นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แรงตะวัน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ระหว่างนั่งรถไปบ้านเดชา สุริเยนทร์คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนโสภานอนพะงาบยื่นมือให้เดชาช่วย แต่เขากลับดึงเชือกให้รอกหล่นลงใส่เธออีกอัน แต่กลับพูดกับพ่อตนว่า น้องภูตั้งใจดึงเชือกให้รอกตกใส่โสภา มันคือตั้งใจฆ่าจะให้บอกว่าอุบัติเหตุได้อย่างไร

    “ฉันรู้ว่าแกรักน้องสาว ฉันเองก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ น้องภูยังเด็ก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เห็นแก่อนาคตหลานเถอะ แล้วแกจะให้ฉันตอบแทนยังไงก็ว่ามา” อาทิตย์ขอร้อง

    เดชาทำใจดีไม่อยากเอาเรื่องเพื่อนรัก แต่ทวงที่รับปากจะตอบแทน ทันใดวิทย์บุกเข้ามาเพราะรู้ว่าโสภาตายแต่คนงานกันไว้ ท่าทางเขาเสียใจมากและเชื่อว่าอาทิตย์ฆ่าเธอ...สุริเยนทร์ครุ่นคิดถึงคำพูดของรุจิราที่บอกว่า “ภูไม่ต้องรู้สึกผิด ขิมรู้ว่าภูไม่ได้ทำ และเพราะว่าขิมรู้ ขิมเลยอยู่กับภูไม่ได้...ภูอย่าทำให้ขิมรู้สึกผิดได้ไหม ขิมไม่อยากอยู่กับความรู้สึกนั้นไปตลอดชีวิต...”

    คำพูดที่ดูเป็นลุงใจดีของเดชาทำให้เขาหลงเชื่อว่าจริงใจ แต่พอทุกอย่างเปิดเผย สุริเยนทร์เครียดผิดหวังไม่เข้าใจว่าทำไมเดชาต้องทำรุนแรงขนาดนี้...เมื่อมาถึงบ้านเดชา สุริเยนทร์พุ่งเข้าไปทันที ลูกน้องเดชาออกมาขวางแต่ก็ถูกบอดี้การ์ดของเขาผลักกระเจิง เดชาแล่นออกมาทำทีตกใจ สุริเยนทร์ต่อว่าที่เขาบอกนพสิทธิ์ว่าตนฆ่าสุรีย์ หลอกให้นพสิทธิ์มาภูทับดาวแล้วฆ่าเขาเพื่ออะไร เดชาชะงักไม่อยากปิดบังอ้อมค้อมอีกต่อไป จึงเผยความต้องการว่าคือไร่ภูทับดาว

    “จริงๆ แล้วไร่ภูทับดาวมันไม่ควรเป็นของไอ้อาทิตย์ แต่มันควรเป็นของลุง ลุงเป็นคนช่วยมันทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่มันมีแต่ตัว ลุงก็เป็นคนให้มันนอนบ้าน ให้เงินมันไปลงทุน ที่ดินของไร่ภูทับดาวก็เงินที่ลุงไปกู้มาให้มันยืมทั้งนั้น”

    “ลุงเลยอยากได้ทุกอย่างที่เป็นของพ่อ”

    “แล้วลุงไม่มีสิทธิ์เหรอ มีอะไรที่มันมาขอให้ลุงช่วยแล้วลุงไม่ช่วยบ้าง ไม่มี! ไอ้อาทิตย์รักโสภาแต่ตอนนั้นโสภาคบกับไอ้วิทย์อยู่ ลุงยังไปเอาโสภามาให้มันเลย...” เดชาเล่าอย่างไม่ละอายว่าเอาน้องสาวมาให้อาทิตย์ข่มเหง “ลุงยอมแตกหักกับไอ้วิทย์เพื่อมัน แต่พอมันรู้ว่าที่ไร่ภูทับดาวมีน้ำมัน มันทำไงรู้ไหม มันเงียบ...

    เก็บไว้คนเดียว ผลประโยชน์ทั้งหมดเข้ากระเป๋ามัน จนมันมีบารมีมีอำนาจ มีทุกอย่างที่แกมีตอนนี้ แล้วมันยุติธรรมกับลุงแล้วเหรอ! หะ!”

    สุริเยนทร์อึ้งเพิ่งรู้เรื่องโสภาที่ค้างคาใจมานาน ว่าที่โทษตนเป็นคนฆ่าโสภาเพื่อเอามาต่อรองกับพ่อ เดชายอมรับเป็นเพราะความปลิ้นปล้อนของอาทิตย์ ที่เคยรับปากจะแบ่งที่ดินให้แล้วเงียบ ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าตนจะบอกตำรวจ สุริเยนทร์เสียใจมากที่จมกับความรู้สึกผิดมาตลอด พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อเดชาระเบิดอารมณ์ ทำไมต้องทำอย่างนี้ มันไม่เกี่ยวกับตนเลย

    “เพราะพ่อแกมันเห็นแก่ตัวไง ปล่อย! ถ้าจะโกรธก็ไปโกรธพ่อแก เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของมันทั้งนั้น”

    สุริเยนทร์ตวาดไม่จริง! เดชาจี้จุดที่อาทิตย์ทิ้งเขาไปไม่เคยติดต่อกลับมา พ่อดีๆที่ไหนทำกัน ตนรู้ว่าที่เขาเงียบเรื่องน้ำมันเพราะจะรอให้พ่อกลับมา เดชาใส่ไฟว่าอาทิตย์คงมีครอบครัวใหม่ไปแล้ว ปล่อยเขาบ้าเฝ้าสมบัติไป สุริเยนทร์สุดทนตวาดให้หยุดพูดพร้อมเงื้อหมัดจะต่อย คฑาวุธเข้ามาจ่อปืนใส่ สุริเยนทร์ผละออกบอกที่มาเพื่อจะบอกว่า ตั้งแต่นี้ไปตนกับเขาหมดความนับถือกัน ตนจะไม่เกรงใจอะไรอีก คฑาวุธสำรอกว่าดี... เพราะตนก็ไม่เกรงใจอยู่แล้ว

    “ฉันจะไม่ต่างคนต่างอยู่ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พวกคุณได้รับโทษในสิ่งที่ทำ” สุริเยนทร์ประกาศกร้าว

    เดชาชักไม้ตายออกมา เป็นคลิปเสียงนพสิทธิ์ “ท่านเดชา...ช่วยผมด้วยครับ นายภูจะฆ่าผม เขาขู่ว่าจะจับผมเผาทั้งเป็น ช่วยผมด้วยครับ”

    สุริเยนทร์ตกตะลึง มันเป็นการตัดต่อเสียง คฑาวุธหัวเราะร่าบอกตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำเคทและคงให้ฟังคลิปเสียงนี้แล้ว สุริเยนทร์เครียดจัด โดนเล่นงานเข้าแล้ว...พอสุริเยนทร์กลับไป คฑาวุธก็คาดคั้นถามเดชาว่าสุริเยนทร์จะถูกจับแน่หรือ เดชาว่าไม่ได้มีเพียงตนคนเดียวที่อยากเล่นงานสุริเยนทร์ และย้ำว่าเขาจะต้องได้สิ่งที่ต้องการและตนจะเป็นเจ้าของไร่ภูทับดาว

    ในขณะที่เคทถูกตำรวจสอบปากคำที่บ้านพัก

    เธอให้การไปตามความจริงเรื่องนพสิทธิ์ถูกเผานั่งยาง เธอพูดตามที่เห็นว่า เธอตามสุริเยนทร์ไปแล้วได้เห็นว่านพสิทธิ์กำลังถูกเผาแต่ไม่เห็นว่าใครจุดไฟ เห็นเพียงสุริเยนทร์ยืนอยู่หน้ากองไฟ เธอสะเทือนใจมากน้ำตา

    ไหลพราก...ตำรวจพยายามซักว่าที่เธอต้องมาอยู่ที่ไร่เพราะโดนบังคับ มีการข่มขู่และทำร้ายร่างกายด้วย เคทชักข้องใจว่าตำรวจต้องการอะไร ตำรวจจึงแจกแจงว่า

    “คุณน่าจะทราบนะว่านายภูอยู่เหนือกฎหมายมาตลอด ผมไม่เคยเอาผิดเขาได้ แต่ไม่ใช่คดีนี้ แค่คุณบอกมาว่าเห็นนายภูจุดไฟ ผมรับรองว่าเขาจะไม่มีวันระรานคุณได้อีก คุณกับหลานจะได้กลับกรุงเทพฯ มีชีวิตตามปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็น”

    เคทเริ่มไม่ไว้ใจย้ำหนักแน่นว่าไม่เห็นคนจุดไฟและมั่นใจว่าสุริเยนทร์ไม่มีวันทำร้ายพี่ชายตน ตำรวจจึงเอาคลิปเสียงนพสิทธิ์ให้ฟัง....เคทตกตะลึงสับสน

    ooooooo

    บ่ายวันนั้น เพ็ญสิริกับวิสุทธิ์รู้เรื่องนพสิทธิ์กับเอกณัติก็มาหาเคทที่ไร่ ลออรายงานว่าหลังจากให้ปากคำตำรวจ เคทก็ดูเครียดมากไม่ทานอะไร พลันเอกณัติโทร.เข้ามา เพ็ญสิริจึงให้วิสุทธิ์ไปดูเคทก่อน แล้วเลี่ยงไปรับสาย วิสุทธิ์มองตามอย่างขุ่นเคืองใจ

    น้องพีทเห็นเคทเครียดก็เข้ามาปลอบแบบเด็กๆ แล้วขอให้เธอช่วยโทร.หาพ่อ เคทยิ่งเศร้าโกหกไปว่านพสิทธิ์ติดงานไม่สะดวกรับสาย วิสุทธิ์เข้ามาได้ยิน รู้สึกสงสารเคทอย่างมาก...เคทหลบมาร้องไห้ด้วยความอัดอั้น วิสุทธิ์ตามมาปลอบถามจะโกหกหลานไปอีกนานแค่ไหน สักวันก็ต้องรู้ความจริง เคทบอกตนยังทำใจไม่ได้จะบอกหลานอย่างไร วิสุทธิ์สงสารดึงเคทเข้ามากอด

    “ผมก็เคยมีคำถามมากมายในหัวตอนที่รู้ว่าพ่อถูกยิง เขายิงพ่อผมทำไมเพราะอะไรทำไมต้องเป็นพ่อ ทำไมต้องโหดร้ายกันอย่างนี้ ทำไม...ทำไม...มันมีแต่ความสงสัยข้องใจไปหมด ผมรู้ว่าเวลานี้มันผ่านไปยากแต่เชื่อว่าคนอย่างคุณเคทจะผ่านมันไปได้นะครับ”

    เพ็ญสิริเข้ามาเห็นสะเทือนใจหันกลับจะเดินหนี ต้องชะงักเมื่อเห็นสุริเยนทร์ยืนอึ้งมองวิสุทธิ์โอบกอดเคท พอเขารู้ตัวว่าเพ็ญสิริมองก็เดินแยกไปอีกทางอย่างกระวนกระวายในใจ...

    จากนั้นเคทก็เล่าเรื่องคลิปเสียงให้เพ็ญสิริกับวิสุทธิ์ฟัง เพ็ญสิริประมวลเหตุการณ์ว่าทุกอย่างเป็นฝีมือเดชาและเผลอๆจะเป็นคนฆ่าพ่อของวิสุทธิ์ด้วย เคทอึ้ง วิสุทธิ์บอกว่าตนคุยกับเอกณัติว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปหารุจิรา เพราะเป็นคนเดียวที่จะช่วยเราได้ เพ็ญสิริเห็นดีด้วยบอกตนจะอยู่เป็นเพื่อนเคทที่ไร่ วิสุทธิ์เหวอขอสลับหน้าที่กัน เคทโพล่งขึ้นให้ทั้งสองไปด้วยกัน

    “แค่เขาทำกับพี่นพมันก็มากพอแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้เขาเอาเรื่องพี่นพมาใส่ร้ายนายภูอีก นายภูไม่ควรมารับบาปที่เขาไม่ได้ก่อ ใครทำคนนั้นต้องรับผิดชอบ คุณวิสุทธิ์ เพ็ญไปด้วยกันนั่นแหละ แล้วทำให้สำเร็จด้วยฉันฝากด้วยนะ”

    เพ็ญสิริแย็บดูจะห่วงสุริเยนทร์มาก แล้วนึกได้ถามตอบตำรวจไปว่าอย่างไรพอได้ฟังคลิปเสียงนพสิทธิ์จากตำรวจ...วิสุทธิ์ฟังคำตอบแล้วเครียดเหมือนถูกตอกย้ำว่าตัวเองหมดหวัง ขณะขับรถกลับไร่ปลายฟ้า เพ็ญสิริคุยแชตในมือถือกับเอกณัติจนวิสุทธิ์หมั่นไส้ เหน็บไม่ใช่เวลามาจีบกันควรจะซีเรียสที่นพสิทธิ์ตาย หญิงสาวเหลือบมองทำนองอยู่ดีๆมาพาลทำไม

    ตกค่ำ เคทกล่อมน้องพีทหลับแล้ว ได้ยินเสียงเปียโนที่สุริเยนทร์เล่นก็ลุกเดินออกมาดู เขาชะงักคิดว่าเสียงดังทำให้เธอนอนไม่หลับ เคทส่ายหน้าถามวันนี้เขาไปไหนมา เขาตอบตามจริงว่าไปบ้านเดชาไปถามว่าต้องการอะไรทำแบบนี้ทำไม แล้วย้อนถามเคทว่าตำรวจถามอะไรบ้าง เคทเล่าว่าถามใครเป็นคนจุดไฟ ตนตอบว่าไม่เห็น สุริเยนทร์ถามอีกว่าตำรวจเอาคลิปเสียงให้ฟังใช่ไหม เธอคิดว่าอย่างไร เคทจ้องหน้าจนเขาฉงนว่ามีอะไรอยากถามก็พูดมาตรงๆ

    “คุณก็มีเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่พูด”

    “ฉันบอกให้เธอพูดออกมา...” สุริเยนทร์ชักฉุน เคทตัดบทเดินหนี เขาฮึดฮัดจ้ำตาม “เธออยากถามว่าฉันเป็นคนเผานพสิทธิ์หรือเปล่าใช่ไหม”

    “ฉันบอกตำรวจไปว่าคุณไม่ได้เป็นคนทำ ฉันเชื่อใจคุณว่าคุณไม่มีวันทำกับพี่ชายฉันอย่างนั้น...คำตอบที่คุณอยากได้ยินไง”

    สุริเยนทร์ไม่อยากเชื่อเพราะดูท่าทางเธอสงสัย เคทสวนไม่ได้สงสัยแค่ต้องการคำยืนยัน เหมือนที่เขาถามว่าตนให้คำตอบตำรวจอย่างไร ตนรู้ว่าเขาเชื่อใจตนแต่ก็อยากได้ยินชัดๆ แล้วทำไมตนอยากให้เขายืนยันบ้างไม่ได้ สุริเยนทร์อ้ำอึ้ง...เคทจี้ใจ

    “คุณอยากให้ฉันไว้ใจ แต่คุณไม่เคยไว้ใจฉันเลยน่ะเหรอ อยากให้คนอื่นปฏิบัติกับคุณยังไง คุณก็ต้องปฏิบัติอย่างนั้นกับคนอื่นด้วยสิ...”

    “ฉัน...” สุริเยนทร์พูดไม่ออก เคทจี้ฉันอะไร ถ้าไม่ตอบตนจะไปนอน เขาโพล่งขึ้น “ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้สงสัยระแวงเธอเลย ฉันแค่เครียด พวกมันกำลังทำทุกอย่างให้เป็นความผิดของฉัน ทั้งเรื่องสุรีย์ เรื่องนพสิทธิ์”

    “แต่คุณไม่ได้ทำ”

    “แต่พวกมันจะทำให้ฉันกลายเป็นคนทำจนได้ มันวางแผนไว้หมดแล้ว มันจะเอาฉันเข้าคุก ข้อหาฆ่าสุรีย์และฆ่านพสิทธิ์ แล้วตำรวจก็จะเชื่อว่าฉันฆ่านพสิทธิ์ เพราะมีหลักฐานที่พวกมันสร้างเอาไว้”

    “คุณภู มีสติหน่อย อย่าเพิ่งคิดอะไรไปเอง...” เคทเห็นท่าทางสุริเยนทร์หวาดหวั่น

    ทันใดเสียงน้องพีทร้องลั่นว่า “น้าหมีภู ฆ่าพ่อ!”

    เคทกับสุริเยนทร์ตกใจมาก เคทรีบเข้าไปกอดน้องพีท หนูน้อยพร่ำพูดว่าน้าหมีภูฆ่าพ่อ พ่อตนตายแล้วหรือ น้องพีทร้องไห้ดิ้นรนจะหาพ่อ แล้วร้องสุดเสียงจนช็อก ชักกระตุกๆรุนแรง สุริเยนทร์ตกใจมากกับอาการของหลาน...

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ขณะที่รุจิรากำลังลองเสื้อแบบที่ออกใหม่ เอกณัติโผล่เข้ามาออกความเห็นว่าชุดนี้ควรเกล้าผมอวดต้นคอจะสวยมาก หญิงสาวหันมามองตาขวาง เห็นชายหนุ่มมีร่องรอยบาดแผลจาก อุบัติเหตุ ก็เยาะหยัน “ฉันไม่แปลกใจเลยที่ผมมีแผลใหม่ตลอดเวลา”

    เอกณัติบอกเป็นฝีมือพ่อเธอ ที่ตนมานี่ก็มีเรื่องสำคัญมาบอก แต่แย็บถามก่อนว่าคิดถึงตนบ้างไหม รุจิราสะบัดหน้าจะเดินหนี เขารีบพูดขึ้นว่าเรื่องน้องสาวเธอ รุจิราจึงชะงัก

    พอฟังเรื่องราวจากเอกณัติแล้ว รุจิราก็มาที่คอนโดที่แขไขอยู่ พร้อมกับโทร.หาเดชาขอให้สั่งคนเลิกควบคุมตัวแขไข ตนจะเอาน้องไปดูแลเอง ถ้ามีปัญหาตนจะพูดเรื่องในอดีต เดชายัวะที่โดนข่มขู่ รุจิราส่งมือถือให้ลูกน้องเดชา แล้วเธอก็เข้ามาหาแขไข...เดชาวางสายอย่างหงุดหงิด

    แม้เป็นการเข้าใจผิดแต่ก็ทำให้สุริเยนทร์เครียด นั่งกุมมือน้องพีทในห้องพักคนไข้ เคทเดินเข้ามาบอกว่าน้องพีทช็อกที่รู้เรื่องพ่อ รับมือกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง สุริเยนทร์ถามย้ำเมื่อตื่นขึ้นมาไม่น่าห่วงจริงหรือ เคทบอกว่าต้องค่อยๆอธิบายให้น้องพีทฟัง สุริเยนทร์จะคุยเองแต่เคทแย้งถ้าเขาบอกจะยิ่งไปกันใหญ่ ตนจะค่อยๆอธิบายเอง เขาพยักหน้ารับ

    เมื่อได้ตัวแขไขมาแล้ว แขไขยังร้องไห้เพราะเชื่อมาแต่เด็กว่าพ่อเป็นคนดี ภูมิใจในตัวพ่อมาตลอด รุจิราบอกนี่แหละพ่อของเรา แขไขเพิ่งเข้าใจว่าทำไมพี่สาวถึงไม่กลับบ้านอีกเลย

    “พี่ทนให้พ่อบังคับและทำเหมือนพี่เป็นเครื่องมือสำหรับแสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้”

    “แขก็ไม่อยากเป็นเครื่องมือของพ่อ แขอยากเป็นแค่ลูกพ่อ มันไม่มีทางที่เราะกลับมาเป็นครอบครัวปกติแล้วเหรอ”

    รุจิราส่ายหน้า ตอนนี้มีทางเลือกเดียวคือมาอยู่ด้วยกันตัดทุกอย่างจากภูทับดาวแล้วเริ่มต้นใหม่ เอกณัติเดินเข้ามาพร้อมวิสุทธิ์และเพ็ญสิริ เสนอทางเลือกอีกทาง คือช่วยทำให้มันถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับคนที่ควรจะได้รับ วิสุทธิ์เสริมอย่างเช่นพ่อของตน รุจิราอึ้ง

    แต่รุจิราไม่อาจทำได้ จูงมือแขไขเข้ามาที่ล็อบบี้คอนโด ทั้งสามตามมาขอร้อง วิสุทธิ์บอกไม่ใช่แค่ช่วยตนแต่เป็นการช่วยคนทั้งภูทับดาวที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่าให้คนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะพ่อเธออีกเลย รุจิราสวนมันไม่เกี่ยวกับตน เพ็ญสิริทนไม่ไหว

    “พวกคุณรู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าจะมีคนตายเพราะพ่อพวกคุณ และคุณก็สามารถช่วยได้ แล้วจะมาบอกไม่เกี่ยวได้ยังไง”

    “แล้วจะให้เราแฉพ่อกับพี่ชายตัวเองงั้นเหรอ เราก็กลายเป็นคนเนรคุณน่ะสิ” แขไขโวย

    “มันคือความถูกต้องไม่ใช่เนรคุณ”

    “เอาไว้ให้เป็นพ่อเธอแล้วทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน” รุจิราตอกกลับ ดึงแขไขเดินหนี

    เอกณัติขวาง บอกเดชากำลังใส่ร้ายสุริเยนทร์ว่าฆ่าคนตายทั้งที่เขาไม่ได้ทำ เธอรู้จักเขาดีตั้งแต่เล็กว่าเขาเจอเรื่องแย่ๆมามากแค่ไหน จะซ้ำเติมไปถึงไหนไม่สงสารเขาบ้างหรือ รุจิราอึ้งแขไขโพล่งขึ้น “พี่ขิม...พ่อกับพี่คฑาจะฆ่าพี่ภูจริงๆนะ แขเคยได้ยิน”

    วิสุทธิ์ขอร้องอีกครั้งแต่รุจิราขู่จะเรียก รปภ. แล้วดึงแขไขเข้าลิฟต์ทันที...วิสุทธิ์หงุดหงิด เพ็ญสิริถามเอกณัติเราต้องพึ่งหลักฐานจากรุจิราคนเดียวหรือ เอกณัติหันมาจับแก้มเพ็ญสิริ

    “พี่ว่าวันนี้เรากลับไปพักก่อนเถอะ ดูสิ...ตาเริ่มแดงแล้ว ขอบตาก็คล้ำแล้วเนี่ย”

    วิสุทธิ์ขุ่นเคือง ยิ่งเห็นเอกณัติโอบไหล่เพ็ญสิริจะเดินไปก็เข้าขวาง “จะไปไหน นี่เป็นหน้าที่ของสามีที่จะต้องไปส่งภรรยาด้วยตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคุณเลย เพราะผมคือสามี...” เพ็ญสิริจะโวย วิสุทธิ์ขู่ “ป๊าม้าคุณจับเราเข้าพิธีไปแล้วไง หรือคุณลืม หรือจะให้ผมโทร.ไปหาป๊าม้าคุณ ตอนนี้ไหมล่ะ” วิสุทธิ์ปลดมือเอกณัติออกจากไหล่เพ็ญสิริแล้วจูงมือออกไป

    เอกณัติมองตามขำๆ ไม่ทันเห็นว่าลูกน้องเดชาจับตามองอยู่...พอมาถึงบ้าน เพ็ญสิริทำท่ารำคาญที่วิสุทธิ์เซ้าซี้ถามว่ารักเอกณัติหรือ เธอปัดไม่ต้องมายุ่งหรือว่าหึง วิสุทธิ์เหวอปฏิเสธเสียงสูง ทันใดมือถือเพ็ญสิริดังขึ้น เธอเห็นเบอร์ไม่คุ้นแต่รับสาย เสียงลูกน้องเดชาขู่

    “มีลูกดื้อด้าน ชอบยุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ พ่อแม่ยังอยู่สุขสบายดีหรือเปล่า...ไม่น่ามั้ง”

    เพ็ญสิริหน้าเสียรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ร้องเรียกป๊าม้าทั่วบ้าน วิสุทธิ์วิ่งตามถามใครโทร.มา มีเรื่องอะไร เธอรีบบอกว่ามีคนขู่จะทำร้ายป๊าม้าตน ต้องเป็นเดชาแน่ๆ... วิสุทธิ์ข้องใจแต่ไม่กังวลเพราะรู้ว่าป๊าม้าของเธอไปปฏิบัติ ธรรมหนึ่งอาทิตย์ เขาลืมที่จะบอกเธอ เห็นเธอกระวนกระวายจินตนาการไปยกใหญ่ ก็นึกสนุกปล่อยให้เธอเข้าใจไปอย่างนั้น แต่พอเธอดราม่าหนักมากเกินไปก็พยายามเรียกสติให้กลับมา เธอกลับฟูมฟาย

    “ฉันจะไม่ยอมให้พวกมันจับป๊าม้าบีบขมับ ตอกเล็บหรือช็อตไฟฟ้าเด็ดขาด ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยป๊าม้าให้ได้”

    วิสุทธิ์เหนื่อยที่จะห้าม เพ็ญสิริกดโทรศัพท์แต่สายไม่ว่างก็พยายามโทร.จนวิสุทธิ์ถามจะทำอะไร เธอขอเบอร์ของเดชา วิสุทธิ์จึงบอกจะโทร.ให้ แล้วเขาก็แกล้งทำเป็น

    โทร.คุยกับเดชา ถามทำไมต้องทำร้ายคนแก่ ไม่แมนเสียเลย “หา! ลุงจะทำอะไร! ไม่...อย่า อย่าทำอะไรป๊าม้า!”

    เพ็ญสิริตกใจแตกตื่นถามเดชาจะทำอะไรป๊าม้าตน วิสุทธิ์แกล้งส่งเสียงว่าอย่าซ้อมคนแก่ หญิงสาวร้องไห้โฮบอกตนยอมทำทุกอย่างให้บอกมา วิสุทธิ์กรอกเสียง “ลุงได้ยินแล้วนี่ เพ็ญสิริบอกแล้วว่าจะยอมทุกอย่างจริงๆ...หา! ไม่มีทาง มันมากเกินไปที่จะให้ได้ เดี๋ยวๆ ฮัลโหลๆ...”

    วิสุทธิ์ทำทีว่าทางนั้นตัดสาย เพ็ญสิริร้อนรนถามเขาจะเอาอะไร วิสุทธิ์เสียงอ่อยบอกจะเอาเธอเป็นเมีย หญิงสาวตกตะลึงสักพักก็ตอบตกลง ชายหนุ่มตกใจแทน ให้คิดทบทวนดีๆ

    “ยังต้องคิดอะไรอีก นี่มันชีวิตป๊าม้าฉันนะ ฉันยอมหมดแหละขอให้ป๊าม้าปลอดภัยก็พอ...โทร.กลับไปบอกเดชาเดี๋ยวนี้ว่าฉันยอม ให้เขาปล่อยป๊าม้ามาแล้วมาเอาตัวฉันไปได้เลย”

    วิสุทธิ์อึ้งทึ่งไม่คิดว่าเพ็ญสิริจะใจเด็ดขนาดนี้

    ooooooo

    ในห้องพักคนไข้ เคทเช็ดตัวให้น้องพีทด้วยความสงสารหลานจับใจ สักพักน้องพีทรู้สึกตัว เธอรีบยิ้มทำตัวให้ปกติ แต่หนูน้อยถามหาพ่อทันที แล้วโทษว่าน้าหมีภูทำร้ายพ่อ พ่อจะไม่กลับมาเหมือนแม่ใช่ไหม พลันสุริเยนทร์เปิดประตูเข้ามา น้องพีทตาโพลงตื่นกลัว

    “ออกไป!” แล้วน้องพีทก็เกิดอาการชักขึ้นอีก เคทร้องเรียกหมอลั่น...

    หลังจากตรวจอาการน้องพีทแล้วหมออธิบายว่า การสูญเสียแม่พ่อในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเรื่องยากที่เด็กวัยนี้เข้าใจได้ จำเป็นอย่างมากที่ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดกับทุกคน พยายามบอกด้วยเหตุผลอย่างใจเย็นๆ อย่าเร่งรัดให้เด็กเครียดจะเป็นอันตราย

    เคทนั่งเครียดอยู่หน้าห้อง ลออเอาเสื้อผ้าและหุ่นยนต์มาให้ ถามว่าสุริเยนทร์ฆ่านพสิทธิ์จริงหรือ เคท บอกว่าน้องพีทมาได้ยินก็เข้าใจผิดไม่ทันฟังอธิบายก็เครียดจนเป็นแบบนี้ ลออเสนอให้พาน้องพีทไปอยู่ที่อื่น เคทไม่อยากทำแบบนั้นเพราะน้องพีทเป็นญาติคนเดียวที่สุริเยนทร์เหลืออยู่ เขายอมเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่าง เพื่อหลาน เขารักน้องพีทมาก คงทนไม่ได้ถ้าถูกทิ้งไปอีก ลออแย็บถามเคท เธอก็ไม่อยากทิ้งเขาไปด้วยใช่ไหม เคทอึ้งสับสน

    วิสุทธิ์ฟังเสือโคร่งรายงานทางโทรศัพท์ กำลังจะกดโทร.ไปหาเคท ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเพ็ญสิริเดินมาในชุดสวยเซ็กซี่แปลกตากว่าที่เคยใส่ แต่พอเธอถามว่าสวยใช่ไหม เขากลับส่ายหัว เธอจึงหยิบลิปสติกมาทาปากให้แดงขึ้น เขาเอ่ยถามว่าองค์อะไรลง เธอสวนไม่มีอะไรลง

    “ก็แค่คิดว่าผู้ชายน่าจะชอบอะไรหวือหวาร้อนแรงมากกว่า เผื่อเดชาจะอยากได้ฉันมากๆ ฉันจะได้มีอำนาจต่อรอง อย่าดูถูกผู้หญิงนะ นักรบที่ว่าแน่ก็พ่ายแพ้เสน่ห์หญิงมาแล้วนักต่อนัก” พอเห็นสีหน้าวิสุทธิ์ก็หมดความมั่นใจ บอกเขาว่าจะไปเปลี่ยนชุดใหม่ วิสุทธิ์คว้ามือไว้จึงรู้ว่าเธอสั่นเพราะกลัวมาก เธอยอมรับ “เกิดมาฉันยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีโมเมนต์เพ้อๆ แบบหนังรักเลยสักครั้ง แล้วต้องไปเป็นเมียผู้มีอิทธิพลอายุคราวพ่อ มันน่ากลัวไหมล่ะ”

    วิสุทธิ์แอบขำถามโมเมนต์ไหนที่เธออยากมี เพ็ญสิริจินตนาการฟุ้งว่า แบบแอบปิ๊งกันต่างคนต่างรู้แต่ไม่พูดออกมา แล้วบังเอิญมือโดนกันเกิดสปาร์กมองหน้ากันอึกอัก บ่ายเบี่ยงไปทำอย่างอื่น...ชายหนุ่มยิ่งขำปนเอ็นดูความเพ้อเจ้อของหญิงสาว เพ็ญสิริยังฟุ้ง “หรือไม่ก็...เกิดเหตุให้สะดุดล้มทับกัน ตามองตาปากชนปากโดยบังเอิญ ต่างคนต่างทำหน้าไม่ถูก วิ่งไปหลบมุมใครมุมมันเพื่อตั้งสติ หายใจถี่แล้วสงสัยทำไมตัวเองถึงรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ อาจมีฝนตกแล้วกางร่มกันอะไรเงี้ย...”

    วิสุทธิ์เผลอมองอย่างหลงใหล เพ็ญสิริหันมาเห็นสายตาก็ชะงัก ต่างคนต่างเงอะงะทำอะไรไม่ถูก วิสุทธิ์เอ่ยขึ้นว่าจะไปห้องน้ำพร้อมกับเพ็ญสิริบอกจะไปเปลี่ยนชุดจึงชนกัน ลิปสติกในมือหล่น ทั้งสองก้มเก็บพร้อมกัน มือชนกันราวกับไฟช็อตสะดุ้งโหยง ต่างบอกจะเป็นคนเก็บเองแต่ก็ก้มไปพร้อมกันจึงชนกัน วิสุทธิ์กอดเพ็ญสิริล้มไปด้วยกัน หญิงสาวอยู่บนตัวชายหนุ่ม ใบหน้าประชิดสบตากันปริบๆ...วิสุทธิ์ค่อยๆยื่นลิปสติกมาตรงหน้า

    เพ็ญสิริรับแล้วรีบลุกขึ้นเขินๆวิ่งแจ้นไปทันที เข้ามาหลบมุมหนึ่งในบ้าน รู้สึกใจเต้นรัว

    “นี่มัน...เหมือน...เหมือนโมเมนต์ที่ฉันว้อนต์เลย... เขาจะรู้ไหมว่าฉันคิดอะไร โชคดีนะที่เก็บอาการอยู่... ทำไมใจเต้นขนาดนี้ ฉันเก็บอาการไม่อยู่แน่ๆเลย...”

    วิสุทธิ์เองก็วิ่งไปอีกทาง จับอกตัวเองรู้สึกใจเต้นแรง แปลกใจตัวเองเป็นอะไร พยายามเรียกสติตัวเองกลับมา ส่ายหน้าตนไม่ได้รักเธอ ไม่ได้รัก...แค่ช็อก...สยอง...สะพรึง...

    ooooooo

    สุริเยนทร์ครุ่นคิดถึงแต่ท่าทางน้องพีทที่หวาดกลัวตนจนเครียดจัดไม่หลับนอน รุ่งเช้าให้สุพลโทร.หาเคทเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย...พลันเคทเดินเข้ามาในบ้านยกมือถือโชว์ให้รู้ว่าไม่ต้องโทร

    สุริเยนทร์รีบถาม กลับมาแล้วใครดูแลน้องพีท เธอบอกให้ลออดูแล ตนมีเรื่องต้องคุยกับเขา...ตอนนี้น้องพีทยังไม่พร้อมจะเข้าใจอะไร พูดอะไรก็ไม่ฟัง ตน อยากพาน้องพีทกลับไปอยู่บ้าน สุริเยนทร์แทบช็อกไม่ยอม เคทให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนตามที่หมอบอก

    “เราต้องให้เวลาน้องพีท คุณก็เห็นแล้วว่าน้องพีทต้องเจอหน้าคุณ ถ้าอยู่ในบ้านคุณจะเป็นยังไง ช่วงนี้แกอาการดีขึ้นแต่ฉันไม่อยากให้แกกลับมาป่วยหนักแบบเดิมอีก หรือคุณอยาก...นะคุณภู คิดว่าทำเพื่อน้องพีท”

    สุริเยนทร์เมินหน้าหนีไม่ฟัง บอกตนจะเป็นฝ่ายไปเอง จะไม่ให้น้องพีทเห็นหน้า เคทขอร้อง รับรองจะไม่ทิ้งเขาไป ขอเวลาสักพักให้อธิบายให้น้องพีทเข้าใจแล้วจะกลับมา เชื่อใจตน ทันใดมือถือเคทดังขึ้น เธอกดรับสาย “ค่ะคุณวิสุทธิ์ เคทคุยกับเขาอยู่ค่ะ ค่ะ...ไม่ต้องห่วงค่ะ...”

    สุริเยนทร์พาลโกรธหาว่าคุยกับตนมีอะไรน่าห่วง แล้วตัดบทไม่ยอมให้เธอกับน้องพีทกลับไปอยู่กรุงเทพฯ เคทตามอ้อนวอนถามอยากให้น้องพีทป่วยจนตายหรือ เขาสวน

    “ถ้าน้องพีทจะเป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะฉัน แต่เป็นเพราะเธอ เธอไม่ต้องเอาน้องพีทมาอ้าง เธออยากจะไปจากที่นี่อยู่แล้ว” เคทชักฉุน เขาอึกอักๆ เคทเสียงเข้มถามว่าอะไร เขาโพล่ง “วิสุทธิ์ไง! เธอกับมันคิดจะหนีตามกันไปกรุงเทพฯล่ะสิ ฉันรู้ไม่ต้องเอาน้องพีทมาอ้าง”

    “แค่วิสุทธิ์โทร.มา คิดไปได้ขนาดนี้เลยเหรอนี่คุณหึงฉันเหรอ”

    “หา! ไม่...ไม่ได้หึง...ฉัน ฉันไม่ได้อะไรทั้งนั้น ไม่ได้หวงไม่ได้ห่วงด้วย ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย จริงๆ ไม่ต้องมามอง” เคทแย็บแล้วเป็นอะไร “ฉันก็แค่...ไม่ไว้ใจเธอ ไม่ไว้ใจวิสุทธิ์”

    “เออ! งั้นฉันก็จะไม่ไว้ใจคุณอีกต่อไปเหมือนกัน ฉันจะสงสัยด้วยว่าคุณเป็นคนฆ่าพี่นพ แล้วก็อาจจะสั่งฆ่าพี่สุรีย์ด้วย เพราะคุณมันเป็นปีศาจเลือดเย็น ไม่มีหัวใจ ฉันไม่ไว้ใจคุณ!”

    สุริเยนทร์ตะลึง เคทโวยมาขอดีๆ ทำไมต้องงี่เง่า เขาสวนว่าเธอต่างหากที่งี่เง่า เคทโมโหบอกจะพาน้องพีทหนีไปเอง เขาตวาดถามกล้าหรือ เธอมองอย่างท้าทายทำนองจะลองดู

    ด้านวิสุทธิ์ว้าวุ่นใจครุ่นคิดว่าเพ็ญสิริจะมาชอบตนจริงๆได้อย่างไร แต่ถ้าใช่ หัวใจเขาชุ่มชื่นขึ้นมาอย่างประหลาด ชักสงสัยใจตัวเอง...เพ็ญสิริเองก็เครียดเกรงวิสุทธิ์จะรู้ความในใจ ครุ่นคิดจะไปแคร์ทำไม ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว บอกไปเลยก่อนที่จะต้องไปเป็นเมียเดชา จะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจให้มาเสียดายทีหลัง ตัดสินใจแน่วแน่แล้วก็เดินมาเผชิญหน้าอย่างห้าวหาญ

    ต่างคนต่างประหม่า วิสุทธิ์ถอยห่างมาอ้างว่าไม่อยากก้มหน้าคุย เพ็ญสิริเคืองบอกก็ดีจะได้ไม่ต้องเงยหน้า แล้วเธอก็เริ่มพูดว่า มีเรื่องจะบอก วิสุทธิ์ร้อนตัวโพล่งขึ้นว่าตนรักเคท เธออึ้ง

    “ผมรักคุณเคทคนเดียว ต่อให้คุณเคทไม่รักผมตอบก็ไม่ได้แปลว่าผมจะเปลี่ยนไปรักใครก็ได้ ผมรักคุณเคทมาก รักแบบมองยาว อยากให้มาเป็นแม่ของลูกและมาเป็นตะเองของเค้า...คุณเคทเท่านั้น โอนลี่เคทอินมายฮาร์ท”

    “รู้แล้ว จะพูดซ้ำๆ ย้ำแยะๆ ทำไม”

    “ผมอยากให้ใครก็ตามที่คิดจะมาแอบหวังในตัวผม ช่วยเข้าใจด้วยว่า ใจผมเมดฟอร์เคท”

    เพ็ญสิริพูดไม่ออก น้ำตารื้น เอ่ยปากฝากให้เขาดูแลป๊ากับม้าให้ด้วย ไม่ต้องเป็นห่วงที่ตนต้องไปเป็นเมียเดชา วิสุทธิ์ตาโพลงที่เธอไม่ได้พูดว่ารักตน...

    เพ็ญสิริเดินเศร้าออกมา วิสุทธิ์ตามเซ้าซี้ให้เธอพูดสิ่งที่ตั้งใจจะพูด สุดท้ายจับไหล่เธอให้หันมาจ้องหน้า ใจหญิงสาวเต้นรัวชี้นิ้วไปที่อกเขาบอก...เมดฟอร์เคท แล้วเปลี่ยนมาจิ้มที่ใจตัวเองบอก...เมดฟอร์ยู

    “ฉันรู้ว่ามันบ้ามาก ที่อยู่ดีๆ ฉันก็คิดถึงนายมากกว่าโอ๊ปป้าได้ไง แต่ไม่ต้องห่วงเพราะฉันกำลังจะไปเป็นเมียเดชาแล้ว ที่ฉันพูดเพราะไม่อยากเป็นแบบนางเอกเกาหลี อ้ำอึ้งอมพะนำ รักก็ทำหน้ามึน ฉันก็เลยต้องพูดเพราะมันเป็นโอกาสแรกและโอกาสสุดท้ายแล้ว ที่จะได้พูดคำว่ารักเพราะรู้สึกอยากพูดจริงๆ...เลิฟยูนะคุณวิสุทธิ์ ลาก่อนผู้ชายปากเราะร้ายควายมูร่าห์”

    ทันทีที่หันหน้ามาก็เห็นป๊าม้ายืนอยู่ในชุดขาว ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ได้ยินลูกบอกรักชายหนุ่ม เพ็ญสิริตกใจถามเดชาปล่อยทั้งสองมาแล้วหรือ ป๊าม้างงเดชาเป็นใคร พวกตนไปปฏิบัติธรรมเพิ่งกลับมา เอาบุญมาฝากทั้งสองคน พวกตนส่งข้อความบอกวิสุทธิ์ไว้แล้ว เพ็ญสิริหันขวับไปมองวิสุทธิ์ด้วยสายตาเพชฌฆาต เขารู้สึกสยอง

    เพ็ญสิริวิ่งไล่ทุบตีวิสุทธิ์ โวยวายที่เขาชอบโกหก สนุกมากหรือที่ทำให้ตนพูดเรื่องที่ไม่อยากพูดออกไป ว่าแล้วก็ร้องไห้โฮ วิสุทธิ์ใจเสียขอโทษไม่ได้ตั้งใจ ป๊าม้างงเกิดอะไรขึ้น

    “ป๊าม้า ความจริงแล้วหนูกับคุณวิสุทธิ์ เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เราไม่ได้รักกัน ไม่เคยมีกิจกรรมสร้างทายาทแบบที่ป๊าม้าต้องการด้วย และมันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต” พูดจบเพ็ญสิริเดินแยกไป ทั้งสองหันมาเค้นถามวิสุทธิ์แทน

    วิสุทธิ์กราบขอโทษ ป๊าม้าถามไม่ได้รักลูกสาวตนบ้างเลยหรือ เขากลับรู้สึกสับสน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ สุริเยนทร์ควบม้าออกมากลางไร่ คิดถึงที่ผ่านๆมาที่ทำกับเคทและที่เธอทำให้กับตน คิดถึงความสนิทสนมของเคทกับวิสุทธิ์ แล้วยิ่งเครียด

    ด้านเคทฟุบหลับเฝ้าน้องพีท เสียงหนูน้อยละเมอเรียกพ่อก็สะดุ้งตื่น ตัดสินใจปรึกษาหมอขอเอาน้องพีทออกจากโรงพยาบาล...สุพลโทร.เข้ามาแจ้งเรื่องนพสิทธิ์ ว่าตำรวจขอเก็บร่างเขาไว้เป็นหลักฐานก่อน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุและเบาะแสเกี่ยวกับคดี เคทรับทราบถามระยะเวลาที่จะเอาร่างกลับมาทำพิธีได้ สุพลตอบว่าไม่นานแล้วตนจะคอยตามเรื่องให้ เคทวางสายก็พอดี
    ได้ยินลุงชาวบ้านท่าทางใจดีจูงมือภรรยาคุยกัน บอกเยี่ยมไข้เสร็จกินข้าวโรงพยาบาลแล้วตีรถเข้ากรุงเทพฯเลย เคทคิดบางอย่างได้

    เคทรีบมาบอกลออกับน้องพีทว่าเราจะกลับบ้านกัน น้องพีทยังโยเยจะหาพ่อ เธอต้องปลอบให้หยุดร้องแล้วแย็บถาม “ถ้าน้องพีทกลับบ้านที่กรุงเทพฯ น้าหมีภูจะเสียใจมาก ไม่สงสารน้าหมีภูเหรอครับ”

    น้องพีทร้องไห้อีกไม่ยอมอยู่ที่นี่ต่อไป เคทหน้าเครียด ตัดสินใจไปขอลุงชาวบ้าน ขอติดรถกลับกรุงเทพฯด้วย ลออถามว่าสุริเยนทร์จะไม่โกรธหรือ เคทบอกว่าขอกันดีๆแล้วเขางี่เง่า

    “ฉันจะพาน้องพีทไปเลย จะโกรธจะเสียใจก็ช่วยไม่ได้แล้ว ยังไงเขาก็เป็นผู้ใหญ่ เสียใจแค่ไหนเขาก็คงไม่ตายหรอก”

    “ไม่ตายใช่ค่ะ แต่ไม่ตายนี่แหละที่น่ากลัว ยิ่งคุณจะแอบพาน้องพีทหนีไปด้วย น่ากลัวหนักมาก”

    เคทคิดว่าให้น้องพีทปลอดภัยก่อนแล้วค่อยกลับมาขอโทษสุริเยนทร์...เผอิญสุริเยนทร์มาที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าเข้าไปให้น้องพีทเห็นหน้า จึงให้สุพลไปตามเคทออกมา ตัวเขารอที่มุมกาแฟ...ลออรับยากลับมาหาเคทที่ห้องบอกว่าทางโรงพยาบาลจะส่งบิลไปเก็บที่

    สุริเยนทร์เอง เคทพยักหน้าแล้วพาน้องพีทจะออกจากห้อง เปิดประตูมาเจอเสือโคร่ง ทั้งสามตกใจ เสือโคร่งมาบอกว่าสุริเยนทร์อยู่ที่นี่ ทันใดสุพลเดินมา เสือโคร่งรีบวิ่งไปรับหน้าเพื่อให้เคทพาน้องพีทกับลออออกไปที่ลิฟต์

    เคทเครียดลงมาถึงชั้นล่าง รู้ว่าสุริเยนทร์ต้องรอที่มุมกาแฟแน่ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่สุริเยนทร์เห็นเสียก่อนตามมาดัก เคทตกใจบอกลออให้พาน้องพีทไปรอที่รถลุง แล้วเธอเข้าไปดึงมือสุริเยนทร์ไปอีกทาง ต่อว่าเขาไม่ควรมาให้น้องพีทเห็น เขาต่อว่าเธอคิดจะหนีใช่ไหม เคทอ้างว่าหมอให้น้องพีทกลับได้ จึงคิดจะพาไปอยู่ไร่ปลายฟ้าก่อน เขาสวนทำไมต้องไปที่นั่น

    “ก็น้องพีทไม่ยอมกลับไปบ้านคุณ แค่ได้ยินชื่อไร่ภูทับดาวก็ร้องแล้ว แล้วจะให้ฉันทำไง อยู่ก็ไม่ได้ ไปก็ไม่ได้ ก็ต้องพาไปไร่คุณวิสุทธิ์ดีที่สุดแล้ว”

    สุริเยนทร์ไม่อยากเชื่อ คิดว่าเธอจะพาน้องพีทหนีกลับกรุงเทพฯมากกว่า เคทบอกอยากทำอย่างนั้นแต่รู้ว่าหนีเขาไม่พ้น เขาถามย้ำแน่ใจหรือ เธอสวนจะถามรอบสองทำไม

    “เธอก็มีโอกาสตอบคำถามนี้ครั้งที่สองแล้วเหมือนกัน” สุริเยนทร์จ้องคาดคั้น “ตอนนี้ฉันก็เหลือแค่น้องพีทกับ...เธอ ที่เป็นเหมือนคนในครอบครัว ฉันไม่มีใครแล้ว แม่ พ่อ พี่สุรีย์ ทุกคนที่ฉันรัก ทิ้งฉันไว้แล้วหนีไปหมด ฉันไม่อยากรู้สึกอย่างนั้นอีกแล้ว ถ้าเธอจะไปไร่ปลายฟ้า ฉันก็ว่ามันเป็นทางออกที่ยุติธรรมดี อย่างน้อยก็ยังอยู่ใกล้ๆกัน ไม่ได้หนีไปไหน แต่...แต่ถ้าเธอคิดจะทิ้ง
    ฉันแล้วหนีหายไป ฉันขอเถอะ ขอให้เปลี่ยนใจ”

    “คุณภู...” เคทใจแป้ว

    สุริเยนทร์ถามอีกครั้งว่าจะไปแค่ไร่ปลายฟ้าใช่ไหม เคทอึกอักกว่าจะยอมรับ สุริเยนทร์บอกจะกลับไปรอเธอที่บ้าน เธอว่างจากน้องพีทแล้วไปหาตน ตนมีเรื่องจะคุยด้วย เคทรับคำหน้าเสีย สุริเยนทร์เดินยิ้มกลับไป

    เคทเดินครุ่นคิดมาที่รถลุง ไม่แน่ใจว่าตนทำถูกหรือไม่...ด้านสุพลเห็นเคททิ้งมือถือไว้ในห้องคนไข้ก็รีบเอามาให้สุริเยนทร์ เขาตกใจรีบวิ่งไป เห็นเคทกำลังขึ้นรถชาวบ้าน สุพลจะให้ลูกน้องไปขวางไว้ แต่สุริเยนทร์ห้ามเพราะยังเชื่อใจเคท

    เคทตัดสินใจบอกลุงชาวบ้านให้ช่วยไปส่งที่ไร่ปลายฟ้า น้องพีทร้องไห้โฮจะกลับกรุงเทพฯ เคทใจเสียสับสน บรรยากาศเครียดกดดัน

    สุริเยนทร์เฝ้ารอเคทแวะมาหาอย่างเชื่อใจจนค่ำมืด สุพลฟันธงว่าเธอพาน้องพีทกลับกรุงเทพฯไปแล้ว ป้าอุ่นเคืองที่เคททำให้เจ้านายกลับมาเครียดอีก สุพล บอกว่าเจ้านายแคร์เคทมาก ไม่มีใครทำให้เสียใจมากขนาดนี้ มันคือความรักแน่ๆ แต่เขาไม่รู้ตัว...สุริเยนทร์ยังคงยืนรอจนฝนเทลงมา ทุกคนเป็นห่วงแต่ไม่กล้าไปเตือนให้เข้าบ้าน

    เคทเองก็เสียใจมากแต่ไม่อาจขัดใจน้องพีทได้ เกรงจะชักขึ้นมาอีก...จนเช้าสุริเยนทร์ยังคงยืนรออยู่อย่างนั้น สุพล ป้าอุ่นและเสือโคร่งยืนมองอย่างรู้สึกว่าหายนะกำลังจะเกิด จู่ๆสุริเยนทร์ก็ตะเบ็งเสียงขึ้น “เธอไม่มา เธอหลอกฉัน ทานตะวัน! เธอหลอกฉัน!”

    ทุกคนสะดุ้งโหยง สุริเยนทร์หันกลับมาสีหน้าดุดัน เดินชนทุกคนที่ขวาง ไปที่ห้องน้องพีท ทำลายข้าวของในห้องพังทลาย รวมทั้งหุ่นยนต์ของตัวเองที่ให้น้องพีทเล่น...

    ด้านเพ็ญสิริตื่นขึ้นมา เห็นป๊าม้าเตรียมอาหารเช้าให้มากมายราวจะฉลองอะไร ม้าเอ่ยขึ้นว่าเสียใจที่ยัดเยียดให้ลูกรักวิสุทธิ์ และเห็นแล้วว่าเธอพยายามที่จะคบกับผู้ชายห่วยๆคนนั้น พวกตนไม่น่าฝืนลิขิตสวรรค์ พวกตนคุยกันแล้ว จะไม่บังคับให้เธอคบใครอีก จะไม่มีแฟนตลอดชีวิตก็ได้ เพ็ญสิริน้ำตาซึมโผกอดป๊าม้าซาบซึ้ง

    จากนั้นป๊าม้าก็เรียกวิสุทธิ์มาพบ เพื่อบอกว่าเขามันโหล่ยโท่ย ตาต่ำ ไม่เห็นนางฟ้านางสวรรค์ตรงหน้า “ลูกเรามีอะไรไม่ดี หน้าดีผิวดี งานละเอียด คุณภาพดีเลิศ แพ็กเกจจิ้งก็น่ารักตั้งแต่หัวจรดเท้า ของดีพรีเมี่ยมขนาดนี้ถ้าคุณไม่ชอบมันก็ผิดที่รสนิยมคุณแล้ว”

    วิสุทธิ์งงที่เรียกมาด่า ม้าประกาศว่าเชิญเขาไปหาของหยาบสากคอไม่ได้มาตรฐานที่อื่น ทันใดเคทโทร.เข้ามา เพ็ญสิริรับสาย “ว่าไงเคท หา! แกพูดจริงเหรอ ฉันจะไปหาแกเดี๋ยวนี้”

    เพ็ญสิริวางสายแล้วบอกป๊าม้าว่าจะออกไปหาเคท วิสุทธิ์ได้ยินเช่นนั้นก็บอกป๊าม้าว่าพรุ่งนี้จะมาให้ด่าต่อ ว่าแล้วก็รีบตามเพ็ญสิริออกไป...วิสุทธิ์รีบขับรถตามเธอไป

    พอเพ็ญสิริมาถึงบ้านสุรีย์ เคทโผกอดร้องไห้บอกไม่มีทางเลือก เพ็ญสิริงงเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 11:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์