ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"



ที่ห้องโถงโรงงิ้ว ฮูหยินเอ่ยกับสามเฮียขณะนั่งกินข้าวด้วยกันว่า

“ตอนนี้ค่ายกลดอกเหมยของเราสมบูรณ์แล้ว เราต้องรีบลงมือจัดการกับไอ้จางซื่อ ถ้ายืดเยื้อไปพวกเราจะลำบาก”

พอดีกังฟูเดินเข้ามา ฮูหยินสะกิดให้ทุกคนหยุดพูด เฮียเฉินทักกังฟูว่ากวาดเสร็จแล้วหรือ ชวนกินข้าวด้วยกัน จู่ๆ ฮูหยินก็วางชามลุกขึ้นมองเฮียเฉินอย่างตำหนิบอกว่า “อั๊วอิ่มแล้ว”

“ยังกวาดไม่เสร็จหรอกครับ แต่มีคนมาหาพวกอาจารย์” กังฟูบอก เฮียเก้าถามว่าใคร “คนของอสูรเทวาครับ...จะให้เข้ามาไหมครับ”

ทั้งสี่ตื่นตัวทันที แต่ยังไม่ทันตอบกังฟู อาเฟยก็เดินเข้ามาแล้ว ไม่ทักใครแต่กวาดตามองไปรอบๆอย่างสำรวจท่าทางโอหัง แล้วจึงหันมาเอ่ย “คำนับเจ็ดผู้กล้าคุณธรรม”

ทุกคนอึ้ง เฮียเฉินเอ่ยว่าเจ็ดผู้กล้าคุณธรรมมีบทบาทในอดีตคิดไม่ถึงว่าเขาเป็นคนรุ่นใหม่จะรู้จักพวกเรา อาเฟยพูดอย่างผยองว่า ตนทำงานให้อสูรเทวา หูตาต้องกว้างไกล ถึงเป็นกลุ่มจอมยุทธ์เล็กๆ ไม่ค่อยมีบทบาทอะไรก็ต้องทำความรู้จัก

“หน็อย! ว่าพวกเราเป็นกลุ่มจอมยุทธ์เล็กๆ ไม่มีบทบาทรึไง ตอนที่พวกอั๊วกำลังรุ่งเรืองน่ะ ลื้อยังเป็นวุ้นอยู่เลย” เฮียเก้าฉุนขาด

“ส่วนตอนที่ผมรุ่งเรืองพวกท่านคงเป็นขี้เถ้าไปแล้ว” อาเฟยย้อนหยัน

เฮียเก้าลุกพรวดทำท่าจะเข้าไปลุย เห็นทุกคนนิ่ง ถามเบาๆว่า “ทำไมไม่ห้ามวะ” เฮียหลอเลยห้ามพอเป็นพิธีเพราะรู้ว่าเฮียเก้าก็ทำเป็นพิธีเท่านั้น อาเฟยจึงส่งซองสีแดงให้ฮูหยินพูดหมิ่นสามเฮียว่าเพราะพี่สาวคนนี้น่าเชื่อถือที่สุด

ส่งจดหมายแล้วอาเฟยคำนับหันเดินออกมาผ่านกังฟูต่างสบตากัน ฮูหยินจับตาดูอยู่สั่งกังฟูให้ส่งแขก เมื่อกังฟูออกมาส่ง อาเฟยชมกังฟูว่า

“เมื่อคืนแกทำได้น่าประทับใจมาก กังฟู...ในรอบสิบปีหลังนี้ ไม่เคยมีใครรับมือฉันได้เกินยี่สิบกระบวนท่า แกเป็นคนแรกที่ทำได้ ยังทำให้ฉันต้องใช้วิชาเล็บอสูรด้วย นับว่าแกนี่ไม่ธรรมดา นี่เป็นคำชมนะ” พอกังฟูขอบคุณ อาเฟยท้า “หวังว่าจะได้มีโอกาสพิสูจน์แพ้ชนะกันนะ”

“เอ่อ...ประลองแบบแค่จี้จุดแล้วหยุดมือใช่ไหม” อาเฟยมองหน้า หัวเราะบอกว่า

“มีอารมณ์ขัน ฉันชอบแกจริงๆ”

พออาเฟยไป กังฟูก็เครียด หนักใจ

ooooooo

ที่ห้องโถงโรงงิ้ว ฮูหยินอ่านจดหมายให้สาม เฮียฟัง...

“ได้ยินชื่อเจ็ดผู้กล้าคุณธรรมมานาน อยากทำความรู้จักยิ่งนัก จึงขอส่งเทียบเชิญฉบับนี้ เวลาคือเย็นนี้... สถานที่คือ...” ฮูหยินหยุดอ่านเมื่อเห็นกังฟูเดินกลับเข้ามา

กังฟูถามว่าอสูรเทวาส่งสารท้ารบหรือ ฮูหยินชะงักถามว่ารู้จักอสูรเทวาด้วยหรือ?! เห็นกังฟูเงียบถามว่าแล้วรู้อะไรอีกมั่ง?

“พวกมันเป็นพรรคมาร อาจารย์แม่ ขอศิษย์ไปด้วย เผื่อศิษย์จะช่วยอะไรได้” ฮูหยินตกลงทันที บอกกังฟูว่ากลับไปได้แล้ว เย็นนี้เจอกันที่ตรอกบัวขาว กังฟูให้สัญญาว่าจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับอาจารย์ทุกท่าน ฮูหยินไล่กังฟูให้กลับไป พอกังฟูกลับไปแล้วเฮียเฉินถามว่า “เอ๊ะ... ไหนวะตรอกบัวขาว”

ฮูหยินบอกว่าตนไม่ไว้ใจกังฟูเพราะตอนอาเฟยออกไปทั้งสองคนสบตาเหมือนรู้จักกันมาก่อน ถ้ากังฟูเป็นไส้ศึก ถึงจะหลอกว่าไปตรอกไหนกังฟูก็ไปถูกที่อยู่ดี พูดแล้วถอนใจบอกว่า

“แต่ถ้ามันเป็นเด็กดี หลอกมันไปที่ตรอกบัวขาวก็ดีแล้วถึงมันอยากช่วยเราแต่ฝีมืออย่างมันไปด้วยก็เหมือนไปตายเปล่าๆ สู้ให้มันอยู่รอดเพื่อรักษาคณะงิ้วของพวกเราต่อไปดีกว่า”

ooooooo

กังฟูกลับมาเล่าให้เฮียเต๋ากับติงลี่ฟัง เฮียเต๋าตั้งข้อสังเกตว่าตรอกบัวขาวถึงจะกว้างขวางแต่ผู้คนพลุกพล่านชาวบ้านเยอะจะตีกันสะดวกหรือ

ติงลี่ชี้ว่าที่สะดวกที่สุดคือที่โรงงิ้วนั่นแหละ เพราะกว้างขวางมิดชิดตีกันให้ตายก็ไม่มีใครโทร.แจ้งให้ตำรวจมาขัดจังหวะ เฮียเต๋ายังชี้ว่า ในทางพิชัยสงคราม แถวนั้นก็ไม่มีอะไรโดดเด่น จะรุกจะรับจะวางกับดักก็ไม่ดีสักอย่าง

พอดีเมลดาออกมาถามว่ากังฟูจะไปช่วยอาจารย์สู้กับอสูรเทวาหรือ ตนขอไปด้วย กังฟูบอกว่ามันเสี่ยงมาก

“ฉันรู้ แต่อสูรเทวาคือศัตรูของฉันเหมือนกัน” กังฟูฟังแล้วตกลงจับมือยิ้มให้กัน

แม้จะซ้อมกันจนมั่นใจ แต่ในการยุทธ์ไม่ชนะก็แพ้ เฮียเฉินจึงไปฝากเฮียป้อว่าถ้าพวกตนไม่ได้กลับมาให้ช่วยดูแลบู๊ลิ้มด้วย และทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดตนกับฮูหยินทำพินัยกรรมยกให้เฮียป้อแล้ว เฮียป้อได้แต่ภาวนาให้พวกเฮียเฉินได้กลับมา

เมื่อออกมาเจอบู๊ลิ้ม เฮียเฉินบอกว่าคืนนี้ตนกับหม่าม้ามีธุระที่อื่น ให้บู๊ลิ้มอยู่บ้านเฮียป้อ ถ้าดึกแล้วตนยังไม่กลับก็ให้นอนที่บ้านเฮียป้อเลย แล้วทั้งสองก็ขอกอดบู๊ลิ้ม

“อะไรเนี่ย วันนี้มาแปลกๆ ทั้งสองคนเลย มีอะไรปิดบังผมรึเปล่า” บู๊ลิ้มถาม เฮียเฉินหัวเราะกลบเกลื่อนแต่พอเดินพ้นบู๊ลิ้มแล้วเฮียเฉินก็หน้าเครียดทันที พึมพำอย่างสะเทือนใจ “บู๊ลิ้ม...ป๊าขอโทษ...” แล้วเฮียเฉินกับฮูหยินก็ร้องไห้โฮ...
ส่วนเฮียป้อก็ชวนบู๊ลิ้มออกไปข้างนอก ชวนไปหาซื้อการ์ตูนมาอ่าน

ooooooo

กังฟูกับเมลดาเตรียมออกไปที่ตรอกบัวขาว เมลดาฝากติงลี่ให้ดูแลมิเชลด้วย มิเชลออกมาถามว่าพวกเธอจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปสู้กับจางซื่อ มิเชลบอกทันทีว่าพวกเขาสู้จางซื่อไม่ได้หรอกเพราะจางซื่อเก่งมาก

ยิ่งเมื่อมิเชลรู้ว่ากลุ่มค่ายกลดอกเหมยของพวกอาจารย์มีพายุร่วมด้วย เธอบอกว่าพายุทำงานให้จางซื่อ กังฟูไม่เชื่อว่าพายุที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของฮูหยินจะทรยศต่อผู้มีพระคุณ แต่เมลดาไม่วางใจเพราะถ้าพายุเป็นไส้ศึกให้จางซื่อจริงพวกอาจารย์จะตกอยู่ในอันตราย แต่ถ้าพายุเป็นไส้ศึกให้พวกอาจารย์ก็เสี่ยงที่จะถูกจางซื่อจัดการ เร่งกังฟูให้รีบไปที่ตรอกบัวขาวเร็ว

มิเชลขอไปด้วย แต่พอลุกก็จุก ติงลี่บอกให้ใจเย็นๆ มิเชลบอกว่ากังฟูกับเมลดาช่วยพวกอาจารย์ไม่ได้หรอก เฮียเต๋าจึงคิดหาทางอื่นไปช่วย แล้วทั้งสามก็พากันออกมาเรียกแท็กซี่ ติงลี่บอกว่า

“ข้อดีที่สุดของแผนนี้คือไม่ว่าจางซื่อจะนัดไปประลองกันที่ไหน เราก็ช่วยพวกนั้นได้”

กังฟูกับเมลดาไปถึงตรอกบัวขาวแล้วไม่พบทั้งพวกอาจารย์และพวกจางซื่อ เมลดาชวนรีบกลับไปที่โรงงิ้วดีกว่า

ooooooo

ที่โรงงิ้ว ขณะพวกห้าผู้กล้าคุณธรรมนั่งเรียงแถวหน้ากระดานดูสง่างาม มีฮูหยินนั่งกลาง จางซื่อก็เดินเข้ามาคำนับ

“ห้าผู้กล้าคุณธรรม จากกันมานาน สบายดีไหม” ฮูหยินบอกว่าสบายดี “ไม่เชิญอั๊วนั่งกินน้ำชาหน่อยรึ”

“ไม่จำเป็น เราท่านไม่ใช่มิตรสหาย อย่าเสแสร้งทำเป็นมีมารยาท” ฮูหยินตอบอย่างห้าวหาญ เฮียเก้าท้าทันทีว่า“จะมาตีกันก็อย่ามัวพูดมาก”

“อสูรเทวาก่อความเดือดร้อนไปทั่ว พวกเราขอหยุดลื้อเอง” เฮียหลอกระหนาบห้าผู้กล้าลุกขึ้นมาเผชิญหน้าจางซื่อ เฮียเฉินเอ่ย ขึ้นว่า

“ได้ยินมานาน หัวหน้าสำนักอสูรเทวาจางซื่อ วิทยายุทธ์ยอดเยี่ยมไม่แพ้จางเหลียงในอดีต ดังนั้นวันนี้พวกเราห้าผู้กล้า ขอทอดทิ้งศักดิ์ศรีใช้คนมากเข้ากลุ้มรุม หวังว่าจะไม่คิดเล็กคิดน้อย”

“ดี...พูดจาชัดเจนเปิดเผยน่านับถือ ตกลง อั๊วคนเดียวขอรับรู้ฝีมือของห้าผู้กล้าคุณธรรม...อาเฟย ลื้อแค่ดูอยู่วงนอก ไม่ว่าฉันจะแพ้หรือชนะยังไงก็ห้ามแกยื่นมือเกี่ยวข้อง”

พออาเฟยรับคำ ห้าผู้กล้าก็ตั้งค่ายกล จางซื่อมองยิ้มเล็กน้อยขณะเอ่ย “ค่ายกลดอกเหมย” แล้วเดินดูรอบๆ ค่ายกล ห้าผู้กล้าหันตามจางซื่อตลอดเวลา

การต่อสู้เริ่มขึ้น เมื่อจางซื่อพุ่งเข้าหาเฮียหลอ อีกสี่คนก็เข้าโอบล้อมผลัดกันบุกผลัดกันถอย พายุที่อยู่ในค่ายกลยังร่วมมือกับพวกอาจารย์อย่างไร้พิรุธ ส่วนอาเฟยยืนดูอย่างสบายใจ การต่อสู้ดำเนินไปไม่นานอาเฟยก็เริ่มเครียดเมื่อจางซื่อพลาดก็ยังคงรักษาความเป็นยอดฝีมือไว้ได้ แต่ถูกห้าผู้กล้าผลัดกันรุกจนไม่มีเวลาพัก ไม่นานจางซื่อก็เริ่มเหนื่อย...

แม้ห้าผู้กล้าจะประสานกันอย่างดีแต่สู้กับยอดฝีมืออย่างจางซื่อไม่นานก็เริ่มเหนื่อยเช่นกัน

กังฟูกับเมลดามาถึงรีบเข้าไป เห็นอาเฟยยืนดูการต่อสู้อยู่มุมหนึ่ง แต่เพราะอาเฟยจดจ่ออยู่กับการต่อสู้จึงไม่เห็นทั้งสอง กังฟูบอกเมลดาว่า พายุอยู่ในค่ายกลด้วย เล่นงานจางซื่ออยู่หมัดแน่ เมลดาดูแล้วบอกว่า

“ฉันไม่รู้จักวิทยายุทธ์ของจีน แต่ฉันว่าแปลกๆนะ รู้สึกว่าการต่อสู้ของพายุมันดูหลอกๆยังไงไม่รู้”

พริบตานั้น จางซื่อสบตาพายุที่อยู่หลังฮูหยิน พายุเกร็งหมัดต่อยสุดแรงเกิดที่ชายโครงฮูหยิน ฮูหยินหันมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ จางซื่อได้จังหวะฟาดฝ่ามือใส่หลังฮูหยินจนถลาไปทางพายุ พายุกำหมัดแน่นเงื้อสุดแรง

“อย่า!” กังฟูแผดเสียงขึ้น แต่พายุก็ต่อยเข้าที่กลางลำตัวฮูหยินกระเด็นไปฟุบกับพื้น พวกสามเฮียชะงัก เฮียเฉินตวาด “พายุ...ลื้อ...” แต่ไม่ทันพูดอะไรจางซื่อก็ระดมทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เฮียเฉิน เฮียเก้ากับเฮียหลอช่วยกันต้านแต่สู้ไปถอยไป ในขณะที่พายุช่วยจางซื่อเล่นงานสามเฮียอย่างเผยตัวเต็มที่

“พายุ! ไอ้ชาติชั่ว วันนี้อั๊วขอฆ่าลื้อให้ตาย อั๊วไม่น่าเก็บลื้อมาเลี้ยงเลย” ฮูหยินตะโกนด้วยความแค้น พายุหันไปหาฮูหยินเอานิ้วทาบริมฝีปากบอกฮูหยินว่า เรื่องนี้เป็นความลับนะครับ เป็นจังหวะที่กังฟูวิ่งเข้ามาตะโกนห้ามพายุ แต่พายุไม่สนใจรวบหมัดต่อยเข้าลิ้นปี่ฮูหยิน ฮูหยินถึงกับกระอักเลือด มองพายุอย่างอ่อนแรง ดวงตาไร้แววขณะพยายามพูดว่า “พายุ...ฉันนึกไม่ถึง...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกพายุต่อยรัวจนแน่นิ่งไป

“อาจารย์แม่!” กังฟูวิ่งเข้าหาฮูหยิน พายุไม่สนใจกังฟู หันไปช่วยจางซื่อต่อสู้กับสามเฮีย

เฮียเฉินสู้ไปก็เป็นห่วงฮูหยินไปทำให้เสียสมาธิ ถูกฝ่ามือจางซื่อกระเด็นไป กังฟูวิ่งมาประคองฮูหยิน

“กังฟู...อั๊ว...ขอ...โทษ...” ฮูหยินสิ้นใจในมือของกังฟู กังฟูแผดเสียงเรียกอาจารย์แม่ปานหัวใจสลาย ค่อยๆวางร่างฮูหยินลง หันไปตะโกนลั่น “พายุ! นับแต่วันนี้ ลื้อกับอั๊วขาดกัน”

“ถุย...เศษสวะอย่างลื้อ อั๊วไม่เคยนับถือเป็นพี่น้องตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้ซีปังโต้ว ไอ้ซื่อบื้อ” ด่าแล้วพายุหันไปสู้กับเฮียเก้า กังฟูเตะเปรี้ยงเดียวพายุก็กระเด็นออกไป พอรู้ว่าถูกกังฟูเตะ พายุตะโกนอย่างโกรธจัด “ไอ้ชาติหมา กล้าเตะอั๊วเหรอ อั๊วจะฆ่าลื้อเดี๋ยวนี้ ไอ้ลูกหมา!!”

อาเฟยที่เคยประลองฝีมือกับกังฟูมาแล้วยิ้มเยาะพายุว่านึกว่าหมูรึไง ระวังเจอหมูป่าก็แล้วกัน ส่วนเมลดาเห็นพายุจะโถมเข้าเล่นงานกังฟู ก็ตะโกนให้กังฟูถอยออกมา

พายุผยอง บ้าเลือด พุ่งเข้าจะอัดกังฟู ถูกกังฟูต่อยสวนกระเด็นแล้วตามซ้ำ พอตั้งหลักได้ก็งงรับมือกับกังฟูอย่างไม่มีสมาธิ ถูกกังฟูซัดจนถอยร่น จางซื่อหันมาเห็นตะโกนให้อาเฟยช่วยพายุ อาเฟยเกร็งหมัดลมปราณครู่เดียวเล็บก็กลายเป็นสีดำแต่ไม่ทันลงมือ เสียงมือถือในรถก็ดังขึ้น อาเฟยไปรับสายหน้าเสีย หันบอกจางซื่อ

“อาจารย์...มีคนโจมตีสำนักครับ”

จางซื่อจึงกระโดดไปช่วยพายุจับเหวี่ยงมาทาง อาเฟยแล้วตะโกนบอกสามเฮีย...

“ค่ายกลดอกเหมยร้ายกาจนัก ให้เวลาพวกเจ้าไปปรับปรุง แล้วเจอกันใหม่” แล้วกระโดดลอยตัวไปที่รถ

ooooooo

ที่สำนักอสูรเทวา ไฟกำลังลุกไหม้สำนัก พวกลูกน้องจางซื่อช่วยกันดับไฟชุลมุน เวลาเดียวกัน โจ๋ชุดดำกลุ่มหนึ่งก็กำลังโจมตีสำนักอสูรเทวาด้วยการขว้างปาก้อนอิฐก้อนหินใส่ติงลี่ เฮียเต๋า และมิเชล ซุ่มดูอยู่อีกตรอกหนึ่ง อาเคี้ยงวิ่งข้ามถนนมาหา เฮียเต๋าตบบ่าป้าบ ชมว่า

“สุดยอดเลยอาเคี้ยง เก่งจริงๆ ใจถึงพึ่งได้”

“พวกผมต่างหากที่ต้องขอบคุณเฮีย ตั้งแต่ไอ้อสูรเทวามันขึ้นมาเป็นใหญ่ มันเพิ่มค่าคุ้มครองจนพ่อค้าอย่างพ่อแม่ผมเหลือแต่กระดูก แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ ได้เอาคืนวันนี้ สะใจจริงๆ”

อาเคี้ยงยื่นกระดาษและกุญแจพวงหนึ่งคืนให้มิเชล กระดาษเขียนแผนผังภายในของสำนักอสูรเทวา บอกมิเชลว่า

“ได้แผนที่ภายในกับพวงกุญแจผีนี่ งานพวกผมง่ายอย่างกับปอกกล้วยเข้าปาก”

“ไม่ใช่กุญแจผีนะ กุญแจจริงๆ” มิเชลส่งพวงกุญแจคืนให้อาเคี้ยง “รบกวนเคี้ยงเอากุญแจเขวี้ยงใส่หัวพวกมันสักคน จางซื่อมันจะได้รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ”

อาเคี้ยงรับพวงกุญแจไป ติงลี่บอกอาเคี้ยงให้บอกทุกคนถอยได้แล้ว เดี๋ยวพวกตัวเจ๋งๆกลับมาจะหนีไม่ทัน อาเคี้ยงบอกว่าเมื่อกี๊ได้ยินพวกมันโทรศัพท์รายงานเจ้านายมันแล้ว

“จริงเหรอ...งั้นถือว่าแผนล้อมเว่ยช่วยจ้าวประสบความสำเร็จแล้ว” เฮียเต๋าพอใจ มิเชลถามว่าล้อมเว่ยช่วยจ้าวคืออะไร เฮียเต๋าเล่าอย่างผู้รู้ว่า

“สมัยจ้านกว๋อ แคว้นเว่ยบุกไปโจมตีแคว้นจ้าว แคว้นจ้าวขอให้แคว้นฉีที่เป็นพันธมิตรยกทหารไปช่วยรบ กุนซือแคว้นฉี ใช้กลยุทธ์พิสดาร แทนที่จะยกทัพไปจ้าวเพื่อสู้กับทหารเว่ย กลับยกทัพไปตีเมืองหลวงของเว่ย แคว้นเว่ยต้องรีบถอนทัพกลับไปปกป้องเมืองหลวงของตัวเอง นี่คือที่มาของกลยุทธ์ ล้อมเว่ยช่วยจ้าว”

ติงลี่บอกว่าแผนนี้สำเร็จได้ต้องขอบคุณอาเคี้ยงมาก อาเคี้ยงบอกว่า เช่นกันครับ แล้วสั่งลูกต้องให้ถอนตัวเดี๋ยวนี้ พวกลูกน้องอาเคี้ยงพากันแยกย้ายออกไปอย่าง รวดเร็ว เฮียเต๋า ติงลี่ และมิเชล ก็พากันเดินไปในตรอก หายไปในความมืด...

ooooooo

เฮียเฉินนึกถึงวันแรกที่ได้เจอกับฮูหยิน เวลานั้นหนุ่มน้อยเฉินเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฮ่องกง ขี่จักรยานสวนกับสาวน้อยฮูหยิน เธอสวยจนหนุ่มน้อยตะลึง ต่างมองกันจนจักรยานฮูหยินเป๋ตกท้องร่องข้างทาง

ในสถานการณ์นั้น หนุ่มเฉินยังตกอยู่ในภวังค์จนฮูหยินส่งมือมาให้ช่วยฉุดขึ้นจากท้องร่อง หนุ่มเฉินฉุดเธอขึ้นมาแล้วยังตะลึงไม่ยอมปล่อย...

วันนั้นหนุ่มน้อยเฉินจับมือสาวน้อยฮูหยินแน่นอย่างตกอยู่ในภวังค์รัก...แต่วันนี้เฮียเฉินจับมืออาจารย์ฮูหยินแน่นด้วยความรู้สึกสูญเสียปานหัวใจสลาย...

เฮียเฉินกลับไปเจอบู๊ลิ้มด้วยความเศร้าสะเทือนใจ แม้เฮียจะบอกบู๊ลิ้มแค่ “ม้าลื้อ...เค้า...” บู๊ลิ้มก็เข้าใจแล้ว สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น...

ooooooo

จางซื่อกลับไปถึงสำนักอสูรเทวา ลูกน้องคนแรกรายงานว่า ไฟไหม้เสียหายเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ พี่น้องเราไม่มีใครตายมีแต่ได้รับบาดเจ็บ

“พวกเราคนนึงโดนไอ้นี่ปาครับ” ลูกน้องอีกคนรายงานพร้อมกับชูพวงกุญแจที่มีชื่อมิเชลให้ดู

“อาเฟย...แกไปหาว่ามิเชลซ่อนตัวอยู่แถวไหน ถ้าไม่รู้ว่าหลังไหนก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้รู้ว่าแถวไหนก็พอ”

อาเฟยรับคำแล้วออกไป ครู่หนึ่งพายุเข้ามาในสภาพสีหน้าเจ็บปวด จางซื่อถามว่าเป็นอะไร พายุบอกว่าพลาดโดนกังฟูทำร้าย จางซื่อบอกว่าตนเห็นแล้ว ฝีมือเขาก็ไม่ต่ำกว่ากังฟู ถ้าเขาไม่ประมาทตอนแรก

ก็คงไม่เจ็บตัวขนาดนี้ แล้วสั่งให้ตามเข้าไปในห้องทำงาน สั่งพายุให้ถอดเสื้อดูรอยฟกช้ำจนพอใจแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ

“ฉันจะหาทางให้แกเอาชนะกังฟู แต่ดูแล้วคงไม่ใช่ เรื่องง่าย เพราะวิทยายุทธ์ของแกถึงทางตันแล้ว” พายุ บอกว่าตนไม่เข้าใจ จางซื่ออธิบายว่า “ต้นไม้บางต้น รีบร้อนโตเกินไป ใส่ปุ๋ยมากเกินไป พอถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดโต ใส่ปุ๋ยอีกเท่าไหร่ก็ไม่อาจโตขึ้นได้อีก วิทยายุทธ์ ในตัวแกเป็นแบบนั้น ไม่สามารถจะรุดหน้ามากไปกว่านี้แล้ว”

พายุอ้อนวอนอยากเก่งกว่านี้ จางซื่อจึงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งโยนให้ บอกว่าวิชานี้จะทำให้เขาเอาชนะกังฟูได้ ถึงไม่เก่งก็เอาชนะกังฟูได้ พายุกราบขอบคุณความเมตตาของอาจารย์ จางซื่อโบกมือพูดนิ่มๆแต่บาดลึกว่า

“อย่าเลย ฉันเห็นที่แกทำกับอาจารย์ของแก วันนี้แล้ว ฉันไม่กล้าเป็นอาจารย์ของแกหรอก ฮ่าๆๆ คนอย่างแก เรื่องเลวทรามต่ำช้าแค่ไหนแกก็คงทำได้ทั้งนั้น ฮ่าๆๆ” จางซื่อหัวเราะโบกมือไล่พายุออกไป

พายุเดินออกไปแล้วหันแอบมองจางซื่ออย่างไม่พอใจ กลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของเนตรนภา เธอเอาน้ำมาให้ดื่มถามว่าหนังสืออะไรหรือ พายุบอกว่าตำรา เธอถามว่าเย็นนี้อยากกินอะไรเดี๋ยวจะทำให้“กินอะไรก็ได้ไปทำมาเถอะ แต่ว่าตอนนี้อย่าเพิ่งรบกวนฉัน ฉันต้องการสมาธิ อยากอยู่เงียบๆ”

พายุก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านคัมภีร์ ครู่หนึ่งก็หลับตาโคจรลมปราณ

ooooooo

ที่วัดจีนแห่งหนึ่ง สามเฮีย บู๊ลิ้มและเมลดาร่วมพิธีศพของฮูหยิน กังฟูยืนห่างออกมา บอกกล่าวแก่อาจารย์แม่ว่า

“อาจารย์แม่ ศิษย์ขอติดไว้ก่อน ศิษย์ไม่กล้าไปยืนให้อาจารย์แม่เห็นหน้า ศิษย์ละอายใจยิ่งนัก ศิษย์ขอสาบานต่อหน้าวิญญาณอาจารย์แม่ว่าศิษย์จะล้างแค้น จะเอาหัวของคนที่ฆ่าท่านมาเซ่นไหว้ท่านให้ได้” แล้วกังฟูก็เดินออกไป

บู๊ลิ้มไปนั่งเศร้าที่สวนสาธารณะ หลินหลินปลอบและให้กำลังใจบู๊ลิ้มบอกว่าตนอยากความจำเสื่อมเหมือนหลินหลิน

“มันช่วยไม่ได้นานหรอก สักพักเธอก็ต้องยอมรับความจริง” หลินหลินบอก กังฟูที่เข้ามานั่งด้วยให้กำลังใจว่าหลินหลินผ่านวันเวลานั้นมาได้บู๊ลิ้มก็ต้องทำได้ บอกหลินหลินว่าฝากดูแลบู๊ลิ้มด้วย แล้วกังฟูก็ลุกเดินออกไป

หลินหลินยังปลอบใจให้กำลังใจบู๊ลิ้มครู่หนึ่งแล้วลุกเดินไป กลับมาพร้อมไอติมสองแท่งกับดอกไม้ช่อหนึ่ง แบ่งไอติมคนละแท่งแล้วนั่งกินกันเงียบๆ กังฟูหันมองเห็นทั้งสองนั่งกินไอติมกัน เขายิ้มเศร้าๆ เดินจากไป...

กังฟูกลับไปที่โรงงิ้วเสนอว่าอาจารย์ทั้งสามควรย้ายที่อยู่เพราะที่นี่อันตรายเกินไป เฮียหลอกับเฮียเก้าเห็นด้วย แต่เฮียเฉินไม่ยอมจากที่นี่ไป จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะฆ่าจางซื่อได้ สองเฮียหว่านล้อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ จนกังฟูบอกว่า

“อาจารย์ ศิษย์ขออภัยที่ต้องพูดตรงๆ หากอาจารย์ต้องการฆ่าจางซื่อ อาจารย์ต้องหลบไปก่อน หากอาจารย์ยังอยู่ต่อ ไม่เพียงฆ่ามันไม่ได้ ยังจะถูกมันฆ่าอีก อาจารย์... หากท่านตายง่ายดายแบบนี้ จะมีหน้าไปเจออาจารย์แม่ได้ยังไง”

“ตกลง อั๊วไป” เฮียเฉินตัดสินใจท่ามกลางความโล่งอกของทุกคน

ทั้งหมดพากันไปหาเฮียป้อ เฮียเฉินเอ่ยปากกับเฮียป้อว่าพวกเรามีความจำเป็นต้องมาขออยู่ด้วย เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงเราจะจ่ายค่าเช่าให้ เฮียเก้าพูดต่อทันทีว่า อั๊วจะทำอาหารให้ด้วย เฮียหลอเอาวีดิโอหลายตลับออกมาล่อตรงหน้าเฮียป้อว่าอั๊วมีของดีมาฝากลื้อด้วย พูดจบทั้งสามก็หิ้วกระเป๋าเข้าไปหามุมเหมาะอยู่กันเลย

เฮียป้อไม่มีโอกาสพูดอะไรเลย มองตามสามเฮียตาปริบๆ เพราะสามเฮียพูดเองเออเองแล้วจัดการเองเรียบร้อย

ooooooo

อาเฟยหายไปไม่นานก็กลับมารายงานจางซื่อ ว่ารู้ที่อยู่คร่าวๆของมิเชลแล้ว จางซื่อบอกว่ารู้แค่นั้นก็พอ ที่เหลือตนจัดการเอง แล้วขับรถไปยังบริเวณที่อาเฟยรายงาน

ไปถึง จางซื่อลงจากรถไปเปิดประตูหลัง เมฆาก้าวทื่อลงจากรถ จางซื่อถามว่า

“จำมิเชลได้ไหม” เมฆาพยักหน้า จางซื่อสั่ง “ไปหามันให้เจอแล้วฆ่ามันซะ” เมฆาพยักหน้าอีก แล้วเดินทื่อไป อาเฟยทักว่าท่าทางเมฆาดูแปลกๆ จางซื่อบอกว่า “นั่นคือร่างกายของเมฆา แต่มันไม่ใช่เมฆา ตอนนี้ร่างกายมันถูกแมลงกู่บังคับ ส่วนฉันเป็นคนถ่ายทอดคำสั่งให้แมลงกู่อีกที ฉันสั่งอะไรไอ้เมฆาก็ต้องทำตามทุกอย่าง สั่งให้มันไปฆ่ามิเชล มันก็ต้องไปฆ่ามิเชล”

“แต่ท่าทางมันเงิบๆอย่างนี้ มันจะฆ่ามิเชลได้เหรอ”

“มันไม่ได้ช้าอย่างที่แกคิดหรอกนะ แต่มันฆ่ามิเชลไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน ความสนุกมันอยู่ตรงนี้ ถ้ามันฆ่ามิเชลไม่ได้ งั้นก็ให้มิเชลฆ่ามันซะ ฮ่าๆๆ”

จางซื่อกับอาเฟย ยืนมองเมฆาเดินทื่อไปตามทางจนหายไปจากสายตา...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.