ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"


ที่วัดจีน ฮูหยิน เฮียเฉิน เฮียหลอ นั่งคุยกับอาจารย์โกว พระจีนวัยชราท่วงท่าสง่ามีบารมี ฮูหยินเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“อาจารย์โกวคะ พวกฉันไม่มีที่พึ่งอื่นแล้ว ท่านนับเป็นเซียนในหมู่มนุษย์ สามารถดึงฉันมาจากหลุมศพได้ ท่านอาจจะสามารถรักษากังฟูก็ได้”

“อมิตตพุทธ โยมมีวาสนาต่างหาก”

“อาจารย์ถ่อมตัวเกินไปแล้ว อาการของฮูหยินตอนนั้น เรียกว่าเดินขึ้นเกี้ยวยมบาลไปก้าวหนึ่งแล้ว แต่อาจารย์รั้งนางกลับมาได้” เฮียหลอเอ่ยอย่างนอบน้อม

อาการบาดเจ็บของฮูหยินเวลานั้น โรงพยาบาลหมดหวังแล้ว ฮูหยินเองก็บอกกับเฮียเฉินว่ารู้ตัวว่าตนไม่รอดแล้ว

เวลานั้น ทั้งเฮียเฉิน เฮียหลอ เฮียเก้า บู๊ลิ้ม เมลดา ไปที่วัดจีน ร่วมกันสวดมนต์เสร็จแล้ว เฮียเก้าเอ่ยขึ้นว่า

“เทวดาทั้งหลาย หมอบอกฮูหยินหมดทางรักษาแล้ว พวกท่านช่วยต่อชีวิตให้นางด้วยเถอะ”

ขณะที่ทุกคนยืนนิ่งอยู่นั้น เฮียเฉินตัดสินใจพนมมือขึ้นอีกครั้ง

“จางเหลียง หากวิญญาณท่านรับรู้ ฮูหยินช่วยเลี้ยงลูกท่านจนโต ท่านต้องช่วยด้วย อย่าให้นางตายนะ”

เฮียหลอชวนให้รีบกลับไปกันเถิด ก็พอดีหลวงจีนท่านหนึ่งเดินมาแจ้งว่า

“ประสก มีหลวงพ่อท่านหนึ่งขอเชิญพวกท่านไปพบ”

เฮียเฉินขอให้หลวงจีนนำทางไปคนอื่นพากันเดินตามเฮียเฉินไป มีแต่กังฟูที่อยู่ห่างออกไป หันหลังเดินไปทางอื่น

เมื่อไปพบหลวงพ่อ ท่านนั่งสมาธิอยู่ ท่านลืมตาขึ้นยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเมตตา ถามว่าพวกท่านสวดขอพรให้ใคร เฮียเฉินบอกว่า เมียตนนางคงอยู่ได้อีกไม่นาน

“พาเมียท่านมาที่นี่” หลวงพ่อบอก

เมื่อพาฮูหยินมาที่วัด หลวงพ่อยืนรออยู่แล้ว เฮียเฉินย้ำกับสองเฮียว่า

“อย่าลืมนะ เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ถ้ารู้ไปถึงไอ้จางซื่อ คนในวัดนี้จะเป็นอันตราย”

ครั้งนี้ เฮียเฉินขอโทษหลวงพ่อที่พาคนมารักษาโดยไม่ได้ถามท่านก่อน ชี้แจงว่า

“ผมไม่มีทางอื่น ถ้าผมไม่ทำอย่างนี้ ลูกศิษย์ของผมคงต้องตายแน่ๆ ผมไม่มีอะไรที่คู่ควรจะตอบแทนท่านนอกจากขอเป็นคนรับใช้ของอาจารย์ไปตลอดชีวิต”

“ไม่จำเป็น” หลวงพ่อส่ายหน้า ยิ้มอ่อนโยนเมตตา

เมื่อหลวงพ่อแมะกังฟูที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ท่านเอ่ยว่า ลมปราณสับสนมาก พบลมปราณย้ายสุริยันด้วย ท่านยังพบว่า กังฟูโดนพิษที่ร้ายกาจที่สุด เฮียเฉินถามว่า รักษาได้ไหม

“ต้องปล่อยให้ตาย...ตายเพื่อฟื้น”

หลวงพ่อเดินเข้าไปในห้อง เอาย่ามออกมาหยิบกล่องใบเล็กๆออกมาเปิดมอง ทำใจครู่หนึ่งจึงเปิดฝากล่อง เดินออกมา จับแมลงกู่สีขาวตัวหนึ่งออกมา เฮียหลออุทาน “แมลงกู่” หลวงพ่อพยักหน้า ฮูหยินถามว่ามันคือตัวอะไร?

เฮียหลอผู้มีความรู้เรื่องยาและสมุนไพรบอกว่าแมลงกู่เป็นแมลงที่ชาวเขาทางใต้ของจีนเลี้ยงไว้ เป็นวิชาลี้ลับชนิดหนึ่ง เฮียเฉินถามว่า “อั๊วได้ยินมาว่าเป็นแมลงมนต์ดำไม่ใช่เหรอวะ”

“ความจริงแมลงกู่เป็นแมลงในธรรมชาติ เพียงแต่คนเอามาเลี้ยงเพื่อทำร้ายคนอื่น จึงถูกมองเป็นแมลงมนต์ดำ หากเราเข้าใจธรรมชาติของมันก็สามารถเอามาช่วยคนได้เหมือนกัน”

หลวงพ่อหรืออาจารย์โกวหยิบแมลงกู่ลูบเบาๆ แล้วยัดเข้าปากกังฟู ฮูหยินทำหน้าสยอง แต่เฮียหลอเล่าว่า

“พวกลื้อรู้ไหม ในอดีตเด็กหนุ่มชั้นปลายแถวจากบู๊ตึ๊งคนหนึ่ง ใช้แมลงกู่ชนิดนี้ฝึกวิชา จนสร้างชื่อเป็นจอมยุทธ์อันดับหนึ่งของบู๊ลิ้มเลย” เฮียเฉินถามว่าจอมยุทธ์ท่านใดหรือ อาจารย์โกวบอกว่า จอมยุทธ์ฮุ้นปวยเอี้ยง

“หรือว่านี่คือ ยอดวิชาไหมฟ้า” เฮียเฉินถามทึ่ง อาจารย์โกวพยักหน้า มองกังฟูที่ยังนอนสงบนิ่งอยู่

ooooooo

เมลดารู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าถูกใส่กุญแจมือ มองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังให้อยู่ พอเรียกเธอหันมาจึงรู้ว่าคือเนตรนภานั่นเอง

เมลดาถามว่าที่นี่ที่ไหน ตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วคนอื่นๆล่ะ เนตรนภาบอกว่าตนไม่รู้ เพราะพายุสามีคนปัจจุบันของตนพาเธอมา เมลดาบอกว่าพายุเป็นคนเลว เลวมากด้วย “ฉันรู้ แต่มันก็สายไปแล้ว” เมลดาขอให้ปล่อยตนไป “ไม่ได้หรอก พายุสั่งห้ามเด็ดขาด ถ้าฉันช่วยเธอ เขาฆ่าฉันแน่” เนตรนภาตอบอย่างไม่ยินดียินร้าย

ที่สำนักอสูรเทวา เมื่อมิเชลฟื้นขึ้นมาก็ถูกนำตัวไปพบจางซื่อที่ห้อง จางซื่อมองหน้าถามว่า

“ตอนที่แกทรยศฉัน คิดไม่ถึงสินะว่าจะมีวันนี้”

มิเชลตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า รู้ว่ายังไงก็หนีเขาไม่พ้น แต่การที่เขาใช้อาเฟยไปจับตนและใช้วิธีผสมยาสลบลงในอาหารนั้น “ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าสำนักอสูรเทวาจะลดตัวลงมาใช้วิธีที่ต่ำทราม ทุเรศ และขี้ขลาดตาขาวแบบนี้”

เมื่อถูกจางซื่อขู่ว่าตอนนี้เธอเหมือนลูกไก่ในกำมือ มิเชลท้าว่าอยากฆ่าตนอย่างไรก็เชิญเลย

“ฉันจะให้ข้อเสนอแก ขอเพียงแกกลับใจ ยอมเป็นลูกศิษย์ฉันอีกครั้ง จงรักภักดีต่ออสูรเทวา ฉันจะคืนทุกอย่างที่แกเคยมีและเคยเป็นให้เหมือนเดิม”

มิเชลปฏิเสธข้อเสนอนั้น ถามว่าแล้วพายุล่ะ

“มันคือเศษสวะ ไม่คู่ควรจะเป็นลูกศิษย์ฉัน มิเชล ฉันไม่ได้ต้องการเพื่อนหรือลูกศิษย์ ฉันต้องการคนที่สืบทอดอสูรเทวา อาเฟยเป็นคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เสียดายที่มันตายแล้ว มิเชล เธอคือคนที่ฉันเห็นว่าเหมาะสม ยิ่งเธอฆ่าเมฆาด้วยมือตัวเองแบบนั้นเธอยิ่งเหมาะสม คนที่จะสืบทอดอสูรเทวาต่อจากฉันในใจมันต้องเป็นมาร ในใจเธอตอนนี้เป็นมารไปแล้ว”

มิเชลบอกว่าสิ่งที่ตนทำไม่ใช่มาร ตนฆ่าเมฆาเพราะรักเขาไม่อยากเห็นเขาเป็นอมนุษย์ ตนต้องปกป้องพ่อ ตนทำเพราะความรักไม่ใช่มาร จางซื่อบอกว่าในเมื่อเธอไม่ใช่มารก็ไม่คู่ควรกับอสูรเทวา ไม่คู่ควรจะเป็นศิษย์ของตน

“ถ้าจะฆ่าฉันก็ลงมือได้” มิเชลตัดบท เผชิญหน้าจางซื่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

วันนี้จางซื่อไปยืนอยู่หน้าบัลลังก์ มองบัลลังก์มองตัวหนังสือหลังบัลลังก์ แล้วก้มมองป้ายสำนักในมือ ท่าทางกลัดกลุ้ม ครู่หนึ่งก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ พึมพำ...

“หรือว่า...ลูกจางเหลียง...จางฟุ”

ooooooo

ที่วัดจีน เฮียเฉิน เฮียหลอ นั่งคุยกับฮูหยิน เฮียเฉินถามฮูหยินว่าแข็งแรงดีแล้วหรือ ฮูหยินบอกว่าดีกว่าเดิมด้วย

“สภาพลื้อตอนนั้นจะตายมิตายแหล่ แต่กลับมาเป็นอย่างนี้ได้นับว่าอาจารย์โกวเก่งจริงๆ” เฮียหลอชื่นชม

“งั้นกังฟูก็มีลุ้น หวังว่ามันจะรอดได้แบบลื้อนะ” เฮียเฉินใจชื้น

ขณะนั้นเอง ติงลี่เดินอ้าวเข้ามาถามอย่างตื่นเต้น “พวกลื้อไปดูกังฟูรึยัง” ฮูหยินตกใจถามว่ามีอะไรหรือ “มีอะไรบางอย่าง เกิดมาอั๊วไม่เคยเห็น เห็นแล้วขนลุก”

“อั๊วพอเดาออกแล้ว อั๊วเคยอ่านเจอ แต่ไม่เคยเห็นของจริง พวกเรารีบไปดูกันเถิด” เฮียหลอตื่นเต้นเดินนำลิ่วไปเลย

พอไปเห็นกังฟูที่นั่งเปลือยทำสมาธิ รอบตัวมีใยบางๆ ปกคลุมดูแปลกตาสวยงามมาก เฮียหลออุทานตื่นเต้น

“นี่แหละ ยอดวิชาไหมฟ้า!”

เฮียเฉินพึมพำว่าเป็นวิชาที่พิสดารจริงๆ ฮูหยินมองแล้วรำพึงว่าชีวิตกังฟูมีทั้งเคราะห์ทั้งโชค บอกไม่ถูก ติงลี่สรุปว่า

“บางที นี่คือดวงชะตาของยอดคน”

กังฟูยังนั่งนิ่งท่ามกลางสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสาม

ooooooo

จางซื่อเรียกลูกน้องมามากมาย มีคนเดินแจกใบปลิวเป็นปึกให้แต่ละคน จางซื่อประกาศว่าใบปลิวพวกนี้เอาไปแจกให้ทั่ว กระจายให้มากที่สุด แล้วสั่งดำเนินการเลย

เป๋งกุ่ยกับเหม่งพี่ชาย เดินออกจากโรงพยาบาลที่แม่รักษาตัวอยู่ เหม่งชมว่าความดีครั้งนี้ต้องยกให้เป๋งกุ่ย เพราะเป็นคนหาเงินก้อนโตมาพาแม่เข้าโรงพยาบาลดีๆได้

“โชคช่วยแหละ แค่ทำงานให้พวกอสูรเทวานิดหน่อยเอง แต่พวกมันดันจ่ายเงินให้ตั้งเยอะ”

สองพี่น้องเดินมาเจอลูกน้องจางซื่อยืนแจกใบปลิวปากก็ป่าวร้องให้ช่วยส่งต่อ...ส่งต่อ เพราะข้างล่างมีคูปองลดราคาสินค้าด้วย เป๋งกุ่ยบอกพี่ชายว่าเป็นพวกอสูรเทวา เหม่งรับไปอ่าน...

“ถึงจางฟุ หรือกังฟู...”

ที่วัดจีน เฮียเฉินอ่านใบปลิวของจางซื่อให้เฮียหลอ ฮูหยิน และติงลี่ฟัง...

“แกต้องมาหาฉัน จะมาคนเดียวหรือพาอาจารย์ พรรคพวกแกมาด้วยก็ได้ แต่ถ้าแกไม่มา ฉันจะฆ่าเชลยวันละคน เริ่มศพแรกพรุ่งนี้เที่ยงตรง จางซื่อ เจ้าสำนักอสูรเทวา”

ฮูหยินถามว่าจะทำอย่างไรดี พรุ่งนี้เที่ยงกังฟูคงหายไม่ทันแน่ เสนอ เราไปขอเวลาอีกสักสองสามวันก็ยังดี เฮียเฉินติงว่าจางซื่อไม่เจรจาด้วยแน่ ถ้าพรุ่งนี้เที่ยงกังฟูไม่ไปหามันก็รอลุ้นได้เลยว่าใครจะเป็นศพแรก

“ต่อให้กังฟูหาย ก็ไม่ควรไป” ติงลี่เอ่ย “เพราะถ้ากังฟูไปคือไปตายแน่นอน จางซื่อมันไม่มีทางปล่อยลูกจางเหลียงไปหรอก แล้วพอมันฆ่ากังฟูเสร็จ มันก็จะฆ่าพวกเชลยทุกคน เสร็จแล้วก็ตามไล่ฆ่าพวกเราต่อ” ติงลี่อ่านขาด

“แล้วคนพวกนั้นล่ะ เมลดา ไอ้เก้า เฮียเต๋า เหมยอิง สวย มิเชล จะปล่อยให้โดนจางซื่อฆ่าโดยไม่ทำอะไรเลยหรือ” เฮียเฉินถาม ติงลี่ชี้แจงว่า

“อั๊วพูดนี่ไม่ใช่ใจดำนะ แต่เราต้องเลือก ระหว่างหกคนนั้นตายกับตายกันหมดทุกคน”

เป็นคำถามที่ทำให้ทุกคนเงียบไปหมด

พายุกลับไปหาเมลดาที่ห้องของเนตรนภา มันใส่ร้ายว่า เธอถูกกังฟูแอบใส่ยาสลบในอาหาร เมลดาไม่เชื่อ มันเปลี่ยนเป็นว่า กังฟูสมคบกับจางซื่อวางยาพิษฆ่าพวกเธอทุกคน โชคดีที่เธอรอดตนจึงพามาซ่อนไว้ที่นี่

“ทุเรศ...ฉันไม่เชื่อแกหรอก กังฟูไม่ใช่คนแบบนั้น”

พายุตัดบทว่านับแต่นี้เธอคือผู้หญิงของตน เธอต้องเชื่อตนเพราะตนจะไม่มีวันปล่อยเธอออกไปจากที่นี่ ยื่นหน้าเข้าไปขู่ว่า คืนนี้ยังอีกยาวไกล ไม่ว่าเธอจะยอมหรือไม่ยอมก็ต้องเป็นของตน

พอดีมีสายเข้ามือถือ พายุรับสายอย่างนอบน้อม “ครับท่านเจ้าสำนัก ผมกลับมาทำธุระที่ห้องพักครับ ได้ครับ...ท่านเจ้าสำนัก จะไปเดี๋ยวนี้ครับ” วางสายแล้วพายุสั่งเนตรนภาให้ดูแลผู้หญิงของตนให้ดีเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา

ooooooo

จางซื่อเรียกพายุมาบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะฆ่าตัวประกันคนหนึ่ง ในฐานะที่พายุรู้จักกังฟูให้เลือกมาคนหนึ่ง เลือกคนที่คิดว่ากังฟูจะต้องมาช่วยแน่ๆ

พายุเลือกอาจารย์เก้าเพราะถึงกังฟูจะรักเมลดาแต่เขาเป็นคนกตัญญู ถ้าเป็นอาจารย์เก้า ถึงรู้ว่าตัวต้องตายกังฟูก็จะมา

จางซื่อเห็นด้วยชมว่าพายุมองกังฟูทะลุ สั่งว่าอาจารย์เก้าคือคนที่ต้องตายถ้ากังฟูไม่มา และมอบหมายงานพรุ่งนี้ให้พายุรับผิดชอบ พายุยิ้มแป้นภูมิใจที่จางซื่อไว้วางใจ บอกว่า “ผมจะทุ่มเทเต็มที่ไม่ให้เจ้าสำนักผิดหวังเลยครับ”

พายุฝันเฟื่องอย่างผยองว่า เมื่อเมฆาตาย อาเฟยตาย มิเชลทรยศ ก็เหลือตนคนเดียวที่จะเป็นใหญ่รองจากจางซื่อ

รุ่งขึ้น ลานจอดรถถูกดัดแปลงเป็นลานประหาร เมื่อจางซื่อก้าวขึ้นสู่เวที บรรดาลูกน้องพากันแซ่ซ้อง “คำนับเจ้าสำนัก” จางซื่อชมพายุว่าทำได้ดี เมื่อเข้านั่งในปะรำพิธีก็สั่ง “เริ่มได้!”

เชลยทั้งสี่ถูกมัดมือไพล่หลังพาเข้ามาที่ลานประหาร พายุประกาศว่าพวกนี้เป็นพวกต่อต้านอสูรเทวา แต่หัวหน้าพรรคมีเมตตาจะฆ่าเพียงวันละคน มีมากเท่าไหร่ก็จะฆ่า เท่านั้น ให้คนทั้งแผ่นดินรู้ว่าอสูรเทวาห้ามต่อต้านแล้วเชิญเจ้าสำนักเลือกคนที่สมควรตายก่อน จางซื่อเลือก “เก้าซามเต้ง” และคนที่เหลือให้เอากลับไปไว้ในห้องดูนาฬิกาแล้วจางซื่อประกาศ...

“ตอนนี้เก้าโมง ทุกคนประกาศออกไปถ้าถึงเที่ยงกังฟูยังไม่มา เก้าซามเต้งอาจารย์ของมันจะต้องถูกฆ่าเป็นศพแรก”

ที่วัดจีน เฮียเฉินกับเฮียหลอลุ้นใจระทึกว่ากังฟูใกล้ออกจากรังไหมหรือยัง ทันใดนั้นติงลี่เดินเข้ามาบอกว่า

“เมื่อกี๊มีคนส่งข่าวมาว่าจางซื่อประกาศชื่อแล้ว เชลยคนแรกที่มันจะฆ่าคือเก้าซามเต้ง ทุกคนต้องตั้งสติให้ดี อย่าลืมว่าเราต้องทำตามยุทธศาสตร์ ถ้าเราไปช่วยอาเก้า เราต้องตาย แพ้ทั้งกระดาน แต่ถ้าเราใจแข็งไว้ หลงเหลือแมกไม้ไม่กลัวไร้ฟืน ไฟ เรายังมีโอกาสล้างแค้น” ทั้งเฮียเฉินและเฮียหลอตอบพร้อมกันว่า...อั๊วรู้

แต่พอถึงเวลาที่จางซื่อสั่งประหารเฮียเก้า ทั้งเฮียเฉินและเฮียหลอก็กระโดดเข้าไปตะโกน “หยุดก่อน!”

จางซื่อถามว่ากังฟูล่ะ สองเฮียบอกว่าไม่ว่างจึงให้พวกตนมาแทน จางซื่อบอกว่า ตกลงวันนี้ตนจะฆ่าตัวตลกทั้งคณะ

ที่วัดจีน ติงลี่บ่นเฮียเฉินกับเฮียหลอว่า ปากบอกว่าเข้าใจแต่พอถึงเวลาก็ไปกันจนได้ เขาหันไปลุ้นให้กังฟูออกจากรังไหมให้ทันเวลา พริบตานั้นติงลี่เห็นกังฟูมีการเคลื่อนไหวแล้วฉีกรังไหมแควกออกมา

กังฟูไปถึงลานประหารในนาทีสุดท้าย จางซื่อพอใจมาก เมื่อกังฟูบอกว่าตนมาแล้วก็ให้ปล่อยเฮียเก้ากับคนอื่นๆออกมาเดี๋ยวนี้ จางซื่อตกลงแต่เล่นเล่ห์ตามเคย บอกกังฟูว่าถ้าเก่งจริงต้องฆ่าพายุได้ พายุตกใจ จางซื่อบอกว่า

“พายุ ฉันรู้ว่าแกอยากแทนที่อาเฟย ถ้าแกฆ่ามันได้จึงจะพิสูจน์ว่าแกเก่งกว่าอาเฟย” พายุบอกว่าฆ่ากังฟูตนทำไม่ได้ “ถ้าทำไม่ได้ ฉันจะฆ่าพวกแกทั้งสองคนแล้วฆ่าไอ้ตัวตลกพวกนี้ด้วย”

พายุทำอุบายบอกให้กังฟูหนีไปกับตน พอกังฟูเดินตามก็ถูกพายุหันชกทันที กังฟูหลบแล้วสวนหมัดกลับ ในการต่อสู้เห็นได้ชัดว่ากังฟูถูกพายุรุกหนัก ในขณะที่พายุไม่สะทกสะเทือนอะไรกับหมัดของกังฟูเลย

เฮียเฉินสงสัยกระซิบถามเฮียหลอว่ากังฟูสำเร็จวิชาไหมฟ้า แต่ทำไมพลังยุทธ์ไม่ได้เพิ่มขึ้น

“พลังยุทธ์ไม่เพิ่มขึ้นก็จริง แต่ความไวกับความอึดมันเพิ่มขึ้น แสดงว่าวิชาไหมฟ้านอกจากถอนพิษแล้วยังเติมเต็มส่วนที่บกพร่องในร่างกายจนสมบูรณ์”

“อั๊วสาบานกับวิญญาณอาจารย์แม่แล้วว่าอั๊วต้องฆ่าลื้อให้ได้” กังฟูประกาศก้อง

เฮียเฉินกระซิบกับเฮียหลอว่ากังฟูเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เฮียหลอเตือนให้เงียบอย่าเพิ่งรบกวนสมาธิของกังฟู

ทั้งสองต่อสู้กันแบบต้องให้ตายกันไปข้าง จังหวะหนึ่งกังฟูกระโดดถีบยอดอกพายุจนกระอักเลือด แต่พอกังฟูกำหมัดพิฆาตหมายเผด็จศึก เสียงสวดมนต์ก็ดังขึ้นจนพวกลูกน้องจางซื่ออุดหูลงไปเกลือกกลิ้ง

“วิชาราชสีห์คำราม รีบเดินลมปราณต้านพลังเสียง” เฮียเฉินบอก สามเฮียกับพายุจึงนั่งสมาธิเดินลมปราณ มีแต่กังฟูกับจางซื่อที่ยังยืนอยู่ จางซื่อเชิญผู้มาเยือนออกมาทักทายกัน ทันใดเงาร่างหนึ่งก็โผล่มา อาจารย์โกวนั่นเอง! จางซื่อถามว่าท่านชื่อแซ่ใด เอาชื่อตอนท่านเป็นฆราวาสด้วย

“นามเดิมโกวเล้ง”

จางซื่อถึงกับผงะ เฮียเฉินอุทาน “โกวเล้ง อาจารย์จางเหลียง” จางซื่อสั่งลูกน้อง “จัดการมัน” พวกลูกน้องถาโถมเข้าเล่นงานอาจารย์โกว แต่ทำอะไรท่านไม่ได้ พวกลูกน้องจางซื่อกลับล้มระเนระนาดแต่ไม่มีใครตาย อาจารย์โกวหันบอกกังฟูว่า

“กังฟู ความแค้นของเจ้าเป็นของไม่ควรมี” สิ้นเสียงอาจารย์โกว ติงลี่ก็ประคองฮูหยินออกมา กังฟูกระโดดหลบหลังเฮียเฉินหน้าซีด จนฮูหยินบอกว่าตนยังไม่ตายไม่ต้องกลัว อาจารย์โกวบอกจางซื่อว่าปล่อยพวกตัวประกันได้แล้ว

“ฉันไม่ให้ ถึงท่านจะเป็นพระ แต่นี่เป็นเรื่องในยุทธภพ ยุทธภพมีกติกาเดียว ผู้เข้มแข็งกว่าคือผู้ชนะ”

พออาจารย์โกวบอกว่าเข้าใจ จางซื่อร้อง “เชิญ” แล้วทั้งสองก็เดินเข้าหากันหยุดห่างกันเกือบสามเมตร จางซื่อยกมือขึ้นอย่างแช่มช้า อาจารย์โกวยังนิ่ง ครู่หนึ่งจึงขยับเท้าออกไปด้านข้างช้าๆ ต่างสู้กันในจินตนาการ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.