นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เคทภาวนาขอให้สุรีย์ช่วยให้น้องพีทข้ามรั้วไปไร่ปลายฟ้าได้อย่างรอดปลอดภัย ก่อนจะหันมามองสุริเยนทร์ที่ควบม้ามาถึงด้วยสายตาพร่าพราย เสียงเขาคำรามคิดว่าจะหนีรอดเหรอ ทำให้เคทฮึดตะกายตามน้องพีทแล้วปีนข้ามไปด้วย

    วิสุทธิ์กับพวกคนงานขี่รถเอทีวีมาถึง ประกาศกร้าว “คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายใครก็ตามที่อยู่ในเขตไร่ของผม”

    สุริเยนทร์ท้วงว่ามาเอาตัวหลานชาย เคทเถียงว่าน้องพีทเป็นหลานตน วิสุทธิ์สรุปความว่า ตอนนี้เคทและหลานอยู่ในเขตไร่ปลายฟ้า ถือเป็นแขกในไร่ ตนจำเป็นต้องปกป้อง สุริเยนทร์ควบม้ากระโดดข้ามรั้วเข้ามา ท้าจะทำอะไรตน จ่ายักษ์กับพวกตามมายืนชิดขอบรั้ว วิสุทธิ์กล่าว

    “ผมก็อยากรู้เหมือนกัน บางทีผมอาจจะใช้วิธีแบบที่พ่อคุณชอบทำก็ได้...ลอบกัด”

    สุริเยนทร์ท้าตนอยู่บนหลังม้าเหมือนตอนพ่อเขาตาย “ถ้านายอยากจะลอบกัดฉันแบบที่พ่อนายเจอมาก็เอาเลย แต่ถ้าไม่ทำ ก็อย่ามายุ่งกับคนของฉัน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

    ทันใดมีเสียงปืนดังปัง!สุริเยนทร์ร่วงตกจากหลังม้านอนแน่นิ่ง ทุกคนตกใจ วิสุทธิ์หันมองว่าใครยิง เพ็ญสิริ กับเสือโคร่งวิ่งมาถึงยืนตะลึง เคทกอดน้องพีทแน่น...

    บนต้นไม้ห่างออกมา คนร้ายถอดหมวกไหมพรมเผยให้เห็นว่าเป็นดำเกิง เขายิ้มมุมปาก “กู๊ดไนท์นายภู...”

    เอกณัติมาถึงตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า พลันหันมองทิศทางกระสุน เห็นต้นไม้ไหว จ้องมองเหมือนสบตากับคนร้ายเข้าพอดี จึงรีบวิ่งพรวดออกไป จ่ายักษ์สั่งบอดี้การ์ดดูแลเจ้านายแล้ววิ่งตามเอกณัติไป...ดำเกิงวิ่งหนีอย่างชำนาญทาง กระโดดข้ามรั้วกลับไปไร่ภูทับดาว ไปยังโกดังเก็บพืชผล โยนปืนและถอดเสื้อคลุมทิ้ง จงใจเอาหัวกระแทกเสาล้มลงร้องครวญคราง พอเอกณัติตามมาถึงก็ทำตัวเป็นคนงานซื่อบื้ออย่างเดิมชี้ว่า คนร้ายหนีไปทางนั้น จ่ายักษ์มาถึงเห็นดำเกิงก็ไม่เอะใจวิ่งตามเอกณัติต่อ จนมาหยุดที่หลังโกดัง เอกณัติจึงบอกว่า คนร้ายหนีไปได้

    ด้านสุริเยนทร์ เหล่าบอดี้การ์ดจะเข้าอุ้ม เขากลับยกมือห้ามแล้วค่อยๆยันกายลุกนั่ง ถอดเสื้อเกราะกันกระสุนออก วิสุทธิ์อึ้ง สุริเยนทร์เยาะ “หึ เพราะฉันรู้ว่าที่ภูทับดาวมีคนเกลียดฉันเยอะ เสียใจด้วยนะวิสุทธิ์ กระสุนไม่ทะลุ ฉันเลยไม่ตาย”

    “ทำไมพูดอย่างนี้” วิสุทธิ์สวน

    “เพราะศัตรูที่อยากให้ฉันตายมีอยู่คนเดียว เลิกใช้วิธีลอบกัดแล้วมาดวลกันอย่างลูกผู้ชายดีกว่าวิสุทธิ์...” วิสุทธิ์แย้งว่าไม่ได้ทำ สุริเยนทร์กราดเกรี้ยว “หยิบปืนขึ้นมา!”

    วิสุทธิ์ประชดถึงตนจะแค้นเขากับพ่อ แต่ไม่เคยใช้วิธีลอบกัดแบบที่พ่อเขาทำ ระดับตนต้องใช้วิธีหมาหมู่ สุริเยนทร์มองว่าพวกวิสุทธิ์มากกว่า เคทโวยจะทะเลาะอะไรกันตนไม่สนแต่มีเด็กอยู่ตรงนี้ช่วยเก็บปืนกันก่อนได้ไหม ทุกคนชะงักมองน้องพีทร้องไห้อย่างสงสาร แต่ทั้งวิสุทธิ์และสุริเยนทร์ก็ยังไม่ลดปืนที่จ่อกัน เคทเตือนสติ

    “คุณสุริเยนทร์ คุณกำลังคิดเองเออเองอยู่ คุณวิสุทธิ์ไม่ได้จ้างใครมาลอบยิงคุณ เพราะถ้าเขาจะฆ่าคุณ เขาไม่โง่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก วิถีกระสุนมาจากไร่ของตัวเองชัดขนาดนั้น ใครจะโง่ทำ”

    สุริเยนทร์คิดตาม เพ็ญสิริเสริมว่าอาจเป็นศัตรูคนอื่นที่ฉวยโอกาสให้ร้ายวิสุทธิ์ น้องพีทร้องไห้ไม่หยุด สุริเยนทร์สงสารหลานจึงลดปืนลงคว้ามือเคทให้กลับไปกับเขา วิสุทธิ์แย้ง

    “คุณเคทต้องอยู่ที่นี่ ถ้าใครจะพยายามบังคับขืนใจแขกของไร่ปลายฟ้า ผมก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวในพื้นที่ของผมเหมือนกัน”

    บอดี้การ์ดของสุริเยนทร์ยกปืนขึ้น คนของไร่ปลายฟ้ายกสวนพึ่บพั่บ วิสุทธิ์สั่งกร้าวให้ปล่อยมือเคท สุริเยนทร์ไม่ยอมอ้างน้องพีทเป็นหลานตน เคทบอกน้องพีทกลัวเขา ไม่อยากไปอยู่กับเขา น้องพีทร้องจ้าไม่ไปไม่ไป เคทเยาะว่าชัดไหม ต่อให้เขาเป็นญาติคนสุดท้าย น้องพีทก็ไม่เอาเขา ขนาดพี่สาวฝาแฝดมาขอร้องตรงหน้า เขายังปล่อยให้ตายได้ แล้วจะมาสนใจหลานทำไม หรือรู้สึกผิด...สุริเยนทร์อึ้งเจ็บปวดแต่ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ ประกาศกร้าว

    “ทานตะวัน เธออย่าคิดนะว่าจะมีใครคุ้มครองและพาเธอกับหลานฉันหนีออกไปจากภูทับดาวได้ เธอไม่มีวันหนีฉันพ้น ถ้าเธอก้าวเท้าออกมาจากไร่ปลายฟ้าเมื่อไหร่ ฉันจะเอาตัวเธอกลับไป” พูดจบสุริเยนทร์หันหลังกลับ บอดี้การ์ดและเสือโคร่งรีบตาม

    วิสุทธิ์บอกเคทไม่มีอะไรแล้ว แต่เธอกลับทรุดลงหมดสติด้วยพิษไข้

    ooooooo

    คำพูดของเคทยังก้องในหูสุริเยนทร์ ทำให้เขาหงุดหงิดจนไม่มีใครกล้าเข้าหน้า เขาเดินมาที่ห้องปิดตายหลังบ้านซึ่งเป็นที่ส่วนตัว ไม่รอที่จะไขกุญแจกลับถีบประตูโครมเข้าไปนั่งเก้าอี้มุมโปรด พยายามห้ามความสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

    ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้น วันที่แม่กับสุรีย์ทิ้งไป...วันที่พ่อขี่ม้าจากไป...เขาหันมาหยิบภาพถ่ายวัยรุ่นที่ถ่ายคู่กับรุจิรายิ้มแย้มสดใส น้ำตาคลอกับอดีตอันปวดร้าว เมื่อรุจิราขับรถจะออกไปจากไร่โวยว่า “ขิมจะไปจากที่นี่ พ่อจะบังคับให้ขิมแต่งงานกับภู แต่ขิมไม่แต่ง”

    สุริเยนทร์ในวัยรุ่นตวาดว่าเธอจะทิ้งเขาไปไม่ได้ พยายามจะเปิดประตูรถ แต่รุจิราไม่ยอม “ขิมจะไม่แต่งงานกับภู เข้าใจไหม ไม่รู้ตัวรึไงว่าภูเหมือนสัตว์ป่า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ควบคุมตัวเองไม่ได้ ขิมจะไม่ทนอยู่ให้ภูทำร้าย ต่อให้ภูบังคับเอาตัวขิมกลับไปได้ ขิมก็จะหนีอีก หนีไม่ได้ขิมก็จะยอมตาย เข้าใจไหม” สุริเยนทร์ว่าเขาไม่เคยคิดทำร้ายเธอ แต่เธอขอร้อง “ปล่อยขิมไปก็พอ ขิมไม่ได้รักภู ไม่มีวันรักด้วย”

    สุริเยนทร์ปวดร้าวกับอดีต แล้วยิ่งมาเจอคำพูดของเคท ยิ่งเหมือนตอกย้ำ ถึงกับน้ำตาร่วง

    ooooooo

    กลางดึก เคทตื่นขึ้นมางงๆเห็นน้องพีทนอนอยู่ข้างๆ เพ็ญสิริฟุบหลับอยู่ที่โซฟาจึงเรียกเบาๆเกรงหลานจะตื่น เพ็ญสิริสะดุ้ง...ลำดับเรื่องราวให้เคทฟัง พอเคทรู้ว่ายังอยู่ไร่ปลายฟ้าไม่ใช่บ้านที่กรุงเทพฯก็แปลกใจ เพ็ญสิริบอกคนของสุริเยนทร์ล้อมไร่ปลายฟ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง

    วิสุทธิ์ถือถาดยาเข้ามาบอกเคทว่านี่แหละเจ้าพ่อภูทับดาว...เอกณัติได้รับโทรศัพท์จากผู้การให้รีบกลับไปรายงานตัว เคทเข้ามาขอกลับด้วย วิสุทธิ์เตือนอย่าเพิ่งออกไป เคทไม่ยอม เชื่อว่ากลับกับตำรวจไม่มีใครกล้าจับตัว แต่เอกณัติกลับบอกว่า

    “พี่เพิ่งวางสายจากผู้การ มีคนโทร.ไปแจ้งว่าพี่มาอวดเบ่งบุกรุกบ้านภูทับดาว ผู้การเลยเรียกให้พี่กลับไปรายงานตัว...เคทคิดดูสิ ค่ำมืดอย่างนี้เขายังสายตรงถึงผู้บังคับบัญชาพี่ได้ พี่ว่าเคทอย่าเสี่ยงเลย”

    เคทอัดอั้นบ่นแล้วตนต้องอยู่อีกนานแค่ไหน เพ็ญสิริปลอบให้ใจเย็น ตนจะอยู่เป็นเพื่อน ให้เอกณัติกลับไปสืบหาฆาตกรที่ฆ่าสุรีย์ตัวจริงนพสิทธิ์จะได้ปลอดภัยด้วย เอกณัติรับปากจะไม่ทิ้งเคท จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ เคทสงบสติลงยอมรับความจริง เอกณัติยังกังวลใจเพราะดูออกว่าวิสุทธิ์สนใจเคท เพ็ญสิริรู้ใจรับรองจะช่วยดูแลเคทให้

    พอมีโอกาส เพ็ญสิริก็มาปรามวิสุทธิ์ไม่ให้คิดอะไรกับเคท วิสุทธิ์แย้งทำไมตนจะจีบเคทไม่ได้ ตนชอบผู้หญิงที่กล้าหาญไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความอยุติธรรมในสังคมแบบนี้

    “แล้วนายมีคุณสมบัติอะไรไม่ทราบ”

    “คุณสมบัติดีๆผมมีเยอะนะ ไม่เชื่อถามป๊าคุณดิ ทำไมถึงอยากได้ผมไปเป็นลูกเขย”

    เพ็ญสิริโมโหจะโวยกลับแต่เขาเดินหัวเราะเยาะออกไป เธอตามไปต่อรอง ถ้าอยากทำให้เพื่อนตนประทับใจต้องหาทางพาเธอกับหลานออกจากที่นี่ให้ได้ วิสุทธิ์บอกตนรู้ดีไม่ต้องห่วง เพ็ญสิริอดถามเรื่องพ่อเขาที่ตายไม่ได้ วิสุทธิ์โวยมาถามดื้อๆได้อย่างไร แล้วแกล้งถามกลับว่าสัดส่วนเธอเท่าไหร่ เธอโวยว่าเขาไม่มีมารยาท เขาตอกกลับว่าความรู้สึกเดียวกัน เธอเสียงอ่อนลง

    “ก็ถ้าสุริเยนทร์กับพ่อฆ่าพ่อนายจริง เราก็เอาเรื่องนี้มาแจ้งตำรวจหรือเอาไปฟ้องศาลเพื่อขอความคุ้มครองได้”

    วิสุทธิ์ไม่ตอบจะเดินหนี เคทเดินมาขอให้เขาเล่าเรื่องพ่อให้ฟัง วิสุทธิ์หน้าเสียทำไมสองสาวถามเรื่องเดียวกัน...เคทให้เหตุผลว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าสุริเยนทร์ผิดก็จะหมดคุณสมบัติในการเป็นผู้ปกครองน้องพีท เคทขอร้องให้เขาเล่าทั้งที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว วิสุทธิ์เดินออกมาหน้าบ้าน สองสาวตามออกมา เขาชี้ไปที่เนินที่ราบไกลลิบและบอกว่าพ่อตนโดนยิงตรงนั้น

    วิสุทธิ์เล่าเรื่องในอดีต...ว่าอาทิตย์พ่อของสุริเยนทร์รักผู้หญิงคนเดียวกับวิทย์ พ่อตน เธอชื่อโสภา อาทิตย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวโสภามาโดยไม่สนใจว่าเธอรักวิทย์ เขาใช้กำลังหักหาญและใช้อิทธิพลเอาตัวเธอไปเป็นเมีย กีดกันไม่ให้วิทย์ได้พบหน้าโสภาอีกเลยจนเธอตาย

    วิทย์พยายามหาข่าวการตายของโสภา แต่มันออกมาว่าเป็นอุบัติเหตุ วิทย์ไม่เชื่อค้นหาหลักฐานอยู่ 7 ปี ...วันหนึ่งวิสุทธิ์เห็นพ่อจะออกจากบ้านจึงถามจะไปไหน เผอิญบนฟ้ามีพระจันทร์ทรงกลด วิสุทธิ์ชี้ให้พ่อดู พ่อเอ็ดห้ามชี้จะมีคนตาย เขาใจหาย จึงแอบตามพ่อออกไป
    บนเนินราบที่วิทย์ขี่ม้าขึ้นไปพบอาทิตย์ วิสุทธิ์เห็นทั้งสองถกเถียงกันอยู่บนหลังม้า สักพักมีเสียงปืนดังปัง วิสุทธิ์รีบเข้าไปใกล้ เห็นพ่อฟุบตายบนหลังม้า ส่วนอาทิตย์ควบม้าหนีไป...

    เคทเห็นสีหน้าวิสุทธิ์เศร้าเสียใจ คิดว่าพ่อเขาต้องรู้อะไรมา วิสุทธิ์ส่ายหน้า “ผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันทำให้นายอาทิตย์ต้องยิงพ่อ อาจจะเป็นหลักฐานว่าเขาเป็นคนฆ่าน้าโสภาก็ได้ เพราะตั้งแต่วันนั้น นายอาทิตย์ก็หายตัวไปจากภูทับดาว ไม่มีใครเจอหน้าเขาอีก”

    เคทเจ็บใจที่คนมีเงินมีอำนาจหนีออกนอกประเทศได้ง่ายๆ แต่วิสุทธิ์คิดว่าอาทิตย์ยังอยู่ในไร่ภูทับดาวเพราะที่นั่นกว้างใหญ่มาก “คุณเคท ผมยอมรับว่าผมแค้นแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะฆ่าเขา ผมแค่ต้องการให้คนผิดได้รับโทษตามกฎหมาย ผมทำไร่เหมือนสุริเยนทร์ แต่ไม่เหมือนเขา”

    เพ็ญสิริหมั่นไส้ ทีตนถามแทบตายไม่บอก เคทถามทีเดียวเล่าหมดเปลือก...เคทถามเพื่อนว่ามีเบอร์แปลกๆโทร.เข้ามาบ้างไหม เพราะหวังว่านพสิทธิ์อาจโทร.เข้ามา เพ็ญสิริบอกไม่มี แล้วเตือนเคทว่าให้คิดในแง่ลบบ้าง เท่าที่ตนได้ยินมา นพสิทธิ์ทำตัวไม่ค่อยดี ติดการพนัน เป็นหนี้ไปทั่ว เคทยอมรับแต่ไม่เชื่อว่าพี่ชายจะฆ่าคนได้ เพ็ญสิริถามอีก แล้วเชื่อจริงหรือว่าวิสุทธิ์คิดแค่จะเอาตัวพ่อสุริเยนทร์ไปรับโทษทางกฎหมาย เคทชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า...เชื่อ

    ooooooo

    เป้าหมายที่เอกณัติตามพลาด ถูกคนของสุริเยนทร์เอาตัวมาได้ เขาเป็นเด็กเฝ้าบ่อน สุพลใช้หลักฐานความผิดของเขามาขู่ให้บอกว่านพสิทธิ์อยู่ที่ไหน

    เช้าวันใหม่ สุริเยนทร์ซ้อมการต่อสู้กับบอดี้การ์ด ก็พอดีม้าอรุณรุ่งหลุดจากคอก คนงานพยายามล้อมจับ สุริเยนทร์ยืนมองความพยศของมัน จ่ายักษ์รายงานว่าเจ้าอรุณรุ่งพังคอกออกมาหลายครั้งแล้วจะทำอย่างไรกับมันดี...จังหวะนั้นแขไขวิ่งเข้ามาโบกมือเรียกสุริเยนทร์ เธอสวมส้นสูงอยู่ในชุดราวนางแบบแคตวอล์ก ทันใดเจ้าอรุณรุ่งควบเข้าใส่ แขไขกรีดร้อง สุริเยนทร์คว้าปืนยาสลบจากสัตวบาลประจำไร่มายิงใส่อย่างแม่นยำ อรุณรุ่งเดินวนรอบตัวแขไข สุริเยนทร์กระโดดเข้าดึงตัวเธอหลบวิถีของม้าออกมาอย่างหวุดหวิด เธอปลาบปลื้มอยู่ในอ้อมกอดเขา

    ที่ไร่ปลายฟ้า เพ็ญสิริได้รับโทรศัพท์จากป๊าและม้า น้ำเสียงคิกคักดีใจที่รู้ว่าลูกอยู่ที่ไร่กับวิสุทธิ์ ถึงขนาดจะจุดธูปบอกบรรพบุรุษ เพ็ญสิริแปลกใจป๊าม้ารู้ได้อย่างไร ทำไมไม่ห่วงลูกสาวบ้าง พอวางสายจึงพุ่งไปหาวิสุทธิ์ตั้งใจจะต่อว่าที่เขาไปบอกป๊าม้าว่าเราคบกัน แต่พอเห็นเขากำลังทำพิซซ่าก็ชะงัก เขาถามเอาหน้าเยิ้มไหมกลับ ตอบว่าเอาเยิ้มแล้วนึกได้โวยเรื่องที่ตั้งใจ เขาพูดไปแต่งหน้าพิซซ่าไปว่าไม่อยากให้เธอโดนป๊าม้าพาคนมาสอยลงจากคานอีก เพ็ญสิริหน้าตึง

    ทางไร่ภูทับดาว เดชาวิ่งเข้ามาด้วยเป็นห่วงแขไข ขอบใจสุริเยนทร์ที่ช่วยแต่ก็ตำหนิลูกสาวอย่าทำอะไรให้คนอื่นเดือดร้อนอีก...สุริเยนทร์มาลูบต้นคออรุณรุ่ง มันสงบลงและมองเขาเหมือนเจอคนที่รักมัน สุริเยนทร์คิดถึงวันที่พ่อขี่อรุณรุ่งออกไปแล้วไม่กลับมาอีก รู้สึกเจ็บปวดที่โดนทอดทิ้งแล้วคิดว่าเจ้าอรุณรุ่งก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

    แขไขซื้อเสื้อแจ็กเกตแบรนด์รุจิรามาฝากสุริเยนทร์ ย้ำว่าซื้อเองไม่ได้ขอพี่สาวมา เดชาเกรงจะทำให้สุริเยนทร์สะเทือนใจ แขไขกลับบอกว่า “ทำไมล่ะคะ ก็แบรนด์รุจิรากำลังฮอตมาก แล้วสไตล์มันก็ดูเหมาะกับพี่ภู และพี่ภูก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่ขิมแล้วนี่ ใช่ไหมคะ”

    สุริเยนทร์บอกตนไม่มีปัญหากับเสื้อผ้า แต่มีปัญหากับการที่เธอเอาชื่อรุจิรามาวนเวียนในชีวิตมากกว่า แขไขว่าอยากให้เขาเลิกรักพี่สาวตนจะได้มีโอกาสบ้าง เดชาอายแทนความชัดเจนของลูกแต่ถ้าเป็นไปได้ก็คงดี พอดีจ่ายักษ์เข้ามากระซิบ สุริเยนทร์จึงขอตัว แขไขจะตามถ้าไม่ให้ตาม เขาก็ต้องสวมเสื้อที่ซื้อมาฝาก สุริเยนทร์ดึงเสื้อมาสวมถามพอใจหรือยังแล้วเดินออกไป

    เสือโคร่งโทร.รายงานวิสุทธิ์ว่าสุริเยนทร์กับพวกออกไปไหนไม่รู้ดูผิดปกติ ระหว่างคุยโทรศัพท์ สุริเยนทร์เดินกลับมา เสือโคร่งชะงักไม่กล้าคุยต่อกลัวเจ้านายรู้ว่าตนเป็นสายให้วิสุทธิ์ สุริเยนทร์มองๆไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เดินผ่านไป ประจวบกับคนของไร่ภูทับดาวถอนทัพไปจากไร่ปลายฟ้าหมด วิสุทธิ์รู้สึกไม่ชอบมาพากลแน่ ทันใดเห็นเพ็ญสิริกับเคทจูงน้องพีทขึ้นรถ ก็ตกใจเกรงสองสาวจะกลับกรุงเทพฯ อาจเป็นแผนล่อให้เคท

    ออกจากไร่ปลายฟ้าก็เป็นได้ จึงรีบมาห้าม แต่เพ็ญสิริดื้อดึงจะไปให้ได้ เคทกล่าวขอบคุณกับความช่วยเหลือทั้งหมดของเขา

    พอรถเพ็ญสิริแล่นพ้นจากไร่ปลายฟ้า มือถือก็ดังขึ้น เพ็ญสิริรับสายแล้วแปลกใจ เมื่อสุริเยนทร์บอกว่าจะส่งคลิปเด็ดให้ สองสาวตกใจเกรงเขาเป็นพวกโรคจิต...แต่พอมีคลิปเข้ามากลับเป็นภาพนพสิทธิ์เดินอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง แม้จะแต่งตัวสวมหมวกพรางหน้าแต่กล้องก็จับหน้าได้ เคทตกใจรีบโทร.กลับไปถามสุริเยนทร์จะทำอะไรพี่ชายตน

    “หึๆ มาหาฉันสิ ฉันมีอะไรเด็ดๆอยากอวดเธออีกเยอะ” สุริเยนทร์หัวเราะเยาะ

    ด้านเอกณัติถูกผู้การสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับไร่ภูทับดาวเด็ดขาด เขาหงุดหงิดมาก ไม่ทันไรเพ็ญสิริส่งคลิปที่ได้ จากสุริเยนทร์มาให้ เขายิ่งเครียดจะต้องทำอะไรสักอย่าง...

    ส่วนเคทเป็นห่วงนพสิทธิ์มากจึงฝากน้องพีทไว้กับเพ็ญสิริ เพ็ญสิริห้ามอย่าไปหาสุริเยนทร์แต่เคทไม่เชื่อ เมื่อเคทลงจากรถเดินไปที่รถสุริเยนทร์ที่จอดอีกฝั่ง จ่ายักษ์เปิดประตูให้ขึ้นไปบนรถ เธอไม่ยอมขอให้สุริเยนทร์ลงมา จ่ายักษ์เสียงเข้มว่าตอนนี้เธอไม่มีอำนาจมาต่อรอง

    เคทถามสุริเยนทร์ว่านพสิทธิ์อยู่ที่ไหน เขาตอบว่าอยู่หัวหิน คนของตนตามถ่ายทอดสดอยู่ ทันใดเคทก็เห็นภาพนพสิทธิ์ถูกคนของสุริเยนทร์สามคนรุมล้อม เกิดการต่อสู้ นพสิทธิ์สู้ไม่ได้ เคทร้องขอให้หยุด สุริเยนทร์บอก “ไม่ต้องห่วง ฉันกำชับไปแล้วว่าอย่าใช้ปืน เพราะฉะนั้นพี่ชายเธอไม่โป้งเดียวจอดแน่...มันจะต้องเจอมากกว่านั้น”

    ภาพในจอแท็บเล็ตเห็นนพสิทธิ์ถูกซ้อมสะบักสะบอม เคทตวาดถามต้องการอะไร บอกมาเลยตนยอมทุกอย่าง แต่ขอให้ปล่อยพี่ชายตนให้เป็นไปตามกฎหมาย สุริเยนทร์เยาะ

    “ยอมได้แล้วเหรอ ยอมตอนนี้มันสายไปแล้ว...ออกรถ”

    คนรถเคลื่อนรถออก เคทโวยวายจะพาตนไปไหน เขาบอกว่าจะพาไปเจอพี่ชายเป็นครั้งสุดท้าย เคทตกใจ... น้องพีทร้องไห้จ้าเมื่อเห็นเคทถูกพาตัวไป เพ็ญสิริจะขับรถตาม แต่วิสุทธิ์เข้ามาเคาะกระจก แล้วเปิดประตูออกดันเธอขยับไปข้างๆ ต่อว่าทำไมปล่อยเพื่อนไปกับสุริเยนทร์ว่าแล้วก็ออกรถพรืด เพ็ญสิริหงายเงิบพิงเบาะไม่ทันเถียง

    ในรถ เคทถามสุริเยนทร์ต้องการอะไรอีกในเมื่อตนยอมแล้ว เขาเยาะ “ฉันให้โอกาสเธอเลือกแล้วแต่เธอไม่เลือกเอง ตอนนี้จะมายอมงั้นเหรอ อย่ายอมสิ อวดดีต่อไปก่อน...ดู! ดูว่าพี่ชายเธอมันต้องเจออะไรบ้าง”

    เคทเห็นภาพนพสิทธิ์กระเสือกกระสนหนี แต่คนของสุริเยนทร์ตามซ้อมด้วยท่าทางสนุกสะใจ เคทน้ำตาร่วงขอร้องให้เลิกทำร้ายพี่ชายตนเสียที ตนยอมทำทุกอย่างแล้ว สุริเยนทร์ยิ้มเหี้ยม นพสิทธิ์ถูกจับให้เงยหน้ามองกล้อง สุริเยนทร์กดปุ่มกรอกเสียงถามว่าฆ่าสุรีย์ทำไม... นพสิทธิ์ส่ายหน้าไม่ได้ทำ

    สุริเยนทร์ตะคอกถามซ้ำ นพสิทธิ์ก็ตอบเหมือนเดิมว่าไม่ได้ฆ่า สุริเยนทร์โกรธจัดสั่งลูกน้องหักแขน เคทร้องลั่น อย่าทำอะไรพี่ชายตน บ้านเมืองมีขื่อมีแป เขาคว้าแขนเธอมาชิด “งั้นเธอรอดู ว่าฉันมีสิทธิ์หรือไม่มี...”

    นพสิทธิ์ได้ยินเสียงเคทก็ร้องออกมา “พวกแกทำอะไรน้องสาวฉัน ยัยเคทไม่เกี่ยว...” เสียงเคทขอร้องสุริเยนทร์ให้ปล่อยพี่ชาย นพสิทธิ์จึงได้ยินชื่อโวยวายออกมา “สุริเยนทร์! แกคือสุริเยนทร์เหรอ แก...แกนั่นแหละคือฆาตกร สุริเยนทร์...แกคือคนสั่งฆ่าสุรีย์!”

    เคทผงะหันมองหน้าสุริเยนทร์ สุพลกับจ่ายักษ์งงที่นพสิทธิ์พูดแบบนั้น คนของสุริเยนทร์กดหน้านพสิทธิ์ลงพื้นถนน แล้วบิดแขนไปข้างหลัง เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด บอกว่าตนพูดความจริง ลูกน้องถามจะให้จัดการเลยไหม เคทร้องห้ามและขู่ “อย่านะ ถ้าคุณทำอะไรพี่นพ ฉันจะพาน้องพีทหนีไปให้ไกลจากคุณที่สุด คุณจะไม่มีวันได้เจอน้องพีทอีกเลย”

    มีเสียงปังๆ! ดังออกมาจากจอ เคทกับสุริเยนทร์ตกใจมอง เห็นชายสวมหมวกกันน็อกยิงสมุนของสุริเยนทร์ที่ขาล้มลงทีละคน แล้วเข้ามาดึงตัวนพสิทธิ์ให้ไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขี่พาหนีออกไปได้...สุริเยนทร์กราดเกรี้ยวว่ามันเป็นใคร สุพลและจ่ายักษ์ส่ายหน้าเหวอๆ เคทได้โอกาสกัดมือสุริเยนทร์ที่จับแขนอยู่แล้วเปิดประตูลงจากรถวิ่งหนี รถเพ็ญสิริแล่นมาทันจอด

    สุริเยนทร์วิ่งตามขู่ลั่น “ทานตะวัน! ถ้าเธอไป พี่ชายเธอตาย ถึงมันจะหนีรอดไปได้ แต่ฉันจะตามล่าตัวมันแล้วจะฆ่ามันให้ตาย”

    เคทชะงักครุ่นคิด เพ็ญสิริเรียกเคทให้ขึ้นรถ จ่ายักษ์กับสุพลยกปืนห้ามวิสุทธิ์เข้าหาเคท วิสุทธิ์ชักปืนสวน “ก็แลกกันสิวะ!”

    น้องพีทร้องไห้วิ่งฝ่าทุกคนไปกอดเคท เธอปลอบหลานแล้วหันไปถามสุริเยนทร์ต้องการอะไร เขาเสียงเข้มสั่ง “ไปอยู่กับฉัน ไปเลี้ยงน้องพีทให้ฉันที่ไร่ภูทับดาว แล้วฉันจะปล่อยพี่ชายเธอให้ตำรวจจัดการตามกฎหมาย แต่ถ้าเธอไม่ไป เธอจะไม่ได้เจอทั้งพี่ชายและหลานชายอีกเลย”

    เพ็ญสิริเห็นสายตาอึดอัดใจของเคทก็เดาได้ว่าเพื่อนจะยอมไปกับสุริเยนทร์ จึงร้องบอกอย่าไป วิสุทธิ์ช่วยห้าม แต่เคทตัดสินใจก้มบอกน้องพีท อย่ากลัว แล้วจูงหลานมาหาสุริเยนทร์พร้อมกล่าว ถ้าเขาผิดคำพูด ตนจะพาน้องพีทหนีไป เพ็ญสิริร้องเรียกเคทสุดเสียง

    ด้านนพสิทธิ์ถูกพามาที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง เขายังหวาดหวั่นว่าคนที่ช่วยมาดีหรือร้าย จึงถามออกไปว่าแกเป็นใครหรือใครส่งแกมา...ชายคนนั้นถอดหมวกกันน็อก ออกถามยียวน คิดดูสิ

    “ฮ้า! เสี่ยทะนง! เสี่ยทะนงให้แกมาจับฉันใช่ไหม”

    เอกณัติก้าวเข้ามาถามใครคือเสี่ยทะนง นพสิทธิ์ตะลึงจำได้ว่าเขาเป็นเพื่อนเคท แต่ยังระแวงไม่ยอมปริปากว่าใครคือเสี่ยทะนง...เอกณัติเอากล่องยามาให้ทำแผลแล้วพยายามถามว่าเสี่ยทะนงเป็นใคร นพสิทธิ์ตอบกวนๆ ว่าเป็นเจ้าหนี้โต๊ะบอลที่ตนติดหนี้ ไม่ได้รู้จักอะไรมาก

    “พี่นพ...ผมรับปากเคทแล้วว่าจะช่วยพี่ จะไม่ให้พี่ตกเป็นแพะรับบาปในความผิดที่ไม่ได้ก่อ เพราะฉะนั้นพี่ต้องไว้ใจผม และบอกผมมาทุกเรื่อง ไม่อย่างนั้นผมจะช่วยอะไรพี่ไม่ได้ แล้วทำไมวันนี้พี่ถึงโผล่มาให้คนพวกนั้นไล่กระทืบได้”

    “ก็ฉันนัดผู้ใหญ่ท่านนึง เขาบอกว่าจะช่วยเคลียร์ปัญหาให้ฉัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนของไอ้สุริเยนทร์” เอกณัติซักคือใคร นพสิทธิ์ปฏิเสธไม่รู้ “เฮ้ย นายไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอก สิ่งที่นายต้องรู้ก็คือ ฉันไม่ได้ฆ่าสุรีย์ คนที่สั่งฆ่าสุรีย์คือนายสุริเยนทร์”

    เอกณัติตกใจ นพสิทธิ์ย้ำว่าสุริเยนทร์สั่งฆ่าพี่สาวฝาแฝด เอกณัติอ้าปากค้างงุนงง

    ooooooo

    มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งปิดล้อมถนนไม่ยอมให้คนงานเข้ามาดูดทรายในพื้นที่ออกไป เพราะเป็นที่สาธารณะ พวกเขาไม่เชื่อว่าบริษัทนี้จะได้สัมปทาน คฑาวุธมาไกล่เกลี่ยในฐานะ ส.ส. แต่ชาวบ้านยังโห่ร้องไม่เชื่อใจเขา ไม่ยอมสลายตัวจนกว่านายภูของพวกเขาจะมาให้คำตอบ

    คฑาวุธยิ่งแค้นใจเก็บความไม่พอใจมาระเบิดที่บ้าน มาถึงเห็นเดชากับแขไขกำลังคุยกันเรื่องที่แขไขพยายามแต่งตัวแบบรุจิรา คฑาวุธถากถางทันทีว่า

    “อยากจะให้ไอ้ภูมันรักล่ะสิ ต่อให้แกไปทำหน้าให้เหมือนยัยขิม มันก็ไม่รักแก”

    แขไขร้องกรี๊ด เดชาปรามแล้วถามลูกชายไปโมโหอะไรมา คฑาวุธระเบิดอารมณ์ว่าชาวบ้านไม่เห็นหัวตน มีปัญหาอะไรก็ร้องเรียกแต่นายภูๆ แล้วจะเลือกตนมาเป็นตัวแทนทำไม

    “หึ ไม่รู้จริงเหรอ ว่าชาวบ้านไม่ได้อยากเลือกพี่เลยสักนิด เขาอยากเลือกพี่ภู” แขไขเยาะ

    เดชาเอ็ดแขไขให้หยุดแล้วบอกคฑาวุธว่าให้ตั้งใจทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ สักวันชาวบ้านจะต้องยอมรับ แต่อย่าแข่งบารมีกับสุริเยนทร์เพราะไม่มีวันสู้เขาได้ คฑาวุธยิ่งปรี๊ด

    “พ่อก็ดีแต่ยกย่องมันแล้วดูถูกลูกตัวเอง ผมก็เก่งนะพ่อ ผมจะไม่ยอมเป็นร่างทรงของไอ้ภู พ่อคอยดูแล้วกัน” พูดจบเดินฉุนเฉียวออกไปหน้าบ้าน กดโทรศัพท์สั่ง “ฉันให้โอกาสแกแก้ตัวอีกครั้ง จัดการไอ้ภูซะ แล้วถ้าครั้งนี้แกยังทำไม่สำเร็จอีก ก็เตรียมรับศพลูกเมียแกได้เลย”

    เดชาตามออกมาเห็นถามคุยกับใคร คฑาวุธตอบว่าลูกน้อง เดชาหวั่นใจจะทำอะไรอีก เขาบอกพ่อไม่ต้องยุ่ง เดชาเตือน “พ่อบอกแล้วไงว่านายอาทิตย์กับนายภู พ่อลูกคู่นี้มีบุญคุณกับเรามาก ลูกจะอกตัญญูไม่ได้ ถ้าไม่มีนายภู ลูกก็ไม่มีวันนี้หรอก”

    “ไม่มีมัน ผมจะไปไกลยิ่งกว่านี้ต่างหาก แล้วพ่อคอยดู” คฑาวุธสวนเสียงกร้าว...

    คืนนั้น สุริเยนทร์พาเคทกับน้องพีทมาพักที่บ้านสุรีย์ สั่งคืนนี้ให้เก็บข้าวของที่จำเป็นไว้ พรุ่งนี้เช้าจะรับกลับภูทับดาว เคทขอกลับหลังงานศพสุรีย์ เขาเสียงเข้มว่าพรุ่งนี้เช้า แล้วกลับขึ้นรถออกไปโดยให้จ่ายักษ์กับสมุนจำนวนหนึ่งอยู่เฝ้า

    จ่ายักษ์บอกเคทให้นอนพักให้สบาย เธอกลับไล่เขาให้ออกไปจากบ้าน เขาจึงสวนว่า “ขอโทษนะครับ ตามพินัยกรรม บ้านหลังนี้เป็นของคุณพีทซึ่งอยู่ในความอุปการะของนายภู คุณเป็นแค่ผู้ขออาศัย เอาสิทธิ์อะไรมาสั่งครับ”

    เคทอึ้งเจ็บใจ พอดีเพ็ญสิริกับวิสุทธิ์ตามมาถึง เพ็ญสิริร้องลั่นจะทำอะไรเพื่อนตนและไล่จ่ายักษ์ให้ออกไปห่างๆ เคทจูงน้องพีทมาให้ลออพาไปอาบน้ำและหาอะไรให้ทาน อย่าเพิ่งถามใดๆ พอคล้อยหลังลออกับน้องพีท วิสุทธิ์รีบถามเป็นอะไรหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่เป็นอะไรไม่ต้องห่วง เพ็ญสิริดันวิสุทธิ์ให้กลับบ้านไป เคทหันมาหาโผกอดเพ็ญสิริร้องไห้อย่างอัดอั้นเต็มประดา เธอตกตะลึงกอดปลอบเพื่อนอย่างเข้าใจว่าที่ผ่านมาทำเป็นเก่งกล้าแต่ลึกๆแล้ว...กลัว

    ด้านเอกณัติพยายามคาดคั้นนพสิทธิ์ รู้ได้อย่างไรว่าสุริเยนทร์สั่งฆ่าสุรีย์ ตนจะเชื่อได้ต้องมีหลักฐาน ตนพร้อมช่วยเขาแต่เขาต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมด นพสิทธิ์ยังไม่ไว้ใจเอกณัติแม้จะเป็นเพื่อนกับเคท เพราะสุริเยนทร์มีอิทธิพลคับบ้านคับเมือง มีเส้นสายทุกวงการ เขาต้องการความมั่นใจก่อนว่าผู้บังคับบัญชาของเอกณัติ จะไม่จับเขาเข้าคุกเพื่อสร้างผลงาน เขาต่อรองจะไม่เข้ากระบวนการตามกฎหมาย จนกว่าจะหาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ได้ก่อน

    “ถ้าพี่ไม่เข้ากระบวนการแล้วผมจะช่วยพี่ได้ไง มันเท่ากับผมช่วยผู้ต้องหา มีความผิดนะ พี่นพ...ถ้าผมไม่ได้คิดจะช่วยพี่จริงๆ ผมปล่อยให้คนของไอ้สุริเยนทร์ลากพี่ไปกระทืบแล้ว เชื่อผม ให้ตำรวจดูแลแล้วผมสัญญาว่าจะให้ความยุติธรรมกับพี่ด้วยเกียรติของผมและพี่ต้องเชื่อผม”

    นพสิทธิ์ชั่งใจ ขอให้เอกณัติต่อสายให้คุยกับเคทก่อน... ระหว่างนั้น เพ็ญสิริกำลังปลอบโยนเคท วิสุทธิ์รับปากจะช่วยเธอทุกทาง เพ็ญสิริหมั่นไส้ดักคอคิดจะทำคะแนนเขาร้องเฮ้ย...

    “ทำไม! กล้ารู้สึกแต่ไม่กล้ายอมรับเหรอ ไม่แมนเลย เคท แกไม่ต้องไปสนใจเลย ไม่ได้ครึ่งของพี่หมวดเอก...”

    วิสุทธิ์จะแย้งแต่มือถือเพ็ญสิริดังขัด เอกณัติโทร.เข้ามาขอคุยกับเคท เพื่อบอกเธอว่านพสิทธิ์อยู่กับเขาปลอดภัยดี แต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ เคทดีใจมากแต่แล้วต้องตกใจ เมื่อได้ยินเอกณัติร้องลั่นเพราะเห็นนพสิทธิ์วิ่งหนีออกไปจากเซฟเฮาส์...เคทหน้าเครียดเดินจ้ำมาเก็บเสื้อผ้า เพ็ญสิริให้ใจเย็น เคทว่าตนจะไม่ยอมให้น้องพีทต้องเสียพ่อไปอีกคน เพ็ญสิริท้วง

    “แล้วแกจะพาน้องพีทไปอยู่ไร่ภูทับดาว แลกกับการที่เขาจะเลิกตามล่าพี่นพงั้นเหรอ คำพูดเจ้าพ่อเชื่อได้เหรอ ถ้าเขาอยากจะฆ่าพี่นพ คิดว่าเขาจะแคร์ข้อตกลงที่ให้แกไว้เหรอ”

    เคทสวนตนมีทางเลือกหรือ วิสุทธิ์เข้ามาบอกว่า ถ้าสุริเยนทร์รับปากแล้วเขาไม่มีวันผิดคำพูดแน่ เขาเป็นเจ้าพ่อมีศักดิ์ศรีและเคารพในตัวเอง เพ็ญสิริหาว่าวิสุทธิ์พูดทำคะแนนให้ตัวเอง

    “ไม่ใช่จะทำคะแนน ผมแค่จะบอกว่าสุริเยนทร์ที่ผมรู้จักเป็นยังไง เขาไม่กล้าทำร้ายหลานตัวเองหรอก ไม่งั้นเขาคงไม่ยื่นข้อเสนอให้คุณเคทไปอยู่ไร่กับเขา แต่นี่เขาต้องการคุณเคท เขารู้ดีว่าเขาจัดการน้องพีทไม่ได้ เด็กคนนี้เกินกำลังเขา”

    “ฉันจะไปเลี้ยงน้องพีทให้เขา ถ่วงเวลาไม่ให้เขายุ่งกับพี่นพ แล้วระหว่างนั้นฉันก็จะแอบหาหลักฐานความชั่วที่เขาทำเอาไว้ คนอย่างเขาต้องมีเรื่องชั่วเยอะแน่ อาจจะเคยโกงหรือทำเรื่องผิดกฎหมาย หรือไม่ก็เรื่องที่เขาสั่งฆ่าพี่สุรีย์ หรือเรื่องที่นายอาทิตย์พ่อของเขากบดานอยู่ก็ได้”

    เพ็ญสิริตะลึงที่เพื่อนต้องบ้าไปแล้วแน่ เคทว่าบ้าก็ต้องบ้า นี่เป็นทางเดียวที่จะจัดการเขาได้ แล้วเคทก็ขอร้องให้วิสุทธิ์ช่วยไปส่งเพ็ญสิริที่บ้านให้ที วิสุทธิ์ดึงเพ็ญสิริออกมา เธอโวยวายหาว่าเขาไม่คิดจะช่วยเคทแต่หวังประโยชน์ให้เธอสืบเรื่องการตายของพ่อตัวเอง วิสุทธิ์ยัวะ

    “ผมเสียพ่อไปแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียเพิ่มอีก แต่ชีวิตพี่ชายเพื่อนคุณกับน้องพีทยังมีอยู่ ถ้าคิดว่าการรักเพื่อนมากของคุณมันมีประโยชน์ช่วยรักษาชีวิตคนได้ ก็ไปเลย แต่ผม...ผมจะสนับสนุนเพื่อนคุณ จะช่วยทุกอย่างที่เพื่อนคุณต้องการ เพราะผมมันเห็นแก่ตัว”

    เพ็ญสิริชะงักมองหน้าวิสุทธิ์ ลึกๆในใจเห็นจริงอย่างที่เขาว่า แต่วางฟอร์มไม่ยอมเชื่อ

    ooooooo

    หลังจากส่งเคทที่บ้านสุรีย์แล้ว สุริเยนทร์ก็ให้สุพลขับรถพามาจอดหน้าร้านรุจิรา เขานั่งในรถมองผ่านกระจกเข้าไปในร้าน เห็นคนในร้านทำงานกันวุ่นวาย สุพลเหลือบมองทางกระจกมองหลังอย่างเข้าใจความรู้สึกนาย แต่ก็ต้องแทรกเรื่องงาน

    “เอ่อ...เรื่องนพสิทธิ์บอกว่านายคือคนสั่งฆ่าคุณสุรีย์ ผมไม่รู้ว่านพสิทธิ์คิดเล่นตลกอะไรร่วมมือกับใคร แต่ที่แน่ๆมีคนพยายามจะทำให้คดีคุณสุรีย์กลายเป็นความผิดของนาย นายต้องรีบจัดการนะครับ” เห็นสุริเยนทร์เฝ้ามองรุจิราเครียดๆ จึงเปลี่ยนว่าจะไปลองสืบดูแล้วกัน

    สักพักรุจิรากำลังเดินยิ้มแย้มคุยโทรศัพท์ออกมาจากร้าน สุพลถามจะเข้าไปเจอไหม เขาส่ายหน้า สุพล จึงบอกว่าเหมือนทุกครั้ง ไม่ได้อยากเจอแค่มาดักรอเฉยๆ สุริเยนทร์จ้องตาดุ สุพลจ๋อยรู้สึกเห็นใจเจ้านาย สุริเยนทร์สั่งสุพลกลับ เขาถอยรถ จังหวะนั้นมีรถแล่นมาจะจอดเสียบข้างๆ ทำให้สุพลถอยชน คนขับเป็นชายหนุ่ม หล่อลงมาโวยวาย สุพลลดกระจกลง กล่าวขอโทษและส่งนามบัตรให้ บอกให้ประกันไปเคลียร์ได้เลย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมโวยวายให้ลงมารับผิดและขอโทษ รุจิราได้ยินเสียงเอะอะรีบเข้ามาเกาะแขนชายหนุ่ม แต่พอเห็นหน้าสุพลก็ตกใจรู้ว่าในรถมีใครนั่งอยู่ รีบดึงวิน แฟนหนุ่มให้หยุดโวยวาย

    สุริเยนทร์เห็นรุจิราดึงวินให้ออกห่างก็เปิดประตูรถลงมาถาม “ขิม...คุณกลัวผมเหรอ”

    “อย่า! อย่าเข้ามา ภูมาทำไม ต้องการอะไร”

    วินแปลกใจที่ทั้งสองรู้จักกัน รุจิรารีบบอกสุริเยนทร์ ว่าตนมีแฟนแล้ว เรากำลังศึกษากันอยู่ ให้เขาเลิกวนเวียนในชีวิตตนเสียที ตนต้องการมีชีวิตที่ปกติ สงสารตนเถิด สุริเยนทร์เจ็บปวดใจถามทำไมต้องกลัวขนาดนี้...วินโวยขึ้นมาอีกจะให้ขอโทษ สุริเยนทร์ไม่สนใจหันกลับจะขึ้นรถ วินเข้ากระชากแขน สุริเยนทร์มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันที หันกลับมาปัดมือแล้วเหวี่ยงวินลงกดที่พื้นด้วยเข่าและมือ รุจิราร้องลั่น สุพลรีบเข้ามาเตือนสติสุริเยนทร์

    รุจิราคว้ากระถางฟาดใส่หลังเขาเต็มๆตวาด “ดู! ดูสิ่งที่ภูทำ!นี่ไง ทำให้ขิมต้องกลัวภู เพราะภูมันบ้า ทำร้ายทุกคนที่อยู่ใกล้ ขิมหนีจากภูทับดาวมาถึงนี่แล้ว ภูจะตามมาอีกทำไม ไป...ไปไหนก็ไป ไม่ต้องมายุ่งกับขิมอีก ขิมไม่อยากเห็นหน้าภู ไป!”

    สุริเยนทร์เจ็บปวดถอยหลังเดินหนี สุพลจะถอยรถตามแต่รถวินยังขวางเลยวิ่งตาม...ฟ้ามืดครึ้ม

    สุริเยนทร์เดินไปตามทาง เสียงและสีหน้าแววตารุจิรายังตามหลอกหลอนจนเขาต้องหยุดทรุดลงเจ็บปวดตัวสั่น เครียดชกพื้นไม่ยั้ง สุพลตามมายืนมองห่างๆได้แต่สงสารเจ้านาย

    เมื่อตัดสินใจแล้ว เคทก็เก็บเสื้อผ้าและของจำเป็นใส่กระเป๋า มองหุ่นเสื้อผลงานที่ทำค้างไว้อย่างเศร้าๆ จำใจทิ้งผลงานและการเรียนไว้ก่อน ลออลากกระเป๋าน้องพีทเข้ามา รู้สึกเห็นใจเธอมากที่เธอต้องเสียสละทิ้งความฝันเพื่อหลาน ทันใดเสียงน้องพีทร้องไห้เรียกแม่ เคทกับลออรีบวิ่งมาที่ห้อง น้องพีทนั่งร้องไห้บนเตียงชี้ไปที่ประตูระเบียง บอกว่าแม่มาหา แม่บอกให้เป็นเด็กดีเชื่อฟังอาเคท หนูน้อยกอดเคทถาม ตนจะไม่ได้เจอแม่อีกแล้วใช่ไหม เคทอึ้งพูดไม่ออก

    ด้านเพ็ญสิริพอกลับถึงบ้าน ป๊ากับม้ารีบมาต้อนรับ วิสุทธิ์ต้องแสดงให้เห็นว่าเป็นแฟนกับเพ็ญสิริอย่างสวีตหวาน ป๊าม้าชอบใจชวนวิสุทธิ์พักที่บ้าน จัดห้องหับให้นอน พูดเป็นนัยๆว่าพรุ่งนี้ให้ตื่นเช้าๆจะมีแขกมาบ้าน ทั้งสองงวยงง วิสุทธิ์ถามคนที่มาเกี่ยวอะไรกับตน ป๊าม้าตอบพร้อมกันเสียงสูง

    “ไม่มี้...ไม่เกี๊ยว...”

    “ป๊าม้าทำตัวมีพิรุธ มีเรื่องอะไรปกปิดหนูอยู่ใช่ไหมคะ” เห็นทั้งสองสะดุ้ง “นั่นไงมีแน่ๆ ตอบมา เจ้าฟังอยู่ห้ามโกหก”

    ป๊ากับม้ารีบแยกย้ายกัน ม้าดึงเพ็ญสิริไปห้อง ป๊าพาวิสุทธิ์ไปห้องพัก ทั้งสองต่างซักไซ้ป๊ากับม้าเหมือนกัน ป๊ากับม้าเลี่ยงไม่ตอบแล้วกำชับให้นอนไวๆจะได้มีแรง ยิ่งทำให้ทั้งสองสงสัย...

    กลางดึก สุริเยนทร์มาบ้านสุรีย์ นั่งจมความมืดอยู่บนโซฟา สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทุกคนทิ้งไป ภาพในอดีตผุดขึ้นทำร้ายจิตใจมากขึ้น เขายิ่งเครียดเก็บกด ทันใดเสียงเคทดังเข้ามาว่าใครอยู่ตรงนั้น สุริเยนทร์แววตากลับมากร้าวหันมอง เคทเห็นเขาก็ตกใจถามเขามาทำอะไรตรงนั้น ท่าทางเธอระวังตัวแจ เหมือนตอกย้ำความเจ็บปวดของเขาเข้าไปอีก

    “กลัวเหรอ...กลัวฉันเหรอ”

    เคทถอยปากก็บอกไม่ได้กลัวแต่ห้ามเขาเข้ามาใกล้ สุริเยนทร์เดินต้อน เธอร้องลั่นจะทำอะไร เขาไล่ตามถาม “ทำไมต้องกลัว ทำไม! ฉันถามว่าทำไม!” เคทคว้าแจกันใกล้มือฟาด เขาจับมือเธอไว้ทัน “ฉันมีอะไรน่ากลัว หา! ฉันมีอะไรน่ากลัว” สุริเยนทร์ตวาดถาม

    เคทสะบัดมือออกแล้วฟาดแจกันลงหัวเขาเปรี้ยง...เลือดที่หัวเขาไหลออกมา เคทตกใจวิ่งหนีขึ้นบันได เขาตามตะครุบตัวเธอดันให้นอนพาดขั้นบันได เอาตัวคร่อม ถามย้ำด้วยเสียงกร้าว

    “มองหน้าฉัน แล้วตอบฉัน ทำไมต้องกลัวฉัน!”

    เคทปัดป่ายตบหน้าเขาเพียะ สุริเยนทร์โกรธเงื้อมือขึ้นแล้วชะงักค้าง มองท่าทางหวาดกลัวของเคทด้วยความสะเทือนใจ ถามย้ำทำไม...ทำไมต้องกลัว เคทเห็นน้ำตาเขาไหลก็แปลกใจสะบัดตัววิ่งหนีขึ้นบันได หันมามองเขาอีกครั้งก่อนจะตัดใจวิ่งเข้าห้อง ยืนตัวสั่นสับสน

    พักใหญ่เคทถือกล่องยาลงมา เห็นสุริเยนทร์นั่งหมดอาลัยอยู่ที่บันได เธอลังเลไม่กล้าเข้าใกล้เกรงเขาคลั่งขึ้นมาอีก พลันเขาเงยหน้ามามอง เธอจึงยื่นกล่องยาให้ เขาบอกให้มาทำแผลให้ด้วย ตนไม่ทำร้ายหรอก เคทขู่ถ้าเขาทำ เขาตวาดสวน “หุบปาก! ทำแผลแล้วจะไปไหนก็ไป”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:30 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์