สมาชิก

เพลงรักผาปืนแตก

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "เพลงรักผาปืนแตก"

เพลิงบึ่งมอเตอร์ไซค์ฝุ่นตลบมุ่งหน้าสู่ภูเขาและน้ำตกเพื่อตามหาหมอเดือน แต่มาได้แค่กลางทางก็ต้องเบรกเอี๊ยดเพราะเจอจอมโจรลึกลับสวมหมวกปีกกว้างมีผ้าคาดหน้าอำพรางยืนเท่อยู่กลางถนน

“นี่แก...ไอ้โจรที่ออกอาละวาดปล้นชาวบ้านอยู่ตอนนี้”

“ใช่...ฉันเอง ไอ้เสือจอมโจรที่พวกชาวบ้านผาปืนแตกกำลังกล่าวขวัญถึง”

เพลิงมองแปลกใจที่เห็นมาคนเดียว เชนในคราบโจรไอ้เสือเลยเดินยียวนเข้ามาจ้องเขม็ง

“ไม่ต้องสงสัยว่านางสิงห์คู่ของข้าหายไปไหน บางครั้งเสือกับสิงห์ก็ไม่ได้ออกปฏิบัติภารกิจร่วมกันมันก็มีบ้างที่แยกกันออกหากิน”

“งั้นถ้าข้าคือเป้าหมายที่แกกำลังเล็งอยู่ล่ะก็เสียเวลาเปล่า ข้าไม่มีของมีค่าอะไรที่แกจะมาปล้นให้เสียเวลา”

เพลิงไม่สนใจและไม่เกรงกลัวไอ้เสือแม้แต่นิดเดียว จะบิดมอเตอร์ไซค์ไปต่อ แต่เชนชักปืนเขี้ยวไอ้เสือออกมาแล้วยิงเปรี้ยงขึ้นฟ้าเป็นการข่มขู่

“อย่าคิดท้าทายไอ้เสือ ไม่งั้นนัดต่อไปลูกปืนคู่ของเขี้ยวไอ้เสือจะฝังเข้ากลางกบาลเอ็ง”

“งั้นข้าก็คงต้องขอเตือนแกไว้ด้วยเหมือนกัน ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องไปทำ ถ้าไม่หลบทางข้าจะหักเขี้ยวเสือแล้วไล่เตะมันให้หนีเตลิดกลับเข้าป่าไม่กล้าออกมาอีก”

“นี่เอ็งกล้าขู่ไอ้เสืองั้นเหรอ ลองดีแบบนี้โดนดีแน่” เชนควงปืนในมือก่อนเก็บเข้าที่เอวแล้วตั้งท่าเชิงมวย “ข้าไม่ได้คิดจะปล้นเอ็ง แค่อยากใช้งานม้าพยศอย่างเอ็ง แต่เห็นทีคงต้องปราบพยศเอ็งให้ได้ซะก่อน”

เชนกำหมัดแน่นปรี่เข้าใส่ เพลิงไม่อยากมีเรื่องด้วยจึงถอยหลบเป็นจังหวะเลี่ยงการต่อสู้ แต่ไอ้เสือก็ยังรุกไล่ใส่ไม่ยั้งจนเพลิงเสียท่าโดนหมัดซัดเข้าไปเต็มๆ จนหน้าโย้เลือดซิบมุมปาก

“ธุระของข้ามันเกี่ยวกับความเป็นความตายของชาวบ้าน ถ้าเอ็งอยากไปทำธุระของเอ็ง เอ็งก็ต้องเสร็จธุระของข้าก่อน”

“คนอย่างไอ้เพลิงไม่มีใครมาสั่งให้ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ”

เพลิงเช็ดเลือดมุมปากแล้วตั้งท่าเชิงมวยพร้อมตอบโต้ เชนทราบดีว่าถ้าพี่บึ้กนี่เอาจริงตนต้องเจองานหนักอีกแน่ แล้วก็เป็นจริง ทั้งคู่ต่อสู้กันดุเดือด และท้ายที่สุดเชนก็เป็นรองโดนเพลิงกระหน่ำแล้วขับไล่ไสส่งไม่ให้ขวางทาง ประกาศว่าคนอย่างตนไม่มีวันร่วมมือกับโจร

“แต่โจรอย่างไอ้เสือไม่ใช่โจรอย่างที่เอ็งคิด ข้ามันโจรมีคุณธรรมเว้ย”

“พอที...ข้าไม่มีเวลามาฟังคำพูดเชื่อไม่ได้ของโจร” จบคำเพลิงจะไป เชนตัดสินใจชักปืนออกมายิงใส่เขาทันที กระสุนเฉี่ยวแขนเพลิงได้เลือดเล็กน้อย เจ้าตัวหันขวับมากำหมัดแน่นจะเอาเรื่องแต่เชนยกปืนจ่อ

“ข้าจะพูดกับเอ็งครั้งนี้ครั้งสุดท้าย เอ็งจะต้องไปบอกพวกไอ้ชาติว่าเอ็งเจอไอ้เสือแล้ว เอ็งสู้กับมันและรู้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วไปพาพวกมันมา”

“ทำไมแกต้องใช้ข้าด้วย”

“เพราะตอนนี้มีชาวบ้านบริสุทธิ์หลายคนโดนไอ้ชาติจับตัวไปแล้วยัดข้อหาให้อย่างไม่ยุติธรรม ถ้าข้าไม่ไปช่วยพวกเขาจะไม่มีวันได้กลับออกมาทำมาหากินอีก...บอกแล้วไงว่าไอ้เสือไม่ใช่โจรชั่วร้ายอย่างที่คิดว่าไง”

เพลิงนิ่งคิดหนักใจ เป็นห่วงเดือนอยู่ด้วย เชนเห็นเขายังลังเลจึงลดปืนลงเหน็บคืนที่เอวแล้วหยิบผ้าคาดหน้าอีกผืนโยนให้

“มีคนที่รู้จักแกเล่าให้ข้าฟังว่าแกเป็นคนดี ข้าเลยอยากทดสอบว่าแกจะเป็นคนดีจริงๆรึเปล่า หรือว่าเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว”

เพลิงกำผ้าคาดหน้าผืนนั้นแน่น เค้นเสียงหนักแน่นว่าตนไม่ใช่พวกขี้ขลาดตาขาว

“งั้นพิสูจน์สิ เพราะที่ผาปืนแตกต้องการวีรบุรุษ ไม่ได้ต้องการคนอ่อนแอมาทำให้มันแย่กว่าเดิม ถ้าไม่ลุกขึ้นสู้กับพวกชั่วช้าสามานย์ก็แสดงว่ายอมให้พวกมันเหยียบหัวเป็นได้แค่ขี้ข้าคนเลว”

เชนขึงขังชี้หน้าเพลิงแล้วเดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับออกไป ทิ้งเพลิงให้หน้านิ่วคิ้วขมวดมองผ้าคาดหน้าในมืออย่างลังเล

ooooooo

ในที่สุดเพลิงตัดสินใจไปโรงพักเพื่อพบชาติลูกชายกำนันปราบ แสนกับจิกซุ่มดูอยู่รอบนอกด้วยความดีใจ คิดไม่ถึงว่าเพลิงจะมาร่วมมือกับพวกตน

เพลิงมาบอกชาติว่าพบโจรร้ายนามไอ้เสือ ชาติซึ่งพยายามตามจับตัวอยู่จึงรีบร้อนออกไปพร้อมลูกน้องเพื่อไล่ล่าตัวมันมาให้ได้ โดยเหลือลูกน้องเฝ้าที่นี่ไว้แค่สองคน แสนกับจิกเลยสบายแฮ ปรากฏกายด้วยหมวกไอ้โม่งเข้าจัดการกับมันแล้วปล่อยตัวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ออกจากห้องขัง

“ทุกคนเป็นอิสระแล้ว รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า แล้วต่อไปนี้ถ้าใครถูกพวกไอ้ชาติกดขี่ข่มเหง โดนมันใช้อิทธิพลข่มขู่ก็ให้เอาผ้าแพรมาผูกไว้ที่หน้าบ้าน ไอ้เสือกับนางสิงห์จะไปจัดการให้”

พวกชาวบ้านพาแย้มยิ้มดีใจแล้วรีบพากันออกไปจากโรงพัก ส่วนเพลิงรีบไปหาเดือน และไปทันช่วยเธอไม่ไห้จมน้ำขณะเหยียบโขดหินลื่นไถลลงในลำธาร แล้วพากลับอนามัยอย่างเร่งด่วน

ส่วนเชนหรือไอ้เสือก็เดินเกมตามแผนด้วยการปรากฏตัวจัดการกับพวกชาติโดยปราศจากนางสิงห์เมียคู่ใจ แต่แล้วไม่ทันไรนางสิงห์กลับโผล่มาร่วมมือ ทั้งที่ยังเคืองเชนไม่หายที่ให้สนับมืออาวุธอันใหม่ไว้กับเธอแต่ไม่ยอมบอกว่าข้างในมีไอน้ำผสมยาสลบ หากขยับมือเมื่อไหร่เป็นได้เรื่อง

เหตุนี้เองทำให้วัลภามาช้าเพราะโดนยาสลบมึนไปพักใหญ่ แต่พอมาถึงเธอก็แยกกับเชนต่อสู้กับพวกชาติที่แบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยพวกมันทุกคนจำทั้งคู่ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

การปลอมตัวพรางหน้าตาของวัลภากับเชนยอดเยี่ยมมาก พวกชาติเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นโจรต่างถิ่น พยายามจะจับตัวให้ได้แต่ไม่ง่ายอย่างใจคิด แถมทุกคนยังพลาดท่าเสียทีให้สองโจรผัวเมียอย่างราบคาบ

ooooooo

ที่อนามัย ติ๋มดูแลเช็ดตัวหมอเดือนโดยมีเพลิงกับยอดป้วนเปี้ยนอยู่นอกห้อง เสร็จเรียบร้อยติ๋มออกมาบอกเพลิงให้เข้ามาได้ หมอไม่เป็นอะไรแล้ว

ยอดตามเข้ามาด้วย ได้ยินติ๋มบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ต้องให้หมอนอนพักไปก่อน โชคดีมากที่เพลิงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นไม่งั้นหมอคงแย่

“มีไอ้เพลิงอยู่ใกล้ๆคุณหมอ รับรองไม่ต้องกลัวคุณหมอเป็นอะไร เพราะไอ้เพลิงมันยอมสละชีวิตตัวเองได้เพื่อคุณหมอ จริงไหมวะสหาย” ยอดตบไหล่เพลิง แต่เพลิงไม่พูดอะไร ได้แต่มองเดือนด้วยแววตาสงสาร

“ฉันว่าตอนนี้คุณหมออยู่ในสภาพที่น่าสงสารมากนะ มีพี่ชายอยู่คนเดียวก็ต้องมาจากไป แม้แต่ศพก็ยังเอากลับมาทำพิธีไม่ได้ ส่วนตัวเองก็ต้องมาอยู่ในเมืองที่ขื่อแปก็ไม่มี ขโมยขโจรก็ชุม เฮ้อ!” ติ๋มถอนใจเฮือกใหญ่

ยอดชำเลืองมองเพลิงอีกทีก่อนบอกว่าเวลาแบบนี้เหมาะที่สุดที่หมอจะต้องมีคนดูแล...เพลิงเข้าใจดีว่า ยอดหมายถึงตนแต่ไม่รับมุก กลับบอกให้ติ๋มอยู่ดูแลคุณหมอ ตนขอตัวกลับก่อน

เพลิงเดินลิ่วไปแล้ว ยอดฮึดฮัดขัดใจก้าวยาวๆตามไปกระชากเสียงใส่อย่างเอาเรื่อง

“เดี๋ยวสิวะไอ้เพลิง เป็นอะไรของเอ็งอีกวะ เอ็งมีธุระอะไรรีบร้อนนักหนามากกว่าอยู่ดูแลคุณหมอที่นี่ ไอ้ที่ข้าพูดในนั้นเมื่อกี้ ข้าว่าเอ็งเข้าใจ ไม่มีใครจะดูแลคุณหมอได้ดีเท่ากับเอ็งอีกแล้ว”

“ข้าดูแลคุณหมอไม่ได้” เพลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วเดินออกไป ยอดหัวเสียยกใหญ่อยากจะบ้าตายกับไอ้เพื่อนหัวดื้อคนนี้จริงๆ

ส่วนที่บ้านเชน...วัลภาโดนละอองน้ำในสนับมือจนหมดสติหลังจากต่อสู้กับพวกไอ้ชาติ เชนพาเธอกลับมาปฐมพยาบาลและดูแลอย่างดี เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้เธอแล้วนั่งมองด้วยความเป็นห่วง

“เห็นตัวเล็กๆ มือไม้อ่อนช้อย แต่ใจเธอนี่มันสู้ไม่ถอยจริงๆ ยอมรับเลยว่าฉันชักจะชอบ...ก็แค่ชอบที่เธอเป็นคนดีแค่นั้นเฉยๆ ไม่ได้ถึงกับว่าจะหลงรักเธอหรอกนังสิงห์ตัวแสบ”

เชนมองเมียตัวแสบแล้วยิ้มแก้มตุ่ย แต่แล้วสะดุ้งโหยงตกใจกับหมัดหนักๆของเธอที่ซัดเข้าใบหน้าเขาเต็มๆ เธอละเมอได้หนักแน่นสมจริงเหลือเกิน

ด้านที่บ้านกำนันปราบ บัดนี้ชาติกับลูกสมุนพาร่างกายอันบาดเจ็บบอบช้ำกลับมาทำแผลกันเอง

ตามมีตามเกิด โดยชาติให้ไอ้ตุ่นเป็นคนเย็บแผลให้ตน แต่มันเกี่ยงงอนเพราะไม่ถนัด

“ไม่ดีมั้งครับ ผมเป็นพวกมือหนัก เกรงว่าจะทำแผลของลูกพี่แย่ยิ่งกว่าเดิม”

“ถ้าข้าโผล่ไปให้หมอเย็บแผลให้ได้ล่ะก็ ข้าโผล่ไปตั้งนานแล้วโว้ย แต่ที่ไปไม่ได้เพราะถ้าพวกชาวบ้านรู้ว่าข้าเสียท่าให้ไอ้โจรห้าร้อยนั่น ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“นั่นสิครับ เสียเลือดแล้วยังต้องเสียหน้า นอกจากอายไปทั้งผาปืนแตกแล้วถ้าพ่อกำนันกลับมาจากธุระในจังหวัดรู้เข้าคงโดนด่าเปิงแถมด้วย...”

“ไอ้ตุ่น!!” ชาติตวาดแล้วทำท่าจะยิงไอ้ตุ่นปากดี แต่เนื้อทองเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เธออาสาทำแผลให้ชาติด้วยตัวเองชาติเป็นงง ไม่แน่ใจว่าเนื้อทองมาไม้ไหน แต่ดูจากการกระทำก็ไม่น่าจะมีอะไรแอบแฝง แถมฝีมือทำแผลของเธอก็ใช้ได้ทีเดียว

“แม่เจ้าโว้ย...ฝีมือเมียลูกพี่นี่เข้าขั้นใช้ได้เลยนะครับ ตอนแทงไปแต่ละเข็มไม่ได้ยินเสียงลูกพี่ร้องเจ็บสักกะแอ๊ะเดียวเลย เอ๊ะหรือว่าที่จริงลูกพี่เจ็บแต่กลัวเมียเลยไม่กล้าลงมือ”

“คนอย่างข้ามีเหรอกลัวเมีย มีแต่เมียต้องกลัวข้าโว้ย ไปให้พ้นเลยหมดธุระของเอ็งแล้วไอ้ตุ่น”

ตุ่นเห็นท่าไม่ดีถอยออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว สวนกับเนื้อทองที่เข้ามาจัดเตรียมที่นอนให้ชาติ

“คืนนี้เธอนอนฝั่งนี้แล้วกันนะ เผื่อกลางคืนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำจะได้สะดวก แล้วเดี๋ยวฉันจะมาเช็ดตัวช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้”

“เดี๋ยว...อยู่ๆก็มาดีมาใส่ใจฉันแบบนี้ มันดูผิดปกติไปนะเนื้อทอง”

“ก็ฉันเป็นเมียเธอ ถ้าไม่ใช่หน้าที่ฉันแล้วจะเป็นหน้าที่ใคร”

“เมียฉัน? นี่เธอยอมรับเต็มปากเต็มคำแล้วเหรอว่าเป็นเมียฉัน”

เนื้อทองนิ่งไปครู่ น้ำตาคลอแต่ทนกลั้นไม่ให้ไหล “นอนอยู่กับเธอทุกวันถ้าไม่ให้เรียกว่าเมียแล้วให้เรียกว่าอะไร เรียกว่าโสเภณีส่วนตัวเลยมั้ยล่ะ”

เนื้อทองวิ่งร้องไห้ออกไป ชาติอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนเดินตามออกมา โดยไม่รู้ว่าเธอกำลังใช้มารยาหลอกล่อให้เขาตายใจ

“ฉันขอโทษนะเนื้อทอง เธอก็รู้ว่าตั้งแต่แต่งงานกันฉันไม่เคยไว้ใจเลย กลัวว่าเธอจะยังตัดใจจากไอ้เชนไม่ได้”

“เธอปฏิเสธไม่ได้หรอกนะชาติว่าเธอบังคับให้ฉันต้องมาเป็นเมียเธอ”

“ฉันบังคับเพราะฉันรักเธอ ฉันไม่อยากเห็นเธอไปลำบากอยู่กับไอ้เชน เพราะถ้าเธออยู่กับฉันเธอจะมีทุกอย่าง อยากได้อะไรฉันสามารถหามากองให้เธอได้หมด”

“จริงเหรอชาติ”

“จริงสิเนื้อทอง มีอะไรที่คนอย่างไอ้ชาติทำไม่ได้บ้าง”

“ฉันก็ไม่ได้อยากได้อะไรมากนักหรอก ก็แค่...ต่อไปนี้อย่าทำร้ายฉัน แล้วฉันจะเชื่อว่าเธอรักฉันจริงๆ”

“ก็ถ้าเธอรับปากว่าจะตัดใจจากไอ้เชนแล้วยกให้ฉันเป็นผัวเดียวที่เธอจะรักไปจนวันตาย ฉันก็ตกลง”

“ฉันอยากเป็นเมียที่ดีนะชาติ เพราะชีวิตนี้ฉันคงไม่สามารถแต่งงานได้อีก”

“ต้องอย่างนี้สิ เนื้อทองของฉัน”

ชาติโน้มลงจูบเนื้อทองอย่างรักใคร่ แต่หารู้ไม่ว่าเธอต้องฝืนใจอย่างแสนสาหัส สะอื้นอยู่ในอก สองมือจิกเล็บตัวเองจูบแน่น

หลังเสร็จสมอารมณ์หมาย ชาติหลับเป็นตายแต่เนื้อทองลุกออกมายืนร้องไห้ที่ระเบียงอย่างสุดกลั้น

“เชน...ขอโทษนะ ฉันต้องทำให้เขาใจอ่อน ฉันต้องยอมเขาเพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะต้องตายด้วยน้ำมือของฉัน”

ooooooo

ที่บ้านพักหมอเดือน ติ๋มยังคอยรับใช้เธออยู่จนดึกดื่น เดือนเกรงใจบอกให้ติ๋มกลับไปไม่ต้องมาเฝ้าเธออยู่แบบนี้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหมอ ติ๋มเองก็ไม่อยากให้คุณหมอต้องอยู่คนเดียว ยิ่งช่วงเวลาแบบนี้แล้วติ๋มกลัวว่า”

“พอเถอะติ๋ม ฉันไม่ใช่คนที่จะคิดสั้นแบบนั้นหรอกนะ”

“แต่คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวไม่มีญาติพี่น้องเหลืออยู่ ยังไงก็น่าเป็นห่วงนะคะ”

“มันก็ใช่...จากนี้ไปฉันต้องมีชีวิตอยู่คนเดียวแล้ว ตอนที่ฉันจมลงไปในน้ำ วูบหนึ่งนึงฉันแอบคิดไปว่าถ้าฉันจมลงไปแล้วไม่ขึ้นมาอีก ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งเสียใจคิดถึงพี่ชายฉัน แต่เพราะตอนนั้นฉันเห็นนายเพลิงว่ายเข้ามาหาฉัน...ไม่รู้สิติ๋ม วินาทีนั้นฉันอยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อ...”

“เพื่อนายเพลิงเหรอคะ”

เดือนไม่ตอบ ปาดน้ำตาแล้วเร่งติ๋มให้กลับบ้าน ยืนยันว่าตนอยู่ได้

“แต่นายเพลิงบอกให้ติ๋มอยู่เฝ้าคุณหมอ”

“ไม่ต้องหรอก ฉันอยู่ได้จริงๆ ติ๋มกลับไปเถอะ”

ติ๋มมองหน้าเดือนนิ่งอย่างลังเล...ขณะเดียวกันนั้น เพลิงพักผ่อนอยู่ในกระท่อมหลังวัด นอนก่ายหน้าผากคิดไม่ตกเรื่องหมอเดือน จู่ๆได้ยินเสียงยอดตะโกนโหวกเหวกเรียกตนลั่นไปหมด

เพลิงลุกเดินออกมาถามเพื่อนรักว่ามีเรื่องอะไร นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ยอดไม่ตอบแต่ใช้กำปั้นตะบันหน้าเพลิงอย่างแรง

“เฮ้ย! นี่เอ็งเป็นบ้าอะไรของเอ็งวะเนี่ย”

“หงุดหงิดโว้ย กลับไปที่กุฏิข้าก็นอนไม่หลับ เพราะยิ่งคิดมันก็ยิ่งเหลืออดกับพฤติกรรมของเอ็ง ถ้าไม่สั่งสอนเอ็งซะบ้างคืนนี้คงตาค้างถึงเช้า”

“ข้าไปทำอะไรให้เอ็งวะ”

“เอ็งไม่ได้ทำข้าเว้ย แต่เอ็งไปทำกับคนดีๆอย่างคุณหมอ”

“นี่เอ็ง!!”

“เออ...ข้าโมโหเพราะเอ็งมันเป็นไอ้ขี้ขลาดตาขาว คิดถึงแต่ตัวเอง ทั้งๆ ที่ตอนนี้เป็นเวลาที่คุณหมอไม่เหลือใครแล้ว และเขาก็มีแต่เอ็งคนเดียวเท่านั้น แต่เอ็งกลับใจแคบทอดทิ้งให้เขาต้องอยู่กับความเสียใจคนเดียว เอ็งได้ยินที่ข้าพูดมั้ยไอ้เพลิง”

“ได้ยิน...แต่ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้เอ็งกลับไปนอนเถอะ”

เพลิงจะเดินกลับเข้าบ้าน ยอดยิ่งโมโหหันไปคว้าท่อนไม้แถวนั้นแล้วปรี่เข้าหา

“ไอ้เฮงซวย ข้าไม่อยากมีเพื่อนขี้ขลาดตาขาวอย่างเอ็งแล้วเว้ย”

ยอดจะฟาดท่อนไม้ใส่แต่เพลิงหันกลับมาเอามือรับไว้หมับ แล้วจ้องหน้ากันเขม็ง!

“เอ็งไม่ต้องมายุ่งกับข้า กลับกุฏิไปซะ”

“ไม่กลับเว้ย คืนนี้เป็นไงเป็นกัน ข้าขอเอาความเป็นเพื่อนกับเอ็งมาเดิมพัน ถ้าเอ็งยังทำตัวเป็นไอ้พวกเห็นแก่ตัว ขี้ขลาดตาขาว เป็นแค่กบที่ซุกอยู่ในกะลาไปวันๆ ข้าก็จะขอเลิกเป็นเพื่อนกับเอ็งตลอดชีวิต”

ยอดดึงดันกระแทกเพลิงจนเซแล้วใช้ไม้หวดใส่ เพลิงฉากหลบว่องไวแต่ไม่คิดจะสวนกลับเพื่อนให้เจ็บตัว

แต่กลายเป็นยอดสบโอกาสเสยปลายคางเพลิงซะเลือดซิบมุมปาก

“ว่าไงไอ้เพลิง เอ็งกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชาย แต่ลูกผู้ชายหน้าไหนวะเก่งแต่ทำผู้หญิงร้องไห้”

“เอ็งไม่ใช่ข้าแล้วเอ็งจะไปรู้อะไร ข้าเป็นห่วงคุณหมอทุกลมหายใจ อยากไปดูแล อยากไปกอดปลอบเธอ แทบใจจะขาด แต่เพราะเธอเป็นน้องสาวของผู้กองแล้วข้าจะไปแตะต้องเธอได้ยังไง”

“แต่ตอนนี้พี่ชายคุณหมอตายไปแล้วนะเว้ย เขาไม่เหลือใครให้เป็นที่พึ่งได้อีกแล้วนอกจากเอ็งคนเดียว”

“ข้าไม่อยากเป็นพวกฉวยโอกาส”

“โธ่เว้ย! เอ็งมันใหญ่แต่ตัวแต่สมองแค่เม็ดถั่ว...

มันจะเป็นการฉวยโอกาสได้ไง คุณหมอชอบเอ็ง เอ็งก็ชอบคุณหมอ ความรักครั้งใหม่ของเอ็งจะทำให้แผลในอดีตถูกรักษา ไม่เห็นเหรอว่ามันมีแต่เรื่องดีๆ มีแต่คนจะได้รับการรักษาเพราะความรัก”

เพลิงนิ่งไป ยอดโยนไม้ทิ้งแล้วผลักอกเพื่อนอย่างแรงพร้อมเตือนสติด้วยความหวังดี

“จากนี้ไปเอ็งจะไม่ถูกพี่ชายเขาตามล่าอีก เอ็งจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้หญิงดีๆ ที่ผาปืนแตกนี่ เชื่อข้าเถอะวะเพื่อน ได้เวลาที่ภูผาในใจเอ็งจะต้องถูกทำลายแล้ว”

เพลิงรับฟัง และในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยคำว่า “ขอบใจว่ะเพื่อนรัก” แล้วเดินออกไปทันที ทิ้งยอดยืนยิ้มแก้มปริ ตะโกนไล่หลังด้วยท่าทีลิงโลด

“ไปเลยไอ้เพลิง ความรักกำลังนำทางให้เอ็งได้พบกับความสุข ไปหาความสุขเลยเพื่อน...ไชโยโห่ฮิ้ว”

ปรากฏว่าการมาของเพลิงทำให้เดือนดีใจเป็นที่สุด เพราะเขามาสารภาพเปิดอกต่อเธอซึ่งมีใจให้เขาอยู่เต็มเปี่ยม ก่อนที่ทั้งคู่จะตกเป็นของกันและกันในคืนแสนสุขนั้น

ooooooo

เสียงไก่ขันรับอรุณวันใหม่ วัลภาตื่นมาไม่เจอเชน มีแต่ข้อความที่เขียนบอกไว้ดิบดีว่าเขาทำอาหารไว้ให้เธอเพื่อเป็นการขอบคุณนางสิงห์ของไอ้เสือที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา

วัลภาอ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกดีๆ แต่พอไปเปิดฝาชีดูอาหารกลับกลายเป็นว่าปรี๊ดแตกขึ้นมาเพราะ

สามีตัวแสบเล่นทำอาหารพื้นบ้านที่เธอไม่คุ้นและกินไม่เป็น อีกทั้งหน้าตาก็น่าเกลียดน่าชังจนอยากจะอาเจียน

เชนจงใจหยอกล้อวัลภา แต่หล่อนไม่ขำด้วย ตามไปเอาปืนไล่ยิงเขาต่อหน้าพวกน้าๆ ที่พากันอกสั่นขวัญผวา

“ไอ้บ้าเชน ฉันเกือบจะคิดว่าสันดานอย่างนายจะเป็นคนดีให้ฉันได้ชื่นชมสักครั้ง แต่เปล่าเลย สันดานไอ้บ้าเชน อะไรก็เปลี่ยนมันไม่ได้ สนุกมากใช่ไหมที่ได้ยั่วโมโหฉัน งั้นฉันก็ขอสนุกที่ได้ยิงนายให้ร้องเอ๋งเหมือนหมาเลย”

วัลภาขึงขังเอาจริง เชนวิ่งหนีอุตลุดก่อนจะวนกลับมาหาจังหวะแย่งปืนจากมือเธอไปโยนทิ้งห่างตัวแล้วรวบเธอมากอดแน่น

“เขาว่าได้ผัวดีเหมือนถูกหวยรางวัลแจ็กพอตนะจ๊ะเมียจ๋า”

“ไอ้บ้า แจ็กพอตลูกปืนเข้าแสกหน้าแกน่ะสิ ปล่อยฉันนะ”

“ไม่ปล่อย เอะอะๆ ก็ยิงผัวอย่างเดียว ฉันว่าเธอเก็บแรงไว้ต่อสู้กับพวกชั่วๆดีกว่า ส่วนผัวดีๆน่ะให้ยิงได้ แต่ต้องยิงด้วยจูบแบบนี้ไง”

เชนยิ้มทะเล้นยื่นหน้าจะจูบ วัลภาร้องยี้ดังลั่นและพยายามผลักไสเขาออกไปเต็มแรง

“ไอ้บ้า...ไอ้ทุเรศ...เอาหน้าไปไกลๆเลยไป”

ผลของการผลักไสกันไปมาทำให้ทั้งคู่ล้มลงในลักษณะกอดกันกลม สร้างสีสันให้น้าๆ ได้เฮฮากันยกใหญ่ แต่ทันใดทุกคนก็งงงวยเมื่อสำรวยพ่อของน้ำค้างวิ่งมาร้องบอกเชนกับวัลภาว่า

“เป็นเรื่องแล้วเว้ย รีบไปดูผลงานของพวกเอ็งเถอะวะ”

ทุกคนวิ่งกรูตามกันไปยังถนนในหมู่บ้าน มองดูต้นไม้ใหญ่ที่มีผ้าแพรหลากสีผูกตามกิ่งก้านสวยงามละลานตา ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆนานา

“ตกลงมันยังไงกันแน่วะนังน้ำค้าง เอ็งบอกข้าว่าไอ้จอมโจรผัวเมียไอ้เสือกับนางสิงห์มันมาปล้นบ้านเรา มันเป็นโจรโหดโฉดน่ากลัว แต่ดูนี่สิ มีพวกชาวบ้านมาแอบผูกผ้าแพรสรรเสริญให้ไอ้พวกมันจนเต็มต้นไปหมด”

“ฉันจะไปรู้ไหมล่ะพ่อ ก็มันมาปล้นฉันจริงๆนี่”

“ไอ้เสือกับนางสิงห์เป็นโจรมีคุณธรรม การที่บุก

ไปช่วยพวกชาวบ้านออกมาก็แสดงให้เห็นว่าพวกนั้นไม่ใช่โจรที่น่ากลัวสำหรับคนดีๆ” วัลภาอธิบายจนสำรวยคล้อยตาม

“ก็น่าคิดนะ เพราะของในบ้านฉันก็ไม่ได้มีอะไรหายไปสักชิ้น มีแต่ทำให้น้ำค้างมันตกอกตกใจแค่นั้น”

“ฉันว่าถ้าน้ำค้างไม่ตาฝาดก็คงเอาเรื่องไอ้เสือกับนางสิงห์มาเป็นข้ออ้างหาเรื่องเรียกร้องความสนใจมากกว่า”

“วัลภา...เธออย่ามาแส่ทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย”

น้ำค้างเชิดหน้าใส่ วัลภากลัวซะที่ไหน สองสาวฮึ่มฮั่มใส่กัน ระหว่างนั้นชาติกับสมุนพากันเดินเข้ามายิง ปืนขึ้นฟ้าสองสามเปรี้ยง พวกชาวบ้านตกใจวงแตกกระจาย

ชาติเดินหน้าตาถมึงทึงจ้องเขม็งไปที่ต้นไม้ สั่งสมุนเอาผ้าหลากสีลงมาให้หมดโดยเร็ว เชิดกับพวกลูกน้องรีบปฏิบัติตาม เชนเฝ้ามองด้วยรอยยิ้มกวนๆ

“เป็นอะไรไปไอ้ชาติ กับไอ้ของแค่นี้ถึงกับต้องขนพรรคพวกมาจัดการเลยเหรอวะ นี่น่ะเหรอวะมือกฎหมายที่อาสามาปกป้องทุกชีวิตในผาปืนแตก แค่ผ้าแพรหลากสีมันยังกลัวเลย ฮ่าๆๆ”

“ข้าชักไม่แน่ใจแล้วว่ะไอ้เชน มันคนหรือควายวะ นี่ถ้าเราเอาผ้าพวกนี้มาโบกใส่หน้ามันมันคงจะวิ่งไล่ขวิดแน่ ฮ่าๆๆ”

จิกผสมโรงหัวเราะกันครืนกับเชนและแสน ชาติขบกรามเจ็บใจเข้าไปกระชากคอเสื้อเชน

“ไอ้เชน...ปากดีแบบนี้ไปนอนคุกสักคืนเถอะวะ”

เชนไม่กลัวผลักอกชาติออกห่าง “อย่ามายัดข้อหาขี้ปะติ๋วแบบนั้นให้ข้าเลยดีกว่าว่ะไอ้ชาติ เอ็งกับข้าเป็นญาติกันอยู่ อย่าลืมว่าลูกเลี้ยงพ่อเอ็งน่ะเมียข้านะเว้ย”

“ฉันขอนะจ๊ะพี่ชาติ เรื่องกระทบกระทั่งกันในวงศาคณาญาติอย่าให้ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเลย” วัลภาขอร้อง แสนได้ทีเยาะหยันต่อ

“เพราะแค่เรื่องที่เอ็งเสียท่าให้ไอ้โจรห้าร้อยพวกนั้นมันก็เป็นขี้ปากชาวบ้านพอแล้วล่ะไอ้ชาติ...ฮ่าๆๆๆ”

ชาติยิ่งเจ็บใจผลักเชนไปหาแสนแล้วยกปืนยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัดก่อนประกาศศักดา

“ทุกคนฟังให้ดี อย่าให้เห็นขยะพวกนี้รกหูรกตาฉันอีกเด็ดขาด ถ้าบ้านไหนเอามันไปผูกไว้แม้แต่ผืนเดียวฉันจะถือว่าบ้านนั้นเป็นพวกเดียวกับโจรและต้องรับโทษหนัก”

พวกเชิดเอาผ้าแพรที่ดึงจากต้นไม้ลงมากองที่พื้นแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผา ชาติแสยะยิ้มร้ายกาจ สบถขึ้นลอยๆ อย่างอาฆาตสองโจรผัวเมีย

“ไอ้โจรห้าร้อยอย่างพวกมัน ลอยนวลไปได้ไม่นานหรอก”

ooooooo

เพลิงนอนค้างที่บ้านพักของเดือนจนถึงเช้าและตื่นมาทำอาหารกินกันอย่างมีความสุข เขาสัญญาจะดูแลเธอไปจนชั่วชีวิต ยอดกับติ๋มโผล่มาเห็นความหวานชื่นของทั้งคู่จึงกระเซ้าเย้าแหย่อย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปทำงานของตน

เดือนกับเพลิงเข้าใจว่าผู้กองสมานเสียชีวิตด้วยน้ำมือพวกลายเสือแล้ว หารู้ไม่ว่าผู้กองยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกพวกเหล่าร้ายทรมานอย่างโหดเหี้ยมด้วยการควักลูกตาเขาออกไปหนึ่งข้าง ซ้ำร้ายวันนี้พวกมันจับทหารไทยมาได้อีกสามคนก็นำตัวมาปลิดชีพต่อหน้า โดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ลายเสือใช่แค่ทำธุรกิจผิดกฎหมายเรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่เขายังค้าเด็กสาวในนามแก๊งผีเสื้อที่ออกอาละวาดกว้านพวกเธอมาโดยไม่สนว่าลูกเต้าเหล่าใคร และก่อนที่จะส่งออกไปขายต่างแดน ฟ้าลั่นลูกชายอันธพาลของมันก็มีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าเป็นรายแรกทุกทีไป

การกระทำอันเลวร้ายของพวกลายเสือ ทางการทราบดีแต่ก็ยังตามดมกลิ่นพวกมันไม่ได้ เนื่องจากเงินหนาๆหนักๆของมันนั่นเองที่สร้างอำนาจถึงขั้นสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของทางการอยู่ตลอด

ooooooo

เพลิงมีน้ำเสียงไพเราะจับใจมาแต่ไหนแต่ไร อดีตเขาเคยเป็นนักร้องไนต์คลับแต่มาเลิกร้างหลังจากแฟนสาวโดนฆ่าตายอย่างทารุณ

ยามนี้ที่เขามีรักใหม่กับหมอเดือนโดยมียอดเพื่อนรักเป็นตัวช่วยชั้นดี เพลิงจึงมีอารมณ์สุนทรีย์โก่งคอร้องเพลงอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้น้อยบังเอิญมาได้ยิน ถึงกับตื่นเต้นวิ่งแจ้นจะไปหาครูประสิทธิ์เพื่อพามาฟังกับหูก่อนตัดสินใจให้เขาได้เป็นนักร้องในวงพราวฟ้าของครู

แต่ไม่ทันที่น้อยจะออกไป ไอ้ชาติกับสมุนก็วางอำนาจบาตรใหญ่เข้ามาถามหาเพลิง อ้างว่าพวกตนมีหน้าที่ดูแลความสงบสุขในผาปืนแตก จะเดินไปบ้านไหนยังไงก็ย่อมได้ แต่ตอนนี้ตนต้องการพบคนต่างถิ่นอย่างไอ้เพลิง พญาไฟ

ยอดกับเพลิงเดินมาซุ่มดูพวกมันอยู่ห่างๆ แต่ยังไม่ปรากฏตัว กระทั่งเห็นพวกมันทำท่าจะทำร้ายน้าน้อย สองหนุ่มจึงก้าวเข้ามาเผชิญหน้า

“หยุดนะไอ้ชาติ! ทำร้ายผู้หญิงมันไม่เรียกว่าลูกผู้ชาย”

“ไอ้เพลิง...อยู่ที่นี่จริงๆด้วย โผล่มาก็ดีไม่ต้องเสียเวลาไปตาม” ชาติวางมาดยียวนแล้วยิงตรงข่มขู่ให้เพลิงไปโรงพักเพราะตนมีเรื่องจะสอบปากคำ แต่ถ้าไม่ไปดีๆ งานนี้มีอุ้มแน่นอน

ยอดฟังแล้วของขึ้นแทนเพื่อนรัก ตั้งหลักจะต่อกร แต่เพลิงส่งซิกให้นิ่งไว้ เชื่อมั่นว่าไม่มีอะไร ถึงมีตนก็น่าจะเอาอยู่...

หลังจากเพลิงตามพวกชาติไปแล้ว เวลานั้นครูประสิทธิ์อยู่กับเชนและวัลภา เขามาคาดคั้นเรื่องสองโจรผัวเมียไอ้เสือกับนางสิงห์ที่พวกชาติกำลังต้องการตัว

“แน่ใจนะไอ้เชนว่าเอ็งไม่ได้อยู่เบื้องหลัง”

“พ่อถามฉันเป็นครั้งที่สิบแล้วนะ ฉันก็บอกพ่อเหมือนเดิมทุกครั้ง ดูปากฉันนะ ฉันไม่รู้เรื่อง”

“คนอย่างเอ็งมันกะล่อน โกหกพ่อเอ็งก็ทำอยู่บ่อยๆ ข้าเชื่อใจยากว่ะ”

“ปั๊ดโธ่พ่อ ถ้าเชื่อใจยากแล้วพ่อจะมาถามย้ำฉันทำไม ก็ในเมื่อพ่อเชื่อแบบนั้นไปแล้วนี่”

“ก็ข้าไม่อยากให้เอ็งหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวน่ะสิวะ เพราะถ้าพวกไอ้ชาติมันรู้ว่าเอ็งปลอมตัวเป็นไอ้โจรห้าร้อยคอยเล่นงานตลบหลังพวกมัน มันเล่นงานเอ็งตายแน่”

“แต่ฉันว่าอย่างพวกมันไม่มีทางเล่นงานไอ้เสือกับนางสิงห์ได้หรอก”

“ไอ้เชน...เอ็งยอมรับแล้วใช่ไหมว่าเอ็งเป็นไอ้โจรนั่น”

เชนเหวอที่เผลอตัว แต่โชคดีวัลภาเข้ามาแก้สถานการณ์ทันท่วงที

“เชนเขาไม่ได้เป็นโจรอะไรนั่นหรอกจ้ะพ่อ”

“วัลภา...ที่พ่อมาคาดคั้นเอาความจริงเพราะพ่อเป็นห่วงกลัวว่าหนูจะโดนไอ้เชนบังคับให้ต้องไปทำเรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนั้น”

“อย่างวัลภานี่น่ะเหรอจะโดนผมบังคับ รู้จักเมียผมน้อยไปแล้วล่ะพ่อ”

วัลภาหางตาใส่เชนแล้วกระทุ้งศอกเข้าสีข้างค่อนข้างหนัก ถามเสียงแข็งว่า “ฉันทำไม”

“ก็นี่ไง...ไม่ทันขาดคำก็จัดการผัวซะจุกเลย”

“เชอะ!!” เธอค้อนขวับหันกลับมาที่ประสิทธิ์ “พ่อจ๊ะ ถึงฉันจะดูเป็นผู้หญิงกระโดกกระเดกไม่ค่อยเป็นแม่บ้านแม่เรือนเท่าไหร่ แต่ก็แค่นิสัยซนๆ ไม่ถึงขนาดลุกไปจับปืนผาหน้าไม้ไล่ยิงบู๊ดุเดือดกับพวกผู้ชายตัวโตๆได้หรอกจ้ะ”

“ใช่พ่อ...เมียฉันน่ะจะห้าวมือหนักก็แค่กับผัวเท่านั้น ไม่เชื่อพ่อดูสิ” เชนจับมือเธอขึ้นมา “มือนิ่มอย่างกับตูดเด็กแบบนี้จะไปจับปืนไล่ยิงใครได้ แล้วดูผิวพรรณหน้าตาเมียฉันใกล้ๆสิ ผิวขาวสวยใสไร้สิว บ่งบอกว่าเป็นคนรักษาผิวพรรณอย่างดี แล้วแบบนี้เหรอจะออกไปท้าแดดท้าลม จะร้องวี้ดว้ายหาที่หลบแดดไม่ทันมากกว่า แล้วที่สำคัญนะพ่อ ดูซะ ทรวดทรงองค์เอวอรชรอ้อนแอ้นอย่างกับนางแบบหนังสือปลุกใจ สะโพกแบบนี้มีแต่เป็นแม่พันธุ์ได้เท่านั้นแหละ เป็นนางสงนางสิงห์อะไรนั่นไม่ได้หรอก”

“ไอ้เชน!!!” วัลภาเหลือทนตวาดแว้ด ดึงติ่งหูเชนบิดจนร้องจ๊าก “พ่อจ๊ะ นอกจากฉันจะไม่ใช่นางสิงห์อย่างแน่นอนแล้ว ฉันก็อยากจะบอกพ่อว่าอย่าไปสงสัยเลยว่าเชนจะเป็นโจรผู้มีคุณธรรมอย่างไอ้เสือได้หรอกจ้ะ เพราะอะไรรู้ไหมจ๊ะ เขาว่ากันว่าไอ้เสือเป็นโจรอกผายไหล่ผึ่ง เป็นสุภาพบุรุษ แต่ดูนี่สิจ๊ะอย่าว่าแต่อกสามศอกเลย ถึงศอกก็ยังไม่ได้ แถมความเป็นสุภาพบุรุษก็เหลือน้อยถึงน้อยเต็มทีจ้ะพ่อ แล้วอีกอย่างที่ยืนยันแน่ๆว่าไม่ใช่ก็คือ...สกปรก ซกมก โสโครก ขี้เกียจตัวเป็นขน ตั้งแต่แต่งงานกันมา วันๆขยันทำมาหากินที่ไหน เอะอะอะไรก็ใช้แต่

เมีย จะกินจะเข้าห้องน้ำจะนอนต้องคอยจัดการให้ทุกอย่าง ตัวโตอย่างกับควายแต่ทำตัวเหมือนเด็กทารกช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วแบบนี้น่ะเหรอจะกล้าออกไปเป็นโจรช่วยเหลือคนอื่น ให้หมาออกลูกเป็นแมวฉันยังเชื่อมากกว่าเลยจ้ะพ่อ”

เจอเข้าไปชุดใหญ่ เชนถึงกับฮึ่มฮั่มอยากเอาคืน แต่ยังไม่กล้าเพราะเกรงใจพ่อที่นั่งเหวอปากหวอ...ไอ้ลูกชาย อะไรมันจะแย่ขนาดนั้นวะ!

“เอาล่ะๆ ถ้าไม่ใช่กันจริงๆพ่อก็สบายใจแล้ว เพราะพ่ออยากอุ้มหลานเร็วๆ เลยไม่อยากให้เอ็งไปคิดทำอะไรแผลงๆแบบนั้น”

“ถ้าพ่ออยากอุ้มหลานเร็วๆ งั้นฉันส่งพ่อแค่นี้แล้วกัน”

“ต่อหน้าพ่อยังทะลึ่งอีกเหรอ” วัลภามองเขม่น เชนจะอ้าปากเถียงแต่โดนเธอบิดหูเข้าให้อีก ประสิทธิ์เห็นท่าไม่ดีเลยชิงขอตัว

“เอาละ พ่อไม่อยู่กวนพวกเอ็งแล้ว ไอ้เชน...เอ็งก็ทำตัวดีๆล่ะ เอ็งสัญญากับพ่อไว้แล้วว่าจะขยันทำมาหากิน ดูแลเมียดูแลครอบครัว”

“จ้ะพ่อ เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องห่วง ฉันอาจจะทำอะไรดูไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน สันดานก็ไม่ได้เป็นคนดีซักเท่าไหร่ แต่อย่างนึงที่ฉันทำได้แน่นอนและคิดอยู่ทุกลมหายใจก็คือฉันจะดูแลคนรัก ดูแลครอบครัวของฉันด้วยชีวิต”

“ต้องอย่างนี้สิไอ้เชน ถ้าวันนึงเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ พ่อจะได้ไปอย่างสงบ สบายใจว่าเอ็งจะพาครอบครัวของเรารอดจากทุกอันตราย”

“อย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิพ่อ อย่างพ่อน่ะแก่ง่ายตายยาก”

ประสิทธิ์ชะงักแล้วตบกบาลลูกชายไปที “ไม่ทันไร สันดานเดิมก็ออกเลยนะเอ็ง”

วัลภาอมยิ้มชอบใจ ระหว่างนั้นน้อยวิ่งหน้าตั้งเข้ามาบอกเรื่องที่เพลิงถูกชาติพาไปโรงพัก ทุกคนนึกเป็นห่วงเพลิง โดยเฉพาะวัลภาที่เกรงว่าเพลิงจะเดือดร้อนเพราะแผนปลอมตัวเป็นโจรของตนกับเชน

ooooooo

ที่โรงพัก เพลิงนั่งอยู่ท่ามกลางพวกของชาติ สีหน้าชายหนุ่มเรียบนิ่งไม่มีแววสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“ว่าไงไอ้เพลิง ถ้าเอ็งยังไม่ตอบคำถามที่ข้าคาใจอยู่ให้หายข้องใจ ข้าจะเล่นงานเอ็งในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับไอ้โจรห้าร้อยนั่น”

“ฉันไม่มีอะไรจะพูด เพราะทุกอย่างฉันก็พูดไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง”

“แต่ข้าคาใจ เพราะหลังจากเอ็งโผล่มาบอกให้พวกข้าไปจัดการกับไอ้โจรห้าร้อย พรรคพวกของมันก็บุกเข้ามาช่วยพวกชาวบ้านออกไปจากที่นี่จนเกลี้ยง”

“มันสั่งให้เอ็งมาหลอกล่อให้พี่ชาติไปติดกับดักมันใช่ไหม”

“ติดกับดัก? มันมีกันแค่สองคนผัวเมีย แต่พวกแกมีคนเยอะกว่ามันแล้วจะเรียกว่าไปติดกับดักได้ยังไง น่าจะเรียกว่าไปเสียท่าให้มันมากกว่า”

เพลิงยอกย้อนเสียจนชาติโกรธจัด ตบโต๊ะดังปังลุกพรวดจ้องเขม็ง ส่วนสมุนรู้งานเข้ามาล็อกแขนเพลิงไว้มั่น

“หัวหมอนักนะไอ้เพลิง มาอาศัยแผ่นดินคนอื่นอยู่ยังกล้าปากดีกับเจ้าของเขาอีก” ชาติกำหมัดตะบันหน้าเพลิงสุดแรงเกิด

“พวกเอ็งไม่ใช่เจ้าของผาปืนแตก ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินไทย ทุกคนที่เป็นคนไทยมีสิทธิ์เท่าเทียมกันบนทุกตารางนิ้วของแผ่นดินนี้”

“ไอ้เพลิงเอ๊ย...ข้าไม่รู้ว่าอะไรดลให้เอ็งโผล่มาที่ผาปืนแตก แต่ข้าบอกได้เลยว่าเอ็งมันเลือกมาเหยียบผิดที่ ผาปืนแตกมันเป็นเมืองที่ถูกลืม ไม่มีใครเขาสนใจหรอกว่าคนที่นี่มันจะกินขี้หรือกินข้าว เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะที่นี่มันเป็นเมืองของพ่อข้า”

แน่นอนว่าชาติคิดถูก เพราะเวลาเดียวกันนี้กำนันปราบพ่อของมันกำลังมีความสุขสุดๆ หลังจากนำก้อนหินที่ลำดวนบอกว่าแค่หินธรรมดามาให้หน่วยงานธรณีวิทยาตรวจสอบแล้วพบว่ามันคือสายแร่ทองคำบริสุทธิ์ ขุมทรัพย์มหาศาลที่ใครๆก็ต้องการ

แต่คนอย่างกำนันปราบมีหรือจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เขาต้องการครอบครองพื้นที่ทุกตารางนิ้วในผาปืนแตกแต่เพียงผู้เดียว เมื่อมีเจ้าหน้าที่คนนี้ล่วงรู้แล้ว แน่นอนว่าความตายต้องมาเยือน

กำนันปราบหลอกเจ้าหน้าที่ว่าจะพาไปยังแหล่งที่ตนได้ก้อนหินนี้มา แล้วจัดการฆ่าปิดปากเขาอย่างเลือดเย็น โหดเหี้ยม!

ooooooo

เพลงรักผาปืนแตก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด