นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อิทธิกับโรสยังซ่อนตัวจับจ้องสำรวจบริเวณค่ายของเฮนรี่อย่างระมัดระวัง แม้พวกเขาจะไม่มีความ เคลื่อนไหว แต่ถึงอย่างไรก็ยังไว้ใจไม่ได้ โรสเชื่อว่าพวกเขา ไม่ได้มาถึงนี่เพราะโชคดี น่าจะมีผู้นำทางเก่งกาจไม่ใช่เล่น

    ส่วนที่ค่ายของพวกอัศวิน กาญจนากลุ้มใจเรื่องกระบอกแผนที่ที่ไม่สามารถเปิดได้ บ่นกับรัตนากรว่านึกไม่ถึงการเดินทางจะสิ้นสุดลง ไม่มีแผนที่ก็เท่ากับว่าทุกอย่างจบ

    “อะไรกัน จะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้หรือ”

    “พี่รัตน์ไม่เคยเชื่อเรื่องนี้มาก่อนนี่คะ”

    “การเดินทางครั้งนี้พี่ได้พบกับเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้พี่เริ่มจะเชื่อว่ากาญกับคุณพ่อคิดถูกเรื่องเนตรนาคราช... เวลานี้ไม่สำคัญหรอกว่าพี่คิดยังไง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกาญ และเราต้องหาทางเปิดกระบอกแผนที่ให้ได้”

    กาญจนารับฟัง รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง...แล้วคืนนั้นรัตนากรก็ฝันเห็น ดร.มานพ บิดาผู้ซึ่งค้นคว้าเรื่องเนตรนาคราชมายาวนาน ดร.มานพปรากฏตัวราวกับเรื่องจริงไม่ใช่ฝัน พาลูกสาวคนโตไปพบสองพี่น้องผู้เกี่ยวข้องกับเนตรนาคราชโดยตรงเพื่อให้บอกวิธีเปิดกระบอกแผนที่

    รัตนากรดีใจมาก ลำดับเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งก่อนออก เดินทางกระบอกแผนที่เปิดได้เองหลังจากเธอต่อสู้กับศัตรู สองพี่น้องแน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้ซึ่งเกิดปีมะโรง วันที่ 8 เดือน 8 เหมือนกับพวกตน มีเจตนาดีจึงสาธิตวิธีให้โดยดี

    รัตนากรเสียเลือดนิดหน่อยที่ฝ่ามือ แล้วนำกระบอกแผนที่วางลง ทันใดฝากระบอกเปิดออกอย่างง่ายดาย พร้อมๆกับร่าง ดร.มานพ และสองพี่น้องผู้สาธิตจางหายไป รัตนากรตกใจตื่นและส่งเสียงเรียกคุณพ่อ อัศวินวิ่งพรวดมาถึงเธอก่อนใคร ซักถามจนทราบเรื่องก่อนจะพากันไปบอกข่าวดีพวกกาญจนา

    กาญจนาตื่นเต้นดีใจที่กระบอกแผนที่เปิดได้แล้ว ถามพี่สาวว่าทำยังไง

    “ไม่มีใครรู้เลยจะดีกว่า”

    คำตอบนั้นไม่ทำให้กาญจนาติดใจสงสัย เธอโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความเข้าใจ ชื่นชมพี่สาวของตนเก่งที่สุดในโลก ทุกคนเห็นแล้วชื่นใจ ยกเว้นวีรกิจที่มองมาด้วยสายตาคมกริบ...

    ด้วยความตื่นเต้นดีใจ กาญจนาเริ่มสำรวจเส้นทางในแผนที่ทันทีเลย ผ่านไปไม่นานก็บอกทุกคนว่าเราเข้าเขตเส้นทางแล้ว จุดแรกเรียกว่าปากพญานาค อัศวินเห็นควรให้รีบเดินทางพรุ่งนี้เช้า ตอนนี้ดึกมากแล้ว ให้ทุกคนไปนอนพักผ่อนเอาแรง

    แต่ไม่ทันสว่าง ชาติเห็นดวงไฟระยิบระยับคล้ายหิ่งห้อยแต่ใหญ่กว่า เขารีบปลุกอัศวินกับรัตนากรมาสมทบพรานเมิงและนายอง พรานเมิงฟันธงว่าเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อน เป็นเพราะตนใช้คาถาเปิดกระบอกแผนที่อาจรบกวนวิญญาณพวกนี้ให้ออกมา

    “อาจจะแค่มาขอส่วนบุญก็ได้...”

    “ไม่หรอกครับ พวกมันเล่นงานเราแน่”

    ขาดคำของพรานเมิง ดวงไฟเหล่านั้นลอยต่ำลงมากับพื้น พลันกลายเป็นร่างนักรบโบราณถืออาวุธครบมือทั้งดาบ หอก และธนู

    “ทุกคนระวัง!” สิ้นเสียงเตือนของพรานเมิง พวกอัศวินกระชากปืนออกจากเอวเตรียมพร้อม รัตนากรบอกนายองให้ปลุกพวกเรา แต่ช้าไป วีรกิจช่วยปลุกทุกคนเสียแล้วด้วยการยิงปืนชุดใหญ่ นักรบโบราณค่อยๆ แปรสภาพเป็นลูกไฟหลายดวงเหมือนเดิม พุ่งวนเวียนเต็มไปหมด กาญจนา นพดล พรานโก๊ะและทีมงานพรวดเข้ามาพร้อมอาวุธ ต่างจ้องไปข้างหน้าอย่างคาดไม่ถึง

    ดวงไฟทั้งหมดวนเวียนครู่หนึ่งก่อนพุ่งหายไปในแนวป่า กาญจนานึกถึงซามูเกรงจะเป็นอันตราย แต่แล้วเบาใจเมื่อได้ยินเสียงซามูผิวปากส่งสัญญาณโต้ตอบกับชาติ แสดงว่าเขายังอยู่ดี

    หลังจากคนอื่นแยกย้ายกันไปนอน คงเหลือแต่อัศวิน รัตนากร กาญจนา และวีรกิจ อัศวินแสดงความไม่พอใจในการกระทำของวีรกิจ แต่หมอนั่นกลับพูดเอาหน้าว่าทุกคนน่าจะขอบใจตนที่ทำให้พวกมันเตลิดไป

    “หรืออาจจะทำให้พวกเราตายกันหมด” อัศวินสวนอย่างมีอารมณ์ “คุณวีรกิจ...ผมขอบอกคุณเป็นครั้งสุดท้าย ผมเป็นหัวหน้าของขบวนการเดินทางครั้งนี้ การตัดสินใจทุกอย่างเป็นหน้าที่ของผม ไม่ใช่คุณ ดังนั้นอย่าทำอะไรอีกจนกว่าจะถามผมก่อน”

    วีรกิจพูดไม่ออก กราดตามองสองพี่น้องที่จ้องมาด้วยความรำคาญ

    “คุณเข้าใจหรือยัง คุณวีรกิจ” อัศวินจ้องสีหน้าเอาเรื่อง จนวีรกิจไม่กล้าตอบอย่างอื่น นอกจากคำว่าเข้าใจ

    กาญจนาข่มใจบอกวีรกิจให้ไปพัก แล้วเดินนำไป อัศวินขุ่นมัว รัตนากรเข้าใจดีบอกเขาว่าถ้าคิดจะหมกหมอนั่นตนยินดีช่วยเต็มที่ แต่นับวันก็ยิ่งเป็นห่วงกาญจนา

    “กาญบอกพี่แล้วว่าคงไปกันไม่ได้ แต่ขอให้การเดินทางจบก่อน ตัดขาดกันตอนนี้จะโหดเกินไป”

    “รัตน์กลัวว่าก่อนการเดินทางจบ ตานี่จะทำให้พวกเราจบซะก่อน”

    “เราไปคุยกับพรานเมิงดีกว่า ว่าจะทำยังไงกับวิญญาณพวกนั้นดี”

    สองคนเดินไปยังมุมพักของพรานเมิง คุยกันเบาๆ สามคน พรานเมิงแน่ใจว่านักรบโบราณเหล่านั้นเป็นวิญญาณที่วนเวียนมายาวนาน มีพลังแก่กล้าจนกำหนดร่างตัวเองได้

    “แบบว่าสัมผัสเป็นตัวเป็นตนได้ยังงั้นเหรอ”

    “ครับ อำนาจของกระบอกแผนที่อาจทำให้แรงขึ้นมาอีก”

    “พรานคิดว่าวิญญาณพวกนั้นจะเล่นงานพวกเราไหม”

    “วิญญาณพวกนั้นส่วนมากแล้วเป็นโจร อาจจะเป็นพวกที่ตามหาเนตรนาคราชในสมัยก่อนก็เป็นได้ ผมว่ามันเล่นงานพวกเราแน่”

    “แล้วทำไมตอนวีรกิจยิงปืนใส่ถึงหายกันไปหมด”

    “คงเพราะยังสับสนมากกว่า อาจจะคิดว่าพวกเราเป็นวิญญาณเหมือนพวกมันก็ได้”

    “หรือว่าใกล้เช้าพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น”

    “วิญญาณพวกนี้มีพลังสูง ไม่กลัวแสงแดดหรอกครับ”

    “สรุป...วิญญาณพวกนี้สามารถเล่นงานเราได้ทุกเมื่อ”

    “ครับ เราเผลอจิตอ่อนเมื่อไหร่มันจะครอบงำทันที”

    ฟังแล้วอัศวินนึกถึงพวกเฮนรี่ว่าจะเจอเหมือนกันกับพวกเราหรือเปล่า พรานเมิงฟันธงทันทีว่า

    “ลองโผล่มาแบบนี้ ไม่ว่าพวกไหนก็เจอกันหมดแหละครับ”

    ผละจากพรานเมิงออกมาแล้ว อัศวินแวะไปหาชาติที่เฝ้าระวังความปลอดภัย เล่าให้เพื่อนรักฟังเรื่องวิญญาณนักรบโบราณ ก่อนสรุปด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า

    “ไม่ค่อยดี...แต่พรุ่งนี้เช้าเราจะต้องออกเดินทาง นายช่วยให้นกซามูส่งข่าวถึงอิทธิกับคุณโรสด้วย ให้มาร่วมสมทบกับขบวน ส่วนฉันกับรัตน์จะเอาแผนที่แยกออกไปเหมือนเดิม”

    “ฉันว่าดี เผื่อว่าพวกวิญญาณจะได้ตามกระบอกแผนที่ไปทางแก”

    “เออ ขอบใจที่เป็นห่วงนะเพื่อน” อัศวินพูดแล้วยิ้มขำไปด้วยกัน...พอเขาคล้อยหลังไปแล้ว ชาติผิวปากส่งสัญญาณเรียกซามูกลับมา...

    ขณะเดียวกันนั้น อิทธิกับโรสยังปักหลักแถวค่ายเฮนรี่ สักพักประหลาดใจที่เห็นดวงไฟลอยวิบวับในค่าย ก่อนจะได้ยินเสียงปืนยิงกระหน่ำ แสดงว่าพวกเฮนรี่ซัดดวงไฟเข้าให้แล้ว แต่ทั้งคู่ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก

    เฮนรี่กับทีมงานตกใจไม่รู้ว่าดวงไฟคืออะไร รีบร้อนมายังจุดที่พรานอองข่านพักผ่อน ถามระรัวว่าดวงไฟเหล่านั้นที่พวกของตนยิงใส่พุ่งหายไปในแนวป่าคืออะไร

    “ท่าทางไม่ดีซะแล้ว...คาถาเปิดประตูสวรรค์ที่พวกมันใช้เปิดกระบอกแผนที่ตอนนี้กลายเป็นเปิดประตูให้ไอ้พวกนี้ออกมา”

    “จะเป็นพวกไหนก็แล้วแต่ เจอลูกปืนก็ไม่เหลือ” โจซิงพูดอวดๆ ทีมงานเห็นด้วยพากันหัวเราะ เฮนรี่มองออกว่าพรานอองข่านไม่พอใจ รีบแก้ต่างให้ว่า
    “ผมต้องขอโทษแทนพวกนี้ด้วย เชิญพรานต่อเลย พวกนี้คืออะไร”

    “เป็นวิญญาณร้ายที่ล่องลอย ยังไม่ได้ไปผุดเกิด”

    เฮนรี่และทุกคนถึงกับเงียบไป...ด้านอิทธิกับโรสที่ตอนแรกเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ แต่พอเห็นดวงไฟลอยหายไปก็มานั่งวิเคราะห์กันครู่หนึ่ง ก่อนที่โรสจะแน่ใจว่าเป็นวิญญาณเร่ร่อน เพราะบรรพบุรุษของตนเคยเล่าให้ฟัง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเหมือนกับที่พรานเมิง บอกพวกอัศวินไม่มีผิด

    ทันใดทั้งคู่หยุดชะงัก ได้ยินเสียงหมาหอนดังแว่วมา อิทธิฟังดีๆแล้วบอกโรสว่าใจเย็น ไม่ใช่หมาป่าที่ไหน เป็นเสียงหมาซามูนั่นเอง

    “คุณแน่ใจนะ”

    “คุณเองก็ฟังออกถ้าตั้งใจ เพียงแต่ครั้งแรกคนจะสรุปกันไปเองว่าเป็นหมาจิ้งจอก”

    “จริงของคุณ...ขอบใจที่บอก ว่าแต่ซามูมาทำไม”

    “เจอแสงวิบวับวอบแวบแบบนี้ ถ้าเดาไม่ผิดอัศวินคงมีแผนตั้งรับใหม่”

    โรสคิดตามแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

    ooooooo

    ขบวนของอัศวินเตรียมเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยอัศวินกับรัตนากรตัดสินใจแยกตัวออกจากขบวนพร้อมแผนที่ แล้วให้พรานเมิงนำทางทุกคนไป

    วีรกิจได้ฟังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ ถามอัศวินว่าจะให้พวกตนเผชิญหน้ากับวิญญาณพวกนั้นตามลำพังหรือยังไง

    “ผมกับรัตน์แยกตัวออกไปพร้อมแผนที่ หวังว่าจะทำให้วิญญาณพวกนั้นตามเรา ไม่รบกวนขบวนเดินทาง แล้วจะวกกลับมาร่วมกับขบวนภายในหนึ่งหรือสองวันเมื่อใกล้ถึงจุดหมายแรก”

    อัศวินอธิบายชัดเจน วีรกิจถึงกับนิ่งไป ส่วนพรานเมิงชื่นชมอัศวินวางแผนได้ดี กระบอกแผนที่มีมนตร์

    ลงไว้จะเป็นพลังดึงพวกวิญญาณให้ไปจากขบวนของเรา

    “งั้นทุกคนเตรียมตัวได้ เราจะเริ่มเดินทางทันทีที่อิทธิกับคุณโรสมาถึง”

    นายองได้ยินชื่อสองคนนั้นก็โห่ร้องดีใจ บอกพรานเมิงว่าอิทธิกับโรสเก่งทั้งคู่มาอยู่ในขบวนเราก็ยิ่งดี

    หลังจากนั้นทุกคนแยกย้ายกันเก็บสัมภาระ วีรกิจเก็บไปบ่นไปกับกาญจนาว่าตนทำอะไรก็ผิด มีแต่คนรุมว่า

    “แล้วไปแล้วเถอะค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้คุณวีปล่อยให้คนอื่นเขาจัดการก็แล้วกัน ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

    “ก็ดีครับ” วีรกิจฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ซ่อนความไม่พอใจ...

    ผ่านไปสักพัก อิทธิกับโรสมาถึง นายองดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ยิ้มหน้าบานตรงเข้าไปทักอิทธิแล้ววิ่งไปวิ่งมา อิทธิเลยบอกโรสว่ามีนายองมาด้วยก็ไม่เลว สนุกดีไม่มีเหงา โรสเห็นด้วยเพราะเธอเองก็เริ่มเอ็นดูสาวน้อยคนนี้แล้วเหมือนกัน

    เมื่อทุกคนพร้อม อัศวินอวยพรให้โชคดี อีกสองวันเจอกันตามเส้นทางที่กำหนดไว้...พวกเฮนรี่ส่องกล้องทางไกลคอยจับตา เห็นขบวนออกเดินทางต่อก็เดาว่าเปิดกระบอกแผนที่ได้แล้ว แบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม

    ไม่ใช่สามเหมือนอย่างเคย

    “สองคนเคยแยกไปแล้วกลับมาสมทบกับขบวน อีกสองคนออกห่างจากขบวนเหมือนเดิม ล่อพวกวิญญาณให้ตามแผนที่” พรานอองข่านวิเคราะห์ได้ถูกเผง

    “ดี...เราจะได้ไม่ต้องเจอ” โจซิงโพล่งขึ้นอย่างพอใจ พรานอองข่านยิ้มเยาะ พูดลอดไรฟันอย่าคิดว่าจะรอด

    “แล้วเราจะสู้กับวิญญาณยังไงล่ะพราน” เฮนรี่ถามดีๆ แต่โจซิงคอยกวนประสาทพรานอองข่านอยู่เรื่อย ก็เลยโดนเฮนรี่กำราบเพราะกลัวพรานทิ้งพวกเราไปกลางคัน

    “ไม่เห็นเป็นไร คุณก็โทร.ไปสั่งคนให้ส่งมาใหม่ เอา ฮ.มาหย่อนให้ถึงที่เลยยังได้” โจซิงยังปากดี อังโซะผสมโรงด้วย เฮนรี่รำคาญเต็มทีตัดบทเสียงขุ่น

    “เอาล่ะๆ นายตามแผนที่ไป ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามีวิธีเปิดกระบอกแผนที่ ชิงได้ก็ชิงเอามา แล้วก็เค้นเอาวิธีเปิดกระบอกแผนที่มาด้วย คิดว่าทำได้หรือเปล่า”

    “ได้อยู่แล้ว” โจซิงรับคำมั่นเหมาะ

    “ผมจะตามขบวนใหญ่ไปเหมือนเดิม อย่าคิดมาก ถ้านายทำไม่สำเร็จเราก็ยังมีขบวนใหญ่ให้ตามอยู่ดี”

    เฮนรี่พูดประชดแล้วเดินออกไป โจซิงกับอังโซะลอบสบตากัน ยิ้มเยาะเฮนรี่...ต่างฝ่ายต่างมีความลับในใจ

    ooooooo

    ในขณะที่ขบวนอัศวินและเฮนรี่ออกเดินทาง เคนกับสมุนนับสิบค่อยๆคืบคลานเข้ามาถึงเขตวิญญาณเร่ร่อน เคนมั่นใจว่ายังไงตนก็ตามพวกนั้นทันอยู่แล้ว เพราะที่นี่คือถิ่นของบรรพบุรุษตน

    ไม่ทันพวกเคนจะเดินทาง หลิน หยก ปิง และนักฆ่าปรากฏตัวเผชิญหน้า เคนเดาสุ่มว่าพวกเขาคงอยากเดินทางไปกับพวกตน หลินยิ้มพราย เอ่ยปากว่า

    “ฉันว่าเป็นความคิดที่ดี ในเมื่อเราก็ตกลงทำธุรกิจร่วมกันแล้ว”

    “ใช่ เราทำธุรกิจร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินทางร่วมกัน”

    “ทำไมล่ะ”

    “คุณอาจจะเชือดผมตอนไหนก็ได้”

    “เชือดคุณแล้วหลงอยู่ในป่า คุณคิดว่าฉันโง่อย่างงั้นเหรอ”

    เคนหรี่ตามองหลิน เดินไปเดินมา แล้วหัวเราะร่า “จริงด้วย...คุณเป็นคนต่างชาติ คุณไม่รู้จักป่าที่นี่”

    หลินไม่เถียง และยินดีจ่ายโบนัสเพิ่มอีกครึ่งเท่าเมื่อเนตรนาคราชอยู่ในมือของตน

    “แต่ต้องหลังจากที่คุณประมูลได้” เคนยิ้มเจ้าเล่ห์ หลินไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร พอฟังเคนอธิบายความก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย

    “คุณบ้าไปแล้ว”

    เคนปฏิเสธเสียงหลงว่าตนไม่ได้บ้า ขยายความต่อไปว่า “คุณกับเฮนรี่ต้องประมูลกันก่อน ถ้าคุณประมูลชนะ คุณก็จ่ายผมเพิ่มอีกครึ่งเท่าของราคาเนตรนาคราช และถ้าเฮนรี่ชนะ คุณก็ต้องจ่ายเพิ่มครึ่งเท่าของราคาเนตรนาคราชด้วย”

    “ทั้งที่ฉันก็ไม่ได้เนตรนาคราชยังงั้นเหรอ”

    “ถูกต้อง...ไม่ยังงั้นต่างคนต่างไป”

    “คุณได้ทั้งสองทาง ฉลาดมาก”

    “ทางที่ดีคุณควรจะประมูลให้ได้...จะสวยกว่า” เคนยิ้มกริ่มอย่างเหนือกว่า หลินเป็นรองจ้องมันเขม็งก่อนตัดสินใจตกลงในอีกไม่กี่อึดใจ เคนย้ำทันทีว่าถ้าตุกติกตายลูกเดียว จากนั้นสั่งสมุนให้เลี้ยงต้อนรับเพื่อนร่วมทางสักหน่อย

    หยกกับปิงไม่เห็นด้วยกับหลิน ถอยออกมาคุยกันห่างจากพวกเคน

    “คุณหนูไว้ใจนายเคนได้ยังไง”

    “เคนคิดถึงแต่เรื่องเงิน ใครจ่ายดีเป็นเพื่อนคนนั้น ไม่ได้คิดจะเป็นศัตรูกับใคร เราเหมือนเสืออยู่ในดงงู อีกทั้งไม่ชำนาญทาง ไม่มีทางชนะได้ เราจ่ายเงินให้คน
    ทำงานให้เราดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าสองคนกับทุกคนจะอยู่เฉย จับตาดูพวกมันให้ดี”

    สองสมุนมือขวาก้มศีรษะรับคำสั่ง แล้วรีบส่งคนไปรายงานจินหัวว่าแผนการสำเร็จ

    ooooooo

    ขบวนใหญ่เดินทางโดยมีพรานเมิงเป็นผู้นำคู่กับชาติ ตามด้วยนายอง กาญจนา วีรกิจ พรานโก๊ะและหมอนพดล ตบท้ายด้วยโรสและอิทธิกับทีมงานที่เหลือ

    ขบวนผ่านภูมิประเทศสวยงามหลายแห่ง พอแสงแดดตรงหัวก็หาที่ร่มรื่นหยุดพัก นายองอาสาออกไปหาเสบียง ด้านอัศวินกับรัตนากรที่แยกตัวไป รู้สึกได้ว่ามีคนคอยติดตามตลอดเวลา หรือไม่ก็อาจจะเป็นพวกวิญญาณอย่างที่พรานเมิงเคยบอก

    ขณะหยุดพัก ชาติซักถามพรานเมิงเรื่องวิญญาณที่ว่าจะเล่นงานพวกเรา มันจะมาแบบไหน โผล่ออกมาหลอกหรือว่ามาล้อม

    “ขึ้นชื่อว่าวิญญาณก็ต้องออกมาหลอกน่ะสิครับ แต่ด้วยเป็นวิญญาณที่มีพลังแรง เราจะดูว่าทุกอย่างเหมือนจริงไปหมดโดยไม่รู้ตัว”

    “ยังไม่เข้าใจครับ”

    “คือตอนเราเดินทางอยู่อาจจะถูกดึงเข้าไปในเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของวิญญาณพวกนี้น่ะครับ”

    “ประมาณว่าตัวเราเผลอเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นเลย”

    “ถูกต้องครับ เช่น เราอาจจะไปเจอโจรปล้นชาวบ้าน เราก็ออกไปช่วยชาวบ้าน ถ้าเราพลาดก็ตาย ถ้าเราช่วยชาวบ้านได้ก็รอด แต่ความจริงทั้งโจรทั้งชาวบ้านคือวิญญาณทั้งนั้น แต่เราจะไม่รู้เพราะถูกดึงเข้าไปแล้ว”

    “จำลองเหตุการณ์จริงมาหลอกเราว่ายังงั้นเถอะ”

    “ใช่ครับ ทุกอย่างจัดฉากหมดแบบหนังสายลับเรื่องอิมพอสซิเบิ้ลของทอม ครูซ ยังไงก็ยังงั้นเลยครับ บางทีพวกมันจัดฉากให้พวกเราฆ่ากันเองก็ได้”

    ชาติฟังแล้วหนักใจ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...

    ขณะเดียวกัน อัศวินกับรัตนากรเดินทางลัดเลาะไปตามต้นไม้ ทันใดนั้นได้ยินเสียงเหมือนการต่อสู้ ทั้งคู่หยุดฟังแล้วคิดตรงกันว่ามีคนไม่ต่ำกว่าสิบ เมื่อพากันเข้าไปดูก็เห็นจริงเช่นนั้น ชายฉกรรจ์ต่อสู้กันด้วยดาบ เสื้อผ้าที่ใส่ไม่เหมือนคนในยุคปัจจุบัน

    “อะไรกันนี่” รัตนากรอุทาน ยืนตะลึงไปด้วย

    กันกับอัศวิน...เหมือนตกอยู่ในห้วงภวังค์ลึกลับ!

    ดาบเล่มหนึ่งฟาดฟันเข้ามาตรงหน้ารัตนากร อัศวินกระชากเธอหลบทันแล้วพากันถอยหนี รัตนากรเหลือบไปเห็นเกวียนร้องบอกอัศวินว่าทางโน้น

    อัศวินมองตามก็เห็นชายสามคนกำลังต้านชายหลายคนจากการเข้าใกล้เกวียน ในเกวียนมีชายหญิงวัยกลางคนท่าทางร่ำรวย สีหน้าแตกตื่นร้อนรนและหวาดกลัวเมื่อถูกชายฉกรรจ์รุมล้อมเข้ามา

    อัศวินกับรัตนากรตัดสินใจพุ่งเข้าไปขวางกลุ่มชายฉกรรจ์ พวกเขาหยุดชะงัก จ้องทั้งคู่อย่างไม่เชื่อสายตา

    อัศวินกับรัตนากรสามารถขับไล่กลุ่มชายฉกรรจ์ไปจากชายหญิงกลางคนในเกวียนได้ในเวลารวดเร็ว แล้วเข้ามาพูดคุยกับทั้งคู่ที่ดูหวาดระแวงไม่ไว้ใจ

    พอสองผัวเมียทราบว่าอัศวินกับรัตนากรกำลังจะไปตามหาเนตรนาคราชก็ไม่อยากสนทนาด้วย หาว่าพวกเขางมงายและโลภเหมือนกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้น

    “เราไม่ได้โลภเหมือนคนพวกนั้น กราบรบกวนท่านช่วยบอกเส้นทางด้วย” รัตนากรหันมาทางหญิงสูงวัยที่น่าจะคุยได้ง่ายกว่าฝ่ายชาย บอกว่าตนมีเจตนาดี

    “อย่านะคุณหญิง” ผัวร้องห้าม

    “นางมีมารยาทงดงามไม่ใช่คนร้ายอย่างแน่นอน”

    “บ่าวข้า...ไล่สองคนนี้ให้พ้นทาง” เขาสั่งบ่าวสามคนที่ยืนถือดาบอยู่ไม่ไกล พวกเขาจู่โจมเข้ามาทันใด เกิดการปะทะกันนิดหน่อยเพราะรัตนากรกับอัศวินไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร

    “พอได้แล้ว” คุณหญิงสั่งบ่าว แล้วรับฟังรัตนากรที่ยืนยันว่าเราเป็นคนดี ต้องการนำเนตรนาคราชคืนสู่เจ้าของ ไม่ได้หมายปองเพราะความโลภ

    ชายกลางคนเงียบไป ส่วนคุณหญิงเชื่อใจ ยอมบอกเส้นทางไปหมู่บ้านสองพี่น้องอยู่ทางทิศเหนือ เดินทางหนึ่งวันก็จะพบเอง พร้อมกันนี้ก็อวยพรให้ทั้งคู่ประสบความสำเร็จ

    อัศวินกับรัตนากรมุ่งหน้าไปทิศเหนือ แต่ไม่ทันถึงหมู่บ้านก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์โบราณนับสิบมีอาวุธครบมือ ทั้งคู่เดาว่าพวกเขาต้องไปหมู่บ้านสองพี่น้อง จึงค่อยๆเคลื่อนตัวตามไป

    ใช่จริงๆ อัศวินกับรัตนากรตามมาเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ต่อสู้กับชาวบ้าน ในนั้นมีสองพี่น้องรวมอยู่ด้วย ทั้งคู่เข้าช่วยเหลือโดยไม่ใช้ปืน และสามารถช่วยชาวบ้านขับไล่ศัตรูออกไปได้ ก่อนจะถูกสองพี่น้องเชิญมาคุยบนบ้านอย่างเป็นมิตร

    “เจ้าสองคนฝีมือมีดสั้นเฉียบคม มาช่วยเรา เราขอบใจ...ดูท่าพวกเจ้าคงมาจากแดนไกล”

    “ไกลมาก”

    “ผู้คนที่มาล้วนแต่ต้องการแผนที่ซึ่งนำไปสู่เนตรนาคราช”

    “เรามีแผนที่แล้ว”

    สองพี่น้องสีหน้าไม่เชื่อ ขอดูกระบอกแผนที่ ปรากฏว่ามันไม่ได้อยู่กับตัวรัตนากร

    “หายไปแล้ว...คงตกหายไปในระหว่างการต่อสู้”

    “เจ้าอย่ามาเล่นลิ้นโกหกกับเรา คุมตัวพวกมัน”

    ลูกน้องถือดาบเข้ามาจ่ออัศวินกับรัตนากรที่ต่างก็ตกใจ ช่วยกันอธิบายว่า

    “ท่านเองก็รู้ดีว่าเนตรนาคราชต้องคืนสู่เจ้าของ มิฉะนั้นหายนะจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษย์”

    “เราคือผู้ที่จะนำเนตรนาคราชไปคืน”

    “เหลวไหล เอาตัวพวกมันไปขังรอคำตัดสิน” ชายคนน้องสั่งเฉียบ!

    อัศวินกับรัตนากรถูกคุมตัวไปกักขัง ผ่านไปสักครู่ชายคนพี่ตามมาบอกว่าต้องการคุยกับทั้งคู่ แต่ยังไม่ปล่อยตัวเป็นอิสระ

    “น้องเรามีนิสัยวู่วาม ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ”

    “แต่ท่านเชื่อ”

    “เราก็พอมีวิชา พออ่านลักษณะท่าทางของคนได้ เราคิดว่าท่านเป็นคนดี พูดจริง”

    “เราก็มองท่านออกเช่นกันว่าท่านเป็นคนดี พูดจริง”

    “นางหญิงของเจ้าหลักแหลม ยิ่งพูดเยี่ยงนี้ข้าไม่สามารถโกหกเจ้าได้”

    “ท่านเชื่อที่เราพูด” อัศวินแววตาเป็นประกายมีความหวัง

    “แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ จากรูปลักษณ์และเสื้อผ้าของเจ้า เราเชื่อว่าเจ้ามาจากดินแดนอันแสนไกลจริงๆ”

    “ท่านเข้าใจถูกต้อง”

    “เจ้าได้กระบอกแผนที่มาแล้ว”

    รัตนากรยอมรับและยืนยันด้วยการอธิบายลักษณะกระบอกแผนที่ได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งมีการลงอาคมด้วยเลือดของสองพี่น้องซึ่งก็คือพวกเขานั่นเอง

    เมื่อแน่ใจแล้ว ชายคนพี่พาทั้งคู่ไปพบน้องชายของตน ย้ำเตือนให้น้องใจเย็น เราต้องให้โอกาสผู้คน...

    โจซิงส่องกล้องมองมา เห็นอัศวินกับรัตนากรเหมือนนั่งคุยอยู่กับใครแต่ไม่เห็นตัว อังโซะเลยพูดขำๆว่าอาจจะคุยกับวิญญาณที่พรานอองข่านบอกก็ได้

    “หรือว่าสองคนนั่นเล่นลูกไม้ตบตาเรา” โจซิงพึมพำแล้วคอยจับตามองต่อไป พอเห็นอัศวินกับรัตนากรเคลื่อนไหวก็นำลูกน้องติดตามไปห่างๆ ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

    สองพี่น้องพาอัศวินกับรัตนากรไปพิสูจน์คำพูด หลังจากซักถามเรื่องกระบอกแผนที่จนเป็นที่พอใจ ทุกคนเข้ามาในถ้ำแล้วพูดคุยกัน ทุกอย่างเหมือนในฝันที่รัตนากรถูกบิดานำพามาจนรู้วิธีเปิดกระบอกแผนที่ อัศวินเลยฟันธงว่าเธอต้องเกี่ยวพันกับเนตรนาคราชอย่างแน่นอน

    โจซิงนำขบวนของตนตามเข้ามาในถ้ำ กวาดสายตามองหาอัศวินและรัตนากรไม่เจอ เห็นแต่ชายห้าคนถือดาบจึงใช้ปืนกราดยิง

    เสียงปืนทำให้คนข้างในแตกตื่น สองพี่น้องเข้าใจผิดคิดว่าอัศวินมีพรรคพวกตามมาเพื่อลอบทำร้ายตน จึงสั่งสมุนฆ่ามันให้หมด แต่อัศวินยืนยันว่าไม่ใช่ พวกมันคือศัตรูที่ตามเรามา มันมีอาวุธปืนเหมือนกับเราสองคน

    สมุนคนหนึ่งวิ่งมารายงานเรื่องอาวุธประหลาดพวกตนต้านไม่อยู่ สองพี่น้องจึงเชื่อที่อัศวินบอก อวยพรให้ทั้งคู่เดินทางสำเร็จและปลอดภัย ก่อนพากันหนีไปตามคำแนะนำของอัศวิน

    เสียงปืนดังสนั่นอีกชุดใหญ่ รัตนากรกับอัศวินตื่นจากภวังค์ สงสัยกันว่าเรามาอยู่ที่ได้ยังไง ทันใดพวกโจซิงพุ่งเข้ามา รัตนากรใช้ปืนยิงสกัด พวกมันเลยไม่กล้าโผล่หัวมาอีก ได้ยินแต่เสียงโจซิงเอ่ยว่า

    “สวัสดีครับผู้กอง ผู้กองคงไม่ว่าถ้าผมจะออกไปคุยด้วย”

    “พวกมันมาได้ยังไง”

    “มันคงแยกขบวนตามเรามาเหมือนกัน”

    ขาดคำของอัศวิน โจซิงโผล่ออกมาพร้อมอังโซะและทีมงานอีกห้าคน โจซิงสั่งผู้กองอัศวินส่งแผนที่มา รัตนากรสวนทันควันว่าหายไปแล้ว

    “แล้วอะไรที่แขวนอยู่ตรงเอวคุณ”

    รัตนากรสำรวจก็พบแผนที่อยู่ที่เดิม สงสัยว่ามาได้ยังไง โจซิงไม่สนใจสั่งให้เธอส่งแผนที่มาเดี๋ยวนี้ อัศวินสาดกระสุนทันใด พวกมันโดดหลบกันวุ่นวาย

    “ก็ได้...ผมฆ่าผู้กองก่อนแล้วค่อยเอาแผนที่” โจซิงคำรามแล้วสาดกระสุนตอบโต้จนอัศวินกับรัตนากรต้องหาที่ซ่อนตัว “ผมเอาระเบิดมาด้วย คิดว่าจะปิดปากถ้ำฝังผู้กองรอสักสองสามวัน ให้ผู้กองดับก่อนแล้วค่อยส่งคนมาระเบิดถ้ำเอาแผนที่ก็ได้ ทางที่ดีส่งมาตอนนี้จะดีกว่า”

    “แกได้แผนที่แล้ว...แกก็ฝังพวกฉันอยู่ดี”

    “ฉลาดเหมือนกันนี่ผู้กอง”

    พวกโจซิงสาดกระสุนอีกชุดจนอัศวินกับรัตนากรกระดิกตัวไม่ได้ แถมยิงใส่ผนังและเพดานถ้ำทำให้เศษหินร่วงลงมา โจซิงหัวเราะชอบใจ แต่แล้วทั้งหมดหยุดกึก เห็นเงาวูบวาบวิ่งวนตรงหน้า ใช้ปืนกราดยิงก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่ปะทะอะไรสักอย่าง

    “พวกเราระวังตัว” โจซิงตะโกนลั่น

    อัศวินไม่เห็นเงาเหล่านั้น สงสัยว่าพวกโจซิงเป็นอะไร รัตนากรคาดว่าพวกมันคงเจอดีเข้าให้แล้ว

    “พวกวิญญาณ” ลูกทีมคนหนึ่งแผดเสียง โจซิงนึกได้ตะโกนสั่งว่า

    “ถอยโว้ย! เอาระเบิดมา”

    อัศวินกับรัตนากรพยักหน้าให้กันแล้วโผล่พรวดออกจากที่ซ่อนสาดกระสุนใส่พวกโจซิง แต่ทุกคนหลบหายถอนกำลังถอยไปได้ทัน แต่อีกไม่กี่อึดใจระเบิดลอยเข้ามาตกที่พื้นเบื้องหน้าอัศวินกับรัตนากร

    “ระวัง!”

    อัศวินตะโกนพร้อมกระโดดพุ่งดันร่างรัตนากรออกไป

    เสียงระเบิดดังตูม!! ไฟลุกท่วมแดงฉาน ก้อนหินก้อนดินทั้งเล็กใหญ่ร่วงหล่นลงมาพร้อมควันสีหม่นลอยขโมง

    ในที่สุดอัศวินกับรัตนากรก็ติดอยู่ในถ้ำ ระเบิดของพวกโจซิงปิดปากถ้ำได้สนิท...โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากสูดฝุ่นควันเข้าไปเลยมีอาการสำลักและไอนิดหน่อย

    ooooooo

    พวกโจซิงพากันถอยออกมาพ้นถ้ำแล้วยิงกราดเข้าไปอีกอย่างบ้าระห่ำ ก่อนจะหยุดลงทันทีที่หัวหน้า กลุ่มยกมือให้สัญญาณ

    อังโซะสงสัยว่าชายถือดาบมาจากไหน หรือพวกวิญญาณที่พรานอองข่านบอกจะมีจริง โจซิงไม่สน ตะโกนท้าทายว่า “แน่จริงก็โผล่มาอีกสิวะ”
    ทันใดนั้นมีแสงวูบวาบหลายดวงลอยวนอยู่หน้าถ้ำ ทุกคนจ้องอย่างตื่นตระหนก อังโซะตัดสินใจเร็วไวว่า

    “เรารีบกลับไปตามพรานมาดีกว่า ถึงเวลานั้น สองคนนั่นคงดับไปแล้ว เราเอาแผนที่ได้สบาย”

    “ถอยโว้ย!” โจซิงร้องสั่งแล้วหันหลังตามกันไปอย่างรวดเร็ว

    ในถ้ำ...รัตนากรกับอัศวินยังคงสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามจับต้นชนปลายลำดับเรื่องราวอยู่ไปมา

    “รัตน์จำไม่ได้จริงๆว่าเส้นทางการเดินทางของเรามีถ้ำ ครั้งสุดท้ายรัตน์จำได้ว่าเราเดินทางอยู่ในป่าได้ยิน เสียงการต่อสู้...พอรู้ตัวก็ได้ยินเสียงปืนของไอ้โจซิง เราอยู่ในถ้ำแล้ว”

    “อืมใช่...แปลกมาก”

    “หรือว่าเราถูกอำนาจวิญญาณเล่นงานเข้าแล้วอย่างที่พรานเมิงบอก”

    รัตนากรสลัดความมึนงง ดึงกระบอกแผนที่ซึ่งสะพายไว้กับตัวขึ้นมาดู แปลกใจเมื่อเห็นรอยมีดกรีดที่ฝ่ามือ ร้องขึ้นว่าใช่แล้ว!

    “อะไรเหรอ”

    เธอแบมือข้างนั้นให้เขาดูเพื่อยืนยัน “รัตน์นึกว่ารัตน์ฝันไป แต่มันเกิดขึ้นจริง รัตน์เคยฝันแบบนี้มาแล้ว แต่ไม่มีรอยแผล ตอนนี้มีคนกรีดฝ่ามือรัตน์จริงๆ”

    “ถ้ายังงั้นเราก็ต้องขอบใจไอ้โจซิงที่มันมาได้จังหวะช่วยให้เราตื่นกลับมาได้ทันการณ์พอดี”

    “ไม่น่าเชื่อจริงๆ เราถูกพวกวิญญาณครอบงำ โดยไม่รู้ตัว”

    “พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างแรกที่ต้องทำก็คือหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้”

    รัตนากรแทบไม่ได้ยินที่เขาพูด เอาแต่จ้องฝ่ามือตัวเองอย่างสงสัย แต่ผ่านไปถึงเช้าวันใหม่อัศวินก็ยังอับจนหนทาง และรู้สึกผิดมากที่ปกป้องเธอไม่ได้ รัตนากรซึ่งรู้มาตลอดว่าเขาชอบเธอ จึงเรียกร้องความรับผิดชอบ หวังเต็มเปี่ยมว่าเขาจะยอมเผยความในใจเสียที

    ปรากฏว่าได้ผล! อัศวินอาสาดูแลเธอตลอดชีวิต...

    ต่างคนต่างไม่ปิดกั้นความรักที่มีต่อกันอีกต่อไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์