ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"



ที่ห้องทำงานเมฆา จางซื่อนั่งที่โต๊ะทำงาน เมฆานั่งข้างๆ และสันต์นั่งรายงานตรงหน้า

“เราส่งคนไปค้นที่ที่มาดามชอบไปอย่างละเอียดเกือบหมดทุกที่แล้วครับ ทั้งสวนที่ไปรำไทเก๊ก ร้านหมอที่ไปทำกัวซา โดยเฉพาะที่โรงเจ ซึ่งเป็นที่ที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วย แต่ไม่เจออะไรน่าสงสัยเลยครับ”

เมฆาถามว่าค้นทุกที่หรือยัง สันต์บอกว่าเหลือแต่โรงงิ้วว่าจะไปสืบเป็นที่สุดท้าย เมฆาสั่งไปสืบค้นมาให้ละเอียดเรื่องนี้สำคัญมากอย่าชุ่ย สันต์รับคำแล้วจะไป

“เดี๋ยว พ่อจะไปที่โรงงิ้วด้วย” จางซื่อบอก เมฆาถามว่ามีอะไรหรือ “พ่อเพิ่งนึกได้ว่าเหมยอิงไม่ชอบดูงิ้ว การที่เขาแอบไปดูงิ้วบ่อยๆต้องมีอะไรแน่” จางซื่อเงียบไปอึดใจแล้วบอกเมฆา “ถ้าไปที่โรงงิ้วแล้วยังไม่เจออะไร ก็เป็นไปได้ว่าจางฟุมันตายแล้วจริงๆ พ่อจะได้ไปจากเมืองไทยได้อย่างสบายใจ”

ooooooo

ห้องมุกมังกรที่ไนต์คลับของติงลี่ เขาให้คนไปแอบถ่ายภาพในโรงงานของเต๋าแล้วเอามาเปิดวีดิโอให้พายุดูภายในโรงงานของเต๋าคนงานสิบกว่าคนกำลังฝึกการใช้หมัด รอบๆมียามถือปังตอเดินไปมาคอยตรวจการณ์ พายุดูแล้วบอกว่าเป็นเพลงหมัดวานรเหล็ก เน้นความรวดเร็วแต่ไม่หนักหน่วง ติงลี่ทักท้วงและชี้ให้ดูว่า

“ไม่ใช่เพลงหมัดวานรเหล็กธรรมดา ดูดีๆมันใช้สนับมือเพื่อเพิ่มความหนักหน่วง...ดูต่อแล้วกัน”

เมื่อดูต่อไปติงลี่ชี้ให้เห็นอีกว่า “ไม่ใช่สนับมือธรรมดา มันติดปลายมีดด้วย ทั้งหนักทั้งคม” พายุพึมพำว่าพวกมันโหดมาก ติงลี่ย้ำว่า “แต่เราต้องโหดกว่า ไม่อย่างนั้นก็ไม่ชนะ...กลัวไหมพายุ”

“แค่นี้ไม่น่ากลัวหรอกครับ”

“มันต้องได้อย่างงี้สิ ถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย แต่ถึงจะไม่กลัว ยังไงเนื้อหนังก็สู้คมมีดไม่ได้ อั๊วเลยเตรียมไอ้นี่ให้” ติงลี่กระชากผ้าคลุมโต๊ะออกให้เห็นกอง

เสื้อเกราะกันกระสุน “เสื้อเกราะ ขนาดกระสุนยังกันได้ นับประสาอะไรกับคมดาบของพวกมัน ถึงวันลุย อั๊วจะแจกให้พวกเราคนละตัว คมมีดพวกมันไม่ยาว โดนแขนโดนขาไม่โดนท้องโดนหลังยังพอทน ไม่ต้องกลัวของเล่นของพวกมัน” พายุมองเสื้อเกราะนิ่ง

ooooooo

กังฟูฝึกเพลงหมัดแปดทิศกลับมาถึงโรงงิ้วได้ยินเสียงคนกำลังกินอาหารกันล้งเล้งที่โรงครัว เขาเดินเลี่ยงไปที่ลานโล่งแล้วนั่งทำสมาธิ ฝึกซ้อมเพลงมวยในจินตนาการ

ฮูหยินเดินมาเห็นกังฟูนั่งหันหลังให้อยู่จึงเดินเข้าไปใกล้ เพ่งมองอย่างสงสัย กังฟูลืมตาหันขวับมาเจอฮูหยินอุทานเรียก “อาจารย์แม่” ฮูหยินถามว่านั่งทำอะไรอยู่คนเดียว กังฟูอึกอักบอกว่าอั๊วซ้อม...ซ้อม...ฮูหยินถามว่า

“ซ้อมงิ้วหรือ?” กังฟูยิ้มแทนคำตอบ “ใครเขาซ้อมงิ้วในใจอย่างลื้อวะ ซีปังโต่ว ลื้อจะเลียนแบบจอมยุทธ์เมื่อก่อนรึไง ฝึกซ้อมในความคิดน่ะ ฮ่ะๆๆ” ฮูหยินส่ายหน้าเดินหัวเราะออกไป

“ขืนซ้อมจริง อาจารย์แม่มาเห็นคงไล่อั๊วออกไปแน่ๆ” กังฟูมองตามอาจารย์แม่บ่นงึมงำ แล้วหลับตารำมวยแปดทิศในจินตนาการต่อไป

ooooooo

เมลดากลับไปถึงห้องเช่าก็ทั้งตกใจและแปลกใจที่เห็นห้องเละเทะไปหมด ร้องเรียกหลินหลินก็ไม่อยู่ เดินหาจนทั่วก็ไม่เจอ เริ่มใจไม่ดี พลันก็ได้ยินเสียงหลินหลินร้องกรี๊ดๆ อยู่สนามหลังบ้าน เมลดารีบวิ่งไปตามเสียง

ไปถึงเห็นหลินหลินกำลังเล่นบอลโกลหนูกับบู๊ลิ้ม เป๋งกุ่ยกับเพื่อนเด็กๆ แถวนั้นอย่างเมามันมาก เมลดามองงงๆ ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเด็กๆเลิกเล่น เมลดาพาไปนั่งกินขนมที่ร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง เมลดา หลินหลิน บู๊ลิ้มและเป๋งกุ่ยนั่งโต๊ะเดียวกันส่วนเด็กอื่นนังกระจายกันออกไป

เมลดาเปรยๆ ว่าไม่รู้เลยว่าหลินหลินชอบเล่นฟุตบอล บู๊ลิ้มเลยเล่ากึ่งฟ้องว่า ตอนแรกหลินหลินยืมของตนไปเล่นที่ห้อง ตนกลัวห้องจะพังเลยชวนมาเล่นข้างล่าง เล่นสองคนไม่ค่อยมันเลยชวนเป๋งกุ่ยกับคนอื่นมาเล่นด้วย เป๋งกุ่ยชมว่าหลินปิงเล่นเก่ง ฝึกอีกนิดก็จะเก่งที่สุดในย่านนี้เลย

หลินหลินชวนว่าพรุ่งนี้มาเล่นกันอีกนะ เป๋งกุ่ยบอกว่าเล่นทุกวันเลยก็ได้ หลินหลินยื่นนิ้วก้อยไปขอเกี่ยวเป็นสัญญา เป๋งกุ่ยมองงงๆ แต่ยื่นนิ้วก้อยออกไปบอกว่า

“ได้ แต่ผู้ชายที่ไหนเขาเกี่ยวก้อยกัน เอาก็เอา”

เป๋งกุ่ยยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับหลินหลินผ่านหน้าบู๊ลิ้มพอดี บู๊ลิ้มมองหลินหลินแต่หลินหลินเอาแต่มองเป๋งกุ่ยหัวเราะกันร่าเริง บู๊ลิ้มหน้างออดหวาดหวั่นขึ้นมาไม่ได้กลับมา บู๊ลิ้มไปเคาะประตูห้องกังฟูถามว่าทำอะไรอยู่หรือเปล่า กังฟูบอกว่ากำลังทำความเข้าใจบทจั่นเจาอยู่ ฉากอื่นไม่มีปัญหาแต่ฉากรักนี่แหละยากมาก ถามบู๊ลิ้มว่า “ความรักคืออะไร??”

“ใช่...ความรักเป็นเรื่องยาก บางทีก็ทำให้เรามีความสุข แต่ไม่ทันไรแค่เสี้ยววินาทีที่เธอยิ้มให้คนอื่น มันก็บันดาลทุกข์ให้เราอย่างแสนสาหัส ขมขื่นยิ่งนัก อึดอัดยิ่งนัก” กังฟูมองหน้าถามว่าศิษย์พี่เป็นอะไรหรือเปล่า “ศิษย์น้องฟังนะ ต่อให้จั่นเจาเป็นยอดจอมยุทธ์ แต่จั่นเจาก็เป็นผู้ชาย เจอปัญหาเรื่องความรักก็จนปัญญา เพราะกระบี่ฟันก็ไม่ได้ ใช้ตัวเบาไล่จับก็ไม่ได้”

“ศิษย์พี่ลึกซึ้งยิ่งนัก” กังฟูรำพึงทึ่ง

“ศิษย์น้องถามว่าความรักคืออะไร ศิษย์พี่จะบอกให้ว่าแค่ถามก็ผิดแล้ว...ถ้าศิษย์น้องอยากรู้จักรัก มีทางเดียวคือต้องรัก” กังฟูอึ้งถามว่าแล้วศิษย์น้องจะรักใคร? “อย่าถามหาความรัก ความรักจะมาหาเราเอง” บู๊ลิ้มตบบ่ากังฟูแล้วเดินออกไป

“ความรักจะมาหาเราเองงั้นเหรอ...” กังฟูพึมพำ มองที่บทงิ้ว บนหัวของแผ่นแรกเขียนรายชื่อนักแสดงไว้ กังฟูอ่านเบาๆ “จั่นเจา รับบทโดยกังฟู เหลียนไฉ่หยุน รับบทโดย หลินฮุ่ย” กังฟูหยุดสายตาที่ชื่อหลินฮุ่ยเหมือนคิดอะไรอยู่

ooooooo

เมลดากับหลินหลินกลับมาช่วยกันเก็บกวาดห้องที่เละเทะ หลินหลินจะเก็บกรอบรูปของเมลดาที่เอามาจากบ้านเก่า เมลดาบอกว่าตนเก็บเองกลัวหลินหลินจะโดนกระจกบาด

เมื่อเมลดาเก็บกรอบรูปที่กระจกแตกเธอเห็นหนังสือเล่มหนึ่งซ่อนอยู่หลังกรอบรูป หยิบดูเป็นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือ หน้าปกเขียนว่า “ตำรามวยพหุยุทธ” เธอเอาไปดูที่ดาดฟ้านอกห้อง พึมพำ “นี่มันเขียนเองด้วยมือทั้งเล่มเลยนี่นา”

พลิกดูต่อไป แต่ละหน้าเป็นรูปนักมวยในท่าต่างๆ บางหน้าเป็นนักมวยคนเดียว บางหน้าเป็นรูปนักมวยสองคน มีชื่อแม่ไม้หรือท่ามวยกำกับในแต่ละหน้าด้วย

เมลดาหลับตานึกทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เหตุการณ์ในอดีตเริ่มลำดับมาอย่างชัดเจน...

เวลานั้นหลังจากซ้อมมวยกับชนะเสร็จ สองพ่อลูกนั่งคุยกันถึงการจัดแข่งมวยไทยปะทะมวยจีน เมลดาถามว่า

“พ่อว่ามวยไทย มวยจีน คาราเต้ ยูยุตสึ ใครเก่งที่สุดคะ”

“เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกลูก ศาสตร์แต่ละอย่างมันกว้างไกลลึกซึ้งทั้งนั้น เอาแค่มวยไทยเองก็ยังต้องถามอีกว่ามวยไทยแบบไหน” เมลดาถามทึ่งว่ามวยไทยมีแบบอื่นด้วยหรือ “มวยไทยแบบที่พ่อสอนเธอน่ะ เป็นมวยไทยแบบกีฬา มีกติกา มีเรื่องกฎการให้คะแนนแพ้ชนะ ส่วนมวยไทยเมื่อก่อนเรียกว่ามวยไทยพหุยุทธ อันนั้นไว้ในการต่อสู้ในสนามรบเอากันถึงตาย”

“โห...พ่อสอนหนูหน่อยสิ”

“มวยไทยพหุยุทธน่ะอันตรายมาก เด็ดขาด และโหดเหี้ยม แต่ก็ฝึกยากสุดๆ อย่าเพิ่งสนใจเลย เอาพื้นฐานให้ดีก่อนเถอะ ทุกวันนี้ฝีมือเธอยังไม่ได้เรื่องเลย”

วันนั้นเมลดาหัวเราะแหะๆกับพ่อ แต่วันนี้เมื่อเธอรู้ว่ามวยไทยพหุยุทธอันตราย เด็ดขาดและโหดเหี้ยม เธอก็นึกถึงตอนที่ตัวเองต่อสู้กับมิเชลแต่สู้ไม่ได้ เธอเปิดดูคัมภีร์อย่างสนใจ พึมพำอย่างมุ่งมั่น “มวยไทยพหุยุทธ”

ooooooo

พายุพากังฟูไปรำหมัดแปดทิศให้ดูที่บ้านร้างหลังหนึ่ง ชมว่าใช้ได้ทำได้ดีมากถามว่าซ้อมมาหนักเหมือนกันใช่ไหม แล้วบอกว่าตนเพิ่งรู้ว่าพวกของไอ้เต๋ามันใช้อาวุธด้วย

“ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง ศิษย์น้องเมื่อรับปากแล้ว แม้ตายก็ขอใช้ร่างกายหนีบอาวุธของพวกมันให้ศิษย์พี่ปลอดภัย”

“กังฟู...ลื้อกล้าหาญจริงๆ อั๊วพูดอะไรไม่ออก” กังฟูบอกว่าอาจารย์แม่มีบุญคุณกับตน ตนต้องตอบแทนด้วยชีวิต

ติงลี่อยู่ที่ห้องมุกมังกรกับเนตรนภา เธอขอร้องว่าไม่ยกพวกไปตีกันไม่ได้หรือ

“ไม่ได้...อยู่วงการนี้ เราไม่ตีเขา เขาก็ตีเรา” พอดีมีเสียงเคาะประตู ติงลี่อนุญาตให้เข้ามา พายุนั่นเอง เขามาเพื่อขอเสื้อเกราะเพิ่มเป็นสองตัว ติงลี่ชะงักถามว่า “ลื้อรู้ไหมเสื้อเกราะนี่ตัวละเท่าไหร่ รู้ไหมมันเป็นของผิดกฎหมาย รู้ไหมว่ายากแค่ไหนกว่าจะได้มา แล้วรู้ไหมว่ามันไม่พอกับพี่น้องของเรา”

“ผมรู้ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่ผมขอสองตัว” ติงลี่ถามว่าจะเอาไปให้ใคร “ให้คนสำคัญของผม”

ติงลี่มองหน้าพายุอย่างชั่งใจแล้วตอบตกลง พายุขอบคุณ สัญญาว่าจะไม่ทำให้เฮียผิดหวัง

พอพายุออกไป เนตรนภาบอกติงลี่ว่าตนไม่ชอบลูกน้องคนนี้ของเขาเลย เอาของสำคัญไปให้ใครก็ไม่ยอมบอก

“เอาไปให้ใครก็เรื่องของมัน สำคัญที่ถึงเวลาสู้ มันสู้ให้เราเต็มที่ก็พอแล้ว เมื่อกี๊เห็นสายตาที่มันมองอั๊วไหม มันตื้นตันใจมาก ซื้อใจมันด้วยเสื้อเกราะสองตัวยังถูกไปด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

วันนี้กังฟูทำซาลาเปาถุงใหญ่ไปแจกเด็กๆที่โรงเจ บอกว่าตนเลิกขายซาลาเปาแล้ว ถ้าทุกคนยังทำตัวน่ารักอยู่ก็จะทำซาลาเปามาแจกเรื่อยๆ แล้วบอกเด็กๆว่า

“แต่อีกไม่กี่วันเฮียต้องไปทำงานสำคัญและอันตรายมาก ถ้าเฮียกลับมาอีกไม่ได้ ทุกคนสัญญากับเฮียนะว่าจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังอาเหล่าโกวที่โรงเจ ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด โตไปไม่โกง สัญญากับเฮียก่อนนะ”

พวกเด็กๆรับคำกันเซ็งแซ่ กังฟูจึงเอาซาลาเปาแจก พวกที่ได้ก็วิ่งไปกินกัน แต่มีเด็กหญิงคนหนึ่งไม่ไป กังฟูถาม

“ว่าไงมะลิ”

“เฮียกังฟูจะไปทำงานอันตรายเหรอ ไม่ทำได้ไหมคะ” กังฟูบอกว่าไม่ได้ยังไงก็ต้องทำ “งั้นมะลิขอให้เฮียกังฟูปลอดภัยนะ อย่าเป็นอะไรนะ”

“ขอบใจมะลิมากนะ” กังฟูอุ้มมะลิขึ้นมา มะลิจุ๊บแก้มเขา กังฟูจุ๊บตอบ พอวางลง มะลิก็วิ่งไปกินซาลาเปากับเพื่อนๆ

กังฟูทำเหมือนจะอำลาทุกคน เจอฮูหยินปวดเมื่อยก็นวดให้จนฮูหยินบอกว่าสบายจัง ถามว่านึกยังไงอยู่ดีๆมานวดให้

“ก็อยากทำน่ะครับ อยากทำให้มากกว่านี้ด้วยถ้ายังมีโอกาส” ฮูหยินถามแปลว่าอะไร กังฟูปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

นอกจากนี้กังฟูยังซื้ออาหารดีๆมากมายมาให้เฮียเก้า ซื้อเหล้ายาดองสมุนไพรอย่างดีมาให้เฮียหลอ และซื้อวีดิโอสิบกว่าม้วนมาให้เฮียเฉิน เฮียเฉินถูกใจมากอวดสองเฮียว่า ล้วนแต่ “ชีๆแปะแป๊ะ” ทั้งนั้น ชวนเดี๋ยวกินดื่มเสร็จไปดูด้วยกัน

“อาจารย์ทั้งสาม พวกท่านเหมือนพ่อของศิษย์ ศิษย์ขอจดจำพระคุณพวกท่านไปชั่วชีวิตนี้” กังฟูก้มคารวะหัวจดพื้นนิ่ง...นาน อาจารย์ทั้งสามสรวลเสเฮฮากันอย่างสำราญ แต่พอหันมองอีกที กังฟูก็หายไปแล้ว

จากนั้นกังฟูไปหาเมลดาที่บ้านเช่า แต่พอจะเคาะประตูก็เปลี่ยนใจยืนดูเมลดา แล้วเอาถุงอาหารแขวนที่ประตูพึมพำ...

“คุณเม...โชคดีนะครับ ลาก่อน”

แต่พอจะเดินออกไป เมลดาเห็นเลยเรียกไว้ถามว่ามาหาตนหรือ มีอะไรหรือเปล่า?

“เอ่อ...คือ จริงๆแล้วก็ไม่มีธุระอะไร เอาของกินอร่อยๆมาฝากน่ะครับ”

เอาของฝากให้แล้วลากลับเลย เมลดาจึงหันไปทำความสะอาดบ้านต่อ แต่กังฟูหันกลับมองไปในบ้าน พึมพำ

“ฟ้าดินเป็นพยาน คุณเม ถ้าผมไม่ตาย ผมจะกลับมาจีบคุณ”

ooooooo

วันนี้ที่ไนต์คลับติงลี่มีป้ายแขวนไว้หน้าร้านว่า “ปิด 1 วัน”

ภายในร้านลูกน้องติงลี่เกือบ 20 คนมีพายุรวมอยู่ด้วย ทุกคนเปลือยท่อนบนเตรียมพร้อมลุย ต่างไปหยิบเสื้อเกราะคนละตัว ถึงคิวพายุเขามองหน้าติงลี่แล้วหยิบเสื้อเกราะไปสองตัว

เมื่อทุกคนใส่เสื้อเกราะแล้ว ติงลี่ยืนเด่นบนเวทีเบื้องหน้าลูกน้อง ประกาศอย่างห้าวหาญ

“วันนี้ พวกเราทุกคนมารวมตัวกัน เพื่อร่วมเดิมพันชีวิตกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ วันนี้จะประกาศศักดิ์ศรีของเรา วันนี้เราจะถล่มแก๊งไอ้เต๋า” ลูกน้องวัยฉกรรจ์เฮลั่น “ไม่มีคำว่าลังเล ไม่มีคำว่าถอย ไม่มีคำว่าแพ้ มีแต่ตายหรือไม่ก็ชนะเท่านั้น” ลูกน้องเฮกันอย่างฮึกเหิมอีก

พายุยืนอยู่แถวหลัง เขาแอบหลบออกไปที่ตรอกข้างไนต์คลับ เอาเสื้อเกราะและเสื้อผ้าธรรมดาชุดหนึ่งให้กังฟู

“นี่คือชุดที่พวกลูกน้องเฮียติงลี่ใส่กัน ลื้อใส่แบบพวกมันนั่นแหละ แล้วปลอมตัวไปช่วยอั๊วลุย คนจะได้ ไม่ผิดสังเกต” พอกังฟูบอกว่าเข้าใจ พายุย้ำ “อย่าทะลึ่งทำอะไรมีพิรุธล่ะ อั๊วไม่อยากให้เฮียเขารู้ว่าอั๊วพาคนนอกเข้ามาช่วย” พอกังฟูพยักหน้า พายุตอกย้ำอีกว่า “เต็มที่นะกังฟู อย่าลืมนะว่าทำเพื่อใคร”

ooooooo

จัดการกับกังฟูเรียบร้อยแล้ว พายุไปหาเนตรนภา ที่ห้องมุกมังกร เธอสะดุ้งถามว่าเข้ามาทำไม พายุบอกว่าคิดถึงเธอเนตรนภาปรามว่าจะขี้หลีไปไหน ลืมแล้วหรือว่าตนเป็นใคร พายุย้อนว่าเธอต่างหากที่ต้องถามตัวเองว่าเป็นใคร

“ฉันเป็นเมียนายคุณไงล่ะ ชัดเต็มรูหูดีไหมคะ”

“เข้ารูหูทะลุไปถึงหัวใจ แต่ขอโทษเถอะ ผมไม่เห็นว่าผัวอย่างเฮียติงลี่เขาจะห่วงใยอะไรเมียอย่างคุณเลย แต่ผมห่วง” พลางยื่นเสื้อเกราะให้ “คุณคือคนสำคัญของผม สวมเสื้อเกราะนี่เสีย”

“ฉันไม่ได้ออกไปรบด้วย ไม่จำเป็น”

“โบราณว่าทำการศึกไม่เบื่ออุบาย ใครๆก็รู้ว่าตอนนี้คุณคือเมียเฮียติงลี่ ถ้าพวกนั้นส่งคนมาจับคุณเป็นตัวประกัน หรือฆ่าคุณเพื่อเอาคืนแล้วจะเป็นยังไง...เคยคิดเรื่องนี้บ้างไหม เรื่องนี้คนฉลาดอย่างเฮียติงลี่คงคิดได้อยู่แล้ว แต่เขาอาจจะไม่แคร์แต่ผมแคร์ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ ศึกคืนนี้อันตรายที่สุด และผมก็อยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงที่สุดด้วย แต่ผมก็ไม่ห่วงตัวเองเท่าห่วงคุณหรอกครับ” พายุหวานเสียจนเนตรนภาหวั่นไหว

พายุกลับมาพากังฟูเข้ามาในห้องที่ติงลี่ยังปลุกเร้าลูกน้องอย่างดุเดือด...

“สองมือเปล่าของเราจะเอาชนะสนับมือของมัน เพราะพวกเราคือจอมยุทธ์ที่แท้จริง...กลัวพวกมันไหม?!” เสียงลูกน้องตอบกึกก้องว่า ไม่กลัว! “ดีมาก...ลุย!!” ติงลี่ชูกำปั้นสั่งบุก พวกลูกน้องเฮรับกันเสียงกึกก้อง

ooooooo

ติงลี่ขนลูกน้องขึ้นรถตู้สามคันมุ่งไปที่โรงงานของเฮียเต๋า โดยมีที่ปรึกษาตามไปด้วย พอเห็นโรงงาน ติงลี่ก็สั่ง

“หัวธนู!!” พายุกับลูกน้องร่างกำยำของติงลี่สองคน ออกไปยืนหน้ากลุ่ม “พวกลื้อนำพวกเราจู่โจมทันทีหน้าที่พวกลื้อคือตะลุยไปให้ถึงตัวไอ้เต๋าให้เร็วที่สุดแล้วฆ่ามันเสีย”

พายุกับลูกน้องทั้งสองรับคำ เขาเหลือบมองไปทางกังฟูที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มลูกน้องติงลี่ กังฟูพยักหน้าให้อย่างรู้กัน

“พวกที่เหลือ ลุยเต็มที่ อย่าปล่อยให้ใครไปช่วยไอ้เต๋า รวดเร็ว เงียบกริบ ตีมันแบบไม่ให้มันตั้งตัว...ลงมือ!!”

พวกติงลี่พากันเคลื่อนกำลังอย่างรวดเร็ว เงียบกริบ เข้าประชิดโรงงานทันทีที่โรงงานเฮียเต๋า... เฮียเต๋ากำลังโวยวายเซลส์แมนขายกล้องวงจรปิด ด่าว่ากล้องเฮงซวยตอนมาขายบอกว่า เป็นสินค้าแห่งอนาคต แต่ใช้ได้วันเดียวก็เจ๊งแล้ว

กล้องเจ๊งเพราะเฮียเต๋าสั่งลูกน้องให้ถอดเอาน้ำยาล้างจานทำความสะอาดเพราะอยากเห็นภาพชัดๆ พอเซลส์โต้ว่าเครื่องตากแดดตากฝนได้แต่อย่าถอดชิ้นส่วนฟังเข้าใจหรือเปล่า เฮียเต๋าหาว่าเซลส์แมนด่า ขู่ว่าจะสับเขาเป็นชิ้นๆ เซลส์แมนรีบยกมือไหว้บอกว่าตนผิดเอง พอซ่อมกล้องเสร็จ เปิดทีวี มีภาพกล้องวงจรปิดสี่ตัวขึ้นมา เป็นภาพมุมต่างๆของโรงงาน

“เออ...ซ่อมเสร็จเร็วดี ในเมื่อเมื่อกี๊ลื้อพูดเองว่าเป็นฝ่ายผิด นอกจากอั๊วไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมแล้ว ลื้อยังต้องชดใช้ให้อั๊วด้วย” เซลส์แมนฟังเฮียเต๋าแล้วใบ้กินพูดไม่ออกกับความเจ้าเล่ห์ของเขา

ทันใดนั้น เฮียเต๋าก็สะดุดตาเมื่อเห็นอะไรบางอย่างในกล้อง ถามหน้าเครียด

“เอ๊ะ...แล้วพวกนี้ใครวะ ลูกน้องลื้อรึเปล่า” เซลส์แมนมองในกล้องเห็นพวกติงลี่กำลังปีนกำแพงเข้ามา บอกว่าไม่ใช่พวกตน เฮียเต๋าเพ่งดู “หน้าเหมือนไอ้ติงลี่...ไอ้ติงลี่จริงๆด้วย!”

เฮียเต๋าชักปังตอออกมาตะโกนสั่งลูกน้อง “เฮ้ย! ไอ้ติงลี่บุกโว้ย!!”

ooooooo

ทั้งเฮียเต๋าและติงลี่ต่างตะโกนสั่งลูกน้อง “ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!!”

ระหว่างตะลุยตะลุมบอนกันนั้น ไม่ว่าเวลาไหนที่พายุถูกฝ่ายตรงข้ามรุมเล่นงาน กังฟูก็จะพุ่งเข้าไปช่วยด้วยเพลงหมัดแปดทิศ จนพวกลูกต้องเฮียเต๋าแตกกระเด็นหมอบกระแต กังฟูเองก็บาดเจ็บเลือดท่วมตัว มีแต่หัวใจเท่านั้นที่ยังแข็งแกร่งลุยตามพายุไป เมื่อพายุถูกรุมอีกกังฟูเข้าไปขวางพายุจึงถอยไปปล่อยให้กังฟูสู้ตามลำพัง

การต่อสู้ของพายุกับกังฟูอยู่ในสายตาของติงลี่และที่ปรึกษาตลอดเวลาพายุเห็นเฮียเต๋าวิ่งไปทางบันไดหนีไฟจึงไล่ตามไป เฮียเต๋าเขวี้ยงปังตอใส่ ถูกพายุปัดตก เฮียเต๋าสั่งหยุด พายุถาม

“ลื้อมีอะไรสั่งเสียก่อนตายไหม”

เฮียเต๋าชูสร้อยทองหนักยี่สิบบาทต่อรองว่าถ้าปล่อยตนไปให้เอาสร้อยนี่ไปเลย พายุบอกว่างั้นตนจะฆ่าก่อนแล้วค่อยเอาทอง เฮียเต๋าบอกว่าถ้าเขาฆ่า ตนก็จะโยนสร้อยนี้ลงไป กล่อมพายุว่า ถ้าฆ่าตนตายอย่างมากติงลี่ก็แค่ให้เหล้าขวดหนึ่งสู้ทองยี่สิบบาทนี่ไม่ได้หรอก

ในที่สุดเฮียเต๋าโยนสร้อยทิ้งแล้ววิ่งหนีลงไป พายุกระโดดคว้าสร้อยทองไว้ได้ หันมองอีกทีไม่เห็นเฮียเต๋าแล้วจังหวะนั้นลูกน้องธนูคนหนึ่งวิ่งมาถามพายุว่าไอ้เต๋าล่ะ พายุบอกว่าหนีไปแล้ว เขาถามว่าทำไมไม่ตามไป พายุ อ้างว่า ตนบาดเจ็บบอกให้ลูกน้องคนนั้นตามไป พอลูกน้องคนนั้นวิ่งผ่านหน้า ก็ถูกพายุเอาปังตอ ของเฮียเต๋าปาดคอตายคาที่

เสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น ทั้งฝ่ายติงลี่และเฮียเต๋าต่างก็หนีกันอุตลุด บางคนช่วยพาเพื่อนที่บาดเจ็บหนีไปด้วย

กังฟูในสภาพเลือดท่วมตัวพาตัวเองตุปัดตุเป๋ไปปีนกำแพงออกไปตามลำพัง

ooooooo

กลับไปถึงไนต์คลับ ติงลี่ ที่ปรึกษา และพายุ เข้าไปนั่งคุยกันในห้องมุกมังกร พายุสีหน้าเจ็บช้ำน้ำตาคลอเล่าให้ติงลี่กับที่ปรึกษาฟังว่า

“ผมเกือบจะได้ตัวไอ้เต๋าแล้ว แต่มันกลับเอามีดเชือดคอพี่น้องเราแล้วทิ้งเอาไว้ ผมหลงกลมันรีบไปช่วยพี่น้องเรา จนมันหนีไปได้ แต่ในที่สุดพี่น้องท่านนั้นก็ไม่รอด...เพราะผมใจอ่อนเอง”

ติงลี่บอกว่าโทษเขาไม่ได้และตนก็เชื่อว่าเขาฆ่าเต๋าไม่ได้เพราะมันทั้งกลิ้งกลอกเจ้าเล่ห์ พายุเองก็เป็นคนหนุ่มผ่านโลกมาน้อย แต่พายุก็ยังโทษว่าเป็นความผิดของตน ไม่อย่างนั้นเราคงชนะขาดไปแล้ว ขอให้ติงลี่ลงโทษตนด้วย

แต่ติงลี่ไม่เพียงไม่ลงโทษ หากยังชื่นชมว่าครั้งนี้เขาต้องได้รับความดีความชอบมากที่สุดที่อาจหาญชาญชัยบุกตะลุยเข้าไปจนคนอื่นตามไม่ทัน ซ้ำบาดแผลก็ไม่มีถือเป็นสุดยอดจอมยุทธ์ตัวจริง คนอย่างนี้ถึงตายตนก็ไม่ปล่อยไป

ระหว่างนั้นที่ปรึกษาถามว่าเห็นพี่น้องเราคนหนึ่งอยู่ข้างตัวเขาตลอดเวลา คนนั้นเป็นใคร ติงลี่ถามว่ารู้สึกจะชื่อกังฟูใช่ไหม พายุบอกว่าใช่ กังฟูขอตามไปด้วยแต่เป็นคนขี้กลัวเลยเกาะตามหลังตนตลอดเวลา ที่ปรึกษาบอกว่าแม้กังฟูวิทยายุทธ์ไม่สูงนักแต่ดูคล้ายงำประกายเจิดจ้าไว้ อยากเจอเขาใกล้ๆ ดูชัดๆสักครั้ง

พายุกีดกันเต็มที่บอกว่ากังฟูเป็นคนโง่จะงำประกายอะไรได้ ติงว่าที่ปรึกษาดูผิดแล้ว ที่ปรึกษาเออออว่าตนคงตาฝาด ติงลี่บอกพายุว่าหมดเรื่องแล้วให้เขาไปฉลองเสียและบอกทุกคนด้วยว่าให้รอรับรางวัลใหญ่จากตนได้เลย

เมื่อพายุไปที่ไนต์คลับ เนตรนภาเดินมานั่งด้วยเอ่ยชื่นชมเขาแล้วเอาเสื้อเกราะคืน พายุรับเสื้อเกราะไปดูเห็นรอยลิปสติกรูปปากที่เสื้อ เขายิ้ม...ยกเสื้อเกราะขึ้นประทับจูบตรงรอยลิปสติกนั้น...อย่างหลงใหล

ส่วนกังฟูพาร่างโชกเลือดในสภาพจะตายมิตายแหล่กลับไปที่ห้องพักทำแผลเองอย่างยากลำบาก

ทำแผลแต่พอประมาณแล้วกังฟูทิ้งตัวหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อนคล้ายจะหลับ แต่ทันใดก็ลืมตาพึ่บ เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วหลับตาอีกครั้งเพื่อเพ่งสมาธิ ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นึกถึงความเพลี่ยงพล้ำแต่ละครั้งแล้วก็คิดได้ว่าตอนนั้นถ้าทำอีกแบบก็จะดี...ถ้าตอนนั้นเราจู่โจมอีกแบบก็อาจสามารถจัดการกับศัตรูได้ กังฟูนอนคิดหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างสรุปบทเรียนหากลยุทธ์แก้เกมต่อไป

ooooooo

ที่คฤหาสน์เจ้าสัวเพ้ง...เช้านี้ เมฆาอ่านหนังสือพิมพ์เอาจริงเอาจังจนมิเชลถามว่ามีข่าวอะไรหรือ เมฆาบอกว่าโรงงานเฮียเต๋าถูกแก๊งมาเฟียถล่ม มิเชลถามว่าเกี่ยวอะไรกับพวกเราไหม

“เกี่ยว เฮียเต๋ากำลังแย่งชิงความเป็นใหญ่กับเฮียติงลี่ สองคนนี้สู้กันมานานกินกันไม่ลง พอไม่มีใครชนะเด็ดขาด เลยทำให้เกิดพวกแก๊งเล็กแก๊งน้อยในย่านนี้อีกเพียบ ถ้าเราหนุนหลังใครสักคนให้เป็นผู้ชนะได้ พื้นที่อิทธิพลจะกว้างขวางไม่ใช่แค่สองเท่า แต่เป็นทวีคูณ อาจเป็นหนึ่งในสามของกรุงเทพฯก็ได้”

มิเชลถามว่าเราจะหนุนกลุ่มไหนดี เมฆาบอกว่าต้องไม่ใช่ทั้งสองคนนี้ เพราะว่า

“เฮียติงลี่กับเฮียเต๋าสู้กันมานานแต่ไม่มีใครแพ้ชนะ แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะพวกมันต้องการรักษาสมดุลแบบนี้เอาไว้ ถึงฆ่าอีกฝ่ายได้ก็จะไม่ฆ่า เพราะถ้ายังมีเฮียเต๋ามีเฮียติงลี่ จะไม่มีมือที่สามเข้าไปสอดแทรกได้แน่ๆ ดังนั้น ต่อให้เราเสนอตัว พวกมันก็คงไม่เอาด้วย ดีไม่ดีจะร่วมมือกันรุมเราอีก” มิเชลถามว่าแล้วเราจะทำยังไง “ต้องหาคนทรยศ...ล้มสมดุลนี้”

แล้วเมฆาก็เรียกสันต์เข้ามาสั่ง “ให้คนเข้าไปสืบข่าวแก๊งเฮียติงลี่กับเฮียเต๋า แต่ละแก๊งมีโครงสร้างยังไง กระจายอำนาจยังไง เอาให้ละเอียดนะ” สันต์รับคำแล้วรีบออกไป มิเชลมองเมฆาด้วยความเลื่อมใสอยู่เงียบๆ

ฝ่ายเฮียเต๋าอ่านข่าวหนังสือพิมพ์แล้วด่าว่านักข่าวงี่เง่า ใครบอกว่าแก๊งตนโดนถล่มยับ ก็แค่ตั้งตัวไม่ทันเท่านั้นเรื่องแค่นี้สิวๆ เดี๋ยวตนก็กลับมาผงาดเหมือนเดิม แล้วสั่งลูกน้องว่าใครมีพรรคพวกเพื่อนฝูงอยากทำงานได้เงินให้พามาเป็นลูกน้องตน ย้ำว่า “คุณสมบัติไม่ต้องมีอะไรมาก โง่ก็รับ เลวก็รับ บุคลิกไม่ต้องการ มารยาทไม่ต้องมี ขอแค่ใจถึงไม่กลัวตีกัน ก็มาได้เลย อั๊วรับหมด เข้าใจไหม”

เฮียเต๋าเดินไปที่หน้าต่าง ตะโกนไปบนท้องฟ้า... “อั๊วจะกลับไปยิ่งใหญ่กว่าเดิม ระวังตัวให้ดีเถอะไอ้ติงลี่ อั๊วต้องแก้แค้นแน่!” แล้วเฮียเต๋าก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง

ooooooo

ที่โรงงิ้ว...เมลดากำลังซ้อมงิ้วอยู่ ฮูหยินเดินเข้ามามองซ้ายมองขวาถามว่ากังฟูยังไม่มาหรือ พอรู้ว่ายังไม่มาก็โวย

“ซี้ซั้วจริงๆ อะไรของมันวะ อยู่ดีๆก็หายหน้าไปตั้งสองวัน หายไปไหนของมันวะ งิ้วมันต้องซ้อมทุกวันไม่รู้รึไง” เมลดาจะไปดูที่บ้านให้ “ก็ดีเหมือนกันเจอก็ถามมันด้วยว่า จะเล่นไหมงิ้วน่ะ ถ้าเล่นก็รีบกลับมาเร็วๆเลย”

เมลดาไปถึงเจอประตูล็อกเลยเตะลูกบิดเสียห้อยร่องแร่ง แล้วตัวเองก็นั่งกุมเท้าหน้าตาบิดเบี้ยวเจ็บอยู่นาน แต่พอเข้าไปเห็นสภาพกังฟูก็ตกใจจะเรียกรถพยาบาล กังฟูไม่ให้เรียก เธอจึงประคองเขาไปนอนบนเตียง ยิ่งตกใจเมื่อตัวร้อนเป็นไฟกังฟูไข้สูงจนฝันเพ้อไปว่าได้เจอกับจางเหลียงผู้เป็นพ่อและเหมยอิงผู้เป็นอา ในความฝัน จางเหลียงสอนว่า

“จางฟุ จำไว้สิ่งสำคัญที่สุดของจอมยุทธ์ ไม่ใช่แก้แค้น แต่เป็น...คุณธรรม” แล้วจางเหลียงก็เกร็งพลังวาดมือไปในอากาศ “ลมปราณเคลื่อนย้ายตะวัน” จากนั้น ทาบฝ่ามือลงบนตัวจางฟุ กังฟูดิ้นไปมากับฝันร้าย เมลดาถอดเสื้อเขาและเช็ดตัวให้ แต่เช็ดอย่างไรไข้ก็ไม่ลด เธอจึงเอาน้ำแข็งในตู้เย็นมาถูหลังให้บู๊ลิ้มกับหลินหลินเตะบอลเสร็จ ชวนกันไปหากังฟูเพราะไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว ไปถึงเห็นเมลดากำลังเอาน้ำแข็งถูหลังให้กังฟูที่นอนเปลือยท่อนบนเขาครางเบาๆ เพราะพิษไข้เด็กแก่แดดทั้งสองมองหน้ากันตาโตแล้วพากันย่องกลับเมลดาดูแลกังฟูจนรู้สึกตัว เขาถามเธอว่ามาที่นี่ได้ยังไง เห็นปลาสเตอร์ที่ปิดแผลตามตัวก็ถามว่าเธอทำให้หรือ

“ฉันทำให้เอง คืออาจารย์แม่บ่นคุณเรื่องขาดซ้อม ฉันก็เลยแวะมาดูเห็นคุณในสภาพจะตายมิตายแหล่อยู่เนี่ย พอฉันจะพาไปโรงพยาบาลคุณก็ห้ามไว้” กังฟู บอกว่าตนจำอะไรไม่ได้เลย เมลดาถามว่า “คุณไปทำอะไรมา ถึงอยู่ในสภาพนี้”

“ผมไปช่วยคนดีปราบคนเลว...แต่จริงๆแล้วผมไปช่วยไม่ให้อาจารย์แม่เสียใจ” เมลดาถามว่าอาจารย์แม่ไม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม “ให้ท่านรู้ไม่ได้ เพราะผมเคยรับปากท่านว่าจะไม่ทำอะไรแบบนี้”

กังฟูขอบคุณเมลดาที่ช่วยตน เธอบอกไม่เป็นไรเพราะเขาก็ช่วยตนมาเยอะแยะแล้ว กังฟูมองหน้าจนเธอเขิน กังฟูตัดสินใจเอ่ยว่า “คุณรู้ไหม ก่อนที่ผมจะไปปราบคนเลวเนี่ย ผมรู้ตัวว่าอาจจะไม่รอดกลับมา ผมสาบานกับฟ้าดินว่าอะไรรู้ไหม”

เมลดาถามว่าอะไร กังฟูพูดได้แค่ว่า “ถ้าผมไม่ตาย ผมจะ...” แล้วก็กระอักเลือดออกมา เมลดาตกใจจะพาไปหาหมอ กังฟูบอกไม่เป็นไรกระอักเลือดเสียออกไปก็ดีแล้ว แล้วจะพูดต่อ แต่ท้องร้องจ๊อกๆขึ้นมา เมลดาเลยรีบจัดอาหารให้กิน จนแล้วจนรอดกังฟูก็
ไม่ได้บอกสิ่งที่เขาสาบานไว้กับดินฟ้าก่อนออกไปตีกับพวกเฮียเต๋า

ooooooo

ติงลี่ปูนความดีความชอบให้พายุ แต่งตั้งให้เขาเป็นรองหัวหน้าของกลุ่มเพื่อนติงลี่ที่มีทั้งบ่อน โต๊ะบอล อาบอบนวดล้วนอยู่ในเขตอิทธิพลของตน บอกว่า พวกนี้คือกลุ่มเพื่อนติงลี่หน้าที่ของรองหัวหน้ากลุ่มเพื่อนติงลี่คือต้องไปตรวจดูความเรียบร้อยของกิจการแทนตน แล้วกระซิบบอกว่าไปตรวจงานแต่ละที่พวกนั้นจะเอาใจสารพัด จะได้หมดทั้งเหล้ายาอาหารและผู้หญิง แล้วติงลี่ก็ถามถึงกังฟูว่าจะให้ตนสนับสนุนอะไรไหม พายุบอกว่าเจ้านั่นมันโง่ ทำอะไรไม่เป็นหรอก

พายุออกมาดักรอเนตรนภาที่ไนต์คลับ เมื่อเธอร้องเพลงเสร็จลงมาเขาเข้าไปทัก ถูกเธอทักล้อๆว่าสวัสดีท่านรองหัวหน้า เธอแสดงความยินดีด้วย พายุบอกว่าคืนนี้เป็นคืนพิเศษของตนจะให้เกียรติไปดื่มกับตนได้ไหม เนตรนภาบอกว่าอยากไปแต่มีนัดกับหัวหน้าแล้ว พายุพูดเชิงตัดพ้อว่า “คุณคงเห็นเขาสำคัญมากสินะ”

“ตรงข้ามค่ะ เขาต่างหากที่เห็นฉันสำคัญมาก” แล้วเธอก็เดินผ่านเขาตรงไปยังห้องมุกมังกรซึ่งติงลี่อยู่ที่นั่นแต่วันนี้ติงลี่ไม่สนใจเธอเลย ซ้ำพอเธอไปนวดเอาใจถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เขาโยนเงินให้ปึกหนึ่งบอกว่า

“ช่วยออกไปที เอาเงินไปอยากไปเที่ยวไหนก็ไป อั๊วอยากอยู่คนเดียว”

เนตรนภาหยิบเงินอย่างน้อยใจจะออกไป แต่พอเปิดประตูเห็นพายุยืนอยู่แต่ไม่ได้หันมาทางนี้ เธอปิดประตูกลับมานั่งน้อยใจอยู่ในห้องเงียบๆ

ooooooo

วันนี้เหมยอิงตกใจเมื่อจางซื่อมาหาที่คฤหาสน์ ถามอย่างจับผิดว่าแต่ก่อนเธอไม่ชอบดูงิ้ว แต่ทำไมเดี๋ยวนี้ชอบไปดูงิ้ว ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าชอบพระเอก ยั่วว่า

“ถ้าเธอพอใจคนไหนก็บอกมา ฉันจะจ้างให้มันมาเล่นงิ้วให้เธอดูทุกวันเลย”

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าฉันก็เหมือนงิ้วเรื่องหนึ่ง กำลังรอดูจุดจบของวายร้าย กรรมต้องตามสนองมัน”

“ชีวิตจริงไม่ใช่งิ้ว วายร้ายของลื้ออาจจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้ผู้ต่อต้านก็ได้ ฮ่าๆๆ” จางซื่อหัวเราะร่าออกไปเจอเมฆาที่ รออยู่หน้าห้อง เขาถามว่าทำไมพ่อบอกแม่เรื่องงิ้วไม่กลัวแม่รู้หรือ “หวังว่าแกจะเรียนรู้จากฉันให้มากๆ” จางซื่อเดินผ่านไปสวยเห็นเหมยอิงเครียดทักว่าเมื่อกี๊มาดามกับจางซื่อคุยกันแปลกๆ

“มันไม่ได้มาคุย มันพยายามมาจับผิดฉัน เรื่องที่ฉันโกหก เรื่องที่เขาอยากรู้ความจริง เรื่องที่ทำให้ฉันกลัว...”

เหมยอิงคิดถึงวันที่ตนกับจางเหลียงที่เป็นพี่ชายและพ่อของจางฟุหนีการตามฆ่าของจางซื่อ จางเหลียงบอกจางฟุที่ยังแบเบาะว่า “จำไว้ สิ่งสำคัญที่สุดของจอมยุทธ์

ไม่ใช่แก้แค้นแต่เป็นคุณธรรม” แล้วจางเหลียงก็ถ่ายทอดลมปราณเคลื่อนย้ายตะวันให้จางฟุแต่ถ่ายทอดได้เพียงส่วนหนึ่ง ฝากเหมยอิงว่า “ชีวิตที่เหลือของจางฟุ ข้าฝากเจ้าด้วย”

เหมยอิงบอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะเลี้ยงจางฟุให้โตขึ้นมาล้างแค้นให้ท่าน

“อย่า...อย่าล้างแค้น ข้าไม่ได้ต้องการล้างแค้น ไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นจอมยุทธ์ อย่าให้เขาเป็นจอมยุทธ์” จางเหลียงพูดได้อีกไม่กี่คำก็สิ้นใจ

ดังนั้น เหมยอิงจึงอุ้มจางฟุมาฝากเฮียเฉินที่เคยเป็นคนรักเก่าให้ช่วยเลี้ยงดู เมื่อฮูหยินรู้ว่าจางฟุเป็นลูกของจอมยุทธ์จางเหลียงและเป็นพี่ชายของเหมยอิงจึงรับเลี้ยงไว้โดยมีข้อตกลงที่เข้มงวดว่าจะไม่ให้จางซื่อรู้ว่าจางฟุเป็นลูกใครและจะไม่ให้จางฟุเรียนวิทยายุทธ์เป็นอันขาด จึงตั้งชื่อให้ว่ากังฟูและให้สับผักต้มแกงกวาดบ้านซักผ้าให้ห่างไกลจากวิทยายุทธ์ก่อนที่เหมยอิงจะไป ฮูหยินขอให้เหมยอิงหาที่ซ่อนตัวให้มิดชิด เพราะจางซื่อจะต้องส่งคนมาตามล่าแน่ๆ และถ้าวันไหนถูกพวกมันจับได้ห้ามพูดถึงตนเด็ดขาด

“รู้แล้ว ฮูหยินโปรดวางใจ ถึงฉันตายก็จะไม่ให้ฮูหยินเดือดร้อน” เหมยอิงให้คำมั่น

ooooooo

กังฟูซ้อมงิ้วอย่างไรก็เข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของจั่นเจา เฮียเฉินจึงสอนว่า ในเมื่อกังฟูไม่สามารถเป็นจั่นเจาได้ก็ให้จั่นเจามาเป็นตัวเอง เวลาเล่นก็ให้คิดว่าหลินฮุ่ยเป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก

แล้วคืนนี้กังฟูก็แปลกใจเมื่อหลินหลินมาบอกว่าเมลดามาตามให้ไปพบ กังฟูตื่นเต้นเดาไปต่างๆนานา ระหว่างเดินไปด้วยกัน บอกหลินหลินว่าเดี๋ยวจะขอแวะร้านขายยาหน่อย หลินหลินถามว่าจะซื้อยาอะไร

“เด็กๆไม่รู้จักหรอก...” แล้วทำหน้าเคลิ้มจนหลินหลินมองกลัวๆไม่กล้าเข้าใกล้ กังฟูไม่สนใจอะไรเดินอ้าวไปด้วยอารมณ์คึก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.