นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพชรตัดเพชร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    มาดามหลุยส์ในคราบนักธุรกิจสาวทรงเสน่ห์ซ่อนความร้ายกาจอย่างแนบเนียน เธอสร้างภาพเป็นคนดีมีน้ำใจต่อสังคมจนได้รับการยกย่องจากปราชญ์ต่อหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมาก

    มานพทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้ปราชญ์อย่างเคร่งครัดรัดกุม ไม่ยอมให้ไตรกับคนของมาดามหลุยส์เข้าถึงตัวท่านได้เลย

    “ฉันเข้าใจดีว่ารองเชิดศักดิ์เป็นห่วงความปลอดภัยของฉันถึงได้ส่งเธอคอยมาดูแลเป็นพิเศษ แต่คนฝีมือดีอย่างเธอ ควรไปตามล่าพวกอีกาพญายมมากกว่า”

    “ท่านรองคงวิเคราะห์ข่าวกรองแล้วพบว่ามี

    ความเป็นไปได้สูงที่ท่านจะโดนลอบสังหาร ท่านรองเลยไม่ไว้ใจใครนอกจากผม”

    “ถ้าพวกคิดที่จะฆ่าฉันหวังผลว่าจะเล่นงานหน่วย KCAS ได้ล่ะก็...พวกมันคิดผิดแล้ว ฉันอาจจะมีบทบาทสำคัญมากกับหน่วย แต่ฟันเฟืองที่ขับเคลื่อน KCAS ให้เป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายที่แข็งแกร่งได้ไม่ได้มาจากฉันคนเดียว เขี้ยวเล็บเรามาจากคนรุ่นใหม่อย่างพวกเธอทุกคนในหน่วยต่างหาก ต่อให้ฉันต้องเป็นอะไรไป แต่ถ้ารองเชิดศักดิ์ เธอ และไป่หลูยังเป็นหัวหอกให้กับ KCAS ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้”

    “ขอบคุณครับท่าน ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน”

    “ฉันไม่ได้แค่หวังเรื่องงานในหน่วยอย่างเดียวนะมานพ เรื่องลูกสาวฉันก็ด้วย”

    มานพชะงักแล้วยิ้มรับอย่างเก้อเขิน “นั่นก็ต้องแล้วแต่ไป่หลูเขาด้วยครับท่าน”

    “อืม...งั้นเธอก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะ ลูกสาวฉันคนนี้แม้แต่ฉันยังเอาไม่อยู่เลย” พูดแล้วปราชญ์หัวเราะเสียงดัง มานพอมยิ้มสุขใจ...

    เวลาเดียวกันนั้น ไป่หลูกับชาติกำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางเจออุปสรรคคือด่านตำรวจทำให้รถติดยาวเหยียด ส่งผลให้ยอดห้อมอเตอร์ไซค์มาทันแล้วเกิดการไล่ล่าต่อสู้กันอีกครั้งอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายยอดก็สยบชาติกับไป่หลูไม่ได้ สองคนร่วมมือกันหนีรอดแล้วเร่งสู่จุดหมายคือถนนข้าวสารในคืนนั้น

    ถึงจุดหมาย ชาติให้ไป่หลูแยกย้ายทั้งที่เธอไม่เต็มใจ ชาติเดินปะปนไปกับนักเที่ยวทั้งไทยและเทศ ขณะที่ไป่หลูต้องไปหาที่จอดรถก่อนจะมากวาดตามองหาชาติ แต่เจอแองจี้ในลุคใหม่ทำทีเข้ามาตีซี้เธอ

    ชาติเดินไปถึงจุดที่ปิ่นน้องสาววัยรุ่นของเขาสีไวโอลินแลกเงิน พี่ชายมองน้องสาวด้วยความสงสาร แต่ใจหนึ่งก็หายห่วงที่เห็นน้องผ่านพ้นการผ่าตัดหัวใจกลับมาเป็นปกติได้

    ปิ่นเหลือบเห็นพี่ชายก็ร้องเรียกชื่อ ชาติจะเข้าไปหาแต่ตาไวเห็นเฉินหลงจึงรีบหลบฉาก ขณะที่อีกทางแองจี้ก็ติดหนึบอยู่กับไป่หลูแล้วฉวยโอกาสวางยาเธออย่างรวดเร็ว

    เข็มฉีดยาในมือแองจี้จิ้มเข้าที่คอไป่หลูจนสะดุ้งเฮือกรู้ตัวว่าโดนวางยาและเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้เป็นพวกมือสังหารอีกาพญายม เธอพยายามแข็งใจต่อสู้แองจี้อย่างยากลำบาก อีกครู่เฉินหลงมาสมทบและทุบท้ายทอยไป่หลูหมดสติก่อนจะให้แองจี้ไปขับรถมารับ แต่คนในรถที่ลงมากลายเป็นชาติ เขาใช้ปืนจ่อหัวแองจี้และสั่งเฉินหลงให้วางผู้หญิงลง

    เฉินหลงกับแองจี้จนมุมแต่พยายามหว่านล้อมชาติให้กลับไปเกาะอีกา เพราะทุกคนที่นั่นเป็นพี่น้องเป็นครอบครัวใหม่ของเรา ชาติไม่ฟังแถมยังเตือนทั้งสองคนอย่าให้ใครจูงจมูกได้เหมือนยอด ก่อนจะซัดพวกเขาจนหมดสติแล้วอุ้มไป่หลูที่นอนแน่นิ่งออกไปจากตรงนั้น

    ooooooo

    ไหนๆก็เข้ามากรุงเทพฯแล้ว ยอดพักการตามล่าชาติชั่วคราวไปแอบดูยายที่บ้านเช่าในชุมชน ชีวิตยายลำเค็ญต้องเข็นรถขายขนมไทยทำเองเพื่อความอยู่รอด

    แต่ยายก็โชคร้ายโดนวัยรุ่นสันดานทรามสองคนแย่งเงินแถมตบจนล้มคว่ำต่อหน้าต่อตาชาวบ้านที่เอาแต่ยืนดูด้วยความตกใจ ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าช่วย

    ยอดทนไม่ได้ไล่ตามไปทำร้ายและสั่งสอนสองวัยรุ่นให้รู้จักผิดชอบชั่วดี ก่อนสำทับห้ามทำร้ายยายคนนั้นอีก สองวัยรุ่นแขนหักปากแตกร้องครวญครางสำนึกผิดรับปากจะเอาเงินมาคืนยาย ยอดจึงปล่อยตัวและแอบตามมาดูด้วยความพอใจแต่ไม่ปรากฏตัวให้ยายเห็น ทั้งที่คิดถึงอยากกอดยายเหลือเกิน

    จังหวะที่ยอดกำลังจะจากไป เสียงรัศมีทักทายยายทำให้ชายหนุ่มหันขวับมาด้วยความดีใจแต่ไม่ยอมปรากฏตัวเหมือนเดิม รัศมีมีน้ำใจต่อยายของยอดไม่เปลี่ยน ขณะเดียวกันยายก็รักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานคนหนึ่ง

    รัศมีไม่ได้แค่แวะมาเยี่ยมเยียนยาย แต่ถามถึง

    ยอดอย่างอาวรณ์ก่อนบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับธนา ยอดได้ยินชื่อชายที่ทำลายชีวิตตนก็เจ็บใจ แอบขี่ มอเตอร์ไซค์ตามรถรัศมีไปถึงท่าเรือที่ธนารอล่องเรือหรูดินเนอร์กับเธอ กิริยาท่าทางของธนาที่แสดงออกว่ารักรัศมีนักหนาทำให้ยอดเจ็บปวดร้าวรานใจ จำต้องพาตัวเองจากมาอย่างพ่ายแพ้

    ทางด้านเฉินหลงกับแองจี้ยามนี้อยู่ในโกดังร้าง สองคนเจ็บใจที่เมื่อคืนเอาตัวชาติมาไม่ได้ ทันทีที่ยอดกลับมาเฉินหลงกระตุ้นความจำเขาว่าเราสามคนต้องทำตามคำสั่งมาดามคือตามล่าชาติ ยอดถือดีไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้สั่งสอน จึงเกิดการทุ่มเถียงก่อนนำไปสู่การวางมวยโดยไม่มีใครฟังแองจี้ที่พยายามห้าม

    จนเมื่อมาดามหลุยส์ปรากฏตัวพร้อมไตร สองหนุ่มยุติทันใดอย่างกลัวเกรง แล้วโดนมาดามตำหนิที่ยังตามชาติกลับมาไม่ได้ เฉินหลงขอโทษและจะรับผิดชอบเอง แต่มาดามติงว่าเรื่องนี้อาจเกินขีดความสามารถของเขา

    “มาดามคะ ฉันว่าตอนนี้ชาติไม่ใช่พี่น้องอีกาของเราอีกแล้ว ขอแค่มาดามเปลี่ยนคำสั่งจากพาตัวกลับไปเป็นฆ่าทิ้งซะ ฉันรับรองว่าชาติต้องไม่รอดมือฉันแน่ค่ะ”

    คำพูดของแองจี้เล่นเอามาดามตาลุกวาวไม่พอใจ เพราะถึงยังไงเธอก็ต้องการชาติมาเป็นมือสังหารอีกายมทูต ไม่เคยคิดจะฆ่าเขาทิ้ง การต่อรองของแองจี้จึงทำให้มาดามไม่ปลื้มถึงขนาดจะให้เฉินหลงระเบิดสมองแองจี้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาอยู่ในโอวาท

    เฉินหลงตกปากรับคำโดยไม่ต้องไตร่ตรอง แองจี้หวาดกลัวถึงกับลนลานร้องขอชีวิตต่อมาดามและสัญญาจะทำทุกอย่างตามคำสั่งไม่มีข้อต่อรองอะไรอีก มาดามจึงเปลี่ยนใจยับยั้งคมกระสุนของเฉินหลงในพริบตานั้นด้วยปิ่นปักผม แองจี้รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่รีบเข้าไปคุกเข่าขอบคุณมาดามปากคอสั่น

    หลังจากนั้นมาดามก็เน้นย้ำเจตนารมณ์ขององค์กร ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน อีกไม่นานจะมีงานใหญ่ ถ้าใครไม่มีศักยภาพพอที่จะเดินร่วมทางไปด้วยกันได้ เธอจะไม่เอาไว้จริงๆ

    “ยอด...เธอก็ด้วย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอไปทำอะไรมา”

    ยอดคาดไม่ถึงว่ามาดามรู้เรื่องเขาแอบไปดูยาย เกิดอาการอ้ำอึ้งอึกอักจนโดนมาดามตวาด

    “ไม่ต้องแก้ตัว ถ้าเอาตัวชาติกลับไปด้วยกันไม่ได้ พวกเธอทุกคนจะได้กลายเป็นคนที่ตายแล้วจริงๆแน่ เลือกเอา...อนาคตที่จะยิ่งใหญ่ไปพร้อมฉันหรือจะเป็นได้แค่ศพ”

    สั่งเสร็จมาดามออกไปขึ้นรถพร้อมมือขวาคนสนิทเพราะมีนัดกับคมสันต์หัวหน้าพรรคเสรีใหม่เพื่อเจรจาเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

    ระหว่างทางมาดามยอมรับกับไตรว่าเสี่ยงมากในการใช้เด็กใหม่พวกนั้น เธอขอบใจที่เขาเป็นห่วงคอยทักท้วงเธอมาตลอด

    “เพราะผมไม่อยากให้เป้าหมายสำคัญของมาดามต้องพังไม่เป็นท่า”

    “แต่เธอก็เห็นแล้วว่าฉันมองคนไม่ผิด”

    “ครับ...ทั้งยอด เฉิน และแองจี้ ผมคงไม่มีอะไรให้ต้องติดใจอีก อนาคตของสามคนนั่นต้องเป็นอีกาฝีมือดีของมาดามได้แน่นอน แต่สำหรับนายชาติ...”

    “เชื่อฉันเถอะไตร ที่ฉันทุ่มเทกล้าเสี่ยงกับนายชาติมากขนาดนี้เพราะฉันเห็นสัญชาตญาณของนักล่าในตัวเขา หลายปีแล้วที่ฉันสร้างอีกายมทูตขึ้นมาจนนับไม่ถ้วน แต่มีนายชาติคนเดียวที่ฉันมั่นใจว่าเขาจะช่วยทำให้พวกเราน่ากลัวกว่าเดิม”

    มาดามบีบมือไตรอย่างสนิทสนม นั่นทำให้ไตรที่แอบหลงรักมาดามมาตลอดจิตใจร้อนรุ่มด้วยเสน่หา แต่ไม่กล้าแสดงออกนอกหน้าเพราะระยะห่างของเจ้านายกับลูกน้อง

    เมื่อถึงโรงแรมที่นัดหมายกับคมสันต์ การเจรจาของสองฝ่ายเป็นไปด้วยดี ต่างพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อเอื้อประโยชน์กันและกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไตรไม่ชอบใจคือคมสันต์ดูกรุ้มกริ่มกับมาดามหลุยส์อย่างเห็นได้ชัด เสร็จธุระแล้วยังขอคุยเป็นการส่วนตัว ไตรเลยต้องระเห็จออกมาทั้งที่ไม่เต็มใจ

    มาดามหลุยส์ใช้เวลาไม่นานกับคมสันต์ก็กลับออกมาเห็นไตรนั่งดื่มเหล้า เธอไม่ชอบใจตบหน้าเขาแล้วตำหนิไปหลายคำโดยที่ไตรไม่เถียงแม้แต่น้อย

    “จำเอาไว้นะไตร ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่ง อย่าให้ฉันเห็นเธอเป็นแบบนี้อีก”

    ไตรยอมรับผิด มาดามพอใจลูบไล้แก้มเขาอย่างแผ่วเบาตรงรอยที่เธอเพิ่งตบ

    “ทำงานของเธอให้สำเร็จ ฆ่าท่านปราชญ์ให้ได้ แล้วช่วยพาฉันไปให้ถึงที่ฉันหวัง แค่นั้นฉันก็มีความสุขมากจนขาดเธอไม่ได้แล้วล่ะไตร”

    มาดามหลุยส์ใช้จมูกชนแก้มไตรเบาๆแล้วถอยออกมาส่งยิ้มเย้ายวนก่อนเดินนวยนาดนำไป เพียงเท่านี้ไตรก็สุขใจและจะตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก

    ooooooo

    ชาติพาไป่หลูในสภาพโดนวางยาหมดสติหลบไปอยู่ในที่ปลอดภัยโดยใช้รถมินิคันเดิมของเธอเป็นพาหนะ เมื่อหญิงสาวรู้สึกตัวก็พยายามลุกเดินแต่ร่างโงนเงนเพราะผลข้างเคียงของยาที่ยังไม่หมดฤทธิ์

    ไป่หลูจำได้ไม่หมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองจึงซักถามชาติแต่เขากลับยึกยักไม่อยากตอบ แถมยังพูด

    ชวนให้โมโหว่าขี้เกียจเล่าให้เสียเวลา เลยโดนเธอปาขวดเปล่าเข้ากลางหลังดังอั๊ก

    “คนเนรคุณ...ฉันช่วยชีวิตคุณไว้ตั้งสองครั้ง แค่บอกว่าไอ้พวกที่เล่นงานฉันเป็นใคร แล้วคุณเป็นใคร พาฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แค่นี้พูดไม่ได้รึไง”

    ชาติไม่พอใจกระชากแขนไป่หลูต่อว่าเสียงเขียว “โดนไปขนาดนี้แล้วยังไม่เลิกอยากรู้อยากเห็นอีก ถ้าไม่ใช่เพราะความดื้อด้าน เชื่อผมตั้งแต่ทีแรก ไม่หาเรื่องตามผมไปอีก คุณก็ไม่ต้องมาเป็นแบบนี้”

    “ฉันไม่ได้ตามหาคุณสักหน่อย”

    “งั้นทำไมคุณถึงยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นให้พวกที่มันตามล่าผมเจอคุณ”

    “ฉันกำลังหาที่พัก กำลังติดต่อให้ที่บ้านส่งเงินมาให้ แต่พวกนั้นมาเจอฉันก่อน ฉันต้องถูกพวกนั้นตามล่าก็เพราะคุณ เพราะฉะนั้นชีวิตคุณไม่ได้แย่คนเดียว ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเล่ามาซะทีว่าคุณเป็นใคร ไปก่อเรื่องอะไรมา...นายชาติ”

    “รู้จักชื่อผมได้ยังไง”

    “ฉันได้ยินพวกที่เล่นงานฉันเรียกชื่อคุณก่อนจะหมดสติ ว่าไงล่ะ คุณรู้จักชื่อฉันแล้ว ฉันก็รู้จักชื่อคุณแล้ว ทีนี้ถึงเวลาที่เราจะเปิดอกคุยกันได้รึยัง”

    “กินข้าวเสร็จ เรี่ยวแรงคุณกลับมาเมื่อไหร่เราค่อยคุยกัน” เขาตัดบทแล้วเดินไปตรวจสภาพรถ ไป่หลูเริ่มมีความหวังจะได้รู้ข้อมูลของชาติที่ต่อยอดไปถึงพวกอีกาพญายมได้

    หลังกินข้าวเสร็จเรี่ยวแรงกลับมาปกติเธอก็มาพูดดีด้วย อยากรู้ว่าทำไมเขาเกือบตายอยู่ก้นทะเล ชาติลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเล่าตนพยายามหนีออกมาเลยถูกพวกนั้นเล่นงาน แต่ไม่ยอมบอกว่าหนีออกมาจากไหน

    “ว่ายังไงล่ะ คุณบอกว่าจะตอบคำถามฉันไม่ใช่เหรอ”

    “ใช่...แต่คุณก็ต้องตอบผมมาเหมือนกัน ทำไมนางพยาบาลเพิ่งเรียนจบอย่างคุณถึงมีฝีมือไม่ธรรมดา โลดโผนต่อสู้ก็ได้ ขโมยรถก็เป็น ตอบให้มันเข้าท่าให้เชื่อได้ล่ะ ไม่งั้นการทำความรู้จักของเราต้องหยุดอยู่แค่นี้”

    “เพราะครอบครัวฉันไม่ปกติเหมือนคนอื่นมั้ง แม่ฉันเลิกกับพ่อตั้งแต่ยังไม่คลอด เขาพาฉันกลับไปอยู่ฮ่องกง แม่ห่วงว่าถ้าฉันโตขึ้นแล้วฉันจะเป็นผู้หญิงอ่อนแอ แม่เลยพยายามฝึกให้ฉันทำทุกอย่างที่สามารถช่วยให้ฉันเอาตัวรอดได้”

    “แม่คุณเป็นทหารนาวิกโยธินหรือไง ถึงอยากให้ลูกแข็งแกร่งกว่าผู้หญิงปกติทั่วไป”

    “นี่คุณ...ชักจะมากไปแล้วนะ”

    “ก็ได้ งั้นผมเชื่อ”

    “ทีนี้ก็ตอบคำถามฉันมาได้แล้ว พวกนั้นเป็นใคร ทำไมต้องจับคุณไป แล้วคุณพยายามหนีออกมาจากที่ไหน”

    “พวกที่ตามล่าคุณกับผมเป็นพวกองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ...มันเรียกตัวเองว่าอีกาพญายม”

    ชาติบอกไป่หลูเสร็จก็มุดเข้าใต้ท้องรถดูช่วงล่าง ไป่หลูนึกได้ว่าแสบติดเครื่องติดตามเอาไว้จึงดึงเขาออกมาแล้วตั้งป้อมคุยต่อเพื่อเบนความสนใจ เพราะถ้าเขาเห็นมันต้องเป็นเรื่องแน่

    หญิงสาวพยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้ชาติรู้ความจริงว่าเธอเป็นตำรวจ แต่แล้วมานพก็โผล่มาพร้อมลูกน้องเกือบทำเสียเรื่อง หลังจากแสบจับสัญญาณจนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน

    ไป่หลูใช้จังหวะที่ชาติปะทะกับพวกลูกน้องมานพแอบพูดคุยขอร้องมานพล้มเลิกเอาตัวเธอกลับไป เพราะเธอกำลังจะได้ข้อมูลฐานที่ตั้งของพวกอีกาพญายมจากผู้ชายคนนั้น

    “งั้นเราจะพาตัวเขาไปสอบ”

    “ไม่ได้ เขาไม่ไว้ใจใครเลย ยิ่งถ้าเขารู้ว่าฉันโกหกเขาด้วยล่ะก็...เขาจะไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวแน่ นะคะมานพขอให้ฉันได้รู้เรื่องของเขามากกว่านี้ แล้วฉันจะ

    กล่อมให้เขาช่วยเราจัดการกับพวกอีกาให้ได้”

    “แต่การปล่อยให้คุณทำงานคนเดียวมันเสี่ยงเกินไป”

    “ฉันมาใกล้ความจริงได้ถึงขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วงฉันแล้วล่ะ”

    “คุณจะไม่ให้ผมห่วงคุณได้ยังไงในเมื่อผมรักคุณ”

    “ฉันขอบคุณที่คุณให้ความรู้สึกดีกับฉันมากขนาดนี้ แต่มานพคะ เราเป็นได้มากสุดก็แค่พี่น้องผู้ร่วมงานกันเท่านั้น ฉันขอโทษที่ต้องบอกเรื่องสำคัญอย่างนี้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ฉันไม่อยากให้คุณเข้าใจผิดว่าฉันหลอกใช้ความสนิทสนมของเราเพื่อให้ฉันได้ทำงานตามใจตัวเอง”

    ไป่หลูแตะแขนมานพอย่างอ้อนวอน ระหว่างนั้นวิทยุสื่อสารของเขาดัง ลูกน้องแจ้งมาว่าเป้าหมายถูกพวกเราล้อมไว้แล้ว หญิงสาวตกใจเร่งเร้ามานพอีกครั้งจนเขาใจอ่อน ไป่หลูรีบขึ้นรถขับโฉบมารับชาติออกจากวงล้อมของตำรวจนอกเครื่องแบบโดยไม่มีใครติดตามเพราะมานพให้ปล่อยไปแล้ว ตนจะอธิบายกับท่านรองเอง

    ooooooo

    ในระหว่างหลบหนีไปนั้น ไป่หลูซักถามชาติเรื่องอีกาพญายมไม่เลิกราจนชายหนุ่มไม่ไว้ใจ พอเธอจอดรถแถวตึกร้างจึงทุบต้นคอเธอหมดสติแล้วอุ้มลงมามัดมือเท้าเอาไว้แน่นหนา

    เมื่อเธอรู้สึกตัวก็โวยวายเป็นบ้าเป็นหลังให้เขามาแก้มัดและอยากรู้เขาทำแบบนี้ทำไม แต่ชาติไม่สนใจ รื้อค้นภายในรถทุกซอกทุกมุมละเอียดยิบ นานเข้าทนเสียงแปดหลอดของเธอไม่ไหวก็หันมาตวาดให้เงียบ

    “ฉันไม่เงียบ อยู่ๆเป็นบ้าอะไรของนายขึ้นมา ทำไมต้องทำร้ายฉัน จับฉันมัดแบบนี้”

    “เพราะไอ้พวกที่ตามไปเจอผมเมื่อกี้ไม่ใช่คนของอีกา แต่เป็นคนของหน่วยงานไหนสักหน่วยหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักมาก่อน”

    “ไม่รู้จักแล้วมาสงสัยฉันเนี่ยนะ อย่าระแวงให้มันมากไปหน่อยเลย ถ้าพวกที่ตามล่านายเป็นองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติมันก็อาจจะมีพรรคพวกอื่นที่นายไม่รู้จักอีกก็ได้”

    “ก็อาจจะ...ผมถึงไม่ไว้ใจคุณไง เพราะไม่มีทางที่อยู่ดีๆพวกมันจะตามมาเจอผม ถ้าคุณไม่ส่งพิกัดให้พวกมันตามมา”

    “ฉันก็อยู่กับนายตลอดเวลา จะเอาเวลาไหนไปบอกให้พวกนั้นรู้ไม่ทราบ”

    “ผมค้นดูในรถแล้วไม่เจออะไร เหลือก็แต่ตัวคุณนี่แหละที่ยังค้นไม่ละเอียด”

    “นี่...นี่นายอย่าบอกนะว่า...” ไป่หลูใจคอไม่ดี สั่งห้ามเขาแตะต้องตัวเธอ ถ้าไม่เชื่อได้เห็นดีกัน

    “ทำไม กลัวผมจับได้ใช่ไหมว่าคุณไม่ใช่ครูสอนดำน้ำ แต่เป็นสายของพวกนั้น ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้า ไม่ใช่อย่างที่ผมระแวง คุณก็แค่โดนผมจับถอดเสื้อผ้าค้นทั้งตัวก็แค่นั้นเอง”

    ไป่หลูอึ้ง ชาติไม่รอช้าจับเธอแบกพาดบ่าไปยังมุมลับตา ผ่านไปสักครู่ก็เรียบร้อย หญิงสาวอยากเตะก้านคอเขาแต่ทำไม่ได้เพราะแขนขายังถูกมัดแน่น ได้แต่ประชดว่า “พอใจแล้วรึยัง”

    “คุณหมายถึงอะไร”

    “ก็ที่จับฉันค้นตัวไปเมื่อกี้นี้ไง พอใจแล้วใช่ไหม”

    “อ๋อ...ผมก็นึกว่าถามผมพอใจไหมที่เห็นคุณ...”

    “ไอ้บ้า! ไอ้ทุเรศ! ถ้าชีวิตฉันไม่ต้องมาผูกติดหนีการตามล่าเพราะนาย ฉันจะกระทืบนายให้เละเป็นโจ๊ก จะเลาะฟันนายออกมาให้หมดปาก”

    “ช่วยไม่ได้ คุณทำให้ผมไม่ไว้ใจเอง”

    “ก็บอกแล้วไงฉันไม่รู้จักไอ้พวกนั้น ล่มหัวจมท้ายด้วยกันแบบนี้ เชื่อใจกันมั่งสิ”

    “โอเค ตอนนี้ผมเชื่อแล้ว เพราะค้นดูทุกซอกทุกมุมแล้ว คุณไม่มีเครื่องติดตามตัว ไม่มีอะไรที่ทำให้ผมสงสัยว่าคุณเป็นสายสืบ”

    “งั้นก็แก้มัดให้ฉันได้แล้ว”

    ชาติดึงมีดพกออกมาแต่ไม่ตัดเชือกให้ กลับวางไว้บนพื้น “ผมต้องไปเตรียมรถเพื่อไปต่อ คุณจัดการเอาเองแล้วกัน”

    หญิงสาวเจ็บใจและหมั่นไส้ จ้องตามเขาไปพร้อมกัดฟันด่า “ไอ้บ้าเอ๊ย คอยดูเถอะ ฉันไม่จบง่ายๆแน่”

    หลังจากช่วยให้ตัวเองเป็นอิสระแล้วไป่หลูใช้มีดพกนั้นมาจ่อคอชาติที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่หน้ากระโปรงรถโดยไม่ทันระวังตัว

    “ถึงนายจะไว้ใจฉันแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมให้มันจบไปง่ายๆ”

    “ผมว่าคุณอย่าทำอะไรที่มันไม่เข้าท่าดีกว่า เสียเวลาเปล่าๆ ผมยิ่งรีบๆอยู่”

    “ที่ไม่เข้าท่าน่ะมันคือนาย ฉันเป็นผู้หญิง ถ้านายสะกดคำว่าให้เกียรติไม่เป็นฉันก็จะช่วยสั่งสอนให้นายท่องจำคำนี้ให้ขึ้นใจ”

    “เราอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอด ผมเชื่อว่าถ้าคุณเป็นผม คุณก็ต้องทำแบบเดียวกัน ดีไม่ดีคุณจะ

    ทำเยอะกว่าผมซะอีก เพราะอย่างน้อยผมไม่ได้ถอดคุณจนหมดทุกชิ้น”

    “ไอ้ปากเหม็น” ด่าแล้วเธอจะกดมีดลงบนคอ แต่ชาติใช้ไหวพริบจับข้อมือไป่หลูบิดแล้วพลิกกลับมาเป็นฝ่ายใช้มีดจ่อคอเธอ

    “เอาเป็นว่าผมขอโทษ ปกติผมไม่ใช่คนจะล่วงเกินผู้หญิงแบบนี้หรอก”

    “เลวที่สุด! แล้วมือนายที่จับหน้าอกฉันอยู่ตอนนี้ล่ะหมายความว่าไง”

    ชาติเพิ่งนึกได้รีบดึงมือออกพร้อมกล่าวขอโทษว่าตนไม่ตั้งใจ จังหวะที่ชาติไม่ระวังนี่เอง ไป่หลูใช้เป็นโอกาสพลิกกลับมาเอาคืน บิดข้อมือเขาจนมีดหลุดแล้วกระหน่ำประเคนหมัดเข่าศอกใส่ไม่ยั้งชนิดไม่ปล่อยให้เขาตั้งตัวทัน

    ชาติกระเด็นตามแรงถีบกระแทกกับกองไม้ ไป่หลูรีบตามเข้ามาเล่นงานเขาอีกหลายหมัด ชาติเสียท่าไปหลายทีกว่าจะตั้งสติรับหมัดเธอได้ เขาบีบหมัดเธอทั้งสองข้างไว้แล้วยื้อยุดกันไปมา ทุ่มเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายไป่หลูก็รู้ว่าชาติห่วงเธอ เขาช่วยเธอไม่ให้โดนไม้หล่นลงมาทับเจ็บตัว

    ด้านมานพที่กลับไปมือเปล่า เขาโกหกเชิดศักดิ์ว่าไม่พบไป่หลูตามพิกัดของเครื่องติดตามแล้วแอบมาถามซอกแซกเอากับผู้ช่วยคนสนิทของเธอ อ้างว่าเป็นห่วงเธอมาก แต่แสบก็ไม่หลุดปาก ทำตามที่ไป่หลูกำชับไว้อย่างเคร่งครัด

    ooooooo

    ชาติกับไป่หลูยอมสงบศึกแล้วเดินทางต่อ จุดหมายคือบ้านของชาติที่คิดว่าปลอดภัย แต่ความจริงเวลานั้นพ่อกับน้องสาวของเขากำลังโดนแองจี้คุกคามเพียงเพื่อให้ได้พบตัวชาติ

    แองจี้ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันดนตรีที่ปิ่นสอบชิงทุนเอาไว้ เพื่อหลอกเด็กสาวให้อยู่ในกำมือไว้ต่อรองกับชาติ แต่สินพ่อของชาติรู้ทันว่าเธอเป็นพวกอีกายมทูตจึงพยายามขัดขวางจนตัวเองโดนยิงปางตาย ฝ่ายชาติกับไป่หลูก็โดนยอดดักกลางทางเกือบเอาชีิวิตไม่รอด

    ชาติกับไป่หลูมาถึงบ้านพบสินนอนจมกองเลือด ส่วนปิ่นหายไป ไป่หลูเร่งชาติพาพ่อส่งโรงพยาบาลให้หมอช่วยชีวิต เธอแอบติดต่อแสบให้ส่งเจ้าหน้าที่ลับของหน่วยมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้พ่อของชาติ ส่วนเธอต้องรีบพาเขาหนีไปก่อน ตอนแรกชาติทำท่าจะไม่ยอมไปจากพ่อ แต่เพราะความเป็นห่วงน้องสาวเลยจำยอม

    ปิ่นโดนแองจี้จับไปไว้ที่โกดังร้างแล้วทำร้ายเธอเพื่อให้บอกว่าชาติอยู่ไหน ยอดทนดูไม่ได้จึงห้ามปราม ขณะที่เฉินก็ไม่อยากให้แองจี้ใช้ความรุนแรง ขอร้องเธอส่งต่อปิ่นให้ยอดดูแล เมื่อปิ่นถามยอดว่าเป็นใครทำไมต้องฆ่าพ่อของตน ยอดบอกว่าพ่อเธอยังไม่ตาย ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ปิ่นดีใจแต่ยังอยากรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากเธอ

    “เราต้องการแค่ตัวชาติกลับไปกับเรา ถ้าน้องให้ความร่วมมือทุกอย่างก็จะง่าย น้องกับพ่อก็ไม่ต้องเจ็บตัว พี่สัญญา”

    “ต้องการตัวพี่ชาติ แต่พี่ชาติตายไปตั้งนานแล้ว”

    ยอดส่งสายตาแทนคำตอบ ปิ่นเดาว่าชาติยังไม่ตาย แล้วแสดงความดีใจพูดละล่ำละลัก

    “พี่ชาติยังไม่ตาย...ไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม พี่ชาติยังมีชีวิตอยู่จริงๆเหรอ”

    ยอดจับบ่าปิ่นอย่างเป็นมิตร เขารับปากจะไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นมายุ่งกับเธออีก ขอเพียงแค่เธอทำตามที่เขาขอเท่านั้น...ทั้งหมดนั้นเฉินกับแองจี้แน่ใจว่าเป็นแผนแยบยลของยอดที่ต้องการตีสนิทกับน้องสาวของชาติ ซึ่งแองจี้แขวะว่าเป็นการตีสองหน้าที่ยอดถนัด

    “ไม่เอาน่าแองจี้ ก็จับสลากกันแล้วไงว่าต้องใช้วิธีนี้ คนนึงร้ายคนนึงดี ไม่งั้นเราจะใช้เด็กนั่นต่อรองกับชาติได้ยังไง”

    “ก็ไม่ได้ไม่เห็นด้วย แค่ไม่แน่ใจว่าบทคนดีที่ยอดเล่นเมื่อกี้นี้เป็นแค่การสวมบทบาทหรือเพราะว่าที่จริงแล้วยอดเป็นคนอ่อนแอ ขี้สงสาร ไม่เหมาะกับการเป็นอีกายมทูต”

    ยอดนิ่งขรึมดูเหมือนไม่สนใจคำพูดถากถางของแองจี้ นั่นทำให้หญิงสาวได้ใจ สบประมาทไปอีกว่าอย่างนี้นี่เองมาดามถึงต้องให้เธอกับเฉินมาช่วยจัดการชาติ คราวนี้ยอดไม่อยู่เฉย เดินเข้าหาจนแองจี้ไม่ไว้ใจชักปืนออกมาจ่อคอเขา

    แต่แล้วปืนกลับมาอยู่ในมือยอดอย่างง่ายดาย แองจี้ถูกปืนจ่อหัว เฉินเห็นดังนั้นรีบห้ามเสียงหลง แต่ยอดไม่ใส่ใจ จ้องแองจี้เขม็ง นิ้วมือแตะไกปืน


    “อย่าคิดว่าตัวเองเก่งนักเลยแองจี้ เอาไว้ถึงเวลาที่มาดามต้องเลือกว่าใครจะได้เป็นอีกา เจอกันเมื่อไหร่ เก่งให้ได้อย่างปากแล้วกัน”

    ขาดคำยอดก็ลั่นไกเปรี้ยง! แต่หันปากกระบอกปืนไปทางอื่นแล้วปลดแมกกาซีนออกโยนทิ้ง ตัวเองเดินมาขึ้นมอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อกขับออกไป แองจี้มองตามกัดฟันไม่พอใจท่าทางหยิ่งยโสของยอด แล้วหยิบโทรศัพท์จะโทร.ออก เฉินถามทันทีว่าจะทำอะไร

    “โทร.รายงานมาดามว่ายอดกำลังทิ้งงานแล้วกลับไปหาชีวิตเก่าอีก”

    “อย่าทำตัวเป็นเด็กขี้อิจฉา พาลเกเรฟ้องครูไปหน่อยเลยแองจี้ ถ้าทั้งฉันและเธอต้องเจอเหมือนยอด ก็คงทำไม่ต่างกัน ปล่อยให้ยอดกลับไปหาชีวิตเก่าแล้วให้ยอดเลือกเอง ถ้ายอดตัดมันไม่ได้เขาก็เป็นอีกาไม่ได้...ก็แค่นั้น”

    เฉินดึงโทรศัพท์จากมือแองจี้โยนทิ้ง แองจี้หัวเสียไม่พอใจแต่ไม่กล้าต่อความยาว

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 06:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์