นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพชรตัดเพชร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รัศมีได้ช่วยยามาดะกับลูกชายไว้โดยบังเอิญขณะเธอมาเป็นครูสอนหนังสือเด็กชาวเขา แต่แล้ว

    ยามาดะโชคร้ายเป็นไข้ป่าอาการหนักถึงตาย ส่วนลูกชายพลัดตกเขาบาดเจ็บสาหัส

    เมื่อรัศมีได้เจอไป่หลูกับชาติที่หนีการตามล่าของพวกฟิเดลโรมาถึงหมู่บ้านชาวเขา เธอไม่ไว้ใจทั้งคู่จึงพยายามจะพาลูกชายยามาดะหนีไป ไป่หลูเลยต้องบอกความจริงว่าตนคือใครและช่วยกันกับชาติป้องภัยให้รัศมีกับยามาดะ

    ในที่สุดรัศมีก็ยอมให้ไป่หลูพาลูกชายยามาดะไปรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีเชิดศักดิ์รอคอยอำนวยความสะดวกให้ ส่วนชาติกับยอดที่พบกันอีกครั้งยังคงต่อสู้กับสมุนฟิเดลโรอยู่กลางป่า ยอดจำใจผนึกกำลังกับชาติรับมือพวกมัน ในขณะที่มาดามหลุยส์ก็ส่งคนของตนมาช่วยชาติแต่โดนยอดแอบยิงยาสลบใส่ทำให้ไตรไม่สามารถติดต่อได้

    เมื่อติดต่อคนของตนไม่ได้ มาดามหลุยส์ร้อนใจสั่งไตร โทร.หามานพเพื่อให้มาเจอกัน แต่เวลานั้นมานพกำลังสำเริงสำราญอยู่กับหญิงสาวในโรงแรมจึงไม่รับสาย ทำให้มาดามหงุดหงิด บอกไตรว่าไม่ต้องรอให้มุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายได้เลย

    ooooooo

    หลังจากสลัดพวกสมุนฟิเดลโรได้แล้ว ยอดหาทางกำจัดชาติแต่ไม่สำเร็จ เพราะร่างกายเขาอ่อนแรงแทบยืนไม่อยู่ เหงื่อผุดเต็มหน้า สายตาเริ่มพร่ามัวมองไม่ชัด มือสั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้

    มันคืออาการเอฟเฟกต์จากการถูกฉีดโคคิโนเข้าไปแล้วกำเริบขึ้นมา...ชาติเห็นอาการของยอดต่อหน้าต่อตาก็อดแปลกใจไม่ได้ อยากช่วยเหลือแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

    ทันใดนั้นลูกน้องฟิเดลโรนำโดยเชงตามมาทัน เกิดการห้ำหั่นกันอีกยก ก่อนที่ชาติกับยอดจะหนีไปได้เพราะเฉินกับจอห์น คนของมาดามหลุยส์เข้ามาช่วยเหลือ

    ทางด้านมานพ หลังเสร็จสมอารมณ์หมายก็ออกจากโรงแรมมาขึ้นรถ แต่จู่ๆนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือจึงผละออกจากรถ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวรถระเบิดสนั่นหวั่นไหวไฟลุกท่วม ร่างมานพกระเด็นตามแรงระเบิดไปกระแทกกับรถอีกคันฟุบแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น...

    ส่วนพวกเชงหลังจากเล่นงานชาติกับยอดไม่ได้ก็พากันกลับมาที่ปางไม้ของพ่อเลี้ยงอดุลย์ซึ่งฟิเดลโรรออยู่ เชงยอมรับผิดยืนสีหน้าไม่สู้ดีต่อหน้าเจ้านาย

    “ผมขอโทษครับบอส อีกนิดเดียวผมก็จะได้ตัวมือสังหารของพวกมันมาแล้ว”

    “แกพยายามดีแล้วเชง ฉันเองก็คิดไม่ถึงว่ามาดามหลุยส์จะส่งคนอื่นมาช่วย เพราะปกติแล้วถ้าพวกอีกายมทูตทำงานผิดพลาด มันจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเด็ดขาด ทางเลือกเดียวคือจบชีวิตตัวเองตามกฎของพวกอีกา”

    “นั่นสิครับบอส ถึงขนาดส่งไอ้จอห์นกับไอ้เฉินมือเก่งที่คอยอารักขามาดามมาช่วยด้วย”

    “ส่งไอ้พวกนั้นมาช่วยเลยเหรอ แสดงว่ามือสังหารที่สู้กับแกคงไม่ใช่อีกายมทูตธรรมดาแน่ แกจำหน้ามันได้รึเปล่า”

    “จำได้แม่นครับ ทั้งสองคนเลยครับบอส”

    “งั้นค่อยสืบดูว่าพวกมันเป็นใคร ส่วนตอนนี้...” ฟิเดลโรกำลังจะสั่งงานใหม่ แต่แองจี้โผล่เข้ามาร้องเรียกเขาพร้อมกับสวมกอดราวกับรักนักหนา

    “ฉันคิดถึงคุณ ตั้งแต่มาถึงคุณให้ฉันอยู่แต่โรงแรม ฉันเบื่อก็เลย...” เธอเว้นวรรค พลางส่งสายตาไปทาง

    ด้านหลังที่ลูกน้องฟิเดลโรติดตามมา “บอกเขาไปว่าถ้าไม่ให้ฉันมาเจอคุณ ฉันจะบินกลับคิวบา”

    “แต่ตอนนี้งานผมกำลังยุ่ง”

    “แม้แต่เวลาจะอยู่กับฉันก็ไม่มีเลยเหรอ” แองจี้ซึ่งแท้จริงคือคนของมาดามหลุยส์พยายามเล่นละครออดอ้อน แต่ฟิเดลโรไม่สนใจดันตัวเธอออกแล้วส่งต่อให้ลูกน้อง

    “ยังไม่ใช่ตอนนี้แองจี้ เธอไปรอฉันที่โรงแรม”

    “แล้วที่นี่ล่ะครับบอส” เชงถาม

    “เผาให้เกลี้ยงพร้อมศพไอ้อดุลย์ ส่วนลูกน้องกับธุรกิจของมัน...เป็นของฉันไปแล้ว”

    ฟิเดลโรยิ้มร้ายแล้วเดินออกไป แองจี้มองตามด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้ แต่เมื่อเจอสายตาเชงที่มองมา หญิงสาวก็ปรับสีหน้าเพื่อไม่ให้เชงผิดสังเกต

    ooooooo

    รถของมาดามหลุยส์มุ่งไปตามถนนนอกเมืองเชียงใหม่และใกล้จุดนัดพบเข้าไปทุกที รุตพยายามติดต่อมานพมาตลอดทางแต่ยังติดต่อไม่ได้ ไตรเริ่มสังหรณ์ใจ

    “มาดามครับ ผมว่าชักจะมีอะไรแปลกๆแล้ว มานพไม่น่าจะหายไปแบบนี้”

    มาดามหลุยส์นิ่งอย่างครุ่นคิด ระหว่างนั้นวัตรมองกระจกหลังเห็นมอเตอร์ไซค์ขับตามมาตลอดทางจึงบอกไตรให้รู้ตัว ไตรคิดว่าไม่น่าไว้ใจ สั่งรุตสั่งสอนมัน

    รุตรับคำสั่งชักปืนออกมารอจังหวะให้มันขับเข้ามาใกล้ มอเตอร์ไซค์ปริศนาคันนั้นขับเข้ามาจนเกือบถึงรถ ท่าทางของมันไม่น่าไว้ใจจริงๆ รุตพร้อมจะเปิดฉากยิงใส่ก่อนถ้ามันเข้ามาในระยะยิงได้ แต่พอมอเตอร์ไซค์คันนั้นเฉียดเข้าใกล้มันกลับขับผ่านไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น รุตเลยเก็บปืน

    “ไม่ใช่พวกมันครับหัวหน้า”

    แต่ไม่ทันที่ไตรกับมาดามหลุยส์จะคิดว่าไม่มีอะไร เสียงระเบิดจากถนนข้างหน้าก็ดังขึ้น...บึ้ม!!

    วัตรขับรถหักหลบระเบิดที่ฝังไว้บนถนนเป็นกับดักเล่นงาน แต่ถึงจะหลบลูกแรกได้ ลูกที่สองก็ระเบิดตามมาติดๆพร้อมลูกที่สาม ทำให้วัตรเสียการควบคุมรถต้องหักพวงมาลัยพุ่งออกข้างทางและจอดนิ่งสนิทหลังจากชนต้นไม้จนควันขโมงไปทั่ว

    รถตู้คันหนึ่งซึ่งมีลูกน้องฟิเดลโรสวมหน้ากากปิดบังหน้าตากรูลงมาจากรถพร้อมอาวุธครบมือ พวกมันพุ่งเป้ามาที่มาดามหลุยส์ตามคำสั่งเจ้านาย วัตรกับรุตเปิดประตูรถเห็นพวกมันแห่กันมาก็เปิดฉากยิงใส่ทันที

    “หัวหน้าหลบไปก่อนครับ ผมจะจัดการทางนี้เอง”

    “รีบไปก่อนเถอะครับมาดาม”

    “ฝีมือไอ้ฟิเดลโรแน่ ถึงคราวที่มันจะแก้แค้นฉัน ปล่อยให้มันตามฉันมา ฉันจะจัดการสั่งสอนพวกมันเอง”

    มาดามหลุยส์ยิ้มเหี้ยมสีหน้าเอาเรื่อง จึงไม่มีใครคัดค้านคำสั่งของเธอ รุตกับวัตรยิงใส่เพื่อเปิดทางให้มาดามกับไตรแยกไปอีกทาง โดยมีพวกของฟิเดลโรสามคนไล่ตาม แต่แล้วมันพากันหยุดเพราะสองคนนั้นหายตัวไป

    ทั้งสามคนระแวดระวังยกปืนกวาดไปรอบทิศ ทันใดนั้นไตรกับมาดามหลุยส์โผล่มาอย่างเงียบกริบด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่าหลายเท่าปลดปืนจากมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่มันยังฮึดด้วยมือเปล่า คนหนึ่งเปิดฉากสู้กับไตร ส่วนอีกสองคนรุมเล่นงานมาดามหลุยส์

    มาดามหลุยส์ใช้ชั้นเชิงการต่อสู้ประชิดตัวและเล็บเหล็กที่คมกริบเล่นงานพวกมันคนแรกด้วยการกระซวกเข้าไปในช่องท้องจนมันสะดุ้งเฮือก อีกคนชักมีดพกพุ่งเข้าใส่ไล่ฟาดฟันมาดามหลุยส์อย่างบ้าคลั่ง ทางไตรใช้เชิงมวยดุดันเล่นงานมันจับหักแขนทั้งสองข้างตามด้วยคอเสียงดังกร๊อบ!

    เหลือคนสุดท้ายที่กำลังบ้าดีเดือดไล่ฟาดฟัน แต่มาดามหลุยส์หลบหลีกคมมีดได้อย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสวยงามผสมความดุดันเมื่อสวนกลับไปแต่ละทีความคมกริบของกรงเล็บเหล็กก็สร้างบาดแผลให้มันไม่น้อย

    ไตรเห็นมันกำลังพันตูกับมาดามก็หยิบมีดพกจากศพขึ้นมาจะปาใส่ แต่มาดามสั่งห้ามไม่ให้ยุ่ง เขาเลยชะงักลดมือลง มาดามเล่นงานมันด้วยตัวเอง อาศัยช่วงที่มันพุ่งเข้ามาจะแทงใช้กรงเล็บกรีดแขนจนเป็นแผลเหวอะหวะแล้วเปลี่ยนไปจิกที่คอหอยพร้อมเสียงคำรามดุดัน

    “ถ้าไอ้ฟิเดลโรมีปัญญาส่งแค่ทหารรับจ้างฝีมือแค่นี้มาจัดการฉัน แกโชคดีแล้วที่จะรอดกลับไปบอกมันว่าฉันจะเตรียมหลุมศพเอาไว้รอมัน”

    “บอสสั่งไม่ให้กลับไปจนกว่าฆ่ามาดามหลุยส์ให้ได้”

    ลูกน้องฟิเดลโรตอบโต้และยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำให้มาดามหลุยส์สงสัยระคนแค้น ใช้กรงเล็บเหล็กจากมืออีกข้างตวัดจนเสื้อมันขาด เผยให้เห็นระเบิดพลีชีพซึ่งนับเวลาถอยหลังเอาไว้กับตัว!

    ตัวเลขเหลืออีกเพียงแค่ 60 วินาทีและนับถอยหลังลงอย่างรวดเร็ว มันคว้าแขนมาดามหลุยส์เพื่อไม่ให้หนี มาดามร้องบอกไตรให้หลบไป มันติดระเบิดพลีชีพ ไตรห่วงเจ้านายจะเข้าไปช่วยแต่โดนเธอตวาดเสียก่อน

    “ไม่ต้อง! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเจอแบบนี้”

    “ใช่...บอสฝากมาบอกด้วยว่าครั้งที่สองนี่แหละที่จะทำให้มาดามหลุยส์ตายจริงๆ ไม่ใช่ให้คนอื่นโดนลูกหลงแทน ฮ่าๆๆ”

    คำพูดและเสียงหัวเราะของมันทำให้มาดามหลุยส์ชะงัก ทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วสบถขึ้นอย่างโกรธแค้น

    “ระเบิดลูกนั้น? ที่แท้ก็ฝีมือไอ้ฟิเดลโร...ขอบใจที่ทำให้ฉันหายคาใจ”

    จบคำพูดก็ใช้กรงเล็บเหล็กกระชากคอหอยลูกน้องฟิเดลโรอย่างแรง แล้วใช้อีกมือจับแขนมันบิดจนหักดังกร๊อบ จากนั้นก็ผลักมันกระเด็นออกไป ขณะที่เวลาบนระเบิดนับถอยหลังใกล้เลขศูนย์และระเบิดเสียงดังสนั่น!

    ร่างของลูกน้องฟิเดลโรฉีกกระจาย มาดามหลุยส์ล้มกลิ้งไปบนพื้นตามแรงอัดกระแทกของระเบิดจนแน่นิ่ง พอหลังควันจางไตรรีบเข้าไปช่วยประคองร่างมาดามด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    ลูกชายยามาดะได้รับการเยียวยารักษาจากหมอหลังจากไป่หลูพาเขากับรัศมีดั้นด้นไปถึงเซฟเฮาส์ที่เชิดศักดิ์จัดหาให้ รัศมีนั่งเฝ้าเขาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งหมอกลับไปแล้วเชิดศักดิ์ออกมาบอกไป่หลูที่ยืนรอด้วยท่าทีกระวนกระวายอยู่นอกห้อง

    “อาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว ไว้ให้พรุ่งนี้รู้สึกตัวก่อนแล้วค่อยพากลับกรุงเทพฯ”

    “ถึงที่นั่นแล้วคงต้องจับตาดูเขาเป็นพิเศษค่ะท่าน”

    “เขามีอะไรที่น่าสงสัยเหรอ”

    “ฉันยังไม่ทราบค่ะ แต่พฤติกรรมเขาผิดสังเกตหลายอย่าง ถึงจะบอกว่าไม่รู้เรื่องสูตรโคคิโน แต่ฉันไม่ เชื่อ...เขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับโคคิโนไม่มากก็น้อย”

    “ผมจะจัดการให้ แล้วรัศมีล่ะ”

    “นายชาติขอให้เราคุมตัวเธอเอาไว้ก่อน เพื่อเป็นข้อต่อรองกับนายยอดไม่ให้เปิดเผยตัวตนของเขาให้พวกอีการู้”

    “ถ้าคนอย่างนายยอดคิดแต่จะเหยียบนายชาติขึ้นไปเป็นใหญ่ในองค์กร ฉันว่าแผนนี้มันเสี่ยงเกินไป”

    “ฉันก็ไม่ได้ชอบวิธีการนี้ของนายชาติเท่าไหร่หรอกค่ะท่าน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น”

    เชิดศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ ไป่หลูมองสองคนในห้องครู่หนึ่งแล้วหยิบปืนบนโต๊ะมาเหน็บหลังเอวเตรียมตัวจะออกไป

    “คุณจะไปไหนอีกไป่หลู”

    “พูดถึงผู้ช่วยฉันแล้ว ฉันชักอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างค่ะ ขอตัวนะคะท่าน”

    เชิดศักดิ์อดยิ้มไม่ได้ เริ่มรู้สึกอย่างที่แสบเคยบอกว่าไป่หลูกับชาติน่าจะปิ๊งกันแต่ทำเป็นปากแข็ง

    ooooooo

    ภายในโรงแรมที่เชียงใหม่ ชาติอาบน้ำชำระล้างร่างกายหลังจากกรำศึกหนักมาทั้งวัน ระหว่างนั้นเป๊กกี้เดินเข้ามายืนมองเขาด้วยความเสน่หา

    “เธอคงจะเหนื่อยมากสินะ ให้ฉันช่วยผ่อนคลายให้เธอไหม”

    “ไม่เป็นไร คุณจะทำให้ผมหมดแรงมากกว่าจะได้พักผ่อน”

    “หมดแรงก็ดีสิ เธอจะได้นอนพักยาวๆ”

    “ไว้ก่อนแล้วกัน งานของผมยังไม่จบ”

    “นั่นสินะ ภารกิจนี้ทำเอาวุ่นวายไปทั้งองค์กรจากงานง่ายๆแค่เช็กบิลพ่อเลี้ยงอดุลย์ แล้วให้มานพสร้างเครือข่ายค้ายาขึ้นมาแทน แต่เกมกลับพลิกทันทีที่ฟิเดลโรโผล่มา”

    “มันจะไม่วุ่นวายขนาดนี้แน่ ถ้ามาดามไม่เก็บแผนการทั้งหมดไว้คนเดียว”

    “มันเป็นวิธีการทำงานของมาดามนะชาติ อีกา ยมทูตมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง แต่สำหรับเธอ...ฉันว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานเธอก็คงได้ก้าวขึ้นไปเป็นมือขวาของมาดาม”

    ชาติมองเป๊กกี้ผ่านกระจก ขณะที่เธอเช็ดตัวเขาเสร็จก็ลูบไล้กล้ามแน่นๆของเขาอย่างยั่วยวน

    “ไม่เคยมีอีกายมทูตคนไหนที่ปฏิบัติภารกิจผิดพลาดแล้วมาดามจะส่งมือดีไปช่วยพาตัวกลับมา ถ้ามาดามไม่คาดหวังว่าเธอจะเป็นหัวหน้าคนต่อไปต่อจากเธอ แล้วถึงเวลานั้นเธอก็อย่าลืมฉันก็แล้วกัน”

    เป๊กกี้จูบแผ่นอกชาติ มือลูบไล้ไปทั่วกล้ามเนื้อแน่นๆ ชาตินิ่งสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะดึงเธอลุกขึ้นมา

    “ถ้าฉันก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้นได้ ฉันจะไม่ลืมเธอแน่นอน แต่เธอต้องรับปากฉันอย่างนึง”

    “อะไรเหรอจ๊ะชาติ”

    “ในเมื่อมาดามหวังในตัวฉันมาก ก็ต้องมีคนอื่นๆในองค์กรที่ไม่พอใจอยากหยุดฉัน เธอคงจะช่วยเป็นหูเป็นตาบอกฉันทุกอย่างที่เกิดขึ้นในองค์กรได้ใช่ไหม”

    “ได้สิ ทุกอย่างที่เธออยากรู้”

    ชาติยิ้มรับและจูบหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล ตีบทคนรักได้อย่างแนบเนียน

    “ให้ฉันแต่งตัวก่อนนะ แล้วเราไปหาอะไรดื่มกัน”

    ชาติหยุดอารมณ์เสน่หาของเป๊กกี้สำเร็จ พาเธอลงไปนั่งฟังเพลงภายในบาร์หรูของโรงแรม สองคนชนแก้วเครื่องดื่มกันครู่หนึ่งก่อนที่เป๊กกี้จะขอตัวไปห้องน้ำ

    ชาติเหลือบไปเห็นเฉินนั่งดื่มคนเดียวอยู่ที่เคาน์เตอร์ไม่ไกลกันจึงทักทายด้วยเหล้าแก้วหนึ่งก่อนเอ่ยปากขอบใจสำหรับภารกิจวันนี้

    “ฉันก็แค่ทำตามคำสั่ง”

    “ตั้งแต่ออกมาจากเกาะ ฉันก็ไม่ได้เจอแกกับแองจี้เลย ตอนนี้แองจี้ไปอยู่ไหนแล้ว”

    “ภารกิจของแองจี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกเปิดเผย แต่ก็อย่างว่า...ถึงวันนี้แกจะไม่รู้ แต่อีกไม่นานพอมาดามฟื้นขึ้นมา แกก็อาจจะรู้อะไรมากขึ้นเอง”

    “เกิดอะไรขึ้นกับมาดาม”

    “ก็ยังไม่รู้อะไรมากนัก หัวหน้าไตรกำลังปิดเรื่องนี้ไม่ให้คนในองค์กรรู้ แต่ได้ยินจอห์นถูกเรียกตัวให้ไปอารักขามาดามหลังจากที่โดนพวกฟิเดลโรซุ่มโจมตี”

    ฟังเฉินแล้วชาติชะงักไปด้วยสีหน้าสงสัย

    ooooooo

    เป๊กกี้เจอหญิงสาวผมสั้นแต่งตัวเซ็กซี่ในห้องน้ำแล้วเกิดเขม่นทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอคือไป่หลู

    ไป่หลูแกล้งชนเป๊กกี้จนกระเป๋าเครื่องสำอางหลุดมือแล้วแอบสับเปลี่ยนลิปสติกของตนใส่แทน โดยที่เป๊กกี้ไม่ได้เอะใจเลยสักนิด เธอหยิบลิปสติกเติมปากเสร็จก็เดินกลับไปหาชาติที่ยังคุยอยู่กับเฉิน

    “ฉันต้องไปแล้ว ขอให้สนุกกับบทบาทของแก ไม่ใช่พวกเราทุกคนที่จะโชคดีอย่างแก โดยเฉพาะไอ้ยอด” เฉินทิ้งท้ายก่อนเดินสวนกับเป๊กกี้ออกไป

    เป๊กกี้เข้ามาควงแขนชาติถามว่าคุยกันเสร็จแล้วหรือ ได้เรื่องอะไรบ้าง ชาติประหลาดใจกับคำพูดนั้นย้อนถามหญิงสาวว่ารู้จักเฉินด้วยหรือ

    “ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะชาติ แฟ้มของพวกคุณถูกส่งมาให้ฉัน แต่ฉันเลือกคุณ เพราะชาติก่อนเราคงเคยเป็นคนรักที่พลัดพรากจากกันมาก่อนมั้ง”

    เป๊กกี้ยิ้มหวาน หอมแก้มชาติฟอดใหญ่ ก่อนหันไปเรียกบริกรมาสั่งเหล้าดื่มแล้วเดินออกไปกลางฟลอร์รอเต้นรำกับชาติที่กำลังจะกระดกเหล้าเข้าปาก แต่ตาดีเห็นกระดาษรองแก้วเขียนข้อความไว้ว่า “ถนัดเล่นบทสามีก็เล่นไป แต่ห้ามจูบเด็ดขาด”

    ชาติกวาดสายตามองรอบตัวเห็นไป่หลูสวมวิกแต่งตัวเซ็กซี่ใส่แว่นพรางใบหน้านั่งดื่มอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มที่กำลังรุมจีบ หญิงสาวลดแว่นลงเหลือบมองชาติแล้วตีเนียนบทสาวฮอตโชว์เขาซะเลย

    เสียงเพลงบรรเลงไพเราะและชวนฝัน เป๊กกี้กอดซบชาติพาตัวเต้นรำไปตามจังหวะด้วยความเสน่หา แต่ชาติกลับไม่ได้สนใจเธอเพราะสายตาเอาแต่มองไปที่ไป่หลูท่ามกลางหนุ่มเจ้าชู้ที่รุมล้อม จนเป๊กกี้เริ่มผิดสังเกตถามว่าเป็นอะไร มองอะไรอยู่

    “เปล่า” ตอบแล้วชาติหันกลับมาสนใจเป๊กกี้เพราะไม่อยากให้ผิดสังเกต บ่นตัวเองเต้นรำไม่ค่อยเก่งเลยค่อนข้างเกร็ง

    “เธอเนี่ยนะเต้นไม่เก่ง รู้ไหมจ๊ะว่าเวลาเธอโอบฉันเต้นรำแบบนี้ เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงของเธอเลย”

    “แต่ผมจับปืนถนัดกว่าจับเอว”

    “ถ่อมตัวเกินไป เรื่องแบบนี้เธอต้องถามผู้หญิงไม่ใช่ทึกทักเอาเอง”

    “งั้นคุณว่าเป็นยังไง”

    “ฉันอยากให้เธอจับมากกว่าเอวแล้วล่ะ”

    เป๊กกี้หยุดเต้นแล้วหลับตาพริ้มยื่นหน้าจะจูบ ชาติชะงักเหลือบมองไป่หลูที่แอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอลดแว่นตาดำลง จิกหน้าย้ำสายตาจริงจังดุดันพูดไม่ออกเสียงว่าห้ามจูบ ชาติอ่านปากเข้าใจ พอเป๊กกี้จะจูบ เขาจึงดันตัวเธอให้หยุด

    “เป็นอะไรไปชาติ”

    “กลับห้องกันดีกว่า คุณพูดถูกแล้ว ผมเบื่อจับเอว อยากจับอย่างอื่นมากกว่า”

    เป๊กกี้ยิ้มรับพอใจ จูงมือชาติเดินออกไปจากบาร์ ไป่หลูมองตามก่อนจะหาทางออกจากวงล้อมของหนุ่มๆ

    ooooooo

    เสียงประตูห้องปิดดังปัง! เป๊กกี้ดันตัวชาติกระแทกผนังแล้วเปิดฉากกอดรัดนัวเนียเขาอย่างเต็มที่ ชาติกอดตอบและซุกไซ้ซอกคอจนเธอครางเสียงกระเส่า แล้วโน้มคอเขาลงมาเพื่อจูบ แต่ชาติกลับเบี่ยงไม่จูบปาก เลือกจูบแก้ม หน้าผาก และขบติ่งหู

    “จั๊กจี๋นะชาติ”

    “แล้วชอบรึเปล่าล่ะ”

    เป๊กกี้ยิ้มรับแล้วถอดเสื้อสูทตัวนอกชาติออกก่อนผลักลงบนเตียง

    “ถามฉัน...เธอก็รู้คำตอบ รอให้เสร็จแล้วถามเธอดีกว่าว่าเธอชอบฉันหรือเปล่า”

    เป๊กกี้ยิ้มยั่วแล้วขึ้นคร่อมบนตัวชาติ ปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดจนเห็นแผงอกกล้ามแน่นปึ้ก มือเริ่มลูบไล้ พรมจูบเบาๆ ไล่ตั้งแต่กล้ามท้องขึ้นมาจนถึงซอกคอ ชาติรู้สึกได้ถึงความเสียวสะท้านแต่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์

    “ชาติ...เธอรู้ไหม ฉันไม่ได้แค่ชอบเธออย่างเดียวนะ แต่ว่าฉันรักเธอขึ้นมาจริงๆแล้ว”

    เป๊กกี้พูดได้แค่นั้นก็หมดสติฟุบคาอกชาติ

    ด้วยฝีมือไป่หลูที่วางยาสลบไว้ในลิปสติกที่แอบสับเปลี่ยน ชาติพลิกตัวเป๊กกี้ให้นอนลงบนเตียงแล้วแตะลมหายใจพบว่ายังหายใจ เท่านี้ก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร และรู้ด้วยว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

    ไป่หลูอยู่ในห้องติดกัน ชาติเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาจ้องหน้าเธอเขม็ง

    “เคาะประตูเรียกก็ได้ เดี๋ยวฉันก็ไปเปิดให้แล้ว ทำเสียงดังเดี๋ยวเมียก็ตื่นหรอก”

    “เมีย?”

    “ก็แม่นั่นไง เห็นนัวเนียกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างกับคู่ข้าวใหม่ปลามัน”

    “แล้วคุณล่ะ เป็นอะไร เมียน้อยที่มารอคิวเมียหลวงเหรอ”

    “ไอ้ปากหมา” ไป่หลูเงื้อมือจะตบ ชาติรับมือเธอไว้หมับแล้วจับบิดพลิกแขน

    “ทีคุณประชดประชันผมได้ แล้วทำไมผมจะทำบ้างไม่ได้”

    “นายเป็นผู้ชาย พูดแบบนั้นกับผู้หญิงไม่ได้”

    “ทีแบบนี้ล่ะแบ่งหญิงแบ่งชาย เก่งแต่เลือกเอาเรื่องดีๆเข้าตัวนะคุณ”

    “เพราะเรื่องแย่ๆ นายมันเหมาเอาไปหมดแล้วไง”

    ไป่หลูรวบรวมกำลังพลิกกลับมาเอาคืนชาติบ้าง กระแทกหมัดเข้าหน้าจนเขาเซ ชาติฉุนจะเอาคืน แต่เจอเธอคว้าปืนจ่อหน้า

    “พอได้แล้ว ฉันมาขัดจังหวะนายไม่นานหรอก แค่จะมาดูว่านายปลอดภัยดี แล้วก็มาแจ้งข่าวว่ารัศมีกับลูกชายยามาดะปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ท่านรองจะพาเข้ากรุงเทพฯ แค่นี้แหละ”

    “เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องวางยาเป๊กกี้เลย”

    “เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ใครรู้ว่าฉันกับนายเจอกัน หมดธุระแล้วเชิญนายกลับไปเข้าด้ายเข้าเข็มกับเมียนายต่อ”

    ไป่หลูกำลังเก็บปืนใส่กระเป๋าถือแล้วเดินออกไป แต่ไม่ทันจะถึงลิฟต์ชาติก็ตามมาคว้าแขนเธอไว้

    “คุณยังกลับไม่ได้ จนกว่าผมจะบอกให้กลับ”

    “จะทำบ้าอะไรอีก เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นเราหรอก”

    “ปลอมตัวมาซะขนาดนี้คงไม่มีใครจำคุณได้หรอก มีแต่เห็นแล้วจะนึกว่าคุณมารับไซด์ไลน์ถึงห้องพักลูกค้ามากกว่า”

    “เอาอีกแล้วนะ ไม่เอาเลือดกบปากบ้างคงไม่เลิกปากเสียกับฉันใช่ไหม”

    “ผมชมคุณอยู่ต่างหากว่าปลอมตัวได้เนียนมาก มิน่าผู้ชายที่บาร์ข้างล่างถึงติดใจคุณ”

    “ถอยไปเลย ถ้าอารมณ์ยังค้างเพราะเมียนายอยู่ล่ะก็... เชิญกลับไปทำหน้าที่กับเมียนายไม่ต้องมาแทะโลมฉัน”

    “คุณวางยาเป๊กกี้หลับสนิทขนาดนั้น แล้วจะให้ผมกลับไปทำอะไร”

    “ปัญหาของนาย ไม่ใช่ฉัน”

    “แต่คืนนี้ผมอยากอยู่กับคุณนี่” ชาติพูดจริงจังแล้วเดินขยับเข้าหา ใช้สองมือดันกำแพงขังเธอไว้ในวงแขนไม่ให้หลบไปไหน

    “มากไปแล้วนะนายชาติ ถ้าคิดจะโดนตัวฉันอีกล่ะก็...”

    “จะทำอะไรผม สู้กับผมอีกเหรอ...เสียแรงเปล่า เราเป็นพวกเดียวกัน ต้องร่วมมือกันสิ”

    “เฉพาะภารกิจกวาดล้างอีกาเท่านั้น” ไป่หลูเสียงแข็ง ผลักชาติออกแล้วรีบเดินไปที่ลิฟต์ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเขาพูดขึ้นว่า

    “แต่ผมเพิ่งได้ข่าวเรื่องมาดามหลุยส์ถูกพวกฟิเดลโรเล่นงาน คุณไม่อยากรู้เลยเหรอ”

    ไป่หลูหันกลับมามองเขาอย่างสนใจ ระหว่างนั้นชาติได้ยินเสียงฝีเท้า จึงดึงหญิงสาวหลบไปซ่อนตัวหลังประตูตรงบันไดหนีไฟ แล้วแอบดูจนเห็นวัตรกับรุตเดินมาเคาะประตูเรียกเขาและเม้าท์กันเรื่องระหว่างเขากับเป๊กกี้อย่างเสียดายความสวยเซ็กซี่ของฝ่ายหญิง ขณะเดียวกันก็อิจฉาชาติที่ได้รับบทสามีของเธอ

    ไป่หลูได้ยินก็อดแขวะชาติไม่ได้ว่ามีแต่คนอิจฉาเขาที่ได้เมียครบเครื่อง ถ้าวันหนึ่งเขาคิดจะเลิกแก้แค้นพวกอีกาตนจะได้รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร

    “เห็นผมเป็นคนแบบนั้นได้ยังไง ผมจะรักได้ก็แต่เฉพาะคนที่ผมพร้อมตายแทนได้เท่านั้น”

    “ฉันจะพยายามเชื่อว่านายจะรักใครได้จริง”

    “ไว้ถึงเวลาที่คุณถูกปืนจ่อหัวเมื่อไหร่ คุณก็จะรู้เองว่าผมหมายถึงใคร”

    ชาติพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินออกมาหาวัตรกับรุต ถามพวกเขาว่ามีอะไร ทำไมต้องมาถึงห้องพักตนด้วย วัตรบอกว่าหัวหน้าสั่งให้เขากลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ ชาติคาดเดาว่ามีภารกิจใหม่ สร้างความไม่พอใจให้รุตตวัดเสียงข่ม

    “แกไม่มีสิทธิ์ถาม เก็บข้าวของแล้วเดินทางคืนนี้เลย”

    ชาติข่มความโกรธ รับคำแล้วใช้คีย์การ์ดรูดเพื่อกลับเข้าห้อง แต่วัตรยังคาใจแตะไหล่ชาติถามอย่างจับผิด

    “เดี๋ยว! ฉันโทร.เข้าห้องแก โทร.ทั้งมือถือ แต่แกไม่รับ ไม่อยู่ในห้องแล้วแกไปไหนมา”

    สองคนรอคำตอบ รุตเบนสายตาไปที่บันไดหนีไฟรู้สึกผิดสังเกตจึงชักปืนเดินตรงไป ชาติกลัวรุตจะเจอไป่หลูแต่กลายเป็นไม่พบใครก็โล่งอก ตอบคำถามวัตรอย่างคล่องปาก

    “บอกให้ก็ได้ว่าฉันไปไหนมา...ถุงยางหมด แค่นี้พวกแกจะหายสงสัยกันมั้ย” ตอบแล้วชาติเปิดประตูเข้าห้อง ทิ้งให้วัตรกับรุตยืนอึ้งด้วยความอิจฉา

    ooooooo

    มาดามหลุยส์บาดเจ็บเล็กน้อยหลังโดนคนของฟิเดลโรดักโจมตี เธอกลับมาที่บ้านพักอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ไตรจะพาแองจี้เข้ามาพบ...คำแรกที่แองจี้กล่าวเมื่อเผชิญหน้ามาดามคือตนขอโทษ

    “ขอโทษทำไม ถ้าจะพูดขอโทษก็แสดงว่าเธอรู้ว่าฟิเดลโรวางแผนเล่นงานฉัน แต่เธอพลาดไม่ได้รายงานฉัน”

    “ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ว่าฟิเดลโรวางแผนเล่นงานมาดามเอาไว้แบบนี้ ฉันพยายามสืบแล้ว แต่หลังเหตุการณ์ถล่มรีสอร์ตที่คิวบา เขาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เขาเวลาวางแผนอะไรเลย”

    ไตรไม่พอใจชักดาบซามูไรบนชั้นวางมาจ่อคอแองจี้พร้อมตวาดเสียงแข็ง “มาดามส่งเธอให้ไปเป็นสายอยู่ในนั้น แต่กลับทำงานพลาดแบบนี้โทษมันก็บอกแล้วว่าต้องโดนอะไร”

    แองจี้หน้าเสีย รีบขอความเห็นใจจากมาดามหลุยส์

    “พอได้แล้วไตร ให้แองจี้กลับไปทำงานต่อ หายออกมานานๆแบบนี้เดี๋ยวไอ้ฟิเดลโรมันจะผิดสังเกต แล้วทุกอย่างที่ทำมาจะเสียหายหมด”

    ไตรเชื่อฟังมาดามหลุยส์ ลดดาบซามูไรแล้วเสียบคืนฝัก แองจี้คุกเข่าก้มหัวขอบคุณมาดามและรับปากว่าต่อไปจะไม่พลาดปล่อยให้มันลอบเล่นงานมาดามอีก

    “จับตาดูมันไว้ให้ดี ความแค้นของฉันกับไอ้ฟิเดลโร มันไม่ได้มีแค่เรื่องโคคิโนอย่างเดียวแล้ว แต่มีอดีตของฉันกับมันที่ต้องชำระแค้นกันเพิ่มขึ้นมา”

    “ค่ะมาดาม” แองจี้ถอยออกไป

    มาดามหลุยส์เดินไปอีกห้อง ไตรจะตามแต่โดนเธอเบรกเสียงเข้ม

    “ไม่ต้องตามฉันมา ไปตามหามานพให้เจอ หายไปนานแบบนี้มันผิดสังเกตเกินไป”

    ไตรรับคำสั่งด้วยความเต็มใจ มาดามหลุยส์เดินหายเข้าไปในห้องพักส่วนตัวที่ค่อนข้างมืดสลัว แล้วหยุดกลางห้องซึ่งมีกล่องกระจกใสตั้งเด่นอยู่ โดยมีแสงไฟส่องลงมาราวกับว่าของในกล่องนั้นเป็นของสำคัญล้ำค่ามากสำหรับเธอ

    มันคือหน้ากากยักษ์ญี่ปุ่นที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี มาดามหลุยส์เปิดฝาครอบออกแล้วหยิบหน้ากากนั้นขึ้นมามองด้วยหัวใจอันเจ็บปวดรวดร้าว รำพึงเรียกชื่อโอนิ...โอนิของฉัน

    เธอสัมผัสผิวหน้าของหน้ากากด้วยใจโหยหาคิดถึงคนรักและเรื่องราวในอดีต ครู่หนึ่งก็เอาหน้ากากนั้นมาสวมทับหน้าตัวเองช้าๆหวนรำลึกถึงความหลังเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา...

    มาดามหลุยส์ในวัยสาวสะพรั่งหลงรักโอนิผู้นำองค์กรอีกาพญายม แต่ฝ่ายชายไม่ได้มีใจ เธอจึงพยายามทำตัวเองให้โดดเด่นในด้านฝีมือการต่อสู้ หวังจะได้รับบทบาทสำคัญและพิชิตใจเขาให้ได้ ด้วยการทำงานนอกเหนือคำสั่งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าโอนิไม่เข้ามาช่วยไว้ แต่เหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้โอนิใบหน้าเสียโฉมต้องใส่หน้ากากปิดบังอำพรางความน่าเกลียด

    รำลึกถึงที่มาของหน้ากากในมือแล้ว มาดามหลุยส์ก็สะท้อนใจ เอามันวางกลับไว้ที่เดิมอย่างทะนุถนอม

    “โอนิ...ฉันเป็นหนี้ชีวิตเธอ ฉันถึงรักเธอหมดหัวใจ ให้เธอได้แม้แต่ชีวิต แต่เธอก็ยังไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา เธอบีบบังคับให้ฉันต้องเป็นคนฆ่าเธอด้วยมือฉันเอง มันทรมานฉันให้เหมือนต้องตายทั้งเป็น”

    มาดามพูดกับตัวเองทั้งน้ำตา พลันได้ยินเสียงเคาะประตูก็หันขวับด้วยความไม่พอใจ ตวาดออกไป

    “ฉันสั่งแล้วไงว่าไม่ให้รบกวน”

    “ขอโทษครับมาดาม แต่นี่เรื่องสำคัญครับ ผมรู้แล้วว่ามานพหายไปไหนเลยต้องรีบมารายงานมาดามครับ”

    สิ้นเสียงของไตร มาดามหลุยส์เปิดประตูผลัวะออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ฟิเดลโรจับตัวมานพไปครับ”

    มาดามฟังแล้วชะงัก แววตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธแค้น!

    ooooooo

    ชาติกลับไปสร้างภาพนักธุรกิจอย่างเดิมตามคำสั่งมาดามหลุยส์โดยมีเป๊กกี้เป็นทั้งเลขาและภรรยา

    ในระหว่างออกมาดูงานก่อสร้างตึก ชาติค่อนข้างรำคาญเป๊กกี้ และเบื่อหน่ายที่ต้องคุยรายละเอียดกับวิศวกร แต่แล้วเป๊กกี้ก็มีงานใหม่ที่เพิ่งได้รับคำสั่งส่งมาทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคืนนี้ชาติต้องไปกับเธอ

    ชาติรับรู้และหาทางไปพบไป่หลูก่อนจะปฏิบัติภารกิจใหม่กับเป๊กกี้ มันคือการลอบสังหารพ่อค้ายาเสพติด ซึ่งชาติมีรูปถ่ายมาให้เธอดูด้วย

    “เห็นหน้าไอ้หมอนี่แล้วไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร”

    “ฉันจำเป็นต้องรู้จักเขาด้วยเหรอ”

    “อะไรกันคุณ นายอินดี้เซเลบชื่อดัง ทั้งดาราทั้งนางแบบมีข่าวกับเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน คุณจะบอกว่าไม่รู้จักเลยเนี่ยนะ”

    “ดูหน้าฉันนะ แล้วบอกฉันทีว่าฉันใช่ผู้หญิงประเภทกรี๊ดผู้ชายหล่อๆรวยๆดังๆหรือไง”

    ชาติยื่นหน้าเข้ามายวนยั่วทันที “จริงด้วย...มิน่าล่ะ คุณถึงไม่ค่อยชอบผม เพราะผมมันผู้ชายหน้าตาดีหล่อกว่านายอินดี้เซเลบตัวแสบนั่นหลายขุม”

    “ว่าไงนะ! กล้าพูดออกมาได้ไงเนี่ย ทุเรศ ฉันไม่ชอบ ขี้หน้านาย เพราะนายเคยพยายามฆ่าฉัน”

    ชาติหัวเราะชอบใจแล้วตีเนียนโอบไหล่เธอหน้าตาเฉย “อ๋อ...งั้นก็ไม่เกี่ยวกับหน้าตา แล้วไป...แค่พยายามฆ่า เดี๋ยวพอหลงหน้าตาหล่อๆของผมไปสักพักก็ลืมไปเอง”

    “ไอ้ทุเรศ” สิ้นเสียงด่า ไป่หลูกระแทกศอกเข้าท้องน้อยเขาอย่างแรง

    “อูยยยย...นี่คุณแยกไม่ออกเหรอไงว่าอันไหนผมพูดจริง อันไหนผมพูดเล่น”

    “ไม่!!”

    “แล้วผ่านหลักสูตรสายลับของ KCAS มาได้ไงเนี่ย”

    “ไม่ได้แยกไม่ออก แต่ไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของนายต่างหาก เสียเวลา”

    ด่าเสร็จเธอรีบส่งต่อรูปถ่ายและข้อมูลของอินดี้ไปให้คู่หูตัวป่วน ก่อนจะหยิบหูฟังบลูทูธขึ้นมาพูดคุย

    “ได้ยินฉันมั้ยไอ้แสบ เช็กประวัติเป้าหมายของนายชาติมาให้ฉันด่วนเลย ฉันเพิ่งส่งรูปไปให้ เข้าใจคำว่า ด่วนมั้ย ตอนนี้ ไม่ใช่เดี๋ยวๆๆ”

    เธอสั่งรวดเดียวจบแล้วคว้าเสื้อผ้าเดินไปผลัดเปลี่ยนหลังฉากกั้นโดยที่ชาติยังตามตอแยอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไรกันแน่ เลยโดนโวยหน้าตาขึงขัง

    “จะตามเข้ามาทำไม ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำอะไรอยู่”

    “เห็น...เต็มสองตาเลย”

    “ไอ้บ้า!!” หญิงสาวรีบร้อนเปลี่ยนจากชุดออกกำลังกาย ใส่ชุดปกติแล้วพุ่งออกมาซัดเขาหนึ่งหมัด แต่ชาติไวทายาดเลยไม่สำเร็จแถมโดนเขาล็อกตัวไว้

    “ช่วยไม่ได้...ทีหลังก็อย่าคิดเองเออเองคนเดียว เพราะงานนี้ผมไม่ได้มาชวนคุณไปด้วย”

    “ถ้าไม่คิดจะชวนฉันแล้วเอาภารกิจนายมาบอกฉันทำไม”

    “ภารกิจทุกอย่างของผมที่เกี่ยวข้องกับพวกอีกา ผมต้องเอาข้อมูลมาให้ท่านรองตรวจสอบอยู่แล้วคุณก็รู้”

    “แต่ตอนนี้ท่านรองยุ่งเรื่องยามาดะ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแทน แล้วยิ่งเป้าหมายของนายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉันก็ยิ่งต้องไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”

    “คุณอยากไปตรวจสอบด้วยตัวเองหรือว่าไม่ไว้ใจผม”

    “ฉันจะไม่ไว้ใจนายเรื่องอะไร”

    “ก็งานนี้ผมต้องไปปฏิบัติการคู่กับเป๊กกี้ เหตุผลแค่นี้ก็พอเข้าใจแล้ว”

    “นายชาติ! นายกับเมียจะทำอะไรก็เรื่องของนาย ฉันไม่สน” ไป่หลูยืนยันเสียงแข็งแล้วเดินออกไป ชาติมองตามอมยิ้ม

    ooooooo

    ค่ำลงบรรยากาศหน้าผับหรูเต็มไปด้วยบรรดาเซเลบแต่งตัวสวยหล่อประชันกันเต็มที่...

    รถสปอร์ตของชาติเข้ามาจอดที่หน้าผับ เป๊กกี้ก้าวลงมาด้วยชุดสวยเซ็กซี่ผ่าข้างสูงอวดเรียวขาขาวนวลเนียน ส่วนชาติอยู่ในชุดสูทหล่อเนี้ยบ โอบเอวเป๊กกี้อย่างคู่รักหวานแหววก่อนจะยื่นบัตรเชิญเข้างานให้การ์ดที่ดูแลความเรียบร้อย

    ไป่หลูกับแสบจอดรถซุ่มห่างออกมาจากหน้าผับเห็นชาติกับเป๊กกี้กอดกันหวานแหววชัดเจนผ่านกล้องส่องทางไกล

    “เห็นนายชาติแต่งหล่อแบบนี้แล้ว วัยรุ่นสมัยนี้เขาเรียกว่าหล่อวัวตายควายล้ม เจ๊ว่ามั้ย”

    “เนี่ยนะหล่อ ถ้าเหลือแบบนี้คนเดียวในโลก ฉันยอมขึ้นคาน”

    “จริงเหรอ...งั้นผมว่าถ้าไม่ใช่เพราะเทสต์เจ๊มีปัญหา เจ๊ก็คงอยากเปลี่ยนรสนิยม เฮ้ย! ไม่เอาน่าเจ๊ สวยๆอย่างเจ๊ถ้าคิดจะฉิ่งจะฉาบ...เสียของ”

    “ทะลึ่งแล้วไอ้แสบ เพื่อนเล่นเหรอ”

    “แหม...ย้อเย่นน่าเจ๊”

    “ไม่ใช่เวลา...ไหนล่ะบัตรเชิญเข้างาน ฉันสั่งให้แกปลอมบัตรมาด้วยไม่ใช่เหรอ”

    “ทำมาให้แล้วเจ๊ แต่ความเห็นผม งานนี้เจ๊อย่าไปยุ่งเลย ดูๆแล้วก็งานธรรมดา นายอินดี้นั่นก็เป็นพ่อค้ายา อาศัยชื่อเสียงเซเลบบังหน้าจริงๆ ปล่อยให้นายชาติสร้างผลงานให้พวกอีกาไม่ผิดสังเกตไปดีกว่ามั้ง”

    “แต่เซ้นส์ฉันว่ามีบางอย่างผิดปกติ ฉันต้องเข้าไปดู”

    “ดูอะไรเจ๊ ดูนายชาติแสดงบทคู่รักกับเป๊กกี้น่ะเหรอ”

    “ไอ้แสบ! ปากแก!”

    “แหะๆ ย้อเย่นอีกที ผมว่าเจ๊รีบไปเตรียมตัวดีกว่า ผมเตรียมชุดเด็ดเหมาะกับงานนี้มาให้เจ๊แล้ว”

    แสบยิ้มกวนแล้วจัดแจงให้ไป่หลูเข้าไปในผับด้วยชุดสวยเซ็กซี่ชวนมองตั้งแต่หัวจดเท้า แต่กว่าจะผ่านการ์ดที่ตรวจสอบเข้มงวดเรื่องบัตรเชิญก็เล่นเอาหญิงสาวใจหายใจคว่ำไปเหมือนกัน

    ooooooo

    ภายในผับปาร์ตี้วันเกิดอินดี้เซเลบชื่อดัง

    แวดล้อมไปด้วยสาวสวยนางแบบดูแลกันชนิดถึงเนื้อถึงตัว ชาติกับเป๊กกี้เข้ามานั่งจับตาดูอินดี้ห่างพอสมควรเพราะมีพวกการ์ดคอยกันไม่ให้มีใครเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ

    “ดูแล้วงานไม่น่ายากเลยใช่ไหม”

    “ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย สังเกตตั้งแต่เข้ามาในงานแล้ว การ์ดที่หมอนั่นจ้างมาฝีมือไม่ธรรมดา เป็นพวกมืออาชีพทั้งนั้น”

    “แต่ฉันว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงเธอคนเดียว”

    “ผมเตรียมแผนไว้แล้ว ที่อยากรู้ก็มีแค่...ทำไมองค์กรถึงต้องการเก็บหมอนั่น”

    “ปกติแล้วยมทูตมีหน้าที่ทำตามคำสั่ง ไม่มีสิทธิ์ถาม”

    “แต่สำหรับผม...คุณคงยกเว้นให้ได้”

    พูดแล้วชาติเห็นการ์ดในงานเดินตรงมา เขาเล่นละครจูบเบาๆที่แก้มเป๊กกี้เพื่อตบตาไม่ให้มันสนใจ เป๊กกี้ยิ้มชอบใจกับการกระทำนั้นของชาติ ตอบคำถามอย่างคล่องปาก

    “เพราะหมอนั่นคิดจะใช้เครือข่ายค้ายาตัวเองเข้ามากอบโกยผลประโยชน์หลังจากที่องค์กรจัดการกับเครือข่ายของพ่อเลี้ยงอดุลย์ไปแล้วน่ะสิ”

    “งานแบบนี้ใช้คนอื่นก็ได้ ทำไมต้องใช้ผม”

    “เพราะฉันรู้ว่าเธอเบื่องานนั่งโต๊ะไง แต่ที่สำคัญกว่านั้นฉันอยากออกมาปฏิบัติการกับเธอ เพราะช่วยทำให้ฉันตื่นเต้นพอๆกับเวลาที่ได้...”

    เป๊กกี้ไม่พูดต่อแต่ยื่นหน้าจะจูบชาติ ซึ่งเขาเกือบไม่มีทางบ่ายเบี่ยง ระหว่างนั้นเองเขาเหลือบไปเห็นไป่หลูในชุดสวยเซ็กซี่นวยนาดฝ่าการ์ดเข้าไปหาอินดี้ ชาติชะงักจนเป๊กกี้สงสัยถามว่ามีอะไรพลางมองตามสายตาเขาไปเห็นสาวสวยคุ้นหน้าว่าเคยเห็นแต่นึกไม่ออก

    “ผู้หญิงคนนั้นฉันคุ้นหน้าจัง เหมือนเคยเจอ”

    “ได้เวลาผมต้องลงมือแล้ว คุณไปทำตามแผนเถอะ” ชาติตัดบทแล้วผละออกไปทันที ทิ้งให้เป๊กกี้ครุ่นคิดคาใจว่าเคยเห็นเธอคนนั้นที่ไหน?

    ooooooo

    ไป่หลูต้องการประชิดตัวอินดี้แต่ถูกการ์ดในงานยกมือกันไม่ให้เข้าใกล้ แม้เธออ้างว่ามีของขวัญจะให้ก็ยังโดนไล่ไปที่โต๊ะลงทะเบียนรับของขวัญ จนกระทั่ง

    อินดี้หันมาเห็นสาวสวยสะดุดตาจึงเป็นฝ่ายเข้ามา

    ทักทายเธอด้วยตัวเอง

    อินดี้ปิ๊งไป่หลูทันที ต่างฝ่ายต่างตีสนิทแล้วเดินควงกันไปทางห้องวีไอพี ชาติเห็นไป่หลูเต็มตา สงสัยว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหัวเราะต่อกระซิกไปกับอินดี้

    ชาติหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ออกไปหน้าผับกวาดตามองครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งมาหาแสบในรถ อยากรู้ว่าไป่หลูมาทำอะไรที่นี่

    “ใจเย็นๆ ก็รู้อยู่ว่านิสัยเจ๊เป็นไง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ”

    “แต่ฉันเตือนแล้วว่างานนี้ไม่ควรมายุ่ง”

    “ผมก็บอกแล้ว แต่เจ๊สนใจที่ไหน ยังไงเจ๊ก็อยากเอาตัวหมอนั่นมาสอบสวน เผื่อจะได้ข้อมูลของพวกอีกาที่นายไม่รู้ แล้วค่อยส่งให้นายจัดการต่อ”

    “โธ่เอ๊ย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง หาเรื่องใส่ตัวจนได้”

    “หมายความว่าไง”

    “เป๊กกี้เริ่มสงสัยไป่หลูแล้วน่ะสิ”

    แสบฟังแล้วอึ้ง นึกห่วงลูกพี่ของตน...เวลาเดียวกันนั้น เป๊กกี้กำลังเร่งมือสร้างความวุ่นวายภายในผับตามแผนเดิม เสร็จแล้วแทนที่เธอจะหลบออกไปกลับถือปืนเดินอาดๆ หน้าตาเอาเรื่องตามหาผู้หญิงคุ้นหน้าคนนั้น!

    ในห้องวีไอพี อินดี้กำลังจะลวนลามไป่หลูที่ดูเหมือนยินยอมพร้อมใจ แต่กลายเป็นพอได้แนบชิดเธอชักมีดพกจ่อคอเขาอย่างว่องไว

    อินดี้อึ้งอย่างคาดไม่ถึง พอดีกับที่การ์ดในงาน

    มาร้องบอกเขาว่าเกิดเรื่อง อินดี้ไหวตัวทันที

    “เธออาจจะมีฝีมือตบตาฉันได้ แต่เธอไม่พ้นมือการ์ดของฉันแน่”

    ไป่หลูเคร่งเครียด เตรียมรับมือทันทีที่พวกการ์ดบุกเข้ามา แต่คนที่เข้ามากลับเป็นชาติ ซึ่งเขาจัดการกับพวกการ์ดไปหมดแล้ว

    “คุณนี่มันชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่ได้ตลอดเวลาเลยนะ”

    “เพราะฉันไม่เคยไว้ใจนายเลยไง”

    ไป่หลูกำลังต่อปากต่อคำ อินดี้ฉวยโอกาสกระแทกศอกใส่เธอจนเสียจังหวะ แล้วพุ่งไปที่โต๊ะกลางคว้าปืนที่ซ่อนไว้ออกมาเตรียมยิง

    เปรี้ยง! เสียงปืนดัง อินดี้ไม่ทันได้ยิงไป่หลู เพราะโดนชาติยิงแสกหน้าตายคาที่เสียก่อน!

    “เห็นรึยังว่าคุณมันชอบหาเรื่องใส่ตัว มานี่เลย คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เป๊กกี้กำลังตามล่าคุณ”

    ชาติรีบฉุดไป่หลูออกไป ทิ้งศพอินดี้นอนตาค้างอยู่ในห้อง...ส่วนเป๊กกี้วิ่งวุ่นตามหาไป่หลู ผู้คนในผับพากันแตกตื่นในท่ามกลางความมืดสลัว

    ทั้งเป๊กกี้และชาติจัดการการ์ดในงานจนหมด ก่อนที่สองคนอาจจะมาเจอกัน แต่ชาติไหวตัวเร่งไป่หลูให้หลบไปก่อน แต่หญิงสาวกลับอิดออดต่อรอง

    “งั้นเอาอย่างนี้ จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันต้องสั่งสอนเมียนายซะบ้าง จะได้เลิกยุ่งกับฉันซะที”

    “ทำอย่างนั้นได้ไงคุณ ขืนโผล่ออกไปเป๊กกี้จะยิ่งสงสัยว่าคุณเป็นใคร”

    “ทำได้แค่สงสัย แต่ยังไงเธอก็ไม่มีทางรู้ว่าฉันเป็นใคร”

    “ไม่ได้...ผมไม่ให้คุณทำแบบนั้นแน่”

    “ทำไม...กลัวฉันทำเมียคุณเจ็บตัวเหรอ”

    “นี่คุณ!!”

    “ไม่ต้องขึ้นเสียง ถ้าหวงเมียมาก ทีหลังก็ล่ามโซ่เอาไว้ที่บ้าน ไม่ต้องปล่อยให้ออกมาเกะกะคนอื่นเขา”

    ไป่หลูดันชาติให้หลบเพื่อจะออกไปจัดการกับเป๊กกี้ แต่เขาคว้าตัวเธอมากอดแน่นและเอามือปิดปากก่อนพูดเบาๆข้างหูเธอ

    “อย่าประมาทเห็นเป๊กกี้เป็นแค่ผู้ประสานงานคอยดูแลอีกายมทูตแล้วจะไม่มีพิษสง ถ้าเป๊กกี้เอาจริง คุณจะเจอศึกหนัก...บอกให้อยู่เฉยๆ ผมจะหาทางเบี่ยงความสนใจเป๊กกี้เอง แต่ขอบอกไว้อย่าง...ถ้ามีโซ่ให้ล่ามจริงๆผมจะขอล่ามคุณเอาไว้มากกว่าล่ามเป๊กกี้”

    ไป่หลูโกรธจี๊ด ด่าเขาทั้งที่โดนปิดปาก ชาติไม่ใส่ใจแต่เร่งติดต่อแสบ

    “ไอ้แสบ ฉันรู้ว่าแกได้ยินทุกอย่างผ่านทางวิทยุสื่อสารของไป่หลู แกต้องรีบเข้ามาเปิดทางให้ฉันกับไป่หลูเดี๋ยวนี้”

    แสบอยู่ในรถหน้าผับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินชาติสั่งมาทางวิทยุสื่อสาร “โธ่เอ๊ย...กำลังเพลินเลย นึกว่าฟังละครวิทยุตบจูบๆ สถานการณ์แบบนี้ขอมาก็ต้องจัดหนักไปสิคร้าบ”

    แสบคว้าเป้ลงจากรถวิ่งเข้าไปในผับทันที ฝ่ายเป๊กกี้ถือปืนเดินหาไป่หลูใกล้จุดที่ชาติอยู่ ไป่หลูดื้อดึงปรากฏตัวออกมาจนได้ ชาติหนักใจจำต้องเล่นละครตบตาเป๊กกี้ด้วยการทำร้ายไป่หลู

    เสียงปืนดังลั่น ข้าวของแตกกระจาย ไป่หลูเจ็บใจชาติ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องรีบหลบออกมาพร้อมแสบที่ใช้ระเบิดควันเปิดทางให้ตัวเองพาไป่หลูหนี เป๊กกี้ไล่กวดสองคนนั้นไปเกือบถึงรถ ถ้าชาติไม่ตามมารั้งแขนเธอให้หยุด

    “พอได้แล้วเป๊กกี้ ภารกิจเราสำเร็จแล้ว”

    “แต่ฉันต้องรู้ว่านังผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร”

    “เอาไว้ก่อน ตำรวจกำลังแห่มา รีบไปเถอะ”

    เป๊กกี้เจ็บใจ คว้าวิกผมที่ไป่หลูทำหล่นไว้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ชาติเห็นแล้วรู้สึกไม่ไว้ใจ

    ooooooo

    กลับมาถึงสำนักงานชั่วคราวของเชิดศักดิ์ ไป่หลูรีบเอาน้ำล้างตาที่โดนระเบิดควัน ทำไปบ่นไปโดยไม่รู้ว่าคนที่หยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้คือชาติ
    ไม่ใช่นายแสบ

    “ขอบใจ แต่ทีหลังถ้าแกจะเล่นใหญ่แบบนี้ช่วยบอกให้รู้ตัวก่อน ดีที่ฉันตาไม่บอด ไม่งั้นล่ะก็...ชีวิตแกยังใช้ให้ฉันไม่ได้เลย”

    “อย่าไปโทษไอ้แสบเลย ผมเป็นคนวางแผนฉุกเฉินแบบนี้เอาไว้เอง”

    หญิงสาวชะงักกึกกับเสียงนั้น หันขวับมามองแล้วเข่นเขี้ยว “ยังกล้าโผล่มาให้ฉันเห็นหน้าอีกเหรอ”

    “ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ก็ผมเป็นห่วงคุณ”

    “ห่วงฉัน? ห่วงบ้าอะไรของนาย ไล่ยิงฉันจนเกือบไม่รอด”

    “เพื่อความสมจริงไง ไม่งั้นคุณโดนเป๊กกี้จัดการไปแล้ว ควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาถึงก็โวยใส่”

    “อยากได้คำขอบคุณใช่ไหม ได้...งั้นขอแปะติดกับหมัดฉันเข้าเบ้าหน้านายสักทีเถอะ” ไป่หลูกำหมัดซัดไป แต่ชาติเอี้ยวตัวหลบก็เลยวืด

    “ไม่เอาน่าคุณ งานนี้เห็นๆอยู่ว่ามันเละเทะเพราะใคร การยอมรับความจริงบ้างมันไม่ได้ทำให้คุณเสียหน้าหรอก”

    “ไม่เสียหน้า...ยิ่งพูดแบบนี้แหละยิ่งจงใจให้ฉันรู้สึกเสียหน้าให้นาย”

    ไป่หลูหมุนผ้าขนหนูเป็นเกลียวแน่นเพื่อเล่นงานชาติ แต่เขาหลบเลี่ยงพร้อมบอกให้เลิกเล่น โดนเข้าไปเจ็บได้เหมือนกัน

    “แล้วที่ไล่ยิงฉันต้องล้มลุกคลุกคลาน ลูกปืนเฉี่ยวหัวไปมา คิดว่าฉันไม่เจ็บตัวหรือไง”

    “ของแค่นั้น คุณฝึกมาแล้วคุ้นเคยดี อย่าทำเป็นบ่นไปหน่อยเลย ยังไม่ทันแก่เป็นมนุษย์ป้าซะหน่อย”

    “นายชาติ!! หลอกด่าว่าฉันเป็นมนุษย์ป้าขี้บ่นเหรอ”

    “ใช่...เอ๊ย!! ผมไม่ได้ว่า แค่อ้างอิงเฉยๆ”

    “นั่นแหละเขาเรียกหลอกด่า...ไอ้ปากหมา” ด่าแล้วยังไล่บี้จะทำให้เขาเจ็บบ้าง แต่ตัวเองกลับโดนล็อกดิ้นไม่หลุด

    “พอได้แล้วน่าคุณ ผมไม่ได้ตามมาเพื่อจะให้คุณระบายอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียใส่”

    “ฉันไม่ได้เห็นนายเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ แต่ฉันตั้งใจสั่งสอนนายจริงๆ”

    “งั้นเอาไว้เราเป็นอะไรกันมากกว่านี้ก่อนได้ไหม ถึงตอนนั้นผมอาจจะยอมอยู่ในโอวาทให้คุณสั่งสอน”

    ไป่หลูยิ่งปรี๊ดพยายามดิ้นรน ชาติยิ่งต้องออกแรงกดเธอไว้

    “อย่าดื้อน่าคุณ ผมมีเรื่องสำคัญจริงๆ เพราะคุณไปก่อเรื่องเอาไว้ ความซวยก็เลยกำลังมาเยือน ผมเลยต้องรีบมาบอกคุณกับไอ้แสบให้ชิงลงมือตอนนี้ ถ้าไม่รีบทำคุณได้โดนเปิดโปงแน่”

    “หมายความว่าไง”

    ชาติไม่ทันตอบ แสบเข้ามาเห็นสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงก็ชะงัก เปรยยิ้มๆว่าตนเข้ามาผิดเวลา เชิญพวกเขาตามสะดวก...ไป่หลูฮึดฮัดสะบัดชาติออกแล้วร้องเรียกลูกน้องอย่างฉุนเฉียว

    “ไอ้แสบ! กลับมานี่เดี๋ยวนี้!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 05:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์