นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"



    ที่โรงยิมแห่งหนึ่ง เมลดาสอนท่าพื้นฐานมวยไทยให้กังฟู ถามเขาว่าจะเรียนมวยไทยเพื่อผสมกับมวยจีนให้ได้หรือ

    กังฟูบอกว่าเปล่า ตนเรียนเพื่อเวลาซ้อมพหุยุทธกับเธอ ตนรู้พื้นฐานมวยไทยบ้างจะได้รับส่งกับเธอได้คล่องแคล่วขึ้น ทำให้การซ้อมมีประสิทธิภาพเต็มที่ฝีมือเธอก็จะได้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ

    เมลดาอึ้ง ซึ้งใจ คิดไม่ถึงว่าเขาจะเรียนมวยไทยเพื่อตน กังฟูบอกว่าเพื่อเธอตนทำได้ทั้งนั้น แล้วยิ้มทะเล้นถามว่าพูดแบบนี้แล้วหล่อไหม เลยถูกเมลดาด่าเขินๆ “บ้า...”

    ooooooo

    พายุอยู่ในภาวะสติแตกเมื่อเจอเนตรนภาที่ไนท์คลับเธอก็เมินเฉยและเดินหนี เห็นพวกบริกรหัวเราะกันก็หาว่าหัวเราะเยาะ บริกรเรียกท่านรองหัวหน้าก็หาว่าเยาะเย้ย ทั้งตบตีชกต่อยพวกบริกรอย่างบ้าคลั่ง

    เมฆากับมิเชลนั่งดูอยู่มุมหนึ่ง เมฆาเห็นพายุอาละวาดแล้วหัวเราะ มิเชลถามว่าตลกอะไรหรือ

    “ไม่ได้ตลกหรอก แค่ดีใจน่ะ เธอบอกมันเก่งมากใช่ไหม แต่โง่งี่เง่ามาก คนเก่งแต่โง่แบบนี้หลอกใช้ง่ายหายากนะ เวลาเจอฉันก็เลยดีใจไง” มิเชลดูพายุที่กำลังเดือดดาลคลุ้มคลั่งก็หัวเราะเบาๆ บอกว่าเมฆาพูดถูกพายุเดินออกมาอย่างหงุดหงิด มิเชลเข้าไปทักอย่างคุ้นเคยจนพายุงงถามว่ารู้จักตนหรือ มิเชลบอกว่ารู้จักมากกว่าที่เขาคิด พายุหรี่ตามองอย่างสงสัยถามว่า “คุณเป็นใครกันแน่ ต้องการอะไรจากผม”

    “ฉันตอบคำถามคุณแน่ แต่ก่อนหน้านั้น คุณถามตัวเองดีกว่าว่า คุณอยากได้อะไรจากฉัน...คุณจางฟุ”

    มิเชลกับเมฆา พาพายุไปที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง สั่งอาหารฮ่องเต้มา มิเชลยังบอกว่าอยากทานอะไรก็ทานตามสบายไม่ต้องเกรงใจกัน เมฆาพูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตัวว่า

    “ได้มีโอกาสกินข้าวด้วยกันกับคุณพายุ ผมถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

    พายุถามอย่างระแวงว่าอยู่ดีๆ มาเลี้ยงอาหารตนแบบนี้มีจุดประสงค์อะไร เมฆาเอ่ยคีบอาหารให้พายุว่า

    “แน่นอนอยู่แล้ว เราไม่ให้คุณกินฟรีแน่ แต่ว่าคุณพายุ เพราะเป็นคนระดับคุณด้วยนะเราถึงจัดเมนูระดับฮ่องเต้ให้ จะใช้งานขุนพลก็ต้องเลี้ยงดูแบบขุนพล ถูกไหมครับ”

    พายุเริ่มตัวลอย ยิ่งเมื่อเมฆาป้อยอว่าเขาเป็นคนมีความสามารถระดับขุนพลทั้งสติปัญญาและพลัง ฝีมือไม่ธรรมดาเลย พายุก็ยิ่งพอใจ เมฆาชมว่าติงลี่ตาแหลมคมเห็นความสามารถของเขาแต่กลับมีจิตใจคับแคบ เลยยิ่งถูกใจพายุ ถึงกับตบโต๊ะปัง

    “ใช่! ความจริงเรื่องนี้ผมไม่อยากพูด แต่ผมอดไม่ได้เหมือนกัน เขาดูถูกผมเกินไปหยามผมแบบไม่ไว้หน้าเลย”

    พูดแล้วกินกับที่เมฆาคีบให้ เมฆายิ้มพอใจ คีบให้อีก แล้วทั้งหลอกล่อป้อยอ บอกกว่ากรุงเทพฯกว้างใหญ่มีผู้คนมากมาย แต่คนมีความสามารถจริง กลับมีน้อยมาก แล้วถามว่า รู้ไหมว่าการที่ติงลี่ปลดเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย พายุบอกว่าไม่ใช่ ตนถูกปลดเพราะไปยุ่งกับผู้หญิงของติงลี่ต่างหาก

    เมฆาติงว่าคนอย่างติงลี่มีผู้หญิงเป็นร้อย จริงๆ แล้วติงลี่ปลดเพราะกลัวเขาต่างหาก เพราะยิ่งนานวันก็ยิ่งเห็นรัศมีเจิดจ้าของเขา ติงลี่อิจฉาความสำเร็จของเขาแล้วถามว่า “รู้ไหมว่าตอนนี้คนในวงการพูดกันอย่างไร” พายุบอกว่าไม่รู้ “เขาบอกคุณคือจูล่ง เฮียติงลี่คืออ้วนเสี้ยว”

    พายุบอกว่าตนไม่ค่อยได้ศึกษาประวัติศาสตร์ที่เขาพูดมา ตนไม่เข้าใจเท่าไร เมฆาจึงยกเรื่องสามก๊กมาเปรียบเทียบให้ฟังว่า จูล่งคือสุดยอดขุนพลของเล่าปี่ ตอนแรกเขาทำงานกับอ้วนเสี้ยว แต่อ้วนเสี้ยวกลับเป็นเจ้านายเลวทรามใช้คนไม่เป็นในที่สุดก็รั้งจูล่งไว้ไม่ได้

    “เรื่องนี้คงเข้าหูเฮียติงลี่ เขาเลยสั่งปลดคุณ ไม่ให้คุณได้แสดงฝีมืออีก หนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนคำวิจารณ์ สองคือคนภายนอกจะได้ไม่รู้ว่าคุณเก่งแค่ไหน สามเป็นการขู่คุณให้อยู่ใต้อิทธิพลของเขาตลอดไป” มิเชลสรุป เมฆาเห็นความขุ่นเคืองของพายุ เขาแอบยิ้มยุต่อว่า

    “ในความเห็นผม เฮียติงลี่ยังเลวกว่าอ้วนเสี้ยวเสียอีก อ้วนเสี้ยวอย่างน้อยยังไม่กลั่นแกล้งจูล่ง แต่ติงลี่กลับเหยียดหยามคุณอย่างไม่เห็นคุณค่า”

    “เฮียติงลี่มันเลวจริงๆ เสียแรงผมนับถือเขา นี่ถ้าไม่ได้เจอคุณเมฆาผมคงไม่รู้เรื่อง เป็นไอ้โง่ให้มันดูถูกต่อไป ผมนึกแล้วว่ามันต้องมีเบื้องหลังอย่างอื่นอยู่ด้วย ขอบคุณคุณเมฆามาก” พายุคั่งแค้น กินกับที่เมฆาคีบให้อีก เมฆามองอย่างพอใจ พลันเมฆาก็ลุกจากเก้าอี้คุกเข่าประสานมือคำนับพายุ ทำเอาพายุตกใจถามว่า “คุณทำอะไร?”

    “ผมกำลังจะทำการใหญ่ ขอสวมบทเล่าปี่เชิญยอดขุนพลอย่างคุณมาอยู่ร่วมธงกับผม”

    พายุรีบคุกเข่าประคองเมฆาขึ้นมา “คุณให้เกียรติผมมากเกินไป ใต้เข่าลูกผู้ชายมีทองคำ คุณเป็นเศรษฐีใหญ่ ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้”

    “เป็นเศรษฐีแล้วทำไม ถึงมีเงินมากมายแต่ไม่มีกำลัง คิดทำอะไรก็ไม่ได้ ผมเจ็บใจที่เพชรเม็ดงามอย่างคุณกลับไปอยู่ในมือคนโง่อย่างติงลี่...พายุ มาอยู่กับผมเถอะ”

    “คุณเมฆา ในเมื่อคุณให้เกียรติผม ตกลง ผมจะเป็นจูล่ง ให้คุณเป็นเล่าปี่” ทั้งสองต่างขอบคุณและจับมือกันเป็นสัญญา

    ooooooo

    เมื่อพายุออกจากห้องไปแล้ว เมฆาพูดกับมิเชลอย่างสะใจ ดูแคลนว่า

    “หน้าอย่างมันก็คิดจะเป็นจูล่งเหรอ ใครเชื่อก็ตายสิ อย่างมันเป็นได้แค่ลิโป้เท่านั้นแหละ” มิเชลติงว่าหลายคนบอกว่าลิโป้เก่งกว่าจูล่งด้วยซ้ำ “ถึงเก่งกว่าแต่ไร้ความจงรักภักดี ทรยศเจ้านายคนแล้วคนเล่าจนได้ฉายาลิโป้ไอ้ลูกสามพ่อ ถ้าฉันไว้ใจมัน ฉันก็ต้องตายเหมือนเจ้านายลิโป้ โดนลูกน้องตัวเองฆ่า ส่วนลิโป้เองสุดท้ายก็ตายอย่างหมา งิ้วเรื่องนี้ฉันไม่อยากเล่น ให้ไอ้ติงลี่กับไอ้พายุเล่นให้ดูดีกว่า ฮ่าๆๆ”

    หลังจากนั้น เมฆาโทรศัพท์บอกจางซื่อว่าอีกไม่นานอสูรเทวาก็จะได้ครอบครองกรุงเทพฯแล้ว ตนมีวิธีจัดการกับติงลี่แล้วและต่อไปคือเฮียเต๋า จางซื่อเตือนว่าอย่าประมาทเพราะติงลี่กับเฮียเต๋าคือเจ้าพ่อขาใหญ่หนึ่งในสามของกรุงเทพฯ

    “ผมไม่ประมาทหรอกครับ คนที่กำลังตกอยู่ในความประมาทคือพวกมันต่างหาก” เมฆาตอบอย่างลำพองใจ

    คืนนี้ มิเชลฝันถึงวัยเด็กของตนที่ขี่หลังพ่อเล่นอย่างสนุกสนาน รุ่งขึ้นเธอเล่าให้เมฆาฟังว่าแปลกมากตนฝันถึงพ่อทั้งที่ไม่ได้ฝันมานาน ปรารภว่า

    “ช่วงหลายวันมานี้ฉันรู้สึกเหมือนตอนเป็นเด็ก ตอนที่ได้อยู่ใกล้ๆพ่อ” เมฆาบอกว่าระหว่างพ่อลูกมีสายสัมพันธ์กันอยู่ เธออาจได้เจอเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ มิเชล บอกว่าตนนึกไม่ออกเลยว่าใคร เมฆาจึงอาสาจะให้คนไปสืบให้

    จากนั้นก็ให้สันต์ถือรูปมิเชลตอนเด็กๆไปเดินถามพวกอาม่าอากงแถวย่านคนจีน ผ่านไปคนแล้วคนเล่าก็ไม่มีใครรู้จัก สันต์จึงเดินถามไปเรื่อย เมื่อเจออาอึ้มก็ถือรูปเดินไปถาม

    ooooooo

    พายุคุยกับเมฆาเสร็จกลับไปหาเนตรนภาที่ห้องพัก เธอตกใจกลัวใครเห็นรีบดึงเขาเข้าห้องพักบอกว่าติงลี่ห้ามเราเจอกัน พายุบอกว่าตนมาหาเพื่อจะบอกเธอว่าตนจะไปหาติงลี่และคุยกับเขาขอให้ปล่อยเธอ

    เนตรนภาเชื่อว่าติงลี่ไม่ยอมปล่อยแน่ รอให้ติงลี่ใจเย็นก่อนค่อยไปคุยดีไหม

    “เป็นไงเป็นกัน ผมจะไปคุยกับเขาเลย ผมทนไม่ได้จริงๆ ผมรักคุณเนตร...” เนตรนภาจึงขอไปคุยเองเชื่อว่าผู้หญิงคุยง่ายกว่า พายุไม่วางใจว่าถ้าคุยกันในไนต์คลับติงลี่อาจให้ลูกน้องทำร้ายเธอก็ได้ เนตรนภาจึงจะนัดมาคุยตัวต่อตัวที่ห้องของตน เธอพูดทีเล่นทีจริงว่า “ถ้าฉันมาอยู่กับคุณแล้วคุณไม่มีเงินให้ฉันใช้นะ คอยดูเถอะ”

    “อย่าว่าแต่หาเงินมาให้คุณเลย คุณอยากได้อะไรผมก็จะหามาให้หมดทุกอย่าง ขอให้คุณมีความสุขก็พอ” พายุกอดเธอไว้แน่น เนตรนภาน้ำตาซึมอย่างซาบซึ้งใจ

    ooooooo

    บู๊ลิ้มรู้สึกผิดที่แสดงกิริยาไม่ดีกับหลินหลินวันก่อน จึงไปซื้อดอกไม้พร้อมการ์ดเล็กๆ เขียนข้อความจะเอาไปให้หลินหลิน

    แต่ขณะเดินประคองช่อดอกไม้ไป เจอหลินหลินกับเป๋งกุ่ย หลินหลินจึงชวนไปดูวีดิโอด้วยกัน เป๋งกุ่ยพูดกันท่าว่ากลัวบู๊ลิ้มจะดูไม่รู้เรื่องเพราะเราสองคนดูกันมาตั้งนานแล้ว บู๊ลิ้มหัวใจสลายปล่อยช่อดอกไม้หลุดจากมือสะบัดแยกไป

    ที่แท้หลินหลินนัดซ้อมมวยไทยกับเมลดา เป๋งกุ่ยเสียความรู้สึกมากฝึกได้ไม่นานก็หยุดไม่ซ้อมต่อ บ่นอุบว่าจะมาชวนหลินปิงไปกินฟาสต์ฟู้ดกัน ชวนให้มาฝึกมวยทำไมก็ไม่รู้เหนื่อยแฮ่กเลย ขอกลับก่อนดีกว่า แล้วเดินหงุดหงิดกลับไป

    เป๋งกุ่ยเดินไปเจอช่อดอกไม้ของบู๊ลิ้มจำได้ หมั่นไส้เลยหยิบโยนข้ามกำแพงไปแล้วหัวเราะสะใจ

    ที่หลังกำแพง เจ๊ยี้กำลังมายั่วยวนเฮียป้อจะยัดเยียดตัวเองเป็นเมียเฮียให้ได้ ใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาสารพัด แต่เฮียป้อก็ยังซื่อสัตย์ต่อดอกท้อไม่ยอมเสียตัวให้กับเจ๊ยี้

    พลันเจ๊ยี้ก็เห็นอะไรกำลังจะตกใส่หัวเฮียป้อ เจ๊ยี้ผลักเฮียป้อไปทางหนึ่งแล้วตัวเองก็หลบไปอีกทาง พอของตกถึงพื้นเฮียป้อมาดูกลายเป็นช่อดอกไม้ของบู๊ลิ้มที่เป๋งกุ่ยโยนมา เฮียป้อมองงงๆว่าช่อดอกไม้มากจากไหน? พอนึกได้ก็คร่ำครวญว่า เป็นดอกไม้จากดอกท้อ พร่ำบอกดอกท้อว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรผิด ดอกท้ออย่าโกรธตนเลย แล้วผลักไสเจ๊ยี้ให้กลับไปเสีย

    เมลดาที่มาดูความวุ่นวายเห็นช่อดอกไม้ที่มุมห้องเดินไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นช่อดอกไม้ของบู๊ลิ้ม เลยเอาช่อดอกไม้ย่องเอาไปให้หลินหลิน

    หลินหลินหยิบการ์ดที่เสียบในช่ออ่าน “ผมนั่งอยู่ในร้านดอกไม้เกือบชั่วโมงแล้ว คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนอะไร มีถ้อยคำมากมายที่อยากบอก แต่กลับเขียนไม่ออกสักคำ จริงๆแล้วมันก็มีแค่สามคำ แต่ผมก็กลัวมันจะน้อยเกินไปสำหรับความผิดพลาดที่ผมได้ทำไป ผมอยากบอกว่า...ผมขอโทษ”

    หลินหลินอ่านจบก็มองการ์ดนิ่ง เหลียวซ้ายแลขวาเห็นไม่มีใครก็เอาการ์ดซุกไว้ใต้หมอนแล้วมองดูช่อดอกไม้ยิ้มปลื้มอยู่คนเดียว...

    ooooooo

    ที่โรงงิ้ว ปัญหากังฟูกลายเป็นเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของฮูหยินชวนฮียเฉินหนีไปจากที่นี่เสีย เฮียเฉินไม่หนีไปไหนอีกแล้ว ฮูหยินรำพึงรำพันว่าถ้าวันนั้นตนไม่รับลูกของจางเหลียงมาเลี้ยงวันนี้ก็คงไม่ต้องเดือดร้อน

    “ถ้าวันนั้นเราไม่รับมันมาเลี้ยง วันนี้เราคงละอายใจ ฮูหยินผู้กล้าไหนเลยกลัวความเดือดร้อน” เฮียเฉินเอ่ยทำให้ฮูหยินเงียบไป “ฮูหยิน ลื้ออย่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้วเลย” เฮียเฉินตบบ่าฮูหยินอย่างให้กำลังใจแล้วเดินไป

    ฮูหยินไม่สนองตอบใดๆ แต่เมื่อไปหาบู๊ลิ้มที่หลับอยู่ก็เข้าไปลูบหัวบอก

    “บู๊ลิ้ม...เพื่อลื้อ อั๊วไม่ใช่แค่กล้าสู้เสี่ยงชีวิตกับจางซื่อ แต่อั๊วยังจะกล้าหนีมันด้วย เพื่อลื้อ...บู๊ลิ้ม”

    แล้วฮูหยินก็ไปหากังฟูที่โรงงิ้วเรียกกังฟูมาหา บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยเป็นการเฉพาะ แล้วถามหน้านิ่งว่าแอบเรียนวิทยายุทธ์ใช่ไหม ทำไมไม่เคยบอกกันสักคำ กังฟูสารภาพผิดว่าทำไปเพราะความจำเป็น

    “ไอ้เฉินเล่าให้ฟังแล้ว ลื้อฝึกลมปราณลิ้นมังกรเพื่อช่วยมัดบ๊ะจ่าง แล้วฝึกลมปราณหงส์แดงเพื่อไม่ให้เป็นตุ๊ด แต่มวยแปดทิศล่ะ ใครสอนลื้อ”

    กังฟูหน้าเจื่อนเพราะมวยแปดทิศนั้นพายุสอน

    เพื่อให้กังฟูไปคอยปกป้องตนในการต่อสู้กับพวกเฮียเต๋าเพื่ออวดฝีมือกับติงลี่ กังฟูบอกไม่ได้และไม่ยอมบอก ฮูหยินโมโหไล่ออกจากโรงงิ้ว กังฟูก็ไม่ยอมไปคุกเข่าขอให้ยกโทษให้ตนด้วย

    เฮียเฉินไม่เห็นด้วยที่ฮูหยินไล่กังฟูออก พูดแทงใจดำว่าที่ลงโทษกังฟูเพราะกลัวมีเรื่องกับจางซื่อ จนฮูหยินยอมรับว่า “เออ...อั๊วไล่มันออกเพราะอั๊วกลัวจางซื่อเหมือนกับที่อั๊วกลัวจางเหลียงนั่นแหละ ถ้าวันนั้นเราไม่กลัวจางเหลียงเราสู้กับมันเราก็คงตายอยู่ที่ฮ่องกงแล้ว เราจะมีชีวิตแบบวันนี้หรือ”

    ครั้งนั้น...ที่ฮ่องกง สามเฮียกับฮูหยินหนีจางเหลียงลงเรือมาพร้อมกับป้าย “เจ็ดผู้กล้าคุณธรรม” มาวันนี้ชีวิตถูกจางซื่อคุกคามอีก เฮียเฉินบอกว่าครั้งนี้จะไม่หนีอีกแล้วถ้าหนีก็อาจจะมีชีวิตที่มีความสุขต่อไป แต่เราก็เป็นได้แค่คนแสดงงิ้ว เฮียเฉินประกาศว่าตนเล่นงิ้วมาพอแล้ว ถึงเวลาที่งิ้วจบแล้ว ตนขอกลับไปเป็นตัวของตัวเอง...น้องสามแห่งเจ็ดผู้กล้าคุณธรรม เฉินหลงเหล็ง”

    เฮียหลอกับเฮียเก้าก็ไม่หนี เฮียเก้าประกาศว่า “อั๊วก็ขอกลับไปเป็นตัวเองเช่นกัน พี่รองแห่งเจ็ดผู้กล้าคุณธรรม เก้าซางเต้ง” เฮียหลอประกาศต่อว่าตน “พี่ใหญ่แห่งเจ็ดผู้กล้าคุณธรรม หลอหลอยี้” ฮูหยินมองสามเฮียน้ำตาคลอประกาศบ้างว่า

    “ดี...ดี สามีที่ประเสริฐ พี่น้องที่ประเสริฐ ชีวิตข้าเกิดมาได้เจอพวกท่าน ถึงต้องตายก็ไม่เสียดายชีวิตน้องเล็กแห่งเจ็ดผู้กล้าคุณธรรม...หวีอันอัน” แล้วทั้งสี่ก็ยืนเคียงข้างกันประหนึ่งผนังแกร่งกำแพงกล้า

    หลังจากนั้น ฮูหยินกับสามเฮียไปหากังฟู ฮูหยินบอกให้กังฟูลุกขึ้นแล้วเดินเข้าหาบอกว่า “เรื่องที่ลื้อฝึกวิทยายุทธ์ผิดคำสัญญาอั๊วต้องลงโทษสถานหนัก” แล้วฮูหยินก็ตบหน้ากังฟูซ้ายขวา กังฟูยังยืนนิ่งให้ตบต่อ ฮูหยินบอกว่า “พอแล้ว ลื้อยังนับเป็นศิษย์ของอั๊วอยู่” กังฟูคุกเข่าคำนับและขอบคุณ ฮูหยินบอกให้ลุกขึ้นและกลับไปเสียพวกตนยังมีงานต้องทำต่อ

    เมื่อกังฟูไปแล้ว อาจารย์ทั้งสี่เดินออกมาที่ประตูแล้วหันมองป้ายโรงงิ้วคณะฟ้าดิน จากนั้นพยักหน้าให้กัน เฮียเฉินเกร็งกำลังภายในกระโดดขึ้นไปฟาดฝ่ามือใส่ป้ายแล้วลงมายืนรวมกลุ่ม

    ป้ายงิ้วปริร้าว ค่อยๆแตกหักร่วงลงมา เผยให้เห็นป้ายไม้ภาษาจีนที่ซ่อนอยู่หลังป้ายงิ้วคือป้าย “เจ็ดผู้กล้าคุณธรรม” อาจารย์ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วมองป้ายด้วยความตื้นตันใจ

    ooooooo

    สันต์ไปสืบจนได้รายละเอียดกลับมารายงานเมฆากับมิเชลว่า

    “พ่อคุณมิเชลมาจากเมืองจีนเมื่อสี่สิบปีก่อน มาเจอคุณแม่ที่เมืองไทย สักพักก็มีลูกคือคุณมิเชล พอคุณมิเชลสามขวบก็หย่ากัน ภรรยาพาลูกไปฮ่องกง พ่อคุณมิเชลก็ย้ายบ้านออกไป ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหน แต่มีคนบอกว่าเคยเห็นแสดงงิ้วอยู่ที่คณะฟ้าดิน”

    มิเชลอุทานว่าใช่เขาจริงๆด้วย เมฆาอึ้งถามว่าทำไมบังเอิญจัง แม่ตนก็พาจางฟุมาที่นี่ รำพึงว่า ที่นี่ต้องมีความสำคัญอะไรบางอย่างแน่ มิเชลอาสาจะไปสืบเอง

    ส่วนเนตรนภานัดติงลี่มาพบที่ห้องพักเสนอขอแยกตัว ติงลี่เอาเงินหว่านว่าถ้าเธออยู่กับตนจะเพิ่มเงินให้เป็นสองเท่า เมื่อเธอยืนกรานขอแยกตัวจนติงลี่บอกว่าจะไปไหนก็ไป แล้วทั้งเธอและพายุก็อย่ามาให้เห็นหน้าอีก

    เนตรนภาขอบคุณติงลี่ ทันใดนั้นพายุก็พรวดเข้ามาบอกเนตรนภาว่าเรื่องต่อไปนี้ไม่เกี่ยวกับเธอแล้วเข้าระดมต่อย ต่อยติงลี่จนล้มฮวบ ติงลี่ถามพายุว่าทำไมทำแบบนี้ที่ผ่านมาตนดีกับเขามาตลอด พายุคำรามอย่างดุร้ายว่า

    “ดีกับอั๊ว? ลื้อสั่งปลดอั๊ว ฉีกหน้าอั๊วต่อหน้าคนอื่น กดขี่ข่มเหงอั๊ว ไม่ให้อั๊วมีชื่อเสียง ไม่ให้อั๊วสร้างผลงาน นี่เหรอดีกับอั๊ว อั๊วไปหาคนอื่นที่เขาดีกับอั๊วจริงๆดีกว่า” ติงลี่ถามว่าจะไปไหน “เห็นว่าลื้อกำลังจะตาย จะบอกให้ จะได้ไปตอบยมบาลถูก อสูรเทวา!” สิ้นเสียงก็ปล่อยหมัดเพชฌฆาตกลางกะโหลกติงลี่จนกระอักล้มคว่ำ แล้วหันไปลากเนตรนภาออกไป

    ooooooo

    พายุโทร.รายงานเมฆาว่าทุกอย่างเรียบร้อย เมฆา ชมว่ายอดเยี่ยมมาก พายุเตือนอย่าลืมทำตามสัญญา

    “ไม่ลืมหรอก คุณจะได้ครอบครองอาณาจักรของติงลี่แน่นอน แต่ว่าหลังจากที่เราถล่มเฮียเต๋าด้วยคงไม่ลืมนะ”

    พายุรับคำ ถามเรื่องศพติงลี่ เมฆาบอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตนส่งคนไปจัดการเอง จากนั้นเขาสั่งสันต์ให้ไปเก็บศพ!

    เมฆากับมิเชลไปที่ไนต์คลับของติงลี่ถีบคนคุมประตูกระเด็นแล้วเดินกร่างเข้าไป ตรงไปจัดการที่ปรึกษาของติงลี่ที่ห้องทำงานทันที

    ที่ห้องพักเนตรนภา ติงลี่รู้สึกตัวขึ้นมาพยายามพาตัวเองไปที่ลิฟต์ พอลิฟต์เปิด สันต์เดินสวนออกมาติงลี่เดินเข้าไป สันต์สะดุดตาติงลี่แต่ลิฟต์ปิดเสียก่อน มารู้ว่าติงลี่ไม่ตายและหนีไปได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปในห้องไม่พบอะไรเลย

    ติงลี่ออกจากลิฟต์ก็เรียกรถตุ๊กๆออกไปทันที

    สันต์วิ่งลงบันไดหนีไฟรีบไปเอารถตามรถตุ๊กๆไป

    เมื่อฮูหยินให้อภัยแล้ว กังฟูไปนั่งกินอาหารริมถนนกับเมลดา เขากินอย่างหิวโหยเพราะอดข้าวมาหนึ่งวันเต็มๆ กินจนชามซ้อนกันสามสี่ใบ แต่พอมีแรงก็มีเรื่อง เมื่อรถของสันต์พุ่งไปปาดหน้ารถตุ๊กๆที่ติงลี่นั่งมา ติงลี่ลงจากรถร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่เลือดท่วมตัว สันต์ตะโกนว่าใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง

    กังฟูจำติงลี่ได้บอกเมลดาให้ดูแลติงลี่แล้วตัวเองก็ออกไปเผชิญหน้าสันต์ สันต์ใช้ทั้งหมัดพยัคฆ์และหมัดแปดทิศเล่นงานกังฟู แต่ถูกกังฟูซัดไปหมัดเดียวก็คว่ำกลางอากาศ ติงลี่บอกว่าตนดูคนผิดเลยเกือบถูกพายุฆ่าตายเพราะพายุทรยศตนไปอยู่พรรคอสูรเทวา เป็นพรรคของเมฆากับมิเชล เมลดาบอกว่าพวกนี้ฆ่าพ่อตน

    “เสียใจด้วยนะ พรรคอสูรเทวามันเป็นพรรคอั้งยี่ที่ใหญ่โต ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมที่สุด ใครขวางทางมันมันถล่มราบเป็นหน้ากลอง แต่อั๊วเพิ่งรู้ว่ามันมาเมืองไทยไม่นานนี้เอง คิดไม่ถึงว่าวันนึงอั๊วจะกลายเป็นเหยื่อของมัน”

    ติงลี่ขอร้องให้กังฟูพาตนไปหาเพื่อน กังฟูพาไปตามที่ติงลี่บอกทาง ปรากฏว่าเป็นโรงงานของเฮียเต๋านั่นเอง ภายนอกเหมือนเฮียเต๋ากับติงลี่เป็นคู่อริกัน แต่ที่แท้ทั้งสองเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่เด็กจนโต สายสัมพันธ์นี้ตัดไม่ขาด

    โรงงานเฮียเต๋าถูกถล่มยับเยิน เมื่อเข้าไปในโรงงาน ติงลี่ร้องเรียกเฮียเต๋าจึงพบว่าเฮียเต๋าบาดเจ็บสาหัสตะกายออกจากถังขยะ เฮียเต๋าเล่าว่าถูกพวกอสูรเทวาบุกมาถล่ม ติงลี่ถามว่าใครเป็นหัวหน้ามาถล่ม “ลูกน้องลื้อที่ชื่อพายุ” เฮียเต๋าบอก

    ทั้งเฮียเต๋าและติงลี่ต่างบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะ “ไอ้นั่น” ตนตายแน่ กังฟูสงสัยว่าทำไมเฮียสองคนบาดเจ็บกันคนละข้าง เพราะติงลี่บาดเจ็บที่ด้านซ้ายส่วนเฮียเต๋าบาดเจ็บที่ด้านขวา

    “พวกเราฝึกวิชาระฆังทองคลุมกาย” ติงลี่บอก เฮียเต๋าเสริมว่า “แต่ฝึกได้คนละข้าง” แล้วสองเฮียก็ยกแขนคนละข้างขึ้นอ้อมหัวเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ

    ooooooo

    ไนต์คลับของติงลี่ถูกเปลี่ยนป้ายเป็น “อสูรเทวา” เมฆาเชิญจางซื่อมาที่ไนต์คลับ แนะนำแก่ทุกคนว่าจางซื่อเป็นหัวหน้าพรรคอสูรเทวา เดินทางมาให้กำลังใจพวกเรา

    จางซื่อชมพายุว่าความสำเร็จวันนี้เขามีผลงานโดดเด่นที่สุด สายเลือดจางเหลียงไม่ทำให้ตนผิดหวังเลย พายุบอกว่าตนเป็นผู้เยาว์ไม่รู้เรื่องราวของจางเหลียงเลย จางซื่อจึงเล่านิทานให้ฟัง ผ่านภาพลายเส้นพู่กันจีน ทีละภาพ...ทีละภาพ...

    ลายเส้นภาพแรกเป็นสลัมในฮ่องกง จอมยุทธ์ชราบาดเจ็บนอนซมอยู่ในตรอก เด็กชายจางเหลียงมาพบจึงเข้าประคองจอมยุทธ์ จางซื่อเล่าถึงจอมยุทธ์ว่า

    “ยุทธภพหลายสิบปีก่อนมีสุดยอดจอมยุทธ์ชื่อโกวเล้ง ฝีมือสูงล้ำ ร่องรอยลี้ลับ จนวันหนึ่งที่เกาะฮ่องกง จอมยุทธ์โกวเล้งได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนรอความตาย จางเหลียงตอนนั้นยังเป็นเด็กน้อยไปพบเข้า ช่วยชีวิตจอมยุทธ์โกงเล้งไว้ได้”

    จางซื่อเปลี่ยนภาพเล่าต่อว่า “จอมยุทธ์โกวเล้งตอบแทนด้วยการถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้จางเหลียง วิทยายุทธ์ของโกวเล้งนั้นลึกซึ้งพิสดาร คาดไม่ถึงจางเหลียงก็เป็นยอดอัจฉริยะ ในที่สุดจางเหลียงก็เป็นยอดฝีมือไร้ผู้ต่อต้าน จางเหลียงเหิมเกริมถือดีในฝีมือ ปราบยอดฝีมือทั่วทั้งแผ่นดิน ใครยอมก็รอด ใครขวางก็ตาย โกวเล้งตักเตือนแต่จางเหลียงก็ไม่ฟัง โกวเล้งจึงจากไปด้วยความเสียใจที่ได้สร้างปีศาจร้ายขึ้นมา”

    จางซื่อให้ดูภาพที่สี่ที่จางเหลียงขึ้นนั่งบัลลังก์แล้วเล่าต่อ

    “จางเหลียงก่อตั้งสำนักอสูรเทวา ชักชวนผู้คนเข้าร่วมอุดมการณ์เพื่อเป็นหนึ่งในโลกนี้ ข้าเองก็เข้ามาร่วมกับจางเหลียงในตอนนี้ แล้วจึงรู้จักกับเหมยอิง แต่งงานกัน ต่อมาภรรยาจางเหลียงตายตอนคลอดลูก จางเหลียงเสียใจมาก จนธาตุไฟเข้าแทรกสติเลอะเลือนสั่งประหารพี่น้องร่วมสำนัก ข้าเองก็โดนเขาสั่งประหาร ในที่สุดพี่น้องในพรรคก็ทนดูไม่ได้ พร้อมใจกันโค่นอำนาจฆ่าจางเหลียง เชิญข้าขึ้นเป็นเจ้าสำนัก”

    จางซื่อเล่ามาจนถึงภาพที่ 6 ที่ท่าเรือ เหมยอิงอุ้มลูกจางเหลียงลงเรือหนีไปได้ว่า “ระหว่างที่วุ่นวาย เหมยอิงก็อุ้มลูกจางเหลียงที่ชื่อจางฟุหนีออกจากฮ่องกง ข้ารู้สึกผิดกับจางเหลียงมากใช้เวลาทั้งหมดตามหาจางฟุ ในที่สุดก็ได้เจอ”

    เล่าจบ จางซื่อเดินมาหาพายุ “จางฟุ วันหนึ่งข้าจะคืนสำนักอสูรเทวาให้เจ้า” พายุรับสมอ้างเป็นจางฟุแต่ทำเป็นถ่อมตนว่าถึงจะเป็นลูกจางเหลียงแต่สติปัญญาเทียบกันไม่ได้ “เจ้าทำได้ เชื่อข้าเถอะ เรื่องนี้เพียงรอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง”

    พายุทำเป็นอึกอักพูดไม่ออก แต่สีหน้าแววตาแสดงความดีใจสุดขีด เมฆาที่นั่งฟังอยู่จิกตามองกำหมัดแน่น!

    เมื่ออยู่กันตามลำพัง เมฆาระบายกับมิเชลว่าไม่ เข้าใจว่าทำไมพ่อจึงมอบตำแหน่งนี้ให้พายุ มิเชลที่อยู่กับจางซื่อมานานบอกว่า พูดอย่างนี้แสดงว่าเขายังไม่รู้จักพ่อตัวเองดี บอกเมฆาว่าจางซื่อตั้งใจพูดให้เขาฟังเพราะว่า...

    “อาจารย์เป็นคนขี้ระแวง เขามีวันนี้ได้เพราะเขาทรยศจางเหลียง ชีวิตนี้เขาจึงกลัวคนทรยศเขามากที่สุด ตอนอยู่ฮ่องกง เขายุให้อาเฟยเกลียดฉัน ที่เมืองไทยเขายุให้ฉันกับคุณระแวงกัน ตอนนี้เขายุให้คุณกับพายุอิจฉากัน”

    เมฆาพูดอย่างเพิ่งเข้าใจว่า แสดงว่าจางซื่อไม่คิดจะมอบตำแหน่งหัวหน้าพรรคให้พายุจริง มิเชลหัวเราะหยันบอกว่า

    “เศษสวะอย่างพายุ เรายังมองออก นับประสาอะไรกับอาจารย์” เมฆาจึงหัวเราะอารมณ์ดีออกมาได้

    ooooooo

    พายุลำพองใจว่าตนได้เป็นหัวหน้าพรรคอสูร-เทวา แต่ขณะเดินกร่างอยู่ในไนต์คลับของติงลี่ ก็เห็นสันต์เดินโซเซเข้ามา พายุรีบเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น?!

    สันต์ให้พายุรีบไปบอกเมฆาว่าติงลี่ยังไม่ตาย พายุผงะยืนยันว่าตนซัดเสียขนาดนั้นอย่าว่าแต่คนเลยแม้แต่วัวก็ต้องตาย เมื่อสันต์ยืนยันว่าตนเห็นติงลี่หนีไปแล้วจริงๆ เร่งให้รีบไปบอกเมฆา พายุถามว่ามีใครรู้เห็นเรื่องนี้บ้าง พอสันต์บอกว่าไม่มี พายุก็ฆ่าสันต์ทิ้งแล้วรีบไปหาเนตรนภาที่อพาร์ตเมนต์บอกว่าติงลี่ยังไม่ตาย เธอต้องเฝ้าอยู่ที่นี่ถ้าติงลี่กลับมาให้รีบรายงานแล้วมอบมือถือให้ พูดเหี้ยมเกรียมว่า

    “ไม่ต้องงง ฉันมีมือถือแล้ว และก็มีรถแล้วด้วย อีกหน่อยก็จะมีคอนโด มีรถหรูๆ มีมากกว่าไอ้ติงลี่ เสียอีก เพราะฉะนั้น ถ้าเธอยังอยากเป็นผู้หญิงของฉันก็ทำตัวดีๆ ไม่งั้นจะโดนเชียะ!”

    ooooooo

    ที่ห้องกังฟู ติงลี่กับเฮียเต๋าเล่าความสัมพันธ์ที่เป็นเพื่อนซี้ของพวกตนให้กังฟูกับเมลดาฟังว่าถึงจะขัดแย้งแข่งขันกันแต่ถ้าอีกฝ่ายมีอันตรายถึงตายก็จะช่วยกัน

    กังฟูถามว่าแล้วเฮียทั้งสองจะเอาอย่างไรต่อไป ทั้งติงลี่และเฮียเต๋าต่างบอกว่าเหนื่อยอยากถอนตัว แต่เพราะครั้งนี้กังฟูช่วยชีวิตพวกตนไว้ พวกตนไม่เหลืออะไรแล้วนอกจากจะถ่ายทอด “ลมปราณระฆังทองคลุมกาย” ให้ติงลี่เล่าว่าตอนหนุ่มๆ ตนกับเฮียเต๋าทะเลาะกันแย่งฝึกกันได้คนละครึ่งถึงได้รอดตายมาได้ แต่ก็เจ็บ ทั้งสองยินดีจะถ่ายทอดรวมเป็นวิชาระฆังทองที่สมบูรณ์ให้กังฟู

    ขณะกังฟูหลับตาทำสมาธิเตรียมฝึกนั้น เมลดาถามว่าลมปราณระฆังทองคืออะไรหรือ เฮียเต๋าอธิบายอย่างละเอียดว่า“ลมปราณนี้เหมือนชุดเกราะ อย่าว่าแต่หมัดเท้าเลย ดาบมีดก็ทำอะไรไม่ได้ ผู้ฝึกถึงขั้นสูงสุดยังกันกระสุนได้ด้วย”

    “แต่ผู้ฝึกวิชานี้ต้องถือเพศพรหมจรรย์ ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับสตรี” ติงลี่เสริมแล้วเริ่มฝึกให้กังฟู

    “มึงเอาของมึงคืนไปเลย” กังฟูลืมตาลุกพรวดอย่างสติแตก พอรู้ตัวก็บอกว่า ตนตกใจไปหน่อยแต่เอาเป็นว่าตนไม่เอาแล้ว “น้ำใจของท่านทั้งสองผมรับด้วยใจ”อนุญาตให้ทั้งสองพักที่ห้องตนก่อนก็ได้ แล้วออกไปกับเมลดา

    เมลดาถามว่าเมื่อกี้ทำไมเขาต้องตกใจเว่อร์ขนาดนั้นด้วย กังฟูบอกว่าตนยังไม่อยากเป็นฤษี แต่อยากแต่งงานกับเธอ เมลดาบอกว่าตนยังไม่พร้อม กังฟูอ้อนว่าตนอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ สร้างครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่นเต็มไปด้วยความรัก

    “แต่ฉันไม่กล้าฝันไปถึงขนาดนั้นหรอก อนาคตมีแต่เรื่องอันตราย ชีวิตนายก็เหมือนกัน ไอ้แก๊งอสูรเทวาที่มาดักเล่นงานนายตั้งสองครั้ง มันอาจจะมาอีกก็ได้ พูดตรงๆนะกังฟู ทั้งนายทั้งฉันอาจจะตายก่อนที่จะถึงวันเวลาที่นายฝัน”

    “ถ้าอย่างนั้น ถ้าเราอาจจะไปไม่ถึงความฝันในวันข้างหน้า ผมขอฝันในวันนี้ได้ไหมครับ”

    ooooooo

    กังฟูพาเมลดาไปร้านเวดดิ้งเล็กๆ เมลดาได้ชุดราตรีมาส่วนกังฟูได้ชุดทักซิโด้ ต่างแต่งกันอย่างภูมิใจ พากันขึ้นไปบนดาดฟ้าห้องพักของกังฟู

    บนดาดฟ้า กังฟูจัดอาหารไว้เต็มความสามารถที่ทำได้ มีน้ำกระเจี๊ยบแทนไวน์แดง มีข้าวเหนียวหมูปิ้งแทนสเต๊กและตบท้ายด้วยของหวานคือลอดช่อง พูดออกตัวว่า ตนหรูที่สุดได้แค่นี้แหละ

    “แต่ต่อให้มีคนเอาเนื้อโกเบ ไข่ปลาคาเวียร์ ไวน์บอกโดซ์มาแลกกับอาหารบนโต๊ะนี้ ฉันก็ไม่แลก เพราะนี่เป็นอาหารที่ผู้ชายที่ฉันรักตั้งใจจัดให้”

    กังฟูยังทำเก๋ เปิดเพลงแล้วชวนออกไปเต้นรำกัน แต่พอออกไปจริงๆ กลับบอกว่าตนเต้นไม่เป็น เมลดาเต้นเป็นอยู่บ้างเลยสอนให้ ระหว่างนั้นกังฟูพูดอย่างซึ้งใจว่า

    “คุณเมครับ วันข้างหน้าอันตรายแค่ไหนผมก็ไม่กลัว วันนี้ผมมีความสุขที่สุด ถึงผมจะตายผมก็ไม่เสียดายชีวิต”

    “อย่าพูดอย่างนี้สิ คนจีนเขาถือไม่ใช่เหรอคะ”

    “ครับ...แต่ผมอยากให้คุณรู้”

    “ฉันก็เหมือนกันค่ะ”

    ทั้งสองเต้นรำกัน ถึงจะไม่หรู ไม่เฟี้ยว แต่หัวใจของทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความสุข...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 21:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์