ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"



ระหว่างเดินตามหลินหลินไปนั้น กังฟูก็ต่อสู้เอาชนะความคิดฝ่ายต่ำของตัวเองได้ บอกกับตัวเองว่ายังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคน แต่แล้วก็งงเมื่อเดินๆไปหลินหลินหายไปไหนไม่รู้ สถานที่ก็ไม่คุ้นด้วย ซ้ำร้ายจู่ๆก็มีผู้หญิงชุดดำ สวมหมวกไอ้โม่งโผล่มาแล้วโถมเข้าจู่โจมทันที กังฟูเอาแต่ถอยเพราะไม่ตีกับผู้หญิง ร้องเรียกหลินหลินก็ไม่รู้อยู่ไหน จนกระทั่งผู้หญิงชุดดำคนนั้นลากหลินหลินออกมา หลินหลินร้องขอความช่วยเหลืออย่างตระหนก กังฟูทนไม่ได้เข้าไปต่อสู้ช่วยหลินหลินด้วยหมัดแปดทิศ

กังฟูถูกหญิงชุดดำนั้นตั้งท่ามวยไทยตะโกน “มวยพหุยุทธ” แล้วตะลุยใส่กังฟูด้วยสารพัดอาวุธในตัว กังฟูเลยงัด “ลมปราณหงส์แดง” และ “ลมปราณลิ้นมังกร” ออกมาสู้ จนทั้งกังฟูและหญิงชุดดำต่างอ่อนเปลี้ย กังฟูจับมือหญิงชุดดำกระชากเข้าไปทำให้เห็นดวงตาเธอชัดเจน

“คุณเม...” กังฟูอุทาน

เหตุเพราะเมลดาเอาตำรามวยพหุยุทธออกมาอ่านและลองฝึกแต่ฝึกแล้วก็ไม่พอใจบ่นว่าไม่มีคู่ซ้อมแล้วจะฝึกยังไง เลยให้หลินหลินไปหลอกกังฟูมาเป็นคู่ซ้อมประลองฝีมือกัน ปรากฏว่าน่วมกันไปทั้งสองคน

หลินหลินที่ทำตัวเป็นนกต่อไปล่อกังฟูมา แอบดูอยู่บ่นอย่างเสียดายว่า “ความแตกซะแล้ว กำลังมันส์เลย...”

กลับไปคุยกันที่ห้องเช่าของเมลดา กังฟูบอกว่าตนเพิ่งเคยได้ยินมวยไทยพหุยุทธนี่แหละ บอกเมลดาว่าตนเต็มใจและยินดีซ้อมกับเธออยู่แล้ว

เมื่อเมลดาเล่าถึงพิษสงของมวยพหุยุทธที่ใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธได้อย่างเหมาะเหม็งรุนแรง เป็นอันตรายถึงชีวิตก็ยิ่งทึ่ง ยอมรับว่ามวยพหุยุทธนี้อันตรายจริงๆ

การได้ประลองกำลังกัน ทำให้ทั้งสองสนิทสนมเล่นกันแรงๆ ทั้งเตะก้น ตบเปรี้ยง ทั้งเจ็บทั้งสนุก กลับไปแล้วต่างก็ยังนอนคิดถึงความรู้สึกดีๆนั้น

ผลพลอยได้ที่ตามมาคือ การซ้อมงิ้วในบทพระนางวันรุ่งขึ้นได้รับคำชมจากทั้งเฮียเฉินและฮูหยินว่าดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีข้อติติงเล็กๆน้อยๆให้แก้ไขต่อไป

ooooooo

ที่คฤหาสน์หรู สันต์รายงานเมฆาและมอบแผนผังการปกครองของแก๊งเฮียเต๋ากับแก๊งติงลี่ให้ เมฆารับไปดูแล้วสรุปว่า

“สองแก๊งนี้บริหารแตกต่างกันมาก เฮียเต๋านี่มันเป็นเผด็จการ ไม่เชื่อใจใคร กุมอำนาจไว้คนเดียว ส่วนไอ้เฮียติงลี่นี่มันพวกใจกว้าง เจอใครเก่งก็คบเป็นพวกไปหมด เวลาบริหารอำนาจมันต้องกระจายอำนาจของมันออกไปหลายๆทาง”

มิเชลถามว่าแบบนี้เราควรลงมือทางแก๊งเฮียติงลี่ใช่ไหม เมฆาตอบว่าใช่ เข้าทางเฮียติงลี่น่าจะง่ายกว่า เมฆาโยนกระดาษที่แสดงแผนผังของแก๊งเฮียเต๋าออกไป แล้วอ่านแผนผังแก๊งติงลี่

“ดูแล้วยิ่งเห็นความลึกซึ้งของเฮียติงลี่ เขามีเพื่อนฝูงลูกน้องมากมาย แต่ไม่ไว้ใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์ มีการคานอำนาจกันตลอด” แต่มิเชลกลับชี้ไปที่อีกสองคนบอกว่า ตนคิดว่าสองคนนี้น่าสนใจ เมฆามองหน้ามิเชลชมว่า

“เก่งมากมิเชล อย่างนี้เรียกว่าเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊” แล้วหันไปบอกสันต์ “สองชื่อที่น่าสนใจคือเฮียสามกับอีกคนชื่อพายุไปสืบรายละเอียดของสองคนนี้มา เราจะใช้คนใดคนหนึ่งในสองคนนี้เป็นหนอนบ่อนไส้ กัดกินภายในของเฮียติงลี่ให้ขาดย่อยยับ”

สั่งแล้วเมฆายิ้มเหี้ยม

ooooooo

คืนนี้พายุไปนั่งดื่มเหงาๆคนเดียวที่ไนต์คลับ เนตรนภาพาย้งยี้กับเหล่งนึ่งมาเป็นเพื่อนแก้เหงากำชับสองสาวให้ดูแลพายุให้ดีทำให้เขาพอใจแล้วขอตัวไป

พายุจับมือเธอมองอ้อนถามว่า “แล้วคุณจะไม่อยู่กับผมเหรอ”
“คุณพายุ คุณเป็นคนเก่ง แต่ที่ฉันกำลังจะบอกคุณก็คือ คนเราไม่อาจได้ทุกอย่างหรอกค่ะ ทำใจมีความสุขกับสิ่งที่มีจะดีกว่า ยิ่งดิ้นรนไขว่คว้าใช่ว่าจะสมหวังเสมอไป กลับจะยิ่งเหนื่อยนะคะ”

เนตรนภาแกะมือพายุออกแล้วเดินจากไป พายุมองตามเนตรนภาตาละห้อย ส่วนสองสาวก็เริ่มเอาอกเอาใจพายุ เข้านัวเสียฉอเลาะ หนึ่งในนั้นชงเหล้าให้อ้อนว่า

“แก้วนี้น้องชงให้ ถือว่าเป็นการคารวะเฮียพายุนะคะ”

พายุปัดมือสาวนั้นออกไปกระชากเสียงว่า “ชงเองก็กินเองเหอะ!” แล้วลุกออกไปเลย ทิ้งสองสาวหน้าเสียแทบจะร้องไห้

ooooooo

กลับมาถึงโรงงิ้ว พายุเห็นกังฟูกำลังซ้อมงิ้วกับนางเอกอยู่ แต่นางเอกวันนี้มีผ้าดำคลุมหน้า พายุยืนมองเหยียดๆ เห็นกังฟูซ้อมไปยิ้มไปอย่างมีความสุขก็ยิ่งหงุดหงิด

พายุเข้าไปขัดจังหวะว่า ได้ข่าวว่าเล่นบทจั่นเจาหรือ เล่นกับยัยหน้าเบี้ยวนั่นรึเปล่า เห็นกังฟูอึกอักก็ตำหนิทันที

“อั๊วจะบอกให้ ลื้อเล่นไม่ได้เรื่องเลย จั่นเจาอะไรวะ รำกระบี่อย่างกับพ่อค้าหมูถือปังตอจะไปสับหมูที่ไหนไม่มีความสง่าเลย” กังฟูพูดอย่างนอบน้อมว่าให้ศิษย์พี่ได้โปรดชี้แนะ พายุวาดลวดลายทันที...

“ยืนตัวตรง...ช่วงขาต้องหนักแน่นเหมือนภูเขา...” พายุเตะเปรี้ยงเข้าที่ขาอ่อนกังฟูทรุดฮวบไป พอสั่งให้ เอวตรงเหมือนทวน ก็ถีบพลั่กจนกังฟูกลิ้ง แล้วกระชากคอเสื้อกังฟูขึ้นสั่ง คางเชิด แล้วกระทุ้งศอกเข้าใต้คางจนกังฟูกระเด็น

พอพายุกำหมัดจะต่อยหน้ากังฟู นางเอกที่ซ้อมด้วยก็ยื่นมือมาสกัดไว้ พายุหันมองอย่างไม่พอใจ นางเอกปลดผ้าคลุมหน้าออก คือฮูหยินนั่นเอง ถามว่า “ลื้อทำอะไรวะพายุ”

พายุพลิกโฉมหน้าทันที ทักและป้อยออาจารย์แม่ แม้ฮูหยินจะปลื้มคำยกยอปอปั้นแต่ก็ถามว่า เมื่อกี๊ทำไมต้องเล่นงานกังฟูด้วย พายุแก้ตัวว่าเห็นกังฟูรำเก้ๆ กังๆ ส่วนอาจารย์แม่หมดจดงามสง่า ตนทนดูไม่ได้เลยต้องเข้ามาสอนน้องรำให้สวยงาม

“ดีแล้วๆ แต่ลื้อลงมือหนักไปรึเปล่าเนี่ย”

พายุหาว่าเพราะอาจารย์แม่อยู่ด้วยกังฟูเลยออเซาะ กังฟูเองก็บอกว่าตนไม่เป็นไร อาจารย์แม่ชมว่างั้นก็ดีแล้ว ถามว่ากลับมาหิวหรือยัง พายุอ้อนว่าหิว ฮูหยินจึงพาพายุไปทำอาหารให้กิน บอกกังฟูให้ซ้อมคนเดียวต่อไป

พอกังฟูเริ่มซ้อมก็เจ็บจนทรุดแต่ก็ยังปลุกใจตัวเองต้องทำให้ได้อย่างที่พายุบอก แต่ยิ่งซ้อมก็ยิ่งเจ็บ สุดท้ายทรุดลงไปครางออกมา

“อูย...ศิษย์พี่ลงมือหนักหน่วงจริงๆ แล้วจะเล่นงิ้วไหวไหมเนี่ย...อูยยยย...”

ooooooo

เลิกเรียนวันนี้ บู๊ลิ้มไปแอบหลังเสาดักรอหลินหลินเพื่อจะเอาบัตรดูงิ้วในซองสีชมพูให้ ระหว่างนั้นเห็นที่หน้าซองเขียนว่าเรียนเชิญ รู้สึกไม่สุภาพเลยนั่งยองๆ เขียนคำว่า “ขอ” เพิ่มข้างหน้าเป็น ขอเรียนเชิญ

แต่ตัวหนังสือโย้เย้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะหลินหลินเดินมาถึงพอดี เห็นท่าทางกระมิดกระเมี้ยนของบู๊ลิ้มก็ถามว่าซองอะไร บู๊ลิ้มเอาซ่อนข้างหลังบอกว่า ซองผ้าป่า หลินหลินบอกให้เอามาตนจะทำบุญด้วย

บู๊ลิ้มยิ่งมีพิรุธ หลินหลินเลยแย่งไปดู ที่แท้เป็นซองใส่บัตรเชิญไปดูงิ้ว บู๊ลิ้มเลยต้องเอ่ยปากเชิญ

“คุณหลินหลินครับ ไม่ทราบคืนพรุ่งนี้คุณหลินหลินจะพอให้เกียรติผมไปร่วมทัศนารับชมอุปกรณ์จีนด้วยกัน ได้ไหมครับ” หลินหลินท้วงขำๆว่าเขาเรียกอุปรากรจีน รับปากจะไป แล้วกอดคอบู๊ลิ้มเดินไปด้วยกันอย่างเพื่อนซี้ แต่บู๊ลิ้มแอบยิ้มปลื้ม

พอกลับถึงโรงงิ้ว เฉินถามบู๊ลิ้มยิ้มๆว่าสำเร็จไหม พอบู๊ลิ้มบอกว่าสำเร็จ เฮียเฉินก็หัวเราะร่าขยี้หัวบู๊ลิ้มชมว่า

“ร้ายกาจมาก อย่างนี้สิวะถึงสมเป็นลูกป๊า”

เฮียเก้ายิ้มแย้มกับความน่ารักของสองพ่อลูก แต่เฮียหลอปลีกตัวไปหงอยๆ บอกว่าจะไปเอาเหล้ามากิน เฮียเก้าพูดอย่างรู้ใจเฮียหลอว่า “ไอ้หลอเอ๊ย...อั๊วนึกว่าลื้อลืมเรื่องนี้ไปได้แล้ว”

“อั๊วไม่เคยลืม เพียงแต่ว่าวันนี้อั๊วยังไม่เมา ที่ลื้อนึกว่าอั๊วลืมได้แล้วน่ะ อั๊วแค่เมา อั๊วไม่เคยลืมเรื่องนั้นหรอก เดี๋ยวมา”

เฮียเฉินถามเฮียเก้าว่าเฮียหลอไปไหน เฮียเก้าบอกว่าไปเอาเหล้า พูดอ้อมแอ้มว่า “มันเห็นลื้อกับบู๊ลิ้ม...” เฮียเฉินเข้าใจทันที ตำหนิตัวเองอย่างรู้สึกผิดว่าตนไม่น่าทำแบบนั้น เฮียเก้าพึมพำว่าเมื่อไหร่เฮียหลอจะลืมเรื่องนี้เสียที

“มันลืมไม่ได้หรอก ลื้ออาจจะไม่เข้าใจเพราะลื้อไม่มีลูก” พูดแล้วเฮียเฉินกับเฮียเก้ามองหน้ากันเซ็งๆ

ooooooo

จู่ๆวันนี้มิเชลก็พาเมฆาไปดูย่านชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่ง บอกเมฆาว่าตนเกิดที่นี่ เมฆามองหน้าอย่างไม่อยากเชื่อว่าเธอเกิดเมืองไทย

“ใช่...ฉันอยู่ที่นี่จน 4 ขวบ แม่ถึงพาฉันไปฮ่องกง แม่ตายที่ฮ่องกง แล้วฉันก็ได้เจออาจารย์จางซื่อ”

เมฆาถามว่าบ้านเธอหลังไหน เธอบอกว่าบ้านถูกไฟไหม้ไปแล้วคนเผาคือพ่อตนเอง เมฆาถามว่าทำไมล่ะ?

“เขาไม่ตั้งใจหรอก เขาเมา...แม่ฉันโกรธมาก เพราะเขาไม่เคยคิดจะเลิกเหล้าเลย ก็เลยพาฉันหนีไปฮ่องกง เขาก็ไม่คิดจะไปตาม” มิเชลบอกว่าตนจำพ่อเลวๆ คนนั้นได้น้อยมาก จำได้แต่ว่าเขาชอบเมาและชื่อหลอซัน

วันนี้เหมยอิงให้สวยไปซื้อของหลายอย่าง พอสวยกลับมาก็บอกว่าพรุ่งนี้คงต้องพึ่งเธออีก

ส่วนที่ห้องทำงานของเมฆา คืนนี้จางซื่อเข้าไปนั่งเปิดแค่โคมดวงเล็กๆที่โต๊ะ เขานั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองตามลำพัง ในมือมีรูปถ่ายขาวดำใบหนึ่ง เป็นรูปของตัวเขาถ่ายคู่กับจางเหลียง จางซื่อดูรูปพึมพำแววตาร้าย

“พี่จางเหลียง...จางฟุจะอยู่หรือตาย พรุ่งนี้อั๊วคง ได้รู้คำตอบแล้ว ถ้ามันตายไปแล้วก็แล้วไป แต่ถ้ามันยังไม่ตาย พรุ่งนี้อั๊วจะส่งเสริมให้สองพ่อลูกได้เจอหน้ากันเร็วๆ...ในโลกของคนตาย” แล้วจางซื่อก็เก็บรูปเข้ากระเป๋า ปิดไฟ

ooooooo

ที่โรงงิ้ว ฮูหยินบัญชาลูกน้องให้ทำความสะอาดและจัดเตรียมสถานที่เพื่อเปิดแสดงงิ้วในวันเกิดของเสี่ยอี๊ด สั่งลูกน้อง

“ทุกคนฟังนะ ถ้าทุกคนตั้งใจทำงาน เสี่ยอี๊ดพอใจ เขาจะให้อั่งเปา แล้วจะได้จ้างเราเล่นงิ้วทุกๆปี เพราะฉะนั้น ห้ามชุ่ยนะโว้ย”

ที่คฤหาสน์หรู เหมยอิงเตรียมจะไปดูงิ้ว เมฆามาเจออาสาจะไปส่งแล้วจูงมือพาไปขึ้นรถทั้งยังบอกว่างิ้วเลิกจะมารับ

ระหว่างนั่งรถไป ทั้งเหมยอิงและเมฆาต่างครุ่นคิดแผนการของตัวเองในใจ พอมาถึงสี่แยกเมฆาแกล้งถามว่าไปโรงงิ้วเลี้ยวซ้ายหรือขวาเพราะตนไม่เคยมา เหมยอิง นิ่งไปนิดหนึ่งแล้วบอกว่าเลี้ยวซ้าย

พอไปถึงโรงงิ้วส่งเหมยอิงแล้ว เมฆาแอบไปพบกับสันต์ที่แฝงกายอยู่แถวนั้นถามว่าเป็นยังไง สันต์บอกว่า ตรวจดูอย่างละเอียดแล้วไม่เจออะไรน่าสงสัย

“ถามคนแถวนี้รึยัง”

“ถามแล้วครับ ทุกคนยืนยันว่ามาดามชอบมาดูงิ้วที่นี่ แต่ก็มาดูอย่างเดียวดาย ไม่เคยพูดคุยทักทายอะไรกับใคร”

เมฆาสั่งสันต์ให้ลูกน้องจับตาดูให้ดีเพราะตนกับเขาออกหน้าไม่ได้เดี๋ยวฝ่ายนั้นจะรู้ตัว สันต์รับคำแล้วเดินไปทางที่เหมยอิงเดินไป

ที่โรงงิ้วฟ้าดิน กังฟูเดินโขยกเขยกเข้ามา เมลดาถามว่าเป็นอะไรทำไมเดินแปลกๆ เขาบอกว่าไม่มีอะไร

สันต์เดินตามเหมยอิงเข้าไปในบริเวณโรงงิ้ว

เหมยอิงแวะซื้อของแล้วไปเข้าห้องน้ำ สันต์สะกดรอยตามอย่างใกล้ชิด

เหมยอิงเข้าไปในห้องน้ำพบสวยมารออยู่แล้ว สวยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหมยอิงบอกว่าเมฆาแกล้งทำเป็นไม่รู้ทาง แต่ตนดูออกว่าเขารู้ พูดยิ้มๆว่า

“มันคงนึกว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมาดูงิ้วประจำ หึๆที่แท้ฉันแกล้งมาที่นี่เพื่อไปที่อื่นต่อ ระวังตัวนะสวย ในนี้ต้องมีลูกน้องเมฆาจับตาดูอยู่” สวยถามว่าแล้วเราจะทำสำเร็จหรือ “ถ้าเราไม่กลัวเกินไป เราทำได้” เหมยอิงมั่นใจ

ooooooo

สันต์แอบดูอยู่นานไม่เห็นเหมยอิงออกมาสักทีก็เริ่มกังวลใจ พลันก็เห็นเหมยอิงออกมาและเดินไปนั่งที่นั่งคนดู

แต่อีกด้านหนึ่ง เหมยอิงในชุดของสวยใส่แว่นกรอบหนาและใส่วิกผมเดินออกไปเรียกสามล้อออกไปจากบริเวณนั้นอย่างโล่งอก แต่เหมยอิงไม่รู้ตัวว่าเธอถูกอาเฟยขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปติดๆ

ที่โรงงิ้วฟ้าดิน เสี่ยอี๊ดเจ้าของวันเกิดเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องสองสามคน ฮูหยินรีบพาเฮียเฉินไปต้อนรับ เสี่ยอี๊ดมีของมาฝากคือเหล้าชั้นดีขวดหนึ่ง พอฮูหยินจะเอื้อมมือไปรับ ก็ถูกเฮียหลอชิงรับไปหน้าตาเฉย เอาไปเทใส่กาน้ำชาตบตาฮูหยินรินดื่มกันสำราญใจ

พายุไปที่ไนต์คลับนั่งดื่มเหงาๆตามเคย เนตรนภา เดินมาทักว่าวันก่อนเขาไม่ยอมอยู่กับน้องๆที่ตนหามาให้ พายุบอกว่าเธอดูถูกตนมาก ตนไม่ได้อยากนั่งกับน้องๆพวกนั้น เนตรนภาขอโทษและขอแก้ตัวค่ำนี้จะอยู่กับเขา และถ้าเขาพาเธอไปที่ที่ไม่เคยไปก็จะให้รางวัล

รถจางซื่อไปจอดที่หน้าโรงงิ้วฟ้าดิน อาเฟยเข้าไปรายงานว่าเหมยอิงเข้าไปในโรงงิ้วแล้ว จางซื่อถามว่าเขารู้ตัวไหม

“ไม่ครับ ศิษย์ทำตามคำสั่งอาจารย์ สะกดรอยเขาตั้งแต่โรงงิ้วแรกเขาสลับตัวกับคนใช้แล้วมาที่นี่ตามลำพัง เขาไม่รู้ตัวเลยว่าศิษย์ตามมา”

มิเชลชมว่าจางซื่อคาดการณ์แม่นยำมาก ถามอาเฟยว่า บอกเมฆาหรือยัง อาเฟยย้อนถามว่าทำไมต้องบอก

“มิเชล เรื่องนี้ข้าบอกเจ้าแต่ไม่บอกเมฆา เจ้าคิดด้วยนะว่าทำไม” จางซื่อทิ้งปริศนาแล้วเดินไป

ครู่เดียว พายุกับเนตรนภาก็นั่งแท็กซี่มาถึงโรงงิ้ว เขาคาดว่าเป็นที่ที่เนตรนภาไม่เคยมา ถือว่าชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว เนตรนภาบอกว่าถ้าน่าเบื่อก็ถือว่าเขาแพ้

บู๊ลิ้มถือช่อกุหลาบมารอรับหลินหลิน พอหลินหลินมาถึงก็มอบกุหลาบให้ หลินหลินติงว่าลืมไปแล้วหรือว่าตนเป็นผู้ชาย แต่เพื่อรักษาน้ำใจก็ปลิดกลีบหนึ่งใส่ในกระเป๋าข้างซ้าย ส่วนที่เหลือบู๊ลิ้มโยนลงถังขยะข้างทาง

ฮูหยินดูแลอยู่หลังโรง แง้มม่านดูบอกเมลดาว่าวันนี้คนเยอะมาก เมลดามาดูบ้าง เธอตกใจเมื่อเห็นเนตรนภามาดูด้วย รีบกลับไปเติมหน้าไม่ให้จำได้ กังฟูบอกว่าเนตรนภาก็เคยเห็นตน เลยเติมหน้าให้แปลกตาไปด้วย

เหมยอิงนั่งรอเวลางิ้วแสดงใจระทึก นึกบอกจางเหลียงในใจว่า

“ตั่วกอ วันนี้ลูกลื้อจะได้เป็นพระเอกงิ้วแล้วนะ”

เหมยอิงไม่รู้ตัวเลยว่าด้านหลังของเธอนั้นมีทั้งจางซื่อ มิเชล และอาเฟยนั่งจ้องอยู่ตาแทบไม่กะพริบ

“แค่ดูจากท่าทางของเหมยอิงตอนนี้ ฉันก็รู้แล้วว่า ไอ้จางฟุยังไม่ตายและมันต้องอยู่แถวนี้แน่ๆ” จางซื่อเอ่ยเบาๆ

มิเชลคาดว่าถ้าจางฟุยังอยู่ป่านนี้ก็โตเป็นหนุ่มฉกรรจ์แล้ว ฝีมือจะร้ายกาจเหมือนจางเหลียงไหม จางซื่อบอกว่าเป็นไปได้ จางเหลียงเป็นจอมยุทธ์อัจฉริยะ ลูกก็อาจเป็นยอดฝีมือได้เหมือนกัน

“ข้าอยากสู้กับลูกของจางเหลียง” อาเฟยเอ่ยขึ้น

เนตรนภาบ่นว่าทำไมยังไม่แสดงสักทีตนชักเบื่อแล้ว พายุบอกว่าถ้าการแสดงน่าเบื่อตนจะเผาโรงงิ้วนี่เลย เพราะเกลียดความกระจอกของมันมานาน มันทำให้ตนอาย เนตรนภามองหน้าพายุงงๆ แต่พายุก็ไม่พูดอะไรอีก

ooooooo

ใกล้เวลาแสดงแล้ว ฮูหยินตะโกนถามหาเฮียเฉินว่าได้เวลาแล้วทำไมยังไม่ขึ้นเวที เดินไปเจอเฮียเฉินแต่งหน้าเป็นเปาบุ้นจิ้นเสร็จแล้วเดินคอง่อกแง่กมา

“ลื้อเมาเหล้าเหรอ” ฮูหยินแหวถาม เฮียเฉินรีบทำหน้าตาแจ่มใสบอกว่าเปล่า อย่าซี้ซั้วต่า ฮูหยินบอกว่างั้นก็เตรียมตัวได้ แล้วเดินไปที่ไมโครโฟนข้างเวที

เฮียหลอกับเฮียเก้าเดินเมาปลิ้นออกมาเจอเฮียเฉิน เฮียหลอถามว่าไหวไหม

“อั๊วตายแน่ อั๊วลืมบทหมดแล้ว พวกลื้อต้องช่วยกระซิบหน่อยนะ”

“ช่วยยังไงวะ อั๊วก็จำไม่ได้” เฮียเก้าหัวเราะแหะๆ

“งั้นก็มั่วไปเลยโว้ย ระดับเราแล้ว...เนียน!” เฮียหลอตัดบท

ฮูหยินไปยืนประกาศผ่านไมค์ข้างเวทีเสียงแจ่มใส ตื่นเต้นว่า

“สวัสดีค่ะ...ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน...เนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิดปีที่ 65 ของเสี่ยอี๊ด ทางคณะงิ้วฟ้าดินขออวยพรให้เสี่ยอี๊ด มีความสุข มีความมั่งคั่ง มีอายุยืนยาว และ ณ บัดนี้ ขอเชิญทุกท่านได้พบกับงิ้วเรื่อง เปาบุ้นจิ้น ตอนจั่นเจาพบรักได้ เมื่อผู้หญิงที่จั่นเจารักกลับเป็นฆาตกรโหดเรื่องราวจะเป็น
อย่างไร เชิญชมได้แล้วค่ะ”

พอม่านเปิด ฉากแรกเป็นศาลไคฟง มีบัลลังก์เปาบุ้นจิ้น มีเฮียเฉินนั่งบนบัลลังก์อยู่ตรงกลาง เฮียเก้ากับเฮียหลอยืนขนาบข้าง ทุกเฮียเริ่มแนะนำตัว เริ่มจากเฮียเฉิน เฮียหลอแล้วก็เฮียเก้า

“อั๊ว...เปาบุ้นจิ้น”

“อั๊ว...หวังเฉา”

“อั๊ว...หม่าฮั่น”

แล้วทั้งสามก็เงียบ บนเวทีเงียบ คนดูก็เงียบ ฮูหยินกำหมัดแน่นมากระซิบข้างเวทีว่า “ไอ้เฉิน ตาลื้อพูด”

เฮียเฉินอึกอักเอ้ออ้า หันไปกระตุกเสื้อเฮียหลอถามว่า “อั๊วต้องพูดว่าอะไรวะไอ้หลอ” เฮียหลอบอกว่าอั๊วก็ไม่รู้ เฮียเฉินหันไปถามเฮียเก้า เฮียเก้านึกไม่ออกเหมือนกัน เสียงคนดูเริ่มพึมพำ เฮียเก้าอาศัยความเก๋าหันไปสั่งช่างเสียง “มิวสิก” ช่างเสียงเก็ตเปิดอินโทรเพลงเปาบุ้นจิ้นขึ้นมา แล้วเฮียเก้าก็เก๋าต่อไปว่า

“ก่อนเข้าเรื่องก็ต้องมีเพลงนำก่อนสิ อั๊วพูดถูกไหม” เสียงคนดูปรบมือเริ่มพอใจ แล้วสามเฮียก็พยักหน้ากันออกไปวาดท่าวาดทาง คนดูก็เริ่มสนุก เฮียเฉินกระซิบกับเฮียหลอว่าตนจำเนื้อเพลงไม่ได้ เฮียหลอบอกให้เอาเนื้อที่เราแต่งกันเองตอนเมาไปก่อนก็แล้วกัน แล้วเฮียหลอก็ผลักเฮียเฉินออกไปข้างหน้า เฮียเฉินตกกระไดพลอยโจนเลยร้องเมาๆ

“เมียฝากผัวเอา เปาถั่วดำ สั่งมาถุงนึง กะส้มตำ พอกินกับเบียร์ เมียซัดจนนั่งเมา เหม็นเฉาจนหมาหัน หมาเมาเบียร์ร์ร์”

คนดูฮาชอบใจ เฮียเฉินหันมาเจอฮูหยินตีหน้ายักษ์ใส่ เลยผลักเฮียหลอไปยืนตรงกลางแทน เฮียหลอบรรเลงทันที...

“ใครคันหูฮู้ฮู สั่นใบหูดู อย่าเกาหูฮู้ฮู ประเดี๋ยวยิ่งคัน ถ้ายังคันหูฮู้ฮู เกาจนนิ้วเพลีย ลองทาหูดู ยาหม่องทามันนนน”

ร้องแล้วหันมาเจอหน้าฮูหยินอีกคน เลยผลักเฮียเก้าออกไปแทน เฮียเก้าร้องอย่างมั่นใจมาก

“เมียคันหูฮู้ฮู ต้องชวนน้องเมีย ไล่เมียไป น้องเมียเข้ามา ไม่มีหูฮู้ฮู น้องเมียเป็นผู้ชายยยยย”

พอเพลงจบ คนดูฮากันลั่น จางซื่อสบถ “งิ้วบ้าอะไรเนี่ย ลามกที่สุด” อาเฟยถามจางซื่อว่าลูกจางเหลียงอยู่ในที่แบบนี้จริงๆหรือ จางซื่อถอนใจเซ็งๆ

มิเชลจ้องเฮียหลออยู่นานจนอาเฟยถามว่าเป็นอะไรหรือ เธอบอกว่าไม่มีอะไร แล้วก็งงๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

พอม่านปิด ฮูหยินตรงไปด่าสามเฮีย เฮียเฉินบอกว่าคนดูชอบมาก ฮูหยินเลยแหวกม่านดู เห็นคนดูหัวเราะกันกิ๊วก๊าว ส่วนเสี่ยอี๊ดถึงกับยกสองโป้งให้เลย ฮูหยินยิ้มรับ สามเฮียไฮไฟว์กัน เฮียเก้าดี๊ด๊าดีใจบอกว่า

“เวิร์กว่ะ เรื่องหน้าเอาอีก” เลยถูกฮูหยินถีบเฮียเฉินล้มไปทับเฮียเก้ากับเฮียหลอ ด่าเปิง...

“ทะลึ่งล่ะ นี่มันฟลุก เรื่องหน้าถ้าเล่นแบบนี้อีก...ตาย!”

ooooooo

ช่างเปลี่ยนฉากใหม่เสร็จแล้ว ฮูหยินสั่งทันที

“เลีย”

เฮียเฉินอยู่ใกล้ๆ รีบสะกิดบอกว่า “เคลียร์” ฮูหยินรีบเปลี่ยนตาม “เออ...เคลียร์...”

ทุกคนออกจากฉาก พนักงานดึงม่านเปิดเวทีอีกครั้ง...

กังฟูในบทจั่นเจา เดินองอาจมาดเท่ออกมา แม่ยกกรี๊ดกันหูแทบแตก เหมยอิงมองอึ้งพึมพำ...

“งามสง่ามาก...จางฟุ ลื้อเหมือนพ่อลื้อมาก...”

มิเชลจ้องกังฟู ถามจางซื่อว่า หรือว่านั่นคือจางฟุ จางซื่อมองกังฟูไม่วางตา แต่บอกว่า “ดูไปก่อน”

มิเชลจ้องเมลดาที่ตามออกมาอีก จางซื่อถามว่ามีอะไร มิเชลบอกว่าหน้านางเอกดูคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร

เนตรนภาก็จ้องเมลดา บอกพายุว่า นางเอกงิ้วนั่นเหมือนคนที่ตนรู้จัก พายุถามว่ายัยหน้าเบี้ยวนะเหรอ เนตรนภาถามว่าตัวจริงไม่สวยหรือ

“ไม่เลย...หน้าตาแย่มากๆ ถึงต้องแต่งหน้ากันขนาดนั้น”

“งั้นก็คงไม่ใช่คนที่ฉันรู้จักหรอก” เนตรนภาเลิกสนใจ

ผ้าม่านปิดอยู่ กังฟูในชุดจั่นเจา ยืนข้างเมลดาที่ใส่ชุดดำรออยู่ข้างเวที ฮูหยินบอกทั้งสองว่า ฉากสำคัญแล้ว ทำสมาธิให้ดี ทั้งสองพยักหน้ารับและพยักหน้าให้กัน

คนงานรูดเปิดม่าน ฉากเป็นบ้านหลังหนึ่ง ทีมงิ้วคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเวทีตะโกนลั่น “มีคนร้าย...มีคนร้าย...” เมลดาวิ่งออกไปหน้าเวทีเหมือนหนีออกมา กังฟูตามมาตะโกน “หยุดนะ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก” เมลดาหันมาชักกระบี่ กังฟูก็ชักกระบี่ ทั้งสองเข้าต่อสู้กัน ฮูหยินกับเฮียเฉินดูอยู่ข้างเวที ต่างชมว่าเล่นได้ดีกว่าที่คิด

“ทำไมอยู่ดีๆ กังฟูมันเล่นฉากยากแบบนี้ได้นะ...” ฮูหยินรำพึง ดูกังฟูรำกระบี่สู้กับเมลดาทึ่ง

ooooooo

ทุกสายตาจ้องการต่อสู้กันที่งดงามราวนาฏ-ลีลาบนเวที อึ้ง เงียบ ไปทั้งหอประชุม เหมยอิงมองตาเป๋ง อยากร้องออกมาดังๆ แต่ทำได้แค่นึกในใจว่า

“เหมือนมาก เหมือนเฮียจางเหลียงมาก”

จางซื่อก็ไม่ต่างกับเหมยอิงนั่งมองกังฟูในบทจั่นเจาตะลึงลาน “จางเหลียง...จางเหลียง...” ในใจก็คิดถึงครั้งหนึ่งที่จางเหลียงรำกระบี่ด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยให้ดู แล้วบอก... “เป็นไงจางซื่อ นี่คือท่ากระบี่พิชิตกวาง ข้าขอถ่ายทอดให้เจ้าเพียงผู้เดียว เพราะเจ้าคือคนที่ข้าไว้ใจที่สุด” เวลานั้นจางซื่อขอบคุณศิษย์พี่ จางเหลียงโอบไหล่พูดอย่างจริงใจ “ไม่ต้องขอบคุณเราพี่น้องกัน มากเรื่องทำไม ฮ่าๆๆ”

คิดแล้วจางซื่อน้ำตาคลอพึมพำ “ศิษย์พี่...ข้าเสียใจ” อาเฟยเห็นท่าทีจางซื่อแปลกๆ ถามว่าอาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่า ทำให้จางซื่อตื่นจากภวังค์ พริบตานั้นก็จิกตาใส่กังฟู “ไอ้คนที่เล่นเป็นจั่นเจา มันคือจางฟุ ลูกจางเหลียงแน่ๆ มันต้องตาย!”

ooooooo

กังฟูกับเมลดาแสดงถึงตอนสุดท้าย เมลดาที่แสดงเป็นเหลียนไฉ่หยุนเอามีดแทงตัวเองฆ่าตัวตายในศาลไคฟงต่อหน้าเปาบุ้นจิ้น

ฉากนี้สะเทือนใจจนอาแปะกับอาม่าน้ำตาไหลเสี่ยอี๊ดถึงกับลุกยืนปรบมือ คนอื่นพากันลุกขึ้นปรบมือตาม

ที่หลังฉาก ฮูหยินแหวกม่านดูแล้วหันกลับไปบอกทุกคนอย่างสุดปลื้มว่าสุดยอดทุกคน เฮียเฉินก็ชมว่าทั้งสองคนเก่งมาก กังฟูกับเมลดาขอบคุณทั้งฮูหยินและเฮียเฉิน

กังฟูฉวยโอกาสที่ฮูหยินไปแสดงความยินดีกับเมลดาแว่บออกไปด้านหลังฉาก พอพ้นสายตาใครๆ กังฟูก็ทรุดฮวบลงคลำจุดที่โดนพายุทำร้ายด้วยสีหน้าเจ็บปวด แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นยืนตัวตรงเดินต่อไปทั้งที่ยังอยู่ในชุดจั่นเจา โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ทั้งจางซื่อ มิเชลและอาเฟย เดินตามมาเงียบๆที่ห้องน้ำ เฮียหลอเดินออกจากห้องน้ำเซไปชนมิเชลที่เดินสวนออกมา เฮียหลอหันไปขอโทษ ทั้งเฮียหลอและมิเชลต่างมองกันนิ่งไปอึดใจคล้ายมีสัญชาตญาณบางอย่างต่อกัน แต่แล้วต่างก็หันเดินแยกกันไป มิเชลรีบเดินตามพวกจางซื่อไป

เนตรนภาออกมารอเรียกแท็กซี่กลับแต่เพราะคนมากแท็กซี่หายาก พายุเสนอว่าที่นี่ก็ไม่ไกลจากไนต์คลับเธอชวนเดินไปกันดีไหมตนจะเป็นบอดี้การ์ดให้ พอเนตรนภาขอบคุณ พายุก็จูงมือเธอพาเดิน เนตรนภามองมือพายุที่จูงมือตนแต่ก็ไม่ว่าอะไร พายุบอกว่า “ผมจะพาไปทางลัดครับ”

หลังการแสดงแล้ว ทุกคนในโรงงิ้วพากันมา กินข้าวกินน้ำอย่างเฮฮาด้วยความดีใจที่การแสดงคืนนี้ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม เมลดาถามฮูหยินว่าเห็นกังฟูไหม ฮูหยินไม่เห็น เฮียหลอแทรกขึ้นว่าไม่ต้องห่วงหรอก พระเอกงิ้วก็อย่างนี้แหละจะมีพวกสาวๆมาตามตื๊อ ชวนไปกินข้าวต้มกัน แต่เมลดาไม่วางใจเดินถามคนงานว่าใครเห็นกังฟูบ้าง

“เมื่อกี๊เห็นเดินกะเผลกๆอยู่นี่” คนงานบอก

“ว่าแล้วเชียว” เมลดาบ่นแล้วเดินตามหากังฟูอย่างเป็นห่วง

กังฟูถูกพวกจางซื่อตามเข้าไปในตรอกแคบๆ พอได้จังหวะจางซื่อก็เข้าประชิดพูดอย่างศัตรูคู่อาฆาตว่า

“อั๊วตามหาลื้อมานานมาก ตั้งแต่ลื้อเกิดเลย...จางฟุ”

กังฟูบอกว่าตนไม่ได้ชื่อจางฟุ จางซื่อถามว่า “ลูก ผู้ชายนั่งไม่เปลี่ยนชื่อ ยืนไม่เปลี่ยนแซ่ เจ้าทำไมต้องปฏิเสธ” กังฟูยืนยันว่าตนไม่ได้ชื่อจางฟุ ตนชื่อกังฟู “ชื่อจางฟุก็ดี ชื่อกังฟูก็ดี ขอเพียงเจ้าเป็นลูกของจางเหลียง ชื่ออะไรก็ต้องตาย...ฝากบอกจางเหลียงด้วยว่าข้าขอโทษ แต่ต้นเหตุเกิดจากมัน หากมันจะแค้นข้าก็แค้นตัวเองด้วยเถอะ”

จางซื่อเดินเข้าหา กังฟูถอยตั้งหลักไปชนเข้ากับอาเฟยและมิเชล มิเชลจำกังฟูไม่ได้ แต่กังฟูจำเธอได้

แม้กังฟูจะเจ็บปวดจนแทบทรงกายไม่อยู่ แต่เมื่อลงสู่สนามการต่อสู้ก็ฮึกเหิม เรียกพลังต่อสู้กับมิเชลใช้ทั้งหมัดแปดทิศ และลมปราณหงส์แดง แต่ก็ถูกมิเชลซัดจนทรุด อาเฟยที่คิดว่ากังฟูเป็นลูกของจางเหลียงพูดอย่างสมเพชว่า “เจ้ามีฝีมือแค่นี้เองหรือ น่าผิดหวังที่สุด” และจางซื่อก็พูดอย่างผิดคาดไม่น้อยกว่าว่า

“นี่เหรอลูกจางเหลียงที่ข้าหวาดกลัวมาตลอดยี่สิบกว่าปี”

พายุพาเนตรนภาเดินมาทางลัดเขายังคงกุมมือเธอไว้แน่น เธอพยายามแกะออกบอกให้ปล่อย พายุถามว่ากลัวตนทำไม ตนก็แค่จะจูบ

แต่พายุยังไม่ทันจูบก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากตรอกใกล้ๆ พายุย่องไปดูเห็นมิเชลเหยียบกังฟูอยู่ จางซื่อยืนหัวเราะพูดอย่างสมเพช

“เจ้าเศษสวะที่ใช้ไม่ได้ ข้ากลัวเจ้ามาตลอดยี่สิบปี คิดไม่ถึง เจ้าจะต่ำต้อยจนอเนจอนาถขนาดนี้ ทุเรศสายตา จริงๆ”

“กังฟูนี่หว่า” พายุอุทานเบาๆ เนตรนภาถามว่ารู้จักหรือ บอกให้ไปช่วย พายุทำหน้าไม่เต็มใจ ถูกเนตรนภาปรามาส

“นี่น่ะเหรอลูกผู้ชาย เห็นคนอื่นโดนทำร้ายแล้วไม่เข้าไปช่วยเหลือ” พายุถอนใจบอกว่าเห็นแก่เธอจะยอมเปลืองตัวสักครั้ง เนตรนภาถามว่าพวกมันมีตั้งสามคนสู้ไหวหรือ

“ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมปลื้มใจมาก แต่พวกนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ผม ไล่เตะแป๊บเดียวก็กระเจิงหมด คอยดูฝีมือผมให้ดีนะ”

พายุเข้าไปต่อสู้กับมิเชลฝีมือสูสีกัน จางซื่อสั่งให้ หยุดเพราะตนมีเรื่องจะคุยกับพายุยังไม่อยากให้เขาตาย ถามพายุว่าชื่ออะไร พอรู้ว่าชื่อพายุก็ชมว่าฝีมือดีมาก เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับกังฟูแต่ทำไมฝีมือต่างกันราวฟ้ากับเหว

“แม้อาจารย์จะสั่งสอนวิทยายุทธ์ให้เราสองคนเหมือนๆกัน แต่ร่างกายต่างกัน ภูมิปัญญาต่างกัน ฝีมือจึงต่างกัน” จางซื่อถามว่าพ่อแม่เขาเป็นใคร “ข้ากับศิษย์น้องเป็นลูกกำพร้า อาจารย์แม่เมตตาเลี้ยงดู”

จางซื่อถามว่าเขาเป็นกำพร้าหรือ พายุไม่ทันตอบ เนตรนภาก็พาตำรวจเข้ามา พวกจางซื่อจึงกระโดดข้ามกำแพงหนีไปกันหมด กังฟูขอบคุณพายุที่ช่วยแล้วรีบซมซานหนีไป ตำรวจมาถึงจึงพบแต่พายุ เขาบอกว่าไม่มีอะไร เข้าใจผิดกันเท่านั้น

ooooooo

เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ มิเชลบอกเมฆาว่าจางซื่อพาตนไปตามเหมยอิง เขาถามว่าทำไมไม่บอกความจริงกับตน มิเชลบอกว่าที่จริงจางซื่อก็ไม่ให้ตนบอกเขา แต่ตนก็บอกเพราะตนเป็นคนของเขาไม่ใช่คนของ จางซื่อ

“พ่อลองใจคุณหรือเปล่า เขาเป็นคนขี้ระแวง นี่อาจเป็นกับดัก” เมฆาตั้งข้อสังเกต

“ไม่หรอก ถึงเขาจะรู้ว่าฉันรักคุณ แต่เขาไม่คิดว่าฉันจะกล้าทรยศเขา...เพราะคนอย่างเขาไม่รู้จักความรัก”

“แปลว่าพ่อไม่จริงใจกับผม” มิเชลชี้ว่า ถึงเขาจะเป็นลูกชายก็ต้องระแวงจางซื่อไว้เหมือนกัน เมฆาพยักหน้า

พายุไปส่งเนตรนภาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ บอกเธอว่าส่งแค่นี้นะ เนตรนภาถามว่าตอนอยู่ในซอยเขาบอกว่าอยากจูบตนไม่ใช่หรือ

พายุดึงเนตรนภาเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม เมื่อผละออกมาเธอบอกเขาว่า วันนี้เขาพาตนไปในที่ที่ไม่เคยไปทำให้ตนสนุก ตนจะให้รางวัล พายุบอกว่า “เป็นรางวัลที่ผมปลาบปลื้มใจมาก”
“นั่นยังไม่ใช่รางวัล ฉันให้คุณได้มากกว่าจูบ”

พายุอึ้งเล็กน้อย เนตรนภาจับมือเขาพาเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของเธอ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“วิว” สลัดภาพนางเอกสายหวาน สวมวิญญาณนางพญางูพันปี ใน “อสรพิษ”

“วิว” สลัดภาพนางเอกสายหวาน สวมวิญญาณนางพญางูพันปี ใน “อสรพิษ”
29 ม.ค. 2563
11:40 น.