นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ตกเย็น พรานเมิงนำทุกคนมาถึงลานเล็กที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้เหมาะแก่การตั้งค่ายเป็นอย่างยิ่ง

    “เราควรพักที่นี่ครับ เหมาะแก่การป้องกันตั้งรับถ้าไอ้พวกนั้นบุกมาอีก”

    ชาติพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเดินย้อนไปบอกทุกคนว่าคืนนี้เราะจะพักกันที่นี่ ทุกคนจึงแยกย้ายหามุมที่ชอบ รัตนากร กาญจนา โรส เดินไปรวมกลุ่มใกล้กัน วีรกิจเข้ามาข้างๆ ยังคงวนเวียนอยู่กับแฟนสาว

    “คุณวีอยู่ตรงนี้ก็ได้ค่ะ”

    วีรกิจพยักหน้า เดินซึมไปโยนเป้ของตนลงกับพื้น กาญจนาหันมองรัตนากรกับโรสแล้วถอนใจ

    “คุณวีรกิจไม่มีใคร”

    “ดูฤทธิ์น้อยลงแล้วนี่” รัตนากรเปรยเบาๆ ความหมั่นไส้ลดลงไปกว่าครึ่ง

    “พี่รัตน์ กาญต้องขอยืมแผนที่หน่อยค่ะ จะตรวจดูเส้นทางเดินทางอีกครั้ง”

    รัตนากรปลดกระบอกแผนที่ที่สะพายไว้กับตัวส่งให้น้องสาว “เราเดินทางพบจุดหมายที่แผนที่บอกไว้ กาญทำได้ดี”

    “เพราะได้พี่รัตน์ช่วย”

    “พี่จะไปคุยกับพี่วินซะหน่อย ว่าจะเอายังไงกันคืนนี้”

    กาญจนาอมยิ้มแล้วเข้ามากอดกระซิบข้างหูพี่สาว “ยินดีด้วยค่ะ เรื่องพี่อัศวิน กาญลุ้นมานานแล้ว” รัตนากรคาดไม่ถึง ออกอาการเขินเล็กๆจนโดนโรสแซวว่าถ้ากุ๊กกิ๊กกันไม่ระวังมีหวังรู้กันทั้งขบวนแน่ แต่พอรัตนากรเหล่มองตาเขียว โรสก็รีบกลับคำว่า

    “ไม่มีใครว่าอะไรพี่รัตน์หรอกน่า มีแต่จะปลื้ม แต่ความจริงใครๆก็เดาออกว่าคุณอัศวินกับพี่ต้องเป็นคู่จิ้นกัน”

    “ขนาดนั้นเลยเหรอ”

    “พี่รัตน์น่ะไม่เท่าไหร่หรอก นานๆครั้ง คุณอัศวินนี่สิตาเยิ้มทุกครั้งที่มองพี่รัตน์”

    “แล้วคุณอิทธิล่ะ ตาเยิ้มหรือเปล่าตอนมองเราน่ะ”

    โดนยอกย้อนเข้าให้แบบนี้ โรสถึงกับยิ้มเรี่ยราด พูดอ้อมแอ้มว่า “ก็พอจะมีบ้าง แต่โรสเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็กระด้างเกินไป”

    “แล้วก็เก่งเกินไป...ผู้ชายไม่เก่งกว่าอย่าหวัง”

    โรสยักไหล่ไม่ตอบโต้ หยิบอาวุธในเป้ออกมาวางเรียงก่อนทำความสะอาด รัตนากรถึงกับส่ายหน้า...เธอห้าวได้ใจจริงๆ

    ooooooo

    ใกล้ค่ำ ชาติกับอิทธิชวนกันออกไปหาเสบียง นายองเลยไม่ต้องทำหน้าที่นี้เหมือนทุกที ส่วนกาญจนาจดจ่ออยู่กับแผนที่ สำรวจเส้นทางและจดบันทึกลงสมุด เสร็จแล้วบรรจงม้วนแผนที่อย่างระมัดระวังเก็บใส่ กระบอกไว้อย่างเดิม

    วีรกิจมายืนมองอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จนเธอเงยหน้าไปเห็น เขาจึงลงนั่งข้างๆด้วยท่าทีเจียมตัว

    “คุณวีมีอะไรเหรอคะ”

    “ผมอยากจะขอดูกระบอกแผนที่หน่อยได้ไหมครับ ไม่เคยเห็นใกล้ๆซะที”

    “ได้สิคะ แต่ไม่อยากให้เปิดออก”

    “อ๋อ...ไม่หรอกครับ แค่ดูกระบอกเท่านั้นเอง”

    วีรกิจรับกระบอกแผนที่มาพิศดูอย่างสนใจ รัตนากรซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไปเพ่งมองแปลกใจ ไม่นานวีรกิจก็ส่งกระบอกคืนให้กาญจนาแล้วลุกออกไปนั่งที่ของตนแต่โดยดี

    กองไฟลุกโชน ไก่ป่าถูกเสียบไม้ย่างหอมกรุ่น ทุกคนแบ่งกันกินประทังความหิว พร้อมกันนี้ก็สนทนากันไปเกี่ยวกับการเดินทาง ช่วงหนึ่งรัตนากรถามอัศวินว่า

    “พี่วินคิดว่าพวกเฮนรี่จะเจอทางเข้าปากพญานาคเหมือนกับเรามั้ย”

    อัศวินไม่แน่ใจ โบ้ยไปให้พรานเมิงช่วยตอบแทน

    “พรานอองข่านเป็นพรานเก่ามีวิชามีฝีมือ ผมเชื่อว่าช้าหรือเร็วจะต้องหาพบครับ”

    “ขอให้โดนพวกชนเผ่าเชือดให้เข็ด”

    “อ้าวนายอง เรื่องอะไรเอ็งไปแช่งเขาล่ะ”

    “ก็พวกนั้นเป็นคนไม่ดีจะมาเล่นงานเรานี่พ่อ”

    “ความจริงก็ดี ถ้าพวกนั้นเจอทางเข้ามาพวกชนเผ่าจะได้เลิกยุ่งกับพวกเรา”

    “ตอนนี้ยังไม่น่าไว้ใจ ตอนผมกับชาติไปหาเสบียงก็เห็นพวกมันระดมพลกันวุ่นวาย”

    “มิน่า หามาได้นิดเดียว เกือบไม่พอ” นายองพูดโพล่งจนอิทธิกับชาติหน้าเจื่อน คนอื่นๆพากันยิ้มขำ

    รัตนากรวกเข้าประเด็น เห็นว่าทุกคนควรรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด หมอนพดลเห็นด้วยอย่างยิ่ง อัศวินถามกาญจนาว่าจุดหมายที่สามคืออะไร

    “ตามแผนที่บันทึกไว้ คนทำแผนที่เรียกว่าไฟพญานาค”

    “โห...ฟังแล้วไม่ค่อยหนุกเท่าไหร่” นายองแทรกตลอด พรานเมิงเลยต้องปรามลูกสาวให้เงียบปากลงซะบ้าง เขาจะคุยเป็นงานเป็นการกัน

    “คุณกาญคิดว่าน่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ยังไงครับ” ชาติถาม

    “บอกตามตรงว่าคิดไม่ออกเลยค่ะ ถ้าจะให้เดาเราต้องเจออะไรที่เกี่ยวกับไฟนี่แหละ”

    “คุณวีรกิจพอจะมีไอเดียไหมครับ”

    ทุกคนมองชาติเป็นตาเดียว รู้ว่าเขาพยายามสร้างบรรยากาศให้กาญจนาสบายใจ วีรกิจคาดไม่ถึง ถามให้แน่ใจว่าชาติพูดกับตนใช่ไหม

    “ครับ เผื่อจะมีไอเดีย”

    “คือ...ผมก็คิดเหมือนคุณกาญน่ะครับ จะเพิ่มอีกหน่อยก็คือจำนวนมากมหาศาล”

    ทุกคนมองหน้ากัน ความจริงความคิดของวีรกิจมีเหตุผล กาญจนาให้กำลังใจเขาว่า เข้าเค้าเลยทีเดียว วีรกิจเลยยิ้มออก บรรยากาศผ่อนคลายทำให้กาญจนาสบายใจขึ้น

    ooooooo

    ตกดึก ชาติเดินไปมากราดสายตารอบทิศ อึดใจได้ยินเสียงผิวปากส่งสัญญาณเป็นระยะ อัศวินเดินเข้ามาทักชาติอย่างรู้กัน

    “ซามูมันว่ายังไง”

    “พวกชนเผ่าเคลื่อนไหวตลอด ดูเหมือนว่าคนของมันจะกระจายกำลังออกไปรอบนอก”

    “นายคิดว่าไง”

    “ฉันคิดว่าพวกมันคงไม่ปล่อยให้พวกเราออกไปได้ง่ายๆ”

    อัศวินสีหน้าเคร่งเครียดกราดสายตารอบด้าน เสียงซามูส่งสัญญาณเข้ามาอีก ชาติเริ่มกังวล บอกเพื่อนรักว่าทางที่ดีควรให้ทุกคนนอนกอดปืนจะดีกว่า

    “โอเคเพื่อน แล้วฉันจะมาเปลี่ยนกับนาย”

    เป็นอันว่าคืนนั้นทุกคนนอนกอดปืนกันหมด พอเห็นคนอื่นๆหลับ อัศวินกับอิทธิก็ดอดออกจากกลุ่มเคลื่อนตัวไปยังปากถ้ำทางออกที่เดิม กราดสายตาหาพวกชนเผ่าแต่ไม่เห็นสักคน

    “พวกมันไม่เฝ้ากันเลยหรือไง”

    “แบบนี้ยิ่งต้องระวังนะเพื่อน”

    “มีแสงจากในถ้ำ แต่ไม่มีการเคลื่อนไหว”

    “อืม...เงียบเกินไป”

    “ฉันว่าพวกมันอาจจะกำลังรวบรวมคนอยู่ก็ได้ คราวที่แล้วโดนเราเล่นหนัก”

    “โอเค...งั้นลุยไปเลยเพื่อน ฉันจะคุ้มกันให้ พอแกไปถึงแกคุ้มกันฉัน...แล้วฉันตามไป”

    “เดี๋ยวไอ้วิน แกจะคุ้มกันอะไรวะ ไม่มีพวกมันซักคน”

    “ประมาทไม่ได้หรอกเพื่อน พอแกโผล่ไปอาจจะมีพวกมันเป็นสิบขว้างหอกใส่แกพร้อมๆกัน”

    “พอๆ ฟังแล้วขาแข็งวิ่งไม่ออกเลยว่ะ”

    “เฮ้ย...ไอเดียแกนะเว้ย”

    อิทธิถอนใจ หันไปกราดสายตาอีกรอบแล้วขยับตัว ถามอัศวินว่าพร้อมใช่ไหม อัศวินไม่ตอบแต่ถือปืนสองกระบอกในมือคอยระวังหลังให้อิทธิวิ่งไปยังปากถ้ำ

    ในที่สุดสองหนุ่มก็ไปถึงปากถ้ำอย่างปลอดภัย มองเข้าไปไม่เห็นแม้แต่เงาพวกชนเผ่า มีแต่คบไฟปักอยู่เป็นระยะ

    “แปลกมาก มีคบไฟติดไว้สว่าง แต่ไม่มีพวกมันซักคน”

    “อย่างกับพวกมันจะจัดงานอะไรซักอย่างหรือไม่ก็จัดไว้ต้อนรับเรา”

    อัศวินเดินถือปืนกราดนำเข้าไปจนมาถึงทางสามแพร่ง อิทธิตามติด แล้วพบสิ่งผิดปกติไม่มีศพของพวกชนเผ่าที่ก่อนหน้าถูกพวกอัศวินยิงตาย

    “ที่แท้มันติดคบไฟเก็บกวาดทำความสะอาดนี่เอง”

    สองหนุ่มเดินลึกเข้าไปอีกเจอกองสัมภาระและอาวุธปืนที่พวกชนเผ่ายึดมากองไว้ อัศวินคว้าเป้ใบหนึ่งคว่ำเทของออกแล้วโยนให้อิทธิเก็บกระสุนปืนและระเบิด ตัวเองก็ทำเช่นเดียวกันเกือบเสร็จ สองหนุ่มได้ยินเสียงเหมือนสวดมนต์ เงี่ยหูฟังให้ชัดก่อนเคลื่อนตัวไปตามถ้ำ แล้วก็เห็นศพที่หายไปถูกกองรวมกัน คนที่รอดชีวิตกำลังสวดมนต์ทำพิธีศพ โดยมีหัวหน้าถือดาบเขี้ยวนาคราชยืนเด่นเป็นสง่า

    “พวกมันเอาศพไว้ที่นี่เอง ถือว่าพวกมันยังเจริญที่ทำพิธีศพให้พวกเดียวกัน”

    “มันใช้วิธีการเผาศพเหมือนของเรา”

    อัศวินกับอิทธิแอบจับจ้องหลังโขดหิน แต่แล้วหัวหน้าเผ่าชี้ดาบเขี้ยวนาคราชมายังสองหนุ่ม อิทธิถึงกับ สะดุ้ง ไม่แน่ใจว่ามันเห็นตนหรือเปล่า แต่อัศวินมั่นใจว่าพวกมันเห็นแล้ว จึงเร่งอิทธิให้รีบเผ่น

    แต่ช้าไป พวกชนเผ่าหลายคนกรูกันมาพร้อมหอกในมือจนสองหนุ่มไม่สามารถกระดิกตัวได้ ตกอยู่ในอันตรายต้องยอมทิ้งปืนในมือก่อนที่หอกของพวกมันจะถึงอกสามศอกของอัศวินกับอิทธิ

    ขณะที่อัศวินกับอิทธิตกอยู่ในอันตราย รัตนากรกับโรสตามมาช่วยทันท่วงที ทั้งหมดพากันหนีพวกชนเผ่ากลับไปหากลุ่มของตัวเองพร้อมระเบิด และกระสุนปืนที่ได้มาเพียบเพื่อกักตุนไว้ต่อกรกับศัตรู

    อัศวินขอโทษคนในทีมที่ตนกับอิทธิออกไปก่อเหตุจนเกือบพาพวกชนเผ่ามาทำร้ายพวกเรา และต้องขอบคุณสองสาวที่ตามไปช่วยทันเวลา ชาติถือโอกาสแซวอัศวินว่ารัตนากรคงอยากไปตามแฟน ตนห้ามก็คงไม่ฟังอยู่แล้ว

    โดนเพื่อนแซวเข้าแบบนี้อัศวินถึงกับยิ้มแก้มตุ่ย ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากชมชาติว่าพูดได้ดีมาก

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา พรานอองข่านมองลงไปเบื้องล่างน้ำตกเห็นพระอาทิตย์สาดแสงเป็นเงาคล้ายรูปพญานาค ปากตรงกับแอ่งน้ำพอดี

    “ทุกคนเร็ว...เราพบทางเข้าแล้ว” พรานตะโกนเร่ง เฮนรี่วิ่งพรวดมาบอกว่าพวกนั้นโดดลงไปเพราะอย่างนี้นี่เอง

    “เงาเปลี่ยน...มีกำหนดเวลานี่เอง เราถึงไม่เจอเส้นทางใต้น้ำเมื่อวานนี้”

    ขาดคำของพรานอองข่าน เฮนรี่เร่งลูกทีมให้เก็บข้าวของแล้วพากันโดดลงไปก่อนที่เงาพญานาคจะจางหาย พวกเคนกับหลินวิ่งเข้ามาทัน ยอมโดดตามลงไปอย่างไม่ต้องคิดมาก

    ด้านพวกอัศวินก็เตรียมเดินทางกันต่อ จุดหมายคือไฟนาคราช ทุกคนเตรียมพร้อมเรื่องอาวุธ แต่รัตนากรดูกังวลบางอย่างแอบมากระซิบอัศวินว่า

    “รัตน์อยากคุยกับพี่วินหน่อยค่ะ”

    “มีอะไรจ๊ะ ซีเรียสจัง”

    “เรื่องแผนที่ค่ะ”

    “แผนที่...มีอะไร”

    “ยัยกาญยืมแผนที่ไปดูตรวจเส้นทางแล้วเอามาคืนรัตน์เมื่อคืนนี้ รัตน์เห็นผิดสังเกตเลยตรวจดู ปรากฏว่าเปิดไม่ออก”

    “อ้าว...เป็นไปได้ยังไง ดีนะที่รัตน์รู้วิธีเปิด”

    “เมื่อวานนี้รัตน์บังเอิญเห็นนายวีรกิจมาขอยัยกาญดูกระบอกแผนที่”

    “รัตน์คิดว่า...”

    “กระบอกแผนที่เปิดและปิดได้ตลอดเวลา และจะปิดถ้าสัมผัสคนที่มีดวงโจร”

    “งั้นเราต้องระวังนายวีรกิจให้มากกว่าเดิม”

    รัตนากรพยักหน้ารับ พอดีชาติเข้ามาบอกหน้าเครียดว่า “พวกมันมากันแล้ว...เพียบ!”

    เงาวูบวาบในราวป่าเต็มไปหมด พวกชนเผ่าเคลื่อนไหว เข้ามาล้อมค่ายของอัศวินไว้ทุกทาง โชคดีที่พรานเมิงเลือกชัยภูมิที่ดีมีกำบังมากมายหลายจุด

    “ทุกคนแยกกันวางกำลังรอบทิศ” อัศวินสั่งการ ทุกคนวิ่งพล่านไปประจำจุดต่างๆทุกด้าน แบ่งเป็นด้านหน้าและด้านหลังอย่างรอบคอบ ต่างพร้อมระวังพวกมันที่เคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกที

    “ฉันว่ามันยกกันมาหมดทั้งเผ่าเลยว่ะ” อิทธิคาดคะเน อัศวินค่อนข้างเห็นด้วย เสริมว่าพวกมันตั้งใจไม่ให้พวกเรารอดไปได้สักคนเดียว

    ooooooo

    พวกเฮนรี่ตั้งค่ายตรงจุดหนึ่งหลังกระโดดลงมาจากลานน้ำตก สักครู่โจซิงหน้าตาตื่นมาบอกทุกคนว่าพวกอัศวินเคลื่อนขบวนแล้ว

    “ดีมาก งั้นพวกเราออกเดินทางได้”

    เฮนรี่ไม่พอใจที่เคนออกคำสั่ง ถามเขาว่าเป็นหัวหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่

    “โนๆๆ ผมไม่ได้อยากเป็นหัวหน้า ผมก็แค่บอกว่ามันถึงเวลาเดินทางแล้ว ถ้าคุณเฮนรี่ไม่พอใจก็เชิญเดินไปก่อนได้เลย ผมกับคุณหลินจะได้ยิงข้างหลัง ส่วนอัศวินก็หันมายิงข้างหน้า อยากกินแซนด์วิชก็ไม่บอกกัน”

    เฮนรี่หน้าตึงไม่พอใจ จ้องเคนตาวาวแล้วบอกว่า “ได้...ถ้าอยากเปิดศึกกันตรงนี้ล่ะก็ผมพร้อมเสมอ”

    “ถ้ามีใครพูดกับฉันแบบนี้ล่ะก็ มันต้องตาย” หลินยุแหย่เคน

    ได้ผล! เคนโกรธควันออกหู ชักปืนออกมา แต่ต้องชะงักอย่างฉับพลันเมื่อพรานอองข่านตวาดลั่น

    “ไอ้พวกโง่ โดนเสี้ยมเขาให้ขวิดกันยังไม่รู้ตัวอีก”

    หลินสะอึกแต่รีบออกตัวว่า “ฉันก็แค่พูดไปอย่างที่คิด”

    “เอ้า ถ้าไม่กัดกันแล้วข้าก็จะได้แกะรอยนำพวกเอ็งไป”

    เฮนรี่หรี่ตามองเคนอย่างชั่งใจ แต่แล้วตัดสินใจให้พรานอองข่านนำทางต่อไปแต่โดยดี

    ในที่สุดพวกอัศวินก็เดินทางบุกป่าฝ่าดงไปถึงจุดหมายที่สามคือไฟนาคราช ทุกคนตะลึงพรึงเพริดกับถ้ำเบื้องหน้า ปากถ้ำมีเปลวไฟลุกโชติช่วงขึ้นจากแอ่งหินที่สว่างโชนด้วยเปลวลาวา

    “ไฟนาคราช ในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายแล้ว”

    ทุกคนยิ้มมีความหวัง อัศวินกวาดตามองหาทำเลตั้งค่าย เห็นด้านข้างถ้ำมีแนวหินใหญ่โอบล้อม ชวนทุกคนไปหยุดพักตรงโน้นก่อน รัตนากรเห็นด้วย ทำเลดีมากเหมาะกับการตั้งรับจริงๆ

    ทุกคนเคลื่อนตัวไปโดยไม่รู้ว่าเป็นเป้าสายตาของพวกเคนที่ส่องกล้องมองมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

    “ในที่สุดพวกมันก็พาเรามาเจอเนตรนาคราชจนได้”

    ได้ยินเคนพูดอย่างนั้น หลินกับเฮนรี่ตาลุกวาว

    “แน่ใจนะ”

    “แน่ใจสิ เพราะจากคำบอกเล่าของบรรพบุรุษเรา บอกว่าเนตรนาคราชถูกกำบังและปกป้องจากไฟนาคราช ฉลาดเลือกทำเลฝังศพตัวเองจริงๆ”

    เฮนรี่สะใจ แต่หลินสีหน้าขรึมลง เป็นห่วงความปลอดภัยของอัศวิน

    “แค่ส่งระเบิดสักสองสามลูก หินก็จะถล่มลงมากลายเป็นฮวงซุ้ย”

    “ทำเลเริ่ด หลังภูเขา หน้าธารน้ำ ลูกหลานคงเจริญน่าดู” เคนพูดแล้วหัวเราะชอบใจ แต่ต้องชะงักทันใดเมื่อลูกน้องคนหนึ่งแทรกขึ้นว่า

    “แล้วน้องโรสของพี่ล่ะ ก็ต้องถูกฝังไปด้วยสิ”

    เคนได้สติเปลี่ยนอารมณ์ทันที “ไม่ได้ ผมไม่ยอมให้คุณขว้างระเบิดฝังน้องโรสของผม แม้แต่คิดก็ห้ามคิด ไม่งั้นคุณกับผมต้องตายไปข้างหนึ่ง ตรงนี้แหละ”

    “ตกลงคุณชอบเงินหรือเป็นพวกโง่ที่บูชาความรัก” เฮนรี่เริ่มเสียงขุ่น

    “เงินน่ะผมชอบและชอบมาก แต่ถ้าโลกนี้ไม่มีน้องโรสผมก็ไม่รู้จะหาเงินไปเพื่ออะไร”

    “เพราะโลกนี้อยู่ไปก็ไร้ความหมาย”

    “ถูกต้องนะครับ คุณหลิน”

    เฮนรี่ไม่เห็นด้วย ท้วงเคนว่า “แล้วมันมีประโยชน์อะไรล่ะ ในเมื่อคนที่คุณรักไม่เคยรักคุณเลย”

    “ผมไม่สน ผมรู้แค่ว่าผมได้เห็น ได้ยินเสียงน้องโรส แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว”

    หลินยิ้มสะใจ ถามเฮนรี่จะว่ายังไง?

    “โอเค เมื่อคุณสองเสียงว่ายังงั้น ผมก็ยอมรับข้อเสนอของคุณ”

    โจซิงฟังมาโดยตลอด กระซิบอังโซะได้ยินกันแค่สองคนว่า “พวกโง่ ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก”

    “ถ้างั้นก็ว่ามา จะเอาไงต่อ” เฮนรี่ตั้งคำถาม เคนยิ้มพรายตอบด้วยลีลากวนๆว่า

    “เราก็จะตกลงกันอย่างยุติธรรม”

    เฮนรี่กับหลินต่างหรี่ตามองเคนอย่างสงสัยว่ามันจะเอายังไงต่อไป ส่วนพรานอองข่านไม่สนใจใคร มองนิ่งไปยังเปลวไฟหน้าถ้ำอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    ที่ค่ายอัศวิน ทั้งกลุ่มประชุมเครียดหลังจากเจอเป้าหมายสุดท้ายกันแล้ว

    “เท่าที่ดูเปลวไฟน่าจะร้อนแรงมากเพราะมีลาวาหนุนจากด้านล่าง”

    “แล้วในแผนที่ได้บอกวิธีที่จะเข้าไปไหม” รัตนากรถามน้องสาว

    “บอกค่ะ เมื่อท่านพบกับไฟนาคราช นั่นคือจุดสุดท้ายของการเดินทาง ไฟนาคราชลุกโชนแลร้อนแรง มิมีผู้ใดหรือสิ่งใดจะดับเปลวนาคราชได้ นอกจากจิตและเลือดของผู้เป็นดั่งปรางหนึ่งของโพธิสัตว์”

    ทุกคนอึ้งกับคำปริศนา หมอนพดลค่อยๆไตร่ตรองแล้วบอกว่า

    “จากปริศนา กุญแจสำคัญที่สุดก็คือคำว่าผู้เป็นดั่งปรางหนึ่งของโพธิสัตว์ คำว่าโพธิสัตว์น่าจะมาจากคำว่าพระโพธิสัตว์”

    “กาญเห็นด้วยกับพี่หมอค่ะ”

    “แล้วเราจะหาพระโพธิสัตว์จากไหนเหรอ” อิทธิถามแล้วคิดไม่ออก ชาติเองก็เช่นกัน เพราะคนแถวนี้ใจบุญสุนทานใส่บาตรด้วยกระสุนกันทั้งนั้น

    “ถ้าตีความถึงเรื่องฆ่าคนล่ะก็ เมื่อก่อนอาจจะพอหาได้ แต่เราหมดไปเมื่อเข้าชุมโจร”

    ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของโรส อัศวินสรุปคร่าวๆว่าพวกเราน่าจะตีความถูกทางแล้ว บางครั้งคำตอบอาจเป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขาก็ได้

    “ใจเย็นนะกาญ พี่เชื่อว่ากาญต้องทำได้” รัตนากรให้กำลังใจน้องสาว

    “จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้ากาญจะขอออกไปสำรวจหน้าปากถ้ำ”

    ทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ ทราบดีว่าการทำอย่างนั้นมันอันตราย แต่อัศวินเชื่อว่าอยู่ตรงไหนก็เสี่ยงพอกัน โรสจึงเห็นควรให้พวกเราไปด้วยกันทั้งหมด ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

    ขณะเดียวกัน เคนและพวกเฮนรี่กำลังวางแผนโจมตีกลุ่มของอัศวิน โดยแบ่งเป็นสามทีม อาวุธครบมือมีทั้งปืนและระเบิด เฮนรี่หมายมั่นปั้นมือเป็นที่สุดว่าต้องจัดการคนกลุ่มนั้นให้สิ้นซาก โดยจะรอให้พวกนั้นออกไปจากที่มั่น ถึงปากถ้ำเมื่อไหร่พวกเราก็โจมตีได้ทันที

    กลุ่มของอัศวินเดินทางใกล้ถึงปากถ้ำเข้ามาทุกที กาญจนาจ้องมองไปที่ปากถ้ำแล้วลองเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องผงะถอยเพราะทนความร้อนของไฟนาคราชไม่ไหว

    “ถอยมาก่อนเถอะกาญ พี่ว่าคงไม่มีสิ่งมีชีวิตสามารถผ่านเข้าไปได้” อัศวินร้องเตือน

    อิทธิถือมีดสั้นเดินไปยืนข้างกาญจนากับอัศวินแล้วปามีดเข้าใส่เปลวไฟหน้าถ้ำ ทันทีที่มีดสัมผัสกับเปลวไฟก็ถูกหลอมละลายกลายเป็นโลหะเหลว ทุกคนอึ้งกับภาพที่เห็น แล้วก็ต้องอึ้งไปกว่านั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ามารอบทิศทาง ทุกคนหันมองด้านหน้าเห็นพวกเฮนรี่โผล่ออกจากราวป่า ด้านซ้ายเป็นแก๊งมังกรทอง และด้านขวาเป็นเคนและลูกน้องนับสิบ

    “ผู้กองอัศวิน คุณก็เห็นแล้วนะว่าคุณไม่มีทางหนี ถ้าคุณยอมให้แผนที่กับตัวด็อกเตอร์กาญจนามาให้ผม ผมจะช่วยคุณเอง” เฮนรี่ยื่นข้อเสนอ

    “น้องโรสอย่าไปเชื่อไอ้หมาจิ้งจอกนั่น มาหาพี่ดีกว่า พี่ไม่มีวันทำอะไรน้องโรสหรอก” เคนพูดจากใจจริง

    “ข้อตกลงเดิมยังคงอยู่นะผู้กองอัศวิน” หลินทำให้ทุกคนสงสัยว่าตกลงอะไรกันไว้กับอัศวิน

    กลุ่มอัศวินถอยหลังไปตั้งหลักว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี รัตนากรเชื่อว่าหลินไม่ทำอะไรอัศวินแน่ แต่อัศวินบอกว่าตนไม่ขอรอดไปแค่คนเดียว ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน แล้วกระซิบบอกชาติว่า

    “เงื่อนไขเดิม แกกับซามูพยายามพาน้องกาญ ไอ้หมอ และคุณวีรกิจออกไปให้ได้ ส่วนฉันสี่คนจะเปิดทางให้เอง”

    ทุกคนรับรู้ว่าอัศวิน รัตนากร อิทธิ โรส พร้อมที่จะสู้จนตายเพื่อให้พวกตนรอด

    อัศวินถามย้ำกับหลินว่า มั่นใจนะว่าเธอจะรักษาคำพูด หลินตอบรับทันใดว่า แน่นอน...เคนกับเฮนรี่อึ้ง ไม่รู้ว่าสองคนนี้ตกลงอะไรกัน

    “คิดให้ดีนะผู้กอง มองให้ทั่วๆ ต่อให้คุณรวมกำลังกับคุณหลิน พวกคุณก็ไม่มีทางหนีรอดผมกับเคนได้หรอก” เฮนรี่วางท่าอย่างเหนือกว่า

    “แน่นอนที่สุด แต่ถ้าน้องโรสเดินมาหาพี่ พี่สามารถปกป้องน้องโรสได้”

    “โรสไม่เชื่อ ถ้าพี่เคนจริงใจอย่างที่พูด ก็ยิงหัวเฮนรี่เดี๋ยวนี้!”

    สิ้นเสียงโรส ลูกน้องเคนทุกคนหันปากกระบอกปืนไปที่พวกเฮนรี่...เฮนรี่รีบตวัดปืนไปทางกลุ่มเคนเหมือนกัน อัศวินฉวยโอกาสบอกพวกของตนว่า

    “ทุกคนพร้อมนะ...ฉัน รัตน์ อิทธิ เป้าหมายคือไอ้เฮนรี่ ส่วนคุณโรสเป้าหมายของคุณคือไอ้เคน แล้วแกไอ้ชาติ ซามู ไอ้หมอ คอยสังเกตจังหวะว่ากลุ่มไหนเสียเปรียบให้ตีฝ่าไปทางนั้น แล้วพรานเมิงกับนายองก็ให้รีบตามไอ้ชาติออกไป”

    ทุกคนพยักหน้ารับ...โรสเริ่มแผนด้วยการร้องบอกเคนว่า “เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้ แล้วเนี่ยเหรอจะดูแลโรสได้ทั้งชีวิต”

    เคนได้ฟังลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ตัดสินใจจะยิงเฮนรี่

    “ไอ้โง่ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าโดนหลอก” เฮนรี่ตะโกนด่าเคน

    เคนไม่ทันจะตอบโต้เฮนรี่ พวกอัศวินก็ระดมยิงใส่พวกมันทั้งหมด โรสเล็งเป้าหมายคือเคน กระสุนเข้ากลางอกเคนร่างทรุดลง คาดไม่ถึงว่าโรสจะทำเช่นนี้กับตนได้ ส่วนปิงกับหยกสมุนของหลินยิงใส่พวกอัศวินไม่ยั้ง หลินห่วงอัศวินถึงกับตวาดลั่นใส่สมุนของตน

    “พวกแกทำอะไร ฉันยังไม่ได้สั่ง”

    ปิงกับหยกไม่สนใจ บุกตะลุยเข้าหากลุ่มอัศวิน แล้วเปิดฉากยิงกันสนั่น แต่ละคนกระจายตัวเข้าหาที่กำบัง แต่ในจังหวะนั้นเองลูกปืนของปิงกับหยกยิงโดนไหล่ ท้อง และหน้าอกของหมอนพดล ร่างเขาผงะหมุน เลือดสีแดงฉานกระเด็นไปทางไฟนาคราช ทันที่เลือดสัมผัสกับเปลวไฟ เปลวไฟยุบตัวลงทันที

    กาญจนากับชาติวิ่งเข้าไปประคองนพดลพาเข้าที่กำบัง นพดลบอกว่าตนยังไหว แล้วกัดฟันลุกขึ้นไปยิงศัตรู เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ไม่รู้ใครเป็นใคร แต่ละคนปกป้องคนรักของตนเต็มที่

    นพดลถูกยิงอาการน่าเป็นห่วง แต่ก่อนจะเป็นอะไรไป เขาฉุกคิดบางอย่างได้ บอกทุกคนว่าตนรู้แล้วว่าจะดับไฟนาคราชได้อย่างไร

    ทุกคนไม่เข้าใจว่าหมอจะทำอะไร เห็นเขาวิ่งออกไป รีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง อัศวินตะโกนลั่น

    “ไอ้หมอ แกจะทำอะไรวะ วิ่งเข้าไปแบบนั้นมีแต่ตายกับตายนะเว้ย”

    “โชคดีนะเพื่อน ขอให้พวกแกนำเนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของเดิมให้ได้”

    ทุกคนอึ้งไม่รู้ว่านพดลหมายความว่าอะไร และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทุกคนเริ่มมาถึงชายขอบที่ร้อนแรงของไฟนาคราช ความร้อนทำให้คนอื่นๆผงะถอย แต่นพดลกัดฟันวิ่งต่อไป ไม่ฟังเสียงร้องห้ามของเพื่อนๆ

    นพดลตัดสินใจวิ่งผ่านความร้อนแรงของเปลวไฟ เขายอมสละชีวิตเพื่อทุกคน ร่างของเขาแหลกเป็นจุลกลายเป็นฝุ่นฟุ้งกระจายอยู่ในไฟนาคราช ทันใดนั้นไฟนาคราชเปลี่ยนจากสีแดงร้อนแรงเป็นเปลวไฟสีน้ำเงิน แล้วค่อยๆยุบตัวลง พร้อมกับเสียงหนึ่งดังขึ้น

    “รีบเข้าไป...ก่อนที่ไฟจะลุกขึ้นอีกครั้ง”

    อัศวินได้สติ ดึงรัตนากรกับกาญจนาวิ่งไปที่ปากถ้ำ พร้อมกับตะโกน “ไปเร็ว อย่าให้ไอ้หมอตายเปล่า”

    คนอื่นๆพากันวิ่งตามพวกอัศวินเข้าไปในถ้ำ...

    เคน เฮนรี่ และหลินเร่งสมุนของตนให้ตามพวกนั้นไป แต่ช้าไปเสียแล้ว ทันทีที่คนสุดท้ายของกลุ่มอัศวินก้าวเข้าถ้ำ ไฟนาคราชก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง โจซิงโมโหกราดยิงกระหน่ำใส่เปลวไฟแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ กระสุนปืนโดนไฟนาคราชก็หลอมละลายเป็นโลหะเหลว

    กลุ่มของอัศวินรอดตายจากเงื้อมมือพวกเฮนรี่และเข้ามาในถ้ำไฟนาคราชได้เพราะหมอนพดลยอมพลีชีพ ทุกคนเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของนพดลจนบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกตนสัญญาจะจัดการพวกมันให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน หรือแม้กระทั่งต้องแลกด้วยชีวิตของพวกตน และพวกตนจะนำเนตรนาคราชกลับคืนสู่เจ้าของเดิมให้ได้

    เพราะความทรหดอดทนของเคนทำให้เขารอดตายจากคมกระสุนของโรส เขาร่วมมือกับเฮนรี่ตามกลุ่มของอัศวินเข้ามาถึงในถ้ำหลังจากได้วีรกิจที่แอบทรยศพวกอัศวินช่วยเปิดทาง แต่ครั้งนี้ไม่มีเงาของหลินและสมุน เพราะเธอถูกเคนบีบบังคับจนต้องถอยกลับไปอย่างไม่มีทางเลือก

    จังหวะที่พวกเฮนรี่และพวกเคนเข้ามา รัตนากรหาเนตรนาคราชเจอพอดี...เนตรนาคราชห่อหุ้มด้วยผ้ายันต์สีแดงแล้วถูกห่ออีกชั้นด้วยซี่ไม้ไผ่ลงอักขระไว้มากมายแต่เลือนรางเพราะผ่านเวลามายาวนานกว่า 500 ปี

    นอกจากวีรกิจจะเปิดทางให้พวกเฮนรี่แล้ว เขายังนำยาบางอย่างที่เฮนรี่เคยให้ไว้เมื่อครั้งถูกจับตัวไปมาวางยาพวกอัศวินจนสลบไสลกันไป โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งอ่อนแอกว่าผู้ชาย จากนั้นวีรกิจก็ลงมือแก้แค้นผู้ชายทุกคนที่หมายหัวไว้นาน ชาติโดนหนักกว่าใครเพราะเขามีใจให้กาญจนา แต่ไม่ทันที่ใครจะได้รับความเจ็บปวดทรมานถึงตายตามซามูไปอีก พวกเฮนรี่และพวกเคนโผล่เข้ามา การแก้แค้นของวีรกิจจึงยุติลง แล้วมุ่งมาที่เนตรนาคราชด้วยกันทั้งหมด

    เมื่อตกลงกันไม่ได้เพราะต่างฝ่ายต่างโลภ วีรกิจลอบยิงเคนสิ้นใจตายก่อนจะปลิดเฮนรี่เป็นรายต่อไปอย่างเลือดเย็น โจซิงกับอังโซะสะใจเพราะคิดลอบกัดเฮนรี่อยู่แล้ว จึงยอมร่วมมือกับวีรกิจจะฆ่าพวกอัศวินที่ยังพยายามประคองสติตัวเองไม่สลบไปเพราะฤทธิ์ยา

    รัตนากรได้สติแข็งใจคว้าปืนข้างตัวยิงอังโซะจนทรุดฮวบสิ้นใจ โจซิงเห็นเพื่อนรักถูกเด็ดหัวก็คั่งแค้นจะฆ่ารัตนากรแต่วีรกิจรีบกระตุ้นเตือนว่า

    “พอได้แล้ว มันไม่ใช่เวลาแก้แค้น รีบไปก่อน ถ้าพวกมันทั้งหมดฟื้นขึ้นมาเราหนีไม่รอดแน่”

    โจซิงเชื่อฟัง รีบวิ่งออกไปกับวีรกิจพร้อมหีบ

    เนตรนาคราช พวกอัศวินยังอยู่ในสภาพโดนวางยาจึงไม่สามารถทัดทานหรือขัดขวางสองวายร้ายนั่นได้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์