นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่สุริเยนทร์กำลังเครียดไม่รู้จะรับมือกับน้องพีทอย่างไร เขาพยายามพูดดีๆกับน้องพีท ว่าไม่ได้ทำอะไรให้หยุดร้องไห้แต่หนูน้อยยังยกมือไหว้ร้อง “พีทกลัว พีทกลัวแล้ว...”

    สุริเยนทร์เผลอดุว่าไม่ได้ทำอะไร แล้วนึกได้ว่าควรจะใช้เสียงสองกับเด็ก จึงมองซ้ายมองขวาไม่มีใคร ก็เปลี่ยนมาพูดด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู “ฉัน...น้าไม่ได้จะทำร้ายเธอนะ ไม่ต้องกลัวนะครับ หยุด...หยุดร้องนะครับ... น้าพูดจริงๆ สาบานก็ได้ ไม่ทำร้ายจริงๆนะครับ ถ้าหยุดร้องเดี๋ยวจะ...จะพาไปเที่ยว นะ นะครับ”

    “เชื่อน้าภูเถอะครับ...” เสียงเคทดังเข้ามา ในมือกำโทรศัพท์ไว้ด้วย

    สุริเยนทร์ชะงักรู้ว่าเคทแอบอัดเสียงไว้เยาะเย้ยแน่ เคทบอกน้องพีทว่า น้าภูไม่โกหก ตนจะช่วยจำไว้ให้ แล้วเคทก็แกล้งพูดล้อเสียงสุริเยนทร์อย่างขบขัน น้องพีทวิ่งมากอดเคท เธอชมว่าเก่งมากแล้วให้ไปหาลออที่ยืนอยู่ สุริเยนทร์โวย “เธอหลอกฉันเหรอ!”

    “คิดว่าฉันจะทิ้งน้องพีทไว้กับคุณตามลำพังเหรอ ไม่มีทาง ฉันก็หลบอยู่แถวนี้ รอดูคุณนั่นแหละ พูดจาดีๆก็ทำได้นี่ ทำไมถึงทำยากทำเย็นนัก”

    สุริเยนทร์โกรธ เคทท้าจะทำอะไรตน แล้วทำเสียงล้ออีก ใครจะไปรู้ว่าเจ้าพ่อภูทับดาวมีความสามารถ

    ใช้เสียงสองได้คล่องปรื๋อ ตนจะจำเสียงเขาไปจนวันตาย สุริเยนทร์สวนมีความสุขมากใช่ไหม เธอตอบว่ามากที่สุดในโลก

    “ถ้าไม่หยุดยิ้ม ฉันจะทำให้เธอยิ้มไม่ออกอีกเลย... ทานตะวัน!”

    เคทพยายามหุบยิ้มแต่ทำไม่ได้ สุริเยนทร์เกิด ความรู้สึกมีความสุขที่เห็นรอยยิ้มของเธอ เคทเผลอสบตาเขาเห็นแววตาแปลกๆก็ชะงัก จ่ายักษ์เข้ามาขัดถามมีเรื่องอะไร สุริเยนทร์เป็นฝ่ายเดินหนีไปก่อน เคทยังงงกับแววตาแบบนั้นของเขา...

    หน้าที่ที่รุจิราให้เอกณัติทำคือเป็นยาม เขาเซ็งมากที่ต้องมาอยู่ในชุดยาม ขอร้องรุจิราว่าความสามารถตนไม่น่าทำหน้าที่แค่นี้ น่าจะคอยปกป้องเธอเวลาโดนแฟนเก่าจะมาทำร้ายอีก รุจิราครุ่นคิดแล้วเปลี่ยนให้เขามาทำหน้าที่คนขับรถแทน

    เพ็ญสิริได้รับโทรศัพท์จากเอกณัติว่าตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดว่านพสิทธิ์ขับรถส่วนตัวออกจากบ้านสองวันก่อนเกิดเหตุ แล้วไปปรากฏอยู่ที่ชายแดน...

    นพสิทธิ์โทร.หาสุรีย์แล้วเธอก็ขับรถออกจากบ้านไปโผล่ที่จุดเกิดเหตุ ไม่ไกลจากชายแดน เพ็ญสิริไม่อยากเชื่อ เอกณัติบอกอีกว่า ร่องรอยการชนมีสีรถแบบเดียวกับรถ นพสิทธิ์ติดอยู่ด้วย

    “แต่พี่ไม่เข้าใจคือทำไมพี่นพถึงบอกว่านายสุริเยนทร์เป็นคนสั่งฆ่า”

    “พี่นพต้องถูกบังคับ ต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลังแน่”

    เอกณัติก็ไม่แน่ใจ ถามทางเธอมีเบาะแสอะไรบ้าง เพ็ญสิริกำลังจะเล่าพอดีแม่บ้านมาบอกว่ามีคนมาขอพบจึงต้องวางสาย...วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริออกมาที่ห้องรับแขก พบคฑาวุธกับสมุนอ้างมาเยี่ยมเยียนตามหน้าที่ เห็นว่ายังดีอยู่ก็สบายใจ แล้วยิ้มเยาะกลับไป เพ็ญสิริถามเขาจะมาทำไม วิสุทธิ์บอกภาษาชาวบ้านเรียกว่ามาขู่...

    ooooooo

    สุริเยนทร์มองภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นเคทหัวเราะคิกคักกับลออก็รู้ว่าสะใจเรื่องแกล้งให้เขาพูดเสียงสองกับน้องพีท เขาซูมภาพเข้าไปที่หน้าเคท เธอหันมากล่อมน้องพีทนอน เขาเห็นความอ่อนโยนของเธอแล้วรู้สึกสุขใจแปลกๆ เหมือนเธอรู้หันมาจ้องกล้อง เขาผงะสับสนในใจ

    เช้าวันใหม่ เพ็ญสิริตื่นเดินออกมาที่ระเบียง รู้สึกสดชื่นจนต้องสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ เสียงวิสุทธิ์แทรกเข้ามาว่า ถ้าได้ตื่นนอนพร้อมคนรักก็คงจะดี ได้อยู่ในชุดนอนแล้วออกมาสูดหายใจด้วยกัน จิบกาแฟหยอกล้อกันแบบหนังเกาหลี เพ็ญสิริหมั่นไส้บอกยืนมองควายก็ฟินได้ แล้วเธอก็มองเขา วิสุทธิ์ชะงักที่เธอมองตนเป็นควาย

    ทันใดเคทโทร.เข้ามา เพ็ญสิริดีใจรับสายถามทุกข์สุข พอวิสุทธิ์รู้ว่าเป็นเคทก็จะแย่งมือถือมาคุย เพ็ญสิริ เดินหนีเล่าเรื่องที่ไปบ้านเดชาแล้วเกือบโดนคฑาวุธฆ่าหมกไร่ โดยที่วิสุทธิ์ไม่ช่วยเลย ดีที่เดชาช่วยไว้ วิสุทธิ์รวบตัวเพ็ญสิริกดลงกับโซฟาแย่งมือถือมาคุย ว่าถ้า
    ไม่ใช่เพราะตนคุยกับเดชา ก็ไม่รู้หรอกว่า อาทิตย์พ่อสุริเยนทร์ยังอยู่ในไร่ เคทตกใจเพราะได้สำรวจทุกห้องแล้วไม่มีวี่แวว วิสุทธิ์ว่าอาจมีห้องลับ เคทรับปากจะลองค้นดู วิสุทธิ์ให้เธอระวังตัว เธอบอกเขาก็เช่นกัน

    วิสุทธิ์เป็นปลื้มวางสายแล้วทิ้งตัวลงนอนอวดว่าเคทเป็นห่วงตน เพ็ญสิริหมั่นไส้สวนว่าเพื่อนตนพูดตามมารยาท วิสุทธิ์ยังปลื้มปริ่มจับมือเพ็ญสิริลงนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากันยิ้ม

    “เสียใจด้วยนะครับที่ขัดขวางผมไม่สำเร็จ เคยได้ยินไหมความรักชนะทุกอย่าง คุณเคทรับรู้และสัมผัสได้ ตัวอิจฉาอย่างคุณนอนเงิบไปเถอะ...ชอบขัดขวางผมนักใช่ไหม ผมจะโทร.ฟ้องป๊าม้าให้มาลากคุณกลับไปคลุมถุงชนกับอาเฮียอาเจ๊กทั่วราชอาณาจักรเลย คอยดู”

    เพ็ญสิริร้องห้ามเพราะเขาเป็นคนออกไอเดียให้ทำ จะมาหักหลังได้อย่างไร วิสุทธิ์สวนใครหักหลังใคร เธอจึงอ้างว่ากำลังทดสอบว่าเขาเหมาะกับเพื่อนตนแค่ไหน ขณะทั้งสองกำลังเถียงกันไปมาพนักงานเข้ามารายงานวิสุทธิ์ว่า โปรแกรมทัวร์ที่จองไว้ขอยกเลิกอ้างว่าที่นี่
    ไม่ปลอดภัย วิสุทธิ์ชะงักต้องเป็นฝีมือคฑาวุธแน่ๆ

    เดชารู้ข่าวตำหนิคฑาวุธที่ให้ร้ายไร่ปลายฟ้า เขาเถียงอย่างไม่ยำเกรงพ่ออีกแล้ว ว่าเพราะวิสุทธิ์เขามาก้าวก่ายก่อน เดชาว่าทำไมชอบสร้างศัตรู คฑาวุธว่าเดชาล้าหลัง คำสอนก็ล้าหลัง หมดยุคของเขาแล้ว อยู่เฝ้าบ้านอย่างเดียวอย่ายุ่งเรื่องของตน เดชาฮึดฮัดไม่พอใจ

    แขไขแอบฟังตามมาถามคฑาวุธว่าเพื่อนเคทมาหลอกอะไรพ่อ และเกี่ยวอะไรกับสุริเยนทร์หรือไม่ เขาตอกกลับว่าห่วงแต่ผู้ชาย และว่าวิสุทธิ์ไม่เคยลืมเรื่องพ่อสุริเยนทร์ยิงพ่อตัวเองตาย จึงให้ผู้หญิงเข้ามาตีสนิทหลอกถามพ่อเรา ฉะนั้นก็คงส่งผู้หญิงไปตีสนิทสุริเยนทร์ เหมือนกัน แขไขชักไม่ไว้ใจเคทขึ้นมาเสียแล้ว

    บ่ายวันนั้น น้องพีทกำลังวาดรูปเล่นอยู่กลางสนาม เคทนั่งเล่นอยู่ด้วย เผอิญเสุริเยนทร์ยืนคุยอยู่กับจ่ายักษ์ เคทนึกสนุกเอารูปหมีที่น้องพีทวาดมาพับส่วนหัวลงแค่คอ แล้วบอกหลานว่าอยากเห็นหมีโคอาล่าตัวจริงไหม เธอชูกระดาษไปทางสุริเยนทร์ให้หัวเขาต่อกับตัวหมีพอดี น้องพีทหัวเราะร่าร้อง “หมีภูมาแล้วๆๆ”

    สุริเยนทร์หันมาเห็นสงสัยว่ากำลังล้ออะไรตนอยู่ จึงเดินเข้ามาหา เคทให้น้องพีทวิ่งหนี เขาคว้าแขนเคทไว้ถามเล่นสนุกอะไร เธอส่ายหน้า เขาไม่เชื่อดึงกระดาษในมือเธอมาดู พอเห็นรูปหมีก็ตวาดถามว่าหมีอะไร เคทตอบขำๆว่าหมีภู เขาโวยว่าเธอสอนให้หลานล้อเลียนตน เคทปฏิเสธ เขาจับให้เธอจ้องตาแล้วตอบว่าสอนหลานล้อเลียนตนทำไม เธออมยิ้มส่ายหน้า

    “เธออยากลองดีกับฉันใช่ไหมทานตะวัน! ถ้าเธอไม่หยุดยิ้ม ฉันจะลงโทษเธอ”

    เคทร้องเจ็บๆเพราะโดนเขาบีบแขนแรง สุพลเข้ามาห้าม เคทโมโหตอกกลับ “ชอบให้คนงานหน้าเครียด อมทุกข์ ไม่มีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ในไร่

    ภูทับดาวเหรอ ถ้าคุณมีปัญหากับการยิ้มมันก็เรื่องของคุณดิ แต่ฉันจะยิ้ม จะหัวเราะมันเป็นสิทธิ์ของฉัน”

    สุริเยนทร์ไม่พอใจที่เคทขำตน เธอถามรู้ได้อย่างไร คนอย่างเขาทำให้คนอื่นมีความสุขจนยิ้มได้ด้วยหรือ สุริเยนทร์เข่นเขี้ยวถ้าไม่หยุดยิ้มจะจับเธอ

    ถอนฟัน เคทยิ่งยิ้มกว้างอวดฟันขาวท้าทาย ทำให้เขาโกรธมากขึ้น ทันใดเสียงน้องพีทเรียกอาเคทๆ...เขาชะงักไม่อยากให้หลานเห็นตนร้ายกาจ เคทท้าเหยงๆให้ทำเลย น้องพีทจะได้เกลียดเขา สุริเยนทร์ข่มอารมณ์ผละเดินออกไป

    สุริเยนทร์มาสงบสติอารมณ์ สุพลตามมาเตือนสติ ดูท่าเคทจะจับทางได้ว่านายยอมทำทุกอย่างเพื่อซื้อใจน้องพีท เลยไม่กลัว สุริเยนทร์เข่นเขี้ยว...คิดว่าแน่ กล้าให้ได้ตลอดแล้วกัน...

    ในขณะเดียวกันวิสุทธิ์กำลังกลุ้มใจที่ลูกค้ายกเลิกห้องพักแทบหมด รวมทั้งห้องสัมมนา เพ็ญสิริเจ็บใจไปด้วยเพราะเชื่อว่าเป็นฝีมือคฑาวุธ ทันใดป๊าม้าเดิน

    ตัวปลิวเข้ามา เพ็ญสิริตกใจรีบหลบ วิสุทธิ์เครียดจัดกว่าที่ลูกค้ายกเลิก พุ่งไปรับหน้า ติงว่าลืมหรือที่เพ็ญสิริไม่รู้เรื่อง ทั้งสองทำเป็นนักท่องเที่ยวมาจองห้องพักเพราะอยากเห็นว่าลูกมีความสุขดีไหม จวนมีหลานหรือยัง

    วิสุทธิ์พยายามกล่อมให้กลับแต่ทั้งสองอ้างว่ามาทำบุญไหว้พระ...วิสุทธิ์ตามเพ็ญสิริมาที่ห้องพัก เธอกำลังร้อนใจคิดว่าป๊าม้าทุกข์ใจเรื่องตนจนต้องมาไหว้พระ จะไปสารภาพ วิสุทธิ์ปรามอย่าเพิ่งเป็นลูกกตัญญูตอนนี้ ขอเวลาตนคุยกับพวกท่านก่อน ไม่ทันไรเหลือบไปเห็นป๊าม้าแอบดูอยู่ตรงระเบียงห้อง จึงรีบกอดเพ็ญสิริไว้ให้ท่านเห็นว่ารักกันดี ม้ารีบถ่ายภาพไว้

    วิสุทธิ์ทำทีดันให้เพ็ญสิริออกไปจากห้องไปคุยกับป๊าม้า แล้วปิดล็อกห้องเพื่อจะคุยกับป๊าม้าที่ระเบียง วิสุทธิ์บอกป๊าม้าว่า ถ้าเพ็ญสิริเห็นพวกท่านจะโกรธที่ตนร่วมมือกับป๊าม้า แล้วอาจเลิกคบกับตน ขอให้พวกท่านกลับไปที่ห้องก่อน ไม่ทันที่ทั้งสองจะไป เพ็ญสิริเดินอ้อมมาทางระเบียง ได้ยินการสนทนาเข้าพอดีโกรธมากที่โดนทุกคนหลอก...วิสุทธิ์ตามจะอธิบาย แต่เธอหาว่าที่เขาหลอกให้ตนมาที่นี่เพราะต้องการจีบเพื่อนตน เขาบอกไม่ใช่ทั้งหมด และว่าที่จำเป็นต้องหลอกเพราะไม่อยากแต่งงานกับเธอ หญิงสาวชะงักนิ่งฟัง

    “...ผมแค่ไปส่งคุณที่บ้านแล้วอยู่ๆป๊าม้าคุณจะจับผมแต่งงานกับคุณ จะให้ผมทำไง ถึงผมจะเสนอตัวช่วยเล่นละครและเป็นแฟนคุณ แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องแต่งงานด้วย มันมากไป เรื่องอะไรผมต้องเอาตัวเองไปช่วยคุณขนาดนั้นด้วย ถ้าเป็นคุณเคทก็ว่าไปอย่าง...”

    เพ็ญสิริฟังวิสุทธิ์สาธยายแล้วถามจะหลอกอะไรอีก ตนรู้สึกตัวเองงี่เง่าและเครียดเพราะป๊าม้าจริงจังมาก วิสุทธิ์เองก็เครียดไม่คิดว่าท่านทั้งสองจะจริงจังขนาดนี้...เพ็ญสิริตัดสินใจจะสารภาพความจริงกับป๊าม้า และถ้าพวกท่านยังหาคนอื่นมาให้อีกก็จะหนีจริงๆ

    เพ็ญสิริเดินออกมาหาป๊าม้าที่ยืนแถวคอกม้า มีฝูงเป็ดเดินผ่าน ทั้งสองคุยกันเรื่องลูกเป็ดรักป๊าม้าไหม เพ็ญสิริยืนฟังใจแป้วอยู่ข้างหลัง ม้าว่าลูกคิดถึงแต่ตัวเองเดินแตกแถวทำตามอำเภอใจ ไม่สนใจว่าป๊าม้าเป็นห่วงแค่ไหน ป๊าพูดขึ้นว่าอยากไปไหนก็ไปเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วม้าทำไมต้องทำหน้าอยากตายด้วย ม้าว่าไม่มีอะไรทำให้แม่หัวใจสลายเท่ากับการถูกลูกทอดทิ้ง อยู่ไปก็เหมือนตายทั้งเป็น สู้ตายไปเลยดีกว่า...เพ็ญสิริตกใจน้ำหูน้ำตาไหลนองหน้าเข้ามาขัด

    “ไม่นะม้า ม้าจะตายไม่ได้ ที่หนูหนีมาอยู่ที่นี่ มันก็เป็นเพราะ...หนู...รักกับคุณวิสุทธิ์ หนูก็เลยหนีตามเขามา แต่หนูขอเวลาหน่อยนะแล้วหนูจะมีหลานให้

    ป๊าม้าแน่ ป๊าม้าไม่ต้องเสียใจไม่ต้องคิดมากนะ ทำไมป๊าม้า มองอย่างนี้ ไม่เชื่อที่หนูพูดเหรอ เรารักกันจริงๆ ถ้าไม่เชื่อ...ดู!”

    วิสุทธิ์ยืนตะลึงกับคำพูดของเพ็ญสิริที่เปลี่ยนจากที่คุยกันไว้ เธอหันมาเห็นเขาก็เดินตรงเข้ามาหา ย้ำกับป๊าม้าให้รอดู แล้วเธอก็โน้มหน้าวิสุทธิ์มาจูบโดยใช้นิ้วโป้งขวางระหว่างปากไว้ แต่ก็ทำให้วิสุทธิ์ช็อกยืนนิ่งอึ้ง...เพ็ญสิริจริงจังกับความรู้สึกของป๊าม้ามากๆไม่ได้เอะใจแม้แต่นิด

    ooooooo

    บ่ายวันนั้นสุริเยนทร์ตามจ่ายักษ์ออกไปอย่างรวดเร็ว เคทเห็นก็แปลกใจ ถามป้าอุ่นกลับโดนตอกกลับว่า ไม่ใช่ธุระที่ตนต้องรู้ จึงเหน็บนั่นสิคนใช้อย่างป้าจะรู้เรื่องเจ้านายได้อย่างไร ป้าอุ่นเต้นผางบอกทำไมจะไม่รู้ มีเรื่องเกิดขึ้นนายถึงต้องรีบไปจัดการ

    เคทได้โอกาสไม่มีใครอยู่ จะได้เข้าไปค้นห้องทำงานสุริเยนทร์ จึงวางแผนให้ป้าอุ่นทอดไก่ให้น้องพีทกิน ป้าอุ่นบอกไม่ใช่หน้าที่ เคทว่าไม่เป็นไรไว้จะบอกสุริเยนทร์ให้สั่งทอดให้ ป้าอุ่นเดือดเดินปึ่งๆเข้าครัวไปทอดไก่ ลออพาน้องพีทตามเข้าไป

    เคทย่องขึ้นข้างบน เผอิญแขไขมาเห็นแปลกใจ ...เคทเข้ามาในห้องทำงานผ่านหุ่นยนต์ที่วางบนชั้น

    ไปที่คอมพ์เพื่อจะเช็กกล้องวงจรปิดว่ามีห้องลับที่ไหนบ้างหรือไม่ แต่ไม่ทันจะกด มีเสียงเปิดประตูขัดจังหวะเสียก่อน จึงรีบหลบใต้โต๊ะ แขไขเข้ามายืนมองรอบห้อง เคทพยายามหลบ จู่ๆเสือโคร่งวิ่งเข้ามาทำทีมาหานายแล้วเจอแขไข จึงบอกว่านายไม่ชอบให้ใครเข้ามาในนี้ แขไขกลัวเสือโคร่งไปฟ้องจึงรีบออกไปอย่างหงุดหงิด แต่พอเคทออกจากที่ซ่อนไม่ทันไร จ้อนโผล่มาถามเข้ามาทำอะไรในห้องเจ้านาย เคทหน้าเจื่อน...

    บริเวณด้านหน้าทางเข้าพื้นที่ดูดทราย กลุ่มชาวบ้านกำลังปะทะกับคนงานที่เข้ามาดูดทราย คฑาวุธมาถึงบอกชาวบ้านว่าตนให้คนงานเข้าไปดูดทรายมาตรวจสอบ แต่ชาวบ้านแย้งว่าคนพวกนี้แอบเข้ามาดูดทรายตอนกลางคืน หัวหน้าคนงานชูเอกสารอนุญาตอ้างว่าชาวบ้านไม่ยอมอ่าน คฑาวุธไกล่เกลี่ยให้ส่งตัวแทนชาวบ้านมาคุยกัน แต่ชาวบ้านไม่เอา เพราะถ้าดูดทรายออกไปวันหนึ่งตลิ่งต้องพังแล้วบ้านเรือนโบราณริมน้ำก็จะพังตาม ใครจะรับผิดชอบ

    ทันใดรถสุริเยนทร์มาถึง ชาวบ้านดีใจกันใหญ่ สุริเยนทร์ตรงเข้ามาดึงเอกสารจากมือหัวหน้าคนงานไปฉีกทิ้งประกาศ “จะไม่มีการดูดทรายที่นี่อีก ฝากไปบอกนายจ้างพวกแกด้วย”

    คฑาวุธเสียหน้าโวยทำแบบนี้จะมีกฎหมายไว้ทำไม สุริเยนทร์บอกอะไรที่ตนบอกว่าไม่ก็คือไม่ คฑาวุธแย้งถ้าทางบริษัทได้รับอนุญาตถูกกฎหมายก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่พอถูกย้อนถามว่าใครอนุญาตก็อึ้งเถียงไม่ออก สุริเยนทร์รุกถาม

    “คนอนุญาตเคยถามคนที่อยู่ที่นี่ไหม ว่าเขาต้องการหรือไม่ คนอนุญาตเซ็นอนุญาตทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่ และไม่ได้เป็นเจ้าของที่นี่ แล้วมันเอาสิทธิ์อะไรไปอนุญาต”

    “บ้านเมืองมีขื่อมีแป จะทำอะไรต้องเคารพกติกา ไม่ใช่คำสั่งของใครคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่จะออกคำสั่งได้” คฑาวุธโต้

    สุริเยนทร์ถามหมายถึงตนใช่ไหม คฑาวุธว่าจะเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ทุกฝ่ายพอใจ สุริเยนทร์แทรกตอนนี้ฝ่ายไหนที่ไม่พอใจ คฑาวุธอึ้ง จ่ายักษ์ไล่คนงานให้ขนของออกไปโดยเร็ว คฑาวุธกัดฟันกรอดบอกทำอะไรให้ไว้หน้าตนบ้าง สุริเยนทร์ย้อน

    “ถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันเป็นการไม่ไว้หน้า คุณก็ควรใส่ใจที่จะแก้ปัญหาให้เรียบร้อย เป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านแทนผมได้ ผมจะได้มีเวลาไปเล่นกีฬาบ้าง”

    คฑาวุธอับอายชาวบ้านที่โห่ร้องเพราะรู้ว่าเขามักเอาเวลาไปเล่นกอล์ฟ ยิ่งเคียดแค้น...

    ooooooo

    กลับถึงบ้าน แขไขปรี่เข้ามาฟ้องสุริเยนทร์ว่าเคทเข้าไปวุ่นวายในห้องทำงานเขา เคทอยู่ในห้องน้องพีทพร้อมลออและเสือโคร่งต่างใจเต้นรัว เคทให้กำลังใจเราสู้กับสุริเยนทร์ด้วยกำลังกายไม่ได้ อย่างเดียวที่สู้ได้คือกำลังใจ ต้องไม่ให้เขามีอำนาจอยู่เหนือใจเรา ก็จะเอาชนะเขาได้

    ไม่ทันไรสุริเยนทร์เดินมาพร้อมแขไข จ่ายักษ์และจ้อน เคทยืดอกบอกกำลังรอเขาอยู่ แขไขเยาะรู้ตัวว่าผิดแถไม่ได้แล้ว ก็ยอมรับเสียว่าเข้าไปทำอะไรในห้องทำงาน ไร่ปลายฟ้าส่งเธอมาใช่ไหม สุริเยนทร์ชะงักหันมองหน้าแขไข เธอสาธยายว่าเพื่อนของเคทที่อยู่ไร่วิสุทธิ์ไปหลอกถามเรื่องอาทิตย์กับพ่อตน สุริเยนทร์จ้องเคท เธอปฏิเสธไม่รู้เรื่อง ตนพร้อมจะพูดความจริงแต่เขาจะเชื่อไหม น้องพีทร้องไห้เข้ามาเกาะเคท สุริเยนทร์เห็นที่มือน้องพีทถือหุ่นยนต์ของตน

    “หุ่นยนต์ฉัน! เอาหุ่นยนต์ฉันมาได้ยังไง ใครอนุญาต เอาคืนมา!” สุริเยนทร์จะแย่งคืน

    น้องพีทตะครุบกอดไว้ สุริเยนทร์โวยว่าเคทขโมยของตนออกมาทำไม เคทถอนใจ “ก็นี่แหละ เหตุผลที่ฉันต้องแอบเข้าห้องทำงานคุณ ช่วยตั้งสติแล้วฟังฉันหน่อยได้ไหมล่ะ เพราะหุ่นของน้องพีทพัง แกร้องไห้ไม่ยอมหยุด ฉันไม่รู้จะไปหาหุ่นที่ไหนมาให้ แล้วพอดีนึกได้ว่าคุณมี ก็เลยจำเป็นต้องแอบเข้าไปเอามา”

    ป้าอุ่น ผิวและพิณยืนยันว่าไม่ได้ยินเสียงน้องพีทร้องไห้เลย เคทย้อนถามถึงได้ยินเคยสนใจบ้างไหม ทั้งสามอึ้ง แขไขหาว่าโกหกทำไมไม่บอกดีๆ เคทถามบอกใครว่าจะขึ้นไปเอาหุ่นยนต์แล้วมีใครเชื่อไหม สุริเยนทร์จ้องเคทนิ่งอย่างจับผิด บอกแขไขให้กลับไปก่อน และให้ทุกคนไปทำงาน ตนต้องการคุยกับเคทลำพัง แขไขฮึดฮัดไม่พอใจ น้องพีทอุ้มหุ่นยนต์ไปด้วย

    เคทยังสู้หน้าไม่ถอย ยืนกรานว่าเข้าไปเอาหุ่นยนต์มาให้น้องพีท สุริเยนทร์จ้องหน้าบอกในห้องนั้นมีกล้องติดไว้ ว่าแล้วก็ลากเธอไปยังห้องทำงาน เคทตาเหลือกคิดหาเรื่องแก้ตัว...เขาขู่ “ถ้าฉันเปิดกล้องดู ก็จะเห็นทุกอย่างที่เธอทำ อย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากดีกว่า บอกความจริงมา”

    เคทอึกอัก สุริเยนทร์เปิดภาพดูทุกอิริยาบถของเคทสลับกับมองหน้าเธอ เคทแก้ตัว “ฉันไม่ได้อยากรื้อ แต่เพราะฉันไม่รู้ว่าคุณเอาหุ่นยนต์ไปเก็บไว้ไหน ก็ต้องดูให้ทั่ว กรอบรูปนั้นของคุณสวยฉันก็เข้าไปดูใกล้ๆ...ที่ฉันยุ่งกับจอเพราะ เพราะฉันอยากรู้ว่าคุณแอบติดกล้องในจุดที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของฉันรึเปล่า อย่างในห้องน้ำ ถ้ามีฉันก็จะปิดมัน แต่คุณแขไขเข้ามาก่อน ฉันกลัวความผิดก็เลยซ่อน มันก็มีแค่นี้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองสำรวจดูว่ามีของอะไรหายไปหรือเปล่า”

    สุริเยนทร์ว่าทำตัวให้ไม่ไว้ใจ เคทยักไหล่ไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้ เขาย่างก้าวเข้าหาจนเธอถอยชนผนังถามรู้ไหมคนที่นี่ใครที่ไว้ใจไม่ได้จะเป็นอย่างไร เธอสวน “จะฆ่าฉันเหมือนที่ฆ่าพี่สุรีย์ใช่ไหม คุณจะไว้ใจฉันหรือไม่มันก็เรื่องของคุณแต่ฉันไม่มีทางไว้ใจคนที่ฆ่าพี่สาวตัวเองได้”

    สุริเยนทร์โกรธกระชากตัวเคทมาบีบไหล่ เธอจ้องหน้าสู้ไม่ต้องมาไว้ใจตน ตนก็ไม่ไว้ใจเขาเหมือนกัน และถ้าอยากจะทรมานหรือทำร้ายอะไรก็เชิญแต่ระวังน้องพีทจะไม่รัก...สุริเยนทร์เข่นเขี้ยว “ไม่ต้องเอาน้องพีทมาขู่ เพราะถ้าฉันจะทรมานเธอ ฉันมีวิธีแน่ อย่างเช่น...”

    สุริเยนทร์พุ่งหน้าเหมือนจะจูบ เคทผวาถอยตามสัญชาตญาณ เขายิ้มสะใจเยาะระวังตัวไว้ให้ดี แล้วไล่เธอออกไป เคททั้งฉุนและกลัวรีบวิ่งออกไป สีหน้าสุริเยนทร์เปลี่ยนเป็นเครียดที่ปราบพยศเธอไม่ได้เสียที

    เคทเดินออกมาลออปรี่เข้าถามอย่างห่วงใย เธอกระซิบว่าปลอดภัยดีเพราะมีน้องพีทเป็นไม้ตาย แขไขเข้ามาเข่นเขี้ยวไม่เชื่อว่าจะเข้าไปเอาแค่หุ่นยนต์ ถ้าคิดจะลื่นไหลอย่าให้ตนจับผิดได้แล้วกัน ใครที่คิดร้ายกับสุริเยนทร์ ตนไม่เอาไว้แน่...แขไขกลับไป ป้าอุ่นขู่ถ้าแขไขร้ายขึ้นมาเมื่อไหร่แย่แน่ ก่อนจะบอกว่าวันนี้เคทต้องทำงานล้างครัวและขัดห้องน้ำถึงจะเข้านอนได้

    ooooooo

    วิสุทธิ์กลั้วคอล้างปากหาว่าที่โดนเพ็ญสิริจูบจะติดโรคไวรัสอักเสบหรือเปล่าก็ไม่รู้ หญิงสาวโวยอย่าเว่อร์ตนเอานิ้วโป้งบังไว้ มีแต่น้ำลายเขาติดนิ้ว ว่าแล้วก็เอานิ้วโป้งเช็ดเสื้อเขา

    วิสุทธิ์ถามอารมณ์ไหนถึงได้เปลี่ยนใจมาทำแบบนี้ เพ็ญสิริหน้าเศร้าลงเล่าว่าได้ยินป๊าม้าคุยกันทำนอง

    อยากตายที่ลูกไม่รักไม่สนใจความสุขของท่าน แทนที่ท่านจะมีความสุขยามแก่เฒ่าตนช่างเป็นลูกที่แย่ วิสุทธิ์แปลกใจเพราะที่เห็นท่านทั้งสองให้อาหารเป็ดไม่ได้ดูเศร้าเสียใจอะไร จึงบอกจะคิดอะไรก็คิด แต่ขอให้หาทางทำให้ป๊าม้ากลับกรุงเทพฯไปให้เร็วๆ...ตนเหนื่อย

    ด้านเคททำความสะอาดครัวและขัดห้องน้ำ มีลออมาช่วยเพราะเอาน้องพีทเข้านอนแล้ว ลออเอ่ยถามจะทำให้น้องพีทรักสุริเยนทร์จริงหรือ ตนเกรงวันดีคืนดีน้องพีทพูดไม่เข้าหูจะโดนตบกระเด็นติดฝาเสียก่อน น่าจะทำให้เขาเลิกบ้าดีกว่า ถ้าแก้ที่ตัวเขาได้ทุกอย่างก็จบ เคทคิดตามแล้วบอกให้ลออไปอยู่กับน้องพีท
    เกรงจะตื่นขึ้นมาไม่เห็นใคร ที่เหลือตนทำเอง

    ลออเดินไปสักพัก มีคนเดินเข้ามา เคทคิดว่าเป็นลออเงยหน้าถามกลับมาทำไมแต่แล้วต้องตะลึงเมื่อกลายเป็นสุริเยนทร์ เขาดึงให้เธอออกไปกับเขา เธอบอกยังทำงานไม่เสร็จ

    “ฉันมีงานอื่นให้ทำ...” สุริเยนทร์ดึงเคทออกมาที่สนามหน้าบ้านมีเพียงไฟแสงจันทร์

    สุริเยนทร์ให้เคทตอกแท่งเหล็กเป็นเสาสี่เหลี่ยมประมาณสองเมตรคูณสองเมตร ทำเสร็จแล้วจะให้นอน เธองงแต่จำต้องทำ และแล้วเมื่อเคทตอกเสาเสร็จ สุริเยนทร์ก็สั่งให้เธอนอนตรงนั้นโดยให้เหตุผลว่า “เธอพูดเองไม่ใช่เหรอว่าอยากทรมานฉันยังไงก็เชิญ...”

    สุริเยนทร์จับเคทมัดมือและเท้าติดกับเสาทั้งสี่ต้น ป้าอุ่นเดินมายืนมองสมทบกับสุพลและจ่ายักษ์ รู้สึกสงสารแต่ก็สะใจอยากหาเรื่องใส่ตัว...เคทด่าว่าสุริเยนทร์โรคจิต เขาสวนตนบอกแล้วมีวิธีทรมานเธอ ไม่ต้องเอาน้องพีทมาขู่ แล้วนั่งลงข้างๆ บีบหน้าเคท

    “ถ้าเธอยังไม่ตอบความจริง ฉันจะขึงเธอไว้อย่างนี้ยันเช้า จะปล่อยให้เธอได้นอนอาบแดดตอนเที่ยง รู้ใช่ไหมว่าแดดที่ภูทับดาวร้อนสะใจแค่ไหน...จะตอบไหม”

    เคทจ้องกลับด้วยสายตากราดเกรี้ยว ตวาดตนบอกทุกอย่างหมดแล้ว เขาต้องการให้ตนยอมรับว่าเป็นคนของวิสุทธิ์ มาสืบเรื่องพ่อเขาใช่ไหม ตนบอกได้เลยว่าวิสุทธิ์ไม่ต้องขอตนก็จะหาตัวอาทิตย์ให้เจอ ให้เขามารับผิดชอบความผิดที่เขาทำ สุริเยนทร์เสียงเขียวว่าพ่อตนไม่ได้ฆ่าพ่อวิสุทธิ์ เคทสวนแต่พ่อเขาฉุดโสภาไปข่มขืน สุริเยนทร์ผงะเหมือนโดนตีแสกหน้า

    เคทรุก “โสภาเป็นคนรักของคุณวิทย์พ่อวิสุทธิ์ แค่เพื่อจะเอาชนะคู่แข่ง พ่อคุณถึงกับต้องเอาชีวิตผู้หญิงคนนึงมาแลก ไม่มีปัญญาทำให้ผู้หญิงรักก็เลยต้องใช้กำลัง คุณเคยละอายใจบ้างไหมที่มีพ่อแบบนี้ หรือไม่รู้สึกรู้สมอะไรเลย เพราะคุณก็ไม่ต่างจากพ่อของคุณ!”

    สุริเยนทร์ตวาดว่าเธอไม่รู้อะไรเรื่องพ่อตน ไม่ต้องมาตัดสิน เคทสวนเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนพสิทธิ์ ยังมาสรุปว่าเป็นฆาตกรได้ แล้วทำไมตนจะสรุปไม่ได้บ้าง... สุริเยนทร์โกรธจัด เคทได้ทียิ่งตอกย้ำ “คนอย่างคุณจะไม่มีวันได้ความรักความจริงใจจากใคร คนที่คุณรักจะกลัวแล้วก็ทิ้งคุณไปหมด คุณจะต้องอยู่คนเดียวจนตาย”

    “ถ้าเธอไม่หุบปากฉันจะ...”

    “ฉันไม่กลัวคุณ! จะฆ่าหรือจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืนก็เอาเลย สิ่งที่คุณทำกับฉันมันจะได้ประจานความหยาบคายของคุณที่มีต่อคนอื่น คนทั้งไร่ภูทับดาวจะได้รู้ว่าคุณมันคือปีศาจ”

    “เออฉันคือปีศาจ งั้นเธอก็อย่าหวังจะได้รับความเมตตาจากฉันเลย” สุริเยนทร์เข่นเขี้ยวแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป ปล่อยเคทนอนมองฟ้าด้วยความพรั่นพรึง

    สุดท้ายสุริเยนทร์ก็มานั่งเจ็บปวดกับคำพูดของเคทในห้องเก็บของส่วนตัว จนระเบิดอารมณ์ด้วยการชกกำแพงมือแตก สุพลเข้ามาห้ามกลับโดนเหวี่ยงกระเด็น แต่เขาก็ยังขอร้องไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับเคท เพราะมันไม่ได้ผล เธอไม่ได้กลัว สุริเยนทร์โกรธไล่ให้สุพลออกไป เขายังดื้อดึงบอกถ้าอยากให้น้องพีทรักต้องแสดง ออกมาว่ารักอยากให้อยู่ที่นี่ แต่ที่ทำอยู่คือการขับไล่ ไม่มีวันชนะใจน้องพีทได้ สุริเยนทร์ทนฟังไม่ได้ชกสุพลเปรี้ยง คำรามใส่ถ้าไม่หยุดพูดจะโดนมากกว่านี้ สุพลยังฝืนพูดทั้งที่ท่าทางสุริเยนทร์ฮึดฮัดไม่อยากฟัง

    “คนที่ไม่รู้จักอาจจะกลัวเวลาที่นายโมโห แต่คนที่รู้จักและอ่านนายออก มันไม่ได้ผลหรอกครับ ผมอยากเห็นนายมีความสุข เลิกทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการเถอะครับ”

    ooooooo

    เสือโคร่งแอบมาหาเคทอย่างห่วงใย เธอจึงฝากไปบอกลออว่าอย่าพาน้องพีทมาเห็นสภาพตน...เคท นอนมองฟ้าน้ำตาไหล พึมพำทำไมน้องพี่สุรีย์ถึงเป็นคนแบบนี้ สุริเยนทร์เดินเข้ามาเห็นน้ำตาเคทก็ใจแป้ว สับสนลังเล ตัดสินใจกล่าว “ฉันจะปล่อยเธอ ถ้าเธอขอร้องฉัน”

    เคทนิ่งไม่แม้แต่จะมองหน้า สุริเยนทร์อึดอัดใจรู้สึกผิดแต่ไม่ยอมเสียฟอร์ม ไม่ต้องการแสดงความอ่อนโยนออกมา จึงฮึดฮัดกลับไป...

    รุ่งเช้า วิสุทธิ์ตื่นมาเจอหน้าป๊านอนตะแคงมองข้างๆก็ตกใจ ป๊าเอ่ยถามทำไมไม่นอนห้องเดียวกับเพ็ญ–สิริ...ด้านเพ็ญสิริก็ตื่นมาเจอหน้าม้าซักถามคำถามเดียวกัน ไหนว่ารักกันมากแล้วแบบนี้จะมีหลานเมื่อไหร่ ทั้งวิสุทธิ์และเพ็ญสิริรีบเดินหนีออกจากห้องมาเจอกันโผเข้าสวมกอดทำเป็นรักกันจี๋จ๋า วิสุทธิ์อุ้มเพ็ญสิริกลับเข้าห้อง ป๊าม้ายืนมองเหล่ๆว่าอำกันหรือเป็นความจริง

    พอเข้ามาในห้องวิสุทธิ์ก็แทบทิ้งเพ็ญสิริลง บ่นให้จัดการทำให้ป๊าม้ากลับกรุงเทพฯเสียที ถ้าเรื่องถึงหูเคทตนคงเสียหายแย่ เพ็ญสิริหมั่นไส้ว่าเขาเป็นต้นเรื่องเองจะโทษตนได้อย่างไร พลันป๊าม้าโผล่หน้าทางประตูระเบียง วิสุทธิ์เห็นรีบโผกอดเพ็ญสิริหอมซ้ายหอมขวาอย่างเซ็งๆ

    เวลาผ่านไปจนเที่ยง เคทยังนอนขึงพืดอยู่กลางสนาม สุพลสงสารบ่นกับจ่ายักษ์หวังว่าเธอคงจะเข็ดเสียที ทันใดจ้อนเข้ามาปล่อยเคทบอกนายสั่ง แต่เธอยังนอนนิ่งไม่ลุก สุพลใจแป้วรู้ว่าเธอไม่ธรรมดาจริงๆ มีอะไรเอาคืนแน่ๆ...สุริเยนทร์เข้ามาสั่งให้เธอลุกขึ้น แต่เธอก็นิ่งเฉย

    “จะลองดีกับฉันใช่ไหม ได้...นอนไปเลย อย่าลุกให้ฉันเห็นนะ” สุริเยนทร์โกรธกลับไป

    สุพลกับจ่ายักษ์หวั่นใจจะเกิดระเบิดลูกใหญ่ สุพลจะไปเคลียร์กับนายให้จ่ายักษ์ดูแลเคท

    ขณะเดียวกัน เอกณัติได้รับรายงานว่าเสี่ยทะนงเป็นเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกและยังเป็นเจ้าของบ่อนชายแดนที่นพสิทธิ์ชอบไปเล่น เอกณัตินึกถึงที่นพสิทธิ์หลุดปากมาว่าเสี่ยทะนงตามล่าเขาอยู่...จ่าเล็กถามเชื่อว่านพสิทธิ์เป็นผู้บริสุทธิ์หรือ ข่าวว่าได้ออกหมายจับเขาแล้วเพราะคดีฆ่าสุรีย์ไม่ใช่คดีเล็กๆ เอกณัติหวั่นใจถ้าโดนจับนพสิทธิ์ไม่รอดแน่ พลันมีข้อความเข้ามาที่มือถือเอกณัติ “อยู่ไหนแล้ว วันนี้ฉันมีนัด ถ้ามาสายฉันจะไล่ออก”

    เอกณัติจำต้องรีบไป สั่งจ่าเล็กมีความคืบหน้าอะไรแจ้งตนด่วน และให้ช่วยสืบประวัติรุจิรา เหมพยัคฆ์ว่าเกี่ยวข้องกับสุริเยนทร์อย่างไร...เอกณัติรีบขับรถไปรับรุจิราที่ร้าน ช้าไปห้านาที เธอนิ่งเฉยท่าทางโกรธๆ ไม่พูดจา จนเอกณัติขับรถพาเธอมาถึงโรงแรมที่มีประชุม พอรุจิราลงจากรถก็ขอกุญแจรถคืนพร้อมกับบอกว่าไล่เขาออกและให้พนักงานโรงแรมเอารถไปจอดให้ เอกณัติงงไม่ทันไกล่เกลี่ยเห็นเสี่ยทะนงลงจากรถเดินเข้าโรงแรมก็ชะงัก

    นพสิทธิ์พรางตัวออกมาหาโทรศัพท์สาธารณะ ระหว่างนั้นลออกำลังอ้อนวอนให้เคทลุกจากสนามอย่าทนนอนตากแดดให้แผดเผาอยู่เลย เคทบอกว่าจะนอนอยู่แบบนี้ให้สุริเยนทร์รู้ว่าตนไม่ได้กลัวเขา ทันใดเสือโคร่งวิ่งออกมาพร้อมน้องพีท เคทตกใจลุกขึ้นกอดน้องพีทเอ็ดเสือโคร่งพาเด็กมาทำไม เสือโคร่งว่าอย่าเพิ่งด่าแล้วยื่นมือถือให้

    บอดี้การ์ดรายงานสุริเยนทร์ว่ามือถือเคทมีเบอร์แปลกโทร.เข้ามา เคทรู้ว่ามือถือตนโดนติดเครื่องดักฟังแต่ก็ห่วงว่าจะเป็นนพสิทธิ์โทร.เข้ามา ตัดสินใจรับสาย ปรากฏว่าเป็นวิสุทธิ์...สุริเยนทร์ตั้งใจฟังการสนทนาเต็มที่ เคทติงวิสุทธิ์โทร.มาทำไมบอกแล้วว่าจะเป็นฝ่ายติดต่อไปเอง เขาบอกเห็นมีมิสคอลจากเธอเข้ามา เกรงจะมีเรื่องเดือดร้อน เคทแปลกใจเพราะไม่ได้โทร.ไป

    เสียงสุริเยนทร์แทรกเข้ามาว่าตนโทร.ไปเองแล้วเยาะเคทว่าลุกได้แล้วหรือ เคทเข่นเขี้ยวที่เขาเจ้าเล่ห์ สุริเยนทร์ว่าตนต้องการถามวิสุทธิ์ว่าให้เพ็ญสิริไปตีสนิทเดชาทำไม วิสุทธิ์ย้อนรู้อยู่แล้วจะถามทำไม สุริเยนทร์เน้นย้ำ พ่อตนไม่ได้อยู่ที่ไร่นี่ และไม่รู้ว่าพ่ออยู่ไหน เลิกทำให้ตนหงุดหงิด เพราะยิ่งตนหงุดหงิดมากแค่ไหนก็จะไปลงที่เคทมากเท่านั้น

    เคทคิดเอาคืนแกล้งแทรกคุยกับวิสุทธิ์ถามสาร–ทุกข์และถามถึงเพ็ญสิริ ขอบคุณที่เขาห่วงใย “...ขอบคุณที่หวังดีจากใจจริง ไม่ใช่ทำเพราะถูกบังคับเหมือนคนบางคน เขาคงไม่รู้หรอกว่าคนที่รักเราเพราะความกลัว กับคนที่รักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข มันแตกต่างกันยังไง... ชาตินี้คนอย่างคุณไม่มีวันได้สัมผัสหรอกคุณสุริเยนทร์!”

    สุริเยนทร์ผงะราวโดนยิงด้วยปืน รีบตัดสายทิ้งหงุดหงิดงุ่นง่าน สุพลปลอบว่าตนรักเขาจากใจจริงไม่มีเงื่อนไข...ด้านวิสุทธิ์รู้ว่าสุริเยนทร์วางสายไปแล้วจึงเตือนเคทเลิกยั่วโมโหเขาเสียที เขาอาจจะทำร้ายเอา แต่เคทไม่กลัว วิสุทธิ์อ่อนใจมาบ่นระบายความอัดอั้นกับเพ็ญสิริ ว่าเคทกำลังลำบาก ตนน่าจะได้เป็นฮีโร่ไปช่วยเธอ กลับต้องมาติดแหง็กเป็นแฟนจอมปลอมอยู่นี่

    ปรากฏว่านพสิทธิ์โทร.หาใครบางคน บอกตนไปหาตามนัดแต่ถูกคนของสุริเยนทร์ล่าตัวเสียก่อน ตนอยากให้ช่วย “ไม่ต้องบอกผมว่าท่านคือใคร ผมไม่อยากรู้ ขอแค่รับปากว่าจะช่วยผมจริงๆก็พอ ผมต้องทำอะไรบอกมาได้เลย...ได้ครับ จะให้ผมไปหาที่ไหน”...

    วิสุทธิ์กับเพ็ญสิริจำต้องสวมบทสามีภรรยารักกันหวานจ๋อยต่อหน้าป๊าม้า ถึงขนาดเข้านอนห้องเดียวกันแล้วทำเสียงเหมือนหลับนอนหยอกล้อกันเพราะรู้ว่าป๊าม้าแอบฟัง

    ในบ้านเดชา คฑาวุธเดินลงมา เดชาเตรียมกระเช้าให้เขาไปขอโทษสุริเยนทร์ แต่คฑาวุธไม่ยอมแถมพูดใส่หน้าพ่ออย่างไม่ยำเกรง ว่าถ้าตนไม่ทำคนอื่นก็ต้องทำ ภูทับดาวมีทั้งค้ามนุษย์ ลักลอบตัดไม้ แก้ให้ตายก็ไม่มีทางหมด แล้วเราจะแก้ไปทำไม เดชาตวาดไม่หมดก็ต้องแก้เพราะมันเป็นหน้าที่ ต้องเชื่อพ่อทำตามที่พ่อบอก เลิกดื้อด้านอวดเก่ง ไม่อย่างนั้นจะโดนจับเข้าคุก

    “หึๆ คุกเหรอ...ไม่มีทางหรอก เพราะไอ้สุริเยนทร์มันจะไม่มีโอกาสได้ชี้เป็นชี้ตายใครอีก”

    เดชาตกใจลูกจะทำอะไร...ระหว่างนั้นเอกณัติสะกดรอยตามเสี่ยทะนงอย่างใกล้ชิด จนออกมานอกโรงแรม เสี่ยทะนงรู้ตัวให้สมุนซ้อมเขาจนสะบักสะบอม พอค้นตัวดูบัตรประจำตัวก็ตกตะลึงที่เขาคือ ร้อยตำรวจโทเอกณัติ เสี่ยทะนงเครียดเมื่อรู้ว่าถูกตำรวจตาม ต้องมีเรื่องยุ่งแน่...

    ทางด้านเคทเมื่อยอมลุกออกมาจากกลางสนาม ลออกุลีกุจอหายามาทารอยแผลเชือกมัดที่ข้อมือ เสือโคร่งช่วยหาแตงกวาและมะเขือเทศมาให้ลออพอกหน้าให้เคท...เคทโพล่งขึ้นจะไม่ทำให้น้องพีทรักสุริเยนทร์แล้ว เพราะเขาบ้าจนเกินเยียวยา ตนจะพาหลานหนี ทันใดมีเสียงเอะอะและเสียงม้าร้อง น้องพีทชอบม้ารีบวิ่งออกมาดู เจ้าอรุณรุ่งหลุดจากคอกมาอีก จ่ายักษ์กับพวกกำลังล้อมจับ เคทฉวยโอกาสนี้จะพาน้องพีทหนี ลออตาเหลือกที่เร็วเกินคาด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 19:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์