ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"


มา​ถึง​หน้า​โรง​งาน​เฮีย​เต๋า​แล้ว เฮีย​เฉิน​จัด​แบ่ง​กำลัง​ทยอย​เข้าไป​โดย​ให้​หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​เข้าไปเป็น​ชุด​สุดท้าย

โชค​ไม่​ดี ขณะ​ทั้ง​สอง​กำลัง​วิ่ง​ข้าม​ถนน​จะ​เข้าไป ก็​เจอ​เป๋ง​กุ่ย​ขี่​จักรยาน​ผ่าน​มา เป๋ง​กุ่ย​รีบ​ลง​จาก​จักรยานมา​ดัก​หลิน​หลิน​บอก​ว่า​มี​เรื่อง​อยาก​คุย​ด้วย

เป๋ง​กุ่ย​ขอโทษ​ที่​ไม่ได้​ช่วย​หลิน​หลิน​ตอน​ที่​เธอสลบ หลิน​หลิน​อยาก​ให้​เป๋ง​กุ่ย​รีบ​ไป​บอก​ว่า​ตน​ยก​โทษ​ให้ เป๋งกุ่ย​ก็​ยัง​ตอแย​ขอ​เป็น​เพื่อน​กัน​เหมือน​เดิม เท่านั้น​ไม่​พอยังจะ​ขอ​ตาม​เข้าไป​ใน​โรง​งาน​ด้วย

“บังเอิญ​เรา​ผ่าน​มา​แถว​นี้ เธอ​จะ​ไป​ไหน​ก็​ไปเถอะ ธุระ​ของ​เรา​สอง​คน​ไม่​เกี่ยว​กับ​เธอ”

เป๋ง​กุ่ย​ยัง​ตื๊อ​ไม่​เลิก​จน​หลิน​หลิน​เสียงแข็ง​ว่า​บอก​ให้​ไป เป๋ง​กุ่ย​จึง​ไป​แอบ​ดู เห็น​ทั้ง​สอง​เข้าไป​ใน​โรง​งานร้าง

ooooooo

หลังจาก​เอา​คัมภีร์​จาก​จาง​ซื่อ​ไป​อ่าน​พักใหญ่แล้ว วัน​นี้​พายุ​มา​หา​จาง​ซื่อ​ที่​สำนัก​อสูร​เท​วา จาง​ซื่อ​ถามว่า​วิชา​ที่​ให้ ฝึก​ไป​ถึง​ไหน​แล้ว พายุ​บอก​ว่า​ฝึกได้​สามส่วนแล้ว

“สาม​ส่วน ดี...นับ​ว่า​เร็ว​มาก แต่​ก็ดี​ที่​ฝึก​ได้​แค่นั้น ไม่​อย่าง​นั้น​ฉัน​อาจจะ​ต้อง​เปลือง​แรง​มาก​ขึ้น...ใน​การฆ่าแก!” จาง​ซื่อ​บีบ​คอ​พายุ​ดัน​ไป​ติด​ผนัง พายุ​ถาม​ว่า​ตน​ทำ​อะไรผิด “แก​ยัง​ไม่ได้​ทำ แต่​แก​กำลัง​จะ​ทำ ลูก​ของจางเหลียงจะ​ฆ่า​อั๊ว นี่​คือ​คำ​พยากรณ์​สิ่ง​ที่​จะเกิด​ขึ้น เพราะฉะนั้น​ลื้อ​ตาย​ซะ​เถอะ”

พายุ​หน้าซีด​ปาก​สั่น​รีบ​บอก​ว่า “ผม...ไม่ใช่...ลูก ...จาง​เห​ลี​ยง” จาง​ซื่อ​ปล่อย​มือ​ทันที พายุ​ใน​สภาพหน้า

เป็น​สี​ม่วง​แล้ว​พูด​ไม่​ออก ร่วง​รูด​ไป​กอง​กับ​พื้น จาง​ซื่อบอก​อา​เฟย​ให้​ประคอง​ขึ้น​มา พายุ​พยายาม​เล่า​อย่าง​กลัว​ตายว่า

“ผม​เป็น​ลูก​กรรมกร...อาจารย์​แม่​เก็บ​ผม​มา​เลี้ยง... พร้อมๆกับ​จาง​ฟุ ทำให้...เจ้า​สำนัก​เข้าใจ​ผิด...ผม...ผม​ไม่ได้​บอก​ความ​จริง...ผม​ผิด​ไป​แล้ว...เจ้า​สำนัก​โปรด​ไว้​ชีวิต​ต่ำต้อย​ของ​ผม​ด้วย”

อา​เฟย​เกร็ง​ลมปราณ​เล็บ​กลาย​เป็น​สี​ดำ​จะ​เข้าไป​จิ้ม​พายุ จา​งซื่อ​ห้าม​ไว้​ถาม​พายุ​ว่า​จาง​ฟุ​อยู่​ไหน เขาบอกว่า​มัน​คือ​กังฟู

“ไอ้​ซื่อ​บื้อ​ซี​ปัง​โต้​ว​นั่น​น่ะ​เหรอ” พอ​พายุ​รับ​ว่าใช่ อา​เฟย​เอ่ย​ขึ้น​ว่า​ถ้า​เป็น​กังฟู แสดง​ว่า​มัน​แกล้ง​ซื่อ​บื้อ​มากกว่า​เพราะ​ฝีมือ​มัน​สูง​มาก จาง​ซื่อ​ถาม​ว่า “แล้ว​ทำไมตอนแรก ใครๆก็​บอก​ว่า​มัน​ห่วย​ล่ะ เกิด​อะไร​ขึ้น”

พายุ​จึง​เล่า​ว่า ตอน​แรก​ฮูห​ยิน​ไม่​ให้​กังฟู​ฝึก​วิทยายุทธ์ แต่​กังฟู​แอบ​ฝึก​เอง ตน​เคย​สอน​หมัด​แปด​ทิศ​ให้มา​รู้ที​หลัง​ว่ากังฟู​เอา​ไป​สู้​กับ​มิ​เ​ชล​ได้

“ใช้​หมัด​แปด​ทิศ​สู้​กับ​มิ​เ​ชล​เนี่ย​นะ ต่อ​ให้​เป็น​ฉัน​ก็​ยัง​ทำ​ไม่ได้ ถ้า​มัน​ทำได้​ขนาด​นั้น​ก็​สมควร​เป็น​ลูก​ของ​จาง​เห​ลี​ยง​จริงๆ” แล้ว​หัน​ถาม​ขู่​พายุ​ว่า “แก​โกหก​ฉันรู้ไหม​ว่า​ต้อง​ได้​รับ​โทษ​อะไร”

จาง​ซื่อ​ถาม​อา​เฟย​ว่าที่​ตน​ให้​ไป​กำจัด​พวก​โรง​งิ้ว​ที่​เหลือ​เป็น​อย่างไร อา​เฟย​บอก​ว่า​คน​ของ​เรา​ไป​สืบ​พวกนั้น​ไม่​เจอ จาง​ซื่อ​จึง​ให้​พายุ​ไป​สืบ ถ้า​ทำ​สำเร็จ​จะ​ยก​โทษให้ แต่​ถ้า​ไม่​สำเร็จ “ฉัน​จะ​ทำให้​แก​เสียใจ​ที่​เกิด​มา​เป็น​คน”

พอ​ออก​จาก​สำนัก​อสูร​เท​วา พายุ​สบถ​ด่า​อย่าง​แค้น​ใจ​ว่า

“ฉัน​อุตส่าห์​ทรยศ​อาจารย์​เพื่อ​ช่วย​จาง​ซื่อ อุตส่าห์​ซัด​อาจารย์​แม่​เพื่อ​ปกปิด​เรื่อง​นี้ ลงทุน​ไป​ขนาด​นี้​แล้ว​ทำไม​ผล​ตอบแทน​มัน​กลาย​เป็น​อย่าง​นี้​วะ ไอ้​จางซื่อ

ไอ้​สารเลว ไอ้​หมา​ขี้เรื้อน ไอ้​ตัวเงิน​ตัว​ทอง อย่า​ให้​ถึงทีของ​ฉัน​บ้าง​นะ...แต่​ว่า...ตอน​นี้​ต้อง​เอาชีวิต​รอด​ก่อน ไอ้​กังฟู​มัน​ไป​อยู่​ที่ไหน​วะ”

ooooooo

พายุ​ไป​หา​กังฟู​ที่​ห้อง​พัก​ไม่​เจอ ไป​หา​ที่​บ้าน​เฮีย​ป้อ รู้​ว่า​พวก​กังฟู​เคย​มา​พัก​ที่​นี่​หลาย​วัน​แต่​ตอนนี้​ออก​ไป​กัน​หมด​แล้ว พายุ​ถาม​ว่า​แล้วไป​อยู่​ไหน​ถ้าบอก​เอา​เงิน​นี่​ไป​เลย พายุ​ยื่น​เงิน​ให้​ปึก​ใหญ่

เฮีย​ป้อ​บอก​ว่า​ตน​ไม่​รู้​จริงๆ ถูก​พายุ​ขู่​เหี้ยม​ว่า​จะ​นับ​หนึ่ง​ถึง​สาม​ถ้า​ไม่​บอก​จะ​จิ้ม​ลูก​ตา​ให้​ทะลุ แล้ว​เริ่มนับ

“หยุด​นะ​พายุ ลื้อ​จะ​ทำ​อะไร​เฮีย​ป้อ” เจ๊​ยี้​วิ่ง​เข้ามา​กำหมัด​จะ​ชก ถูก​พายุ​เตะ​เปรี้ยง​เดียว​กระเด็น​ออก​ไป​นอก​บ้าน คน​แถว​นั้น​พา​กัน​ออก​มา​ดู เจ๊​ยี้​ตะโกน “ช่วยด้วย ไอ้​พายุ​มัน​จะ​ปล้ำ​อั๊ว...​ช่วย​ด้วย...” แล้ว​ตะโกน “ตำรวจๆๆ”

พายุ​กลัว​ตำรวจ ชี้​หน้า​เฮีย​ป้อ “อย่า​ให้​รู้​ว่า​โกหก” แล้ว​รีบ​หนี​ไป เฮีย​ป้อ​อุตส่าห์​วิ่ง​ตาม​มา​เรียก​บอก​ว่า​อย่า​ลืม​เงิน​แล้ว​ยื่น​เงิน​คืนให้ เป๋ง​กุ่ย​ที่มา​ดู​กับ​ชาว​บ้าน​ด้วย เห็น​เงิน​เป็น​ฟ่อน​ก็​ตา​โต

เฮีย​ป้อ​ออก​ไป​ดู​เจ๊​ยี้​บอก​ว่า​เดี๋ยว​จะ​ทา​น้ำมัน​นวด​ให้ เจ๊​ยี้​จึง​ตาม​เฮีย​ป้อ​เข้าไป​ใน​บ้าน

“ท่าทาง​ไม่ค่อย​ดี คุณ​เห​มย​อิง​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง​นะ หวังว่า​คง​ปลอดภัย” พอ​เฮีย​ป้อ​หัน​มา​ปรากฏ​ว่า​เจ๊​ยี้​หาย​ไปแล้ว

ooooooo

โรง​งาน​ร้าง​ของ​เฮีย​เต๋า​ที่​ภายนอก​ยัง​คง​สภาพ​รกร้าง​เหม็น​สกปรก แต่​ภายใน​ที่​พวก​เฮีย​เฉิน​มา​อยู่มี​การ​เคลื่อนไหว​ฝึก​ซ้อม​ค่าย​กลด​อก​เห​มย​กัน​อย่างจริงจัง​เงียบเชียบ ส่วน​เห​มย​อิง​กับ​สวย​และ​เด็กๆ ช่วยกันทำอาหาร

ผ่าน​การ​ฝึก​อย่าง​เอาจริงเอาจัง​แล้ว เฮีย​เฉิน​ถาม​เฮีย​เต๋า​ว่า​ค่าย​กลด​อก​เห​มย​เป็น​อย่างไร​บ้าง เฮียเต๋า​บอก​ว่า​ห้า​คน​ยัง​ไม่​เป็น​น้ำหนึ่งใจเดียวกัน​ต้อง​ซ้อม​มาก​กว่านี้

กังฟู​ถาม​ว่า​อีก​นาน​ไหม​กว่า​จะ​ลงมือ​เป็น​หนึ่งเดียว​ได้ เฮีย​หลอ​หวัง​ว่า​จะ​ทำได้​ก่อน​ที่​จาง​ซื่อ​จะ​หา​เรา​เจอ

พายุ​ไป​ค้น​หา​ร่องรอย​ที่​โรง​งิ้ว เจอ​เป๋ง​กุ่ย​ทำ​ลับๆล่อๆ อยู่​ก็​จะ​เข้าไป​จัดการ เมื่อ​จำ​กัน​ได้ พายุ​ถาม​เป๋ง​กุ่ย​ว่า​มา​ทำ​อะไร​ที่​นี่​แล้ว​พา​เป๋ง​กุ่ย​ไป​นั่ง​คุย​ที่​ร้าน​อาหาร จึงรู้ว่า

เป๋ง​กุ่ย​เห็น​หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​เข้าไป​ใน​โรง​งานร้าง​ของ​เฮีย​เต๋า มา​รู้ที​หลัง​อีก​ว่า​พวก​เขา​หายกัน​ไป​ทั้งบ้านเลย​เอะใจ​ว่า​คง​มา​หลบ​อยู่​ที่​นั่น​ทุก​คน​เลย​ก็ได้ พายุ​ชมว่า​เก่ง​มาก แต่​เป๋ง​กุ่ย​ไม่​ต้องการ​คำ​ชม​เอ่ย​ปาก​คำ​โต​ว่า

“ผม​เห็น​พี่​หยิบ​เงิน​ให้​อา​เจ็ก​ป้อ แต่​บังเอิญ​ว่าอา​เจ็ก​ป้อ​ไม่​รู้​แต่​ผม​รู้ ผม​อยาก​ได้​เงิน​เท่า​ที่​พี่​จะ​ให้​อา​เจ็ก​ป้อ”

“ได้​ซิ มาก​กว่า​นั้น​ก็ได้ แต่​ลื้อ​ต้อง​ไป​แอบ​ดู​ให้​แน่ใจ​ก่อน​ว่า​ใน​โรง​งาน​นั้น​มี​ใคร​อยู่​บ้าง โดยเฉพาะ​ไอ้​กังฟู”

ooooooo

เป๋ง​กุ่ย​ไป​ด้อมๆมองๆที่​โรง​งาน​ร้าง หลินหลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​จะ​ออก​ไป​ซื้อ​อาหาร​สงสัย​ว่า​เป๋ง​กุ่ยจะ​ทำอะไร บู๊​ลิ้ม​บอก​ว่าเป๋ง​กุ่ยเป็น​คน​สอดรู้สอดเห็น ​วัน​ก่อน​เห็น​เรา​เข้าไป​ข้าง​ใน​วัน​นี้​อาจจะ​อยาก​รู้​ว่า​เรา​มา​ทำ​อะไรกัน

หลิน​หลิน​เร่ง​ให้​รีบ​เข้าไป​บอก​คน​ข้าง​ใน ถ้า​เป๋งกุ่ย​หาไม่​พบ​อะไร​เดี๋ยว​ก็​คง​กลับ แต่​บู๊​ลิ้ม​ติง​ว่า​คน​ตั้ง​มากมาย​ซ่อน​ไม่​มิด​หรอก เรา​ทำ​ผีหลอก​ให้​เป๋ง​กุ่ยกลับ​ไปดีกว่า หลิน​หลิน​เลย​ทำ​เสียง​หมา​หอน เป๋ง​กุ่ยขนลุก​ซู่​แต่​เพื่อเงิน​ก็​กัดฟัน​เดิน​เข้าไป

หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​เลย​ทำ​เสียง​แมว​ขู่​แล้ว​บู๊​ลิ้ม​ก็​เอา​ซาก​แมว​ดำ​โยน​ใส่ เป๋ง​กุ่ยตกใจ​สุดขีด​วิ่ง​หนี​สะดุดล้ม​จน​ลุก​ไม่​ขึ้น ขณะ​หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​ลังเล​ว่า​จะ​ช่วย​ดี​ไหม กังฟู​ก็​วิ่ง​แซง​หน้า​ไป​ช่วย​เป๋ง​กุ่ย จับ​ขา​ดึง​กร๊​อบ​บอก​ว่า​เข่า​หลุด​เท่านั้น​ไม่​ใช่​ขา​หัก

เป๋ง​กุ่ยใช้​ความ​คุ้นเคย​ถาม​กังฟู​ว่า​อยู่​ที่​นี่​หรือ ​กังฟู​บอก​ว่า​ใช่​แต่​อย่า​ไป​บอก​ใคร ถ้า​หมด​เรื่อง​แล้ว​ก็​กลับ​ไปเสีย

หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​ติง​กังฟู​ว่า​ไป​ช่วย​เป๋ง​กุ่ยแบบนี้​เขา​ก็​รู้​สิ​ว่า​เรา​อยู่​ที่​นี่

“เป๋ง​กุ่ยไม่​ใช่​พวก​อสูร​เท​วา อีกอย่าง​เห็นคนเดือดร้อน​ต้อง​ช่วยเหลือ ถ้า​ศิษย์​น้อง​ไม่​ออก​มา​ช่วย ขา​เขาอาจจะ​หัก​หรือ​พิการ​ไป​ตลอด​ชีวิต​ก็ได้​นะ​ครับ ศิษย์​พี่​อย่าวิตก​อะไร​ไป​เลย​ครับ ศิษย์​น้อง​ช่วย​เขา เขา​ไม่​เอาเรื่อง​ของเรา​ไป​บอก​คน​อื่น​หรอก”

แต่​บู๊​ลิ้ม​ก็​ยัง​กังวล...

วัน​รุ่ง​ขึ้น เป๋ง​กุ่ย​ก็​แบก​ถุง​มา​ตะโกน​เรียก​กังฟู กังฟู​จึง​ออก​ไป​พบ​อย่าง​ระมัดระวัง พา​กัน​ไป​ใน​ที่ลับตา เป๋ง​กุ่ย​เล่า​ว่า

“เมื่อ​วาน​พอ​เตี่ย​รู้​ว่า​เฮีย​กังฟู​ช่วย​ชีวิต​ผม​ไว้ เตี่ย​เลย​ให้​ผม​เอา​ของ​มา​ขอบคุณ​ครับ”

เป๋ง​กุ่ย​เปิด​ถุง​ใส่​อาหาร​ให้​ดู กังฟู​ขอบใจ​แต่​ย้ำ​ว่า​ต่อ​ไป​ไม่​ต้อง​มา​หา​ตน​ที่​นี่​อีก​เพราะ​ไม่​ต้องการ​ให้​ใคร​รู้​ว่า​ตน​อยู่​ที่​นี่

ooooooo

ความ​อัตคัด​และ​ต้อง​อยู่​อย่าง​ปิดบัง อาหาร​ทุก​มื้อ​จึง​มี​แต่​ผัก​ดอง​กับ​ไข่​เจียว และ​ไข่​เจียว​กับ​ผัก​ดอง เมื่อ​กังฟู​เอา​อาหาร​ที่​เป๋ง​กุ่ย​ให้​กลับ​ไป พวก​เฮียๆ ตื่นเต้น​ดีใจ​มาก​เพราะ​มี​แต่​อาหาร​เหลา​ดีๆทั้งนั้น

พอ​บู๊​ลิ้ม​รู้​ว่า​เป็น​ของ​จาก​เป๋ง​กุ่ย​ก็​ติง​ว่า​อย่า​กินเลย คน​นี้​ไว้ใจ​ไม่ได้ แต่​พวก​เฮียๆที่​กิน​แต่​ผัก​ดอง​ไข่​เจียว​มา​นาน​บอก​ว่า​ใคร​ไม่​กิน​ก็​ช่าง​ตน​จะ​กิน แล้ว​กิน​กัน​อย่าง​เอร็ดอร่อย ส่วน​บู๊​ลิ้ม​เมื่อ​ทักท้วง​แล้ว​ไม่​มี​ใคร​ฟัง​ก็​เดิน​หงุดหงิด​ออก​ไป

เป๋ง​กุ่ย​ส่ง​อาหาร​ให้​กังฟู​แล้ว​เดิน​ข้าม​ถนน​ไป​เข้า​ซอย​เล็กๆที่​จาง​ซื่อ​จอด​รถ​คอย​อยู่ จาง​ซื่อ​ชม​เป๋ง​กุ่ย​ว่า​ทำได้​ดี​มาก เป๋ง​กุ่ย​บอก​ว่า​ก็​ไม่​มี​อะไร​แค่​ยก​ของกิน​ไป​ให้​เขา​เท่านั้น​เอง

“เปล่า ฉัน​ไม่ได้​หมาย​ถึง​เรื่อง​เอา​ของกิน​ไปให้ ฉัน​หมาย​ถึง​เรื่อง​ที่​กังฟู​ช่วย​ชีวิต​แก​ไว้ แต่​แก​ยัง​อกตัญญู​กล้า​เอา​อาหาร​ใส่ยา​พิษ​ไป​ให้​เขา​กิน นับ​ว่า​เลว​จริงๆ”

เป๋ง​กุ่ย​หน้าเสีย พายุ​บอก​ว่า​อย่า​ทำ​หน้า​อย่าง​นั้น ท่าน​เจ้า​สำนัก​ชม​แล้ว​ยัง​ไม่​รีบ​ขอบคุณ​อีก เป๋ง​กุ่ย​จึงขอบคุณ

“ยัง​เด็ก​แต่​ทั้ง​หน้าด้าน​ทั้ง​ชั่ว​ร้าย นับ​ว่า​เจ้า​มี​อนาคต​ยิ่ง​นัก ฮ่าๆๆ เอา​ไป” จาง​ซื่อ​ยื่น​เงิน​ปึก​หนึ่ง​ให้

“ขอบคุณ​เจ้า​สำนัก...ขอบคุณ​เจ้า​สำนัก” เป๋งกุ่ยดีใจ​สุด ๆ โค้ง​คำนับ​หัว​จด​พื้น​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า​แล้ว​ลงจากรถไป

“เตรียมตัว เรา​จะ​บดขยี้​พวก​มัน​ให้​เละ” จางซื่อ​สั่ง​พายุ​หน้า​เหี้ยม

ooooooo

กังฟู​เห็น​บู๊​ลิ้ม​เดิน​ออก​ไป​จึง​ตาม​ไป​คุย​ด้วย แต่​เพียง​ไม่​นาน​หลิน​หลิน​ก็​วิ่ง​หน้าตื่น​มา​เรียก​ทั้ง​สอง​ให้​เข้าไป

สภาพ​ที่​เห็น​คือ พวก​เฮียๆนอน​หมด​สติ​กันหมด​รวม​ทั้ง​เม​ลดา​และ​เห​มย​อิง​ด้วย หลิน​หลิน​บอก​ว่า​เป็น​เพราะ​อาหาร​ของ​เป๋ง​กุ่ย กังฟู​ถาม​ว่า​แล้ว​ทำไม​หลิน​หลิน​ไม่​เป็นไร หลิน​หลิน​บอก​ว่า​ตน​ไม่ได้​กิน​เพราะ​ไม่​อยาก​ทำให้​บู๊​ลิ้ม​เสียใจ

กังฟู​รู้สึก​ผิด​มากพร่ำ​ขอโทษ​ทุก​คน ทั้ง​หลิน​หลิน​และ​บู๊​ลิ้ม​บอก​ให้​ใจเย็นๆ ตั้ง​สติ​ให้​ดี กังฟู​จึง​ข่ม​อารมณ์​ตั้ง​สติ​คิด...

เวลา​เดียวกัน ที่​ริม​ถนน อา​เฟ​ยล​ง​จาก​รถ จาง​ซื่อ​ลง​ตาม และ​พายุ​ลง​จาก​รถ​อีก​คัน​หนึ่ง

“ลุย!” จาง​ซื่อ​สั่ง พอ​สิ้น​เสียง​ลูกน้อง​อสูร​เท​วานับ​สิบ​ก็​โผล่​พรึบ! จาง​ซื่อ​เดิน​นำ​ลูกน้อง​เข้า​โรง​งาน​เฮีย​เต๋าทันที

เมื่อ​รู้ตัว​ว่า​ถูก​จู่โจม กังฟู​กับ​บู๊​ลิ้มก็​วิ่ง​หา​พาหนะ​ที่​จะ​พา​พวก​ที่​หมด​สติ​หนี จน​เจอ​รถ​เข็น​เก่าๆคัน​หนึ่ง กังฟู​เสนอ​ให้​ช่วย​กัน​แบก​ทั้ง​เก้า​คน​นี้​ขึ้น​รถ​เข็น​ไป หลิน​หลิน​มอง​แล้ว​ถาม​ว่า​มัน​จะ​ไหว​หรือ

โชค​ดี​เฮีย​เต๋า​รู้สึก​ตัว​ขึ้น​มา​บู๊​ลิ้ม​ใจชื้น​เชื่อ​ว่า​อีก​ไม่​นาน​ทั้งหมด​ก็​คง​จะ​ฟื้น เฮีย​เต๋า​ส่าย​หน้า​พูด​เพลียๆว่า

“อั๊ว​กิน​นิดเดียว​เอง พอดี​เป็น​แผล​ร้อน​ใน คน​อื่น​กิน​กัน​เต็มที่​ไม่​ฟื้น​แน่ๆ ไอ้​รถ​เข็น​แบบ​นี้​พวก​ลื้อ​แบก​ไป​ได้​อย่าง​มาก​ก็​สาม​คน มาก​กว่า​นั้น​ไม่​ไหว​หรอก” หลินหลิน​บอก​ว่า​ต้อง​แบก​สาม​รอบ “ไม่ทัน​หรอก จาง​ซื่อ​กำลังจะ​มา​ใน​ไม่​กี่​นาที​นี้​แล้ว ลื้อ​ช่วย​ได้​แค่​สาม​คน” บู๊​ลิ้ม​ถามว่า​แล้ว​ที่​เหลือ​ล่ะ เฮีย​เต๋า​ตอบ​ปลงๆว่า​แล้วแต่​ดวง เห็นกังฟู​ลำบาก​ใจ​จึง​แนะ​ว่า

“อั๊ว​ช่วย​คิด​ให้ พา​เฮีย​เฉิน ติง​ลี่​แล้ว​ก็​เฮีย​หลอไป” กังฟู​ถาม​ว่า​ทำไม “พวก​ลื้อ​ต้อง​อย่า​ยอม​แพ้ ต้อง​ตอบโต้​ไอ้​จาง​ซื่อ เฮีย​เฉิน​เป็น​ผู้​นำ ไอ้​ติง​ลี่​มัน​เจ้าเล่ห์​วาง​แผน​สู้​รบ​ได้ เฮีย​หลอ​รู้​เรื่อง​ยา ให้​ช่วย​ถอน​พิษ​ให้​เฮีย​เฉิน​กับ​ติง​ลี่​ได้ ทำ​แบบ​นี้​พวก​ลื้อ​ถึง​จะ​มี​โอกาส​กลับ​มา​ช่วย​คน​อื่น รีบ​ไป ถ้า​พวก​ลื้อ​หนี​รอด ลื้อ​ยัง​มี​โอกาส​กลับมา​ช่วย​พวก​ที่​เหลือ เร็ว”

เสียง​อึกทึก​ข้าง​นอก​บอก​ให้​รู้​ว่า​พวก​จาง​ซื่อ​บุก​เข้า​มา​แล้ว เฮีย​เต๋า​เร่ง​กังฟู​ให้​รีบ​ไป​เร็วๆ พวก​มัน​มา​แล้ว

ooooooo

พวก​จาง​ซื่อ​บุก​เข้าไป​ไม่​เห็น​กังฟู​แล้ว จาง​ซื่อ​สั่ง​พายุ​ให้​ค้น​ทุก​ซอก​ทุก​มุม​ใน​บ้าน ส่วน​ตน​จะ​ออก​ไป​ดู​ข้าง​นอก เฮีย​เต๋า​ทำ​เป็น​หมด​สติ​หรี่​ตา​ดู​ภาวนา​ให้​กังฟู​หนี​ไป​ให้​ได้ พอ​พวก​นั้น​ออก​ไป​ค้น​ตาม​ห้อง เฮีย​เต๋า​แอบ​คลาน​ไป​ใน​ครัว​หยิบ​มีด​เล่ม​หนึ่งซ่อน​ไว้​ใน​ตัว​แล้ว​คลาน​กลับ​มา​นอน​สลบ​ที่​เดิม

หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​วิ่ง​มา​เจอ​ลูกน้อง​จาง​ซื่อ​สอง​คน​มัน​หยิบ​นกหวีด​ออก​มา​เป่า​ส่ง​สัญญาณ กังฟู​กระโดดข้าม​หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​ไป​กระชาก​นกหวีด​มัน​บอก​ว่า​ถ้า​ไม่​อยาก​เจ็บ​ตัว​ถอย​ไป แต่​มัน​ยัง​บุก​เข้า​มา​เลย​ถูก​กังฟู​สวน​หมัด​ใส่​จน​ทั้ง​สอง​ทรุด​ฮวบ แล้ว​ทั้ง​สาม​ก็​พา​กัน​วิ่ง​ตะบึงไป

ครู่​เดียว อา​เฟย​ก็​มา​เจอ​ร่องรอย​รถ​เข็น​บน​ทาง​ฝุ่น​ทราย เพียง​เห็น​รอย​รถ​เข็น​มัน​ก็​รู้​ว่า​เข็น​พา​คน​ไป​สามคน​แต่​ถนน​ฝุ่นทราย​มี​เพียง​ระยะ​สั้นๆ อา​เฟย​จึง​วิ่ง​ไป​ในทิศทาง​ที่​คาด​คะเน เจอ​ลูกน้อง​สอง​คน​นอน​หมด​สติ​อยู่ เข้าไปพลิก​ดู​พึมพำ

“หมัด​เดียว​จอด...ไว้​ชีวิต​ยัง​ไม่​คิด​ฆ่า” แล้ว​วิ่ง​หา​ต่อ​ไป

เมื่อ​พายุ​และ​ลูกน้อง​รายงาน​จาง​ซื่อ​ว่า​กังฟู​ไม่ได้​หลบ​ซ่อน​ใน​นี้ จาง​ซื่อ​จึง​สั่ง​ให้​เอา​พวก​ที่​หมด​สติ​ทั้งหมด​ไป​ที่​สำนัก

ooooooo

กังฟู​เข็น​รถ​มา​ถึง​ปาก​ซอย บู๊​ลิ้ม​บอก​ว่า​ข้างหน้า เป็น​ถนน​ผู้คน​พลุกพล่าน​เข็น​รถ​ไป​อย่าง​นี้​ผิดสังเกต​แน่ หลิน​หลิน​บอก​ว่า​แถว​นี้​มี​ตึก​ร้าง​อยู่ หา​กระดาษมา​คลุม​รถ​เข็น​ไว้​ก่อน​แล้ว​เรา​เข้าไป​พัก​ใน​ตึก​ร้าง​กัน

อา​เฟย​วิ่ง​เลี้ยว​มา​เห็น​กังฟู​เข็น​รถ​ที่​มี​กระดาษ​ปิด​ไว้​ออก​จาก​ซอย มัน​ยิ้ม​เหี้ยม วิ่ง​ตาม​ไป​ทันที

กังฟู หลิน​หลิน และ​บู๊​ลิ้ม​ช่วย​กัน​ยก​ร่าง​ของ

เฮีย​เฉิน เฮีย​หลอ และ​ติง​ลี่​ลง​จาก​รถ​เข็น​วาง​ที่​พื้น​ในตึก​ร้าง ทั้งหมด​เหนื่อย​และ​หิว​มาก หลิน​หลิน​จะ​ไป​ซื้อ​ของกิน​มา​ให้ กังฟู​ไม่​ให้​ไป สั่ง​ห้าม​ทั้ง​สอง​ลง​ไป​ข้าง​ล่าง​เด็ดขาด กำชับ​ว่า

“ถ้า​ศิษย์​น้อง​แพ้ ศิษย์​พี่​พา​หลิน​หลิน​หนี​ไป​เสีย อย่า​พยายาม​หา​ทาง​ช่วย หนี​ไป​หา​ที่​ปลอดภัย เข้าใจไหม”

“ไม่ได้ เรา​เป็น​พี่น้อง​กัน” บู๊​ลิ้ม​ไม่​ยอม

“เพราะ​เรา​เป็น​พี่น้อง​กัน เรา​ห้าม​ตาย​กัน​ทั้งหมด” กังฟู​พูด​เฉียบขาด​แล้ว​เดิน​ออก​ไป​เผชิญหน้า​กับ​อา​เฟย

อา​เฟย​ถือว่า​ความ​สนุก​และ​ศักดิ์ศรี​ของ​การ​ต่อสู้​คือ​ต้อง​ฆ่า แต่​กังฟู​กลับ​บอก​ว่า หวัง​ว่า​ตน​จะ​สามารถเอาชนะ​เขา​ได้​โดย​ไม่​ต้อง​ฆ่า หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​ซุ่ม​ดู​อยู่​ใจ​ระทึก เอาใจช่วย​และ​ลุ้น​ให้​กังฟู​ชนะ

เมื่อ​เข้า​โรมรัน​กัน​กังฟู​ไม่​ตอบโต้​แต่​กลับ​ปัด​ป้องและ​หลบ​หลีก จน​หลิน​หลิน​กับ​บู๊​ลิ้ม​ใจคอ​ไม่​ดี บู๊​ลิ้ม​รำพึง...

“จะรอดไหมเนี่ย สงสัยจะสู้มันไม่ได้จริงๆ”

“ไม่ใช่” เฮียเฉินที่ฟื้นขึ้นมาแล้วแย้ง “กังฟูกำลังศึกษาการจู่โจมของอาเฟย ยิ่งเขาหลบได้หวาดเสียวเท่าไหร่ แปลว่าเขามั่นใจมากขึ้นเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องหลบเยอะ หลบให้พ้นก็พอเพื่อรักษาระยะในการสวนกลับ”

จังหวะที่อาเฟยบุกหนักอย่างย่ามใจ กังฟูเห็นจุดอ่อนของอาเฟย เมื่ออาเฟยเกร็งเล็บออกมาก็ถูกกังฟูต่อยกระเด็นไปกระแทกพื้น พอลุกขึ้นมาก็ตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเล็บพิษหักเลือดทะลักออกมาแดงฉาน

“เล็บอั๊ว...อั๊วแพ้แล้ว...อั๊วแพ้แล้ว...” อาเฟยหันมองกังฟูที่ยืนหอบแฮ่ก “กังฟู ลื้อแน่มาก ลื้อแน่มาก...นับถือ” กังฟูบอกว่านับถือเช่นกัน “กังฟู อั๊วจะไม่ลืมชื่อนี้เลย...ลาก่อน” อาเฟยมองไปในอาคารร้างแล้วหันเดินจากไป

กังฟูเป่าปากอย่างโล่งอก...พอกลับเข้าไปในตึกร้าง เฮียเฉินเห็นสีข้างกังฟูผ้าขาดมีแผลโดนกรีดเลือดสีดำไหลออกมา กังฟูหน้าซีด เฮียเฉินเรียกกังฟูไปจี้จุดสกัดพิษให้ บอกว่านี่เป็นการสกัดพิษชั่วคราว แล้วบอกให้บู๊ลิ้มกับหลินหลินรีบไปปลุกเฮียหลอ

ooooooo

ที่สำนักอสูรเทวา ร่างทั้งหกที่ถูกลำเลียงมาจากโรงงานของเฮียเต๋ายังนอนไม่ได้สติ จางซื่อเดินดูทีละคนอย่างสะใจ

“เจ็ดผู้กล้าคุณธรรม กระจอกจริงๆ” จางซื่อยิ้มเยาะ ผ่านมิเชลก็อาฆาต “ศิษย์ชั่ว รอให้แกตื่นก่อน ฉันจะลงโทษแก” และเมื่อมาถึงเหมยอิง จางซื่อหยุดมองอย่างสมเพชพึมพำ “เหมยอิง เธอนี่มันโง่จริงๆ”

พริบตานั้น เฮียเต๋าลุกพรวดแทงท้องจางซื่อ ทุกคนตกใจ จางซื่อค่อยๆเหยียดยิ้ม...

“เก่งมากเฮียเต๋า แต่สำหรับฉัน แกต้องเก่งกว่านี้” จางซื่อเกร็งลมปราณ ใบมีดหักกระเด็นหายไป เฮียเต๋าตะลึงมองมีดในมือที่เหลือแต่ด้าม เฮียเต๋าตะแคงล้มลงจึงเห็นใบมีดที่หักเสียบอยู่ที่คอด้านขวาของเฮียเต๋า!

จางซื่อสั่งพายุว่า “พวกตัวประกันพวกนี้ให้แกดูแลให้ดี”

พายุที่หมายตาเมลดาไว้แล้วสั่งลูกน้องให้นำร่างเมลดาไปที่อพาร์ตเมนต์เนตรนภา บอกเธอว่านี่คือเมลดาเมียของตน

“ฉันต้องรีบกลับสำนัก ก่อนมานี่ฉันให้ยานอนหลับ เขาไป เขาคงหลับอีกนานเลย ถ้าเขาตื่นเธอต้องดูแลเขาอย่างดีเข้าใจไหม” ก่อนออกไปยังหันมาย้ำปรามว่า “ฟังให้ดีนะ ถ้าเขาหนีไปได้ เธอตาย! ถ้าเขาบอกเขาจะคุ้มครองเธอได้อย่าเชื่อเพราะฉันจะตามล่าเธอแล้วเฉือนเธอทีละชิ้นๆจนกว่าเธอจะตายเข้าใจไหม” พายุยิ้มเหี้ยม

เนตรนภารับคำเสียงสั่น หันมองเมลดาที่นอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง

ooooooo

พวกที่ถูกจับมารู้สึกตัวเห็นกองเลือด และเฮียเต๋ากับเมลดาหายไปก็ใจคอไม่ดี มิเชลบอกพวกเขาว่า

“ที่นี่คือสำนักอสูรเทวา อย่างน้อยที่สุดเราก็แน่ใจได้แล้วว่าคนที่จับเรามาคือพวกมัน และที่แน่ใจได้ข้อที่สองคือ จางซื่อมันจะใช้ประโยชน์จากพวกเราแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันคงฆ่าพวกเราไปแล้ว” มิเชลพูดอย่างรู้เกมของจางซื่อดี

คืนนี้ อาเฟยกลับสำนักด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจไยดีกับการทักทายของลูกน้อง พวกลูกน้องผิดสังเกต พอเห็นเล็บอาเฟยหักต่างก็ตกใจจับกลุ่มซุบซิบกัน

อาเฟยกลับมาสารภาพกับจางซื่อว่าตนแพ้กังฟู รำพันอย่างเจ็บปวดว่า

“ยี่สิบปีแล้วศิษย์ไม่เคยแพ้ใคร ศิษย์ไม่เคยคิดว่าจะแพ้ใคร โดยเฉพาะมัน...อาจารย์ ศิษย์ขอลา” จางซื่อถาม หมายความว่ายังไง “ดาบอยู่คนอยู่ ดาบหักคนตาย” พูดจบอาเฟยก็ใช้เล็บที่หักจิกเข้าที่ลำคอตัวเอง จางซื่อคว้ามืออาเฟยไว้แต่ไม่ทัน

อาเฟยหน้าเขียวคล้ำสิ้นใจในอ้อมกอดของจางซื่อ จางซื่อพูดกับพายุและลูกน้องที่มีสีหน้าตกใจสงสัยว่า

“อาเฟยพลาด สู้แพ้...สำหรับมัน ความพ่ายแพ้คือความตาย ฉันไม่ได้บอกว่าอาเฟยคิดถูก แต่ฉันก็ภูมิใจที่มันคิดแบบนี้ ต่อไปเมื่อคนนึกถึงอาเฟย จะนึกถึงความกล้าหาญและความทะนงของมัน อั๊วหวังว่าในตัวศิษย์อสูรเทวาทุกคน จะมีธาตุนักสู้แบบอาเฟย”

ooooooo

ที่ตึกร้าง หลังจากเฮียหลอตรวจชีพจรให้เฮียเฉินและติงลี่แล้วบอกว่าชีพจรเหมือนกันหมด ไม่มีอะไรมันเป็นแค่ยาสลบ

หลินหลินจำได้บอกว่ามิน่าล่ะเจ็กเต๋าจึงให้พวกเราเลือกช่วยเจ็กหลอ เพราะเจ็กหลอเป็นผู้รอบรู้เรื่องยา เฮียหลอบอกว่า “แต่ก็สูญเปล่า ในเมื่อยาพวกนี้เป็นยาสลบ ไม่ต้องเลือกอั๊วก็ได้ พวกลื้อน่าจะเลือกมิเชล”

ติงลี่ดักคอว่าเพราะมิเชลเป็นลูกสาวเฮียหลอใช่ไหม เฮียหลอบอกว่าไม่ใช่ แต่เพราะมิเชลเป็นคนเดียวที่จางซื่อแค้นเป็นการส่วนตัว ตอนนี้มิเชลอาจถูกฆ่าไปแล้วก็ได้ ทุกคนเงียบไปอย่างเป็นห่วงมิเชล

เฮียเฉินสีหน้ายุ่งยากใจขณะถ่ายทอดลมปราณให้กังฟู เพราะเดินลมปราณขับพิษให้กังฟูไม่ได้ ลมปราณในตัวกังฟูสับสนเกินไป

กังฟูตกใจถามว่าตนต้องตายใช่ไหม เฮียเฉิน

ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ตนจะพาไปหาคนคนหนึ่งเขาอาจจะช่วยได้ ติงลี่เร่งให้รีบพากังฟูไปเลยเพราะหน้าเริ่มเขียวแล้ว

ในคืนที่เงียบสงัดนี้ ติงลี่เดินออกไปสำรวจรถที่จอดอยู่ริมถนนแล้วเอ่ยปากขอยืมไปคันหนึ่งใช้ลวดไขกุญแจแล้วขับพาทุกคนตรงไปยังวัดจีนแห่งหนึ่ง เฮียเฉินถามกังฟูที่ยังอยู่ในสภาพเบลอๆว่าจำได้ไหม วัดนี้กังฟูเคยมา

“จำไม่ได้ครับ” กังฟูบอก แต่ในสายตาที่พร่ามัวนั้น กังฟูเห็นใครบางคนยืนมองตนอยู่ด้วยความเป็นห่วง เอื้อมมือมาจับหน้าลูบไล้ด้วยความรัก กังฟูเพ่งมองคล้ายๆ ฮูหยิน พึมพำ...“อาจารย์แม่” แล้วหมดสติไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.