ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"


คืนนี้ กังฟูฝันถึงวัยเด็กที่ฮูหยินเลี้ยงดูตนอย่างอบอุ่น สั่งสอนให้เป็นคนดี เป็นคนเข้มแข็ง

วันหนึ่ง ตี๋น้อยกังฟูขี่จักรยานล้มเจ็บจนร้องไห้ ฮูหยินปลอบอย่างไรก็ไม่หยุดร้องจึงถามว่าอยากเป็นจอมยุทธ์ใช่ไหม จอมยุทธ์ต้องไม่ร้องไห้ จอมยุทธ์ต้องไร้น้ำตา มีน้ำตาย่อมไม่ใช่จอมยุทธ์ ตี๋น้อยกังฟูหยุดร้องไห้ปาดน้ำตาจนแห้ง ฮูหยินจับหน้าหันไปดู แล้วประสานมือคารวะความเข้มแข็งของตี๋น้อยกังฟู

คิดแล้ว กังฟูยิ่งเคียดแค้นจางซื่อที่ทำร้ายและฆ่าอาจารย์แม่ของตนอย่างเหี้ยมโหด

กังฟูนอนไม่หลับ ลุกเดินไปที่โรงงิ้ว เจอเฮียเฉินนั่งมองโรงงิ้วอยู่เงียบๆ จึงขอโทษที่มารบกวน เฮียเฉินถามกังฟูว่ามาทำอะไรที่นี่ กังฟูบอกว่าตนนอนไม่หลับ หลับตาลงก็เห็นแต่อาจารย์แม่ บอกเฮียเฉินว่า

“ตั้งแต่เกิดมาศิษย์ไม่เคยแค้นใครขนาดนี้ ยิ่งนึกถึงพระคุณที่อาจารย์แม่มีต่อศิษย์ ศิษย์ก็ยิ่งแค้นมากเป็นทวีคูณ”

“ความแค้นคือยาพิษ ลื้อยิ่งแค้น ใจลื้อยิ่งเป็นพิษ” กังฟูถามว่าอาจารย์พูดเหมือนไม่แค้น? เฮียเฉินย้อนถามว่า “ถ้าอั๊วบอกลื้อว่าไม่แค้นล่ะ” กังฟูไม่เชื่อ เพราะรู้ว่าอาจารย์รักอาจารย์แม่มาก

“กังฟู เคยได้ยินไหม ชีวิตคน จริงๆแล้วสั้นนัก

อยู่อย่างมีความสุขจึงอาจนับว่ายืนยาว” กังฟูบอกว่าตนไม่เข้าใจ “อั๊ว ลื้อ หรือฮูหยิน สักวันก็ต้องตาย ไม่โดนฆ่าก็เป็นโรคร้าย ไม่เป็นโรคร้ายก็แก่ตาย ใครจะมีชีวิตยืนยาวค้ำฟ้าได้ สำคัญคือตอนที่มีชีวิตอยู่ ทำตัวยังไง อั๊วกับฮูหยินอยู่ร่วมกันทุกวันมานานหลายสิบปี พูดได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ถึงวันนี้อั๊วไม่ได้อยู่ร่วมกับฮูหยิน แต่ช่วงเวลานั้นยังอยู่ในใจอั๊ว ต่อให้พายุหรือจางซื่อก็แย่งไปไม่ได้ อั๊วจะแค้นพวกมันทำไม”

กังฟูถามว่าแล้วอาจารย์จะปล่อยพวกมันไปอย่างนั้นหรือ? เฮียเฉินตอบอย่างหนักแน่นชัดเจนว่า

“อั๊วต้องหาทางกำจัดมัน ไม่ใช่เพราะแค้น แต่เพราะขจัดคนเลวสร้างความสุขให้ส่วนรวม”

กังฟูบอกว่าตนแค้นมันขอร่วมกับอาจารย์ปราบพวกมันด้วย เฮียเฉินเตือนว่าความแค้นจะทำให้ขาดสติ บอกกังฟูว่าเขาเป็นคนฉลาด ทางที่ดีพยายามคิดทบทวนเรื่องนี้อีกหลายๆครั้ง พูดทิ้งไว้ให้กังฟูคิดแล้ว เฮียเฉินลุกกลับไป

ooooooo

สามเฮียมาอยู่บ้านเฮียป้อต่างช่วยกันทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของเฮียป้อ

วันนี้เฮียหลอทำอาหารแล้วเรียกทุกคนมากิน เฮียป้อเกรงใจ บอกว่าพวกเฮียมาอยู่มากินด้วยตนก็มีความสุขแล้ว กินกันหลายๆคนตนชอบ ไม่เหงาดี

พอดีกังฟูเดินเข้ามา เฮียป้อเรียกมากินข้าวด้วยกัน กังฟูไม่พูดอะไรตรงไปคุกเข่าตรงหน้าพวกอาเฮีย จนทุกคนงง

กังฟูพร่ำบอก “อาจารย์สอนวิทยายุทธ์ให้ศิษย์ด้วย” จนเฮียเฉินถามว่าจะเอาวิทยายุทธ์ไปแก้แค้นให้ฮูหยินใช่ไหม กังฟูตอบหนักแน่นว่าใช่ เฮียเฉินถอนใจ แต่เฮียเก้าบอกให้ลุกขึ้น พวกตนจะสอนวิทยายุทธ์ให้

“ไอ้เก้า ลื้อลืมไปแล้วหรือว่ามันเป็นใคร สอนวิทยายุทธ์ให้มันได้ไง” เฮียเฉินทักท้วงจริงจัง

“เมียลื้อก็พูดแบบนี้ไม่ให้สอนมัน ไปสอนแต่ไอ้พายุ แล้วเป็นไง” เฮียเก้าถาม เฮียหลอพูดบ้างว่า

“อั๊วสนับสนุน วันก่อนลื้อก็เห็น ขนาดมันเรียนแบบเฮงๆซวยๆ มันยังเก่งขนาดนั้น ถ้าพวกเราสอนมันให้เป็นเรื่องเป็นราว มันจะเก่งขึ้นอีกแค่ไหน”

กระนั้นเฮียเฉินก็ยังอ้างว่าจะฝึกวิทยายุทธ์จิตใจต้องสงบ ตอนนี้จิตใจกังฟูมีแต่ความแค้น เฮียป้อแทรกขึ้นบ้างว่า

“แต่ลื้ออย่าลืม โบราณว่า ความแค้นคือพลังชนิดหนึ่ง” พอถูกเฮียเฉินมองอย่างไม่พอใจ เฮียป้อก็ยิ้มแหย บอกว่า “อั๊วรู้ว่าอั๊วไม่เกี่ยว แต่อั๊วอยากมีส่วนร่วมบ้าง”

เฮียเก้าเห็นด้วยกับเฮียป้อ เพราะเมื่อแค้นมากก็มีพลังมาก ไม่แน่ กังฟูอาจจะเป็นคนที่ช่วยเราปราบจางซื่อก็ได้ เฮียหลอบอกเฮียเฉินให้นึกถึงฮูหยินบ้าง บอกว่า “ลื้อไม่แค้นแต่พวกอั๊วแค้นโว้ย” ประกาศว่าเรื่องนี้ ตนยืนอยู่ข้างกังฟู

“ตกลง...พวกเราจะสอนวิทยายุทธ์ให้ลื้อ” เฮียเฉินตัดสินใจ

“ขอบคุณท่านอาจารย์” กังฟูดีใจมากโขกศีรษะคำนับที่ว่างข้างบ้านเฮียป้อ กลายเป็นสนามที่สามเฮียฝึกวิทยายุทธ์ให้กังฟู โดยเฮียเฉินสอนเพลงหมัด เฮียหลอสอนเพลงฝ่ามือและเฮียเก้าสอนเพลงเตะ ทั้งสามอาจารย์ผู้สอนและกังฟูผู้เรียน ต่างทุ่มเทมุ่งมั่นกันอย่างจริงจัง

แล้วสามเฮียก็ทึ่ง เพราะกังฟูไม่เพียงเรียนได้อย่างรวดเร็ว หากยังต่อยอดได้อีก เฮียหลอบอกว่าตนใช้เวลาเรียนสามเดือนแต่กังฟูทำได้ในวันเดียว เฮียเฉินก็พึมพำว่า

“ความเป็นอัจฉริยะของจางเหลียงส่งต่อมาถึงมันด้วย”

เมื่อสมควรแก่เวลาแล้วสามเฮียบอกให้พัก กังฟูยังอยากฝึกต่อ จนเฮียเฉินเตือนว่า การฝึกวิชาเหมือนปลูกต้นไม้ต้องให้เวลากับมันอย่าเร่งจนเกินไปต้นไม้จะตาย กังฟูก็ยังจะฝึก เฮียเฉินฉุนถามว่า “ลื้อไม่เชื่ออาจารย์รึไง” กังฟูจึงยอมหยุด แต่พอสามเฮียไปแล้ว กังฟูก็แอบขึ้นไปฝึกบนดาดฟ้าที่พักของตัวเอง

ยิ่งฝึกกังฟูก็ยิ่งเก่งกาจท่วงท่ารวดเร็วคล่องแคล่วและดูมีอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ จนมิเชลที่มาแอบดูเป็นห่วงไปเล่าให้สามเฮียฟัง เฮียทั้งสามเห็นพ้องกันว่าไม่ดีแน่ จะกลายเป็นดาบสองคม และขืนฝึกต่อไปแบบนี้อันตรายแน่ๆ

มิเชลเสนอว่า เดี๋ยวตนกลับไปถ้ากังฟูยังไม่หยุดจะโทร.บอกให้ทุกคนไปหยุดเขา พอมิเชลจะกลับเฮียหลออาสาไปส่ง เมื่อไม่มีใครพูดอะไรมิเชลจึงตามใจ

ระหว่างเดินไปส่ง เฮียหลอทิ้งระยะห่างพอสมควร แต่พอทั้งสองเดินผ่านไป เมฆาที่ซุ่มอยู่ก็โผล่มาและเดินตามไป เฮียหลอตกใจเมื่อมีร่างหนึ่งพุ่งเข้าหามิเชลอย่างมุ่งร้าย มิเชลตั้งท่าสู้ เฮียหลอบอกว่าเธอยังไม่หายดีให้หนีไปก่อนตนจะรับมือมันเอง แล้วเฮียหลอก็หันไปเผชิญหน้ากับเมฆา

เมฆามุ่งที่จะฆ่ามิเชล เมื่อมิเชลเห็นเป็นเมฆาก็พยายามเรียกเขาแต่เวลานี้เมฆาไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น เฮียหลอดูออกบอกว่าเขาไม่ใช่เมฆาแล้ว แต่เหมือนผีดิบ เมื่อเฮียหลอพยายามปกป้องมิเชล เมฆาจึงหันมาเล่นงานเฮียหลอ มิเชลตะโกน

“อย่าฆ่าพ่อฉันนะ” แต่เมื่อเมฆายังมุ่งจะฆ่าเฮียหลอ มิเชลจึงบีบลูกกระเดือกเมฆาเสียงดังกร๊อบ! เมฆาล้มตึงหัวฟาดพื้นกระอักเลือด ทำให้เขากลับมาเป็นเมฆาอีกครั้ง เขามองมิเชลพูดอย่างอ่อนล้า

“มิเชล...ฉัน...คงไม่รอดแล้ว...” มิเชลบอกว่าตนเสียใจแต่ตนไม่มีทางเลือก “ผมรู้...คุณทำถูกแล้ว มิเชล ...ผมแค่อยากบอกว่า...ผมรักคุณ...ตลอดไป...”

เมฆาสิ้นใจในอ้อมแขนของมิเชล เธอร้องไห้โฮออกมา ส่วนเฮียหลอได้แต่ยืนมองอย่างหดหู่ใจ

ส่วนกังฟูที่ซ้อมอย่างบ้าคลั่งอยู่บนดาดฟ้านั้น เฮียเต๋ากับติงลี่ขึ้นไปบอกให้พอได้แล้ว ซ้อมอะไรจนไม่หลับไม่นอน แต่กังฟูก็ยังซ้อมไม่หยุด เฮียเต๋าบอกว่า “มันบ้าพลัง ปล่อยมันไปเหอะ ไปนอนต่อไป”

“แต่ต้องหาอะไรอุดหูก่อน คนบ้าอะไรวะ ปล่อยหมัดเสียงดังอย่างกับเครื่องบินบินผ่าน”

แต่พอทั้งสองจะลงไป ก็ได้ยินเสียงดังตึง! แล้วทุกอย่างก็เงียบ หยุดนิ่ง พอหันมองเห็นกังฟูนอนแผ่อยู่กับพื้นร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ มีแต่ดวงตาที่กลอกอย่างสับสนตกใจ เฮียเต๋าถามติงลี่ว่าเอาไงดี ก็ได้ยินกังฟูขยับปากพูดแทบไม่ได้ยินเสียง

“ช่วย...ด้วย...”

ooooooo

เหมยอิงเดินออกจากห้องเมลดา สวยตามมาถามว่าจะไปไหน เหมยอิงบอกว่าอยากตากลมหน่อยไม่ต้องตามมา

พอออกมาที่ริมกำแพง เหมยอิงแหงนมองท้องฟ้าเห็นดาวตกก็ใจไม่ดี ซ้ำในสายตายังเห็นเหมือนเมฆาเดินผ่านไปและยิ้มให้ แต่พอหันมองเต็มตาก็ไม่เห็นใคร อึดใจเดียวมิเชลก็เดินเข้ามาในสภาพยับเยินสีหน้าโศกเศร้า เหมยอิงเดาได้ว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น แต่พอถามว่าเมฆาเป็นอะไรหรือเปล่า มิเชลแค่หันมองเศร้าๆ

ที่ท่าเรือริมน้ำ เหมยอิง มิเชล เฮียหลอและร่างของเมฆาที่วางอยู่ริมขอบท่าเรือที่ปริ่มน้ำ เหมยอิงคุกเข่าร้องไห้มีมิเชลนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนเฮียหลอยืนห่างออกไป

“เมฆา...แม่ขอโทษ ที่ลูกเป็นอย่างนี้ก็เพราะแม่เลี้ยงลูกไม่ดีเอง แม่ผิดเอง ชาตินี้เราเป็นแม่ลูกกันได้แค่นี้ ชาติหน้ากลับมาเกิดเป็นลูกของแม่ใหม่นะ แม่จะเลี้ยงลูกให้ดีกว่านี้”

“ลาก่อนนะเมฆา” มิเชลก้มจูบเมฆาเบาๆ แล้วเหมยอิงกับมิเชลก็ผลักร่างเมฆาลงน้ำ ร่างเขาค่อยๆจมน้ำไปช้าๆ

เฮียหลอกับมิเชลมาส่งเหมยอิงที่หน้าบ้านเฮียป้อ เมื่อเหมยอิงเข้าบ้านไปแล้ว เฮียหลอถามมิเชลว่า

“มิเชล ตอนที่เมฆาจะฆ่าฉัน ฉันได้ยินเธอพูดว่า อย่าฆ่าพ่อฉันนะ”

“ค่ะ หลอซัน คุณคือพ่อของฉัน”

“เธอ...เธอคือ หลอเตี๋ยเม่ง?” เฮียหลอมองตะลึง มิเชลรับว่าใช่ เฮียหลอหลับตาลงเอ่ยเหมือนตกอยู่ในความฝัน “ใช่เธอจริงๆ ขอบคุณสวรรค์...ขอบคุณสวรรค์” เฮียหลอลืมตามองมิเชลบอกว่า “พ่อขอร้องต่อสวรรค์ทุกคืน ขอให้พ่อได้เจอหน้าลูกสาวของพ่ออีกสักครั้ง”

“คุณเอาแต่อ้อนวอนสวรรค์ ทำไมคุณไม่ไปตามหาฉันที่ฮ่องกง รู้ไหมตอนที่ฉันอยู่ฮ่องกง ฉันคิดหาเหตุผลต่างๆนานา ฉันคิดว่าคุณอาจจะติดคุกหรือไม่ก็ความจำเสื่อมหรือไม่ก็ตายไปแล้ว แต่ไม่ใช่เลย คุณปกติดีทุกอย่าง คุณไปหาฉันได้”

“พ่อไม่กล้า พ่อกลัวว่า ถ้าพ่อไปฮ่องกงแล้ว

ไม่เจอลูก ความหวังในชีวิตของพ่อจะหมดสิ้นลง” มิเชลถามว่าเลยรออยู่ที่นี่ตนจนมาหางั้นหรือ คนขี้ขลาดอย่างเขาตนไม่ยอมรับว่าเป็นพ่อหรอก “ดีแล้ว...ลูกคิดแบบนี้ก็ถูกต้องแล้ว พ่อเป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้จริงๆ”

มิเชลมองเฮียหลออย่างเย็นชาแล้วเดินจากไป เฮียหลอเงยหน้าขึ้นฟ้า “ขอบคุณสวรรค์...ขอบคุณสวรรค์...”

ooooooo

คืนนี้ขณะพวกเฮียป้อกำลังดูทีวีกันอยู่นั้น ติงลี่ก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาบอกว่ากังฟูธาตุไฟเข้าแทรก!

เฮียเต๋าดูแลกังฟูอยู่ กังฟูครางแต่ว่าหนาว... หนาวมาก...เฮียเต๋าจับตัวกังฟูบอกว่าไม่ร้อนไม่หนาว...

“แต่ความจริงแล้ว ในทางกำลังภายในตัวลื้อตอนนี้ร้อนมาก ร้อนจากข้างใน ทุกคนก็เตือนลื้อแล้วว่าอย่าหักโหม ลื้อก็ไม่เชื่อ ในที่สุดก็เป็นแบบนี้ ธาตุไฟเข้าแทรก” กังฟูถามว่ามันเป็นยังไง “ร่างกายลื้อเสียสมดุลเพราะธาตุไฟมากเกินไป ถ้าปล่อยไปพลังฝีมือจะถูกทำลายแล้วลื้อก็จะตาย”

กังฟูถามว่าแล้วต้องทำอย่างไร เฮียเต๋ามองกังฟูพูดแววตาทะเล้นว่า ต้องถ่ายทอดความร้อนให้ผู้หญิง แต่เวลาทำต้องเปลือยกาย บอกกังฟูว่าจะหาผู้หญิงเช้งๆ มาให้

“มีผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผมจะยอมมอบธาตุไฟของผมให้ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น ผมยอมตาย”

เวลาเดียวกัน ที่บ้านเฮียป้อ เมลดาฟังสามเฮียกับติงลี่เล่าวิธีการรักษาธาตุไฟให้กังฟูแล้ว เธอถามว่าล้อเล่นใช่ไหม เฮียเก้ายืนยันว่าจริง ติงลี่ก็ลงทุนสาบาน เมลดาก็ยังไม่เชื่อ เฮียเฉินจึงเอาศักดิ์ศรีของฮูหยินมาเป็นประกัน เมลดาจึงเชื่อ ถามว่าแล้วมาบอกตนทำไม ตนเกี่ยวอะไรด้วย

“ถ้าลื้อไม่ยอมก็ปล่อยมันธาตุไฟเข้าแทรกตายไปเลยแล้วกัน” เฮียเก้าตัดบท

“อ้ะๆ ยอมก็ได้ ขู่กันจัง” เมลดารับปากทำเป็นโกรธแก้เขิน

ooooooo

จางซื่อนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงานมีอาเฟยนั่งอยู่ด้านหลัง จู่ๆจางซื่อก็สะดุ้งขึ้นมา อาเฟยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จางซื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะบอก

“หนอนกู่ที่ฉันปล่อยใส่เมฆามันตายแล้ว แปลว่าเมฆาก็คงไม่รอด ฮ่าๆๆ ต้องเป็นฝีมือมิเชลแน่ๆ ฉันอยากเห็นหน้าพวกมันเหลือเกิน ตอนที่พวกมันต้องฆ่ากันเองน่ะ”

“เมฆาตายแล้ว อาจารย์จะทำยังไงต่อครับ”

“ตอนนี้ขยะของอสูรเทวาชักมีมากเกินไปแล้ว คงต้องหยุดเรื่องอื่น ทำความสะอาดสักครั้ง ทั้งมิเชล พวกที่โรงงิ้ว แล้วก็หลินหลิน รวมทั้งเหมยอิงเมียฉันด้วย ต้องฆ่าให้หมด”

“ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ” อาเฟยรับบัญชา จางซื่อพยักหน้าอย่างพอใจ

ooooooo

เฮียเฉิน เฮียเก้า ติงลี่ และเมลดา มารออยู่หน้าห้องกังฟู ครู่หนึ่งเฮียเต๋าเปิดประตูออกมาเล่าอาการของกังฟูว่า

“ธาตุไฟแตก แต่ยังไม่กระเทือนถึงจุดชีพจรกับอวัยวะภายใน ถ้าจะรักษามันก็ต้องรีบลงมือ”

ติงลี่บอกว่ารู้แล้วให้เฮียเต๋ารีบออกมาจะได้เข้าไปรักษา เฮียเต๋ามองหน้าเมลดาบอกขั้นตอนการรักษาว่า

“ไม่มีอะไรยาก ลื้อแค่นั่งสมาธิ ประกบฝ่ามือกับมัน พลังธาตุไฟจะไหลเข้าตัวลื้อเหมือนของร้อนถ่ายเทความร้อนให้ของที่เย็นกว่า แต่ลื้อจะไม่เป็นอันตราย ลื้อแค่อยู่เฉยๆ จนรู้สึกว่าพลังธาตุไฟในตัวมันสมดุลดีแล้วก็เสร็จ”

“เข้าใจแล้วค่ะ” เมลดาตอบอย่างมั่นใจ จริงจัง เปิดประตูเข้าไปแล้วปิดลงกลอน

แต่พอเข้าไปฟังกังฟูพูดถึงกระบวนการรักษา กลายเป็นเรื่องเล่นจ้ำจี้จนเผด็จศึกกัน เมลดาฟังแล้วสยองหันเดินออกไปทันที เจอพวกเฮียยังยืนอยู่หน้าห้อง เฮียเต๋าถามว่าเสร็จแล้วหรือทำไมเร็วจัง

“ไหนตอนแรกเฮียบอกว่าแค่นั่งสมาธิรับพลังธาตุไฟเฉยๆไง แล้วทำไมกังฟูบอกต้อง...ต้อง...เผด็จศึกด้วย”

พวกเฮียร้องกันลั่น ติงลี่ถามเฮียเต๋าว่าบอกกังฟูยังไง เฮียเต๋าบอกว่าตนไม่เกี่ยวแล้วรีบเข้าไปในห้องด่ากังฟู

“ไอ้กังฟู ไอ้เก๋าเจ้ง ทำไมลื้อต้องไปขอเผด็จศึกเขาด้วยวะ” กังฟูอ้างว่าเฮียเต๋าบอก เลยถูกด่า

“ไอ้หูหมาเอ๊ย...อั๊วหมายถึงให้ลื้อกับคุณเมนั่งเปลือยกายโคจรพลังถ่ายทอดธาตุไฟให้โว้ย เหมือน

เอี้ยก้วยกะเซียงเหล่งนึ่งน่ะ ไม่เคยดูรึไง”

ติงลี่เตือนกังฟูว่าอย่าทำเป็นเล่น ถ้าเมลดาเปลี่ยนใจไม่ช่วย อาการนี้ถึงตายทีเดียว กังฟูหน้าจ๋อยขอให้ช่วยอธิบายให้เมลดาเข้าใจด้วย ไม่ทันมีใครไปบอก เมลดาก็เดินเข้ามาบอกว่า

“ได้ยินหมดแล้วล่ะ” กังฟูขอโทษขอให้ยกโทษให้ตนด้วย “อืม...ฉันรู้ว่าตัวจริงนายเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่คนฉวยโอกาสหรอก มา...ฉันจะช่วยนาย”

กังฟูรีบขอบคุณ เฮียเก้าเร่งให้รีบช่วยเลย ถูกเมลดาเสียงเข้มว่าก็ออกไปเสียทีซิ พวกเฮียๆเลยหัวซุกหัวซุนออกไป

กังฟูกับเมลดานั่งหันหน้าเข้าหากัน เอามือประกบกัน ไม่นานอากาศในห้องก็ร้อนระอุ เมลดาเหงื่อท่วมตัว ในขณะที่กังฟูหน้ามีสีเลือดขึ้นทีละน้อย

กังฟูเป็นห่วงเมลดาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าอย่าหยุด ตนทนได้ จนกังฟูดีขึ้นเป็นลำดับเมื่อกังฟูเอาฝ่ามือทาบกับเมลดาอีกครั้ง เธอสะท้านขึ้นเหงื่อไหลเป็นสาย กังฟูตกใจ ร้องเรียก “คุณเม!”

พอเมลดามอง กังฟูบอก

“ผมรักคุณ”

“ฉันก็รักนาย”

ทั้งสองมองกันแล้วทาบฝ่ามือกันสนิทอีกครั้ง

ooooooo

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฮียหลอกับมิเชลกลับมาในสภาพทรุดโทรม พวกเฮียๆยังนั่งจั่วไพ่กันอยู่ถามอย่างมีเลศนัยว่าไปทำอะไรกันมา เฮียหลอปรามว่าอย่าลามก บอกว่ามิเชลเป็นลูกสาวตน แต่มิเชลไม่ยอมรับเฮียหลอเป็นพ่อ

ขณะนั้นเองกังฟูกับเมลดาเดินออกมา กังฟูในสภาพปกติแข็งแรงเหมือนเดิม พวกเฮียๆดีใจมาก ต่างชมเชยเมลดาว่า “สุดยอดเลยคุณเม นับถือยิ่งนัก” แล้วประสานมือคารวะด้วยความจริงใจ เมลดาประสานมือคำนับตอบ

ระหว่างนั้นเมลดากับมิเชลสบตากัน เมื่อขึ้นไปบนดาดฟ้า มิเชลบอกเมลดาว่าตนยังไม่ได้ขอบคุณที่เธอช่วยไว้

“ฉันช่วยเธอเพราะมนุษยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อฉันสอนไว้”

“เธอคงแค้นมากสินะที่ฉันฆ่าพ่อเธอ ถ้าเธอจะฆ่าฉันตอนนี้ก็เอาเลย ล้างแค้นให้พ่อเธอได้เลย” เมลดาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา “เธอไม่ฆ่าฉันตอนที่ฉันโดนยาพิษ แล้วยังช่วยฉันตอนที่ฉันบาดเจ็บ เธอจะเอาไงแน่เมลดา เธอจะให้ฉันมีชีวิตอยู่แบบอัปยศรึไง”

“เธอจะมีชีวิตอยู่ยังไงก็เรื่องของเธอ แต่อย่าคิดว่าฉันเป็นแม่พระ มิเชล เมื่อเธอแข็งแรงดี ฉันจะสู้กับเธอ และจะเอาชนะเธอ แล้วตอนนั้นแหละที่ฉันจะฆ่าเธอ เข้าใจหรือยัง”

“ดี...เมื่อไหร่ที่ฉันแข็งแรงดีเหมือนเดิมแล้ว ฉันจะบอกเธอ”

“ดูแลตัวเองดีๆ แล้วกัน” พูดแล้วเมลดาเดินออกไป

ooooooo

หลังจากเมลดาช่วยกังฟูพ้นอันตรายแล้ว กังฟูพาเธอไปกินก๋วยเตี๋ยว กินไอติม กังฟูยังคงมีมุกทะเล้นๆ มาหยอกล้อเมลดาให้เธอหัวเราะ ต่างมีความสุขกับวันนี้ที่ผ่านวิกฤติมาได้

ส่วนพวกสามเฮียกับเฮียเต๋าและติงลี่ พากันไปนั่งคุยกันในร้านกาแฟไมโล กินขนมปัง ไส้กรอกไข่ดาวกันไปด้วย

“ถ้าเมฆามันเดินมาตามหามิเชลได้ใกล้ๆ แปลว่าอีกไม่นาน พวกอสูรเทวาก็ต้องหาเราเจอแน่ๆ” เฮียเก้าเปิดประเด็น เฮียเฉินถามว่าเราต้องหาที่อยู่ใหม่หรือ เฮียหลอเสนอให้ชนกับมันไปเลย แต่ติงลี่ติงว่า

“อั๊วว่าตอนนี้เราไม่ควรชนกับมัน เราต้องใช้ยุทธศาสตร์กองโจร เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม”

เฮียเต๋าเห็นด้วยกับติงลี่แต่ตอนนี้เราต้องหาที่อยู่ใหม่ เฮียเฉินบ่นว่ากว่าเราจะได้ที่อยู่บ้านเฮียป้อนี่ก็ยากแล้ว ติงลี่เสนอว่า ตนคิดออกที่หนึ่ง ทุกคนหันมองอย่างสนใจ ติงลี่บอกว่า

“โรงงานไอ้เต๋าไง”

เมื่อความเห็นเป็นเอกภาพ จึงพากันไปที่โรงงานของเฮียเต๋าที่บัดนี้อยู่ในสภาพรกร้างเต็มไปด้วยขี้หมาขี้แมว จนเฮียเต๋าเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึม เฮียเฉินพึมพำว่าท่าทางพวกอสูรเทวาจะไม่ได้ส่งคนมาดูแลที่นี่เลย

“งั้นก็เหมาะ พวกเราหลบมาอยู่ที่นี่ได้” เฮียเก้าเชียร์ แต่เฮียหลอมองไปเจอซากแมวตาย ติงว่าแมวดำเสียด้วย ลางไม่ดีเลย ถามว่ามีผีไหม เฮียเต๋าบอกว่าตอนตนอยู่ไม่มี แต่ตอนอสูรเทวาบุกมาถล่มตายกันหลายศพจะมีผีบ้างก็ไม่แปลก ถามเฮียหลอว่ากลัวผีหรือ เฮียหลอเสียงอ่อยว่า “แค่คิดๆน่ะ ถ้ายังไงเราหาที่ใหม่ไหม”

“ไม่ต้องหาใหม่แล้ว เอาที่นี่แหละ” เฮียเฉินรวบรัดอย่างรำคาญใจ เฮียหลอพูดไม่ออกมองรอบๆ อย่างไม่สบายใจ

ooooooo

คืนนี้ จางซื่อฝันเห็นจางเหลียงอยู่ท่ามกลางหมอกควัน จางซื่อพยายามเพ่งพอจำได้ก็อุทาน

“พะ...พี่จางเหลียง”

พอเงาดำเคลื่อนมาใกล้ จางซื่อเห็นว่าจางเหลียงอุ้มเด็กคนหนึ่งในมือ พอวางเด็กนั้นลง เด็กคนนั้นก็เดินมาหาจางซื่อ จางซื่อเห็นท่าไม่ดีถอยห่าง เด็กก็เดินตาม พอเขาวิ่งหนีเด็กไล่ตามจนจางซื่อสะดุดบางอย่างหกล้ม พริบตานั้นเด็กคนนั้นตะครุบกรงเล็บเข้าที่กลางหลังกระชากเสื้อขาดแควก!

เด็ก​คน​นั้น​จิก​กรง​เล็บ​ตะกุย​หลัง​จาง​ซื่อ​จน​เลือด​แดง​ฉาน!

จาง​ซื่อ​สะดุ้ง​ตื่น พบ​ว่า​ตัว​เอง​ฟุบ​หลับ​อยู่​ที่​โต๊ะ​ทำ​งาน เขา​นิ่ง​เครียด​ครู่​หนึ่ง​จึง​เรียก​อา​เฟย​สั่ง

“อั๊ว​จะ​กลับ​ฮ่องกง”

กลับ​ถึง​ฮ่องกง จาง​ซื่อ​ไป​หา​ซินแส​ที่​เคย​ทำนายฝัน​ให้​ทันที ถาม​ว่า​ฝัน​แบบ​นี้แปล​ว่า​อะไร

“ทายาท​ของ​ศัตรู​ท่าน​กำลัง​จะ​กลับ​มา​แก้แค้น” จาง​ซื่อ​ถาม​ว่า​แล้ว​ตน​จะ​ชนะ​มัน​ไหม ซินแส​หลับตา​นับ​นิ้ว พอ​ลืมตา​ก็​บอก “ลิขิต​สวรรค์ เปิดเผย​ไม่ได้”

“ซินแส...ครั้ง​นี้อั๊ว​เดินทาง​มา​จาก​เมือง​ไทยเลยนะ บอก​อะไร​อั๊ว​หน่อย​สิ​ว่าอั๊ว​ควร​จะ​ทำ​ยัง​ไง”

ซินแส​เงียบ​ไป​ครู่​หนึ่ง จึง​เอ่ย​เบาๆ

“ชิง​ลงมือ​ก่อน​ได้​เปรียบ” แล้ว​โบก​มือ​ให้​จาง​ซื่อ​ออกไป

ooooooo

วัน​นี้เม​ลดา​ถอด​วิก​ผม​ออก เปลี่ยน​โฉมหน้า​ตัว​เอง​กลับ​ไป​เป็น​เม​ลดา​ตาม​เดิม เห​มย​อิง​เดิน​เข้า​มา​ถาม​ว่า​ทำ​อะไร​หรือ

“ฉัน​จะ​เลิก​ปลอม​ตัว​แล้ว​ค่ะ​ตอน​แรก​ที่​ปลอม​ตัว​ก็​เพื่อ​ให้​หลบ​รอด​สายตา​ของ​เมฆา แต่​ตอน​นี้​ไม่​จำเป็นแล้ว”

เห​มย​อิง​ขอโทษ​แทน​เมฆา​ที่​ทำให้​เธอ​ต้อง​ลำบาก เม​ลดา​บอก​ว่า​ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​เห​มย​อิง และ​ตอน​นี้​เมฆา​ก็​จาก​ไป​แล้ว ไม่​มี​ประโยชน์​ที่​จะ​รื้อฟื้น​อะไร​ขึ้น​มา​อีก บอก​เห​มย​อิง​ว่า “ฉัน​คิด​ว่า​พวก​เรา​ที่​ยัง​มี​ชีวิตอยู่ ต้อง​เดิน​หน้า​ต่อ​ไป”

เมื่อ​ตัดสินใจ​ย้าย​ออก​จาก​บ้าน​เฮีย​ป้อ​แล้ว เฮียเฉิน​เป็น​ตัวแทน​ขอบคุณ​เฮีย​ป้อ เฮีย​ป้อ​บอก​ไม่​ต้อง​เกรงใจ

“ไม่​เกี่ยว​กับ​เกรงใจ แต่​สถานการณ์​เปลี่ยน​ไป​แล้ว ถ้า​พวก​เรา​อยู่​ต่อ​จะ​ทำให้​ลื้อ​เดือดร้อน พวก​อั๊ว​ต้อง​ไป​ก่อน​ล่ะ”

คน​ที่​ดีใจ​ที่สุด​คือ​เจ๊​ยี้ ถึง​กับ​ขอบคุณ​สวรรค์ สวยทน​ไม่ได้​เลย​แขวะ​ให้​หุบปาก​ขอ​ให้​สวรรค์​บันดาล​ให้​เจ๊​ยี้​เป็น​ใบ้​ไป​ตลอด​ชาติ​เลย​ยิ่ง​ดี ทั้ง​สอง​ต่อปากต่อคำ​กัน​เหมย​อิง​ปราม​สวย​ให้​หยุด เฮีย​ป้อ​เข้า​มา​รอมชอม​ว่า

“มาดาม​ครับ ผม​ต้อง​ขอโทษ​แทน​อา​ยี้​ด้วย​นะครับ ถึง​เขา​จะ​พูดจา​แปลกๆ แต่​จริงๆเขา​เป็น​คน​ดี​นะ​ครับ”

เห​มย​อิง​บอก​ว่า​ตน​ไม่​ถือ​พูด​ออกตัว​ว่า​เฮีย​ป้อ​ดี​กับ​พวก​ตน​มาก​ไม่​รู้​จะ​ตอบแทน​อย่างไร​เงิน​ทอง​ก็​ไม่​มี​จึง​ขอ​คารวะ​แทน เจ๊​ยี้​หมั่นไส้​ถาม​ว่า​จะ​แกล้ง​คุกเข่า​ให้​เฮีย​ป้อ​ประคอง​ขึ้น​มา​หรือ​ไง กระชาก​เห​มย​อิง​ลุก​ขึ้น สวย​ทน​ไม่ได้​สะอึก​เข้าไป​ถาม​ว่า​จะ​ทำ​อะไร​มาดามเมลดา​รีบ​เข้า​ปัด​มือ​เจ๊​ยี้​ขอ​ให้​หยุด​เถอะ

เจ๊​ยี้​สะบัด​จาก​เม​ลดา​ทำให้​เม​ลดา​เสียหลัก​ไป​ชน​เห​มย​อิง เห​มย​อิง​เซ​กระแทก​เฮีย​ป้อ​ที่​ประคอง​อยู่​ล้มทับกัน​ลง​ไป​ซ้ำปาก​ชน​ปาก​แนบ​สนิท​อีก เจ๊​ยี้​แผด​เสียง​กรี๊ดทุกคน​ตกตะลึง เฮีย​ป้อ​รีบ​ลุก​ขึ้น​ขอโทษ เห​มย​อิง​บอก​ว่า​ ไม่เป็นไร​มัน​เป็น​อุบัติเหตุ แล้ว​ชวน​กัน​กลับ เฮีย​ป้อ​มอง​ตาม​คลำ​ปาก​ตัว​เอง​เคลิ้มๆ เจ๊​ยี้​หัน​มา​เห็น​เลย​ทั้ง​ถู​ทั้ง​ขยี้​เพื่อ​ลบ​รอย​จูบ เฮีย​ป้อ​เจ็บ​จน​ร้อง​ลั่น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.