขา

    วิสุทธิ์ดึงมือเพ็ญสิริมาวางด้วยและว่า ตนจะถามคำถาม ถ้าคำถามไหนไม่ผ่านตนก็จะตีเธอ วิสุทธิ์เผลอมองเธอด้วยแววตาเคลิ้มๆ เธอเอ็ดมองอะไร เขาสะดุ้งตั้งคำถาม “ทำไม...เราเจอกันตั้งนานแล้ว ทำไมผมเพิ่งเคยเห็นว่าคุณสวยน่ารักจังเวลายิ้ม เวลาหัวเราะ มันสดใสมีชีวิตชีวา”

    เพ็ญสิริอึ้งตาโพลง เขาถามอีกว่าเขาจีบเธอได้ไหม หญิงสาวถามหมายถึงตนหรือเพื่อนตน วิสุทธิ์บอกตนจับมือใครอยู่ก็หมายถึงคนนั้น “มือคุณเย็นมาก ตื่นเต้นเหรอ ตื่นเต้นเพราะคุณก็รู้สึกเหมือนผมใช่ไหม...คุณเสร็จผมแล้วเต็มๆ”

    วิสุทธิ์เอาช้อนเคาะหลังมือเพ็ญสิริ เธอร้องโอ๊ย...

    เขากลับหัวเราะทำเอาเธองอนลุกหนี วิสุทธิ์ตามมาทายาที่หลังมือให้ เธอโวยว่าเขาทำร้ายผู้หญิง แบบนี้เพื่อนตนเกลียดที่สุด

    “ผมจงใจทำที่ไหน ก็มันเป็นกติกา” เพ็ญสิริว่าเขาจงใจหลอก “ใครหลอก ผมคิดว่าพูดกับคุณเคทอยู่ คุณนั่นแหละคิดเข้าข้างตัวเอง ทำไมเหรอ ชอบผมเหรอ”

    เพ็ญสิริชักมือกลับโกรธๆ เขายิ่งแหย่ว่าแบบนี้ชอบตนแน่ เธอโวยไม่ได้ชอบแล้วยื่นมือกลับให้เขาทายา เขาทาไปพูดไป “ดีแล้ว อย่ามาชอบผมเลย เดี๋ยวจะวุ่นวายไปกันใหญ่ เพราะคุณมีหน้าที่ต้องทำให้ผมรักกับคุณเคท เข้าใจไหม”

    เพ็ญสิริบอกรู้แล้ว วิสุทธิ์ขอบคุณที่ช่วย ถึงคราวเธอตนจะช่วยเหมือนกัน เธอทำหน้าเซ็ง

    เช้าวันใหม่ เคทจะกลับไปทำงานที่คอกม้าอย่างเดิม เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้สุริเยนทร์เปิดใจมามีความสุข ไม่ใช่เอาแต่จมกับความทุกข์ในอดีต ป้าอุ่นเห็นเคทแต่งชุดทำงานในไร่ก็ดีใจที่พวกตนไม่ต้องแต่งตัวเป็นคาวบอยแล้ว เคทหันไปบอกน้องพีทว่าตนจะไปทำงาน

    จู่ๆก็มีรถบังคับแล่นมาตรงหน้า น้องพีทตื่นเต้นวิ่งตามดู เคทกับลออวิ่งตามเห็นน้องพีทยืนตะลึงเพราะคนที่บังคับรถคือสุริเยนทร์ เขาลอยหน้าถามอยากเล่นไหม น้องพีทถอยหนี เขายั่วถ้าอยากเล่นก็มาหยิบ ว่าแล้วก็วางรีโมตลงกับพื้นแล้วหยิบรีโมตเครื่องบินมาบังคับ น้องพีทตาโต เคทรู้ทันทีว่านี่คือวิธีของเขาจึงยิ้มขำๆ

    ป้าอุ่นแอบโทร.ไปฟ้องแขไข ว่าตั้งแต่สุริเยนทร์ไปค้างอยู่ในป่ากับเคทกลับมาเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แล้วฟ้องว่าเคทปรับเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานในไร่...พอวางสายหันมาเจอเสือโคร่ง ผิว พิณและจ้อนมองอยู่ ป้าอุ่นแถว่าตนส่งเสริมอย่างสร้างสรรค์ไม่ได้ยุแยง

    แขไขรีบแต่งตัวจะออกไปไร่ภูทับดาว เดชามาขวางไม่ให้ไป แขไขร้องไห้ว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องมากักขัง ตนเข้าใจแล้วจะไม่พูดถึงเรื่องความผิดคฑาวุธ เดชาใจอ่อนยอมปล่อยให้ลูกไป คฑาวุธเข้ามาโวยแน่ใจได้อย่างไรว่าแขไขจะไม่ปากโป้ง เดชาว่าน้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังตนมาตลอด ตอนนี้สิ่งที่เขาควรทำคือไปหารุจิราที่กรุงเทพฯ

    นพสิทธิ์อยากออกไปสูดอากาศแต่ลูกน้องเดชาขวางบอกเขาออกจากห้องนี้ไม่ได้ เขายื้อยุดจะออกไปให้ได้ คฑาวุธเข้ามาเสียงเข้ม “อย่าหาเรื่อง รู้สถานะตัวเองบ้าง...แกมันฆาตกรหลบหนี ตำรวจกำลังล่าตัวแกอยู่ อยากให้มีคนแถวนี้เห็นแล้วโทร.ไปแจ้งตำรวจหรือไง”

    นพสิทธิ์บ่นคนมันเบื่อ แล้วเปลี่ยนมาขอยืมมือถือโทร.หาน้องสาวเพื่อบอกว่าตนปลอดภัยดี คฑาวุธสั่งไม่ต้องโทร.แล้วกำชับลูกน้องเฝ้าไว้ให้ดีๆ นพสิทธิ์งงอะไรกันนักหนา

    ooooooo

    เมื่อต้องการหลักฐาน เอกณัติจึงกลับมาหารุจิรา ตื๊อขอทำงานด้วยอีก อ้างว่าเพื่อปกป้องเธอจากแฟนเก่าไม่ให้มาทำอะไรรุนแรงกับเธอ และตนก็เป็นแฟนคลับที่ชื่นชอบเธอมานาน

    “ครับ ผมชื่นชอบผลงานของคุณ ความคิดและการใช้ชีวิตแบบคุณมากครับ...”

    รุจิราหยั่งเชิงถามงานตนเป็นอย่างไร เอกณัติตอบว่า มีเสน่ห์น่าค้นหา เต็มไปด้วยความลับ...นิยามของแฟชั่นสไตล์รุจิรา เขายังรู้อีกว่าเธอหนีออกจากบ้าน ทำงานส่งตัวเองเรียนแฟชั่น ไม่จบปริญญาแต่ขวนขวายจนเป็นที่ยอมรับในแวดวงแฟชั่นของยุโรป ก่อนจะมาดังในเมืองไทย และกลายเป็นแฟชั่นไอดอลของยังดีไซเนอร์รุ่นใหม่

    รุจิราทึ่งถามเขาสนใจแฟชั่นจริงหรือมีเจตนาอะไร เอกณัติเล่าว่าเธอเคยให้สัมภาษณ์เคล็ดลับที่ทำให้งานของเธอโดดเด่นคือความลับ แต่คนที่มีความลับเยอะๆไม่มีความสุขหรอก หญิงสาวถามเขามีเจตนาอะไรกันแน่

    เขาสบตาเธอนิ่งก่อนจะบอกว่าเขาสนใจเธอ

    รุจิรามองหัวจรดเท้าถาม “คุณจะจีบฉัน” เอกณัติถามได้ไหม เธอประชด “เอาสิกำลังหิวอยู่พอดี...รอตรงนี้นะ เลิกงานแล้วค่อยไปกินกัน” รุจิราเดินไป เอกณัติมองตามรู้สึกสยอง

    เอกณัติกลับมานั่งรอในรถที่จ่าเล็กรออยู่ เล่าให้จ่าเล็กฟังว่าไม่รู้จะเริ่มจีบรุจิราอย่างไรดี

    ด้านวิสุทธิ์หลบมาท้ายไร่เพื่อเจอกับเหน่งนักสืบที่เอาคลิปสัมภาษณ์ลุงคนที่เป็นคนเก็บแหวนของอาทิตย์ได้...แกเล่าว่าแกแอบเข้าไปหาของป่า เจอเจ้าหน้าที่เลยหนีแล้วหลงป่าไปจนเจอแหวนตกอยู่ ไม่กล้าเอาไปขายจนผ่านมาเป็นปี เมียป่วยไม่มีเงินรักษาจึงเอาออกมาขาย

    วิสุทธิ์ถอนใจได้แหวนของอาทิตย์มาแต่ไม่ได้เบาะแสอะไร เหน่งบอกว่าได้ “ได้รู้ว่านายอาทิตย์หนีเข้าป่า และเส้นทางนั้นมันก็เป็นทางที่หนีไปประเทศเพื่อนบ้านได้”

    “นายอาทิตย์หนีออกไปแล้วเหรอ...ไม่จริง มันต้องยังซ่อนอยู่ที่นี่!” วิสุทธิ์เครียด

    เพ็ญสิริโผล่เข้ามาถามอาทิตย์หนีไปไหน แอบมาคุยอะไรกัน อย่าปิดบังตน วิสุทธิ์กำลังเครียดเดินหนี เพ็ญสิริวิ่งตามแย่งแหวนมาดู เขาระเบิดอารมณ์ “เอ้า เอาไปเลย แหวนนายอาทิตย์ ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว มันหนีออกนอกประเทศไปแล้ว...สุดท้ายคนชั่วก็ลอยนวล คนผิดไม่เคยถูกลงโทษ กี่คนๆก็หนีออกนอกประเทศไปได้หมด ไม่ยุติธรรม!”

    เพ็ญสิริสลดลงเมื่อเห็นวิสุทธิ์เครียดขนาดนี้ พยายามปลอบใจ เขากลับบอกให้เธออยู่เฉยๆ เธอจึงนั่งลงข้างๆเขาอย่างห่วงๆ...

    ผ่านไปพักใหญ่ เพ็ญสิริถามจะเฉยอีกนานไหม คนเราควรจะเครียดอย่างมีลิมิต เครียดพอเป็นสีสันของชีวิต แต่ไม่ใช่เครียดทั้งชีวิต เอาเวลาไปทำเรื่องมีประโยชน์ ได้แล้ว...วิสุทธิ์บอกไม่ต้องมายุ่ง เธอบอกไม่อยากเจอเคทก็ช่าง เพราะตอนนี้เคทพาน้องพีทมาถึงที่นี่แล้ว ถ้าเคทเห็นหน้าเครียดของเขาคงกลัว ถ้าอยากไปเจอเพื่อนตนก็ต้องยิ้มหรือพูดคำว่าชีส...เมื่อวิสุทธิ์ไม่ทำ เพ็ญสิริก็หมดความอดทนลุกหนี เขารีบลุกตามอ้างที่ลุกเพราะรำคาญ หญิงสาวหมั่นไส้...

    แล้วเอกณัติก็แอบกลับเข้ามาในร้าน เห็นรุจิรากำลังดูแบบสเกตช์ที่ดีไซเนอร์เอามาให้ดู แล้วปัดทีละแผ่นๆลงพื้นบอกไม่ผ่านๆๆจนหมด โวยไม่มีความคิดสร้างสรรค์ หมดแล้วใช่ไหมจะได้รับดีไซเนอร์ใหม่ พนักงานจ๋อยรวบงานที่พื้นรีบออกไปทำให้ใหม่...รุจิราดูหงุดหงิดมาก แล้วเธอก็หันมาเจอหน้าเอกณัติ เขาอึกอักอ้างขอมาเข้าห้องน้ำแต่ไม่เข้าแล้ว เขาถอยออกไป

    เอกณัติกลับมาหาจ่าเล็ก บ่นว่ารุจิราเป็นเจ๊โหดน่าดู จ่าเล็กรายงานว่าคนของเราทราบแล้วว่าจะเจอตัวเสี่ยทะนงได้ที่ไหน เขาจะจีบหญิงหรือจะจับเสี่ยแก่ๆ เอกณัติถลึงตาถามเสี่ยอยู่ไหน

    เสี่ยทะนงมาหาอีหนูที่คอนโดแห่งหนึ่ง พอเข้ามาในห้องอีหนูก็กล่าวขอโทษ เขาคิดว่าเธอไปทำอะไรผิดมา ไม่ทันไร เอกณัติกับตำรวจนอกเครื่องแบบก็โผล่มารวบตัวเสี่ยทะนง

    ooooooo

    ที่โถงรับรองไร่ปลายฟ้า สุริเยนทร์เล่นรถบังคับแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ยั่วน้องพีทอยู่ เพราะหนูน้อยได้แต่มองไม่กล้าเข้ามา เคทถามไม่อยากเล่นหุ่นแปลงร่างหรือ สายตาน้องพีทอยากแต่ปากบอกว่าไม่ ไม่เล่นหุ่นปีศาจ สุริเยนทร์ฉุนติงเมื่อไหร่จะเลิกเรียกตนว่าปีศาจ

    “เมื่อเลิกเป็นปีศาจนั่นแหละ แล้วหัวหมีอยู่ไหน” เคทจ้องหน้าเชิงบังคับ

    สุริเยนทร์จำต้องสวมหมวกหูหมี เอ็ดน้องพีทเล็กๆ “จะบอกให้ว่าหุ่นที่ถืออยู่นั่นก็ของฉัน สุรีย์ให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิด ถ้ากลัวนักก็เอาคืนมา” น้องพีทกอดแน่นไม่คืน

    เคทปรามถ้าสุรีย์ให้เขาก็ไม่ต้องคืน เพราะเท่ากับหุ่นนี้เป็นของน้องพีท สุริเยนทร์โวย “ไม่ใช่! สุรีย์ให้ฉันแล้วก็ต้องเป็นของฉัน เอาคืนมา...งั้นเอาหุ่นนี้ไป เอาหุ่นนั้นมาสิ”

    เสือโคร่งตะลึงกระซิบกับลออว่า เจ้าพ่อภูทับดาวแย่งหุ่นยนต์กับหลานตัวเอง ลออกระซิบตอบว่า เป็นเจ้าพ่อที่โนเนะมาก วิสุทธิ์เข้ามาสมทบ ต้องเป็นเจ้าพ่อตัวปลอมแน่ๆ เพ็ญสิริแทรก “หรือนายภูจะมีสองบุคลิกแบบพระเอกซีรีส์เกาหลี กลางคืนชั่ว กลางวันชิว”

    บ่ายวันนั้น กิจกรรมที่ไร่ปลายฟ้าให้ทำการปั้นดิน เคทชวนน้องพีทปั้นจาน เริ่มด้วยการกดดินแบนๆ สองอาหลานช่วยกันกดเท่าไหร่ดินก็ไม่แบน สุริเยนทร์รำคาญลุกขึ้นมาดึงก้อนดินไปทิ้งลงบนโต๊ะเสียงดังปัง...แล้วกดด้วยฝ่ามือทีเดียวแบนแต๊ดแต๋ สองอาหลานมองตะลึง ทึ่ง สุริเยนทร์เห็นสายตาน้องพีทก็วางมาดขรึมเก๊กอวด

    ระหว่างนั้นมีพนักงานมากระซิบเคท เธอลุกเดินออกไป ปรากฏว่าวิสุทธิ์มีเรื่องอยากคุยกับเธอ เขาส่งแหวนให้ เคทปฏิเสธรับไม่ได้ เขารีบบอกไม่ได้ให้ แค่ให้ดู เพ็ญสิริหัวเราะที่เพื่อนหน้าแตก วิสุทธิ์กลับบอกว่า ไม่เป็นไร โก๊ะนิดๆน่ารักดี เคทปัดเปลี่ยนเรื่องอยากรู้ว่าแหวนอะไร วิสุทธิ์เล่ารายละเอียดให้ฟัง เคทไม่อยากเชื่อ แค่เจอแหวนในป่าจะถือว่าอาทิตย์หนีออกนอกประเทศไปแล้ว วิสุทธิ์ก็ไม่อยากเชื่อแต่มันเป็นทางที่เป็นไปได้ที่สุด ฉะนั้นเธอไม่ต้องสืบเรื่องอาทิตย์อยู่ที่ไร่ภูทับดาวแล้ว ไม่ต้องทำอะไรเสี่ยงๆอีกตนเป็นห่วง

    “ขอบคุณค่ะแต่ถึงยังไงเคทก็จะทำให้น้องพีทเลิกกลัวนายสุริเยนทร์ เคทเชื่อว่าน้องพีทจะทำให้เขาใจอ่อนและยอมไว้ชีวิตพี่นพ แล้วไม่แน่เขาอาจใจดีให้น้องพีทได้เจอกับคุณตาก็ได้”

    เพ็ญสิริท้วงกว่าจะถึงวันนั้น น้องพีทจะรอดไหม ทันใดรถหุ่นยนต์บังคับของสุริเยนทร์ก็แล่นมาแทรกกลาง ทั้งสามหันมองคนบังคับ เคทบอกเพ็ญสิริว่านิสัยสุริเยนทร์ไม่ต่างจากน้องพีทเลย เขาไม่ได้โหดร้ายอย่างที่แสดงออก สิ่งที่เขาเจอมามันทำให้เขาต้องป่าเถื่อนเพื่อมีชีวิตอยู่รอด มันไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเขา ตนไม่อยากให้พวกเธอเกลียดเขา พูดจบเคทก็ขอตัวไปจัดการผู้ใหญ่มีปัญหา...เคทเดินมาหาสุริเยนทร์ถามเรียกร้องความสนใจอยู่ได้ เป็นอะไรมากไหม

    สุริเยนทร์อ้างรีโมตมีปัญหาบังคับไม่ได้ แล้วเหน็บว่าเธอพาน้องพีทมาทำกิจกรรมหรือจะมาพลอดรัก เคทถอนใจจะเดินหนีขี้เกียจเถียง เขารีบถามทำไมน้องพีทไม่ยอมเล่นหุ่นยนต์ตน

    “คิดว่าปัญหาคืออะไรล่ะ น้องพีทหรือหุ่นยนต์ หรือ...” เคทมองเขาหัวจดเท้า...สุริเยนทร์ร้อนตัวโวยอย่ามาพูดอย่างนี้ เคทเดินหนี...

    เที่ยงวันนั้น โต๊ะอาหารถูกจัดเป็นสองส่วน โต๊ะนึงสามที่ อีกโต๊ะสำหรับทุกคน เพ็ญสิริจัดประชดวิสุทธิ์ให้ได้นั่งกับเคทลำพัง แต่เขากลับชอบใจ ชมเธอน่ารักที่รู้ใจ

    “ไม่ต้องเว่อร์ ที่ช่วยก็แค่สงสารจะได้หายเครียดเรื่องพ่อ ไม่ต้องมาบ่นให้ต้องรำคาญอีก ยัยเคทมาแล้ว ฉันไม่ร่วมโต๊ะกับนาย เชอะ...” เพ็ญสิริหยิบจานสเต๊กของตัวเองแยกไป

    เคทมาถึงถามจะถือจานไปไหน วิสุทธิ์ว่าเธองอนอะไรก็ไม่รู้...เพ็ญสิริจะนั่งลงข้างสุริเยนทร์ บอดี้การ์ดขวาง เธอรีบถาม นั่งด้วยไม่ได้หรือ จะมาเอาใจเด็กไม่ใช่หรือ หัดทำตัวให้เป็นมิตรเข้าถึงง่ายหน่อย ไม่ใช่มีลักยมดูแลทุกฝีก้าว...บอดี้การ์ดขยับจะจัดการ สุริเยนทร์ยกมือห้าม หญิงสาวยิ้มแฉ่งลงนั่งเย้ยๆ

    วิสุทธิ์นั่งร่วมโต๊ะกับเคทและน้องพีท เขาแปลกใจที่สุริเยนทร์ยอมให้เพ็ญสิรินั่งด้วย เคทติงทำไมไม่จัดโต๊ะยาวๆให้นั่งรวมกันหมด น้องพีทลุกขึ้นบอกจะไปให้อาหารแกะ เคทขอให้กินข้าวเสร็จก่อน แต่หนูน้อยไม่ฟังวิ่งออกไป ด้านเพ็ญสิริพยายามชวนสุริเยนทร์คุย เขาถามไม่กลัวเขาหรือ เธอบอกใครจะไม่กลัว แต่ตนว่าบางมุมเขาก็ดูมีน้ำใจ มีอะไรที่เหมือนคนปกติ อยู่ๆจะลุกมาทำร้ายตนแบบไม่มีเหตุผลก็บ้าเกินคนแล้ว เขายังมีสติอยู่ใช่ไหม

    สุริเยนทร์นั่งจิ้มมันฝรั่งทอดกินเอาๆ เธอจึงตักของเธอให้เขาเพิ่ม แล้วทวงคำขอบใจ เขาเงยมองนิ่งสักพักก่อนจะเอ่ยขอบใจห้วนๆ เพ็ญสิริตบมือตัวเองฉาด “มันต้องยังงี้! ฉันชักจะเชื่อที่ยัยเคทพูดถึงคุณแล้วนะ”

    “ทานตะวันพูดอะไรถึงผม”

    “พูดว่า...คุณน่ารัก” เพ็ญสิริยิ้มให้อย่างเป็นมิตร สุริเยนทร์เหวอหันไปมองหาเคท

    เคทเดินตามน้องพีทบอกให้หยุดวิ่งแล้วมา

    กินข้าวก่อน น้องพีทวิ่งหนีอย่างสนุกสนาน ลออถือชามข้าว มาบอกเคทให้กลับไปที่โต๊ะ ตนกับเสือโคร่งจะช่วยกันป้อนน้องพีทเอง...สุริเยนทร์มองน้องพีทวิ่งเล่นให้ลออวิ่งตามป้อนข้าวอย่างไม่ชอบใจพฤติกรรมแบบนี้ จู่ๆน้องพีทก็สะดุดล้มร้องไห้ เคทกำลังจะทานอาหารตกใจรีบลุก วิสุทธิ์จะตามแต่เพ็ญสิริดึงไว้

    เคทวิ่งมาบอกน้องพีทไม่เป็นอะไรแล้วนะ อาเคทมาแล้ว แต่แล้วสุริเยนทร์ตามมาดึงเธอไว้ สั่งเสียงกร้าวไม่ให้ลออและใครเข้าไปช่วยน้องพีท ไม่อย่างนั้นเห็นดีกันแน่ และตำหนิเคท

    “จะตามโอ๋น้องพีทไปถึงไหน” เคทบอกน้องพีทไม่ค่อยแข็งแรง “ไม่แข็งแรงแต่ก็ไม่อ่อนแอถึงกับจะลุกยืนเองไม่ได้ ถ้าเธอยังไม่เลิกตามเอาใจทุกฝีก้าว น้องพีทก็จะอ่อนแออยู่อย่างนี้”

    “เด็กตัวแค่นี้จะเอาอะไรกันนักหนา”

    “ไม่เอาตอนนี้จะเอาตอนไหน น้องพีทล้มเพราะทำตัวเอง ควรปล่อยให้เขาใช้เวลากับความผิดพลาดของเขา เขาจะได้เรียนรู้ความเจ็บ เรียนรู้ว่าจะต้องจัดการกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นยังไง มันจะทำให้เขาอดทนและอยู่ในโลกนี้ได้”

    “ต้องอดทนแค่ไหน ต้องให้น้องพีทโตมาเป็นเหมือนคุณเหรอ...คุณเคยเจออะไรมา ไม่ได้แปลว่าน้องพีทต้องเจออย่างนั้นด้วย ฉันจะไปดูหลานฉัน” เคทผลักสุริเยนทร์ออก

    แต่เขาคว้ามือเธอไว้ บอกน้องพีทว่าเราทุกคนจะไปกินข้าว ถ้าอยากจะร้องอยู่ตรงนั้นก็ร้องไป...น้องพีทหน้าเสียร้องเรียกเคท วิสุทธิ์ทนไม่ได้จะเข้าไป เพ็ญสิริดึงไว้บอกปล่อยให้น้าจัดการหลานเอง บางทีวิธีสอนแบบแมนๆอาจจะเวิร์ก...สุริเยนทร์ดึงเคทให้มานั่งที่โต๊ะ เธอต่อว่าเขาใจร้าย เขาอธิบายว่าไม่ได้ใจร้ายแต่อยากให้เด็กจัดการปัญหาด้วยตัวเอง ไม่อยากให้อ่อนแอต้อง

    พึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา การปล่อยให้เด็กเผชิญปัญหาบ้างไม่ได้ทำให้กลายเป็นคนอย่างตนได้หรอก เพราะสิ่งที่น้องพีทเจอมันเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับตนแล้วทำไมน้องพีทจะทำไม่ได้

    ไม่นานน้องพีทก็ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเคท สุริเยนทร์ให้เธออดทนรอให้แกเข้ามาเอง ทุกคนทึ่งมองน้องพีทเดินมาบอกเคทว่าเจ็บ เคทมองหน้า

    สุริเยนทร์ เขาพยักหน้าทำนองปลอบได้ เคทจึงกอดหนูน้อยทันที

    แขไขโผล่มา เพราะไปที่ไร่ภูทับดาวแล้วป้าอุ่นบอกว่าทุกคนมาที่นี่ แขไขมองหน้าเคทอย่างไม่สบอารมณ์ ...สุริเยนทร์กับแขไขออกมาคุยกันลำพัง แขไขต่อว่าที่ทำไมเขาต้องทำตัวขนาดนี้แค่จะเอาชนะใจเด็กคนหนึ่ง ตนเป็นห่วงตั้งแต่ที่เขามีเรื่องในป่า สุริเยนทร์ย้อนว่าแล้วเธอหายไปไหนมา แขไขอึกอักอ้างว่าไปซ้อมเดินแบบกับรุจิรา เขาทำหน้าเซ็งลุกจะเดินหนี

    แขไขเห็นสุริเยนทร์สวมหมวกหูหมีก็ขำ “เจ้าพ่อภูทับดาวเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ ยอมทำเพื่อหลาน น่ารักที่สุด...เดี๋ยวๆค่ะถ้าน้องพีทอยู่ที่นี่ได้ ยัยเคทก็หมดประโยชน์ กลับบ้านเขาไปใช่ไหมคะ” สุริเยนทร์ตอบว่าหน้าที่เคทมีแค่นั้น แขไขยิ้มกริ่มจะช่วยอีกแรง

    น้องพีทหยุดร้องไห้ เคทจึงสอนให้รู้ว่าการวิ่งไม่ระมัดระวังทำให้ล้ม ล้มแล้วมันเจ็บ ทีหลังต้องนั่งทานข้าวให้เสร็จแล้วค่อยไปวิ่งเล่น น้องพีทรับคำโดยดี เพ็ญสิริทึ่งที่การสอนแบบเข้ม เด็ดขาด จริงจังก็เอาเด็กอยู่ วิสุทธิ์หาว่าโหด เคทเองก็ใจคอหายหมด

    แขไขเข้ามาขอร่วมทำกิจกรรมด้วย เคทยินดีต้อนรับ เสือโคร่งโพล่งออกมาว่าน้องพีทจะยินดีด้วยไหม ลออตีปรามให้หุบปาก แขไขยิ้มๆบอกไม่ต้องห่วง ตนเข้ากับเด็กได้ไม่มีปัญหา...แขไขยื่นมือไปทักทายน้องพีท หนูน้อยถอยหนี เธอจึงล้อว่าไม่กล้า ขี้ขลาดที่สุด น้องพีทฮึดเอื้อมมือออกไปแตะแต่แขไขกลับเอามือหลบแล้ว ทำหน้าล้อเล่น จนน้องพีทยิ้มยื่นมือมาจับด้วยโดยดี

    สุริเยนทร์แปลกใจทำไมง่ายดาย

    กิจกรรมต่อไปคือการทำเทียนหอม น้องพีทร้องว้าวๆๆสุดยอด ทุกคนเลือกพิมพ์ที่ชอบ น้องพีทเลือกรูปหุ่นยนต์ เคทเลือกรูปดอกไม้ วิสุทธิ์จึงแย่งรูปดอกไม้จากมือเพ็ญสิริเพื่อให้เหมือนกับเคท และให้รูปหัวใจเธอไปแทน แขไขจัดแจงเอารูปหัวใจส่งให้สุริเยนทร์ให้เหมือนกับตัวเอง...ตรงกลางโต๊ะมีหม้อต้มพาราฟินและกระบวยไว้ตัก

    น้องพีทสนุกกับการเทสีและใส่ลวดลาย แขไขเห็นว่าสีแดงหมดจึงลุกไปเติม แต่เผอิญปัดโดนกระบวยในหม้อพาราฟินกระฉอกออกมาจะโดนน้องพีท เคทรีบเอามือเข้าขวางรับกระบวยไว้ ทั้งที่มันร้อนจนมือพอง ทุกคนตกใจมาก สุริเยนทร์เอ็ดเสียงดัง

    “ทำไมไม่รู้จักระมัดระวังเลยแขไข!”

    แขไขหน้าเสียบอกไม่ได้ตั้งใจ สุริเยนทร์ให้รอขอโทษเคทเอง...วิสุทธิ์พาเคทไปห้องพยาบาล สักพักก็ออกมาพร้อมมือที่พันผ้าพันแผลทั้งสองมือ แขไขเข้ามาขอโทษ เคทรีบบอกว่าตนรู้มันเป็นอุบัติเหตุ เคทเห็น

    สุริเยนทร์มองๆ จึงชูมือให้ดู เขาถามให้ดูทำไม

    “ก็เผื่อคุณอยากดูชัดๆว่ามันร้ายแรงแค่ไหน จะได้ ไม่ต้องห่วง”

    “ไม่ได้ห่วง...ไป...ทำกิจกรรมอะไรไม่ได้แล้วงั้นก็กลับ” สุริเยนทร์เดินนำไป คนอื่นงงๆ

    ooooooo

    แขไขหน้าเศร้ากลับบ้าน เดชาถามเป็นอะไร เธอตาแดงบอกสุริเยนทร์ตะคอกเหมือนตนผิดอยู่คนเดียว ตนทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ทำไมเขาทำเหมือนรำคาญตน เหมือนตนเป็นส่วนเกินในชีวิตเขา เขาไม่เคยรักตนบ้างเลย เดชาปลอบใครไม่รักแต่พ่อรัก

    ในขณะที่เอกณัติซักข้อมูลจากเสี่ยทะนง แต่เขาก็กวนกลับ บอกใครฆ่าสุรีย์ตนไม่รู้ แต่ตนรู้ว่าใครจะฆ่าเขา เอกณัติข่มอารมณ์ถามว่านพสิทธิ์เป็นหนี้บ่อนเท่าไหร่ เสี่ยทะนงบอกไม่รู้เพราะเป็นผู้บริหาร เอกณัติสาธยายว่า นพสิทธิ์ทะเลาะกับสุรีย์ก่อนออกจากบ้านไปเข้าบ่อน แล้วน่าจะหมดตัวเลยโทร.หาสุรีย์ แล้วเธอก็ขับรถจะมาหาเขา รถเธอตกหน้าผาตาย ทุกอย่างจึงพุ่งเป้ามาที่นพสิทธิ์ แล้วเขาไม่คิดว่ามันง่ายไปหรือ เสี่ยทะนงยักไหล่บอกตนไม่รู้ตนเป็นผู้บริหาร

    เอกณัติโกรธขู่รู้ไหมว่าตนหาหลักฐานมาปิดบ่อนเขาได้ ถ้าเขารู้อะไรบ้างให้บอกมา เสี่ยทะนงกวนไม่ปริปากบอกจนเอกณัติหงุดหงิด...จ่าเล็กควบคุมตัวเสี่ยทะนงไว้ เขาค้นตัวเสี่ยเจอใบเสร็จร้านค้าที่ภูทับดาว เขาแปลกใจว่าเสี่ยไปทำอะไรที่นั่น...

    ส่วนเอกณัติกลับมาที่ร้านรุจิรา ย่องมาดูเธอ รุจิราเรียก ถามเขารออยู่ทั้งวันหรือ เขาสมอ้างว่ารอทั้งวันไม่ได้ไปไหน เธอถาม “คิดว่าฉันจะเป็นแฟนกับคนที่รู้จักผิวเผินเนี่ยนะ”

    “งั้นเรามาทำความรู้จักกันสิครับ ให้ผมเลี้ยงข้าวคุณนะครับ แล้วผมจะให้คุณได้รู้จักผมมากขึ้นดีไหมครับ”

    สักพักเอกณัติก็ถือมาม่าคัพมาวางให้รุจิราและบอกว่า เอาไว้มีเงินจะเลี้ยงดีกว่านี้ สีหน้าเธอนิ่งสงบ ทำเอาเอกณัติแปลกใจถามเครียดเรื่องงานหรือ เธอพยักหน้ายอมรับ เขาถามแล้วมองหน้าตนทำไม รุจิราเอ่ยปากบอกให้เขาเล่าเรื่องส่วนตัวของเขาให้ฟัง ว่าชื่ออะไรทำงานที่ไหน

    เขาบอกว่าตนชื่อ เอกณัติ ทวีเกียรติ เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ตกงาน เคยเป็นช่างแอร์ รุจิราแทรกทำไมเตะต่อยเก่ง เขาบอกเคยเรียนมา เธอถามอีกว่ายิงปืน

    เป็นไหม เขาบอกพอเป็น เธอรุกถามว่าเคยยิงคนไหม เขาชักแปลกใจทำไมถามขนาดนั้น

    “ฉันก็มีปืน เคยยิงบ้าง แต่ไม่เคยยิงคนเลย” เอกณัติบอกดีแล้ว เธอสวน “แต่วันนี้อาจจะได้ยิง” เอกณัติทำหน้าเหวอ รุจิราโยนเอกสารลงบนโต๊ะให้ดู มีภาพถ่ายและประวัติ เธอถาม “คุณเป็นใครกันแน่!” รุจิราชักปืนออกมาเล็ง

    เอกณัติหน้าซีดเมื่อเห็นภาพตัวเองในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ ถามตะกุกตะกักว่าเอามาจากไหน คฑาวุธเดินออกมา “สวัสดีครับผู้หมวดเอกณัติ”

    เอกณัติตกตะลึง ในขณะที่รุจิรายังเล็งปืนมายังเขาเขม็ง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์