ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"

บู๊ลิ้มนั่งรอกังฟูอยู่ข้างนอก ครู่หนึ่งกังฟูเดินเซแซดซีดเซียวสูดดมยาฟืดๆออกมา บู๊ลิ้มรีบเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมอล้างท้องหรือ

“เขาว่าไม่จำเป็น ให้มันย่อยแล้วออกมาเองตามธรรมชาติ”

“ไม่อยากจะสมเพช ก็ถ้าเชื่อศิษย์พี่ที่ให้แอบฝึกวิชาจากพวกอาจารย์ ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปขวาง ศิษย์น้องก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้หรอก”

“ในเมื่อเรายังมีความผิดติดตัว ถ้าผิดแล้วแก้ไขถือว่าไม่ผิด แต่ผิดแล้วไม่แก้ไขถือว่าผิด”

บู๊ลิ้มทำปากจู๋บอกว่าฟังแล้วมึน ตัดบทเอาดื้อๆ ว่า “เอางี้ ไหนๆก็มาถึงโรงพยาบาลแล้ว เดี๋ยวเราแวะไปเยี่ยมพ่อพี่เมกันดีกว่า” พลันกังฟูก็เห็นเมลดาวิ่งอย่างตระหนกชนผู้คนที่สวนกันคนแล้วคนเล่า เธอขอโทษแล้วรีบไป ดูรีบๆลนๆไงไม่รู้

บู๊ลิ้มกับกังฟูรีบตามมาถาม เมลดาบอกว่าหลินหลินประสบอุบัติเหตุตนต้องรีบไป บู๊ลิ้มตกใจถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

“ตอนนี้พี่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก พี่ต้องรีบไปก่อนนะ” กังฟูเรียกไว้ ถูกเมลดาไล่ให้หลบไปตนไม่มีเวลาจะมาต่อปากต่อคำด้วย กังฟูบอกว่าตนอยากช่วย “ขอบใจ แต่ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณอะไรนายอีก หลบไป!!”

กังฟูหมั่นไส้เลยชวนบู๊ลิ้มกลับ ถูกโวยใส่ว่าเกิดเรื่องแบบนี้กับหลินหลินแล้วจะให้ตนนิ่งดูดายหรือ ประณามว่า

“ทำแบบนั้นแล้วจะเรียกว่าสุภาพบุรุษหัวใจหล่อได้ไง?!” แล้วทั้งสองก็ขึ้นแท็กซี่แอบตามเมลดาไป

ooooooo

เมฆาไปรายงานจางซื่อที่ศาลเจ้าว่าเรียบร้อยแล้วพลางยื่นซองเอกสารให้ จางซื่อรับไปดูชมว่าทำงานได้ดีมาก

“ผมรอเวลานี้มานานแล้ว ถ้าไม่ได้พ่อมาช่วยผมก็คงมาไม่ถึงเป้าหมาย”

“จากนี้ไป ธุรกิจที่แกยึดมาได้จะเป็นเบื้องหน้าฟอกเงินให้กับเครือข่ายธุรกิจใต้ดินของสำนักอสูรเทวา แล้วเราสองคนพ่อลูกจะยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย”

เมฆากระหยิ่มว่า ถ้าจางซื่อช่วยสอนวรยุทธ์ให้ตนเก่งเหมือนพ่อด้วยล่ะก็...

“ไม่ต้องห่วง ยังไงเลือดมันก็ข้นกว่าน้ำ แกต้องได้เป็นผู้สืบทอดของฉันแน่ เหลือก็แต่แม่ของแก จะทำหน้ายังไงเวลาเรา 3 คนได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก” พูดแล้วจางซื่อยิ้มร้าย

ที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ เมลดามาถึงเธอร้องเรียกหลินหลิน มิเชลออกมาบอกว่าหลินหลินอยู่นี่แล้ว พอเมลดาหันมองก็เห็นลูกน้องมิเชลคุมหลินหลินที่มีผ้าปิดปากอยู่ แต่พอเมลดาจะเข้าไปช่วย ก็ถูกมิเชลขยับเข้าไปขวางพูดเหี้ยม

“เธอจะไม่ได้พาหลินหลินออกไป แต่จะมาตายพร้อมกับหลินหลินที่นี่!” พูดแล้วซัดหมัดไปที่ท้องเมลดาจนเธอจุก

เมลดาถามหมายความว่ายังไง มิเชลพยักหน้าให้ลูกน้องปลดผ้าปิดปากหลินหลิน หลินหลินบอกเมลดาว่าเมฆาฆ่าพ่อกับแม่ตายหมดแล้ว เมลดายังไม่เชื่อ

“ความจริง เธอไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยนะเมลดา ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลนี้มากเกินไป หรือเรียกอีกอย่างว่าเธอมันดวงหาเรื่องตาย!” แล้วมิเชลก็ซัดฝ่ามือใส่เมลดาอีก แต่คราวนี้ถูกเมลดาคว้าค้างไว้กลางอากาศ บีบแน่นจิกตาพูด

“ถ้าคิดว่าฉันเป็นได้แค่ครูสอนพิเศษหลินหลินล่ะก็...เธอดูฉันผิดไปแล้ว มิเชล!!”

ooooooo

กังฟูพาบู๊ลิ้มเดินวกไปวนมาจนบู๊ลิ้มถามว่าตกลงจะเจอเมลดากับหลินหลินไหม กังฟูบอกให้ตามมาติดๆก็แล้วกัน รับรองเจอแน่

บู๊ลิ้มตามไปติดๆ ไม่เจอเมลดากับหลินหลิน แต่เจอลูกน้องมิเชลย่องมาปิดปากลากตัวบู๊ลิ้มไปเงียบกริบ พอกังฟูจะวิ่งกลับไปดู ก็ถูกลูกน้องมิเชลอีกคนชกโครมเดียวกังฟูก็หงายหลัง แล้วชายสูทดำหน้าตาเอาเรื่องก็ถอดเนกไทโยนทิ้ง ย่างสามขุมเข้าหา กังฟูปรี่เข้าไประดมหมัดใส่แต่มันไม่สะทกสะเทือนเลย ซ้ำยังโดนมันสวนหมัดใส่หน้าจนกังฟูผงะกรามแทบหัก

กังฟูหมายตาเนกไทเส้นนั้น พอมันพุ่งเข้าหาอีกที กังฟูก็กลิ้งไปหยิบเนกไทจับสองชายขึงให้ตึง พอมันวิ่งเข้าใส่กังฟูก็กระโจนเข้าหาวิ่งวนจนมันเวียนหัว พอรู้ตัวอีกทีก็ถูกเนกไทมัดมือมัดเท้าไขว้ไปมาอยู่ที่พื้นแล้ว

“เฮ้ย...ทำได้ไงวะเนี่ย” มันงง

“หึ...หนึ่งในวิชาทำมาหากิน วิชามัดขนมบ๊ะจ่าง” กังฟูพยักหน้าเย้ย

วิชามัดขนมบ๊ะจ่างที่กังฟูฝึกจากเฮียเก้าได้ผลจริงๆ เมื่อปราบคู่ปรับได้แล้ว กังฟูมองหาบู๊ลิ้มอย่างเป็นห่วง

เวลาเดียวกัน เมลดากับมิเชลกำลังต่อสู้กันที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ มิเชลถูกหมัดของเมลดาเข้าหน้าจังๆ จนผงะถอย

“บอกแล้วไง ถ้าแตะต้องหลินหลิน เธอเจ็บตัวแน่” เมลดายังจ้องมิเชลอย่างพร้อมลุย

“ฝีมือเธอก็พอใช้ได้ สมกับมีพ่อเป็นอดีตนักมวย แต่จะเล่นงานฉัน แค่นี้เอาไม่อยู่หรอก” มิเชลเย้ย

เมลดาโถมเข้าตะลุยมิเชลไม่ยั้งแต่ก็ทำอะไรฝ่ายนั้นไม่ได้มาก หลินหลินที่ดูอยู่ตะโกนเชียร์เมลดาสุดเสียง แต่แล้ว

เมลดาก็เพลี่ยงพล้ำนอนเจ็บ มิเชลกำลังจะปลิดชีพเมลดา หลินหลินตะโกนห้ามพลางดิ้นสุดแรงถูกลูกน้องมิเชลจับตัวไว้

หลินหลินกระทืบเท้ามันขยี้ๆๆๆ จนมันปล่อยมือ

หลินหลินวิ่งเข้าไปจะช่วยเมลดา ถูกมิเชลดึงพลังลมปราณจากภายนอกมากระแทกผ่านมือ ร่างหลินหลิน กระเด็นไปกระแทกตู้คอนเทนเนอร์ตกลงมาแน่นิ่งไป

“หลินหลิน!!!!” เมลดาตะโกนสุดเสียง

ฝ่ายบู๊ลิ้มกัดคนที่ลากตนไปจมเขี้ยว มันสะบัดหลุดแล้วจะเข้าไปจัดการ กังฟูตามมาเจอเลยจัดการมันกระเด็นไป

บู๊ลิ้มเป็นห่วงหลินหลินแต่เหลือบเห็นลูกน้องมิเชลที่ถูกเหวี่ยงไปกำลังลุกขึ้นมา ร้องบอกกังฟูว่า

“ศิษย์น้อง สองประสานเป็นหนึ่งเดียว” กังฟูจับสองมือบู๊ลิ้มเหวี่ยงไปถีบยอดอกมันกระเด็นไปกระแทกตู้คอนเทนเนอร์หลับไปอีกรอบ แล้วทั้งสองก็รีบพากันไปช่วยเมลดากับหลินหลิน

ooooooo

เมลดากอดหลินหลินร้องเรียกจะให้รู้สึกตัว ด่ามิเชลที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ

“คำสั่งที่ฉันได้รับคือไม่มีคำว่าปรานี เธอน่าจะขอบใจฉันด้วยซ้ำนะ ที่ฉันลงมือหนักๆครั้งเดียวหลินหลินเลยไม่ต้องทรมาน”

“ฉันจะฆ่าแก!! นังสารเลว!!” เมลดาลุกขึ้นจะเอาเรื่อง ถูกมิเชลซัดมีดสั้นใส่เฉียดต้นแขนจนเลือดไหล

“ความแค้นสามารถทำให้คนเราทำอะไรก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้อย่างที่คิดไปได้เสียทุกอย่าง ในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ฉันสงสารเธอนะ ถูกคนรักทรยศ โธ่ๆคงแค้นจนแน่นอกเต็มที่แล้วสินะ”

เมลดาน้ำตาร่วง รำพึงว่าเมฆาทำอย่างนี้เพื่ออะไร มิเชลเย้ยว่า

“เพราะสิ่งที่เขาอยากได้จริงๆไม่ใช่เธอไงล่ะ เธอมันก็แค่ของเล่นที่เมฆาเล่นจนเบื่อแล้วก็อยากเขี่ยทิ้ง” เมลดาถามว่าเขาพูดหรือเปล่าว่าให้เธอมาฆ่าตน มิเชลยิ้มร้ายบอกว่า “สั่งกับปากเองเลยล่ะเมลดา!”

กังฟูกับบู๊ลิ้มเข้ามาเห็นเมลดากอดหลินหลินร้องไห้อยู่ บู๊ลิ้มจะเข้าไปช่วย ถูกกังฟูรั้งไว้ เตือนว่าอย่าใจร้อน

แต่บู๊ลิ้มตัดสินใจตายเป็นตายแต่ไม่ยอมให้มันฆ่าหลินหลินและเมลดา กังฟูเตือนสติว่า มันมีอาวุธและ เมลดาก็บาดเจ็บ บุ่มบ่ามเข้าไปนอกจากจะช่วยเมลดาไม่ได้แล้ว เราสองคนก็จะไม่รอดด้วย

“แล้วจะให้ทำยังไง?” บู๊ลิ้มชะงัก

“ศิษย์น้องจะต้องถ่วงเวลาให้ศิษย์พี่รีบเข้าไปช่วยพาคุณเมลดาออกมา ทำได้นะศิษย์พี่”

บู๊ลิ้มพยักหน้าเข้าใจ

ooooooo

เมลดากอดร่างหลินหลินที่ยังแน่นิ่ง แม้น้ำตาจะคลอเบ้าแต่แววตาเต็มไปด้วยความแค้นเมื่อรู้ว่าเมฆาเป็นคนสั่งฆ่าตน

มิเชลถามเมลดาว่าก่อนตายจะฝากอะไรไปถึงผู้ชายที่เธอรักแต่สั่งฆ่าเธอไหม

“บาปกรรมจะทำให้เขาไม่ได้ตายดี” เมลดาเอ่ย มิเชลรับฝากแต่บอกว่าคนที่จะไม่ได้ตายดีก่อนก็คือเธอ!

“พ่อ...พ่อจ๋า...เมขอโทษที่ไม่ได้กลับไปทำหน้าที่ลูกให้พ่อได้อีกแล้ว”

ขณะมิเชลจะซัดมีดสังหารนั่นเอง เสียงรถโฟร์คลิฟต์ก็ห้อตะบึงเข้ามา ลูกน้องมิเชลถูกชนกระเด็นไป แล้วพุ่งไปที่มิเชล ถูกมิเชลซัดมีดสั้นใส่ แต่ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงเริ่มถอยหนี

บู๊ลิ้มวิ่งเข้าไปบอกเมลดาให้รีบหนี เมลดามองไปที่รถโฟร์คลิฟต์ถามว่า “งั้น...นั่นก็...”

“ใช่ครับ ศิษย์น้องกำลังเปิดโอกาสให้เราหนีรีบไปกันเถอะครับพี่เม”

เมลดาอุ้มหลินหลินตามบู๊ลิ้มออกไป แผลที่แขนเลือดไหลเป็นทางยาว

มิเชลลุกขึ้นได้ก็จะไปเล่นงานคนขับรถโฟร์คลิฟต์แต่เขาหายไปแล้ว มิเชลโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่การฆ่าถูกขัดขวาง

ooooooo

หลังจากฆ่าเจ้าสัวเพ้งและซ้อสองแล้ว เมฆาพาจางซื่อไปที่คฤหาสน์ของเจ้าสัวพร้อมลูกน้องอสูร-เทวาในชุดสูทดำมากมาย จนคนใช้ในบ้านแตกตื่น
เหมยอิงได้ยินเสียงเอะอะเดินเข้ามาดูถามเมฆาว่าเกิดอะไรขึ้นและคนพวกนั้นเป็นใคร เมฆาบอกว่าพวกนั้นเป็นลูกน้องของพ่อ เหมยอิงฉงน ไม่เคยเห็นหน้า เมฆาจึงเบี่ยงตัวเผยให้ดู

“พ่อที่ลูกชายเรามันพูดถึงก็คือฉันไงล่ะ เหมยอิง” จางซื่อเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ เหมยอิงหน้าซีดเผือดกลัวจนตัวสั่น ยิ่งเมื่อจางซื่อเดินเข้าหา เหมยอิงถอยหนีชนแจกันตกแตกแล้ววิ่งเข้าบ้าน สวย สาวใช้ประจำตัวจะตามไปก็ถูกสันต์จับตัวไว้

จางซื่อไล่ตามเหมยอิงเข้าไป บอกเธอว่าอย่าพยายามหนีต่อไปเลย ยิ่งเธอพยายามมากเธอก็จะยิ่งเจ็บปวดมาก

เหมยอิงด่าจางซื่อว่าเป็นฆาตกรที่นรกส่งมาเกิด ไล่ไม่ให้เข้าใกล้ จางซื่อยิ้มเยาะถามว่า

“เธอเรียกฉันว่าฆาตกรไม่ได้หรอก เพราะเมื่อมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ คนที่ชนะต้องถูกเรียกว่าวีรบุรุษต่างหาก”

จางซื่อจี้สกัดจุดจนเหมยอิงหมดสติแล้วอุ้มขึ้น บอกเมฆาที่มาเจอว่า ตนไม่ทำร้ายหรอกแต่จะพาไปพักผ่อน

ทันใดนั้นมิเชลเข้ามารายงานว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นระหว่างที่ตนกำลังจัดการกับเมลดา อาเฟยเสนอตัวไปจัดการให้

“ไม่ต้อง ยังไม่ต้องถึงมือแก” แล้วหันสั่งเมฆา “ไปจัดการเรื่องนี้ให้พ่อ แสดงฝีมือความเป็นผู้นำที่พ่อไว้ใจแก”

จางซื่ออุ้มเหมยอิงขึ้นบันไดไป เมฆาชำเลืองมิเชลที่หน้าเครียด ส่วนอาเฟยมองยิ้มกวนๆ

ooooooo

เมลดาและหลินหลินถูกพามาที่ห้องพักของกังฟู กังฟูเอาหูแนบฟังเสียงหัวใจของหลินหลิน เขาบอกเมลดาว่าหลินหลินยังไม่ตาย บู๊ลิ้มเสนอ

ให้รีบพาหลินหลินไปโรงพยาบาลดีกว่า

กังฟูติงว่าออกไปในช่วงนี้มีแต่จะเกิดอันตราย บู๊ลิ้มเสนอให้แจ้งตำรวจจัดการพวกนั้นเสีย เมลดาอาสาจะไปเอง แต่พอก้าวไปไม่กี่ก้าวเธอก็ซวนเซ กังฟูรีบรับไว้เห็นบาดแผลยังมีเลือดไหลจึงอาสาทำแผลให้เธอก่อนแล้วค่อยไปแจ้งตำรวจ

มิเชลส่งคนไปดูที่บ้านเมลดาแล้วแต่เธอไม่ได้กลับบ้าน เมฆาถามว่าใครที่ช่วยเธอรอดไปได้ มิเชลเองก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือหลินหลินตายไปแล้ว เมฆาบอกว่าถ้าหลินหลินตายแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตามล่า

เมลดาอีก เขาไม่ชี้แจงเหตุผลแต่ทำกรุ้มกริ่มกับมิเชล เมื่อไฟราคะคุกระสันก็กระฉูด

ยังไม่ทันที่เมลดาจะไปแจ้งตำรวจ บู๊ลิ้มก็หน้าตื่นมาบอกว่าเมลดากำลังซวยแล้ว! บู๊ลิ้มพาทั้งสองรีบไปดูข่าวทีวีที่กำลังแพร่ภาพเมฆาพาตำรวจไปดูสถานที่

เกิดเหตุ แล้วเมฆาก็เล่นละครตบตาตำรวจร้องไห้ฟูมฟายเมื่อเห็นศพเจ้าสัวเพ้งกับซ้อสองถูกยิงตายในรถพร้อมคนขับ

แต่เมื่อนักข่าวถามถึงหลินหลินที่ได้ยินว่าหายตัวไป? เมฆาสะอึกอึ้ง มิเชลชิงตอบว่าเรื่องนี้ให้ไปถามตำรวจดีกว่า เมฆาตั้งหลักได้พูดแทรกขึ้นว่า คาดว่าหลินหลินคงตายไปแล้ว นักข่าวถามอีกว่าทราบไหมว่าเป็นฝีมือใคร เมฆาก็พูดเครียดว่า

“เป็นการแก้แค้นของพวกแก๊งลักพาตัวที่เคยมาจับตัวหลินหลินแล้วหนีรอดไปได้ พวกมันทนถูกตำรวจกดดันตามล่าไม่ไหวเลยย้อนมาฆ่าพ่อผมและจับตัวหลินหลินไปฆ่า” นักข่าวว่าแล้วศพหลินหลินอยู่ไหน?

“ผมไม่รู้” เมฆาปฏิเสธแต่กล่าวหาว่า พวกมันส่งผู้หญิงมาตีสนิททำให้หลินหลินตายใจแล้วลวง

หลินหลินไปฆ่า เมฆาด่ามากมายจนนักข่าวถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เมฆาโพล่งไปอย่างแค้นใจว่า “เธอชื่อเมลดา เป็นครูสอนพิเศษของหลินหลินครับ” พูดแล้วเดินเลี่ยงนักข่าวขึ้นรถออกไป

เมลดาตะลึงช็อกหมดสติ กังฟูพยายามเขย่าเรียกให้เธอรู้สึกตัว

ooooooo

ฮูหยินเห็นดึกแล้วแต่บู๊ลิ้มยังไม่กลับบ้านจึงไปตามที่ที่พักของกังฟู เห็นท่าทางกังฟูกับบู๊ลิ้มมีพิรุธก็จะเข้าไปดูให้ได้ว่าภายในที่พักมีอะไร

กังฟูเลยต้องปดว่าตนพาผู้หญิงมานอนด้วย ฮูหยินโวยวายว่าพาผู้หญิงนอนด้วยทั้งที่บู๊ลิ้มอยู่ที่นี่จะทำให้บู๊ลิ้มเสียเด็กไปด้วย บู๊ลิ้มรับรองว่าตนไม่เสียเด็กแน่

ฮูหยินเกิดอยากดูหน้าผู้หญิงใจแตกคนนั้นขึ้นมาอีก

เฮียเฉินขอร้องว่าอย่าทำอย่างนั้นเลยเพราะกังฟูก็โตและเรียนจบแล้วทำอย่างนั้นเท่ากับไม่ไว้หน้ากังฟู

เฮียเฉินกล่อมจนฮูหยินยอมไม่เข้าไปดูแต่ด่ากังฟูว่าวันๆดีแต่เก่งหาเรื่องรู้อย่างนี้ไม่รับมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะหรอก

“ผมขอโทษครับอาจารย์หญิง...อาจารย์เฉิน” กังฟูก้มหน้าสำนึกผิด ฮูหยินไม่สนใจลากบู๊ลิ้มกลับไปเลย

พอกังฟูกลับเข้าไปในห้องได้ยินเสียงเมลดาเพ้อเรียก “พ่อ...พ่อ...” เขารีบเข้าไปจับมือเธอบีบเบาๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย เลยนั่งเฝ้าเธออยู่อย่างนั้นด้วยความเป็นห่วง รำพึงอย่างห่วงใยว่า

“ผมไม่รู้ว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วคุณจะต้องเจอเรื่องร้ายๆอะไรอีก แต่ผมบอกได้คำเดียวผมจะไม่ทิ้งคุณ... คุณเมลดา”

บู๊ลิ้มจำได้ว่าเคยเห็นเฮียหลอเก็บห่อยาจีนไว้ ชวนกังฟูไปช่วยกันหาเผื่อเจอจะได้เอาไปรักษาหลินหลิน

ระหว่างที่ทั้งสองไม่อยู่ที่พักนั่นเอง เมลดารู้สึกตัวขึ้นมาเป็นห่วงหลินหลินจึงลุกไปดูเห็นยังไม่รู้สึกตัว

แต่ยังปลอดภัยก็โล่งใจ พลันก็เหลือบเห็นโน้ตที่กังฟูเขียนติดไว้ใกล้ๆกระจกว่า

“ถ้าคุณตื่นขึ้นมาแล้ว อย่าไปไหนเด็ดขาด ผมกับบู๊ลิ้มกำลังหาทางช่วยหลินหลินอยู่ แล้วจะรีบกลับมา”

เมลดาอ่านแล้วคิดอะไรบางอย่าง ดังนั้นพอกังฟูกับบู๊ลิ้มหายาให้หลินหลินได้แล้วก็รีบกลับมา ก็พบกับโน้ตที่เมลดาเขียนทิ้งไว้ว่า

“ขอบใจมากนะนายกังฟูที่ช่วยดูแลฉัน ฉันมีธุระต้องไปจัดการด่วน ฝากดูแลหลินหลินให้ด้วย แล้วฉันจะรีบกลับมา”

“คุณเม!! แย่แล้ว!!!” กังฟูตกใจมาก

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ตำรวจนอกเครื่องแบบถูกวางสายไว้ทั้งประตูใหญ่ ประตูข้างและอาคารจอดรถ พวกตำรวจ ว.ติดต่อกันแล้วทุกจุดสภาพยังปกติ

เมลดามาถึงหน้าโรงพยาบาลกำลังจะเข้าไป ได้ยินแม่ค้าร้องขายพวงมาลัยไหว้พระขอพรให้คนไข้หายเร็วๆ จึงย้อนกลับไปซื้อพวงมาลัย เดินผ่านแผงขายหนังสือพิมพ์ที่มีพาดหัวว่า “ตามล่าครูสอนพิเศษ ฆาตกรฆ่ายกครัว” มีรูปเมลดาขนาดใหญ่ด้วย คนขายหนังสือพิมพ์มองเมลดาที่เดินผ่านไปรู้สึกหน้าคุ้นๆ แต่นึกไม่ออก ฉุกคิดได้หยิบหนังสือพิมพ์มาดู

ทันใดนั้นมีชายคนหนึ่งท่าทางรีบร้อนเดินมาชนจนหนังสือล้ม ชายคนนั้นรีบขอโทษซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นส่งเงินให้บอกไม่ต้องทอนแล้วรีบไปเลย

“รีบไปไหนวะไอ้บ้า” คนขายหนังสือพิมพ์ด่าแล้วก้มเก็บหนังสือที่ล้มเรี่ยราด

แต่ตำรวจเห็นเมลดาแล้ว รายงานกันว่าเธอกำลังไหว้พระอยู่ ตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งว่า

“แมวทุกตัว...หนูอยู่ที่หอพระ จับหนูให้เงียบที่สุด ย้ำ...หนูตัวนี้ดุและไวอย่าประมาท ลงมือได้ เปลี่ยน”

ขณะเมลดากำลังไหว้พระนั่นเองกังฟูก็มาบอกให้เธอรีบหนีไปที่อื่นก่อนแล้วยื่นหนังสือพิมพ์ให้ดู เมลดาเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือเมฆาแน่นอน เธอเหลือบมองรอบตัวไปถามกังฟูว่าจะทำอย่างไรดีเพราะตำรวจเห็นตนแล้ว

“งั้นผมจัดการเอง คุณรีบฉวยโอกาสหนีไปเลยนะ” เมลดาถามว่าเขาจะทำอะไร “ผมจะแกล้งเป็นคนบ้าอาละวาดให้คนแตกตื่นกัน” เมลดาเตือนให้ระวังตัวด้วย

กังฟูมองซ้ายมองขวาเห็นหนังสือพิมพ์อีกฉบับพาดหัวว่า “ผวาไข้หวัดจำปีหด สธ.เตือนอย่าเชื่อข่าวลือ” กังฟูดึงผมเมลดามาสองเส้น แล้วเอามาปั่นจมูกจนจามลั่น

“ขอโทษครับ ทุกคนหลบครับ ผมเป็นไข้หวัดจำปีหดครับ”

คนรอบข้างซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายได้ยินก็หลบกันเอาเป็นเอาตาย กังฟูส่งเสียงจาม “ฮ้าดดดดดด...” คนแตกตื่นหนีกันอลหม่าน เมลดาอาศัยจังหวะชุลมุนหนีรอดเงื้อมมือตำรวจไปได้

เมลดาปลอมเป็นแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปเยี่ยมชนะ เจอเนตรเฝ้าพ่ออยู่ ความห่วงใยพ่อทำให้ทั้งสองต่างลืมความบาดหมางกันไปชั่วขณะ

แต่พอรู้ว่าพ่อผ่าตัดอาการดีขึ้นแล้ว เมลดาจะกลับ เนตรเอาสร้อยทองเส้นนั้นให้อีก เมลดาไม่รับบอกว่าไม่อยากพูดถึงมันแล้วและก็ไม่มีเวลาฟังด้วย แล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

จางซื่อพาเหมยอิงไปกินอาหารที่ร้านอาหารหรู แต่เหมยอิงยังหมางเมินเย็นชา จางซื่อหว่านล้อมว่าเรื่องผ่านมาตั้งยี่สิบปีแล้วยังไม่หายโกรธตนอีกหรือ

“แกฆ่าพี่ชายฉัน”

“เฮ้อ...ถ้าไม่ปล่อยเรื่องเมื่อวานให้ผ่านไป เราจะไม่มีความสุขกับวันนี้นะ” จางซื่อบอกว่าตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมาตนยังคิดถึงเธอเสมอ

“คิดถึงฉันเหรอ อย่าโกหกเลยจางซื่อ แกฆ่าพี่ฉันได้ฉันก็หมดประโยชน์กับแกแล้ว ฉันรู้ว่าแกไม่ได้คิดถึงฉันหรอก แกคิดถึงอีกคนมากกว่า ฉันพูดผิดสินะ แกไม่ได้คิดถึงเขาหรอก แกกลัวเขามากกว่า” จางซื่อแววตาแข็งกร้าวทันทีถามว่าเขาอยู่ที่ไหน “เขาตายไปแล้ว ตายตอนที่ฉันพาเขาหนีออกจากฮ่องกง การเดินทางลำบากมาก เขาไม่สบาย พอมาถึงกรุงเทพ ฉันก็ไม่มีเงิน ไม่มีญาติ กว่าจะพาเขาไปหาหมอได้มันก็สายเกินไป”

“อย่าโกหกฉันนะเหมยอิง”

“ถ้าเขายังไม่ตาย ฉันจะเลี้ยงดูเขาให้แข็งแกร่งที่สุดเพื่อแก้แค้นให้พ่อของเขา ฉันคงไม่แต่งงานให้แบบนี้หรอก”

จางซื่อเชื่อ ยิ้มอย่างปลอดโปร่งโล่งใจหัวเราะลั่นขณะบอกเหมยอิงว่า

“ขอบใจเธอมากเหมยอิง ฉันสบายใจที่สุด ฮ่าๆๆ สิ่งที่ฉันกลัวมาตลอดยี่สิบปีมันไม่มีต่อไปแล้ว ฮ่าๆๆ”

ooooooo

จางซื่อโทรศัพท์คุยกับเมฆาบอกว่าสบายใจแล้วเพราะเรื่องที่อยากรู้เหมยอิงตอบหมดแล้ว เมฆาถามว่าแม่ปลอดภัยดีใช่ไหม

“วางใจเถอะ ฉันไม่ทำอะไรแม่แกหรอก ฉันหมดธุระกับเขาแล้ว เดี๋ยวจะให้คนไปส่งเขาที่บ้าน ตอนนี้ฉันกำลังนั่งดูวิวกรุงเทพอยู่” เมฆาถามว่าสวยไหม “ฉันจะกลับฮ่องกงแล้ว จะให้อาเฟยอยู่ช่วยแกด้วยไหม”

“ไม่จำเป็นครับ มิเชลคนเดียวก็พอแล้วครับ วางใจเถอะครับ กรุงเทพจะเป็นของเราแน่ๆ”

จางซื่อหัวเราะแล้ววางสาย อาเฟยถามว่าแน่ใจหรือว่ามิเชลจะช่วยทางนี้ได้ จางซื่อบอกว่า มิเชลไม่เก่งเท่าเขาเพราะฉะนั้นตนต้องฝึกมิเชลให้เก่งเท่า อาเฟยบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนก็จะฝึกตัวเองให้เก่งขึ้นกว่าตอนนี้

“ฉันก็จะมีลูกศิษย์ที่เก่งขึ้นสองคน” จางซื่อหัวเราะชอบใจ

ส่วนเมฆา วางสายแล้วก็บอกมิเชลว่าพ่อจะให้ตนยืมตัวอาเฟยแต่ตนปฏิเสธไปแล้ว มิเชลขอบคุณ เมฆาถามว่าดูเธอสองคนไม่ค่อยถูกกัน

“ใช่ เราเกลียดกัน อาเฟยเป็นศิษย์พี่ของฉัน มันเก่งกว่า ฉลาดกว่า และเลวกว่า แต่สักวันฉันจะต้องเอาชนะมัน เพราะฉะนั้น ฉันจะช่วยคุณทำงานที่นี่ให้สำเร็จให้ได้”

“ดี เพราะถ้าไม่ได้ ไม่ใช่แค่เธอ พ่อก็จะดูถูกฉันไปด้วย” เมฆาพูดจบก็มีโทรเข้า ฟังปลายสายแล้วบอกมิเชลว่า “ตำรวจยังจับตัวเมลดาไม่ได้ มันเก่งกว่าที่คิด เธอต้องบไปจับเมลดามาให้ได้” มิเชลถามว่าเมลดาสำคัญอย่างไร ถูกเมฆาตะคอกใส่อย่างหงุดหงิดว่า “อย่าเซ้าซี้ได้ไหม ฉันสั่งก็ทำ!”

ไม่ทันสิ้นเสียงเมฆาดี มิเชลก็เตะตัดขาเขาจนล้มแล้วขึ้นคล่อมกางกรงเล็บจ่อตรงหน้าปรามเสียงเข้มว่า

“อย่าคิดว่าได้ฉันแล้ว จะเป็นเจ้านายฉันได้นะ” เมฆาขอโทษที่ตนหงุดหงิดไปหน่อย บอกว่าตนอยากแน่ใจว่าหลินหลินตายหรือยัง “บอกแล้วไงว่าหลินหลินโดนฝ่ามือฉันไปเต็มๆ แบบนั่นไม่มีทางรอดหรอก”

“การอยู่หรือตายของหลินหลินสำคัญกับการอยู่หรือตายของฉันและของเธอด้วย เพราะฉะนั้น เราต้องแน่ใจว่าหลินหลินตายแล้ว”

มิเชลรับปากจะไปจับตัวเมลดากับหลินหลินมาให้ เมฆาถามว่าเธอมีวิธีหรือ มิเชลยิ้มเหี้ยมบอกว่า

“ฉันบอกว่าอาเฟยเลวกว่าฉัน แต่ไม่ได้บอกว่า ฉันไม่เลว”

ooooooo

หลินหลินยังไม่รู้สึกตัว เมลดาเสนอให้พาไปโรงพยาบาล กังฟูติงว่ามันเสี่ยง

กังฟูเป็นห่วงว่าเมลดาอ่อนเพลีย จึงไปขโมยไข่และไส้กรอกที่ห้องครัวโรงงิ้วเอามาให้เธอ เกือบถูกฮูหยินจับได้ แต่กังฟูก็เอาตัวรอดได้โดยอมทั้งไข่และไส้กรอกไว้ในปากบอกฮูหยินว่าตนเป็นคางทูม พอเอาออกมาได้ก็เอาไปล้าง จัดอาหารปีนขึ้นหลังคาตึกเอาไปให้เมลดาที่เฝ้าหลินหลินอยู่

เอาอาหารให้แล้วกังฟูขอตัวกลับบอกว่าเธอคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

“นายเดาใจฉันถูก ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เกิดเรื่องราวมากมายกับฉันจนฉันสับสนไปหมด แฟนฉันทรยศฉัน พ่อฉันเข้าโรงพยาบาล หลินหลินโดนทำร้าย ฉันกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคน ฉันทั้งเศร้าทั้งเครียดจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

กังฟูจึงเล่างิ้วเรื่องหนึ่งที่พวกตนเคยแสดง นางเอกของเรื่องเจอเหตุการณ์คล้ายๆ เธอ เมลดาถามว่าแล้วเขาทำอย่างไร

“ก็ฆ่าตัวตายสิครับ” เมลดาถามว่าจะให้ตนฆ่าตัวตายหรือ “คุณยังฟังไม่จบ พอเขาฆ่าตัวตายกลายเป็นผีแล้วโดนเงี่ยมล้ออ๋องที่เป็นยมบาลด่าเช็ดเม็ดจนนางเอกเลิกฟูมฟาย เงี่ยมล้ออ๋งจึงโยนด้ายให้ เป็นด้ายที่พันกันยุ่งเหยิง บอกให้นางเอกแกะ นางเอกก็ค่อยๆ แกะทีละปม ...ทีละปม...จนหมด เงี่ยมล้ออ๋องก็บอกว่า ชีวิตคนก็แบบนี้ มีปมก็ค่อยๆ แกะ อย่าด่วนดึงจนด้ายขาด จนนางเอกเข้าใจเลยได้คืนชีพมาแก้ปัญหาชีวิต”

เล่าจบก็บอกเมลดาว่า “ปัญหาชีวิตก็เหมือนปมเชือก ค่อยๆ แกะ แกะทีละปมนะครับ” กังฟูบอกให้เธอกินอาหารเสียเดี๋ยวตนจะมาเก็บชาม เมลดาเรียกไว้ ขอบคุณเขาทั้งเรื่องอาหารและที่ช่วยตนที่หน้าโรงพยาบาลด้วยเพราะตนยังไม่ได้ขอบคุณเลย กังฟูเลยโม้ว่า

“อ๋อ...ถ้าเรื่องนั้นผมไม่ปฏิเสธคำขอบคุณหรอกครับ รู้ไหมไอ้การจามติด ๆ กันเป็นปืนกลแบบนั้นน่ะมันยากนะ ผมต้องใช้ลมปราณสุริยันขั้นที่เก้าเชียวนะ”

“ขี้โม้” เมลดาพูดอย่างหมั่นไส้แกมขำ พอกังฟูปีนลงไปแล้ว เธอจึงจัดการกับอาหารที่เขาเอามาให้ อร่อยจนกินหมด

ooooooo

ชนะอาการดีขึ้นแล้ว พอดีเนตรได้รับโทรศัพท์จึงขอตัวไปทำธุระโดยฝากพยาบาลให้ช่วยดูแลพ่อให้ด้วย

เนตรเดินออกไปสวนกับมิเชลถือกระเช้าสวนเข้ามา มิเชลไปดูที่วอดร์ดด้านหนึ่งแล้วเดินมาเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไปเจออาม่านอนหลับอยู่ มิเชลวางกระเช้าเยี่ยมไข้บนโต๊ะ เอ่ยเบาๆ “หายเร็วๆ นะคะอาม่า” พอออกมาก็ตรงไปห้องชนะทันที

มิเชลเข้าไปบอกชนะว่าเป็นเพื่อนของเมลดา พริบตาเดียวก็หยิบเข็มฉีดยามาฉีดชนะ พอเขาเอะอะก็อุดปากจนหมดสติแล้วลากรถเข็นที่พับไว้ออกมากาง ถอดสายนู่นนี่นั่นอย่างเร็ว แล้วอุ้มชนะมานั่งรถเข็นใส่หมวกเอาผ้าคาดปากและห้าห่มคลุม จากนั้นเอามือถือมาโทรออก ทันใดมีเสียงระเบิดตูมที่ห้องอาม่ามิเชลอาศัยช่วงชุลมุนเข็นรถพาชนะหนีไป

เวลาเดียวกัน พายุไปที่ไนต์คลับหรู เด็กจะพาไปนั่ง ติงลี่เห็นจึงเรียกไปนั่งด้วย ติงลี่ถามถึงกังฟู พายุบอกว่าหมอนั่นขี้ขลาดตนกลัวจะเจอแบบวันนั้นเลยไม่พามา ติงลี่บอกพายุว่าดื่มตามสบาย ให้ลงบัญชีเฮีย แล้วขอตัวออกไป

พายุกร่างกับพนักงานในร้านทันที เรียกมาสั่งเหล้าและกับแกล้ม ย้ำ“ถ้าน้องไม่ขาว เหล้าไม่หวาน อาหารไม่อร่อย อั๊วจะบอกเฮียไล่แกออก”

ระหว่างนั้น เนตรขึ้นร้องเพลงบนเวที พายุมองอย่างต้องตาต้องใจ พอบริกรมาบอกว่าน้องขาวๆไม่มีใครว่าง พายุบอกว่าไม่ต้องแล้ว ตนอยากได้คนที่อยู่บนเวที บริกรพยายามจะบอกว่า “คุณเนตรนภาเป็นเด็กของ...”
พายุตัดบทว่าไม่สนใจเชิญเธอมาให้ได้ ไม่งั้นโดนไล่ออก บริกรรับคำเดินงุดๆออกไป

เนตรร้องเพลงจบบริกรมากระซิบอะไรบางอย่าง เธอเดินมานั่งกับพายุ

“สวัสดีครับ คุณเนตรนภา ผมพายุครับ ยินดีที่รู้จัก” เนตรหัวเราะเบาๆ บอกว่าอยากรู้จักก็ได้รู้จักแล้ว พายุทำกรุ้มกริ่มบอกว่า “อยากรู้จักให้มากกว่านี้ครับ”

“แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ฉันไม่ชอบคนท่าทางอย่างคุณ” พายุถามว่าเป็นยังไง เนตรบอกอย่าให้พูดดีกว่า พายุขอให้พูดมาเลย เนตรจึงพูดหน้านิ่งๆว่า “ทำเป็นกร่าง ทำเป็นรวย ทั้งที่ไม่มีอะไร ตรงๆเลยนะ...กลวง!”

พายุฉุนขาด แต่พอดีติงลี่กลับมา เขาทักเนตรว่าไหนบอกว่าจะไปหาป๋า เธอบอกว่าพี่คนนี้เขาชวนคุย ติงลี่จึงแนะนำให้รู้จักกันบอกว่าเนตรเป็นนักร้องแม่เหล็กของป๋าเลย เนตรพูดแทรกขึ้นชัดๆว่า “เป็นเมียป๋าด้วยค่ะ” ทำเอาพายุอึ้ง เนตรยิ้มเยาะเอ่ยกับทั้งสอง “คุยกันตามสบายนะคะ เนตรขอตัวก่อน” แล้วเดินเฉียดพายุไป

เนตรไปเจอเมลดาที่หน้าไนต์คลับ เมลดาถามถึงอาการของพ่อ พอรู้ว่าดีขึ้นก็สบายใจ ระหว่างนั้นมือถือเนตรดังขึ้น เธอกดรับ ฟังปลายสายแล้วเธอตกใจแทบช็อก

เนตรรีบไปที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าพ่อหายไปแล้ว ฟังหมอเล่าแล้วหัวใจเธอแทบสลาย มองไปที่โต๊ะเห็นมีจดหมายวางอยู่ เธอรีบหยิบ จดหมายจ่าหน้าถึงเมลดา เนตรรีบเอาไปให้เมลดาที่มาซุ่มรอฟังข่าวอยู่

“คุณเมลดาที่รัก พ่อของคุณอยู่ที่ฉัน พาหลินหลินมาหาฉัน ไม่ว่าจะตายไปแล้วหรือเจ็บหนักแค่ไหนก็ตาม ไม่อย่างนั้นพ่อของคุณตาย” เป็นจดหมายจากมิเชลนั่นเอง!

เมลดากลับไปที่ห้องกังฟู อุ้มหลินหลินขึ้นมาอย่างสับสน เอ่ยขอโทษหลินหลินร้องไห้น้ำตาอาบหน้า

“คุณทำอะไรน่ะ” กังฟูตื่นขึ้นมาเห็น เมลดาตกใจ ร้องไห้โฮ

ooooooo

เมื่อวางหลินหลินลงบนเตียงแล้ว เมลดาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กังฟูฟัง ถามอย่างสับสนเจ็บปวดว่า

“ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันรักหลินหลิน แต่ก็ปล่อยให้พ่อตายไม่ได้” กังฟูเสนอให้แจ้งตำรวจ เธอพูดอย่างขมขื่นว่า “ขนาดฉันเป็นผู้บริสุทธิ์ พวกเขายังหาว่าฉันเป็นฆาตกรเลย นับประสาอะไรกับเรื่องนี้...กังฟู...ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”

“ได้สิครับ ช่วยอะไรครับบอกมาเลย” กังฟูกระตือรือร้น

“ฆ่าฉันที ไม่อย่างนั้นฉันต้องพาหลินหลินไปให้พวกมันแน่ๆ ฉันไม่อยากทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น”

“ได้สิครับ นึกว่าอะไร” กังฟูรับปากทันทีแต่พอนึกได้ก็ร้องลั่น “เฮ้ย! จะบ้าเหรอ ให้ฆ่าคุณเนี่ยนะ มันช่วยแก้ปัญหาที่ไหนเล่า” เมลดาบอกว่าตนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วจริงๆ “ใจเย็นๆครับ ผมจะหาทางช่วยคุณเอง”

กังฟูนั่งเงียบไปนาน แล้วลุกไปหาเฮียหลอที่สำนักงิ้ว เจอเฮียหลอนอนหลับสนิทอยู่ กังฟูเอาขวดเหล้าที่เตรียมไปเปิดฝายื่นไปรอตรงจมูก เฮียหลอได้กลิ่นเหล้าก็ตื่นทันที คว้าขวดเหล้าไป กังฟูรีบเอาหนีปิดฝาขวดไว้ตามเดิม

เฮียหลอถามว่าเหล้าอะไรทำไมหอมอย่างนี้ กังฟูอ่อยว่าเหล้าที่ตนจับสลากได้ตอนงานวันเกิดเฮียหมิง เฮียหลอจำได้บอกว่าขวดละสามหมื่นทีเดียว ทำเสียงชื่นใจว่าหอมสมราคาจริงๆ ถามว่าแล้วเอามาปลุกตนทำไมตอนตีสองตีสาม ดูมีเลศนัย

“แต่ลื้อเป็นพวกเหลาซิกนี่หว่า ยังไงกันแน่วะ” เฮียหลอชักสงสัย

“ศิษย์มิกล้ามิซื่อสัตย์กับอาจารย์ แต่มีบางเรื่องอยากให้อาจารย์ช่วย” เฮียหลอดักคอว่าเลยเอาเหล้ามาล่อ? “หามิได้ เหล้านี้ศิษย์ตั้งใจเก็บเอาไว้ให้อาจารย์อยู่แล้ว...” แล้วกังฟูก็ถามเฮียหลอว่า “ลมปราณมัดบ๊ะจ่างมิใช่วิทยา-ยุทธ์ใช่หรือไม่?”

“ไม่ใช่...ไม่ใช่...ถ้าใช่วิทยายุทธ์พวกอั๊วจะกล้าสอนลื้อเหรอ”

“ถ้าอย่างนั้น...” กังฟูยิ้มโล่งอก บู๊ลิ้มเป็นห่วงหลินหลินแอบมาดู ไม่พบหลินหลิน เจอแต่จดหมายลายมือกังฟูเขียนไว้ว่า

“ถึงศิษย์พี่ ศิษย์น้องมีงานสำคัญต้องทำ ต้องพาหลินหลินไปด้วย ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วง” บู๊ลิ้มพึมพำงงๆว่า งานสำคัญอะไรถึงต้องพาหลินหลินไปด้วย???

ooooooo

ที่ริมถนนแห่งหนึ่ง...กังฟูจอดรถอุ้มหลินหลินที่มีผ้าห่มห่อไว้ลงจากรถ เมลดาถามว่าจอดรถทำไมตนอยากพาหลินหลินไปโรงพยาบาลเร็วๆ

กังฟูบอกว่าเราต้องช่วยพ่อเธอก่อน ส่วนหลินหลินอาการยังเหมือนเดิม ตนแมะแล้วชีพจรยังปกติดี

ทันใดนั้นมีรถเก๋งคันใหญ่พุ่งมาจอดข้างๆ ชายฉกรรจ์สองคนลงมาสั่งให้พาเด็กขึ้นรถไปกับตน เมลดาไม่ยอม ถามว่าถ้าพวกเขาไม่ทำตามสัญญาล่ะ

“พวกเราแก๊งอสูรเทวา ไม่ทำเรื่องต่ำทรามแบบนั้นหรอก เรารักษาสัจจะเสมอ อีกอย่างแกไม่มีทางเลือกถ้าอยากช่วยพ่อแก” เมลดาคิดเครียดแล้วพยักหน้าให้กังฟู ทั้งสองจึงพากันขึ้นรถไป

ooooooo

เหมยอิงตรอมใจจนซูบเซียว ไหว้เจ้าภาวนาซ้ำๆว่า ขอให้หลินหลินปลอดภัยถ้วยเถิด...เมฆาผ่านมาเห็นเข้าไปจับแขนบอกเหมยอิงว่าให้พอเถิด ใครมาเห็นเข้าจะว่าแม่เป็นบ้าไปแล้ว

เหมยอิงสะบัดหลุดตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง สวยกับมิเชลมองอยู่ เมฆารู้สึกเสียฟอร์มมาก เมื่อเหมยอิงบอกว่าตนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่ามายุ่ง เมฆาตวาดทันทีว่า

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหรอ” แล้วเมฆาก็ชักปืนออกมายิงเจ้าไม่ยั้ง เจ้าแตกกระจาย เขาบอกเหมยอิงว่า “ในบ้านนี้ผมศักดิ์สิทธิ์ที่สุด” แล้วสั่งสวยให้เก็บกวาดเศษกระเบื้องให้หมด เดี๋ยวจะบาดแม่

“เมฆา...ก็ได้ ลูกศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม่ขอร้องลูกล่ะนะ ปล่อยหลินหลินเถอะ เขาเป็นแค่เด็กผู้หญิงไม่มีพิษภัยอะไร เมตตาเขาเถอะนะ” เหมยอิงขอร้องเมฆาตอบอย่างเย็นชาเย้ยหยันในทีว่า

“ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ หลินหลินยังไม่ตาย ผมจะยอมรับว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง แต่คงยากแล้วล่ะครับ”

เมฆาเดินหัวเราะออกไป เหมยอิงหยิบกระเบื้องแตกขว้างไปหมายหัวเมฆา แต่มิเชลยื่นมือมากันไว้ทัน เมฆาหันมองถูกเหมยอิงแช่ง “ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษแก แล้วถึงวันนั้น แกจะรู้ว่าฟ้าดินมีจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตาข่ายฟ้าถี่ยิบ ไม่มีใครเล็ดลอดออกไปได้”

“ตาข่ายฟ้าเหรอ...เพ้อเจ้อน่ะ” เมฆาเดินออกไป เหมยอิงกรีดร้องอย่างทรมานใจสาหัส สวยรีบมาประคองไว้

เมฆาเดินออกมาหน้าคฤหาสน์บอกมิเชลว่าช่วงนี้งานตนยุ่งมาก คืนนี้อาจไม่ได้ไปด้วย มิเชลบอกว่าตนจัดการเองได้ เมฆาย้ำว่า ไม่ใช่ให้เธอจัดการหลินหลินเท่านั้น แต่หมายถึงทุกคนที่รู้เรื่องนี้ด้วย ปรามแกมขู่ว่าถ้าพลาดอีกครั้งเธอคงโดนพ่อเล่นงานแน่ จูบมือมิเชลตรงแผลที่ถูกกระเบื้องบาดจนปากเปื้อนเลือด บอกว่า กลับมาคืนนี้จะให้รางวัลเธออย่างงาม

ooooooo

กังฟูกับเมลดาถูกพามาที่อาคารร้าง ชายฉกรรจ์ ชี้เข้าไปในอาคารบอกว่าเจ้านายตนรออยู่ พลันมันก็ถูกเมลดาเตะคนหนึ่งศอกใส่อีกคนจนสลบไปเกือบพร้อมกัน เธอเอากุญแจรถส่งให้กังฟูกำชับว่า

“ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล นายพาหลินหลินหนีไปก่อนเลยนะ”

เมลดาเข้าไปเจอมิเชลถามว่าพ่อตนอยู่ไหน มิเชลพยักหน้าให้ลูกน้องที่คุมสปอตไลต์ส่องไปที่ชนะในสภาพที่ถูกทำร้ายจนบอบช้ำอ่อนแรง เมลดาผวาจะไปหา มิเชล ก็พยักหน้าให้ลูกน้องที่คุมตัวชนะอยู่ มันเหยียบขยี้ขาชนะที่มีบาดแผลจนชนะร้องลั่น เมลดาตะโกนให้หยุดเดี๋ยวนี้ มิเชลพยักหน้าลูกน้องจึงหยุด แล้วบอกเมลดาให้พาหลินหลินเข้ามาได้แล้ว

เมลดาส่งสัญญาณให้กังฟูพาหลินหลินเข้ามา มิเชลมองอย่างระแวงว่าจะเป็นตัวปลอม กังฟูจึงเปิดให้เห็นหน้าหลินหลินชัดๆ มิเชลสั่งให้พามาหาตน เมลดาท้วงติงว่าให้พาพ่อมาแลกกัน ลูกน้องมิเชลจึงผลักเมลดาไปหาชนะ เมลดากระซิบบอกพ่อว่า

“พ่อ...เตรียมตัวนะคะ เราต้องหนี มันไม่ปล่อยเราง่ายๆหรอก” แล้วถามกังฟูว่า “พร้อมไหม ชีวิตของหลินหลินฝากไว้ที่นายนะ” กังฟูพยักหน้าอย่างมั่นใจ

แต่พอพาหลินหลินไปให้มิเชลดู เธอคำรามเหี้ยมว่า “ตายเสียเถอะยัยเด็กตัวยุ่ง” พลางยกมือจะฟาดใส่หลินหลิน

กังฟูเตรียมพร้อมมาแล้ว ที่มือกังฟูมีด้ายผูกอยู่ส่วนปลายอีกข้างผูกที่ตัวหลินหลิน

นั่นคือวิชาลมปราณลิ้นมังกร ที่กังฟูแอบไปฝึกกับเฮียหลอแต่เลี่ยงบาลีเรียกเสียว่าลมปราณมัดบ๊ะจ่าง เวลานั้นเฮียหลอย้ำแล้วย้ำอีกว่า

“ขอเตือนไว้ก่อน นี่คือขั้นที่สอง ถ้าแกฝึกจนชำนาญอย่าได้เข้าสู่ขั้นที่สามเด็ดขาดเพราะอันตรายยิ่งกว่าตาย” กังฟูจึงฝึกแค่ขั้นที่สอง แต่พอถูกเฮียหลอจี้จุดกังฟูก็หน้าเหยเกแล้ว แต่อดทนฮึดสู้

มิเชลเกร็งฝ่ามือกำลังจะกดกระแทกใส่หลินหลิน พลันมิเชลก็เห็นที่ตัวหลินหลินมีเส้นด้ายผูกอยู่ และกังฟูก็กำลังเกร็งลมปราณ พึมพำเสียงเครียด “ลมปราณมัดบ๊ะจ่าง ขั้นที่สอง!” พลันก็สะบัดข้อมือ เส้นด้ายที่ผูกมือเขากระตุกวูบตามเหมือนมีชีวิต

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.