ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"

เมลดาบอกบู๊ลิ้มให้กลับไปเรียนหนังสือเสีย เรื่องแค่นี้อย่าให้ถึงกับต้องโดดเรียนเลย ถ้าเจอหลินหลินจะบอกให้ว่าบู๊ลิ้มเป็นห่วง

เมื่อไม่มีโอกาสไปเยี่ยมหลินหลินได้ บู๊ลิ้มจึงฝากเครื่องรางที่แม่ไปไหว้เจ้าแล้วได้มาฝากไปให้หลินหลินติดตัวเพื่อหลินหลินจะได้ปลอดภัย

“หล่อมากศิษย์พี่ ลงทุนแบบนี้จีบไม่ติดก็ให้มันรู้ไป” กังฟูกระซิบแซว

“นี่คุณ สอนเด็กแต่ละอย่างดีๆทั้งนั้น เป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็กไม่ได้รึไง” เมลดาดุ

“เอาอีกแล้ว...” กังฟูทำหน้าหน่ายบ่น “ถ้าผมมันเป็นพวกตัวอย่างที่ไม่ดีล่ะก็ ถามหน่อยเถอะ ใครคือพลเมืองดีที่ช่วยกันคุณไม่ให้ไปอยู่ในดงลูกปืน แถมขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

“พอได้แล้วศิษย์น้อง ศิษย์พี่หมดธุระแล้ว” บู๊ลิ้มวางมาดขรึมปราม กังฟูไม่วายยักคิ้วกวนๆให้เมลดาก่อนออกไป

เมลดามองตาม ชิ!! ใส่อย่างหมั่นไส้

เมลดาจัดอาหารกินกับพ่อ แต่ไม่ทันได้กิน ชนะก็เกิดอาการหายใจหอบถี่เซจะล้มจนมือปัดจานอาหารบนโต๊ะหกกระจาย เมลดาตกใจสุดขีด รีบวิ่งออกไปขวางหน้ารถติ่มซำของบู๊ลิ้มกับกังฟู ร้องบอกน้ำตานองหน้า

“ช่วยด้วย...ช่วยพาพ่อฉันไปโรงพยาบาลด้วย”

ooooooo

ชนะถูกนำเข้าห้องฉุกเฉินทันที กังฟูกับบู๊ลิ้มรออยู่ที่นั่นด้วย บู๊ลิ้มยุให้กังฟูไปปลอบใจเมลดาทั้งพูดทั้งดันจนกังฟูเข้าไปยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ข้างหลังเมลดาพอเธอหันมาจึงพูดอึกๆอักๆว่า

“เอ่อ...ผมว่า...อีกไม่นานหมอก็คงจะออกมา แล้ว... แล้วบอกคุณว่า ยินดีด้วยครับ คุณพ่อคุณปลอดภัยแล้ว เหมือนเวลาที่เราดูละครไง”

ถูกเมลดาด่าว่าไร้สาระก็หน้าเสีย บู๊ลิ้มส่ายหน้าเซ็งกับความไม่เอาไหนของกังฟู ไล่ให้ไปปลอบอีก กังฟูเหลือบเห็นโทรศัพท์สาธารณะก็คิดมุกออก ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าเอาไปให้เมลดาบอกว่าเผื่อจะโทร.บอกแม่ว่าพ่อเธอเข้าโรงพยาบาลแล้วกังฟูก็หน้าแตกอีกเมื่อเธอบอกว่าแม่ตนเสียไปหลายปีแล้ว

พลันก็นึกได้บอกให้โทร.หาญาติก็ได้ เธอบอกว่าเราอยู่กันสองพ่อลูกเท่านั้น

“โอ...งั้นคุณก็เหมือนผมเลย ผมก็ไม่มีญาติพี่น้อง ตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิด อาจารย์หญิงบอกว่า พ่อแม่ผมตาย ผมก็เลยเป็นกำพร้า หัวอกเดียวกันแบบนี้ เดี๋ยวก็ทำใจได้”

เป็นเรื่องเลย! เมลดาลุกพรวดจ้องหน้าพูดอย่างไม่พอใจว่าพ่อตนยังไม่ตาย พ่อต้องไม่เป็นอะไร กังฟูนึกได้รีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้แช่งแค่อยากปลอบใจเธอเท่านั้น

“ขอบใจสำหรับความหวังดี ขอบใจที่ช่วยพาพ่อมาส่งโรงพยาบาล แต่ถ้าอยากปลอบใจฉันก็อย่าพูดอะไรเลยดีกว่า” เมลดาหันไปมองที่ประตูห้องฉุกเฉินอย่างกังวล กังฟูหน้าจ๋อยเดินคอตกกลับมานั่งข้างบู๊ลิ้ม

“เฮ้อ...เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว...ศิษย์น้อง” บู๊ลิ้มส่ายหน้าอย่างเหลือจะรับกับความไม่เอาไหนของศิษย์น้อง

ขณะนั้นเอง หมอออกจากห้องฉุกเฉิน เมลดารีบเข้า ไปถาม เธอคุยกับหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตกใจแล้วเธอก็ผลุนผลันเข้าห้องฉุกเฉินไป

กังฟูเข้าไปถามหมอว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรู้ว่าหมอตรวจชนะพบมะเร็งปอดอาการอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว

ทั้งกังฟูและบู๊ลิ้มตกใจไม่น้อยกว่าเมลดา...

ooooooo

ระหว่างทางกลับกังฟูกับบู๊ลิ้มไปนั่งกินน้ำเต้าหู้ที่ร้านเจ๊ยี้สาวทึนทึกวัย 40 มัวแต่นั่งคุยกันถึงเรื่องพ่อของเมลดาด้วยความสงสาร จนเจ๊ยี้มาบอกว่าถ้าไม่สั่งน้ำเต้าหู้ก็ไปนั่งที่อื่น

“แหมแค่นี้ก็ทำดุ เหมือนเดิมแล้วกันครับเจ๊ ใส่ทุกอย่างเพิ่มฟองเต้าหู้” บู๊ลิ้มสั่ง เจ๊ยี้เลยยิ้มออก

แต่ขณะตักน้ำเต้าหู้นั่นเอง ก็มีเสียงชาวบ้านโหวกเหวกโวยวายกันขึ้น ปรากฏว่าอาดอกท้อเมียเฮียป้อที่ป่วย เรื้อรังมานานกำลังจะตาย เฮียป้อกอดเมียพร่ำวอนอย่าทิ้งตนไป กำลังเรียกรถพยาบาลแล้ว ส่วนดอกท้อแม้จวนเจียนจะสิ้นใจก็ยังพยายามบอกเฮียป้อว่า ให้สัญญาว่าเฮียจะไม่มีเมียใหม่ พูดจบก็ชักกระตุก

“อาดอกท้อ...” เฮียป้อกอดเมียร้องไห้ เวลาเดียวกันนั้น เจ๊ยี้วิ่งมาถึงแหวกผู้คนผลักกังฟูเปิดทางแล้วโผเข้าจับมือเฮียป้อที่เจ๊หลงรักมาแต่วัยสาว ปลอบใจสุดฤทธิ์ จับมือยังไม่จับใจเลยกอดเฮียป้อปลอบเป็นการใหญ่ ทันใดนั้นดอกท้อสะดุ้งสุดตัว เฮียป้อผวาเรียก “อาดอกท้อ... ลื้อ...ลื้อยังไม่ตาย”

“เฮีย...เฮียยังไม่รับปากอั๊ว...” เฮียป้อบอกว่าจะให้เฮียทำอะไรเฮียสัญญาทุกอย่าง “ดี...มากเฮีย...” ดอกท้อหันไปทางเจ๊ยี้เพื่อนรักสั่งเสีย “อายี้ ลื้อเป็นเพื่อนอั๊ว ลื้อต้องช่วยดู...ดูผัวอั๊วด้วย...อย่า...ให้มีเมียใหม่เด็ดขาด...”

เจ๊ยี้เอานิ้วไขว้กันข้างหลังรับปากแข็งขัน ดอกท้อสิ้นใจไปอย่างนอนตายตาหลับ

หารู้ไม่!! พอดอกท้อสิ้นใจ เจ๊ยี้ก็โผกอดเฮียป้อทำเป็นเสียใจคร่ำครวญแต่แอบยิ้ม พร้อมเสียบซุกอกเฮียป้อต่อหน้าศพดอกท้อเลย...

ช่างทำด๊ายยยยย!

ooooooo

เฮียเก้ากับเฮียหลอนั่งโขกหมากรุกจีนกันอยู่ ทั้งสองต่างเคร่งเครียดกับตาหมากรุกตรงหน้า แต่สุดท้ายเฮียหลอแพ้ล้มกระดานลุกหนีไปเลย

เฮียเก้าตามไปต่อว่าลามปามถึงเรื่องเฮียหลอถูกเมียทิ้งเพราะนิสัยแบบนี้ จนทะเลาะถึงขั้นลงมือกัน

พายุ หนุ่มหล่อมาดเท่ลูกเลี้ยงของฮูหยินกลับมาแล้วในชุดหรูราคาแพง พอก้าวลงจากแท็กซี่เจอหลุมบ่อเฉอะแฉะก็ทำหน้ารังเกียจเดินเลี่ยงไป

พริบตานั้นเฮียหลอกับเฮียเก้าชกต่อยกัน เฮียเก้ากระเด็นมาชนพายุจนตกลงไปในแอ่งน้ำสกปรกเสื้อผ้าราคาแพงเลอะเทอะหมด แต่ทั้งเฮียหลอและเฮียเก้ากำลังเลือดเข้าตาต่างไม่สนใจยังคงฟัดกันนัวเนีย พายุโมโหห้ามก็ไม่หยุด เลยใช้เพลงมวยที่ไปฝึกมาจากเมืองจีน ใช้หมัดคู่กระแทกเข้าหน้าอกเฮียหลอจนกระเด็นไปสลบ แล้วหันไปซัดเฮียเก้าที่กำลังมองทึ่งอยู่ เฮียเก้ารับได้สองสามเพลงก็รู้สึกถึงพลังอันหนักหน่วงของพายุ

พายุเหลือบเห็นฮูหยินมาก็แกล้งยื่นหน้าเข้าไปถูกหมัดของเฮียเก้าจนกระเด็นเลือดกบปาก

ฮูหยินออกมาเพราะได้ยินเสียงตึงตังโครมคราม พอเห็นสภาพของพายุก็ตกใจ พายุสำออยร้องโอดโอย

“นี่มันอะไรกัน พวกลื้อว่างงานกันมากหรือไง ถึงได้ตีกันจนลูกอั๊วต้องมาเจ็บตัวด้วยแบบนี้”

เฮียเก้าเห็นพายุกำลังสำออย ฮูหยินก็หันไปประคองเฮียหลอที่หมดสติพาออกไป ถูกฮูหยินตวาดว่า

“เฮียเก้า อั๊วยังคุยกับเฮียไม่จบนะ”

“ไม่เอาน่า...พาไอ้พายุเข้าบ้านไปก่อนดีกว่าไปๆ” เฮียเฉินแทรกขึ้น

ฮูหยินจึงไปประคองพายุที่ออเซาะสำออยสุดฤทธิ์พาเข้าไปในบ้าน

ooooooo

ขณะฮูหยินทายาให้พายุนั้น พายุร้องโอดโอยแต่ก็ยังบอกอาจารย์แม่ว่าอย่าไปว่าอาจารย์ทั้งสอง ตนต่างหาก ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือคิดแต่จะไปห้ามเขาไม่ให้ทะเลาะกัน

ฮูหยินบ่นว่าอาจารย์ทั้งสองก็ไม่ไหวเล่นหมากรุกทีไรก็ทะเลาะกันกระทั่งลงไม้ลงมือกันทุกที บอกเฮียเฉินว่าให้เตือนคู่หูของเฮียด้วย เฮียเฉินบอกว่ามันเป็นแบบนี้ตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ไม้แก่ดัดยาก พูดยังไงมันก็ไม่ฟัง

“ก็ได้เฮีย ถ้าไม้แก่ดัดยากนัก ฉันจะดัดไม้อ่อนไว้คอยสั่งสอนไม้แก่ วรยุทธ์ทุกอย่างของสำนักเรา ฉันจะทยอยถ่ายทอดให้พายุให้หมด”

ฮูหยินคิดแก้เผ็ดพวกไม้แก่ทั้งหลาย เฮียเฉินติงว่ากฎสำนักเราต้องเป็นบู๊ลิ้มสายเลือดเราเท่านั้นนะ เลยถูกฮูหยินคุ้ยเรื่องเก่ามาด่าว่าถ้าน้ำยาของเฮียออกฤทธิ์ตั้งแต่หนุ่มๆ ป่านนี้บู๊ลิ้มก็โตพอที่จะได้รับการสืบทอดแล้ว ตอนนั้นมัวแต่ขยันแจกน้ำยาให้คนอื่น แต่กับเมียตัวเอง... ไม่ได้เรื่อง!!!

พายุทำเป็นคนดีขอร้องอาจารย์แม่อย่าทะเลาะกัน กฎของสำนักเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น

“ไม่เป็นไรหรอก แม่เป็นผู้สืบทอดมรดกของบรรพบุรุษ สิทธิ์ขาดอยู่ที่แม่เป็นคนตัดสินใจ เพราะเห็นว่าลูกมีความพร้อมทุกด้าน เรียนจบสูงๆ กลับมาแม่ก็ยิ่งมั่นใจว่าลูกจะรับช่วงกิจการจากแม่ไปดูแล” พายุรับปาก อย่างนอบน้อมว่าตนจะพยายาม “ลูกทำได้อยู่แล้วเออ...

แล้วนี่กลับมายังไงล่ะ แม่ให้กังฟูไปรับไม่ใช่เหรอ”

พอกังฟูกับบู๊ลิ้มกลับถึงบ้านก็ต้องไปคุกเข่าขอโทษฮูหยินที่ไม่ได้ไปรับพายุ บู๊ลิ้มพยายามช่วยชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของตน แล้วเล่าเรื่องตนโดดเรียนกับเรื่องเมียเฮียป้อตาย เสนอว่าแม่ควรลงโทษตนที่เป็นต้นเหตุ

บู๊ลิ้มถูกตำหนิว่ารักดีไม่ได้ครึ่งของพายุคราวนี้ต้องโดนคาดโทษหนัก ส่วนกังฟูก็ใช่ว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบเพราะว่า “ถ้าเรื่องเล็กๆแค่นี้ยังรับผิดชอบไม่ได้ แล้วต่อไปจะฝากฝังให้ช่วยดูแลคณะงิ้วได้ยังไง”

พายุทำตัวเป็นคนดีตามเคยขอฮูหยินว่าเตือน

บู๊ลิ้มแค่นี้พอแล้ว แต่แอบกระหน่ำกังฟูว่า “โตๆกันแล้ว จะมานั่งลงโทษกันเหมือนที่ผ่านมาก็คงไม่มีประโยชน์เพราะถ้าเข็ดจริงก็คงจำไปนานแล้ว”

ฮูหยินบ่นเหนื่อยใจว่าถ้าต่อไปคณะงิ้วไม่ได้หากินง่ายเหมือนสมัยนี้ เกิดหมดทางทำมาหากินขึ้นมาคนรุ่นหลังจะทำอย่างไร บู๊ลิ้มเสนอให้เปลี่ยนจากคณะงิ้วแล้วใช้วรยุทธ์ของสำนักเปลี่ยนเป็นคณะกายกรรมแทน

“บู๊ลิ้ม!! กฎเหล็กข้อแรกของสำนักฟ้าดินคืออะไร” ฮูหยินโกรธมาก บู๊ลิ้มหน้าจ๋อยบอกว่า ห้ามแสดงวรยุทธ์ต่อหน้าคนนอกเด็ดขาด “รู้แล้วยังออกความเห็นแบบนี้อีก แม่ว่าลูกชักจะเหลวไหลตามกังฟูเข้าไปทุกวันแล้ว เข้าบ้านเดี๋ยวนี้!!”

พายุปะเหลาะฮูหยินว่าวันนี้อาจารย์แม่เหนื่อยมากแล้ว เรื่องกังฟูตนจะดูแลให้เอง ฮูหยินพยักหน้าเอ่ยอย่างชื่นใจว่า

“ก็มีแต่พายุนี่แหละ ที่ทำให้แม่หายเหนื่อย แม่ฝากศิษย์น้องด้วยแล้วกัน” พูดแล้วพาบู๊ลิ้มเข้าข้างในพายุมองกังฟู ยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วพากังฟูเดินมาตามตรอกโรงงิ้ว สั่งห้ามกังฟูเรียกตนว่าศิษย์พี่เมื่อออกมาจากคณะงิ้ว ครั้งนี้ถือว่ากังฟูติดหนี้ตนที่ช่วยไม่ให้ถูกลงโทษ และถ้ากังฟูทำตามคำสั่งตนทุกอย่าง ตนก็จะช่วยไม่ให้โดนอาจารย์แม่ด่าอีก ถามว่าโอเคไหม

กังฟูไม่ทันจะตอบก็มีรถเก๋งสปอร์ตคันสวยเฉี่ยวมาจอดตรงหน้า พายุบอกว่าเป็นรถของตนแล้วฉกกระเป๋าสตางค์ของกังฟูเอาเงินไปจ่ายเป็นค่าเช่ารถ โยนกระเป๋าสตางค์คืนกังฟู พอเห็นกังฟูงงก็บอกว่า

“ไม่ต้องยืนงง ฉันไม่ได้อยู่เมืองไทยมาหลายปี คิดถึงบรรยากาศเก่าๆว่ะ ขึ้นรถเร็ว!”

ooooooo

เฮียเก้าเช็ดตัวดูแลเฮียหลอจนรู้สึกตัว เฮียหลอระแวงว่าเฮียเก้าที่ยังเป็นโสดจะแต๊ะอั๋งตน เฮียเก้าบอกว่าที่ตนยังไม่แต่งงานเพราะยังหาแม่นางถูกใจไม่ได้ ไม่เหมือนเฮียหลอมีเมียอยู่ทั้งคนกลับ...

“พอเลยไอ้เก้า!!” เฮียหลอชี้หน้าปราม “ถ้ายังขุดเรื่อง อั๊วมาพูดอีกมีมวยรอบสองแน่”

เฮียเก้าบอกให้ดูสภาพตัวเองตอนนี้เสียก่อนเถอะว่า โดนอะไรมา เฮียหลอมองที่หน้าอกเห็นรอยช้ำก็สงสัย

“จะเป็นฝีมือไอ้พายุได้ยังไง ลื้ออย่ามั่วตอนอั๊วเมาไม่รู้เรื่องดีกว่า ถึงอาซ้อจะสอนวรยุทธ์ให้มันแต่ก็ยังห่างชั้นกับพวกเราเยอะ” เฮียเก้าบอกว่านั่นมันก่อนที่ซ้อจะส่งพายุไปเรียนเมืองจีน พายุอาจจะแอบไปเรียนวิชาจากสำนักอื่นมาก็ได้ “แต่นั่นมันผิดกฎสำนัก มันจะกล้าทำได้ยังไง ยิ่งอาซ้อรู้เรื่องเข้ามีหวังโดนขับออกจากที่นี่แน่ อั๊วว่าบังเอิญมากกว่า ลื้อชกอั๊วแล้วมันก็มาซ้ำพอดี อูยยยย...พูดแล้วจุก”

เฮียหลอหันไปเปิดฝาไหดมกลิ่นเหล้าพูดอย่างดื่มด่ำว่า กลิ่นแบบนี้แสดงว่าได้ที่ แก้ฟกช้ำได้ผล แล้วอุ้มไหเหล้าหัวเราะร่าออกไป เฮียเก้ามองตาม พึมพำอย่างสงสัย...

“ไอ้หลอ...ลื้อมันดีแต่เมา ถ้าที่อั๊วสงสัยเป็นเรื่องจริง เห็นทีลูกเสือลูกพยัคฆ์ที่อาซ้อกลัวว่าจะสร้างปัญหาให้สำนักเราคงไม่ได้มีแค่คนเดียว...”

ooooooo

เมฆาหาทางฉวยโอกาสกับเมลดาตอนที่ชนะนอนอยู่โรงพยาบาล พยายามจะขอค้างที่บ้านเธออ้างว่าเป็นห่วง เมลดาบอกว่าตนอยู่ได้ เพราะสมัยที่พ่อตระเวนชกมวยตนก็อยู่คนเดียวบ่อยๆ เมื่อถูกตื๊อมาก เธอชี้แจงว่า

“ไม่ดีหรอกค่ะ พ่อฉันอยู่โรงพยาบาลถ้ามีใครมาเห็นเข้าคงไม่ดี ดึกแล้ว คุณกลับไปก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะโทร.หา”

“ทำเป็นเล่นตัว...เสียเวลาเว้ย!” เมฆาสบถขณะออกมาขึ้นรถ แต่พอเปิดประตูรถเขาก็ชะงักเมื่อเห็นมิเชลนั่งหน้านิ่งอยู่เบาะข้างๆ แล้วถามว่าเธอตามตนมาทำไม?

“อาจารย์รู้เรื่องผู้หญิงคนนี้กับคุณแล้ว เลยสั่งให้ฉันคอยจับตาดูด้วย” มิเชลพูดหน้านิ่งไร้ความรู้สึกตามเคย

เมฆาบ่นว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวเรื่องต้องถึงเขาด้วยหรือ บ่นว่าไม่รู้ตนคิดถูกหรือผิดที่ร่วมมือกับอสูรเทวา มิเชลถามว่าถ้าไม่แน่ใจว่าการเจรจาธุรกิจนี้คิดผิดหรือถูก จะให้ตนพาไปพบท่านอาจารย์อีกครั้งไหม

เมฆาหน้าเสียคิดถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 เดือนก่อนขึ้นมาทันที!

วันนั้น...เขาออกมาขึ้นรถสั่งสันต์อย่างหัวเสีย พาตน ให้พ้นไปจากที่นี่ตนเกลียดที่นี่เต็มทนแล้ว เหตุเพราะเขาแอบได้ยินเจ้าสัวเพ้งพ่อเลี้ยงของเขาคุยกับทนายว่า จะยกทุกอย่างให้หลินหลินแล้วให้ตนเป็นแค่ผู้ดูแล มีอำนาจเป็นลูกจ้างหลินหลินเท่านั้น เพราะตนไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของเจ้าสัว สาปแช่งว่า “เมื่อไหร่จะตายๆไปซะทีวะ!”

และวันนั้นเอง รถของเขาก็ถูกรถลึกลับสองคันมาประกบเบียดจนสันต์ต้องหยุดรถแล้วถูกชายใส่สูทดำสวมแว่นดำยกปืนจ่อมารอบทิศบังคับให้สันต์ขับรถไปตามทิศทาง ที่มันต้องการ

พอถึงตึกร้างสันต์ถูกกระชากลงไปเล่นงานจนสลบแล้วจะลากตัวเมฆาเข้าไป เมฆาก็เสือมีเขี้ยวเล็บเขาถือ โอกาสที่พวกนั้นเผลอแย่งปืนยิงใส่เลือดสาดไปคนหนึ่งใช้ปืนขู่เพื่อเปิดทางถอย พลันมิเชลก็โผล่มาข้างหลังเขาบอกว่า

“เราแค่ต้องการเชิญคุณมาคุยธุรกิจกันดีๆ อย่าทำให้มันยุ่งยากดีกว่าคุณเมฆา” เขาถามว่าธุรกิจอะไร “ถ้าอยากรู้ก็ทิ้งปืนไปเสียแล้วเราจะได้คุยกันดีๆ”

เมฆาไม่ยอมทิ้งปืน ทันใดนั้น มีเสียงลึกลับกึกก้องน่าเกรงขามดังไปทั่วบริเวณโดยไม่มีใครรู้ว่ามาจากทิศไหนว่า

“ปล่อยเขามิเชล จะขี่ม้าออกศึกแต่ไปบังคับเฆี่ยนตีมัน ม้าที่ไหนจะพาเราเข้าสนามรบ”

เมฆากวาดปืนไปรอบทิศเห็นเงาทะมึนแว่บผ่านไป เขาลั่นไกเปรี้ยง! คิดว่าต้องโดนชายลึกลับนั่นเต็มๆแน่นอน

มิเชลหัวเราะเยาะบอกว่าถ้าคิดว่าปืนจะหยุดอาจารย์ของตนได้ก็ลองดูอีกทีแล้วบุ้ยหน้าให้มองไปอีกทาง เมฆาหันขวับ เจอชายวัยกลางคนในชุดถังจวง ชายยาวสีดำเป็นเงามันวับ เขาคือ จางซื่อ ผู้ไม่เคยแพ้ให้จอมยุทธ์หน้าไหนในยุทธจักร เมฆาลั่นไกทันที แต่ร่างนั้นก็หายไปไวกว่า กระสุนปืน! แล้วมาโผล่ที่ข้างตัวเมฆา แต่พอเขายกปืนร่างนั้นก็หายไปอีก!

เมฆาถูกมือลึกลับยื่นมือมาจับปืนเขาจากข้างหลัง เขาหันขวับ

“พอแล้วคุณเมฆา” อาเฟยผู้มีเล็บที่นิ้วกลางซ้ายยาวสองสามนิ้วเอ่ยแล้วเข้ามาเอาปืนเขาไป

“สองคนนี้คือศิษย์ของสำนักอสูรเทวา” จางซื่อปรากฏตัวเอ่ยขึ้น เมฆาไม่รู้จักสำนักอสูรเทวา ถามจางซื่อว่าเป็นใครและต้องการอะไร มิเชลพูดแทรกขึ้นว่า

“หยุดหยิ่งยโสได้แล้ว ถ้าอยากจัดการกับเจ้าสัวเพ้งพ่อเลี้ยงคุณ แล้วแย่งอาณาจักรธุรกิจของเขามาอยู่ในมือละก็ มีแค่เพียงอาจารย์จางซื่อเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้”

จางซื่อเดินเข้ามาตบบ่าเมฆามองและพูดอย่างเป็นมิตร เอ็นดูว่า

“สำนักอสูรเทวาคืออะไร วรยุทธ์ที่เธอเห็นเมื่อกี๊นี้คืออะไร แล้วทำไมเธอถึงต้องร่วมมือกับฉัน ทุกคำถามที่เธอสงสัยเธอจะต้องได้รับคำตอบแน่นอน...ลูกชายของฉัน”

“ลูกชาย!!??” เมฆาทวนคำตกใจ มึนงง

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 2 เดือนก่อน วันที่เมฆาเข้าสู่วงจรของอสูรเทวา!

แต่วันนี้มิเชลเข้ามานั่งในรถของเขาที่หน้าบ้านเมลดาทั้งยังเอามีดสั้นกดที่คอเขา แต่เมฆาไม่สะทกสะท้านบอกว่าเธอทำได้แค่ขู่ตนเท่านั้นเพราะมันเป็นหน้าที่ของศิษย์ที่ไม่เคยทำอะไรนอกเหนือคำสั่งอาจารย์ ซ้ำยังเย้ยว่า

“ฉันคือสายเลือดแท้ๆของอาจารย์เธอ ถ้าทำให้ฉันได้เลือดแม้แต่นิดเดียว เธอคงได้ชื่อว่าเป็นศิษย์อกตัญญูแน่”

มิเชลจ้องหน้าเขาอย่างหัวเสียย้ำว่าเขาควรจะกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปเพราะต่อไปอาจเป็นอุปสรรคของแผนการ เมฆาพูดอย่างไม่แยแสว่าตนมีวิธีจัดการของตัวเองไม่จำเป็นต้องส่งเธอมาประกบเหมือนตนเป็นพวกอ่อนหัด

“คุณเป็นพวกอ่อนหัดจริงๆ ไม่ได้มีตรงไหนเลยที่คู่ควรกับสายเลือดของสุดยอดฝีมืออย่างอาจารย์จางซื่อแม้แต่นิดเดียว” ถูกเมฆาจองหน้าปรามาสว่าสักวันเธอจะยอมเป็นของตนด้วยความเต็มใจ เลยถูกมิเชลตบหน้าฉาดหนึ่งก่อนลงไปและหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว เมฆาจับแก้มที่ถูกตบหัวเราะหึๆอย่างชอบใจ

ooooooo

พายุให้กังฟูขับรถมาที่ไนต์คลับหรู พอลงจากรถก็สั่งกังฟูให้เอารถไปจอดเรียกกังฟูว่าไอ้คนขับรถโชว์สาวๆที่พากันมาลูบคลำรถหรู

อึดใจเดียว ติงลี่ มาเฟียวัย 35 ร่างเตี้ยตัวดำไว้หนวดเล็กเรียวบางก็มาถึงท่ามกลางลูกน้องที่ห้อมล้อมผลักผู้คนเปิดทางให้ลูกพี่เดินผ่าน ติงลี่ท่าทางเป็นคนอารมณ์ดี แต่ก็เหี้ยมเมื่อไม่ถูกใจ เพียงแต่ลูกน้องเอามือถือมาแนบหูให้ฟังผิดด้านเอาหัวทิ่มลงเท่านั้นก็ถูกสั่งเอาไปตัดนิ้วทันที

วันนี้ติงลี่มีนัดกับเต๋าเพื่อนตายที่หนีคดีไปอยู่ไต้หวันหลายปี จ่ายเงินมหาศาลเพื่อกลับเข้ามาเมืองไทย ติงลี่บอกว่าถ้าคิดจะตั้งต้นใหม่ให้บอก ตนช่วยเต็มที่ เต๋าบอกว่าพบกันวันแรกชวนคุยเรื่องงานได้ไง เรามารำลึกความหลังกับอาหมวยกันดีกว่า เต๋าชอบใจ พอปรบมือลูกน้องก็พาหญิงสาวที่มีผ้าคลุมหน้าเข้ามา เต๋ายื่นลูกเต๋าออกมาบอกติงลี่ว่า

“กติกาเหมือนเดิม ถ้าลื้อทายถูกลื้อได้เปิดผ้าคลุมหน้าแล้วได้สนุกกับของฝากของอั๊ว แต่ถ้าทายผิดลื้อต้องตะกายข้างฝานั่งดูอั๊วมีความสุขกับอาหมวยคนนี้

เต๋ายิ้มรับเอาลูกเต๋ามาเขย่าในกำมือ ผลปรากฏว่าติงลี่ชนะได้ของขวัญที่เต๋าหามาให้

พายุเข้าไปในไนต์คลับถูกห้อมล้อมด้วยสาวๆ ครู่หนึ่งเขาเดินเลี่ยงจากสาวๆ โทรศัพท์สั่งกังฟูให้กดเงินในเอทีเอ็มให้หนึ่งหมื่นบาท พอกังฟูถามว่าจะเอาไปทำอะไรตั้งหมื่น ก็ถูกปรามว่าอย่าถามไม่เห็นหรือว่าสาวๆ พวกนั้นเด็ดขนาดไหน สั่งให้รีบไปกดเงินมาเลย

ขณะนั้นเองกังฟูเห็นคนร้ายสองคนเดินมาท่าทางมีพิรุธ ซ้ำได้ยินมือปืนคนหนึ่งพูดโทรศัพท์ว่า

“ครับเฮียเต๋า พวกผมพร้อมถล่มไอ้ติงลี่แล้วครับ รับรองมันเละคามือแน่”

กังฟูเป็นห่วงพายุพยายามโทร.บอกให้รีบออกจากที่นี่ ถ้าไม่รีบออกมามีหวังโดนลูกหลง แต่พายุไม่สนใจเพราะกำลังหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับพวกสาวๆ

ติงลี่ได้ของขวัญก็เปิดผ้าคลุมหน้าออก เขาผงะเมื่อเห็นเป็นเนตรนักร้องสาวที่ตนพยายามตามจีบตามตื๊อแต่สอยไม่สำเร็จ เนตรถูกมัดปาก พอติงลี่จะปลดผ้ามัดปากให้เนตร ก็ถูกเต๋าเอาปืนจ่อหัวแล้ว! เต๋าพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

“อั๊วอยากเริ่มต้นใหม่ ทางที่เร็วและลัดที่สุดก็คือ ฆ่าลื้อทิ้งแล้วฮุบเขตอิทธิพลของลื้อมาเป็นของอั๊วไง”ติงลี่จะชกก็ถูกเต๋าลั่นไกปืน แต่...แชะ! เต๋าพูดต่อว่า “ยังไงเราก็กากี่นั้งกันมานาน อั๊วไม่ยอมมือเปื้อนเลือดฆ่าลื้อหรอก อั๊วจะปล่อยให้ลื้อเอาตัวรอดเองแต่จะรอดรึเปล่ามันอีกเรื่อง เพราะมือปืนฝีมือดีของอั๊วกำลังรอจัดการลื้ออยู่แล้ว”

พอเต๋าพยักหน้า ลูกน้องก็เข้าปลดปืนติงลี่แล้วพวกเต๋าก็พากันออกไป

พายุออกมาต่อยกังฟูฐานทำให้สาวๆ รู้ว่าตนไม่มีเงินเลยพากันทิ้งตนไป กังฟูบอกว่าที่ตนเตือนนั้นเป็นเรื่องจริง พายุไม่สนใจจะต่อยซ้ำก็พอดี รปภ.ถูกมือปืนจ่อยิงด้วยปืนเก็บเสียง ปุ ปุ ปุ! กังฟูชี้ให้ดูบอกว่ากำลังเกิดเรื่องแล้ว พายุตกใจดันกังฟูหลบเข้าไปในซอก กังฟูหยิบมือถือจะแจ้งตำรวจ พายุแย่งมือถือไปบอกว่าถ้าพวกนั้นรู้เราจะซวยไปด้วย

มือปืนได้ยินเสียงเดินเข้ามาขอโทรศัพท์ กังฟูส่งให้แต่แกล้งทำตกอ้างว่ามือลื่น ขณะก้มเก็บมือถือก็ส่งสัญญาณให้พายุ แล้วตัวเองก็ซัดฝ่ามือใส่มือปืนคนแรก

อีกคนจะยิงใส่ถูกพายุออกเชิงมวยใส่มัน กังฟูตะโกนให้รีบหนี ทั้งสองพากันหนีไป ถูกมือปืนยิงไล่หลังแต่ไม่โดน มือปืนอีกคนบอกให้ปล่อยไปก่อนรีบไปจัดการติงลี่ดีกว่า

ooooooo

พายุโมโหด่ากังฟูว่าหัวตนเกือบถูกกระสุนยัดเข้า ไปเพราะเขา แย่งกุญแจรถจากกังฟูต่อยท้องจนกังฟูตัวงอแล้วทิ้งไว้ตรงนั้นเดินไปที่รถเลย กังฟูเดินตัวงอจุกๆตามไป

ติงลี่สั่งลูกน้องให้ไปตรวจดูทางหนีให้เผื่อพวกเต๋าจะดักอยู่ เขาประคองเนตรไปด้วย เนตรไม่ยอมไปเพราะอยู่กับติงลี่มีแต่เสี่ยงอันตราย พอดีลูกน้องติงลี่สองคนเดินย้อนกลับมาเจอมือปืนของเต๋าเดินมาขวางแล้วยิง ปุปุ ตายต่อหน้าติงลี่กับเนตร แล้วหันปืนมาหาติงลี่

“ถึงเวลาจบชีวิตเจ้าพ่อของแกเสียทีไอ้ติงลี่”

ระหว่างนั้นกังฟูเดินกุมท้องมาเห็นเหตุการณ์เลยทุบสัญญาณเตือนไฟไหม้ แล้วคว้าแจกันทุ่มหัวพวกมันทั้งสองจนมึนแล้วดึงเนตรมาได้ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เนตรตอบอึ้งๆ ตะลึงความหล่อของกังฟูว่า “เป็น... เป็นค่ะ...” กังฟูถามว่าตรงไหน เธอตอบทำตาซึ้งว่า “ตรงนี้ค่ะ โดนความหล่อแทงทะลุหัวใจ”

ติงลี่เห็นมือปืนเริ่มได้สติก็ตะโกนบอกให้เนตรรีบหนี ทั้งสามพากันหนีตายไปด้วยกันมีมือปืนเพียงคนเดียวไล่ตามมา

พายุสตาร์ตรถตั้งนานก็ไม่ติด ไม่ได้ยินเสียงปืนที่ไล่ยิงมาข้างหลัง ติงลี่ เนตร กังฟู วิ่งมาจนมุม มือปืนมาหยุดที่ท้ายรถ พายุเล็งปืนเตรียมยิง เป็นจังหวะที่พายุสตาร์ตรถติดพอดี เขาถอยหลังพรืดเตรียมหนีแต่รู้สึกชนอะไรบางอย่างจึงลงมาดูพบมือปืนนอนแน่นิ่งไปแล้ว

“ศิษย์พี่ สุดยอดเลย ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์พี่ช่วยไว้ พวกผมคงโดนยิงตายตรงนี้แน่” ติงลี่ ถามกังฟูว่ารู้จักหรือ กังฟูบอกว่าพายุเป็นศิษย์พี่ของตน เนตรถามว่าเขาชื่ออะไร พอบอกว่าชื่อกังฟู ติงลี่ก็ดึงทั้งสองเข้าไปกอดทันที

“กังฟู-พายุ...พวกลื้อช่วยชีวิตอั๊วไว้เท่ากับอั๊วเป็นหนี้บุญคุณชีวิตลื้อ เจ้าพ่อคนจริงอย่างเฮียติงลี่จะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้เด็ดขาด...และถ้าลื้อต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกมาได้เลย เฮียจัดหนักให้แน่นอน”

กังฟูจะปฏิเสธ แต่พายุชิงพูดขึ้นว่า “ยินดีที่รู้จักเฮียติงลี่ ได้ยินชื่อเสียงเฮียมานาน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสช่วยเหลือเฮีย”

ติงลี่หัวเราะร่าที่มีคนอวย ติงลี่กับพายุบีบมือกันแน่น ส่วนเนตรก็เอาแต่มองกังฟูทำตาปริ๊บๆ ปิ๊งๆ

ooooooo

กังฟูกลับมาถึงที่พักเจอบู๊ลิ้มมานั่งกินบะหมี่ถ้วยและดูหนังกำลังภายในอยู่อย่างสนุกสนาน กังฟูเป็นห่วงว่าดึกแล้วเดี๋ยวอาจารย์หญิงรู้...บู๊ลิ้มขัดขึ้นว่าไม่ต้องห่วงตนบอกพ่อว่าคืนนี้จะท่องหนังสืออย่ารบกวนแล้วเห็นพ่อพาแม่เข้านอนแล้ว

บู๊ลิ้มบอกว่าที่มานี่ก็เพราะห่วงศิษย์น้องจะถูกพายุเล่นงานแล้วไม่มีใครช่วย แต่ผิดคาดกังฟูบอกว่าวันนี้ที่ตนรอดมาได้เพราะพายุช่วยไว้ แต่เรื่องมันยาวไว้ค่อยเล่า

“ก็ได้...งั้นศิษย์พี่มีข่าวดีจะบอก พี่เมเพิ่งโทร.มาหา ฝากคำขอบคุณจากหลินหลินมาให้ศิษย์พี่ด้วย มันน่าปลื้มไหมล่ะศิษย์น้อง...ฮิ้วววว” แล้วฝากกังฟูว่า “พรุ่งนี้ศิษย์น้องไปช่วยดูแลคุณพ่อพี่เมเพื่อเป็นการตอบแทน”

“เฮ้ย...เกี่ยวอะไรด้วยล่ะศิษย์พี่”

“เกี่ยวสิ เพราะพรุ่งนี้ศิษย์พี่ติดเรียนไง โอเคนะ... จบ...ฮ่าๆๆ”

รุ่งขึ้น กังฟูจึงต้องไปเยี่ยมชนะที่โรงพยาบาล ไปก่อนที่เมลดาจะมาเสียอีก พอเมลดาเข้าไปในห้อง เธอชะงักไม่พอใจเมื่อเห็นชนะกำลังหัวเราะชอบใจที่กังฟูรำมวยจีนให้ดู ซ้ำนึกสนุกจะลองมวยจีนปะทะมวยไทยดูสักยก

เมลดาโมโหมากหาว่ากังฟูมาชวนพ่อลุกขึ้นมาเตะต่อยเกิดพ่อเป็นอะไรขึ้นมามีปัญญารับผิดชอบไหม ไล่ให้กลับไปเลย ชนะบอกว่าอย่าไปไล่เขาเลยพ่อเป็นคนขอให้เขาโชว์มวยจีนให้ดูเอง บอกกังฟูว่า

“ไม่เป็นไรไอ้ตี๋ จัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาคุยกันอีก” ชนะยิ้มแย้มอย่างถูกคอกัน บอกเมลดาว่า “พ่อชอบเพื่อนลูกคนนี้นะเม พ่อว่ามันทะเล้นดีแถมยังซื่ออีก”

พอกังฟูไป เมลดาก็คุยกับชนะประสาพ่อลูก ชนะปลงกับชีวิตที่เหลือเวลาอีกไม่นาน เมลดาทำใจไม่ได้ไม่ให้พ่อพูดอย่างนี้ พ่อจะต้องอยู่ด้วยกันเพราะเรามีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น

ชนะบอกว่าเราไม่ได้มีแค่สองคน ถูกเมลดาตัดบทว่า “อย่าพูดถึงพี่เขาเลย พี่เขาตายไปจากชีวิตพวกเราแล้ว”

“ยังไงเขาก็โตมากับลูกเป็นเหมือนพี่น้องกัน ก่อนที่พ่อจะตาย พ่ออยากให้เราสองคนกลับมารักกันเหมือนตอนเด็กๆ พ่อจะได้ไปอย่างหมดห่วง ทำให้พ่อได้ไหมลูก”

เมลดาฉุกคิดเอะใจว่าพ่อฝากกังฟูให้ไปทำเรื่องนี้ให้ใช่ไหมเพราะพ่อมีที่อยู่พ่อแอบติดต่อพี่ตลอดมา

แต่พ่อไม่เคยบอกตน ชนะเห็นอารมณ์ของเมลดาแล้วบอกว่าพ่อเหนื่อย อยากพักผ่อนแล้วนอนชักผ้าห่มคลุมโปง

เมลดาใจร้อนผ่าวๆ เดินอ้าวออกไปจะให้กังฟูเอาที่อยู่ของพี่ที่พ่อให้คืน กังฟูบอกว่าพอดีตนไม่มีปากกาเลยจำเอา

เมลดาจะให้บอกให้ได้ กังฟูมองหน้าเธอทำท่าคิดๆ ยิ้มนิดๆอย่างเจ้าเล่ห์

แล้วกังฟูก็ให้เมลดาขึ้นเจ้าติ่มซำแล้วขับไปร้องเพลงไปเรื่อยเฉื่อย แล้วเอาเจ้าติ่มซำไปจอดขายขนมจีบซาลาเปาตรงที่เคยจอดประจำซึ่งมีลูกค้ามายืนคอยอยู่หน้าตาเฉยเลย

ooooooo

เมฆาดูแลกิจการและทำงานจนเจ้าสัวเพ้งไว้ใจมาก จะส่งเขาไปบุกเบิกธุรกิจที่ต่างประเทศ แต่พอเหมยอิงบอก เขากลับไม่อยากไป

“แม่ว่าเป็นโอกาสดีของลูก ถ้าลูกแต่งงานกับเมลดา ครอบครัวของลูกจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตที่โน่น แม่รู้ว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่มันเหนื่อยยาก แต่อย่าลืมนะ ที่เราสองคนแม่ลูกมีชีวิตสุขสบายได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะเจ้าสัว ถ้าเขาไม่มาพบเราป่านนี้เราจะเป็นยังไง”

เมฆาพูดอย่างไร้อารมณ์ว่าจะจำได้อย่างไรในเมื่อตอนนั้นแม่เพิ่งคลอดตน ถูกเหมยอิงปรามว่า

“เมฆา อย่าให้แม่ได้ยินลูกพูดอย่างนี้อีกนะ คนเราถ้าไม่รู้จักกตัญญูรู้คุณ ก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน แม่เลี้ยงลูกให้เป็นคนไม่ใช่สัตว์” เมฆาขอโทษรับปากว่าไม่ทำให้พ่อผิดหวังจะไปให้คำตอบทำให้พ่อมั่นใจว่าตนจะตอบแทนพระคุณเขา เหมยอิงพยักหน้าพูดอย่างพอใจว่า “ดีมากลูก ไปขอบคุณพ่อเขาให้มั่นใจในตัวลูก”

เจ้าสัวเพ้งไปดูการก่อสร้างโครงการคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ เกือบถูกสิ่งปลูกสร้างล้มทับ มิเชลเข้าไปรั้งเจ้าสัวออกมาทันแล้วพาไปนั่งพักอีกมุมหนึ่งใกล้ผนังตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จให้บอร์ดี้การ์ดไปยืนข้างๆ พร้อมจะผลักเจ้าสัวตกลงไป

แต่เมฆาเข้ามาขัดจังหวะบอกเจ้าสัวว่าแม่บอกตนเรื่องนั้นแล้วตนยินดีทำตามคำชี้แนะของพ่อเลยทำให้มิเชลเสียแผนยังความปลื้มปีติแก่เจ้าสัวมาก
เหตุนี้มิเชลจึงพาเมฆาไปพบจางซื่อที่ศาลเจ้า ฟ้องจางซื่อว่าเมฆาทรยศขัดขวางตนไม่ให้ฆ่าเจ้าสัว

“ฉันถูกผู้หญิงที่ฉันรัก ผู้หญิงคนที่แกเรียกว่าแม่ ทรยศฉันไปครั้งนึงแล้ว อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้แกทำกับฉันแบบนั้นได้อีก” จางซื่อโกรธมาก
เมฆาซึ่งเป็นลูกแท้ๆของจางซื่อยืนยันว่าตนไม่ได้ทรยศ จางซื่อถามว่าแล้วทำไมถึงต้องขัดขวางมิเชล

“ไอ้...ไอ้เจ้าสัวมันจะส่งผมไปยุโรป อ้างจะให้ไปบุกเบิกธุรกิจใหม่ แต่ผมรู้ว่ามันไม่อยากให้อยู่ขวางทางตอนที่มันยกธุรกิจทั้งหมดให้นังเด็กนั่น มันกลัวผมไม่พอใจ ผมเลยไม่อยากเห็นมันตายคนเดียว แต่อยากเห็นมันตายกัน ยกโคตร!”

“ลูกชายฉันพูดถูกแล้วมิเชล ผู้กำหนดชะตากรรมชีวิตคนอื่นได้ ผู้นั้นคือผู้กำชัย”

ooooooo

กังฟูขายติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปาอย่างสนุกสนาน ในขณะที่เมลดานั่งรอหน้าบอกบุญไม่รับ รอจนเขาขายเสร็จก็สั่งให้พาไปบ้านพี่ตามที่อยู่ที่พ่อบอก กังฟูบอกว่าพ่อเธอไม่ได้บอกอะไร ตนถามเอาจากคนที่มาซื้อติ่มซำเองต่างหาก

พอพาไปชี้บ้านแล้วเมลดาไล่กังฟูกลับ กังฟูเตือนเธออย่างจริงใจว่า

“คุณก็รู้ว่าอาการของพ่อคุณเป็นยังไง การที่อยู่ๆ เขามาไว้ใจคนนอกอย่างผมให้ช่วยมาตามพี่สาวคุณมันก็มีอยู่เหตุผลเดียวคืออยากให้พวกคุณกลับมาคืนดีกัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

ที่แท้พี่สาวที่ว่านั้นคือเนตรนั่นเอง เนตรเป็นคนที่แม่เมลดารับมาเลี้ยง แต่พอโตเนตรก็หนีออกจากบ้านไปอยู่กับคนรักที่เป็นนักพนัน แม่ออกไปตามหาจนถูกรถชนเสียชีวิต เมลดาแค้นใจกันแต่นั้นมาจนตัดญาติขาดมิตรกัน เมื่อมาเจอกันวันนี้ก็พูดกันไม่เข้าหูอีก แต่ก่อนที่เมลดาจะกลับเธอบอกเนตรว่า

“พ่อเป็นมะเร็ง หมอบอกว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าพี่อยากทดแทนบุญคุณที่แม่กับพ่อเมรักพี่เลี้ยงพี่มาเหมือนลูกละก็แวะไปหาท่านบ้างก็แล้วกัน”

เนตรตกใจพูดอะไรไม่ออก เมลดาหันหลังปาดน้ำตาเดินกลับไปไม่หันมองพี่สาวอีกเลย

วันต่อมา เนตรไปเยี่ยมชนะพร้อมสร้อยทองเส้นเล็กๆที่แม่มอบให้ เมลดามาเจอหาว่าเธอมาขอจากพ่อ เนตรชี้แจงแต่เมลดาไม่ฟัง ทั้งสองทะเลาะกันรุนแรง ชนะสะเทือนใจจนอาการทรุดต้องเข้าห้องไอซียู เนตรเฝ้าอยู่อย่างเป็นห่วง ก็ถูกเมลดาพูดประชดว่าจะรออะไรอีก พ่อไม่มีอะไรจะให้แล้ว ได้ของแล้วก็ไปเสีย

เนตรเศร้าใจไม่อยากชี้แจงอะไรอีกแล้วบอกว่าเธออยากเข้าใจอย่างไรก็เข้าใจไป แล้วยัดสร้อยเส้นนั้นใส่มือเมลดา

“ถ้าแกอยากได้ของของแม่คืนก็เอาไป ต่อไปนี้ฉันกับแกก็คือคนแปลกหน้ากัน...จำไว้!!”

ooooooo

ฮูหยินทุ่มเทถ่ายทอดวรยุทธ์ให้พายุเต็มที่ โดยให้เฮียเฉินเป็นผู้ถ่ายทอดให้ก่อน ปรากฏว่าพายุต้านทานเชิงมวยของเฮียเฉินได้ แต่ในที่สุดก็ถูกเฮียเฉินเตะจนตัวลอยแล้วตกลงมากระแทกพื้น

ฮูหยินลุกพรวดไปดูพายุพลางก็เอ็ดเฮียเฉินว่าทำไมถึงมือหนักกับพายุขนาดนี้ เฮียเฉินโทษว่าเฮียเก้าขอให้...แต่เฮียเฉินพูดไม่ทันจบเฮียเก้าก็โพล่งเรื่องอื่นแทรกขึ้นทำให้ฮูหยินสงสัย ตามไปดึงหูเฮียเฉินมาคาดคั้นเฮียเฉินจึงบอกว่า เฮียเก้าสงสัยว่าพายุจะทำผิดกฎแอบฝึกวิชาของสำนักอื่นมา
เลยเป็นเรื่อง ฮูหยินหาว่าเฮียเก้ายั่วโมโหท้าทาย เลยตั้งท่าเชิงมวยไทเก๊ก สามเฮียเห็นวรยุทธ์ของฮูหยินแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก...

ฮูหยินระบายความอัดอั้นว่า นับแต่ตนขึ้นมาสืบทอดเป็นเจ้าสำนักพวกเฮียทุกคนเห็นตนเป็นผู้หญิงอายุน้อยกว่า เป็นลูกเจ้าของสำนักจึงไม่เคยให้ความเคารพ ตนรู้เลยว่าที่พวกเฮียบอกว่าเคารพตนนั้นเป็นแค่ลมปากเท่านั้น ท้าเดิมพันกันว่า

“เข้ามาเลย จะทีละคนหรือจะพร้อมกันทั้งหมดก็ได้ ถ้าใครเอาชนะฉันได้ ฉันจะเลิกเป็นหัวหน้าสำนัก!!”

บู๊ลิ้มวิ่งไปตามกังฟูมาดูบอกว่าวันนี้โอกาสดีมากที่เขาจะได้เห็นวรยุทธ์ของทุกคน ให้ใช้วิชาครูพักลักจำ เอาไปฝึกเอง แต่พอกังฟูมาเห็นบรรยากาศและการประลองฝีมือกันก็บอกบู๊ลิ้มว่าปล่อยให้พวกอาจารย์ลงมือกันจะมีคนบาดเจ็บมากกว่ารีบเข้าไปห้ามกันเถิด บู๊ลิ้มบอกว่าขืนเข้าไปตอนนี้มีหวังโดนลูกหลงแน่

เฮียเฉินถูกฮูหยินซัดจนเซไปทางเฮียเก้ากับเฮียหลอ เฮียหลอจึงกระแทกฝ่ามือกับเฮียเก้าและเฮียหลอให้ไปรับมือกับฮูหยินแทน

บู๊ลิ้มยุให้กังฟูจำและแอบฝึกรับรองต้องได้เป็นยอดฝีมืออย่างจอมยุทธ์หน้ากากพยัคฆ์แน่ๆ

“ศิษย์น้องให้สัญญาอาจารย์หญิงไว้ว่าจะไม่ฝึกวรยุทธ์อีก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นยอดฝีมือแต่ไม่ถือสัจจะก็ไม่ต่างกับพระที่ผิดศีล”

บู๊ลิ้มฟังแล้วทำหน้าเซ็งสุดๆ

กังฟูเข้าไปห้ามบรรดาอาจารย์ แต่ห้ามไม่ได้ ซ้ำตัวเองยังลายเป็นตุ๊กตาล้มลุกถูกซัดไปทางนั้นทีทางนี้ทีจนน่วม

ฮูหยินพิสูจน์ฝีมือตัวเองและยืนยันความบริสุทธิ์ของพายุ โดยให้พายุคุกเข่าสาบานต่อหน้าวิญญาณของบรรพบุรุษ พายุคุกเข่าพูดว่าตนไม่เคยผิดคำสั่งสอนและไม่เคยแอบไปฝึกวิชาของสำนักอื่น ฮูหยินให้สาบาน แต่พายุไม่ทันสาบานบู๊ลิ้มก็วิ่งเข้ามาบอกให้ไปช่วยดูกังฟูหน่อย ฮูหยินถามว่ายังลุกไม่ขึ้นหรือ

“ไอ้กังฟูโดนลูกหลงเราไปขนาดนั้น ถ้าเป็นคนธรรมดาก็ต้องหามส่งโรงพยาบาลไปแล้ว อั๊วว่าพวกเราไปดูมันหน่อยเถอะ เดี๋ยวมันจะตายเสียก่อน”

ฮูหยินจึงจัดกระดูกให้กังฟู จัดเสร็จกังฟูก็ตัวบิดเป็นเกลียวปากเบี้ยวตาเหล่ เฮียเก้ากับเฮียหลอจัดยาสมุนไพรมีทั้งตุ๊กแก จิ้งจก ขี้แมวสาวท้องแก่ใกล้คลอดตากแห้ง พอจัดยาเสร็จปรากฏว่ากังฟูหายตัวไปแล้ว พากันไปลากมากรอกยา กังฟูคลื่นไส้จะอ้วกหันไปทางเฮียเก้าก็ถูกผลักมาทางเฮียหลอ สุดท้ายเลยกลืนเข้าไปใหม่แล้วหงายตึง เฮียหลอจับชีพจรเสนอว่า

“เฮ้อ...ไอ้แบบนี้เห็นทีต้องส่งโรงพยาบาลแล้วล่ะ”

ooooooo

แผนกำจัดเจ้าสัวเพ้งกับหลินหลินยังดำเนินต่อไป รอจังหวะและแบ่งงานกันทำอย่างแนบเนียน โดยเมฆาพาหลินหลินไปเลี้ยง และมิเชลไปงานการกุศลกับเจ้าสัวและซ้อสอง

เมฆาและมิเชลพาทั้งสามไปที่โกดังร้าง แล้วสันต์ก็ยิงซ้อสองก่อน เจ้าสัวตกใจถามว่าเป็นบ้าอะไรให้ลูกน้องยิงแม่รองทำไม เมฆาบอกว่าตนแค่ตัดคนที่เห็นแล้วเกะกะเพื่อไม่ให้รบกวนการเจรจาธุรกิจของเรา เจ้าสัวถามว่าหมายความว่าไง?!

“ก็หมายความว่า ถ้าพ่อไม่ยกสมบัติทุกอย่างที่เป็นของตระกูลให้ผม พ่อก็คงต้องนั่งดูหลินหลินถูกยิงเป็นคนต่อไป”

เมฆาก็บังคับให้เจ้าสัวเซ็นยกสมบัติทั้งหมดให้ตน ถ้ายึกยักตนไม่รับรองความปลอดภัย เจ้าสัวมีข้อแม้ว่า ถ้าตนเซ็นก็ต้องปล่อยหลินหลินไป เมฆารับปาก แต่พอเจ้าสัวเซ็นชื่อเสร็จก็ถูกเมฆายิงกลางอกตายคาที่

หลินหลินเห็นมือถือของลูกน้องเมฆาวางอยู่พอจะเอื้อมถึงก็ออกอุบายว่าปวดฉี่ ขอไปฉี่ข้างนอก คนเฝ้าไม่ยอมให้ไป หลินหลินบอกว่างั้นตนฉี่ตรงนี้ มันเลยเดินออกไป

หลินหลินรีบโทร.หาเมลดาร้องขอความช่วยเหลือมิเชลมาเจอแย่งมือถือไป เมลดารีบโทร.กลับถามหาเมฆา แต่มิเชลจัดการเอง บอกเมลดาว่าเกิดอุบัติเหตุกับเมฆาและหลินหลิน เมลดาตกใจมากถามว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง มิเชลหลอกว่า ตอนนี้ตนยังบอกอะไรไม่ได้ ทางที่ดีเธอรีบมาตอนนี้เลย

เมลดาบอกว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ มิเชลเอามือถือไปให้เมฆา ยิ้มร้ายตำหนิว่า

“ถ้าคุณจัดการกับผู้หญิงคนนี้ไปเสียตั้งแต่แรก ฉันก็ไม่ต้องมาเสียเวลาลงมือเองหรอก”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.