สมาชิก

เพชรตัดเพชร

ตอนที่ 9

รัศมีได้ช่วยยามาดะกับลูกชายไว้โดยบังเอิญขณะเธอมาเป็นครูสอนหนังสือเด็กชาวเขา แต่แล้ว

ยามาดะโชคร้ายเป็นไข้ป่าอาการหนักถึงตาย ส่วนลูกชายพลัดตกเขาบาดเจ็บสาหัส

เมื่อรัศมีได้เจอไป่หลูกับชาติที่หนีการตามล่าของพวกฟิเดลโรมาถึงหมู่บ้านชาวเขา เธอไม่ไว้ใจทั้งคู่จึงพยายามจะพาลูกชายยามาดะหนีไป ไป่หลูเลยต้องบอกความจริงว่าตนคือใครและช่วยกันกับชาติป้องภัยให้รัศมีกับยามาดะ

ในที่สุดรัศมีก็ยอมให้ไป่หลูพาลูกชายยามาดะไปรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีเชิดศักดิ์รอคอยอำนวยความสะดวกให้ ส่วนชาติกับยอดที่พบกันอีกครั้งยังคงต่อสู้กับสมุนฟิเดลโรอยู่กลางป่า ยอดจำใจผนึกกำลังกับชาติรับมือพวกมัน ในขณะที่มาดามหลุยส์ก็ส่งคนของตนมาช่วยชาติแต่โดนยอดแอบยิงยาสลบใส่ทำให้ไตรไม่สามารถติดต่อได้

เมื่อติดต่อคนของตนไม่ได้ มาดามหลุยส์ร้อนใจสั่งไตร โทร.หามานพเพื่อให้มาเจอกัน แต่เวลานั้นมานพกำลังสำเริงสำราญอยู่กับหญิงสาวในโรงแรมจึงไม่รับสาย ทำให้มาดามหงุดหงิด บอกไตรว่าไม่ต้องรอให้มุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายได้เลย

ooooooo

หลังจากสลัดพวกสมุนฟิเดลโรได้แล้ว ยอดหาทางกำจัดชาติแต่ไม่สำเร็จ เพราะร่างกายเขาอ่อนแรงแทบยืนไม่อยู่ เหงื่อผุดเต็มหน้า สายตาเริ่มพร่ามัวมองไม่ชัด มือสั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้

มันคืออาการเอฟเฟกต์จากการถูกฉีดโคคิโนเข้าไปแล้วกำเริบขึ้นมา...ชาติเห็นอาการของยอดต่อหน้าต่อตาก็อดแปลกใจไม่ได้ อยากช่วยเหลือแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

ทันใดนั้นลูกน้องฟิเดลโรนำโดยเชงตามมาทัน เกิดการห้ำหั่นกันอีกยก ก่อนที่ชาติกับยอดจะหนีไปได้เพราะเฉินกับจอห์น คนของมาดามหลุยส์เข้ามาช่วยเหลือ

ทางด้านมานพ หลังเสร็จสมอารมณ์หมายก็ออกจากโรงแรมมาขึ้นรถ แต่จู่ๆนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือจึงผละออกจากรถ แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวรถระเบิดสนั่นหวั่นไหวไฟลุกท่วม ร่างมานพกระเด็นตามแรงระเบิดไปกระแทกกับรถอีกคันฟุบแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น...

ส่วนพวกเชงหลังจากเล่นงานชาติกับยอดไม่ได้ก็พากันกลับมาที่ปางไม้ของพ่อเลี้ยงอดุลย์ซึ่งฟิเดลโรรออยู่ เชงยอมรับผิดยืนสีหน้าไม่สู้ดีต่อหน้าเจ้านาย

“ผมขอโทษครับบอส อีกนิดเดียวผมก็จะได้ตัวมือสังหารของพวกมันมาแล้ว”

“แกพยายามดีแล้วเชง ฉันเองก็คิดไม่ถึงว่ามาดามหลุยส์จะส่งคนอื่นมาช่วย เพราะปกติแล้วถ้าพวกอีกายมทูตทำงานผิดพลาด มันจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเด็ดขาด ทางเลือกเดียวคือจบชีวิตตัวเองตามกฎของพวกอีกา”

“นั่นสิครับบอส ถึงขนาดส่งไอ้จอห์นกับไอ้เฉินมือเก่งที่คอยอารักขามาดามมาช่วยด้วย”

“ส่งไอ้พวกนั้นมาช่วยเลยเหรอ แสดงว่ามือสังหารที่สู้กับแกคงไม่ใช่อีกายมทูตธรรมดาแน่ แกจำหน้ามันได้รึเปล่า”

“จำได้แม่นครับ ทั้งสองคนเลยครับบอส”

“งั้นค่อยสืบดูว่าพวกมันเป็นใคร ส่วนตอนนี้...” ฟิเดลโรกำลังจะสั่งงานใหม่ แต่แองจี้โผล่เข้ามาร้องเรียกเขาพร้อมกับสวมกอดราวกับรักนักหนา

“ฉันคิดถึงคุณ ตั้งแต่มาถึงคุณให้ฉันอยู่แต่โรงแรม ฉันเบื่อก็เลย...” เธอเว้นวรรค พลางส่งสายตาไปทาง

ด้านหลังที่ลูกน้องฟิเดลโรติดตามมา “บอกเขาไปว่าถ้าไม่ให้ฉันมาเจอคุณ ฉันจะบินกลับคิวบา”

“แต่ตอนนี้งานผมกำลังยุ่ง”

“แม้แต่เวลาจะอยู่กับฉันก็ไม่มีเลยเหรอ” แองจี้ซึ่งแท้จริงคือคนของมาดามหลุยส์พยายามเล่นละครออดอ้อน แต่ฟิเดลโรไม่สนใจดันตัวเธอออกแล้วส่งต่อให้ลูกน้อง

“ยังไม่ใช่ตอนนี้แองจี้ เธอไปรอฉันที่โรงแรม”

“แล้วที่นี่ล่ะครับบอส” เชงถาม

“เผาให้เกลี้ยงพร้อมศพไอ้อดุลย์ ส่วนลูกน้องกับธุรกิจของมัน...เป็นของฉันไปแล้ว”

ฟิเดลโรยิ้มร้ายแล้วเดินออกไป แองจี้มองตามด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้ แต่เมื่อเจอสายตาเชงที่มองมา หญิงสาวก็ปรับสีหน้าเพื่อไม่ให้เชงผิดสังเกต

ooooooo

รถของมาดามหลุยส์มุ่งไปตามถนนนอกเมืองเชียงใหม่และใกล้จุดนัดพบเข้าไปทุกที รุตพยายามติดต่อมานพมาตลอดทางแต่ยังติดต่อไม่ได้ ไตรเริ่มสังหรณ์ใจ

“มาดามครับ ผมว่าชักจะมีอะไรแปลกๆแล้ว มานพไม่น่าจะหายไปแบบนี้”

มาดามหลุยส์นิ่งอย่างครุ่นคิด ระหว่างนั้นวัตรมองกระจกหลังเห็นมอเตอร์ไซค์ขับตามมาตลอดทางจึงบอกไตรให้รู้ตัว ไตรคิดว่าไม่น่าไว้ใจ สั่งรุตสั่งสอนมัน

รุตรับคำสั่งชักปืนออกมารอจังหวะให้มันขับเข้ามาใกล้ มอเตอร์ไซค์ปริศนาคันนั้นขับเข้ามาจนเกือบถึงรถ ท่าทางของมันไม่น่าไว้ใจจริงๆ รุตพร้อมจะเปิดฉากยิงใส่ก่อนถ้ามันเข้ามาในระยะยิงได้ แต่พอมอเตอร์ไซค์คันนั้นเฉียดเข้าใกล้มันกลับขับผ่านไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น รุตเลยเก็บปืน

“ไม่ใช่พวกมันครับหัวหน้า”

แต่ไม่ทันที่ไตรกับมาดามหลุยส์จะคิดว่าไม่มีอะไร เสียงระเบิดจากถนนข้างหน้าก็ดังขึ้น...บึ้ม!!

วัตรขับรถหักหลบระเบิดที่ฝังไว้บนถนนเป็นกับดักเล่นงาน แต่ถึงจะหลบลูกแรกได้ ลูกที่สองก็ระเบิดตามมาติดๆพร้อมลูกที่สาม ทำให้วัตรเสียการควบคุมรถต้องหักพวงมาลัยพุ่งออกข้างทางและจอดนิ่งสนิทหลังจากชนต้นไม้จนควันขโมงไปทั่ว

รถตู้คันหนึ่งซึ่งมีลูกน้องฟิเดลโรสวมหน้ากากปิดบังหน้าตากรูลงมาจากรถพร้อมอาวุธครบมือ พวกมันพุ่งเป้ามาที่มาดามหลุยส์ตามคำสั่งเจ้านาย วัตรกับรุตเปิดประตูรถเห็นพวกมันแห่กันมาก็เปิดฉากยิงใส่ทันที

“หัวหน้าหลบไปก่อนครับ ผมจะจัดการทางนี้เอง”

“รีบไปก่อนเถอะครับมาดาม”

“ฝีมือไอ้ฟิเดลโรแน่ ถึงคราวที่มันจะแก้แค้นฉัน ปล่อยให้มันตามฉันมา ฉันจะจัดการสั่งสอนพวกมันเอง”

มาดามหลุยส์ยิ้มเหี้ยมสีหน้าเอาเรื่อง จึงไม่มีใครคัดค้านคำสั่งของเธอ รุตกับวัตรยิงใส่เพื่อเปิดทางให้มาดามกับไตรแยกไปอีกทาง โดยมีพวกของฟิเดลโรสามคนไล่ตาม แต่แล้วมันพากันหยุดเพราะสองคนนั้นหายตัวไป

ทั้งสามคนระแวดระวังยกปืนกวาดไปรอบทิศ ทันใดนั้นไตรกับมาดามหลุยส์โผล่มาอย่างเงียบกริบด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่าหลายเท่าปลดปืนจากมือพวกมันได้อย่างง่ายดาย แต่มันยังฮึดด้วยมือเปล่า คนหนึ่งเปิดฉากสู้กับไตร ส่วนอีกสองคนรุมเล่นงานมาดามหลุยส์

มาดามหลุยส์ใช้ชั้นเชิงการต่อสู้ประชิดตัวและเล็บเหล็กที่คมกริบเล่นงานพวกมันคนแรกด้วยการกระซวกเข้าไปในช่องท้องจนมันสะดุ้งเฮือก อีกคนชักมีดพกพุ่งเข้าใส่ไล่ฟาดฟันมาดามหลุยส์อย่างบ้าคลั่ง ทางไตรใช้เชิงมวยดุดันเล่นงานมันจับหักแขนทั้งสองข้างตามด้วยคอเสียงดังกร๊อบ!

เหลือคนสุดท้ายที่กำลังบ้าดีเดือดไล่ฟาดฟัน แต่มาดามหลุยส์หลบหลีกคมมีดได้อย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสวยงามผสมความดุดันเมื่อสวนกลับไปแต่ละทีความคมกริบของกรงเล็บเหล็กก็สร้างบาดแผลให้มันไม่น้อย

ไตรเห็นมันกำลังพันตูกับมาดามก็หยิบมีดพกจากศพขึ้นมาจะปาใส่ แต่มาดามสั่งห้ามไม่ให้ยุ่ง เขาเลยชะงักลดมือลง มาดามเล่นงานมันด้วยตัวเอง อาศัยช่วงที่มันพุ่งเข้ามาจะแทงใช้กรงเล็บกรีดแขนจนเป็นแผลเหวอะหวะแล้วเปลี่ยนไปจิกที่คอหอยพร้อมเสียงคำรามดุดัน

“ถ้าไอ้ฟิเดลโรมีปัญญาส่งแค่ทหารรับจ้างฝีมือแค่นี้มาจัดการฉัน แกโชคดีแล้วที่จะรอดกลับไปบอกมันว่าฉันจะเตรียมหลุมศพเอาไว้รอมัน”

“บอสสั่งไม่ให้กลับไปจนกว่าฆ่ามาดามหลุยส์ให้ได้”

ลูกน้องฟิเดลโรตอบโต้และยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำให้มาดามหลุยส์สงสัยระคนแค้น ใช้กรงเล็บเหล็กจากมืออีกข้างตวัดจนเสื้อมันขาด เผยให้เห็นระเบิดพลีชีพซึ่งนับเวลาถอยหลังเอาไว้กับตัว!

ตัวเลขเหลืออีกเพียงแค่ 60 วินาทีและนับถอยหลังลงอย่างรวดเร็ว มันคว้าแขนมาดามหลุยส์เพื่อไม่ให้หนี มาดามร้องบอกไตรให้หลบไป มันติดระเบิดพลีชีพ ไตรห่วงเจ้านายจะเข้าไปช่วยแต่โดนเธอตวาดเสียก่อน

“ไม่ต้อง! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเจอแบบนี้”

“ใช่...บอสฝากมาบอกด้วยว่าครั้งที่สองนี่แหละที่จะทำให้มาดามหลุยส์ตายจริงๆ ไม่ใช่ให้คนอื่นโดนลูกหลงแทน ฮ่าๆๆ”

คำพูดและเสียงหัวเราะของมันทำให้มาดามหลุยส์ชะงัก ทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วสบถขึ้นอย่างโกรธแค้น

“ระเบิดลูกนั้น? ที่แท้ก็ฝีมือไอ้ฟิเดลโร...ขอบใจที่ทำให้ฉันหายคาใจ”

จบคำพูดก็ใช้กรงเล็บเหล็กกระชากคอหอยลูกน้องฟิเดลโรอย่างแรง แล้วใช้อีกมือจับแขนมันบิดจนหักดังกร๊อบ จากนั้นก็ผลักมันกระเด็นออกไป ขณะที่เวลาบนระเบิดนับถอยหลังใกล้เลขศูนย์และระเบิดเสียงดังสนั่น!

ร่างของลูกน้องฟิเดลโรฉีกกระจาย มาดามหลุยส์ล้มกลิ้งไปบนพื้นตามแรงอัดกระแทกของระเบิดจนแน่นิ่ง พอหลังควันจางไตรรีบเข้าไปช่วยประคองร่างมาดามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ลูกชายยามาดะได้รับการเยียวยารักษาจากหมอหลังจากไป่หลูพาเขากับรัศมีดั้นด้นไปถึงเซฟเฮาส์ที่เชิดศักดิ์จัดหาให้ รัศมีนั่งเฝ้าเขาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งหมอกลับไปแล้วเชิดศักดิ์ออกมาบอกไป่หลูที่ยืนรอด้วยท่าทีกระวนกระวายอยู่นอกห้อง

“อาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว ไว้ให้พรุ่งนี้รู้สึกตัวก่อนแล้วค่อยพากลับกรุงเทพฯ”

“ถึงที่นั่นแล้วคงต้องจับตาดูเขาเป็นพิเศษค่ะท่าน”

“เขามีอะไรที่น่าสงสัยเหรอ”

“ฉันยังไม่ทราบค่ะ แต่พฤติกรรมเขาผิดสังเกตหลายอย่าง ถึงจะบอกว่าไม่รู้เรื่องสูตรโคคิโน แต่ฉันไม่ เชื่อ...เขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับโคคิโนไม่มากก็น้อย”

“ผมจะจัดการให้ แล้วรัศมีล่ะ”

“นายชาติขอให้เราคุมตัวเธอเอาไว้ก่อน เพื่อเป็นข้อต่อรองกับนายยอดไม่ให้เปิดเผยตัวตนของเขาให้พวกอีการู้”

“ถ้าคนอย่างนายยอดคิดแต่จะเหยียบนายชาติขึ้นไปเป็นใหญ่ในองค์กร ฉันว่าแผนนี้มันเสี่ยงเกินไป”

“ฉันก็ไม่ได้ชอบวิธีการนี้ของนายชาติเท่าไหร่หรอกค่ะท่าน แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น”

เชิดศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ ไป่หลูมองสองคนในห้องครู่หนึ่งแล้วหยิบปืนบนโต๊ะมาเหน็บหลังเอวเตรียมตัวจะออกไป

“คุณจะไปไหนอีกไป่หลู”

“พูดถึงผู้ช่วยฉันแล้ว ฉันชักอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างค่ะ ขอตัวนะคะท่าน”

เชิดศักดิ์อดยิ้มไม่ได้ เริ่มรู้สึกอย่างที่แสบเคยบอกว่าไป่หลูกับชาติน่าจะปิ๊งกันแต่ทำเป็นปากแข็ง

ooooooo

ภายในโรงแรมที่เชียงใหม่ ชาติอาบน้ำชำระล้างร่างกายหลังจากกรำศึกหนักมาทั้งวัน ระหว่างนั้นเป๊กกี้เดินเข้ามายืนมองเขาด้วยความเสน่หา

“เธอคงจะเหนื่อยมากสินะ ให้ฉันช่วยผ่อนคลายให้เธอไหม”

“ไม่เป็นไร คุณจะทำให้ผมหมดแรงมากกว่าจะได้พักผ่อน”

“หมดแรงก็ดีสิ เธอจะได้นอนพักยาวๆ”

“ไว้ก่อนแล้วกัน งานของผมยังไม่จบ”

“นั่นสินะ ภารกิจนี้ทำเอาวุ่นวายไปทั้งองค์กรจากงานง่ายๆแค่เช็กบิลพ่อเลี้ยงอดุลย์ แล้วให้มานพสร้างเครือข่ายค้ายาขึ้นมาแทน แต่เกมกลับพลิกทันทีที่ฟิเดลโรโผล่มา”

“มันจะไม่วุ่นวายขนาดนี้แน่ ถ้ามาดามไม่เก็บแผนการทั้งหมดไว้คนเดียว”

“มันเป็นวิธีการทำงานของมาดามนะชาติ อีกา ยมทูตมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง แต่สำหรับเธอ...ฉันว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานเธอก็คงได้ก้าวขึ้นไปเป็นมือขวาของมาดาม”

ชาติมองเป๊กกี้ผ่านกระจก ขณะที่เธอเช็ดตัวเขาเสร็จก็ลูบไล้กล้ามแน่นๆของเขาอย่างยั่วยวน

“ไม่เคยมีอีกายมทูตคนไหนที่ปฏิบัติภารกิจผิดพลาดแล้วมาดามจะส่งมือดีไปช่วยพาตัวกลับมา ถ้ามาดามไม่คาดหวังว่าเธอจะเป็นหัวหน้าคนต่อไปต่อจากเธอ แล้วถึงเวลานั้นเธอก็อย่าลืมฉันก็แล้วกัน”

เป๊กกี้จูบแผ่นอกชาติ มือลูบไล้ไปทั่วกล้ามเนื้อแน่นๆ ชาตินิ่งสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะดึงเธอลุกขึ้นมา

“ถ้าฉันก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้นได้ ฉันจะไม่ลืมเธอแน่นอน แต่เธอต้องรับปากฉันอย่างนึง”

“อะไรเหรอจ๊ะชาติ”

“ในเมื่อมาดามหวังในตัวฉันมาก ก็ต้องมีคนอื่นๆในองค์กรที่ไม่พอใจอยากหยุดฉัน เธอคงจะช่วยเป็นหูเป็นตาบอกฉันทุกอย่างที่เกิดขึ้นในองค์กรได้ใช่ไหม”

“ได้สิ ทุกอย่างที่เธออยากรู้”

ชาติยิ้มรับและจูบหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล ตีบทคนรักได้อย่างแนบเนียน

“ให้ฉันแต่งตัวก่อนนะ แล้วเราไปหาอะไรดื่มกัน”

ชาติหยุดอารมณ์เสน่หาของเป๊กกี้สำเร็จ พาเธอลงไปนั่งฟังเพลงภายในบาร์หรูของโรงแรม สองคนชนแก้วเครื่องดื่มกันครู่หนึ่งก่อนที่เป๊กกี้จะขอตัวไปห้องน้ำ

ชาติเหลือบไปเห็นเฉินนั่งดื่มคนเดียวอยู่ที่เคาน์เตอร์ไม่ไกลกันจึงทักทายด้วยเหล้าแก้วหนึ่งก่อนเอ่ยปากขอบใจสำหรับภารกิจวันนี้

“ฉันก็แค่ทำตามคำสั่ง”

“ตั้งแต่ออกมาจากเกาะ ฉันก็ไม่ได้เจอแกกับแองจี้เลย ตอนนี้แองจี้ไปอยู่ไหนแล้ว”

“ภารกิจของแองจี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกเปิดเผย แต่ก็อย่างว่า...ถึงวันนี้แกจะไม่รู้ แต่อีกไม่นานพอมาดามฟื้นขึ้นมา แกก็อาจจะรู้อะไรมากขึ้นเอง”

“เกิดอะไรขึ้นกับมาดาม”

“ก็ยังไม่รู้อะไรมากนัก หัวหน้าไตรกำลังปิดเรื่องนี้ไม่ให้คนในองค์กรรู้ แต่ได้ยินจอห์นถูกเรียกตัวให้ไปอารักขามาดามหลังจากที่โดนพวกฟิเดลโรซุ่มโจมตี”

ฟังเฉินแล้วชาติชะงักไปด้วยสีหน้าสงสัย

ooooooo

เป๊กกี้เจอหญิงสาวผมสั้นแต่งตัวเซ็กซี่ในห้องน้ำแล้วเกิดเขม่นทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอคือไป่หลู

ไป่หลูแกล้งชนเป๊กกี้จนกระเป๋าเครื่องสำอางหลุดมือแล้วแอบสับเปลี่ยนลิปสติกของตนใส่แทน โดยที่เป๊กกี้ไม่ได้เอะใจเลยสักนิด เธอหยิบลิปสติกเติมปากเสร็จก็เดินกลับไปหาชาติที่ยังคุยอยู่กับเฉิน

“ฉันต้องไปแล้ว ขอให้สนุกกับบทบาทของแก ไม่ใช่พวกเราทุกคนที่จะโชคดีอย่างแก โดยเฉพาะไอ้ยอด” เฉินทิ้งท้ายก่อนเดินสวนกับเป๊กกี้ออกไป

เป๊กกี้เข้ามาควงแขนชาติถามว่าคุยกันเสร็จแล้วหรือ ได้เรื่องอะไรบ้าง ชาติประหลาดใจกับคำพูดนั้นย้อนถามหญิงสาวว่ารู้จักเฉินด้วยหรือ

“ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะชาติ แฟ้มของพวกคุณถูกส่งมาให้ฉัน แต่ฉันเลือกคุณ เพราะชาติก่อนเราคงเคยเป็นคนรักที่พลัดพรากจากกันมาก่อนมั้ง”

เป๊กกี้ยิ้มหวาน หอมแก้มชาติฟอดใหญ่ ก่อนหันไปเรียกบริกรมาสั่งเหล้าดื่มแล้วเดินออกไปกลางฟลอร์รอเต้นรำกับชาติที่กำลังจะกระดกเหล้าเข้าปาก แต่ตาดีเห็นกระดาษรองแก้วเขียนข้อความไว้ว่า “ถนัดเล่นบทสามีก็เล่นไป แต่ห้ามจูบเด็ดขาด”

ชาติกวาดสายตามองรอบตัวเห็นไป่หลูสวมวิกแต่งตัวเซ็กซี่ใส่แว่นพรางใบหน้านั่งดื่มอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มที่กำลังรุมจีบ หญิงสาวลดแว่นลงเหลือบมองชาติแล้วตีเนียนบทสาวฮอตโชว์เขาซะเลย

เสียงเพลงบรรเลงไพเราะและชวนฝัน เป๊กกี้กอดซบชาติพาตัวเต้นรำไปตามจังหวะด้วยความเสน่หา แต่ชาติกลับไม่ได้สนใจเธอเพราะสายตาเอาแต่มองไปที่ไป่หลูท่ามกลางหนุ่มเจ้าชู้ที่รุมล้อม จนเป๊กกี้เริ่มผิดสังเกตถามว่าเป็นอะไร มองอะไรอยู่

“เปล่า” ตอบแล้วชาติหันกลับมาสนใจเป๊กกี้เพราะไม่อยากให้ผิดสังเกต บ่นตัวเองเต้นรำไม่ค่อยเก่งเลยค่อนข้างเกร็ง

“เธอเนี่ยนะเต้นไม่เก่ง รู้ไหมจ๊ะว่าเวลาเธอโอบฉันเต้นรำแบบนี้ เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงของเธอเลย”

“แต่ผมจับปืนถนัดกว่าจับเอว”

“ถ่อมตัวเกินไป เรื่องแบบนี้เธอต้องถามผู้หญิงไม่ใช่ทึกทักเอาเอง”

“งั้นคุณว่าเป็นยังไง”

“ฉันอยากให้เธอจับมากกว่าเอวแล้วล่ะ”

เป๊กกี้หยุดเต้นแล้วหลับตาพริ้มยื่นหน้าจะจูบ ชาติชะงักเหลือบมองไป่หลูที่แอบมองอยู่ตลอดเวลา เธอลดแว่นตาดำลง จิกหน้าย้ำสายตาจริงจังดุดันพูดไม่ออกเสียงว่าห้ามจูบ ชาติอ่านปากเข้าใจ พอเป๊กกี้จะจูบ เขาจึงดันตัวเธอให้หยุด

“เป็นอะไรไปชาติ”

“กลับห้องกันดีกว่า คุณพูดถูกแล้ว ผมเบื่อจับเอว อยากจับอย่างอื่นมากกว่า”

เป๊กกี้ยิ้มรับพอใจ จูงมือชาติเดินออกไปจากบาร์ ไป่หลูมองตามก่อนจะหาทางออกจากวงล้อมของหนุ่มๆ

ooooooo

เสียงประตูห้องปิดดังปัง! เป๊กกี้ดันตัวชาติกระแทกผนังแล้วเปิดฉากกอดรัดนัวเนียเขาอย่างเต็มที่ ชาติกอดตอบและซุกไซ้ซอกคอจนเธอครางเสียงกระเส่า แล้วโน้มคอเขาลงมาเพื่อจูบ แต่ชาติกลับเบี่ยงไม่จูบปาก เลือกจูบแก้ม หน้าผาก และขบติ่งหู

“จั๊กจี๋นะชาติ”

“แล้วชอบรึเปล่าล่ะ”

เป๊กกี้ยิ้มรับแล้วถอดเสื้อสูทตัวนอกชาติออกก่อนผลักลงบนเตียง

“ถามฉัน...เธอก็รู้คำตอบ รอให้เสร็จแล้วถามเธอดีกว่าว่าเธอชอบฉันหรือเปล่า”

เป๊กกี้ยิ้มยั่วแล้วขึ้นคร่อมบนตัวชาติ ปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดจนเห็นแผงอกกล้ามแน่นปึ้ก มือเริ่มลูบไล้ พรมจูบเบาๆ ไล่ตั้งแต่กล้ามท้องขึ้นมาจนถึงซอกคอ ชาติรู้สึกได้ถึงความเสียวสะท้านแต่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์

“ชาติ...เธอรู้ไหม ฉันไม่ได้แค่ชอบเธออย่างเดียวนะ แต่ว่าฉันรักเธอขึ้นมาจริงๆแล้ว”

เป๊กกี้พูดได้แค่นั้นก็หมดสติฟุบคาอกชาติ

ด้วยฝีมือไป่หลูที่วางยาสลบไว้ในลิปสติกที่แอบสับเปลี่ยน ชาติพลิกตัวเป๊กกี้ให้นอนลงบนเตียงแล้วแตะลมหายใจพบว่ายังหายใจ เท่านี้ก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร และรู้ด้วยว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน

ไป่หลูอยู่ในห้องติดกัน ชาติเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาจ้องหน้าเธอเขม็ง

“เคาะประตูเรียกก็ได้ เดี๋ยวฉันก็ไปเปิดให้แล้ว ทำเสียงดังเดี๋ยวเมียก็ตื่นหรอก”

“เมีย?”

“ก็แม่นั่นไง เห็นนัวเนียกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างกับคู่ข้าวใหม่ปลามัน”

“แล้วคุณล่ะ เป็นอะไร เมียน้อยที่มารอคิวเมียหลวงเหรอ”

“ไอ้ปากหมา” ไป่หลูเงื้อมือจะตบ ชาติรับมือเธอไว้หมับแล้วจับบิดพลิกแขน

“ทีคุณประชดประชันผมได้ แล้วทำไมผมจะทำบ้างไม่ได้”

“นายเป็นผู้ชาย พูดแบบนั้นกับผู้หญิงไม่ได้”

“ทีแบบนี้ล่ะแบ่งหญิงแบ่งชาย เก่งแต่เลือกเอาเรื่องดีๆเข้าตัวนะคุณ”

“เพราะเรื่องแย่ๆ นายมันเหมาเอาไปหมดแล้วไง”

ไป่หลูรวบรวมกำลังพลิกกลับมาเอาคืนชาติบ้าง กระแทกหมัดเข้าหน้าจนเขาเซ ชาติฉุนจะเอาคืน แต่เจอเธอคว้าปืนจ่อหน้า

“พอได้แล้ว ฉันมาขัดจังหวะนายไม่นานหรอก แค่จะมาดูว่านายปลอดภัยดี แล้วก็มาแจ้งข่าวว่ารัศมีกับลูกชายยามาดะปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ท่านรองจะพาเข้ากรุงเทพฯ แค่นี้แหละ”

“เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องวางยาเป๊กกี้เลย”

“เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ใครรู้ว่าฉันกับนายเจอกัน หมดธุระแล้วเชิญนายกลับไปเข้าด้ายเข้าเข็มกับเมียนายต่อ”

ไป่หลูกำลังเก็บปืนใส่กระเป๋าถือแล้วเดินออกไป แต่ไม่ทันจะถึงลิฟต์ชาติก็ตามมาคว้าแขนเธอไว้

“คุณยังกลับไม่ได้ จนกว่าผมจะบอกให้กลับ”

“จะทำบ้าอะไรอีก เดี๋ยวก็มีคนมาเห็นเราหรอก”

“ปลอมตัวมาซะขนาดนี้คงไม่มีใครจำคุณได้หรอก มีแต่เห็นแล้วจะนึกว่าคุณมารับไซด์ไลน์ถึงห้องพักลูกค้ามากกว่า”

“เอาอีกแล้วนะ ไม่เอาเลือดกบปากบ้างคงไม่เลิกปากเสียกับฉันใช่ไหม”

“ผมชมคุณอยู่ต่างหากว่าปลอมตัวได้เนียนมาก มิน่าผู้ชายที่บาร์ข้างล่างถึงติดใจคุณ”

“ถอยไปเลย ถ้าอารมณ์ยังค้างเพราะเมียนายอยู่ล่ะก็... เชิญกลับไปทำหน้าที่กับเมียนายไม่ต้องมาแทะโลมฉัน”

“คุณวางยาเป๊กกี้หลับสนิทขนาดนั้น แล้วจะให้ผมกลับไปทำอะไร”

“ปัญหาของนาย ไม่ใช่ฉัน”

“แต่คืนนี้ผมอยากอยู่กับคุณนี่” ชาติพูดจริงจังแล้วเดินขยับเข้าหา ใช้สองมือดันกำแพงขังเธอไว้ในวงแขนไม่ให้หลบไปไหน

“มากไปแล้วนะนายชาติ ถ้าคิดจะโดนตัวฉันอีกล่ะก็...”

“จะทำอะไรผม สู้กับผมอีกเหรอ...เสียแรงเปล่า เราเป็นพวกเดียวกัน ต้องร่วมมือกันสิ”

“เฉพาะภารกิจกวาดล้างอีกาเท่านั้น” ไป่หลูเสียงแข็ง ผลักชาติออกแล้วรีบเดินไปที่ลิฟต์ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเขาพูดขึ้นว่า

“แต่ผมเพิ่งได้ข่าวเรื่องมาดามหลุยส์ถูกพวกฟิเดลโรเล่นงาน คุณไม่อยากรู้เลยเหรอ”

ไป่หลูหันกลับมามองเขาอย่างสนใจ ระหว่างนั้นชาติได้ยินเสียงฝีเท้า จึงดึงหญิงสาวหลบไปซ่อนตัวหลังประตูตรงบันไดหนีไฟ แล้วแอบดูจนเห็นวัตรกับรุตเดินมาเคาะประตูเรียกเขาและเม้าท์กันเรื่องระหว่างเขากับเป๊กกี้อย่างเสียดายความสวยเซ็กซี่ของฝ่ายหญิง ขณะเดียวกันก็อิจฉาชาติที่ได้รับบทสามีของเธอ

ไป่หลูได้ยินก็อดแขวะชาติไม่ได้ว่ามีแต่คนอิจฉาเขาที่ได้เมียครบเครื่อง ถ้าวันหนึ่งเขาคิดจะเลิกแก้แค้นพวกอีกาตนจะได้รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร

“เห็นผมเป็นคนแบบนั้นได้ยังไง ผมจะรักได้ก็แต่เฉพาะคนที่ผมพร้อมตายแทนได้เท่านั้น”

“ฉันจะพยายามเชื่อว่านายจะรักใครได้จริง”

“ไว้ถึงเวลาที่คุณถูกปืนจ่อหัวเมื่อไหร่ คุณก็จะรู้เองว่าผมหมายถึงใคร”

ชาติพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินออกมาหาวัตรกับรุต ถามพวกเขาว่ามีอะไร ทำไมต้องมาถึงห้องพักตนด้วย วัตรบอกว่าหัวหน้าสั่งให้เขากลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ ชาติคาดเดาว่ามีภารกิจใหม่ สร้างความไม่พอใจให้รุตตวัดเสียงข่ม

“แกไม่มีสิทธิ์ถาม เก็บข้าวของแล้วเดินทางคืนนี้เลย”

ชาติข่มความโกรธ รับคำแล้วใช้คีย์การ์ดรูดเพื่อกลับเข้าห้อง แต่วัตรยังคาใจแตะไหล่ชาติถามอย่างจับผิด

“เดี๋ยว! ฉันโทร.เข้าห้องแก โทร.ทั้งมือถือ แต่แกไม่รับ ไม่อยู่ในห้องแล้วแกไปไหนมา”

สองคนรอคำตอบ รุตเบนสายตาไปที่บันไดหนีไฟรู้สึกผิดสังเกตจึงชักปืนเดินตรงไป ชาติกลัวรุตจะเจอไป่หลูแต่กลายเป็นไม่พบใครก็โล่งอก ตอบคำถามวัตรอย่างคล่องปาก

“บอกให้ก็ได้ว่าฉันไปไหนมา...ถุงยางหมด แค่นี้พวกแกจะหายสงสัยกันมั้ย” ตอบแล้วชาติเปิดประตูเข้าห้อง ทิ้งให้วัตรกับรุตยืนอึ้งด้วยความอิจฉา

ooooooo

มาดามหลุยส์บาดเจ็บเล็กน้อยหลังโดนคนของฟิเดลโรดักโจมตี เธอกลับมาที่บ้านพักอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่ไตรจะพาแองจี้เข้ามาพบ...คำแรกที่แองจี้กล่าวเมื่อเผชิญหน้ามาดามคือตนขอโทษ

“ขอโทษทำไม ถ้าจะพูดขอโทษก็แสดงว่าเธอรู้ว่าฟิเดลโรวางแผนเล่นงานฉัน แต่เธอพลาดไม่ได้รายงานฉัน”

“ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ว่าฟิเดลโรวางแผนเล่นงานมาดามเอาไว้แบบนี้ ฉันพยายามสืบแล้ว แต่หลังเหตุการณ์ถล่มรีสอร์ตที่คิวบา เขาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เขาเวลาวางแผนอะไรเลย”

ไตรไม่พอใจชักดาบซามูไรบนชั้นวางมาจ่อคอแองจี้พร้อมตวาดเสียงแข็ง “มาดามส่งเธอให้ไปเป็นสายอยู่ในนั้น แต่กลับทำงานพลาดแบบนี้โทษมันก็บอกแล้วว่าต้องโดนอะไร”

แองจี้หน้าเสีย รีบขอความเห็นใจจากมาดามหลุยส์

“พอได้แล้วไตร ให้แองจี้กลับไปทำงานต่อ หายออกมานานๆแบบนี้เดี๋ยวไอ้ฟิเดลโรมันจะผิดสังเกต แล้วทุกอย่างที่ทำมาจะเสียหายหมด”

ไตรเชื่อฟังมาดามหลุยส์ ลดดาบซามูไรแล้วเสียบคืนฝัก แองจี้คุกเข่าก้มหัวขอบคุณมาดามและรับปากว่าต่อไปจะไม่พลาดปล่อยให้มันลอบเล่นงานมาดามอีก

“จับตาดูมันไว้ให้ดี ความแค้นของฉันกับไอ้ฟิเดลโร มันไม่ได้มีแค่เรื่องโคคิโนอย่างเดียวแล้ว แต่มีอดีตของฉันกับมันที่ต้องชำระแค้นกันเพิ่มขึ้นมา”

“ค่ะมาดาม” แองจี้ถอยออกไป

มาดามหลุยส์เดินไปอีกห้อง ไตรจะตามแต่โดนเธอเบรกเสียงเข้ม

“ไม่ต้องตามฉันมา ไปตามหามานพให้เจอ หายไปนานแบบนี้มันผิดสังเกตเกินไป”

ไตรรับคำสั่งด้วยความเต็มใจ มาดามหลุยส์เดินหายเข้าไปในห้องพักส่วนตัวที่ค่อนข้างมืดสลัว แล้วหยุดกลางห้องซึ่งมีกล่องกระจกใสตั้งเด่นอยู่ โดยมีแสงไฟส่องลงมาราวกับว่าของในกล่องนั้นเป็นของสำคัญล้ำค่ามากสำหรับเธอ

มันคือหน้ากากยักษ์ญี่ปุ่นที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี มาดามหลุยส์เปิดฝาครอบออกแล้วหยิบหน้ากากนั้นขึ้นมามองด้วยหัวใจอันเจ็บปวดรวดร้าว รำพึงเรียกชื่อโอนิ...โอนิของฉัน

เธอสัมผัสผิวหน้าของหน้ากากด้วยใจโหยหาคิดถึงคนรักและเรื่องราวในอดีต ครู่หนึ่งก็เอาหน้ากากนั้นมาสวมทับหน้าตัวเองช้าๆหวนรำลึกถึงความหลังเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา...

มาดามหลุยส์ในวัยสาวสะพรั่งหลงรักโอนิผู้นำองค์กรอีกาพญายม แต่ฝ่ายชายไม่ได้มีใจ เธอจึงพยายามทำตัวเองให้โดดเด่นในด้านฝีมือการต่อสู้ หวังจะได้รับบทบาทสำคัญและพิชิตใจเขาให้ได้ ด้วยการทำงานนอกเหนือคำสั่งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าโอนิไม่เข้ามาช่วยไว้ แต่เหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้โอนิใบหน้าเสียโฉมต้องใส่หน้ากากปิดบังอำพรางความน่าเกลียด

รำลึกถึงที่มาของหน้ากากในมือแล้ว มาดามหลุยส์ก็สะท้อนใจ เอามันวางกลับไว้ที่เดิมอย่างทะนุถนอม

“โอนิ...ฉันเป็นหนี้ชีวิตเธอ ฉันถึงรักเธอหมดหัวใจ ให้เธอได้แม้แต่ชีวิต แต่เธอก็ยังไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา เธอบีบบังคับให้ฉันต้องเป็นคนฆ่าเธอด้วยมือฉันเอง มันทรมานฉันให้เหมือนต้องตายทั้งเป็น”

มาดามพูดกับตัวเองทั้งน้ำตา พลันได้ยินเสียงเคาะประตูก็หันขวับด้วยความไม่พอใจ ตวาดออกไป

“ฉันสั่งแล้วไงว่าไม่ให้รบกวน”

“ขอโทษครับมาดาม แต่นี่เรื่องสำคัญครับ ผมรู้แล้วว่ามานพหายไปไหนเลยต้องรีบมารายงานมาดามครับ”

สิ้นเสียงของไตร มาดามหลุยส์เปิดประตูผลัวะออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฟิเดลโรจับตัวมานพไปครับ”

มาดามฟังแล้วชะงัก แววตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธแค้น!

ooooooo

ชาติกลับไปสร้างภาพนักธุรกิจอย่างเดิมตามคำสั่งมาดามหลุยส์โดยมีเป๊กกี้เป็นทั้งเลขาและภรรยา

ในระหว่างออกมาดูงานก่อสร้างตึก ชาติค่อนข้างรำคาญเป๊กกี้ และเบื่อหน่ายที่ต้องคุยรายละเอียดกับวิศวกร แต่แล้วเป๊กกี้ก็มีงานใหม่ที่เพิ่งได้รับคำสั่งส่งมาทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งคืนนี้ชาติต้องไปกับเธอ

ชาติรับรู้และหาทางไปพบไป่หลูก่อนจะปฏิบัติภารกิจใหม่กับเป๊กกี้ มันคือการลอบสังหารพ่อค้ายาเสพติด ซึ่งชาติมีรูปถ่ายมาให้เธอดูด้วย

“เห็นหน้าไอ้หมอนี่แล้วไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าเป็นใคร”

“ฉันจำเป็นต้องรู้จักเขาด้วยเหรอ”

“อะไรกันคุณ นายอินดี้เซเลบชื่อดัง ทั้งดาราทั้งนางแบบมีข่าวกับเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน คุณจะบอกว่าไม่รู้จักเลยเนี่ยนะ”

“ดูหน้าฉันนะ แล้วบอกฉันทีว่าฉันใช่ผู้หญิงประเภทกรี๊ดผู้ชายหล่อๆรวยๆดังๆหรือไง”

ชาติยื่นหน้าเข้ามายวนยั่วทันที “จริงด้วย...มิน่าล่ะ คุณถึงไม่ค่อยชอบผม เพราะผมมันผู้ชายหน้าตาดีหล่อกว่านายอินดี้เซเลบตัวแสบนั่นหลายขุม”

“ว่าไงนะ! กล้าพูดออกมาได้ไงเนี่ย ทุเรศ ฉันไม่ชอบ ขี้หน้านาย เพราะนายเคยพยายามฆ่าฉัน”

ชาติหัวเราะชอบใจแล้วตีเนียนโอบไหล่เธอหน้าตาเฉย “อ๋อ...งั้นก็ไม่เกี่ยวกับหน้าตา แล้วไป...แค่พยายามฆ่า เดี๋ยวพอหลงหน้าตาหล่อๆของผมไปสักพักก็ลืมไปเอง”

“ไอ้ทุเรศ” สิ้นเสียงด่า ไป่หลูกระแทกศอกเข้าท้องน้อยเขาอย่างแรง

“อูยยยย...นี่คุณแยกไม่ออกเหรอไงว่าอันไหนผมพูดจริง อันไหนผมพูดเล่น”

“ไม่!!”

“แล้วผ่านหลักสูตรสายลับของ KCAS มาได้ไงเนี่ย”

“ไม่ได้แยกไม่ออก แต่ไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของนายต่างหาก เสียเวลา”

ด่าเสร็จเธอรีบส่งต่อรูปถ่ายและข้อมูลของอินดี้ไปให้คู่หูตัวป่วน ก่อนจะหยิบหูฟังบลูทูธขึ้นมาพูดคุย

“ได้ยินฉันมั้ยไอ้แสบ เช็กประวัติเป้าหมายของนายชาติมาให้ฉันด่วนเลย ฉันเพิ่งส่งรูปไปให้ เข้าใจคำว่า ด่วนมั้ย ตอนนี้ ไม่ใช่เดี๋ยวๆๆ”

เธอสั่งรวดเดียวจบแล้วคว้าเสื้อผ้าเดินไปผลัดเปลี่ยนหลังฉากกั้นโดยที่ชาติยังตามตอแยอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไรกันแน่ เลยโดนโวยหน้าตาขึงขัง

“จะตามเข้ามาทำไม ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำอะไรอยู่”

“เห็น...เต็มสองตาเลย”

“ไอ้บ้า!!” หญิงสาวรีบร้อนเปลี่ยนจากชุดออกกำลังกาย ใส่ชุดปกติแล้วพุ่งออกมาซัดเขาหนึ่งหมัด แต่ชาติไวทายาดเลยไม่สำเร็จแถมโดนเขาล็อกตัวไว้

“ช่วยไม่ได้...ทีหลังก็อย่าคิดเองเออเองคนเดียว เพราะงานนี้ผมไม่ได้มาชวนคุณไปด้วย”

“ถ้าไม่คิดจะชวนฉันแล้วเอาภารกิจนายมาบอกฉันทำไม”

“ภารกิจทุกอย่างของผมที่เกี่ยวข้องกับพวกอีกา ผมต้องเอาข้อมูลมาให้ท่านรองตรวจสอบอยู่แล้วคุณก็รู้”

“แต่ตอนนี้ท่านรองยุ่งเรื่องยามาดะ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแทน แล้วยิ่งเป้าหมายของนายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฉันก็ยิ่งต้องไปตรวจสอบด้วยตัวเอง”

“คุณอยากไปตรวจสอบด้วยตัวเองหรือว่าไม่ไว้ใจผม”

“ฉันจะไม่ไว้ใจนายเรื่องอะไร”

“ก็งานนี้ผมต้องไปปฏิบัติการคู่กับเป๊กกี้ เหตุผลแค่นี้ก็พอเข้าใจแล้ว”

“นายชาติ! นายกับเมียจะทำอะไรก็เรื่องของนาย ฉันไม่สน” ไป่หลูยืนยันเสียงแข็งแล้วเดินออกไป ชาติมองตามอมยิ้ม

ooooooo

ค่ำลงบรรยากาศหน้าผับหรูเต็มไปด้วยบรรดาเซเลบแต่งตัวสวยหล่อประชันกันเต็มที่...

รถสปอร์ตของชาติเข้ามาจอดที่หน้าผับ เป๊กกี้ก้าวลงมาด้วยชุดสวยเซ็กซี่ผ่าข้างสูงอวดเรียวขาขาวนวลเนียน ส่วนชาติอยู่ในชุดสูทหล่อเนี้ยบ โอบเอวเป๊กกี้อย่างคู่รักหวานแหววก่อนจะยื่นบัตรเชิญเข้างานให้การ์ดที่ดูแลความเรียบร้อย

ไป่หลูกับแสบจอดรถซุ่มห่างออกมาจากหน้าผับเห็นชาติกับเป๊กกี้กอดกันหวานแหววชัดเจนผ่านกล้องส่องทางไกล

“เห็นนายชาติแต่งหล่อแบบนี้แล้ว วัยรุ่นสมัยนี้เขาเรียกว่าหล่อวัวตายควายล้ม เจ๊ว่ามั้ย”

“เนี่ยนะหล่อ ถ้าเหลือแบบนี้คนเดียวในโลก ฉันยอมขึ้นคาน”

“จริงเหรอ...งั้นผมว่าถ้าไม่ใช่เพราะเทสต์เจ๊มีปัญหา เจ๊ก็คงอยากเปลี่ยนรสนิยม เฮ้ย! ไม่เอาน่าเจ๊ สวยๆอย่างเจ๊ถ้าคิดจะฉิ่งจะฉาบ...เสียของ”

“ทะลึ่งแล้วไอ้แสบ เพื่อนเล่นเหรอ”

“แหม...ย้อเย่นน่าเจ๊”

“ไม่ใช่เวลา...ไหนล่ะบัตรเชิญเข้างาน ฉันสั่งให้แกปลอมบัตรมาด้วยไม่ใช่เหรอ”

“ทำมาให้แล้วเจ๊ แต่ความเห็นผม งานนี้เจ๊อย่าไปยุ่งเลย ดูๆแล้วก็งานธรรมดา นายอินดี้นั่นก็เป็นพ่อค้ายา อาศัยชื่อเสียงเซเลบบังหน้าจริงๆ ปล่อยให้นายชาติสร้างผลงานให้พวกอีกาไม่ผิดสังเกตไปดีกว่ามั้ง”

“แต่เซ้นส์ฉันว่ามีบางอย่างผิดปกติ ฉันต้องเข้าไปดู”

“ดูอะไรเจ๊ ดูนายชาติแสดงบทคู่รักกับเป๊กกี้น่ะเหรอ”

“ไอ้แสบ! ปากแก!”

“แหะๆ ย้อเย่นอีกที ผมว่าเจ๊รีบไปเตรียมตัวดีกว่า ผมเตรียมชุดเด็ดเหมาะกับงานนี้มาให้เจ๊แล้ว”

แสบยิ้มกวนแล้วจัดแจงให้ไป่หลูเข้าไปในผับด้วยชุดสวยเซ็กซี่ชวนมองตั้งแต่หัวจดเท้า แต่กว่าจะผ่านการ์ดที่ตรวจสอบเข้มงวดเรื่องบัตรเชิญก็เล่นเอาหญิงสาวใจหายใจคว่ำไปเหมือนกัน

ooooooo

ภายในผับปาร์ตี้วันเกิดอินดี้เซเลบชื่อดัง

แวดล้อมไปด้วยสาวสวยนางแบบดูแลกันชนิดถึงเนื้อถึงตัว ชาติกับเป๊กกี้เข้ามานั่งจับตาดูอินดี้ห่างพอสมควรเพราะมีพวกการ์ดคอยกันไม่ให้มีใครเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ

“ดูแล้วงานไม่น่ายากเลยใช่ไหม”

“ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย สังเกตตั้งแต่เข้ามาในงานแล้ว การ์ดที่หมอนั่นจ้างมาฝีมือไม่ธรรมดา เป็นพวกมืออาชีพทั้งนั้น”

“แต่ฉันว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงเธอคนเดียว”

“ผมเตรียมแผนไว้แล้ว ที่อยากรู้ก็มีแค่...ทำไมองค์กรถึงต้องการเก็บหมอนั่น”

“ปกติแล้วยมทูตมีหน้าที่ทำตามคำสั่ง ไม่มีสิทธิ์ถาม”

“แต่สำหรับผม...คุณคงยกเว้นให้ได้”

พูดแล้วชาติเห็นการ์ดในงานเดินตรงมา เขาเล่นละครจูบเบาๆที่แก้มเป๊กกี้เพื่อตบตาไม่ให้มันสนใจ เป๊กกี้ยิ้มชอบใจกับการกระทำนั้นของชาติ ตอบคำถามอย่างคล่องปาก

“เพราะหมอนั่นคิดจะใช้เครือข่ายค้ายาตัวเองเข้ามากอบโกยผลประโยชน์หลังจากที่องค์กรจัดการกับเครือข่ายของพ่อเลี้ยงอดุลย์ไปแล้วน่ะสิ”

“งานแบบนี้ใช้คนอื่นก็ได้ ทำไมต้องใช้ผม”

“เพราะฉันรู้ว่าเธอเบื่องานนั่งโต๊ะไง แต่ที่สำคัญกว่านั้นฉันอยากออกมาปฏิบัติการกับเธอ เพราะช่วยทำให้ฉันตื่นเต้นพอๆกับเวลาที่ได้...”

เป๊กกี้ไม่พูดต่อแต่ยื่นหน้าจะจูบชาติ ซึ่งเขาเกือบไม่มีทางบ่ายเบี่ยง ระหว่างนั้นเองเขาเหลือบไปเห็นไป่หลูในชุดสวยเซ็กซี่นวยนาดฝ่าการ์ดเข้าไปหาอินดี้ ชาติชะงักจนเป๊กกี้สงสัยถามว่ามีอะไรพลางมองตามสายตาเขาไปเห็นสาวสวยคุ้นหน้าว่าเคยเห็นแต่นึกไม่ออก

“ผู้หญิงคนนั้นฉันคุ้นหน้าจัง เหมือนเคยเจอ”

“ได้เวลาผมต้องลงมือแล้ว คุณไปทำตามแผนเถอะ” ชาติตัดบทแล้วผละออกไปทันที ทิ้งให้เป๊กกี้ครุ่นคิดคาใจว่าเคยเห็นเธอคนนั้นที่ไหน?

ooooooo

ไป่หลูต้องการประชิดตัวอินดี้แต่ถูกการ์ดในงานยกมือกันไม่ให้เข้าใกล้ แม้เธออ้างว่ามีของขวัญจะให้ก็ยังโดนไล่ไปที่โต๊ะลงทะเบียนรับของขวัญ จนกระทั่ง

อินดี้หันมาเห็นสาวสวยสะดุดตาจึงเป็นฝ่ายเข้ามา

ทักทายเธอด้วยตัวเอง

อินดี้ปิ๊งไป่หลูทันที ต่างฝ่ายต่างตีสนิทแล้วเดินควงกันไปทางห้องวีไอพี ชาติเห็นไป่หลูเต็มตา สงสัยว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่เธอทำไม่รู้ไม่ชี้เดินหัวเราะต่อกระซิกไปกับอินดี้

ชาติหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ออกไปหน้าผับกวาดตามองครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งมาหาแสบในรถ อยากรู้ว่าไป่หลูมาทำอะไรที่นี่

“ใจเย็นๆ ก็รู้อยู่ว่านิสัยเจ๊เป็นไง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ”

“แต่ฉันเตือนแล้วว่างานนี้ไม่ควรมายุ่ง”

“ผมก็บอกแล้ว แต่เจ๊สนใจที่ไหน ยังไงเจ๊ก็อยากเอาตัวหมอนั่นมาสอบสวน เผื่อจะได้ข้อมูลของพวกอีกาที่นายไม่รู้ แล้วค่อยส่งให้นายจัดการต่อ”

“โธ่เอ๊ย ยุ่งไม่เข้าเรื่อง หาเรื่องใส่ตัวจนได้”

“หมายความว่าไง”

“เป๊กกี้เริ่มสงสัยไป่หลูแล้วน่ะสิ”

แสบฟังแล้วอึ้ง นึกห่วงลูกพี่ของตน...เวลาเดียวกันนั้น เป๊กกี้กำลังเร่งมือสร้างความวุ่นวายภายในผับตามแผนเดิม เสร็จแล้วแทนที่เธอจะหลบออกไปกลับถือปืนเดินอาดๆ หน้าตาเอาเรื่องตามหาผู้หญิงคุ้นหน้าคนนั้น!

ในห้องวีไอพี อินดี้กำลังจะลวนลามไป่หลูที่ดูเหมือนยินยอมพร้อมใจ แต่กลายเป็นพอได้แนบชิดเธอชักมีดพกจ่อคอเขาอย่างว่องไว

อินดี้อึ้งอย่างคาดไม่ถึง พอดีกับที่การ์ดในงาน

มาร้องบอกเขาว่าเกิดเรื่อง อินดี้ไหวตัวทันที

“เธออาจจะมีฝีมือตบตาฉันได้ แต่เธอไม่พ้นมือการ์ดของฉันแน่”

ไป่หลูเคร่งเครียด เตรียมรับมือทันทีที่พวกการ์ดบุกเข้ามา แต่คนที่เข้ามากลับเป็นชาติ ซึ่งเขาจัดการกับพวกการ์ดไปหมดแล้ว

“คุณนี่มันชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่ได้ตลอดเวลาเลยนะ”

“เพราะฉันไม่เคยไว้ใจนายเลยไง”

ไป่หลูกำลังต่อปากต่อคำ อินดี้ฉวยโอกาสกระแทกศอกใส่เธอจนเสียจังหวะ แล้วพุ่งไปที่โต๊ะกลางคว้าปืนที่ซ่อนไว้ออกมาเตรียมยิง

เปรี้ยง! เสียงปืนดัง อินดี้ไม่ทันได้ยิงไป่หลู เพราะโดนชาติยิงแสกหน้าตายคาที่เสียก่อน!

“เห็นรึยังว่าคุณมันชอบหาเรื่องใส่ตัว มานี่เลย คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เป๊กกี้กำลังตามล่าคุณ”

ชาติรีบฉุดไป่หลูออกไป ทิ้งศพอินดี้นอนตาค้างอยู่ในห้อง...ส่วนเป๊กกี้วิ่งวุ่นตามหาไป่หลู ผู้คนในผับพากันแตกตื่นในท่ามกลางความมืดสลัว

ทั้งเป๊กกี้และชาติจัดการการ์ดในงานจนหมด ก่อนที่สองคนอาจจะมาเจอกัน แต่ชาติไหวตัวเร่งไป่หลูให้หลบไปก่อน แต่หญิงสาวกลับอิดออดต่อรอง

“งั้นเอาอย่างนี้ จะเป็นอะไรไหมถ้าฉันต้องสั่งสอนเมียนายซะบ้าง จะได้เลิกยุ่งกับฉันซะที”

“ทำอย่างนั้นได้ไงคุณ ขืนโผล่ออกไปเป๊กกี้จะยิ่งสงสัยว่าคุณเป็นใคร”

“ทำได้แค่สงสัย แต่ยังไงเธอก็ไม่มีทางรู้ว่าฉันเป็นใคร”

“ไม่ได้...ผมไม่ให้คุณทำแบบนั้นแน่”

“ทำไม...กลัวฉันทำเมียคุณเจ็บตัวเหรอ”

“นี่คุณ!!”

“ไม่ต้องขึ้นเสียง ถ้าหวงเมียมาก ทีหลังก็ล่ามโซ่เอาไว้ที่บ้าน ไม่ต้องปล่อยให้ออกมาเกะกะคนอื่นเขา”

ไป่หลูดันชาติให้หลบเพื่อจะออกไปจัดการกับเป๊กกี้ แต่เขาคว้าตัวเธอมากอดแน่นและเอามือปิดปากก่อนพูดเบาๆข้างหูเธอ

“อย่าประมาทเห็นเป๊กกี้เป็นแค่ผู้ประสานงานคอยดูแลอีกายมทูตแล้วจะไม่มีพิษสง ถ้าเป๊กกี้เอาจริง คุณจะเจอศึกหนัก...บอกให้อยู่เฉยๆ ผมจะหาทางเบี่ยงความสนใจเป๊กกี้เอง แต่ขอบอกไว้อย่าง...ถ้ามีโซ่ให้ล่ามจริงๆผมจะขอล่ามคุณเอาไว้มากกว่าล่ามเป๊กกี้”

ไป่หลูโกรธจี๊ด ด่าเขาทั้งที่โดนปิดปาก ชาติไม่ใส่ใจแต่เร่งติดต่อแสบ

“ไอ้แสบ ฉันรู้ว่าแกได้ยินทุกอย่างผ่านทางวิทยุสื่อสารของไป่หลู แกต้องรีบเข้ามาเปิดทางให้ฉันกับไป่หลูเดี๋ยวนี้”

แสบอยู่ในรถหน้าผับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินชาติสั่งมาทางวิทยุสื่อสาร “โธ่เอ๊ย...กำลังเพลินเลย นึกว่าฟังละครวิทยุตบจูบๆ สถานการณ์แบบนี้ขอมาก็ต้องจัดหนักไปสิคร้าบ”

แสบคว้าเป้ลงจากรถวิ่งเข้าไปในผับทันที ฝ่ายเป๊กกี้ถือปืนเดินหาไป่หลูใกล้จุดที่ชาติอยู่ ไป่หลูดื้อดึงปรากฏตัวออกมาจนได้ ชาติหนักใจจำต้องเล่นละครตบตาเป๊กกี้ด้วยการทำร้ายไป่หลู

เสียงปืนดังลั่น ข้าวของแตกกระจาย ไป่หลูเจ็บใจชาติ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องรีบหลบออกมาพร้อมแสบที่ใช้ระเบิดควันเปิดทางให้ตัวเองพาไป่หลูหนี เป๊กกี้ไล่กวดสองคนนั้นไปเกือบถึงรถ ถ้าชาติไม่ตามมารั้งแขนเธอให้หยุด

“พอได้แล้วเป๊กกี้ ภารกิจเราสำเร็จแล้ว”

“แต่ฉันต้องรู้ว่านังผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร”

“เอาไว้ก่อน ตำรวจกำลังแห่มา รีบไปเถอะ”

เป๊กกี้เจ็บใจ คว้าวิกผมที่ไป่หลูทำหล่นไว้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ชาติเห็นแล้วรู้สึกไม่ไว้ใจ

ooooooo

กลับมาถึงสำนักงานชั่วคราวของเชิดศักดิ์ ไป่หลูรีบเอาน้ำล้างตาที่โดนระเบิดควัน ทำไปบ่นไปโดยไม่รู้ว่าคนที่หยิบผ้าเช็ดหน้ามายื่นให้คือชาติ
ไม่ใช่นายแสบ

“ขอบใจ แต่ทีหลังถ้าแกจะเล่นใหญ่แบบนี้ช่วยบอกให้รู้ตัวก่อน ดีที่ฉันตาไม่บอด ไม่งั้นล่ะก็...ชีวิตแกยังใช้ให้ฉันไม่ได้เลย”

“อย่าไปโทษไอ้แสบเลย ผมเป็นคนวางแผนฉุกเฉินแบบนี้เอาไว้เอง”

หญิงสาวชะงักกึกกับเสียงนั้น หันขวับมามองแล้วเข่นเขี้ยว “ยังกล้าโผล่มาให้ฉันเห็นหน้าอีกเหรอ”

“ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ก็ผมเป็นห่วงคุณ”

“ห่วงฉัน? ห่วงบ้าอะไรของนาย ไล่ยิงฉันจนเกือบไม่รอด”

“เพื่อความสมจริงไง ไม่งั้นคุณโดนเป๊กกี้จัดการไปแล้ว ควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาถึงก็โวยใส่”

“อยากได้คำขอบคุณใช่ไหม ได้...งั้นขอแปะติดกับหมัดฉันเข้าเบ้าหน้านายสักทีเถอะ” ไป่หลูกำหมัดซัดไป แต่ชาติเอี้ยวตัวหลบก็เลยวืด

“ไม่เอาน่าคุณ งานนี้เห็นๆอยู่ว่ามันเละเทะเพราะใคร การยอมรับความจริงบ้างมันไม่ได้ทำให้คุณเสียหน้าหรอก”

“ไม่เสียหน้า...ยิ่งพูดแบบนี้แหละยิ่งจงใจให้ฉันรู้สึกเสียหน้าให้นาย”

ไป่หลูหมุนผ้าขนหนูเป็นเกลียวแน่นเพื่อเล่นงานชาติ แต่เขาหลบเลี่ยงพร้อมบอกให้เลิกเล่น โดนเข้าไปเจ็บได้เหมือนกัน

“แล้วที่ไล่ยิงฉันต้องล้มลุกคลุกคลาน ลูกปืนเฉี่ยวหัวไปมา คิดว่าฉันไม่เจ็บตัวหรือไง”

“ของแค่นั้น คุณฝึกมาแล้วคุ้นเคยดี อย่าทำเป็นบ่นไปหน่อยเลย ยังไม่ทันแก่เป็นมนุษย์ป้าซะหน่อย”

“นายชาติ!! หลอกด่าว่าฉันเป็นมนุษย์ป้าขี้บ่นเหรอ”

“ใช่...เอ๊ย!! ผมไม่ได้ว่า แค่อ้างอิงเฉยๆ”

“นั่นแหละเขาเรียกหลอกด่า...ไอ้ปากหมา” ด่าแล้วยังไล่บี้จะทำให้เขาเจ็บบ้าง แต่ตัวเองกลับโดนล็อกดิ้นไม่หลุด

“พอได้แล้วน่าคุณ ผมไม่ได้ตามมาเพื่อจะให้คุณระบายอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียใส่”

“ฉันไม่ได้เห็นนายเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ แต่ฉันตั้งใจสั่งสอนนายจริงๆ”

“งั้นเอาไว้เราเป็นอะไรกันมากกว่านี้ก่อนได้ไหม ถึงตอนนั้นผมอาจจะยอมอยู่ในโอวาทให้คุณสั่งสอน”

ไป่หลูยิ่งปรี๊ดพยายามดิ้นรน ชาติยิ่งต้องออกแรงกดเธอไว้

“อย่าดื้อน่าคุณ ผมมีเรื่องสำคัญจริงๆ เพราะคุณไปก่อเรื่องเอาไว้ ความซวยก็เลยกำลังมาเยือน ผมเลยต้องรีบมาบอกคุณกับไอ้แสบให้ชิงลงมือตอนนี้ ถ้าไม่รีบทำคุณได้โดนเปิดโปงแน่”

“หมายความว่าไง”

ชาติไม่ทันตอบ แสบเข้ามาเห็นสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงก็ชะงัก เปรยยิ้มๆว่าตนเข้ามาผิดเวลา เชิญพวกเขาตามสะดวก...ไป่หลูฮึดฮัดสะบัดชาติออกแล้วร้องเรียกลูกน้องอย่างฉุนเฉียว

“ไอ้แสบ! กลับมานี่เดี๋ยวนี้!”

ooooooo

เพชรตัดเพชร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด